You are on page 1of 7

1

หลักการ : บุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่เสมอภาคกัน แต่ความสามารถ


บุคคลนั้นต่างกัน ดังนั้น กฎหมาย จึงจำาเป็นต้องปกป้องคุ้มครอง
สิทธิและประโยชน์ของบุคคลเหล่านี้
บุคคลที่มีปัญหาในเรื่องความสามารถบุคคล คือ - ผูเ้ ยาว์
- คนไร้ความสามารถ
- คนเสมือนไร้ความสามารถ
: บุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
1. การบรรลุนิติภาวะของผูเ้ ยาว์มีกี่กรณี ?? มี 4 กรณี คือ
(1) โดยอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ ( .19)
(2) โดยการสมรส ( .20) / อายุครบ 17 ปี บริบูรณ์ ( .1448) / จดทะเบียน
สมรส ( .1457)
(3) โดยคำาสั่งศาล หากมีเหตุอันควรให้สมรส ( .1448)
(4) ให้ เ สมื อ นว่ า บรรลุ นิ ติ ภ าวะ ในกรณี ที่ เ กี่ ย วกั บ การประกอบ
ธุรกิจหรือการจ้างแรงงาน ( .27 .2)
2. ผูเ้ ยาว์ทำานิติกรรมได้หรือไม่ ??
- ทำาได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน (
โดยลายลักษณ์อักษร โดยปากเปล่า
หรือโดยปริยาย) .....หากไม่ได้รับความยินยอม เป็นโมฆียะ ( .21)
- มี นิ ติ ก รรมบางประเภท ที่ ผู้ เ ยาว์ ทำา ได้ เ องโดยไม่ ต้ อ งขอความ
ยินยอม
* นิติกรรมที่เป็นคุณประโยชน์แก่ผู้เยาว์ฝ่ายเดียว ( .22)
* นิติกรรมที่ตอ ้ งทำาเองเฉพาะตัว ( .23) เช่น การรับรองบุตรของตัว
เอง ทำาพินัยกรรม ฯลฯ
* นิ ติ ก รรมที่ จำา เป็ น เพื่ อ การดำา รงชี พ และต้ อ งสมควรแก่
ฐานานุรูป ( .24)
* ทำา พินัยกรรมได้ เมื่ออายุครบ 15 ปี บริบูรณ์ ( .25) / ถ้ายังไม่
ครบ เป็นโมฆะ ( .1703)
* เพื่อประกอบธุรกิจการค้า และการจ้างแรงงาน ( .27 .2)
3. ใครคือผู้แทนโดยชอบธรรม ??
- ผู้ใช้อำานาจปกครอง ได้แก่ บิดามารดา ( .1569)
2

- ผู้ ป กครอง ได้ แ ก่ บุ ค คลอื่ น นอกจากบิ ด ามารดา โดยคำา สั่ ง ศาล


( .1585)
- มารดา ย่อมเป็นผู้มอ ี ำานาจปกครองบุตรเสมอ ( .1546)
4. อำานาจหน้าที่ของผู้แทนโดยชอบธรรม
- ยินยอมให้ทำานิติกรรมใดๆ ( .21)
- ยิ น ยอมให้ จำา หน่ า ยทรั พ ย์ สิ น ทั้ ง ระบุ แ ละไม่ ร ะบุ วั ต ถุ ป ระสงค์
( .26)
- ยินยอมให้ประกอบธุรกิจ หรือทำาสัญญาเป็นลูกจ้าง ( .27 .1)
- ยินยอมให้หมั้น ( .1436)
- ยินยอมให้สมรส ( .1454)
- ให้การอุปการะเลีย ้ งดูและการศึกษา ( .1564)
- จั ด การและรั ก ษาทรั พ ย์ สิ น ของผู้ เ ยาว์ ด้ ว ยความระมั ด ระวั ง
( .1571)
5. อำานาจหน้าที่ที่ผู้แทนโดยชอบธรรม ทำาไม่ได้
- การโอนทรัพย์สินโดยมีการแต่งตั้งผู้จด ั การไว้แล้ว ( .1577)
- บิดามารดาสละมรดก ( .1615)
- นิติกรรม 13 ประเภท ทีต ่ ้องขออนุญาตต่อศาล ( .1574)
6. ใครเป็นผู้มีสิทธิบอกล้างโมฆียกรรม ( .175)
- ตัวผู้เยาว์เอง (เมื่อบรรลุนิติภาวะ / ถ้ายัง ต้องได้รับความยินยอม
จากผู้แทนโดยชอบธรรม)
- ผู้แทนโดยชอบธรรม
- ทายาทผูม ้ ีสิทธิรับมรดก
7. ผลของการบอกล้างโมฆียกรรม ( .176)
- นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะมาแต่เริม ่ แรก คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม
- ถ้าเป็นการพ้นวิสัยจะให้กลับคืนเช่นเดิมได้ ต้องชดใช้ค่าเสียหาย
แทน
8. ใครเป็นผู้มีสิทธิให้สัตยาบัน ( .177)
- ได้แก่ บุคคลกลุ่มเดียวกับที่มีสิทธิบอกล้างโมฆียกรรม ตาม ม.175
9. ผลของการให้สัตยาบัน ( .177)
- นิติกรรมนั้นเป็นอันสมบูรณ์แต่เริ่มแรก
- ต้องไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลภายนอก
10. วิธีการบอกล้างหรือให้สัตยาบัน ( .178)
- แสดงเจตนาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายได้รู้ ก็เพียงพอแล้ว
3

11. โมฆียกรรมซึ่งเกิดจากความเป็นผู้เยาว์นั้น ผู้เยาว์จะให้สัตยาบันเองได้


ถ้าบรรลุนต ิ ิภาวะแล้ว ( .179)
12. ถ้าผูม
้ ีสิทธิบอกล้างโมฆียกรรมตาม ม.175 ได้แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ดัง
ต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นการให้สัตยาบันแล้ว ( .180) เช่น
- ได้ปฏิบัติการชำาระหนี้แล้วทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
- ได้มีการเรียกให้ชำาระหนี้นั้นแล้ว
-ได้มีการแปลงหนี้ใหม่
- ได้มีการให้ประกันเพื่อหนี้นั้น
- ได้มีการโอนสิทธิหรือความรับผิดชอบทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
- ได้มีการกระทำาอย่างอื่นอันแสดงได้ว่าเป็นการให้สต ั ยาบัน
13. กำาหนดระยะเวลาการบอกล้างโมฆียกรรม ( .181)
- ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้ว่าทำานิติกรรมที่เป็นโมฆียะ
- ภายใน 10 ปี นับแต่วันทำานิติกรรมที่เป็นโมฆียะ
- ข้อสังเกต : กรณีการให้สต ั ยาบัน ไม่มีกำาหนดระยะเวลา

1. คนวิกลจริต หมายความถึงคนที่มีลักษณะ ดังนี้


- คนบ้า หรือคนที่มีจิตไม่ปกติ หรือสมองพิการ ไม่มีความรู้สึกผิด
ชอบอย่างยิ่ง
- คนสติวิปลาส หรือคนที่มีกิริยาอาการผิดปกติธรรมดา เนื่องจาก
เจ็บป่วยถึงขนาดไม่มีความรูส ้ ึกผิด
ชอบและไม่สามารถประกอบการงานได้
2. คนวิ ก ลจริ ต แบ่ ง ตามลั ก ษณะการคุ้ ม ครองของกฎหมายออกเป็ น 2
จำาพวก คือ
(1) คนวิกลจริต ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเรียกว่า
“ ”
(2) คนวิกลจริต ที่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือ
เรียกว่า “ ”

: คนที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
แล้ว
1. อาการวิกลจริต จนเป็นเหตุให้ศาลสั่งบุคคลให้เป็นคนไร้ความสามารถ มี
ลักษณะ 2 ประการ คือ
(1) ต้องเป็นอย่างมาก หมายความว่า เป็นถึงขนาดไม่มีความรู้สึก
ผิดชอบ พูดจาไม่รู้เรือ
่ งไม่เข้าใจกัน ไม่มีสติว่าตนได้พูดหรือทำาอะไรลงไป
4

(2) ต้องเป็นอยู่ประจำา หมายความว่า อาการบ้าหรือวิกลจริตต้องมี


ลักษณะเป็นอาการประจำาตัวของบุคคลนั้น หรือเกิดจากเหตุที่มีอยู่ในตัว
บุคคลเป็นประจำา

2. วิธีการที่ทำาให้บุคคลกลายเป็นคนไร้ความสามารถ ( .28)
- ต้องเป็นคำาสั่งศาลเท่านั้น
- ผูม
้ ีสิทธิร้องขอต่อศาล
* คูส
่ มรส
* ผู้บุพการี ได้แก่ บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย ทวด
* ผูส ้ ืบสันดาน ได้แก่ ลูก หลาน เหลน ลื่อ
* ผู้ปกครอง หรือผู้พิทักษ์ หรือผู้ซึ่งปกครองดูแล
* พนักงานอัยการ
- คนไร้ความสามารถต้องมี “ ” โดยคำาสั่งศาล
- คำาสั่งศาลต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
3. นิติกรรมที่เกีย ่ วข้องกับคนไร้ความสามารถ
- คนไร้ความสามารถไม่อาจทำา นิติกรรมใดๆ ได้เลย ต้องให้ผู้อนุบาล
เป็นผู้ทำาแทน ( .29)
- นิติกรรมที่ผู้ไร้ความสามารถทำาขึ้น เป็นโมฆียะเสมอ ( .29)
- พินัยกรรมที่คนไร้ความสามารถทำาขึ้น เป็นโมฆะ ( .1704)
ิ ธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำาสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ( .31)
4. ผู้มีสท
- คนไร้ความสามารถเอง เมื่อหายดีแล้ว
- บุคคลในกลุ่มเดียวกับที่ระบุใน ม.28
- คำาสั่งศาลต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
5. ผู้ใดมีสิทธิเป็นผู้อนุบาล ??
- กรณีคนไร้ความสามารถยังไม่ได้สมรส
* ถ้ายังไม่บรรลุนิติภาวะ บิดามารดาเป็นผู้อนุบาล ( .1569)
* ถ้าบรรลุนิติภาวะแล้ว บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดา เป็น
ผู้อนุบาล ( .1569/1)
- กรณีคนไร้ความสามารถสมรสแล้ว
* คูส่ มรส เป็นผู้อนุบาล ( .1463)
* ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ แล้วศาลแต่งตั้ง
ผู้อนุบาล ( .1463)
5

: คนคุ้มดีคุ้มร้าย
1. ตาม .30 นิ ติ ก รรมที่ ค นวิ ก ลจริ ต ที่ ศ าลยั ง ไม่ ไ ด้ สั่ ง ให้ เ ป็ น คนไร้ ค วาม
สามารถ จะสมบูรณ์หรือเป็นโมฆียะ มี 2 กรณี ดังนี้
(1) ขณะทำา นิ ติ ก รรม ผู้ นั้ น มี จ ริ ต วิ ก ล และคู่ ก รณี อี ก ฝ่ า ยหนึ่ ง
“ ” = = > สมบูรณ์
(2) ขณะทำา นิ ติ ก รรม ผู้ นั้ น มี จ ริ ต วิ ก ล และคู่ ก รณี อี ก ฝ่ า ยหนึ่ ง
“ ” = = > เป็นโมฆียะ
2. ผู้ใดอ้างว่า นิติกรรมเป็นโมฆียะ ผู้นั้นมีหน้าที่นำาสืบพิสูจน์ข้อกล่าวอ้าง
นั้น
3. ใครเป็นผู้มีสทิ ธิบอกล้างหรือให้สต ั ยาบันโมฆียกรรม
- คนวิกลจริตเอง ในขณะที่อยู่ในอาการคุม ้ ดี ( .175 (4))
- ทายาทของคนวิกลจริต ( .175 .2)

1. คนเสมือนไร้ความสามารถ คือ บุคคลที่มีเหตุบกพร่อง เนื่องจากร่างกาย


พิการ หรือจิตฟั่นเฟื่อนไม่สมประกอบ หรือมีความประพฤติส่วนตัวเสีย
หาย หรือเหตุอื่นทำา นองเดียวกัน จนถึงขนาดไม่สามารถจัดทำา การงาน
โดยตนเองได้ ( .32)
2. ผู้ มี สิ ท ธิ ร้ อ งขอต่ อ ศาลให้ สั่ ง บุ ค คลเป็ น ผู้ เ สมื อ นไร้ ค วามสามารถ เป็ น
บุคคลในกลุ่มเดียวกับที่ระบุใน ม.28
3. คนเสมือนไร้ความสามารถต้องมี “ ” โดยคำา สั่งศาล
( .32)
4. คำาสั่งศาลต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา ( .32)
5. นิติกรรมบางอย่างที่ผู้เสมือนไร้ความสามารถทำา ได้ แต่ต้องได้รับความ
ยินยอมจากผู้พิทักษ์ ถ้าไม่ได้รับความยินยอมเป็นโมฆียะ ( .34) นิติกรรม
เหล่านี้ ได้แก่
(1) นำาทรัพย์สินไปลงทุน
(2) รับคืนทรัพย์สินที่ไปลงทุน ต้นเงินหรือทุนอย่างอื่น
(3) กู้ยิมหรือให้กู้ยม ื เงิน ยืมหรือให้ยม ื สังหาริมทรัพย์
(4) รับประกันโดยประการใดๆ อันเป็นผลให้ตนต้องถูกบังคับชำา ระ
หนี้
(5) เช่ า หรื อ ให้ เ ช่ า สั ง หาริ ม ทรั พ ย์ มี กำา หนดระยะเวลาเกิ น กว่ า 6
เดือน หรืออสังหาริมทรัพย์มก ี ำาหนด
6

เกินกว่า 3 ปี (ถ้าไม่เกินกว่า คนเสมือนไร้ความสามารถ ทำาได้ด้วย


ตนเอง)
(6) ให้ โ ดยเสน่ ห า เว้ น แต่ ก ารให้ ที่ พ อควรแก่ ฐ านานุ รู ป เพื่ อ การ
กุศล การสังคม หรือตามหน้าที่ธรรม
จรรยา
(7) รับการให้โดยเสน่หาที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพัน หรือไม่รับ
การให้โดยเสน่หา
(8) ทำา การอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจะได้มาหรือปล่อยไปซึ่งสิทธิใน
อสังหาริมทรัพย์ หรือในสังหาริม
ทรัพย์อันมีค่า
(9) ก่อสร้างหรือดัดแปลงโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือ
ซ่อมแซมอย่างใหญ่
(10) เสนอคดีต่อศาลหรือดำาเนินกระบวนพิจารณาใดๆ เว้นแต่การ
ร้องขอตาม ม.35 หรือการร้องขอ
ถอนผู้พิทักษ์
(11) ป ร ะ นี ป ร ะ น อ ม ย อ ม ค ว า ม ห รื อ ม อ บ ข้ อ พิ พ า ท ใ ห้
อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
ิ ธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำาสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ( .36)
6. ผู้มีสท
- คนไร้ความสามารถเอง เมื่อหายดีแล้ว
- บุคคลในกลุ่มเดียวกับที่ระบุใน ม.28
- คำาสั่งศาลต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
7. ผู้ใดมีสิทธิเป็นผู้พิทักษ์ ??
- กรณีคนไร้ความสามารถยังไม่ได้สมรส
* ถ้ายังไม่บรรลุนิติภาวะ บิดามารดาเป็นผู้พิทักษ์ ( .1569)
* ถ้าบรรลุนิติภาวะแล้ว บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดา เป็น
ผู้พิทักษ์ ( .1569/1)
- กรณีคนไร้ความสามารถแต่งงานแล้ว
่ มรส เป็นผู้พิทักษ์ ( .1463)
* คูส
* ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ แล้วศาลแต่งตั้ง
ผู้พิทักษ์ ( .1463)

******************
7