วิธีการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ๑

แนวคิด
ความสามารถในการอ่านหนังสืออย่างมีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาได้โดยการฝึกฝน ซึง่
ต้องอาศัยความพยายาม ความอดทน และการใส่ใจอย่างจริงจัง จนเป็นความเคยชิน ซึ่งเป็น
ประโยชน์ในระยะยาวในการเรียนรูต้ ลอดชีวิตของเรา
การอ่านและจดจาข้อมูลต่างๆ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ควรฝึกสมาธิให้นงิ่ และอ่านด้วย
ความตั้งใจ ใส่ใจทุกข้อความ ทุกตัวอักษรอย่างเป็นระเบียบ จัดลาดับขั้นตอนของเรื่องได้อย่าง
ถูกต้อง จึงจะสามารถวิเคราะห์เรื่องราวได้อย่างชัดเจน ในการเลือกอ่านควรเลือกเรื่องราวที่ให้ทั้ง
ความรู้และความบันเทิงได้อย่างครบถ้วน เพื่อให้ได้รับทัง้ ประโยชน์และความสนุกสานไปในตัว
วิธีการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ
มีผู้ที่พยายามหารูปแบบหรือวิธีการอ่านอย่างมี
ประสิทธิภาพ และได้รูปแบบหลายอย่าง วิธีอ่านที่มีประสิทธิภาพรูปแบบหนึ่งทีม่ ีผู้วิจัยแล้วพบว่า
ได้ผลดี คือ วิธีที่เรียกว่า OK4R ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ๖ ขั้นตอน คือ
ขั้นที่ ๑ อ่านสารวจ (Overview)
ก่อนการอ่านเรื่องใดๆ ควรอ่านอย่างคร่าวๆ ในสิ่งทีจ่ ะอ่านนั้นก่อน เป็นการสารวจ
ภาพรวมของหนังสือ ถ้าเป็นหนังสือทั่วไปก็เป็นการอ่านสารวจคานา สารบัญ และบทสรุป ถ้าเป็น
หนังสือเรียนก็เป็นการอ่านสารวจว่ามีกี่บท แต่ละบทมีเรือ่ งอะไรบ้าง แบ่งเป็นหัวเรื่องอะไรบ้าง การ
อ่านในขั้นนี้เพื่อพิจารณาว่าอะไรคือหัวใจสาคัญของเนื้อหาที่จะอ่าน
ขั้นที่ ๒ ความคิดสาคัญ (Key ideas)
ให้พิจารณาว่าความคิดสาคัญ
หรือเนื้อหาที่เป็นหัวใจสาคัญของเรื่องคืออะไร
เนื้อหาสาคัญรองลงมา หรือเนื้อหาสาคัญประกอบคืออะไร
ขั้นที่ ๓ การอ่าน (Reading)
อ่านอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่อ่านไปเรื่อยๆ เหมือนอ่านนวนิยาย อ่านเพื่อตอบ
คาถาม และอ่านเพื่อหาคาตอบ การอ่านแบบมีวัตถุประสงค์เช่นนี้ ต้องฝึกและพยายามทาให้ได้
เพื่อให้การอ่านมีประสิทธิภาพ เมื่ออ่านพบตาราง ภาพ หรือกราฟ อย่างได้ข้ามผ่านไป เพราะสิ่ง
เหล่านี้จะช่วยให้เข้าในเรื่องที่อ่านได้ดีขึ้น
ขั้นที่ ๔ การระลึก (Recall)
หลังอ่านจบแล้ว ให้ระลึกสิ่งที่ได้อ่านจบไปแล้วนั้น ว่าอ่านไปแล้วจาอะไรได้บ้าง
หรือเข้าใจมากน้อยเพียงใด สรุปเรื่องที่อ่านได้ว่าอย่างไร พยายามตอบคาถามโดยใช้ภาษาของ
นักเรียนเอง การระลึกถึงสิง่ ที่อ่านในขั้นนี้ เป็นขั้นรวบรวมความรู้เข้าไปเก็บไว้ในสมองอย่างถาวร

เก็บความจาก ธีระ ชัยยุทธยรรยง และวราภรณ์ หงษ์ดิลกกุล. (๒๕๔๘). กิจกรรมแนะแนว ม.๖ ช่วงชั้นที่ ๔. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.

-๒ขั้นที่ ๕ การคิดไตร่ตรอง (Reflect)
ให้คิดไตร่ตรองว่าเท่าที่ได้อ่านไปแล้ว จะขยายความคิดออกไปยังความรู้เดิมได้
อย่างไร
นับว่าเป็นขั้นสาคัญสาหรับนักเรียนที่จะทาให้ได้ความรู้ที่งอกงามกว่าเป็นเพียงการรับรู้
เท่านั้น
ขั้นที่ ๖ การทบทวน (Review)
ให้ทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านผ่านมา โดยตอบคาถามที่ได้กาหนดไว้ใน
ขั้นที่ ๒ ว่าความคิดสาคัญของเรื่องคืออะไร และให้ทบทวนเป็นครั้งคราว การทบทวนแต่ละครัง้ จะ
ช่วยให้จาเพิ่มขึ้นได้อีก
กิจกรรม ให้นักเรียนเลือกหนังสือหรือบทความที่นักเรียนสนใจ เลือกเรื่องที่นักเรียนจะสามารถ
อ่านจบได้ภายใน ๓๐ นาที ให้นักเรียนอ่านโดยวิธี OK4R (ให้นักเรียนทา ๑ สัปดาห์ ๑
เรื่องต่อวัน รวม ๗ เรื่อง)
๑. สารวจเรื่อง ๒ นาทีในเรื่องที่จะอ่าน
๒. จะความคิดสาคัญทีน่ ักเรียนคาดว่าจะสามารถพบได้ หลังจากที่อ่านเรื่องนี้จบแล้ว
๓. ปิดหนังสือ นึกย้อนประเด็นสาคัญแล้วจดบันทึกไว้
๔. ให้คิดไตร่ตรองเรื่องที่อ่านว่าสามารถขยายความคิดหรือหรือเชื่อมโยงต่อไปยังความรู้เดิมที่
นักเรียนมีในเรื่องใดบ้าง แล้วจดบันทึกไว้
๕. ทบทวนตรวจสอบสิ่งที่นักเรียนจดบันทึกไว้
บันทึกตามหัวข้อต่อไปนี้
วิชา (หรือเกี่ยวข้องกับวิชา)
เรื่องที่อ่าน
ความคิดสาคัญที่คาดว่าจะสามารถพบได้ หลังจากที่อ่านเรื่องจบแล้ว

ประเด็นสาคัญที่สามารถระลึกนึกถึงได้หลังจากการอ่านแล้ว

ส่วนที่ขยายความคิดหรือเชื่อมโยงกับความรู้เดิม

ทบทวนตรวจสอบสิ่งที่ได้จดบันทึกไว้

นฤพนธ์ สายเสมา

เอกสารประกอบกิจกรรมแนะแนว

Related Interests