การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing

)

ความสามารถในการแกไขปรับแตงโซลิดของ AutoCAD 2007 นั้นชวยใหเราทํางานกับโซลิดได
สะดวกและรวดเร็ว เพราะเราสามารถแกไขโซลิดในระดับจุดเวอรเทกซ(Vertex) เสนขอบ(Edge)
และผิวหนา (Face) นอกจากนี้ เรายังสามารถแกไขโซลิดทีผ่ านการใชคําสัง่ Union , Subtract
หรือ Intersect ไดซึ่งอํานวยความสะดวกมากขึน้ อีกระดับหนึง่ วัตถุโซลิดเรขาคณิตพืน้ ฐานทุก
ประเภทสามารถแกไขโดยใชการปอนคาตัวเลขได จึงทําใหการแกไขทําไดอยางรวดเร็วและแมนยํา
ในการสรางหรือขึน้ รูปโซลิดทีม่ คี วามซับซอน เรามักจะเริม่ จากโซลิดรูปทรงเรขาคณิตพืน้ ฐานเสมอๆ
แล วจึ งนําโซลิดรู ปทรงเรขาคณิตพื้ นฐานหลายๆ ชิ้ นเข ามารวมเปนเนื้ อเดียวกั น(Union)หรือนํา
โซลิดที่วางอยูใ นตําแหนงที่มปี ริมาตรบางสวนรวมกันมาหักลบออกจากกัน(Subtract)หรือนําโซลิด
ที่วางอยูในตําแหนงที่มีปริมาตรบางสวนรวมกันมาหาสวนตัดซึ่งกันและกัน(Intersect) เพื่อใหเกิด
โซลิดใหมทมี่ รี ปู ทรงตามตองการ นอกจากคําสัง่ ทีก่ ลาวมานีย้ งั มีคาํ สัง่ ชวยในการแกไขปรับแตงโซลิด
(Solid editing)อีกหลายๆ คําสัง่ รวมทัง้ คําสัง่ Draw4Modeling4Presspull ซึง่ เปนคําสัง่ แกไขโซลิด
ใหมอกี คําสัง่ หนึง่ ทีใ่ ชในการเพิม่ หรือลดความหนาของโซลิดไดอยางสะดวก คําสัง่ ตางๆ ทีเ่ กีย่ วของ
กับการแกไขปรับแตงโซลิดมีรายละเอียดดังตอไปนี้

8.1 Modify4Solid Editing4Union | UNION | UNI |

|

ใชสาํ หรับรวมโซลิด(Solid)ตัง้ แตสองชิน้ ขึน้ ไปใหกลายเปนโซลิดชิน้ เดียวกัน โซลิดทีน่ าํ มาใชกบั คําสัง่
นีจ้ ะทับกันหรือมีปริมาตรรวมกันหรือไมกไ็ ด แตโดยปกติแลว เรามักใชโซลิดตัง้ แตสองชิน้ ขึน้ ไปทีม่ ี
ปริมาตรรวมกัน เพือ่ ทําใหโซลิดทัง้ หมดกลายเปนเนือ้ เดียวกันเปนดังรูปที่ 8.1

กอ น

รูปที่ 8.1

หลัง

หลัง

หลัง

{จากรูปที่ 8.1 (ซาย)}
{คลิกบนโซลิดชิน้ ที่ 1, 2, 3,.. หรือคลิกเพือ่ เลือกโซลิดทัง้ หมดแบบ Window หรือ Crossing }
Select objects: {คลิกขวาหรือQ โซลิดทีถ
่ กู เลือกทัง้ หมดจะถูกรวมใหกลายเปนโซลิดชิน้ เดียวกันดังรูปที่
8.1 (กลาง-ซาย) (กลาง-ขวา) และ (ขวา)}
Command:_union

Select objects:

chap-08.PMD

119

12/10/2549, 21:43

120

ในการสรางโซลิดทีซ่ บั ซอนเรามักจะสรางโซลิดพืน้ ฐาน อาทิ เชน รูปกลอง(Box) รูปทรงกลม (Sphere)
รูปทรงกระบอก(Cylinder)และรูปทรงพืน้ ฐานอืน่ ๆ ขึน้ มากอน แลวจึงนําโซลิดรูปทรงพืน้ ฐานเหลานัน้
มาผสมกันใหเกิดรูปทรงของโซลิดชิน้ ใหม

Note

2D Drafting

Note

ในการรวมโซลิดดวยคําสั่งนี้ เราสามารถเลือกคลิกลงบนโซลิดชิน้ ใดกอนหลังก็ไดหรือจะเลือกโซลิด
พรอมกันทั้งหมดในคราวเดียวก็ไดเชนเดียวกัน

Note

หากโซลิดตัง้ แตสองชิน้ ไมทบั กันหรือไมมปี ริมาตรรวมกัน เมือ่ ใชคําสัง่ นี้ โซลิดทัง้ หมดจะกลายเปนวัตถุ
ชิ้นเดียวกัน แตถาโซลิดสองชิ้นทับกันหรือมีปริมาตรรวมกัน เมื่อใชคําสั่งนี้ โซลิดทั้งหมดจะหลอม
ละลายเขาเปนเนื้อเดียวกัน

Note

หากเราตองการแยกโซลิ ดที่ ไมมี สวนใดส วนหนึ่งทับ ซอนกันออกจากการเปนโซลิดชิ้ นเดียวกัน
เราสามารถใชคําสั่ง Modify4Solid Editing4Seperate

8.2 Modify4Solid Editing4Subtract | SUBTRACT | SU |

|

ใชสําหรับนําโซลิด(Solid)ชิน้ หนึ่งมาเปนตัวตั้ง แลวนําโซลิดอีกชิน้ หนึง่ ซึง่ มีสว นใดสวนหนึง่ ทับกัน
หรือมีปริมาตรรวมกันกับโซลิดชิน้ แรกมาลบออกจากกัน ทําใหบางสวนของโซลิดทีท่ ําหนาทีเ่ ปนตัว
ตั้งถูกตัดเฉือนออกไปดวยโซลิดทีเ่ ปนตัวลบ

กอ น

รูปที่ 8.2

Command: _subtract

หลัง

หลัง

หลัง

{จากรูปที่ 8.2 (ซาย)}

Select solids and regions to subtract from ..

{คลิกบนโซลิดซึง่ ใชเปนตัวตัง้ จุดที่ 1}
{คลิกขวาหรือQ}

Select objects: 1 found
Select objects:

Select solids and regions to subtract ..

{คลิกบนโซลิดซึง่ ใชเปนตัวลบจุดที่ 2 และ 3}
{คลิกขวาหรือQ จะปรากฏดังรูปที่ 8.2 (กลาง-ซาย) (กลาง-ขวา) และ (ขวา)}

Select objects: 1 found
Select objects:

chap-08.PMD

Note

เราสามารถใชโซลิดหลายๆ ชิน้ เปนตัวตัง้ ในทํานองเดียวกัน เราก็สามารถใชโซลิดหลายๆ ชิน้ เปนตัวลบ
ไดเชนเดียวกัน

Note

ในคําสัง่ นี้ การเลือกโซลิดกอนหรือหลังมีความสําคัญอยางมาก หากเราตองการใหโซลิดชุดใดเปนตัวตัง้
ซึง่ หมายถึงโซลิดชิน้ นัน้ จะคงอยูห ลังผานการใชคําสัง่ ในกรณีนเี้ ราจะตองเลือกโซลิดในขณะทีป่ รากฏ
ขอความ Select solids and regions to subtract from... ซึ่งเราสามารถเลือกโซลิดไดมากกวาหนึ่งชิ้น
สวนโซลิดที่ใชเปนตัวลบ เราจะตองเลือกหลังจากที่ปรากฏขอความ Select solids and regions to
subtract... โซลิดทีถ่ กู เลือกในขอความแรกจะยังคงอยู โซลิดทีถ่ กู เลือกในขอความหลังนีจ้ ะถูกลบทิง้ ไป

120

12/10/2549, 21:43

121

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

8.3 Modify4Solid Editing4Intersect | INTERSECT | IN |

|

ใชสาํ หรับสรางสวนตัดระหวางโซลิด(Solid)กับโซลิดตัง้ แตสองชิน้ ขึน้ ไปทีม่ สี ว นใดสวนหนึง่ ทับกันให
เหลือเฉพาะสวนทีต่ ัดกันเทานัน้

รูปที่ 8.3

กอ น

กอ น

หลัง

หลัง

{จากรูปที่ 8.3 (ซาย)}
{คลิกบนโซลิดชิน้ ที่ 1 และชิน้ ที่ 2 หรือเลือกโซลิดทัง้ สองแบบ Window หรือ Crossing}
Select objects: {คลิกขวาหรือQ}
Command: _intersect
Select objects:

Note

การทีจ่ ะสรางสวนตัดของโซลิดตัง้ แตสองชิน้ ขึน้ ไปใหเปนวัตถุเดียว เราสามารถจะเลือกคลิกลงบนโซลิด
ชิน้ ใดกอนหลังก็ไดหรือจะเลือกโซลิดพรอมกันทัง้ หมดก็ไดเชนเดียวกัน

Note

การใชคําสัง่ INTERSECT กับโซลิดหลายๆ ชิน้ พรอมๆ กัน เราจะตองแนใจวาโซลิดทุกๆ ชิน้ มีปริมาตร
รวมกันหรือทับกันอยู มิฉะนัน้ จะเหลือแตสิ่งวางเปลา

Note

ทัง้ คําสัง่ UNION, SUBTRACT และ INTERSECT นัน้ สามารถใชกบั รีเจีย้ น(Region)ซึง่ ถูกแปลงมาจาก
วัตถุ 2 มิติแบบปด

8.4 การแกไขประวัตกิ าร UNION, SUBTRACT และ INTERSECT
โดยที่ โปรแกรมกําหนดมาให ตั วแปรระบบ SOLIDHIST ได ถูกกําหนดค าเปน 1 นั่ นหมายถึ ง
โปรแกรมจะจดจําประวัติการใชคําสัง่ UNION, SUBTRACT และ INTERSECT กับโซลิดทีถ่ ูกสราง
ใหมทกุ ชิน้ หากตัวแปรระบบ SOLIDHIST ถูกกําหนดคาเปน 0 (ศูนย) โซลิดทีถ่ กู สรางใหมจะไมถกู
บันทึกประวัตกิ ารใชคําสัง่ ทีก่ ลาวมาขางตน แตจะไมมผี ลกับโซลิดทีถ่ กู สรางมากอน หากเราตองการ
ที่ จะกําหนดการบันทึกประวัติใหกับโซลิดแตละชิ้น โดยไมสนใจคาตัวแปรระบบ SOLIDHIST
ทีก่ ําหนดไว เราสามารถใชคําสัง่ Modify4Properties แลว คลิกบนโซลิดที่ตอ งการกําหนดการ
บันทึกประวัตหิ นาตาง Properties จะปรากฏดังรูปที่ 8.4 เราจะ
สั งเกตุ เห็ นวาปรากฏ Record ในแถบรายการ History นั่ น
หมายถึงโซลิดชิ้นทีถ่ ูกเลือกนัน้ มีการบันทึกประวัติ หากเลือก
None จากแถบรายการ History ประวัตขิ องโซลิดทีถ่ ูกเลือกจะ
ถูกลบทิ้งไปทัง้ หมด เราสามารถพิมพคําสัง่ BREP ผานบรรทัด
รูปที่ 8.4
Command: แล วคลิ กบนโซลิ ดที่ ต องการลบประวั ติ ได เช น
เดียวกัน

chap-08.PMD

121

12/10/2549, 21:43

122

เมื่ อเราทราบการบันทึกประวัติของโซลิดแลว ตอไปเราจะ
ศึ กษาวิธี แกไขโซลิ ดที่ มีการบันทึ กประวัติ โดยมีขั้ นตอน
ดังตอไปนี้

2D Drafting

1. เปดไฟล 08-122-05.dwg จากโฟลเดอร
\Exercise บนแผน DVD-ROM แนบทาย
หนังสือคูม อื เลมนี้ จะปรากฏดังรูปที่ 8.5
รูปที่ 8.5

Note

จากโซลิดทีป่ รากฏในรูปที่ 8.5 โซลิดชิน้ นีม้ ีการบันทึกประวัติ History = Record และผานการใชคําสัง่
Union 1 ครัง้ โดยใชกลองสีเ่ หลีย่ มผืนผาจุดที่ 1, ผานการใชคําสัง่ Subtract 4 ครัง้ โดยใชรปู ทรง
กระบอกตรงจุดที่ 2, 3, 4 และลูกทรงกลมจุดที่ 5 และผานการใชคําสัง่ Intersect 1 ครัง้ โดยใชลกู ทรง
กลมจุดที่ 6
รูปที่ 8.6

2. แกไขความสูงของกลองสีเ่ หลีย่ มผืนผาทีถ่ กู Union ตรงจุดที่ 1 จากเดิม 215 หนวย
ใหเปน 400 หนวยโดยกดปุม E คางไว แลวเลือ่ นเคอรเซอรไปบนเสนขอบตรง
จุดที่ 1 หากกลองสีเ่ หลีย่ มผืนผาปรากฏเปนเสนประดังรูปที่ 8.6 (ซาย) ใหคลิกซาย
หากกลองสีเ่ หลีย่ มผืนผาไมปรากฏเปนเสนประ ในขณะทีย่ งั คงกดปุม E ใหกด
ปุม Space bar (ปุมเวนวรรค) ซ้ําจนกวากลองสี่เหลีย่ มผืนผาปรากฏเปนเสนประ
ดังรูปที่ 8.6 (ซาย) แลวคลิกซาย จะปรากฏดังรูปที่ 8.6 (กลาง) ในการแกไขความสูง
ของกลอง เราสามารถทําได 2 วิธีคือวิธีแรก ใหคลิกบนจุดกริ๊ปสตรงจุดที่ 7 ให
อยูใ นสถานะเปด เลือ่ นเคอรเซอรขนึ้ ในแนวดิง่
แนใจวา
สังเกตุวา จะตองปรากฏ +Z แลวพิมพคาความสูงสวนตาง 185 แลวกดปุม Q
(400-215=185) ความสูงของกลองจะถูกปรับเปน 400 หนวย
ดังรูปที่ 8.6 (ขวา) อีกวิธหี นึง่ ในขณะทีป่ รากฏจุดกริป๊ สบนกลอง
สี่เหลีย่ มผืนผาดังรูปที่ 8.6 (กลาง) ใหคลิกขวา แลวเลือกคําสั่ง
Properties เมือ่ ปรากฏหนาตาง Properties ดังรูปที่ 8.7 ใหปอ นคา
ความสูงใหม 400 หนวยเขาไปในอิดิทบอกซ Height ความสูง
รูปที่ 8.7
ของกลองจะถูกปรับเปน 400 หนวยดังรูปที่ 8.6 (ขวา)
3. แกไขรัศมีของรูเจาะของรูปทรงกระบอกทีถ่ กู Substract ตรงจุดที่ 4 ของรูปที่ 8.5
จากเดิมรัศมี 75 หนวย ใหเปนรัศมี 100 หนวยโดยกดปุม E คางไว แลวเลือ่ น

chap-08.PMD

122

12/10/2549, 21:43

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

123

รูปที่ 8.8

รูปที่ 8.9

เคอรเซอรไปบนเสนขอบตรงจุดที่ 9 ของรูปที่ 8.5 หากรูปทรงกระบอกปรากฏ
เปนเสนประดังรูปที่ 8.8 (ซาย) ใหคลิกซาย หากรูปทรงกระบอกไมปรากฏเปน
เสนประ ในขณะทีย่ ังคงกดปุม E ใหกดปุม Space bar (ปุม เวนวรรค) ซ้ําจนกวา
รูปทรงกระบอกจะปรากฏเปนเสนประดังรูปที่ 8.8 (ซาย) แลวคลิกซาย จะปรากฏ
ดังรูปที่ 8.8 (กลาง) ในการแกไขรัศมี เราสามารถทําได 2 วิธีคอื วิธีแรก ใหคลิกบน
อยูใ นสถานะเปด เลือ่ นเคอรเซอรขนึ้ ใน
จุดกริป๊ สตรงจุดที่ 10 ใหแนใจวา
แนวดิง่
สังเกตุวา จะตองปรากฏมุม 270 องศา แลวพิมพคา สวน
ตางรัศมี 25 แลวกดปุม Q (100-75=25) รัศมีของทรงกระบอกจะถูกปรับเปน
100 หนวยดังรูปที่ 8.8 (ขวา) อีกวิธีหนึง่ ในขณะทีป่ รากฏจุด
กริป๊ สบนรูปทรงกระบอกดังรูปที่ 8.8 (กลาง) ใหคลิกขวา แลว
เลือกคําสัง่ Properties เมือ่ ปรากฏหนาตาง Properties ดังรูปที่
8.9 ใหปอ นคารัศมี 100 หนวยเขาไปในอิดทิ บอกซ Radius รัศมี
ของรูปทรงกระบอกจะถูกปรับเปน 100 หนวยดังรูปที่ 8.8 (ขวา)

4. แกไขรัศมีของรูปทรงกลมทีถ่ ูก Intersect ตรงจุดที่ 6 ของรูปที่ 8.5 จากเดิมรัศมี 642
หนวย ใหเปนรัศมี 742 หนวยโดยกดปุม E คางไว แลวเลือ่ น เคอรเซอรไปตรง
จุดที่ 6 ของรูปที่ 8.5 หากรูปทรงกลมปรากฏเปนเสนประดังรูปที่ 8.10 (ซาย) ใหคลิก
ซาย หากรูปทรงกลมไมปรากฏเปนเสนประ ในขณะทีย่ งั คงกดปุม E ใหกดปุม
Space bar (ปุม เวนวรรค) ซ้าํ จนกวารูปทรงกลมจะปรากฏเปนเสนประดังรูปที่ 8.10
(ซาย) แลวคลิกซาย จะปรากฏดังรูปที่ 8.10 (กลาง) ในการแกไขรัศมี เราสามารถทํา
ได 2 วิธคี อื วิธแี รกใหคลิกบนจุดกริป๊ สตรงจุดที่ 11 ใหแนใจวา
อยูใ นสถานะ
เปด เลือ่ นเคอรเซอรไปทางขวาเยือ้ งดานบนเล็กนอย
สังเกตุวา

รูปที่ 8.10

chap-08.PMD

123

12/10/2549, 21:43

124

จะตองปรากฏคามุม 90 องศา แลวพิมพคา สวนตางรัศมี 100 แลวกดปุม Q
(642+100=742) รัศมีของทรงกลมจะถูกปรับเปน 742 หนวยดังรูปที่ 8.10 (ขวา)
อีกวิธีหนึง่ ในขณะทีป่ รากฏจุดกริป๊ สบนรูปทรงกลมดังรูปที่
8.10 (กลาง) ใหคลิกขวา แลวเลือกคําสัง่ Properties เมือ่ ปรากฏ
หนาตาง Properties ดังรูปที่ 8.11 ใหปอ นคารัศมี 100 หนวยเขา
ไปในอิดิทบอกซ Radius รัศมี ของรูปทรงกลมจะถูกปรับเปน
100 หนวยดังรูปที่ 8.8 (ขวา)

2D Drafting

รูปที่ 8.11

Note

การแกไขโซลิดที่ผานการบันทึกประวัติมาแลว เราสามารถทําไดโดยการใหเลื่อนเคอรเซอรไปบน
เสนขอบของโซลิด ณ จุดทีต่ อ งการแกไข แลวกดปุม E คางไว หากโซลิดทีต่ อ งการแกไขไมปรากฏ
เปนเสนประ ในขณะทีย่ งั คงกดปุม E ใหกดปุม Space bar (ปุมเวนวรรค) ซ้ําจนกระทัง่ โซลิดทีต่ อ ง
การแกไขปรากฏเปนเสนประ แลวคลิกซาย โซลิดทีต่ อ งการแกไขก็จะถูกเลือก แลวคลิกบนจุดกริป๊ สเพือ่
เปลีย่ นแปลงขนาดไดตามตองการ ในบางกรณี เปนการยากทีจ่ ะเลือกโซลิดทีผ่ า นการใชคําสัง่ Subtract
หรือ Intersect ซึ่งบางครั้งเราอาจจะตองลองคลิกผิดคลิกถูกหลายครัง้ เนื่องจากเราไมสามารถมองเห็น
โซลิดทีผ่ า นการใชคําสัง่ ดังกลาวได ถึงแมวาเราไดลองกดปุม E คางไว แลวกดปุม Space bar แลว
ก็ตาม เราสามารถแกไขปญหานี้ได โดยการแสดงประวัติของโซลิดที่ถูกเลือกทั้งหมด โดยใชคําสั่ง
Modify4Properties แลวคลิกบนโซลิดที่ตองการแสดงประวัติ แลวเลือก Yes จากแถบรายการ
Show history ดังรูปที่ 8.4 ประวัตกิ ารใชคําสัง่ ทัง้ หมดเฉพาะของโซลิดทีถ่ กู เลือกจะปรากฏดังรูปที่ 8.12
หากตองการใหโซลิดทุกชิน้ ทีป่ รากฏบนพืน้ ทีว่ าดภาพแสดงประวัตกิ ารขึน้ รูปทัง้ หมด เราสามารถพิมพ
ตัวแปรระบบ SHOWHIST ผานบรรทัด Command: แลวกําหนดคา 2 ประวัติการใชคําสั่งทั้งหมดจะ
ปรากฏดังรูป ที่ 8.12 เชนเดียวกัน แตการกําหนดตัวแปรระบบ SHOWHIST = 2 นัน้ จะทําใหโซลิดทุกชิน้
ทีป่ รากฏบนพืน้ วาดภาพแสดงประวัตทิ ั้งหมด ซึง่ ทําใหยากตอการมองเห็น เราควรใชคําสัง่ Modify4
Properties แลวเลือก Yes จากแถบรายการ Show history ของโซลิดแตละชิ้นจะไมทําใหจอภาพ
ปรากฏเต็มไปดวยเสนโครงลวดจํานวนมากซึ่งเปนอุปสรรคตอการทํางาน เมื่อเราสามารถมองเห็น
ประวัตขิ องโซลิดทีผ่ า นการใชคําสั่ง Union, Subtract และ Intersect ทัง้ หมด เราก็สามารถกดปุม E
คางไว แลวคลิกบนโซลิดที่ตอ งการแกไขไดโดยงาย
รูปที่ 8.12

chap-08.PMD

124

12/10/2549, 21:43

125

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

8.5 การแกไขโซลิดโดยใชตวั เลขเขามาควบคุมขนาด
โซลิดเรขาคณิตพื้นฐานทุกประเภท อาทิ เชน Box, Wedge, Sphere, Cylinder, Cone, Torus และ
Pyramid สามารถใชตวั เลขเขามาควบคุมการเปลีย่ นแปลงขนาดได โดยใชคําสัง่ Modify4Properties
ซึง่ จะปรากฏหนาตาง Properties ดังรูปที่ 8.13 (ซาย) หากเราคลิกบนโซลิด จะปรากฏจุดกริป๊ สบน
โซลิดดังรูปที่ 8.13 (กลาง) บนหนาตาง Properties ก็จะแสดงขนาดของโซลิดทีถ่ กู เลือก ซึง่ สามารถ
แกไขเปลี่ยนแปลงขนาดตางๆ อาทิ เชน ความกวาง(Width) ความยาว(Length) ความสูง(Height)
รัศมี(Radius) เสนผาศูนยกลาง(Diameter) และอืน่ ๆ ของโซลิดทีถ่ กู เลือกไดทนั ที แตถาหากโซลิดผาน
การใชคําสั่ง Union, Subtract และ Intersect มาแลว เราจะตองกดปุม E คางไว แลวคลิกบนโซลิดที่
เปนสวนประกอบ จนกระทั่งปรากฏจุดกริ๊ปสบนโซลิดที่ตองการแกไขดังรูปที่8.13 (ขวา) เราจึงจะ
สามารถแกไขเปลีย่ นแปลงขนาดตางๆ ของโซลิดทีถ่ กู เลือกบนหนาตาง Properties ได

โซลิ ดเรขาคณิตพื้ นฐาน
ผานการ Union มาแลว
โซลิ ดเรขาคณิตพื้ นฐาน
รูปกลอง
รูปที่ 8.13

Note

ถึงแมวาโซลิดจะผานการใชคําสั่ง Union, Subtract และ Intersect มาแลวก็ตาม เราก็ยังสามารถเขาไป
แกไขโซลิดโดยใชตัวเลขเขามาควบคุมขนาดได แตก็มีขอแมวาตัวแปรระบบ SOLIDHIST ตองมีคา
เทากับ 1 ตามที่โปรแกรมกําหนดมาให แตถาโซลิดดังที่ยกตัวอยางมาขางตนถูกสรางขึ้นในขณะที่
ตัวแปรระบบ SOLIDHIST ถูกกําหนดใหมคี าเทากับ 0 (ศูนย) หรือถาโซลิดดังกลาวถูกลบประวัตดิ ว ย
คําสัง่ BREP หรือถูกแกไขจุดเวอรเทกซ (Vertex) เสนขอบ(Edge)หรือ ผิวหนา(Face) ความสามารถใน
การใช ตั วเลขเข ามาควบคุ มขนาดจะหมดไปในทั นที และจะไม สามารถเรี ยกคุ ณสมบั ติ ดั งกล าว
กลับคืนมาได

8.6 การปรับแตงจุดเวอรเทกซ(Vertex) เสนขอบ(Edge)และเฟส(Face)
ความสามารถในการแกไขปรับแตง เคลือ่ นยาย เปลี่ยนสเกลและหมุนจุดเวอรเทกซ เสนขอบ(Edge)
และผิวหนา(Face)ทําใหเราสามารถสรางโซลิดทีม่ รี ปู ทรงทีซ่ ับซอนไดในเวลาอันสัน้ ถึงแมวาโซลิด
จะผานการใชคําสัง่ Union, Subtract และ Intersect มาแลว เราก็ยงั สามารถเขาไปแกไขจุดเวอรเทกซ
เสนขอบ(Edge) และผิวหนา(Face)ของโซลิดทีเ่ ปนสวนประกอบยอยๆ ได แตหลังจากทีเ่ ราไดแกไข
จุดเวอรเทกซ เสนขอบ(Edge)หรือผิวหนา(Face)ของโซลิดแลว โซลิดชิน้ นัน้ จะสูญเสียความสามารถ
ในการใชแกไขโดยใชตวั เลขเขามาควบคุมตามทีไ่ ดกลาวไวในหัวขอ 8.5 ในทันที แตโซลิดทีเ่ ปนสวน
ประกอบยอยอืน่ ๆ ยังคงมีคณ
ุ สมบัตทิ สี่ ามารถใชตวั เลขเขามาควบคุมเชนเดิม

chap-08.PMD

125

12/10/2549, 21:43

126

Note

หลังจากที่เราไดแกไขจุดเวอรเทกซ(Vertex) เสนขอบ(Edge)หรือผิวหนา(Face) แถบรายการ History
บนหนาตาง Properties ของโซลิดทีถ่ กู แกไขจะปรากฏเปน None ในทันทีซงึ่ จะไมมีการบันทึกประวัติ

2D Drafting

รูปที่ 8.14

เวอรเทกซ (Vertex)

เส นขอบ(Edge)

ผิ วหน า (Face)

ถาพิจารณากลองสีเ่ หลีย่ มผืนผาดังรูปที่ 8.14 เราจะเห็นวาเวอรเทกซทถี่ กู เลือกของโซลิดจะปรากฏเปน
จุดกลมๆ เล็กๆ สีน้ําเงินอยูทมี่ มุ ตางๆ ซึ่งเปนจุดที่บรรจบกันระหวางเสนขอบและผิวหนาของโซลิด
ดังรูปที่ 8.14 (ซาย) สวนเสนขอบทีถ่ กู เลือกของโซลิดจะปรากฏเปนขีดเล็กๆ สีน้ําเงินอยูต รงกลางบน
เสนขอบของโซลิดดังรูปที่ 8.14 (กลาง) สวนผิวหนาทีถ่ ูกเลือกของโซลิดจะปรากฏเปนจุดกลมเล็กๆ
สีน้ําเงินอยูต รงกลางผิวหนาทีถ่ กู เลือกของโซลิดดังรูปที่ 8.14 (ขวา) ในการเลือกจุดเวอรเทกซ เสน
ขอบหรือผิวหนา เพื่อนํามาแกไขปรับแตงนั้น ใหกดปุม E คางไว แลวคลิกบนจุดเวอรเทกซหรือ
คลิ กบนเส น ขอบหรื อคลิ ก บนผิ วหน าที่ ต องการเลื อก หากต องการเลื อกจุ ดเวอร เทกซ หลายๆ

กอ น
หลัง
Move Vertex

กอ น
หลัง
Scale Vertex

กอ น
หลัง
Rotate Vertex

กอ น
หลัง
Move Edge

กอ น
หลัง
Scale Edge

กอ น
หลัง
Rotate Edge

กอ น

กอ น
หลัง
Rotate Face

กอ น
หลัง
Move Face

chap-08.PMD

126

รูปที่ 8.15

Scale Face

หลัง

12/10/2549, 21:43

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

127

จุดหรือเลือกเสนขอบหลายๆ เสนหรือเลือกผิวหนาหลายๆ ผิวหนา
เราสามารถกดปุม E คางไว แลวคลิกบนจุดเวอรเทกซหรือเสนขอบ
หรือผิวหนาอืน่ ๆ ตอไปไดตามตองการ เมือ่ จุดเวอรเทกซจดุ เดียวหรือ
หลายจุดถู กเลือกหรือเมื่ อเส นขอบเส นเดี ยวหรือหลายเสนถูกเลือก
หรือเมื่อผิวหนาเดียว หรือหลายผิวหนาถูกเลือกแลว เราสามารถทีจ่ ะ
ใชคําสัง่ Modify4Move , Modify4Rotate และ Modify4Scale
เพือ่ จัดการกับจุดเวอรเทกซ กลุม ของจุดเวอรเทกซ เสนขอบ กลุม
ของเสนขอบ ผิวหนาหรือกลุม ของผิวหนาทีถ่ ูกเลือก เพือ่ เปลี่ยนแปลง
รูปทรงของโซลิดไดดงั รูปที่ 8.15

รูปที่ 8.16

Note

หากเราตองการเลือกจุดเวอรเซอรของโซลิด แตปรากฏวาเมือ่ เราคลิกบนโซลิดจะปรากฏจุดกริป๊ สตรงจุด
เวอรเทกซทเี่ ราตองการปรับแตงพอดี จึงทําใหเราไมสามารถคลิกซ้าํ เพือ่ เลือกจุดเวอรเทกซทซี่ อ นทับกับ
จุดกริป๊ สได เราสามารถยกเลิกจุดกริ๊ปสทงั้ หมดและจุดกริป๊ สทซี่ อนทับกับจุดเวอรเทกซ ซึง่ ใชเปนจุด
ในการใชตวั เลขควบคุมขนาดของโซลิดใหหายไปจากโซลิดได โดยในขณะทีเ่ ราเลือกโซลิดทีเ่ ปนโซลิด
หลักหรือโซลิดที่เปนสวนประกอบยอยจนกระทั่งปรากฏจุดกริ๊ปส ดังรูปที่ 8.16 อยูนนั้ ใหพิมพคําสั่ง
BREP ผานบรรทัด Command: จุดกริป๊ สทสี่ ามารถใชตวั เลขปรับขนาดโซลิดจะถูกยกเลิกออกไปจาก
โซลิด เราก็สามารถกดปุม E คางไว แลวเลือกจุดเวอรเทกซที่ตองการแกไขปรับแตงได

Note

เรานิยมเรียกจุดเวอรเทกซ(Vertex) เสนขอบ(Edge)และผิวหนา(Face)วาซับออฟเจกท(Sub object)

Note

ในการเคลื่อนยายซับออฟเจกทดวยคําสั่ง Modify4Move หรือ Modify43D Operations43D
Move
เรามักตองการที่จะกําหนดระยะที่แมนยําดวยเสมอๆ ดังนั้น เราจะตองแนใจวา
อยูใ นสถานะเปดเสมอ เนือ่ งจาก Polar จะชวยบังคับใหซับออฟเจกทการเคลือ่ นยายใหอยูใ นแนวแกน
0, 90, 180 และ 270 องศา อีกประการหนึง่ เราสามารถ ใช Polar เพือ่ บังคับซับออฟเจกทใหเคลือ่ นทีข่ นึ้
หรือลงตามแนวดิ่งหรือแนวแกน Z ได นอกจากนี้ เรายังสามารถกําหนดระยะในการเคลื่อนยายที่
แมนยําได โดยเพียงคลิกบนซับออฟเจกท แลวเลื่อนเคอรเซอรไปตามทิศทางที่ตองการเคลื่อนยาย
แลวพิมพคา ระยะออฟเซทจากขนาดเดิม แลวกดปุม Q เทานัน้ ในการหาคาระยะออฟเซท เราพียง
นําขนาดใหมลบดวยขนาดเดิมเทานัน้ ตัวอยาง เชน หากเรามีกลองสีเ่ หลีย่ มจัตรุ สั ขนาด 500x500x500
หนวย3 ดังรูปที่ 8.17 (ซาย) ถาตองการเคลื่อนยายเสนขอบลางไปทางขวาตามแนวแกน +X ใหมคี วาม
ยาวเพิ่มขึ้นเปน 1000 หนวยดังรูปที่ 8.17 (ขวา) เมื่อกดปุม E แลวคลิกบนเสนขอบลางของกลอง
ดังรูปที่ 8.17 (ซาย) ใหเลื่อนเคอรเซอรไปตามแนว แกน +X เมื่อปรากฏ
แสดง
คามุม 0 องศา ใหพิมพระยะออฟเซท 500 แลว กดปุม Q เสนขอบจะถูกเคลื่อนยายไปตามแกน
X มีระยะ 500 หนวย มีผลทําใหความยาวของกลองมีคาเปน 1000 หนวยตามที่เราตองการดังรูปที่
8.17 (ขวา) วิธีนี้จะชวยใหเราสามารถควบคุมการเคลื่อนยายซับออฟเจกทไดอยางแมนยํา เพื่อใหได
ขนาดทีแ่ นนอน

รูปที่ 8.17

chap-08.PMD

127

12/10/2549, 21:43

128

ในขณะทีเ่ รากําลังเคลือ่ นยายหรือหมุนซับออฟเจกท(Sub objects)อยูน นั้ หากเรากดปุม E จะทําให
เกิดผลของกับซับออฟเจกทในรูปแบบทีแ่ ตกตางกัน จากรูปที่ 8.18 (แถวบนสุด) แสดงใหเห็นวาการ
เคลื่อนยายจุดเวอรเทกซเพียงจุดเดียวขึน้ ในแนวดิ่ง หากไมกดปุม E จุดเวอรเทกซที่ถูกเลือกเพียง
จุดเดียวจะถูกเคลื่อนยายขึ้นในแนวดิ่ง หากกดปุม E จุดเวอรเทกซอื่นๆ ที่อยูบนระนาบเดียวกัน
จะถูกเคลือ่ นยายขึน้ โดยรักษาระนาบเดิมไวดว ย สวนการเคลือ่ นยายเสนขอบขึน้ ในแนวดิ่งมีหลักการ
เชนเดียวกัน จากรูปที่ 8.18 (แถวที่สอง) หากไมกดปุม E เสนขอบจะถูกเคลื่อนยายขึ้นในแนวดิ่ง
โดยจะรักษาความยาวเดิมของเสนขอบ หากกดปุม E เสนขอบจะถูกเคลื่อนยายขึน้ ในแนวดิง่ โดย
รักษามุมเอียงของระนาบดานขาง ทําใหเสนขอบมีขนาดเล็กลงตามความสูงทีม่ ากขึน้ หากกดปุม E
ตอไป เสนขอบจะถูกเคลื่อนยายขึ้นในแนวดิ่งโดยจะรักษาความยาวเดิมของเสนขอบ แตจะไมปรับ
ผิวหนาดานขางใหราบเรียบ จากรูปที่ 8.18 (แถวที่สาม) การเคลื่อนยายผิวหนาก็มีลักษณะเดียวกัน
จากรูปที่ 8.18 (แถวที่สุดทาย) เปนการหมุนผิวหนา โดยกดปุม E และไมกดปุม E

Note

2D Drafting

รูปที่ 8.18

Move Vertex

ไมกดปุม E

Move Edge

ไมกดปุม E

กดปุม E 1 ครัง้

กดปุม E 2 ครัง้

Move Face

ไมกดปุม E

กดปุม E 1 ครัง้

กดปุม E 2 ครัง้

3DRotate Face

chap-08.PMD

กดปุม E 1 ครัง้

128

ไมกดปุม E

กดปุม E 1 ครัง้

12/10/2549, 21:43

129

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

ในการใชคําสัง่ Modify4Move , Modify4Rotate และ Modify4Scale กับซับออฟเจกทนนั้
ในขณะที่ซับออฟเจกทกําลังถูกเลือก เราสามารถคลิกขวาบนพื้นที่วาดภาพ จะปรากฏช็อทคัทเมนู
เราสามารถเรียกคําสั่ง Move, Rotate และ Scale จากช็อทคัทเมนู เพื่อจัดการกับซับออฟเจกทได

Note

8.7 Modify4Solids Editing4Extrude faces | SOLIDEDIT |
ใชคําสัง่ นีส้ ําหรับเพิม่ ความหนาของผิวหนา(Faces)ใหกับโซลิด นอกจากจะเพิม่ ความหนาไดแลว ยัง
สามารถกําหนดมุมเรียวของผิวหนาทีย่ ื่นออกไปไดอกี ดวย เราสามารถใชคําสัง่ นี้ในการเพิม่ หรือลด
ขนาดของดานตางๆ ของโซลิดไดตามตองการดังรูปที่ 8.19

รูปที่ 8.19

กอ น

Command: _solidedit

Height = 200
Taper = 0

หลัง

Height = 200
Taper = 15

หลัง

{จากรูปที่ 8.19 (ซาย) }

Solids editing automatic checking: SOLIDCHECK=1
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>: _face
Enter a face editing option
[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>: _extrude

{คลิกภายในขอบเขตของผิวหนาทีต่ อ งการเลือก
ตรงจุดที่ 1 หรือคลิกบนเสนขอบของผิวหนาทีต่ อ งการเพิม่ ความหนาตรงจุดที่ 2 หากใชวธิ หี ลังจะมี
ผิวหนา 2 ผิวหนาทีม่ เี สนขอบรวมกันถูกเลือกมาดวย ผิวหนาทีถ่ กู เลือกจะเปนเสนประ}
Select faces or [Undo/Remove/ALL]: R {พิมพ R เพือ
่ นําผิวหนาทีไ่ มตอ งการออกหรือพิมพ A เพือ่ เลือก
ผิวหนาทัง้ หมดหรือพิมพ U เพือ่ ยกเลิกผิวหนาทีถ่ กู เลือกทัง้ หมด ในทีน่ ใี้ หพมิ พ R}
Remove faces or [Undo/Add/ALL]: 2 faces found, 1 removed. {คลิกบนเสนขอบทีเ่ ปนเสนประ
ของผิวหนาทีต่ อ งการนําออกจากการถูกเลือก}
Remove faces or [Undo/Add/ALL]: {คลิกขวาหรือQ เพือ
่ ออกจากโหมดการนําผิวหนาออก}
Specify height of extrusion or [Path]: 200 {กําหนดคาความหนาหรือพิมพ P เพือ
่ ใชวตั ถุ 2 มิตเิ ปน
ทางเดินในการเพิม่ ความหนา อาทิ เชน LINE, PLINE, SPLINE เปนตน}
Specify angle of taper for extrusion <0>: 15 {กําหนดมุมเรียว 15 องศา}
Select faces or [Undo/Remove]: 2 faces found.

Enter a face editing option
[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>:
Solids editing automatic checking: SOLIDCHECK=1
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>:

chap-08.PMD

{คลิกขวาหรือQ}

{คลิกขวาหรือQ}

Note

หากเราใชคาของความหนา(Extrusion)เปนคาลบผิวหนาจะยุบหรือหดตัวไปในทิศทางตรงกันขาม

Note

คําสัง่ นี้จะทําใหผวิ หนามีความหนาเพิม่ ขึ้นตามแนวแกนที่ตง้ั ฉากกับผิวทีถ่ ูกเลือกเทานั้น

129

12/10/2549, 21:43

130

Note

ในขณะทีป่ รากฏขอความ Select faces or [Undo/Remove]: เพือ่ ใหเราเลือกผิวหนา หากตองการเลือกผิว
หนาเดียว ใหคลิกบนพื้นทีว่ างภายในขอบเขตของผิวหนาทีต่ อ งการเลือก หากตองการเลือก 2 ผิวหนา
ใหคลิกบนเสนขอบของผิวหนาทั้งสองทีม่ ีเสนขอบรวมกัน หากเลือกผิวหนาผิด ใหพิมพ R เพื่อเขาสู
โหมดนําผิวหนาออก และในขณะที่อยูใ นโหมด Remove faces หากตองการกลับไปเลือกผิวหนาเพิ่ม
เติม ใหพิมพ A เราสามารถเลือกเพิ่มหรือเลือกผิวหนาออก โดยที่ไมตองออกจากคําสั่ง

2D Drafting

8.8 Modify4Solids Editing4Move faces | SOLIDEDIT |
ใชคําสั่งนี้สําหรับเคลื่อนยายผิวหนา(Faces)ของโซลิดไปยังตําแหนงใหมตามระยะทางที่ กําหนด
ดังรูปที่ 8.20

รูปที่ 8.20

กอ น
Command: SOLIDEDIT

{จากรูปที่ 8.20 (ซาย) ใหแนใจวา

Move Distance = 400

หลัง

) อยูใ นสถานะเปด}}

Solids editing automatic checking: SOLIDCHECK=1
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>: f
Enter a face editing option
[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>: m

{คลิกภายในขอบเขตของผิวหนาทีต่ อ งการเลือก
ตรงจุดที่ 1 หรือคลิกบนเสนขอบของผิวหนาตรงจุดที่ 2 หากตองเลือก 2 ผิวหนาทีม่ เี สนขอบรวมกัน
ผิวหนาทีถ่ กู เลือกจะเปนเสนประ}
Select faces or [Undo/Remove/ALL]: {คลิกขวาหรือQ หรือพิมพ R แลวเลือกผิวหนาทีไ่ ม
ตองการออกจากกลุม ของวัตถุทถี่ กู เลือก}
Specify a base point or displacement: {คลิก ณ จุดใดๆ เพือ
่ กําหนดจุดฐานของการเคลือ่ นยาย}
Specify a second point of displacement: 400 {พิมพคา รีเลทีฟโพลารคอรออรดเิ นทของ
ระยะทางและมุมทีต่ อ งการเคลือ่ นยายหรือเลือ่ นเคอรเซอรไปตามแนวแกน -Y เมือ่ ปรากฏเวคเตอร
ใหพมิ พ 400 แลวกดปุม Q }
Select faces or [Undo/Remove]: 1 face found.

Enter a face editing option

[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>: {คลิกขวาหรือQ}
Solids editing automatic checking: SOLIDCHECK=1
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>:

Note

{คลิกขวาหรือQ}

การกําหนด Base point or displacement และ Second point of displacement เหมือนกับการใชคําสั่ง
MOVE ใน 2 มิติ

8.9 Modify4Solids Editing4Offset faces | SOLIDEDIT |
ใชคําสั่งนี้สําหรับออฟเซทผิวหนาตามระยะที่ กําหนด แตคําสั่งนี้สามารถรักษาความสัมพันธของ
ระนาบเอียงใหคงทีเ่ สมอดังรูปที่ 8.21

chap-08.PMD

130

12/10/2549, 21:43

131

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

รูปที่ 8.21

กอ น

Offset Distance = 300

หลัง

Command: _solidedit
Solids editing automatic checking: SOLIDCHECK=1
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>: _face
Enter a face editing option
[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>: _offset

{คลิกภายในขอบเขตของผิวหนาทีต่ อ งการเลือก
ตรงจุดที่ 1 หรือคลิกบนเสนขอบของผิวหนาตรงจุดที่ 2 หากเลือกจุดที่ 2 ผิวหนาอีกดานหนึง่ ทีม่ เี สน
ขอบรวมกันจะถูกเลือกดวย จะปรากฏเปนเสนประ}
Select faces or [Undo/Remove/ALL]: {คลิกขวาหรือQ หรือพิมพ R เพือ
่ เลือกผิวหนาทีไ่ มตอ งการ
ออก}
Specify the offset distance: 300 {กําหนดระยะออฟเซท 300 หนวย}
Select faces or [Undo/Remove]: 1 face found.

Enter a face editing option

[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>: {คลิกขวาหรือQ}
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>:

{คลิกขวาหรือQ}

8.10 Modify4Solids Editing4Delete faces | SOLIDEDIT |
ใชคาํ สัง่ นีส้ ําหรับลบผิวหนาทีเ่ ปนสวนประกอบภายในออกจากโซลิด อาทิ เชน รูเจาะ(Hole) ลบมุมโคง
(Fillet)และลบมุมตัด(Chamfer) ดังรูปที่ 8.22
Fillet
Chamfer

กอ น

Hole

รูปที่ 8.22

หลัง

Command: _solidedit
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>: _face
Enter a face editing option
[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>: _delete

{คลิกภายในขอบเขตของผิวหนาทีต่ อ งการเลือก
หรือคลิกบนเสนขอบของผิวหนา หากตองเลือก 2 ผิวหนาทีม่ เี สนขอบรวมกัน}
Select faces or [Undo/Remove/ALL]: {คลิกขวาหรือQ หรือพิมพ R เพือ
่ เลือกผิวหนา
ทีไ่ มตอ งการออก}

Select faces or [Undo/Remove]: 1 face found.

Enter a face editing option

[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>:{คลิกขวาหรือQ}

chap-08.PMD

131

12/10/2549, 21:43

132

Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>:

ผิวหนาทีถ่ กู เลือกจะถูกลบทิง้ ไป}

{คลิกขวาหรือQ

2D Drafting

8.11 Modify4Solids Editing4Rotate faces | SOLIDEDIT |
ใชคําสั่งนี้สําหรับหมุนผิวหนาหรือกลุมของผิวหนาที่เปนสวนประกอบของโซลิดรอบแกนหมุนที่
กําหนดดังรูปที่ 8.23

Rotate Face = 90°

รูปที่ 8.23

กอ น
Command: _solidedit

หลัง

{จากรูปที่ 8.23 (ซาย) }

Solids editing automatic checking: SOLIDCHECK=1
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>: _face
Enter a face editing option
[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>: _rotate

{คลิกเสนขอบจุดที่ 1}
{คลิกเสนขอบจุดที่ 2}
Select faces or [Undo/Remove/ALL]: 2 faces found. {คลิกเสนขอบจุดที่ 3}
Select faces or [Undo/Remove/ALL]: 2 faces found. {คลิกเสนขอบจุดที่ 4}
Select faces or [Undo/Remove/ALL]: R {พิมพ R เพือ
่ เลือกผิวหนาทีเ่ ลือกเกินออก}
Remove faces or [Undo/Add/ALL]: 2 faces found, 1 removed. {คลิกเสนขอบจุดที่ 5}
Remove faces or [Undo/Add/ALL]: {คลิกขวาหรือQ เพือ
่ ออกจากโหมด Remove}
Specify an axis point or [Axis by object/View/Xaxis/Yaxis/Zaxis] <2points>: X
{กําหนดแกนสําหรับหมุนผิวหนา โดยคลิกเพือ่ กําหนดจุด 2 จุดหรือพิมพ A เพือ่ ใชวตั ถุ 2 มิตหิ รือพิมพ
View เพือ่ หมุนรอบวิวพอรทหรือพิมพ X เพือ่ หมุนรอบแกน X หรือพิมพ Y เพือ่ หมุนรอบแกน Y หรือ พิมพ Z
เพือ่ หมุนรอบแกน Z ในทีน่ ี้ ใหพมิ พ X แลวกดปุม Q}
Specify the origin of the rotation <0,0,0>: M2P {พิมพ M2P เพือ
่ หาจุดกึง่ กลางระหวางจุด 2 จุด}
First point of mid: {เลือ
่ นเคอรเซอรไปยังจุดที่ 1 เมือ่ ปรากฏมารคเกอร คลิกซาย }
Second point of mid: {เลือ
่ นเคอรเซอรไปยังจุดที่ 3 เมือ่ ปรากฏมารคเกอร คลิกซาย เราจะไดจดุ ศูนยกลาง
ในการหมุนอยูต รงกลางระหวางจุดที่ 1 และจุดที่ 3 }
Specify a rotation angle or [Reference]: 90 {กําหนดมุมของการหมุนหรือพิมพ R
เพือ่ กําหนดมุมอางอิง ในทีน่ พี้ มิ พ 90 แลวกดปุม Q}
Select faces or [Undo/Remove]: 2 faces found.

Select faces or [Undo/Remove/ALL]: 2 faces found.

Enter a face editing option

[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>: {คลิกขวาหรือQ}
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>:

ผิวหนาของโซลิดทีถ่ กู เลือกจะถูกหมุนตามองศาทีร่ ะบุดงั รูปที่ 8.23 (ขวา)}

Note

chap-08.PMD

{คลิกขวาหรือQ

หากเลือกตัวเลือก Axis by object เราสามารถใชแกนของ Line, Circle, Arc, Ellipse, 2D polyline, 3D
polyline, Spline เปนแกนในการหมุนผิวหนา

132

12/10/2549, 21:43

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

133

8.12 Modify4Solids Editing4Taper faces | SOLIDEDIT |
ใชคําสั่งนีส้ ําหรับสรางมุมเรียวใหกับผิวหนาทีถ่ ูกเลือกดังรูปที่ 8.24

รูปที่ 8.24

กอ น
Command: _solidedit

หลัง

{จากรูปที่ 8.24 (ซาย) }

Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>: _face
Enter a face editing option
[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>: _taper

{คลิกภายในขอบเขตของผิวหนาทีต่ อ งการเลือก
หรือคลิกบนเสนขอบของผิวหนา จนกระทัง่ ผิวหนาทีต่ อ งการสรางมุมเรียวทัง้ หมดเปนเสนประ
ในทีน่ คี้ ลิกบนเสนขอบจุดที่ 1, 2, 3, 4}
Select faces or [Undo/Remove/ALL]: {คลิกขวาหรือQ หรือพิมพ R เพือ
่ เลือกผิวหนา
ทีเ่ ลือกเกินออก}
Specify the base point: {กําหนดแกนของมุมเรียว โดยคลิก ณ จุดฐานของมุมเรียว ในทีน
่ คี้ ลิกจุดที่ 5}
Specify another point along the axis of tapering: {คลิกอีกจุดหนึง่ ของแกนของมุมเรียว
ในทีน่ คี้ ลิกจุดที่ 6}
Specify the taper angle: 15 {พิมพตวั เลข 15 เพือ
่ กําหนดคามุมเรียว}
Select faces or [Undo/Remove]: 1 face found.

Enter a face editing option

[Extrude/Move/Rotate/Offset/Taper/Delete/Copy/coLor/mAterial/Undo/eXit] <eXit>:{คลิกขวาหรือQ}
Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>: {คลิกขวาหรือQผิวหนาของ

โซลิดทีถ่ กู เลือกจะถูกทําใหเรียวตามองศาทีร่ ะบุตามแกนมุมเรียวทีก่ าํ หนดดังรูปที่ 8.24 (ขวา)}

8.13 Modify4Solids Editing4Color faces | SOLIDEDIT |
ใชคําสัง่ นีส้ ําหรับเปลีย่ นสีใหกบั ผิวหนา(Faces) เมือ่ ใชคําสัง่ นีจ้ ะปรากฏขอความ Select faces or
[Undo/Remove]: ใหคลิกบนผิวหนาทีต่ อ งการกําหนดสีใหแตกตางจากสีของโซลิด ในทีน่ คี้ ลิกผิวหนา
จุดที่ 1, 2 และเสนขอบจุดที่ 3 แลวพิมพ R เพือ่ เขาสูโ หมด Remove แลวคลิกเสนขอบจุดที่ 4 แลวคลิก
ขวาหรือ Q จะปรากฏไดอะล็อค Select color ขึ้นมาบนจอภาพ เราสามารถเลือกสีจากตาราง
AutoCAD Color Index หรือ True Color ไดตามตองการดังรูปที่ 8.25

กอ น

chap-08.PMD

133

รูปที่ 8.25

หลัง

12/10/2549, 21:43

134

8.14 Modify4Solids Editing4Copy faces | SOLIDEDIT |

2D Drafting

ใชคําสัง่ นีส้ ําหรับคัดลอกผิวหนา(Faces)ออกมาจากโซลิด ถาผิวหนาที่ถกู คัดลอกออกมาเปนผิวหนา
เรียบ ผิวหนานั้นจะกลายเปนรีเจี้ยน(Region) ซึ่ งเราสามารถนําไปใชในการขึ้นรูปโซลิดตอไปได
แตถา ผิวหนาทีถ่ กู คัดลอกออกมามีสว นโคงเวา ผิวหนานัน้ จะกลายเปนเซอรเฟส(Surface)ดังรูปที่ 8.26

กอ น

Note

รูปที่ 8.26

หลัง

การคัดลอกผิวหนาเหมือนกับการใชคําสัง่ Modify4Copy ธรรมดา เราจะตองเลือก Faces ที่ตอ ง
การคัดลอก แลวกําหนดจุด base point or displacement: และเลื่อนเคอรเซอรไปยังตําแหนงใหม
เพื่อกําหนดจุด second point of displacement: เชนเดียวกัน

8.15 Modify4Solids Editing4Color edges | SOLIDEDIT |
ใชคําสัง่ นีส้ ําหรับเปลีย่ นสีใหกบั เสนขอบ(Edges) เมือ่ ใชคําสัง่ นีจ้ ะปรากฏขอความ Select edges or
[Undo/Remove]: ใหคลิกบนเสนขอบทีต่ อ งการกําหนดใหแตกตางจากสีของโซลิด แลวคลิกขวาหรือ
Q จะปรากฏไดอะล็อค Select color ขึ้นมาบนจอภาพ เราสามารถเลือกสีจากตาราง AutoCAD
Color Index หรือ True Color ไดตามตองการ

8.16 Modify4Solids Editing4Copy edges | SOLIDEDIT |
ใชคําสัง่ นีส้ ําหรับคัดลอกเสนขอบ(Edges)ออกมาจากโซลิด เสนขอบทีถ่ กู คัดลอกออกมาจะกลายเปน
เสนตรง Line และเสนโคง Arc

กอ น

Note

chap-08.PMD

รูปที่ 8.27

หลัง

การคัดลอกเสนขอบ(Edge)เหมือนกับการใชคําสัง่ Modify4Copy ธรรมดา เราจะตองเลือก Edges
ทีต่ อ งการคัดลอก แลวกําหนดจุด base point or displacement: และเลื่อนเคอรเซอรไปยังตําแหนงใหม
เพื่อกําหนดจุด second point of displacement: เชนเดียวกัน

134

12/10/2549, 21:43

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

135

8.17 Modify4Solids Editing4Imprint | SOLIDEDIT |

|

ใชคาํ สัง่ นีส้ ําหรับฝงวัตถุลงบนโซลิด เพือ่ เตรียมพรอมสําหรับการสรางผิวหนาใหม วัตถุทสี่ ามารถนํามา
ฝงลงบนพืน้ ผิวของโซลิดคือ Arc, Circle, Line, 2D and 3D Polyline, Ellipse, Spline, Region, Body
และ 3D solid วัตถุทนี่ ํามาฝงลงบนโซลิด จะตองมีสว นตัดกับผิวหนาหนึง่ หรือหลายผิวหนาของโซลิด
ทีถ่ กู เลือก เราสามารถทีจ่ ะใชวตั ถุทถี่ กู ฝงลงบนโซลิด เพือ่ สรางสวนประกอบตอไปของโซลิดไดดงั
รูปที่ 8.28

(1)

Note

(2)

(3)

(4)

(5)

(6)

(7)

(8)

(9)

รูปที่ 8.28

จากรูปที่ 8.28 (1) ใชคําสัง่ Draw4Line เขียนเสนตรงจากจุดที่ 1 ไปยังจุดที่ 2 (ใชออฟเจกทสแนป
(Mid point) ทัง้ สองจุด แลวเรียกคําสั่ง Modify4Solid Editing4Imprint เมือ่ ปรากฏขอความ
Select a 3D solid: ใหคลิกบนโซลิดจุดที่ 3 จะปรากฏขอความ Select an object to imprint: ใหคลิกลงบน
วัตถุ 2 มิตทิ ตี่ อ งการนํามาฝงลงบนพื้นผิวของโซลิดตรงจุดที่ 4 ผิวหนาจะถูกแบงออกเปน 2 สวนเทาๆ
กันดังรูป 8.28 (3) เมื่อผิวหนาถูกแบงแลว เราก็สามารถกดปุม E คางไว แลวคลิกเสนขอบจุดที่ 5
จะปรากฏจุดกริป๊ สตรงจุดที่ 6 เลือ่ นเคอรเซอรขนึ้ ในแนวดิง่ แลวคลิกซาย เสนขอบจะถูกเคลือ่ นยายขึน้
ดังรูปที่ 8.28 (5) ใชคําสั่ง Draw4Line เขียนเสนตรงจากจุดที่ 7 ไปยังจุดที่ 8 (ใชออฟเจกทสแนป
(End point) ทัง้ สองจุด แลวเรียกคําสั่ง Modify4Solid Editing4Imprint เมือ่ ปรากฏขอความ
Select a 3D solid: ใหคลิกบนโซลิดจุดที่ 9 จะปรากฏขอความ Select an object to imprint: คลิกบน
โซลิดจุดที่ 10 ผิวหนาจะถูกแบงออกเปน 2 สวนดังรูป 8.28 (8) กดปุม E คางไว แลวคลิกจุดที่ 11
เลื่ อนเคอรเซอรไปตามสันของโซลิดแลวพิมพระยะออฟเซทหรือคลิกซายเมื่ อไดขนาดที่ตองการ
จะปรากฏดังรูปที่ 8.28 (9) สังเกตุวา เราสามารถใชคําสัง่ นีใ้ นการแบงผิวหนา เพือ่ ทีจ่ ะสามารถปรับแตง
ซับออฟเจกทไดตามตองการ

8.18 Modify4Solids Editing4Clean | SOLIDEDIT |
ใชคําสัง่ นีส้ ําหรับลางวัตถุออกจากโซลิด

chap-08.PMD

135

12/10/2549, 21:43

136

Note

เมื่อใชคําสั่งนี้จะปรากฏขอความ Select a 3D solid: ใหคลิกลงบนโซลิดที่ตองการ วัตถุทั้งหมดจะ
ถูกลบออกจากโซลิด คําสั่งนีจ้ ะไมลบวัตถุ Imprint ที่ฝง ตัวบนโซลิด เหมือนในเวอรชนั่ กอนๆ

2D Drafting

8.19 Modify4Solids Editing4Seperate | SOLIDEDIT |
ใชคําสัง่ นี้สําหรับแยกโซลิดทีไ่ มมปี ริมาตรรวมกันออกจากการเปนโซลิดชิน้ เดียวกันดังรูปที่ 8.29

กอ น

Note

รูปที่ 8.29

หลัง

เราจะสังเกตุเห็นวากอนการใชคําสัง่ นี้ เมือ่ เราคลิกบนโซลิดชิ้นใดชิน้ หนึง้ โซลิดอีกชิ้นจะถูกเลือกดวย
เนือ่ งจากเปนโซลิดชิน้ เดียวกัน แตไมไดมปี ริมาตรรวมกัน แตหลังจากใชคําสัง่ นีแ้ ลว เมือ่ คลิกบนโซลิด
ชิน้ ใดชิน้ หนึง้ โซลิดอีกชิน้ จะไมถูกเลือกดวย เนื่องจากโซลิดแตละชิน้ แยกเปนอิสระตอกันแลว

8.20 Modify4Solids Editing4Shell | SOLIDEDIT |
ใชคําสัง่ นีส้ ําหรับสรางผนังหรือเปลือกตามความหนาทีร่ ะบุใหกบั โซลิดทีถ่ กู เลือก โดยทีผ่ วิ หนาจะถูก
สราง โดยมีระยะออฟเซทหางจากผิวหนาดานนอกหรือดานในจากผิวหนาของโซลิดทีถ่ ูกเลือก

กอ น
Command: _solidedit

รูปที่ 8.30

หลัง

{จากรูปที่ 8.30 (ซาย) }

Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>: _body
Enter a body editing option [Imprint/seParate solids/Shell/cLean/Check/Undo/eXit] <eXit>: _shell

{คลิกบนโซลิด 3 มิตทิ ตี่ อ งการสรางเปลือกตรงจุดที่ 1 ผิวหนาทัง้ หมดจะถูกเลือก}
{ในกรณีทต่ี อ งการไมใหมเี ปลือก
หรือผนังในบางสวนของโซลิด เราจะตองเลือกผิวหนานัน้ ออก โดยคลิกบนผิวหนาทีต่ อ งการเลือกออกหรือ
คลิกบนเสนขอบของผิวหนานัน้ ในทีน่ ี้ คลิกบนผิวหนาตรงจุดที่ 2 เราจะตองแนใจวาปรากฏขอความ 1
faces found, 1 removed ดวย มิฉะนัน้ ผิวหนาจะไมถกู เลือกออก}
Remove faces or [Undo/Add/ALL]: A {เมือ
่ เราเลือกผิวหนาออก อาจมีผวิ หนาทีเ่ ราไมตอ งการเลือกออก
ติดไปดวย เราสามารถเลือกผิวหนาเพิม่ เติม โดยพิมพ A}
Select a 3D solid:

Remove faces or [Undo/Add/ALL]: 1 faces found, 1 removed.

chap-08.PMD

136

12/10/2549, 21:43

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

137

{คลิกบนผิวหนาทีต่ อ งการเลือกเพิม่ }
{คลิกขวาหรือQ}
Enter the shell offset distance: 50 {พิมพคา ความหนา 50 หนวยของผนังหรือเปลือก}
Select faces or [Undo/Remove/ALL]: 2 faces found.

Select faces or [Undo/Remove/ALL]:
Enter a body editing option

[Imprint/seParate solids/Shell/cLean/Check/Undo/eXit] <eXit>:

{คลิกขวาหรือQ}
{คลิกขวาหรือQ}

Enter a solids editing option [Face/Edge/Body/Undo/eXit] <eXit>:

Note

โดยปกติโปรแกรมจะสรางผนังขึน้ มาทุกดานของโซลิดโดยอัตโนมัติ หากตองการใหดานใดดานหนึง่
กลวงดังตัวอยางในรูปที่ 8.30 (ขวา) ในบรรทัด Remove faces เราจะตองเลือกผิวหนาดานนั้นออก
แตหากเราคลิกที่ผวิ หนา อาจจะมีผิวหนาดานที่ไมตอ งการนําออกติดไปดวยเสมอๆ ดังนั้น เราจะตอง
พยายามหาจุดที่เหมาะสมที่จะใหเมาสคลิกโดยไมใหผิวหนาที่ตองการถูกเลือกออก อยางไรก็ตาม
หากผิวหนาถูกเลือกออก เราก็สามารถใชตวั เลือก Add เพือ่ เพิม่ ผิวหนาทีต่ อ งการเลือกกลับเขาไปใหมได

8.21 Modify4Solids Editing4Check | SOLIDEDIT |
ใชคาํ สัง่ นีส้ าํ หรับตรวจสอบความถูกตองของโซลิด 3 มิตวิ า ยังคงเปน ACIS โซลิดทีถ่ กู ตองหรือไม หาก
ใชคําสัง่ นี้ จะปรากฏขอความ This object is a valid ShapeManager solid. แสดงวาโซลิดมีความถูกตอง
และไมมขี อผิดพลาด
Note

โดยปกติทุกครั้งที่มีการใชคําสั่ง Extrude faces, Move faces และคําสั่งอื่นๆ จะมีการตรวจสอบความ
ถูกตองของโซลิดทีถ่ กู เลือกอยูเ สมอโดยอัตโนมัติ เพราะตัวแปรระบบ SOLIDCHECK ถูกตัง้ คาไวเทากับ
1 ซึง่ หมายถึงใหมกี ารตรวจสอบความถูกตองของโซลิดโดยอัตโนมัติ

8.22 Modify4Fillet | FILLET | F |
คําสัง่ นีป้ กติใชในการลบมุมโคงใน 2 มิติ แตเราสามารถใชคําสัง่ นีใ้ นการลบมุมโคงตามเสนขอบของ
โซลิด 3 มิติ เพือ่ ใหเกิดมุมโคงมนได โดยมีวธิ กี ารใชคําสัง่ ดังนี้

กอ น
Command: _fillet

รูปที่ 8.31

{จากรูปที่ 8.31 (ซาย) }

Current settings: Mode = TRIM, Radius = 0.0000

chap-08.PMD

137

หลัง

{รายงานรัศมีใชงาน = 0 หนวย}

12/10/2549, 21:43

138

{พิมพตวั เลือก R เพือ่ กําหนดรัศมี}
50 {กําหนดคารัศมีสว นโคง 50 หนวย}
Select an edge or [Chain/Radius]: {คลิกเสนขอบจุดที่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6}
Select an edge or [Chain/Radius]: {คลิกขวาหรือQ สวนโคงมุมมนจะปรากฏดังรูปที่ 8.31 (ขวา)}
6 edge(s) selected for fillet. {โปรแกรมรายงานวาเสนขอบ 6 เสนถูกลบมุมโคง}
Select first object or [Undo/Polyline/Radius/Trim/Multiple]:

2D Drafting

Enter fillet radius:

หากตองการลบมุมโคงทีม่ ีรัศมีสว นโคง Fillet บนเสนขอบแตละเสนมีรัศมีทแี่ ตกตางกัน เราสามารถ
ทําไดดังนี้

Note
R =70

R =30
R =70

R =50
R =30

R =50

รูปที่ 8.32

กอ น
Command: _fillet

หลัง

{จากรูปที่ 8.32 (ซาย) }

{รายงานรัศมีใชงาน = 50 หนวย}
{คลิกเสนขอบจุดที่ 1}
Enter fillet radius <50.0000>: 30 {พิมพคา รัศมี 30 หนวย}
Select an edge or [Chain/Radius]: {คลิกเสนขอบจุดที่ 2}
Select an edge or [Chain/Radius]: R {พิมพตวั เลือก R เพือ
่ กําหนดรัศมีใหม}
Enter fillet radius <30.0000>: 50 {พิมพคา รัศมี 50 หนวย}
Select an edge or [Chain/Radius]: {คลิกเสนขอบจุดที่ 3 และ 4}
Select an edge or [Chain/Radius]: R {พิมพตวั เลือก R เพือ
่ กําหนดรัศมีใหม}
Enter fillet radius <50.0000>: 70 {พิมพคา รัศมี 70 หนวย}
Select an edge or [Chain/Radius]: {คลิกเสนขอบจุดที่ 5 และ 6}
Select an edge or [Chain/Radius]: {คลิกขวาหรือQ สวนโคงมุมมนจะปรากฏดังรูปที่ 8.32 (ขวา)}
6 edge(s) selected for fillet. {โปรแกรมรายงานวาเสนขอบ 6 เสนถูกลบมุมโคง}
Current settings: Mode = TRIM, Radius = 50.0000

Select first object or [Undo/Polyline/Radius/Trim/Multiple]:

8.23 Modify4Chamfer | CHAMFER | CHA |
เชนเดียวกันกับคําสัง่ FILLET คําสัง่ นีป้ กติใชในการสรางมุมตัดใน 2 มิติ แตเราสามารถใชคําสั่งนีใ้ น
การลบมุมขอบของโซลิด 3 มิตใิ หเกิดมุมตัดได โดยมีวิธกี ารใชคําสัง่ ดังนี้
Command: _chamfer

{จากรูปที่ 8.33 (ซาย) }

(TRIM mode) Current chamfer Dist1 = 0.0000, Dist2 = 0.0000

Distance 2 = 0 หนวย}

{รายงาน Distance 1 = 0 หนวย

Select first line or [Undo/Polyline/Distance/Angle/Trim/mEthod/Multiple]: {คลิกเสนขอบจุดที1}

chap-08.PMD

138

12/10/2549, 21:43

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

139

900

รูปที่ 8.33

กอ น

400

หลัง

{เลือกผิวหนาทีก่ ําหนดเปนผิวหนาฐาน ซึง่ จะปรากฏเปนเสนประ}
{หากผิวหนาฐานทีเ่ ราตองการ
ไมปรากฏเปนเสนประ ใหพมิ พตวั เลือก N แลวกดปุม Q โปรแกรมจะสลับผิวหนาทีใ่ ชเสนขอบ
เดียวกัน เราสามารถใชผวิ หนาใดเปนผิวหนาฐานก็ได แลวสลับตัวเลขระยะทางก็ได}
Specify base surface chamfer distance: 400 {กําหนดระยะทางของผิวหนาฐาน 400 หนวย}
Specify other surface chamfer distance <400.0000>: 900 {กําหนดระยะทางของอีกผิวหนาหนึง่
900 หนวย}
Select an edge or [Loop]: {คลิกเสนขอบจุดที่ 1 อีกครัง้ }
Select an edge or [Loop]: {คลิกขวาหรือกดปุม
 Q เพือ่ ออกจากคําสัง่ จะปรากฏดังรูปที่ 8.33 (ขวา)}
Base surface selection...

Enter surface selection option [Next/OK (current)] <OK>:

8.24 Draw4Modeling4Presspull | PRESSPULL |

|

ใชคําสัง่ นีส้ ําหรับกดหรือดึงผิวหนาเรียบ(Planar face) จากรูปที่ 8.34 (ซาย) เมือ่ เรียกคําสัง่ ออกมาใชงาน
จะปรากฏขอความ Click inside bounded areas to press or pull. ใหคลิกบนผิวหนาเรียบตรงจุดที่ 1
แลวเลื่อนเคอรเซอร เพือ่ กดผิวหนาเขาไปดานใน แลวพิมพคาตัวเลขระยะออฟเซทที่ตองการเปลีย่ น
แปลง แลวกดปุม Q แลวดึงผิวหนาตรงจุดที่ 2 โดยใชวธิ ีเดียวกัน จะปรากฏดังรูปที่ 8.34 (ขวา)

กอ น

Note

รูปที่ 8.34

หลัง

หลัง

คําสัง่ PRESSPULL นีเ้ ปนคําสัง่ ใหมทใี่ ชงานสะดวกกวาการใชคําสัง่ Modify4Solid Editing4Extrude
Faces
นอกจากนี้ ยังมีการเก็บประวัติของการใชคําสั่งดังรูปที่ 8.34 (ขวา) ซึ่งเราสามารถกดปุม
E คางไว แลวเลือ่ นเคอรเซอรไปบนเสนขอบตรงจุดที่ 3 เมื่อปรากฏโครงลวดปรากฏเปนเสนประ
ใหคลิกซาย เราสามารถใชคําสั่ง Modify4Properties
แกไขความสูงของ Presspull ใหมีระยะที่
แมนยําไดตามตองการ

8.25 Modify43D Operations4Slice | SLICE | SL |

|

ใชคําสัง่ นีส้ ําหรับตัวเฉือนโซลิดสวนทีไ่ มตอ งการทิง้ ไปหรือตัดแบงโซลิดออกเปน 2 สวนดังรูปที่ 8.35

chap-08.PMD

139

12/10/2549, 21:43

140

2D Drafting

กอ น

รูปที่ 8.35

หลัง

XY

YZ

หลัง

หลัง

ZX

{จากรูปที่ 8.35 (ซาย) }
{คลิกลงบนโซลิดทีต่ อ งการตัดเฉือนหรือตัดแบงออกเปน 2 สวน}
Select objects to slice: {คลิกบนโซลิดชิน
้ อืน่ ๆ ตอไป หากไมมี ใหคลิกขวาหรือกดปุม Q }
Command: _slice

Select objects to slice: 1 found

Specify start point of slicing plane or

XY {กําหนดระนาบตัดโดย
คลิกจุด 3 จุดทีซ่ งึ่ กําหนดระนาบตัดหรือพิมพตวั เลือก O เพือ่ ใชวตั ถุ 2 มิตเิ ปนระนาบตัดหรือพิมพตวั เลือก
S เพือ่ ใชเซอรเฟสเปนแผนตัดโซลิดหรือพิมพตวั เลือก Z เพือ่ กําหนดแกน Z แลวใชระนาบ XY เปนระนาบ
ตัดหรือพิมพตวั เลือก V เพือ่ ใชระนาบทีข่ นานกับวิวพอรทเปนระนาบตัดหรือพิมพตวั เลือก XY เพือ่ ใช
ระนาบ XY เปนระนาบตัดหรือพิมพตวั เลือก YZ เพือ่ ใชระนาบ YZ เปนระนาบตัดหรือพิมพตวั เลือก ZX
เพือ่ ใชระนาบ ZX เปนระนาบตัด}
Specify a point on the XY-plane <0,0,0>: <Osnap on> {กําหนดจุดทีร่ ะนาบตัดจะพาดผาน}
Specify a point on desired side or [keep Both sides] <Both>: {กําหนดจุดบนดานของโซลิด
ทีต่ อ งการเก็บไว แลวลบอีกดานหนึง่ หรือถาหากตองการตัดแบงออกเปนสองสวนใหคลิกขวาหรือกดปุม
Q เพือ่ ใชตวั เลือก Both}

[planar Object/Surface/Zaxis/View/XY/YZ/ZX/3points] <3points>:

จุดเดนของ AutoCAD 2007 คือการเพิ่มขีดความสามารถใหกับคําสั่ง SLICE เพื่อใหสามารถตัดเฉือน
โซลิดดวยเซอรเฟส(Surface)ทีม่ ีพนื้ ผิวทีโ่ คงเวา ดังนัน้ จึงทําใหเราสามารถขึน้ รูปชิน้ งานทีม่ ีสว นโคง
สวนเวา อาทิ เชน โทรศัพทมอื ถือ เตารีด ตูล ําโพง เมาส และอืน่ ๆ เปนตน ขีดจํากัดในการขึน้ รูปชิน้ สวน
ทีม่ คี วามโคงเวามีเคยมีอยูใ นรีลีสกอนๆ จึงหมดไป จากรูปที่ 8.36 (ซาย) เราจะเห็นวามีการนําเซอรเฟส
ไปวางไวบนโซลิด เซอรเฟสทีจ่ ะนํามาตัดเฉือนโซลิดไดนนั้ จะตองมีสวนเกินยืน่ ออกไปนอกเนือ้ ของ
โซลิดที่เราตองการตัดเฉือนหรือครอบคลุมสวนทีต่ อ งการตัดเฉือนทั้งหมด แลวจึงเรียกคําสัง่ นีอ้ อกมา
ใชงาน เมื่อปรากฏขอความ Select objects to slice: คลิกบนโซลิดที่ตองการตัดเฉือนตรงจุดที่ 1
เมื่อปรากฏขอความ Specify start point of slicing plane or ... พิมพตัวเลือก S จะปรากฏขอความ
Select a surface: คลิกบนเซอรเฟสจุดที่ 2 เมื่อปรากฏขอความ Select solid to keep or [keep Both
sides] <Both>: คลิกดานที่ตองการเก็บโซลิดไว ในที่นี้คลิกจุดที่ 3 โซลิดจะถูกตัดเฉือนดังรูปที่ 8.36
(กลาง) หากเราซอนหรือลบเซอรเฟสจะปรากฏโซลิดดังรูปที่ 8.36 (ขวา)

Note

กอ น

chap-08.PMD

รูปที่ 8.36

140

หลัง

หลัง

12/10/2549, 21:43

141

การแกไขปรับแตงโซลิด(Solid Editing)

จากรูปที่ 8.37 การสรางเซอรเฟสเพื่ อนํามาตัดเฉือนโซลิ ดนั้ น เริ่ มตนดวยการเขียนเสนโค ง Arc
ใหขนานกับระนาบ XZ แลวคัดลอกสวนโคง Arc ไปตรงกลางหนึ่งเสน และที่ปลายอีกดานหนึ่งอีก
หนึ่งเสน แลวจึงใชกริ๊ปสปรับความโคงของเสนโคง Arc แตละเสนใหมีรัศมีแตกตางกัน จากนั้น
จึงใชคําสัง่ Draw4Modeling4Loft กับเสนโคงทั้งสามเสน เนื่องจากเสนโคง Arc เปนวัตถุแบบ
เปด เราจึงไดเซอรเฟส สิง่ สําคัญในการใชเซอรเฟสตัดเฉือนโซลิด เราจะตองแนใจวาขอบของเซอรเฟส
ยื่นออกนอกโซลิดทุกๆ ดานดังรูปที่ 8.37 (ซาย) แลวจึงใชคําสั่ง Modify43D Operations4Slice
ตัดเฉือนโซลิด จะปรากฏดังรูปที่ 8.37 (กลาง) หากซอนเซอรเฟสแลว เราจะเห็นวาโซลิดมีพื้นผิว
โคงเวาตามเซอรเฟสที่นํามาตัดเฉือนดังรูปที่ 8.37 (ขวา)

Note

รูปที่ 8.37

กอ น

หลัง

หลัง

8.26 SECTION | SEC |
ใชคําสั่งนีใ้ นกรณีที่ตอ งการสรางหนาตัดรีเจีย้ น(Region) 2 มิติจากโซลิด 3 มิตดิ งั รูปที่ 8.38

กอ น

รูปที่ 8.38

หลัง

SECTION {จากรูปที่ 8.38 (ซาย) }
{คลิกลงบนโซลิดทีต่ อ งการสรางหนาตัดรีเจีย้ น}
Select objects: {คลิกขวาหรือกดปุม
 Q เพือ่ ออกจากการเลือกวัตถุ}
Command:

Select objects: 1 found

Specify first point on Section plane by [Object/Zaxis/View/XY/YZ/ZX/3points] <3points>: YZ

{กําหนดระนาบสรางหนาตัดโดยคลิกจุด 3 จุดทีซ่ งึ่ กําหนดระนาบสรางหนาตัดหรือพิมพตวั เลือก O
เพือ่ ใชวตั ถุ 2 มิตเิ ปนระนาบสรางหนาตัดหรือพิมพตวั เลือก Z เพือ่ กําหนดแกน Z แลวใชระนาบ XY
เปนระนาบสรางหนาตัดหรือพิมพตวั เลือก V เพือ่ ใชระนาบทีข่ นานกับวิวพอรทเปนระนาบสรางหนาตัด
หรือพิมพตวั เลือก XY เพือ่ ใช ระนาบ XY เปนระนาบสรางหนาตัดหรือพิมพตวั เลือก YZ เพือ่ ใชระนาบ YZ
เปนระนาบสรางหนาตัดหรือพิมพตวั เลือก ZX เพือ่ ใชระนาบ ZX เปนระนาบสรางหนาตัด}
Specify a point on the YZ-plane <0,0,0>: {กําหนดจุดทีร่ ะนาบสรางหนาตัด Region จะพาดผาน
หนาตัด Region จะถูกสรางขึน้ ณ ตําแหนงทีร่ ะนาบตัดพาดผาน หากเราเคลือ่ นยาย Region
ออกมาดานนอก จะปรากฏดังรูปที่ 8.38 (ขวา)}

Note

chap-08.PMD

เราจะเห็นวาคําสั่งนี้ทํางานคลายกับคําสัง่ Modify43D Operations4Slice สังเกตุไดจากบรรทัด
ขอความ Specify first point on Section plane by... มีการใชงานเหมือนๆ กัน

141

12/10/2549, 21:43

142

Note

ในการใชตัวเลือก XY, YZ และ ZX ของทั้งคําสั่ง SLICE และ SECTION เราจะตองสังเกตุทิศทางการ
หันเหของระนาบจากยูซีเอสไอคอน(UCS Icon)
เราจึงจะทราบวาจะตองเลือกระนาบ XY หรือ
YZ หรือ ZX

2D Drafting

8.27 Modify43D Operations4Extract Edges | XEDGES |
ใชคําสั่งนีใ้ นการแยกเสนขอบทุกๆ เสนจากโซลิดทีถ่ ูกเลือกออกมาใชงาน วัตถุทถี่ กู สรางจากคําสัง่ นี้
อาทิ เชน Line, Spline, Arc, Circle เปนตน

กอ น

Note

รูปที่ 8.39

หลัง

เมื่อเรียกคําสั่งนี้ออกมาใชงานจะปรากฏขอความ Select objects: ใหคลิกบนโซลิดทีต่ อ งการแยกเสน
ขอบ จะปรากฏขอความ Select objects: อีกครั้ง ใหคลิกขวาหรือ Q เพื่อออกจากคําสั่ง วัตถุ 2
มิตจิ ะถูกสรางขึ้นซอนทับกับโซลิด หากเราซอนโซลิด หรือเคลื่อนยายโซลิดออกไป เราจึงจะเห็นวัตถุ
2 มิติโครงลวดดังรูปที่ 8.39 (ขวา)

เปนอันวาเราไดศึกษาคําสั่งที่เกี่ยวของกับการแกไขโซลิดมาทั้งหมดเรียบรอยแลว จะเห็นวามีคําสั่ง
ใหมๆ ที่อํานวยความสะดวกตอการใชงานคอนขางมาก ในบทนีค้ อนขางมีประโยชนในการใชงาน
เปนอยางมาก เพราะชวยใหเราสามารถแกไขปรับแตงโซลิดใหมขี นาดและรูปทรงที่ตอ งการไดอยาง
รวดเร็ว ดังนัน้ เราจึงควรศึกษาและฝกใชคําสัง่ ตางๆ ทัง้ หมดในบทนี้ เพือ่ ใหเกิดทักษะและความคลอง
ตัวในการใชงาน ซึง่ จะชวยใหเราสามารถขึน้ รูปวัตถุ 3 มิตทิ ม่ี คี วามซับซอนไดรวดเร็วยิง่ ขึน้
************************************

chap-08.PMD

142

12/10/2549, 21:43

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful