บทที่ 1 ความเคน (Stress

)
1.1 เกริ่นนํา
1.2 แรงภายใน (Internal force)
1.3 ความเคนอยางงาย (Simple stress)
1.4 ความเคนเฉือน (Shear stress)
1.5 ความเคนอัด (Bearing stress)
1.6 ภาชนะเก็บความดันผนังบาง (Thin – walled pressure
vessels)
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

1

1.1 เกริ่นนํา (Introduction)
• อะไรคือกลศาสตรของของแข็ง หรือ กลศาสตรของวัสดุ
• อนุภาค (Particles)
• วัตถุเกร็ง (Rigid bodies)
• วัตถุยืดหยุน (Deformable bodies)

• ลักษณะปญหาที่จะไดพบ
• การวิเคราะห (Analysis)
• การออกแบบ (Design) – for Strength and Stiffness
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

2

คําถาม
1. น้ําหนัก W เทาใด ถึงจะทําใหกระดานกระโดดน้ําหักได หักที่ไหน
2. สําหรับกระดานที่กําหนดให ความสัมพันธระหวางระยะแอนตัวที่ปลาย
กระดาน กับน้ําหนัก W เปนอยางไร
3. กระดานแบบมีความหนานอยลงเรื่อยๆ ดีกวาแบบความหนาคงที่
หรือไม ถาดีกวา ความหนา h ควรจะแปรผันอยางไร
4. กระดานที่ทําจาก ไฟเบอรกลาส หรือ อลูมิเนียม อะไรที่ดีกวา
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

3

• หลักพื้นฐานของกลศาสตรของวัตถุที่ยืดหยุน ได
• ตองเปนไปตามเงื่อนไขของสภาพสมดุล
• ตองทราบรูปแบบการเสียรูปของวัตถุ
• สภาพของความเคนและความเครียด
• สมมุติฐานดานตางๆ เชน ลักษณะของจุดรองรับเปนแบบไหน มี
ความมั่นคงอยางไร ความแข็งเกร็งของวัสดุเปนอยางไร มีการเสีย
รูปเกิดขึ้นนอยมาก ฯลฯ
• เงื่อนไขที่ขอบ (Boundary conditions)
• พฤติกรรมของวัสดุ เชน เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิอยางไร
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

4

• ขั้นตอนการแกปญหา - 1
• เลือกระบบที่สนใจ (จากระบบจริง หรือจากแบบ)
• ตั้งสมมุติฐาน เพื่อจําลองระบบจริงใหงายขึ้น
• ประยุกตใชหลักการกลศาสตรของวัสดุ (สมการคํานวณตางๆ ที่
เกี่ยวของ) และทําการคํานวณ
• ทําการทดสอบระบบจริงเทียบกับผลที่คํานวณได (ในเชิงการออกแบบ)
หรือ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคําตอบ (ในเชิงการวิเคราะห)
• ดําเนินการแกไข (ถาไมตรงกัน)

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

5

• ขั้นตอนการแกปญหา - 2
• ระบุลักษณะปญหา - มีขอมูลอะไรใหบาง รูปประกอบที่จําเปน คําตอบที่
ตองการ
• วางแผนการแกปญหา - เลือกสมการใหสอดคลองกับขอมูลและคําตอบ
และกําหนดลําดับการหาคําตอบ
• ทําการหาคําตอบ – คํานวณโดยตรง แกปญหาเชิงสัญลักษณกอนแทน
คาตัวเลข แกปญหาดวยรูป การเขียนโปรแกรมชวยคํานวณ
• ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคําตอบ – หนวย ขนาด เครื่องหมาย
หรือทิศทาง สอดคลองกับสมมุติฐานหรือไม (ในเชิงการวิเคราะห)
“ Careless solutions that can not be easily read by others
are of little or NO VALUE”
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

6

1.2 แรงภายใน (Internal force)
• สถิตยศาสตร (Statics) - ผลภายนอกของวัตถุเกร็ง
• กลศาสตรของของแข็ง – ผลภายในของวัตถุยืดหยุน

Axial force

Shear force Torque

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

Bending moment

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

7

• หลักของการศึกษาวิชากลศาสตรของของแข็ง – เพื่อใหมั่นใจไดวา
ชิ้นสวนรับแรงตางๆอยูในสภาพปลอดภัยดวยผลภายในสูงสุดที่เกิด
ขึ้นจากการกระทํารวมกันของภาระงานแบบตางๆ

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

8

1.3 ความเคนอยางงาย (Simple stress)
- แทงวัตถุอันไหนแข็งแรงกวากัน ?
- หนวยความแข็งแรง คือ
แรง ตอ ขนาดพื้นที่รับแรง
หรือ
(1.1)
P

σ=

A

เรียกวา ความเคน หนวย นิวตัน/ตร.เมตร หรือ ปาสคาล
(N/m2 or Pascal – Pa)
- ความเคนดึง (Tensile stress)
- ความเคนกด (Compressive stress)
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

9

• สมการ (1.1) เปนคาเฉลี่ย – ทุกจุดบนพื้นที่หนาตัดนั้นมีคาความเคนเทากัน
• เนื่องจากมีแนวทางตั้งฉากกับหนาตัดจึงเรียกวาเปน
ความเคนตั้งฉาก (Normal stress)
• ความเปนจริง – ความเคนเปนคุณสมบัติ
เฉพาะจุด ดังนั้น สมการที่แทจริง คือ
dP
(1.1
ก)
σ=
dA

• ภายใตสมมุติฐานหลายๆอยาง เชน
แรงกระทําผานจุดเซ็นทรอยดของหนาตัด
สมการ (1.1) สามารถใชได และใหผลที่ถูกตอง จึงเรียกสมการ (1.1)
วา ความเคนอยางงาย
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

10

• ถาแรงไมผานจุดเซ็นทรอยด หรือ กรณีที่
พื้นที่หนาตัดมีขนาดไมสม่ําเสมอ
จะเกิดขนาดของความเคนที่ไมเทากันขึ้น
- ใกลแนวแรง หรือ บริเวณที่มีความไมตอเนื่อง
ของหนาตัดมีขนาดมากกวาคาเฉลี่ย
• เกิด Stress concentration

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

11

ตัวอยางที่ 1.1
แทงบรอนซ อลูมิเนียมและเหล็ก ยึดเขาดวยกันอยางแข็งเกร็งเต็มที่ และมีแรงในแนวแกนกระทําดังรูป
ใหหาขนาดของความเคนในแตละวัสดุ

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

12

1.4 ความเคนเฉือน (Shearing stress)
• เกิดจากแรงที่กระทําขนานกับพื้นที่รับแรง บางครั้งก็เรียกวาเปน
ความเคนในแนวสัมผัส (Tangential stress) มีสมการ คือ
V
(1.2)
τ=
A
เปนคาเฉลี่ย เมื่อแรงเฉือนกระทําผานจุดเซ็นทรอยดของพื้นที่
- การเฉือนเดี่ยว (Single shear)
- การเฉือนคู (Double shear)

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

13

1.5 ความเคนอัด (Bearing stress)
• เกิดจากแรงกดที่ผิวสัมผัสภายนอกระหวางสองวัตถุ
(ตางจากความเคนกด – ซึ่งเกิดจากแรงภายใน) มีสมการ คือ
P
(1.3)
σ =
b

b

Ab

โดยที่ Ab เปนพื้นที่ที่สองวัตถุสัมผัสกันภายนอก
ในกรณีของหมุดย้าํ หรือ
สลักสัมผัสกับผิวของรูเจาะ
จะใชพนื้ ที่ที่ไดจากการฉายภาพ

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

14

ตัวอยางที่ 1.2
คานซึ่งทําจาก W 460x97 (หนา 11.4 มม.) ตอดวยหมุดย้ําขนาด 19 มม. เขากับคานหลักทําจาก
W610x125 (หนา 11.9 มม.) ดังรูป ถากําหนดให ขอตอหมุดย้ําทีป่ ระกอบจากโรงงานมีความแข็งแรงเปน
τ = 80 MPa และ σ = 170 MPa สวนขอตอที่ประกอบที่บริเวณกอสรางมีความแข็งแรงเปน
τ = 70 MPa และ σ = 140 MPa ขอตอหมุดย้ํานี้ สามารถใชรับแรงไดสูงสุดเทาใด
b

b

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

15

1.6 ภาชนะเก็บความดันผนังบาง
(Thin – walled pressure vessels)
• ผนังของถังรูปทรงกระบอกซึ่งบรรจุแกส หรือ ของเหลวที่มีความดัน p
ใดๆ ไวภายใน จะตองมีความสามารถในการตานแรงจากความดันที่จะ
พยายามทําใหถังนั้นระเบิดออกได

• คิดสมดุลในแนวสัมผัสกับเสนรอบวง จะได
(1.4)
F = pDL = 2 P
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

16

หรือ สามารถแสดงความหมายทางกายภาพไดอีกแบบหนึ่ง เปน

• โดยความเคนในแนวสัมผัส (ตลอดแนวความยาวของผนังทั้งสองดาน) มีคา
ตามสมการ
pDL pD (1.5)
σ =
=
t

2tL

2t

• เรียกชื่อไดหลายแบบ เชน Tangential stress, Circumferential stress,
Hoop stress หรือ Girth stress
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

17

• พิจารณาภาคตัดขวางของถัง
ตองเกิดสมดุลในแนวความยาว จะได
F=P

• เมื่อความหนาของผนัง t มีคานอยมาก
เมื่อเทียบกับขนาดเสนผาศูนยกลาง
(นอยกวา 20 เทา)
จะไดความเคนในพื้นที่ขอบถัง เปน
pD (1.6)
σ =
l

4t

เรียกชื่อเปน ความเคนตามแนวยาว (Longitudinal stress)

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

18

• จากสมการ (1.5) และ (1.6) แสดงวา
ความเคนตามแนวสัมผัสมีคาเปน สองเทา ของความเคนในแนวยาว
• ดังนั้น ขอตอตามแนว Longitudinal
จึงตองมีความแข็งแรงมากกวาขอตอ
ตามแนว Girth (ประมาณ 2 เทา
ถาตองการใหมีโอกาส
เกิดความเสียหายเทาๆกัน)
• สลักยึดที่ภาคตัด A – A กับ B – B
ที่ไหน ควรจะตองมีความแข็งแรงกวา
กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

19

ตัวอยางที่ 1.3
ทอสงน้ําเขาสูโรงไฟฟาพลังน้ํา มีขนาดเสนผาศูนยกลาง 1.5 เมตร ทําจากแผนไมประกบเขาดวยกันเปน
วงกลมและรัดใหแนนดวยสายคาดทําจากเหล็กกลาขนาดพื้นทีห่ นาตัดเสนละ 300 ตร.มิลลิเมตร ถา
กําหนดใหความเคนดึงสูงสุดในสายคาดแตละเสนมีคาไดไมเกิน 130 MPa และความดันของน้ําในทอมี
คาเทากับผลของระดับน้ําสูง 30 เมตร แลว สายคาดแตละเสนตองอยูหางกันเปนระยะเทาใด

กลศาสตรของของแข็ง วศ.ก.214 - 1

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม

20

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful