You are on page 1of 10

การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไทย

อ.อุษณีย ยุชยะทัต
โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย

ลักษณะเศรษฐกิจของไทยตั้งแตสมัยสุโขทัยถึงรัตนโกสินทรตอนตน มีลักษณะ
1. เปนเศรษฐกิจแบบเลี้ยงตัวเอง
2. เปนระบบผูกขาดโดยพระคลังสินคา
3. ขึ้นอยูกับการเกษตรกรรมเปนสวนใหญ
เศรษฐกิจแบบเลีย้ งตัวเองคือผลิตขึน้ กินใชในทองถิน่ ไมมกี ารซือ้ วัตถุดบิ มาผลิตสินคาแลวสง
ไปขาย

เศรษฐกิจสมัยสุโขทัย
อาชีพหลักของคนสมัยสุโขทัย ไดแก เกษตรกรรม หัตถกรรม การคาขาย การทําการเกษตร
กรรม รูจักการชลประทาน การหัตถกรรมทําเครื่องปนดินเผาที่เรียกวา สังคโลก มีลักษณะเปนการ
คาเสรี ไมมีการผูกขาด มีการคากับจีน การคาภายในประเทศเปนระบบแลกเปลี่ยนสินคาโดยตรง มี
เงินตราใชแลว แตไมแพรหลาย
เศรษฐกิจสมัยอยุธยา
พื้นฐานเศรษฐกิจขึ้นอยูกับการเกษตร และการคาทั้งภายในและการคาภายนอกกับตาง
ประเทศ เปนการคาแบบผูกขาด โดยพระคลังสินคา
พระคลังสินคา คือหนวยงานของรัฐบาลที่ทําหนาที่ผูกขาดการคา ทั้งในประเทศ และตาง
ประเทศ ตั้งขึ้นสมัยพระเจาปราสาททอง ยกเลิกสมัยรัชกาลที่ 4 เพราะผลของสัญญาบาวริง
รายไดหลักของอยุธยา มาจากพระคลังสินคาและภาษีอากร ภาษีอากร 4 ชนิด คือ
1. จังกอบ หมายถึง ภาษีที่เก็บชักสวนจากสินคาที่บรรทุกยานพาหนะมาขาย มักเก็บสิบ
หยิบหนึ่ง คือสินคาสิบสวน เก็บภาษีหนึ่งสวน
2. อากร หมายถึง ภาษีที่เก็บชักสวนจากผลผลิตที่ราษฎรทําได เชน อากรคานา อากร
ตลาด
3. สวย คือ เงินหรือสิ่งของที่ราษฎรสงมาแทนการเขาเวรรับราชการ

13
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต
4. ฤชา คือ คาธรรมเนียมที่เก็บจากการที่รัฐใหบริการกับประชาชน รวมทั้งเงินคาปรับ
ตางๆ

เศรษฐกิจสมัยธนบุรี
โครงสรางทางเศรษฐกิจเหมือนสมัยอยุธยา แตเนื่องจากภัยสงคราม ทําใหเศรษฐกิจทรุด
โทรม พระเจากรุงธนบุรีทรงแกไขโดยสละราชทรัพยสวนพระองคซื้อเครื่องอุปโภค บริโภค แจก
จายราษฎร และใหขุนนางเกณฑไพรทํานาปละ 2 ครั้ง เพื่อเพิ่มผลผลิตขาว

เศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทรตอนตน
- รายไดมาจาก ภาษีอากร เงินผูกป ระบบเจาภาษีนายอากร
- มีการทําสัญญากับอังกฤษ ฉบับแรกคือสัญญาเบอรนี่ พ.ศ.2369 ในสมัยรัชกาลที่ 3
- ภาษีอากรเก็บเหมือนอยุธยา มีการเก็บภาษีอากรเพิ่มขึ้น และเก็บเปนเงินแทนสิ่งของ สมัย
รัชกาลที่ 3 มีการเก็บภาษีอากรเพิ่ม 38 ชนิด
เงินผูกปขอมือจีน คือ เงินที่เก็บจากชาวจีนแทนการเกณฑแรงงาน เปนรายป เริ่มเก็บสมัย
รัชกาลที่ 2 ยกเลิกสมัยรัชกาลที่ 5
ระบบเจาภาษีนายอากร หมายถึง ระบบเศรษฐกิจที่ใหเอกชนประมูลรับเหมาการทํากิจการ
ตางๆ ไปจากรัฐแลวเสียภาษีใหรัฐบาลเปนป สวนใหญผูกขาดโดยชาวจีน ตั้งขึ้นสมัยรัชกาลที่ 3 ยก
เลิกสมัยรัชกาลที่ 5 มีทั้งขอดีและขอเสีย
ขอดี คือ รัฐมีรายไดเพิ่มมากขึ้นและแนนอน
ขอเสีย คือ ประชาชนซื้อของแพง

ขอทดสอบ

1. ขอใดมิใชผลที่เกิดจากการมีระบบเจาภาษีนายอากร
1. ชนชั้นสูงของไทยเปนนายทุนรุนแรกอยางมีประสิทธิภาพ
2. ชาวจีนมีโอกาสเปนนายทุนรุนแรกในสังคมไทย
3. รัฐบาลลดภาระการจัดเก็บภาษี
4. รัฐบาลควบคุมการจัดเก็บภาษีไดไมทั่วถึง

14
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต
2. ขอใดไมใชบทบาทของชาวจีนตอพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยในสมัยรัตนโกสินทรตอนตน
1. การผลิตสินคาเกษตรกรรมประเภทใหม เชน นํ้าตาลทราย
2. การเขาประมูลเปนเจาภาษีนายอากร
3. การเปนพอคาคนกลางกระจายอยูทั่วประเทศ
4. การตั้งชุมชนคาขายเฉพาะบริเวณเมืองทาชายฝง
3. วัตถุประสงคสําคัญที่สุดของการจัดใหมีระบบเจาภาษีอากรในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่ง
เกลาเจาอยูหัว คือขอใด
1. เพื่อใหมีรายไดเพิ่มมากขึ้น 2. เพื่อแทนที่ภาษีประเภทจังกอบ
3. เพื่อเก็บภาษีในรูปเงินตราแทนสิ่งของ 4. เพื่อเอกชนมาเก็บภาษีแทนเจาหนาที่
4. ขอใดเปนลักษณะเดนของระบบพระคลังสินคา
1. การเปดโอกาสใหเอกชนเขามาประมูลภาษี
2. ราษฎรกับพอคาไมสามารถติดตอคาขายกันไดโดยตรง
3. การผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยรัฐ
4. การยินยอมใหไพรนําผลผลิตสวนเกินที่รัฐไมตองการออกขายได
5. ขอใดเปนลักษณะเดนของระบบเจาภาษีนายอากร
1. การเปดโอกาสใหเอกชนประมูลจัดเก็บภาษี
2. การผูกขาดการจัดเก็บภาษีโดยรัฐ
3. การจัดเก็บภาษีจากการชักสวนผลผลิตที่ราษฎรทําได
4. การจัดเก็บภาษีเปนเงินแทนสิ่งของ
6. การผูกขาดการคาของพระคลังสินคาหมดสิ้นไปเพราะเหตุใด
1. ผลของสัญญาบาวริง
2. ผลของการเปดประเทศกับตะวันตก
3. ทําการคาขาดทุนเกินกวาที่จะดําเนินงานตอไป
4. การขยายตัวของเงินตราแพรหลายขึ้น
7. เงินผูกปขอมือจีน ในสมัยรัตนโกสินทรตอนตนมีการจัดเก็บแบบใด
1. เงินคาธรรมเนียมที่เก็บจากชาวจีนเปนรายป
2. เงินคาธรรมเนียมที่เก็บจากไพรสวยเปนรายป
3. เงินคาธรรมเนียมที่เก็บจากเจาภาษีนายอากร
4. เงินคาธรรมเนียมที่เก็บจากการจําหนายสินคาตองหาม

15
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต
8. ลักษณะการคาในสมัยสุโขทัยเปนอยางไร
1. เปนการคาเสรี
2. เปนการคาแบบผูกขาด
3. ไมมีการคากับตางประเทศ
4. เปนการแลกเปลี่ยนสินคากันโดยตรง ยังไมมีการใชเงินตรา
9. รายไดหลักของไทยตั้งแตสมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทรตอนตนไดมากจากแหลงใด
1. การคาตางประเทศ 2. การเก็บสวย
3. การผูกขาดโดยพระคลังสินคา 4. การเกณฑแรงงานจากไพร
10. สินคาสําคัญในการคาระหวางไทยกับชาติตะวันตกในสมัยอยุธยาคืออะไร
1. ของปาไทยและสินคาญี่ปุน 2. ของปาไทยและสินคาจีน
3. ขาวไทยและสินคาจีน 4. ขาวไทยและสินคาญี่ปุน
11. ขอความในขอใดที่ไมถูกตองเกี่ยวกับการผลิตในชุมชนไทยสมัยกอน
1. ผลิตเพื่อการคา 2. ผลิตเพื่อใชอุปโภคบริโภค
3. ผลิตเพื่อเสียภาษีและสวย 4. ผลิตเพื่อนําไปแลกเปลี่ยนสินคาอื่น
12. ขอใดไมใชหนาที่ของพระคลังสินคา
1. เปนผูผูกขาดการคากับตางประเทศ
2. เปนผูทําหนาที่ติดตอกับตางประเทศ
3. เปนผูสงเรือไปคาขายกับตางประเทศ
4. เปนผูกําหนดราคาสินคาจากตางประเทศ
13. ความรุงเรืองทางเศรษฐกิจของกรุงศรีอยุธยาเกิดขึ้นจากเหตุผลขอใด
1. สงเสริมการเพาะปลูกขาว 2. การคาขายระหวางไทย - จีน
3. กษัตริยสงเสริมการคาภายใน 4. กรุงศรีอยุธยาเปนเมืองทาที่มีความเหมาะสม
14. เศรษฐกิจสุโขทัยและอยุธยาแตกตางกันอยางไร
1. สุโขทัยมีการคาอยางเสรี อยุธยามีการผูกขาดการคา
2. สุโขทัยทําการคากับจีนมากที่สุด อยุธยาทําการคากับอินเดียมากที่สุด
3. สุโขทัยไมมีการเก็บภาษีอากรใดๆ อยุธยามีการเก็บภาษีอากรหลายประเภท
4. สุโขทัยมีการผลิตแบบพอยังชีพเปนหลัก อยุธยามีการผลิตเพื่อสงออกเปนหลัก
15. ขอความใดที่แสดงใหเห็นลักษณะทางเศรษฐกิจที่เดนในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว
1. การคาขายกับประเทศจีน 2. การคาขายกับประเทศตะวันตก
3. การผูกขาดการคาโดยพระคลังสินคา 4. การประมูลผูกขาดการเก็บภาษีอากร

16
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภายหลังสัญญาบาวริง
สมัยรัชกาลที่ 4 ไทยทําสัญญาบาวริงกับอังกฤษ ซึ่งมีสาระสําคัญ ดังนี้
1. ไทยตองยกเลิกภาษีเบิกรอง หรือคาปากเรือเก็บเปนภาษีขาเขารอยละ 3
2. ไทยตองยกเลิกการผูกขาดการคา โดยพระคลังสินคา
3. คนอังกฤษ และคนในบังคับของอังกฤษถาทําผิดขึ้นศาลกงศุลของประเทศตน
4. อนุญาตใหสงขาวเปนสินคาออกได ยกเวนปใดทํานาไมไดผลหามสง
ขอดีของสัญญาบาวริง
1. จากการเปดประเทศทําใหไทยพัฒนาขึ้นในทุกๆ ดาน
2. ไทยไมตองเปนอาณานิคมของมหาอํานาจตะวันตก
ขอเสียของสัญญาบาวริง
1. ไทยเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
2. ไทยตองยกเลิกพระคลังสินคา ซึ่งทํารายไดใหมาก
3. สัญญาไมไดกําหนดระยะเวลา

การเปลี่ยนแปลงและการขยายตัวทางเศรษฐกิจหลังสัญญาบาวริง
1. การเปลี่ยนแปลงระบบการคา จากการคาผูกขาด มาเปนการคาเสรี
2. การเปลี่ยนแปลงระบบการผลิต จากการผลิตเพื่อเลี้ยงตัวเอง มาเปนการผลิตเพื่อการคา
3. การเปลี่ยนแปลงระบบเงินตรา สมัยรัชกาลที่ 4 มีการเปลี่ยนแปลงระบบเงินตราใหม
โดยตั้งโรงกษาปณเพื่อผลิตเหรียญขึ้นใช สมัยรัชกาลที่ 5 มีการปฏิรูปเงินตราขึ้นใหม กําหนดเปน
บาทกับสตางค และพิมพธนบัตรขึ้นใชเปนครั้งแรก
4. การเปลี่ยนแปลงดานภาษีอากรในสมัยรัชกาลที่ 5
1) ยกเลิกระบบเจาภาษีนายอากร
2) จัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน ทําหนาที่ดูแลเกี่ยวกับภาษีอากรและรายไดของแผนดิน
3) ตั้งกรมสรรพภาษีและกรมสรรพากรขึ้นตอกระทรวงการคลัง
4) มีการจัดทํางบประมาณแผนดินขึ้นเปนครั้งแรก เพื่อวางระเบียบการใชจายเงิน
ของประเทศใหถูกตอง
5) มีการจัดตั้งธนาคารพาณิชยแหงแรก คือธนาคารไทยพาณิชย (บุคคลัภย)

17
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต
เศรษฐกิจสมัยรัชกาลที่ 6
มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ดังนี้
1. ตั้งธนาคารออมสิน
2. จัดตั้งสหกรณแหงแรกของไทย คือ สหกรณวัดจันทรไมจํากัดสินใช ตั้งอยูที่อําเภอเมือง
จังหวัดพิษณุโลก
3. ตั้งกระทรวงพาณิชย
4. การแกไขสัญญาบาวริง
ความเสื่อมโทรมทางเศรษฐกิจสมัยรัชกาลที่ 6 มีสาเหตุมาจาก
1. เงินคงคลังเหลือนอยตองนําเงินมาพัฒนาประเทศตอจากรัชกาลที่ 5
2. เกิดอุกทกภัยครั้งใหญ พ.ศ. 2460
3. การใชจายเงินฟุมเฟอยของรัชกาลที่ 6
4. ดีบุกราคาตกตํ่า รัฐบาลตองนําเงินไปชวยเหลือเจาของเหมือง
รัชกาลที่ 6 ทรงแกไขปญหาเศรษฐกิจโดย
- กูเงินจากธนาคารภายในประเทศ
- สละราชทรัพยสวนพระองคชวยเหลือ

เศรษฐกิจสมัยรัชกาลที่ 7
วิกฤตการณทางเศรษฐกิจสมัยรัชกาลที่ 7 มีสาเหตุมาจาก
1. การแกปญหาดานเกษตรจากรัชกาลที่ 6 ไมไดผล
2. เศรษฐกิจตกตํ่าทั่วโลกจากสงครามโลกครั้งที่ 1
ทรงแกไขโดย - ยุบหนวยงาน ปลดขาราชการ
- ตัดทอนรายจายสวนพระองค
- กูเงินจากธนาคารตางประเทศ

ผลจากปญหาเศรษฐกิจในสมัยรัชกาลที่ 7 ทําใหเกิด การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง
พ.ศ.2475
ภายหลังการปฏิวัติ คณะราษฎรไดมอบหมายใหหลวงประดิษฐมนูธรรม (นายปรีดี พนม
ยงค) เปนผูรางเคาโครงเศรษฐกิจแหงชาติเรียกวา สมุดปกเหลือง แตไมไดนํามาใชเนื่องจากมี
ลักษณะเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม

18
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต
ในสมัยจอมพล ป. พิบลู สงคราม เปนนายกรัฐมนตรี มีการประกาศใชนโยบายชาตินยิ มทาง
เศรษฐกิจ
- โอนกิจการที่ชาวตางชาติทํามาใหคนไทยทํา
- สงวนอาชีพสําหรับคนไทย
- ตั้งรัฐวิสาหกิจ
สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต เปนนายกรัฐมนตรี มีการประกาศใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแหงชาติฉบับแรก พ.ศ. 2504

ขอทดสอบ

1. ภายหลังที่ไทยตกลงทําสนธิสัญญาบาวริงกับอังกฤษใน พ.ศ. 2398 และกับประเทศตางๆ ในยุ
โรปอีกหลายประเทศในเวลาตอมา กอใหเกิดผลกระทบตอโครงสรางเศรษฐกิจไทยอยางไร
1. คนไทยเริ่มดําเนินชีวิตในลักษณะใชจายฟุมเฟอยมากขึ้น
2. ระบบผูกขาดของพระคลังสินคาตกอยูในกํามือของชาวตะวันตก
3. ระบบการผลิตทางการเกษตรไดเปลี่ยนเปนระบบการผลิตทางอุตสาหกรรมอยางรวดเร็ว
4. ระบบการผลิตแบบพึ่งตนเองเริ่มเสื่อมลง โดยระบบการผลิตเพื่อการสงออกเริ่มขยายตัวมาก
ขึ้น
2. สนธิสัญญาบาวริงมีผลตอการเปลี่ยนแปลงดานเกษตรกรรมของไทยหลายประการยกเวนขอใด
1. มีชาวจีนอพยพมารับจางทํางานในไรสวนทั่วประเทศ
2. เกิดธุรกิจโรงสีขาวขยายตัวทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
3. เกิดระบบการถือกรรมสิทธิที่ดินสวนบุคคล
4. มีการขยายพื้นที่ปลูกขาวบริเวณลุมนํ้าเจาพระยาตอนลาง
3. การปฏิรูปการคลังของไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการดําเนินการหลายประการ ยกเวนขอใด
1. การจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน
2. การจัดทํางบประมาณแผนดิน
3. การกําหนดอัตราเงินเดือนประจําแกขาราชการ
4. การจัดเก็บภาษีขาเขา – ขาออก ใหสอดคลองกับความจําเปนของประเทศ

19
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต
4. สาเหตุใดทําใหการคาขาวของไทยเติบโตขึ้นอยางมากในสมัยรัชกาลที่ 4
1. ชาวนาไดรับกรรมสิทธิ์ที่ดินทั่วประเทศ
2. ไทยเปดประเทศใหมีการคาขายโดยเสรี
3. มีการขยายพื้นที่การทํานาอยางมาก
4. ไทยตองปฏิบัติตามสนธิสัญญากับตางประเทศ
5. เหตุการณใดที่ทําใหบางประเทศคืนสิทธิสภาพนอกอาณาเขตใหไทย
1. รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดําเนินเยือนนานาประเทศในยุโรป
2. การเจรจาของสมเด็จฯ กรมพระยาเทววงศวโรปการ
3. ไทยยอมเสียดินแดนบางสวนใหแกอังกฤษและฝรั่งเศส
4. รัชกาลที่ 6 สงทหารเขารวมในสงครามโลกครั้งที่ 1
6. การปฏิรปู ทางเศรษฐกิจทีม่ ผี ลตอการเสริมความมัน่ คงใหแกสถาบันกษัตริยใ นตอนตนรัชกาลที่ 5
คือ ขอใด
1. การเริ่มจัดทํางบประมาณแผนดิน 2. การยกเลิกระบบเจาภาษีนายอากร
3. การจายเงินแกขาราชการ 4. การจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน
7. ผลสําคัญที่สุดที่เกิดจากการทําสนธิสัญญาการคากับชาติตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 4 คือขอใด
1. ไทยกลายเปนผูผลิตสินคาขั้นปฐมของตลาดโลก
2. กรุงเทพฯ เปนที่ชุมนุมสินคาจากภายในและภายนอก
3. ไทยเริ่มระบบเศรษฐกิจแบบใชเงินตราและการคาเสรี
4. รัฐบาลเรงปฏิรูปการเงินการคลังของประเทศ
8. สาเหตุการเกิดภาวะขาดดุลการคาครั้งแรกของไทยใน พ.ศ. 2463 คืออะไร
1. อุทกภัยและฝนแลงติดตอกันหลายป
2. สินคาขาวไมเปนที่ตองการของตลาดโลก
3. ตางชาติใชนโยบายตั้งกําแพงภาษีสินคา
4. อังกฤษประกาศลดคาเงินปอนด
9. ความลมเหลวดานการคลังของไทยสมัยรัชกาลที่ 6 – รัชกาลที่ 7 ประกอบดวยสาเหตุตางๆ ยก
เวนขอใด
1. รัฐบาลมุงลงทุนเฉพาะดานความมั่นคงของประเทศ
2. รัฐบาลไมสามารถหาแหลงรายไดใหมมาเพิ่มเติม
3. รัฐบาลใชจายเงินสูงกวารายรับ
4. รัฐบาลไมไดจัดระบบการเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ

20
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต
10. ปญหาเศรษฐกิจการคลังที่เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 7 เกิดจากสาเหตุสําคัญที่สุดในขอใด
1. ขาราชการมีจํานวนมากเกินไป
2. ภาวะเศรษฐกิจตกตํ่าทั่วโลก
3. รัฐบาลใชจายอยางฟุมเฟอย
4. งบประมาณดานการปองกันประเทศสูงเกินไป
11. เพราะเหตุใดจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงใชนโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจ
1. เพื่อกําจัดคูแขงทางการเมืองใหพนจากผลประโยชนทางเศรษฐกิจ
2. เพื่อเรงพัฒนาเศรษฐกิจใหทัดเทียมตะวันตกโดยจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ
3. เพื่อปองกันไมใหผลประโยชนทางเศรษฐกิจสวนใหญตกอยูในมือชาวตางชาติ
4. เพื่อตอตานลัทธิคอมมิวนิสตซึ่งกําลังแพรหลายในหมูชาวจีนในประเทศไทย
12. เหตุผลขอใดที่ทําใหนักประวัติศาสตรพบวาประเทศไทยเสียเปรียบประเทศอังกฤษมากที่สุดใน
การทําสนธิสัญญาบาวริง
1. การเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
2. การไมระบุระยะเวลาของสัญญา
3. การนําโลหะมีคาและเงินตราเขาและออกนอกประเทศไดอยางเสรี
4. การใหชาวตางชาติทําการคาไดโดยเสรีแบบเมืองทาชายทะเล
13. ระบบการคาเสรีซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น เปนการเปดศักราชใหมในทางการคาของไทย
และยังกอใหเกิดผลดีตอไทยในเรื่องใด
1. การลงทุนทางดานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
2. ทําใหรัฐบาลไทยมีรายไดประจําเพิ่มขึ้น
3. อังกฤษขัดขวางฝรั่งเศสมิใหทํารุนแรงกับไทย
4. ทําใหเกิดตลาดแรงงานขึ้น
14. การปฏิรูปการคลังสมัยรัชกาลที่ 5 ในการจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน ใน พ.ศ. 2416 นั้น ไดสงผลที่
สําคัญที่สุดคือขอใด
1. ทําใหรายไดเพิ่มขึ้นจํานวนมากมาย
2. ทําใหการจัดเก็บเงินภาษีอากรเปนระบบมากขึ้น
3. ทําใหขุนนางสวนกลางควบคุมมิใหขุนนางทองถิ่นมีผลประโยชนทางเศรษฐกิจมากดังแต
กอน
4. พระมหากษัตริยสามารถควบคุมรายไดผลประโยชนของประเทศไดทั่วถึง

21
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต
15. วิกฤติการณทางเศรษฐกิจของไทยสมัยรัชกาลที่ 7 มีสาเหตุที่สําคัญที่สุดมาจากอะไร
1. การปฏิวัติ พ.ศ. 2475
2. ภาวะเศรษฐกิจตกตํ่าทั่วโลก
3. ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายเพราะภัยธรรมชาติ
4. เพราะความยุงยากทางการเมืองจนรัฐบาลไมมีเวลาพอที่จะแกปญหาเศรษฐกิจ
16. ผลกระทบจากสนธิสัญญาบาวริงที่ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสรางเศรษฐกิจของประเทศ
ไทยมาจนถึงปจจุบันคืออะไร
1. เกิดการปฏิรูปพระคลังสินคา 2. เกิดการขยายตัวของระบบเงินตรา
3. เกิดระบบเจาภาษีและนายอากร 4. เกิดการปฏิรูประบบการประมูลภาษีอากร
17. นโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจของจอมพล ป. พิบูลสงคราม กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในโครง
สรางทางเศรษฐกิจของประเทศอยางไร
1. สงเสริมการผลิตในรูปแบบสหกรณ
2. รัฐเขาดําเนินการธุรกิจภายในประเทศเอง
3. สนับสนุนใหคนไทยประกอบธุรกิจมากขึ้น
4. เปดโอกาสใหเอกชนแขงขันกันลงทุนอยางเสรี
18. “สมุดปกเหลือง” ที่พิมพขึ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ไมนานเกี่ยวกับ
เรื่องอะไร
1. อุดมการณของคณะราษฎร 2. แถลงการณโจมตีคณะราษฎร
3. นโยบายทางการเมืองของรัฐบาล 4. เคาโครงการเศรษฐกิจ

22
สังคมศึกษา อ.อุษณีย ยุชยะทัต