ทฤษฎีการสื่อสาร

และการเรียนการสอน
นอกจากจะใชเทคโนโลยีการศึกษาทั้งในเรื่อง:
ของกระบวนการและทรัพยากรตาง ๆ  :
Compan
แลวจำเปนตองอาศัยทฤษฏีการสื่อสารในการนำเสนอ
yLOG
เนื้อหาจากผูสงไปยังผูรOับ :

สูตรการสื่อสารของลาสแวลล์ (Lesswell)
v ฮาโรลด์ ลาสแวลล์ (Harold Lasswell) 
ได้ทําการวิจัยในเรื่องการสื่อสารมวลชน
ไว้ในปี พ.ศ. 2491
v และได้คิดสูตรการสื่อสารที่ถึงพร้อมด้วย
กระบวนการสื่อสารที่สอดคล้องกัน

โดยในการสื่อสารนั้นจะต้องตอบคําถาม
ต่อไปนี้ให้ได้คือ

สูตรการสื่อสารของลาสแวลล์ (Lesswell)
v ใคร 

 
v พูดอะไร 

 
v  โดยวิธีการและช่องทางใด
 
v  ไปยังใคร 

 
v  ด้วยผลอะไร 

ทฤษฏี SMCR ของเบอร์โล (Berio)
v  ผู้ส่ง (source)
v ข้อมูลข่าวสาร (message)
v ช่องทางในการส่ง (channel)
v ผู้รับ (receiver)

ตามลักษณะของทฤษฎี S M C R
v มีปัจจัยที่มีความสําคัญต่อขีดความสามารถ
ของผู้ส่งและรับที่จะทําการสื่อสารความหมาย
นั้นได้ผลสําเร็จหรือไม่เพียงใด ได้แก่

ปัจจัยที่มีความสําคัญ
- ทักษะในการสื่อสาร (communication skills)
- ทัศนคติ (attitudes)
- ระดับความรู้ (knowledge levels)

- ระบบสังคมและวัฒนธรรม
(socio - culture systems)

การสื่อสารทางเดียว
เชิงเส้นตรง
คล็อด อี. แชนนัน  (Claude E.Shannon)  :
และ วอรเรนวีเวอร  (Warren  Weaver) 

Compan
yLOG

O

การสื่อสารทางเดียวเชิงเส้นตรง

ผู้ส่ง 
(แหล่งข้อมูล)

เครื่องส่ง

เครื่องรับ

ผู้รับ

การสื่อสารเริ่มต้นด้วย

Qผูสงซึ่งเปนแหลงขอมูลทำหนาที่สงเนื้อหาขาวสาร:
เพื่อสงไปยังผูรับ  :

:

Qโดยผานทางเครื่องสงหรือตัวถายทอดในลักษณะ:
ของสัญญาณที่ถูกสงไปในชองทางตางๆ กัน:
แลวแตลักษณะของการสงสัญญาณแตละประเภท :

Qเมื่อทางฝายผูไดรับสัญญาณแลว  สัญญาณที่ไดรับ:
จะถูกปรับใหเหมาะสมกับเครื่องรับหรือการรับ:
เพื่อทำการแปลสัญญาณใหเปนเนื้อหาขาวสารนั้น:
อีกครั้งหนึ่งใหตรงกับที่ผูสงสงมาก 

การสื่อสารเชิงวงกลม:
ของออสกูดและชแรมม:

ผู้ส่ง

สื่อ

สื่อ

แปล
ความ
/ตอบกลับ

ผู้รับ

Qตามปกติแลวในการสื่อสารระหวางบุคคล:

:

และแบบกลุมบุคคลนั้น  :
ผูสงและผูรับจะมีการเปลี่ยนบทบาทกันไปมา:
ในลักษณะการสื่อสารสองทาง :

Q โดยเมื่อผูสงไดสงขอมูลขาวสารไปแลว  :
ทางฝายผูรับทำการแปลความหมายขอมูลที่รับมา :
และจะเปลี่ยนบทบาทจากผูรับกลับเปนผูสงเดิม:
เพื่อตอบสนองตอสิ่งที่รับมา :

ในขณะเดียวกันผูสงเดิมจะเปลี่ยนบทบาทเปนผูรับ:
เพื่อรับขอมูลที่สงกลับมาและทำการแปลความหมายสิ่งนั้น  :
:
ถามีขอมูลที่จะตองสงตอบกลับไปก็จะเปลี่ยนบทบาท:
เปนผูสงอีกครั้งหนึ่งเพื่อสง

ขอบข่ายประสบการณ์
ในทฤษฏีการสื่อสาร
ของชแรมม์

Compan
yLOG

O

v การสื่อสารจะเกิดขึ้นไดอยางดีมีประสิทธิภาพเฉพาะใน
สวนที่ผูสงและผูรับทั้งสองฝายตางมี:
Q- วัฒนธรรม  :
Q- ประเพณี:
Q- ความเชื่อ  :
Q- ความรู  ฯลฯ  :
Qที่สอดคลองกลายคลึงและมีประสงการณรวมกัน  :
จึงจะทำใหสามารถเขาใจความหมายที่สื่อกันนั้นได :

v ผูสงตองพยายามเขารหัสสารซึ่งเปนสัญลักษณ:
เพื่อใหผูรับเขาใจไดโดยงาย  :
v ซึ่งสารแตละสารจะประกอบดวยสัญลักษณตาง ๆ 
มากมาย  :

โดยที่สัญลักษณแตละตัวจะบงบอกถึง  :
“สัญญาณ”  (signal) :
ของบางสิ่งบางอยางซึ่งจะทราบได:
โดยประสบการณของคนเรา :

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful