นิทานเวตาล3

นิทานเวตาล

Kindle Edition (Edition 3)

เรียบเรียงโดย พงศกร ใจบาน
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร๑ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล๎าเจ๎าคุณทหารลาดกระบัง
ต้นฉบับจาก http://www.larnbuddhism.com/vetal/index.html

คานา
แม๎จะมีการเลํานิทานเวตาลสูํกันฟ๓งมาไมํต่ํากวําพันปี
ทั้งโดยปากตํอปากและลายลักษณ๑อักษร แตํมันกลับมีชีวิตชีวา
อยูํในความรู๎สึกนึกคิดของผู๎คนอยูํเสมอ โดยเฉพาะตัวเวตาลผูม๎ ี
บุคลิกโดเดํนด๎านความเจ๎าเลํห๑แสนกล และชํางพูดขํางเจรจา"
เวตาล นําจะเป็นปีศาจจํานวนไมํกตี่ นในโลกนี้ที่ผคู๎ นเกลียดและ
กลัวไมํลง
ในแวดวงวรรณกรรม เรือ่ งปรัมปราเรื่องนี้ กลายเป็น
ตัวอยํางอ๎างอิงของวิชาการวรรณกรรมสมัยใหมํแทบทุกครั้งที่มี
การกลําวถึงงานเขียนแบบเรื่องซ๎อนเรื่อง หรือ Metafiction
งานเขียนแบบ Metafiction ตลอดจนทฤษฏีความรู๎
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นผลจากการที่นกั วรรณกรรมตะวันตกเบื่อ
หนํายกับวรรณกรรมสัจนิยมเหมือนจริง ที่ครอบงําวัฒนธรรม
วรรณกรรมตะวันตกมาตั้งแตํคริสต๑ศตวรรษที่ ๑๘ การค๎นพบ

ทฤษฎีเรื่องซ๎นเรื่องเมื่อชํวงต๎นคริสต๑ศตวรรษที่ ๒๐ จึงเป็น
ปรากฏการณ๑ที่นําตื่นเต๎นดีใจเป็นอยํางยิ่งสําหรับนักเขียน
สมัยใหมํ
สําหรับโลกตะวันออก รูปแบบเรื่องซ๎อนเรื่องมีมา
นานตั้งแตํผู๎คนเริ่มรู๎จักการสื่อสารกันด๎วย "เรื่องเลํา" ก็วําได๎
เรื่องรูปแบบนี้เป็นผลผลิตของการสื่อสารแบบมุขปาฐะ จาก
นิยาย นิทานเรื่องเดีย่ ว แกํนเดียว ก็แตํกแยกยํอยออกไปเป็น
หลาย ๆ เรื่อง แล๎วแตํจะแพรํกระจายออกไปกว๎างขวางเพียง
ไหน โดยที่"แกํนเรื่อง" จะคงเดิม เปลี่ยนไปก็แตํองค๑ประกอบ
แวดล๎อม เชํน ชื่อตัวละคร ฉาก เหตุการณ๑ สัญลักษณ๑ เทํานั้น
ในเชิงวิชาการ เรื่องซ๎อนเรื่องจึงถือเป็นพัฒนาขั้นสูงที่สุดของ
นิทานชาวบ๎าน
วรรณคดีอินเดียโบราณ ทั้งที่เขียนโดยภาษาบาลีและ
สันสกฤต ปรากฎรูปแบบการเขียนชนิดเรื่องซ๎อนเรื่องอยูํ
จํานวนมาก เรื่องเอกสํวนใหญํคือคัมภีร๑ศาสนาหรืออรรถกถา

ธรรม อันมีแกํนแกนวําด๎วยความดี ความงาม ความจริง การ
หลุดพ๎น ถึงขั้น "สัจจะ" ที่ไมํอาจมีอะไรมาสั่นคลอนได๎ นิทาน
ยํอย ๆ จํานวนมากที่เกิดขึ้นภายใต๎เรื่องเอกเหลํานี้ จึงมีสํวน
เสริมให๎แกํนของเรื่องเอกคมชัดกาวววาวและหนักแนํน
นําเชื่อถือยิ่งขึ้น
ในระดับของการเลําเรื่อง นิทานที่ซ๎อนเข๎าไปในโครง
เรื่องใหญํจะทําให๎เรื่องในโครงเรื่องใหญํเข๎าใจงํายขึ้น ผู๎แตํงจะ
ใช๎กลวิธีให๎ตัวละครในเรื่องใหญํเป็นผู๎เลําเรื่อง มีการผูกปม
ปริศนา ตั้งป๓ญหา สุดท๎ายจะเฉลยป๓ญหา และชี้ทางเลือก
นําอัศจรรย๑ที่นิทานเวตาลเป็นได๎ทั้งรากเหง๎า และ
พัฒนาการขั้นสูงสุดของเรื่องเลําแนวนี้
นักอํานชาวไทยคุ๎นเคยกับนิทานเวตาลของ น.ม.ส.
เป็นอยํางดี แม๎วําจะทรงแปลไว๎เพียง ๑๐ เรื่อง จากต๎นฉบับ
๒๕ เรื่อง สาระบันเทิงจากนิทานเวตาลฉบับนี้อาจเห็นได๎จาก

การที่มีผู๎จดั รายการโทรทัศน๑นําไปสร๎างเป็นละครจนได๎รับความ
สนใจเป็นอยํางมากเมื่อหลายปีกํอน
เวตาลป๓ญจวิงศติ โดย อาจารย๑ศักดิ์ศรี แย๎มนัดดา
เลํมนี้ กลําวได๎วาํ เป็นนิทานเวตาลฉบับสมบูรณ๑ของบรรณพิภพ
ไทย เพราะทํานแปลจากต๎นฉบับดัง้ เดิมที่พิมพ๑ด๎วยอักษรเท
วนาครี ครบทั้ง ๒๕ เรื่อง
ด๎วยเหตุนี้ นอกจากความบันเทิงแล๎ว สิ่งที่นิทาน
เวตาลฉบับสมบูรณ๑จะให๎แกํผู๎อําน จึงลึกไปถึงโลกทัศน๑และชีว
ทัศน๑อินเดียดั้งเดิม นับเป็นหนทางย๎อนกลับสูํการศึกษา
"รากเหง๎าแหํงวิถีตะวันออก" ได๎เป็นอยํางดี

สารบัญ
คํานํา ...............................................................................................................2
สารบัญ ...........................................................................................................6
เรื่องยํอนิทานเวตาล ..................................................................................8
เวตาลป๓ญจวิงศติ ......................................................................................12
นิทานเรื่องที่ ๑ ..........................................................................................21
นิทานเรื่องที่ ๒ ..........................................................................................46
นิทานเรื่องที่ ๓ ..........................................................................................55
นิทานเรื่องที่ ๔ ..........................................................................................73
นิทานเรื่องที่ ๕ ..........................................................................................99
นิทานเรื่องที่ ๖ ....................................................................................... 109
นิทานเรื่องที่ ๗ ....................................................................................... 120
นิทานเรื่องที่ ๘ ....................................................................................... 143
นิทานเรื่องที่ ๘ ....................................................................................... 154
นิทานเรื่องที่ ๙ ....................................................................................... 165
นิทานเรื่องที่ ๑๐ .................................................................................... 173

นิทานเรื่องที่ ๑๑.................................................................................... 187
นิทานเรื่องที่ ๑๒ .................................................................................... 195
นิทานเรื่องที่ ๑๓ .................................................................................... 228
นิทานเรื่องที่ ๑๔ .................................................................................... 239
นิทานเรื่องที่ ๑๕.................................................................................... 253
นิทานเรื่องที่ ๑๖.................................................................................... 279
นิทานเรื่องที่ ๑๗.................................................................................... 314
นิทานเรื่องที่ ๑๘ .................................................................................... 327
นิทานเรื่องที่ ๑๙ .................................................................................... 345
นิทานเรื่องที่ ๒๐ .................................................................................... 366
นิทานเรื่องที่ ๒๑ .................................................................................... 393
นิทานเรื่องที่ ๒๒ .................................................................................... 412
นิทานเรื่องที่ ๒๓ .................................................................................... 421
นิทานเรื่องที่ ๒๔ .................................................................................... 431
นิทานเรื่องที่ ๒๕ .................................................................................... 444

เรื่องย่อนิทานเวตาล
ณ ฝ๓่งแมํน้ําโคทาวรี มีพระมหานครแหํงหนึ่งตั้งอยูํนาม
วํา ประดิษฐาน ที่เมืองนี้ในสมัยบรรพกาลมีพระราชาธิบดีองค๑
หนึ่ง ทรงนามวํา ตริวิกรมเสน ได๎ครองราไชศวรรย๑มาด๎วยความ
ผาสุก พระองค๑เป็นราชโอรสของพระเจ๎าวิกรมเสนผู๎ทรงเดชานุ
ภาพเทียมท๎าววัชรินทร๑
ตํอมาได๎มีนักบวชชื่อ ศานติศีล ได๎นําผลไม๎มาถวายทุก
วันมิได๎ขาด ซึ่งพระราชาแปลกใจ และได๎ไปพบในคืนหนึ่งตาม
นัด ได๎ถามถึงเหตุผลและเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ โยคี
ศานติศีลจอมเจ๎าเลํหไ๑ ด๎ขอให๎พระราชาตริวิกรมเสนนําเวตาลมา
ให๎ตนเพื่อจะประกอบมหายัญพิธี
พระราชาผู๎มีสจั จะเป็นมั่น ได๎ไปนําเวตาลมาให๎โยคีเจ๎า
เลํห๑ แตํเวตาลก็พยายามหนํวงเหนีย่ วด๎วยการเลํานิทานทั้งสิ้น
๒๔ เรื่องด๎วยกัน ซึ่งแตํละเรื่องจะมีคําถามให๎พระราชาตอบ

โดยมีข๎อแม๎วํา หากพระราชาทราบคําตอบแล๎วไมํตอบ ศีรษะ
ของพระราชาจะต๎องหลุดจากบํา และหากพระราชาเอํยปาก
พูดเวตาลก็จะกลับไปสูํที่เดิม
และก็เป็นดังนั้นทุกครั้ง ที่พระราชาตอบคําถามของ
เวตาล เวตาลก็จะหายกลับไปสูตํ ๎นไม๎ที่สิงที่เดิม พระราชาก็จะ
เสด็จกลับไปเอาตัวเวตาลทุกครั้งไป จนเรื่องสุดท๎ายพระราชา
ไมํทราบคําตอบ ก็ทรงเงียบไมํพูด เวตาลพอใจในตัวพระราชา
มาก เพราะเป็นพระราชาผูไ๎ มํยํอท๎อ ผู๎มีความกล๎าหาญ ทําให๎
เวตาลบอกความจริงในความคิดของโยคีเจ๎าเลํห๑ วําโยคีนั้น
แท๎จริงแล๎ว ต๎องการตําแหนํงราชาแหํงวิทยาธร โดยจะเอา
พระราชาเป็นเครื่องสังเวยในการทําพิธี และอธิบายถึงวิธีกําจัด
โยคีเจ๎าเลํห๑
เมื่อพระราชาเสด็จมาถึงโยคีตามที่นัดหมายไว๎ ก็
ปรากฎวําโยคีได๎เตรียมการทําอยํางที่เวตาลได๎บอกกับ
พระราชาไว๎ พระราชาจึงแก๎โดยทําตามที่เวตาลได๎อธิบายให๎

พระราชาฟ๓ง พระราชาจึงได๎ตาํ แหนํงราชาแหํงวิทยาธร และ เวตาลได๎บอกกับพระราชาตริวิกรมเสนวํา "ตําแหนํงนีไ้ ด๎มา เพราะความดีของพระองค๑ ตําแหนํงนี้จะคอยพระองค๑อยูํ หลังจากที่ทรงเสวยสุขในโลกมนุษย๑จนสิ้นอายุขัยแล๎ว ข๎าขอ โทษในกาลที่แล๎วมาในการที่ยั่วยวนประสาทพระองค๑ แตํก็ไมํ ทรงถือโกรธตํอข๎า บัดนี้ข๎าจะถวายพรแกํพระองค๑ ขอทรงเลือก อะไรก็ได๎ตามใจปรารถนาเถิด" พระราชาก็ตรัสวํา "เพราะเหตุที่ เจ๎ายินดีตํอข๎า และข๎าก็ยินดีในความมีน้ําใจของเจ๎าเชํนเดียวกัน พรอันใดที่ข๎าจะปรารถนาก็เป็นอันสมบูรณ๑แล๎ว ข๎าเพียงแตํ อยากจะขออะไรสักอยํางเป็นทีร่ ะลึกระหวํางข๎ากับเจ๎า นั่นก็คือ นิทานที่เจ๎ายกป๓ญหามาถามข๎าถึงยี่สิบสีเ่ รื่อง และคําตอบของ ข๎าก็ให๎ไปแล๎วเชํนเดียวกัน แลครั้งที่ยี่สิบห๎าคือวันนี้ถือเป็น บทสรุป แสดงอวสานของเรื่อง ขอให๎นิทานชุดนี้จงมีเกียรติแพรํ กําจายไปในโลกกว๎าง” เวตาลก็สนองตอบวํา “ขอจงสําเร็จ โอ ราชะ บัดนี้จง ฟ๓งเถิด ข๎าจะกลําวถึงคุณสมบัติทดี่ ีเดํนของนิทานชุดนี้ สร๎อย .

นิทานอันร๎อยรัดเข๎าด๎วยกันดังสร๎อยมณีสายนี้ ประกอบด๎วย ยี่สิบสีเ่ รื่องเบื้องต๎น แลมาถึงบทที่ยี่สิบห๎า อันเป็นบทสรุปสํง ท๎าย นับเป็นปริโยสาน นิทานชุดนีจ้ งเป็นที่รู๎จักกันในนามของ เวตาลป๓ญจวิงศติ (นิทานยีส่ ิบห๎าเรื่องของเวตาล) จงมีเกียรติยศ บันลือไปในโลก และนําความเจริญมาสูผํ ู๎อํานทุกคน ใครก็ ตามที่อํานหนังสือแม๎แตํโศลกเดียว หรือเป็นผู๎ฟ๓งเขาอํานก็ เชํนเดียวกัน จักรอดจากคําสาปทัง้ มวล บรรดาอมนุษย๑ ทั้งหลาย มียักษ๑ เวตาล กุษมาณฑ๑ แมํมด หมอผีและรากษส ตลอดจนสัตว๑โลกประเภทเดียวกันนี้ จงสิ้นฤทธิ์เดชเมื่อได๎ยิน ใครอํานนิทาน อันศักดิ์สิทธิ์น”ี้ พระศิวะได๎ฟ๓งเรื่องของตําง ๆ ของเวตาลจบก็กลําวชื่น ชมในองค๑พระราชาตริวิเสนมาก ซึง่ พระศิวะได๎สร๎างจาก อนุภาคโดยให๎มาปราบอสูรคนร๎ายตําง ๆ เมื่อพระราชาตริ วิกรมเสนได๎เป็นจอมราชันแหํงวิทยาธรทั้งโลกและสวรรค๑แล๎ว ก็เกิดความเบื่อหนําย หันไปบําเพ็ญทางธรรมจนบรรลุความ หลุดพ๎น .

เวตาลปัญจวิงศติ เป็นปีศาจชั่วร๎ายพวกหนึ่ง ซึ่งหากินอยูํในสุสาน และ สิงสูํอยูํในศพโดยทั่วไป วํากันถึงรูปรํางหน๎าตาของเวตาล ใน วรรณคดีของอินเดียภาคใต๎กลําวไว๎วํา เวตาลได๎รับการเคารพ นับถือวําเป็นภูตที่มีหน๎าที่ให๎ความคุ๎มครองดูและประชาชนใน ท๎องถิ่น ตั้งแตํที่ราบสูงเด็กขําน เรือ่ ยลงมาทางภาคใต๎ เวตาล มักจะปรากฎรูปรํางเป็นมนุษย๑ แตํมือและเท๎าหันกลับไป ทางด๎านหลัง นัยน๑ตาเป็นสีลานแกมเขียว มีเส๎นผมตั้งชันทั้ง ศีรษะ มือขวาถือไม๎เท๎า มือซ๎ายถือหอยสังข๑ ขณะเมื่อมาปรากฎ ตัวจะนุํงหํมเสื้อผ๎าสีเขียวทั้งชุด นั่งมาบนเสลี่ยงบางคราวก็ขมี่ ๎า มีภูตบริวารถือคบเพลิงแวดล๎อมโดยรอบ และสํงเสียงโหํร๎อง กึกก๎อง รูปเคารพของเวตาลที่ใช๎เป็นรูปบูชามักทําด๎วยหินทาสี แดง บนสํวนยอดของแทํงหินแกะสลักเป็นรูปหน๎าคน โอม ขอชัยชนะจงมีแดํพระคเณศ พระผู๎ซึ่งขณะ ฟูอนรําได๎ยังปวงดาราให๎พรั่งพรูลงจากฟากฟูาราวกับสายธาร .

แหํงบุปผามาลัย ด๎วยแรงลมเปุา จากปลายงวงของพระองค๑แม๎ เพียงเล็กน๎อย ณ ฝ๓่งแมํน้ําโคทาวรี มีพระมหานครแหํงหนึ่ง ตั้งอยูํนามวํา ประดิษฐาน ที่เมืองนี้ในสมัยบรรพกาลมี พระราชาธิบดีองค๑หนึ่ง ทรงนามวํา ตริวิกรมเสน ได๎ครอง ราไชศวรรย๑มาด๎วยความผาสุก พระองค๑เป็นราชโอรสของพระ เจ๎าวิกรมเสนผู๎ทรงเดชานุภาพเทียมท๎าววัชรินทร๑ ทุก ๆ วัน เมื่อพระราชาเสด็จออกวําราชการ ณ ท๎อง พระโรงธารคํานัล จะมีนักบวชชื่อ ศานติศีล เข๎ามาเฝูาถวาย ความเคารพ แล๎วถวายผลไม๎ผลหนึ่งและทุก ๆวัน พระราชาก็ ได๎ประทานผลไม๎นั้นแกํขุนคลังผู๎อยูํใกล๎ชิดให๎เอาไปเก็บไว๎ ด๎วย ประการฉะนี้แล กาลเวลาก็ผํานไปนับสิบปี อยูํมาวันหนึ่ง เมื่อโยคีศานติศลี เข๎ามาเฝูาถวายผลไม๎ เชํนเคย แล๎วทูลลากลับไป พระราชาทรงยื่นผลไม๎นั้นแกํลิงตัว .

หนึ่งซึ่งทรงเลี้ยงไว๎ในตําหนัก และหนีคนเลี้ยงเข๎ามาวิ่งเลํนอยูํ ในท๎องพระโรง ลิงรับผลไม๎แล๎วเอาเข๎าปากขบกัด ทําให๎เปลือก ผลไม๎ฉีกออก ทันใดนั้นเพชรมณีอันงามและมีคําหามิได๎กร็ ํวงตก ลงมาเป็นประกายระยิบระยับ พระราชาทรงหยิบมณีเม็ดนั้น ขึ้นมาพิจารณาและตรัสแกํโกศาธิบดีวํา "นี่แนะขุนคลัง เจ๎าจําได๎ไหมวําข๎าเคยมอบผลไม๎ของ โยคีให๎แกํเจ๎าทุก ๆ วัน ปุานนี้ก็คงจะมีจํานวนมากโขอยูํ เจ๎าเอา ไปเก็บไว๎ทไี่ หนเลํา" ได๎ฟ๓งรับสั่งดังนั้น ขุนคลังก็เกิดความตระหนกเป็นล๎น พ๎น อึกอักกราบทูลวํา "ข๎าแตํมหิบาล ขอทรงอภัยด๎วยเถิด ข๎า พระบาทคิดวําเป็นผลไม๎ธรรมดาก็เลยไมํได๎เอาใจใสํ ได๎รับมา ครั้งใดก็โยนเข๎าไปในหน๎าตํางท๎องพระคลัง ปุานนี้จะเป็น อยํางไรก็ไมํทราบ ข๎าพระองค๑ขอเปิดประตูคลังดูกํอน" โกศาธิ บดีกราบทูลแล๎วรีบวิ่งมาที่พระคลัง เปิดประตูออกดูภายในครูํ หนึ่งก็รีบกลับมาทูลวํา .

"โอ นฤบดี ผลไม๎ดังกลําวนั้นเปื่อยเนําไปหมดแล๎ว เหลือแตํเมล็ดคือ ดวงแก๎วมณีกองเป็นภูเขาเลากาเต็มไปหมด สํองแสงระยิบระยับไปทั้งห๎องพระเจ๎าข๎า" พระราชาได๎ฟ๓งดังนั้นก็ตรัสวํา "สมบัติของข๎าในท๎องพระคลังก็มีมากมายเหลือที่จะ คณานับ ข๎าจะปรารถนาอะไรกับอนรรฆมณีเหลํานั้น ข๎าขอ มอบให๎แกํเจ๎าทั้งหมด จงเอาไปเถิด" วันรุํงขึ้น เมื่อเสด็จออกท๎องพระโรง ทอดพระเตรเห็น โยคีศานติศีลเข๎ามาเฝูา จึงตรัสวํา "ดูกํอนมุนี ทํานมาหาเราทุกวัน เอามณีจินดาคําควร เมืองนับไมํถ๎วนมาให๎แกํเรา ทํานมีความประสงค๑อะไร จงบอก มาตามจริง ถ๎าทํานยังไมํบอกเรา วันนี้เราก็จะไมํรับผลไม๎จาก ทําน" .

โยคีได๎ฟ๓งก็ตอบวํา "ข๎าพเจ๎ากําลังจะประกอบมหายัญพิธีอันสําคัญยิ่ง อยํางหนึ่ง ซึ่งจะทําสําเร็จไมํได๎เลย ถ๎าไมํได๎บุรุษสุดกล๎าหาญ อยํางทํานมาชํวยเหลือ ขอทรงเมตตาเถิด โอ ราชะ" พระราชาได๎ฟ๓งก็ตรัสวํา "ทํานโยคี ข๎ายินดีจะชํวยเหลือทํานทุกอยําง จะให๎ทํา อะไรก็บอกมาเถิด" "โอ วิศามบดี ข๎าพเจ๎ายินดีนัก" โยคีศานติศีลกลําว "ข๎าพเจ๎าจะรอพระองค๑อยูํที่สุสานนอกเมืองเมื่อถึงข๎างแรมคืน แรกแหํงกาฬป๓กษ๑ พระองค๑จงมาพบข๎าพเจ๎าในเวลาค่ําที่ บริเวณใต๎ต๎นไทรเถิด อยําทรงลืมเป็นอันขาด" พระราชาทรงยินยอม ตรัสวํา "เอาเถิด ข๎าจะไปตาม นัด" .

โยคี เมื่อได๎รับคําสัญญาของพระราชา ก็ทูลลากลับไป ด๎วยความยินดี ฝุายพระราชาผูม๎ หาวีระ ครั้นถึงวันแรมแรกก็เสด็จ ออกจากวัง ทรงแตํงพระองค๑อยํางรัดกุม โพกพระเศียรด๎วยผ๎า สีดํา ทรงเลาะเร๎นไปตามทางโดยไมํมีผู๎พบเห็น จนกระทั่งบรรลุ ถึงสุสานนอกเมืองตามที่นัดหมาย บริเวณนั้นมืดด๎วยเงาแมกไม๎ ปรากฎเพียงตะคุํม ๆ ในที่สุดก็มาถึงที่ใกล๎จิตกาธานอันสวําง วอมแวมด๎วยไฟที่เผาไหม๎ซากอสุภอยูํ บางสํวนก็เหลือเพียง โครงกระดูกและกะโหลกศีรษะเรีย่ รายอยูํ ทําให๎เกิดความ สะพรึงกลัวแกํผู๎ได๎พบเห็นยิ่งนัก ณ ที่นั้นมีพวกภูตและเหลํา เวตาลลอยอยูํเกลื่อน บ๎างก็ยื้อแยํงกินศพอันชวนให๎ สะอิดสะเอียนเหียนราก เสียงหมาไนหอนโหยหวนอยูํในที่ ใกล๎เคียงเหมือนเสียงปีศาจมาหลอกหลอน รวมแล๎วความ สยดสยองทั้งหลายที่ปรากฎก็เป็นประดุจการมาเยือนของ พระไภรวะ (พระศิวะหรือพระอิศวร ปางดุร๎าย) นั่นเทียว .

จากนั้นพระราชาทรงค๎นหาสํานักของโยคีศานติศลี จนพบที่ใต๎ต๎นไทรใหญํ อันมีรากย๎อยระย๎า จึงเสด็จเข๎าไปหา ตรัสวํา "ข๎ามาแล๎ว ทํานโยคีจะให๎ข๎าทําอะไรเลํา" เมื่อโยคีเห็นพระราชาเสด็จมาตามสัญญาก็ดีใจ กลําว วํา "โอ ราชะ ข๎าพเจ๎าเห็นแล๎วจากพระเนตรของ พระองค๑วํา ทรงมีเมตตาตํอข๎าพเจ๎า ทรงฟ๓งเถิด ถ๎าพระองค๑ เสด็จจากนี่ไปทางทิศใต๎ไมํไกลนัก จะทรงพบต๎นอโศกต๎นหนึ่ง บนกิ่งอโศกมีศพชายคนหนึ่งแขวนอยูํ ขอให๎นําศพนั้นมาให๎ ข๎าพเจ๎า นั่นแหละคืองานที่ข๎าพเจ๎าต๎องการจะให๎พระองค๑ ชํวยเหลือ โอ มหาวีระ" ทันทีที่วีรกษัตริย๑ผมู๎ ั่นคงตํอคําสัญญาได๎ยินถ๎อยคํา ดังกลําว ก็ทรงกลําวแกํโยคีวํา "ข๎าจะทําตามคําของทําน" แล๎ว .

เสด็จไปทางทิศใต๎ ครูํหนึ่งก็มาถึงที่อันอยูํไมํไกลจากกองไฟที่ ใกล๎จะมอด แลเห็นต๎นอโศกอยูํบริเวณนั้น บนกิ่งอโศกมีศพชาย ผู๎หนึ่งแขวนอยูํราวกับห๎อยลงมาจากบําของอสุรกาย พระราชา ทรงปีนต๎นอโศกขึ้นไปปลดเอาศพลงมาอยํางยากเย็นและเหวี่ยง มันลงบนพื้นดิน ทันทีที่รํางนั้นกระทบแผํนดินมันก็หวีดร๎องราว กับเจ็บปวดเต็มที่ พระราชาทรงคิดวํารํางนั้นมีชีวิต ก็ปีนลงมา จากต๎นอโศกเข๎าประคองเอาไว๎ ทรงนวดเฟูนรํางนั้นด๎วยความ กรุณาเพื่อให๎คลายเจ็บ ทันใดนั้นศพก็กรีดเสียงหัวเราะเยือก เย็นราวกับเสียงภูตผี พระราชาทรงทราบได๎ทันทีวําศพนั้นถูก เวตาลสิงอยูํ จึงถามมันวํา "เจ๎าหัวเราะอะไร อยํามัวชักช๎าอยูํ เลย รีบไปกันเถอะ" ทันใดนั้นเอง ศพที่เวตาลเข๎าสิง ก็ลอยกลับ ขึ้นไปห๎อยอยูํบนกิ่งอโศกตามเดิม พระราชาเห็นดังนั้น ก็รีบปีน ขึ้นไปดึงเอาศพนั้นลงมาแล๎วเหวี่ยงขึ้นบํา เสด็จไปอยํางรวดเร็ว ขณะที่เสด็จมาตามทาง เวตาลในรํางของศพที่พาดบําอยูํก็ กลําวแกํพระราชาวํา .

"โอ ราชัน ข๎าจะเลํานิทานสนุก ๆ ให๎ฟ๓งสักเรื่องหนึ่ง ระหวํางทางจะได๎ไมํเบื่อ โปรดทรงสดับเถิด และเมื่อฟ๓งแล๎ว อยําได๎ตรัสอะไรเลย" .

นิทานเรื่องที่ ๑ แตํโบราณกาล มีเมืองหนึง่ ชื่อพาราณสี อันเป็นที่กลําว กันวําเป็นที่ประทับของพระศิวะผู๎เป็นเจ๎าเพราะเมืองนี้เป็นที่อยูํ ของผู๎บริสุทธิ์ในศาสนา ซึ่งเปรียบเหมือนภูเขาไกรลาสอันเป็นที่ ชุมนุมของทวยเทพ แมํน้ําคงคาอันศักดิ์สิทธิ์มีน้ําเปี่ยมฝ๓่งตลอด กาลไหลเลียบพระนครนี้ ทําให๎ดเู สมือนสร๎อยแก๎วมณีอัน บรรเจิดที่คล๎องเอาไว๎โดยรอบ ที่พระนครพาราณสีนี้ มีพระราชาองค๑หนึ่งทรงนาม วํา พระเจ๎าประตาปมกุฏปกครองอยูํ พระองค๑เป็นผู๎เลิศด๎วยเด ชานุภาพ สามารถปราบปรามเหลําอริราชศัตรูได๎ราบคาบราว กับกองอัคนีที่เผาผลาญปุาใหญํให๎วอดวาย ฉะนั้นพระองค๑มี ราชโอรสองค๑หนึ่งชื่อ วัชรมกุฏ ผูท๎ รงโฉมอันงามยอดยิ่งเพียงดัง จะเย๎ยกามเทพให๎ได๎อาย เจ๎าชายมีสหายผู๎หนึ่งชื่อพุทธิศรีระ ซึ่ง ทรงรักและตีราคาคุณคําของเขาเทํากับชีวิตของพระองค๑นั่น เทียว แลพุทธิศรีระนั้นเป็นบุตรมนตรีผู๎ใหญํของพระราชา .

สมัยหนึ่งเจ๎าชายกับพระสหายพากันแสวงหาความ บันเทิงสุขโดยการขี่ม๎าประพาสปุาไลํลําสิงโตอยํางสนุก ทรงยิง ธนูตัดสร๎อยคอของสีหะเหลํานั้น อันมีลักษณะดังแส๎จามรีของ มันขาดกระจุย ในที่สุดเสด็จมาถึงปุาใหญํแหํงหนึ่งที่นั้นมีความ งดงามรื่นรมย๑ราวกับอุทยานของกามเทพ มีเสียงนกดุเหวําวิเวก แวํวอํอนหวาน ผสมผสานมากับสายลมที่แผํวรําเพยมาจากแนว พฤกษ๑อันมีดอกบานสะพรั่งทุกกิ่งก๎านกวัดไกวไปมา ระหวํางทิว ไม๎อันคดโค๎งในเบื้องหน๎าเป็นทะเลสาบซึ่งมีน้ําอันใสเขียวดัง มรกตและมีระลอกน๎อย ๆ วิ่งไลํกนั เข๎าสูํฝ๓่งมิได๎ ขาด กลางบึง ใหญํมีกอบัวอันสลับสล๎างด๎วยสีสนั วรรณะตําง ๆ อยํางงดงาม ณ ที่นั้น เจ๎าชายทอดพระเนตรเห็นนารีนางหนึ่งมีรูปโฉมงดงาม ดังเทพอัปสร ลงเลํนน้ําอยูํพร๎อมด๎วยคณานางผูเ๎ ป็นบริวาร นาง มีพักตร๑อันงามดังสมบูรณจันทร๑ อันทําให๎เศวโตตบล (บัวสายสี ขาว) ทั้งหลายต๎องได๎อาย เพียงได๎แลเห็นนางครั้งแรก เจ๎าชาย หนุํมก็รู๎สึกเหมือนวํานางได๎ครําเอาดวงหทัยของพระองค๑ไปเสีย แล๎วด๎วยเสนํห๑อันลึกซึ้งของนาง แลนางนั้นกําลัง เพลิดเพลินอยูํ .

ด๎วยการเลํนน้ําจนมิทันระวัง อาภรณ๑ที่หลุดรํวงจากอุระ ขณะที่ เจ๎าชายและสหายกําลังจ๎องดูนางอยูํ ด๎วยความสงสัยวํานางเป็นใครนั้น ก็พอดีนางเหลือบ มาเห็นเข๎า นางเมินหน๎าหนีด๎วยความอาย แตํแล๎วกลับแสดง ทําทีเป็นนัย ๆ ให๎ทราบวํานางเป็นใครมาจากไหน นางเด็ด ดอกบัวออกจากมาลาทีส่ วมศีรษะนางดอกหนึ่งเอาทัดหูไว๎ นิ่ง อยูํครูํหนึ่ง แล๎วเอาดอกบัวออกจากหู บิดให๎เป็นรูป เครื่องประดับอยํางหนึ่งที่เรียกวํา ทันตบัตร (แผํนฟ๓นเป็นรูป อาภรณ๑ชนิดหนึ่ง) จากนั้นนางหยิบดอกบัวอีกดอกหนึ่งขึ้นวาง บนศีรษะ และเอามือปิดอุระไว๎ตรงหัวใจนาง เจ๎าชายมองดู อากัปกิริยาของนางอยํางไมํเข๎าใจ แตํสหายผู๎เป็นบุตรมนตรี เข๎าใจโดยตลอด นางโฉมงามนิ่งอยูํครูํหนึ่งก็ขึ้นจากน้ําแวดล๎อม ด๎วยบริวารเดินทางกลับไปยังนิวาสสถานของนาง เมื่อนางเข๎าในบ๎านก็ล๎มตัวลงบนทีน่ อน มีใจอันเต๎น ระทึกคิดถึงเจ๎าชายด๎วยความสงสัยวําพระองค๑จะเข๎าใจ .

สัญญาณของนางหรือไมํ สํวนเจ๎าชายวัชรมกุฏ เมื่อมิได๎เห็นนาง อีกแล๎วก็เปรียบเหมือนวิทยาธรที่สนิ้ ไร๎ซึ่งมนตร๑วิเศษ เมื่อเสด็จ กลับถึงพระนครก็มีแตํจติ ประหวัดคิดถึงนางอยูํมิรู๎วาย ทรงตก อยูํในอารมณ๑รันทด มีแตํความเศร๎าสร๎อยอาวรณ๑หาแตํนางผู๎ เดียว วันหนึ่งบุตรมนตรีเข๎ามาเฝูาและสนทนากันด๎วยเรื่องตําง ๆ พุทธิศรีระบุตรมนตรี ได๎ถามเจ๎าชายผู๎เป็นสหายวํามีความคิด อยํางไรเรื่องนางงามที่พบที่ทะเลสาบ ในความคิดของตนเห็นวํา นางนั้นอาจจะติดตํอได๎งํายกวําที่คดิ เพราะทุกอยํางไมํมีปญ ๓ หา อะไรเลย เจ๎าชายได๎ฟ๓งก็พลุํงขึ้นมาวํา “เจ๎าพูดได๎อยํางไรวําเข๎า หาไมํยากเลย ข๎าไมํรู๎จักแม๎แตํชื่อของนาง ที่ซึ่งนางอยูํ หรือ แม๎แตํหัวนอนปลาย ตีนของนางทั้งสิ้น เจ๎าชางกวนโมโหข๎าเสีย จริง” เมื่อเจ๎าชายตรัสดังนี้ พุทธิศรีระก็ถงึ กับอ๎าปากค๎าง กลําววํา “อะไรนะ พระองค๑ไมํทราบได๎อยํางไรในเมื่อนางให๎ .

สัญญาณออกโจํงแจ๎งอยํางนั้น ก็เมื่อนางเอาดอกบัวทัดที่หู นาง หมายจะบอกพระองค๑วํา ‘ฉันอยูํในแวํนแคว๎นของพระราชา นาม กรรโณตบล’ (ผู๎มีดอกกบัวประดับที่หู) เมื่อนางบิดกลับบัว เป็นอาภรณ๑ทันตบัตร นางหมายความวํา ‘จงรู๎เถิดวําฉันเป็นลูก ของทัตแพทย๑ที่เมืองนั้น’ การที่นางหยิบดอกบัวขึ้นชูบนศีรษะ วํา นางชื่อป๓ทมาวดี และการที่นางเอามือทาบหทัยประเทศก็ หมายความวํา พระองค๑สถิตอยูํในหัวใจของนางแล๎วนั่นเอง พระองค๑ไมํรู๎หรือวําพระราชากรรโณตบลนั้นเป็น กษัตริย๑แหํง แคว๎นกลิงคะ และมีพระสหายที่โปรดปรานคนหนึ่งเป็นหมอฟ๓น ชื่อสงครามวรรธน๑ ก็ชายผู๎นี้แหละ มีลูกสาวชื่อ ป๓ทมาวดี ผู๎เป็น มุกดาแหํงโลกทั้งสาม และบิดาของนางตีราคานางเทํากับชีวิต ของเขานั่นเทียว เรื่องราวเหลํานี้ข๎าพเจ๎าทราบจากคําคนเขาพูดกันมา นานแล๎ว เพราะฉะนั้นข๎าพเจ๎าจึงตีความหมายของนางได๎ถูก ต๎องไมํวํานางจะแสดงทําทีอยํางไร .

เมื่อราชบุตรได๎ฟ๓งคําเฉลยอันแจํมแจ๎งของบุตรมนตรี ดังนี้ ก็มีใจปลอดโปรํงสิ้นความกังวลวิตก มีใบหน๎าอันแชํมชื่น ขึ้นทันที และเห็นโอกาสที่จะไปหานางอันเป็นที่รักได๎โดยงําย จึงจัดการเสด็จอีกครั้งหนึ่งพร๎อมด๎วยบุตรมนตรี โดยแสร๎งทํา เป็นวําจะไปลําสัตว๑แล๎วมุํงไปหานางโดยทันทีตามเส๎นทางเดิม พอมาถึงกลางทาง เจ๎าชายก็กระตุน๎ ม๎าเผํนโผนไปด๎วยความเร็ว จนข๎าราชบริพารตามไมํทัน แล๎วมุงํ หน๎าไปยังแคว๎นกลิงคะ พร๎อม ด๎วยบุตรมนตรีตามเสด็จอยํางใกล๎ชิด ณ ที่นั้นชายหนุํม ทัง้ สองก็มุํงไปยังพระนครของพระราชากรรโณตบล แล๎ว สืบเสาะจนพบคฤหาสน๑หลังงามของทันตแพทย๑ผู๎ยิ่งใหญํ เจ๎าชายและพระสหายแวะเข๎าไปสูบํ ๎านของหญิง ชราผู๎หนึ่งซึ่ง อยูํใกล๎เคียงกับคฤหาสน๑นั้น พุทธิศรีระจัดการให๎หญ๎าให๎น้ําแกํ ม๎าทั้งสองตัว แล๎วเอาไปซํอนในที่ ลับตา จากนั้นก็กลําวแกํหญิง ชราตํอพระพักตร๑ของเจ๎าชายวํา “คุณแมํ ทํานเคยรู๎จักหมอฟ๓น ชื่อ สงครามวรรธน๑บ๎างหรือ” .

พอนางได๎ฟ๓งถ๎อยคําดังนั้น ก็กลําวแกํชายหนุํมอยําง อํอนน๎อมวํา “แมํรู๎จักเขาดีทเี ดียว ก็แมํนี่แหละเคยเป็นแมํนม ของเขา เดี๋ยวนี้เขาให๎แมํเป็นคนดูแลลูกสาวของเขาแล๎ว แตํแมํ ก็ไมํได๎เข๎าไปที่บ๎านใหญํนั่นหรอก เพราะไมํมเี สื้อผ๎าดี ๆ จะแตํง มีแตํชุดปอน ๆ นี่จะใสํไปก็อายเขา ที่เป็นอยํางนี้ก็เพราะอ๎าย ลูกชายชาติชั่ว มันเลํนการพนันหมดเนื้อหมดตัว ไมํมีอะไร เหลืออีกแล๎ว มันเห็นเสื้อผ๎าสวย ๆ ของแมํมีอยูํ มันก็ขนเอาไป จนหมด” เมื่อบุตรมนตรีได๎ฟ๓งดังนั้นก็ยินดี แลเห็นชํองทางโดย ตลอด จึงถอดสร๎อยสังวาลออกมอบให๎นางพร๎อมด๎วยของขวัญ อีกหลายอยําง ทําให๎นางปลาบปลืม้ เป็นอันมาก บุตรมนตรีเห็น ได๎โอกาสจึงกลําวแกํนางวํา “คุณแมํจงเป็นแมํของพวกเราเถิด ตอนนี้ฉันมี ความลับอยํางหนึ่งที่จะบอกคุณแมํ และขอให๎คณ ุ แมํชํวย สงเคราะห๑ด๎วย ให๎คณ ุ แมํไปหานางป๓ทมาวดี ลูกหมอฟ๓นและ กลําวแกํนางวํา เจ๎าชายที่เจ๎าเห็นที่ทะเลสาบนั้น บัดนี้มาถึงแล๎ว .

และเพราะความรักของเขาที่มีตํอเจ๎าอยํางทํวมท๎น เขาจึงรีบให๎ แมํมาบอกเจ๎า” เมื่อหญิงชราได๎ฟ๓งดังนั้นก็ตอบตกลง เพราะได๎ลาภ สักการมาไว๎แล๎วอยํางเต็มที่ รีบกระวีกระวาดเข๎าไปพบนาง ป๓ทมาวดีในปราสาท และกลับมาในเวลาเพียงชั่วครูํ เจ๎าชาย และพระสหายเห็นนางกลับมาก็ถามเรื่องราวโดยทันที นางได๎ ฟ๓งก็ตอบวํา “แมํไปพบนางอยํางลับ ๆ และแจ๎งขําวแกํนางวํา เจ๎ามาถึงแล๎ว พอนางฟ๓งจบก็ดําข๎ายกใหญํ มิหนําซ้ํายังตบหน๎า ข๎าทั้งสองข๎างข๎างละทีด๎วยฝุามือทีท่ าด๎วยการบูร แล๎วไลํข๎า กลับมา นางทําให๎ข๎าต๎องร๎องไห๎ด๎วยความเสียใจเพราะถูกดู หมิ่นอยํางคาดไมํถึง นี่ไงลํะ ลูกเอ๐ย รอยที่นางตบข๎ายังเป็นผื่น ห๎านิ้วอยูํเลยเห็นไหม” เมื่อได๎ฟ๓งดังนี้ เจ๎าชายก็รู๎สึกเป็นทุกข๑เพราะความ ผิดหวังยิ่งนัก แตํบุตรมนตรีผู๎ฉลาดได๎กลําวปลอบโยนวํา “อยํา ทรงเศร๎าโศกไปเลยพระเจ๎าข๎า ที่นางทําอยํางนี้เป็นแตํเพียง .

ปริศนาเทํานั้นหรอก การที่นางบริภาษแมํเฒําและตบหน๎าทั้ง สองแก๎มด๎วยมือทาการบูรทั้งสิบนิว้ เป็นรอยสีขาวอยํางนั้นก็ เพราะนางต๎องการจะตอบเป็นนัย ๆ วําให๎พระองค๑ทรงรออีก สิบวันข๎างขึ้น เพราะระหวํางนี้เป็นวันที่ฤกษ๑ไมํดี” หลังจากที่บุตรมนตรีกลําวปลอบโยนเจ๎าราชบุตรดังนี้ แล๎ว บุตรมนตรีก็ออกไปตลาด แอบเอาเครื่องทองหยองออก ขายอยํางลับ ๆ เอาเงินมาให๎แมํเฒําไปทําอาหารอยํางดีเลิศมา กินกันทั้งสามคน หลังจากนั้นเมื่อรอมาครบสิบวัน บุตรมนตรีก็ สํงแมํเฒําไปพบนางป๓ทมาวดีอีกเพื่อดูวํานางจะวําอยํางไร ฝุาย หญิงชราหลังจากที่ถูกปรนเปรอด๎วยเหล๎ายาปลาปิ้งและอาหาร นานารสอยํางอิ่มหมีพีมันแล๎วก็มีกาํ ลังใจยอมชํวยเหลือเต็มที่ นางเดินทางไปหานางป๓ทมาวดีอีกครั้งเพื่อเอาใจแขกทั้งสอง นางไปแล๎วมิช๎าก็กลับมากลําวแกํชายทั้งสองวํา “แมํไปมาแล๎ว และไมํทันได๎พูดอะไร แตํนางกลับเยาะเย๎ยแมํวําทําเป็นแมํสื่อดี นัก นางเอามือที่ทาชาดมาแปะหน๎าอกข๎าเป็นรอยนิ้วมือสามนิ้ว ข๎าจึงกลับมายังเจ๎าพร๎อมด๎วยรอยนิ้วมือของนางนี่แหละ” .

เมื่อบุตรมนตรีได๎ฟ๓งและพิเคราะห๑ด๎วยความฉลาดก็ ทูลเจ๎าชายให๎สงบพระทัย และไตรํตรองในปริศนาของนาง ซึ่ง ตนเห็นวําไมํลลี้ ับอะไรเลย “นางต๎องการจะบอกให๎ทราบวํา นางยังไมํวํางที่จะพบใครในสามวันนี้” บุตรมนตรีเฉลยป๓ญหา อยํางมั่นใจ หลังจากนั้นอีกสามวัน พุทธิศรีระก็สํงหญิงเฒําไปหา นางป๓ทมาวดีอีก คราวนี้นางป๓ทมาวดีต๎อนรับขับสู๎เป็นอยํางดี ปรนเปรอด๎วยอาหารอันเอมโอชและสุราอยํางดี หญิงชรา เพลิดเพลินอยูํที่คฤหาสน๑ตลอดวัน จนกระทั่งถึงเวลาเย็นนางจึง ลากลับบ๎าน ขณะนั้นปรากฎเสียงอื้ออึงในท๎องถนนหน๎า คฤหาสน๑เสียงคนร๎องเอะอะวํา “ระวังด๎วย มีช๎างบ๎าหลุดจาก เสาตะลุงวิ่งมาทางนี้ มันกระทืบคนตายไปหลายคนแล๎ว หนีเร็ว !” นางป๓ทมาวดีได๎ยินดังนั้นจึงกลําวแกํหญิงชราวํา “แมํอยํา ออกไปทางถนนใหญํเลย อันตรายเปลํา ๆ เราจะให๎แมํนั่งใน กระเช๎าแล๎วคํอยหยํอนเชือกลงไปจากหน๎าตํางดีกวํา พอลงไป ถึงสวนแล๎วก็ปีนต๎นไม๎ออกไปที่กําแพง แล๎วข๎ามกําแพง ลงไป .

โดยไตํลงต๎นไม๎อีกต๎นหนึ่ง ถึงทางลัดแล๎วแมํก็กลับไปบ๎านเถิด” หลังจากกลําวดังนี้แล๎ว นางป๓ทมาวดีก็ให๎หญิงชราลงไปนั่งใน กระเช๎า เอาเชือกพันแนํนหนา แล๎วก็คํอยหยํอนนางลงทาง หน๎าตําง เมื่อลงไปถึงสวนแล๎วก็ให๎นางทําตามที่บอกจนหญิง เฒํากลับสูบํ ๎านด๎วยความปลอดภัย เมื่อนางกลับมาบ๎านแล๎วก็ เลําเรื่องทั้งหมดให๎ชายหนุํมทั้งสองฟ๓ง บุตรมนตรีได๎ฟ๓งดังนั้นก็ กลําวแกํเจ๎าชายวํา “ความปรารถนาของพระองค๑ถึง ความสําเร็จแล๎ว เพราะฟ๓งจากถ๎อยคําแมํเฒํานี่ นางป๓ทมาวดีได๎ แนะหนทางให๎พระองค๑ไปสูํบ๎านของนางแล๎ว เพราะฉะนั้นจง เสด็จไปเถิด ไปเสียวันนี้เลย เวลาย่ําค่ํา ไปตามหนทางที่นาง ชี้แนะไว๎แล๎วนั่นแหละ” เมื่อบุตรมนตรีกลําวดังนี้ เจ๎าราชบุตรก็เดินทางไป พร๎อมด๎วยบุตรมนตรีลัดเลาะมาจนถึงแนวกําแพงบ๎านนาง ตามที่หญิงชราบอกไว๎ ที่ตรงนั้นมีเชือกผูกระเช๎าหยํอนลงมา จากหน๎าตําง ที่ขอบหน๎าตํางแลเห็นสาวใช๎กําลังเยี่ยม ๆ มอง ๆ เหมือนนางกําลังคอยหาเจ๎าชายอยูํ ดังนั้นเจ๎าจึงลงไปนั่งใน .

กระเช๎านางสาวใช๎สองคนก็ชํวยกันชักกระเข๎าขึ้นไปจนถึง หน๎าตําง จากนั้นเจ๎าชายก็เสด็จเข๎าไปในปราสาทและตรงเข๎าไป หานางอันเป็นที่รัก บุตรมนตรีเห็นวําเสร็จธุระของตนแล๎วก็ กลับที่พัก สํวนเจ๎าชายเมื่อเข๎าไปถึงห๎องของนางก็แลเห็นนางนั่ง อยูํบนอาสน๑ มีใบหน๎าอันงามปลั่งเปลํงดังจันทร๑เพ็ญฉายแสง อรํามเรืองในราตรี นางแลเห็นเจ๎าชายก็รีบลุกจากแทํนเข๎ามา กอดไว๎ด๎วยความเสนํหาอันแผดเผาอุระให๎ทรมานมานับเดือน เจ๎าชายประคองนางไว๎ด๎วยความรัก และกระทําวิวาหะตํอนาง ตามแบบคานธรรพวิวาห๑ (การได๎เสียกันเองด๎วยความพอใจทั้ง ฝุายชายและหญิง วิวาหะชนิดนี้ถือเป็นแบบหนึ่งที่ถูกต๎องตาม กฏหมายอยํางหนึ่งใน 8 ชนิด) เมือ่ ความปรารถนาของพระองค๑ บรรลุความสําเร็จแล๎ว เจ๎าชายก็ประทับอยูํกับนางเรื่อยมาโดย การลักลอบมิให๎รู๎ถึงผู๎อื่น จนเวลาผํานไปหลายวัน .

วันหนึ่งขณะในที่อยูํกับนางในที่รโหฐาน เจ๎าชาย รําลึกถึงพระสหายได๎ จึงกลําวแกํนางวํา “ดูกํอนเจ๎าผู๎เป็นทีร่ ัก สหายรํวมใจของข๎ากําลังคอยข๎าอยูํที่บ๎านแมํเฒํา เวลาก็ผํานไป หลายวันแล๎ว ข๎าคิดวําควรจะกลับไปเยี่ยมเยียนเขาบ๎าง เพราะ เขาคอยฟ๓งขําวจากข๎าอยูํ เสร็จธุระแล๎วข๎าจะกลับมาที่นี่อีก” ป๓ทมาวดีโฉมงามได๎ฟ๓งก็นิ่งอยูํ ไตรํตรองด๎วยความ ฉลาดของนาง แล๎วก็กลําวแกํสามีของนางวํา “โอทํานผู๎เป็นบดี (สามี หรือนาย) ของข๎า เมื่อพระองค๑ตรัสดังนี้ก็ดีแล๎ว แตํข๎ายัง มีความสงสัยอยูํอยํางหนึ่งที่จะถามวํา กํอนหน๎านี้ข๎าเคยทํา ปริศนาหลายอยํางตํอพระองค๑ พระองค๑ทรงตีป๓ญหาแตกด๎วย ความคิดของพระองค๑เองหรือ หรือวําบุตรมนตรีผเู๎ ป็นสหาย เป็นคนคิดให๎” เจ๎าราชบุตรได๎ฟ๓งดังนั้นก็กลําวตอบโดยความซื่อวํา “ข๎าไมํได๎คิดเองเลยสักอยําง แตํสหายของข๎าคือบุตรมนตรีผู๎นั้น เป็นผู๎แนะนําตํางหาก” .

นางได๎ฟ๓งดังนั้นก็คิดในใจด๎วยความล้ําลึก ปกปิด ความรูส๎ ึกอันแท๎จริงมิให๎ปรากฏออกนอกหน๎า กลําววํา “พระองค๑ทําผิดเสียแล๎วที่ไมํแจ๎งเรือ่ งนี้แกํข๎ากํอน เมื่อเขาเป็น สหายของพระองค๑ เขาก็ควรจะเป็นพี่ของข๎าด๎วย ข๎าควรจะให๎ เกียรติแกํเขายิ่งกวําใคร ๆ ทั้งหมด โดยให๎ของขวัญอันมีคําตําง ๆ” เมื่อนางกลําวดังนี้แล๎ว ตกเวลากลางคืนนางก็สํง เจ๎าชายกลับไปโดยวิธีเดิมเหมือนขามา เจ๎าชายก็กลับมาหา พุทธิศรีระและพักอยูํด๎วยกันเป็นเวลาหลายวัน วันหนึ่งราชบุตร กลําวแกํบุตรมนตรีวําพระองค๑ได๎เลําเรื่องการแก๎ปริศนาของเขา ให๎นางทราบหมดแล๎วเพื่อต๎องการจะยกยํองความฉลาดของเขา สหายหนุมํ ได๎ฟ๓งก็ตําหนิ วําเป็นการเสีย่ งมากที่ทรงทําดังนั้น การสนทนาระหวํางสองชายดําเนินไปจนกระทั่งเย็นค่ํา วัน ตํอมา หลังจากการสวดประจําวันเวลาเช๎าสิ้นสุดลง ก็ปรากฏวํา มีสาวใช๎คนสนิทของนางป๓ทมาวดีมารอพบอยูํ เอาหมากพลูมา ให๎พร๎อมกับอาหารซึ่งนํากินหลายอยําง นางถามสารทุกข๑สุกดิบ .

ของบุตรมนตรีตามธรรมเนียม แล๎วมอบของกินให๎แกํเขาและ กลําวแกํเจ๎าชายวํา นางป๓ทมาวดีกําลังคอยอยูํ ขอให๎พระองค๑ เสด็จไปเสวยอาหารที่บ๎านของนางโดยเร็ว นางกลําวจบก็รบี ผลุนผลันกลับไป บุตรมนตรีเห็นนางไปแล๎วก็กลําวแกํเจ๎าชาย วํา “ข๎าแตํราชบุตร โปรดคอยดู ข๎าจะแสดงอะไรให๎ดสู ัก อยําง” กลําวจบก็นําอาหารในภาชนะนั้นมาให๎สุนัขกิน สุนัขกิน อาหารนั้นยังไมํทันหมดก็ล๎มลงขาดใจตาย เจ๎าชายแลดูด๎วย ความงุนงง ตรัสวํา “นี่มันอะไรกัน ข๎าไมํเข๎าใจ” บุตรมนตรีจึงอธิบายวํา “ความจริงก็คือ นางผู๎เป็นที่ รักของพระองค๑รู๎วําข๎าเป็นคนมีปญ ๓ ญา เพราะสามารถตีป๓ญหา ของนางออกทุกอยําง นางจึงสํงอาหารใสํยาพิษมาให๎ข๎ากิน ที่ นางทําเชํนนี้ก็เพราะนางรักพระองค๑มากเหลือเกิน นางต๎องการ ให๎พระองค๑รักนางอยํางสุดจิตสุดใจ และนางเห็นวํา ตราบใดที่ ข๎ายังมีชีวิตอยูํ ข๎าอาจเป็นก๎างขวางคอนาง และอาจจะยุยง .

พระองค๑ให๎เหินหํางจากนางเมื่อไรก็ได๎ นางจึงคิดจะฆําเสีย มิให๎ ข๎านําพาพระองค๑เสด็จกลับพระนคร แตํพระองค๑อยําโกรธนาง เลย ทางที่ดีขอให๎พระองค๑เล๎าโลมนางจนคิดหนีจากสกุล ติดตามพระองค๑กลับสูํพระนครจะดีกวํา ข๎าจะเป็นผู๎ออกอุบาย ดําเนินเรื่องนี้เอง” เมื่อบุตรมนตรีทูลดังนี้ เจ๎าราชบุตรก็ทรงยิ้มแย๎มด๎วย ความพอพระทัยตรัสวํา “เจ๎านี่สมแล๎วที่ได๎ชื่อวํา พุทธิศรีระ เพราะเจ๎าเป็นแหลํงของความฉลาดแท๎เทียว” ขณะที่เจ๎าชายกําลังกลําวยกยํองพระสหายอยูํนั้นก็ได๎ ยินเสียงคนเป็นอันมากสํงเสียงปริเทวนาการมาจากท๎องถนนวํา “โธํเอ๐ย ชํางกระไรราชบุตรน๎อยของพระราชามาดํวนจากไปเสีย แล๎ว ไมํควรเลย ยังเด็กอยูํแท๎ ๆ” บุตรมนตรีได๎ยินเสียงดังนั้นก็ รู๎สึกยินดีนัก กลําวแกํเจ๎าชายวํา “รีบเสด็จไปบ๎านนางเถอะ คืน นี้เมื่อพระองค๑อยูํกับนาง จงพยายามให๎นางดื่มสุราให๎มาก ให๎ นางเมาจนสิ้นสติแนํนิ่ง แล๎วจงเอาเหล็กเผาไฟนาบสะโพกของ .

นางเป็นเครื่องหมายแล๎วเก็บสร๎อยถนิมพิมพาภรณ๑ เครื่องประดับกายของนางมาให๎หมด จากนั้นขอให๎เสด็จกลับมา ทางเดิม เมื่อกลับมาบ๎านแล๎วข๎าจะดําเนินการตามแผนที่คิดไว๎ ทุกอยําง” เมื่อบุตรมนตรีกลําวดังนี้แล๎วก็มอบเหล็กแหลมรูปตรี ศูลอันเล็ก ๆ มีลักษณะแหลมราวกับขนหมูปุาให๎แกํเจ๎าชายเพื่อ ไปกระทําตามแผน เจ๎าชายรับมาแล๎วทรงพิจารณาดูอาวุธน๎อย อันดําเป็นมันขลับราวกับตะกั่วดํา พลางคิดวําทั้งนางป๓ทมาวดีผู๎ เป็นที่รัก กับพุทธิศรีระผู๎เป็นสหายแก๎ว ดูจะเป็นคนใจหิน ด๎วยกันทั้งคูํไมํมีใครเป็นรองใครจึงตรัสวํา “เอาเถอะข๎าจะทํา ตามที่เจ๎าสั่งทุกอยําง” คืนนั้นเจ๎าชายเสด็จไปยังคฤหาสน๑ของนางป๓ทมาวดี เพราะขึ้นชื่อวําเจ๎าชายยํอมจะต๎องทําตามคําแนะนําของมนตรี ที่ฉลาดเสมอ ณ ที่นั้นพระองค๑ได๎ภริ มย๑อยูํด๎วยนางจนเวลาคํอน คืน ปรนเปรอนางด๎วยสุรา จนนางเมามายถึงขนาดและแนํนิ่ง ไป เจ๎าชายเห็นได๎โอกาสก็หยิบตรีศุลมาลนไฟแล๎วนาบลงที่ สะโพกของนางโดยนางยังคงสลบไสลไมํได๎สติเชํนเดิม เสร็จแล๎ว .

ทรงรวบรวมรัตนาภรณ๑ของนางใสํหํอผ๎า เสด็จเร๎นพระองค๑ลง จากหน๎าตํางในความมืด แฝงกายลัดเลาะมาถึงบ๎าน แจ๎ง เหตุการณ๑ทุกอยํางให๎บุตรมนตรีทราบ ทําให๎บุตรมนตรีดีใจที่ แผนการประสบผลสําเร็จไปครึ่งหนึ่งแล๎ว รุํงเช๎าบุตรมนตรีแอบไปยังสุสานนอกเมือง พร๎อม ด๎วยราชบุตร และเปลีย่ นเสื้อผ๎า โดยบุตรมนตรีปลอมตนเป็น โยคี สํวนเจ๎าชายปลอมเป็นสาวก เสร็จแล๎วบุตรมนตรีกลําวแกํ เจ๎าชายวํา “พระองค๑จงนํารัตนาวลีนี้ไปเรํขายในตลาด แล๎วทํา เป็นโกํงราคาเสียจนไมํมีใครกล๎าแตะ จงเดินเรํขายไปเรื่อย ๆ ทําให๎ใคร ๆ ได๎เห็นกันจนทั่ว และเมื่อถูกราชบุรุษ (ตํารวจ) จับ จงทําเป็นไมํรู๎อิโหนํอิเหนํตอบแตํเพียงวํา ทํานโยคีอาจารย๑ของ ข๎าสั่งให๎ข๎าเอาสร๎อยเส๎นนีม้ าขาย เมื่อบุตรมนตรีกําชับกําชาเรียบร๎อยแล๎วก็สํงเจ๎าชาย ออกไปที่ตลาด เจ๎าชายแกล๎งตระเวนขายสายสร๎อยมณีไปทั่ว ตลาด ในที่สดุ ก็ถูกราชบุรุษจับ เพราะราชบุรุษได๎รับแจ๎งความ .

มาวําเป็นสํวนหนึ่งของรัตนาภรณ๑ที่โจรเอาไปจากลูกสาวเศรษฐี ผู๎เป็นทันตแพทย๑ เมื่อราชบุรุษจับกุมเจ๎าชายไปแล๎วก็นําไปมอบ แกํตุลาการ ตุลาการแลเห็นราชบุตรแตํงกายด๎วยเสื้อผ๎าของ โยคี ก็รีบแสดงความเคารพและถามด๎วยความนอบน๎อมวํา “ข๎า แตํทํานสาธุ ทํานเอาสร๎อยมณีเส๎นนี้มาจากไหน ทํานรู๎หรือไมํวํา สร๎อยเส๎นนี้เป็นของธิดาเศรษฐีใหญํ คือธิดาทันตแพทย๑หลวง นางทําหายไปโดยไร๎รํองรอยจําไมํได๎วําที่ไหน บางทีอาจจะถูก ขโมยเมื่อคืนนี้กไ็ ด๎” เมื่อเจ๎าชายผู๎ปลอมเป็นสาธุได๎ฟ๓งดังนั้นจึงตอบวํา “ทํานมหาคุรผุ ู๎เป็นอาจารย๑ของข๎าเป็นคนมอบให๎ข๎าเอง ถ๎าทําน อยากรู๎อะไรก็จงสอบถามทํานคุรุเถิด” ตุลาการได๎ฟ๓งก็เดินทางไปที่สสุ าน แลเห็นบุตรมนตรี นั่งอยูํ คิดวําเป็นโยคีจึงเข๎าไปทําความเคารพและถามวํา “ข๎าแตํ ทํานผู๎เจริญ ทํานได๎มุกดาวลีเส๎นนีม้ าจากไหน ข๎าได๎มาจากศิษย๑ ของทําน” .

เมื่อหนุํมเจ๎าเลํห๑ได๎ฟ๓งก็ตอบวํา “ข๎าเป็นนักบวชแสวง บุญ เดินทางทํองเที่ยวจาริกแสวงบุญไปเรื่อย ๆ ไมํมีที่พํานัก ถาวร ข๎าชอบทํองเที่ยวไปในไพรกว๎าง ออกจากปุาโน๎นเข๎าปุานี้ ตามอําเภอใจของข๎า คราวนี้ประเหมาะได๎เจอเรื่องตื่นเต๎นเข๎า จนได๎ เมื่อคืนข๎ามาพักอยูํในสุสานนี้ ข๎าได๎เห็นนางแมํมดจํานวน มากมาประชุมกันที่นี่ พวกมันคนหนึ่งนําเอารํางสลบไสลของ ชายองค๑หนึ่งมาด๎วย มันเอารํางเปลําเปลือยของชายเคราะห๑ ร๎ายมาวางเป็นเครื่องบูชายัญแดํองค๑พระไภรวะ (ผู๎นํากลัว หมายถึงพระศิวะ (อิศวร) ปางดุร๎าย) นางแมํมดตนหนึ่งมี อํานาจตบะแรงกล๎ามิใชํน๎อย แอบเข๎ามาขโมยสร๎อยประคําที่ข๎า ใช๎ทํองบํนมนตราอันศักดิ์สิทธิ์ไป ข๎าลืมตาขึ้นเห็นนางตัวดีวิ่งหนี ไปข๎างหน๎า ข๎าโกรธมาก วิ่งตามไปจิกหัวมัน กระชากสร๎อย ประคําคืนมาแล๎วมัดนางไว๎ เอาตรีศุลของข๎าลนไฟแล๎วนาบ สะโพกมัน ข๎าหยิบสร๎อยมุกดาที่มนั สวมคอเอามาด๎วย แล๎ว ปลํอยมันไป ข๎าเห็นวํารัตนาวลีนเี้ ป็นของมีคํา มิใชํของอันดาบส .

พึงเก็บเอาไว๎ใช๎สอย จึงให๎ลูกศิษย๑ข๎าเอาไปขายที่ตลาด เรื่องก็มี
เทํานี้แหละ
เมื่อตุลาการได๎ฟ๓งเรื่องราวโดยตลอดเชํนนั้นก็รีบกลับ
เข๎าวังทูลพระราชาให๎ทรงทราบ พระราชาได๎ฟ๓งรูส๎ ึกตื่นเต๎นไมํ
น๎อยที่มีเรื่องราวดังกลําวเกิดขึ้น ในที่สุดทรงสรุปเอาวํา สร๎อย
มุกดานั้นชะรอยจะเป็นเส๎นเดียวกับเส๎นที่หายไป พระราชาจึง
สํงนางพนักงานชราที่ไว๎เนื้อเชื่อใจได๎คนหนึ่งไปสืบที่บ๎านเศรษฐี
เพื่อดูวําธิดาเศรษฐผู๎นั้นมีรอยรูปตรีศุลอยูํทสี่ ะโพกหรือหาไมํ
หญิงเฒําไปแล๎วมิช๎าก็กลับมาทูลวํา นางป๓ทมาวดีนั้นมีรอยรูป
ตรีศลู บนสะโพกเห็นได๎อยํางชัดเจน เมื่อได๎ฟ๓งดังนั้นพระราชาก็
ทรงมั่นพระทัยวํา นางป๓ทมาวดีเป็นแมํมด และเป็นคนเดียวกับ
ที่ฆําพระโอรสของพระองค๑เป็นแนํแท๎ ดังนั้นพระองค๑จึงเสด็จ
ไปแตํลําพัง เข๎าไปหาโยคีที่สสุ าน และถามวํา พระองค๑ควรจะ
จัดการอยํางแกํนางป๓ทมาวดี โยคีปลอมจึงทูลแนะนําให๎เนรเทศ
นางไปเสียจากพระนคร พระราชาจึงออกคําสั่งให๎เนรเทศนาง
ไปเสีย ทําให๎บิดามารดาของนางเศร๎าโศกเพียงชีวิตจะแตก

สลาย เมื่อนางป๓ทมาวดีถูกขับไลํออกจากเมือง เสื้อผ๎าแพร
พรรณและถนิมพิมพาภรณ๑ของนางก็ถูกยึดไปหมด เหลือแตํ
ผ๎านุํงหํมปอน ๆ ผืนเดียว นางเข๎าไปอยูํในปุาแตํผู๎เดียว สิ้น
ความคิดที่จะชํวยเหลือตัวเอง นั่งซึมเซาอยูตํ กเย็นบุตรมนตรี
กับเจ๎าชายเปลี่ยนเครื่องแตํงกายนักบวช แล๎วขี่ม๎าเข๎ามาในปุา
ตรงไปหานาง ปลอบโยนนางให๎คลายโศกแล๎วเจ๎าชายก็อุ๎มนาง
ขึ้นขี่ม๎าตัวเดียวกันเดินทางกลับพระนครพาราณสี และ
ดํารงชีวิตอยูํด๎วยกันด๎วยความผาสุก สํวนเศรษฐีทันตแพทย๑
เมื่อธิดาของตนจากไปแล๎วและมิได๎ยินขําวเกี่ยวกับนางอีกก็คิด
วํานางคงถูกสัตว๑ปุากินสิ้นชีวิตไปแล๎ว มีความทุกข๑ระทมแสน
สาหัส ก็ตรอมใจตาย ตํอมามิช๎านางผู๎ภริยาก็ตายตามไปด๎วยอีก
คนหนึ่ง
ฝุายเวตาลเมื่อเลําเรื่องจบลงแล๎ว ก็แสร๎งกลําวแกํ
พระราชาวํา “โอ อารยบุตร ข๎ามีความสงสัยอยูํอยํางหนึ่งใน
เรื่องที่เลํามานี้วํา ในกรณีที่บดิ ามารดาของนางป๓ทมาวดีต๎อง
สิ้นชีวิตลงไปนี้ ทรงเห็นวําเป็นความผิดของใคร บุตรมนตรี

หรือวําเจ๎าชาย หรือนางป๓ทมาวดีกันแนํ โปรดทรงวินิจฉันให๎ข๎า
ฟ๓งหนํอยเถอะ เพราะพระองค๑ก็ได๎ชื่อวําเป็นยอดนักปราชญ๑ผู๎
หนึ่ง โอ ราชะ ถ๎าพระองค๑ไมํกลําวคําจริงทั้ง ๆ ที่ทรงรู๎ดีอยูํแกํ
ใจแล๎วละก็ พระเศียรของพระองค๑จะต๎องแยกออกเป็นร๎อย
เสี่ยงแนํเทียว”
เมื่อเวตาลกลําวดังนี้ พระราชาผู๎เป็นสัตยเคราะห๑ (ผู๎
ยึดมั่นในความสัตย๑) ก็ตกพระทัยเพราะความเกรงกลัวในคํา
สาป จึงตรัสวํา “โอ เวตาล เจ๎าก็เป็นผู๎ชํานิชํานาญในมายา
ศาสตร๑ทั้งปวง เรื่องนี้ยากเย็นอะไร บุคคลทั้งสามที่เจ๎าเอํยมา
นั้นข๎าไมํเห็นวําจะมีใครเป็นผู๎ผิดแม๎แตํคนเดียว ความผิดใน
เรื่องนี้ทั้งหมดเป็นของพระราชากรรณโณตบลนั่นตํางหาก”
เวตาลได๎ฟ๓งก็กลําววํา “อะไรกัน พระราชาเป็นผูผ๎ ิด
ด๎วยเหตุใด บุคคลทั้งสามนั่นแหละเป็นผู๎กํอความผิดเกี่ยว
เนื่องกันทั้งสามคน ก็กานั้นเสพของสกปรกจะต๎องพลอยมี

ความผิดด๎วยหรือ ในเมื่อหงส๑นั้นมิได๎กินภักษาหารเหมือนกา
แตํกินข๎าวเปลือกแทน”
พระราชาตรัสอธิบายวํา “วําตามจริงคนทั้งสามมิได๎
ทําความผิดเลยสักนิด บุตรมนตรีไมํได๎ทําผิดเพราะสิ่งที่เขาทํา
ไปเป็นเพราะเขาต๎องการจะชํวยเจ๎านายของเขา นับเป็นหน๎าที่
ที่เขาจะต๎องทําอยูํแล๎วในฐานเสวกและสหาย สํวนนางป๓ทมาวดี
และเจ๎าราชบุตรก็มิได๎ทําผิดอะไร เพราะทั้งสองคนตํางก็ถูกเผา
ไหม๎ด๎วยพิษศรกามเทพเชํนเดียวกัน สิ่งที่พวกเขากระทําไปก็
เพราะเขาตํางรักกัน และทําไปด๎วยความโงํเขลาตํางหาก จึงไมํ
ควรถูกตําหนิในเรื่องนี้ ก็พระราชากรรโณตบลนั่นแหละ ขาด
ความรู๎ความเข๎าใจในนิติศาสตร๑อันเป็นหลักที่พระเจ๎าแผํนดิน
ควรจะรู๎ ไมํสืบสวนข๎อเท็จจริงให๎ประจักษ๑ในงานอันเกี่ยวกับ
แวํนแคว๎นที่ตนปกครอง ไมํรจู๎ ักการใช๎จารชนให๎เป็นประโยชน๑
แม๎ในเรื่องของราษฎรภายใต๎อํานาจของตัวเองก็ไมํรู๎ ไมํมีความ
เฉลียวในเลํห๑ของทรชน ขาดความชํานิชาญในการตีวความสิ่งที่
ปรากฎแม๎งําย ๆ ที่กลําวมานี้แล คือความบกพรํองอันควร

นับวําเป็นความผิดของพระราชากรรโณตบลโดยแท๎ เวตาลผูส๎ ิง
อยูํในศพเมื่อได๎ฟ๓งพระราชากลําวดังนั้น ทราบวําเป็นคําตอบที่
ถูกต๎อง แตํพระราชาได๎ลมื คําสัญญาที่วําจะไมํพูดแล๎ว จึงเป็น
โอกาสอันดีที่ตนจะหนีไป เวตาลก็ผละจากไหลํของพระราชา
และอันตรธานหายไป ทําให๎พระราชาตริวิกรมเสนต๎องเสด็จ
เที่ยวติดตามเพื่อจับเอาตัวมาอีก

นิทานเรื่องที่ ๒
พระราชาตริวิกรมเสนเสด็จกลับไปที่ต๎นอโศกอีก
ครั้งหนึ่งเพื่อจับตัวเวตาล เมื่อเสด็จไปถึงที่นั้น ทรงสอดสํายพระ
เนตรดูโดยรอบในความมืดอันมีแสงไฟเรือง ๆ จากจิตกาธาน
สํองมา ในที่สุดก็พบศพนั้นนอนหงายอยูํบนพื้นดินกําลังกรนอยูํ
จึงเข๎าไปจับตัวศพนั้นซึ่งมีเวตาลสิงอยูํตวัดขึ้นบนบํา และรีบ
ดําเนินไปอยํางรวดเร็วเพื่อไปยังที่ซึ่งนัดไว๎กับโยคีศานติศลี
เวตาลซึ่งแขวนอยูํบนบําก็เริ่มกลําวทําลายความเงียบขึ้นวํา
"โอ ราชะ ภาระที่พระองค๑ต๎องทนแบกไว๎นี้ชํางสาหัส

สากรรจ๑เสียจริง ๆ ไมํเหมาะสมแกํพระองค๑เลย ถ๎ากระไรข๎าจะ
เลํานิทานให๎ฟ๓งสักเรื่องหนึ่ง เพื่อจะได๎ทรงเพลิดเพลิน ขอให๎
ทรงฟ๓งเถิด"
บนฝ๓่งของแมํน้ํายมุนา ณ ที่แหํงนัน้ เป็นเขตคามที่
กําหนดไว๎สําหรับพวกพราหมณ๑โดยเฉพาะ มีชื่อวําหมูํบ๎าน

พรหมสถล ในหมูํบ๎านนี้มีพราหมณ๑ผู๎หนึ่งอาศัยอยูํ มีชื่อวํา อัคนิ
สวามิน เป็นผู๎ที่เจนจบในคัมภีร๑พระเวททั้งปวง (คือคัมภีร๑ไตร
เวท ประกอบด๎วยคัมภีร๑ฤคเวท ยชุรเวท และสามเวท ตํอมา
ภายหลังได๎เพิม่ เข๎าไปอีกคัมภีร๑หนึง่ คืออถรรพเวท จึงเรียกวํา
จตุรเวท) พราหมณ๑ผู๎นี้มีบตุ รสาวแสนสวยผู๎หนึ่งชื่อวํา มันทารว
ดี ความงามของนางล้ําเลิศหาที่เปรียบมิได๎ราวกับเป็นผลงานที่
พระพรหมทรงสรรค๑สร๎างขึ้น และเมื่อนางได๎กําเนิดมาแล๎วก็ดู
เหมือนวําท๎าวธาดาเธอทรงสิ้นเยื่อใยในเทพอัปสรทั้งปวงโดย
สิ้นเชิง เมื่อนางเจริญวัยเป็นสาวแรกรุํนนั้นปรากฏวํามี
พราหมณ๑หนุํมสามคนเดินทางมาจากแคว๎นกันยกุพชะ
พราหมณ๑เหลํานี้เป็นผู๎แตกฉานในศาสตร๑ทั้งปวงเทําเทียมกัน
และพราหมณ๑แตํละคนก็มุํงมาสูํขอมันทารวดีโฉมงามจากบิดา
ของนาง ตํางคนตํางก็สาบานวําถ๎านางแตํงงานกับคนอื่น ตนก็
จะฆําตัวตาย แตํบดิ าของนางก็มิได๎ยกนางให๎แกํใคร เพราะ
เกรงวําถ๎ายกให๎คนหนึ่ง อีกสองคนก็จะฆําตัวตายเสีย ดังนั้น
นางจึงคงอยูํเป็นโสดเรื่อยมามิได๎คดิ แตํงงานกับใคร และ

พราหมณ๑ทั้งสามก็ยังคงพักอยูํที่นนั่ เรื่อยมา ทั้งกลางวันและ
กลางคืนก็เฝูาแตํมองดูพักตร๑ของนางอันงามเปลํงปลั่งราวกับ
สมบูรณจันทร๑ (พระจันทร๑เต็มดวง) ตํางก็ไมํได๎กินไมํได๎นอน ทํา
ตนราวกับนกจโกระ (นกเขาไฟ ตามนิยายโบราณกลําววํา "ยัง
ชีพอยูํได๎ด๎วยแสงจันทร๑") ซึ่งอาศัยแสงจันทร๑เป็นอาหารฉะนั้น
ตํอมานางมันทารวดีล๎มปุวยเป็นไข๎อยํางรุนแรง นางมิ
อาจจะทนทานตํอพิษไข๎ได๎ก็ถึงแกํความตาย พราหมณ๑หนุํมทั้ง
สามมีความเศร๎าโศกอยํางยิ่ง นํารํางอันเป็นศพของนางไปสูํปุา
ช๎า สวดให๎แกํนางด๎วยความรักและเผาศพนางที่จติ กาธาน
พราหมณ๑หนุํมคนหนึ่งสร๎างกระทํอมน๎อยขึ้นตรงที่ใกล๎ เอาเถ๎า
ถํานอังคารของนางมาโปรยลงบนเตียงและนอนทับบนพื้น เขา
ยังชีพไปวันหนึ่ง ๆ ด๎วยการถือกะลาขออาหารกินตามมีตาม
เกิด พราหมณ๑คนทีส่ องรวบรวมกระดูกของนางเอาไปทิ้งใน
แมํน้ําคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ สํวนพราหมณ๑คนทีส่ ามถือเพศเป็นโยคี
ทํองเที่ยวพเนจรไปยังดินแดนตําง ๆ

โยคีเดินทางผํานแวํนแคว๎นตําง ๆ เรื่อยมาจนถึง
หมูํบ๎านแหํงหนึ่งชื่อวัชรโลก จึงเข๎าไปภิกขาจารที่บ๎านพราหมณ๑
ผู๎หนึ่ง ทํานพราหมณ๑ได๎ต๎อนรับเขาด๎วยอัธยาศัยอันดียิ่ง เขาจึง
นั่งบริโภคอาหารในบ๎านพราหมณ๑ผู๎นั้น ขณะนั้นมีเสียงทารก
ร๎องจ๎าขึ้นมาและร๎องติดตํอกันไมํหยุด ไมํมีใครจะห๎ามให๎หยุดได๎
นางพราหมณีผู๎เป็นมารดาบันดาลโทสะจึงจับทารกขึ้นมาแล๎ว
โยนโครมลงไปในกองไฟ เด็กถูกไฟเผาจนกลายเป็นเถ๎าถําน
โยคีผู๎นั่งกินอาหารอยูํเงียบ ๆ แลเห็นเหตุการณ๑โดยตลอดก็
ตกใจ รู๎สึกสยดสยองจนขนหัวลุกชัน ร๎องออกมาวํา "พุทโธํ
พุทโธํเอ๐ย นี่ข๎าเข๎ามาในบ๎านของพราหมณ๑รากษสหรือนี่ ข๎าไมํ
กินอะไรแล๎ว เพราะการเสพอาหารในบ๎านของพราหมณ๑ปศี าจ
เชํนนี้เป็นบาปกรรมอยํางมหันต๑ไมํวําจะเป็นอาหารชนิดใดก็
ตาม"
ขณะเมื่อเขากลําวดังนี้ พราหมณ๑ผคู๎ ฤหบดี (เจ๎าของ
บ๎าน) จึงพูดวํา

"อยําตกอกตกใจไปเลย ทํานจงคอยดู ข๎าจะชุบชีวิต เด็กคนนี้ขึ้นใหมํ โดยการรํายมนตร๑อันศักดิ์สิทธิ์ ดูสิ" เมื่อกลําวดังนี้แล๎ว มหาพราหมณ๑ก็เดินไปหยิบคัมภีร๑ มหาเวทอันศักดิส์ ิทธิ์มาเปิดออกแล๎วสวดมนตร๑บทหนึ่ง ขณะที่ สวดอยูํก็เอาขี้เถ๎าโปรยลงในกองไฟ พอสวดจบลง เด็กก็ฟื้นคืน ชีวิตขึ้นมาใหมํ มีลักษณะและองคาพยพ (อวัยวะ) เหมือนเดิม ทุกประการ พราหมณ๑อาคันตุกะเห็นเหตุการณ๑เป็นดังนั้นก็คํอย คลายใจ ลงมือเสพอาหารตํอไปตามปกติ พราหมณ๑เจ๎าของบ๎าน เมื่อรํายมนตร๑เสร็จแล๎ว ก็เอาคัมภีร๑ไปเก็บไว๎ที่เดิม ลงมือกิน อาหารเสร็จแล๎วก็เข๎านอนในราตรี พราหมณ๑อาคันตุกะก็ กระทําเชํนเดียวกัน พอเห็นพราหมณ๑เจ๎าของบ๎านและภรรยานอนหลับ แล๎ว โยคีหนุมํ ก็ลุกขึ้นคํอย ๆ ยํองไปที่เก็บคัมภีร๑และหยิบเอา ไป ตั้งใจจะเอาไปใช๎ชุบชีวิตให๎แกํนางมันทารวดีผเู๎ ป็นที่รัก โยคี หนุํมออกจากบ๎านนั้นไปพร๎อมด๎วยคัมภีร๑มหาเวท รีบเรํง .

เดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน มุํงกลับไปยังสุสานทีต่ นและ พรรคพวกชํวยกันเผาศพนางครั้งนั้น พอมาถึงปุาช๎าก็แลเห็น พราหมณ๑คนที่สองเดินทางกลับมาแล๎วหลังจากที่เอาอัฐิของ นางไปโยนแมํน้ําคงคาเพื่อให๎นางไปสูํสุคติ และทีส่ ุสานนั้น เชํนกันก็แลเห็นพราหมณ๑ผู๎เอาอังคารธาตุของนางมาโปรยนอน กําลังหลับอยูํในกระทํอมที่สร๎างไว๎ จึงพูดกับพราหมณ๑สหายให๎ รื้อกระทํอมทิ้งเสีย เพื่อตนจะได๎ทาํ พิธีรํายมนตร๑มฤตสัญชีวินี (มนตร๑ชุบคนตายให๎ฟื้นคืนชีวิต พระศุกร๑ได๎มาจากพระศิวะและ สืบตํอกันมาถึงคนรุํนหลัง) ชุบชีวิตนางขึ้นใหมํ เมื่อรื้อกระทํอม ทิ้งแล๎วเถ๎าถํานของนางก็ตกเรี่ยรายอยูํบนพื้นดิน โยคีหนุมํ เมื่อ เห็นทุกสิ่งพร๎อมแล๎วก็เปิดคัมภีร๑ราํ ยมนตร๑อันศิกดิ์สิทธิ์พร๎อม กับโปรยฝุุนลงไปบนพื้นดินผสมผสานกับเถ๎าถําน มินานพอจบ มนตร๑ดังกลําวก็ปรากฎรํางนางมันทารวดีขึ้นในกองไฟ นางก๎าว ออกมาจากกองไฟพิธีด๎วยรูปโฉมอันเปลํงปลั่งงดงามยิ่งกวําเดิม ราวกับทองคําที่ถูกไฟชําระแล๎วมีความสุกปลั่งผุดผํองฉะนั้น .

เมื่อพราหมณ๑ทั้งสามแลเห็นนางมันทารวดีผู๎งามเฉิด ฉายราวเทพอัปสรปรากฏเฉพาะหน๎า ตํางคนตํางก็แทบจะคลั่ง ตายเพราะความรัก และตํางก็ทุํมเถียงแกํงแยํงกรรมสิทธิ์ในตัว นางด๎วยกัน ไมํมีใครยอมเสียสละแกํกัน พราหมณ๑ผู๎เป็นโยคี กลําววํา "นางต๎องเป็นของข๎าเพราะข๎าเป็นคนรํายมนตร๑ ศักดิ์สิทธิ์ชุบนางขึ้นมาจากความตาย ข๎ายํอมมีสิทธิ์ในตัวนาง" พราหมณ๑คนที่สองเถียงวํา "นางควรเป็นของข๎าเพราะข๎าเป็น คนเอาอัฐิของนางไปโปรยลงในแมํน้ําคงคา ทําให๎นางสะอาด บริสุทธิ์ด๎วยสายน้ําอันศักดิ์สิทธิ์นั้น" และพราหมณ๑คนทีส่ ามก็ กลําวขึ้นอยํางเชื่อมั่นเต็มที่วํา "ข๎าเทํานั้นที่ควรจะได๎นางเป็น ภรรยา เพราะข๎าเอาเถ๎าถํานของนางมาเก็บไว๎และบําเพ็ญตบะ เพื่อนางทุกวัน" "โอ ราชะ" เวตาลกลําวยิ้ม ๆ "โปรดตัดสินทีเถอะ วํา ในสามคนนี้นางควรจะเป็นของใคร ถ๎าพระองค๑รู๎แล๎วแกล๎งไมํ ตอบ พระเศียรของพระองค๑จะต๎องแยกเป็นเสี่ยง ๆ" .

ฝุายพระเจ๎าตริวิกรมเสนเมื่อได๎ยินเวตาลพูดดังนั้นจึง ตรัสวํา "ชายคนที่ราํ ยมนตร๑ทําให๎นางคืนชีวิตขึ้นมานั้น ถึงแม๎ เขาจะต๎องใช๎ความสามารถและลําบากลําบนปานใด ก็ควรจะ เป็นพํอของนางเทํานั้น และพราหมณ๑คนที่เอาอัฐิของนางไปสูํ แมํน้ําคงคาก็ควรจะถือวําเป็นลูกของนางอยํางเดียว สํวน พราหมณ๑ที่เก็บเถ๎าถํานของนางและคงอยูํที่ปุาช๎าถึงกับสร๎างที่ อยูํตรงที่เผาศพนาง และบําเพ็ญตบะเพื่อนางนั่นตํางหาก ควร จะได๎เป็นสามีของนางโดยแท๎ เพราะเขาอยูํกับนางตลอดเวลา มิได๎ทอดทิ้งนางไปไหน แสดงความรักอันดื่มด่ําตํอนางแม๎เพียง นอนบนเถ๎าธุลีของนางโดยมิได๎รังเกียจ" เมื่อเวตาลได๎ฟ๓งพระเจ๎าตริวิกรมเสนตรัส ดังนั้น เป็น การละเมิดสัญญาที่ตกลงกัน จึงอันตรธานจากบําของพระราชา กลับไปที่อยูํของตน แตํพระราชาก็ต๎องทนลําบากติดตามหาตัว มันอีก ทั้งนี้ก็เพราะพระองค๑ทรงถือมั่นในสัจจะที่ให๎ไว๎แกํโยคี ศานติศีล และบุคคลที่มสี ัจจะเชํนพระองค๑นั้นไมํวําจะเป็นใครก็ .

ยํอมจะปฏิบตั ิเหมือนกันหมด คือต๎องทําภาระของตนให๎สําเร็จ ลุลํวงไป ไมํวําจะต๎องทนลําบากแม๎ใหญํหลวงเพียงไร .

นิทานเรื่องที่ ๓ พระวีรกษัตริย๑ตริวิกรมเสนเสด็จกลับไปที่ต๎นอโศกอีก ครั้งหนึ่งเพื่อจับตัวเวตาลเอามา ณ ที่นั้นได๎แลเห็นซากศพที่มัน สิงอยูํห๎องหัวบนกิ่งอโศก จึงปีนขึ้นไปจับตัวมันพาดไหลํ แล๎ว เสด็จกลับไปตามทางเดิม ระหวํางทางอันเงียบสงัด เวตาลได๎ถือ โอกาสกลําวขึ้นวํา "ข๎าแตํวิศามบดี" ข๎ารู๎สึกประหลาดใจมากที่ แลเห็นพระองค๑สู๎ทนความลําบากเสด็จกลับไปมากลับมาหลาย เที่ยว เพื่อจะทําธุระให๎แกํคนอื่นโดยใชํเหตุ ข๎าจึงคิดวําจะเลํา นิทานสนุก ๆ สักเรื่องหนึ่งถวาย เพื่อเป็นเครื่องปลอบพระทัย ขอทรงฟ๓งเถิด" แตํปางบรรพ๑มีพระนครอันใหญํและสวยงามชื่อปาฏลี บุตร มีพระมหากษัตริย๑องค๑หนึ่ง ทรงนามวําพระเจ๎าวิกรมเกศ ริน ซึ่งทรงมีคุณธรรมอันไพศาล พอ ๆ กับท๎องพระคลังของ พระองค๑ซึ่งอุดมด๎วยมณีรัตนนับไมํถ๎วน พระองค๑มีนกแก๎วตัว หนึ่ง ซึ่งมีความเฉลียวฉลาดอยํางอัศจรรย๑ราวกับเทพยดาเข๎า .

ดลใจแลมีความชํานิชํานาญในศาสตร๑ทั้งปวง เหตุที่มันต๎องมา เกิดเป็นนกในชาตินี้ก็เพราะมันถูกสาปด๎วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นกแก๎วตัวนี้มีชื่อวําวิทัคธจูฑามณี มันได๎ทลู แนะนําพระองค๑ให๎ อภิเษกสมรสกับเจ๎าหญิงผู๎ทรงศักดิ์แหํงแคว๎นมคธชื่อจันทร ประภา เจ๎าหญิงเองก็ทรงเลี้ยงนกไว๎เป็นคูํพระทัยตัวหนึ่งเป็น นกขุนทองตัวเมียมีชื่อวํา โสมิกา เป็นนกที่เจนจบในวิชาการ ตําง ๆ ทั้งนกแก๎วและนกขุนทองถูกเลี้ยงไว๎ในกรงทองกรง เดียวกันราวกับเป็นคูํผัวเมียฉะนั้น วันหนึ่งนกแก๎วเกิดความกําหนัดในนางนกโสมิกาจึง กลําวแกํนางวํา "มาแตํงงานกับข๎าเถิด เจ๎ารูปงาม ไหน ๆ เราก็ หลับนอนและได๎รับการเลีย้ งดูในกรงเดียวกันแล๎ว" นางนกขุนทองได๎ฟ๓งก็ตอบวํา "อยําเลย ข๎าไมํเคย พิศวาสในผู๎ชายหน๎าไหนทั้งนั้น เพราะขึ้นชื่อวําผู๎ชายแล๎วล๎วน แตํชั่วช๎าและใจร๎าย" ทั้งสองตํางก็โต๎เถียงกันอยํางไมํลดละ ใน ที่สุดเกิดท๎าทายและพนันกันวํา ถ๎านกแก๎วชนะจะได๎นกขุนทอง .

เป็นเมีย และถ๎านางนกขุนทองชนะ นกแก๎วจะต๎องกลายเป็น ทาสของนางตลอดไป เมื่อตกลงกันดังนี้แล๎วก็พากันไปเฝูา เจ๎าชาย ทูลเรื่องให๎ฟ๓งและขอให๎ตดั สินอยํางยุติธรรม ขณะนั้น เจ๎าชายประทับอยูํในท๎องพระโรงธารกํานัลของพระราชบิดา เมื่อได๎ฟ๓งคดีวิวาทของนกทั้งสอง จึงตรัสแกํนางนกโสมิกาวํา "เจ๎าจงเลําให๎ข๎าฟ๓งสิวํา เหตุใดจึงวําผู๎ชายเป็นคน อกตัญ๒ู" นางนกได๎ฟ๓งดังนั้นก็กลําววํา "ขอทรงฟ๓งเถิด" แล๎วก็ ลงมือเลําเรื่องประกอบข๎อกลําวหาของตนดังตํอไปนี้ (เรื่องแทรกของนางนกโสมิกา) พระเจ๎าข๎า ในสมัยโบราณมีพระนครชื่อ กามันทกี ใน เมืองนี้มีพํอค๎าคนหนึ่งร่ํารวยมาก มีชื่อวํา อรรถทัตต๑ พํอค๎ามี ลูกชายอยูํเพียงคนเดียวชื่อ ธนทัตต๑ เมื่อไวศยะผูเ๎ ศรษฐีถึงแกํ กรรมลง ลูกขายก็ใช๎จํายอยํางสุรุํยสุรําย ผลาญทรัพย๑ที่มีอยูํแม๎ .

มากมายมหาศาลให๎หดเหี้ยนไป ธนทัตต๑คบเพื่อนที่ล๎วนแตํชั่ว ช๎าเลวทราม ซึ่งคนชั่วเหลํานี้ได๎ชักจูงให๎เขาประพฤติชั่วตําง ๆ มีการเลํนการพนันและอื่น ๆ ตํอมามิช๎าทรัพย๑สมบัติก็มลายไป หมด ชายหนุํมมีความละอายที่กลายเป็นคนยากจนเพราะ รักษาสมบัติของตัวเองไมํได๎ จึงละถิ่นฐานบ๎านเรือนออก ตุหรัดตุเหรํไปในดินแดนตําง ๆ ในระหวํางทางที่ผํานไป ชายหนุมํ มาถึงเมืองแหํงหนึ่ง ชื่อจันทนปุระ และบังเกิดความหิวโหยเหนื่อยล๎าเป็นอยํางยิ่ง จึงเข๎าไปในบ๎านนายวาณิชผู๎หนึ่งเพื่อขออาหารกิน และราวกับ โชคบันดาลให๎เป็นไป เผอิญพํอค๎าผู๎นั้นไมํมีบุตรชายและเห็น ธนทัตต๑เป็นชายหนุํมรูปงามทําทางเป็นผู๎ดีมสี กุล ก็บังเกิดความ สนใจ จึงไตํถามเรื่องราวความเป็นมาของเขา เมื่อได๎ทราบวํา เป็นไวศยะเหมือนกับตน นายวาณิชผู๎เฒําก็รสู๎ ึกยินดีจึงรับชาย หนุํมไว๎เป็นบุตรบุญธรรม และยกธิดาชื่อรัตนวลีให๎เป็นภรรยา อีกด๎วย ธนทัตต๑ก็อยูํบ๎านพํอตามีความสุขสําราญตั้งแตํนั้นเป็น ต๎นมา .

กาลเวลาผํานไป ธนทัตต๑ผู๎อยูํบ๎านพํอตาอยํางสุข สบาย มีเงินจับจํายใช๎สอยไมํขาดมือก็เกิดความดิ้นรนขึ้นมาอีก คิดจะกลับบ๎านเดิมเพื่อจะเอาทรัพย๑ไปเลํนการพนันให๎สนุก ตื่นเต๎นตามนิสยั สันดานเดิมของตนซึ่งอดไมํได๎ จึงขออนุญาต พํอตาเดินทางกลับบ๎านเดิมและพาภรรยาไปด๎วย นายวาณิช เฒํามีบุตรสาวเพียงคนเดียวก็มีความอาลัยไมํอยากจะให๎ไป แตํ เมื่อขัดไมํได๎ก็จําใจต๎องให๎ตามสามีไป นางแตํงเครื่องถนิมพิมพา ภรณ๑ไปเต็มที่ มีพี่เลี้ยงเฒําติดตามไปเป็นเพื่อน ทั้งสามคนก็ ออกเดินทางไป หลังจากที่เดินมาพักใหญํถึงปุาเปลี่ยว ซึ่งนําจะ เป็นที่อยูํของพวกโจร ขายหนุํมจึงกลําวแกํนางผู๎ภรรยาวํา เพื่อ ความปลอดภัยขอให๎นางถอดเครื่องประดับมามอบให๎ตนดูแล เพราะถิ่นนี้เป็นถิ่นโจร เมื่อได๎รัตนาภรณ๑อันมีคํามาแล๎ว ชายชั่ว ก็เก็บเข๎ารวมกับหํอสมบัติของตนอนิจจาเอ๐ย ขอให๎ตรองดูเดิด วําเจ๎าผัวจําแลงนี้มันชั่วชาติเพียงไร มันติดการพนันจนโงหัวไมํ ขึ้น คนอยํางนี้ใจแข็งและคมกริบเหมือนดาบ .

เจ๎าโจรใจฉกาจเมื่อหลอกได๎ทรัพย๑ของภรรยาแล๎ว ก็ คิดจะฆํานางเสียเพื่อปิดปาก จึงผลักนางกับแมํเฒําลงไปอยูํใน เหวแล๎วรีบเดินทางตํอไป หญิงชรานั้นตายในเหวแตํนาง บุตรสาวเศรษฐีหาได๎ตายไมํ เพราะเมื่อตกลงไปในเหวนั้น เผอิญนางตกลงไปบนซุม๎ ไม๎เลื้อยที่เกี่ยวพันกันราวกับลงไปอยูํ ในตาขําย นางจึงรอดชีวิตไป นางคํอยไตํเชิงเถาวัลย๑ขึ้นมาจนถึง ปากเหว มีความรู๎สึกเหนื่อยอํอนแทบจะขาดใจ นางคํอยลัดเลา มาจนถึงทางที่นางผํานมา และล๎มลุกคุกคลาน โซซัดโซเซมา ตามทางจนในที่สุดกลับมาถึงบ๎านโดยปลอดภัย แตํรํางกายของ นางฟกช้ําดําเขียวเจ็บระบมไปหมด เมื่อนางกลับมาถึงบ๎าน บิดามารดาของนางตกใจมาก ไตํถามสาเหตุด๎วยความสงสัย นางผู๎มีคุณธรรรมจึงกลับเรื่องเสียใหมํโดยกลําวแกํบิดามารดา วํา "พวกเราถูกโจรปล๎นระหวํางทาง สามีของลูกถูกโจร มันจับมัดลากเอาตัวไป ยังไมํรู๎ชะตากรรมเลย แมํเฒําถูกฆําตาย แตํลูกรอดชีวิตมาได๎เพราะเมื่อถูกเหวี่ยงลงเหวนั้น เผอิญตกไป .

ค๎างอยูํบนซุ๎มไม๎เลื้อยจึงไตํขึ้นมาได๎ ถึงปากเหวก็สลบเหมือด แตํนักเดินทางกลุมํ หนึ่งชํวยเอาไว๎ โชคยังดีอยูํจึงกลับมาถึงบ๎าน ได๎" เมื่อนางรัตนาวลีเลําเรื่องจบ เศรษฐีผู๎เป็นบิดาและ มารดาก็กลําวปลอบโยนนางตําง ๆ มิให๎เสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะการที่นางเอาชีวติรอดมาได๎ก็นับวําโชคชํวยอยํางมาก แล๎ว นางอยูํในบ๎านพํอแมํเรื่อยมา แตํไมํมีความสุขนักเพราะ เฝูาแตํคิดถึงสามีอันเป็นที่รักไมํเว๎นวาย ฝุายธนทัตต๑ผสู๎ ามีซึ่งเดินทางกลับไปเมืองที่ตนเคย อาศัยอยูํพร๎อมด๎วยทรัพย๑สินของภรรยานั้น ตํอมามิช๎าเขาก็ถลุง เงินจนหมดเกลี้ยงด๎วยการเลํนการพนันอยํางหามรุํงหามค่ํา และปรนเปรอตัวเองด๎วยของกินชนิดเลิศและสุรานารีไมํเว๎นแตํ ละวัน เมื่อเงินหมดก็คิดหาทางที่จะแสวงหาอีก โดยมีความคิด วํา "เราจะกลับไปบ๎านพํอตา อ๎อนวอนขอเงินเขามาสัก๎อนหนึ่ง เอาไปทําทุน เราจะบอกแกํเขาวํา ลูกสาวของเขายังพักอยูํที่ .

บ๎านของเรา มิได๎เอามาด๎วย" เมื่อทํากําหนดแผนการเรียบร๎อย แล๎ว ชายหนุํมก็เดินทางไปที่บ๎านพํอตา พอเข๎าประตูบ๎าน ภรรยาของเขาแลเห็นแตํไกลก็ดีใจ วิ่งมาต๎อนรับและทรุดตัวลง คารวะอยํางนอบน๎อม ทั้งที่รู๎อยูํวําเขาเป็นโจรใจอํามหิต ความ จริงก็เป็นดังนี้แหละ ผู๎หญิงดีนั้นแม๎ผัวจะชั่วชาติสักปานใด นาง ก็ไมํเคยเปลีย่ นแปลงความรูส๎ ึกเคารพรัก ที่นางมีตํอเขา เมื่อ เห็นนางวิ่งเข๎ามหาโดยไมํคาดฝ๓น ชายหนุํมก็ตกใจแทบสิ้นสติ แตํนางก็กลําวปลอบโยนเขาให๎คลายใจ โดยกลําวววํา นางได๎ สร๎างเรื่องโกหกแกํบิดมารดาของนางวํา นางถูกโจรปล๎นจับเอา ตัวสามีไปและผลักนางตกเหว แตํนางเอาชีวิตรอดมาได๎และยัง ไมํรู๎ชะตากรรมของสามีวําเป็นอยํางไร เมื่อชายหนุมํ ได๎ฟ๓งก็หาย วิตก เข๎าไปสูํบ๎านพํอตาแมํยายของตนพร๎อมด๎วยภรรยา ข๎าง พํอตาแมํยายแลเห็นเข๎า ก็ดีอกดีใจที่ลูกเขยกลับมาได๎ จึงเรียก ประชุมญาติพี่น๎องและเพื่อนฝูงจัดการฉลองอยํางใหญํโตเป็น การรับขวัญลูกเขย และประกาศวํา "ชํางนํายินดีนี่กระไรที่ ลูกเขยของเราถูกโจรจับไปแตํหนีรอดมาได๎ในที่สุด" .

หลังจากนั้นธนทัตต๑ก็อาศัยอยูํกับนางรัตนาวลีในบ๎าน พํอตาแมํยายด๎วยความสุข มีเงินทองใช๎อยํางอุดมสมบูรณ๑ แตํ เจ๎าประคุณเอ๐ย คืนหนึ่งอ๎ายคนชั่วเห็นได๎โอกาสก็แอบฆํา ภรรยาของตนตอนที่นางหลับอยูํ กวาดเอาทรัพย๑สินและของมี คําตําง ๆ หนีกลับไปสูํถิ่นเดิมของตน มีชีวิตอยูํอยํางหลบ ๆ ซํอน ๆ ไมํมีใครได๎ขําวคราวอีกนับแตํนั้น "ฉะนั้นเราอาจจะกลําวได๎อยํางเต็มปากวํา ผู๎ชายมันก็ ชั่วเหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ" นางนกขุนทองสรุปทิ้งท๎ายอยําง แค๎นเคือง พระราชาจึงหันมาตรัสแกํนกแก๎ววํา "คราวนี้ถึงทีเจ๎า แล๎วละ มีอะไรจะเถียงไหม" นกแก๎วได๎ยินก็กลําววํา "โอ เทวะ ขึ้นขื่อวําผู๎หญิงแล๎ว ล๎วนมีจริตเหลือที่จะทนทาน เป็นคนทุศีล และชั่วช๎าสามานย๑ .

เหมือนกันหมด ขอได๎โปรดสดับเรือ่ งราวที่ข๎าพระบาทจะเลํา ถวายดังตํอไปนี้" (เรื่องแทรกของนกแก๎ว วิทัคธจูฑามณี) มีนครหนึ่งชื่อหรรษวดี ในนครนี้มีไวศยะที่มี ชื่อเสียงเลื่องลือคนหนึ่งมีชื่อวํา ธรรมทัตต๑ มีทรัพย๑หลายสิบ โกฏิ พํอค๎าผู๎นี้มีธดิ าคนหนึ่งชื่อ วสุทัตตา มีความงามหาที่ เปรียบมิได๎ เป็นที่รักของบิดาปานชีวิต ตํอมาเศรษฐีจดั การแตํง นางกับพํอค๎าหนุํมผู๎มั่งคั่งชื่อ สมุทรทัตต๑ ซึ่งมีฐานะเทําเทียมกัน ทั้งทรัพย๑สมบัติและรูปสมบัติอันงามพร๎อม เป็นที่ต๎องตาของ สตรีทั้งหลายซึ่งทอดสายตาให๎ด๎วยความหลงใหลราวกับนกจโก ระที่คลั่งไคล๎ตํอแสงจันทร๑ฉะนั้น ไวศยะหนุํมผู๎นี้มาจากเมืองตา มรลิปติ ซึ่งเป็นแหลํงของคนดีมีเกียรติยศทั้งหลาย .

ครั้งหนึ่งนางวสุทัตตตาพักอยูํที่บ๎านพํอของนางใน ขณะที่สามีกลับไปทําธุรกิจในแวํนแคว๎นของตน นางแลเห็น ชายหนุํมผู๎หนึ่งเดินทางมาแตํระยะไกล ชายผู๎นั้นมีความงดงาม มาก บังเกิดความพิศวาสหลงใหลด๎วยอํานาจของมาร (ผูเ๎ ฒํา เป็นฉายานามของกามเทพ) จึงแอบเชื้อเชิญเขาอยํางลับ ๆ และทําเขาให๎เป็นชู๎ของนาง หลังจากนั้นนางก็แอบมาพบเขาทุก ๆ คืน มีความคลั่งไคล๎แตํชายชู๎ผเู๎ ดียวโดยมิเสื่อมคลาย ครั้นแล๎ววันหนึ่ง สามีของนางก็กลับมาจากเมือง ของเขา การปรากฏตัวของเขายังความปลาบปลื้มแกํบดิ า มารดาของนางอยํางยิ่ง ตํางก็ต๎อนรับเขาอยํางกุลีกุจอ ในวัน แหํงความรื่นรมย๑นั้น แทนที่นางจะสดชื่นรื่นเริง กลับไมํพูด อะไรกับสามีเลย และเมื่ออยูํสองตํอสองกับนาง นางก็แกล๎งทํา เป็นหลับ ไมํไยดีตํอสามี ในใจนางมีแตํความโหยไห๎คิดถึงแตํ หนุํมชายชู๎เทํานั้น สํวนสามีของนางมึนเมาไมํได๎สติเพราะเสพ สุรา ประกอบกับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล๎าเพราะการเดินทาง มาตลอดวันทําให๎เขามํอยหลับไป .

ขณะนั้นมีโจรคนหนึ่งแอบเจาะชํองกําแพงเล็ดลอด เข๎ามาในบ๎าน ประจวบกับนางวสุทัตตาลุกขึ้นจากเตียง แตํงตัว ด๎วยเสื้อผ๎าอันงดงาม ประดับดัวยรัตนาภรณ๑แพรวพราวระยับ เดินออกมาจากห๎องนอนโดยไมํทนั เห็นโจร มุํงหน๎าออกไปยัง สถานที่ที่นางนัดไว๎กับชายชู๎ เมื่อโจรแลเห็นนางรีบลุกลีล้ ุกลน ออกไปก็สงสัย กลําวแกํตนเองวํา "นางผู๎นี้ออกไปจากห๎องใน เวลาดึกดื่นเที่ยงคืนแตํงตัวงดงามด๎วยปิลันธนาภรณ๑อันมีคําซึ่ง เราตั้งใจจะเข๎ามาขโมยพอดี ดีละเราจะสะกดรอยดูวํานางจะไป ไหน" เมื่อโจรตั้งใจดังนี้แล๎วก็แอบออกไปจากห๎องติดตามนาง วสุทัตตาไปโดยมิให๎คลาดสายตา และนางไมํทันสังเกต นางวสุทัตตาถือชํอดอกไม๎และของขวัญอันมีคําเดิน ออกจากบ๎านไป มีโจรติดตามไปอยํางลับ ๆ เข๎าไปสูํอุทยาน แหํงหนึ่งนอกพระนครออกไปไมํไกลนัก ที่อุทยานั้นเอง นางได๎ เห็นชู๎รักของนางถูกแขวนคอห๎อยอยูํกับกิ่งไม๎ด๎วยเชือกเส๎นหนึ่ง เนื่องจากราชบุรุษ(ตํารวจ) มาพบเขาด๎อม ๆ มอง ๆ อยูํในสวน ในเวลากลางคืน จึงจับเขาแขวนคอเป็นการลงทัณฑ๑เพราะคิด .

วําเขาเป็นขโมย นางซวนกายผงะหงายด๎วยความตกใจแทบสิ้น สติ ร๎องออกมาวํา "ฉิบหายแล๎วเรา" พร๎อมกับทรุดกายลงนั่งกับ พื้นดินร่ําไห๎ด๎วยความรักและเสียดาย เมื่อคํอยสรํางโศกได๎สติขึ้นนางจึงปีนขึ้นไปบนกิ่งไม๎ แก๎เชือกออกปลํอยรํางชู๎รักลงไปบนพื้น แล๎วลงมายกศพของ เขาขึ้นวางในทํานั่งแล๎วลูบไล๎รํางกายของเขาด๎วยวิเลปนะของ หอม และประดับด๎วยบุปผามาลัยอันวิจิตร และถึงแม๎รํางของ เขาจะปราศจากชีวิตแล๎ว นางก็ยังโอบกอดเขาไว๎ด๎วยความ เสนํหา ร่าํ ไห๎เหมือนใจจะขาด และในความโศกรันทดนั้นเอง นางจับหน๎าของเขาให๎เงยขึ้นและประจงจูบอยํางทะนุถนอม ขณะนั้นเวตาลเข๎าสิงศพอยูํ เห็นนางยื่นหน๎าเข๎ามาใกล๎ก็กดั จมูก นางในทันที นางวสุทัตตาตกใจรีบผละหนีไป แตํแล๎วก็เกิด ความงุนงงจับต๎นชนปลายไมํถูก จึงเดินกลับมาใหมํเพื่อจะดูให๎ แนํวําชู๎รักของนางยังมีชีวิตอยูํหรือเปลํา ครั้นเห็นเวตาลละรําง ไปแล๎ว และรํางนั้นตายสนิทเคลื่อนไหวตํอไปอีกไมํได๎ นางก็ .

ผละจากศพนั้นเดินทางกลับไปบ๎าน ร๎องไห๎ด๎วยความกลัวและ อัปยศอดสู ระหวํางนั้นโจรซึ่งแฝงกายแอบดูอยูํ ได๎เห็น เหตุการณ๑โดยตลอดก็กลําวแกํตัวเองวํา "นางหญิงชั่วมาทําอะไรที่นี่ อนิจจา จิตใจของผู๎หญิงนี้ ชํางนํากลัวและดําราวกับความมืดของบํอน้ําลึกสุดหยั่งที่ใครตก ลงไปแล๎วไมํมีวันจะได๎กลับขึ้นมาได๎อีก เราสงสัยนักวํานางจะ ทําอยํางไรนับแตํนี้" หลังจากรําพึงดังนี้แล๎ว โจรก็แอบยํองตามนางกลับไป ทางเดิมด๎วยความพิศวงวํานางจะแก๎สถานการณ๑ด๎วยวิธีใด นางวสุทัตตากลับไปถึงบ๎านก็ตรงเข๎าไปใน ห๎องนอน เห็นสามียังหลับอยูํก็ทําตีอกชกหัวร๎องไห๎ร๎องหํม แผด เสียงวํา "ชํวยด๎วย ชํวยด๎วย ไอ๎คนชาติชั่วผัวเลวทรามมันกัดจม กูข๎าขาดแล๎ว ข๎าไมํได๎ทําความผิดอะไรแม๎แตํสักนิด" ฝุายสามี .

ของนางพร๎อมด๎วยพํอตาและบรรดาคนใช๎ได๎ยินเสียงนางร๎อง ตะโกนดังนั้น ตํางตกใจตื่นและวิ่งกรูกันมาด๎วยทําทางตื่นเต๎น บิดานางวสุทัตตาแลเห็นลูกสาวของนางที่ถูกกัดมาใหมํ ๆ ก็ป๓ก ใจเชื่อวําเป็นการกระทําของลูกเขยตน จึงให๎บําวไพรํชํวยกันจับ ตัวมัดและกลําวหาวําชายผูเ๎ คราะห๑ร๎ายเป็นคนทําร๎ายธิดาของ ตน ฝุายสมุทรทัตต๑ถึงแม๎จะถูกมัดและถูกกลําวหาดังนั้นก็ยังคง นิ่งเฉยมิได๎ตอบโต๎แตํประการใด ราวกับเป็นใบ๎ พํอตาและคน อื่น ๆ ตํางก็หันหลังให๎แกํเขาด๎วยความชิงชัง เมื่อนายโจรได๎เห็นเหตุการณ๑เกิดขึน้ เชํนนั้นก็คํอย ๆ เลี่ยงหลบไปเงียบ ๆ และเมื่อคืนแหํงความโกลาหลดังกลําวได๎ ผํานไปแล๎ว ถึงเวลาเช๎าบุตรไวศยะก็ถูกลากตัวไปเฝูาพระราชา พร๎อมด๎วยนางผูภ๎ รรยาซึ่งมีจมูกโหวํเพราะถูกกัด เมื่อพระราชา ได๎ฟ๓งเรื่องราวฟูองร๎องดังนั้น มิทันได๎พิจารณาโดยรอบคอบก็สั่ง ให๎เพชฌฆาตนําตัวบุตรพํอค๎าไปประหารในข๎อหาวํา ทําร๎าย ภรรยาของตนให๎พิการ ทั้งนี้โดยมิฟ๓งข๎อแก๎ตัวใด ๆ เลย ขณะที่ ชายหนุํมถูกนําตัวไปยังตะแลงแกงเพื่อประหารชีวิต และกลอง .

ตีรัวเป็นสัญญาณนั้น ก็มโี จรผู๎หนึ่งปรากฏตัวขึ้นและกลําวแกํ เจ๎าหน๎าที่ผเู๎ ป็นราชบุรุษวํา "ทํานไมํควรจะประหารชายผู๎นี้ เพราะเขามิได๎กระทําผิดเลยสักนิด ข๎าเป็นผู๎รู๎เห็นเหตุการณ๑โดย ตลอดแตํผู๎เดียว พาข๎าไปเฝูาพระราชาโดยเร็วเถิดเพื่อจะได๎ทูล ความจริงให๎ทรงทราบ" เมื่อได๎ยินโจรเลําวดังนั้น บรรดาราชบุรุษก็พาโจรไป เฝูาพระเจ๎าแผํนดิน เมื่อได๎รับราชานุญาตแล๎ว โจรก็กราบทูล เรื่องราวให๎ทรงทราบโดยตลอดตั้งแตํต๎น และกลําวเสริมวํา "ถ๎า พระองค๑ไมํเชื่อข๎าพระบาทก็โปรดทอดพระเนตรจมูกของผู๎หญิง คนนี้ในปากของศพชายชู๎ของนางเถิด" พระราชาได๎ฟ๓งดังนั้นก็สํงราชบุรุษไปดูสถานทีเ่ กิด เหตุก็ได๎ทราบความจริงจึงกลับคําพิพากษาให๎งดโทษประหาร แตํสั่งให๎เนรเทศหญิงชั่วไปให๎พ๎นแวํนแคว๎น พร๎อมกับตัดใบหู เสียงทั้งสองข๎าง ยิ่งกวํานั้นยังโปรดให๎ริบทรัพย๑ของผู๎เป็นบิดา นางเสีย และสําหรับนายโจรนั้น พระราชาทรงโปรดปรานวํา .

เป็นคนเฉลียวฉลาดและกล๎าหาญจึงตั้งให๎เป็นหัวหน๎าตุลาการ ของพระนคร "ได๎โปรดเกล๎า ทรงเห็นหรือยังวําผูห ๎ ญิงนั้นโดย ธรรมชาติเป็นคนชั่วร๎ายและเจ๎าเลํห๑แสนกลเพียงใด" นกแก๎ว กลําวสรุปในที่สุด พอเลําเรื่องจบลง นกแก๎วก็พ๎นจากคําสาปของพระ อินทร๑ กลายรํางเป็นคนธรรพ๑รูปงามชื่อ จิตรรถ เหาะไปสูสํ รวง สวรรค๑ ขณะเดียวกันคําสาปของนางนกขุนทองก็เสื่อมลง นาง นกโสมิกาก็กลายรํางเป็นนางเทพอัปสรชื่อ ติโลตตมา กลับคืน ไปถวายการบําเรอท๎าววัชรินทร๑ในสวรรค๑เชํนเดิม อยํางไรก็ดี กรณีพิพาทของนกทั้งสองก็ยังไมํได๎ตัดสินในท๎องพระโรง เมื่อเวตาลเลําเรื่องจบลง ก็กลําวแกํพระราชาวํา "ขอพระองค๑โปรดทรงวินิจฉัยด๎วยเถิดวํา ฝุายชายหรือฝุายหญิง .

พูดถูก ถ๎าพระองค๑ทราบแล๎วมิแสดงความเห็น พระเศียรของ พระองค๑ก็จะต๎องแตกเป็นเสีย่ ง ๆ โดยพลัน" ฝุายพระราชาเมื่อถูกเวตาลซึ่งห๎อยอยูํบนบํากลําว ถ๎อยคําดังนั้นก็ตรัสวํา "นางจอมมายาหญิงในเรื่องของนกแก๎ว นั่นแหละเป็นหญิงที่ชั่วช๎าที่สุด เพราะวําผู๎ชายอาจจะหลงทําผิด ได๎ชั่วครั้งหนึ่งเทํานั้นเอง แตํผู๎หญิงนั้นวําโดยความจริงเป็นคน ชั่วในทุกโอกาส" เมื่อพระเจ๎าแผํนดินตรัสดังนี้ เวตาลก็หลุดลอยหนีไป จากพระอังสาของพระองค๑ กลับไปยังที่เดิม และพระราชาก็ ต๎องเสด็จย๎อนไปทางเดิมเพื่อไปจับตัวเวตาลกลับมาใหมํ .

นิทานเรื่องที่ ๔ พระราชาตริวิกรมเสนเสด็จกลับไปยังต๎นอโศกอีกครั้ง หนึ่ง และคว๎าตัวเวตาลซึ่งสิงอยูํในศพโดยปราศจากความ หวาดกลัวถึงแม๎มันจะกรีดเสียงร๎องโหยหวนเพียงใดก็ตาม เมื่อ จับมันได๎แล๎วก็ตวัดรํางมันขึ้นพาดบํา เสด็จไปตามทางเดินอยําง เงียบ ๆ เวตาลเห็นพระราชานิ่งเงียบอยูํ ก็กลําวทําลายความ เงียบขึ้นวํา "โอ ราชะ ข๎าไมํคิดเลยวําพระองค๑จะมาเสียเวลาทํางาน ให๎แกํอ๎ายโยคีชั่วคนนั้น เพื่อประโยชน๑อันใด จะวําไปพระองค๑ก็ รู๎ดีอยูํแล๎วมิใชํหรือวํา งานที่ทรงทํานี้ยํอมไร๎ผลเปลําโดยแท๎ อยํางไรก็ดีหนทางยังอยูํอีกไกล ข๎าคิดวําข๎าจะเลํานิทานสนุก ๆ ให๎พระองค๑ฟ๓งสักเรื่องหนึ่งเพื่อคลายเหงาโปรดทรงสดับเถิด" .

แตํครั้งดึกดําบรรพ๑ ยังมีนครใหญํแหํงหนึ่งชื่อ โศภาวดี มี พระเจ๎าแผํนดินปกครองอยูํทรงทนามวํา ศูทรกะ เป็นผู๎ห๎าว หาญอยํางยอดยิ่งในสงคราม ซึ่งไฟแหํงชัยชนะของพระองค๑ถูก กระพือโหมให๎เจิดจ๎าด๎วยพัดที่โบกจากหัตถ๑ของนางกษัตริย๑ที่ ตกเป็นเชลยเพราะสวามีทั้งหลายต๎องพํายแพ๎ในสงคราม ข๎าคิด วําแผํนดินโลกนี้มีเกียรติมหาศาลในรัชสมัยของพระราชาองค๑นี้ โดยแท๎ ทั้งนี้เพราะพระองค๑ทรงบําเพ็ญบารมีมาโดยตลอด มิได๎ หยุดเว๎่นแม๎แตํสักวัน คุณธรรมของพระองค๑ชนะใจแม๎กระทั่งแมํ พระธรณี ทําให๎พระเทวีลืมบุคคลอื่นโดยสิ้นเชิง แม๎องค๑ พระรามจันทร๑ผู๎ยอดเยี่ยมในวีรจริตก็ตาม สมัยหนึ่งมีพราหมณ๑คนหนึง่ ชื่อ วีรวร เดินทางมาจาก แคว๎นมาลวะ เพื่อมารับจ๎างทํางานในราชสํานักของพระราชา เพราะทราบกิตติศัพท๑วําพระราชาผู๎นี้เป็นผูโ๎ ปรดปรานคนกล๎า ภรรยาของพราหมณ๑ชื่อนางธรรมวดี และทั้งสองสามีภริยามี บุตรชายด๎วยกันชื่อ สัตตววร และบุตรสาวชื่อวีรวดี คนทั้งสาม นี้เป็นครอบครัวของเขา นอกเหนือจากลูกน๎องซึ่งมีอีกสามคน .

วีรวรนั้นเหน็บกริชไว๎ที่สีข๎าง มือข๎างหนึ่งถือดาบ และอีกข๎าง หนึ่งถือโลํ ถึงแม๎วําเขาจะรวมกันเป็นบริษัทอันน๎อยนิดเทํานี้ก็ตาม เขายังกล๎าเรียกร๎องคําจ๎างตํอพระราชาถึงวันละห๎าร๎อยเหรียญ ทีนาร๑ (เหรียญทองโบราณชนิดหนึง่ ของอินเดีย) แตํพระราชา ศูทรกะก็มไิ ด๎เกี่ยงงอน ทั้งนี้เพราะพอพระทัยในรูปรํางทําทาง อันแข็งแรงของเขา จึงตกลงจ๎างเอาไว๎ แตํก็ทรงพิศวงในพระทัย ไมํหาย วําเขาเอาเงินไปทําอะไรมากมายทั้ง ๆ ที่เขาก็เลีย้ งคน เพียงไมํกี่คน พระราชาจึงสั่งให๎สายลับของพระองค๑ติดตามดู พฤติกรรมของเขาอยํางใกล๎ชิด ความจริงปรากฎวําทุก ๆ วัน วีรวรจะต๎องเข๎าเฝูาพระราชาตอนเช๎า ตอนกลางวันยืนยามอยูํ หน๎าประตูวัง มือถือดาบมั่นคง หลังจากนั้นก็กลับไปบ๎าน จํายเงินหนึ่งร๎อยทีนาร๑แกํภรรยาเป็นคําอาหาร และจํายหนึ่ง ร๎อยเหรียญเพื่อเสื้อผ๎า วิเลปนะเครื่องลูบไล๎รํางกาย และซื้อ หมากพลู เมื่ออาบน้ําแล๎วเอาเงินหนึ่งร๎อยเหรียญไปบูชาพระ วิษณุและพระศิวะ อีกสองร๎อยเหรียญสุดท๎ายใช๎ทําบุญแกํ .

พราหมณ๑ที่ยากจน ที่กลําวมาทั้งหมดนี้คือการใช๎จํายประจําวัน จากเงินคํารับจ๎างห๎าร๎อยเหรียญตํอวัน หลังจากนี้วีรวรก็ทําการ บูชายัญด๎วยเนยใส และทําพิธีอื่น ๆ อีก เสร็จแล๎วจึง รับประทานอาหาร เมื่อรับประทานอาหารเสร็จก็กลับไปอยูํ ยามหน๎าประตูวังตามเดิมตลอดถึงเวลาค่ําคืนยืนถือดาบเปลีอ ยอยูํ เมื่อพระราชาศูทรกะได๎ทราบเรื่องจากสายลับทีไ่ ปสืบได๎ ความวํา วีรวรเป็นผู๎ประพฤติชอบธรรมดังนั้น ก็ทรงชื่นชมยิ่ง นัก จึงโปรดให๎จารบุรุษเหลํานั้นยุติการติดตามวีรวร และทรง นิยมเลื่อมใสวําเขาชํางเป็นคนดีนกี่ ระไร วันหนึ่งอากาศร๎อนจัด ดวงอาทิตย๑แผดแสงแรงกล๎าจน แทบจะทนไมํไหว และแล๎วมรสุมใหญํก็เคลื่อนเข๎ามาพร๎อมด๎วย เสียงคํารามกึกก๎องในท๎องฟูา สายฝนกระหน่าํ ลงมาอยําง รุนแรงไมํขาดสายทั้งกลางวันและกลางคืน แตํวีรวรก็ยังยืนนิ่ง ไมํสะทกสะท๎านอยูํกลางหําฝนที่ประตูพระราชวัง พระเจ๎าศูทร .

กะทอดพระเนตรเห็นในเวลากลางวันจากยอดมนเทียร ครั้น เวลากลางคืนเสด็จขึ้นไปยอดมนเทียรอีกเพื่อดูวําเขายังอยูํที่ เดิมหรือเปลํา จากที่นั้นพระราชาตะโกนลงไปวํา "ใครยืนอยูํที่ ประตูวังนั่น" เมื่อวีรวรได๎ยินก็ตอบไปวํา "ข๎าพระบาทเอง พระ เจ๎าข๎า" พระราชาศูทรกะทรงนึกในพระทัยวํา "อา วีรวร เจ๎า ชํางเป็นชายที่เข๎มแข็งและจงรักภักดีตํอข๎ายิ่งนัก ข๎าจะเลื่อนเจ๎า ให๎มีตําแหนํงสูงขึ้นไปกวํานี้" เมื่อพระราชาทรงคิดดังนี้แล๎วก็ เสด็จลงจากยอดมนเทียรเข๎าสูสํ ิรไิ สยาและเข๎าบรรทม ในวันรุํงขึ้น เมฆดําในท๎องฟูาก็ยังหลั่งฝนลงมาอยําง รุนแรงตามเดิม ความมืดแผํซํานไปทั่วเหมือนจะบดบังไมํให๎เห็น สวรรค๑อีกตํอไป พระราชาเสด็จขึน้ ไปบนยอดมนเทียรอีกครั้ง ด๎วยความสนใจใครํรู๎ ทรงตะโกนถามลงไปด๎วยเสียงอันแจํมใส วํา "ใครยืนเฝูาหน๎าประตูปราสาทนั่น" วีรวรก็ตะโกนขึ้นไปวํา "ข๎าพระบาทอยูํที่นี่" .

ขณะที่พระเจ๎าแผํนดินกําลังนึกชื่นชมองครักษ๑ของ พระองค๑อยูํนั้น พลันได๎ยินเสียงผู๎หญิงร๎องไห๎คร่าํ ครวญมาแตํที่ ไกล เป็นเสียงโหยหวนเหมือนคนมีทุกข๑ใหญํปิ่มวําใจจะขาด รอน เมื่อพระราชาได๎สดับดังนั้นก็บังเกิดความสงสารจับใจ กลําวแกํพระองค๑เองวํา "ในอาณาจักรของข๎า ไมํมีใครถูกบังคับ กดขี่ ไมํมีคนยากไร๎ หรือมีใครเดือดร๎อน ก็ผู๎หญิงคนนี้เป็นใคร เลํา จึงมาพิลาปร่ําไห๎อยูํแตํผู๎เดียวในยามค่ําคืนเชํนนี้" คิดดังนี้ แล๎วพระราชาก็ออกคําสั่งแกํวีรวรผู๎ยืนอยูํข๎างลํางวํา "ฟ๓งนะ วีรวร ข๎าได๎ยินเสียงผู๎หญิงร๎องไห๎ในที่ไกล จงออกไปดูวํานางคือ ใคร และนางร๎องไห๎ทําไม" เมื่อวีรวรได๎ฟ๓งรับสั่งก็กราบทูลวํา "ข๎าพระบาทจะไปสืบ ดู พระเจ๎าข๎า" แล๎วออกเดินหา มือถือดาบกระชับแนํน มีกริช ห๎อยเอว คํอยด๎อมมองเหมือนรากษสที่ด๎อมหาเหยื่อ มีแสงฟูา แลบแวบวาบจากท๎องฟูาดูประหนึง่ แสงจากดวงตาของอสูรร๎าย และเม็ดฝนซึ่งตกกราดไปทั่วนั้นเลําก็ดูประหนึ่งก๎อนหินที่มัน ขว๎างปามาฉะนั้น พระราชาศูทรกะเมื่อแลเห็นองครักษ๑หนุํม .

ออกวิ่งไปแตํผู๎เดียวในราตรีเชํนนั้น พระทัยของพระองค๑ก็เป็น
หํวง และเกิดความอยากจะรู๎เหตุการณ๑จึงรีบเสด็จลงจากยอด
มนเทียร พระหัตถ๑กุมดาบวิ่งตามหลังไปติด ๆ แตํลําพังโดยที่
เขาไมํทันรู๎
วีรวรวิ่งติดตามเสียงคร่ําครวญไปจนถึงบึงแหํงหนึ่งอยูํ
นอกพระนคร ณ ที่นั้น ชายหนุํมแลเห็นหญิงคนหนึ่งนั่งอยูํในบึง
กําลังเปลํงเสียงร๎องไห๎คร่ําครวญอยูํ นางแลเห็นเขาก็กลําววํา
"โอ ทํานผู๎วีระ ทํานผูม๎ ีเมตตา ทํานผู๎มีใจอันกว๎างขวาง ขอทําน
จงชํวยเหลือข๎าด๎วยเถิด ข๎าจะอยูไํ ด๎อยํางไรเลํา ถ๎าปราศจาก
ทํานเสียแล๎ว" ฝุายวีรวรผู๎ซึงพระราชาแอบติดตามมาเงียบ ๆ ได๎
ฟ๓งถ๎อยคําของหญิงลึกลับก็กลําวด๎วยความสนเทํห๑วํา "เธอเป็น
ใครทําไมมานั่งคร่ําครวญอยูํที่นี่"
นางได๎ฟ๓งก็ตอบวํา "วีรวรที่รัก ทํานจงรู๎เถิดวําข๎านี่แหละ
คือแมํนางธรณี และพระราชาศูทรกะนั้นเป็นนาถะของข๎า นํา
เสียดายที่พระองค๑จะต๎องสิ้นพระชนม๑เสียแล๎วนับแตํนไี้ ปอีก

สามวัน ข๎าจะอยูตํ ํอไปได๎ไฉน และข๎าจะหาใครที่เป็นที่พึ่งอัน
วิเศษสุดเชํนพระองค๑ได๎ทไี่ หนเลํา ด๎วยเหตุนี้แหละข๎าจึงเศร๎า
โศกและมานั่งคร่ําครวญสงสารตัวเองและพระราชาองค๑นั้น
ด๎วย"
วีรวรได๎ยินนางกลําวก็ตกใจ กลําวละล่าํ ละลักวํา
"เรื่องเป็นเชํนนั้นหรือ โอ๎พระปฤถิวีเทวี จะมีหนทางใดที่จะ

ชํวยชีวิตของพระราชาไว๎ได๎เลํา เหตุใดพระโลกนาถจะต๎อง
สิ้นพระชนม๑ชีพด๎วยเลํา"
พระธรณีนิ่งไตรํตรองอยูํครูํหนึ่งจึงตอบวํา
"มีอยูํทางเดียวเทํานั้นที่จะพลิกผันชะตากรรมนี้ได๎ และเจ๎าผู๎

เดียวที่จะรับภาระนีไ้ ป"

เมื่อได๎ฟ๓งดังน๎น วีรวรก็รีบรับคําวํา "บอกมาเถิด พระแมํเจ๎า
บอกมาเร็ว ๆ เพื่อข๎าจะได๎รีบทํา ข๎าเต็มใจทุกอยํางแม๎จะต๎อง
พลีด๎วยชีวิตของข๎าก็ตาม"
พระเมทนีได๎ฟ๓งก็กลําววํา "ใครเลําจะกล๎าหาญและภักดีตํอ
องค๑พระภูบดีเหมือนเจ๎า จงฟ๓งคําของข๎าให๎ดี วิธีที่จะชํวย
พระนฤบดินทร๑ได๎มีอยูํทางเดียวคือ เจ๎าต๎องเอาลูกของเจ๎าคือ
สัตตววรสังเวยตํอพระแมํเจ๎าจัณฑี (ผู๎ดุร๎าย หมายถึงพระอุมา
มเหสีของพระศิวะในปางดุร๎าย ซึ่งเป็นปางที่พระเทวีมาปรากฏ
พระองค๑เพื่อทําสงครามกับเหลําอสูรเทํานั้น บางทีเรียกวําเจ๎า
แมํกาลี) พระมหาเทวีผู๎ทรงเกียรติระบือจะทรงปรากฏพระกาย
ตํอหน๎าผู๎ภักดีตํอพระองค๑และพร๎อมจะทรงชํวยได๎เสมอ
พระจัณฑีผู๎นี้ประทับอยูํภายในวิหารที่อยูํใกล๎พระราชวังนี้
แหละ เจ๎าจงทําอยํางที่ข๎าแนะและพระราชาก็จะปลอดภัย และ
มีชีวิตยืนยาวตํอไปอีกร๎อยปี ถ๎าเจ๎าจะปฏิบตั ิตามคําของข๎า
โดยเร็ว ข๎าก็เชื่อแนํวําพระชนม๑ชีพของพระองค๑จะดํารงอยูํ แตํ

ถ๎าเจ๎ามัวแตํรีรอ ก็เชื่อเถิดวํา พระราชาจะต๎องสิ้นชีวิตภายใน
สามวั้นนับแตํวันนีเ้ ป็นต๎นไป
เมื่อพระปฤถิวีเทวีแจ๎งให๎ทราบเรื่องความลับดังนี้ วีรวรก็
ให๎คํามั่นสัญญาวํา "ข๎าแตํพระเทวี ข๎าจะไปดําเนินการเรื่องนี้
โดยเร็วที่สุด" พระเทวีจึงให๎พรวํา "ขอจงสําเร็จเถิด" แล๎ว
อันตรธานหายไป ถ๎อยคําทั้งหมดตั้งแตํต๎นจนจบดังกลําวมิได๎
รอดพ๎นโสตของพระราชาไปได๎ เพราะพระองค๑แอบติดตาม
วีรวรมาอยํางลับ ๆ โดยที่วีรวรไมํรตู๎ ัว
วีรวรกลับไปบ๎านของตนอยํางรวดเร็วในความมืด สํวน
พระราชาศูทรกะมีความอยากรู๎วําเหตุการณ๑จะดําเนินไป
อยํางไร ก็แอบยํองตามหลังชายหนุํมไปติด ๆ โดยเขาไมํรสู๎ ึกตัว
แลเห็นวีรวรตรงเข๎าไปหานางธรรมวดีผู๎เป็นภรรยาและแจ๎งให๎
นางทราบวํา ตนได๎รับคําแนะนําจากพระธรณีให๎มาเอาบุตรชาย
ไปสังเวยตํอเจ๎าแมํกาลี เพื่อชํวยชีวิตพระราชา เมื่อนางได๎ฟ๓งก็
กลําววํา

"ทํานพี่ เรามีหน๎าที่ต๎องพิทักษ๑พระชนม๑ชีพของพระราชา

จงอยํารีรอเลย รีบไปปลุกลูกชายของเราเถิด และแจ๎งให๎เขา
ทราบด๎วยตัวทํานพี่เอง"
วีรวรจึงปลุกลูกชายของตนให๎ลุกขึ้น เลําเรื่องที่เกิดขึ้นให๎
ฟ๓ง และกลําววํา "สัตตววรลูกรัก จงรู๎เถิดวํา ถ๎าเจ๎ายอมเป็น
เครื่องสังเวยพระแมํเจ๎าจัณฑี พระราชาก็จะรอดชีวิต แตํถ๎าเจ๎า
ไมํยินยอม พระราชาก็จะต๎องสูญสิน้ พระชนม๑ชีพภายในสาม
วัน"
สัตตววรแม๎จะเป็นเด็กก็ตาม แตํก็มีความกล๎าหาญอยําง
ยอดยิ่งสมกับชื่อ สัตตววร ซึ่งมีความหมายวํา "ผูม๎ ีชื่อเสียงอัน
โดดเดํนเพราะความกล๎าหาญ" เด็กน๎อยจึงตอบบิดาวํา
"ลูกจะสังเวยชีวิตเพื่อพระราชาเอง เพื่อจะได๎ตอบแทน

พระคุณของพระองค๑ผู๎ประทานข๎าวปลาอาหารเลี้ยงชีวิตของ
พวกเรา ฉะนั้นจะต๎องลังเลทําไม เอาลูกไปวางบนแทํนสังเวย

ของพระแมํเจ๎าเถิด ขอให๎ลูกเป็นผูร๎ ับภาระอันนี้เพื่อความผาสุก
ขององค๑นฤบดีเถิด"
เมื่อสัตตววรกลําวเชํนนี้ วีวรก็โลํงอก กลําววํา "ลูกเอ๐ย
เจ๎าชํางสมเป็นลูกพํอยิ่งนัก"
ฝุายพระราชาผู๎สะกดรอยตามมาและแอบฟ๓งอยูํข๎างนอก
ได๎ยินเรื่องราวโดยตลอดก็ทรงตื้นตันพระทัยนัก ทรงรําพึงแกํ
พระองค๑เองวํา "อา คนเหลํานี้มีความกล๎าหาญเหมือนกันหมด
โดยแท๎"
วีรวรนําบุตรชายออกจากบ๎าน ให๎เด็กน๎อยนั่งบนบํา และ
นางธรรมวดีผู๎ภรรยาก็จูงลูกสาวชือ่ วีรวดี ติดตามมาด๎วย พา
กันไปยังเทวาลัยของพระจัณฑี ฝุายพระราชาก็ติดตามมาดู
เหตุการณ๑อยํางกระชั้นชิด
ครั้นแล๎ววีรวรก็อุ๎มลูกชายลงจากบํา และวางบนแทํน
สังเวยของเทวรูป เมื่อสัตตววรถูกนํามาสูํเบื้องพระพักตร๑พระ

เทวีก็มิได๎มีความหวาดหวั่นแตํประการใด ก๎มศีรษะลงอยําง
นอบน๎อม กลําววํา
"ข๎าแตํพระเทวี ขอให๎การสังเวยศีรษะของข๎าในวันนี้จง

เป็นผลยังพระราชาศูทรกะให๎ดาํ รงพระชนม๑ชีพยืนนานถึงร๎อยปี
ด๎วยเถิด ขอให๎พระองค๑ทรงปกครองราชอาณาจักรด๎วยความ
เกรียงไกรไร๎ผู๎ตา๎ นทานเถิด"
เมื่อสัตตววรกลําวจบลง วีรวรก็เปลํงเสียงด๎วยความยินดี
วํา "ดีละ ลูกของพํอ" พร๎อมกับชักดาบออกจากฝ๓กฟ๓นฉับลงไป
ที่คอของบุตรชาย แล๎วนําไปถวายเบื้องพระพักตร๑พระจัณฑีเทวี
และกลําววํา "ข๎าพเจ๎าได๎สังเวยบุตรตํอองค๑พระแมํเจ๎าแล๎ว ขอ
ทรงชํวยให๎พระราชารอดพ๎นความตายด๎วยเถิด"
ทันใดก็มีเสียงอุโฆษลอยมาในอากาศทําให๎ได๎ยินทั่วกันวํา
"สาธุ วีรวรเจ๎าชํางเป็นคนซื่อสัตย๑และภักดีตํอพระราชานี่กระไร
จะหาใครเสมอเหมือนเจ๎าก็ยากนัก เพราะการทีเ่ จ๎าทําการ

สังเวยตํอข๎าด๎วยชีวิตของลูกชายผูป๎ ระเสริฐดังนี้ พระราชาศูทร
กะจะมีพระชนม๑ชีพยาวนาน และอาณาจักรของพระองค๑จะ
รุํงโรจน๑สืบไปชั่วกาลนาน"
ขณะนั้นเองนางวีรวดีบุตรสาวของวีรวรก็ลุกขึ้น ตรงไป
สวมกอดศีรษะของพี่ชาย ซึ่งหาชีวิตไมํแล๎ว สะอึกสะอื้นด๎วย
ความรันทด และด๎วยความทุกข๑แสนศัลย๑สุดทีจะทนทาน หัวใจ
นางก็แตกสลายล๎มลงขาดใจตาย พระราชาทรงเห็นเหตุการณ๑ที่
เกิดขึ้นนี้โดยตลอดจากที่ซํอนของพระองค๑
ทันใดนั้นนางธรรมวดีผู๎เป็นภรรยาของวีรวรก็ลุกขึ้นกลําว
แกํสามีวํา "เราได๎ชํวยเหลือพระเจ๎าแผํนดินและอาณาจักรของ
พระองค๑ไว๎แล๎ว บัดนี้ขา๎ มีบางสิ่งจะพูดกับทําน ก็ตั้งแตํลูกสาว
ของข๎า แม๎เป็นเด็กไร๎เดียงสา ไมํรอู๎ ิโหนํอิเหนํอะไรด๎วย ยังต๎อง
มาตายเพราะความโศกเศร๎าถึงพี่ชาย เป็นอันวําชีวิตของลูกทั้ง
สองของข๎าก็สิ้นสูญไปแล๎ว ชีวิตของข๎าจะมีประโยชน๑อันใดอีก
เลํา ข๎าเป็นคนโงํเองที่มิได๎เสนอตัวเองเพื่อสังเวยตั้งแตํแรกเพื่อ

ความอยูํรอดของพระราชา ฉะนั้นขอให๎ข๎าเข๎ากองไฟตายพร๎อม
กับลูก ๆ ด๎วยเถิด"
เมื่อนางปลงใจจะทําเชํนนี้ วีรวรก็ขัดไมํได๎ จึงกลําวแกํ
นางวํา
"นางผู๎เป็นภัฏฏินี (หญิงผู๎เจริญ หญิงผู๎ดี) ของข๎า ถ๎าเป็น

ความประสงค๑ของเจ๎า ก็จงทําเถิด ขอความเจริญจงมีแกํเธอ ข๎า
รู๎วําข๎าไมํอาจจะยับยั้งเจ๎าได๎ เพราะเจ๎ามีความตั้งใจแนํวแนํที่จะ
ทําเชํนนี้ ข๎ารู๎วําเจ๎าจะทนทานตํอไปอีกไมํไหวเพราะเมื่อสิ้นลูก
ชีวิตเจ๎าก็พลอยสิ้นสูญไปด๎วย แตํอยําโทษวําเป็นความผิดของ
ตัวเองเลย เพราะเจ๎าเองมิได๎ถูกกําหนดให๎ต๎องสังเวยชีวิต ตัวข๎า
ก็เชํนเดียวกันที่จะต๎องสังเวย ถ๎ามิใชํความประสงค๑ของพระแมํ
เจ๎าที่ประสงค๑เฉพาะลูกชายของข๎าเทํานั้น เจ๎าจงคอยอยูํที่นี่
กํอน จนกวําข๎าจะจัดกองไฟสําหรับเจ๎าด๎วยฟืนเหลํานี้ และทํา
รั้วล๎อมรอบมณฑลแหํงยัชญพิธีของพระแมํเจ๎าเสียกํอน" วีรวรก
ลําวจบก็ลงมือทําจิตกาธาน (ที่เผาศพ ,เชิงตะกอน) และรั้ว

ยัชญมณฑลจนเสร็จเรียบร๎อย แล๎ววางศพลูกทั้งสองบนกองฟืน จุดไฟลุกโชติชํวงด๎วยตะเกียง นางธรรมวดีเห็นทุกสิ่งจัดเตรียมเรียบร๎อยแล๎วก็คุกเขําลง แทบเท๎าสามีกลําวอําลา และหลังจากที่บูชาพระแมํเจ๎าจัณฑี แล๎ว ก็สวดมนตร๑และอธิษฐานวํา "ขอให๎สามีในป๓จจุบันของข๎า ได๎ไปเจอกันอีกในชาติหน๎าภพใหมํ และขอให๎การสังเวยชีวิต ของข๎าจงเป็นผลเพื่อสวัสดิภาพของพระราชานั้นทุกประการ" กลําวจบนางผู๎เลิศด๎วยคุณธรรมก็โผรํางเข๎าหากองไฟอันชํวง โชติในจิตกาธานซึ่งเป็นเปลวแลบเลียไปทั่วทุกทิศทุกทาง ครั้นแล๎ววีรวรบุรุษผู๎วีระก็กลําวแกํตนเองวํา "เราได๎ทําทุกสิ่งไปแล๎วเพื่อการรอดชีวิตของพระราชา และ ทําตามที่เสียงสวรรค๑ได๎เป็นประจักษ๑พยานรับรู๎ บัดนีเ้ ราก็ใช๎หนี้ ให๎แกํนายของเราผู๎ให๎ข๎าวให๎น้ําเรากินจนหมดสิ้นแล๎ว บุญคุณ อื่นใดเป็นอันยุติ เดีย๋ วนี้เราก็เป็นอิสระแล๎ว ประโยชน๑อันใดที่ .

เราจะยึดมั่นในชีวิตนี้อีกตํอไป การมีชีวิตอยูํโดยปราศจากผูเ๎ ป็น ที่รักคือลูกและเมียยํอมไร๎คําสําหรับคนซึ่งมีหน๎าที่จะต๎อง กระทําอยํางเรา ก็เมื่อเป็นเชํนนีไ้ ยเราไมํสังเวยชีวิตทีเ่ หลืออยูํนี้ ให๎แกํพระทุรคาเทวี (เทวีผเู๎ ข๎าถึงยาก หมายถึงพระอุมาปางดุ ร๎าย) เลํา" เมื่อคิดดังนี้แล๎วเขาก็ก๎าวเข๎าไปยืนอยูํเบื้องพระพักตร๑ ของพระเทวี และกลําวโศลกถวายด๎วยความนอบน๎อมวํา "ขอเกียรติคุณจงมีแดํพระเทวีผู๎ประหารมหิษาสูร (อสูรผู๎มี รํางเป็นควาย เป็นอสูรร๎ายกาจที่พระทุรคาต๎องเสด็จมาปราบ และทรงประหารมันได๎ในที่สุด ด๎วยเหตุนี้จึงทรงได๎นามวํา มหิษาสรมรรทินี ) ในบรรพกาล พระผู๎ทําลายชีพของทานพรุรุ (ทานพ ชื่อรุรุ เป็นชื่อของอสูรหรือทานพผู๎หนึ่งที่ได๎รับพรจาก พระพรหมแล๎วมีใจกําเริบ ยกทัพไปย่ํายีสวรรค๑ บรรดาทวยเทพ ตํางก็หนีไปเฝูาพระทุรคาหรือศักติ (มเหสีพระศิวะ) ที่ภูเขา อัญชัน และทูลขอร๎องให๎ชํวย พระเทวีจึงเสด็จมาปราบ อสูรรุรุ .

และทรงประหารอสูรด๎วยเล็บพระบาท) โอ พระเทวีผู๎ทรงตรีศูล เป็นเทพาวุธ ขอความรุํงโรจน๑จงมีแดํพระโลกมาตา ผูเ๎ ป็นยอด แหํงผู๎เป็นมารดาทั้งหลาย พระองค๑เป็นผู๎นําความบันเทิงสุขมา สูํทวยเทพ และเป็นผู๎ทรงไว๎ซึ่งโลกทั้งสาม ขอสิทธิศักดิ์จงมีแดํ พระองค๑ ผู๎มีพระบาทอันชาวโลกทัง้ มวลพึงกราบไหว๎ พระเป็น ที่พึ่งของสัตตวนิกรทั้งหลายผู๎มาพึง่ พํานักจิตเพื่อความหลุดพ๎น ขอชัยจงมีแดํพระองค๑ผู๎ทรงพัสตราภรณ๑คือรัศมีแหํงสูรยะ ผู๎ขับ ไลํความมืดความวุํนวายให๎สิ้นไป โอ๎ พระแมํเจ๎ากาลี พระเทวีผู๎ ทรงสายประคําคือกะโหลกมนุษย๑ และทรงประดับพระเศียร ด๎วยกระดูกแหํงสรีระ ขออนัตชัยจงมีแดํองค๑พระศิวา (มเหสี ของพระศิวะ หมายถึงพระอุมา ทุรคา กาลี จัณฑี เคารี และอื่น ๆ) ขอทรงมีพระเกียรติยิ่งยืนนาน ขอพระองค๑ทรงพอพระทัยใน การสังเวยศีรษะของข๎า และทรงอวยพระพรให๎พระราชาศูทร กะมีชนมายุยิ่งยืนนานเถิด" หลังจากการกลําวถ๎อยคําดังนี้แล๎ว วีรวรก็ตัดศีรษะของ ตนให๎ขาดออกโดยฟ๓นด๎วยดาบเพียงฉับเดียว .

พระราชาศูทรกะผู๎เป็นสักขีในเหตุการณ๑ทั้งหมด จาก การแอบดูในที่ซํอนของพระองค๑ ทรงประหลาดพระทัย และ รู๎สึกงุนงงอยํางยิ่งจากภาพที่ได๎เห็น ทรงเสียพระทัยยิ่งนัก ตรัส แกํพระองค๑เองวํา "ชายผู๎มีคํายิ่งคนนี้พร๎อมด๎วยครอบครัวของ เขาได๎ประกอบกรรมอันยากยิ่งเพื่อชํวยเหลือเรา กรรมอันนีเ้ ป็น ที่ที่เหลือเชื่อ ยากที่ใคร ๆ ในแผํนดินโลกจะทําได๎อยํางนี้ และ เขากระทําเพื่อเราโดยไมํมุํงหวังการตอบแทนสักนิด ถ๎าเรามิได๎ รู๎ถึงบุญคุณของเขา ความเป็นราชันยะของเราจะมีคณ ุ คําอะไร เราก็คงจะไมํแตกตํางไปจากสัตว๑ตวั หนึ่งโดยแท๎" ดําริฉะนี้แลพระวีรราชาก็ชักพระแสงดาบออกจากฝ๓ก เสด็จเข๎าไปหาพระเทวี และกลําวอ๎อนวอนด๎วยความนอบน๎อม วํา "ข๎าแตํพระแมํเจ๎า ขอได๎โปรดข๎าด๎วยเถิด โปรดประทาน พรแกํข๎า ขอให๎พราหมณ๑ชื่อ วีรวร ผู๎นี้ซึ่งมีพฤติกรรม .

เชํนเดียวกับชื่อของเขา ผู๎เสียสละแม๎ชีวิตเพื่อความอยูํรอดของ ข๎า ขอให๎เขาและครอบครัวจงกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาเถิด" เมื่อกลําวกถาดังนี้แล๎ว พระราชาเตรียมจะเชือดพระศอ ด๎วยดาบอันคมกล๎า ทันใดนั้น ก็มีเสียงลอยมาในอากาศวํา "ช๎า กํอนราชะ ข๎าพอใจในพลีของทํานแล๎ว เอาเถอะ ข๎าจะให๎ พราหมณ๑วีรวรกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหมํพร๎อมด๎วยภรรยาและ บุตรของเขา" เมื่อได๎กลําวประกาศิตแล๎วเสียงสวรรค๑ก็หายไป ทันใด วีรวรก็คืนชีพขึ้นมาพร๎อมด๎วยบุตรชาย บุตรสาว และภรรยา ของเขา พอเห็นคนเหลํานี้ฟื้นขึ้นมา พระราชาก็รีบวิ่งเข๎าหาที่ ซํอนเร๎น กําบังมิให๎ใครเห็น ทรงจ๎องดูภาพของคนเหลํานั้นด๎วย ความอัศจรรย๑ใจ และมีอัสสุชลเปีย่ มปริ่มด๎วยความยินดีเป็นล๎น พ๎น .

ฝุายวีรวรเมื่อได๎มีชีวิตอีกครัง้ หนึ่ง มีความรู๎สึกเหมือนคน ตื่นจากหลับแลไปเห็นบุตรและภรรยาตํางก็ยังมีชีวิตอยูํ ก็ สับสนในใจไมํทราบวําเกิดอะไรขึ้น จึงถามบุตรและภรรยาวํา "พวกเจ๎าถูกไฟเผาไหม๎จนเป็นเถ๎าถําน แล๎วกลับฟื้นขึ้นมา อีก เป็นไปได๎อยํางไร ข๎าก็เหมือนกัน จําได๎วําข๎าตัดหัวตัวเองไป แล๎วหลังจากที่เผาศพพวกเจ๎า แล๎วนี่ข๎ากลับมีชีวิตขึ้นมาอีก นี่ จะเป็นมายาที่หลอกตาข๎าหรือไร หรือวําพระแมํเจ๎าโปรดให๎เรา รอดจากตายด๎วยความกรุณาของพระองค๑ ชํางนําอัศจรรย๑เสีย จริง ๆ" เมื่อได๎ฟ๓งดังนี้ภรรรยาและบุตรจึงกลําววํา "ที่เราได๎ กลับมามีชีวิตอีกครั้งนี้ คงจะเป็นด๎วยอํานาจของพระเทวี บันดาลให๎เป็นไประหวํางที่เราหมดสตินั่นเอง" วีรวรใครํครวญดูวําเรื่องคงจะเป็นไปอยํางที่คนเหลํานั้น พูด มิได๎มีข๎อสงสัยอีกตํอไป จึงกระทําการบูชาตํอองค๑พระจัณฑี .

แล๎วพาครอบครัวกลับไปบ๎านมีความยินดีวําตนได๎ปฏิบัตภิ ารกิจ เสร็จไปแล๎วตามปรารถนาทุกประการ และหลังจากที่พาบุตร ภรรยากลับไปบ๎านแล๎วก็กลับมายืนยามหน๎าประตูวัง อันเป็น หน๎าที่ประจําของตนในราตรีนั้นนัน่ เอง สํวนพระราชาศูทรกะผู๎ แลเห็นเหตุการณ๑โดยตลอดก็ออกจากที่ซํอนเสด็จกลับสูํวังและ ขึ้นไปที่ยอดพระมนเทียร และตะโกนลงมาวํา "ใครอยูํหน๎า ประตูนั่น" วีรวรได๎ยินก็กลําวด๎วยเสียงอันดังวํา "ข๎าพระบาทอยูํ ที่นี่พระเจ๎าข๎า โอ ราชะ ตามที่ทรงมีบัญชาให๎ข๎าพระบาทไปสืบ เรื่องหญิงผู๎นั้น แตํนางได๎อันตรธานไปตํอหน๎าตํอตาเมื่อข๎าพระ บาทแลเห็นนาง ราวกับวํานางคือรากษสี (นางรากษส หรือนาง อสูรประเภทหนึ่ง) ตนหนึ่ง หาใชํเป็นคนธรรมดาไมํ" พระราชาได๎ฟ๓งคําตอบของวีรวรก็ทรงประหลาดพระทัย มาก เพราะพระองค๑เป็นบุคคลที่รู๎เห็นเหตุการณ๑โดยตลอด ทรง รําพึงในพระทัยวํา "จริงแท๎ทีเดียวบุคคลผูป๎ ระเสริฐ ล๎วนเป็นผู๎ที่ รู๎จักตนเองและควบคุมจิตใจได๎อยํางลึกซึ้ง เหมือนทะเลอัน กว๎างใหญํและลึกสุดหยั่ง เพราะเมือ่ เขาประกอบกรณียกิจอัน .

หาใครเปรียบมิได๎นั้น แทนที่เขาจะโอ๎อวดตนเอง กลับนิ่งเงียบ ไมํกลําวอะไรเลย" เมื่อทรงรําพึงดังนี้แล๎ว พระราชาก็เสด็จลง มาจากยอดมนเทียรกลับคืนสูํห๎องบรรทมและทรงพักผํอน ตลอดคืน ในตอนเช๎าวีวรถูกตามมาเฝูาตํอหน๎าประชุมชน พระราชาผู๎ทรงมีพระทัยอันเปี่ยมไปด๎วยความยินดีได๎ตรัสแกํที่ ประชุมมนตรีถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลากลางคืนโดยตลอด ทําให๎ ทุกคนในท๎องพระโรงตื่นเต๎นกันมาก ครั้นแล๎วพระราชาได๎ ประทานของขวัญอันล้ําคําแกํวรี วรเพื่อเป็นเครื่องตอบแทน น้ําใจอันยิ่งใหญํ คือทรงยกดินแดนเวํนแคว๎นลาฏะและ กรรณาฏะให๎วีวรปกครอง หลังจากนั้นพระราชาสองพระองค๑ คือ พระเจ๎าวีรวรและพระเจ๎าศูทรกะ ผู๎มีอานุภาพเสมอกันก็ ปกครองดินแดนของตนด๎วยความสงบสุขสืบมา เมื่อเวตาลเลํานิทานอันพิสดารสุดขีดจบลง ก็กลําวแกํ พระราชาตริวิกรมเสนวํา "โอ นฤบดี ในเรื่องที่ข๎าเลํามานี้ .

พระองค๑ทรงเห็นวําใครเป็นผู๎ที่กล๎าหาญที่สดุ ในจํานวนคน เหลํานั้น ถ๎าพระองค๑ทรงทราบและไมํพูด คําสาปที่ข๎าเคยกลําว มาแล๎วแตํต๎นก็จะประสบแกํพระองค๑โดยแท๎" พระราชาได๎ฟ๓งถ๎อยคําของเวตาลก็ตรัสวํา "พระราชา ศูทรกะนั่นแหละ เป็นผู๎ที่กล๎าหาญที่สุดในบรรดาคนทั้งหลาย" เวตาลได๎ฟ๓งก็แย๎งวํา "คนที่กล๎าหาญทีส่ ุดมิใชํวีรวร หรอกหรือ เพราะเขาได๎ทําวีรกรรมที่ยากจะหาใครเสมอเหมือน ในโลกนี้ และมิใชํภรรยาของเขาดอกหรือที่กล๎าหาญกวํา เพราะเป็นแมํที่ต๎องทนเห็นลูกชายต๎องถูกสังเวยไปตํอหน๎าตํอ ตา และมิใชํลูกชายคือสัตตววรหรอกหรือ แม๎จะเป็นเพียงเด็ก แตํก็กล๎าพลีชีพของตนเพื่อพระราชาและบิดาของตน นี่ไมํ เรียกวําวีรกรรมอันยอดยิ่งดอกหรือไร ไฉนพระองค๑จึงตรัสวํา พระราชาศูทรกะเป็นผู๎กล๎าหาญยิง่ กวําคนเหลํานั้นเลํา" .

เมื่อได๎ยินเวตาลกลําวดังนั้น พระราชาตริวิกรมเสนก็ อธิบายวํา "เจ๎าอยําพูดอยํางนั้นเลย ก็วีรวรนั้นเป็นคนตระกูลสูง จะอยูํในครอบครัวใดก็ตาม วําตามจริงเขาต๎องเป็นหัวหน๎าที่มี ความรับผิดขอบ รวมทั้งลูกและเมียของเขาก็เชํนเดียวกัน ทุก คนถือเป็นหน๎าที่อยูํแล๎วที่จะต๎องสละขีวิตเพื่อคุม๎ ครอง พระราชาของตน ในกรณีทเี่ กิดขึ้นนี้ นอกจากวีรวรจะทําตาม หน๎าที่ผูกพันกับพระราชาแล๎ว นางผู๎เป็นภรรยานั้นเลําก็เป็น หญิงประเสริฐทีเ่ คารพรักสามียิ่งชีวิต หลํอนทําไปเพราะถือเป็น หน๎าที่วําภรรยาจะต๎องดําเนินรอยตามสามีด๎วยใจภักดิ์ สํวน สัตตววรผู๎เป็นลูกนั้นเลําก็เป็นเชํนเดียวกับพํอและแมํของตน ยํอมทําตามพํอแมํด๎วยความรักและความผูกพันโดยแนบแนํน เหมือนเส๎นด๎ายทีต่ ีขึ้นมาจากฝูายฉะนั้น แตํพระราชาศูทรกะ เป็นเยี่ยมเหนือกวําคนเหลํานั้นทุกคน เพราะพระองค๑เป็นผู๎ พร๎อมที่จะพลีชีวิตเพื่อคนรับใช๎ของพระองค๑ เป็นการเสียสละ .

อยํางกล๎าหาญที่พระเจ๎าแผํนดินไมํมีความจําเป็นจะต๎องทํา เชํนนั้นเลย" เมื่อเวตาลได๎ยินคําอธิบายจากพระโอษฐ๑ของ พระราชาเชํนนั้น ก็ผละจากอังสาของพระราชา หายแวบไป ทันทีโดยไมํมีใครเห็น และกลับคืนไปสูํที่เดิมด๎วยอิทธิฤทธิ์ของ ตน ทําให๎พระราชาต๎องเสด็จกลับทางเดิม เพื่อไปนําตัวเวตาล กลับมาใหมํ .

นิทานเรื่องที่ ๕ พระเจ๎าตริวิกรมเสนเสด็จกลับไปทีต่ ๎นอโศก แลเห็น ซากศพที่เวตาลเข๎าสิงห๎อยอยูํบนกิง่ ไม๎จึงขึ้นไปลากตัวลงมา และหลังจากที่ทรงบริภาษเวตาลแล๎วก็รีบเสด็จกลับไปทางเดิม เพื่อมุํงไปสูํจดุ ที่หมาย แตํในขณะที่ดําเนินไปตามทางที่นําไปสูํ สุสานของโยคีในราตรีนั้น เวตาลซึง่ เกาะอยูํบนอังสาของ พระราชาก็กลําวขึ้นวํา "ราชะ พระองค๑ชํางอดทนในภาระนี่กระไร ข๎าเห็น พระองค๑ครั้งแรกก็รสู๎ ึกชอบเสียแล๎ว ข๎าจะเลํานิทานให๎ทรงฟ๓ง สักเรื่องหนึ่งเพื่อเป็นเครื่องบันเทิงพระทัย โปรดสดับเถิด" ในพระนครอุชชยินี มีพราหมณ๑ที่มีชื่อเสียงโดํงดังผู๎ หนึ่งเป็นราชเสวกและมนตรีของพระราชาปุณยเสน มีชื่อวําหริ สวามิน พราหมณ๑มีภรรรยาที่เป็นหญิงมีตระกูลเสมอกันและมี บุตรชายคนหนึ่งเป็นชายหนุํมรูปงามชื่อ เทวสวามิน ตํอมานาง .

ให๎กําเนิดบุตรหญิงคนหนึ่ง เมื่อเจริญวัยขึ้นแล๎ว มีความงามอัน ยอดยิ่งหาผู๎ใดเสมอมิได๎ ชื่อ โสมประภา ครั้นสืบมานางมีวัยอัน พึงมีคูํครองได๎แล๎ว (คืออายุ ๑๖ ปี) นางจึงให๎มารดาไปเจรจา ตํอบิดาและพี่ชายของนาง โดยสั่งวํา "ลูกจะแตํงงานกับชายที่มี ความกล๎าหาญ หรือมีความรูด๎ ีเลิศ (จากศัพท๑วํา ชญานิน) หรือ มิฉะนั้นก็ต๎องเป็นชายที่เรียนรูม๎ ายาศาสตร๑เทํานั้น ขออยํา บังคับให๎ลูกแตํงงานกับคนอื่นนอกเหนือจากนี้ ถ๎าพํอยังเห็นวํา ชีวิตของลูกยังมีคําอยูํ" เมื่อหริสวามินผู๎บดิ าได๎ยนิ ดังนี้ ก็กังวลใจมาก ไมํ ทราบวําจะหาบุรุษใดมีคณ ุ สมบัตติ ามข๎อใดข๎อหนึ่งในสามข๎อที่ นางตั้งเงื่อนไขเอาไว๎ ขณะนั้นพอดีกับที่เขาได๎รับแตํงตั้งให๎เป็น ทูตสันติเพื่อไปทําสัญญาไมตรีกับพระราชาแหํงเดกขําน ซึ่ง กําลังจะเข๎ามารุกรานแวํนเคว๎น หริสวามินได๎ทํางานสําเร็จลุลํวงไปด๎วยดี และ เดินทางกลับมาบ๎าน ขณะนั้นเอง พราหมณ๑ผู๎หนึ่งซึ่งได๎ทราบ .

ขําวระบือในความงามอันยอดยิ่งของนางโสมประภาก็เข๎ามาหา และสูํขอนางเพื่อการสมรส หริสวามินจึงกลําวแกํพราหมณ๑ผู๎ นั้นวํา "ลูกสาวข๎าจะไมํแตํงงานกับใครเลย ถ๎าชายนั้นมิได๎มี คุณสมบัติทางด๎านความกล๎าหาญ ความเป็นผูร๎ ู๎เลิศ หรือเจนจบ ในมายาศาสตร๑อยํางใดอยํางหนึ่งไหนลองบอกมาสิวํา ทําน ชํานาญทางไหนในสามอยํางนี้" เมื่อหริสวามินกลําวดังนี้แกํพราหมณ๑หนุํม ชายหนุํมก็ ตอบวํา "ข๎าเป็นผู๎ชํานาญในมายาศาสตร๑ยิ่งกวําอยํางอื่น" หริ สวามินจึงกลําววํา "ถ๎ากระนั้นจงแสดงให๎ข๎าดูสิ" ชายหนุํมผู๎มีมายาศาสตร๑ได๎ฟ๓งก็เริ่มการแสดงโดย ทันทีตามความชํานาญของตน คือ นํารถมาคันหนึ่ง ซึ่งมี ศักยภาพสามารถแลํนไปอยํางรวดเร็วในอากาศ ชายหนุํมเชิญ ให๎พราหมณ๑เฒําลงสูํรถแก๎วแววฟูาลอยลิ่วไปในอากาศชม .

สวรรค๑และแผํนดินโลกเป็นที่เพลิดเพลิน แล๎วนํากลับลงมาที่ พลับพลาของพระเจ๎ากรุงเดกขําน ผู๎ซึ่งใช๎ให๎เขาไปเจรจาสูํขอ นางโสมประภาตํอบิดานางนั่นเอง หริสวามินก็ตกลงยินยอมให๎ ธิดาแกํผู๎ชํานาญมายาศาสตร๑นั้นโดยกําหนดวันทําพิธีสมรสอีก เจ็ดวันข๎างหน๎า ในระหวํางนั้น พราหมณ๑ผู๎หนึ่งซึ่งตั้งนิวาสสถานอยูํใน กรุงอุชชยินีก็มาหาเทวสวามินผู๎บตุ รชายของหริสวามิน และสูํ ขอนางโสมประภาในฐานะทีเ่ ขาเป็นพี่ชายของนาง เทวสวามิน ตอบวํา "นางไมํความประสงค๑ที่จะได๎สามีที่ไมํมีคณ ุ สมบัติอยําง ใดอยํางหนึ่งในสามอยําง คือ มีความรู๎เลิศ เจนจบในมายา ศาสตร๑ และเป็นวีรบุรุษ" เมื่อได๎ฟง๓ ดังนั้นพราหมณ๑ก็แสดงตน เป็นวีรบุรุษ แล๎วแสดงการใช๎อาวุธทั้งไกลตน (คือยิงธนู) และ ประชิดตน (คือใช๎ดาบ) อยํางดีเยีย่ ม จนเทวสวามินเลื่อมใส จึง สัญญาวําจะยกน๎องสาวให๎ และโดยการแนะนําของโหรตามที่ บิดาได๎แตอบแกํชายคนแรกทีม่ าสูขอไปวํา ฤกษ๑แตํงงานจะมีใน .

เจ็ดวันข๎างหน๎า เทวสวามินก็แจ๎งแกํชายคนที่สองเชํนเดียวกัน และเขาก็ตัดสินใจไปโดยที่มารดามิได๎รู๎เห็น ในวันเดียวกันนั้นเอง ชายคนที่สามก็เดินทางมาถึง และเข๎าไปพบกับภรรยาของหริสวามิน เจรจากเป็นสํวนตัวสูํขอ นางโสมประภาเชํนเดียวกัน นางพราหมณีได๎ฟ๓งก็ตอบวํา "ลูก สาวของข๎าต๎องการสามีที่ทรงคุณสมบัติอยํางใดอยํางหนึ่งใน สามอยํางคือ เป็นวีรบุรุษ หรือชํานาญในมายาศาสตร๑ หรือเจน จบในชญานะอยํางดีเลิศ" และหลังจากที่นางได๎ถามไถํเรื่องอดีต และอนาคตของเขาแล๎ว ก็ตกลงใจรับการสูํขอของเขา และ สัญญาจะให๎ธิดาของตนแตํงงานกับชญานินผู๎นี้ในเวลาอีกเจ็ด วันข๎างหน๎า เชํนเดียวกับที่สามีและบุตรชายของนางได๎ให๎ สัญญาแกํชายสองคนแรก วันรุํงขึ้นหริสวามินกลับมาถึงบ๎าน กลําวแกํภรรยา และบุตรชายเรื่องที่ตนได๎ตกลงไว๎กับเจ๎าบําวคนที่หนึ่งวําจะยก ธิดาให๎ในพิธีสมรสอีกเจ็ดวันข๎างหน๎า ภรรยาและบุตรชายตํางก็ .

แจ๎งให๎หริสวามินทราบเรื่องที่ตนตํางก็สัญญาจะยกนางให๎ เจ๎าบําวคนทีส่ องและที่สามในวันเดียวกันคือ อีกเจ็ดวันข๎างหน๎า หริสวามินได๎ทราบก็ตกใจ และกลัดกลุ๎มยิ่งนักเพราะเจ๎าบําวทั้ง สามตํางก็ได๎รับการเชิญมาในวันสมรสวันเดียวกัน ครั้นถึงวันสมรส ชายทั้งสามตํางก็เดินทางมาถึงบ๎าน ของหริสวามินพร๎อมกันทั้งชญานิน มายากร และวีรบุรุษ ขณะ นั้นเองความมหัศจรรย๑กเ็ กิดขึ้น ปรากฎวําเจ๎าสาวคือนางโสม ประภาหายไปอยํางไมํมีรํองรอย ถึงจะมีการค๎นหาสักเทําไร ๆ ก็มิได๎พบเห็น หริสวามินจึงกลําวแกํชญานินวํา "ทํานเป็นผู๎ทรง คุณวิทยา เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะอะไร ลูกสาวข๎าหายไป ไหน" เมื่อชญานินหนุํมได๎ฟ๓งดังนั้นก็ตอบวํา "รากษสตน หนึ่งชื่อธูมรศิขะ เป็นผูล๎ ักตัวนางไปสูํที่อยูํของมันในปุาเชิงเขา วินธัยแล๎ว" .

หริสวามินได๎ยินชญานินกลําว ก็ตกใจว๎าวุํนร๎องวํา "อนิจจาเอ๐ย อนิจจาเราจะตามตัวนางกลับมาได๎อยํางไร แล๎ว นางจะแตํงงานอยํางไรเลํา" มายากรผู๎ชํานาญในมายาศาสตร๑ได๎ฟ๓งก็กลําววํา "ทํา ใจให๎ดี ๆ ไว๎เถิด ข๎าจะพาทํานไปในพริบตา เพื่อติดตามนางไป ยังที่ซึ่งชญานินกลําวถึงนั่น" กลําวจบมายาวินก็เตรียมงานของตนโดยนํารถแก๎ว เข๎ามาเทียบ แล๎วพาหริสวามินพร๎อมด๎วยชญานินและวีรบุรุษ ลงนั่งในรถเหาะลิ่วไปในอากาศ ชัว่ ครูํหนึ่งก็มาถึงที่พํานักของ รากษสในปุาวินธัย ตามที่ชญานินบรรยายไว๎ทุกประการ รากษสเมื่อเห็นดังนั้นก็วิ่งออกมาจากสํานักด๎วยความโกรธ วีรบุรุษซึ่งถูกหริสวามินผลักดันให๎ออกหน๎าก็ตะโกนท๎าทายให๎ รากษสมาตํอสู๎กับตนตัวตํอตัว ครัน้ แล๎วทั้งสองฝุายก็ตํอสู๎กัน อยํางทรหดด๎วยอาวุธชนิดตําง ๆ เพื่อชิงนางมาเป็นของตน ตํอมาในชํวงเวลาอันสั้น รากษสก็เสียทีถูกตัดหัวกระเด็นด๎วย .

ฝีมือวีรบุรุษหนุํม เมื่อประหารรากษสแล๎ว ตํางก็พานางโสม ประภาลงรถแก๎วแววฟูาของมายาวินกลับสูํบ๎าน เมื่อกลับมาถึงบ๎านหริสวามิน การแตํงงานก็ยังเริม่ ไมํได๎ถึงแม๎มหุติฤกษ๑จะมาถึงและผํานพ๎นไปแล๎วก็ตาม ทั้งนี้ เพราะเกิดการโต๎เถียงกันไมํยตุ ิวํานางควรจะแตํงงานกับใคร ทั้งชญานิน มายาวิน และวีรบุรุษตํางก็โต๎ตอบกันอยํางเผ็ดร๎อน อ๎างความเป็นเจ๎าของนางกันทุกคนน ชญานินกลําววํา "ถ๎าข๎าไมํ จับยาม ดูวํานางถูกพาไปไหน พวกทํานยังจะมีป๓ญญาสืบรู๎ได๎ละ หรือ ด๎วยเหตุนี้นางควรจะตกเป็นของข๎าจึงจะถูก" มายาวินได๎ฟ๓งก็กลําววํา "ถ๎าข๎าไมํใช๎รถแก๎วของข๎า เหาะลอยไปในอากาศเพื่อเดินทางไปสุดหล๎าฟูาเขียวอยํางปุา วินธัยโนํน พวกเจ๎าจะมีปญ ๓ ญาทําอะไร ข๎ามิได๎ทําให๎เจ๎าเดินทาง ไปกลับในชั่วอึดใจเดียวราวกับเทวดาเดินหน ปุานนีเ้ จ๎าจะยัง มะงุมมะงาหราอยูํที่ไหนก็ไมํรู๎ เพราะเหตุนโี้ สมประภาจึงควร เป็นของข๎าแตํผู๎เดียว" ชายคนที่สามคือวีรบุรุษได๎ยินดังนั้นก็ .

กลําวขึ้นบ๎างวํา "ข๎าเป็นคนประหารรากษสทีร่ ๎ายกาจนั่นด๎วย ดาบของข๎าแท๎ ๆ ทําให๎พวกเรารอดอันตรายพานางกลับมาได๎ ฉะนั้นข๎านี่ตํางหากที่ควรเป็นสามีของนาง" ขณะที่ทุกคนโต๎เถียงกันวุํนวายอยูํนั้น หริสวามินนั่ง ฟ๓งอยูํเงียบ ๆ บังเกิดความพิศวงเป็นกําลัง ไมํอาจจะตัดสิน อะไรได๎ เวตาลจึงกลําวแกํพระราชาวํา "โอ ราชะ โปรดตัดสิน ให๎ทีเถิด ใครควรจะได๎เป็นสามีนางโสมประภาโดยเหตุผลอัน สําคัญเป็นเครื่องชี้ขาดเลํา แตํถ๎าพระองค๑รู๎แล๎วไมํยอมพูดก็จงรู๎ ไว๎เถิดวํา ศีรษะของพระองค๑จะต๎องแยกเป็นเสี่ยง ๆ เชียวนะ พระเจ๎าข๎า" เมื่อพระเจ๎าตริวกรมเสนได๎ฟ๓งเวตาลกลําวดังนี้ ก็ลืม พระองค๑ไปชั่วขณะตรัสตอบวํา .

"นางควรจะตกเป็นของวีรบุรุษตํางหาก ทั้งนี้เพราะชาย กล๎าหาญผู๎นี้มิใชํหรือที่ตํอสู๎ศัตรูอยํางเข๎มแข็งเต็มกําลัง ความสามารถ เอาชีวิตเข๎าแลกกับความตายเพื่อนางโดยแท๎ สํวนชายอีกสองคนคือ ชญานิน และมายาวินนัน ทําตามหน๎าที่ ท๎าวธาดาพรหมกําหนดมาให๎เป็นเครื่องมือของแผนการ ดังกลําวนี้ทั้งหมด คนมีความรู๎กด็ ี คนถนัดในมายาศาสตร๑ก็ดี ล๎วนแตํเป็นตัวประกอบในวีรกรรมนี้ทั้งสิ้น" เวตาลได๎ฟ๓งดังนั้นก็รีบรุดลงจากอังสาของพระราชา และหายลับไปในทันที โดยปราศจากรํองรอยใด ๆ ให๎เห็น พระราชาทรงรูส๎ ึกพระองค๑ก็ตํอเมือ่ เวตาลอันตรธานไปแล๎ว จึง ต๎องเสด็จไปตามตัวมันอีก ・ .

นิทานเรื่องที่ ๖ พระราชาตริวกรมเสนเสด็จกลับไปยังต๎นอโศก จับตัว เวตาลพาดบําเสด็จมุํงหน๎าไปยังสุสานที่นัดพบกับโยคีศานติศลี ระหวํางที่เดินทางมาในความเงียบครูํหนึ่ง เวตาลก็เอํยขึ้นวํา "อารยบุตร ข๎าสังเกตุดูพระองค๑ก็เป็นคนฉลาดและกล๎าหาญมิ น๎อย ข๎าชักจะรักพระองค๑แล๎วสิ ฉะนั้นข๎าจะเลํานิทานถวายให๎ ทรงฟ๓งเลํนเพลิน ๆ สักเรื่องหนึ่ง โปรดทรงสดับเถิด" ในอดีตกาลมีพระราชาผูม๎ ีพระนามบันลือในพิภพองค๑ หนึ่ง ทรงพระนามวํา พระเจ๎ายศเกตุ ครองราชสมบัติ ณ นคร โศภาวดี และในนครนีเ้ อง มีเทวาลัยของพระเคารี(ผูม๎ ีผิวสี เหลืองอํอน หรือสีนวล เป็นชื่อของพระอุมามเหสีพระศิวะปาง ใจดี) ตั้งอยูํทางทิศใต๎ของเทวาลัย มีทะเลสาบอันงดงามชื่อ เคา รีตีรถะ(ฝ๓่งน้ํา หมายถึงเทวาลัยริมน้ําอันเป็นสถานที่ศักดิส์ ิทธิ์ ของผู๎จาริกแสวงบุญ) และทุก ๆ ปีจะมีการฉลองในวันขึ้นสิบสี่ .

ค่ําเดือนอาษาฒะ (เดือน ๘ ตกราวเดือนกรกฎาคม)จะมีผู๎คน ทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาสระสนานกันที่นี่เป็นประจํา ครั้งหนึ่งในวันดังกลําวนี้ มีชายคนหนึ่งชื่อธนวละ เดินทางมาจากแคว๎นพรหมสถล เขาได๎เห็นสาวงามผู๎หนึ่งชื่อ มัทนสุนทรี บุตรของชายชื่อศุทธบฏ มีเรือนรํางเฉิดโฉมราว อัปสรสวรรค๑ กําลังเลํนน้ําอยูํในบึงนั้น หัวใจเขาก็ถูกนาง ยึดแนํนราวพระจันทร๑ถูกเงาราหูเข๎าเบียดบัง เขาพยายามสืบ ถามจนรู๎วํานางชื่ออะไร และอยูํในตระกูลอะไร จากนั้นเขาก็ เดินทางกลับบ๎าน มีแตํความหลงใหลในตัวนางอยํางไมํวํางเว๎น เขาคิดถึงนางจนกินไมํได๎นอนไมํหลับ ในที่สุดเมื่อถูกมารดา ซักไซ๎บํอย ๆ เขาก็จําใจยอมเผยความจริงวําเขาหลังรักนาง มัทนสุนทรี และปรารถนานางแตํเพียงผู๎เดียวเทํานั้น นางได๎ฟ๓ง ก็เลําให๎สามีของนางชื่อวิมลฟ๓งโดยตลอด ผู๎เป็นบิดาได๎ทราบ เรื่องก็เข๎ามาหา แลเห็นลูกรักตกอยูํในภาพเศร๎าโศกท๎อแท๎ เชํนนั้นก็กลําววํา .

"ลูกของพํอ ไฉนจึงเป็นทุกข๑เป็นร๎อนเชํนนี้ เรื่องนี้ไมํ เห็นจะยากเย็นอะไรเลย ศุทธบฏจะต๎องให๎ลูกสาวเขาแตํงงาน กับลูกแนํ ๆ ถ๎าพํอไปเจรจาตํอเขาด๎วยตนเอง ทั้งนี้ก็เพราะพํอ กับเขาตํางก็มีฐานะเทําเทียมกันทัง้ ทรัพย๑สินและกิจการงาน พํอรู๎จักเขาและเขาก็รู๎จักพํอดี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไมํยากเลยใน การที่จะไปพูดกับเขา" เมื่อปลอบโยนบุตรชายดังนี้แล๎ว วิมลก็คะยั้นคะยอให๎ บริโภคข๎าวน้ําตามปกติ และในวันรุํงขึ้นเขาก็พาลูกชายไปยัง บ๎านของศุทธบฏ เจรจาสูํขอบุตรสาวของเจ๎าของบ๎านให๎แกํ บุตรชายของตน ศุทธบฏก็ยินดีทจี่ ะยกนางให๎โดยมิตรไมตรี และเตรียมหาฤกษ๑งามยามดีไว๎เรียบร๎อย ครั้นได๎เวลาอันเป็น มงคลก็จัดการแตํงงานนางมัทนสุนทรีกับหนุํมธนวละ เมื่อชาย หนุํมได๎นางมาเป็นคูํครองสมใจนึกแล๎ว ตํอมามิช๎าก็พานาง เดินทางกลับมาอยูบํ ๎านบิดาของตนด๎วยความสุข และนาง ทมัทนสุทนทรีก็เชํนเดียวกัน นางรักสามีตั้งแตํพบครั้งแรก จึง .

ยินดียอมเป็นภรรยาของเขาโดยไมํมีข๎อเกี่ยงงอนด๎วยประการ ใด ๆ วันหนึ่งขณะที่ชายหนุํมมีความสุขด๎วยครอบครัวของ ตนที่บ๎าน พลันน๎องเมียของนางมัทนสุนทรีก็เดินทางมาเยี่ยมที่ บ๎าน ทุกคนตํางก็ให๎การต๎อนรับเป็นอยํางดี นางมัทนสุนทรีนั้น วิ่งเข๎ามาสวมกอดน๎องชายของนางด๎วยความดีใจ พลางไตํถาม สารทุกข๑สุกดิบกันด๎วยความคิดถึง หลังจากที่ชายหนุํมได๎ พักผํอนชั่วระยะเวลาหนึ่งแล๎ว เขาก็กลําวแกํคนเหลํานั้นวํา "บิดาของข๎าให๎มาเชิญนางมัทนสุนทรีกับลูกเขยไปยังบ๎านของ เรา เนื่องด๎วยทางบ๎านกําลังทําพิธีฉลองพระทุรคาเทวี" เมื่อได๎ยินดังนี้ บรรดาญาติพี่น๎องของฝุายชายก็ เห็นสมควรด๎วย และเลี้ยงดูปเู สื่อชายหนุํมในวันนั้นอยํางเต็มที่ ด๎วยโภชนาหารและสุราเมรัยครบถ๎วน .

เช๎าตรูํวันรุํงขึ้น ธนวละออกเดินทางไปบ๎านพํอตา พร๎อมด๎วยนางมัทนสุนทรีและน๎องชายของนาง ทั้งหมดมาถึง เมืองโศภวดี และเห็นมหาเทวาลัยของพระทุรคาเทวีอยูํ ข๎างหน๎า จึงเดินเข๎าไปใกล๎และกลําวแกํภรรยาและน๎องชายของ นางด๎วยศรัทธาอันเปี่ยมล๎นที่มตี ํอพระเทวีวํา "เราเข๎าไปในวิหารของพระแมํเจ๎ากันเถอะ" เมื่อน๎องชายของนางได๎ฟ๓งดังนั้น ก็กลําวแกํพี่เขยด๎วย อาการอิดเอื้อนวํา "พวกเรามีตั้งสามคน จะเข๎าไปในเทวาลัยมือ เปลําได๎กระไร" ธนวละจึงตัดบทวํา "เอาเถอะ พี่จะเข๎าไปกํอน แล๎วเจ๎าคํอยตามเข๎าไปที หลังก็แล๎วกัน" .

กลําวจบเขาก็เข๎าไปในเทวาลัย เพื่อถวายการ สักการะ เมื่อเขาเข๎าไปแล๎วก็กระทําอัญชลีตํอพระแมํเจ๎า และ กระทําสมาธิจิตเพํงเฉพาะพระเทวีผู๎มีสิบแปดกร ถืออาวุธครบ ครันกําลังประหารมหิษาสูรอยูํ พลันดวงจิตก็ทํวมท๎นด๎วยแรง ศรัทธาและภักดี ชายหนุํมเข๎าไปหมอบแทบบัวบาทของนางซึ่ง กําลังกระทืบทานพ (อสูรจําพวกหนึ่งในนิทาน) ร๎ายอยูํ และ ราวกับตกอยูํในหัตถ๑แหํงชะตากรรมอันฝุาฝืนมิได๎ เขาก็กลําว แกํตัวเองวํา "คนทั้งหลายตํางก็ถวายพลีกรรมตํอพระเทวีด๎วย สัตว๑มีชีวิตตําง ๆ ก็เราเองลํะ เมื่อแสวงหาวิมุกติ(การเข๎าถึง ความหลุดพ๎นในองค๑พระผู๎เป็นเจ๎า) ในองค๑พระแมํเจ๎าแล๎วจะ รีรอเพื่ออะไรเลํา ทําไมไมํสังเวยชีวิตของเราเพื่อพระองค๑ด๎วยใจ ภักดีแท๎จริง" หลังจากใครํครวญดังนี้แล๎ว ธนวละก็หันมองไปมาแล เห็นดาบเลํมหนึ่งซุกอยูํข๎างแทํนพระเทวี คงจะเป็นสมบัติของผู๎ .

จาริกแสวงบุญสมัยกํอนนํามาถวาย จึงหยิบดาบนั้นมาถือไว๎ แล๎วผูกผมเข๎ากับเชือกระฆัง ยกดาบขึ้นฟ๓นฉับศีรษะหลํนกลิ้ง ลงบนพื้นทันที ฝุายน๎องภรรยาของธนวละคอยอยูํข๎างนอกเป็น เวลานาน ไมํเห็นพี่เขยกลับออกมา จึงเข๎าไปตาม แลเห็นนอน กลิ้งศีรษะขาดก็ตกใจ บังเกิดความประหลาดใจเป็นล๎นพ๎น และ ในทํามกลางความอัศจรรย๑ใจนั้นเอง ชายหนุํมก็ตัดศีรษะของ ตนขาดจากรํางด๎วยดาบเลํมที่ใช๎ประหารธนวละนั่นเอง ฝุายนางมัทนสุนทรี เห็นคนทั้งสองหายเข๎าไปข๎างใน เทวาลัยช๎านานก็ร๎อนใจ ไมํทราบวําเกิดอะไรขึ้น จึงติดตามเข๎า ไปข๎างใน และเห็นศพของสามีและน๎องชายนอนกลิ้งอยูํไร๎ศรี ษะ ก็ตกใจแทบชีวิตจะออกจากรําง ร๎องวํา "ตายแล๎ว เกิดอะไรขึ้นนี่ ข๎าต๎องถึงความฉิบหายแนํ ๆ" .

ครึ่งหนึ่ง) แหํงพระศิวะผู๎เป็น พระสวามี พระผู๎เป็นสรณะแหํงสตรีทั้งมวลในสกลโลก พระผู๎ ขจัดความโศกศัลย๑ให๎สิ้นไป โอ๎ พระเทวี เหตุไฉนพระองค๑จึง ทรงพรากน๎องและสามีของข๎าไปเสียเลํา พระองค๑ไมํควรทําแกํ ข๎าถึงเพียงนี้เลย เพราะข๎าเป็นสาวกที่ซื่อสัตย๑และภักดีของ พระองค๑ตลอดมามิเคยเปลี่ยนแปลง ขอได๎โปรดฟ๓งคําของข๎าสัก นิด ข๎ากําลังจะละรํางนี้ซึ่งมีแตํความเศร๎าหมองอันไมํอาจจะ ทานทนตํอไปอีกได๎ ข๎าขอพระพระแมํเจ๎าสักอยํางคือ ไมํวําข๎า จะเกิดในชาติใดภพใด ขอให๎คนทั้งสองนั้นไปเกิดเป็นสามีและ น๎องของข๎าในทุก ๆ ชาติเถิด" .นางคํอยยันกายขึ้น แลดูศพของคนทั้งสอง และ ร๎องไห๎คร่ําครวญด๎วยความเสียใจ พักหนึ่งจึงตั้งสติได๎ รําพึงแกํ ตนเองวํา "ชีวิตนี้จะมีประโยชน๑อะไรแกํข๎าตํอไปเลํา" คิดดังนี้จึง กลําวแกํเทวรูปพระทุรคาเทวีวํา "โอ พระเทวีเจ๎า พระผู๎ทรงความสําคัญอันอุกฤษฏ๑เหนือ เทพอื่นใด พระผู๎ทรงความบริสุทธิแ์ ละเจ๎าแหํงกฏอันศักดิส์ ิทธิ์ พระผู๎เป็นอรรธภาค (ครึ่งสํวน.

เมื่อกลําวสดุดีกถาตํอเทวรูปพระเทวีดังนี้แล๎ว นางก็ ก๎มลงกราบอีกครั้งหนึ่ง แล๎วเอาเถาวัลย๑มาประดิษฐ๑เป็นบํวง ชายข๎างหนึ่งผูกไว๎กับกิ่งอโศกแล๎วยื่นคอสอดเข๎าไปในบํวง ทันใดนั้นก็มีเสียงลอยมาในอากาศวํา "อยําทําดังนั้นเลย ลูกเอ๐ย แมํพอใจอยํางยิ่งแล๎วในความกล๎าหาญอันหาที่เปรียบมิได๎ของ ลูก แม๎เจ๎าจะเป็นเพียงผู๎หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็ตาม ขอให๎บํวง นี้จงตํอคอของสามีและน๎องชายของเจ๎าเข๎ากับรําง และด๎วยพร ของข๎า ขอให๎คนทั้งสองกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นอีกเถิด" เมื่อนางมัทนสุนทรีได๎ฟง๓ ดังนั้น นางก็ปลํอยบํวงให๎ตก ลงบนพื้น รีบวิ่งกลับมายังศพของคนทั้งสองด๎วยความดีใจ แตํ ด๎วยความฉุกละหุกตะลีตะลานและไมํทันสังเกตสิ่งที่นางกําลัง กระทําอยูํ ทําให๎นางตํอศีรษะสามีเข๎ากับรํางน๎องชาย และตํอ ศีรษะน๎องชายเข๎ากับรํางสามี ทันใดคนทั้งคูํก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา ไมํมรี ํองรอยบาดแผลใด ๆ แตํศรี ษะกับรํางนั้นสับกันเป็นคนละ คน .

แล๎วทั้งสองชายก็เลําเรื่องที่เกิดขึ้นแกํตนให๎ฟ๓งซึ่งกัน และกัน และตํางก็ปลาบปลืม้ ยินดีที่ได๎เกิดใหมํอีกครั้งหนึ่ง และ หลังจากการบูชาพระเทวีแล๎ว ทั้งสามคนก็ออกเดินทางตํอไป แตํนางมัทนสุนทรีผู๎เดียวมีความรูส๎ ึกวํานางได๎ทําผิดเสียแล๎วใน การสับหัวสับรํางบุคคลทั้งสอง และจนป๓ญญาไมํรู๎วําจะทําฉัน ใดดี "โอ ราชะ" เวตาลกลําว "โปรดทรงวินิจฉันด๎วยเถิดวํา คนทั้งสองที่คืนชีวิตมานั้น คนไหนเป็นน๎อง และคนไหนเป็น สามีของนาง ถ๎าทรงรู๎แล๎วแตํไมํยอมพูดก็โปรดทรงทราบเถิดวํา ผลลัพธ๑คือคําสาปจะตกอยูํแกํใคร" เมื่อพระราชาตริวกรมเสนได๎ฟ๓งเรื่องราวโดยตลอด และถูกเวตาลตั้งคําถามอยํางนั้น ก็เผลอพระองค๑ตรัสออกไปวํา "ในสองคนนี้คนใดก็ตามมีศีรษะของชายผู๎เป็นสามีติด อยูํ ก็คนนั้นแหละควรเป็นสามีแท๎ ๆ ของนาง เพราะหัวเป็น .

สํวนสําคัญที่สุดของรํางกาย และเป็นสิ่งที่ทําให๎คนเราจําได๎วํา ใครเป็นใคร การที่จะชี้วําใครเป็นใครก็ต๎องดูที่หัวของคนคนนั้น แหละ" เมื่อพระราชาตรัสจบลงเวตาลก็หัวเราะด๎วย ความชอบใจ ผละจากอังสาของพระราชากลับคืนไปสูํที่พํานัก ของตน ทําให๎พระราชาต๎องเสด็จกลับไปตามตัวมันอีก .

นิทานเรื่องที่ ๗ พระราชาตริวิกรมเสนเสด็จกลับไปยังต๎นอโศก เห็น เวตาลอยูํที่นั่น ก็จับมันเหวี่ยงขึ้นบํา แล๎วเดินทางกลับไปทาง เดิม ระหวํางที่เดินทางมาเงียบ ๆ เวตาลก็กลําวขึ้นวํา "อารย บุตรโปรดฟ๓งหนํอย ข๎ามีนิทานเรื่องหนึ่งจะเลําให๎พระองค๑ฟ๓ง เผื่อพระองค๑จะได๎คลายความเหน็ดเหนื่อยลงบ๎าง" มีเมืองเมืองหนึ่งตั้งอยูํบนฝ๓่งทะเลตะวันออกชื่อ เมือง ตามรลิปติ นครแหํงนั้นมีพระราชาปกครองทรงนามวําพระเจ๎า จัณฑสิงห๑ ผู๎ทรงหันพระพักตร๑จากภรรยาของผู๎อื่น แตํไมํเคย หันพระพักตร๑หนีจากสนามรบ พระองค๑ทรงกวาดต๎อนทรัพย๑ สมบัติของอริราชศัตรู แตํไมํเคยแตะต๎องทรัพย๑สินของแวํน แคว๎นที่เป็นเพื่อนบ๎าน ครั้งหนึ่งมีเจ๎าราชปุฏ(ชนพวกหนึ่งซึ่งอ๎างตนเป็นราช บุตร โดยกลําววําตนสืบเชื้อสายมาจากพระเจ๎าแผํนดินองค๑หนึ่ง .

ในสมัยโบราณ) แหํงแคว๎นแดกขําน ชื่อวําสัตตวศีล เดินทาง มาถึงหน๎าประตูพระราชวัง และประกาศตนเองให๎รู๎วําเป็นผู๎ ยากไร๎แสนเข็ญ โดยฉีกเสื้อผ๎าขี้ริ้วที่สวมใสํอยูํตํอหน๎าพระราชา พระราชาจึงโปรดให๎เขาเป็นผูร๎ ับอนุเคราะห๑โดยมีฐานะเป็นข๎า ไทและอยูรํ ับใช๎พระเจ๎าแผํนดินมาหลายปี แตํกห็ าเคยได๎ บําเหน็จรางวัลแม๎แตํครั้งเดียวไมํ เขาจึงกลําวแกํตัวเองด๎วย ความน๎อยใจวํา "ถ๎าเราเกิดในตระกูลกษัตริยจ๑ ริง ไฉนจึงยาก จนถึงเพียงนี้เลํา ดู ๆ ไป ความยากจนนี้ก็ใหญํหลวงเกินทน แตํ เหตุใดท๎าวธาดาพรหมจึงสร๎างให๎เราเป็นคนทะเยอทะยานใหญํ หลวงนัก เพราะถึงแม๎เราจะรับใช๎พระราชาองค๑นี้มาอยํางขยัน ขันแข็ง และบริวารของเราก็เชํนเดียวกัน ตํางก็เดือดร๎อนหิว โหยเหมือนกันกับเรา แตํพระราชาสิจนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไมํเห็น เราอยูํในสายตาเลย" ระหวํางที่เขารําพึงรําพันด๎วยความน๎อยใจนั้น วัน หนึ่งพระราชาเสด็จเข๎าไปลําสัตว๑ มีทหารม๎าและทหารเดินเท๎า แวดล๎อมเป็นพลนิกายขบวนใหญํ เข๎าไปสูปํ ุาใหญํอันอุดมด๎วย .

สัตว๑ปุา มีเสวกผูต๎ ่ําต๎อยวิ่งนําหน๎า มือถือไม๎ทํอนหนึ่ง หลังจาก ที่พระราชาไลํลาํ สัตว๑อยํางสนุกสนานมาได๎พักหนึ่งก็แลเห็นหมู ปุาตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากพุํมไม๎ตัดไปข๎างหน๎าก็ทรงควบม๎า ติดตามไปจนกระทั่งถึงปุาสูงอันรกชัฏและชุํมชื้นรํมเย็น หมูปุา ตัวนั้นก็หายไป พระราชารู๎สึกเหนือ่ ยอํอนและเมื่อยล๎า หลงทาง กับข๎าราชบริพารไปแตํพระองค๑เดียว มีเสวกผู๎วิ่งนําหน๎าม๎าพระ ที่นั่งเทํานั้นที่อยูํเป็นเพื่อน ตํางคนตํางก็หิวโหยเต็มทีและ กระหายน้ําจนคอแห๎งผาก พระราชาแลดูเสวกผู๎ตา่ํ ต๎อยซึ่ง อุตสําห๑วิ่งมาอยํางเต็มที่ทั้ง ๆ ที่ม๎าพระที่นั่งวิ่งเร็วราวกับลมพัด พระราชาตรัสถามด๎วยความเมตตาวํา "เจ๎าจําทางที่เรามาได๎ ไหม" เสวกได๎ฟ๓งก็คุกเขําลงกับพื้นประสานมืออัญชลีด๎วย ความนอบน๎อมตอบวํา .

"ข๎าพระบาทจําทางได๎ดี แตํพระองค๑ทรงเหน็ดเหนื่อย เต็มที นําจะพักอยูํที่นี่กํอน เพราะตอนนี้ดวงอาทิตย๑ยังแผดแสง แรงกล๎านัก อยําเพิ่งเสด็จไปเลย" พระราชาได๎ยินดังนั้น ก็ตรัสแกํชายหนุํมอยําง อํอนโยนวํา "เอาเถิด เราจะพักอยูํที่นี่กอํ น แตํข๎ากระหายน้าํ เต็มที ถ๎าเจ๎ารู๎วํามีนา้ํ อยูํที่ไหนก็หามาให๎ข๎ากินเถอะ" "ข๎าพระบาทจะไปเดี๋ยวนี้" เสวกทูลรับอาสาทันที จัดแจงปีนขึ้นไปบนต๎นไม๎สูงต๎นหนึง่ มองไปเบื้องหน๎าก็แลเห็น แมํน้ําสายหนึ่งอยูํไมํไกลก็ปีนกลับลงมากราบทูลให๎พระราชา ทราบ และนําทางไปจนถึงแมํน้ํานัน้ เมื่อไปถึงก็เอาอานม๎าลง ปลํอยให๎ม๎ากินน้ําและนอนเกลือกกลิ้งไปมา จากนั้นก็หาหญ๎า อํอนมาให๎มันกินอยํางอิ่มหนํา ทําให๎มันสดชื่นขึ้นมาก สํวน พระราชาก็เสด็จลงอาบน้ําในแมํนา้ํ นั้น เสวกก็ควักผลอามลกะ .

(มะขามปูอม) จากกระเป๋าสองสามผลถวายให๎ทอดพระเนตร เมื่อพระราชาเห็นผลอามลกะก็ประหลาดพระทัย ถามวําเขา เอามาจากไหน เสวกก็คุกเขําลงแบมือที่มีผลอามลกะวางอยูํ สองสามผล กราบทูลวํา "พระเจ๎าข๎า เมื่อสิบปีมาแล๎ว ข๎าพระบาทยังชีพ ติดตํอกันมานานด๎วยผลอามลกะเชํนนี้ ข๎าพระบาทได๎ปรนนิบัติ พระราชาองค๑หนึ่งด๎วยความภักดี แตํพระองค๑ก็มไิ ด๎ พระราชทานอะไรให๎เลย ข๎าพระบาทต๎องดํารงชีพแบบฤษี กิน แตํผลอามลกะเพื่อยังชีพไปวันหนึง่ ๆ เทํานั้น" พระราชาได๎ฟ๓งก็ตรัสวํา "อยํางนี้นี่เลํา เจ๎าจึงสมกับ ชื่อของเจ๎าวํา สัตตวศีล" ทรงตื้นตันพระทัยด๎วยความสงสาร รําพึงในพระทัยวํา "ชํางนําอายนักที่พระราชาไมํได๎สอดสํอง ทุกข๑สุขของบําวไพรํเชํนนั้น ไมํรู๎วําใครเดือดร๎อนแคํไหน จะ ชํวยได๎อยํางไร ชํางนําอายนักที่พวกขุนนางวางน้ําทั้งหลายก็เอา แตํเสพสุขเฉพาะตน แม๎จะรู๎วําคนทุกข๑ยากลําเค็ญเป็นใครก็ .

เงียบเฉย หาได๎กราบทูลพระเจ๎าแผํนดินให๎ทราบไมํ" พระราชา คิดดังนั้นแล๎วก็เห็นใจเสวกผู๎ต่ําต๎อยยิ่งนัก อยํางไรก็ดี ด๎วย ความหิวโหย พระองค๑ก็จําต๎องหยิบเอาผลอามลกะไปเสวยสอง ผล หลังจากเสวยเสร็จและดืม่ น้ําแล๎ว ก็นอนพักผํอนเอาแรงชั่ว ระยะหนึ่งพร๎อมด๎วยเสวกผู๎นั้น ครั้นตื่นขึ้น เสวกก็เอาม๎าทรงมาถวาย พระราชาเสด็จ ขึ้นม๎าเดินทางตํอไป มีเสวกวิ่งนําหน๎าเพื่อนําทางเสด็จ แม๎ พระราชาจะเมตตาโปรดให๎เขาขึ้นขี่ม๎าตัวเดียวกับพระองค๑ แตํ เขาก็เจียมตนไมํยอมตามพระประสงค๑ ในที่สุดพระราชาก็เสด็จ กลับคืนพระนคร และพบกองทหารของพระองค๑มารอรับอยูํ แล๎ว พระราชาโปรดให๎ประกาศเกียรติคณ ุ ของเสวกผู๎ภักดีเป็น เลิศ และประทานทรัพย๑ศฤงคารเป็นอันมากแกํเขา พร๎อมด๎วย ที่ดินหมูํบ๎านอันเป็นสํวยเลี้ยงชีวิตอยํางอุดมสมบูรณ๑ เป็นการ ตอบแทนบุญคุณทีเ่ ขามีตํอพระองค๑เป็นอันมาก สัตตวศีลจึง กลายเป็นคนร่ํารวยมั่งคั่งตั้งแตํนั้น และยังคงปรนนิบัติ พระราชาอยูํเหมือนเดิม .

วันหนึ่งพระราชาจัณฑสิงห๑ทรงมอบงานสําคัญให๎แกํ สัตตวศีลโดยสั่งให๎เดินทางไปยังเกาะลังกา เพื่อเจรจาสูํขอพระ ราชธิดาของกษัตริย๑พระองค๑นั้น เสวกหนุํมออกเดินทางโดยเรือ เดินทะเล สัตตวศีลกระทําบวงสรวงแกํทวยเทพผู๎คุ๎มครองตน แล๎วออกเดินเรือไปกับพราหมณ๑คณะหนึ่งซึ่งพระราชาทรง แตํงตั้งให๎รํวมทางไปด๎วย เมื่อเรือแลํนไปได๎ครึ่งทางก็มีธงผุดขึ้น จากทะเลเป็นที่อัศจรรย๑แกํทุกคนในเรือลํานั้น ธงนี้สูงเดํนจน ยอดแตะกลํมเมฆ ประดับด๎วยทองคําและเครื่องหมายเหมือน ธงทั้งหลายที่พลิ้วสะบัดอยูํในายลม ในขณะนั้นเองกําแพงเมฆก็ ตั้งขึ้นในท๎องฟูา เกิดสายฝนถั่งเทลงมาอยํางหนัก และพายุพัด กระหน่ํารุนแรง จนทําให๎เรือถูกบังคับให๎แลํนเข๎าสูํธงทองนั้น ด๎วยอํานาจของลมและฝน และถูกผูกติดกัน มีลักษณาการดัง ควาญช๎างบังคับให๎ผูกขาติดกับเสาตะลุงฉะนั้น และทั้งธงทั้งเรือ ก็คํอย ๆ จมลงในมหาสาครอันบ๎าคลั่ง บรรดาพราหมณ๑ที่อยูํในเรือตํางก็ตื่นตระหนกตกใจ กลัวตาย และตะโกนร๎องเรียกให๎พระเจ๎าจัณฑสิงห๑ชํวย เมื่อ .

สัตตวศีลได๎ยินเสียงพราหมณ๑ร๎องก็คิดถึงพระราชาผู๎เป็นนาย ด๎วยความภักดี จึงถือดาบมือหนึ่ง พันอาภรณ๑เข๎ากับตนอยําง ทะมัดทะแมง กระโจนลงไปในเกลียวคลื่นเพื่อติดตามหมา สาเหตุแหํงภัยพิบัติ โดยดําน้ําลงไปตรงที่ธงผุดขึ้นมา และ ในทันทีที่เขาจมลงไป เรือลํานั้นก็ถูกกระแสน้ําและลมพัดพาไป ไกล ทําให๎เรือเคว๎งคว๎างไปมาครูํหนึ่งแล๎ว ก็พาเอาทุกคนจม หายไปในทะเลลึก สูํปากของอสูรทะเลที่กําลังกระเหีย้ น กระหือรือคอยทีอยูํ สํวนสัตตวศีลเมื่อจมลงไปในท๎องทะเล รู๎สึกตัววําตก ลงมาในนครแหํงหนึ่งอันงดงามโอฬาร ไมํแลเห็นทะเลอยูํที่ใด เลย เมื่อแลดูรอบ ๆ ก็พบกับภาพอันวิจิตรสุดบรรยาย คือ ปราสาทราชวังที่หลังคาเป็นทองกระทบแสงอาทิตย๑เป็น ประกายวูบวาบ ตั้งอยูํบนเสาอันเรียงรายเป็นแถวทําด๎วยเพชร มณีระยิบระยับไปทั่ว มีอุทยานแหํงหมูํไม๎และดอกไม๎บาน สะพรั่งใกล๎กับทะเลสาบซึ่งมีน้ําใสกระจํางราวกับแผํนแก๎ว ที่ ทะเลสาบมีบันได๎แก๎วมณีสีตําง ๆ ทอดลงสูํผืนน้าํ และใน .

ทะเลสาบนั้นเองมีเทวาลัยของพระทุรคาเทวีตั้งโดดเดํนเป็นสงํา ราวกับภูผาพระสุเมรุ มีกําแพงหินสีงามและธงทิวเพชรพลอย เรียงรายอยูํโดยรอบ สัตตวศีลเข๎าไปสูํตีรถะของพระเทวี กระทําการบูชาด๎วยใจศรัทธา กลําวโศลกเทวีมาหาตมยันถวาย บทหนึ่ง และนั่งพักด๎วยความรูส๎ ึกงงงวยราวกับตกอยูํในความ ฝ๓น ในระหวํางนั้น มีเทพอัปสรตนหนึ่งเปิดทวารเทวาลัย เข๎ามา แผํรัศมีสวํางโชติชํวงตรงหน๎าเทวรูปพระเทวี นางมีเนตร ยาวเรียวราวกับกลีบบัวอินทีวร(บัวสายสีนา้ํ เงินชนิดหนึ่ง) มี พักตร๑เอิบอิ่มเชํนสมบูรณจันทร๑ มียิ้มอันงามละมุนดังดอกไม๎ มี สรีระอันแบบางละไมราวกับแทํงเทียนที่หลํอหลอมขึ้นมาจาก ใยรากพลับพลึง จะเปรียบความงามของนางโดยสํวนรวมก็ คล๎ายกับสระโบกขรณีที่เคลื่อนไหวได๎นั่นเอง นางเดินผํานฝูง นางบริวารเข๎าไปสูํพระวิมาน(สํวนลึกที่สุดในเทวาลัย เป็นที่ สถิตของเทวรูป) ที่สถิตของเทวรูปและที่ที่สถิตของหัวใจสัตตว ศีลในขณะเดียวกัน เมื่อนางกระทําการบูชาพระเทวีแล๎วก็ .

ออกมาจากพระวิมาน แตํหาได๎ออกจากหัวใจของชายหนุํมไมํ นางเข๎าไปสูํที่วํางภายนอกวิหาร สัตตวศีลก็ติดตามนางไป พอ อกมาพ๎นเทวาลัยชายหนุมํ ก็แลเห็นนครอีกแหํงหนึ่งปรากฏ ตรงหน๎า งามโอํอําคล๎ายกับอุทยายอันเป็นที่รวมแหํงความ บันเทิงทั้งหลาย เมื่อเข๎าไปสูํอุทยานสุตตวศีลก็แลเห็นนางนั่งอยูํ บนแทํนซึ่งประดับประดาด๎วยเพชรพลอย เขาจึงตามเข๎าไปและ นั่งลงเคียงข๎างนาง นัยน๑ตาจับจ๎องแตํใบหน๎าของนางด๎วยความ เสนํหาเป็นล๎นพ๎น ราวกับบุรุษที่ปรากฏในภาพวาดมีลักษณะ แนํวนิ่งฉะนั้น เพียงแตํมีแข๎งขาอันสั่นเทิ้มและโลมาอันชูชัน เพราะความปรารถนานางอยํางแรงกล๎า เมื่อนางแลเห็นวําเขา มองนางด๎วยความหลงใหลก็ยิ้มและพยักหน๎าให๎บริวารของนาง ถอยออกไป นางผู๎บริวารทั้งหลายจึงกลําวแกํชายหนุํมวํา "ทํานมาสูํที่นี่ในฐานะอาคันตุกะของเรา ฉะนั้นจงมีใจ รื่นเริงตํอทุกสิ่งที่นายหญิงของพวกข๎าจะเสนอแกํ่านเถิ ทํ ด จง ลุกขึ้นไปอาบน้ําให๎สะอาดแล๎วมาบริโภคอาหาร" .

เมื่อชายหนุํมได๎ฟ๓งดังนั้นก็รู๎สึกชื่นมื่นขึ้น คํอยลุกขึ้น อยํางมีเรี่ยวแรง เดินไปยังสระน้ําที่นางเหลํานั้นชี้ให๎ และ ในขณะที่เขาดําลงไปในสระนั้น ก็โผลํขึ้นแลดูโดยรอบด๎วยความ อัศจรรย๑ใจอยํางยิ่ง เพราะปรากฏวําเขาโผลํขึ้นมากลางสระใน สวนขวัญของพระราชาจัณฑสิงห๑แหํงนครตามรลิปติ และทันที ที่แลเห็นเขาก็ต๎องอุทานออกมาวํา "อะโห นี่มันเรื่องอะไรกัน เดี๋ยวนี้เราอยูํในอุทยานหลวง แตํเมื่อตะกี้เราอยูํในนครอันงามโอฬารนี่ ความรื่นรมย๑ทมี่ ีอยูํที่ นั่นหายไป กลายเป็นความโศกเศร๎าแสนศัลย๑ที่นี่เพราะต๎องแยก จากนางมา แตํนี่ก็มิใชํความฝ๓น เพราะเราเห็นทุกอยํางในสภาพ ของคนที่ตื่นแล๎วแท๎ ๆ บัดนี้ความจริงก็แจํมแจ๎งแล๎ววํา เราถูก นางในบาดาลแหํงนั้นหลอกเหมือนอ๎ายโงํตนหนึ่งนั่นเอง" คิดดังนี้แล๎ว สัตตวศีลก็ออกเดินทํองเที่ยวไปในสวน อยํางไร๎จุดหมาย มีลักษณเหมือนคนบ๎า มีความเสียใจอยําง .

ลึกซึ้งที่ต๎องพรากจากนางมาโดยไมํมีทางจะได๎พบกันอีก เดิน พลางร่ําไห๎ด๎วยใจรันทดผิดหวัง บรรดาผู๎รักษาอุทยานแลเห็นชายหนุมํ เดิน กระเซอะกระเซิงอยูํในสวนมีราํ งกายอันเรี่ยราดด๎วยเกสร ดอกไม๎สีเหลืองเต็มไปทั่วเชํนนั้น ก็รีบพากันไปกราบทูล พระราชาให๎ทรงทราบ พระราชาจัณฑสิงห๑ได๎ฟ๓งก็งุนงงใน พระทัยยิ่งนัก เสด็จมาด๎วยพระองค๑เอง แลเห็นเสวกของ พระองค๑ตกอยูํในสภาพที่นําสงสารเชํนนั้นก็ทรงปลอบด๎วย ความปรานี ตรัสแกํเขาวํา "เพื่อนรักของข๎า นี่มันเรื่องอะไรกันเลํา ชํวยเลําให๎ข๎าฟ๓ง ทีสิ ข๎าใช๎ให๎เจ๎าเดินทางไปทําธุระในที่หนึ่ง แตํเจ๎ากลับไปอีกที่ หนึ่ง ลูกศรของเจ๎าพลาดที่หมายเสียแล๎วหรือ" .

เมื่อสัตตวศีลได๎ฟ๓งรับสั่งเชํนนั้น ก็กราบทูลเรื่องราวที่ เป็นมาทั้งหมดให๎พระราชาฟ๓ง พระราชาได๎ฟ๓งก็ฉงนพระทัยยิ่ง นัก รําพึงแกํตนเองวํา "ชํางประหลาดอะไรอยํางนี้ ชายคนนี้เป็นวีรบุรุษอยําง ไมํต๎องสงสัย เขาถูกความรักหลอกเลํนจนหัวป๓่น แตํจะวําไปข๎า กลับยินดีด๎วยซ้ําเพราะข๎าได๎โอกาสที่จะปลดเปลื้องหนี้แหํง บุญคุณที่เขามีตํอข๎าเสียที" ดังนั้นพระราชวีระจึงกลําวแกํเขาวํา "เจ๎าจงหยุดเศร๎า โศกเสียทีเถิด ข๎าจะพาเจ๎ากลับไปทางเดิมเพื่อไปสูํนางอสุรีทเี่ จ๎า รักด๎วยตัวของข๎าเอง" เมื่อปลอบโยนดังนี้แล๎วก็รับสั่งให๎เขาไป อาบน้ําและกินอาหาร เป็นการพักผํอนเอาแรงไว๎ วันรุํงขึ้น พระราชาทรงมอบราชอาณาจักรแกํเหลํา เสนาบดีให๎ชํวยดูแล แล๎วเสด็จลงเรือแลํนใบไปในทะเลพร๎อม ด๎วยสัตตวศีลซึ่งเป็นผู๎นําทาง ทันทีที่เรือมาถึงครึ่งทาง สัตตวศีล .

ก็แลเห็นคันธงมหัศจรรย๑ผดุ ขึ้นจากน้ําทะเลพร๎อมด๎วยผืนธงอัน สงํางามเหมือนที่เคยเห็นเมื่อครั้งกํอน จึงกราบทูลพระราชาวํา "นั่นไงลํะพระเจ๎าข๎า เสาธวัชอันยิ่งใหญํ เครื่องหมาย แหํงสมบัติอันหาคํามิได๎ผงาดโดเดํนอยูํในทะเลอยํางสงํางาม ข๎า พระบาทจะกระโดลงตรงนั้น ตํอจากนั้นพระองค๑โปรดกระโดด ตามข๎าพระบาท ดําดิ่งลงไปตามเสาธงนี่แหละ" ขณะที่สัตตวศีลกราบทูลอยูํนีเรือก็แลํนเข๎าไปใกล๎เสา ธงทอง เป็นเวลาเดียวกับที่เสาธงกําลังเริ่มจะจมลง สัตตวศีลรีบ กระโดดลงไปเป็นคนแรก พระราชาเป็นคนที่สองที่กระโดดตาม ลงไป ในไมํช๎าก็ปรากฏวําทั้งสองคนลงมาถึงนครอันโอฬาร พร๎อมกัน พระราชาทรงตื่นพระทัยเป็นล๎นพ๎นตํอภาพที่ปรากฏ เฉพาะหน๎า หลังจากเสด็จเข๎าไปบูชาเทวรูปพระแมํเจ๎าปารวตี แล๎ว ก็เสด็จกลับมานั่งข๎างสัตตวศีล .

ระหวํางนั้นเองในทํามกลางแสงทองระยิบระยับ นาง โฉมงามก็ปรากฏรํางแวดล๎อมด๎วยบริวารจํานวนมาก สัตตวศีล แลเห็นก็รบี กราบทูลละล่ําละลักวํา นั่นแหละคือนางยอดดวงใจ ของตน พระราชาทอดพระเนตรแล๎วรู๎สึกวํา ถึงนางจะงาม เพียงไร แตํหาได๎ผูกมัดพระองค๑ให๎คลั่งไคล๎ได๎ไมํ ดวงหทัยของ พระองค๑มีแตํความวํางเปลํา หาได๎มีเยื่อใยจตํอนางแม๎แตํน๎อย นางโฉมงามแลเห็นพระราชาผูส๎ งํางาม ประกอบด๎วยลักษณะ มหาบุรุษอันเดํนชัดเชํนนั้นก็ประหลาดใจรําพึงแกํตนเองวํา "ใครหนอชํางงามสงําถึงเพียงนี้" แล๎วนางก็กลับเข๎าไปในเทวาลัย กระทํานมัสการเทวรู ปพระเทวี และอธิษฐาน ฝุายพระราชามีความรู๎สึกดูหมิ่นตํอ นาง ไมํต๎องการจะเห็นนางอีก จึงพาสัตตวศีลเดินเข๎าไปพักผํอน ในสวน ในเวลาไมํนานนักนางแทตย๑(จากศัพท๑ไทตย หมายถึง อสูรพวกหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของพระกัศปเทพบิดรกับชายาองค๑ หนึ่งคือนางทิติ) โฉมงามกลับออกมาจากพระวิมาน หลังจากที่ .

ได๎อธิษฐานขอสามีทดี่ ีตํอพระเทวีแล๎ว นางเรียกบริวารคนหนึ่ง
เข๎ามาและกลําววํา "เพื่อนเอ๐ย ไปหาดูสิวํา ชายผู๎งามสงําเป็น
มหาบุรุษที่ข๎าเห็นเมื่อตะกี้เป็นใคร แล๎วเชิญให๎เขาเข๎ามาเพื่อเรา
จะได๎ต๎อนรับเขาให๎สมเกียรติ เราจะต๎องต๎อนรับเขาให๎ดีเพราะ
เขาเป็นวีรบุรุษผู๎ยิ่งใหญํ สมควรจะได๎รับการต๎อนรับเป็นพิเศษ"
เมื่อนางบริวารได๎รับคําสั่งเชํนนั้นก็รีบติดตามจนพบ
พระราชาอยูํในสวนกําลังก๎มลงกระทําอัญชลีอยํางนอบน๎อม
และนําสารของผู๎เป็นายมากราบทูลให๎ทรงทราบ พระราชาผู๎วี
ระกลับตรัสอยํางไมํแยแสด๎วยเสียงอันเหยียดหยามวํา "สวนนี้ก็
ให๎ความรื่นรมย๑แกํข๎าเพียงพอแล๎ว ข๎าจะปรารถนาความบันเทิง
อะไรนอกเหนือไปจากนี้เลํา"
เมื่อนางบริวารนําความกลับมาแจ๎งแกํนางอสูรผู๎เป็น
นาย นางก็คิดในใจวําพระราชาองค๑นี้ไมํไยดีตํอเรา เพราะถือวํา
พระองค๑มีเกียรติยศสูงสํงยิ่งกวําเรา ถ๎ากระไรเราควรถวายการ
ต๎อนรับอยํางวิเศษสุดแกํพระองค๑ดีกวํา ดังนั้นนางแทตย๑จึง

ออกมาหาพระราชาด๎วยตนเองที่อุทยาน และคิดวําพระราชา
องค๑นี้ถูกสํงมาให๎เป็นสวามีของนางด๎วยผลบุญที่นางได๎บูชาพระ
ทุรคาเทวีนั่นเอง ขณะเมื่องนางยตรกายเข๎ามานั้น บรรดารุกข
ชาติตํางก็ให๎เกียรติแกํนางโดยค๎อมกิ่งลงต่ํา หมูํมวลป๓กษินชาติ
ก็ร๎องเพลงอยํางไพเราะ และลดาวัลย๑ก็กวัดไกวไปมาตามสาย
ลมอํอนรําเพย ปรายโปรยเกสรกุสมุ รสลงสูรํ ํางของนางมิขาด
สาย เมื่อนางดําเนินเข๎ามาใกล๎วีรกษัตริย๑ ก็ก๎มลงถวายความ
เคารพอยํางนอบน๎อม เชิญชวนให๎พระองค๑ทรงรับไมตรีของนาง
พระราชาได๎ฟ๓งก็ทรงชี้ไปที่สุตตวศีล และตรัสแกํนาง
วํา
"ข๎าเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อถวายการบูชาแดํองค๑พระทุรคา

ตามที่ชายคนนี้เชิญชวน ข๎าก็ได๎บชู าพระเทวีแล๎วด๎วยธวัชอัน
งาม หลังจากนี้แล๎วก็หมดภาระของข๎า เจ๎ายังมีอะไรจะมาเสนอ
ข๎าอีก"

เมื่อนางได๎ฟ๓งดังนั้นก็กลําววํา "ถ๎ากระนั้นก็ทรงมาเถิด
ข๎าจะพาพระองค๑ไปยังนครแหํงที่สองของข๎า ซึ่งนับได๎วําเป็นสิ่ง
มหัศจรรย๑ที่สดุ ในสามโลกนี้"
เมื่อได๎ฟ๓งนางกลําวจบ พระราชาก็สรวลเสียงกึกก๎อง
ตรัสวํา
"โอ๏ะโอ๐ เรื่องนั้นนํะหรือ ชายคนนี้ได๎เลําให๎ข๎าฟ๓ง

หมดแล๎ว ถึงเรื่องวังอันมหัศจรรย๑พร๎อมด๎วยทะเลสาบที่นําลงไป
อาบของเจ๎านั่นแหละ"
นางโฉมงามได๎ฟ๓งก็กลําววํา "อารยบุตร ขออยําตรัส
อยํางนั้น ข๎ามิได๎มเี จตนาจะหลอกลวงพระองค๑เลย ใครเลําจะ
กล๎าหลอกลวงบุคคลที่นํานับถืออยํางพระองค๑ได๎ ข๎าเป็นดั่งทาส
ของทํานทั้งสองอยูํแล๎ว จะเกรงอะไรอีก ขอเชิญเสด็จมากับข๎า
เถิด"

พระราชาได๎ฟ๓งก็ทรงตกลง พาสัตตวศีลไปด๎วย
พระองค๑ เสด็จตามนางงามเข๎าไปสูํวังชั้นในของนาง เมื่อเปิด
ประตูเข๎าไปสูํวังอันงาม ก็ทอดพระเนตรเห็นสวนขวัญอันงดงาม
สุดพรรณนา ดารดาษไปด๎วยพฤกษชาติซึ่งมีดอกบานตระการ
ตาทุกหนทุกแหํง นครภายในแหํงนี้มลังเมลืองไปด๎วยแสงทอง
แสงแก๎วระยิบระยับไปหมด ราวกับยอดภูผาพระสุเมรุอันเป็น
ที่ตั้งแหํงเมืองฟูา นางแทตย๑เชิญชวนให๎พระราชาประทับบน
บรรยงก๑รตั นาสน๑ทรี่ จิตไว๎อยํางสุดบรรเจิด และถวายการ
ต๎อนรับด๎วยอรรฆยะ (การต๎อนรับผู๎เป็นแขกด๎วยการมอบเมล็ด
ข๎าว หญ๎าทูรวะ ดอกไม๎ และน้ํา ให๎แกํแขกผู๎มาเยือน) และทูล
พระราชาวํา
"โอ นโรดม ข๎านี้เป็นธิดาของอสุรกาลเนมี(นามอสูรหรือ

รากษสตนหนึ่ง เป็นลูกของอสูรวิโรจนะ ผู๎เป็นหลานของพญา
ยักษ๑ หิรัณยกศิปุ ถูกพระนารายณ๑ฆําด๎วยจักรสุทรรศน๑) ผู๎ทรง
กิตติคณ
ุ อันประเสริฐแหํงเหลําอสูรทั้งหลาย แตํพํอของข๎าละ
โลกไปสูสํ วรรค๑แล๎ว โดยอาญาของพระวิษณุ(หรือพระนารายณ๑

เป็นเทพสูงสุดองค๑หนึ่งในจํานวนสามองค๑ ซึ่งประกอบด๎วยเทพ
อีกสองค๑คือ พระศิวะ(อิศวร) และพระพรหม) ผู๎เป็นพระจักรี(ผู๎
ทรงจักร (ชื่อสุทรรศน๑)เป็นอาวุธ หมายถึงพระวิษณุ หรือพระ
นารายณ๑) และนครแฝดที่ทรงแลเห็นนี้ ข๎าได๎รับมรดกมาจาก
บิดาของข๎า เป็นนครอันเลิศที่รังสรรค๑ด๎วยฝีมือของพระวิศวกรร
มัน(หรือวิศวกรรม)(เทพผู๎เป็นนายชํางใหญํแหํงสวรรค๑) ผู๎ใดอยูํ
ในปุระนี้จะปรารถนาอะไรก็จะได๎ดังใจ เป็นที่ซึ่งความชราและ
ความตายมิอาจมาเยี่ยมกรายเลย มาบัดนี้ข๎ามีความนับถือ
พระองค๑ดุจดังพํอของข๎า ตัวข๎าและพระนครทั้งสองนี้เป็นของ
ใต๎ฝุาพระบาทแล๎ว"
กลําวแล๎วนางก็คุกเขําลงกราบแทบบัวบาทของ
พระราชาแสดงการถวายตัว พระราชาจึงตรัสแกํนางวํา "ถ๎าเป็น
ดั่งที่เจ๎าพูด ข๎าก็ขอมอบเจ๎าไว๎แกํเพื่อนข๎าคือ สัตตวศีลผู๎นี้ ผูซ๎ ึ่ง
ข๎ารักเหมือนญาติสนิท"

เมื่อพระราชาผู๎ทรงสิริดงั พระทุรคาเทวีในรํางมนุษย๑
ตรัสถ๎อยคํานี้ นางก็เข๎าใจและยอมรับฟ๓งโดยดี ด๎วยประการ
ฉะนี้ สัตตวศีลก็ได๎บรรลุจุดสุดยอดแหํงความปรารถนาคือ ได๎
นางผู๎เป็นยอดดวงใจ และได๎เป็นราชันครองนครทั้งสองด๎วยใน
ขณะเดียวกัน พระราชาจึงตรัสแกํเขาวํา
"แนํะ เจ๎าเพื่อนยาก บัดนีข้ ๎าก็ได๎ให๎สิ่งที่เจ๎าปรารถนา

แล๎วเป็นเครื่องตอบแทนผลอามลกะที่เจ๎าเคยให๎ข๎ากินผลหนึ่ง
ในสมัยกํอน แตํข๎าก็ยังเป็นหนีเ้ จ๎าอยูํ ข๎ายังไมํได๎ให๎รางวัลแกํเจ๎า
เป็นอยํางที่สอง"
เมื่อพระราชาจัณฑสิงห๑กลําวแกํสัตตวศีลผู๎ยืนก๎ม
ศีรษะอยูํดังนั้นแล๎ว ก็หัสมาตรัสแกํนางแทตยาสุรีวํา
"ทีนี้เจ๎าจงแสดงหนทางที่จะนําข๎ากลับพระนครเถิด"

นางอสูรได๎ฟ๓งดังนั้นก็ถวายกระบีเ่ ลํมหนึ่งแกํ
พระราชาพร๎อมทั้งแนะนําวํา "กระบี่วิเศษนี้ชื่อปราบสกลทิศ ไมํ

มีใครเอาชนะได๎ พระองค๑จงเอาติดตัวไปพร๎อมด๎วยผลไม๎นี้ซึ่งมี
คุณอันเลิศ ซึ่งเมื่อพระองค๑ได๎เสวยแล๎วจะสามารถเอาชนะ
ความแกํและความตายได๎"
พระราชาทรงทราบวิถีทนี่ างกลําวเป็นนัยดังนั้นแล๎ว
ก็กระโจนลงสูํบึงใหญํตามที่นางชี้ให๎ และสิ่งที่เกิดตามมาก็คือ
พระองค๑ได๎ผุดขึ้นในนครของพระองค๑เองราวปาฏิหาริย๑ สํวน
สัตตวศีลมิได๎ติดตามไป เพราะได๎เป็นราชาครองสองพระนคร
ณ บาดาล พร๎อมด๎วยนางอสุรีโฉมงาม มีความสุขอยูํในแดน
ทิพย๑แหํงนั้นชั่วกาลนาน
"ข๎าแตํเทวบุตร" เวตาลกลําวหลังจากนิทานจบลงแล๎ว

วํา "ข๎ายังสงสัยอยูํวําใครกันแนํระหวํางบุรุษทั้งสองนั้นที่กล๎า
หาญที่สดุ ในการโจนลงทะเล"
เมื่อเวตาลตั้งปุจฉาดังนี้ พระราชาตริวกรมเสนผู๎ทรง
เกรงคําสาปของเวตาลก็กลําววํา

"ถ๎าจะให๎ข๎าตอบ ข๎าก็ต๎องบอกวํา สัตตวศีลนั่นแลคือคน

ที่กล๎าหาญทีส่ ุด เพราะเขากระโจนลงสูํสมุทร ทั้ง ๆ ที่ไมํรู๎วํา
อะไรจะเกิดขึ้น เขาไมํรู๎ถึงเหตุการณ๑ และมิได๎มีความหวังใด ๆ
เลย สํวนพระราชานั้นทรงทราบดีอยูํแล๎ววําอะไรจะเกิด่น
ขึ้ เมื่อ
ดําลงไปใต๎นา้ํ เพื่อหาอะไรที่นั่น และพระองค๑ก็มิได๎ตกหลุมรัก
นางแทตยาสุรี เพราะพระองค๑หาได๎มีความปรารถนานางแตํ
ประการใดไมํ"
ฝุายเวตาลเมื่อได๎ยินพระราชาตรัสดังนั้นเป็นการ
ละเมิดกติกา ก็หายแวบไปจากอังสาของพระราชา กลับไปสูํต๎น
อโศกตามเดิม พระราชาก็เสด็จกลับไปยังที่นั้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อ
จะเอาตัวมันมาให๎ได๎ ่งนี
ทั้ ้เพราะบุรุษผู๎มีความรับผิดชอบตํอ
งานที่ตนทํา ยํอมไมํละทิ้งไปกํอนที่งานของตนจะสําเร็จลงตาม
สัญญา

นิทานเรื่องที่ ๘
ครั้นพระราชาตริวิกรมเสนเสด็จกลับไปจับเวตาลที่
ต๎นอโศกมาแล๎วก็พาดมันไว๎บนบํา เดินกลับไปทางเดิมเพื่อจะไป
พบโยคีศานติศลี ที่ปุาช๎า แตํขณะทีเ่ ดินมาในความเงียบนั้นเอง
เวตาลก็กลําวขึ้นวํา "แนํะ ราชะหนทางยังอีกไกล เพื่อจะให๎
พระองค๑ลืมภาระอันหนักนี้ โปรดเตรียมสดับป๓ญหาของข๎าเถิด"
แตํโบราณกาล ยังมีท๎องถิ่นหนึ่งเป็นสมบัติของ
ตระกูลพราหมณ๑ในแคว๎นอังคะ เรียกวํา หมูํบ๎านพฤกษฆัฏ ใน
หมูํบ๎านดังกลําวนีม้ ีพราหมณ๑ทรี่ ่ํารวยคนหนึ่งมีชื่อวําวิษณุ
สวามิน พราหมณ๑ผู๎นี้มภี รรรยาซึ่งอยูํในตระกูลทัดเทียมกับตน
ด๎วยชาติกําเนิด นางพราหมณีได๎ให๎กําเนิดบุตรชายสามคนซึ่งมี
ความเป็นผูด๎ ีหัวสูงเชํนเดียวกัน ในกาลตํอมาเมื่อเด็กทั้งสาม
เติบโตเป็นหนุํมก็เป็นที่ภาคภูมิใจของบิดามารดามาก

วันหนึ่งเมื่อพราหมณ๑กาํ ลังจะกระทํายัชญพิธี(พิธี บวงสรวง) ก็เรียกบุตรชายทั้งสามเข๎ามาและสั่งให๎ทั้งสามคน ออกไปเที่ยวหาเตําทะเลที่ชายหาด เมื่อไปถึงฝ๓่งทะเลมินานก็ พบเตําตัวหนึ่ง พราหมณ๑ผู๎พี่ใหญํกก็ ลําวแกํน๎องชายทั้งสองวํา "พวกเจ๎าคนหนึ่งคนใดในสองคนจงแบกเตําเอาไปให๎ ทํานพํอทํายัชญพิธีเถิด ข๎าคงจะแบกมันไปไมํได๎เพราะมันลื่น ด๎วยตะไครํนา้ํ " เมื่อพี่ชายใหญํกลําวดังนี้ น๎องทั้งสองก็กลําววํา "ถ๎าพี่ ลังเลใจ ไมํกล๎าแบกมันไป ทําไมพวกข๎าจะต๎องแบกไปเลํา" พี่ชายใหญํได๎ฟ๓งก็กลําววํา "เจ๎าทั้งสองจะต๎องเอาเตํานี้ไป ถ๎าเจ๎าไมํทํา เจ๎าก็จะได๎ ชื่อวํา ขัดยัชญพิธีของพํอ ทําให๎ไมํสําเร็จ ทั้งเจ๎าและทํานพํอก็ จะตกนรกด๎วยกันทั้งคูํแนํ ๆ" .

เมื่อเขาบอกแกํน๎องทั้งสองดังนี้ คนทั้งสองกลับ หัวเราะเยาะและกลําววํา "ถ๎าพี่รู๎หน๎าที่ของพวกเราดังนี้แล๎ว ทําไมไมํรตู๎ ัวเองวําพี่ก็ต๎องทําหน๎าที่เชํนเดียวกัน" พี่ชายใหญํจึงกลําววํา "ข๎าเป็นผู๎ดีในการกิน และข๎า ไมํคิดวําจะแตะต๎องเจ๎าเตําตัวนี้ มันนําขยะแขยงสิ้นดี" น๎องคนกลางได๎ฟ๓งจึงพูดวํา "ถ๎าเชํนนั้นข๎าก็เป็นผู๎ดี ที่สุด เพราะข๎าเป็นผู๎ที่รู๎ดีทสี่ ุดในเรือ่ งของเพศอันละเอียดอํอน" เมื่อได๎ฟ๓งดังนี้พี่ชายใหญํก็กลําววํา "ถ๎ากระนั้นก็ให๎ เจ๎าน๎องเล็กนี่แหละนําเตํานีไ้ ป" น๎องคนสุดท๎องได๎ยินก็ขมวดคิ้วด๎วยความไมํพอใจ กลําวแกํพี่ชายทั้งสองวํา "เจ๎าคนโงํ ข๎าเป็นผู๎ดีเรื่องเตียงนอน เพราะฉะนั้นข๎านี่แหละเป็นผูด๎ ีมากที่สุด" .

ทั้งสามพี่น๎องตํางก็ทะเลากันเพราะความหยิ่งลําพอง ในตัวเอง ดังนั้น คนทั้งสามจึงละจากเตําทะเล เดินทางเข๎าไปใน เมืองวิฏังกปุระ ซึ่งมีพระเจ๎าแผํนดินชื่อ พระเจ๎าประเสนชิต ปกครองอยูํ เพื่อจะให๎ตัดสินกรณีพิพาทของตน เมื่อสมุหราชมนเทียรขานชื่อเรียบร๎อยแล๎ว พี่น๎องทั้ง สามก็เข๎าเฝูาพระเจ๎าแผํนดิน และบรรยายเรื่องราวให๎ทรง ทราบอยํางละเอียด พระราชาฟ๓งเรื่องราวแล๎วก็ตรัสวํา "คอย อยูํที่นี่แหละ ข๎าจะให๎เจ๎าได๎พิสูจน๑ตัวเองเสียกํอน" ชายทั้งสามก็ ตกลงและนั่งรออยูํ ณ ทีนั้น ขณะนั้นเป็นเวลาที่พระราชาจะเสวยภัตตาหารมื้อ กลางวัน จึงเรียกให๎ชายทั้งสามเข๎ามารํวมโต๏ะเสวยซึ่งมีอาหาร อันโอชะปรุงแล๎วอยํางดีที่สดุ สํงกลิ่นหอมฟุูงยั่วยวนจมูก ประกอบด๎วยรสตําง ๆ ถึง ห๎ารส พราหมณ๑ผู๎เป็นพี่ใหญํแลเห็น แล๎วก็ไมํยอมกิน กลับเชิดหน๎าอยํางหยิ่งจองหองและขยะแขยง พระราชาจึงตรัสถามวํา "อาหารบนโต๏ะเสวยนีล้ ๎วนแตํของดี .

วิเศษทั้งสิ้น เหตุใดเจ๎าจึงไมํยอมกิน" พราหมณ๑ได๎ฟ๓งก็ทูลตอบ วํา "ข๎าพระบาทสังเกตเห็นวํา อาหารนี้มีกลิ่นตุ ๆ ราวกับ กลิ่นซากศพ ดังนั้นข๎าพระบาทจึงไมํอาจเข๎าไปเฉียดใกล๎อาหาร พวกนี้ ไมํวํามันจะอรํอยสักแคํไหนก็ตาม" พระราชาจึงตรัสถามผู๎ทนี่ ั่งล๎อมรอบโต๏ะนั้นวํารูส๎ ึก อยํางไร คนเหลํานั้นได๎ฟ๓งรับสั่งก็ทูลวํา "กระยาหารนี้คือข๎าว ขาวหอมโดยธรรมชาติ ไมํมีตําหนิอะไรเลย" แตํพราหมณ๑ผู๎หยิ่ง ในความเป็นผูด๎ ีอยํางยิ่งยวดในการกินก็ยังไมํยอมแตะต๎อง นั่ง ทําจมูกยํนอยูํ พระราชาทรงดําริวาํ เรื่องนี้สมควรจะสืบสวนให๎รู๎ เท็จจริง มนตรีจึงทูลวํา ข๎าวเสวยนี้เป็นข๎าวที่ปลูกในสาลีเกษตร ซึ่งอยูํใกล๎กับฆาฏ(ที่เผาศพโดยมากอยูํใกล๎ฝ๓่งแมํน้ําศักดิ์สิทธิ์ เชํน แมํน้ําคงคา เป็นต๎น) อันเป็นที่เผาศพของคนในหมูํบ๎าน แหํงหนึ่ง พระราชาได๎ฟ๓งก็ประหลาดพระทัยมาก ทรงพอ พระทัยอยํางยิ่ง ตรัสแกํพราหมณ๑วํา "ตัวทํานนี้มีความรู๎ใน .

โภชนศาสตร๑ยิ่งนัก ทํานเป็นคนเกํง หาได๎ยาก จงเลือกกิน อาหารอยํางอื่นตามใจชอบเถิด" หลังจากการกินเลี้ยงสิ้นสุดลง พระราชาก็ปลํอยให๎ พราหมณ๑กลับไปยังที่พักของตน และสํงหญิงงามที่สุดคนหนึ่ง งามเพริศพริ้งทั้งสรรพางค๑หาที่เปรียบมิได๎ ตกแตํงรํางกาย ด๎วยปิลันธาภรณ๑อันแพรวพราวด๎วยมณีจินดาคําควรเมือง สํงไปประทานแกํพราหมณ๑คนรองผู๎เป็นเอตทัคคะในกาม ศาสตร๑ นางผู๎เปรียบดังผู๎จุดไฟของกามเทพ และเป็นผู๎ที่มีพักตร๑ อันงามดังดวงศศีในยามเที่ยงคืน มาสูํห๎องของพราหมณ๑โดยมี สาวสรรกํานัลนางแวดล๎อมเป็นบริวาร เมื่อนางผู๎งามบรรเจิดมาถึงห๎องพักของพราหมณ๑ หนุํมผู๎เลิศในโลกิยวิสยั พราหมณ๑แลเห็นก็แสดงอาการเหมือน จะเป็นลม เอามือซ๎ายปิดจมูกไว๎และตะโกนบอกแกํเสวก ผู๎ติดตามนางมาวํา .

"เอานางคนนี้ออกไปให๎พ๎น ขืนชักช๎าอยูํข๎าต๎องตายแนํ คนอะไรมีกลิ่นตัวเหม็นราวกับแพะ" ราชเสวกได๎ฟ๓งก็ตกใจ มีความประหลาดใจเป็นล๎นพ๎น รีบพานางโฉมงามกลับไปเฝูาพระราชา กราบทูลเรื่องราวให๎ ทรงทราบ พระราชาจึงสํงคนนําคําสั่งไปแจ๎งให๎บุรุษที่คลื่นไส๎ นั้นมาเฝูา ตรัสวํา "เจ๎าจงบอกข๎ามาซิวํา หญิงงามที่ข๎าสํงไปให๎ เจ๎ามีกลิ่นกายเหม็นได๎อยํางไร นางเป็นคนสะอาด หมั่นชําระ ล๎างรํางกายเสมอ และประทิ่นกายด๎วยของหอม เชํน ผลจันทน๑ แดง ผงการะบูน ผงยาดํา(กฤษณา) และเครื่องหอมนานาชนิด ซึ่งนางสรรหามาจากทั่วโลก อยํางนี้ยังจะมีกลิ่นเหม็นเหมือน แพะอีกหรือ" ถึงแม๎พระราชาจะอ๎างเหตุผลอยํางไร ๆ ชายผู๎คลื่นไส๎ ก็ไมํยอมเชื่อ พระราชาทรงคํานึงวําเรื่องนี้นําจะมีความเร๎นลับ แอบแฝงอยูํ จึงซักถามนางงามด๎วยวิธีตําง ๆ ในที่สุดนางก็ .

ยอมรับวํา เมื่อยังเยาว๑วัยนางพรากจากครอบครัวไปอยูํที่อื่น และนางถูกเลีย้ งมาด๎วยนมแพะ เมื่อพระราชาได๎ประจักษ๑ความจริงดังนี้ ทรงพิศวงใน ความรู๎แจ๎งอันเร๎นลับของพราหมณ๑หนุํมเป็นอันมาก จากนี้ทรง สืบสวนถึงความมหัศจรรย๑ของพราหมณ๑ผู๎เป็นน๎องสุดท๎องวํา เขามีความรู๎สึกซึ้งเกีย่ วกับเตียงนอนอยํางไร พระราชาโปรดให๎ นําเตียงนอนพิเศษสุดตัวหนึ่งมาปูลาดด๎วยเสื่อเจ็ดชั้นสลับกับ ฟูก มีผ๎าปูที่นอนอันนิ่มละมุนละไม ปูทับด๎านบน เมื่อตกแตํง เรียบร๎อยแล๎ว ก็นําไปให๎พราหมณ๑หนุํมนอนในห๎องไสยาอันโอํ อํา เมื่อเวลาผํานไปครึ่งยาม พราหมณ๑หนุํมก็ผดุ ลุกขึ้นนั่ง เอามือทั้งสองบีบที่สีข๎าง และเปลํงเสียงร๎องครวญครางด๎วย ความเจ็บปวด บริพารของพระราชาซึ่งเฝูาดูอยูํในที่นั้น แลเห็น เหตุการณ๑ก็เข๎าไปประคองจึงแลเห็นเครื่องหมายคด ๆ งอ ๆ เป็นผื่นแดงที่สีข๎างของชายหนุํมราวกับเป็นเส๎นขนที่ฝ๓งแนํนลง .

ไปในเนื้อ เมื่อคนเหลํานั้นกลับไปทูลพระราชา พระราชก็ตรัส แกํคนเหลํานั้นวํา "พวกเจ๎าไปดูสิวาํ มีอะไรอยูํในเสื่อหรือไมํ" คน เหลํานั้นจึงชํวยกันดูอยํางพินิจพิเคราะห๑ตั้งแตํเสื่อผืนลํางทีส่ ุด ของเตียง ไลํขึ้นมาทีละชั้นจนครบเจ็ดชั้น ในที่สุดก็พบขนเส๎น หนึ่งอยูํกลางฟูชั้นลํางที่สุดจึงหยิบเอามาแสดงแกํพระราชา และนําตัวพราหมณ๑ผรู๎ ู๎ความลับเกีย่ วกับเตียงนอนมาเฝูาด๎วย และเมื่อพระราชาทอดพระเนตรเห็นอาการเจ็บปวดของ พราหมณ๑ อันเกิดจากขนเส๎นหนึ่งจากเสื่อชั้นลํางสุดเข๎าไปฝ๓งตัว ใต๎ผิวหนังของเขาก็่งทรงฉงนสนเทํ ยํ ห๑พระทัยนัก ทรงใช๎เวลาทั้ง คืนเฝูาขบคิดเรื่องปริศนาจนรุํงสวํางก็ไมํอาจจะค๎นคว๎าหา คําตอบได๎ เช๎าวันรุํงขึ้น พระราชาเสด็จออกท๎องพระโรง ประทานรางวัลให๎แกํพราหมณ๑ทั้งสามคนนั้น คือเหรียญทอง สามแสนเหรียญให๎ไปแบํงกัน เพราะบุรุษทั้งสามนั้นเป็นอัจฉริย บุคคลซึ่งหาได๎ยากยิ่ง และบุรุษทั้งสามนั้นก็ได๎อยูํในวังของพระ เจ๎าแผํนดิน มีความสุขสบายตามอัตภาพวิสัย แตํคนทั้งสามจะ .

คิดสักนิดหนึ่งก็หาไมํวําเขาได๎ทําบาปตํอพํอของเขาโดยทําให๎ สํวนหนึ่งในยัชญพิธีต๎องขาดไป เพราะเขามิได๎เอาเตําไปให๎พํอ ทําพิธีนั่นเอง สํวนเตําทะเลซึ่งเป็นสาเหตุที่ทําให๎เขาได๎มีชีวิตอัน ผาสุกนั้น เขาลืมมันสิ้น เมื่อเวตาลเลํานิทานจบลง ก็ทูลถามพระเจ๎าตริวิกรม เสนวํา "โอ ราชัน ข๎ามีคําถามอันชวนให๎สงสัยไมํหายและไมํ อาจจะหาคําตอบได๎ ฉะนั้นโปรดทรงชี้แนะด๎วยเถิดวํา ใน จํานวนบุรุษอัจฉริยสามคนนั้นใครเป็นคนเกํงที่สุด และใครเกํง เป็นรองตามอันดับลงมา" พระราชาได๎ฟ๓ง ลืมคิดถึงคําสัญญาที่ตกลงไว๎แกํ เวตาล ตรัสด๎วยความรู๎สึกสํวนตัววํา "น๎องสุดท๎อง คนที่ต๎องเจ็บปวดเพราะเส๎นผมนั่น ตํางหากที่ควรนับวําเกํงที่สดุ เพราะเป็นพยานที่สําคัญที่สดุ .

สํวนพี่ชายอีกสองคนนั่นอาจจะได๎ระแคะระคายมาจากคนอื่น แล๎วก็ได๎ ข๎าจึงวําไมํสู๎จะอัศจรรย๑อะไรนัก" "อยํางนั้นหรือพระเจ๎าข๎า" เวตาลยิ้มอยํางเจ๎าเลํห๑ "ถ๎า กระนั้นก็โปรดเสด็จกลับมารับข๎าอีกก็แล๎วกัน" กลําวจบเวตาลก็ อันตรธานไปจากบําของพระราชา หายแวบกลับไปที่ต๎นอโศก ตามเดิม .

นิทานเรื่องที่ ๘ ครั้นพระราชาตริวิกรมเสนเสด็จกลับไปจับเวตาลที่ ต๎นอโศกมาแล๎วก็พาดมันไว๎บนบํา เดินกลับไปทางเดิมเพื่อจะไป พบโยคีศานติศลี ที่ปุาช๎า แตํขณะทีเ่ ดินมาในความเงียบนั้นเอง เวตาลก็กลําวขึ้นวํา "แนํะ ราชะหนทางยังอีกไกล เพื่อจะให๎ พระองค๑ลืมภาระอันหนักนี้ โปรดเตรียมสดับป๓ญหาของข๎าเถิด" แตํโบราณกาล ยังมีท๎องถิ่นหนึ่งเป็นสมบัติของ ตระกูลพราหมณ๑ในแคว๎นอังคะ เรียกวํา หมูํบ๎านพฤกษฆัฏ ใน หมูํบ๎านดังกลําวนีม้ ีพราหมณ๑ทรี่ ่ํารวยคนหนึ่งมีชื่อวําวิษณุ สวามิน พราหมณ๑ผู๎นี้มภี รรรยาซึ่งอยูํในตระกูลทัดเทียมกับตน ด๎วยชาติกําเนิด นางพราหมณีได๎ให๎กําเนิดบุตรชายสามคนซึ่งมี ความเป็นผูด๎ ีหัวสูงเชํนเดียวกัน ในกาลตํอมาเมื่อเด็กทั้งสาม เติบโตเป็นหนุํมก็เป็นที่ภาคภูมิใจของบิดามารดามาก .

วันหนึ่งเมื่อพราหมณ๑กาํ ลังจะกระทํายัชญพิธี(พิธี บวงสรวง) ก็เรียกบุตรชายทั้งสามเข๎ามาและสั่งให๎ทั้งสามคน ออกไปเที่ยวหาเตําทะเลที่ชายหาด เมื่อไปถึงฝ๓่งทะเลมินานก็ พบเตําตัวหนึ่ง พราหมณ๑ผู๎พี่ใหญํกก็ ลําวแกํน๎องชายทั้งสองวํา "พวกเจ๎าคนหนึ่งคนใดในสองคนจงแบกเตําเอาไปให๎ ทํานพํอทํายัชญพิธีเถิด ข๎าคงจะแบกมันไปไมํได๎เพราะมันลื่น ด๎วยตะไครํนา้ํ " เมื่อพี่ชายใหญํกลําวดังนี้ น๎องทั้งสองก็กลําววํา "ถ๎าพี่ ลังเลใจ ไมํกล๎าแบกมันไป ทําไมพวกข๎าจะต๎องแบกไปเลํา" พี่ชายใหญํได๎ฟ๓งก็กลําววํา "เจ๎าทั้งสองจะต๎องเอาเตํานี้ไป ถ๎าเจ๎าไมํทํา เจ๎าก็จะได๎ ชื่อวํา ขัดยัชญพิธีของพํอ ทําให๎ไมํสําเร็จ ทั้งเจ๎าและทํานพํอก็ จะตกนรกด๎วยกันทั้งคูํแนํ ๆ" .

เมื่อเขาบอกแกํน๎องทั้งสองดังนี้ คนทั้งสองกลับ หัวเราะเยาะและกลําววํา "ถ๎าพี่รู๎หน๎าที่ของพวกเราดังนี้แล๎ว ทําไมไมํรตู๎ ัวเองวําพี่ก็ต๎องทําหน๎าที่เชํนเดียวกัน" พี่ชายใหญํจึงกลําววํา "ข๎าเป็นผู๎ดีในการกิน และข๎า ไมํคิดวําจะแตะต๎องเจ๎าเตําตัวนี้ มันนําขยะแขยงสิ้นดี" น๎องคนกลางได๎ฟ๓งจึงพูดวํา "ถ๎าเชํนนั้นข๎าก็เป็นผู๎ดี ที่สุด เพราะข๎าเป็นผู๎ที่รู๎ดีทสี่ ุดในเรือ่ งของเพศอันละเอียดอํอน" เมื่อได๎ฟ๓งดังนี้พี่ชายใหญํก็กลําววํา "ถ๎ากระนั้นก็ให๎ เจ๎าน๎องเล็กนี่แหละนําเตํานีไ้ ป" น๎องคนสุดท๎องได๎ยินก็ขมวดคิ้วด๎วยความไมํพอใจ กลําวแกํพี่ชายทั้งสองวํา "เจ๎าคนโงํ ข๎าเป็นผู๎ดีเรื่องเตียงนอน เพราะฉะนั้นข๎านี่แหละเป็นผูด๎ ีมากที่สุด" .

ทั้งสามพี่น๎องตํางก็ทะเลากันเพราะความหยิ่งลําพอง ในตัวเอง ดังนั้น คนทั้งสามจึงละจากเตําทะเล เดินทางเข๎าไปใน เมืองวิฏังกปุระ ซึ่งมีพระเจ๎าแผํนดินชื่อ พระเจ๎าประเสนชิต ปกครองอยูํ เพื่อจะให๎ตัดสินกรณีพิพาทของตน เมื่อสมุหราชมนเทียรขานชื่อเรียบร๎อยแล๎ว พี่น๎องทั้ง สามก็เข๎าเฝูาพระเจ๎าแผํนดิน และบรรยายเรื่องราวให๎ทรง ทราบอยํางละเอียด พระราชาฟ๓งเรื่องราวแล๎วก็ตรัสวํา "คอย อยูํที่นี่แหละ ข๎าจะให๎เจ๎าได๎พิสูจน๑ตัวเองเสียกํอน" ชายทั้งสามก็ ตกลงและนั่งรออยูํ ณ ที่นั้น ขณะนั้นเป็นเวลาที่พระราชาจะเสวยภัตตาหารมื้อ กลางวัน จึงเรียกให๎ชายทั้งสามเข๎ามารํวมโต๏ะเสวยซึ่งมีอาหาร อันโอชะปรุงแล๎วอยํางดีที่สดุ สํงกลิ่นหอมฟุูงยั่วยวนจมูก ประกอบด๎วยรสตําง ๆ ถึง ห๎ารส พราหมณ๑ผู๎เป็นพี่ใหญํแลเห็น แล๎วก็ไมํยอมกิน กลับเชิดหน๎าอยํางหยิ่งจองหองและขยะแขยง พระราชาจึงตรัสถามวํา "อาหารบนโต๏ะเสวยนีล้ ๎วนแตํของดี .

วิเศษทั้งสิ้น เหตุใดเจ๎าจึงไมํยอมกิน" พราหมณ๑ได๎ฟ๓งก็ทูลตอบ วํา "ข๎าพระบาทสังเกตเห็นวํา อาหารนี้มีกลิ่นตุ ๆ ราวกับ กลิ่นซากศพ ดังนั้นข๎าพระบาทจึงไมํอาจเข๎าไปเฉียดใกล๎อาหาร พวกนี้ ไมํวํามันจะอรํอยสักแคํไหนก็ตาม" พระราชาจึงตรัสถามผู๎ทนี่ ั่งล๎อมรอบโต๏ะนั้นวํารูส๎ ึก อยํางไร คนเหลํานั้นได๎ฟ๓งรับสั่งก็ทูลวํา "กระยาหารนี้คือข๎าว ขาวหอมโดยธรรมชาติ ไมํมีตําหนิอะไรเลย" แตํพราหมณ๑ผู๎หยิ่ง ในความเป็นผูด๎ ีอยํางยิ่งยวดในการกินก็ยังไมํยอมแตะต๎อง นั่ง ทําจมูกยํนอยูํ พระราชาทรงดําริวาํ เรื่องนี้สมควรจะสืบสวนให๎รู๎ เท็จจริง มนตรีจึงทูลวํา ข๎าวเสวยนี้เป็นข๎าวที่ปลูกในสาลีเกษตร ซึ่งอยูํใกล๎กับฆาฏ(ที่เผาศพโดยมากอยูํใกล๎ฝ๓่งแมํน้ําศักดิ์สิทธิ์ เชํน แมํน้ําคงคา เป็นต๎น) อันเป็นที่เผาศพของคนในหมูํบ๎าน แหํงหนึ่ง พระราชาได๎ฟ๓งก็ประหลาดพระทัยมาก ทรงพอ พระทัยอยํางยิ่ง ตรัสแกํพราหมณ๑วํา "ตัวทํานนี้มีความรู๎ใน .

โภชนศาสตร๑ยิ่งนัก ทํานเป็นคนเกํง หาได๎ยาก จงเลือกกิน อาหารอยํางอื่นตามใจชอบเถิด" หลังจากการกินเลี้ยงสิ้นสุดลง พระราชาก็ปลํอยให๎ พราหมณ๑กลับไปยังที่พักของตน และสํงหญิงงามที่สุดคนหนึ่ง งามเพริศพริ้งทั้งสรรพางค๑หาที่เปรียบมิได๎ ตกแตํงรํางกาย ด๎วยปิลันธาภรณ๑อันแพรวพราวด๎วยมณีจินดาคําควรเมือง สํงไปประทานแกํพราหมณ๑คนรองผู๎เป็นเอตทัคคะในกาม ศาสตร๑ นางผู๎เปรียบดังผู๎จุดไฟของกามเทพ และเป็นผู๎ที่มีพักตร๑ อันงามดังดวงศศีในยามเที่ยงคืน มาสูํห๎องของพราหมณ๑โดยมี สาวสรรกํานัลนางแวดล๎อมเป็นบริวาร เมื่อนางผู๎งามบรรเจิดมาถึงห๎องพักของพราหมณ๑ หนุํมผู๎เลิศในโลกิยวิสยั พราหมณ๑แลเห็นก็แสดงอาการเหมือน จะเป็นลม เอามือซ๎ายปิดจมูกไว๎และตะโกนบอกแกํเสวก ผู๎ติดตามนางมาวํา .

"เอานางคนนี้ออกไปให๎พ๎น ขืนชักช๎าอยูํข๎าต๎องตายแนํ คนอะไรมีกลิ่นตัวเหม็นราวกับแพะ" ราชเสวกได๎ฟ๓งก็ตกใจ มีความประหลาดใจเป็นล๎นพ๎น รีบพานางโฉมงามกลับไปเฝูาพระราชา กราบทูลเรื่องราวให๎ ทรงทราบ พระราชาจึงสํงคนนําคําสั่งไปแจ๎งให๎บุรุษที่คลื่นไส๎ นั้นมาเฝูา ตรัสวํา "เจ๎าจงบอกข๎ามาซิวํา หญิงงามที่ข๎าสํงไปให๎ เจ๎ามีกลิ่นกายเหม็นได๎อยํางไร นางเป็นคนสะอาด หมั่นชําระ ล๎างรํางกายเสมอ และประทิ่นกายด๎วยของหอม เชํน ผลจันทน๑ แดง ผงการะบูน ผงยาดํา(กฤษณา) และเครื่องหอมนานาชนิด ซึ่งนางสรรหามาจากทั่วโลก อยํางนี้ยังจะมีกลิ่นเหม็นเหมือน แพะอีกหรือ" ถึงแม๎พระราชาจะอ๎างเหตุผลอยํางไร ๆ ชายผู๎คลื่นไส๎ ก็ไมํยอมเชื่อ พระราชาทรงคํานึงวําเรื่องนี้นําจะมีความเร๎นลับ แอบแฝงอยูํ จึงซักถามนางงามด๎วยวิธีตําง ๆ ในที่สุดนางก็ .

ยอมรับวํา เมื่อยังเยาว๑วัยนางพรากจากครอบครัวไปอยูํที่อื่น และนางถูกเลีย้ งมาด๎วยนมแพะ เมื่อพระราชาได๎ประจักษ๑ความจริงดังนี้ ทรงพิศวงใน ความรู๎แจ๎งอันเร๎นลับของพราหมณ๑หนุํมเป็นอันมาก จากนี้ทรง สืบสวนถึงความมหัศจรรย๑ของพราหมณ๑ผู๎เป็นน๎องสุดท๎องวํา เขามีความรู๎สึกซึ้งเกีย่ วกับเตียงนอนอยํางไร พระราชาโปรดให๎ นําเตียงนอนพิเศษสุดตัวหนึ่งมาปูลาดด๎วยเสื่อเจ็ดชั้นสลับกับ ฟูก มีผ๎าปูที่นอนอันนิ่มละมุนละไม ปูทับด๎านบน เมื่อตกแตํง เรียบร๎อยแล๎ว ก็นําไปให๎พราหมณ๑หนุํมนอนในห๎องไสยาอันโอํ อํา เมื่อเวลาผํานไปครึ่งยาม พราหมณ๑หนุํมก็ผดุ ลุกขึ้นนั่ง เอามือทั้งสองบีบที่สีข๎าง และเปลํงเสียงร๎องครวญครางด๎วย ความเจ็บปวด บริพารของพระราชาซึ่งเฝูาดูอยูํในที่นั้น แลเห็น เหตุการณ๑ก็เข๎าไปประคองจึงแลเห็นเครื่องหมายคด ๆ งอ ๆ เป็นผื่นแดงที่สีข๎างของชายหนุํมราวกับเป็นเส๎นขนที่ฝ๓งแนํนลง .

ไปในเนื้อ เมื่อคนเหลํานั้นกลับไปทูลพระราชา พระราชก็ตรัส แกํคนเหลํานั้นวํา "พวกเจ๎าไปดูสิวาํ มีอะไรอยูํในเสื่อหรือไมํ" คน เหลํานั้นจึงชํวยกันดูอยํางพินิจพิเคราะห๑ตั้งแตํเสื่อผืนลํางทีส่ ุด ของเตียง ไลํขึ้นมาทีละชั้นจนครบเจ็ดชั้น ในที่สุดก็พบขนเส๎น หนึ่งอยูํกลางฟูชั้นลํางที่สุดจึงหยิบเอามาแสดงแกํพระราชา และนําตัวพราหมณ๑ผรู๎ ู๎ความลับเกีย่ วกับเตียงนอนมาเฝูาด๎วย และเมื่อพระราชาทอดพระเนตรเห็นอาการเจ็บปวดของ พราหมณ๑ อันเกิดจากขนเส๎นหนึ่งจากเสื่อชั้นลํางสุดเข๎าไปฝ๓งตัว ใต๎ผิวหนังของเขาก็ยิ่งทรงฉงนสนเทํห๑พระทัยนัก ทรงใช๎เวลาทั้ง คืนเฝูาขบคิดเรื่องปริศนาจนรุํงสวํางก็ไมํอาจจะค๎นคว๎าหา คําตอบได๎ เช๎าวันรุํงขึ้น พระราชาเสด็จออกท๎องพระโรง ประทานรางวัลให๎แกํพราหมณ๑ทั้งสามคนนั้น คือเหรียญทอง สามแสนเหรียญให๎ไปแบํงกัน เพราะบุรุษทั้งสามนั้นเป็นอัจฉริย บุคคลซึ่งหาได๎ยากยิ่ง และบุรุษทั้งสามนั้นก็ได๎อยูํในวังของพระ เจ๎าแผํนดิน มีความสุขสบายตามอัตภาพวิสัย แตํคนทั้งสามจะ .

คิดสักนิดหนึ่งก็หาไมํวําเขาได๎ทําบาปตํอพํอของเขาโดยทําให๎ สํวนหนึ่งในยัชญพิธีต๎องขาดไป เพราะเขามิได๎เอาเตําไปให๎พํอ ทําพิธีนั่นเอง สํวนเตําทะเลซึ่งเป็นสาเหตุที่ทําให๎เขาได๎มีชีวิตอัน ผาสุกนั้น เขาลืมมันสิ้น เมื่อเวตาลเลํานิทานจบลง ก็ทูลถามพระเจ๎าตริวิกรม เสนวํา "โอ ราชัน ข๎ามีคําถามอันชวนให๎สงสัยไมํหายและไมํ อาจจะหาคําตอบได๎ ฉะนั้นโปรดทรงชี้แนะด๎วยเถิดวํา ใน จํานวนบุรุษอัจฉริยสามคนนั้นใครเป็นคนเกํงที่สุด และใครเกํง เป็นรองตามอันดับลงมา" พระราชาได๎ฟ๓ง ลืมคิดถึงคําสัญญาที่ตกลงไว๎แกํ เวตาล ตรัสด๎วยความรู๎สึกสํวนตัววํา "น๎องสุดท๎อง คนที่ต๎องเจ็บปวดเพราะเส๎นผมนั่น ตํางหากที่ควรนับวําเกํงที่สดุ เพราะเป็นพยานที่สําคัญที่สดุ .

สํวนพี่ชายอีกสองคนนั่นอาจจะได๎ระแคะระคายมาจากคนอื่น แล๎วก็ได๎ ข๎าจึงวําไมํสู๎จะอัศจรรย๑อะไรนัก" "อยํางนั้นหรือพระเจ๎าข๎า" เวตาลยิ้มอยํางเจ๎าเลํห๑ "ถ๎า กระนั้นก็โปรดเสด็จกลับมารับข๎าอีกก็แล๎วกัน" กลําวจบเวตาลก็ อันตรธานไปจากบําของพระราชา หายแวบกลับไปที่ต๎นอโศก ตามเดิม .

นิทานเรื่องที่ ๙ เมื่อเวตาลหนีไปแล๎วพระเจ๎าตริวิกรรมเสนก็ต๎องเสด็จ กลับไปยังต๎นอโศที่รํางเวตาลแขวนอยูํ ทรงดึงมันลงมาพาดไว๎ที่ บํา เสด็จกลับไปตามทางเดินมุํงหน๎าไปยังสุสานผีดิบที่โยคีเฒํา คอยอยูํ ขณะที่ดําเนินไปเงียบ ๆ เวตาลก็เอํยขึ้นวํา "จะรีบเสด็จ ไปไย ที่หมายยังอยูํอีกไกล ฟ๓งนิทานกันดีกวํา ข๎าจะเลําถวาย เอง โปรดทรงสดับเถิด" ในแคว๎นอวันตี ยังมีพระนครแหํงหนึ่งซึ่งทวยเทพได๎ ลงมาสร๎างไว๎ตั้งแตํสมัยต๎นอายุของโลก มีความไพศาลสุด ประมาณดังประกายรัศมีของพระศิวะผู๎เป็นเจ๎า เมืองนี้เป็นที่ รื่นรมย๑ และมีความเจริญยิ่งนัก เฉกเชํนพระกายของพระ มหาเทพ(นามหนึ่งของพระศิวะ) ที่ประดับด๎วยสังวาลงูที่แผํ พังพาน และมีอังคารเป็นเครื่องลูบไล๎(มีรํางกายชโลมด๎วยเถ๎า กระดูก เป็นลักษณะของพระศิวะในตอนที่ลงมาใช๎ปุาช๎าเป็นที่ พํานัก) เมืองนี้มีชื่อวําป๓ทมาวดีในกฤตยุค(ยุคที่ ๑ ของโลก เป็น .

สมัยที่คนมีศีลธรรมเต็มร๎อย) ชื่อโภควดีในสมัยเตรตายุค(หรือ ไตรดายุค เป็นยุคที่ ๒ ของโลก เมือ่ ศีลธรรมของคนลดลงไป ๑ สํวนใน ๔ สํวน) ชื่อหิรัณยวดีในสมัยทวาปรยุค(ยุคที่ ๓ ของ โลก เมือํศลี ธรรมของคนลดลงไป ๒ ใน ๔) และในยุคป๓จจุบัน คือกลียุค(ยุคสุดท๎ายของโลก ศีลธรรมของคนลดลงไป ๓ สํวน ใน ๔ สํวน) นี้มีชื่อวําอุชชยินี เมืองนี้มีพระราชาปกครองชื่อ พระเจ๎าวีรเทพ และมีมเหสีชื่อ ป๓ทมาวดี ทั้งสองพระองค๑นี้เสพ สุขอยูํด๎วยกันช๎านานแตํหาได๎มีโอรสไมํ พระราชาจึงพาพระ มเหสีเสด็จไปยังฝ๓่งของสระมันทากินี(ชื่อสระแหํงหนึ่งในปุาหิม พานต๑) และกระทําความเพียรอันอุกฤษฏ๑เพื่อให๎พระเจ๎าโปรด ปรานประทานโอรสให๎ และหลังจากที่ทรงบําเพ็ญตบะมาช๎า นานแล๎วทําพิธีสระสนานและสวดมนตร๑สรรเสริญพระเป็นเจ๎า แล๎ว วันหนึ่งก็มีเสียงลอยมาจากสวรรค๑ เป็นเสียงแหํงองค๑พระ ภูเตศวร(เป็นฉายาของพระศิวะ แปลวํา ผู๎เป็นใหญํเหนือภูต พรายทั้งหลาย) ผู๎ทรงยินดีในตบะกรรมที่กษัตริย๑ทั้งสองบําเพ็ญ ถวายวํา .

"ดูกํอนราชะ ข๎าจะให๎พรแกํเจ๎า นับแตํนี้ไปเจ๎าจะมี โอรสองค๑หนึ่ง มีความแกล๎วกล๎าสามารถเป็นยอดชายใน แผํนดิน จะได๎เป็นหัวหน๎าครอบครัวตํอไป และเจ๎าจักได๎ธิดา องค๑หนึ่งซึ่งมีสิริโฉมงามหาใครเปรียบมิได๎ เป็นความงามที่แม๎ นางอัปสรสวรรค๑ก็ยังได๎อาย" เมื่อพระราชาวีรเทพได๎ฟ๓งเสียงสวรรค๑บันลือเชํนนี้ ทรงปลาบปลืม้ พระทัยเป็นอันมาก พาพระมเหสีเสด็จกลับพระ นคร เมื่อภารกิจได๎บรรลุผลสําเร็จแล๎ว จากนั้นพระองค๑ก็ได๎พระโอรสองค๑แรกมีนามวํา ศู รเทพ และพระนางป๓ทมาวดีก็ประสูติธิดาองค๑หนึ่ง พระบิดาจึง ตั้งชื่อนางวํา อนงครตี(อนงค๑ (กามเทพ)+รติ(ความยินดี. ความ รัก) อันมีความหมายวํา "เป็นที่ยินดีของกามเทพ" และเมื่อนาง เจริญวัยขึ้น พระราชาผู๎เป็นชนกก็เตรียมการหาคูํให๎นางเพื่อจะ ได๎ชายที่เหมาะสมเป็นคูคํ รอง โดยสั่งให๎ศิลปินเดินทางไปวาด ภาพพระราชาทุกองค๑บนพื้นพิภพมาให๎นางเลือกดู ปรากฏวํา .

นางมิได๎พอใจรูปชายใดเลย พระราชาจึงพูดกับนางด๎วยน้ําเสียง อันอํอนโยนวํา "ลูกเอ๐ย พํอไมํสามารถจะหาชายคนใดที่คูํควร กับลูกได๎อีกแล๎ว เราคงจะต๎องประกาศเชิญพระราชาและ เจ๎าชายทั้งหลายมาให๎ลูกเลือกเสียแล๎ว การได๎พบตัวจริงของ ชายอาจทําให๎ลูกตัดสินได๎งํายเข๎าก็ได๎" เจ๎าหญิงได๎ฟ๓งพระบิดากลําวดังนั้นจึงทูลตอบวํา "เพ คะ ทํานพํอ ลูกกระดากใจที่จะเลือกสามีเองยิ่งนัก แตํจะ อยํางไรก็ตาม ลูกจะแตํงงานกับผูช๎ ายรูปงามที่มีความรู๎ในศิลป ศาสตร๑อยํางใดอยํางหนึ่งเทํานั้น ลูกไมํปรารถนาชายอื่น นอกจากที่วํานี้เป็นอันขาด" เมื่อพระราชาได๎ทราบความประสงค๑ของเจ๎าหญิงอ นงครตีเชํนนั้น ก็สํงคนไปสืบเสาะหาบุรุษที่มีคณ ุ สมบัติดังกลําว ในที่สุดก็ได๎ชายหนุํมจากแคว๎นเดกขํานมาสี่คน เป็นชายงาม กล๎าหาญและรู๎ศิลปศาสตร๑ ชายเหลํานี้เดินทางมาก็เพราะได๎ ทราบขําวโจษจันกันนั่นเอง ชายทั้งสี่ได๎รับการต๎อนรับจาก .

พระราชาเป็นอยํางดี และตํางคนตํางก็แสดงวัตถุประสงค๑ที่จะ ให๎นางเลือกตนเป็นคูดํ ๎วยกันทั้งนั้น คนที่หนึ่งกลําววํา "ตัวข๎าเป็นศูทร ชื่อ ป๓ญจาผุฏฏิกะ ข๎ามีความสามารถในการตัดเย็บเสือ้ ผ๎าอยํางงามวันละห๎าชุด ชุดที่หนึ่งข๎าถวายแดํพระผู๎เป็นเจ๎า ชุดที่สองให๎แกํพราหมณ๑ ชุด ที่สามข๎าเอาไว๎ใช๎เอง ชุดที่สํกะจะให๎แกํภรรยาของข๎า ซึ่งก็ควร จะเป็นเจ๎าหญิงองค๑นี้ ชุดที่ห๎าสําหรับขายเพื่อเอางินมาซื้อ อาหารและสุรากิน ข๎ามีศลิ ปะอยํางนี้จึงสมควรที่จะได๎นางเป็น ภรรยาใชํหรือไมํ" เมื่อชายคนที่หนึ่งกลําวจบลง ชายคนที่สองก็ประกาศ ตนวํา "ข๎าเป็นไวศยะมีชื่อวํา ภาษชยะ ข๎ารู๎ภาษาสัตว๑และนก ทั้งปวง จงยกเจ๎าหญิงให๎แกํข๎าเถิด" .

ชายคนที่สองกลําวจบลง คนที่สามก็กลําวขึ้นวํา "ข๎า เป็นกษัตริยม๑ ีชื่อวํา ขัฑคธร ได๎รับการยกยํองจากคนทั้งหลายวํา เป็นผู๎ทรงพลัง ไมํมีใครอีกแล๎วในโลกนี้ที่จะรู๎ศลิ ปะในการใช๎ ดาบยิ่งไปกวําข๎า โอ ราชะ โปรดทรงยกนางให๎แกํข๎าเถิด" เมื่อได๎ฟ๓งขายคนที่สามวําดังนั้น ชายคนที่สี่ก็ลุกขึ้น ประกาศวํา "ข๎าเป็นพราหมณ๑ มีชื่อวํา ชีวทัตต๑ และข๎ามีความรู๎ ศิลปะอันเลิศคือ สามารถชํวยคนและสัตว๑ที่ตายไปแล๎วให๎กลับมี ชีวิตได๎ ดังนั้นขอให๎พระธิดาคนงามแตํงงานกับข๎าเถอะ เพราะ ข๎าเป็นผู๎ที่มีศลิ ปะเลิศกวําใครทั้งหมด" เมื่อได๎ฟ๓งบุรุษทั้งสี่อ๎างสรรคุณของตัวจบลง พระราชาวีรเทพพร๎อมด๎วยเจ๎าหญิงราชธิดาซึ่งประทับอยูํเคียง ข๎าง ตํางก็เห็นพ๎องต๎องกันวํา คนทั้งสี่นั้นตํางก็มีรูปงามราวเทพ และนุํงหํมด๎วยพัสตราภรณ๑อันงามยิ่งเหมือนกันทั้งสิ้น ไมํ อาจจะตัดสินได๎วําใครดีกวําใคร จึงตํางนิ่งอึ้งอยูํ .

เวตาลเมื่อได๎เลํานิทานจบลงแล๎ว ก็กลําวแกํ พระราชาตริวิกรมเสน ด๎วยการคะยั้นคะยอให๎ตอบป๓ญหา โดย กลําววํา "โอ มหาราช โปรดบอกข๎าหนํอยได๎ไหมวํา ชายคนใด ในสี่คนนี้สมควรจะได๎แตํงงานกับเจ๎าหญิงอนงครตี" พระราชาได๎ฟ๓งก็ตรัสแกํเวตาลวํา "อ๎ายเจ๎าเลํห๑ เจ๎าพยายามหลอกลํอให๎ข๎าพูดหลายครั้ง หลายหนแล๎ว ข๎าก็เผลอตอบป๓ญหาของเจ๎าทุกที เพราะมันมีแงํ มีมุมที่ตดั สินได๎ยาก ข๎าจึงต๎องแสดงความคิดให๎เจ๎าฟ๓ง แตํวํา คราวนี้ข๎าเห็นวําป๓ญหาของเจ๎ามันแสดงความโงํเซอะของเจ๎า แท๎ ๆ เจ๎าไมํเห็นหรือวําหญิงในวรรณะใดก็ต๎องหาสามีใน วรรณะใดก็ต๎องหาสามีในวรรณะนัน้ เทํานั้น นางกษัตริย๑ก็ต๎อง แตํงงานกับกษัตริย๑ด๎วยกัน จะไปแตํงกับชายวรรณะอื่นได๎ อยํางไร ก็ชายทั้งสี่นั้นตํางก็อยูํในวรรณะแตกตํางกัน ชายตัด เสื้ออยูํในวรรณะศูทร ชายคนที่รู๎ภาษาสัตว๑เป็นคนในวรรณะ ไวศยะ ชายคนที่มนตร๑ ่ร๎ ชํวยชุบชีวิตคนตายให๎ฟื้นเป็นวรรณะ .

พราหมณ๑ คงเหลืออยูํคนเดียวคือ ขัฑคธร ที่เป็นวรรณะกษัตริย๑ เพราะฉะนั้นคนที่จะแตํงงานกับเจ๎าหญิงได๎กต็ ๎องเป็นขัฑคธร เทํานั้น" "โอ ราชะ" เวตาลกลําวอยํางโลํงอก "ขอบพระทัยที่ชํวย ตอบป๓ญหาของข๎า แตํเห็นทีพระองค๑จะต๎องติดตามข๎าอีกแล๎ว พระเจ๎าข๎า" กลําวจบเวตาลก็ผละจากบําของพระราชา และ หายไปในความมืดของราตรี พระราชาต๎องเสด็จกลับไปทีต่ ๎น อโศกอีกครั้งหนึ่ง เพราะขึ้นชื่อวํา ความท๎อถอยหมดอาลัยหาได๎ มีอยูํในบุคคลผู๎วีระไมํ เพราะจิตใจของเขาไมํเคยเปิดเพื่อความ อํอนแอเลย .

นิทานเรื่องที่ ๑๐ ดังนั้น พระเจ๎าตริวกรมเสนจึงได๎เสด็จกลับไปที่ต๎น อโศกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจับตัวเวตาล เมื่อจับได๎แล๎วก็ทรงเหวีย่ ง ขึ้นบนพระอังสา เสด็จมุํงหน๎าไปยังที่นัดพบกับโยคีโดยไมํปริ ปากใด ๆ เลย เวตาลเห็นพระราชาทรงเงียบอยูํก็กลําวขึ้นวํา "ราชะ ตอนนี้พระองค๑ก็เหน็ดเหนื่อยมาแล๎วมากเต็มที ดังนั้นข๎าจะเลํานิทานสนุก ๆ ให๎ฟง๓ สักเรื่องหนึ่ง เพื่อจะได๎ขับไลํ ความเหน็ดเหนื่อยให๎ประลาตนาการไป โปรดฟ๓งเถิด" แตํปางบรรพ๑ยังมีพระเจ๎าแผํนดินองค๑หนึ่ง ทรงนาม วํา วีรพาหุ เป็นผู๎ที่มีความกล๎าหาญอยํางยอดยิ่ง คําสั่งของ พระองค๑นั้นเป็นสิ่งศักดิส์ ิทธิ์ที่พระราชาทุกแวํนแคว๎นจะต๎องรับ ไว๎เหนือเศียรเกล๎า ทรงครองราชย๑ ณ นครอันโอํอํา ชื่อนครอนง คปุระ ในนครนี้มเี ศรษฐีผู๎หนึ่งอาศัยอยูํชื่อ อรรถทัตต๑ ไวศยบดี .

(หัวหน๎าพํอค๎า) ผู๎นี้มีบุตรชายผู๎หนึง่ ชื่อ ธนทัตต๑ และมีบุตรหญิง ผู๎เป็นรัตนะแหํงสตรีทั้งหลายมีชื่อวํา มัทนเสนา วันหนึ่ง ขณะที่นางมัทนเสนากําลังเลํนอยูํกับเพื่อน ๆ ในสวน ชายหนุํมบุตรชายวาณิชชือ่ ธรรมทัตต๑ ซึ่งเป็นสหายของ พี่ชายของนางผํานมาเห็นเข๎า ก็ตะลึงในความงามอันกอปรด๎วย เสนํห๑อันลึกล้ําของนาง ผู๎มีอกอันเต็มอิ่ม มีคอเป็นสามปล๎อง ราวกับริ้วคลื่นในทะเลสาบ และมีเอวอันบางสลวยรับกับ สะโพกอันกลมกลึง ชายหนุํมมองนางด๎วยความรักอันรุนแรง ราวกับถูกศรกามเทพพรั่งพรูเข๎าสูหํ ัวใจ พลางรําพึงในใจวํา "อนิจจาเอ๐ย หญิงผู๎นี้ ชํางงามจับใจจริงหนอ ใครเลําจะรู๎วํา นางนั้นคือเหยื่อซึ่งกามเทพสํงมาให๎เราต๎องหลงใหลเพ๎อคลั่ง เหมือนคนขาดสติ และศรอันอันคมกล๎านีส้ ิหนอที่ผําหัวใจของ เราจนแยกเป็นเสี่ยง ๆ อยํางไมํเวทนาปรานี" เมื่อรําพึงดังนี้ ชายหนุํมก็หยุดยืนจ๎องดูนางสายตาไมํกระพริบจนเวลาอัน ยาวนานผํานไป มีอาการดังนกจากพราก(นกจักรวาก. บางที เรียกเป็ดแดงหรือเป็ดพกราหมณ๑ ตอนกลางคืน นกชนิดนี้จะ .

แยกกันหาอาหารคนละฝ๓่งแมํน้ําและร๎อบงเรียกหากันตลอด คืน) ที่โหยหาคูํของมันฉะนั้น ในที่สุดนางมัทนเสนาก็กลับเข๎าบ๎านของนาง ทิ้งให๎ ธรรมทัตต๑เฝูาแลตามด๎วยความเสหํหาอาลัย เมื่อนางลับสายตา ไปแล๎ว ความทุกข๑ก็กลับมาสุมอก ทําให๎ร๎อนรุํมในใจเหลือที่จะ ทนทาน ขณะนั้นดวงอาทิตย๑ก็คํอยกล๎อยต่ําลงทางทิศตะวันตก เหมือนกับวํายังอาลัยที่จะมิได๎พบเห็นเธออีก สํวนดวงศศี เมื่อ ถึงเวลาดอกบัวกุมุทเริ่มขยายกลีบแบํงบานในราตรี แล๎วก็คํอย เคลื่อนขึ้นสูํขอบฟูา เปลํงรัศมีสีนวลใยแผํซํานไปทั่วนภดล เหมือนจะชํวยปลอบใจที่รุํมร๎อนของชายหนุํมให๎บรรเทาลง ธรรมทัตต๑กลับไปบ๎าน ใจยังคิดถึงนางอยูํตลอดเวลา นอนพลิกกระสับกระสํายอยูไํ ปมาบนเตียง ถึงแม๎วํามิตรสหาย และญาติพี่น๎องจะซักไซ๎ไตํถามสาเหตุเพียงไรเขาก็ไมํยอมตอบ หัวใจป๓่นปุวนเพราะฤทธิ์กามเทพ ตกถึงเวลากลางคืนชายหนุํม ก็เคลิ้มหลับไปด๎วยความอํอนเพลีย แตํใจที่คิดถึงนางอยูํมิวาย .

ทําให๎ฝ๓นเห็นนางผูเ๎ ป็นที่รักอีก ถึงเวลาเช๎าเขาตื่นขึ้นรีบแตํงตัว ให๎งดงามออกไปดักดูนางที่สวนอีก พยายามแอบแฝงมิให๎ใคร เห็น พอถึงเวลา นางก็เข๎ามาในสวน ชายหนุํมแลเห็นก็ดีใจแทบ จะวิ่งเข๎าไปกอดนาง เขาพร่ํารําพันตํอนางด๎วยถ๎อยคําอัน อํอนหวาน แสดงความรักที่เขามีตอํ นางอยํางเหลือล๎น แตํนาง ตอบด๎วยความไมํยินดียินร๎ายวํา "ข๎าเป็นหญิงที่มีคนมั่นหมายแล๎ว บิดาของข๎าได๎ยกข๎า ให๎เป็นคูํหมั้นของหนุํมพํอค๎าคนหนึ่งชื่อสมุทรทัตต๑ และข๎ากําลัง จะแตํงงานกับเขาภายในเร็ววันนี้ ฉะนั้นทํานจงกลับไปเสียเถิด และอยําให๎ใครเห็น เดีย๋ วจะเกิดความเดือดร๎อนเปลํา ๆ “แตํ ธรรมทัตต๑กลําวแกํเธออยํางหนักแนํนวํา "ชํางมันเถอะ อะไรจะ เกิดก็ให๎มันเกิด ข๎าจะมีชีวิตอยูโํ ดยปราศจากเจ๎าไมํได๎หรอก" เมื่อบุตรีไวศยะได๎ฟ๓งดังนั้นก็ตกใจ กลัววําเขาจะใช๎ กําลังบังคับนาง จึงกลําววํา .

"ข๎าขอแตํงงานกํอน และขอให๎พํอของข๎าได๎ปลื้มใจที่ลูก จะได๎เป็นฝ๓่งเป็นฝาตามความมาดหมายของทํานกํอนเถอะ หลังจากนั้นข๎าจะกลับมาหาทํานเพราะความรักของทํานได๎ชนะ ใจของข๎าแล๎ว" เมื่อธรรมทัตต๑ได๎ฟ๓งดังนี้ ก็กลําววํา "ข๎าไมํอยากจะกอดผู๎หญิงที่ถูกชายอื่นกอดเสียแล๎วดอก ก็ภมรไหนเลําจะปรารถนาดอกบัวที่ผึ้งตัวอื่นย่ํายีเสียแล๎วเลํา" นางได๎ฟ๓งก็ตอบวํา "ถ๎าอยํางนั้น ข๎าจะรีบมาหาทํานในทันทีที่แตํงงานเสร็จ หลังจากนั้นข๎าจึงจะตามสามีไป" แม๎นางจะสัญญาดังนี้ ชายหนุํมก็ยังไมํยอมปลํอยนาง ไปจนกวํานางจะทําให๎เขาเชื่อใจด๎วยการปฏิญญาสาบาน .

เสียกํอน จนเมื่อนางยอมกระทําแล๎ว เขาจึงปลํอยนางไป และ นางก็กลับไปเรือนด๎วยความวิตก เมื่อวันที่กําหนดวําฤกษ๑ดีมาถึง และงานพิธีสมรสได๎ ผํานไปแล๎ว นางมันทเสนาก็เดินทางไปบ๎านสามี ใช๎เวลารื่นรมย๑ อยูํด๎วยเขาและพักผํอนกับเขาด๎วยเวลาอันสมควร อยํางไรก็ดี นางพยายามผลักอ๎อมกอดของเขาให๎หลุดพ๎น และแสดงอาการ เฉยเมย ครั้นเมื่อสามีซักถามสาเหตุ นางก็น้ําตาไหลอาบแก๎มนิ่ง อยูํ เขาจึงคิดในใจวํา "วําตามจริงนางคงไมํรักเราหรอก" และ กลําวแกํเธอวํา "แมํงาม ถ๎าเจ๎าไมํรกั ข๎า ข๎าก็ไมํรักเจ๎าเหมือนกัน ไปสิ ที่รัก ไปหาชายคนที่เจ๎ารักเถิด ไมํวําจะเป็นชายใดก็ตามที" เมื่อได๎ยินสามีพูดดังนี้ มัทนเสนาก็กลําวอ๎อมแอ๎มด๎วย ความละอายวํา .

"ข๎ารักทํานยิ่งกวําชีวิตของข๎าเสียอีก อยําทําหน๎าบึ้งตึง อยํางนั้นสิ สัญญาแกํข๎าวําทํานจะไมํเอาโทษ และสาบานให๎ข๎า ฟ๓งกํอนสิ สวามีของข๎า แล๎วข๎าจะเลําให๎ฟ๓ง" เมื่อนางกลําวดังนี้ สามีของนางก็จําต๎องยอมรับ เงื่อนไขอยํางไมํเต็มใจนัก นางจึงกลําวตํอไปด๎วยความละอาย รันทด และหวาดกลัววํา "มีชายหนุํมคนหนึ่งชื่อธรรมทัตต๑ เป็น เพื่อนของพี่ชายข๎า เขาแลเห็นข๎านัง่ อยูํแตํลําพังในสวน จึงเข๎า มาหาและระบายความในใจวําเขาตกหลุมรักข๎าอยํางถอนตัวไมํ ขึ้น และเมื่อเขาทําทําจะปลุกปล้ําข๎าด๎วยกําลัง ข๎าก็กลัววําการ ทําเชํนนั้นจะทําให๎พํอต๎องได๎รับความอับอาย และสูญเสียผล บุญในการจัดให๎ลูกสาวได๎แตํงงานเป็นฝ๓่งเป็นฝา และเพื่อไมํให๎ มีขําวนินทาวําร๎ายในภายหลัง ข๎าจึงตกลงทําสัตย๑สาบานแกํ ชายผู๎นั้นวํา "เมื่อข๎าแตํงงานแล๎ว ข๎าจะมาหาเขาครั้งหนึ่งกํอนที่ จะตามสามีไป" เพราะฉะนั้นข๎าจึงต๎องรักษาสัจจะที่ให๎ไว๎แกํเขา ข๎าแตํสวามี อนุญาตให๎ข๎าไปเถิด ข๎าจะไปหาเขาเพียงครั้งเดียว .

เทํานั้น แล๎วจะกลับมาหาทําน ทั้งนี้เพราะข๎าไมํอาจจะตระบัด สัตย๑ตํอใครได๎ ตั้งแตํข๎ายังเป็นเด็กแล๎ว" สมุทรทัตต๑ได๎ฟ๓งก็รสู๎ ึกปวดแปลบในหัวใจเหมือนถูก สายฟูาฟาดในทันทีทันใด รู๎สึกเป็นพันธะผูกพันที่เขาได๎ให๎นาง ไว๎อยํางหลีกเลี่ยงไมํได๎ เขารําพึงอยูํในใจวํา "โธํเอ๐ย นางมีรักตํอชายอื่นเสียแล๎ว นางจะต๎องไป แนํนอน เราจะทําให๎นางต๎องเสียคําพูดได๎อยํางไร สู๎ปลํอยนาง ไปดีกวํา เราจะกระเหีย้ นกระหืออยากจะได๎นางไว๎เป็นภรรยา ด๎วยประโยชน๑อันใด" เมื่อไตรํตรองดังนี้แล๎ว เขาก็ปลํอยในางไปตาม ปรารถนา นางก็ลุกขึ้นและเดินออกจากบ๎านสามีไป ในขณะนั้นดวงจันทร๑อันมีรัศมีเย็นก็โผลํพ๎นแนวไศล ขึ้นมา แสงจันทร๑จับพุํมไม๎ใบหญ๎าแลเห็นตะคุํม ๆ ดอกบัวกุมุท ก็แย๎มกลีบสลับสล๎างแลสะพรั่งในบึง ขณะที่นางก๎าวเดินไป .

ข๎างหน๎าอยํางใจลอย ก็ได๎ยินเสียงฝีเท๎าวิ่งไลํมาข๎างหลัง และมี มือยื่นมาคว๎าชายเสื้อของเธอไว๎ นางเหลียวกลับไปด๎วยความ ตกใจก็พบโจรผู๎หนึ่ง มันตะคอกถามวํา "เจ๎าเป็นใคร ออกมา เดินกลางค่ํากลางคืนอยํางนี้จะไปไหน" นางมัทนเสนาได๎ฟ๓งโจรตะคอกก็ตัวสั่นด๎วยความกลัว แข็งใจตอบวํา "มันเรื่องอะไรของเจ๎า ปลํอยข๎าไปเถอะ ข๎ามีงานสําคัญ จะต๎องทําที่นี่" โจรได๎ฟ๓งก็กลําววํา "ข๎าเป็นโจร ข๎าจะปลํอยเจ๎าไปได๎อยํางไร" ได๎ยินดังนี้ นางก็อ๎อนวอนวํา "ปลํอยข๎าไปเถอะ ข๎ามีเครือ่ งประดับติดตัวราคาไมํน๎อย ข๎าจะให๎เจ๎าทั้งหมด" .

"นางรูปสวย" โจรพูดพลางจับตาดูนางไมํวางตา "ข๎าจะ ปรารถนาอันใดกับเครื่องประดับนีเ้ ลํา ถ๎าข๎าจะต๎องการก็มีแตํ ตัวเจ๎าเทํานั้นดอก วําที่จริงข๎าก็ไมํเคยเห็นผูห๎ ญิงสวยอยํางนี้มา กํอน ดูหน๎าเจ๎าสิงามเปลํงปลั่งเป็นนวลใยราวแก๎วมุกดา ผมดํา เหมือนนิลมณี เอวเหมือนเพชรรัตน๑ (ต๎นฉบับใช๎คําวํา "วชร" จะ แปลวํา เพชร หรือสายฟูาก็ได๎) แขนขาก็งามดังทองศฤงคี และ เท๎าแดงงามราวแก๎วทับทิม (ป๓ทมราค) อยํางนี้ข๎าไมํปลํอยให๎ หลุดมือไปหรอก" เมื่อโจรกลําวดังนี้ นางมัทเสนาก็จําต๎องเลําความจริง ให๎มันฟ๓งโดยตลอด และกลําววิงวอนวํา "ขออภัยเถอะ ข๎ามี พันธะจะต๎องปฏิบัตติ ามสัญญาที่ให๎ไว๎ตํอเขา แตํเมื่อเสร็จธุระ แล๎ว ข๎าจะรีบกลับมาหาทําน ถ๎าทํานจะรออยูํที่นี่กํอน เชื่อข๎า เถอะ ข๎าไมํเคยผิดสัญญาตํอใครหรอก" .

เมื่อโจรได๎ยินดังนั้นก็ปลํอยตัวนางไป เพราะเชื่อวํา นางคงพูดความจริง เมื่อนางไปแล๎วเขาก็นั่งคอยอยูํ ณ ที่นั้น โดยหวังวํานางจะต๎องกลับมา ฝุายนางเมื่อละจากโจรแล๎วก็รีบเดินทางมาหา ธรรมทัตต๑ไวศยบุตร เมื่อเขาแลเห็นนางออกมาจากปุาก็ถาม นางวําเกิดอะไรขึ้น เมื่อได๎ฟ๓งเรื่องราวแล๎วก็ไตรํตรองอยูํชั่ว ขณะหนึ่ง จึงกลําววํา "ข๎าดีใจที่เจ๎ารักษาคําพูดอยํางแท๎จริง แตํวําข๎าจะทํา อะไรกับหญิงผู๎เป็นภรรยาของชายอื่น ฉะนั้นจงกลับไปตามทาง ที่เจ๎ามานั่นแหละ กํอนที่ใครจะมาเห็นเจ๎าเข๎า" เมื่อเขาสั่งให๎นางกลับ นางก็กลําววํา "ก็ได๎" และละที่ นั้นกลับไปหาโจร ซึ่งกําลังคอยนางอยูํ ณ ที่เดิม โจรแลเห็นนาง กลับมาก็กลําววํา "เกิดอะไรขึ้นกับเจ๎าเมื่อเจ๎าไปถึงที่นั่น" .

นางมัทนเสนาก็เลําความจริงโดยตลอดวําเหตุใด พํอค๎าหนุํมจึงปลํอยให๎นางกลับมา โจรได๎ฟ๓งก็กลําววํา "จงกลับไปหาสามีของเจ๎าเถิด ข๎าเห็นใจในความสัตย๑ซื่อ ของเจ๎าที่มีตํอข๎าแล๎ว ข๎าไมํหนํวงเจ๎าไว๎ให๎เสียเวลาหรอก เอา เครื่องประดับของเจ๎าไปด๎วย" ดังนั้นโจรก็ปลํอยนางไป และเป็นเพื่อนตามไปสํงนาง จนถึงบ๎านของสามีและดีใจที่ตนมิได๎กระทําให๎นางต๎องเสีย เกียรติ นางอําลาโจรแล๎วแอบเข๎าไปในบ๎านอยํางเงียบ ๆ และ ตรงไปหาสามีของนาง เลําเรื่องให๎ฟ๓งโดยตลอดมิได๎ปิดบัง แม๎ ความจริงข๎อหนึ่งข๎อใด สํวนสมุทรทัตต๑ได๎เห็นภรรยาของตน เป็นผู๎บริสุทธิ์และรักษาวาจาสัจไว๎อยํางมั่นคงดังนี้ ก็รับนางไว๎ ด๎วยความยินดี และครองคูํอยูํด๎วยกันด๎วยความสุขตั้งแตํนั้นมา เมื่อเวตาลเลํานิทานจบลงก็ถามพระราชาวํา "โอ ราชะ ขอได๎บอกข๎าสิวาํ ในจํานวนบุรุษสามคนนั้น ใครเป็นคนที่ .

ใจกว๎างที่สุด อยําลืมนะ ถ๎าพระองค๑รู๎แล๎วไมํตอบ พระเศียรของ พระองค๑จะต๎องแตกเป็นร๎อยเสี่ยง" พระเจ๎าตริวิกรมเสนได๎ฟ๓งเวตาลพูดดังนั้น ก็ตรัส ทําลายความเงียบขึ้นวํา "ในจํานวนบุรุษทั้งสามคนนั้น ข๎าเห็นวําโจรนั่นแล เป็น คนที่ใจกว๎างอยํางแท๎จริง ที่เหลืออีกสองคน คนหนึ่งเป็นสามี ของนาง เขาปลํอยนางไปด๎วยความจําใจ เพื่อให๎นางรักษาวาจา สัจไว๎ โดยที่เขายังมีจิตประหวัดวํานางจะต๎องเสียตัวแกํชายอื่น สํวนไวศบุตรชื่อธรรมทัตต๑นั้นเลํา เขาปลํอยให๎นางเป็นอิสระ เพราะเขารักนางด๎วยตัณหามาแตํแรก เมื่อตัณหาเบาบางลง แล๎ว เขามิได๎จริงจังอะไรตํอนางอีก โจรนั่นสิ เป็นคนร๎าย ทํามา หากินด๎วยความทุจริต หากินอยูํในความมืด คอยแสวงหาเหยื่อ เขาเปลํอยนางไปและไมํเอาเครื่องประดับของนางเลย เพราะ เห็นใจวํานางเป็นคนดี" .

เมื่อเวตาลได๎ฟ๓งดังนั้นก็สํงเสียงหัวเราะ ไมํกลําว ประการใด ละพระอังสาของพระราชา แล๎วลอยกลับไปสูํต๎น อโศกตามเดิม สํวนพระราชาผู๎มีความเพียรไมํท๎อถอย ก็สู๎เสด็จ ติดตามเวตาลไปโดยไมํลังเลพระทัย มีความมุํงมั่นที่จะจับตัว เวตาลมาอีกครั้งหนึ่ง .

นิทานเรื่องที่ ๑๑ พระราชาตริวิกรมเสนเสด็จไปสูตํ ๎นอโศก ทรงดึงตัว เวตาลลงมาเหวีย่ งขึ้นพระอังสา แล๎วเสด็จกลับมาทางเดิม มาได๎ หนํอยหนึ่ง เวตาลก็กลําวขึ้นวํา "โอราชะ ข๎ามีนิทานสนุกอยูํ เรื่องหนึ่ง อยากจะเลําถวาย โปรดทรงสดับเถิด" ในอดีตกาลมีพระราชาครองกรุงอุชชยินี ทรงนามวํา พระเจ๎าธรรมธวัช พระองค๑มีชายาสามองค๑ ล๎วนแตํเป็น พระธิดาของกษัตริย๑ทั้งสิ้น พระนางทั้งสามล๎วนเป็นชายาคน โปรดของพระราชาผูส๎ วามีอยํางยิ่ง ชายาองค๑ที่หนึ่งชื่ออินทุ เลขา องค๑ที่สองชํอดาราวลี และองค๑ที่สามมีนามวํามฤคางกวดี นางทัง้ สามล๎วนมีเสนํห๑นํารักเหมือนกันหมด พระราชาแหํงอุช ชยินีเป็นกษัตริยผ๑ ู๎กล๎าหาญ ทรงมีชัยชํานะเหนืออริราชศัตรูทั้ง มวลหาใครเสมอมิได๎ เสวยราชย๑ดว๎ ยความสุขสําราญพร๎อมด๎วย พระชายาทั้งสามเรื่อยมา .

ครั้งหนึ่ง เมื่อถึงฤดูวสันต๑อันเป็นฤดูแหํงความชื่นบาน พระราชาปรารถนาจะพักผํอนให๎สาํ ราญพระทัย จึงพาพระ ชายาทั้งสามไปสูํสวนขวัญประทับอยูํด๎วยความรื่นรมย๑ ณ อุทยานนั้น โอกาสหนึ่งทรงทอดพระเนตรเห็นลดาวัลย๑ไม๎เลื้อย ต๎นหนึง่ เกี่ยวเกาะอยูํกับต๎นไม๎ใหญํมีดอกบานสะพรั่งห๎อยระย๎า แวํงไกวตามกระแสลม และเครือเถาวัลย๑นั้นมีความอํอนช๎อย งดงามราวกับคันศรของพระกามเทพ และฝูงแมลงภูํซึ่งเกาะ และไตํตอมกลีบดอกไม๎นั้นเลํา ก็ดรู าวกับสายธนูของพระ มันมถะ(ผู๎กํอกวนใจ หมายถึง พระกามเทพ) เชํนเดียวกัน พระราชาผู๎องอาจปานพระวัชรปาณี(ผู๎มมี ือถือวัชระ เป็นสมญา นามของพระอินทร๑ ทรงเพลินอยูํกบั กระแสเสียงของนกโกกิลา อันเจื้อยแจ๎วมาตามลม ราวกับเสียงของพระมกรเกตุ(ผู๎มีธงรูป ปลามังกร หมายถึงกามเทพ) ผู๎เป็นเทพแหํงความรัก กําลังพา อัปสรทั้งหลายมาเริงเลํนสําราญด๎วยความมึนเมาแหํงสุรามฤต ที่เสพกันอยูํทุกหมูํเหลําโดยทั่วกัน ขณะนั้นพระชายาอินทุเลขา กําลังสรวลเสกับการดึงพระเกศาของพระราชาเลํน ปรากฏวํา .

ดอกบัวอินทีวร (บัวสายสีน้ําเงิน) ที่นางทัดหูเป็นเครื่องประดับ เศียรเกล๎า ได๎รํวงหลํนลงมาบนตักของนางผู๎เอวบาง ทําให๎นาง ตกใจ เปลํงเสียง "ต๏าย ตาย" ออกมาแล๎วเป็นลมหมดสติ ในทันทีนั้นก็เกิดรอยแผลขึ้นที่ต๎นขาของนาง ทําให๎พระราชา และบริพารตื่นตกใจกันมาก และรูส๎ ึกเป็นทุกข๑ในอุบัติเหตุของ นาง ตํางก็เอาน้ําหอมมาให๎นางกํานัลลูบไล๎ตามรํางของพระนาง ให๎นางกํานัลตกแตํงแผลให๎นางและดูแลตามคําสั่งของหมอ หลวงอยํางเครํงครัด ในเวลาราตรี พระราชาเสด็จมาดูอาการของนาง เห็น วําคํอยยังชั่วขึ้นบ๎างแล๎ว ก็พานางดาราวดีพระชายาคนทีส่ อง เสด็จไปสูํงห๎องบรรทมชั้นดาดฟูาซึง่ งามวิจิตรอยูํในแสงนวลใย ของพระจันทร๑ ณ ที่นั้นแสงของดวงศศีสํองมาอาบรํางของนาง ผู๎ซึ่งนอนหลับเคียงข๎างพระราชาอยูํ สายลมเย็นยามดึกรําเพย พัดมาที่รํางของนาง ทําให๎ภูษาภรณ๑ของนางเคลื่อนคล๎อยไป จากองค๑ ทันใดนั้นนางก็รู๎สึกตัวตื่นขึ้นมามีอาการตระหนก เปลํงเสียงร๎องออกมาวํา "ชํวงด๎วยเถิด ข๎าถูกไฟเผา" แล๎วลุก .

จากเตียง เอามือนวดตามแขนขาเป็นพัลวัน เสียงของนางทําให๎ พระราชาตื่นจากบรรทมด๎วยความตกพระทัย และเห็นแผล พุพองขึ้นตามรํางกายของพระเทวี จึงซักถามด๎วยความพิศวงวํา "นี่มันเรื่องอะไรกัน" พระนางดาราวดีทูลตอบวํา "รัศมีจันทร๑ที่ สํองมากระทบรํางของหมํอมฉัน เป็นเหตุให๎หมํอมฉันต๎องทน ทุกข๑เพราะแผลพุพองเหลํานี้" ทูลจบนางก็ฟูมฟายด๎วยความ โศก ร๎องไห๎สะอึกสะอื้นมิหยุดหยํอน พระราชาเห็นดังนั้นก็ สงสารนัก รับสั่งเรียกนางข๎าหลวงบริวารให๎เข๎ามาชํวยโดยดํวน จัดทําเตียงปูลาดด๎วยใบบัวให๎นางนอน ประพรมรํางของนาง ด๎วยสุคนธรส โปรยปรายเฟื่องฟุูงดังฝอยฝน และเอาน้ํามัน จันทน๑หอมทาตามแผลเจ็บปวดของนาง ในระหวํางเวลาที่ชุลมุนวุํนวายกันนี้ นางมฤคางกวดี ชายาองค๑ที่สาม ได๎ยินเสียงอื้ออึงก็ออกจากตําหนักของนางเพื่อ มาดูเหตุการณ๑ และเมื่อเดินพ๎นออกมาสูํที่แจ๎งนั้นเอง นางก็ หยุดนิ่ง ได๎ยินเสียงหนึ่งดังลอยลมมาแตํไกลในความเงียบสงัด ของราตรี นางหยุดกึกลงด๎วยความสนใจและเงี่ยหูฟ๓งในที่สุดก็ .

เข๎าใจวํา เป็นเสียงครกตําข๎าวดังมาแตํบ๎านที่อยูํหํางไกลออกไป ในขณะที่เงี่ยหูฟ๓งเสียงนั้น นางผู๎มีเนตรงามดังตากวางก็เปลํง เสียงออกมาด๎วยความตกใจวํา "ชํวยด๎วย กําลังถูกฆํา" สิ้นเสียง นางก็ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น ยกมือทั้งสองข๎างอันสั่นระริกขึ้นชู ไปเบื้องหน๎า แสดงอาการเจ็บปวดแสนสาหัส นางข๎าหลวงผู๎ เป็นบริวารเห็นดังนั้นก็รีบเข๎าไปประคอง พานางกลับไปตําหนัก ของนางทันที พอถึงห๎องนางมฤคางกวดีก็ล๎มลงนอนบนเตียง อยํางหมดเรี่ยวแรง และสํงเสียงครวญครางไมํขาดระยะ เมื่อ นางบริวารชํวยกันตรวจหาสาเหตุแหํงความเจ็บปวดของนางก็ แลเห็นมือของนางเต็มไปด๎วยรอยฟกช้ํา เหมือนกับดอกบัวที่ถูก ฝูงผึ้งไตํอยูคํ ลาคล่ํา นางกําลังจึงรีบไปทูลพระราชา พระเจ๎า ธรรมธวัชได๎ฟ๓งก็ตกพระทัยมาก รีบเสด็จมาดูอาการของพระ ชายาคูํพระทัย และทรงฉงนพระทัยวําเรื่องนี้เกิดขึ้นได๎อยํางไร นางยื่นหัตถ๑ให๎ดู และกลําววํา "หมํอมฉันได๎ยินเสียงครก กระเดื่องดังมาจากที่ไกล เสียงของมันทําให๎มือของหมํอมฉัน ต๎องฟกช้ําเป็นจ้ํา ๆ อยํางนี้แหละเพคะ" พระราชาทรง .

เดือดร๎อนพระทัยยิ่งนัก รีบสั่งให๎นางพนักงานไปนําเอาสีผึ้ง ผง จันทน๑หอมและโอสถชนิดตําง ๆ มาให๎นาง เพื่อใช๎บรรเทา ความเจ็บปวด พระราชารําพึงในพระทัยวํา "เรื่องนี้ชํางประหลาดยิ่ง นัก เมียคนหนึ่งของเราได๎รับบาดแผลเพราะดอกบัวตกถูกหน๎า ขา เมียคนที่สองก็ถูกรังสีพระจันทร๑ไหม๎ผิวหนัง โธํเอ๐ย ยังคนที่ สามอีกเลํา เพียงแตํได๎ยินเสียงตําข๎าวเทํานั้นก็เกิดรอยฟกช้ําที่ มือทั้งสองข๎าง นี่ต๎องเป็นเรื่องของชะตากรรมแนํเทียว จึง บันดาลให๎เกิดอาเพศถึงเพียงนี้" รําพึงฉะนี้แล๎วพระราชาก็เสด็จ ออกจากตําหนักใน เดินคิดหาเหตุผลตําง ๆ ก็ยังคิดไมํตก เวลา ลํวงไปหลายชั่วโมงพระราชาก็ไมํรสู๎ ึกพระองค๑ คงดําเนินเรื่อย อยูํ ถึงตอนเช๎าแพทย๑หลวงจึงพากันมาเฝูาดูอาการของพระ ชายาทั้งสาม และชํวยกันพยาบาลจึงอาการดีขึ้น เมื่อเวตาลผู๎เกาะอยูํบนบําของพระราชาเลําเรื่องจบ ลง ก็กลําวแกํพระราชาตริวิกรมเสนวํา "ไหนทรงเฉลยให๎ข๎า .

เข๎าใจซิวํา พระองค๑มีความเห็นวําในเรื่องนี้พระชายาองค๑ใดเป็น ผู๎แบบบางตํอการกระทบมากทีส่ ุด แตํขอให๎ทรงตระหนักไว๎วํา ข๎าได๎เตือนพระองค๑มากํอนแล๎ววํา ถ๎าพระองค๑รู๎คําตอบของ ป๓ญหานี้แล๎วยังไมํตอบ ศีรษะของพระองค๑จะแยกเป็นเสีย่ ง ๆ ตามคําสาปของข๎า" เมื่อพระเจ๎าตริวิกรมเสนได๎ฟ๓งดังนั้น ก็ตอบวํา "ข๎าไมํ เห็นจะยากตรงไหนเลย นางเทวีองค๑ที่มีความอํอนไหวมากทีส่ ุด ก็คือคนที่เพียงแตํได๎ยินเสียงครกตําข๎าวแวํวมาแตํไกล นางก็ เกิดอาการฟกช้ําดําเขียวที่หัตถ๑ของนางนํะซิ สองคนแรก อํอนไหวเพราะมีสิ่งแตะต๎องวรกายของนาง คือดอกบัวและแสง จันทร๑ แตํคนที่สามนั้นไมํมีอะไรมาแตะต๎องกายของนาง เพียงแตํแวํวเสียงมาตามลมแตํที่ไกล แม๎จะมองไมํเห็นมัน นาง ก็ได๎รับบาดแผลอันเกิดจากความอํอนไหวของนาง เป็นดังนี้ข๎า จึงเชื่อวํานางผู๎นี้แหละคือ คําตอบที่เจ๎าต๎องการจะรู๎ จริง หรือไมํ" .

"จริงสิ พระเจ๎าข๎า" เวตาลกลําวด๎วยสําเนียงเยาะหยัน ประชดประชัน แล๎วก็ละจากพระอังสาของพระราชา ลอยละ ลิ่วกลับไปสูตํ ๎นอโศกอันเป็นที่อยูํของตนทันที ทําให๎พระราชา ต๎องย๎อนกลับไปลากตัวมันมาอีก .

นิทานเรื่องที่ ๑๒ พระเจ๎าตริวิกรมเสนแสด็จกลับไปยังต๎นอโศก ดึงรําง เวตาลลงจากคบไม๎ วางไว๎บนพระอังสา แล๎วเดินย๎อนกลับไป ทางเดิม ถึงกลางทางเวตาลก็กลําวขึ้นวํา "ราชะ ข๎ารักพระองค๑ มาก รู๎ไหมวําทําไม ก็พระองค๑เป็นคนดื้อรั้นไมํยอมจํานนตํอใคร งําย ๆ นํะซิ เอาละ ข๎าจะเลํานิทานสนุก ๆ ถวายสักเรื่องหนึ่ง ให๎เป็นที่บันเทิงพระทัย ขอได๎โปรดทรงสดับเถิด" ในแคว๎นอังคะ มีพระราชหนุํมองค๑หนึ่งทรงนามวํา ยศเกตุ พระองค๑มีความงามล้ําเลิศราวกับพระกามเทพที่ ปราศจากรํางแล๎ว (พระกามเทพต๎องปราศจารําง กลายเป็น พระอนงค๑ก็เพราะวํา ไปแผลงบุษปศรต๎องพระทรวงของพระ ศิวะ เพื่อให๎พระองค๑หลงรักพระอุมาไหมวตี พระศิวะทรงพิโรธ วํากามเทพบังอาจดูหมิ่น จึงลืมพระเนตรทีส่ ามเป็นไฟกรดเผา ผลาญรํางกามเทพ จนกลายเป็นเถ๎าถํานไป กามเทพจึงไมํ รํางกายตั้งแตํนั้นเป็นต๎นมา) กลับมาปรากฏในเรือนรํางของ .

พระราชานั่นเทียว พระราชาทรงเป็นผู๎กล๎าหาญเด็ดเดี่ยว สามารถสยบศัตรูได๎ทุกแวํนแคว๎น ราวกับท๎าววัชรินทร๑ผู๎ ประหารศัตรูทั่วหน๎า โดยมีพระพฤหัสบดีเป็นที่ปรึกษาฉะนั้น พระราชายศเกตุก็เชํนเดียวกัน ทรงมียอดมนตรีผู๎หนึ่งเป็นที่ ปรึกษาข๎อราชการทั้งปวง ชื่อวําทีรฆทรรศิน ในกาลตํอมา ปรากฏวําพระราชาผู๎ทรงลุํมหลงในพระรูปโฉมของตนเองเริม่ แสวงหาแตํสิ่งที่เป็นความบันเทิงเริงรมย๑ หาความสุขให๎แกํ พระองค๑เอง และละเลยราชการแผํนดินให๎ตกอยูํในมือของมหา อํามาตย๑ทีรฆทรรศินแตํผู๎เดียว ซึ่งเขาก็ตั้งใจบริหารราชการ แผํนดินด๎วยความเอาใจใสํเป็นอยํางดีเรื่อยมา ในขณะที่ พระราชาทรงปลํอยพระองค๑ให๎เพลิดเพลินอยูํแตํในฮาเร็ม หมกมุํนอยูํกับนางบําเรอ และเสียงเพลงอันไพเราะ ไมํสนใจ ไยดีกับเสียบงทักท๎วงของผู๎ปรารถนาดีทั้งหลาย แตํผู๎ที่แบกภาระไว๎บนบําแตํผู๎เดียวก็คือทีรฆทรรศิน ซึ่งต๎องทุํมเทกําลังความสามารถทั้งหมดให๎แกํราชการแผํนดิน โดยมิรู๎จักการพักผํอน ทั้งนี้เพราะมีความจงรักภักดีตํอ .

พระราชาเป็นทีต่ ั้ง ถึงแม๎เขาจะทํางานด๎วยความซื่อสัตย๑สุจริต และเหนื่อยยากเพียงไรก็ยังมิวายมีเสียงเลําลืออันไมํเป็นมงคล วํา เขากําลังจะฮุบอํานาจในการปกครองประเทศไปจาก พระราชา และจะตั้งตัวเองเป็นกษัตริย๑ การนินทาวําร๎าย ดังกลําวนี้นับวันจะทวียิ่งขึ้นทุกที ทีรฆทรรศินจึงปรารภแกํนาง เมธาวดีผู๎เป็นภรรยาวํา "ดูกํอนเจ๎าผู๎เป็นที่รัก บัดนีพ ้ ระราชาทรงมัวเมา เพลิดเพลินอยูํแตํกามสุขอยํางเดียว ข๎าต๎องรับภาระบริหาร ราชการแผํนดินด๎วยความเหน็ดเหนื่อยเหลือประมาณ แม๎ กระนั้นก็ยังมีผู๎อิจฉาตาร๎อนพากันประโคมขําวใสํความวําข๎า กําลังคิกบฎตํอราชบัลลังก๑ คํากลําวอันไร๎สัจจะนีไ้ ด๎ทิ่มแทง หัวใจของข๎าให๎เจ็บแปลบ เชํนเดียวกับมหาบุรุษและรัฐบุรุษ ทั้งหลายต๎องถูกทิ่มตําให๎ทนทุกข๑มาแล๎ว ก็เรื่องนินทาฉาวโฉํ อยํางนี้ใชํไหมเลําที่ทําให๎พระรามต๎องเนรเทศพระแมํเจ๎าสีดาไป โดยนางหาความผิดมิได๎ ก็ในกรณีของข๎านี้จะให๎ข๎าทําอยํางไร เลํา" .

เมื่อได๎ยินสามีกลําวดังนี้ นางเมธาวดีผู๎เป็นปดิวรัดา (หญิงผู๎จงรักภักดีตํอสามี) ก็กลําวปลอบโยนวํา "ถ๎าจะแก๎ปญ ๓ หา นี้ ทํานพี่ก็ควรจะทูลลาพระเจ๎าแผํนดิน โดยอ๎างวําจะไปบําเพ็ญ บุณยยาตรานมัสการสถานที่ศักดิ์สทิ ธิ์ เชํน ตีรถะ (แปลวํา ฝ๓่ง น้ํา หมายถึงทําน้ําอันศักดิ์สิทธิ์ เพราะมีแมํน้ําศักดิส์ ิทธิ์ไหลผําน และมีเทวาลัยตั้งอยูํ ผู๎ใดอาบน้ํา ณ ทําดังกลําวนี้และกระทํา การบูชาเทวรูปในเทวาลัย จะได๎รบั ผลบุญบริสุทธิ์ ตีรถะ ดังกลําวมีเรียงรายอยูํริมแมํน้ําศักดิ์สิทธิ์ เชํน แมํน้ําสรัสวดี แมํน้ําคงคา และอื่น ๆ เป็นต๎น) ตําง ๆ พระราชาก็คงไมํอาจจะ ห๎ามทํานได๎ เมื่อเป็นดังนี้แล๎วไซร๎ โอ๎ทํานมหาตมัน (ผู๎มีอาตมัน ใหญํ หมายถึง ผู๎มีใจบริสุทธิ์ยิ่งใหญํ หรือผูม๎ ีใจสูง เพราะ อาตมันที่อยูํในใจนั้นเป็นสิ่งอมตะชั่วนิรันดร๑) ทํานจงถือโอกาส ทํองเที่ยวไปยังดินแดนตํางประเทศเป็นการพักผํอนจิตใจของ ทํานเสียบ๎าง จะทําให๎ทํานรู๎สึกวําดวงจิตของทํานได๎ถูก ปลดปลํอยเป็นอิสระ ไมํต๎องกังวลเรื่องหน๎าที่การงานอีกตํอไป และในเวลาที่บ๎านเมืองปราศจากทํานนี้ พระราชาก็จะต๎องแบก .

ภาระเองทุกสิ่งทุกอยําง และจะคํอยสํานึกพระองค๑เองทีละ น๎อย ๆ จนถึงที่สุดทรงกลับเป็นพระราชาที่ดีตามเดิม เมื่อถึง เวลาที่ทํานพี่กลับมาจะได๎ทํางานโดยสะดวกใจ ไมํต๎องถูกคน นินทาวําร๎ายอีกตํอไป" เมื่อได๎ฟ๓งภริยากลําวดังนี้ ทีรฆทรรศิน ก็ตกลงและ กลําววํา "ข๎าจะทําดังนั้น" และเข๎าไปเผ๎าพระราชายศเกตุในวัง กราบทูลวํา "ข๎าบาทขอทูลลาไปบําเพ็ญบุญกิรยิ าตามเทวสถานตําง ๆ เพราะข๎าบาทมีความเห็นวํา ถึงเวลาอันสมควรแล๎วที่จะต๎อง สร๎างสมผลบุญทางพระศาสนาเสียที ช๎าไปก็อาจจะไมํมีโอกาส เพราะข๎าบาทอาจจะตายเสียกํอนก็ได๎ ขอทรงอนุญาตด๎วยเถิด" เมื่อพระราชาได๎ดังนั้นก็ตกพระทัย ตรัสวํา "เจ๎าทํา อยํางนั้นนะ เจ๎าไมํจําเป็นจะต๎องเดินทางไปยังตีรถะตําง ๆ ก็ได๎ นี่นา จะบําเพ็ญบุญอยูํที่บ๎านเฉย ๆ ก็ได๎ อนึ่งเทวาลัยตําง ๆ ใน .

เมืองเราก็ถมเถไป เจ๎าจะต๎องเสียเวลาเดินทางไปนอกประเทศ ให๎เหนื่อยยากทําไม การทําบุญไมํเลือกวําที่ไหน ๆ ก็ทําให๎คน ขึ้นสวรรค๑ได๎ทั้งนั้น" ทีรฆทรรศินได๎ฟ๓งก็กราบทูลวํา "โอ ราชะ ผลบุญที่ เกิดจากการให๎ทรัพย๑ แม๎จะมากหลายเพียงไรก็ไมํอาจจะนับวํา เป็นผลบุญอันสูงสุดได๎ เพราะมิได๎ยังให๎เกิดศรัทธาวิสุทธ๑ได๎ การ ธุดงค๑ไปยังตีรถะตําง ๆ และลงอาบน้ําอันศักดิ์สิทธิ์หน๎าเทวาลัย นั่นตํางหากที่นับวําเป็นบุญบริสุทธิ์ที่แท๎จริง โอ อารยบุตร ขึ้น ชื่อวํา การธุดงค๑ไปยังตีรถะตําง ๆ นั้นพึงกระทําแตํวัยหนุํม เพราะใครเลยจะรูไ๎ ด๎วํามฤตยูจะมาถึงตนเมื่อใด บุคคลไมํพึง ประมาทตํอกิจอันจําเป็นที่จะต๎องทํามิใชํหรือ ขอทรงโปรด อนุญาตข๎าพระบาทเถิด" ขณะที่พระราชากําลังโต๎ตอบอยูํกับมหามนตรีนั้น ก็ พอดีมหาดเล็กคนหนึ่งเข๎ามาขัดจังหวะกราบทูลวํา "พระอาญา .

ไมํพ๎นเกล๎า โอ พระนฤเบศร บัดนีพ้ ระสูรยาทิตย๑กาํ ลังคล๎อย ต่ําลงแล๎ว ได๎เวลาบูชาเทวะแล๎วพระเจ๎าข๎า" พระราชาได๎ฟ๓งก็รีบลุกจากพระราชอาสน๑ เสด็จ เข๎าข๎างในเพื่อลงสรงทันที เป็นโอกาสให๎ทีรฆทรรศินรีบออก จากตําหนักกลับไปบ๎านของตน เมือ่ กลับมาถึงบ๎านแล๎วก็รีบ เปลี่ยนเครื่องแตํงตัว เพื่อจะไปกระทําบุณยยาตราและห๎าม ภริยามิให๎ติดตามไป การเดินทางถูกปิดเป็นความลับ มิให๎คนรับ ใช๎และใคร ๆ ลํวงรู๎ เขามุํงหน๎าเดินทางไปยังแวํนแคว๎นตําง ๆ ตามลําดับ ได๎บําเพ็ญบุญตามตีรถะสําคัญ ๆ โดยทั่วถึง ในที่สุด ก็เดินทางมาถึงแคว๎นปาณฑระ นครหลวงของแคว๎นนนี้อยูํริม ทะเล ทีรฆทรรศินได๎เข๎าไปบูชาพระศิวะในเทวาลัย ณ ที่นั้น เสร็จแล๎วออกมานั่งพักอยูํที่ลานภายนอก ขณะนั้นมีวาณิชผู๎ หนึ่งขื่อนิธิทัตต๑ เข๎ามานมัสการเทวรูปพระมหาเทพ (ชื่อหนึ่งขอ พระศิวะ หรือพระอิศวร) เชํนเดียวกัน นายวาณิชแลเห็น ทีรฆทรรศินนั่งอยูํที่ลานหินแตํลําพัง มีทําทางอิดโรยเพราะ แสงอาทิตย๑ที่ร๎อนแรงแลเหน็ดเหนือ่ ยจากการเดินทางไกล ก็มี .

ใจเมตตาเพราะผู๎ที่แลเห็นนั้นเป็นพราหมณ๑ เพราะสวมสายยุช โญปวีต (เส๎นด๎ายศักดิ์สิทธิ์ที่พราหมณ๑สวมเฉวียงบํา แสดงวํา เกิดครั้งที่ ๒ คือ เกิดในศาสนา) และมีเครื่องหมายบางประการ แสดงให๎รู๎วําเป็นพราหมณ๑ผู๎สูงสํง ก็เข๎าไปทักทายและเชิญมา บ๎านของตนด๎วยใจอารี ให๎อาบน้ําและรับประทานอาหาร ตลอดจนเครื่องดื่มอันแสดงถึงฐานะอันมั่งคั่งของผู๎เป็นเจ๎าของ บ๎านเป็นอยํางดี เสร็จแล๎วก็สนทนาปราศรัยผู๎เป็นแขกวํา "ทําน เป็นใคร มาจากไหน และกําลังจะไปที่ใด" มหามนตรีจึงตอบวํา "ตัวข๎าเป็นพราหมณ๑ชื่อ ทีรฆทรรศิน ข๎าเดินทางมาจาก แคว๎นอังตคะ เพื่อทําบุญยจาริกไปในที่ตําง ๆ " เมื่อได๎ฟ๓งดังนั้น ไวศยบดี (เจ๎าแหํงไวศยะ หมายถึง หัวหน๎าพํอค๎า) ผู๎ชื่อนิธิทัตต๑ ก็กลําววํา "ข๎ากําลังเตรียมจะออกเดินทางไปค๎าขายที่สุวรรณทวีป (เกาะทอง หมายถึงดินแดนแหลมอินโดนีเซีย) ฉะนั้นทําน .

จะต๎องพักอยูํที่บ๎านข๎ากํอน จนกวําข๎าจะกลับ เมื่อหายเหน็ด เหนื่อยเมื่อยล๎าจากการจาริกครั้งนี้แล๎วจึงคํอยกลับบ๎านเถิด" ทีรฆทรรศินได๎ยินจึงกลําววํา "ทําไมข๎าจะต๎องเฝูาบ๎านอยูํที่นี่ เสียเวลาเปลํา ๆ ข๎าจะ เดินทางไปกับทํานนั่นแหละ ทํานมหาไวศยะ ถ๎าทํานไมํขดั ข๎อง ที่จะพาข๎าไปด๎วย" หัวหน๎าพํอค๎าได๎ฟ๓งก็ยิ้ม ตอบตกลงทันที มหามนตรี ได๎รับอนุญาตก็ดีใจ เตรียมของใช๎สํวนตัวไว๎พร๎อมแล๎ว ก็ออก เดินทางไปกับกองคาราวานของนิธิทัตต๑ ขบวนคาราวานมาถึง ริมทะเลก็จัดแจงขนสินค๎าลงเรือ และแลํนออกสูํทะเลกว๎าง รอนแรมไปในมหาสมุทรนับเดือน ในที่สุดก็เดินทางมาถึง สุวรรณทวี ทีรฆทรรศินมองดูบ๎านเรือนหอห๎างร๎านค๎าอัน จ๎อกแจ๎กจอแจด๎วยความตื่นใจและออกทํองเที่ยวเตร็ดเตรํใน เมืองนั้นหลายวัน จนกระทั่งนิธิทั้ตต๑ขายสินค๎าเสร็จและซื้อ .

สินค๎ากลับบ๎าน เรือของสมุทรวาณิชก็ออกจากทํารอนแรมมา ในทะเลตามเส๎นทางเดิม ขณะที่เรือแลํนมาในมหาสาคร วัน หนึ่งทีรฆทรรศินแลไปในทะเล เห็นลูกคลื่นใหญํพุํงขึ้นไปใน อากาศ มีต๎นกัลปพฤกษ๑ (ต๎นไม๎สารพัดนึก เป็นต๎นไม๎สวรรค๑ อยํางหนึ่งในจํานวน ๔ อยําง คือ กัลปพฤกษ๑ ปาริชาติ มณฑารพ (หรือมณฑา) และสันตานะ) ชูต๎นและกิ่งก๎านเป็น ทองระยิบระยับ มีแก๎วประพาล (ปะการังสีแดง) เกาะอยูํตาม กิ่งแพรวพราว ต๎นไม๎ตั้นมีดอกและผลเป็นเพชรพลอยหลากสี สวยงามยิ่งนัก บนกิ่งของต๎นไม๎มรี าํ งของนางงามอันหาที่เปรียบ มิได๎เอนรํางนอนอยูํบนรัตบรรยงก๑ (แทํนแก๎ว) อันงามวิจิตร ปรากฎการณ๑อันประหลาดนี้ทําให๎มหามนตรีพิศวงอยูํในใจวํา "พระชํวย นี่มันอะไรกัน" ทันใดนั้นนางงามผู๎มีพิณอยูํในหัตถ๑ก็เริ่มขับลํานํา เพลงเจื้อยแจ๎ว มีเนื้อร๎องวํา "ใครก็ตามที่สร๎างสมบุญไว๎ในชาติ ปางกํอน มาถึงชาตินี้ก็ยํอมได๎แสวงผลบุญของตนอยํางไมํมีที่ สงสัย เพราะชะตากรรมใดเลําจะมาเปลีย่ นแปลงให๎เป็นอื่นได๎" .

พอร๎องเพลงจบ นางโฉงงามก็กลับจมหายไปในทะเล พร๎อมด๎วยต๎นกัลปพฤกษ๑และมัญจาสนะ (เตียงนอน) ที่นาง นอน ทีรฆทรรศินประสบเหตุการณ๑ประหลาดอัศจรรย๑ดังนั้น ก็ รําพึงแกํตัวเองวํา "วันนี้เราได๎ประจักษ๑ภาพอันประหลาดเหลือเชื่อจริง หนอ ใครเลําจะเคยคิดฝ๓นบ๎างวํา มีต๎นกัลปพฤกษ๑และนาง เทพธิดาอยูํในทะเล ปรากฏอยูํประเดี๋ยวเดียวก็หายไป หรือวํานี่ คือเหตุการณ๑อยํางเดียวกับที่เกิดขึน้ ในกูรมาวตาร (นารายณ อวตาร ปางที่ ๒ พระนารายณ๑อวตารลงมาเกิดเป็นเตําใหญํ รองรับภูเขามันทรตอนกวนน้ําทิพย๑ กํอนจะกวนได๎สําเร็จมีของ วิเศษผุดขึ้นมาจากทะเล ๑๔ อยําง ในจํานวนนี้มีต๎นปาริชาติ พระลักษมี และพระจันทร๑ รวมอยูดํ ๎วย) ซึ่งในคราวกวนน้ําทิพย๑ ครั้งนั้น พระลักษมี พระจันทร๑ ต๎นปาริชาติ และของวิเศษตําง ๆ มิได๎ผุดขึ้นยมาจากทะเลหรอกหรือ" .

บรรดาลูกเรือแลเห็นทีรฆทรรศินแสดงอาการงงงวย เชํนนั้นก็กลําววํา "ทํานประหลาดใจนักหรือ ความจริงก็นํา ประหลาดดอก เพราะทํานเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก แตํพวกเรา เคยเห็นเสียจนชินแล๎วจึงไมํรู๎สึกตืน่ เต๎นอะไร" นี่คือถ๎อยคําที่เหลํากะลาสีกลําวแกํมนตรีหนุํม แตํ พราหมณ๑หนุํมก็ยังครุํนคิดอยูไํ มํหาย จวบจนเรือสินค๎าแลํนมา เทียบทําที่เมืองเดิม บรรดาลูกเรือตํางก็ขนข๎าวของลงจากเรือ เป็นจ๎าละหวั่น พอมาถึงบ๎านพํอค๎าทีรฆทรรศินก็กลําวแกํ หัวหน๎าพํอค๎าวํา "ดูกํอนไวศยบดี บัดนี้การเดินทางก็ได๎สิ้นสุดลงแล๎ว ข๎า รู๎สึกขอบคุณทํานเป็นอยํางยิ่ง เห็นทีข๎าจะต๎องอําลาทํานไปกํอน จงอยูํเย็นเป็นสุขเถิด" ธนทัตต๑ได๎ฟ๓งก็อาลัยไมํอยากจะให๎ไป แตํเห็นวําไมํมี ประโยชน๑อะไรที่จะพยายามหนํวงเหนี่ยวไว๎อีก จึงยอมให๎มนตรี .

หนุํมจากไป ทีรฆทรรศินก็ออกเดินทางผํานแวํนแคว๎นตําง ๆ ตามทางที่เคยผํานมา ในที่สดุ ก็บรรลุถึงแคว๎นอังคะอันเป็นบ๎าน ของตน ฝุายจารบุรุษที่พระราชายศเกตุสํงไปสอดแนม ทีรฆทรรศิน แลเห็นอัครมนตรีเดินทาบงกลับมาและกําลังจะ ผํานประตูเมืองเข๎ามาก็รีบนําขําวไปทูลพระราชา พระราชาผู๎มี ความทุกข๑เพราะการจากไปของเสวกามาตย๑ตัวโปรดก็รีบเสด็จ ออกไปต๎อนรับถึงนอกเมือง ทรงทักทายและสวมกอด ทีรฆทรรศินด๎วยความรัก และรีบพาเข๎าวัง ไมํทันที่เขาจะได๎ พักผํอนเพราะความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทาง ทรงตัดพ๎อวํา "เจ๎าชํางใจร๎ายนี่กระไร ทิ้งข๎าได๎ลงคอเหมือนคนไมํมี หัวใจ นึกจะไปก็ไปงําย ๆ ปุบป๓บก็เกิดอยากจะไปธุดงค๑โดย กะทันหัน นี่คงเป็นชะตาลิขติ ที่พระพรหมธาดากําหนดไว๎เป็น แนํแท๎กระมัง เอาเถอะไหนลองบอกข๎ามาซิวํา เจ๎าไปถึงไหน และได๎พบได๎เห็นอะไรแปลกบ๎าง" .

ทีรฆทรรศินได๎ฟ๓งก็เลําเรื่องทูลพระราชาตั้งแตํต๎นจน จบ ตลอดจนเรื่องที่เดินทางกลับจากสุวรรณทวีป และได๎เห็น นางทิพย๑ผุดขึ้นมาจากท๎องทะเล มีความงามเลอเลิศยิ่งกวํานาง ใดในโลกทั้งสาม และมัญจาสนะของนางบนกิ่งของต๎น กัลปพฤกษ๑นั้นเลําก็วิจติ รตระการตาสุดที่จะบรรยาย แตํได๎ชม ไมํถึงอึดใจนางก็หายกลับลงไปใต๎ทะเลอีก ทันทีที่พระราชาฟ๓งจบ ก็บังเกิดความหลงใหลใฝุฝ๓น อยากจะได๎เห็นนางเป็นกําลัง ทรงรุํมร๎อนพระทัยด๎วยความรัก จนคิดวําราชอาณาจักรและชีวิตของพระองค๑หมดความหมาย ลงทันทีถ๎ามิได๎นางเชยชมสมพระทัย พระราชาทรงจับมือมนตรี ไว๎ ละล่ําละลักวํา "ข๎าจะต๎องได๎เห็นนางยอดดวงใจนั้นให๎ได๎ มิฉะนั้นข๎าคง ตายแนํ ๆ ข๎าเดินทางไปพบนางโดยทางที่เจ๎าบอกข๎า และใน กรณีนี้ข๎าจะไปคนเดียวเจ๎าไมํต๎องไปด๎วย ข๎าจะมอบราชการทั้ง .

ปวงให๎เจ๎าดูแล จงอยําขัดคําสั่งของข๎า มิฉะนั้นมฤตยูจะไป เยือนเจ๎าถึงบ๎านทีเดียว" ตรัสดังนั้นแล๎ว โดยมิให๎โอกาสมนตรีของพระองค๑ได๎ อ๎าปากตอบแตํประการใด พระราชาก็รีบสํงมนตรีกลับไปบ๎าน ของตนเพื่อพบปะญาติมติ รที่มาคอยต๎อนรับอยูํ แตํเมื่อกลับไป ถึงบ๎านและพักผํอนแล๎วทีรฆทรรศินก็ยังหาได๎มคี วามสงบใจไมํ ก็มนตรีที่ไหนเลําจะมีความสุขอยูํได๎ในเมื่อเจ๎านายของตนต๎อง เดือดร๎อนใจเพราะไฟพิศวาสเผาผลาญเชํนนั้น คืนวันรุํงขึ้นพระราชายศเกตุออกเดินทาง ทรงปลอม พระองค๑เป็นโยคี และทรงมั่นพระทัยวําได๎มอบราชกิจทั้งปวงไว๎ ในมือของมหามนตรีเรียบร๎อยแล๎ว ขณะที่เดินทางไปนั้นทรงพบ โยคีชื่อ กุศนาภ ในระหวํางทางจึงเข๎าไปกระทําความเคารพ อยํางนอบน๎อม พระโยคีแลเห็นก็ยมิ้ กลําวปราศรัยแกํนักบวช ปลอมวํา .

"ข๎ารู๎วําทํานจะไปไหน แตํหนทางที่จะไปนั้นมิใชํงําย จง มีความกล๎าหาญและอดทนเถิด จากนี้ไปถึงฝ๓่งทะเลจะมีเรือ พํอค๎าวาณิชจอดอยูํจงลงเรือไปสุวรรณทวีป วาณิชที่เป็น เจ๎าของเรือมีชื่อวําลักษมีทตั ต๑ เรือของเขาจะต๎องแลํนผํานทะเล ที่มีนางทิพย๑ปรากฏ ถ๎าทํานโชคดีก็อาจจะมีโอกาสได๎พบนางดัง ใฝุฝ๓น ขอให๎โชคดีเถิด" ถ๎อยคําของตป๓สวิน(ผู๎มตี บะ หมายถึง ฤษี หรือโยคี) ทําให๎พระราชาเกิดกําลังใจขึ้นเป็นอันมาก ทรงกระทําอัญชลี แล๎วเดินทางตํอไป หลังจากทีผ่ ํานแมํน้ําหลายสายและภูเขา หลายลูกแล๎วในที่สดุ ก็มาถึงฝ๓่งทะเล ได๎พบคนมากหน๎าหลายตา เดินขวักไขวํอยูํที่ทําจอดเรือ พระราชาทรงไตํถามชาวเรือ ณ ที่ นั้น จนได๎พบลักษมีทัตต๑ผู๎ซึ่งโยคีแนะนํามา กําลังจะออกเรือไป สุวรรณทวีป ลักษมีทตั ต๑แลดูพระราชา เห็นมีลักษณะผิดจาก คนทั่วไป กลําวคือมีลายกงจักรอยูทํ ี่รอยเท๎าและลักษณะตําง ๆ แสดงวรรณะของกษัตริย๑ก็มีความสนใจอนุญาตให๎โยคีจําแลง โดยสารเรือไปด๎วย เรือของวาณิชแลํนฝุาฟ๓นคลื่นลมไปจนถึง .

สะดือทะเล ก็มีนางงามโผลํขึ้นมาจากน้ําโดยนั่งบนกิ่งของต๎น กัลปพฤาษ๑ พระราชารู๎สึกตื่นเต๎นตํอภาพที่แลเห็นเฉพาะหน๎า จนตะชึตะไล อ๎าปากค๎าง ราวกับนกจักโกระ (นกเขาไฟผู๎เสพ แสงจันทร๑เป็นอาหาร) ที่เพํงดูแสงจันทร๑ฉะนั้น ขณะนั้น นางก็ เริ่มขับร๎องด๎วยน้ําเสียงอันอํอนหวานประสานกับเสียงพิณที่นาง ดีดด๎วยทํวงทําอันเป็นเสนํห๑จับใจยิง่ นัก บทเพลงที่นางขับมีเนื้อ ร๎องวํา "คนที่กระทํากรรมอันใดไว๎ในชาติกํอน ยํอมไมํมีข๎อ สงสัยเลยวํา เขาจะต๎องเสวยผลแหํงกรรมในชาตินี้ ชะตากรรม ของเขายํอมเที่ยงแท๎แนํนอนไมํมีวนผันเป็นอื่น ฉะนั้นบุคคลใด ที่เกิดมาไมํวําที่ใดสถานใด จะหลีกหนีพรหมลิขิตของตนหาได๎ ไมํ" พระราชาได๎ฟ๓งนางขับร๎องด๎วยเนื้อเพลงนี้ ทรงรู๎สึก เคลิ้มตาม และมีหัวใจอันแหลกสลายเพราะความรัก ทรงหยุด นิ่งมิได๎แสดงอาการเคลื่อนไหว พระเนตรจ๎องเหมํอที่นางอยําง .

ไมํกะพริบ ครั้นแล๎วก็รู๎สึกทรงโค๎งพระเศียรลงตํอแสดงความ คารวะตํอมหาสมุทรอันไพศาล และกลําวถ๎อยคําตํอไปนี้ "ข๎าแตํพระสมุทรคงคาอันเป็นรัตนากร (ที่เกิดแหํง รัตนะ หมายถึง มหาสมุทร) ของโลก ผู๎ทรงความลึกซึ้งดื่มด่ําจน สุดที่จะหยั่งได๎ ทํานได๎ซํอนเร๎นนางอัปสรสมุทรนี้ไว๎โดยยื้อยุด หฤทัยขององค๑พระวิษณุไว๎ให๎เหินหํางจากองค๑พระลักษมี ด๎วย ประการฉะนี้แล ข๎าขอทอดตัวเองให๎อยูํในความพิทักษ๑ของทําน โอ๎สมุทรเทพผู๎เป็นที่พึ่งของราชะเยี่ยงข๎านี้ ขอได๎โปรดประทาน พรให๎ข๎าสมปรารถนาด๎วยเถิด" ขณะที่พระราชาทรงกลําวถ๎อยคํานี้ นางโฉมงามก็ คํอยอันตรธานตนหายไปจากท๎องทะเล พร๎อมกับต๎น กัลปพฤกษ๑ พอพระราชาแลเห็นดังนั้น ก็รีบกระโจนลงสูํทะเล ติดตามนางไป เหมือนกับจะขอให๎น้ําทะเลชํวยขจัดเปลวไฟ เสนํหาในพระอุระให๎บรรเทาลง .

เมื่อไวศยบดีลักษมีทัตต๑ แลเห็นเหตุการณ๑เกิดขึ้น เชํนนั้น ก็ตกใจเป็นอันมาก คิดวําพระราชาสิ้นชีวิตแล๎ว มีความ โศกเศร๎ายิ่งนัก ว๎าวุํนด๎วยความวิตกแทบวําจะฆําตัวตาย แตํ ทันใดมีเสียงดังมาจากสวรรค๑วํา "ไวศยะเจ๎าอยําทําโงํ ๆ หนํอย เลย พระราชาหาได๎เป็นอันตรายไมํ ถึงแม๎พระองค๑จะจมหายลง ในทะเล พระราชายศเกตุผู๎นี้ซึ่งปลอมรํางเป็นโยคีเพื่อติดตาม หานางนั้น ความจริงทั้งพระองค๑และนางตํางก็เคยเป็นสามี ภรรยากันมาแตํชาติกํอน เมื่อได๎นางสมปรารถนาแล๎ว พระองค๑ ก็จะกลับคืนบ๎านเมืองของพระองค๑เอง" เมื่อลักษมีทัตต๑ได๎ยินเสียงสวรรค๑บันลือเชํนนั้นก็หาย วิตก ให๎เรือแลํนตํอไปยังสุวรรณทวีปอันเป็นที่หมาย ฝุายพระราชายศเกตุ เมื่อโจนลงทะเลไปนั้น ชั่วอึด ใจหนึ่งก็ลงมาถึงก๎นสมุทร ทันใดก็ประสบภาพนครอันงามวิจิตร ตั้งอยูํเบื้องหน๎าเป็นที่มหัศจรรย๑ยิ่งนัก นครนั้นสวํางรุํงเรืองด๎วย ปราสาทราชวัง อันมีเสาทําด๎วยรัตนมณีสีตําง ๆ เป็นประกาย .

ระยิบระยับ มีหลังคาอันดาษด๎วยทองศฤงคีทอแสงวูบวาบลัง เมลือง หน๎าตํางทุกบานก็ประดับด๎วยไขํมุกขาวปลั่งเป็น สายสร๎อยห๎อยระย๎า ใกล๎ ๆ กับปราสาทมีสวนขวัญอันสะพรั่ง ด๎วยดอกไม๎นานาพรรณ แลสระน้าํ อันมีน้ําใสปานแก๎ว บันได ทําน้ําประดับด๎วยมณีหลากสี บนฝ๓่งเลําก็เรียงรายไปด๎วยต๎น กัลปพฤกษ๑อันมีกิ่งก๎านเป็นอําพันสีน้ําผึ้ง เมื่อพระราชาทรงเปิด ประตูแก๎วเข๎าไปในปราสาท ทอดพระเนตรเห็นตั่งทองอัน แกะสลักอยํางประณีตบรรจง บนตั่งนั้นมีรํางมนุษย๑ผู๎หนึ่งนอน เหยียดยาว มีผ๎าแพรปิดหน๎าอยูํ พระราชาทรงประหลาด พระทัยไมํทราบวําเป็นรํางใคร ด๎วยความใครํรู๎จึงเปิดผ๎าที่คลุม ออก ก็จําได๎ทันทีวํานางคือสตรีที่พระองค๑ใฝุฝ๓นนั่นเอง นางมีวง พักตร๑อันงามปลั่งดั่งสมบูรณจันทร๑ หาที่ตําหนิมิได๎ ทันทีที่ผ๎า คลุมรํางสีดําตกลง ภาพของนางก็เฉิดฉายปรากฏขึ้นประหนึ่ง ดวงศศีที่งามปลั่งในราตรี ทันทีที่พระราชาทอดพระเนตรเห็นนาง พระองค๑ก็มี พระทัยแชํมชื่นขึ้นทันที ประหนึ่งวํา บุรุษที่เดิน .

กระเซอะกระเซิงมาในทะเลทรายในเวลากลางวันที่ร๎อนระอุ ด๎วยแดดที่แผดเผาอยํางแรงกล๎า และได๎พบแมํน้ําโดยบังเอิญ ทันใดนั้นนางก็เปิดเปลือกตาขึ้น แลไปเห็นพระราชาผู๎ ประกอบด๎วยบุรุษลักษณ๑อันงามสงํา ก็รีบลุกขึ้นจากแทํนด๎วย ความดีใจ กระทําการต๎อนรับด๎วยทําทางอันละมุนละมํอม และ กลําวด๎วยความขวยเขินวํา "อภัยเถิด ข๎าอยากรู๎วําทํานเป็นใคร เหตุใดจึงลงมาถึงที่อันอยูํก๎นบึ้งของบาดาลนี้ อันใคร ๆ ยากจะ ลงมาถึง และทําไมทํานผู๎ประกอบด๎วยกษัตริยลักษณะจึงปลอม ตัวมาโดยเพศโยคี โปรดตรัสเถิดวําพระองค๑มีพระประสงค๑สิ่งใด จึงมาหาข๎าถึงที่นี่" เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งคําของนางจึงตอบวํา "แมํโฉมงาม ข๎าเป็นราชาแหํงแคว๎นอังคะ มีชื่อวํายศเกตุ ที่ข๎ามานี่กเ็ พราะข๎า ได๎ทราบขําวจากสหายที่ข๎าเชื่อถือ วําเจ๎าจะปรากฏรํางขึ้นจาก น้ําทะเลทุกวัน ดังนั้นข๎าจึงปลอมตัวเป็นโยคีมาสืบเรื่องของเจ๎า รู๎ไหมวําข๎าต๎องสละราไชสวรรย๑ ติดตามเจ๎ามาจนได๎เห็นหน๎า .

เจ๎า และโจนลงทะเลโดยไมํอาลัยแกํชีวิต เจ๎าจะบอกได๎ไหมวํา เจ๎าคือใคร" นางได๎ฟ๓งคําของพระราชาก็ทูลตอบด๎วยความรูส๎ ึกที่ กระอักกระอํวนครึ่งอดสูและปลาบปลื้มในใจวํา "โอ ราชะ ขอจงทรงทราบเถิด เมืองนี้เป็นของ พระราชาแหํงวิทยาธร ชื่อ มฤคางกเสน ตัวข๎าเป็นลูกของ พระราชาผู๎นั้น มีชื่อ มฤคางกวดี บิดาของข๎ามีความจําเป็น บางอยํางต๎องละทิ้งบ๎านเมืองและตัวข๎าไป ทําให๎ข๎าต๎องอยูํโดด เดี่ยวด๎วยความเหงาหงอย ข๎าทนความเปลําเปลีย่ วไมํไหว จึง ต๎องขึ้นมาจากทะเลพร๎อมด๎วยต๎นกัลปพฤกษ๑และพิณงาม นั่ง ขับเพลงให๎หายเหงาไปวันหนึ่ง ๆ " เมื่อนางได๎กลําวดังนี้ วีรกษัตริย๑กก็ ลําวปลอบโยน ด๎วยความสงสาร ทําให๎นางแชํมชืน้ ขึ้น นางสนองตอบด๎วยอา .

กับปกิริยาอันแสดงความเสนํหาอยํางทํวมท๎น และให๎สญ ั ญาวํา นางจะยอมเป็นชายาของพระองค๑โดยมีเงื่อนไขวํา "โอ บดินทร๑ ข๎าขอให๎พระองค๑อนุญาตให๎ข๎าลาจากไป เดือนละสี่วันทุก ๆ เดือน คือวันสิบสี่ค่ําและแปดค่าํ ทั้งข๎างขึ้น และข๎างแรม ข๎าคงจะไมํได๎อยูปํ รนนิบัติพระองค๑ตามวัน ดังกลําวนั้น โปรดอยําทรงบังคับให๎ข๎าน๎อยต๎องตอบวําไปไหน หรือยําได๎ทรงห๎ามข๎ามิให๎ไปเลย" เมื่อนางทิพย๑ได๎กลําวถ๎อยคําอันเป็นเงื่อนไขดังนี้ พระราชาก็ตรัสตกลง และทรงวิวาห๑กับนางโดยแบบคานธรรพ วิวาหะ(การแตํงงานโดยฝุายชาย และฝุายหญิง ยินยอมได๎เสีย กันเอง) วันหนึ่ง ขณะที่พระราชากําลังเสพสุขสําราญด๎วยนาง มฤคางกวดี นางได๎กลําวกําชับวํา .

"ยอดรัก ข๎าขอเตือนพระองค๑วําวันนี้เป็นวันแรมสิบสี่ ค่ํา ข๎าจะต๎องจากไปด๎วยกิจสําคัญอยํางหนึ่งตามที่ทูลไว๎แล๎ว ขอให๎พระองค๑ประทับอยูํที่นี่อยําออกไปไหน และระหวํางที่ ประทับรออยูํนี้ อยําได๎เสด็จเข๎าไปในพลับพลาแก๎วนั้นเป็นอัน ขาด โอ สวามิน ถ๎าพระองค๑เข๎าไปในพลับพลาแก๎ว ก็จะเจอ ทะเลสาบแหํงหนึ่ง พระองค๑จะตกลงไปในนั้นและจะต๎อง กลับคืนไปสูํโลกมนุษย๑อีก" เมื่อกลําวจบนางก็อําลาออกเดิน จากนครไป แตํพระราชามิได๎ทําตามคําของนาง ทรงถือขรร คาวุธยํองติดตามนางไปอยํางลับ ๆ โดยหวังจะสืบหาสาเหตุ แหํงพฤติกรรมของนางให๎จงได๎ เมื่อตามนางไปมิชาก็แลเห็นราษสตนหนึ่ง เดินตรง เข๎ามาหานางด๎วยทํวงทําอันดุร๎าย มีปากอ๎าแสยะแลเห็นฟ๓นอัน แหลมคมนําสะพรึงกลัวเรียงรายเป็นแถว มันรองคํารามกึกก๎อง และคว๎ารํางนางยัดใสํปากกลืนหายลงไปในคอทันที พระราชา แลเห็นดังนั้นก็ตกตะลึง เมื่อได๎สติก็รีบชักดาบออกจากฝ๓ก ปราดเข๎าหารากษสนั้นด๎วยความโกรธสุดขีด และฟ๓นคอของมัน .

ขาดกระเด็นไป เลือดพรั่งพรูราวกับน้ํา รํางอันใหญํโตล๎มฮวบ ลงขาดใจตาย ทันใดรํางนางมฤคางกวดีก็ปรากฏออกมา พระราชาทรงประคองนางไว๎ด๎วยความตื่นเต๎นและเต็มตื้นไป ด๎วยความดีพระทัย ละล่าํ ละลักถามวํา "ที่รักของข๎า นี่มันเรื่อง อะไรกัน ข๎าฝ๓นไปหรือวําที่นี่เป็นเพียงภาพมายาเทํานั้น" เมื่อถูกพระราชาถามดังนี้ นางวิทยาธรี (วิทยาธร ผู๎หญิง) ก็รําลึกถึงเหตุการณ๑ขึ้นมาได๎ จึงทูลเลําความจริงวํา "โอ นฤเบศร ทรงฟ๓งเถิด นี่มิใชํความฝ๓นและมิใชํ มายาดอก แตํเป็นคําสาปที่เกิดจากบิดาของข๎าเอง ผู๎เป็นราชา แหํงวิทยาธรทั้งหลาย เดิมทีเดียวทํานพํอเคยครองนครนี้อยูํ ถึงแม๎จะมีโอรสหลายองค๑ แตํก็ทรงรักข๎ายิ่งกวําใคร ๆ ขนาด ที่วําวันไหนไมํเจอหน๎าข๎า พระองค๑จะไมํยอมเสวยเป็นอันขาด แตํข๎าเป็นผู๎ทมี่ ีความภักดีในองค๑พระศิวะ ข๎าต๎องมาทําพิธีบูชา พระองค๑ ณ ที่นี้ อันเป็นที่สงัดปราศจากผู๎คน ในวันแปดค่ําและ สิบสี่ค่ํา ทั้งข๎างขึ้นและข๎างแรมของเดือน วันหนึ่งเป็นวันสิบสี่คา่ํ .

ข๎ามาที่นี่และบูชาพระเคารี (เป็นชื่อหนึ่งของพระอุมา ชายา ของพระศิวะ ถือวําเป็นปางที่สวยงาม และใจดี เชํนเดียวกับ พระอุมา เคารี แปลวํา ผู๎มีผิวสีเหลืองอํอนหรือสีนวล) เป็นเวลา ช๎านาน เพราะข๎าเป็นผู๎ขยันมั่นภักดีในพระองค๑อยํางยิ่ง เวลา ผํานไปจวฝนจะสิ้นวันก็ยังบูชาไมํเสร็จ วันนั้นทํานพํอไมํได๎เสวย อะไรทั้งข๎าวและน้ํา มีความหิวกระหายเป็นกําลัง ทั้งนี้เพราะ ทํานรอข๎าอยูํ ทํานโกรธมาก พอข๎ากลับมาข๎ารู๎สึกสํานึกผิด มี ความละอายเป็นอันมาก พอแลเห็นหน๎าข๎าทํานก็สาปด๎วย ความโกรธวํา "กลับมาแล๎วหรือนางตัวดี ชํางอวดดีนี่กระไร ข๎าหิว แทบตายชักเพราะอดมาทั้งวัน เจ๎าเคยเห็นใจข๎าบ๎างไหม ปลํอย ให๎ข๎าคอยมาทั้งวัน ดีละนับแตํนี้ไป ในวั้นแปดค่ําและสิบสี่คา่ํ ทั้งข๎างขึ้นและข๎างแรม ข๎าจะให๎รากษสชื่อ กฤตานตสันตราส จับเจ๎ากินเป็นอาหารให๎สามสมกับที่เจ๎าขยันไปบูชาพระศิวะ ณ ที่นั้นจนลืมข๎า และทุก ๆ ครั้งที่เจ๎าถูกกิน เจ๎าจะต๎องเป็นไป ตามคําสาปของข๎า และจะได๎รับความเจ็บปวดแสนสาหัสเอถูก .

ราษสมันขย้าํ เจ๎าจะต๎องอยูํแตํเดียวดายในนครนี้เรื่อยไปไมํมี กําหนด" เมื่อถูกทํานพํอสาปเอาเชํนนี้ ข๎าตกใจแทบสิ้นชีวิต พยายามวิงวอนขอโทษ จนในที่สุดทํานใจอํอน ยอมแก๎ไขคําสา ปลงวํา "เอาเถิด เจ๎าจะพ๎นโทษสักวันหนึ่ง เมื่อใดก็ตามถ๎ามี พระราชาองค๑หนึ่งชื่อยศเกตุ ผูค๎ รองแคว๎นอังคะเดินทางมาถึง ที่นี่ พระองค๑จะได๎เป็นสามีของเจ๎า ได๎เห็นรากษสกลืนกินเจ๎า เป็นอาหาร พระองค๑จะฆํามัน เจ๎าก็จะได๎เป็นอิสระอีกครั้งหนึ่ง และพ๎นจากคําสาปของข๎า" "เมื่อทํานพํอกําหนดคําสาปแกํข๎าดังนี้แล๎ว ทํานก็ จากไป พร๎อมกับนําบริวารไปสูํภูเขานิษัทอันเป็นที่อยูํของ มนุษย๑ สํวนตัวข๎าก็ถูกทอดทิ้งอยูํที่นี่ตํอไปตามคําสาป บัดนี้คํา สาปก็สิ้นสุดลงแล๎ว และข๎าก็จําความหลังได๎ทุกสิ่งทุกอยําง บัดนี้ข๎าก็จะได๎กลับไปหาทํานพํอของข๎าที่ภูเขานิษัท เพราะมี กฏในระหวํางพวกเราชาวสวรรค๑วาํ เมื่อใดคําสาปสิ้นสุดลง เมื่อ .

นั้นผู๎ถูกสาปจะได๎คืนสูสํ ภาพเดิม และกลับไปอยูํกับพวกพ๎อง ตามเดิม สํวนพระองค๑จะพอพระทัยประทับอยูํที่นี่ตํอไปก็สดุ แตํ ความประสงค๑ หรือจะเสด็จกลับบ๎านเมืองก็แล๎วแตํจะทรง ตัดสินพระทัย" เมื่อนางกลําวจบลง พระราชารูส๎ กึ เสียพระทัยนัก ตรัสแกํนางวํา "เจ๎ารูปงาม ได๎โปรดเถอะ เจ๎าอยําจากข๎าไปภายใน เจ็ดวันนี้เลย ข๎าอยากจะอยูํกับเจ๎าในสวนขวัญนี้สักระยะหนึ่ง กํอน เพื่อรักษาความเจ็บปวดในหัวใจด๎วยความสุขครั้งสุดท๎าย จากนั้นข๎าก็จะกลับไปบ๎านเมืองของข๎า" นางฟ๓งคําวิงวอนก็ใจอํอน ยอมตกลงตามสัญญา พระราชาได๎ประทับอยูํกับนางในอุทยานเป็นเวลาหกวัน ทรง เลํนน้ําในสระแก๎วอันมีดอกบัวบานสะพรั่งกับนาง น้ําในสระ อุบลนั้นแผํไพศาลสุดสายตา มีคลืน่ ม๎วนตัวเป็นเกลียววิ่งเข๎าสูํ .

ฝ๓่งไมํขาดระยะ ยังเสียงบังเกิดดังซําผสานเสียงหงส๑และนาก กาเรียนที่บินและเลํนอยูํเหนือผิวน้าํ เป็นเสียงเศร๎าสร๎อย เหมือนกับจะกลําววํา "อยูํที่นี่เถิดนะ อยําได๎จากไปเลย" ถึงวันที่เจ็ด พระราชาพานางกลับเข๎าสูํพลับพลาแก๎ว ผํานพ๎นทวารเข๎าไปเป็นบึงน้ําสีเขียวสดใสดังมรกต เป็นที่จะ ผํานไปสูํแดนมนุษย๑ พระราชาทรงโอบเอวนางเดินมาถึงฝ๓่งสระ ศักดิ์สิทธิ์ แล๎วกระโจนหายลงไปในสระนั้น ปรากฏวํามาผุดขึ้น ที่สระในสวนหลวงที่แคว๎นอังคะ เมื่อคนเฝูาอุทยานแลเห็นก็รีบ พากันมาต๎อนรับด๎วยความยินดี และสํงขําวไปยังทีรฆทรรศินผู๎ เป็นมหาอํามาตย๑นายก เมื่อมหาอํามาตย๑ทราบขําวก็รีบมาเฝูา ทูลเชิญเสด็จเข๎าวังพร๎อมด๎วยนางผู๎มีสริ ิ คือนางมฤคางกวดี มนตรีหนุมํ แลเห็นนางก็จําได๎วํานางคือใคร มีความฉงนใจถึงกับ รําพึงในใจวํา "กระไรหนอ แท๎จริงนางนี้คือทิพยกัญญาที่ข๎าเห็นใน มหาสมุทรนี่นา ทําไมพระราชาไปหานางมาได๎เลํา ชํางเป็นเรื่อง .

ที่เหลือเชื่อจริง ๆ แตํเรื่องเชํนนี้ทําไมจะเป็นไปไมํได๎เลํา ในเมื่อ ชะตาชีวิตของทุกคนนั้นเป็นที่สิ่งที่พระธาดาพรหมทรงลิขติ ไว๎ แล๎วบนหน๎าผากของเขา" บรรดาข๎าเฝูาเหลําบริพารตลอดจนประชาราษฎร ทั้งหลาย ได๎ทราบขําวการเสด็จกลับมาของพระราชา ตํางก็ปิติ ยินดีกันทั่วหน๎า มีการเฉลิมฉลองและเลํนมหรสพกันเป็นที่ ครึกครื้น แตํนางมฤคางกวดีผู๎เดียวบังเกิดความร๎อนรุํมในใจ เมื่อเป็นเวลาเจ็ดวัน บัดนี้ก็ครบกําหนดแล๎ว จะต๎องกลับคืนไปสูํ ดินแดนแหํงวิทยาธรอันเป็นที่อยูํของตนตามสัญญา ถึงแม๎จะมี ความรักและความอาลัยในพระราชาเพียงใดก็จําเป็นจะต๎องไป แตํพอเตรียมตัวจะไป ก็ปรากฏวําอิทธิฤทธิ์ที่จะเหาะเหิน เดินอากาศได๎นั้นเสื่อมหายไป ไมํอาจจะเดินทางกลับสวรรค๑ได๎ อีก แม๎นางจะพยายามเพํงมโนมยิทธิอยํางไรก็ไมํเป็นผล ทําให๎ นางเศร๎าโศกผิดหวังยิ่งนัก พระราชาแลเห็นนางเอาแตํพลิ าป คร่ําครวญก็ถามวํา "เจ๎าผู๎เป็นที่รักองข๎า เจ๎าเป็นทุกข๑ร๎อนด๎วย เหตุใด จึงโศกศัลย๑ถึงเพียงนี้ เป็นอะไรบอกข๎าบ๎างสิ" นาง .

วิทยาธรีได๎ฟ๓งก็ทูลตอบวํา "โอ๎ อารยบุตร ข๎าติดตามพระองค๑มา ด๎วยความรัก และอยูดํ ๎วยพระองค๑จนเกินกําหนดเวลา บัดนีไ้ สย เวทของข๎าได๎เสื่อมหมดแล๎ว ไมํอาจจะกลับไปหาพวกพ๎องของ ข๎าได๎อีก ข๎าจึงเป็นทุกข๑ยิ่งนัก" เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งนางกลําวดังนั้น ก็กลําววํา "จะ เป็นทุกข๑ไปไยเลํา เจ๎ามีข๎าอยูํทั้งคนแล๎วมิใชํหรือ ควรจะดีใจ เสียอีกวํา เราทั้งสองจะได๎อยูํด๎วยกันโดยไมํต๎องพรากจากไป ไหนอีกจนชั่วชีวิต ข๎าสัญญาวําข๎าจะรักเจ๎าตลอดไป ไมํมีใจเป็น อื่นเลย" พระราชากับนางวิทยาธรีมีชีวิตอยูรํ ํวมกันด๎วยความ ผาสุกนับตั้งแตํนั้น เว๎นแตํทีรฆทรรรศิน จอมมนตรีแตํผเู๎ ดียวที่ ประสบความผิดหวังเต็มแปล๎ ต๎องนอนแซํวอยูํบนเตียงด๎วย ความโทมนัส และสิ้นใจตายไปด๎วยหัวใจที่แตกสลาย แม๎จะ ได๎รับการชดเชยด๎วยนางงามมาแทนที่ก็ตาม พระราชายังทรง .

รู๎สึกวําชีวิตของพระองค๑นั้นขาดอะไรอยํางหนึ่ง ซึ่งไมํมีทางจะ เรียกคืนได๎อีก เมื่อเวตาลผู๎นั่งอยูํบนพาหาของพระเจ๎าตริวิกรมเสน ได๎จบนิทานของตนลง ก็กลําวแกํพระราชาวํา "เรื่องนี้พระองค๑ ทรงคิดอยํางไร เหตุใดหัวใจของมหามนตรีจึงแตกสลาย ในเมื่อ เจ๎านายของตนได๎ประสบความสําเร็จสมความปรารถนาเชํนนั้น เขาต๎องหัวใจสลายเพราะความโศกเศร๎าเนื่องจากเอาชนะความ รักของนางทิพย๑ยอดเสนํหาผู๎นั้นไมํได๎ หรือวําเสียใจที่จะต๎อง สูญเสียอํานาจในการปกครองไป และต๎องผิดหวังอยํางยิ่งใน การที่พระราชาเสด็จกลับพระนครพร๎อมด๎วยนาง โอ ราชะ ถ๎า แม๎พระองค๑รู๎คําตอบแล๎ว แตํไมํยอมตอบข๎า ผลบุญที่พระองค๑ สะสมไว๎ทั้งหมดก็จะสิ้นสูญไป และพระเศียรของพระองค๑ก็ จะต๎องแยกเป็นเจ็ดเสี่ยงด๎วย" เมื่อพระราชาติวิกรมเสนได๎ฟ๓งดังนั้นก็ตรัสแกํเวตาล วํา .

"มหามนตรีต๎องช้ําใจตายหาได๎เกีย่ วกับนางงามที่ พระราชาพามาด๎วยไมํ แท๎ที่จริงเป็นเพราะชายที่ทรงคุณธรรม อันเลิศผู๎นไี้ ด๎ตระหนักแกํใจวํา พระราชานั้นหาได๎กระทําตนให๎ เป็นประโยชน๑ตํอบ๎านเมืองและราษฎรของพระองค๑ไมํ พระองค๑ ทรงทอดทิ้งราชกิจไปอยํางคนไร๎นา้ํ ใจ เพียงเพราะต๎องการ ผู๎หญิงคนหนึ่งเทํานั้น ตัวมหามนตรีเองต๎องสู๎ทนความเหนื่อย ยากตรากตรํารับภาระอันยิ่งใหญํแตํผู๎เดียว ในขณะที่พระราชา มิได๎มีความรู๎สึกแม๎แตํสักนิดวํา เขามีคําในสายพระเนตรของ พระองค๑บ๎างหรือไมํ ด๎วยประการฉะนี้แล คนดี ๆ อยํางเขาจึง ไมํอาจจะทนทานอยูํตํอไปเพื่อคนที่เห็นแกํตัวเชํนนั้นได๎ เมื่อทน ไมํได๎หัวใจของเขาจึงต๎องแตกสลายดังนี้" พอได๎ฟ๓งพระราชาตรัสดังนี้ เวตาลก็หัวเราะคิกคัก ด๎วยความสะใจผละจากบําของพระองค๑ หายแวบกลับไปสูํต๎น อโศกตามเดิม ทําให๎พระราชาต๎องรีบเสด็จกลับไปลากตัวมันมา อีกครั้งหนึ่ง .

นิทานเรื่องที่ ๑๓ เมื่อพระราชาตริวิกรมเสนเสด็จกลับมาเอาเวตาลคืน ไปแล๎ว ก็เสด็จตํอไปตามเส๎นทางเดิม ระหวํางทางเวตาลผู๎นั่งอยูํ บนบําก็เริ่มขยับตัวและพูดขึ้นวํา การเดินทางเป็นเรื่องนําเบื่อ อยํางหนึ่ง ข๎าจึงคิดจะแก๎เบื่อโดยเลํานิทานถวายอีกเรื่องหนึ่ง พระองค๑นําจะทรงฟ๓งไว๎บ๎าง เรื่องมีมาวําดังนี้ มีนครใหญํแหํงหนึ่งชื่อ วาราณสี เป็นที่ประทับของ พระศิวะบนโลกนี้ ในนครนี้มีพราหมณ๑ผู๎หนึ่งชื่อวํา เทวสวามิน อาศัยอยูํ เป็นผู๎ที่พระราชาเคารพนับถือมาก พราหมณ๑เศรษฐีผู๎ นี้มีลูกชายคนหนึ่งชื่อ หริสวามิน ตัวหริสวามินเองเป็นผู๎มีโชค เพราะภรรยามีความงามเป็นเลิศชือ่ ลาวัณยดี ข๎าคิดวํา พระผู๎ เป็นเจ๎าคงจะทรงสร๎างนางขึ้นมาภายหลังจากที่ทรงสร๎างนางติ โลตตมาขึ้น พร๎อม ๆ กับนางเทพอัปสรอื่น ๆ ในสวรรค๑เป็นแนํ นางจึงงามประเสริฐอยํางหาที่ตมิ ิได๎ .

ราตรีหนึ่ง หริสวามินนอนหลับอยูํในปราสาทพร๎อม ด๎วยนางลาวัณยวดีผู๎เป็นที่รัก ในบรรยากาศทีเ่ ย็นละไมด๎วยแสง จันทร๑ ขณะนั้นเองเจ๎าชายแหํงวิทยาธรชื่อมทนเวค ทํองเที่ยว เหาะไปในอากาศ แลเห็นนางลาวัณยวดีนอนแนบข๎างสวามีของ นางบนเตียง มีพัสตราภรณ๑อันเลื่อนหลุดโดยไมํรตู๎ ัว เปิดเผยให๎ เห็นรํางงามอรชรและขาอันกลมเรียวสมสํวน หัวใจของวิทยาธร หนุํมก็วาบหวานหลงใหลในตัวนางอยํางสุดระงับ และเพราะ ความคลั่งไคล๎ด๎วยแรงเสนํหา วิทยาธรจึงโฉบลงอุ๎มนางพาเหาะ ไปในอากาศทันที ฝุายหริสวามินรูส๎ ึกตัวตืน่ ขึ้น มองไมํเห็นภรรรยาก็ ตกใจ ลุกขึ้นมองหาโดยรอบก็มไิ ด๎พบ รําพันด๎วยความตระหนก วํา "นี่มันอะไรกัน นางหายไปไหน นางล๎อข๎าเลํนหรือแกล๎งซํอน ตัวกันแนํ" ชายหนุํมเที่ยวตามหานางตลอดคืนทั่วทุกหนทุกแหํง ไมํเว๎นแม๎แตํบนหลังคาปราสาทและในสวน เมื่อหาจนสิ้น .

ป๓ญญาแล๎วแตํมไิ ด๎พบก็มคี วามเศร๎าโศกยิ่งนัก ทรุดลงนั่งอยําง อํอนแรง ทอดอาลัยตายอยาก คร่าํ ครวญวํา "อนิจจาเอ๐ย เจ๎าผู๎มีพักตร๑ดังจันทรมณฑล ยอดดวงใจ ของข๎า เจ๎าผู๎ผํองละมุนดังแสงศศิธร ก็ดวงจันทร๑นั้นอิจฉาความ งามของเจ๎าหรือไฉน จึงพรากนางไปเสียจากข๎า โอ๎เจ๎าชําง โหดร๎ายเสียเหลือเกิน เจ๎าลวงข๎าให๎หลงใหลในความงามของ เจ๎า แล๎วไฉนจึงเสียบแทงข๎าด๎วยศรอาบยาพิษของเจ๎า ทําให๎ใจ ข๎าต๎องร๎อนรนกระวนกระวายถึงเพียงนี้ เจ๎าเอายอดดวงใจของ ข๎าไปซํอนไว๎ที่ไหนกันเลํา" เมื่อหริสวามินคร่ําครวญมิหยุดหยํอนด๎วยหัวใจแทบ แตกสลายนี้ ราตรีอันยาวนานก็ผํานไป และแสงอุษาก็เริ่มฉาย จับท๎องฟูาเป็นสัญญาณวําราตรีนนั้ สิ้นแล๎ว เขาและนางคง จะต๎องแยกกันแนํนอน ไมํเหมือนนกจากพราก (ชื่อนกชนิดหนึ่ง เป็ดแดงหรือเป็ดพราหมณ๑ก็เรียก เป็นนกที่หากินตอนกลางคืน ตัวผู๎กับตัวเมียอยูํคนละฝ๓่งแมํน้ํา สํงเสียงร๎องหากันตลอดทั้อง .

คืน ถึงเวลาเช๎าจึงได๎กลับคืนรัง พบกันอีกครั้งหนึ่ง) ที่จากกัน ตลอดคืน แตํได๎พบคูํของมันอีกเมือ่ สิ้นราตรี ก็เขาเลําราตรีที่ สิ้นสุดลงจะมีความหมายอะไร พราหมณ๑หนุมํ ผูต๎ ๎องทนทุกข๑ทรมานเพราะไฟเสนํหา ยังพร่ําเพ๎อถึงนางมิขาดปาก แม๎บรรดาญาติพี่น๎องจะปลอบโยน ด๎วยประการใด ๆ ก็ไร๎ประโยชน๑ หริสวามินผู๎เพ๎อคลั่งเที่ยว กระเซอะกระเซิงหานางทางโน๎นและทางนี้ ปากก็คร่ําครวญวํา "นางเคยยืนตรงนี้ นางเคยสระสนานในที่นี้ นี่ก็เป็นที่ที่นาง แตํงตัว และที่ตรงนี้นางก็เคยสรวลสันต๑หรรษาด๎วยความชื่น บานยามที่นางอยูํกับข๎า โธํเอ๐ย นางหนีข๎าไปไหนเลํา" บรรดาญาติสนิทมิตรสหายแลเห็นเหตุการณ๑ ตํางก็ พากันเป็นหํวงจึงกลําวเตือนสติวํา "จะตีโพยตีพายไปทําไม นางยังไมํตายหรอก เจ๎าอยําคิด ฆําตัวตายเลย ถ๎าเจ๎ายังมีชีวิตอยูํ เจ๎าก็คงจะได๎พบนางอีก ไมํวัน .

ใดก็วันหนึ่ง ทําใจดี ๆ ไว๎เถอะ คํอยค๎นหานางตํอไป ในโลกนี้ คนที่ตั้งใจจริงเทํานั้นที่จะได๎สิ่งอันพึงปรารถนา" เมื่อหริสวามินได๎ยินญาติสนิทมิตรสหายกลําวดังนั้น ก็คํอยมีกําลังใจขึ้น คิดจะอยูสํ ู๎โลกตํอไปอีก เพื่อจะได๎ตดิ ตาม หานางอันเป็นสุดทีร่ ัก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจอยํางเด็ดขาด กลําวแกํตนเองวํา "ข๎าจะบริจาคทุก ๆ สิ่งที่ขา๎ มีอยูํให๎แกํพราหมณ๑ แล๎วจะ ออกจาริกแสวงบุณย๑ไปตามตีรถะ เพื่อจะได๎ชําระบาปให๎สิ้นไป บางทีในระหวํางการธุดงค๑ไปในทีต่ ําง ๆ ข๎าอาจจะได๎พบสุดที่ รักของข๎าเข๎าสักวันหนึ่ง" หลังจากที่ใครํครวญตามความคิดนี้อยูํชั่วครูํหนึ่ง เขา ก็ตัดสินใจเด็ดขาดวําจะทําตามที่คดิ ไว๎ วันรุํงขึ้นเขาก็เชิญ พราหมณ๑มาเลี้ยงอาหารอันประณีต เสร็จแล๎วก็มอบทรัพย๑สิน บรรดามีให๎แกํพราหมณ๑จนหมดสิน้ โดยมิได๎อาลัยไยดีแม๎แตํ .

น๎อย หลังจากให๎ทานเสร็จแล๎ว เขาก็ออกเดินทางไปนมัสการ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ตาํ ง ๆ และชําระสระสนานกายตามตีรถะ อันมีชื่อสเยงเพื่อขจัดบาปให๎สิ้นไป ในระหวํางที่เดินทางรํอนเรํ ไปนั้น เขาก็ต๎องผจญกับความร๎อนอันสาหัสจากแสงอาทิตย๑ที่ แผดกล๎าในฤดูครีษมะ (ฤดูร๎อน) อยํางจะเผาผลาญทุกสิ่งให๎ วอดวายเป็นผุยผง สายลมร๎อนที่พัดกรรโชกอยํางรุนแรง สํง เสียงกึก๎องเหมือนเสียงโอดโอยด๎วยความเจ็บปวดของคูํรักที่ ต๎องพรากจากกัน และโหยหากันด๎วยหัวใจอันแตกสลาย บรรดาห๎วยหนองคลองบึงที่แลเห็น ตํางก็เหือดแห๎งเพราะแสง อันแรงร๎อนของดวงอาทิตย๑แผดเผาจนเหลือแตํโคลน และ บรรดาต๎นไม๎ริมทางก็ยืนต๎นเหี่ยวเฉาเหมือนจะไว๎อาลัยตํอว สันตฤดู (ฤดูใบไม๎ผลิ) ที่จากไป หริสวามินเดินโซเซอยํางอํอน แรงเพราะความร๎อน ความหิวและความกระหายน้ํา มาตาม ทางที่ผํานมา ที่มิได๎เจอผูค๎ นแม๎แตํคนเดียว ในที่สุด กํอนจะ หมดแรง เขาก็แลเห็นหมูํบ๎านเล็ก ๆ แหํงหนึ่งอยูํข๎างหน๎า เมื่อ มาถึงก็ได๎พบกับพราหมณ๑ผู๎หนึ่งชือ่ ป๓ทมนาภ กําลังทํา .

พิธียัชญะสังเวยเทพอยูํ เมื่อแลเห็นพวกพราหมณ๑กําลังนั่ง รับประทานอาหารอยูํในบ๎านของตน หริสวามินก็เนเข๎าไปใกล๎ เขาก็เข๎าไปยืนเกาเสาประตูบ๎านด๎วยความอํอนแรง ขณะนั้น นางพราหมณีผู๎เป็นภรรยาของป๓ทมนาภแลเห็นเขายืนเกาะเสา แนํวนิ่งไมํไหวติงก็บังเกิดความสงสาร รําพึงแตํตัวเองวํา "อนิจจาเอ๐ย ความหิวนี้เป็นทุกข๑จริงหนอ ใครจะชํวยบรรเทาได๎ บ๎าง ดูซิที่ประตูนมี้ ีคนอดโซคนหนึง่ มายืนเกาะอยูํ ดูทําจะเป็น คฤหัสถ๑เป็นแนํ ดูเขาซิ ยืนก๎มหน๎าด๎วยความอับอาย ชะรอยจะ เป็นนักเดินทางไกลแนํเทียว ทําทางหิวโหยโรยแรงเหมือนอด อาหารมานาน นําสังเวชนัก เราควรจะให๎อาหารแกํเขาบ๎าง" เมื่อคิดดังนี้ นางพราหมณีผมู๎ ีใจเมตตาก็เข๎าไปในบ๎าน เอาอาหารใสํชามมาจนเต็ม คือข๎าวที่ต๎มด๎วยน้ํานม พร๎อมด๎วย เนยใสและน้ําตาล นางยื่นชามข๎าวให๎แกํเขาและกลําววํา "เอ๎านี่ เอาไปกินซิ ไปนั่งกินริมบึงนั่นแหละ เพราะที่นไี่ มํเหมาะที่เจ๎าจะ มานั่งกิน เพราะพราหมณ๑เขากําลังกินอาหารกันอยูํ" หริสวามิน แลเห็นก็ดีใจ รับชามอาหารมาจากนาง และกลําววํา "ข๎าจะทํา .

ตามทํานวํา" แล๎วเดินไปหาที่นั่งใต๎ต๎นไทรริมฝ๓่งน้ําไมํหํางไกล จากที่นั้น จัดการล๎างมือล๎างเท๎าและบ๎วนปากจนสะอาด หลังจากนั้นก็นั่งลงบริโภคอาหารด๎วยใจยินดี ขณะนั้นมีเหยี่ยวตัวหนึ่งคาบงูด๎วยปาก และจับไว๎ แนํนด๎วยกรงเล็บ พาบินมาเกาะอยูํบนกิ่งไม๎ต๎นนั้น ปรากฏวํางู ตัวนั้นตายแล๎ว และมีน้ําลายปนพิษไหลหยดลงมาในชามข๎าง ของหริสวามินซึ่งวางอยูํใต๎ต๎นไม๎พอดี พราหมณ๑หนุํมไมํทัน สังเกตเพราะกําลังหิวจัด ก็กินข๎าวจนหมดชาม พิษงูก็ซาบซําน เข๎าสูํรําง ได๎รับความเจ็บปวดทรมานเป็นอันมาก จึงร๎องขึ้นด๎วย ความตกใจวํา "อะโห โชคชะตาของมนุษย๑นี่หนอ เวลาเคราะห๑ หามยามร๎าย อะไร ๆ ก็หนีไปหมด ดูแตํในชามนี้สิ แม๎แตํจะ ปรุงแตํงด๎วยของดีเลิศ คือน้ํานม น้ําตาล และเนยใส ก็ยังมา เปลี่ยนเป็นยาพิษไปได๎" กลําวดังนั้นแล๎ว ชายหนุํมก็กัดฟ๓นลุกขึ้นเดินโซซัด โซเซไปที่บ๎านพราหมณ๑ด๎วยความลําบากแสนสาหัส แลเห็นนาง .

พราหมณีผู๎ให๎อาหารกําลังนั่งอยูํทนี่ ั้น ก็กลําวแกํนางวํา "เมื่อตะ กี้ข๎ากินข๎างของนางเข๎าไปปรากฏวํามียาพิษปนอยูํ ข๎าคงจะตาย แนํ ชํวยตามหาหมอมารักษาข๎าด๎วย เร็ว ๆ นะ ขืนชักช๎าข๎าตาย ลง บาปจะตกแกํเจ๎า เพราะเจ๎าทําให๎พราหมณ๑ถึงแกํความตาย" พอจบคําพูด ยังมิทันจะแก๎ไขแตํประการใด หริสวามิ นทนพิษร๎ายไมํไหว ก็ขาดใจตาย ทําให๎นางพราหมณีตกใจแทบ สิ้นสติ ฝุายพราหมณ๑ปุโรหิตผู๎เป็นสามีของนางเห็นเหตุการณ๑ เกิดขึ้นเชํนนั้นก็โกรธจึงขับไลํนางออกจากบ๎าน ทั้ง ๆ ที่นางเป็น คนบริสุทธิ์และมีใจเมตตากรุณา นางถูกกลําวโทษโดยไร๎ ความผิดเชํนนั้น ก็มีความเสียใจมาก เมื่อรู๎วํานางมิได๎ทําบาป แม๎แตํน๎อย แตํต๎องมาได๎รับโทษ จึงเดินไปยังทําน้ําศักดิ์สิทธิ์เพื่อ จะชําระล๎างบาปของตน ป๓ญหาของเรื่องที่เกิดนี้ก็คือ ในบุคคลทั้งสี่ที่เกี่ยวกับ เรื่องนี้คือ เหยี่ยว งู และพราหมณ๑สามีภรรยาทั้งสองนั้น ใคร .

เป็นผู๎ผดิ ในกรณีการตายของหริสวามิน เรื่องนี้ยังหาได๎มีการ เฉลยป๓ญหาไมํ เวตาลจึงกลําวขึ้นวํา "ข๎าแตํพระราชาตริวกรมเสน โปรดตอบข๎าวํา ใครเป็นคนผิดในกรณีนี้ ถ๎าพระองค๑ไมํทรงตอบ ก็ขอให๎ตระหนักวํา คําสาปอันใดจะเกิดแกํพระองค๑" เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งเวตาลทูลบังคับให๎ตอบดังนั้น ก็ ทรงเฉลยวํา "ในเรื่องนี้ จะวําไปแล๎วก็ไมํเห็นจะมีผผู๎ ิดเลย แนํละ สําหรับงูตัวนั้นมันตายสนิทมากํอนแล๎ว จะทําผิดได๎อยํางไร ถึงแม๎เหยี่ยวจะคาบมันมาที่นั่นก็ตาม สํวนเหยีย่ วนั้นเลํา มัน คาบเหยื่อของมันมาเพื่อจะกินเป็นอาหารมันจะทําผิดอะไรเลํา ขณะเดียวกันสองพราหมณ๑ผัวเมียก็ไมํผดิ เพราะเขาเป็นผู๎ชอบ ธรรม คนหนึ่งให๎ทานด๎วยใจบริสุทธิ์ อีกคนหนึ่งก็ทําถูกจารีต อะไรผิดอะไรบาปก็วํากันไปตามกฏเกณฑ๑แหํงศาสนา .

เพราะฉะนั้นเขายํอมไมํผิด ตกลงไมํมีใครผิดในกรณีนี้ ตรงกัน ข๎ามข๎ากลับมีความคิดวํา ธรรมดายาพิษไมํวําจะเกี่ยวข๎องกับ ใครก็เป็นอันตรายแกํชีวิตทั้งสิ้น ไมํเลือกวําพราหมณ๑ หรือคน วรรณะอื่น ใครเลําจะโงํเขลาถึงกับจะคิดเลยเถิดหาความผิดใน ความไมํผิดได๎เลํา" พอพระราชาตรัสดังนี้ เวตาลก็หัวเราะด๎วยความชอบ ใจ ผละจากอังสาของพระราชาหายแวบไปสูสํ ํานักของตนโดย ทันที และพระราชาก็ต๎องย๎อนกลับไปลากตัวมันกลับมาอีกครั้ง หนึ่ง .

นิทานเรื่องที่ ๑๔ พระราชาตริวิกรมเสนเสด็จกลับไปยังต๎นอโศก ปลด เวตาลลงจากกิ่งเหวี่ยงขึ้นพระอังสา เดินย๎อนกลับตามทางเดิม มาได๎ครูํหนึ่งเวตาลก็กลําวขึ้นวํา "ราชะ ดูพระองค๑จะทรงเหน็ด เหนื่อยอยูํ ถ๎ากระไรเพื่อมิให๎ต๎องเบื่อหนํายเกินไปเพราะหนทาง ยังอยูํอีกไกล ข๎าจะเลําเรื่องสนุกให๎ทรงฟ๓งสักเรื่องหนึ่ง จะโปรด วําอยํางไร" เมื่อเห็นพระราชาไมํตอบ เวตาลจึงเลําเรื่องนิทาน ดังนี้ มีเมืองใหญํเมืองหนึ่งชื่อเมืองอโยธยา อันได๎ชื่อวําเป็น ที่ประทับขององค๑พระวิษณุเป็นเจ๎าครั้งที่ทรงอวตารลงมาเกิด เป็นพระราม (ปรากฏเรื่องเราวในนารายณ๑อวตารปางที่ ๗) ผู๎ ทรงทําลายเหลํารากษสให๎พินาศยํอยยับไป (รากษสนั้นคือ ทศกัณฐ๑กับพวกพ๎อง) นครนี้มีพระราชาผู๎เกรียงไกรทรงนามวีร เกตุเป็นผู๎ครองอยูํ ในเมืองนั้นมีนายวาณิชมหาเศรษฐีผู๎หนึ่งชื่อ รัตนทัตต๑เป็นไวศยบดี (หัวหน๎าของพํอค๎าทั้งหลาย) แหํงพํอค๎า .

ทั้งปวง มีภรรยาชื่อ นันทยันตี และมีธิดาชื่อรัตนวดี ซึ่งเทพ ทั้งหลายประทานให๎มาเกิดในตระกูลของคนทั้งสอง นางรัตนว ดีเจริญวัยขึ้นด๎วยความฟูมฟ๓กถนอมของบิดาและมารดา นอกจากมีสิรโิ ฉมเป็นเลิศแล๎วยังมีความเรียบร๎อยนํารักอีกด๎วย ความงามของนางเป็นที่จับใจของบุรุษทั้งหลาย ฉะนั้นจึงมี ผู๎ชายมารักใครํนางและสูํขอนางเป็นภรรยา ไมํแตํเพียงบรรดา ไวศยะตระกูลใหญํ ๆ เทํานั้น แม๎ราชาทั้งหลายก็หลงใหลใฝุฝ๓น ในตัวนาง อยากจะได๎เป็นชายาด๎วยกันทั้งสิ้น แตํนางมิได๎ปลงใจ รักใครํบุรุษใดเลย ไมํวําจะเป็นใคร ตํอเป็นองค๑อัมรินทร๑นางก็ ไมํปรารถนา และประกาศเจตนาของนางอยํางเด็ดเดี่ยววํา นาง ยินดีตายเสียดีกวําจะคิดแตํงงานกับใคร พฤติกรรมของนางทํา ให๎ไวศยะผู๎บิดาบังเกิดความเศร๎าใจ แตํก็ไมํเคยขัดใจนางใน เรื่องนี้ และขําวคราวของนางนั้นก็เป็นที่รู๎จักกันทั่วไปทั้งนครอ โยธยา .

ในกาลนั้นปรากฏวําพวกราษฎรชาวเมืองถูกโจร ปล๎อนสะดมติดตํอกันบํอย ๆ ประชาชนผู๎เดือดร๎อนจึงมาชุมนุม กันเรียกร๎องตํอพระราชาวีรเกตุให๎ชํวยเหลือ โดยกลําววํา "ข๎าแตํนฤบดี พวกเราทั้งหลายมีความเดือดร๎อนยิ่งนัก เพราะมีโจรมาปล๎นแทบทุกคืน และเราก็จับมันไมํได๎ ขอ พระองค๑โปรดทรงชํวยเหลือด๎วยเถิด" เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งคําร๎องทุกข๑ของราษฎร ก็สั่งให๎วาง ยาม แตํงตัวปลอมเป็นชาวเมืองแยกย๎ายกันไปเฝูาในจุดตําง ๆ เพื่อจับโจรมาลงโทษ แตํเวลาผํานไปช๎านานก็ยังจับโจรไมํได๎ การปล๎อนสะดมอันอุกอาจก็ยังเกิดขึ้นเป็นประจําทุกคืน ดังนั้น พระราชาจึงต๎องปลอมพระองค๑ออกไปดูเหตุการณ๑ด๎วยพระองค๑ เองในคืนวันหนึ่ง ขณะที่พระราชาทรงถืออาวุธด๎อมมองมาถึงสถานที่ แหํงหนึ่งในพระนครนั้น ก็เจอชายคนหนึ่งทําลับ ๆ ลํอ ๆ อยูํ .

ข๎างถนนข๎างหน๎า มีกิริยาชวนให๎สงสัย เพราะเหลียวซ๎ายแลขวา ลอกแลกเป็นพิรุธ พระราชาแลเห็นดังนั้นก็สะกดรอยตามไป หําง ๆ ทรงรําพึงวํา "เจ๎านี่คงจะเป็นโจรอยํางไมํต๎องสงสัยเลย มันกําลังมองหาทางเข๎าบ๎านเพื่อจะตัดชํองยํองเบาเอาทรัพย๑ ของชาวบ๎านแนํ ๆ" คิดดังนี้แล๎วก็ทรงเรํงฝีเท๎าติดตามไปทันที ฝุายโจรเหลียวกลับมาเห็นเข๎าก็ถามวํา "เจ๎าเป็นใคร" พระราชา แสร๎งตอบวํา "ข๎าเป็นโจรนํะซิ" บุรษุ นั้นได๎ฟ๓งก็กลําววํา "เหมาะ ทีเดียว ข๎าได๎เพื่อนรํวมทางของข๎าแล๎ว คือเจ๎านี่เอง เพราะเจ๎ามี อาชีพอยํางเดียวกับข๎า ไปบ๎านข๎าเถอะ ข๎ายินดีต๎อนรับเจ๎า" เมื่อได๎ยินโจรกลําวดังนัน้ พระราชาก็ตอบตกลง และ ติดตามโจรไปยังที่อยูํของมัน ซึ่งเป็นห๎องใต๎ดินอยูํลึกเข๎าไปใน ปุาแหํงหนึ่ง ห๎องนั้นตกแตํงงดงามตระการตาด๎วยของมีคําราคา แพงทั้งสิ้น เมื่อกระทบแสงตะเกียงก็สะท๎อนเป็นประกาย ระยิบระยับ ดูราวกับเป็นสวรรค๑ใต๎บาดาลอีกแหํงหนึ่งซึ่งพลี (พลี เป็นพญาอสูรตนหนึ่งเคยรา่กรานมนุษย๑และเทวดาจน สามารถตั้งตัวเป็นใหญํครอบครองทั้ง ๓ โลก แตํในที่สุดถูกรพ .

ระนารายณ๑อวตาลเป็นพราหมณ๑เตี้ย (วามนาวตาร) มาปราบ พลีถูกไลํลงไปครองบาดาลอันเป็นเสมือนสวรรค๑ใต๎ดิน และ ได๎รับคํามั่นสัญญาจากพระวิษณุวาํ ถ๎าทําตัวดีตํอไปภายหน๎าจะ ให๎เป็นพระอินทร๑อีกครั้ง) มิได๎เป็นเจ๎าของฉะนั้น ฝุายพระราชา เมื่อเสด็จเข๎าไปในนิวาสสถานของโจร แล๎วก็ทรงแลดูโดยรอบ และนั่งลงบนพื้นที่ปูลาดด๎วยพรมอัน งามวิจิตร ในขณะที่นายโจรเดินหายเข๎าไปในห๎องชั้นใน มีนาง ทาสผู๎หนึ่งเดินออกมาและกลําวแกํพระราชาวํา "โอ วีระ ทํานเข๎ามาในที่นี้ทําไม รูไ๎ หมวํานี่เป็นปากแหํง มฤตยูแท๎เทียว ชายคนที่ทํานตามมานี้เป็นมหาโจรจอมโหดคน หนึ่ง ประเดี๋ยวเขาออกมาจากห๎อง เขาจะจัดการกับทํานอยําง ไมํต๎องสงสัย ข๎าขอเตือนทํานวํา โจรคนนี้เป็นคนเจ๎าเลํห๑แสนกล มีอุบายสารพัด จงรีบหนีไปโดยเร็วเถิด" .

พระราชาได๎ฟ๓งดังนั้น ก็รีบเสด็จกลับวังทันที เมื่อถึง วังแล๎วก็เรียกทหารมีฝมี ือพวกหนึ่งมาประชุม สั่งให๎ เตรียมพร๎อมเพื่อรับสถานการณ๑ทจี่ ะเกิดขึ้น เมื่อเรียบร๎อยแล๎ว ก็ทรงนําทหารไปจุดชํองทางเข๎าสํานักโจรและเรียงรายล๎อม เอาไว๎ทุกด๎าน ฝุายโจรเมื่อรู๎วําสํานักถูกล๎อมก็รู๎วําความลับของ ตนแตกเสียแล๎ว ก็วิ่งถลันออกมาตํอสู๎อยํางยอมตายถวายชีวิต เมื่อนายโจรออกมาเผชิญหน๎ากับกองทหาร ก็รําย มนตร๑อันศักดิส์ ิทธิ์ปูองกันตนเอง และกวัดแวํงดาบฟ๓นฉับลงที่ งวงช๎างจนขาดกระเด็นแล๎วฟ๓นขาม๎าจนขาดสะบั้น จากนั้นก็ เด็ดศีรษะทหารทีร่ ุมล๎อมด๎วยอาวุธอ๎นคมกริบ พระราชาและ เห็นความอุกอาจกล๎าหาญของโจรใจฉกาจเชํนนั้นก็กวัดแวํงขรร คาวุธคูํพระหัตถ๑ปราดเข๎ารับมือโจรทันที ทรงใช๎ฝีมืออันชํานาญ คลํองแคลํวจนโจรเสียทําหงายหลังลงกับพื้น แล๎วทรงเหยีบ บรํางมันไว๎ จับมัดมือไขว๎หลังลากถูลูํถูกังกลับวัง และให๎ริบ ทรัพย๑สมบัติบรรดามีของโจรเข๎าเก็บไว๎ในท๎องพระคลังหลวง ทรงพิจารณาวําโจรนั้นได๎กํอกรรมทําเข็ญตํอราษฎรมาแล๎ว .

มากมาย จึงตัดสินให๎ประหารชีวิตเสีย โดยเอาไปเสียบเสียใน วันรุํงขึ้น เมื่อได๎เวลาประหาร โจรก็ถูกมัดเดินไปตามท๎องถนน พร๎อมกับมีกองทหารรัวกลองเป็นจังหวะติดตามไป พาไปสูํ ตะแลงแกงที่ประหาร ระหวํางทางที่ผํานไป นางรัตนวดีลูกสาว เศรษฐีเปิดหน๎าตํางปราสาทมองลงมา แลเห็นโจรหนุํมมีรํางอัน เปรอะเปื้อนด๎วยโลหิตและมอมแมมไปด๎วยฝุุน ก็บังเกิดความ สงสารและความพิศวาสในฉับพลัน นางจึงวิ่งเข๎าไปหาบิดา อยํางร๎อนรนและกลํวกระหืดกระหอบวํา "ทํานพํอ ชํวยข๎าด๎วย ข๎าเห็นนายโจรถูกตระเวนผํานไปเดี๋ยวนี้ ข๎ารักเขา ข๎าเลือกเขา เป็นสามีแล๎ว แตํเขากําลังจะถูกนําไปสูตํ ะแลงแกง พํอต๎องเอา เงินไปไถํตัวเขาให๎เป็นอิสระ ถ๎าพํอไมํทําตามใจข๎า ข๎าจะยอม ตายพร๎อมกับเขาในวันนี้แหละ" รัตนทัตต๑เศรษฐีได๎ฟ๓งนางกลําวก็ประหลาดใจ กลําว วํา .

"ลูกเอ๐ย เจ๎าเอาอะไรมาพูด แตํกํอนนี้ผู๎ชายทั้งรูปงาม มี ทรัพย๑และมีคุณธรรมมากมายหลายคน มางอนง๎อตํอเจ๎าเลือก เขาเป็นสามี เจ๎าก็ไมํไยดี ปฏิเสธไปหมดทุกราย มาบัดนีเ้ จ๎า กลับมาเลือกโจรต่ําช๎าเป็นสามี เจ๎าคิดอยํางไรเลําลูกเอ๐ย" ถึงแม๎บิดาจะคัดค๎านและเตือนสติมากมาย แตํนางก็ ยืนกรานความปรารถนาของนางอยํางดื้อดึง และไมํยอมเปลีย่ น ใจ จนในที่สุดเศรษฐีก็ใจอํอน รีบไปเฝูาพระราชา ทูลขอไถํตัว นักโทษด๎วยเงินจํานวนมหาศาลหลายร๎อยโกฏิ แตํพระราชาก็ ไมํทรงฟ๓ง เพราะโจรผู๎นี้ได๎ปล๎นสะดมทรัพย๑สินราษฎรมาแล๎ว เป็นมูลคํามหาศาล และทําร๎ายผู๎คนมามากมายนับไมํถ๎วน ยิ่งกวํานั้นกวําจะจับมันมาได๎พระองค๑ต๎องเสี่ยงเอาชีวิตเป็นเดิม พัน ด๎วยเหตุผลดังกลําวนี้จงไมํสามารถจะปลํอยโจรให๎เป็น อิสระได๎ เศรษฐีได๎ฟ๓งคําปฏิเสธจากพระราชาดังนั้น ก็เดินคอ ตกกลับมาบ๎านด๎วยความผิดหวัง นางรัตนวดีแจ๎งวําบิดาทํางาน .

ไมํสาํ เร็จก็ประกาศยืนยันเจตนาของนางวํา นางยินดีจะตายตา โจรหนุํมไปปรโลกโดยไมํอาลัยตํอชีวิต ไมํวําบิดาหรือญาติพี่ น๎องจะเกลี้ยกลํอมเพียงใดก็ตาม นางจัดแจงอาบน้ําแตํงตัวแล๎ว ขึ้นวอมีสัปทนกางกั้นตรงไปสูํลานประหารโดยดํวน มีบิดา มารดากับญาติติดตามไปด๎วยความเป็นหํวง ตํางคนตํางเศร๎า โศก เพราะรู๎วําคงจะไมํได๎พบหน๎านางอีกตํอไป กํอนที่ขบวนของเศรษฐีจะเดินทางไปถึง นายโจรก็ถูก เสียบประจานอยูํบนขาหยั่งแล๎ว และลมหายใจกําลังแผํวลงทุก ทีใกล๎จะถึงแกํความตาย เมื่อเห็นนางรัตนวดีพร๎อมด๎วยกลุมํ ผู๎ติดตามเดินเข๎ามายังลานประหารก็ประหลาดใจ จึงไตํถามจน ทราบความจริงแล๎วก็ร๎องไห๎ตํอหน๎าคนทั้งหลาย สักครูํหนึ่งก็ เปลี่ยนเป็นหัวเราะแล๎วขาดใจตาย นางรัตนวดีตรงเข๎ากอดรําง ของโจรด๎วยความอาลัย แล๎วให๎นําโจรลงจากที่ประหาร พาไป ยังกองไฟที่กํอขึ้น วางรํางโจรลงบนจิตกาธาน แล๎วขึ้นไปนอน เคียงข๎างกันในทํามกลางกองไฟอันลุกโชติชํวงโดยรอบ .

ทันใดนั้น องค๑พระศิวะวิสุทธิเทพผู๎ประทับอยูํใน สุสานโดยไมํมีใครมองเห็น ก็เปลํงเสียงดังได๎ยินมาทางอากาศวํา "อะโห เจ๎าผูเ๎ ป็นปดิวรัดาชํางมีใจภักดี ยากจะหาใครเสมอ เหมือน เจ๎าจงเลือกขอพรตํอข๎าเถิด ข๎าจะให๎เจ๎าสมความ ปรารถนาทุกประการ" เมื่อนางรัตนวดีได๎ยินสําเนียงทิพย๑ดังนั้น ก็ยกมือ กระทําอัญชลีตํอพระผู๎เป็นเจ๎า และทูลขอพรวํา "ข๎าแตํพระ มเหศวร บิดาของหมํอมฉันเป็นคนไร๎บุตรชายที่จะสืบสกุล ขอ โปรดประทานพรให๎ทํานมีบุตรชายสักร๎อยคนเถิด เพราะถ๎า ทํานไมํมีบตุ รชาย และข๎าสิ้นชีวิตไปแล๎ว ทํานก็คงจะต๎องตาย ตามหมํอมฉันไปอยํางแนํนอน" พระผู๎ทัดจันทร๑เป็นปิ่น (พระจันทรเศขร พระศิวะเอา พระจันทร๑มาเสียบเป็นปิ่นป๓กพระเมาลี หลังจากยุติข๎อพิพาท ระหวํางพระจันทร๑กับพระพฤหัสบดีเรื่องนางดาราแล๎ว เพราะ .

๐๐๐ นาม ของพระศิวะ) ได๎ฟ๓งถ๎อยคําของ นางก็ตรัสตอบมาโดยอากาศ อันใคร ๆ หาได๎แลเห็นพระองค๑ไมํ วํา .จะชํวยให๎พระจันทร๑ได๎เข๎าสูํเทวสภาอีกครั้งหนึ่ง) ได๎ฟ๓งคํานางก็ สบพระทัยยิ่งนัก ตรัสวํา "เอาเถิด ข๎าจะให๎บิดาของเจ๎ามีลูกชายร๎อยคน จงขอพร อีกข๎อหนึ่งเถิด เพราะหญิงที่ประเสริฐสุดอยํางเจ๎าสมควรจะได๎ อะไรที่เจ๎าเห็นสมควรอีก ข๎าจะให๎เจ๎า" เมื่อได๎ฟ๓งเทวดํารัสเชํนนี้ รัตนวดีโฉมงามจึงกราบทูล วํา "ข๎าแตํพระผู๎เป็นเจ๎าสูงสุด หากจะทรงเมตตาแกํหมํอม ฉันแล๎วไซร๎ ขอได๎โปรดชุบชีวิตของสามีหมํอมฉันด๎วยเถิด ให๎ เขาได๎ดํารงชีวิตเป็นคนดีสืบไปชั่วกาลนาน" เมื่อพระศัมภู (พระผูม๎ ีความสุข เป็นพระฉายานาม หนึ่งในจํานวน ๑.

"จงเป็นเชํนนั้นเถิด ขอให๎สามีของเจ๎าจงลุกออกมาจาก กองไฟ และมีชีวิตอีกครั้งหตึ่ง ขอให๎เขาประพฤติตนเป็นคนดี สืบไป และให๎พระราชาวีรเกตุยกโทษให๎แกํเขาด๎วยเถิด" ทันใดนั้น นายโจรก็ลุกออกมาจากกองไฟ มีชีวิตและ ปราศจากบาดแผลทั้งปวงในรํางกาย เศรษฐีรตั นทัตต๑แลเห็น ภาพอัศจรรย๑ที่นายโจรและธดาของตนรอดชีวิตมาทั้งคูํ บรรดา ญาติทั้งหลายที่มาชุมนุม ณ ที่นั้นก็มีความพิศวงตื่นเต๎นไปตาม กัน เมื่อกลับเข๎าในปราสาทที่พํานักแล๎ว เศรษฐีก็จดั การเฉลิม ฉลองเป็นการใหญํ และทําพิธีบวงสรวงองค๑พระศิวะทีไ่ ด๎ ประทานพรแกํตนและวงศ๑ตระกูล ให๎มีลูกชายเกิดมาถึงร๎อยคน พระราชาวีรเกตุก็เชํนเดียวกัน แลเห็นวําโจรผู๎มฝี ืมือนั้นได๎กลับ ตัวเป็นคนดีแล๎วก็โปรดให๎เข๎ามาเฝูา ทรงแตํงตั้งเป็นยอดขุนพล ประจํากองทัพ และโปรดให๎ทําพิธแี ตํงงานระหวํางยอดขุนพล กับนางรัตนวดีอยํางสมเกียรติ .

ฝุายเวตาลผู๎นั่งอยูํบนอังสาของพระเจ๎าตริวิกรมเสน เลํานิทานของตนจบลงแล๎ว ก็ทูลถามป๓ญหาตํอพระราชา โดย คุกคามให๎พระองค๑ตระหนักในคําสาปอยํางที่เคยขูํมาแล๎วทุก ครั้งวํา "โอ ราชะ โปรดตอบหนํอยเถิดวํา เหตุใดนายโจรผู๎ถูก เสียบประจานนั้น เมื่อเห็นนางรัตนวดีและบิดาของนางเดินเข๎า มาหา จึงแสดงอาการประหลาดคือ ร๎องไห๎ในตอนแรกและ หัวเราะในตอนหลัง" พระราชาได๎ฟ๓งก็ตรัสวํา "นายโจรร๎องไห๎เพราะ ตระหนักในบุญคุณของเศรษฐีที่ยอมสละทรัพย๑หลายสิบโกฏิ เพื่อจะไถํโทษตน ซึ่งน้ําใจเชํนนี้ตนหาได๎มีโอกาสจะทดแทนได๎ ไมํ สํวนนางรัตนวดีนั้นเลํา ชํางนําขํานักที่นางมีโอกาสจะได๎ อภิเษกกับพระราชาทั้งหลาย แตํกก็ ลับปฏิเสธไปหมด นางมา เลือกเราเด๎วยประโยชน๑อันใดเลํา หัวใจของผู๎หญิงนี้หนอ ชําง ลึกลับซับซ๎อนดังเขาวงกต ใครเลําจะเข๎าใจได๎ .

เมื่อพระราชาตรัสดังนี้ เวตาลผู๎ทรงพลังก็ใช๎มนตร๑ วิเศษของตน บันดาลกายหายวับไปกับตา ปลํอยให๎พระราชา ต๎องเหน็ดเหนื่อยพระทัย เสด็จกลับไปยังต๎นอโศกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจับตัวมันมาไว๎ที่พระอังสาตามเดิม .

นิทานเรื่องที่ ๑๕ แล๎วพระเจ๎าตริวิกรมเสนก็เสด็จกลับไปสูํต๎นอโศก ทรง ดึงตัวเวตาลลงมา และเริ่มออกเดินทางตํอไป ขณะที่ดาํ เนินไป ข๎างหน๎า เวตาลซึ่งอยูํบนบําของพระองค๑ก็ชวนคุยขึ้นวํา "แนํะ ราชะ ขอทรงเงี่ยโสดสดับเถิด ข๎ามีเรื่องสนุก ๆ จะเลําถวาย" ครั้งหนึ่งในอาณาจักรเนปาล มีนครตั้งอยูํชื่อนครศิวปุ ระ และที่นครนี้ พระราชาทรงนามวํายศเกตุทรงปกครองอยูํ พระองค๑มีราชเสวกผู๎ใกล๎ชิดอยูํคนหนึ่งชื่อ ปรัชญาสาคร และ ทรงไว๎วางพระทัยให๎เขาดูแลพราชกิจทุกอยําง สํวนพระองค๑เอง ทรงใช๎เวลาสําราญพระทัยอยูํกับพระมเหสีคือ พระนางจันทร ประภา เวลาผํานไป พระราชาทรงได๎พระธิดาองค๑หนึ่งอัน ประสูติแตํพระราชเทวี ทรงตั้งพระนามให๎วําเจ๎าหญิงศศิประภา พระราชกุมารีพระองค๑นี้มีวรรณะอันผุดผํองดั่งแสงพระจันทร๑ผู๎ เป็นประหนึ่งดวงเนตรของโลก .

รื่นรมย๑ เป็นชายาของพระ กามเทพ (เทพแหํงความรัก) นางเป็นธิดาของพระทักษะพรหม ฤษีประชาบดี เป็นผู๎ที่มีบทบาทเหมือนกับเทวีอโฟรโดต๑ของ กรีก หรือวีนัสของโรมัน ในกาลครัง้ บหนึ่ง พระศิวะทรงเศร๎า .จําเนียรกาลสืบมา พระราชธิดาทรงจําเริญวัยเป็นสตรี แรกรุํนมีสิริโฉมงดงามยิ่งนัก วันหนึ่งในฤดูวสันต๑ เจ๎าหญิงเสด็จ ชมราชอุทยานพร๎อมด๎วยนางบาทบริจาริกาแวดล๎อมโดยรอบ เพื่อชมการแสดงฉลองฤดูใบไม๎ผลินั้น และที่แหํงหนึ่งในอุทยาน นี้เอง พราหมณ๑หนุมํ คนหนึ่งชื่อ มนสวามิน บุตรชายของเศรษฐี ได๎เข๎ามาเที่ยวด๎วย มาณพหนุํมแลเห็นเจ๎าหญิงกําลังเก็บดอกไม๎ อยูํ แขนของนางที่เคลื่อนไหวนั้นดูแฉล๎มเฉลายิ่งนัก แสดงให๎ เห็นทรวดทรงอันงามจับตาหาที่ตมิ ิได๎ ยามนางกรีดกรายนิ้วเด็ด กิ่งดอกไม๎ก็ดูงามสลวยไมํขดั ตา เมือ่ หนุํมน๎อยมนสวามินได๎เห็น นาง เขารู๎สึกในบัดดลวํานางได๎เด็ดเอาหัวใจของเขาไปด๎วย ทํา ให๎เขางงงวยด๎วยความรักนางจนแทบจะระงับสติไว๎ไมํอยูํ ชาย หนุํมรําพึงแกํตัวเองวํา "นี่คือนางรตี (รตี แปลวํา รักใครํ. พอใจ.

โศกอยํางหนักเนื่องจากพระสตีผู๎เป็นชายาของพระองค๑กลั้นใจ ตาย เพราะทักษะบิดาของนางดูหมิ่นพระศิวะ ความเศร๎าโศก ของพระศิวะโดยไมํสนใจไยดีตํอโลก ทําให๎เกิดความเดือดร๎อน ไปทั่ว ในกาลนั้นพระสตีไปเกิดใหมํเป็นพระอุมา ธิดาท๎าวหิมวัต เจ๎าแหํงขุนเขาหิมาลัย ทวยเทพทั้งหลายจึงคิดจะให๎นางได๎เป็น ชายาของพระศิวะ เพื่อจะได๎บังเกิดโอรสเป็นเทพแหํงสงคราม จะได๎ไปปราบศัตรูของทวยเพท จึงขอความอนุเคราะห๑จากพระ กามเทพให๎ชํวยเหลือ พระกามเทพจึงยิงศรดอกไม๎ไปที่พระศิวะ ทําให๎พระองค๑ลืมพระเนตรขึ้นแลเห็นพระอุมาก็หลงรักนาง แตํ พอรู๎วํากามเทพเป็นผู๎ยิงพระองค๑ดว๎ ยบุษปศร ก็โกรธ จึงลืมพระ เนตรทีส่ ามเป็นไฟกรดเผาผลาญกามเทพกลายเป็นจุณไป พระ กามเทพจึงไมํมรี ํางกาย ได๎นามใหมํวําพระอนงค๑ (ผู๎ไมํมี รํางกาย) ไป นางรติมีความเศร๎าโศกเสียใจมาก ทูลขอสามีคืน จากพระศิวะหลายครั้ง ในที่สุดพระศิวะให๎พระกามเทพลงไป เกิดเป็นโอรสของพระกฤษณะในสงครามมหาภารตะชื่อ พระ ประทยุมน๑ และให๎นางรตีลงไปเกิดเป็นภรรยาอสูรชื่อมายาวดี .

กามปรียา = ผูเ๎ ป็นที่รักของกามเทพ ๕. กามป๓ตนี = เมียของกามเทพ ๓. ศภางคี = ผู๎งามทั้งรําง ฯลฯ) . เรวา.ตํอมานางได๎ประทยุมน๑กุมารจากท๎องปลาใหญํ นางเลี้ยงดู ประทยุมน๑มาจนเป็นหนุมํ และได๎ประทยุมน๑เป็นสามี เพราะ พระนารทฤษีบอกนางวํา นางคือนางรตีในชาติกํอน และประท ยุมน๑นั้นก็คือกามเทพนั่นเอง รตี มีฉายาตําง ๆ กันดังนี้ ๑. มายาวดี = ผู๎มเี ลํห๑กล ๗. ราคลตา = ไม๎เลื้อยแหํงความกําหนัด ๖. กามกลา = ผู๎เป็นสํวนของกามเทพ ๔. กามิ. ปรีติ = ผู๎ยังให๎เกิดความรักใครํยินดี ๒. เกลิกิลา = ยวนเสนํห๑ ๘.

วสันต๑ ชื่อเทพ องค๑หนึ่งที่ทําให๎เกิดวสันตฤดู หรือฤดูใบไม๎ผลอันสวยงามยิ่ง กวําฤดูใด ๆ เพราะมีธรรมชาติอันตระการตาชวนให๎เพลิดเพลิน วสันตะเป็นเพื่อนสนิทของกามเทพ ไมํปรากฏวําเป็นโอรสของ ใคร) ในฤดูกาลเชํนนี้กระมัง ขณะที่ชายหนุํมกําลังรําพึงแกํ ตัวเองอยูํนั้น เจ๎าหญิงก็เหลือบมาเห็นเข๎าพอดี นางรู๎สึก เหมือนกับวําเทพแหํงความรัก (พระอนงค๑) ผู๎หาพระกายมิได๎ แล๎วกลับมาปรากฏให๎เห็นอีกครั้งหนึ่ง นางตะลึงตํอภาพที่เห็น เบื้องหน๎า ลืมเก็บดอกไม๎ ลืมเคลื่อนไหว ลืมหมดทุก ๆ อยําง .(ชายากามเทพ) หรือไฉน นางปรากฎรํางเพื่อมาเก็บรวม รวมบุปผามาลีทเี่ กลื่อนกลํอนในฤดูวสันต๑เพื่อเอาไปทําบุษปศ รถวายพระมันมถะ (มันมถะ แปลวํา ผู๎กํอกวนใจ เป็นฉายา นามหนึ่งของกามเทพ เพราะกามเทพนั้นทําให๎หัวใจมนุษย๑ที่ถูก ยิงด๎วยบุษปศรต๎องป๓่นปุวนรัญจวนด๎วยความรัก) (กามเทพ) แนํ เทียว และหรือวํานี่คืออรัญญานี (นางไม๎) ที่ปรากฏรํางขึ้นเพื่อ กระทําสักการะตํอพระวสันตเทพบุตร (วสันตะ.

ในระหวํางที่บุคคลทั้งสองกําลังจ๎องมองกันอยูํด๎วย ความรักอันดื่มด่ําหลงใหลนี้เอง พลันก็มีเสียงร๎องตะโกนเอะอะ ด๎วยความตื่นตกใจ คนทั้งสองได๎ยนิ ก็ชะเง๎อคอดูวําเกิดอะไรขึ้น ทันใดก็แลเห็นที่มาแหํงเสียง คือช๎างพลายเชือกหนึ่งวิ่งมาแตํ ไกลเพราะได๎กลิ่นนางช๎าง มันสลัดเครื่องพันธนาการหลุดออก เหวี่ยงควาญช๎างกระเด็น แล๎วตะลุยฝุาไม๎ไลํหักโผงผางเตลิดมา ตามทาง นางบาทบริจาริกาที่แวดล๎อมเจ๎าหญิงอยูํตํางก็พากัน วิ่งหนีเอาชีวิตรอดด๎วยความตกใจกลัวสุดขีด แตํมนสวามินได๎ สติกํอน เขาวิ่งถลันตรงมาที่นาง และอุ๎มนางไว๎ในอ๎อมกอด นาง กอดเขาไว๎อยํางขลาด ๆ ความรู๎สกึ สับสนด๎วยความกลัว ความ รัก และความละอาย ชายหนุํมตระกองกอดนางไว๎แนํน วิ่งหนี ไปได๎ระยะทางไกล พ๎นเขตที่ช๎างเมามันจะตามมาทัน ในที่สุด นางกํานัลทั้งหลายก็ตามมาทัน กลําวคํายกยํองสรรเสริญ พราหมณ๑หนุํมเป็นอันมากที่ชํวยพระธิดาไว๎ แล๎วพานางกลับวัง แตํระหวํางทางที่นางจากไป นางเหลียวหลังกลับมาดูเขาบํอย ๆ ด๎วยความอาวรณ๑ เมื่อกลับสูํวังแล๎วนางก็โศกครวญหวนหา .

แตํเขาผูเ๎ ป็นวีรบุรุษในใจของนางทิวาและราตรีกผ็ ํานไปด๎วย ความตรอมใจในความรักที่นางมีตอํ เขา สํวนมนสวามิน ก็ออกจากอุทยาน แลตามนางไป จนกระทั่งนางหายลับเข๎าตําหนักไป เขากลําวแกํตัวเองวํา "ข๎า อยูํโดยปราศจากนางไมํได๎ ที่พึ่งของข๎าในยามนี้ก็เห็นจะมีแตํมลู เทวะ จอมเจ๎าเลํห๑ที่เชียวชาญทางไสยเวทเทํานั้น" รําลึกฉะนี้แล๎ว ก็เตรียมจะไปพบจอมขมังเวทย๑ผู๎นั้น ครั้นถึงวันรุํงขึ้น ชายหนุํมออกเดินทางไปยังสํานักของมูลเทวะผู๎ เป็นบดีแหํงมายาวินทั้งหลาย แลเห็นจอมขมังเวทย๑กับศศินผู๎ เป็นสหาย กําลังทดลองมนตร๑ไสยตําง ๆ หลายแบบหลายวิธี สะเทือนฟูาสะเทือนเดินราวกับสงครามที่อสูรขับเคี่ยวกับทวย เทพกําลังดําเนินอยูํ ชายหนุมํ เข๎าไปแสดงคารวะตํอเจ๎าสํานัก อยํางขลาด ๆ แล๎วแจ๎งความประสงค๑ของตนให๎ทราบ มูลเทวะ ได๎ฟ๓งก็หัวเราะยกใหญํ แตํในที่สุดก็ยอมรับวําจะชํวยให๎ชาย หนุํมได๎สัมฤทธิ์ผล จอมขมังเวทย๑มนุษย๑เจ๎าเลํห๑หยิบเม็ดยากลม .

ๆ เล็ก ๆ ที่ปลุกเสกแล๎วเม็ดหนึ่งใสํลงไปในปากของตนเอง ทันใดก็กลายเป็นรูปพราหมณ๑แกํ แล๎วเอายาเม็ดทีส่ องใสํ ปากของมนสวามิน ทําให๎ชายหนุมํ กลายรํางเป็นหญิงสาวรูป งาม จากนั้นราชาไสยเวทก็จูงมือสาวน๎อยไปสูํงท๎องพระโรงของ กษัตริย๑ผเู๎ ป็นพระบิดาของเจ๎าหญิงศศิประภา และทูลวํา "โอ ราชะ ข๎ามีลูกชายอยูเํ พียงคนเดียว ข๎าได๎ไปสูํขอหญิงงามคน หนึ่งมาให๎เป็นภรรยาของเขา และอุตสําห๑เดินทางดั้นด๎นมาแตํ ไกล เพื่อจะมอบนางให๎แกํลูกของข๎า แตํไมํพบเขา ข๎าจะต๎อง ออกติดตามให๎เจอเขาให๎ได๎ ข๎าจําเป็นจะต๎องทูลขอร๎องพระองค๑ ให๎วยดูแลหญิงผู๎นี้ไว๎ให๎ข๎าด๎วย จนกวําข๎าจะตามเจอลูกชายของ ข๎า ที่ข๎ามาทูลตํอพระองค๑เชํนนี้ ก็เพราะพระราชานั้นได๎ชื่อวํา นฤบาล เป็นผูค๎ ุ๎มครองคนทั้งหลาย และทรงเป็นผู๎พิทักษ๑โลกอีก ด๎วย" เมื่อพระเจ๎ายศเกตุได๎ฟ๓งคําขอร๎องของพราหมณ๑ เชํนนั้น ก็รีบรับคําเพราะทรงเกรงกลัวคําสาปของพราหมณ๑ถ๎า ทรงปฏิเสธ จึงตรัสเรียกพระราชธิดาศศิประภามาเฝูา ดํารัสวํา .

"ลูกหญิง เอาหญิงผู๎นี้ไปไว๎ที่ตําหนักของลูก เลี้ยงดูนางให๎ดี ให๎ นางนอนกับเจ๎า และกินอาหารรํวมกับเจ๎าทุกวัน" เจ๎าหญิงก็ ดํารัสแล๎วก็พามนสวามินผู๎แปลงรํางเป็นสาวน๎อยตามไปที่ ตําหนักของนาง สํวนมูลเทวะผู๎แปลงรูปเป็นพราหมณ๑แกํก็ เดินทางทํองเที่ยวไปตามอัธยาศัย และมนสวามินก็ได๎อยูํกับเจ๎า หญิงที่ตนรักในสภาพที่ตนเป็นหญิงเชํนเดียวกัน ในเวลาไมํนานนักนางก็มคี วามสนิทสนมและให๎ความ รักความเอ็นดูแกํสหายคนใหมํของนาง และแล๎ววันหนึ่งเจ๎า หญิงก็เริ่มมีอาการเศร๎าสร๎อย และแสดงอาการแหนงหนํายตํอ สิ่งทั้งหลายที่นางเคยรักเคยใครํ พลิกซ๎ายปุายขวากลับไป กลับมาอยูํบนบรรจถรณ๑ไมํหยุดหยํอน มนสวามินผู๎นอนอยูํบน เตียงถัดไปในสภาพของหญิงสาวจึงปลอบถามนางวํา "ศศิ ประภายอดรัก ทําไมเจ๎าจึงดูซีดเซียวนัก และรํางกายก็ซูบผอม ลงทุกวัน ดูราวกับคนที่พลัดพรากจากคูํรักของตนต๎องตรอมใจ โหยหานึกถึงคนรัก บอกข๎าสิ ถ๎าเจ๎ายังไว๎ใจข๎าผู๎เป็นเพื่อนของ .

เจ๎าคนนี้ ดีละ ถ๎าเจ๎ายังไมํยอมพูด ข๎าจะอดอาหารตั้งแตํบัดนี้ เป็นต๎นไป จนกวําเจ๎าจะบอกความจริงแกํข๎า" เจ๎าหญิงได๎ฟ๓งดังนั้นก็ถอนใจ ในที่สุดก็ยอมเลําเรื่อง นางกลําววํา "ข๎าจะไมํเชื่อใจเจ๎าได๎อยํางไรเลํา ฟ๓งให๎ดีนะ ข๎าจะ เลําสาเหตุให๎เจ๎าฟ๓ง ครั้งหนึ่งเมื่อวสันตฤดูมาเยือน ข๎าไปเที่ยวที่ สวนดอกไม๎เพื่อความเพลิดเพลิน และที่นั้นเอง ข๎าได๎เจอ พราหมณ๑หนุํมรูปงามคนหนึ่ง ผู๎งามสดใสปานฤดูใบไม๎ผลิ และ ผุดผํองดังรัศมีพระจันทร๑ เขาทําให๎ข๎าตกหลุมรักตั้งแตํแรกเห็น และทําให๎ข๎าชื่นใจราวกับได๎ทิพยรสในดวงจันทร๑ (หมายถึง อาหารอันเป็นทิพย๑ที่มีอยูํในดวงจันทร๑ เมื่ออาหารนี้ถูกกินนาน ๆ เข๎า จํานวนก็ลดน๎อยลงทําให๎พระจันทร๑เรียวลง ๆ เป็นรูป โค๎ง ในที่สุดก็หมดดวง ยามนี้คือข๎างแรม ตํอมาพระจันทร๑ก็มี เสี้ยวใหญํขึ้น ๆ จนเต็มที่ นั่นคือ สมบูรณจันทร๑หรือพระจันทร๑ เต็มดวง อันแสดงวําทิพยาหารในดวงจันทร๑เริม่ สะสมขึ้นมา ใหมํ) นั้น กําลังมองดูเขาด๎วยใจอันเผลอไผลนั้นเอง ก็พอดีช๎าง ใหญํเชือกหนึ่งหลุดจากปลอกพันธนาการวิ่งเตลิดผํานเข๎ามาใน .

อุทยาน รูปรํางของมันกํายําดํามืดเหมือนเมฆฝน พวกนาง กํานัลทั้งหลายของข๎าก็แตกกระเจิงวิ่งหนีไปหมด และระหวําง ที่ข๎ายังละล๎าละลังไมํรู๎จะทําอยํางไร พราหมณ๑หนุํมก็ถลันเข๎ามา อุ๎มข๎าไว๎ทันที พาหนีจากที่นั้น การสัมผัสกับรํางกายของชาย หนุํมเป็นความรู๎สึกแปลกใหมํที่ข๎าไมํเคยประสบมากํอน การ กอดอยํางนิ่มนวลละมุนละไมของเขาทําให๎ข๎ารู๎สึกเหมือนถูก ชะโลมลูบด๎วยผงจันทร๑อันหอมกรุนํ และรูส๎ ึกเต็มตื้นด๎วยความ อิ่มเอิบใจ ราวกับได๎ลิ้มรสทิพยาหารในดวงเดือน ข๎ารูส๎ ึกเป็นสุข เหลือที่จะบรรยายออกมาได๎ หลังจากนั้นมินาน บรรดาสาว สรรพ๑กํานัลของข๎าก็กลับมาชุมนุมกันดังเกํา และเขาก็พาข๎า กลับวัง ทั้ง ๆ ที่ข๎าไมํเต็มใจเลย ทําให๎รู๎สึกเหมือนวําข๎าถูก เหวี่ยงจากสวรรค๑ลงมาสูดํ ินในพริบตา ตั้งแตํนั้นเป็นต๎นมาใจ ของข๎าก็เฝูาแตํคิดถึงเขามิรู๎วาย ยามตื่นก็รสู๎ ึกเหมือนเขาอยูํ เคียงข๎าง และแม๎ยามหลับข๎าก็แลเห็นเขาในความฝ๓น วําเขา ประคองกอดและจุมพิตข๎าอยํางนิ่มนวล แตํแม๎กระนั้นข๎าก็ยัง ลืมถามชื่อเขา และสํวนอื่น ๆ อันเกี่ยวกับตัวเขา ดังนั้นข๎าจึง .

ต๎องทนทุกข๑ทรมานอยํางที่เจ๎าเห็นนี่แหละ เขาทําให๎หัวใจของ ข๎าต๎องร๎อนรุํมด๎วยไฟแหํงความทุกข๑ เพราะการพรากจากเขาผู๎ เป็นบดีแหํงชีวิตของข๎า" พอมนสวามินได๎ยินเรื่องราวของนาง เขาก็รู๎สึกชุํมชื่น หัวใจ มีความอิ่มเอิบราวกับได๎รับอมฤตรส เพราะวาจาของนาง ผู๎เป็นที่รัก แม๎เขาจะอยูํในรํางของหญิงสาว ณ ที่นั้นก็ตาม เมื่อ ประจักษ๑ความจริงดังนี้ ชายหนุํมก็รู๎วําบัดนี้ถึงเวลาทีเ่ ขาจะ เปิดเผยตัวเองได๎แล๎ว จึงคายเม็ดยาวิเศษออกจากปาก และ แสดงรูปรํางอันแท๎จริงให๎ประจักษ๑ พลางกลําววํา "แมํตากลม แลดูข๎าสิ ข๎านี่แหละคือพราหมณ๑หนุํมคนที่เจ๎าถวิลหาตั้งแตํพบ กันในสวนเป็นครั้งแรก และข๎าก็ตกเป็นทาสของเจ๎าตาม ความหมายของ "ทาส" ที่แท๎จริงทุกประการ ตั้งแตํเรา หยุดชะงักเพราะช๎างใหญํวิ่งเข๎ามา การได๎อุ๎มเจ๎าหนีอันตรายก็ เป็นสิ่งที่มิได๎คาดถึง จนเมื่อเจ๎าจากไปแล๎วข๎าก็คดิ ถึงเจ๎ามิวาย จึงต๎องหาวิธีที่จะได๎พบเจ๎าอีก ก็อยํางที่เห็นในรูปรํางผูห๎ ญิงนี่ แหละ เพราะฉะนั้น เจ๎าผูเ๎ ป็นที่รักของข๎าเอ๐ย ขอให๎ความ .

พราหมวิวาหะ หมายถึง การแตํงงานที่ได๎หมั้นกัน เรียบร๎อยด๎วยทรัพย๑ และมีการทําพิธีถูกต๎องทางศาสนา ๒. ไทววิวาหะ คือการวิวาห๑ที่ฝุายพํอแมํยกลูกสาว ให๎แกํพระผู๎ทําพิธี ในฐานะที่ใช๎เป็นของแทนคําจ๎าง .โศกศัลย๑เพราะการพลัดพรากของเราทั้งสองจงถึงที่สุดเถิด เรา ได๎ทนทุกข๑ทรมานมามากพอแล๎ว อยําให๎เราต๎องอดทนอีกเลย เพราะพระกามเทพเองก็ไมํอาจจะทนรอโอกาสให๎เราอีกตํอไป แล๎ว" ฝุายเจ๎าหญิงเมื่อได๎แลเห็นรูปรํางอันแท๎จริงของชายใน หทัยของนางปรากฏตํอหน๎าและกลําวถ๎อยคําดังกลําว นางก็ เต็มตื้นใจเป็นล๎นพ๎น ดังนั้นทั้งสองก็กระทําการสมรสกันโดย แบบคานธรรพวิวาห๑ (คานธรรพวิวาห๑ แปลวํา แตํงงาน หรือได๎ เสีย กันเองด๎วยความสมัครใจของชายและหญิง ถือวําเป็นการ วิวาห๑อยํางหนึ่งในแปดอยํางที่ใช๎ได๎แม๎จะไมํเปิดเผยแกํ สาธารณชนก็ตาม วิวาห๑ ๘ แบบได๎แกํ ๑.

อารษวิวาหะ คือการวิวาห๑ที่มีสินสอดเป็นแมํโค หรือพํอโค ๔.๓. ไปศาจวิวาหะ คือการวิวาห๑โดยการลักหลับผูห๎ ญิง วางยานอนหลับหรือมอมเมาสุรา) . อาสุรวิวาหะ คือการวิวาห๑โดยการซื้อขายเหมือน สินค๎า ๗. คานธรรพวิวาหะ (คานฺธรฺววิวาห) คือการวิวาห๑โดย ความพึงพอใจของทั้งฝุายชายและฝุายหญิง ที่จะได๎เสียกันเอง โดยไมํต๎องขอความยินยอมจากญาติของฝุายหญิง ๖. รากษสวิวาหะ คือการวิวาห๑ที่ใช๎วิธีตีชิงหรือปล๎นเอา โดยพละกําลัง ๘. ปราชาป๓ตยวิวาหะ คือการวิวาห๑ซึ่งฝุายพํอแมํยกลูก สาวให๎เจ๎าบําวโดยไมํเรียกร๎อง ๕.

จากนั้นมนสวามินก็มีชีวิตอยํางผาสุกในวังของนาง โดยดํารงรํางเป็นสองแบบ กลําวคือเมื่อถึงเวลากลางวันก็เอา เม็ดยาวิเศษอมไว๎ในปาก มีรูปรํางเป็นหญิง ตกถึงเวลากลางคืน ก็คายเม็ดยาออก กลายรํางเป็นชาย ด๎วยประการฉะนี้แลเวลาก็ผํานไป ครั้นแล๎วันหนึ่ง พี่เขยของพระราชายศเกตุ มีชื่อวํา มฤคางกทัตต๑ ได๎ยกพระธิดา ชื่อมฤคางกวตีให๎อภิเษกสมรสกับพราหมณ๑หนุํมลูกชายของ มหาเสนาบดี ผูเ๎ ป็นอํามาตย๑นายกของพระราชา ชื่อ ปรัชญา สคร และนางมฤคางกวตีได๎รบั ทรัพย๑สินจํานวนมากจากพระ บิดาของนาง ในงามอภิษกสมรสครั้งนี้ เจ๎าหญิงศศิประภาได๎รับ เชิญให๎เข๎ารํวมงานด๎วยที่วังของพระญาติองค๑นี้ นางก็เสด็จ แวดล๎อมไปด๎วยเหลํานางผู๎รับใช๎เป็นอันมาก ในจํานวนนี้มีมน สวามินในรํางสาวสวยตามเสด็จไปด๎วย ฝุายลูกชายของมหาอํามาตย๑ปรัชญาสาคร ได๎ เห็นางแปลงคือมนสวามินในรํางหญิงสาวสวย ก็เกิดความ .

หลงใหลเหมือนถูกเสียบด๎วยศรกามเทพ เมื่อเสร็จการแตํงงาน แล๎วเจ๎าบําวก็พาเจ๎าสาวกลับไปสูํเรือนของตน ชายหนุํมรู๎สึกใจ หายที่ต๎องพรากจากนางงาม มีความรู๎สึกเหมือนหัวใจของตน ถูกปล๎อนเอาไปจากรํางฉะนั้น ชายหนุํมเฝูาแตํครุํนคิดถึงนางอยูํ มิวาย หลับตาลงคราใดก็แลเห็นแตํใบหน๎าของนางทุกครั้ง หัวใจก็เจ็บปวดไปหมดด๎วยพิษพญางูแหํงความรักอันแรงร๎าย นอนกระสับกระสํายเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งหาความสงบมิได๎ คนที่มา ชํวยงานและพักอยูํที่นั้นตํางก็งุนงงตํอภาพที่ได๎เห็น ปรึกษากัน วําเกิดอะไรขึ้น และบิดาของชายหนุํมคือ ทํานมหามนตรี ปรัชญาสาคร พอได๎ทราบเรื่องก็รบี มาเยี่ยม ทํานมุขมนตรี พยายามปลอบถามสาเหตุอยํางไร ๆ ก็ไมํได๎เรื่อง พอถูกซักถาม หนักเข๎า ชายหนุํมก็กระโจนลงจากเตียง สํงเสียงกรีดร๎องพูด รําพันเพ๎อพร่ําฟ๓งไมํได๎ศัพท๑ ทําให๎ผู๎เป็นพํอกลุ๎มใจยิ่งนัก และ ตระหนักวําสถานการณ๑นั้นร๎ายแรงเกินกวําจะเยียวยาได๎ เมื่อ พระราชาทราบเรื่องก็รีบเสด็จมาเยี่ยมเป็นการสํวนพระองค๑ พอเห็นอาการของชายหนุํมก็ทรงทราบได๎ทันทีวําตกอยูํใน .

ตาย) แนํ ๆ ถ๎าเขาตายลง พํอเของเขาผู๎เป็นมหา มนตรีของข๎าก็คงจะถึงความพินาศ ถ๎าเขาถึงความพินาศ อาณาจักรของข๎าก็ยํอมพลอยพินาศไปด๎วย ลองบอกหนํอยทีวํา ข๎าจะทําอยํางไรดี" เมื่อพระราชาตรัสดังนี้ เหลํามนตรีก็กราบทูลวํา "ราชะ มีคําทํานกลําวไว๎วํา บารมีของพระเจ๎าแผํนดิน ยํอม คุ๎มครองทวยราษฎร๑ทั้งปวง และในหมูํราษฎร มนตรีเป็นบุคคล ที่สําคัญกวํา ถ๎ามนตรีพินาศ การคุม๎ ครองของพระราชาก็ไมํมี .ความทรมานเพราะพิษรักอันร๎ายแรงถึงขั้นที่ ๗ ในจํานวน ทั้งหมด ๑๐ ขั้น ดังนั้นพระองค๑จึงตรัสแกํเหลําอํามาตย๑วํา "ถ๎า ข๎าได๎หญิงบริสุทธิ์จากตระกูลพราหมณ๑มาสักคนหนึ่ง ข๎าจะลอง ดูซิวํา เขาจะมีความรักนางได๎หรือไมํ ถ๎าเขายังไมํสามารถทําใจ ให๎รักนางได๎ ก็ไมํต๎องสงสัยเลยวํา เขาจะต๎องไปถึงขั้นที่ ๑๐ (ตาย) (๑๐ ขั้นของการทนทุกข๑ทรมานเพราะความรัก ได๎แกํ ๑. ผูกพันทางใจ ๓. กระสัน ๔. ลมใสํ ๑๐. ใจเลื่อนลอย ๙. นอนไมํหลับ ๕. ไมํรู๎หนาวรูร๎ ๎อน ๗. รักนัยน๑ตาสวย ๒. ซูบผอม ๖. ไมํรู๎จักอาย ๘.

ผล เมื่อเป็นดังนี้ บาปยํอมเกิดเพราะความตายของบุตรมหา มนตรีนี้ เพราะฉะนั้นพระองค๑จะต๎องไมํทําให๎เกิดบาปกรรมนี้ มิฉะนั้นพระองค๑จะถูกประณามวําทําผิดหลักธรรม และเพื่อ หลักการอันนี้ พระองค๑ควรทดลองแก๎ไขให๎ดีที่สุด อุบายในกรณี นี้ก็คือ พระองค๑ควรแสวงหาหญิงตระกูลพราหมณ๑ที่บริสุทธิ์ผดุ ผํอง และงามพร๎อมด๎วยรูปสมบัตคิ ุณสมบัติอันเลิศมาให๎แกํบตุ ร มนตรี ให๎เขาอยูํกับนางสักชั่วระยะเวลาหนึ่ง ถ๎าไมํถูกใจเขาก็คง สํงนางคืน เมื่อถึงเวลานั้น เราคํอยมาปรึกษาหารือกันใหมํวําจะ ทําอยํางไรตํอไป" เมื่อเหลํามนตรีกราบทูลแสดงความคิดเห็นดัง่นี้ พระราชาก็ทรงเห็นชอบด๎วย ในการที่จะสํงนางแปลงไปให๎แกํ บุตรชายของมุขมนตรี และหลังจากที่ตรวจฤกษ๑งามยามดี เรียบร๎อยแล๎ว พระราชาก็สั่งให๎เอาตัวมนสวามินชายในรํางหญิง มาจากตําหนักของเจ๎าหญิงพระราชธิดามาเฝูา แล๎วแจ๎งเรื่องให๎ ราบ ชายหนุํมได๎ฟ๓งจึงกราบทูลวํา "ราชะ ถ๎าพระองค๑ตั้งตระทัย จริงจังวํา จะสํงตัวหมํอมฉันไปเป็นเมียลูกมุขมนตรีคนนั้น .

หมํอมฉันก็ยอม แตํโปรดทรงระลึกวํา หมํอมฉันเป็นคนที่ พราหมณ๑ชราผูห๎ นึ่งนํามาฝากพระองค๑ไว๎และตัวเขาก็หาย สาบสูญไป ถ๎าหมํอมฉันจะต๎องแตํงงานในครั้งนี้ หมํอมฉัน จะต๎องขอให๎สามีของหมํอมฉันกระทําบุญเสียกํอน คือให๎เขา ออกเดินทางจาริกแสวงบุญไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามตีรถะ (ทําน้ํา) ตําง ๆ อันเป็นที่ตั้งเทวาลัยของทวยเทพ เมื่อครบ ๖ เดือนที่เขาไปประพฤติบญ ุ ยยาตราเสร็จเรียบร๎อยแล๎วกลับมา บ๎าน เมื่อนั้นแหละจึงคํอยสํงหมํอมฉันไปเป็นเมียเขา เงื่อนไขที่ หมํอมฉันกราบทูลนี้จะรับได๎หรือไมํ ถ๎าไมํรบั แตํจะบังคับ หมํอมฉันให๎เป็นเมียเขา หมํอมฉันก็จะกัดลิ้นให๎ขาด ฆําตัวตาย ให๎รู๎แล๎วรูร๎ อดไป" เมื่อนางกลําวดังนี้ พระราชาก็แจ๎งให๎บุตรชายของ มหามนตรีทราบ ชายหนุมํ ได๎ทราบดังนี้ อาการปุวยก็หายเป็น ปกติทันที และรีบรับเงื่อนไขทันทีโดยไมํมีข๎อตํอรอง ชายหนุํม รีบดําเนินการวิวาห๑ตํอไปจนขบถ๎วนกระบวนการ และตั้งนาง มฤคางกวตีเป็นเมียหลวงอยูํในบ๎านหลังหนึ่ง และให๎วําที่เมียคน .

ที่สองหรือหญิงปลอมอยูํบ๎านเดียวกัน ให๎มีคนคอยระแวดระวัง รับใช๎นางอยํางดีที่สุด สํวนชายโงํเมื่อจัดการเสร็จแล๎วก็จดั แจง ออกเดินทางไปจาริกแสวงบุญตามตีรถะตําง ๆ เพื่อเอาใจนาง ตามข๎อตกลง ฝุายมนสวามินอยูดํ ๎วยกันกับนางมฤคางกวตีเมีย หลวงโดยนอนเตียงเดียวกัน กินอาหารโต๏ะเดียวกัน คืนหนึ่งใน ขณะที่คนทั้งสองนอนบนเตียงด๎วยกัน และคนรับใช๎ซึ่งอยูํนอก ห๎องนอนหลับหมดแล๎ว นางมฤคางกวตีกลําวแกํเพื่อนรํวมเตียง วํา "เพื่อนเอ๐ย ข๎านอนไมํหลับ ชํวยเลํานิทานให๎ข๎าฟ๓งสักเรื่องสิ" เมื่อมนสวามินได๎ยินดังนั้นก็กลําววํา "ข๎าจะเลํานิทานให๎เจ๎าฟ๓ง เรื่องมีวําในสมัยดึกดําบรรพ๑นานมาแล๎ว มีราชฤษีองค๑หนึ่งชื่ออิ ฑะ เป็นกษัตริย๑สรู ยวงศ๑องค๑หนึ่งได๎ถูกคําสาปของพระเคารี (พระอุมา) กลายเป็นหญิง และพระองค๑ในสภาพที่ถูกสาปเป็น หญิงเกิดไปรักพระพุธ (โอรสของพระจันทร๑) ในการพบกันครั้ง แรก ณ พุํมไม๎บริเวณอาศรม และได๎เสียเป็นผัวเมียกันที่นั่น จน เกิดโอรสด๎วยกันคือเจ๎าชายปุรูรวัส" เมื่อหนุํมเจ๎าเลํหเ๑ ลํามาถึง .

ตอนนี้ ก็สรุปวํา "ดังนั้น ด๎วยความอนุเคราะห๑จากเทพก็ดี หรือ ด๎วยเวทมนตร๑และโอสถก็ดี บางทีก็อาจทําให๎ผู๎ชายกลายเป็น ผู๎หญิง หรือในทางกลับกัน ผูห๎ ญิงกลายเป็นชายก็ได๎เหมือนกัน และด๎วยวิธีนี้แม๎แตํมหาบุรุษก็อาจตกเป็นผู๎พํายแพ๎แกํอีกฝุาย หนึ่งเพราะความรักชักนําไปได๎เหมือนกัน" เมื่อนางมฤคางกวตี ผู๎ตรอมใจเพราะถูกสามีทอดทิ้ง โดยเขารีบออกเดินทางไปจาริกแสวงบุญ หลังจากพิธีวิวาห๑เพิ่ง เสร็จไปใหมํ ๆ ได๎ฟ๓งนิทานเรื่องนี้ นางก็กลําวแกํหญิง (มน สวามิน) ผู๎เป็นเมียน๎อยของสามีและผู๎เป็นที่นางไว๎ใจเพราะอยูํ ด๎วยกันในฐานะหญิงผู๎รํวมสามีเดียวกันกับนางวํา "นิทานที่เจ๎า เลํามาทั้งหมดนี่ ทําให๎กายของข๎าสั่นเทิ้ม และหัวใจของข๎าก็ วาบหวิวไปหมด สหายเอ๐ย บอกข๎าหนํอยเถอะวําเรื่องนี้ หมายความวํากระไร" เมื่อพราหมณ๑หนุํมในรํางหญิงได๎ยินดังนี้ ก็กลําวตํอไปวํา "เพื่อนเอ๐ย นี่คือสมุฏฐานอันร๎ายแรงที่เกิดจาก ความรัก ข๎าก็ทนไมํไหวเหมืนอกัน ข๎าจะไมํปดิ บังเจ๎าอีกตํอไป แล๎ว" เมื่อนางแปลงกลําวดังนี้ นางมฤคางกวตีก็กลําวตํอไป .

อยํางช๎า ๆ วํา "สหายเอ๐ยข๎ารักเจ๎าเหมือนชีวิตของข๎าเอง เพราะฉะนั้นไฉนข๎าจึงไมํควรพูดสิง่ ที่ข๎าคิดวําสมควรจะเปิดเผย เชํนเดียวกัน จะเป็นไปได๎หรือไมํวาํ ใครก็ได๎ที่ใช๎กลอุบายอัน ชาญฉลาดอาจจะถูกพามาสูํวังนี้ได๎" เมื่อศิษย๑ของจอมขมังเวท ได๎ฟ๓งดังนี้ เขาก็เข๎าใจวํานางหมายความวําอะไร จึงประสมประ แสแตํงเรื่องเพื่ออธิบายตนเองวํา "ถ๎าจะถือเรื่องนี้อยํางจริงจัง แล๎วละก็ ข๎าจะตอบตามตรงวํา ข๎าได๎รับพรจากพระวิษณุเป็น เจ๎าวํา ถ๎าข๎าอยากจะแปลงรํางเป็นชายในเวลากลางคืนข๎าก็ทํา ได๎ เพราะฉะนั้นข๎าจะแปลงกายเป็นชายให๎เจ๎าดูเดี๋ยวนี้" วําแล๎ว ก็คายเม็ดยาวิเศษออกจากปาก และปรากฎกายเป็นเด็กหนุมํ รูปงามตํอหน๎านาง และด๎วยกโลบายอันชาญฉลาดเชํนนี้ พราหมณ๑หนุํมก็ได๎อยูํกันกับภรรยาของลูกมุขมนตรี โดยเป็น หญิงในเวลากลางวันและเป็นชายในเวลากลางคืน แตํหลังจาก นีม้ ินานก็มีขําวแจ๎งมาวําสามีของนางได๎เสร็จการจาริกแสวงบุญ แล๎ว และกําลังเดินทางกลับบ๎าน ชายหนุํมผู๎เป็นชูไ๎ ด๎ทราบขําวก็ ตกใจ รีบพานางมฤคางกวตีหนีออกจากบ๎านไปในยามดึก .

ถึงตอนนี้ก็ปรากฏวํา จอมขมังเวทย๑มูลเทวะผู๎เป็น อาจารย๑ของชายหนุํมมนสวามิน หลังจากที่ทํองเที่ยวหาความ สําราญใจไปในดินแดนตําง ๆ ได๎ทราบเรื่องที่ศิษย๑ของตนกํอขึ้น จึงรีบแปลงกายกลับเป็นพราหมณ๑ชราตามเดิม พร๎อมด๎วยศศิน ผู๎เป็นสหายซึ่งแปลงกายเป็นพราหมณ๑หนุํมตรงไปเฝูาพระราชา ยศเกตุ กราบทูลวํา "ข๎าแตํราชะ คงจะทรงจําได๎วําข๎าคือใคร บัดนี้ข๎าไปติดตามจนพบลูกชายของข๎าแล๎ว จึงกลับมาทูลขอคืน ลูกสะใภ๎ที่ข๎าฝากพระองค๑ไว๎กลับคืน เพราะฉะนั้นขอได๎ทรงคืน นางให๎แกํลูกชายของข๎าเถิด" พระราชาได๎ฟ๓งดังนี้ก็ตกพระทัย กลัวจะถูกพราหมณ๑สาปเอาจึงกลําวอ๎อมแอ๎มแก๎ตัววํา "ทําน พราหมณ๑ ข๎าจะทําอยํางไรดีเลํา เพราะลูกสะใภ๎ของทํานเพิ่งหนี ออกจากบ๎านเมื่อสองสามวันนี้เอง ไมํทราบวําไปไหน จนปุานนี้ ยังตามตัวไมํพบเลย นี่เป็นความผิดของข๎าเอง เอาอยํางนี้แล๎ว กัน ข๎าจะมอบลูกสาวของข๎าให๎ทํานเป็นการทดแทนลูกสะใภ๎ ของทํานที่หายไป ขอทํานจงรับเอาไปเถอะ" .

เมื่อคนเจ๎าเลํห๑ในรํางของพราหมณ๑ชราได๎ยินก็ซํอน ยิ้มด๎วยความพอใจ แตํแกล๎งตีสีหน๎าบึ้งตึงให๎พระราชาเกรงกลัว เมื่อรับเจ๎าหญิงมาแล๎วก็มอบให๎แกํศศิน พราหมณ๑หนุํมผู๎ถูกสม มุตให๎เป็นลูกชายของพราหมณ๑เฒํา การวิวาห๑อยํางเอิกเกริกก็ ได๎กระทําขึ้นในวังหลวง เสร็จพิธีแล๎วมูลเทวะก็นําคนทั้งสอง เดินทางกลับบ๎านโดยไมํสนใจไยดีตํอทรัพย๑ศฤงคารที่พระราชา ประทานให๎ ณ บ๎านของมูลเทวะนั่นเอง มนสวามินผัวคนแรก ของเจ๎าหญิงก็เดินทางมาถึง เกิดการโต๎เถียงยกใหญํกับศศินผู๎ เป็นผัวคนใหมํของนางตํอหน๎ามูลเทวะ มนสวามินกลําววํา "เจ๎า หญิงศศิประภาองค๑นี้ควรจะถูกสํงคืนให๎ข๎า เพราะข๎าได๎เป็นสามี ของนางคนแรกโดยอาศัยกลวิธีของทํานครูแท๎ ๆ " ศศินตอบวํา "อ๎ายหน๎าโงํ เจ๎ามีสํวนได๎สํวนเสียอะไรกับนาง นางเป็นเมียข๎า แท๎ ๆ เพราะพระบิดาของนางประทานนางให๎แกํข๎า โดยเข๎าพิธี วิวาห๑ตํอหน๎ากองไฟอันศักดิ์สิทธิ์" ปรากฏวําทั้งสองชายตําง .

ก็ถุ๎มเถึยงกันอยํางไมํลดราวาศอกให๎กันและกัน ตํงก็ยืนยันสิทธิ เหนือตัวนางด๎วยกัน ไมํมีใครตัดสินในเรื่องนี้ได๎ "โอ ราชันโปรดตอบข๎าหนํอยวําในระหวํางชายสองคน คูํพิพาทในกรณีนี้ ใครสมควรจะเป็นเจ๎าของนางอยํางแท๎จริง" เมื่อพระราชาตริวกรมเสนถูกถามจากเวตาล ซึ่งอยูํ บนพระอังสาของพระองค๑ดังนั้น ก็ตรัสตอบป๓ญหาวํา "ข๎า พิจารณาเรื่องนี้แล๎ว มีความเห็นวําเจ๎าหญิงควรเป็นภริยาของ ศศินโดยแท๎ เพราะวํา พระราชาทรงยกนางให๎แกํศศิน และจัด พิธีวิวาห๑ให๎อยํางเปิดเผยตํอหน๎าคนทั้งหลาย เพราะฉะนั้นเจ๎า หญิงจึงเป็นภรรยาที่ถูกต๎องตามกฏหมายของศศิน เขาเทํานั้นที่ เป็นเจ๎าของนางโดยไมํมีทสี่ งสัย สํวนเจ๎าหนุํมมนสวามินนั่น ไมํได๎เข๎าพิธีวิวาห๑กับนางเพียงแตํได๎เสียกันเองอยํางลับ ๆ ตาม แบบคานธรรพวิวาห๑เทํานั้น ไมํมผี รู๎ ู๎เห็นเป็นพยาน จะมาอ๎าง สิทธิเหนือนางกระไรได๎" .

เมื่อเวตาลได๎ฟ๓งคําตอบของพระราชา มันก็ละจาก พระอังสา และลอยกลับไปยังกิ่งอโศกตามเดิม .

นิทานเรื่องที่ ๑๖ พระราชาตริวิกรมเสนเสด็จกลับไปที่ต๎นอโศก ดึง เวตาลลงจากกิ่ง เอาพาดไว๎บนพระอังสาตามเดิม และในขณะที่ เดินทางกลับไปทางเกํานั้น เวตาลก็กลําวขึ้นอีกวํา "ราชะ โปรด ฟ๓งข๎าสักนิด ข๎ามีเรื่องดี ๆ จะเลําให๎พระองค๑ฟ๓ง" ในโลกอันไพศาลนี้ มีขุนเขาอันใหญํมหึมา ชื่อภูเขา หิมวัต อุดมด๎วยรัตนากรมากมายเป็นล๎นพ๎น และ ณ ที่นี้ก็เป็น ที่เกิดของเทวีพี่น๎องคือ พระคงคาและพระเคารี (พระอุมา) ผู๎ เป็นที่โปรดปรานของพระศิวะ ภูเขาอันมีนามกระฉํอนนีย้ ังหา ได๎มีคนหนึ่งคนใดเคยปีนขึ้นไปถึงยอดไมํ มหาบรรพตนี้จึงชูยอด ตระหงํานล้ําภูเขาทั้งปวง ด๎วยเหตุดังกลําวนี้แล จึงมีเหลํากวี แตํงเพลงขับร๎องสดุดีไปตลอดทั้งสามโลก ที่ไหลํเขาหิมวัตนีเ้ อง เป็นที่ตั้งของเมืองกนกนคร (เมืองทอง) ซึ่งมีความสวํางไสว แพรวพราวราวกับแสงแหํงสูรยะทีส่ ํองระดมลงมายังพื้นพิภพ โดยเฉพาะ .

แตํกาลนานลึกดึกดําบรรพ๑มาแล๎ว เมืองทองดังกลําว นี้เป็นที่อยูํของเหลําวิทยาธรทั้งหลาย ซึ่งมีพระเจ๎าชีมูตเกตุเป็น พระราชา งามสงําดังพระอินทร๑ประทับอยูํบนเขาพระสุเมรุ ใน พระราชอุทยานของพระองค๑มีต๎นไม๎สารพัดนึก (กัลปพฤกษ๑) ํต๎นหนึ่ง ซึ่งเป็นที่หวงแหนของราชตระกูลเป็น อยํางยิ่ง ต๎นไม๎ต๎นนีม้ ิได๎มีชื่อวํา "ผู๎ให๎ตามใจปรารถนา" โดยไร๎ เหตุผลก็หามิได๎ พระราชานับถือบูชาต๎นไม๎สวรรค๑ต๎นนี้อยําง จริงใจ และทรงขอพระโอรสองค๑หนึ่ง ในกาลตํอมาพระองค๑ก็ได๎ โอรสสมความปรารถนา พระกุมารองค๑นี้สามารถระลึกชาติได๎ และเป็นพระโพธิสัตว๑กลับชาติมาเกิด เจ๎าชายเป็นผู๎ที่กล๎าหาญ ยิ่งและมีความเกํงกล๎าสมเป็นวีรบุรุษคนหนึ่ง นอกจากนี้ พระองค๑ยังเป็นผูม๎ ีน้ําพระทัยเมตตากรุณาแกํสัตว๑โลกทั้งหลาย โดยทั่วหน๎า เจ๎าชายผู๎ทรงคุณธรรมอันโดดเดํนนี้ มีพระนามวํา ชีมูตวาหน และเมื่อเจริญวัยขึ้น พระบิดาก็สถานปนาให๎เป็น มกุฏราชกุมาร เพราะทรงมีคณ ุ สมบัติดีเลิศ เป็นที่พึ่งของ อํามาตย๑ราชมนตรีทั้งหลาย .

เมื่อชีมูตวาหนได๎เป็นเจ๎าชายรัชทายาทใหมํ ๆ ปรากฎวําเหลํามนตรีมีความเป็นหํวงในเรื่องสมบัติอันประเสริฐ ของแวํนแคว๎นคือ ต๎นกัลปพฤกษ๑เป็นอันมาก ได๎พากันมาเฝูา และทูลวํา "ข๎าแตํพระกุมาร บ๎านเมืองของเรานี้เจริญรุํงเรืองก็ เพราะเรามีต๎นกัลปพฤกษ๑อันสุดประเสริฐหาสิ่งใดเสมอเหมือน มิได๎เป็นหลักบ๎านเมืองอยูํ ตราบใดที่เรายังมีต๎นไม๎นี้อยูํ แม๎พระ อินทร๑และศัตรูเหลําร๎ายใด ๆ ก็หาอาจทําอันตรายเราได๎ไมํ" ชีมูตวาหนได๎ฟ๓งดังนั้นก็รําพึงวํา "อนิจจาเอ๐ย บรรพบุรุษของเรา และแม๎คนป๓จจุบันเหลํานั้น จะมีตน๎ ไม๎อันประเสริฐนี้อยูํ ก็หาได๎ อะไรอันสมควรจากต๎นไม๎นี้ไมํ เขาปราถนากันแตํเพียงสมบัติ พัสถานเพื่อตนเองแทบทั้งสิ้น เขาทําให๎คําของตนต่ําทรามลง และทําให๎ต๎นไม๎นี้พลอยถูกเหยียดหยามไปด๎วย ดีละ ข๎าจะทํา อะไรดังที่ข๎าคิดไว๎มั่ง" คิดดังนั้นแล๎วก็เข๎าไปเฝูาพระบิดาในที่ ประทับรโหฐานและทูลวํา "พระบิดาเจ๎าข๎า ข๎ามีความคิดวํา บรรดาชาวโลกทั้งหลายนี้ล๎วนมีความคิดวําชีวิตนี้เป็นทีร่ ื่นรมย๑ หาที่สุดมิได๎ เกิดมาแล๎วต๎องเสวยสุขให๎เต็มที่ หารูไ๎ มํวําทุกสิ่งทุก .

อยํางล๎วนเป็นอนิจจัง หาความจีรงั ยั่งยืนไมํได๎ ชีวิตของคนเรา สั้นนัก ถ๎าจะเปรียบก็เหมือนคลื่นในทะเลที่วิ่งเข๎าสูฝํ ๓่งแล๎วก็แตก ทําลายไป ทรัพย๑ศฤงคารที่ได๎มาก็เชํนเดียวกัน มันเกิดได๎ มันก็ เสื่อมสูญได๎ ทางที่สมควรซึ่งคนเราควรประพฤติปฏิบัติก็คือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผํซึ่งกันและกัน นั่นตํางหากที่เป็นหลักธรรม อันควรประพฤติรํวมกัน หลักนี้ปรากฏอยูํยงคงทนมาแล๎วนับ ร๎อย ๆ ยุค พระบิดาเจ๎าข๎า ขอให๎ข๎าได๎ทําสิ่งที่ต๎องการตาม ความมุํงหมายของข๎าเถิด ข๎าจะขอสิ่งอันพึงปรารถนาให๎แกํ เพื่อนบ๎านและเพื่อนรํวมโลก ให๎เขามีความสุขโดยทั่วหน๎าเถิด" เมื่อพระบิดาตรัสวํา "ตามใจเจ๎าเถิด" ชีมูตวาหนก็ ถวายบังคมลาออกไปยังต๎นกัลปพฤกษ๑ และกลําวแกํต๎นไม๎ทิพย๑ วํา "โอ เทวะ พระองค๑ได๎ประสิทธิป์ ระสาทสิ่งอันใคร ๆ ปรารถนามาแล๎วทั้งในอดีตและป๓จจุบัน ครั้งนี้ข๎าทูลขออยําง เดียวเทํานั้น ข๎าขอให๎ชาวโลกจงปราศจากความยากจน และขอ ความมีโชคจงสถิตอยูํกับเขาเหลํานั้น จงไปเถิด ขอให๎ทําได๎ สําเร็จสมความมุํงหมาย ข๎ายกเจ๎าให๎แกํโลกของผู๎ที่ปรารถนา .

ความมั่งคั่งร่ํารวยเหลํานั้นแล๎ว จงไปเถิด" เมื่อชีมตู วาหนกลําว พร๎อมกับพนมมือแสดงความเคารพเชํนนี้แล๎ว ก็มีเสียงมาจาก ต๎นกัลปพฤกษ๑วํา "เมื่อทํานปลํอยข๎าแล๎ว ข๎าก็ขอลาจากทําน ณ บัดนี้" และในฉับพลันนั้น ต๎นไม๎สารพัดนึกก็ลอยขึ้นสูํสวรรค๑ และหลั่งฝนแหํงแก๎วแหวนเงินทองโปรยพรั่งพรูลงสูํโลก มากมาย และคนยากจนทั้งหลายทั่วโลกก็ได๎รับสมบัตินั้นโดย ทั่วหน๎ากัน มิได๎ละเว๎นผู๎ใดแม๎แตํคนเดียว ด๎วยผลแหํงการทํา ความดีเชํนนี้ ทําให๎ชีมูตวาหนได๎รบั การแซํซ๎องสาธุการตลอด สามโลก การกระทําครั้งนี้ ทําให๎บรรดาพระญาติวงศ๑ทั้งปวง เดือดร๎อนและแค๎นมากเพราะ "ผู๎ให๎สมบัติ" คือกัลปพฤกษ๑ต๎น นั้นได๎ลอยไปสูํสวรรค๑แล๎ว เพราะฝีมือของชีมูตวาหน ทําให๎พวก ตนพลอยหมดลาภไปด๎วย จึงรวมหัวกันนําบริวารมาล๎อมวังเพื่อ จะขับไลํชีมูตวาหน และบิดา ออกไปจากราชอาณาจักร ชีมตู วา หนแลเห็นดังนั้นก็กลําวแกํพระเจ๎าชีมูตเกตุผู๎บิดาวํา "ทํานพํอ เราจะเกณฑ๑กําลังคนไปสู๎กับพวกเขาเราก็ทําได๎ แตํนั่นหมายถึง .

สงครามและการเสียเลือดเนื้อ ถ๎าคนใจกว๎างมีความปรารถนา จะครองอาณาจักรแล๎วละก็ เขาจะต๎องฆําฟ๓นพวกญาติพี่น๎อง ของเขาตายเป็นเบือ เพียงเพื่อสนองความปรารถนาของเขา เทํานั้นหรือ เขาจะต๎องทําอยํางนี้แลหรือ ดังนั้นราไชศวรรย๑จะ มีประโยชน๑อันใดแกํเราสองพํอลูกอีกตํอไปเลํา ลูกวําเราควรจะ เป็นฝุายจากไปดีกวํา ไปหาที่อยูํใหมํที่ไมํวุํนวาย เป็นที่สงบสุข เหมาะแกํการบําเพ็ญพรตภาวนา ปลํอยให๎พวกญาติที่นําสงสาร เหลํานั้นผจญกันเอง เพราะความโลภเป็นสาเหตุ เขาอยากได๎ อาณาจักรก็ให๎เขาเอาไปเถอะ" เมื่อชีมูตวาหนกลําวดังนี้ พระเจ๎าชีมูตเกตุผู๎เป็นบิดาก็ ตรัสวํา "ลูกเอ๐ย พํออยากได๎อาณาก็เพื่อลูกเทํานั้น ถ๎าเจ๎าผู๎ เปี่ยมไปด๎วยเมตตาธรรมต๎องการสละมัน มันจะมีคําอะไร สําหรับพํออีกเลํา พํอแกํแล๎วจะปรารถนาอะไรอีก" เมื่อพระเจ๎าชีมูตเกตเห็นชอบด๎วยตามข๎อสเนอของ โอรส ชีมูตวาหนก็พาบิดาพร๎อมด๎วยมารดาหนีออกจากวัง .

เดินทางไปยังภูเขามาลยะ สละราชสมบัตไิ ว๎เบื้องหลังอยํางสิ้น อาลัยไยดี ณ ที่นั้นชายหนุมํ ก็เสาะแสวงหาชัยภูมิอันเหมาะที่จะ ตั้งอาศรม และได๎พบหุบเขาซึ่งมีธารน้ําไหลผําน มีปุาจันทน๑ ห๎อมล๎อมรอบดูมดิ ชิดดี ก็ลงมือสร๎างบรรณาศรมอยูํ ณ ที่นั้น และดํารงชีวิตอยํางผาสุกปรนนิบตั ิพํอแมํด๎วยความรักความ อาทร มีความสงบสุขไร๎ความกังวลใด ๆ ในกาลตํอมาชีมูตวา หนก็ได๎เพื่อนใหมํคนหนึ่งชื่อ มิตราวสุ เป็นบุตรของหัวหน๎า คณะนักสิทธิ์ผู๎พํานักอยูํบนภูเขามาลยะแหํงนั้น วันหนึ่ง ขณะที่ชีมูตวาหนกําลังเดินเที่ยวอยูํ ณ บริเวณปุาแหํงนั้น ก็แลเห็นวิหารของพระแมํเจ๎าเคารี ซึ่งตั้งอยูํ ในสวนจึงจะเข๎าไปทําการสัการบูชาตํอเทวรูปนั้น ณ เทวาลัย นั้นเอง เจ๎าชายหนุํมก็แลเห็นหญิงสาวผู๎หนึ่งมีสรีรรูปงดงาม แวดล๎อมด๎วยเหลํานางบริจาริกากําลังบรรเลงพิณอยูํ เป็นการ น๎อมถวายพระธิดาแหํงขุนเขาหิมวัต ความไพเราะของเสียงพิณ เป็นที่จับจิตจับใจมาก ขนาดเนิ้อทรายยังยืนนิ่งไมํ กระดุกกระดิก เพื่อเงี่ยหูสดับเสียงแหํงพิณทิพย๑นั้นด๎วย นัยน๑ตา .

อันกลมโตแจํมแจ๐วไร๎เดียงสา หญิงสาวผู๎นั้นมีรํางเล็กแบบบาง และมีเอวอันกลมกลึง ราวกับวําพระธาดาพรหมได๎กดแมํแบบ ของนางด๎วยนิ้วพระหัตถ๑อันงามเรียว เพียงครั้งแรกที่ชีมูตวาหน ได๎เห็นภาพนางก็ตกตะลึง รูส๎ ึกเหมือนวํานางได๎แทงทะลุ นัยน๑ตาของเขาลงไปเสียบก๎นบึ้งแหํงหัวใจ และหญิงสาวเมื่อแล เห็นรูปลักษณ๑อันงามสงําสมชายของเจ๎าชายหนุํม ดวงจิตของ นางก็ป๓่นปุวนไปหมด มีความรูส๎ ึกเหมือนแลเห็นพระวสันต เทพบุตรมาปรากฏกายเฉพาะหน๎า แสดงความอาลัยในการถูก เผาไหม๎ของพระกามเทพผู๎เป็นปิยสหายของพระองค๑ หญิงสามี อาการงุนงงเหมือนจิตไมํอยูํกับรําง จนเผลอตัวลืมดีดพิณปลํอย ให๎เสียงเพลงหยุดชะงักและหยุดนิง่ ในที่สุด เมื่อชีมูตวาหนได๎สติ ก็เกิดความใครํรู๎วํานางเป็นใคร กันแนํ จึงถามนางกํานัลผู๎คอยรับใช๎นางวํา ผู๎เลอโฉมมีนามวํา กระไร เป็นลูกเต๎าเหลําใคร เมื่อนางกํานัลได๎ฟ๓งก็ตอบวํา "นาง ชื่อมลยวตี เป็นน๎องของมิตราวสุ และบิดาของนางคือวิศวาวสุ ราชาแหํงสิทธะทั้งหลาย" เมื่อนางกลําวดังนี้แกํชีมูตวาหน เป็น .

การเผยประวัติของนางมลยวตี และวงศ๑ตระกูลแล๎วก็ถาม ประวัติของฤษีหนุํมชีมูตวาหนและราชฤษีทั้งสอง คือบิดาและ มารดาของฤษีหนุํมที่ตดิ ตามออกมาบวชด๎วย วําเป็นใครมาจาก ไหน หลังจากนี้นางก็รายงานตํอมลยวตีให๎ทราบโดยยํอ ๆ นาง มลยวตีได๎ฟ๓งก็กลําวยิ้ม ๆ วํา "ทําไมไมํทลู เชิญเจ๎าชายแหํง วิทยาธรผู๎มาเยือนมาที่นี่เลํา เพราะพระองค๑นั้นเป็นผู๎ทรงเกียรติ เป็นที่ยกยํองของคนทั้งโลก" เมื่อกลําวดังนี้แล๎ว ราชธิดา โฉมงามของราชาแหํงสิทธะก็นั่งเงียบอยูํ และก๎มหน๎าลงซํอน ความขวยเขิน นางข๎าหลวงจึงกลําวแกํชีมูตวาหนวํา "พระธิดา ทรงขวยอาย ขอให๎หมํอมฉันทําคารวะพระองค๑แทนนางก็แล๎ว กัน กลําวจบนางก็ถวายพวงมาลาแกํเจ๎าชาย เจ๎าชายผู๎หลงรัก นางเพียงดวงใจก็ยินดีรับพวงมาลานั้นมาสวมคอนางมลยวตี สํ วนางผู๎พิศวาสเจ๎าชายอยํางลึกซึ้งก็สวมคอเจ๎าชายหนุํมด๎วยพวง มาลาดอกบัวอินทีวร (บัวสีน้ําเงิน) ด๎วยประการฉะนี้แล เจ๎าชายและเจ๎าหญิงก็ผํานพิธี เลือกคูํไปอยํางเงียบ ๆ ทั้งสองฝุาย ทันใดนางบิจาริกาผู๎หนึ่งก็ .

เข๎ามาทูลเจ๎าหญิงวํา "โอ ราชกุมารีเสด็จแมํให๎หมํอมฉันมาตาม พระองค๑ไปเฝูา รีบเสด็จไปเดี๋ยวนี้เถิด" นางได๎ฟ๓งดังนั้นก็จําใจ ผละจากชายสุดที่รักของนางไปอยํางเสียดายและไมํเต็มใจ เพราะนางถูกศรกามเทพเสียบอุระเสียแล๎ว แตํนางก็ไมํขัดขืน เดินไปสูํตําหนักของนางโดยดี สํวนชีมูตวาหนผู๎หลงรักป๓กใจตํอ นางเชํนกัน ก็แยกทางกลับไปอาศรมของตน ฝุายมลยวตีแลเห็นมารดาของนาง นางก็แลํนปราด ไปยังบรรจถรณ๑ทุํมตัวลงกลิ้งเกลือกไปมา ทุรนทุรายเพราะ ความวิปโยค (พลัดพราก) จากชายคนรัก น้ําตาไหลพรากไมํ ขาดสาย รํางกายถูกทรมานด๎วยไฟเสนํหา ถึงแม๎นางข๎าหลวง จะชะโลมรํางนางด๎วยผลไม๎จันทน๑และเครื่องลูบไล๎ตาํ ง ๆ และ พัดวีด๎วยใบบัว แตํอาการร๎อนรุํมของนางก็หาได๎บรรเทาลงไมํ ไมํวําจะอยูํบนเดียง อยูํบนตักของพี่เลี้ยง หรือบนพื้นก็ตาม เมื่อ ถึงเวลาสายัณห๑ตะวันรอน พระอาทิตย๑ลับฟูาไปแล๎ว ดวงศศีก็ เยี่ยมเมฆขึ้นมาทางทิศตะวันออกสํองแสงเป็นนวลใย แตํความ .

เย็นของเสงจันทร๑หาได๎ชํวยให๎นางสบายใจไมํ จะมีก็แตํดอกบัว ที่ขยายกลีบในยามกลางคืนเพื่อรับแสงนิศากรเทํานั้น ฝุายเจ๎าชายชีมูตวาหน พอรุํงเช๎าก็รีบเดินทางไปยัง เทวาลัยของพระเคารี ซึ่งเป็์นสถานที่ตนเองได๎พบธิดาของราช แหํงสิทธะ ชายหนุํมเดินทางมาคอยพบนางด๎วยดวงจิตอันร๎อน รุํมเพราะถูกเผาผลาญด๎วยไฟเสนํหา และมีลูกฤษีที่เป็นบริวาร คอยปลอบโยนอยูไํ มํหาํ ง ณ ที่นั้นนางมลยวตีกเ็ ดินทางมาคอย พบอยูํด๎วยเพราะทนตํอความคิดถึงไมํไหว นางแอบมาอยํางลับ ๆ แตํลําพัง มิให๎ใครติดตามมา แตํเมื่อมาถึงเทวาลัยก็หาได๎พบ ชายผู๎เป็นยอดดวงใจไมํ เพราะชายหนุํมยืนอยูํหลังต๎นไม๎ต๎น หนึ่ง จึงกลําวตํอเทวรูปพระแมํเจ๎าเคารีด๎วยใบหน๎านองน้ําตาวํา "ข๎าแตํพระแมํเจ๎าผูเ๎ ป็นที่พึ่งของข๎า ลูกได๎บาํ เพ็ญภักดีตํอพระ แมํเจ๎ามาชั่วเวลาช๎านานแล๎ว แตํลกู ก็หาได๎ชีมตู วาหนเป็นสามี ในชาตินี้ไมํ ลูกคงต๎องรอเขาไปถึงชาติหน๎าเป็นแนํแท๎" กลําวจบ นางก็ดึงเชือกที่ร๎อยเสื้อของนางออกมาทําเป็นบํวงคล๎องกิ่ง อโศกต๎นหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยูํข๎างหน๎าเทวาลัยของพระเคารี และ .

กลําวด๎วยความละห๎อยน๎อยใจวํา "เจ๎าชายชีมูตวาหนของข๎าผู๎ เป็นเจ๎าแหํงปวงชนทั่วโลก ด๎วยเหตุผลอันใดเลํา พระองค๑ผู๎มี ความเมตตากรุณาเห็นปานนี้จึงทอดทิ้งข๎าได๎ลงคอ" กลําวจบ นางก็เอาบํวงคล๎องคอเตรียมกระตุกให๎รัดคอของนางให๎แนํน เข๎า แตํในชํวงเวลาอันคับขันนั้นเอง ก็มีเสียงลอยลงมาจาก อากาศวํา "ลูกเอ๐ย อยําร๎อนรนไปเลยลูก เพราะชีมตู วาหน เจ๎าชายแหํงวิทยาธร ผูจ๎ ะเป็นจักรพรรดิโลกในอนาคตกาลนี้แล จะเป็นสวามีขอเจ๎า" ขณะเมื่อพระเทวีตรัสดังนี้ ชีมูํตวาหนก็พลอยได๎ยิน ด๎วย จึงเดินตรงเข๎าไปหานาง ตามติดด๎วยบุตรฤษีผู๎เป็นสหาย บุตรฤษีกลําวแกํนางวํา "เห็นไหมนี่แหละคือเจ๎าบําวผูซ๎ ึ่งพระ เทวีประทานให๎เจ๎า" ชีมูตวาหนได๎กลําวตํอนางด๎วยน้ําเสียงอัน อํอนละมุนเล๎าโลมนางให๎ชื่นใจ พลางแก๎บํวงออกจากคอของ นางและดื่มด่ําในความรู๎สึกตํอกันเหมือนได๎เสพละอองไอแหํง น้ําทิพย๑อันเป็นอมตะ นางมลยวตีสุดแสนที่จะขวยเขิน ได๎แตํกม๎ ลงขีดเขียนอะไรเลํนบนพื้นดิน ขณะนั้นนางพี่เลี้ยงก็โผลํเข๎ามา .

และกลําวด๎วยความปิติวํา "น๎องเอ๐ย เจ๎าชํางโชคดีนัก ในที่สุด เจ๎าก็ได๎สิ่งที่เจ๎าปรารถนามากที่สุด เพราะวันนี้เองที่พี่ชายของ เจ๎าคือมิตราวสุได๎ทลู พระบิดาของเจ๎า ข๎าแอบได๎ยินมาวําดังนี้ "พระบิดาเจ๎าข๎า พญาวิทยาธรคือชีมูตวาหนผู๎นั้น ผูเ๎ ป็นที่ยก ยํองของคนทั้งโลก ผู๎ยอมสละแม๎แตํของมีคําที่สุดคือต๎นไม๎ สวรรค๑กลั ปพฤกษ๑ให๎เป็นทาน บัดนี้พระองค๑ได๎เสด็จมาอยูํปลาย แวํนแคว๎นอาณาจักรของเรา เพื่อแสวงหาความสันโดษ พวกเรา สมควรจะต๎อนรับพระองค๑ด๎วยใจยินดี ในฐานะเป็นอาคันตุกะ ของเรา และยกมลวตีผู๎เป็นมุกดามณีของอาณาจักรเราให๎แกํ เขา" พระราชาได๎ฟ๓งก็เห็นชอบด๎วย ตรัสวํา "จงเป็นเชํนนั้นเถิด" และบัด่นีพระมิตราวสุผเู๎ ชษฐาของเจ๎า กําลังเดินทางไปที่ อาศรมของเจ๎าชายด๎วยเรื่องนี้ และข๎าทราบยิ่งกวํานั้นด๎วยวํา การอภิเษกสมรสของเจ๎าจะเกิดขึน้ ทันที เพราะฉะนั้นจงรีบกลับ วังเถิด สํวนเจ๎าชายยอดบุรุษก็กําลังจะรีบกลับอาศรม เชํนเดียวกัน" เมื่อพี่เลี้ยงของเจ๎าหญิงกลําวดังนี้แล๎วก็รีบพานาง กลับไป .

ฝุายชีมูตวาหนเมื่อได๎ยินคําพี่เลี้ยงของนางกลําว เชํนนั้นก็รีบเรํงกลับไปอาศรมทันที และได๎ฟ๓งจากปากของมิ ตราวสุยืนยันเรื่องการวิวาห๑ก็มีความยินดียิ่งนัก และเมื่อ เจ๎าชายรําลึกชาติปางกํอนได๎ ก็ทราบวําในชาติที่แล๎วมิตราวสุ เป็นเพื่อนสนิทของตน และนางมลยวตีนั้นก็เป็นภริยาของตน นั่นเอง เมื่อมิตราวสุได๎ทราบก็ยิ่งยินดีมากขึ้น และนําเรื่องราว ทั้งหมดไปแจ๎งแกํบิดาและมารดาให๎ทราบ และในวันนั้นนั่นเอง มิตราวสุก็นําชีมูตาวาหนไปยังปราสาทของเขา และเตรียมงาน มงคลวิวาห๑อยํางมโหฬารให๎แกํสหาย และน๎องสาวของตน จากนั้นชีมูตวาหนจอมวิทยาธรก็ได๎ดําเนินชีวิตอยํางผาสุกพร๎อม กับมลยวตีชายาของตน อยูํมาวันหนึ่ง ขณะที่ชีมูตวาหนกับมิตราวสุทํองเที่ยว ไปตามทิวเขามลยะตามประสาผู๎ใครํรู๎ใครํเห็นในสิ่งตําง ๆ อยูํ นั้น ทังสองคนก็เดินทางมาถึงปุาแหํงหนึ่งซึ่งทอดเป็นทิวยาวริม ฝ๓่งทะเล ณ ที่นั้นมีกระดูกกองพะเนินเทินทึกอยูํริมหาด ชีมตูํ วา หนแลเห็นก็เกิดความสงสัย จึงถามมิตราวสุวํา "สหายเอ๐ย นี่มัน .

กองกระดูกของอะไร" มิตราวสุผู๎เป็นพี่เขยได๎ฟ๓งก็ตอบวํา "ฟ๓ง เถิด เรื่องนี้เป็นมาอยํางไรข๎าจะเลําให๎เจ๎าฟ๓ง ในอดีตกาลนาน แสนนานมาแล๎ว นางกัทรูมารดาของพวกนาคทั้งปวง มีชัยชนะ โดยการพนันกับนางวินตามารดาของครุฑโดยใช๎กลโกง ทําให๎ นางวินตาผู๎เป็นพีส่ าวต๎องตกเป็นทาสของนาง นางวินตาต๎องตก ระกําลําบากอยูํช๎านาน จนในที่สุดนางคลอดลูกเป็นครุฑ พญา เทพป๓กษินผู๎มีพลังยิ่งใหญํหาใครเสมอมิได๎ ครุฑมีความเคียด แค๎นผูกพยาบาทพวกนาคทั้งหลายผู๎เป็นลูกนางกัทรู แม๎นางวิน ตาแมํของตนจะได๎อสิ รภาพแล๎วก็ตาม จึงจับพวกนาคกินเป็น อาหารนับไมํถ๎วน โดยติดตามพวกนาคลงไปเมืองบาดาล ประหารพวกนาคอยํางไมํมีความปรานี จับนาคฟาดฟ๓นอยําง โหดเหีย้ ม เพียงแตํเห็นหน๎าครุฑพวกนาคก็ตกใจตายเสียแล๎ว พญาวาสุกิผู๎เป็นราชาแหํงนาคประสบภัยพิบตั ิเชํนนี้ก็ ตกใจมาก บังเกิดความหวาดกลัววําพวกนาคจะถูกครุฑฆําตาย จนสิ้นเผําพันธุ๑ จึงขอเจรจายุติการจองล๎างจองผลาญกับครุฑ โดยกลําววํา "โอ พญาราชป๓กษิน ข๎าจะสํงนาคมาให๎ทํานกินวัน .

ละตัวที่ชายหาดแหํงทะเลทักษิณนี้ทุกวัน ขอทํานจงอยําได๎ลง ไปย่ํายีเมืองบาดาลอีกเลย" เมื่อราชาแหํงนาคกลําวดังนี้ พญา ครุฑเห็นวําตนได๎เปรียบก็ยินยอมตกลงด๎วย นับจากนั้นเป็นต๎น มา ครุฑมากินนาคทุกวันที่ชายหาดตามคําสัญญาของพญานาค วาสุกิ ดังนั้น สหายเอ๐ย กองกระดูกมหึมาที่ทํานแลเห็นอยู่ํนแห ี ละ จงทราบเถิดวํา เป็นกระดูกของพวกนาคที่ครุฑสังหารเสีย มากมายจนกระทั่งถึงวันนี้แหละ" เมื่อชีมูตวาหนผู๎ยิ่งด๎วยความเมตตากรุณาและความ กล๎าหาญ ได๎ฟ๓งดังนี้ตามเรื่องที่มิตราวสุเลํา ก็มีความเศร๎าใจยิ่ง นัก จึงตอบมิตราวสุวํา "ใครก็ตามที่รู๎รํองที่วาสุกินาคราชทําแกํ ประชากรของตนอยํางขี้ขลาด และเห็นแกํตัวอยํางนั้น ก็คงจะ อดเศร๎าใจมิได๎ พญาวสุกิมหี ัวตั้งพัน มีปากตั้งพัน ทําไมหัวหด ไมํมีแม๎แตํปากใดปากหนึ่งที่จะอาสาตัวเองตํอพญาครุฑวํา "กิน ข๎ากํอนเถอะ" วาสุกิผู๎ขี้ชลาดจะกลําวดังนั้นแลหรือ เขาทนได๎ อยํางไรที่จะเห็นพญาครุฑทําลายเผําพันธุ๑ของเขาไปทีละตัว ๆ เขาทําหูทวนลมตํอเสียงคร่ําครวญของบริวารอยํางไมํแยแสทุก .

ๆว ัน มีแตํความเศร๎าระทม แมํพรากจากลูก ลูกพรากจากแมํ เพราะความตายที่วาสุกินนาคราชหยิบยื่นให๎ ข๎างฝุายครุฑนั้น เลํา ก็พอกัน ถึงแม๎จะมีศักดิ์สูง เป็นถึงโอรสของพระกัศยปเทพ บิดร และเป็นวีรบุรุษผูเ๎ กรียงไกร และยังมีเกียรติศักดิ์อันสูงเดํน คือได๎เป็นถึงเทพพาหนะขององค๑พระกฤษณะ (พระนารายณ๑) แตํก็ยังทําชั่วบาปไมํละอายแกํใจ" เมื่อชีมูตวาหนได๎กลําวตําหนิคูํกรณีดังนั้นแล๎ว ก็ ประกาศเจตนาในหัวใจวํา "ขอให๎ข๎าได๎มโี อกาสเสียสละแกํสตั ว๑ โลก โดยเอาชีวิตของตัวเองแลกกับชีวิตของผู๎อื่นที่จะต๎องตาย ถ๎าเป็นไปได๎ข๎าขอพลีชีวิตเพื่อแลกกับชีวิตของนาคผู๎ไร๎ที่พึ่ง โดย ข๎าขอเสนอรํางกายของข๎านี้ให๎แกํครุฑ เป็นเครื่องแลกเปลี่ยน แทนนาคผู๎จะต๎องตกเป็นเหยื่อของครุฑนั้นด๎วยเถิด" ขณะที่ชีมูตวาหนกําลังใครํครวญคํานึงอยูํนั้น นาย ทวารบาลตําหนักของบิดามิตราวสุก็ตามมาเรียกและบอกให๎ ทราบวํามีคําสั่งให๎เข๎าเฝูา ชีมูตวาหนจึงกลําวแกํสหายวํา "เจ๎า .

กลับไปกํอนเถอะ ข๎าจะตามไปทีหลัง" เมื่อสํงมิตราวสุไปแล๎ว ชีมูตวาหนก็ทํองเที่ยวในบริเวณปุานั้นตามลําพัง ชั่วเวลามินาน ก็ได๎ยินเสียงร๎องโหยหวนดังมาจากบริเวณชายปุาข๎างหน๎า แสดงความทุกข๑ลาํ เค็ญแสนสาหัส เจ๎าชายรีบวิ่งไปตามเสียงนั้น เมื่อถึงชายเขาริมทะเล ก็แลเห็นแทํนหินตั้งอยูํบนเนินผาลาด แหํงหนึ่ง และที่ใกล๎เคียงกันนั้น ชายหนุํมรูปงามคนหนึ่งกําลัง นั่งคร่ําครวญร่ําไห๎อยูํ ดูเหมือนวําเขาจะถูกฉุดลากให๎ขึ้นมาที่ แทํนหินอยํางไมํปรานีปราศรัย จากชายรํางกํายําคนหนึ่งแตํง กายเหมือนราชมัลของพระราชาองค๑ใดองค๑หนึ่งที่เพิ่งเดินจาก ไป ชายหนุํมที่แลเห็นนั้นกําลังแสดงอาการปลอบโยนหญิงแกํ คนหนึ่ง เพื่อให๎นางจากเขาไปเสีย แตํหญิงชราผู๎นั้นก็ไมํยอม จากไป พยายามยื้อยุดชายหนุํมไว๎เพื่อให๎เขากลับไป ชีมูตวาหนแอบดูหลังชะงํอนหินและสังเกตเห็นวํา หญิงชราผู๎นั้นมองดูชายหนุํมอยํางเศร๎าสร๎อยครั้งแล๎วครั้งเลํา พลางร่ําไห๎คร่ําครวญวํา "อนิจจา ศังขจูฑะลูกแมํ หัวใจแมํ เหมือนถูกแทงครั้งแล๎วครั้งเลําสักร๎อยครั้ง อนิจจาเอ๐ย ลูกเป็น .

คนซื่อบริสุทธิ์ ลูกของแมํเอ๐ย ไฉนลูกจึงเคราะห๑รา๎ ยอยํางนี้เลํา เจ๎าเป็นความหวังเพียงสิ่งเดียวของตระกูลเรา ตั้งแตํนี้ตํอไปแมํ่ คงจะไมํได๎เห็นหน๎าเจ๎าอีกแล๎ว ยอดรักของแมํ เมื่อเจ๎าผู๎มหี น๎า ดังเดือนเพ็ญ เป็นทีส่ วํางตาสวํางใจแมํจะต๎องหายลับไปในคราว นี้ แมํจะต๎องทนอยูํในความมืดตลอดกาลได๎อยํางไร แล๎วพํอ ของเจ๎าเลํา เขาจะทนมีชีวิตอยูํตํอไปจนแกํเฒํา่ละหรื ไ อ รําง ของเจ๎าก็แบบบาง ผํองผิวละเอียดอํอน ทนได๎แตํแสงอาทิตย๑ที่ สองรังสีมาลูบโลม เจ๎าจะทนความเจ็บปวดแสนสาหัสยามเมื่อ ถูกครุฑฉีกรํางเป็นชิ้น ๆ ได๎อยํางไรเลํา แมํไมํเข๎าใจเหมือนกัน พิภพนี้แสนจะกว๎างใหญํ เหตุไฉนราชาของเจ๎าจะมีป๓ญญาสืบ เสาหาเจ๎าพบจนได๎" เมื่อได๎ฟ๓งคําคร่ําครวญของมารดา นาคหนุํมน๎อยก็ กลําววํา "แมํจ๐า เวลานี้ลูกก็ทนทุกข๑ทรมานแสสาหัสอยูํแล๎ว ทําไมแมํมาทําให๎ลูกต๎องทุกข๑หนักยิ่งขึ้นอีกเลํา กลับบ๎านเถอะ ขอให๎ฉันกลําวคําอําลาครั้งสุดท๎ายตํอแมํไว๎ตรงนี้เถิด เพราะอีก ไมํช๎าครุฑก็จะมาถึงที่นี่แล๎ว" เมื่อหญิงเฒําได๎ฟ๓งถ๎อยคําเชํนนั้น .

ก็เหลียวดูโดยรอบขอบฟูา และร๎องไห๎ด๎วยเสียงอันดัง กลําววํา "ข๎าหมดหวังแล๎ว ใครเลําจะมาชํวยชีวิตลูกของข๎าได๎" ขณะนั้น ชีมูตวาหนผู๎มีน้ําใจเป็นพระโพธิสตั ว๑ ได๎แล เห็นภาพและได๎ยินเสียงโศกาดูรโดยตลอด ก็มีใจอันทํวมท๎นไป ด๎วยความสังเวชอยํางลึกซึ้ง รําพึงวํา "ข๎าเห็นละ นี่ต๎องเป็นนาค ที่เดือดร๎อนแสนสาหัสแนํ ๆ นาคหนุํมนี่ชื่อ ศังขจูฑะผู๎ถูกวาสุกิ นาคราชสํงตัวมาเป็นเครื่องสังเวยพญาครุฑแนํ ๆ และนั่นก็คือ แมํผู๎ชราของเขาผูม๎ ีลูกเพียงคนเดียว นางสู๎อุตสําห๑ติดตามลูกมา อยํางไมํลดละ และครวญคร่ําร่าํ ไห๎ด๎วยความเศร๎าใจอยํางสุดซึ้ง อนิจจาเอ๐ย ถ๎าข๎าจะไมํชํวยสัตว๑ผู๎ยากนี้โดยอุทิศรํางของข๎าแทน เขา ข๎าจะทนอยูํได๎อยํางไร ชีวิตของข๎าทั้งชีวิตก็จะวํางเปลําหา ประโยชน๑อันใดมิได๎ ข๎าจะเกิดมาเพื่อประโยชน๑อันใดเลํา?" เมื่อชีมูตวาหนใครํครวญโดยตลอดแล๎ว ก็รีบตรงเข๎า ไปหาหญิงชราและกลําวแกํนางวํา "แมํเฒําอยําวิตกตํอไปเลย ข๎าจะชํวยลูกทํานเอง" หญิงชราฟ๓งไมํทันได๎พิจารณาอะไร คิด .

วําครุฑมาแล๎วก็ตกใจ ตะโกนละล่าํ ละลักวํา "กินข๎าสิ ครุฑ กิน ข๎าเถิด" ศังขจูฑะแลเห็นดังนั้นก็กลําววํา "แมํจ๐า อยํากลัวไปเลย เขาไมํใชํพญาครุฑดอก เป็นคนละคนแนํเทียว นี่เป็นบุรุษผู๎เพ็ญ พักตร๑ดั่งดวงจันทร๑ หาใชํครุฑผู๎กักขฬะหยาบช๎าไมํ" เมื่อศังข จูฑะอธิบายดังนี้ ชีมูตวาหนก็กลําววํา "แมํเอ๐ย ข๎าเป็นวิทยาธร มาชํวยลูกของทํานให๎พ๎นอันตราย โดยข๎าจะพลีรํางของข๎าให๎ ครุฑผูห๎ ิวโหยกินแทน แมํจงพาลูกชายของแมํกลับไปบ๎านเถอะ" เมื่อหญิงชราได๎ฟ๓งก็กลําววํา "จะคิดอยํางไรก็ตาม เจ๎า ก็เหมือนลูกของข๎าแท๎ ๆ เพราะเจ๎าหํวงใยเราด๎วยใจจริง เหมือนกับลูกรักคนหนึ่งของแมํแท๎ ๆ " ชีมูตวาหนได๎ฟ๓งดังนั้น ก็กลําวตอบวํา "ทํานทั้งสองจงรีบไปเถิด อยําทําให๎ข๎าต๎อง ผิดหวังในการกระทําของข๎าเลย" เมื่อถูกเรํงดังนี้ศังขจูฑะก็ กลําววํา "วําตามจริง ทํานผู๎มีใจงามก็ได๎แสดงน้ําใจอันประเสริฐ อยํางยิ่งแล๎ว แตํข๎าไมํเห็นด๎วยกับการที่ทํานจะชํวยชีวิตข๎าโดย ยอมพลีชีวิตของทํานเองเชํนนี้ ถ๎าจะเปรียบก็เหมือนกับการ ชํวยรักษาก๎อนหินไว๎โดยสละดวงมณีแทน โลกนี้เต็มไปด๎วย .

บุคคลอยํางตัวข๎า ผู๎ทมี่ ีแตํความเห็นแกํตัวเองเป็นที่ตั้ง แตํ บุคคลอยํางทํานมีแตํความสงสารเห็นอกเห็นใจผู๎อื่น คนอยํางนี้ มีน๎อยนัก แทบจะหาไมํได๎ด๎วยซ้าํ นอกจากนี้ ทํานสาธุชนที่ เคารพ ข๎าพเจ๎าไมํอาจที่จะทําให๎เกิดจุดดํางดําขึ้นได๎ในพงศ๑เผํา ของศังขบาล เหมือนรอยดํางดําบนดวงจันทร๑นั้นดอก" เมื่อศังขจูฑะกลําวเบี่ยงเบนความหวังดีของเจ๎าชาย หนุํมคนธรรพ๑ดังนั้นแล๎ว ก็หันมาเรํงมารดาวํา "แมํจ๐า กลับไป เถิดเร็ว ๆ เข๎า ทิ้งสถานที่แหํงความโหดร๎ายนีไ้ ปเสีย แมํไมํเห็น หรือวํา ผาลาดแหํงนี้อันเป็นตะแลแกงของพวกนาค มีคราบ เลือดแดงฉานติดอยูํทุกหนทุกแหํง นํากลัวราวกับแทํนประหาร ของมัจจุราช ตอนนี้ฉันจะต๎องรีบไปถวายการบูชาแดํพระโค กรรณ (พระศิวะ) ในเทวาลัยข๎างลํางเสียกํอน แล๎วจะรีบกลับ ขึ้นมาที่นี่กํอนครุฑจะมาถึง" เมื่อศังขจูฑะกลําวดังนี้แล๎ว ก็ อําลามารดาด๎วยความเคารพกํอนจากกัน แล๎วก็รีบวิ่งลงไปยัง เทวาลัยเบื้องลําง เพื่อกระทําการบูชาเทวรูปพระโคกรรณ .

ฝุายชีมูตวาหนก็ตั้งใจอยํางแนํวแนํที่จะทําตามความ ตั้งใจของตน คือคอยให๎ครุฑมาถึง แล๎วจะขอร๎องครุฑให๎กินตน แทนเพื่อชํวยนาคเอาไว๎ ระหวํางที่กําลังคิดอยูํก็แลเห็นต๎นไม๎ ใหญํน๎อยเบื้องหน๎าลูตํ ามลมพายุซงึ่ พัดกระหน่ําอยํางรุนแรง ประหนึ่งจะถอนรากถอนโคนหมูไํ ม๎ให๎ยํอยยับลง ลมพายุที่ เกิดขึ้นโดยฉับพลันนี้ก็คือแรงกระพือปีกของพญาครุฑ ซึ่งกําลัง บินอยํางเร็วรุดมาจากสุดขอบฟูานัน่ เอง ปรากฏการณ๑ทเี่ กิดขึ้น โดยกระทันหัน แสดงให๎รู๎วําพญาเทพป๓กษินผู๎ทรงพลังมหาศาล กําลังจะมาถึงที่หมายคือแทํนสังเวยแล๎ว ชีมูตวาหนรู๎ดังนี้ก็รีบ ปีนปุายขึ้นไปที่แทํนสังเวยโดยรวดเร็ว ทันใดนั้นครุฑผู๎ทรง อํานาจก็รํอนราถาลงเบื้องลํางอยํางรวดเร็ว จิกรํางของเจ๎าชาย ผู๎นอนอยูํบนแทํนสังเวย ในพริบตาพาบินไปสูยํ อดเขามลยคีรี เพื่อจะกินเป็นภักษาหาร ณ ที่นั้นขณะที่ถูกขุนสุบรรณจิก กระชากเนื้อหลุดเป็นชิ้น ๆ นั่นเอง จอมวิทยาธรก็ตั้งจิตอุทิศ รํางกายตํอมัจจุราชผู๎กําลังจมทําลายชีวิตของตนให๎สิ้นสูญอยําง ทะนงองอาจโดยกลําววํา "ข๎าขออุทิศรํางของข๎าเพื่อชํวยเหลือ .

ผู๎อื่นให๎พ๎นทุกข๑ ข๎าจะหวังสวรรคสมบัติอันใดก็หาไมํ ข๎าขอ เพียงแตํวําให๎เกิดมาใหมํทุก ๆ ชาติ เพื่อจะได๎ชํวยเหลือผู๎อื่นทุก ชาติไป ให๎เขาพ๎นทุกข๑ แม๎ข๎าจะตายแล๎วตายอีก เกิดแล๎วเกิดอีก ชั่วกัปแสนกัลป์อนันตชาติข๎าก็ยินดี ถ๎าข๎าสามารถทําให๎คนอื่น เป็นสุขสมความปรารถนา" เมื่อจอมวิทยาธรตั้งจิตประกาศ ปณิธานดังนี้ ก็ปรากฏฝนบุปผชาติ โปรยปรายลงมาเหมือน ทวยเทพพากันอนุโมทนาด๎วยใจยินดี ระหวํางนั้น มงกุฏเพชรซึ่งเปื้อนเลือดหยากหยดย๎อย ก็หลํนลงจากศีรษะของชีมูตวาหน ตกกลิ้งอยูํตํอหน๎ามลยวตี ผู๎ติดตามหาสามีของนางมาอยํางรีบเรํง พอนางแลเห็นก็จําได๎ ทันทีวําเป็นมงกุฏของสามี แตํตัวของสามีหายไปไมํทราบวํา หายไปไหน จึงรีบนํามงกุฏเลือดมาให๎พํอผัวและแมํผัวด๎วย น้ําตาอันนองหน๎า คนทั้งสองแลเห็นก็จําได๎แมํนยําวําเป็นมงกุฏ ของผู๎เป็นโอรสสุดทีร่ ัก แตํเหตุใดเจ๎าของมงกุฏจึงหายไป พระ เจ๎าชีมูตเกตุและชายาคือพระนางกนกวตี จึงสงบสติอารมรณ๑ เข๎าฌานอยูํครูํหนึ่งก็รู๎สาเหตุและความเป็นไปทั้งหมด ตํางคน .

เมื่อรู๎ดังนั้นแล๎วก็รีบออกเดินทางพร๎อมด๎วยพระสุณสิ า(สะใภ๎) เรํงรีบไปยังจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทีพ่ ญาครุฑกําลังจิกกินเนื้อ หนังมังสาของชีมูตวาหนอยูํ ในระหวํางเวลาดังกลําวนั้น พอ ดีศังขจูฑะกลับมาจากการลงไปนมัสการพระโคกรรณใน เทวาลัย เมื่อขึ้นไปถึงแทํนสังเวยก็แลเห็นรอยเลือดสด ๆ หยด เรี่ยรายอยูํก็รู๎วําครุฑมาโฉบเอาเหยื่อไปกินแล๎ว และเหยื่อนั้นก็ คือเจ๎าชายชีมูตวาหนผู๎เสียสละพระองค๑ มาไถํชีวิตของตน นั่นเอง ศังขจูฑะยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจนัก คร่ําครวญวํา "อนิจจาเอ๐ย เป็นความผิดของข๎าแท๎ ๆ ทีเดียวที่มาทําให๎พระองค๑ต๎อง สิ้นชีวิตเชํนนี้ ไมํสมควรเลย จะทําอยํางไรดีลํะ อยํงก็ไรก็ดี ข๎า จะต๎องรีบออกติดตามไปให๎ทัน กํอนที่สัตว๑จอมพยาบาทจะฆํา พระองค๑เสีย" กลําวดังนั้นแล๎ว นาคหนุํมก็ออกติดตามรอยเลือด ไปเพื่อจะให๎ทันกํอนที่ครุฑจะฆําชีมูตวาหนเสีย ระหวํางนั้น ครุฑกําลังเขมือบเนื้อและเลือดสด ๆ จากรํางของชีมูตวาหนอยูํ เมื่อก๎มลงดูหน๎าของเหยื่อ ผู๎เคราะห๑ร๎ายก็ประหลาดใจยิ่งนักที่เห็นเหยื่อนอนสงบนิ่ง มิได๎ .

ดิ้นรนหนีความตายแตํประการใด ใบหน๎ามีแตํความสงบเยือก เย็นและยิ้มน๎อย ๆ เหมือนจะให๎อภัยแกํผู๎ที่จะทําลายชีวิตของ ตน ครุฑแลเห็นดังนั้นก็หยุดกึกทันทีด๎วยความประหลาดใจเป็น ล๎นพ๎น และกลําวแกํตนเองวํา "ชํางประหลาดนัก รํางนี้คงเป็น ชายผู๎มหาวีระหาผู๎ใดจะเปรียบได๎ไมํ เขาคงเป็นผูม๎ หาตมะ (ผู๎มี ใจใหญํ) แนํทีเดียว แม๎เราจะจิกกระชากเนื้อและเลือดจากรําง ของเขา เขาก็ยังไมํสะดุ๎งสะเทือน มิได๎เสียดายแกํชีวิตเลย แม๎ โลมชาติ (เส๎นขน) ก็ยังตั้งชูชัน แสดงความยินดีในทานที่ตน กําลังให๎อยูํ นัยน๑ตาของเขาก็มองเราอยํางอํอนโยน ไมํแสดง ความโกรธความชิงชังให๎ปรากฏแม๎แตํน๎อย เขาทําเหมือนกับวํา เราเป็นผู๎กระทําคุณแกํเขาด๎วยซ้าํ ฉะนั้นบุรุษผู๎นตี้ ๎องมิใชํนาค แนํนอน เขาคงจะเป็นอริยบุคคลคนใดคนหนึ่งกระมังหนอ เรา ควรจะหยุดทําร๎ายเขา และซักถามดูให๎เรูเ๎ รื่องวํามีความเป็นมา อยํางไร" เมื่อครุฑหยุดไตรํตรองดังนี้ก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ ชีมูตวาหนจึงกลําวถามวํา "ข๎าแตํพญาราชป๓กษิน ทํานหยุดไป ทําไมเลํา ข๎ายังมี่เลือดและเนื้ออีกถมไป และทํานก็ยังไมํอิ่มนี่ .

จงกินตํอไปเถิด" เมื่อพญาสุบรรณราชได๎ฟ๓งดังนั้น ก็กลําวตอบ ด๎วยความสนเทํห๑วํา "ทํานผู๎มหาตมะ ทํานนี้หาได๎เป็นนาคไมํ ฉะนั้นจงบอกมาเถิดวําทํานคือใคร" แตํชีมูตวาหนก็แกล๎งปกปิด ความจริงเสีย ตอบวํา "กลําวตามความเป็นจริง ข๎านี่แหละคือ นาค ทํานมาถามดังนี้มีความหมายอยํางไร ได๎โปรดเถอะ จะมี ใครที่ไหลเลําทีโ่ งํเงําเสียจนไมํรู๎วําตัวเป็นใคร ถ๎าข๎ามิใชํนาค ข๎า จะมานอนรออยูํที่แทํนสังเวยให๎ครุฑมาฉีกเนื้อกินกระนั้นหรือ นี่เป็นชะตากรรมของนาคเทํานั้นทีจ่ ะต๎องยอมรับเป็นหน๎าที่ ของตน และจะต๎องมาสังเวยแกํครุฑวันละตัวทุกวัน ข๎าก็เป็น หนึ่งในบรรดานาคทีเ่ คราะห๑ร๎ายเหลํานั้น" ขณะที่ชีมูตวาหนกําลังตอบแก๎ความสงสัยของครุฑ อยูํนี้ ศังขจูฑะก็ตะโกนมาแตํไกลวํา "ข๎าแตํบุตรของนางวินตา ทํานจงงดเถอะ อยําทําร๎ายชายหนุํมผู๎นี้เลย เขามิได๎เป็นนาค หรอก ข๎านี่แหละคือนาคที่ถูกกําหนดให๎มาสังเวยแกํทําน" ศังข จูฑะเมื่อประกาศดังนี้แล๎วก็รีบปีนปุายขึ้นไปบนยอดเขาอยําง รวดเร็ว และขึ้นมายืนคั่นกลางระหวํางบุรุษทั้งสอง และเมื่อ .

เห็นครุฑกําลังแสดงความประกหลาดใจจนพูดไมํออกดังนั้น ศังขจูฑะก็กลําวตํอไปวํา "พญาสุบรรณราช ทํานจะประหลาด ใจไปไย ทํานไมํเห็นหรือวํา ข๎ามีพงั พานแผํอยูํเหนือศีรษะและมี ลิ้นเป็นสองแฉก ตรงกันข๎ามกับรูปลักษณ๑อันงามวิจติ รหาที่ติ มิได๎ของวิทยาธรผู๎นี้" ระหวํางที่ศังขจูฑะกําลังบรรยายอยูํนั้น ชายาของชีมูตวาหนและบิดามารดาทั้งสอง ก็ขึ้นมาถึงที่นั้นด๎วย การวิ่งอยํางสุดกําลังวังชา บิดามารดาของชายหนุํมพูดอยําง กระหืดกระหอบวํา "โอ๎ ลูกรัก เจ๎าชีมูตวาหนผู๎เปื่ยมด๎วยความ กรุณา จนถึงกับพลีชีวิตของตนเพือ่ ผู๎อื่นได๎ นําสงสารนัก ดูหรือ เลือดออกโทรมตัว เป็นฝีมือของเจ๎าใชํไหม บุตรของนางวินตา ทําไมเจ๎าจึงไร๎สติอยํางนี้ กล๎ากระทําบาปมหันต๑ถึงกับจะปลง ชีวิตพระโพธิสตั ว๑ผู๎ทรงกระทําแตํคณ ุ ความดีได๎ลงคอ เจ๎ารู๎ หรือไมํวําบุรุษผู๎นี้คือชีมตู วาหนผูย๎ อมพลีชีพเพราะเห็นแกํสตั ว๑ โลก และเป็นผูม๎ ีเกียรติคณ ุ ปรากฏกระเดื่องทั่วทั้งสามโลก จงดู สิ บัดนี้เขากําลังจะตายแล๎ว บัดนีก้ ็ถึงคราวข๎าจะต๎องเข๎ากองไฟ ตายตามเขาไปด๎วย อนิจจาเอ๐ย ผลแหํงความชั่วความบาปจาก .

ต๎นไม๎พิษ ยังจะให๎ผลสุกหวานหอมแกํใครได๎เลํา" ในขณะที่ครุฑ ยังไมํอาจคุมสติของตนได๎นั้น ชีมูตวาหนก็ทอดสายตาดูผู๎เป็นที่ รักในครอบครัว คือพํอแมํและเมีย เป็นการอําลาและล๎มลม สิ้นใจ บิดามารดาของชีมูตวาหนแลเห็นลูกชายล๎มลมตาย ตํอหน๎าก็ใจหายสุดที่จะกลั้นโศกได๎ ก็ร่ําไห๎คร่ําครวญเพียงหัวใจ จะแตกสลาย ข๎างศังขจูฑะนั้นก็พร่ําตําหนิตนเองครั้งแล๎วครั้ง เลํา วําเป็นต๎นเหตุแหํงการตายของชีมูตวาหนในครั้งนี้ ในที่นั้น แมํแตํมลยวตีผู๎เดียวที่มิได๎เศร๎าโศกเหมือนผู๎อื่น ถึงแม๎จะมีน้ําตา นองหน๎าแตํก็มิได๎คร่ําครวญ นางช๎อนตาขึ้นดูสวรรค๑ด๎วยความ ชิงชัง และกลําวพ๎อเทวีอัมพิกา (พระอุมา) ผูเ๎ คยประทานพรแกํ นางในอดีตวํา "โอ พระแมํเจ๎าเคารี พระองค๑ได๎ให๎สัญญาแกํข๎า วํา จะให๎สามีแกํข๎า และวําเขานั้นคือพระจอมจักรพรรดิของ วิทยาธร และจะได๎เป็นที่เคารพของมนุษย๑ทั่วพื้นพิภพ พระแมํ เจ๎าเป็นผู๎ผิดสัญญาเสียแล๎ว ไหนลํะพระจอมจักรพรรรดิของ โลกผูเ๎ ป็นสามีสดุ ที่รักของลูก เขาคือยอดบุรุษผู๎นอนตายอยูํตรง .

นี้หรือพระเจ๎าข๎า" เมื่อถูกตัดพ๎อเชํนนี้พระเคารีก็ปรากฏ พระองค๑ให๎เห็น และตรัสวํา "ลูกเอ๐ย แมํจะตระบัดสัตย๑ได๎ อยํางไร เจ๎าจงตั้งตาดูให๎เถอะ" ตรัสเสร็จพระมหาเทวีก็หลั่งน้ํา ทิพย๑จากพระเต๎าษิณทก โปรยปรายประหนึ่งสายฝนประพรม รํางของชีมูตวาหนจนทั่ว ทันใดชีมูตวาหนก็กลับฟื้นคืนชีวิต มี ความเปลํงปลั่งงดงามยิ่งกวําแตํกอํ น บาดแผลตามรํางกายก็ อันตรธานหายไปหมด เจ๎าชายลุกขึ้นอยํางวํองไว และตรงไปกราบพระเทวี ด๎วยความเคารพอยํางสุดซึ้ง และคนอื่น ๆ ก็กระทํา เชํนเดียวกัน พระโลกมาตาจึงตรัสวํา "ลูกเอ๐ย แมํซาบซึ้งในน้ํา จิตน้ําใจในการเสียสละอยํางอุกฤษฏ๑ของเจ๎านัก บัดนี้แมํจะทํา พิธีอภิเษกเจ๎าเป็นพระจักรพรรดิแหํงวิทยาธรด๎วยมือของแมํเอง ขออวยพรให๎เจ๎าดํารงตําแหนํงนี้ยงั่ ยืนไปชั่วกัลป์เถิด" เมื่อตรัส ดังนี้แล๎ว พระเคารีก็ประพรมชีมตู วาหนด๎วยน้ําทิพย๑จากพระ เต๎าษิโณทก แสดงจักรพรรดิยาภิเษกอันทรงเกียรติแกํโลก แล๎ว พระปรเมศวรีก็อันตรธานไปจากทีน่ ั้น ขณะเดียวกันบุปผา .

มาลัยอันหอมชื่นก็โปรยปรายลงมาจากสรวงสวรรค๑ พร๎อมกับ เสียงเภรีอันเป็นทิพย๑ก็บันลือลั่นสนั่นนินนาทไปทั่วทั้งจักรวาล ขณะนั้นพญาครุฑเทพป๓กษินก็เข๎ามาก๎มศีรษะด๎วย ความนอบน๎อมตํอหน๎าชีมตู วาหน และกลําววํา "ข๎าแตํองค๑ จักรพรรดิ ข๎าพเจ๎าซาบซึ้งในวีรกรรมของทํานยิ่งนัก ทํานเป็น วีรบุรุษที่หาใครเทียมมิได๎แล๎วในโลกทั้งสามนี้ มีจติ ใจอันเผื่อแผํ ไปให๎แกํชนทั้งหลายโดยไมํเลือกหน๎า และยอมเสียสละแม๎ชีวิต อันเป็นที่รักของตนเอง การกระทําอันนําอัศจรรย๑ของทํานนี้จะ ถูกจารึกไว๎ในที่อันสมควรที่สดุ แม๎กระทั่งพราหมาณฑ๑ (ไขํ พรหม)(ฟองไขํสากล ซึ่งเป็นต๎นกําเนิดแหํงจักรวาล บางที เรียกวํา หิรณ ั ยครรภ(ไขํทอง) ซึ่งด๎วยอํานาจแหํงความร๎อนหรือ ตบะ ได๎แตกออกเป็นสองซีก ซีกบนคือสวรรค๑ และซีกลําง เรียกวํา ปฤถิวี หรือแผํนดินโลก) อันเป็นต๎นกําเนิดแหํงจักรวาล นี้แล ดังนั้นเพื่อเป็นการสดุดีเกียรติยศของทําน ข๎าพเจ๎าเต็มใจ ประสาทพรแกํทําน ทํานจะขอพระอะไร ข๎าพเจ๎ายินดีจะให๎ทุก อยําง" .

เมื่อครุฑกลําวแล๎วดังนี้ ชีมูตาวาหนผู๎มหาตมันก็ขอ พรวํา "ทํานจงสํานึกผิดไมํคดิ ที่จะประหัตประหารพวกนาค ทั้งหลายอีก และชํวยบรรดานาคทีถ่ ูกทํานฆําตายเพื่อเป็น อาหาร อันเหลือแตํกระดูกตกเรี่ยรายเกลื่อนกลํอนโดยรอบ บริเวณนี้ จงกลับฟื่นคื ้ นชีวิตขึ้นมาใหมํ" ครุฑได๎ฟ๓งดังนั้นก็กลําว วํา "ข๎ายอมประสิทธิ์พรนี้แกํทําน และนับแตํวันนีเ้ ป็นต๎นไป ข๎า สัญญาวําจะเลิกกินนาคโดยเด็ดขาด ขอให๎บรรดานาคทั้งปวงที่ ถูกข๎าพเจ๎าทําลายชีวิตในอดีตกาลจงมีชีวิตกลับคืนเถิด" สิ้นถ๎อยคําของพญาครุฑ บรรดานาคที่ถูกฆําตายใน อดีต มีกระดูกอันเกลื่อนกลาดเรี่ยรายในที่นั้น ก็ได๎กลับคืนมี ชีวิตตามเดิม ด๎วยอํานาจอันเป็นประดุจน้ําทิพย๑ของพรนั้น บรรดาทวยเทพ คณะฤษีที่มาชุมนุมอยูํ ณ ที่นั้น ตํางก็เปลํง เสียงสาธุการโดยทั่วหน๎ากัน ครั้งนัน้ ภูเขามลยะก็มีชื่อเลื่องลือ ไปตลอดสามโลกวําเป็นอนุสรณ๑สถานของวีรกรรมอันยิ่งใหญํ ที่สุดที่จะดํารงคงอยูํไปชั่วฟูาดิน .

ขณะนั้นบรรดาราชาทั้งหลายของเหลําวิทยาธร ได๎ ทราบจากพระเคารีถึงกิติกรรมอันโดํงดังของพระโพธิสตั ว๑ชีมูต วาหน ตํางก็เรํงรีบพากันมาเฝูาแสดงความจงรักภักดี และ พาชีมูตวาหนไปยังภูเขาหิมาลัยอันเป็นที่อยูํของบรรดามิตร สหาย และญาติในครอบครัยวของพระจักรพรรดิแหํงวิทยาธรผู๎ เพิ่งได๎รับอภิะษกจากพระเทวีมาไมํนาน ณ ที่นั้นชีมูตวาหนก็ถูก แวดล๎อมด๎วยบิดามารดามิตราวสุผู๎เป็นมิตร มลยวตีผู๎เป็นชายา ศังขจูฑะและมารดาของตนผู๎กลับไปยังที่อยูํของฃตนและแจ๎ง ขําวดีแกํญาติสนิทมิตรสหาย และรีบกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อ มาอวยพรแกํพระจักรพรรดิแหํงวิทยาธรทั้งหลาย ผู๎ได๎รับ ตําแหนํงมาใหมํ ๆ เพราะความเป็นผู๎ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ และประกอบวีรกรรมอยํางยอดเยีย่ ม หลังจากที่เลํานิทานอันทรงคุณคําและมีคติอันดีงาม เรื่องนี้จบลง เวตาลก็ไมํรรี อที่จะตัง้ คําถามแก๎ความสงสัยของ ตนตํอพระเจ๎าตริวิกรมเสนวํา "ได๎โปรดเถิดราชะ ในหวํางศังข จูฑะและชีมูตาวาหนนั้น ใครเป็นผูท๎ ี่มีความอดทนตํอความทุกข๑ .

อันแสนสาหัสยิ่งกวํากัน ขอให๎ทํานตอบโดยพิจารณาจากรเองที่ เกิดขึ้นแล๎ว" เมื่อพระราชาตริวิกรมเสนได๎ฟ๓งคําถามของเวตาล วําดังนั้น ทรงเกรงคําสาปของเวตาลถ๎าไมํทรงตอบ จึงตรัสวํา "พฤติกรรมเชํนนีไ้ มํอัศจรรย๑อะไรสําหรับชีมตู วาหน เพราะเขา ได๎ชื่อเสียงเกียรติคุณเชํนนี้มาหลายยุคหลายสมัยที่เขาเกิดมาใน โลกนี้ครั้งแล๎วครั้งเลํา ไมํนําอัศจรรย๑อันใด แตํศังขจูฑะนั่น ตํางหากที่สมควรจะได๎รับการยกยํอง เพราะหลังจากที่เขารอด ชีวิตไปแล๎ว เขามิได๎หนีเตลิดไปด๎วยความกลัว แตํกลับวิ่งตาม พญาครุฑผู๎เป็นมัจจุราชของตนไป ด๎วยหวังจะชํวยเหยื่อ ผู๎เคราะห๑ร๎ายคือชีมูตวาหนผู๎นั้น เป็นระยะทางไกลจนทันและ ตะโกนบอกครุฑให๎มาจับตนกินเสีย โดยมิเกรงวําครุฑจะหันมา ฆําตน นับเป็นการแสดงความกล๎าหาญและเสียสละที่เหนือกวํา ในกรณีดังกลําวนี้" เมื่อเวตาลผู๎ฉลาดล้ําได๎ฟ๓งคําตอบของพระราชาดังนั้น ก็ยิ้มเยาะโดยไมํกลําววําอะไร ผละจากพระอังสาของพระราชา .

ลอยละลิ่วกลับไปยังต๎นอโศก ทําให๎พระราชาต๎องเสด็จ ย๎อนกลับไปทางเดิมอีกวาระหนึ่ง .

นิทานเรื่องที่ ๑๗ พระเจ๎าตริวิกรมเสนต๎องจําพระทัยเสด็จย๎อนกลับไปที่ เกํา ถึงต๎นอโศก ก็จับตัวเวตาลมาเกาะที่พระอังสาตามเดิม เมื่อ เสด็จไปได๎หนํอยหนึ่ง เวตาลก็พูดออกมาจากยํามที่พระราชา ทรงคล๎องไว๎ที่พระอังสาวํา “ฟ๓งนี่แนํะราชะ เพื่อไมํให๎เกิดการ เดินทางที่ไร๎รสชาติ ข๎ามีเรื่องสนุกจะเลําถวาย ดังตํอไปนี้ มีนครหนึ่งชื่อกนกนคร ตั้งอยูํริมฝ๓่งแมํน้ําคงคาอันเป็น แมํน้ําศักดิส์ ิทธิ์ที่ความบาปความชัว่ หาอาจเข๎าถึงไมํ ในนครนีม้ ี พระราชาองค๑หนึ่งทรงนามวํา พระเจ๎ายโศธน ผู๎มีความ แข็งแกรํงประดุจหินผาริมฝ๓่งทะเลที่คอยกั้นขวางมิให๎แผํนดิน ต๎องถลํมทลายลง พระราชาถึงแม๎จะไมํชํานิชํานาญในการเขํน ฆําศัตรูในดินแดนใกล๎เคียง แตํก็ทรงเป็นผู๎เชี่ยวชาญในศิลป ศาสตร๑แทบทุกสาขา บรรดาไพรํฟาู ประชากรตํางสดุดีพระองค๑ วําเป็นผู๎ทรงคุณธรรมและเกรงกลัวตํอบาป ไมํทรงเบียดเบียน .

ก๎าวกํายละเมิดตํอภรรยาของผู๎อื่น พระองค๑มีแตํความ เอื้อเฟื้อเผื่อแผํและความรัก ในพระนครของพระราชาองค๑นี้ มีวาณิชมหาศาลอยูํคน หนึ่ง มีบุตรหญิงที่ยังมิได๎แตํงงานชื่อ อุนมาทินี ผู๎ซึ่งใครก็ตาม ถ๎าได๎ยลโฉมนางก็จะพิศวงงงงวยเคลิบเคลิ้มเสียสติไปทุกราย เพราะนางนั้นงามนัก แม๎พระกามเทพเอง ถ๎าได๎เห็นนางก็คงจะ เผลอไผลอารมณ๑หลงรูปของนางอยํางแนํนอน ตํอมานางเจริญ วัยขึ้นเป็นสาวเต็มตัว พํอค๎าผู๎เป็นบิดาของนางเป็นคนหัวใส แล เห็นวํานางจะเป็นประโยชน๑มหาศาลแกํตน จึงพานางไปเผ๎า พระราชายโศธนและกราบทูลวํา “โอ๎พระนรบดี ข๎ามีธิดาคน หนึ่งสมควรแกํการจะออกเรือนแล๎ว นางเปรียบประดุจดวง มุกดาของทั้งสามโลก ข๎ามิอาจจะยกนางให๎แกํชายใดได๎ โดย มิได๎กราบทูลให๎พระองค๑ทรงทราบกํอน โอ นฤเบศร บรรดามณี รัตน๑ทั่วไปในแหลํงหล๎าล๎วนเป็นของพระองค๑ทั้งสิ้น ธิดาของข๎า ก็เชํนเดียวกัน เป็นมณีดวงหนึ่งในแหลํงหล๎านี้ ข๎าจึงขอถวาย .

นางให๎แกํพระองค๑ จะทรงรับไว๎ หรือจะทรงปฏิเสธก็สุดแตํพระ วินิจฉัยของพระองค๑เถิด” เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งดังนั้น ก็ทรงสํงพราหมณ๑คณะหนึ่ง ของพระองค๑ออกไปตรวจดูวํา นางอุนมาทินีเป็นผู๎มีบณ ุ ย ลักษณะของกัลยาณีครบถ๎วนหรือเปลํา คณะพราหมณ๑เดินทาง ไปถึงคฤหาสน๑ของพํอค๎า ได๎แลเห็นโฉมนางอุนมาทินีผมู๎ ียอด มงกุฏของนางงามในไตรโลก ก็เกิดความคลั่งไคล๎ไหลหลง เหมือนคนบ๎าไปชั่วขณะ ในที่สุดรวบรวมสติได๎กร็ ําพึงวํา “ถ๎า พระราชาของเราได๎ทอดพระเนตรเห็นหญิงผู๎นี้แล๎วไซร๎ พระ ราชอาณาจักของพระองค๑คงถึงความวินาศเป็นแนํเท๎ เพราะ พระหฤทัยของพระงอค๑คงจะป๓่นปุวนวุํนวายหาความสงบมิได๎ เมื่อเป็นดังนี้พระองค๑จะปกครองแวํนแคว๎นตํอไปได๎อยํางไร เพราะฉะนั้นเราจะไมํกราบทูลพระราชาวําหญิงนี้มสี ิริอันควร แกํการยกยํองแตํอยํางใด” เมื่อได๎สดับถ๎อยคําของคณะ พราหมณ๑ พระราชาก็มีพระทัยเอนเอียงไปตามคําเพ็ดทูลนั้น และไมํไยดีตํอนางอีก .

และโดยพระราชโองการของพระราชา อนุญาตให๎นาง อนุมาทินีแตํงงานกับคนอื่นได๎ บิดาของนางจึงให๎นางแตํงงาน กับเสนาบดี (แมํทัพ) ของแวํนแคว๎นผู๎มีชื่อวํา พลธร นางอยูํกับ สามีด๎วยความสุขในบ๎านของนางมาช๎านาน แตํนางก็ไมํวายผู๎ใจ เจ็บพระราชาที่ไมํไยดีตํอนาง ด๎วยเหตุผลวํานางเป็นคนไมํมีสริ ิ นางจะต๎องให๎พระราชาสํานึกในวันหนึ่งในให๎จงได๎ แล๎วเวลาก็ผํานไป ในที่สุดสีหราชแหํงฤดูวสันต๑ก็เข๎ามา เยือน ฆําคชสารแหํงฤดูเหมันต๑ผู๎มงี าอันขาวนวลคือเถา มะลิเลื้อย และเป็นผู๎เหยียบย่ํากอบัวให๎แหลกลาญด๎วยงวงของ มัน (ช๎างเหยียบย่ํากอบัวแหลกลาญ หมายความวําในฤดูหนาว นั้น ดอกบัวตํางก็เหี่ยวเฉาตายไปเป็นอันมาก ทํานจึงวําฤดู หนาวเป็นศัตรูอันร๎ายกาจของบัว ในข๎อความนี้มีการเปรียบฤดู หนาวเหมือนช๎าง ซึ่งเป็นผู๎ทําลายกอบัวเชํนเดียวกัน) และใน วนารัญอันไพศาลนั้นแล พญาสีหราชก็เลํนสนุกระเริงตนอยําง เต็มที่ มันมีสร๎อยคอยาวสวยคือลัดามาลีที่แกวํงไกวไปมาตามก ระแสลม และมันมีอุ๎งเท๎าคือชํอมะมํวงอันเป็นพุํมพวงทุกกิ่ง .

ก๎านของพฤกษา ในฤดูแหํงความบันเทิงเบิกบานนี้แล พระราชายโศธนก็เสด็จมาทอดพระเนตรการฉลองฤดูในพระ นครตามปกติเชํนที่กระทํามา พระองค๑เสด็จทรงพระคชาธาร ตัวประเสริฐ ทอดพระเนตรสถานที่ตําง ๆ ด๎วยความ เพลิดเพลินพระทัย ระหวํางที่เสด็จไปนั้น พนักงานนําเสด็จก็ตี กลองชนะเป็นสัญญาณให๎ผู๎คนในถนนหลบหลีกไปให๎พ๎นทาง เสด็จ ราวกับวําการจ๎องดูพระสิริโฉมของพระองค๑ยํอมนํามาซึ่ง ความพินาศ เมื่อนางอุนมาทินีได๎ยินเสียงกลองนําเสด็จมาตามทาง นางก็รู๎วําพระราชากําลังจะเสด็จผํานมาทางบ๎านของนาง จึงรีบ ขึ้นไปปรากฏตัวบนดาดฟูาของคฤหาสน๑ที่นางอยูํเพื่อให๎พระเจ๎า แผํนดินแลเห็น นางจ๎องดูขบวนเสด็จอยํางใจจดใจจํอด๎วยความ พยาบาท เพราะพระราชาเคยปฏิเสธไมํยอมรับนางในครั้งกํอน โดยอ๎างวํานางไร๎สิรมิ งคล นางรออยูํมินานกระบวนเสด็จก็ผําน มาถึง พระราชาทอดพระเนตรขึ้นไปบนดาดฟูา แลเห็นนาง อุนมาทินีก็สะดุ๎งพระทัยเหมือนถูกศรชัยของกามเทพเสียบ .

พระทัย มีความรู๎สึกเหมือนถูกไฟแผดเผาให๎ร๎อนรุํมมิรู๎คลาย ถึงแม๎ลมอํอนแหํงฤดูวสันต๑ที่โชยมาจากภูเขามลยะ ก็มิได๎ชํวย ให๎เย็นพระทัยขึ้นเลยขบวนเสด็จเคลื่อนตํอไปจนรอบพระนคร แล๎วกลับเข๎าสูํพระราชวัง พระราชาผู๎ทรงหลงใหลและดื่มด่ําใน รสเสนํหาอยํางถอนตัวไมํขึ้น เรียกมนตรีและคณะพราหมณ๑เข๎า มาสอบถาม วําหญิงที่อยูํบนดาดฟูาของบ๎านพํอค๎าใหญํ คือธิดา ของพํอค๎าที่เคยคิดจนํานางมาถวายพระองค๑ แตํพระองค๑ ปฏิเสธนางไปใชํหรือไมํ ด๎วยเหตุที่นางไร๎สริ ิมงคล พรรรคพวกที่ ถูกไตํสวนก็ยอมรับวําจริง พระราชาทรงพระพิโรธยิ่งนัก สั่งให๎ เนรเทศคนเหลํานั้นออกจากราชอาณาจักรโดยทันที เมื่อเนคร เทศคนต๎นเหตุไปแล๎ว พระราชาก็เก็บพระองค๑อยูํตามลําพัง เงียบ ๆ เฝูาคิดถึงนางผู๎เป็นยอดพิสมัยทุกค่ําคืน และรําพันวํา “อา ทําไมจิตวิญญาณของข๎าจึงมืดทึบนัก และพระจันทร๑เลําก็ หายางอายมิได๎ พยายามที่จะขึ้นมาสะเออะอวดโฉม ทั้ง ๆ ที่ นางผู๎พิมลพักตร๑ของข๎าก็อยูํแคํนี้เอง ใครจะเปรียบกับนางผู๎เป็น มิ่งขวัญของข๎าได๎เลํา” ดําริในพระทัยเชํนนี้แล๎ว พระราชาผู๎ถูก .

ไฟรักเผาผลาญก็ปลีกพระองค๑หํางจากคนทั้งหลาย หลบลี้อยูํ แตํพระองค๑เดียว วันแล๎ววันเลําไมํยอมพบใคร ๆ แตํในที่สดุ ด๎วยความความละอายพระทัยพระองค๑ทรงเรียกมหาดเล็กคน สนิทให๎เข๎ามาเฝูา ตรัสถามวําพระองค๑จะทําอยํางไรดีใน สถานการณ๑เชํนนี้ เสวกคตนสนิทก็กราบทูลแนะวํา “ข๎าแตํ พระนรบดีไฉนพระองค๑ทรงวิตกเชํนนี้ ไมํเห็นมีป๓ญหาอะไร พระองค๑เป็นเจ๎าแผํนดิน ทุกอยํางเป็นของพระองค๑ เมื่อมีพระ ประสงค๑ในตัวนางก็พานางมาสิพระเจ๎าข๎า นางจะขัดขืนได๎ อยํางไร ถ๎าพระองค๑มีบญ ั ชา” พระราชาทรงเป็นผู๎ทรงคุณธรรม ได๎ฟ๓งคําแนะนําดังนั้น เห็นผิดระบอบชอบธรรม ก็ไมํอาจจะทํา ตามได๎ จึงทรงนิ่งเสีย ฝุายพลธรอัครเสนาบดีได๎ทราบขําวที่แพรํออกมาดังนี้ ก็ไมํมีความสบายใจ เพราะเขาเป็นผู๎จงรักภักดีและยินยอมสละ ทุกอยํางเพื่อพระเจ๎าแผํนดินอยํางแท๎จริง ก็รีบเข๎าเฝูาพระราชา โดยทอดตัวเองลงแทบพระบาทและกราบทูลวํา “โอ๎พระนฤบ ดินทร๑ ขอพระองค๑ทรงรับนางทาสผู๎นี้ไว๎เถิด โดยทรงคิดเสียวํา .

นางเป็นทาสของพระองค๑มิใชํเป็นเมียของเสนาบดีอยํางข๎าพระ บาทหรือของใคร ๆ และข๎าขอถวายนางตํอพระองค๑ด๎วยความ เต็มใจ โปรดทรงรับนางไว๎เถิด หรือมิฉะนั้นข๎าจะสละนางให๎ เป็นเทพทาสีในเทวาลัย อันจะทําให๎นางเป็นอิสระมิได๎เป็นของ ชายใดโดยเฉพาะ และด๎วยประการฉะนี้ พระองค๑จะได๎ไมํต๎อง ทรงคิดตํอไปวํานางเป็นเมียของคนอื่น” เมื่ออัครเสนาบดีกราบ ทูลวิงวอนดังนี้ พระราชาก็กลําวตอบอยํางทรงพิโรธวํา “ข๎าเป็น พระเจ๎าแผํนดิน ข๎าจะทําสิ่งที่ไร๎คณ ุ ธรรมเชํนนั้นได๎อยํางไร ถ๎า ข๎าจะละทิ้งความชอบธรรมเสียแล๎ว ใครเลําจะซื่อสัตย๑ตํอนห๎าที่ ของตนตํอไปอีก และสํารหับตัวเจ๎าผู๎มีความจงรักภักดีตํอข๎า ทําไมมายุให๎ข๎าทําบาปเชํนนี้ ซึ่งแนํละมันอาจจะให๎ความบันเทิง สุขชั่วแลํน แตํข๎าจะมีความผิดมหันต๑ จะต๎องชดใช๎กรรมใน ปรโลก และถ๎าเจ๎ายังคิดทีส่ ละเมียให๎แกํข๎าอีก ข๎าก็จะไมํปลํอย ให๎เจ๎าลอยนวลตํอไปโดยไมํถูกลงโทษ เพราะใครก็ตามที่อยูํใน ฐานะอยํางข๎าจะทนทานตํอความไร๎ศีลธรรมได๎หรือ พราะ ฉะนั้นข๎าวําความตายเทํานั้นที่สมควรแกํข๎าในภาวะเชํนนี”้ .

ด๎วยเหตุผลดังกลําวนี้ ที่คดั ค๎ามิให๎พระราชายอมรับ ข๎อเสนอของแมํทัพได๎ เพราะทรงถือวําเกิดเป็นผูม๎ ีเกียรติแล๎ว สู๎ ยอมตายเสียดีกวําจะอยูํอยํางไร๎เกียรติ การตัดสินพระทัยอยําง เด็ดขาดของพระราชาเชํนนี้ ทําให๎ทุกคนตระหนักวําจะทูล เสนอเรื่องทํานองนี้สักเทําใดก็จะมีผลอยํางเดียวกัน คือถูก ปฏิเสธ เมื่อเหตุการณ๑เป็นไปเชํนนี้ ก็ไมํมีทางจะเยียวยาอีก พระราชาซูบผอมลงทุกวัน บรรทมแซํวอยูํบนพระที่ ถูกทรมาน ด๎วยไฟเสนํหาอันมีความรุนแรงเผาไหม๎อยูตํ ลอดวันตลอดคืน คงเหลือแตํพระนามและพระเกียรติเทํานั้นทียังคงอยูํมิได๎สิ้นสูญ ไปตามกําลังความร๎อน แตํอัครเสนาบดีพลธรผู๎ซื่อสัตย๑และภักดี ตํอพระราชาของตน ไมํอาจจะปลํอยให๎พระราชาต๎องทนทุกข๑ ทรมานตํอไป อันจะนําความพินาศมาสูํพระองค๑ในที่สุด ดังนั้น เขาจึงเข๎ากองไฟเผาตัวเองจนสิ้นชีวิต ในฐานที่เป็นจอมทัพผู๎ไมํ มีความสามารถจะชํวยเหลือเจ๎านายของตนเองให๎รอดพ๎นจาก ความตาย .

เมื่อเวตาลซึ่งนั่งอยูํบนอังสาของพระเจ๎าตริวิกรมเสน เลําเรื่องจบํลงก็ทูลถามพระเจ๎าแผํนดินวํา “โปรดทรงตัดสิน ด๎วยเถิดราชัน ในระหวํางบุคคลทั้งสองในเรื่องนี้ ใครเป็นคน สัตย๑ซื่อยิ่งกวํากัน จอมพล หรือพระราชา แตํอยํางไรก็ตาม กํอนที่จะทรงตอบ โปรดรําลึกไว๎ดว๎ ยวํา เรามีข๎อตกลงกันวํา อยํางไร ข๎ายังถือสัญญานั้นอยูํนะพระเจ๎าข๎า” เมื่อเวตาลกลําว ดังนี้ พระราชาก็ทรงนิ่งไปครูํหนึ่งแตํจะไมํตอบป๓ญหาก็ทนอยูํ ไมํได๎จึงตรัสวํา “ในระหวํางบุคคลทั้งสองนั้น ข๎าวําพระเจ๎า แผํนดินนั่นแหละซื่อสัตย๑ทสี่ ุด” เมือ่ เวตาลได๎ฟ๓งดังนั้น ก็กลําว ตํอพระราชาเชิงตําหนิวํา “ทรงเฉลยมาสิวําเหตุใดพระองค๑จึง เห็นวําพระราชาเหนือกวําแมํทัพในกรณีนี้ เพราะถ๎าจะพูดอยําง ยุติธรรมจริง ๆ แล๎ว อัครเสนาบดีควรจะมีความสัตย๑ซื่อ เหนือกวํา ชายผู๎นี้รู๎จักเสนํห๑อันลึกซึ้งของหญิงผู๎เป็นภรรยาของ เขาอยูํเต็มอกในฐานะที่อยูํกินกันมาช๎านาน เขารักนางเพียงไร ใคร ๆ ก็รู๎ แตํแม๎กระนั้นเขาก็ยังเสียสละ โดยถวายนางให๎แกํ พระราชา เพราะเขารักพระองค๑มากกวํา และเมื่อพระราชา .

สิ้นชีวิตแล๎วเขาก็ยอมตายตามพระองค๑โดยเข๎าสูํกองไฟ แตํ พระราชานั่นสิมิได๎รับรู๎อะไรเกี่ยวกับนางเลย ยังปฏิเสธไมํ ยอมรับนางด๎วยซ้าํ ทั้ง ๆ ที่ผู๎เป็นสามีต๎องเสียสละอยํางสุดยอด มอบนางให๎แกํพระองค๑ด๎วยความเต็มใจ” เมื่อเวตาลกลําววิจารณ๑ดังนี้ พระเจ๎าตริวิกรมเสนก็ทรง พระสรวลด๎วยความขบขัน และตรัสวํา “เจ๎าจงยอมรับความ จริงในเรื่องนี้สิ ไมํมีอะไรนําประหลาดใจในเรื่องนี้สักนิด ความ จริงก็คือ อัครเสนาบดีผู๎นั้นเป็นผูม๎ สี กุลรุนชาติสูงก็จริง และการ ที่เขาแสดงออกซึ่งความภักดีตํอเจ๎านายเชํนนั้นเป็นสิ่งแปลกหา ได๎ยากนักหรือ เพราะใครที่รับใช๎เจ๎านายเชํนนั้น ก็ต๎องแสดง ความจงรักภักดีตํอเจ๎านายของตนเป็นธรรมดา แม๎จะยอม เสียสละชีวิตของตนก็ไมํเห็นแปลกอะไร มันเป็นหน๎าที่ของเขา อยูํแล๎ว แตํผู๎ที่เป็นพระราชานั้นโดยปกติเป็นผู๎มีความเยํอหยิ่ง ยากที่ใครจะบังคับได๎ มีลักษณะเหมือนช๎างปุาที่ควบคุมมิได๎ เมื่อคนประเภทนี้เกิดความหมกมุนํ หลงใหลในกามสุขแล๎วไซร๎ สายโซํแหํงศีลธรรมหรือคุณธรรมก็รั้งไว๎ไมํอยูํ ต๎องขาดผึงออก .

จากกันทันที ทั้งนี้ก็เพราะจิตใจของเขาทํวมท๎นไปด๎วยแรง เสนํหาเสียแล๎ว และความรับผิดชอบใด ๆ ก็ถูกชําระล๎างออกไป จากใจ เหมือนบุคคลเหลํานั้น ถึงแม๎จะได๎รับน้ําอภิเษกในพิธี แตํก็ถูกกวาดหายไปหมด และถ๎าจะเปรียบเหมือนพัดวาลวิชนี ที่เคยรําเพยลมอํอน ๆ ตํอผู๎ที่คร่ําเครํงในการศึกษาอยํางใจจด ใจจํอตํอพระคัมภีร๑ศักดิ์สิทธิ์ให๎เย็นชื่นใจอยํางละเมียดละไม ก็ กลายเป็นพัดทีโ่ บกมาเพื่อไลํแมลงหรือยุงเทํานั้น หรือจะเปรียบ อีกทีก็เหมือนฉัตรที่ใช๎กําบังแสงพระอาทิตย๑เทํานั้น ทั้งที่มันควร จะกางกั้นความจริงมิให๎เป็นอันตรายมากกวํา ถึงแม๎พระเจ๎า แผํนดินผู๎ชนะตลอดสามโลกอยํางพระจักรพรรดินหุษผู๎เกรียง ไกรยังหลงเลํห๑ของพญามาร ทําให๎เกิดความวุํนวายไปทั่วทุกหน ทุกแหํง แตํพระราชายโศธนองค๑นี้ ถึงจะมีฉัตรอันสูงใหญํปกทั่ว พิภพ ก็หาได๎ยอมตกอยูํใต๎เสนํห๑ของนางอุนมาทินี ผู๎งามละม๎าย แม๎นพระลักษมีเทวี วําตามจริง พระราชานั้นถึงสภาพการณ๑จะ เป็นเชํนไรก็หาได๎เหยียบพระบาทลงบนทางผิดไมํ พระองค๑สู๎ ยอมเสียชีวิตโดยประกาศไมํยอมทําผิดจารีตอันเป็นหลักแหํง .

ความประพฤติของบุคคลทุกคน สูส๎ ละชีวิตเพื่อรักษาไว๎ซึ่งสัจ ธรรมโดยแท๎ พระองค๑จึงประเสริฐกวําอัครเสนาบดีแนํนอน เมื่อเวตาลได๎ยินคําเฉลยของพระเจ๎าตริวิกรมเสนดังนั้น ก็ไมํยอมเสียเวลาตํอไปแม๎แตํชั่วอึดใจ รีบเผํนจากพระอังสาของ พระราชา หายวับไปในความมืดกลับไปสูํที่พํานักของตน ตามเดิม พระราชาต๎องเสด็จติดตามไปอยํางรวดเร็ว จนถึงต๎น อโศกและดึงตัวเวตาลกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพราะมหาบุรุษ จะละทิ้งกิจธุระของตนไว๎เพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ โดยเริ่มต๎น มาแล๎วอยํางลําบากยากเย็นแสนเข็ญหาได๎ไมํ ถึงจะมีอุปสรรคก็ จะต๎องดําเนินตํอไปจนกวําประโยชน๑จะสําเร็จ .

นิทานเรื่องที่ ๑๘ ในปุาช๎าผีดิบที่เวตาลพํานักอยูํบนกิ่งอโศกนั้น เต็มไป ด๎วยเปลวไฟที่แลบเลียอยูํบนจิตกาธานที่ใช๎เผาศพ เปลวอัคคี อันแรงร๎อนวูบวาบดูราวกับลิ้นของพวกรากษสที่ตวัดไปมาใน การเสพเนื้อมนุษย๑สด ๆ แตํภาพอันนําสะพรึงกลัวดังกลําวหา ได๎ทําให๎พระราชาทรงหวาดหวั่นไมํ ขณะที่ทรงดําเนินฝุาไป จนถึงต๎นอโศก และ ณ ที่สุดสานผีดิบนัน่ เอง โดยไมํคาดฝ๓น พระราชาประสบภาพสิ่งอันนําเกลียดตําง ๆ คือ มีศพของ บุคคลตําง ๆ หน๎าตากประหลาดคล๎ายคลึงกันแขวนอยูํบนกิ่งไม๎ เหมือนกับตัวเวตาลนับร๎อยนับพันห๎อยอยูํ พระเจ๎าตริวิกรมเสน ทอดพระเนตรเห็นแล๎วทรงรําพึงในพระทัยวํา “อา นี่มันอะไร กัน หรือวํานี่เป็นภาพมายาที่เวตาลเนรมิตขึ้น เพื่อจะถํวงเวลา เราเลํน และเราจะต๎องเสียเวลาสักเทําไร จึงจะหาได๎ถูกต๎องวํา ศพไหนคือเวตาลตัวจริง ถ๎าเราจะต๎องเสียเวลาทั้งคืน เราก็คง .

จะทําภาพรกิจให๎เสร็จไมํได๎ ถ๎าอยํางนั้นเราจะเข๎ากองไฟเสียด ดีกวํา แทนที่จะทนรับความอัปยศเพราะเรื่องอยํางนี้” ฝุาย เวตาลเมื่อทราบวาระน้ําจิตของพระราชาเชํนนั้น ก็มีความ พอใจในความกล๎าหาญมานะเด็ดเดี่ยวอยํางยิ่ง จึงคลายมายา เวททั้งปวง ทําให๎พระราชาแลเห็นตคัวจริงของตน คือ เวตาลที่ เป็นซากศพแขวนอยูํบนกิ่งไม๎แตํเพียงผู๎เดียว ในขณะที่รูปมายา ทั้งหลายอันตรธานหายไป พระราชาทรงปลดเวตาลลงจากกิ่ง โศก เอาพาดพระอังสาแล๎วเสด็จกลับไปตามหนทางเดิม ขณะที่ มาตามทางเวตาลก็กลําวกะพระราชาวํา “ราชะ ความแข็งแรง ของพระองค๑เป็นที่นําสรรเสริญอยูํ ถ๎ากระไรลองฟ๓งนิทานของ ข๎าอีกสักหนึ่งเรื่องเป็นอยํางไร” เรื่องมีวํา มีนครอันงดงามแหํงหนึ่งบนโลกนี้ชื่อนรคร อุชชยินี เมืองนี้จะงามเป็นรองก็แตํนครโภควดี (ของวาสุกิ นาคราช) และนครอมราวดี(ของพระอนิทร๑) เทํานั้น ซึ่งพระ ศิวะผู๎ทรงเลํนพนันกับพระเคารีเทวีได๎ทรงเลือกเป็นที่ทรงพระ สําราญรํวมกันในโลก เพราะนครอุชชยินีนั้นงามยิ่งกวํางาม เลิศ .

ยิ่งกวําเลิศ ในพระนครนี้มสี ิ่งบันเทิงใจนานาประการ ซึ่งผูม๎ า เยือนที่มีเกียรติยศเดํนหรือฐานร่ํารวยเทํานั้นที่จะถูกต๎อนรับ เป็นอยํางดี ณ ที่นี้สิ่งที่ตึงเตํงก็คือ ถันนารี สิ่งที่โค๎งสลวยก็คือ คิ้วเรียวงามเหมือนจันทรกลา (เสีย้ วพระจันทร๑) สิ่งที่กลอก กลับไปมาเนืองนิจก็คือเนตรดําขลับอันเหลือบชม๎ายของผองพธู สิ่งที่ดูมืดก็คือราตรี สิ่งที่คดงอไปมาได๎ก็คือ บทกวีนิพนธ๑อันมี หลายแงํของกวี สิ่งที่เห็นบ๎าคลั่งคือคชสารเมามัน สิ่งที่เป็น ความเย็นเยือกก็คือ มุกดามณี น้ําจัณฑ๑ และดวงศศี ในเมืองนั้น มีพราหมณ๑ชํานาญเวทอยูํคนหนึ่งชื่อ เทวสวามิน ผู๎กระทํายัชญพิธสี ังเวยเทพมามากมายหลายครั้ง และพราหมณ๑ผู๎นี้ก็คือ พราหมณ๑มหาศาลร่ํารวยด๎วยสินทรัพย๑ นับไมํถ๎วน เป็นที่เคารพยกยอํงของพระราชาแหํงแวํนแคว๎น ผู๎มี พระนามวํา จันทรประภะ ในกาลตํอมา พราหมณ๑เทวสวามินมี บุตรชายชื่อจันทรสวามิน ผู๎ซึ่งได๎เลําเรียนศลิปวิทยาเป็นอันมาก เมื่อจําเริญวัยเป็นหนุํมฉกรรจ๑ แตํเขาก็หาได๎นําวิชาไปใช๎ให๎เป็น ประโยชน๑ กลับหลงใหลมัวเมาในการพนันอยํางหามรุํงหามค่ํา .

คราวหนึ่งพราหมณ๑หนุมํ จันทรสวามินเข๎าไปในบํอนการพนัน เพื่อจะเลํนการพนัน ทําให๎เกิดป๓่นปุวนโกลาหลในบํอนขึ้น เพราะนักการพนันในที่นั้นแลเห็นขาใหญํมือระดับมหาเศรษฐี เข๎ามาเลํน ก็เฮกันเข๎ามาดูด๎วยความอยากรู๎อยากเห็น จันทรส วามินหนุํมผูม๎ ีเงินเต็มกระเป๋า พอยํางเข๎ามาก็คุยโอํวํา “ไหน – ไหน ใครในห๎องนี้จะถูกข๎าต๎อนเหมือนแพะบ๎าง ถ๎าอยากเป็นก็ เข๎ามาเลย ข๎านี่แหละจําทําให๎หมดตัว ตํอให๎มีทรัพย๑ล๎นโลก อยํางท๎าวกุเวรเจ๎านครอลกา (ชื่อเมืองสวยงาม ตั้งอยูํบนไหลํ เขาหิมาลัย เป็นที่ประทับของพระกุเวร พญายักษ๑สามขา โลกบาลประจําทิศเหนือ และเป็นเจ๎าแหํงขุมทรัพย๑ทั้งปวงใน โลก) ข๎าก็ยังตุ๐นแทนบจะหมดตัวมาแล๎ว” พราหมณ๑หนุํมลงมือ เลํนพนันสกาอยํางสนุกสนานด๎วยความเหิมเกริม มิช๎าก็ถูกกิน เรียบด๎วยฝีมือของนักพนันยอดโกงในที่นั้น ชายหนุํมเสียหมด ทุกอยํางแม๎กระทั่งเสื้อผ๎าที่นุํงหํมอยูํ และเมื่อกูย๎ ืมเงินเจ๎าของ บํอนมาเลํนแก๎ตัวก็เสียหมดอีก ด๎วยเหตุนี้พอถูกเจ๎าของบํอน ทวงหนี้ ชายหนุํมจึงไมํมีอะไรจะให๎ ทําให๎เจ๎าของบํอนโกรธมาก .

สั่งให๎ลูกน๎องจับจันทรสวามินนอนลงแล๎วโบยตีด๎วยหวาย จน เป็นริ้วรอยไปทั้งตัว นอนสลบไมํไหวติงเหมือนก๎อนหิน รํางที่ นอนไมํกระดุกกระดิกของชายหนุมํ ดูเหมือนคนตาย จนเวลา ผํานไปสองสามวันก็ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีก แตํยังไมํ กระดุกกระดิกตามเคย เจ๎าของบํอนแลเห็นก็โกรธมาก และ กลําวแกํพวกบริวารในโรงบํอนและนักการพนันที่มาเลํนพนัน เป็นขาประจําของบํอนวํา “เจ๎าคนนี้พยายามใช๎เลํหห๑ ลบเลี่ยง หนี้ บิดตะกูดฉ๎อโกงไปตําง ๆ เพราะฉะนั้น จงจับอ๎ายคน โสโครกนี้ไปโยนทิ้งที่บํอแห๎ง ซึ่งเป็นบํอน้ําเกําข๎างนอกนั่น ข๎า จะให๎เงินแกํผู๎ที่ทําตามคําสั่งของข๎าเป็นรางวัล” เมื่อหัวหน๎าบํอนประกาศแกํนักพนันดังนี้ คนเหลํานั้น ก็ชํวยกันแบกรํางจันทรสวามินเข๎าไปในปุา มองหาบํอน้ําเกํา อยํางที่วําก็ไมํพบ นักพนันแกํผู๎หนึง่ จึงพูดกับพรรคพวกวํา “เจ๎า หนุํมนี่มันตายแล๎ว จะต๎องลําบากไปหาบํอน้ําที่ไหนให๎มัน วุํนวายเปลํา ๆ เราปลํอยมันไว๎ตรงนี้แหละ แล๎วไปบอกนาย .

บํอนวําเราโยนมันลงบํอไปแล๎ว” ทุกคนได๎ฟ๓งก็เห็นด๎วยและตก ลงทําตามคําสั่ง ด๎วยประการฉะนี้ พวกนักพนันก็ทิ้งรํางของจันทรส วามินไว๎ในปุา แล๎วแยกย๎ายกันกลับไป จันทรสวามินเห็นวํา ปลอดอันตรายแล๎วก็ลุกขึ้น แลเข๎าไปสูํเทวาลัยของพระศิวะ ซึ่ง ตั้งอยูํใกล๎ ๆ นั้น ชายหนุํมคํอยพักฟื้นมีเรี่ยวแรงขึ้นบ๎าง ก็รําพึง แกํตัวเองด๎วยความเศร๎าใจวํา “อนิจจา เพราะข๎าไปหลงกลของ อ๎ายพวกขี้โกงพวกนั้นแท๎ ๆ ข๎าถูกมันหลอกต๎มเสียปุนปี้ จนไมํมี อะไรเหลือติดตัวเลย ข๎าจะออกไปเดินที่ไหนได๎เลําในสภาพ เชํนนี้ รํางเปลือยเปลํามิพอ ยังรอยที่ถูกเฆี่ยนเต็มไปทั้งตัว และ เปื้อนฝุุนมอมแมมสกปรกอยํางน๎ นี่ถ๎าพํอแลเห็นข๎าในสภาพ เชํนนี้ หรือญาติของข๎าตลอดจนเพือ่ น ๆ ของข๎าก็ตาม เมื่อแล เห็นข๎าเข๎าเขาจะนึกอยํางไร เพราะฉะนั้นข๎าจะหลบอยูํใน เทวาลัยตลอดวัน ถึงเวลากลางคืนคํอยออกไปหาอาหารมายา ไส๎พอประทังหิว ขณะที่เขากําลังตรีกตรองเรื่องความหิวและ รํางกายที่เปลือยเปลําอยูํนี้ พระอาทิตย๑ก็คํอนผํอนคลายความ .

แรงร๎อนลง และกําลังสลัดอาภรณ๑ที่นุํงหํมคือนภากาศ ให๎ เคลื่อนคล๎อยลงสูํอสั ดง ณ หลังเขาอันไกลสุดขอบฟูา จนลับ ดวงไปในที่สุด ขณะนั้นฤษีประเภทปาศุบต (ปาศุปต) (ชื่อฤษีพวกน หนึ่งซึ่งเป็นสาวกของพระปศุบดี หรือพระศิวะ ผู๎เป็นใหญํใน สัตว๑เลี้ยงทั้งหลาย) ผูห๎ นึ่งก็เข๎ามาในเทวาลัย มีรํางกายอัน ชะโลมด๎วยเถ๎าถํานกระดูก (จากจิตกาธาน) มีมวยผมมุํนไว๎บน ศรีษะ มือถือสามงํามด๎ามยาว (ตรีศูล) ดูราวกับพระศิวะองค๑ที่ สอง เมื่อแลเห็นจันทรสวามินก็ถามวํา “เจ๎าคือใคร” จันทรส วามินก็เลําเรื่องให๎ฟ๓งโดยตลอด และก๎มศรีษะแสดงความเคารพ อยํางนอบน๎อม ฤษีเมื่อได๎ฟ๓งดังนั้นก็กลําวด๎วยความเมตตาวํา “เจ๎าหนุํมเอ๐ย เจ๎ากระเซอะกระเซิงมาถึงที่นี่ ซึ่งเป็นอาศรมของ ข๎าโดยไมํนึกไมํฝ๓น จงเป็นแขกของข๎าเถิด ลุกขึ้น ไปอาบน้ํา เสียกํอนแล๎วคํอยมากินอาหาร ซึ่งข๎าภิกษาจารมาเมื่อเช๎านี้” เมื่อฤษีกลําวดังนี้ จันทรสวามินก็กลําวด๎วยความเคารพวํา “ทํา .

สาธุที่เคารพ ตัวข๎าเป็นพราหมณ๑โดยกําเนิด ข๎าจะกินอาหารที่ ทํานภิกษาจารมาได๎อยํางไรเลําขอรับ” เมื่อฤษีผู๎ใจดี ผู๎ชํานาญพระเวทมนตรา ได๎ฟ๓งดังนั้นก็ เดินเข๎าไปในบรรณาศรม นั่งลงเข๎าฌานสมาธิสักครูํหนึ่งก็เรียก รูปวิทยาให๎ปรากก รูปวิทยานี้สามารถเนรมิตทุกสิ่งตามคําสั่ง ของผู๎เป็นนายได๎ทั้งสิ้น เมื่อปรากฎตํอหน๎าฤษีแล๎วก็กลําววํา “ทํานจะใช๎ให๎ข๎าพเจ๎าทําอะไร จงบอกมาเถิด” ฤษีจึงบัญชาวํา “จงเตรียมของให๎พร๎อมสรรพเพื่อต๎อนรับอาคันตุกะของข๎า” รูป วิทยาก็ตอบวํา “ข๎าจะทําทุกอยํางตามที่ทํานสั่ง” ทันใดนั้น จันทรสวามินก็แลเห็นกนกนคร (เมืองทอง) ปรากฎขึ้นตํอหน๎า ประกอบด๎วยอุทยานอันงามวิจติ ร มีหญิงบาทบริจาริกาอยูํใน นั้นเป็นอันมาก นางเหลํานั้นเข๎ามาใกล๎จันทรสวามิน ผู๎แลดูด๎วย ความอัศจรรย๑ใจเป็นล๎นพ๎น นางกลําววํา “โปรดลุกขึ้นเถิด ตาม ข๎ามา จงบริโภคอาหารอรํอยให๎เต็มที่ แล๎วลืมความเหน็ด เหนื่อยลําบากกายเสียให๎หมด” นางเหลํานั้นพาชายหนุํมเข๎าไป ในเมืองทอง อาบน้ําให๎ และลูบไล๎ด๎วยผงจันทน๑หอม หลังจาก .

นั้นก็ตกแตํงรํางกายของพราหมณ๑หนุํมด๎วยภูษาภรณ๑อันงาม ระยับ เสร็จแล๎วก็นําจันทนสวามินไปยังอีกห๎องหนึ่ง ณ ที่นั้น ชายหนุํมแลเห็นหญิงสาวผู๎หนึ่ง ซึง่ ดูเหมือนจะเป็นหัวหน๎าของ บริจาริกาพวกนั้น นางมีความสวยงามทุกสัดสํวนจนหาที่ติมไิ ด๎ จนดูราวกับวํา พระธาดาพรหมเป็นผู๎สร๎างนางขึ้นมาเป็นสมบัติ ของโลกโดยแท๎ และพระองค๑ทรงลืมไปแล๎ววําพระองค๑ทรง สร๎างนางขึ้นด๎วยสาระวิเศษสิ่งใดบ๎าง นางลุกขึ้นอยํางกระฉับกระเฉงวํองไวเพื่อต๎อนรับชาย หนุํม และลงไปเชิญเขาให๎ขึ้นมานัง่ บนบัลลังก๑ทองคูํกับนาง และชายหนุํมก็ได๎รับประทานอาหารซึ่งมีรสทิพย๑รํวมกับนาง และกินหมากซึ่งมีรสชาติเหมือนผลไม๎ห๎าชนิด ในตอนเช๎าวันรุํงขึ้น จันทรสวามินตื่นขึ้นก็พบตัวเอง นอนอยูํในเทวาลัยพระศิวะ ไมํมีทงั้ นครทอง เทพธิดาและแม๎ นางบาทบริจาริกาก็มไิ ด๎ปรากฎให๎เห็นอีก ทันใดฤษีก็ออกมา จากอาศรมด๎วยใบหน๎ายิ้มแย๎ม และถามวําชายหนุํมได๎ผําน .

ราตรีนั้นมาด๎วยความสุขวิเศษหรือไมํ จันทรสวามินซึ่งยังมี อาการงงงวยจับต๎นชนปลายไมํตดิ ตอบวํา “ข๎าแตํสาธุผู๎ ประเสริฐ ด๎วยความอนุเคราะห๑ของทําน ข๎าพเจ๎าหลับอยํางสุข สบายตลอดทั้งคืน แตํในบัดนีส้ ิเมือ่ ตื่นขึ้นมา นางฟูาของ ข๎าพเจ๎าก็หายไปแล๎ว ข๎าจะมีชีวิตอยูํตํอไปได๎อยํางไร ถ๎า ปราศจากนาง” เมื่อฤษีได๎ฟ๓งดังนั้นก็หัวเราะด๎วยอารมณ๑ดี กลําวปลอบใจวํา “จงอยูํที่นี่ตํอไปเถอะ แล๎วเจ๎าจะได๎พบเห็นสิ่ง ที่เจ๎าปรารถนาทุกอยํางในคืนนี้” เมื่อได๎ยินดังนั้นจันทรสวามินก็ ตกลงวําจะอยูตํ ํอไปอีก และด๎วยความชํวยเหลือของฤษี ทุกสิ่ง ทุกอยํางก็เกิดขึ้นและเป็นไปเหมือนคืนกํอน ทําให๎ชายหนุํมมี ความสุขและเพลิดเพลินไปกับภาพมายาทุกคืน แตํในที่สุด ชายหนุํมก็รู๎วํา สิ่งทั้งหลายที่เขาได๎พบได๎ เห็นนั้นล๎วนเกิดจากมายาทั้งสิ้น ดังนั้นในวันหนึ่ง ด๎วยชะตา กรรมบันดาล ชายหนุมํ เข๎าไปหาฤษีและทําการประจบประแจง ให๎ฤษีพอใจ แล๎วกลําววํา “ทํานสาธุขอรับ ถ๎าทํานจะมีเมตตา สงสารข๎าพเจ๎าผูเ๎ คราะห๑รา๎ ย หนีมาพึ่งพาทํานเพราะไร๎ที่พึ่งอื่น .

อีกแล๎ว ขอทํานจงชํวยอนุเคราะห๑แกํข๎าพเจ๎า ชํวยสั่งสอน วิทยาคมอันยิ่งใหญํนี้แกํข๎าพเจ๎าด๎วยเถิด” เมื่อถูกรบเร๎าหนักเข๎า ฤษีก็กลําววํา “คนอยํางเจ๎าเข๎า ไมํถึงวิชานี้หรอก เพราะมันจะต๎องลงไปฝึกถึงใต๎น้ํา และ ระหวํางที่ผฝู๎ ึกกําลังทํองมนตร๑อยูํใต๎ท๎องน้ํา รูปวิทยานี้ก็จะ สร๎างภาพหลอนให๎ปรากฎแกํเขา เชํนทําให๎เขารู๎สึกเหมือนเกิด ใหมํเป็นทารก แล๎วเจริญวัยเป็นเด็ก จากนั้นก็เป็นหนุํมแล๎วก็ แตํงงานตัวของผู๎ทําพิธีจะเกิดจิตหลอนวําตัวเองมีลูกชาย และ ลูกขายของเขาก็จะถูกหลอกให๎เกิดความหลงผิดวํา เขามีเพื่อน ที่เป็นคนดีคนหนึ่ง และเป็นศัตรูอกี คนหนึ่ง ตัวเขาจะหลงลืม แม๎กระทั่งชาติกําเนิดที่บอกให๎รู๎วําตัวเองเป็นใคร ไมํรู๎ตัวแม๎แตํ วําตนกําลังรํายมนตร๑ภาวนาเพื่อเข๎าถึงวิชาอะไร แตํใครก็ตาม เมื่อรู๎สึกวําเขาได๎พากเพียรมาจนถึงยี่สิบสี่ปีแล๎ว ก็จะกลับคืน สติตามเดิมด๎วยมนตร๑ของอาจารย๑ และจะมีกําลังจิตทีม่ ั่นคง สามารถจดจําชีวิตของตนเองได๎ และรู๎วําเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด นี้เกิดจากมายา และถึงแม๎วําเขาจะตกอยูํในอิทธิพลของมายา .

เขาก็รู๎จักมันดีที่สุด เขาได๎เข๎าถึงกองไฟซึ่งเผาไหม๎ภาพมายา เหลํานั้น และสําเร็จวิทยาที่ต๎องการในที่สุด หลังจากนีเ้ ขาจะ ขึ้นมาจากน้ํา ได๎แลเห็นความจริงในที่สุด แตํถ๎าศิษย๑ผู๎แสวงหา วิชานั้นยังไมํสามารถจะบรรลุถึงวิทยาอันสูงสุดได๎ทั้ง ๆ ที่ข๎าได๎ ทุํมเทให๎ทุกสิ่งทุกอยํางแล๎ว ข๎าก็ตอ๎ งพลอยสิ้นสูญไปด๎วย บัดนี้ ข๎าวําเจ๎าก็ได๎วิทยาที่ข๎ามีจนหมดสิน้ แล๎ว จะรีรออยูํทําไมเลํา จงรู๎ไว๎เถอะวาวิทยาของข๎าไมํมีวันตายหรอก เจ๎าตระหนักดังนี้ แล๎วก็จงมีความยินดีเถิดวํา ความสุขสมปรารถนาของเจ๎านั้นก็ จะไมํสิ้นสูญเชํนเดียวกัน” เมื่อฤษีกลําวดังนี้แล๎ว จันทรสวามินก็ยืนยันวํา “ข๎า รับรองวําข๎าสามารถทําทุกสิ่งได๎ตามใจปรารถนาแล๎ว ทํานอยํา กังวลไปเลย” อยํางไรก็ดี รูปวิทยานั้นเป็นสิ่งที่ได๎ยาก ได๎รับแล๎วก็ ปกครองยาก บังคับยาก เมื่อพลังจิตของผู๎ฝึกยังไมํเข๎มแข็งถึง ที่สุดรูปวิทยาก็หนีไป ต๎องฝึกกันตํอไปอีก ในกรณีของจันทรส .

วามินก็เชํนเดียวกัน ฤษีผเู๎ ป็นอาจารย๑รู๎วาระน้ําจิตของลูกศิษย๑ดี วํายังไมํแกรํงเพียงพอที่จะผจญมายาได๎ถึงที่สดุ จะถูกลํอหลอก ตํอไปอีกอยํางน๎อยก็ระยะหนึ่ง ปาศุบตนักพรตคิดดังนั้นแล๎ว ก็ เดินไปยังฝ๓่งแมํน้ํา และกลําแกํพราหมณ๑ผู๎เป็นศิษย๑วํา “ลูกเอ๐ย ขณะที่รํายมหามนตรานี้แล๎ว เจ๎าก็จะได๎พบกับมาาอันเป็นภาพ ลวงตาลวงใจ ทําให๎เกิดความสงสัยและเข๎าใจไปตําง ๆ นานา เพราะฉะนั้นข๎าจะคอยสํงกระแสจิตตรวจดูเจ๎าตลอดเวลา เมื่อ เกิดติดขัดอันใด ข๎าจะชํวยแก๎ไขให๎เจ๎าอยูํบนฝ๓่วแมํน้ํานี้ ตลอดเวลา” เมื่อจอมนักพรตกลําวดังี้แล๎วก็นั่งลงสํารวมจิตตั้ง สมาธิยังจิตใจให๎บริสุทธิ์คอยทําอยูํ เพื่อติดตามจันทรสวามิน ตํอไป ซึ่งฝุายจันทรสวามินก็ชําระล๎างหน๎าให๎บริสุทธิ์ และอม น้ําบ๎วนปากหลายครั้งจนสะอาดเรียบร๎อย เสร็จแล๎วพรหมณ๑ หนุํมก็เข๎ามากระทํานมัสการตํอผู๎เป็นอาจารย๑ด๎วยความเคารพ แล๎วก็โผลงสูํแมํนา้ํ ดําดิ่งลงสูํก๎นแมํน้ําทันที เมื่อเขารํายมหามนตราอยูํใต๎แมํน้ํานั้น เขาก็เห็นภาพ มายาปรากฎขึ้น ทําให๎เขาลืมชาติกําเนิดของตนเองสิ้น เขาเห็น .

ภาพตนเองในชาติกําเนิดใหมํวํา เขาเป็นคนที่เกิดอยูํในเมืองอื่น เมืองหนึ่งที่ไมํรู๎จัก เป็นลูกของพราหมณ๑คนหนึ่ง และตัวเขาเอง คํอย ๆ เจริญวัยขึ้นทีละน๎อย ๆ ในที่สุดเขาก็ได๎สวมยัชโญปวีต สายธุรํามงคลอันแสดงถึงการเป็นพราหมณ๑เต็มตัว และเขาได๎ ศึกษาคัมภีร๑ พระเวทตามประเพณีพราหมณ๑ด๎วย จากนั้นก็ แตํงงานมีภรรยา มีชีวิตเป็นสุขบ๎างเป็นทุกข๑บ๎างตามฐานะของ คนที่แตํงงานแล๎ว ในกาลตํอมาเขาก็มีบุตรชายคนหนึ่งและเขา ยังอาศัยอยูํในเมืองนั้น วุํนวายด๎วยธุรกิจทํามาหากิน เลี้ยงดูลูก ชายที่แสนรักและภรรยาที่แสนดี แวดล๎อมด๎วยพํอแมํญาติและ บริวารทั้งปวง ในขณะที่เขาดํารงชีวิตอยูํตามภาพมายานั้น เขาก็เหิน หํางจากความจริงคือชีวิตแท๎ ๆ ซึ่งเขาเคยมีอยูํ นักพรตผูเ๎ ป็นครู ซึ่งสํงกระแสจิตตามไปควบคุมโดยใกล๎ชิ มิให๎เขาหลงอยูํในวง มายาที่ทําให๎หํางเหินไปจากความเป็นจริงไปทุกที ทันใดนั้น จันทรสวามินก็ตื่นจากภวังค๑ในทันที เพราะกระแสจิตของผู๎เป็น ครูเข๎าคุมอยูโํ ดยเข๎มงวด ทําให๎เขาได๎สติกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง .

และรู๎วําแท๎จริงสิ่งที่เขาพบผํานมาเมื่อครูํยามนั้นหาได๎มีความ จริงอยูํเลยแม๎แตํน๎อย เขาเห็นและรู๎สึกไปเองโดยห๎วงมายาโดย แท๎ การหลุดจากมายาทําให๎เขาคิดวําตัวเองสําเร็จแล๎ว หลุดพ๎น แล๎ว บังเกิดความกระหายที่เข๎าสูํกองไฟเพื่อหวังวิทยาอันสุด ยอดในทันที แตํเขาก็ถูกห๎อมล๎อมมะรุมมะตุ๎มด๎วยเพื่อนอาวุโส และเจ๎านาย และวงศาคณาญาติ ผู๎พยายามจะกีดขวาง ความสําเร็จของเขา แตํอยํางไรก็ดี ถึงแม๎วําคนเหลํานั้นจะใช๎ วิธกี ารหลอกลํอเขาสักเพียงไรก็ไมํสําเร็จ ผลสุดท๎ายหลังจากถูก เกลี้ยกลํอมให๎เคลิ้มกับการไปสูํสวรรค๑เพื่อความบันเทิงสุข นิรันดร ณ ที่นั้น ชายหนุํมก็ยินยอมพาคนเหลํานั้นไปสูํฝ๓่งแมํน้ํา และตระเตรียมกองไฟใหญํที่นั้น จันทรสวามินแลไป เห็นบิดา มารดาผู๎ชราของตนและภรรยา พร๎อมที่จะเข๎าสูํกองไฟด๎วย ความเศร๎าโศก และบรรดาลูก ๆ ก็ร๎องกระจองอแงไปหมด ใน ความสับสนของเหตุการณ๑อันเกิดจากมายานั้น ชายหนุํมกลําว แกํตนเองวํา “อนิจจาเอ๐ย บัดนีญ ้ าติพี่น๎องของเราทั้งหมดกําลัง จะตายถ๎าเราเข๎าสูํกองไฟ และเราก็ไมํรเู๎ หมือนกันวํา คํามั่น .

สัญญาของอาจารย๑จะจริงหรือไมํจริง จะให๎เราเข๎ากองไฟอยําง นั้นหรือ หรือเราจะไมํเข๎าดีกวํา แตํคิดไปคิดมา คํามั่นสัญญาจะ ผิดได๎หรือ เพราะเทําที่ทํานสั่งไว๎เป็นขั้นตอนมันก็ถูกอยํางที่ ทํานวํา เพราะเหตุการณ๑เกิดขึ้นสมจริงทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราจ เข๎ากองไฟละ” เมื่อพราหมณ๑จันทรสวามินไตรํตรองโดยตลอด แล๎วก็เดินเข๎าไปในกองไฟ ทันใดที่เขาเข๎าไปในกองไฟ ชายหนุํมก็รู๎สึกประหลาด ใจมาก เพราะไฟนันแทนที่จะร๎อนแรงผลาญรํางกายดังที่คิด กลับเย็นยะเยือกดังหิมะ เขาก็ผลุดจากแมํน้ําทันที และมายาทั้ง ปวงถึงจุดอวสาน ชายหนุํมรีบเดินไปตามฝ๓่งแมํน้ําเพื่อหา อาจารย๑ ในที่สุดก็แลเห็นฤษีปาศุบตนั่งอยูํริมแมํน้ํา ก็เดินเข๎าไป ลดตัวลงกราบแทบเท๎าอาจารย๑ และเมื่อผู๎เป็นอาจารย๑ซักถาม เขาก็บรรยาให๎ทราบเรื่องที่เกิดจากมายาทุกสิ่งทุกอยําง และจบ ลงด๎วยเรื่องไฟเย็น เมื่อได๎ฟ๓งดังนี้ ผู๎เป็นอาจารย๑ก็กลําวกะเขา วํา “ลูกเอ๐ย ข๎าเกรงวําเจ๎าจะทําอะไรผิดตอนรํายมหาเวทเสียละ กระมัง หาไมํแล๎วไฟจะเย็นสําหรับเจ๎าได๎อยํางไร ปรากฎการณ๑ .

ธรรมชาติที่ปรากฎแกํเจ๎าในการแสวงหารูปวิทยานั้น ต๎อง ผิดพลาดแนํ ๆ” เมือํจันทรสวามินได๎ยินการวิพากษ๑ของอาจารย๑ ดังนั้นก็ตอบวํา “ทํานสาธุขอรับ ข๎าพเจ๎าแนํใจยวําไมํได๎ทําอะไร ผิดเลย” ปาศุบตผู๎เป็นอาจารย๑เห็นวําเรื่องนี้มีอะไรที่ผดิ ความ คาดหมายอยูํ จึงตั้งใจจะสืบสวนเพื่อความแนํใจอีกครั้ง จึงตั้ง สมาธิเพํงรูปวิทยาให๎ปรากฎในฌาน แตํรูปวิทยาไมํปรากฎให๎ ทั้งอาจารย๑และศิษย๑ ดังนั้นทั้องสองคนก็ได๎ประจักษ๑วํารูปวิทยา นั้นหนีไปแล๎ว ทั้งสองก็เดินคอตกกลับไปอยํางสิ้นหวัง เมื่อเวตาลเลําเรื่องจบลงก็ตั้งคําถามตํอพระเจ๎าตริ วิกรมเสน หลังจากที่ทูลเตือนพระราชาให๎ตระหนักถึงเงื่อนไขที่ ให๎ไว๎ตํอกันมากํอนวํา “โอ ราชะ ขอได๎โปรดแก๎ป๓ญหาให๎ข๎า หนํอย ทรงเฉลยมาสิวํา ทําไมรูปวิทยาจึงสูญหายไปจากคนทั้ง สอง ในเมื่อเขารํายมหาเวทอยํางถูกต๎องตามที่บรรยายไว๎ทุก ประการ” เมื่อพระวีรกษัตริยไ๑ ด๎ฟ๓งคําถามของเวตาลเชํนนั้น ก็ .

ตอบวํา “ข๎ารู๎ เจ๎าจอมขมังเวทเจ๎ากําลังหลอกลํอให๎ข๎าเสียเวลา เปลํา แตํเอาเถอะ ข๎าจะตอบเจ๎า คนเราจะเข๎าถึงความสําเร็จ เพราะการปะกอบพิธีรีตองที่ถูกต๎องเพียงอยํางเดียวก็หามิได๎ ทั้งนี้เว๎นไว๎เสียแตํวํา จิตของเขาจะมั่นคงเด็ดขาด ตั้งอยูํในความ กล๎าหาญอันไร๎มลทินโทษโดยสิ้นเชิง ไมํหยุดยั้งรีรอในการติด สินใจให๎แนํวแนํ ปราศจากความกวัดแกวํงไมํแนํนอน ถึงแม๎ครู ของเขาจะสํงพลังจิตไปชํวยแล๎วก็ตาม ดังนั้น มหาเวทที่เขารําย อยูํจึงไมํทําให๎เขาได๎บรรลุความสําเร็จ สํวนครูของเขาเองก็ สูญเสียอํานาจในการควบคุมมายาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะเขาให๎ สิ่งที่ดีตํอคนที่ไมํสมควรจะได๎รับ” เมื่อพระราชาทรงอธิบายดังนี้ เวตาลผู๎ยิ่งใหญํกล็ ะจาก พระอังสาของพระราชาทันที ด๎วยมนตร๑เวทที่กําบังสายตามิให๎ ใครเห็น กลับคืนไปสูสํ ํานักของตน ทําให๎พระราชาต๎องเสด็จ กลับไปจับตัวมันมาอีกครั้งหนึ่ง .

นิทานเรื่องที่ ๑๙ พระเจ๎าตริวิกรมเสนจําใจเสด็จย๎อนกลับไปที่ปุาช๎าอีก ครั้งหนึ่ง เพื่อดึงตัวเวตาลลงมาจากกิ่งอโศก เอาพาดกับพระ อังสาแล๎วดําเนินกลับมาทางเดิม ระหวํางที่เสด็จมาตามทางนั้น เวตาลก็ถือโอกาสกลําวขึ้นวํา “ราชะ ขอได๎โปรดฟ๓งนิทานสนุก ๆ สักเรื่องเถิด ข๎าจะเลําถวาย โปรดทรงฟ๓ง” มีนครแหํงหนึ่งในโลกนี้ชื่อ วโกรลกะ มีความงาม อลังการเสมอด๎วยนครอมราวดีของทวยเทพนั่นเทียว นครนี้มี พระราชาปกครองทรงนามวําพระเจ๎าสูรยประภะ ซึ่งทรงความ ยิ่งใหญํเสมอด๎วยพระอินทร๑ พระราชาองค๑นี้เปรียบเสมือนองค๑ พระวิษณุผู๎ทรงถนอมโลกไว๎ให๎พ๎นภัย โดยทรงรองรับโลกไว๎ด๎วย พระกรของพระองค๑ (ทรงโอบอ๎อมโลกไว๎ในวงพระกร เหมือน บิดาโอบอุ๎มลูกของตนไว๎ในอ๎อมแขน) ด๎วยประการฉะนี้ พระองค๑จึงมีความยินดีในการรองรับภาระของราษฎรมิรเู๎ บื่อ หนํายในราชอาณาจักรของพระองค๑ ถ๎าจะเห็นน้ําตาของใครก็ .

ยํอมมีแตํน้ําตาที่เกิดจากควันเข๎าตาเทํานั้น จะพูดถึงความตาย ก็เฉพาะกรณีของคูํรักคูํเสนํหาที่โหยหากันเหมือนตายทั้งเป็น อยํางนําสงสาร จะพูดถึงของสวยงามก็ให๎ดูที่ไม๎เท๎าทองคําของ อารักษ๑ที่คุ๎มครองพิทักษ๑ พระราชานั้นเองเป็นตัวอยํางของผู๎ ครองพระราชทรัพย๑อันมากมายล๎นฟูา อยํางไรก็ดี แม๎พระองค๑ จะมีชายามากมายนับไมํถ๎วน แตํกห็ าได๎มีพระราชโอรสไมํ ทีนี้จะเริ่มตอนสําคัญของเรื่องนี้ให๎ฟ๓ง ในมหานครแหํง หนึ่งชื่อ เมืองตามรลิปติ มีพํอค๎าทีร่ ่ํารวยมหาศาลชื่อ ธนบาล เป็นผู๎ที่ร่ํารวยมากทีส่ ุดยิ่งกวําใคร ๆ ทั้งหมดที่เป็นเศรษฐีใน เมืองนั้น เขามีธิดาเพียงคนเดียวชือ่ ธนวดี ผู๎มีความงามจับจิต ราวกับเป็นวิทยาธรี (นางวิทยาธร) ที่หลํนลงมาจากสวรรค๑ เพราะถูกสาป เมื่อนางเจริญวัยขึ้นเป็นสาว พํอค๎าก็ตายลง พวก ญาติก็กลุม๎ รุมกันเข๎ายึดทรัพย๑สมบัติไปหมด ทั้งนี้เพราะ พระราชาหาได๎ชํวยเหลือคุ๎มกันอะไรไมํ ดังนั้นผูเ๎ ป็นภรรยาของ พํอค๎าคือ นางหิรัณยวดี ก็รีบฉวยสมบัตสิ ํวนตัวของนางคือ เพชร พลอย และเครื่องประดับตําง ๆ เอาไปซํอนไว๎ในที่เร๎นลับ .

ไมํมีใครรู๎ แล๎วแอบหนีออกจากบ๎านอยํางลับ ๆ ในยามต๎นของ ราตรีพร๎อมด๎วยธิดาของนาง คือ ธนวดี หลบหน๎าญาติพี่น๎อง เอาตัวรอดไป นางเล็ดรอดออกจากบ๎านไปด๎วยความลําบาก ยากยิ่ง นางจูงแขนลูกหนีกระเซอะกระเซิงอยํางมืดแปดด๎าน และใจของนางยิ่งมืดมืดยิ่งกวําความมืดของราตรี เพราะความ เศร๎าโศกมืดมิดในจิตใจและมืดมนจนป๓ญญากเพราะไมํรู๎วําจะ ไปทางไหนดี ในที่สดุ หลังจากทีม่ ะงุมมะงาหรามาในความมืด นางก็รู๎สึกตัววําวิ่งไปชนโจรผูห๎ นึ่งซึ่งถูกทางบ๎านมืองเสียบ ประจานด๎วยหลาว แตํมันยังไมํตาย และการที่ถูกผู๎หญิงวิ่งมา ชนโดยแรง ทําให๎แผลของมันฟกช้ําเจ็บปวดยิ่งขึ้น จึงร๎องขึ้นวํา “โอ๏ย ใครเอาเกลือมาขยี้แผลของข๎า แสบเหลือเกิน” ภรรยา พํอค๎าได๎ฟ๓งก็ตกใจ ถามวํา “ทํานคือใคร” โจรตอบวํา “ข๎าเป็น โจร ทางบ๎านเมืองติดตามตัวข๎ามานาน ในที่สุดจับข๎าได๎ ตัดสิน ให๎เสียบทวารข๎าด๎วยหลาวเหล็ก เอาขึ้นตั้งประจานไว๎ริมทางนี้ รอวันตาย แตํถึงจะเสียบข๎าเจ็บปวดสาหัสถึงเพียงนั้น แตํข๎าก็ ยังไมํตาย วําที่จริงจะพูดไป ข๎ามันก็แคํชายชั่วธรรมดาคนหนึ่ง .

เทํานั้น ไมํวิเศษวิโสอะไร สํวนทํานเลําเป็นใคร จึงได๎วิ่งมากลาง ค่ํากลางคืนดึกดื่นปุานนี”้ เมื่อภรรยาพํอค๎าได๎ฟ๓งก็เลําเรื่องของ ตนให๎โจรฟ๓งโดยตลอด ขณะนั้นพระจันทร๑ผํานพ๎นหมูเํ มฆสํอง แสงสวํางนวลใย แสงเดือนที่อํอนละมุนจับต๎องใบหน๎าของธิดา พํอค๎า (ธนวดี) ทําให๎เห็นความงามของนางอยํางเดํนชัด นาย โจรจึงกลําวกะแมํของนางวํา “ข๎าอยากจะขอร๎อง อะไรทํานสัก อยําง ฟ๓งให๎ดีนะ ข๎าจะให๎ทองคําแกํทํานพันตําลึง ทํานจงรับไว๎ และสํงนางมาเป็นเมียข๎าเถิด” นางได๎ฟ๓งก็หัวเราะอยํางขบขัน และกลําววํา “เจ๎าจะทําอะไรตํอนาง” โจรได๎ฟ๓งก็ตอบวํา “ข๎า เวลานี้จะเป็นจะตายก็เทํากัน ข๎าไมํมีลูกชายเลยแม๎แตํคนเดียว ทํานก็ทราบดีแล๎ววํา ผู๎ชายที่ไร๎ลูกชายนั้น หาอาจที่จะได๎รับผล บุญอันนําไปสูํภพทั้งหลายอันมีแตํความบันเทิงสุขไมํ แตํถ๎าทําน ยอมตกลงตามข๎อเสนอของข๎า หญิงที่เป็นเมียข๎าคนนีจ้ ะคลอด ลูกเป็นชาย โดยข๎าอาจจะให๎ชายอืน่ มาเป็นพํอของเด็กได๎ และ ข๎าจะยอมรับด๎วยความเต็มใจวําเขาเป็นลูกจริง ๆ ของข๎า นี่คือ เหตุผลของข๎าวําทําไมจึงขอร๎องให๎ทํานยกนางให๎เป็นเมียข๎า .

ทํานจะชํวยให๎ข๎าได๎บรรลุจุดประสงค๑ตามที่ปรารถนาได๎หรือไมํ” เมื่อหญิงหม๎ายเมียพํอค๎าได๎ฟ๓งคําของร๎องเชํนนั้น ประกอบกับ ความโลภที่มีอยูํในนิสยั อยูํแล๎ว นางจึงไปหาน้ํามาจากที่ใดที่ หนึ่ง มารดมือนายโจร และกลําววํา “ข๎ายกหญิงผู๎เป็นลูกสาว ของข๎าคนนี้ให๎แกํเจ๎าในการสมรสครั้งนี”้ นายโจรได๎แตํงงานกับ ธิดาวานิชแล๎วก็สั่งกําชับให๎นางยึดมั่นในสัญญาตามที่ตกลงกัน ไว๎ และให๎นางแมํหม๎ายให๎ไปเอาทองตามสัญญาวํา “จงไปขุด เอาทองที่ฝ๓งไว๎ใต๎ต๎นนยโครธ (ต๎นไทร) ต๎นนั้นเถิด แล๎วเก็บไว๎ให๎ ดี เมื่อไรที่ข๎าสิ้นลม จงเผาศพข๎าอยํางธรรมดาเหมือนคน ธรรมดาทั่วไปเถิด อยําให๎มีพิธีรีตรองอะไรเลย หลังจากเผาศพ ข๎าแล๎วจงเอากระดูกของข๎าไปโยนลงแมํน้ําศักดิส์ ิทธิ์ที่ใดก็ได๎ เสร็จเรื่องของข๎าแล๎ว เจ๎าสองคนแมํลูกจงเดินทางไปนครวโกรล กะ ที่เมืองนั้น ผู๎คนมีความสบายกันทั่วหน๎า เพราะมีผู๎ปกครอง ที่ดี มีพระราชาสูรยประภะเป็นประธานสูงสุด คนที่อยูํเมืองนั้น ล๎วนอบอุํนใจไร๎ความกังวลใด ๆ และพวกทํานก็จะไมํถูกใครขํม เหงรังแกอีกด๎วย” .

เมื่อนายโจรกลําวมาถึงตอนนี้ บังเกิดความกระหายน้ํา อยํางรุนแรง ก็ดื่มน้ําที่นางหญิงมํายเอามาให๎ แล๎วถึงแกํความ ตาย เพราะต๎องถูกหลาวเสียบประจานมาหลายวัน ความ บาดเจ็บแสนสาหัสทําให๎ไมํอาจจะทนทานตํอไปได๎อีก ฝุายนาง หญิงหม๎ายก็รีบไปขุดเอาทองมาไว๎เป็นสมบัติของตน แล๎วพาลูก สาวเดินทางไปอยํางเร๎นลับ สูํบ๎านเพื่อนคนหนึ่งของสามีนาง ระหวํางที่นางอาศัยพักพิงอยูํที่นั่น นางก็ให๎คนไปเอาศพนาย โจรไปเผาเสีย และเอากระดูกไปโยนทิ้งที่แมํน้ําศักดิ์สิทธิ์สาย หนึ่ง และทําพิธีอุทิศสํวนกุศลให๎ตามประเพณี วันรุํงขึ้น นางเอา ทรัพย๑ที่ซํอนไว๎ และออกเดินทางพร๎อมด๎วยลูกสาวทํองเที่ยวไป ในที่ตําง ๆ จนในที่สุดมาถึงนครวโกรลกะ ณ ที่นั้น นางได๎ซื้อ บ๎านหลังหนึ่งจากพํอค๎าชื่อสุทัตต๑ และอาศัยอยูดํ ๎วยความผาสุก กับลูกสาวของนางคือ ธนวดี ในเวลานั้นมีครูผู๎หนึ่งชื่อ วิษณุสวามิน อาศัยอยูํใน เมือง เขามีลูกศิษย๑เป็นพราหมณ๑หนุํมรูปงามคนหนึ่งชื่อ มน สวามิน ซึ่งถึงแม๎วําเขาจะมีชาติกําเนิดสูง มีการศึกษาดี แตํตก .

เป็นทาสรักของหญิงคณิกาคนหนึง่ ชื่อ หงสาวลี แตํนางเรียก คําบริการสูงถึงครั้งละห๎าร๎อยเหรียญทองทีนาร๑ ซึ่งชายหนุํมหา ได๎มเี งินถึงขนาดนั้นไมํ เป็นสาเหตุให๎เขากลัดกลุ๎มใจเป็นกําลัง เพราะความรักที่ไมํสมหวัง วันหนึ่งธนวดีธิดาพํอค๎าขึ้นไป พักผํอนอยูํบนดาดฟูาของคฤหาสน๑ที่นางอาศัยอยูํ พร๎อมด๎วย บริวารแวดล๎อมตามปกติ นางมองลงไปเบื้องลําง แลเห็น พราหมณ๑หนุํมมนสวามินโดยบังเอิญ หัวใจนางก็ผวาตํอภาพ ของเขา และตกเป็นทาสความงามล้ําเลิศของเขาโดยทันที นาง ระลึกถึงคําสั่งของนายโจรสามีนางขึ้นมาได๎จึงเข๎าไปหามารดา และกลําวฉอเลาะตํอนางวํา “แมํจ๐า เมื่อลูกได๎เห็นความงาม ของหนุํมฉกรรจ๑คือพราหมณ๑ผู๎นี้แล๎ว ลูกรูส๎ ึกชื่นชมนี่กระไร เหมือนสายอมฤตธาราไหลพรูลงสูหํ ัวใจของข๎าผู๎ที่ได๎พบเห็นเขา แมํเข๎าใจไหมจ๏ะ” หญิงหม๎ายผูม๎ ารดาได๎ฟ๓งวาจาซึ่งกลําวเป็นนัย ดังนั้นก็เข๎าใจในความหมายของลูกสาวทันที นางแลเห็นวําลูก สาวของนางได๎ตกหลุมรักพราหมณ๑หนุํมเข๎าแล๎ว ทําให๎นาง ระลึกถึงสัญญาที่นางกระทําไว๎ตํอนายโจรขึ้นมาได๎ จึงรําพึงใน .

ใจวํา “ลูกสาวของเรามีสญ ั ญาผูกพันกับนายโจรผู๎เป็นสามีที่ อนุญาตให๎ลูกสาวของนางแสวงหาสามีได๎ โดยมีเงื่อนไขวําถ๎ามี ลูกชายด๎วยกัน จะต๎องให๎ลูกชายยอมรับวําตนเป็นพํอ ซึ่ง เงื่อนไขนี้ลูกสาวของนางจะต๎องปฏิบัติตาม จะฝุาฝืนมิได๎ เมื่อมี เงื่อนไขอนุญาตอยูํอยํางนี้ ไฉนเลํานางจะเชิญชวนหนุํมผู๎นมี้ า คุยด๎วยไมํได๎” เมือใครํครวญดังนี้แล๎ว นางก็สํงสาวใช๎ไปอยําง ลับ ๆ ให๎ไปพบพราหมณ๑หนุํม เพือ่ ดําเนินงานตามแผนของนาง ทันที นางสาวใช๎เดินทางออกจากบ๎านไปหามนสวามิน และ เจรจามตามแผนที่ได๎รับมอบหมาย พราหมณ๑หนุํมได๎ฟ๓งคํา ขอร๎องของหญิงคนใช๎ก็ตอบวํา “ข๎าจะตกลงด๎วยก็ได๎ ถ๎าพวก เจ๎าจะจํายแกํข๎าเป็นเหรียญทองห๎าร๎อยทีนาร๑ ข๎าจะได๎เอาไป ให๎แกํนางหงสาวลียอดรักของข๎า และข๎าก็จะได๎รํวมอภิรมย๑กับ นางคืนหนึ่ง” เมื่อพราหมณ๑หนุมํ ตอบดังนี้ นางสาวก็กลับไป รายงานนายของตน หญิงหม๎ายไวศยก็ยอมตกลงจํายเงินให๎โดย ไมํชักช๎า เมื่อมนสวามินได๎เงินแล๎ว ก็เดินตามสาวใช๎ไปยังเรือน .

ของนางธนวดี ผู๎ซึ่งจะต๎องเป็นภริยาของตนตามสัญญา เขาได๎ พบนางผู๎งามด๎วยรูปโฉมก็มีใจยินดีเหมือนนกเขาไฟที่ เพลิดเพลินกับแสงนวลใยของพระจันทร๑ฉะนั้น และหลังจากที่ เขาได๎รํวมอภิรมย๑กับนางคืนหนึ่งเขาก็เล็ดรอดหนีนางไปอยําง ลับ ๆ ในเวลาเช๎าตรูํ ฝุายนางธนวดีลูกสาวพํอค๎าหลังจากได๎รํวมอภิรมย๑กับ พราหมณ๑ในคืนนั้นแล๎วนางก็ตั้งครรภ๑ เมื่อครบกําหนดก็คลอด บุตรเป็นชาย มีลักษณะประกอบด๎วยมงคลลักษณ๑อันสูงสํง นาง และแมํตํางก็พากันยินดีอยํางยิ่งที่ได๎ลูกชายสมใจหวัง องค๑พระ ศิวะมหาเทพก็เสด็จมาเข๎าฝ๓นนางทั้งสองในคืนวันหนึ่ง และตรัส แกํหญิงทั้งสองวํา “จงรับเด็กนี้ไว๎ ในเวลาที่เขายังนอนอยูํในเปล จงพาไปวางไว๎ที่หน๎าประตูวังของพระเจ๎าสูรยะประภะ พร๎อม ด๎วยเหรียญทองพันเหรียญในตอนเช๎ามืด โดยวิธีนี้ ทุกอยํางจะ เป็นผลดีอยํางนําอัศจรรย๑แกํเจ๎า” ฝุายหญิงหม๎ายไวศยะและลูก สาว เมื่อได๎รับโองการจากพระศิวะดังนั้นแล๎ว ก็รสู๎ ึกตัวตื่นขึ้น ตํางคนตํางก็เลําความฝ๓นของตนให๎ฟ๓งซึ่งกันและกัน และเพราะ .

มีความศรัทธาในองค๑พระศิวะอยํางไมํแคลนคลอน คนทั้งสองก็ อุ๎มทารกน๎อยพร๎อมด๎วยเหรียญทองในถุงรวมหนึ่งพันเหรียญไป วางไว๎หน๎าประตูวังของพระเจ๎าสูรยะประภะ ในระยะเวลาดังกลําวนั้น พระศิวะเป็นเจ๎าก็เสด็จมา เข๎าฝ๓นพระราชาสูรยะประภะ ผู๎ทรงทรมานมานานช๎าโดยการ ไร๎โอรสผู๎จะสืบราชบัลลังก๑ และตรัสวํา “ราชะ ลุกขึ้นเถิด มีคน เอาเด็กผู๎ชายหน๎าตางดงามคนหนึง่ และถุงทองมาวางไว๎หน๎า ประตูวังของเจ๎า ไปรับเอามาสิในเวลาที่เขายังนอนแบเบาะอยูํ” เมื่อพระศิวะตรัสแกํพระราชาในความฝ๓นเชํนนั้น พระองค๑ก็รีบ ลุกขึ้นจากบรรจถรณ๑ในเวลาเช๎าตรูํ พอดีกับยามเฝูาประตูงเข๎า มาเฝูากราบทูลเรื่องราวที่เกิดขึ้น เหมือนดํารัสของพระศิวะเจ๎า ทุกประการ พระองค๑ก็รีบเสด็จไปทอดพระเนตรด๎วยพระองค๑ เอง เมื่อถึงประตูวังก็เห็นเด็กทารกคนหนึ่งนอนอยูํ ข๎าง ๆ กาย มีถุงทองวางอยูํด๎วย และเมื่อทรงอุม๎ เด็กขึ้นเชยชมก็ ทอดพระเนตรเห็นวํากุมารน๎อยมีลกั ษณะอันเป็นมงคล เชํน มือ และเท๎ามีเส๎นเป็นลายรูปตําง เชํน รูปฉัตร รูปธง และรูปอื่น ๆ .

จึงตรัสวํา “พระศิวะทรงประทานลูกชายที่นํารักแกํข๎า” แล๎ว ทรงโอบกอดกุมารน๎อยแนบพระอุระ เสด็จเข๎าสูํพระราชนิเวศ โปรดให๎ทําพิธีฉลองสมโภชพระโอรสและให๎ทานแกํบุคคลที่ ยากจนให๎มีทรัพย๑สินสําหรับเลี้ยงชีวิตเป็นสุขสบายโดยทั่วหน๎า และพระราชาสูรยประภะก็โปรดให๎มีมหรสพดนตรีและ การละเลํนเป็นเวลาถึงสิบสองวัน เสร็จแล๎วทรงประทานนาม แกํพระโอรสวํา จันทรประภะ แล๎วเวลาก็ผํานไป เจ๎าชายจันทรประภะเจริญวัยขึ้น ตามลําดับ มีรูปรํางงดงามและมีอปุ นิสัยดียิ่ง เป็นที่ชื่นชมของ ข๎าราชบริพารและผู๎พบเห็นซึ่งพากันยกยํองสรรเสริญโดยทั่ว หน๎า ในที่สุดเจ๎าชายก็เติบโตเป็นหนุํมฉกรรจ๑ มีพละกําลังแข็ง ขันราวกับจะแบกธรณีนี้ไว๎ได๎ (มหิธร) มีความกล๎าหาญ มีความ ใจกว๎าง มีความรู๎ในศิลปวิทยาตําง ๆ ยังความสําเร็จให๎เกิดแกํ กิจการทั้งปวง ฝุายพระบิดา คือพระเจ๎าสูรยประภะ เมื่อทรง พิจารณาเห็นวําเจ๎าชายหนุํมมีคุณสมบัติอันเลอเลิศเชํนนั้น ก็ ทรงพอพระทัยอยํางยิ่ง จึงทรงตั้งให๎เป็นรัชทายาทสืบราช .

บัลลังก๑ตํอไป พระราชาสูรยประภะนั้นทรงชราแล๎ว ได๎ทรง สร๎างความเจริญแกํแผํนดินมาแล๎วเป็นปึกแผํนมั่นคง และเห็น วําไมํมีอะไรจะต๎องกังวลในชีวิตอีก จึงสละราชสมบัติให๎แกํองค๑ รัชทายาทแล๎วเสด็จไปเมืองพาราณสี และในเวลาดังกลําว เจ๎าชายรัชทายาทก็ปกครองแผํนดินได๎อยํางเรียบร๎อย และยัง แวํนเคว๎นให๎เจริญรุํงเรืองด๎วยความเฉลียวฉลาดของพระองค๑ หามีราชอาณาจักรใดบนพิภพจะเปรียบปานได๎ไมํ สํวนราชา สูรยประภะเมื่อสละราชสมบัติแล๎วก็ผนวชเป็นฤษีบําเพ็ญตบะ อันแรงกล๎า และละชีวิตไปสูสํ วรรค๑ของพระเป็นเจ๎า เจ๎าชาย จันทรประภะได๎ทราบขําวการทิวงคตของพระาชบิดาก็ทรง เศร๎าเสียพระทัยนัก และสั่งให๎ทําพิธีถวายกุศลแกํพระราชบิดา อยํางสมพระเกียรติ และมีพระดํารสัแกํเสวกมาตย๑วํา “ข๎าจะทํา อยํางไร จึงจะตอบแทนพระบิดาของข๎าให๎สมกับที่พระองค๑มี พระกรุณาธิคณ ุ แกํข๎าเป็นเหลือล๎นได๎ ข๎าจะชดใช๎พระคุณนั้น ด๎วยมือของข๎าเอง ข๎าจะรวบรวมอัฐิอังคารของพระองค๑ไปโปรย ปรายลงที่แมํน้ําคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้นข๎าจะเดินทาง .

จารึกแสวงบุณย๑ไปยังวิหารแหํงคยาเพื่อนมัสการพระเป็นเจ๎าที่ นั่น และกระทําพิธีเปตพลีอุทิศผลบุณย๑ให๎แกํบรรพบุรุษของข๎า ด๎วย จากนั้นข๎าจะธุดงค๑ไปยังแมํนา้ํ ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ไปให๎ไกล จนถึงฝ๓่งมหาสาคนตะวันออกนั่นเทียว” เมื่อพระราชาดํารัสดังนี้ บรรดาอํามาตย๑ราชมนตรี ทั้งหลายก็กราบทูลวํา “ข๎าแตํพระจักรพรรดิ ขึ้นชื่อพระราชา ทั้งหลาย ยํอมไมํควรที่จะกระทําอยํางนี้ เพราะการเป็นราชัน นั้นมีข๎อเสียหลายข๎อที่จะต๎องระมัดระวัง เมื่อพลาดพลั้งไปแล๎ว จะแก๎ไขได๎ยากนัก เพราะฉะนั้นพระองค๑ควรที่จะตอบแทน พระคุณของพระบิดาด๎วยวิธีอื่น มีประโยชน๑อันใดเลําที่พระเจ๎า แผํนดินจะต๎องตะลอน ๆ ไป นมัสการแมํน้ําศักดิส์ ิทธิ์ให๎ลําบาก พระกาย แทนที่จะกระทําพระบัญชา สั่งออกไปให๎ผู๎สนองพระ โองการทําโนํนทํานี่ โดยมอบอํานาจหน๎าที่ให๎เขาไปทําเลยขึ้น ชื่อวําพระราชาทั้งหลาย ยํอมมีทหารรักษาพระองค๑อยูํแล๎ว โดย ปกติยํอมประทับอยูํแตํในวัง จะออกไปเที่ยวจาริกธุดงค๑ตาม สถานที่ตําง ๆ เป็นการเปิดเผยพระองค๑ ทําให๎เสี่ยงตํออันตราย .

จากศัตรูทั้งที่มองเห็นและมองไมํเห็นมิใชํหรือ” เมื่อพระราชา จันทรประภะได๎ฟ๓งถ๎อยคําของอํามาตย๑ราชมนตรีเชํนนั้นก็ตอบ วํา “พอกันทีกับการตั้งข๎อสงสัยเปลํา ๆ ปลี้ ๆ ทําให๎ต๎องยับยั้ง เสียเวลาตํอไปอีก ถึงอยํางไร ๆ ข๎าก็ต๎องไปเพื่อเห็นแกํพํอของ ข๎า ข๎าจะต๎องเดินทางไปนมัสการแมํน้ําศักดิ์สิทธิต์ ําง ๆ ให๎จงได๎ ในขณะที่ข๎ายังหนุํมแนํนเข็งแรงอยูํ ใครเลําจะรู๎วําอะไรจะเกิด จากนี้เป็นต๎นไป ถ๎ารํางกายต๎องสูญสลายในฉับพลัน จะอยํางไร ก็ดี เจ๎ามีหน๎าทีด่ ูแลแวํนแคว๎นของข๎าไว๎ จนกวําข๎าจะกลับมา” บรรดาราชมนตรีทั้งหลายได๎ฟ๓งกระแสรับสั่งเด็ดขาดดังนี้ ตํางก็ พากันเงียบอยูํ พระราชาก็เตรียมตัวออกเดินทาง และรอวัน ฤกษ๑ดีซึ่งจวนจะมาถึงในไมํช๎า เมื่อวันฤกษ๑ดีมาถึง พระราชาก็ เสด็จเข๎าสรงสนาน ทําพิธีสังเวยพระอัคนี (ไฟ) และประทาน ลาภสการแกํเหลําพราหมณ๑ เสร็จแล๎วเสด็จขึ้นรถทรง ซึ่งมีมา๎ เทียมอยูํพร๎อมสรรพ พระองค๑ทรงพัสตราภรณ๑โยคีเวศอันต่ํา ต๎อย และเริ่มการเดินทางธุดงคจาริก ทรงฝุาฝูงชนเป็นอันมาก ออกไปอยํางลําบาก ตั้งแตํพวกหัวหน๎าเผําตําง ๆ พวกราชปุต .

ชาวนคร และคนบ๎านนอก ซึ่งติดตามมาสํงเป็นระยะทางไกลถึง ชายราชอาณาเขต จนพระองค๑ต๎องขอร๎องให๎กลับไป ทั้ง ๆ ที่ เขาเหลํานั้นล๎วนแตํไมํเต็มใจจะจากพระองค๑เลย พระองค๑ทรง ปลดภาระราชกิจอันหนักยิ่งไว๎ให๎แกํเหลําเสนาบดีทั้งปวงแล๎วก็ มีพระทัยแชํมชื่นปราศจากกังวลใด ๆ เสด็จโดยรถแลํนไปตาม ทาง มีข๎าราชบริพารคือกรมวัง แวดล๎อมด๎วยหมูํพราหมณ๑ ทั้งหลายตามเสด็จไปในรถอีกหลายคัน พระองค๑ได๎ทรงพบเห็น ดินแดนแวํนแคว๎นตําง ๆ ผู๎คนตํางชาติตํางภาษา และในที่สุดก็ เสด็จมาถึงแมํน้ําคงคา พระองค๑หยุดยืนทอดพระเนตรภาพ แมํน้ําศักดิส์ ิทธิ์ที่ปรากฎเฉพาะพระพักตร๑ แลเห็นเกลียวคลื่น ทอดเป็นสายยาววิ่งเข๎าสูฝํ ๓่ง ดูราวกับสะพานที่ทอดรับมรรตัย ชนจากโลกนี้ไปสูํสวรรค๑ พระคงคานี้อาจจะชวนให๎นึกถึงพระ อัมพิกา(พระอุมา) ผู๎เป็นน๎อง เพราะมีกําเนิดมาจากภูเขาหิมวัต (หิมาลัย) เชํนเดียวกัน ก็พระคงคาสายนี้แลทีไ่ หลวนเวียนอยูํใน พระเมาลีของพระศิวะเป็นเวลานานนับพันปีแล๎วตกลงสูํโลก เป็นที่เคารพบูชาในหมูเพทฤษีและคณะ (คณะ หมายถึง เทพ .

กลุํมหนึ่งหรือพวกหนึ่ง ซึ่งคอยบําเรอรับใช๎พระศิวะโดยเฉพาะ) ท๎าวจันทรประภะมีความเลื่อมใสศรัทธาอยํางเต็มเปี่ยมในพระ หฤทัยก็เสด็จลงจากรถ และสรงสนานพระวรกายในมหานที แหํงนั้น แล๎วทรงโปรยอัฐิอังคารของพระเจ๎าสูรยประภะลงสูํ แมํน้ําคงคาตามประเพณี และหลังจากที่พระราชาทรงให๎ทานและทําพิธีศารทธ พรต (ศราทธ๑ หรือศราทธพรต เป็นพิธีที่ลูกชายบําเพ็ญเพื่อ ผู๎ตายซึ่งเป็นบิดาของตน) เสร็จแล๎วก็เสด็จขึ้นรถพระที่นั่งแลํน ไปจากสถานที่นั้น ในที่สดุ มาถึงประยาค ซึ่งเป็นที่อันฤษี ทั้งหลายพากันเคารพอยํางสูง เพราะเป็นที่แมํน้ําคงคากับ แมํน้ํามยุนาไหลมาบรรจบกัน และเป็นสถานที่เหลําฤษีพากัน ทําพิธีบูชากูณฑ๑ (กูณฑ๑ คือ กุณฑะ ซึ่งหมายถึงหลุมที่ขุดขึ้น เพื่อกํอไฟ โดยพราหมณ๑จะตักเนยใสหยอดลงไป ทําให๎ไฟลุกอยูํ เพราะเชื้อคือเนยใส การบูชาไฟคือ การถวายเครื่องสังเวยแกํ พระอัคนีโดยเฉพาะ) เรียงรายไปตามริมฝ๓่งน้ําเป็นเปลวไฟลุก วับ ๆ แวม ๆ ไปตลอดทางและมีควันไฟพวยพุํงขึ้นมาไมํขาด .

สายพระราชาจันทรประภะ ทรงถือศีลจานทรายณะ (จาน ทรายณะ หมายถึง พิธีถือศีลอดโดยกําหนดเวลาตามพระจันทร๑ หรือถือพระจันทร๑เป็นหลักในการคํานวณ) และทรงประกอบ ศาสนกิจที่สําคัญคือ การสระสนานในแมํน้ําศักดิ์สิทธิ์ การให๎ ทานพระราชทรัพย๑และอื่น ๆ เสร็จขบวนการพิธีศราทธ๑โดย ครบถ๎วนแล๎ว พระราชาก็เสด็จไปสูํนครพาราณสี ซึ่งเป็นที่รวม แหํงโบสถ๑วิหารอันศักดิ์สิทธิ์ มีธงเทียวปลิวสะบัดพลิ้วบนยอด หลังคาเหมือนจะกวักมือเชิญชวนผู๎จารึกแสวงบุณย๑มาแตํไกล วํา "มาเถิดและสูํโมกษะ (ความหลุดพ๎นทุกข๑) ณ ที่นี้" ในนครนี้ พระราชาจันทรประภเทรงถือศีลอดสามวัน และทรงบูชาพระศิวะด๎วยมังสาหารชนิดตําง ๆ หลังจากนั้น ทรงออกเดินทางไปยังตําบลคยา ขณะที่เสด็จผํานไปตามไพร สณฑ๑อันประกอบด๎วยไม๎นานาพรรณ ซึ่งมีกิ่งค๎อมลง เพราะ น้ําหนักแหํงผลอันดกสะพรั่งทุกกิ่งก๎าน มีนกร๎องเพลงอยําง ไพเราะอํอนหวานเป็นที่จําเริญโสติยิ่งนัก ดูคล๎ายกับวําต๎นไม๎ที่ ค๎อมกิ่ง และนกที่สํงเสียงแจ๎วจําเรียงนั้นเป็นผู๎ที่ก๎มกายอัญชลี .

และถวายเสียงสดุดสี รรเสริญพระองค๑ ฉะนั้น ขณะที่สายลม อํอนรําเพยพัดลูํกิ่งดอกไม๎ปุาไปมาก็เหมือนกําลังถวายพวงบุป ผามาลัยแกํพระองค๑ขณะเสด็จยํางผํานไป ในที่สดุ พระองค๑ก็ เสด็จลํวงพ๎นแนวปุา และบรรลุยังภูเขาคยาอันศักดิ์สิทธิ์ (ภูเขาคยาศีรษะ เป็นสถานที่ศักดิส์ ิทธิ์แหํงหนึ่งของอินเดียว แปลตามรูปศัพท๑วํา "ศีรษะแหํงคยา" กลําวคืออสูรชื่อคยาได๎ บําเพ็ญตบะอันแรงกล๎าที่ภเู ขาโกลาหล พระพรหมและเทวดา ทังหลายพากันมาเยี่ยม พระพรหมถามคยาสูรวํา ทําความเพียร เพื่ออะไร อสูรจึงขอพรพระพรหมวําขอให๎รํางกายของตนเมื่อ หาชีวิตไมํแล๎ว จงกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก ซึ่งใครก็ ตามได๎แตะต๎องรํางของตนแล๎วจะบรรลุความหลุดพ๎นทุกข๑ทั้ง ปวงคือ บรรลุโมกษะนั่นเอง) ณ ทีน่ ั้นพระราชาทรงบําเพ็ญศ ราทธพรตอีก และประทานทรัพย๑ให๎แกํพราหมณ๑ จากนั้นเสด็จ เข๎าสูํปุาศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่พระองค๑กําลังทําพิธีถวายข๎าวบิณฑ๑แกํ พระราชบิดาในบํอน้ําแหํงคยานั้น ก็มีมือสามมือยื่นขึ้นมาจาก บํอน้ําเพื่อจะรับข๎าวทิพย๑พร๎อม ๆ กัน เมื่อพระราชา .

ทอดพระเนตรเห็นดังนั้นก็ทรงพิศวงงุนงงยิ่งนัก จึงตรัสถาม คณะพราหมณ๑ของพระองค๑วํา "นี่หมายความวํากระไร ข๎าจะสํง ข๎าวบิณฑ๑ให๎มือไหนลํะ" คณะพราหมณ๑ก็ทลู วํา "ราชะ มือนี้ที่ ยื่นมามีรอยศูล (หลาว) แทงมากํอน แสดงวําเขาเป็นโจร มือที่ สองที่ถือปูมโหรแสดงวําเป็นพราหมณ๑ สํวนมือที่สามซึ่งนิ้วสวม แหวนและมีเส๎นวาสนานี้เป็นมือของพระราชา ดังนั้นพวกข๎า พระองค๑จึงไมํทราบวํามือไหนสมควรแกํการรับข๎าวบิณฑ๑ และ เหตุการณ๑ทั้งหมดหมายความวํากระไร" เมื่อคณะพราหมณ๑ กลําวดังนี้ พระราชาจันทรประภะก็ทรงลังเลพระทัยไมํอาจจะ ตัดสินลงไปได๎ เมื่อเวตาลซึ่งนั่งอยูํบนบําของพระราชาได๎จบนิทานอัน แสนมหัศจรรย๑ลงแล๎ว ก็กลําวแกํพระเจ๎าตริวิกรมเสนวํา "เอา ละ พระองค๑จะตัดสินได๎หรือยังวํา มือของใครควรจะได๎รับข๎าว บิณฑ๑พระราชทานนั้น ขอให๎ใต๎ฝุาพระบาทตอบข๎าด๎วย แตํอยํา ลืมคําสัญญานพระเจ๎าข๎าวําทรงตกลงอะไรไว๎แกํข๎า" .

ฝุายพระเจ๎าตริวิกรมเสนผู๎ทรงเชี่ยวชาญในพระ ธรรมศาสตร๑ ได๎ฟ๓งถ๎อยคําของเวตาลก็ทรงลืมพระองค๑ ตรัส ทําลายความเงียบขึ้นวํา "ก๎อนข๎าวบิณฑ๑พึงให๎แกํมือโจร เพราะเจ๎าจันทรนประภะ ผู๎ทําพิธีศราทธพรตนีเ้ ป็นลูกของเขา มีชีวิตเติบโตขึ้นมาได๎ก็ เพราะคําสัญญาที่นางผู๎เป็นมารดาของเด็กตกลงแกํเขาไว๎ เพราะฉะนั้นชายอีกสองคน จึงหาใชํบิดาของเขาไมํ เพราะ ถึงแม๎วําพราหมณ๑หนุํมคือ มนสวามิน จะเป็นผู๎ให๎กําเนิดแกํ จันทรประภะก็ตาม เขาก็ไมํอาจนับวําเป็นพํอที่แท๎จริงไมํ เพราะมนสวามินเป็นเพียงผู๎ชายขายตัวเพียงคืนหนึ่ง เพื่อเอา เงินไปบําเรอหญิงคณิกาชื่อนางหงสาวลีเทํานั้น อยํางไรก็ดี จันทรประภะอาจพิจารณาวําเป็นโอรสของพระเจ๎าสูรยประภะ ก็ได๎ เพราะวํากษัตริย๑พระองค๑นั้นทรงรับพระองค๑ไว๎เป็นโอรส โดยทําพิธีศักดิส์ ิทธิ์ต๎อนรับตั้งแตํแรกเกิด เรียกวํา พิธีชาตกรรม เมื่อทรงรับเป็นลูกแล๎วก็ทรงเลี้ยงดูกุมารน๎อยอยํางดีที่สุดจน เติบใหญํ แตํมีข๎อควรคิดวําพระเจ๎าสูรยประภะรับมาเลี้ยง โดย .

ที่กุมารมีทรพัยส๑ ินเป็นทองพันตําลึงเป็นคําจ๎างเลี้ยงดูตั้งแตํนอน อยูํในเปล ถ๎าพระเจ๎าสูรยประภะไมํรับทรัพย๑สินดังกลําวนี้ พระองค๑ก็คงได๎ชื่อวําเป็นพํอของเด็กโดยบริสุทธิ์กายและใจ อยํางไรก็ดีความจริงมีอยูํวาํ พระเจ๎าจันทรประภะเป็นผู๎ทีชาย คนหนึ่งทําให๎เกิดมาโดยเจตนาและกติกาที่นายโจรวางไว๎วํา บุตรชายนั้นจะเกิดจากใครก็ตามก็ต๎องเป็นลูกของตนเทํานั้น เงื่อนไขนี้ใคร ๆ จักปฏิเสธมิได๎ เพราะแมํของเด็กได๎ทําพิธสี มรส กับโจร โดยหลั่งน้ําทักษฺโณทกบนมือถูกต๎องตามประเพณีทุก อยําง เมื่อนายโดจรเป็นพํอของเด็กคือพระเจ๎าจันทรประภะ ตามเหตุผลดังกลําวนี้ เขาจึงสมควรและมีสิทธิ์จะได๎รับข๎าว บิณฑ๑ของลูกของเขาในพิธีศราทธ๑ทุกอยําง และนี่คือความเห็น ของข๎า" เมื่อพระราชาตรัสดังนี้ เวตาลก็กระโดดจากพระอังสา ของพระองค๑อยํางรวดเร็ว หายวับกลับไปยังที่อยูํของตนทันที และพระเจ๎าตริวิกรมเสนก็ต๎องเสด็จติดตามเพื่อเอาตัวเวตาล กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง .

นิทานเรื่องที่ ๒๐ แล๎วพระเจ๎าตริวิกรมเสนก็จําพระทัยเสด็จกลับไปยังต๎น อโศกอีกครั้งหนึ่ง นําตัวเวตาลขึ้นวางไว๎บนพระอังสา แล๎วพา กลับไป ทรงรักษาความเงียบไว๎อยํางดี ไมํตรัสอะไรเลย เวตาล ก็ไมํยอมแพ๎ กลําวกระตุ๎นขึ้นวํา “ราชะ ไฉนจึงนิ่งเฉย ฉะนี้ ราตรียังอยูํอีกยาวนาน จะรีบร๎อนแบกข๎าไปให๎เจ๎าโยคีทุศลี นั่น ทําไมกัน เอาเถอะถ๎ายังทรงดึงดันอยูํอีกก็ตามใจสิ แตํลองฟ๓ง นิทานสนุก ๆ ของข๎าสักเรื่องมิดีกวําหรือ” แตํโบราณมีนครแหํงหนึ่งชื่อ จิตรกูฏ เป็นชื่อที่ไพเราะ เหมาะสมชื่อหนึ่ง นครนี้ไมํมีการแบํงแยกถือผิวถือวรรณะอะไร ทั้งสิ้น มีพระราชาองค๑หนึ่งปกครองแวํนแคว๎นอยูํ ทรงพระนาม วํา จันทราวโลก ผู๎เป็นประดุจยอดมงกฎแหํงกษัตริย๑ทั้งหลาย พระองค๑ทรงหลั่งสายธารแหํงอมฤต คือความเมตตาปรานีแกํ ทวยนาครของพระองค๑โดยทั่วหน๎า นักปราชญ๑ทั้งหลายพากัน ถวายคําสรรเสริญสดุดีพระองค๑วํา ทรงหนักแนํนมั่นคงในความ .

กล๎าหาญเหมือนสาตะลุงที่ผูกช๎าง เป็นผู๎มีพระทัยกว๎างขวาง ที่สุด และเป็นพลับพลาแหํงความรื่นรมย๑และเป็นสัญลักษณ๑ แหํงความงามบนพื้นพิภพ อยํางไรก็ดี พระราชาก็ยังมีความ ระทมทุกข๑ซํอนเร๎นอยูํในพระทัย นั่นก็คือ ถึงแม๎จะทรงมั่งคั่งใน ธนสารสมบัติอันมโหฬาร และมีอานุภาพอันเต็มเปี่ยมอยํางนี้ก็ จริง พระองค๑ก็ยังขาดอยูํอยํางหนึง่ คือชายาอันเหมาะสมจะ เคียงคูํพระองค๑ในราไชศวรรย๑นี้ วันหนึ่งพระเจ๎าแผํนดิน ทรงม๎าพระที่นั่งแวดล๎อมข๎า ราชบริพารออกไปประพาสปุาใหญํเพื่อทรงลําสัตว๑ เพื่อให๎หาย กลุ๎มพระทัย พระองค๑ทรงเป็นผู๎สามารถในการายิงธนูเป็นสาย ติดตํอกันจากแลํง ถูกเปูาหมายคือฝูงหมาปุาอยํางแมํนยํา เหนือกวําพระอรชุน (พระอรชุน กษัตริย๑ปาณฑพองค๑ที่ ๓ ใน เรื่องมหาภารตะ เป็นโอรสของพระอินทร๑กับนางกุนตี มเหสี ของพระเจ๎าปาณฑแหํงจันทรวงศ๑ เจ๎าชายอรชุนเป็นยอดนักรบ ซึ่งมีฝีมือเป็นเยี่ยม หาใครเสมอมิได๎) ผู๎ทรงพลัง และทรง สามารถพิชิตราชสีหผ๑ ู๎แกล๎วกล๎าด๎วยฝีพระหัตถ๑ในการยิงธนู ทํา .

ให๎มันล๎มลมบนเตียงแหํงลูกธนู (เตียงแหํงลูกธนู หมายถึง เจ๎าชายภีษมะผูเ๎ ฒําในเรื่องมหาภารตะ ถูกพระอรชุนผู๎เป็น หลานยิงด๎วยลูกธนูในสงครามมหาภารตะนั้น ลูกธนูได๎เสียบรําง ของภีษมะเต็มไปหมด หาชํองวํางมิได๎ เจ๎าชายก็ลม๎ ลงกลาง สมรภูมิบนลูกศรทั้งหลายที่เสียบรํางจนกลายเป็นเตียงในสนาม รบ และเจ๎าชายภีษมะนอนนิ่งอยูํบนเตียงลูกศรนั้นจนสิ้นมหา สงคราม) อันเสียบโดยรอบจนแทบจะหาที่วํางมิได๎ ทรงมีกําลัง กายอันทรงสมรรถนะเหมือนดังพระอินทร๑ (ทรงสมรรถนะ เหมือนดังพระอินทร๑ พระอินทร๑ตามเรื่องในสมัยพระเวท มี ลักษณะตํางกับพระอินทร๑ในยุคหลัง เพราะสมัยพระเวทนั้น พระอินทร๑เป็นจอมทัพของเหลําเทวดา มีรูปรํางอ๎วนใหญํทรง พลังไมํมีใครเสมอเหมือน มิใชํเป็นบุรุษแนํงน๎อยงดงามอยํางที่ ปรากฎในสมัยหลัง ๆ นี้) ในการตัดปีกภูเขาทั้งหลาย มีภเู ขา ศรภะเป็นต๎น (ตัดปีกภูเขาทั้งหลาย ในวรรณคดีสันสกฤตยุค พระเวท ภูเขาทั้งหลายยังมีปีกสามารถบินไปไหนมาไหนได๎ พระอินทร๑จึงเอาวัชระตัดปีของภูเขาเสีย ทําให๎ภเู ขาหมดฤทธิ์ที่ .

จะเคลื่อนไหวได๎อีก) ให๎ขาดกระเด็นด๎วยโตมรอันคมแข็งดังวัช รายุธ ระหวํางที่ทรงขับม๎าเลียบไปตามชายปุานั้น พระราชาเกิด ความปรารถนาอยํางเร๎นลับในพระทัย อยากจะแยกทางจาก บริวารเข๎าไปให๎ถึงใจกลางแหํงมหาพนปุาใหญํนั้น ซึ่งเป็นที่อัน ไกลสุดกูํและไมํเคยพบเห็นมากํอน ในฉับพลันพระราชาก็ทรง กระตุ๎นสีข๎างม๎าอยํางแรงพร๎อมกับหวดควับด๎วยแซํ ทําให๎มัน แผํนโผนโจนทะยานพุํงไปอยํางสุดฤทธิ์ พาพระราชาเตลิดเข๎า ไปในปุาทึบ แยกจากเหลําข๎าราชบริพารซึ่งขับตามมาไมํทัน ม๎า พระที่นั่งวิ่งเร็วดังลมพัด ชั่วเวลาเพียงครูํเดียวก็มาไกลถึงสิบ โยชน๑ เมื่อมาถึงที่นั้นม๎าก็หยุดลง พระราชาทรงเหน็ดเหนื่อย อิดโรยเต็มที ทรงลงจากหลังม๎าพระที่นั่ง แล๎วดําเนินดูโดยรอบ บริเวณก็แลเห็นทะเลสาบใหญํอยูํไมํไกลจากที่นั้น มีกอบัวไกล ลิบ ๆ อยูํปริม่ น้ํา ซึ่งเมื่อลมพัดผิวน้ําเป็นคลื่นน๎อย ๆ ทยอยเข๎า สูํฝ๓่งก็ดูกระเพื่อมเหมือนดั่งจะชวนเชิญให๎พระองค๑เสด็จเข๎าไป ใกล๎ พระราชาจูงม๎ามาริมน้ํา ปลดบังเหียนและอานม๎าที่ผูกมัน .

ออก ปลํอยมันลงไปอาบน้ํา เสร็จแล๎วทรงจูงมันไปผูกไว๎กับ ต๎นไม๎ที่ให๎ที่ให๎รมํ เงาต๎นหนึ่ง หลังจากนั้นพระราชาทรงสรง สนานด๎วยความเบิกบานพระทัย และเสวยน้ําจนสิ้นความ กระหาย ทําให๎คลายจากความอิดโรยเป็นอันมาก ทรงนั่งพักอยูํ สักครูํและทอดพระเนตรดูภูมิทัศน๑โดยรอบทะเลสาบ และแล เห็นวําริมทะเลสาบด๎านหนึ่งมีต๎นอโศกขึ้นอยูํต๎นหนึ่งแผํ กิ่งก๎านสาขาไปโดยรอบ ที่โคนต๎นอโศกนั้นมีหญิงสาวกลุํมหนึ่ง ชุมนุมกันอยูํ นางที่ดูเป็นหัวหน๎านัน้ มีรูปลักษณ๑งามบาดใจยิ่ง นัก นางสวมมาลาดอกไม๎เป็นเครื่องประดับศีรษะ และนุํงหํม ด๎วยผ๎าเปลือกไม๎ ซึ่งบอกให๎รู๎วานางเป็นลูกสาวคนหนึ่งของฤษี นางดูอํอนวัย และมีเสนํหต๑ ลอดเรือนรําง ผมดําขลับของนางถูก เกล๎าเป็นมวย (เมาลี) ตามแบบของดาบสินี (นางดาบส) โดยทั่วไป ฝุายพระราชา เมื่อเห็นนางเพียงครั้งแรกก็ถูกศรรัก ระดมยิงหฤทัยราวหําฝน มีความหลงใหลเพ๎อพกถึงกับตรัสแกํ พระองค๑เองด๎วยความรัญจวนวํา “นางเป็นใครกันหนอ หรือวํา .

นางคือพระเทวีสาวิตรี (เทวีสาวิตรี เทวีแหํงอักษรศาสตร๑และ ศิลปศาสตร๑ เป็นชายาของพระพรหม เรียกกันวําสาวิตรี หรือ พรหมี ทรงถือพิณและมีนกยูงเป็นพาหนะ) เสด็จลงมาประทับ สระสนานที่ทะเลสาบแหํงนี้ ถ๎ามิใชํ นางคือพระเคารีเทวีพลัด จากอ๎อมพระกรของพระศิวะลงมาบนแดนดิน และกลับคืนเป็น หญิงชาวเขา (ปารวตี) เพื่อบําเพ็ญพรตตามเดิม (หญิงชาวเขา (ปารวตี หรือบรรพตี) หมายถึงพระอุมาผูเ๎ ป็นชายาของพระ ศิวะ (อิศวร) นางได๎ชื่อวําหญิงชาวเขาเพราะนางเป็นธิดาของ พระหิมวัต (ภูเขาหิมาลัย) และเป็นน๎องสาวของพระคงคาด๎วย นางปารวตีหลังจากที่พระศิวะเริ่มรักนางอันเป็นผลของศร กามเทพแล๎วเสด็จหนีไป นางได๎ไปบําเพ็ญพรตอยํางอุตกฤษ เป็นเวลาช๎านาน พระศิวะจึงได๎กลับมาและให๎นางเป็นชายาของ พระองค๑ในที่สุด) หรือวํานางคือนางงามอันเกิดจารัศมี พระจันทร๑ (นางอันเกิดจากรัศมีพระจันทร๑ คือนางมาริษาเทวี ซึ่งเกิดจากนางอัปสรชื่อ ปรัมโลจา โดยนางอัปสรวิ่งหนีจาก อาศรมของฤษีกัณฑุด๎วยความเกรงกลัว ขณะที่นางเหาะไปนาง .

สะบัดเหงื่อของนางกระเด็นไปติดบนกิ่งไม๎ในปุา ตอนกลางคืน พระจันทร๑ขึ้นสูํขอบฟูา แสงพระจันทร๑สํองไปกระทบหยาด เหงื่อบนใบไม๎ทําให๎กลายเป็นเด็กผูห๎ ญิงรูปรํางสวยงาม นาง ได๎รับนามวํามาริษาเทวี) และกําลังบําเพ็ญตบะอยูํ เพราะฉะนั้น ข๎าควรจะทําความรู๎จักนางอยํางเงียบ ๆ และค๎นหาความจริงให๎ รู๎ให๎ได๎ ตรึกได๎ดังนั้นแล๎ว พระราชาก็เสด็จเข๎าไปใกล๎นาง แตํเมื่อนางเห็นพระองค๑เดินเข๎ามาหา นัยน๑ตานางก็ เบิกกว๎างด๎วยความประหลาดใจทีไ่ ด๎เห็นความงามของ พระราชา มือที่กําลังร๎อยมาลาก็ตกลงโดยไมํรสู๎ ึกตัว รําพึงวํา “เขาคือใครหนอที่อุตสําห๑ดั้นด๎นมาถึงนี่ได๎ เขาคือสิทธะ หรือ เป็นวิทยาธรกันแนํ จะวําไป เขาก็เป็นคนรูปงามนักหนา สมควรที่จะอวดคนได๎ทั่วโลก” เมื่อนางคิดดังนี้ก็คํอยลุกขึ้น เหลือบตาดูชายหนุํมด๎วยความสะเทิ้นอายแล๎วเดินจากไป หัวใจ ของนางร๎อนรุํมไปหมด และขาก็พาลจะหมดเรี่ยวแรงที่จะก๎าว ตํอไปอีกด๎วย .

พระราชาหนุํมผู๎สภุ าพอํอนโยนและมีความอุตสาหะ จึงเสด็จเข๎าไปใกล๎นาง และตรัสวํา “แมํรูปงาม ข๎าจะไมํถามเจ๎า ละวําเจ๎าเป็นใคร จึงไมํรู๎จักมาต๎อนรับข๎าผู๎มาจากแดนไกลแะละ เพิ่งพบเจ๎าเป็นครั้งแรก ข๎ามีไมตรีอันดีตํอเจ๎า ข๎าไมํได๎หวังผล อะไรจากเจ๎าหรอก เพียงแตํอยากเห็นเจ๎าให๎เต็มตาเทํานั้น แหละ เจ๎าจะหนีข๎าไปไยเลํา หรือวําเพราะเจ๎าเป็นนางดาบส เจ๎าจึงจําต๎องประพฤติอยํางเครํงครัดไมํยอมพบผู๎ชายงําย ๆ” เมื่อพระราชาตรัสดังนี้ นางก็จําต๎องนั่งลงทํามกลางบริวารของ นางด๎วยอาการประหมําขวยเขิน และกลําวต๎อนรับพระราชา ด๎วยเสียงอันเบาแผํว ดังนั้นพระราชาก็กลําวแกํเธอด๎วยความพิศวาส และ อํอนโยนวํา “ดูกํอนภัฏฏินี (ภัฏฏินี นางผู๎เจริญ. หญิงผู๎ดี) เจ๎า เป็นศรีแหํงสกุลใดอันเป็นที่ยกยํองนับถือของสหายของเจ๎า และทําไมเจ๎าจึงต๎องมาทนระกําลําบากอยูํในวนาลัยนี้ เพื่อรับ ใช๎เหลํามุนีทั้งปวง และเจ๎ามีนามวําอะไรเลํา” เมื่อนางพี่เลี้ยง ของนางได๎ยินพระราชาตรัสดังนั้นก็อธิบายวํา “สาวงามผู๎นเี้ ป็น .

ธิดาของพระมหาฤษีกณ ั วะ แมํนางชื่อเมนกา เป็นนางอัปสร ผู๎ มีนามอันเบื่องลือตลอดสามโลก สํวนลูกสาวของนางได๎รับการ เลี้ยงดูและอบรมมาในหมูํฤษีเหลํานั้น และได๎รับนามวํา อินทีวร ประภา (อินทีวรประภา ชื่อของหญิงงามผู๎หนึ่งรู๎จักกันในนาม ของนางศกุนตลา ลูกบุญธรรมของฤษีกัณวะ ตํอมาได๎เป็นมเหสี ของท๎าวทุษยันต๑ (จันทราวโลก) มีโอรสด๎วยกันองค๑หนึ่ง ชื่อ พระภรต ได๎เป็นจักรพรรดิเจ๎าโลก และเป็นต๎นกําเนิดของชาว อินเดียทั้งมวลซึ่งเรียกตนเองวํา “ภารตะ” แปลวํา “ลูกหลาน ของพระภรต”) นางมาอาบน้ําในสระวันนี้ โดยได๎รับอนุญาต จากบิดาของนาง และอาศรมของพระมุนีก็อยูไํ มํไกลจากที่นี่ นัก” เมื่อนางพี่เลี้ยงกราบทูลดังนี้ พระราชาก็ดีพระทัย เสด็จขึ้นม๎าพระที่นั่งวิ่งตรงไปยังอาศรมของพระกัณวมุนี ด๎วย ความประสงค๑จะถามเรื่องบุตรสาวของทํานให๎รู๎โดยแจ๎งชัด เมื่อ มาถึง พระราชาลงจากม๎า ปลํอยไว๎ในที่ใกล๎แล๎วเข๎าไปสูํอาศรม พระดาบสด๎วยความนอบน๎อม พระกัณวะนั่งอยูํบนํอาสนะตรง .

กลางแวดล๎อมด๎วยเหลําฤษีบริวารเป็นอันมาก เรือนรํางของ พระมหามุนีเปลํงแสงสุกสวํางเหมือนดวงเดือนอันแจํมกระจําง ทํามกลางดาวฤกษ๑ทั้งหลาย ดังนั้นพระราชาจึงตรงเข๎าไป นมัสการและกอดเท๎าพระมหาชฏิลไว๎ด๎วยความเคารพ พระมุนี ผู๎ฉลาดก็ให๎การต๎อนรับพระราชาเป็นอยํางดี ทําให๎ความเหน็ด เหนื่อยของพระราชาหายไป และโดยไมํยอมให๎เสียเวลา พระ มุนีก็กลําวแกํพระราชาวํา “จันทราวโลกลูกเอ๐ย จงตั้งใจฟ๓ง คําแนะนําที่ข๎าจะสั่งแกํเจ๎าให๎ดี ๆ นะ เจ๎าก็รมู๎ ิใชํหรือ ขึ้นชื่อวํา สัตว๑โลกยํอมรักตัวกลัวตายด๎วยกันทั้งนั้น เหตุใดเจ๎าจึงฆําสัตว๑ ตัดชีวิต เชํนฆํากวางที่นําสงสารโดยไมํมสี าเหตุ พระเป็นเจ๎าทรง กําหนดให๎อาวุธของนักรบให๎มีไว๎เพื่อปูองกันผู๎อํอนแอมิใชํหรือ ดังนั้นจกปกครองไพรํฟูาข๎าแผํนดินด๎วยความเป็นธรรม กําจัด ศัตรูทังปวงที่มาย่ํายีแวํนแคว๎น จงรักษาทรัพย๑สินของราษฎร อยําให๎เป็นอันตรายด๎วยกําลังทหารช๎าง ทหารม๎า และอื่น ๆ จง มีความยินดีในการปกครอง ให๎ทานและประกาศเกียรติคณ ุ ให๎ ตลอดทั่วโลก แตํเจ๎าควรเลิกการลําสัตว๑อันเป็นบาปกรรมเสีย .

จะมีประโยชน๑อะไรกับการไลํลําประหัตประหารสัตว๑ปุา ทั้งที่ สัตว๑ปุาก็ดี ผู๎ที่ลํามันก็ดี หรือแม๎แตํสัตว๑พาหนะ สัตว๑ใช๎งาน ทั้งหลายก็ดี ทั้งหมดนีม้ ีชีวิตเป็นทีร่ ักของตนเองทั้งสิ้น บรรดา สัตว๑ทังหลายทีเ่ กิดมาในโลกล๎วนมีสิทธิเสรีภาพเทํากันทั้งสิ้น เจ๎าไมํเคยได๎รู๎ได๎ยิน เรื่องราวของพระเจ๎าปาณฑุ (ผูม๎ ีผิวขาวซีด เป็นชื่อของกษัตริย๑จันทรวงศ๑องค๑หนึ่ง) เลยหรือ” พระราชาผู๎มีป๓ญญาเลิศ (พระเจ๎าจันทราวโลก) ได๎ฟ๓ง ก็มีพระทัยยินดี ทรงรับอนุศาสน๑จากรพะฤษีกัณวะด๎วยพระทัย แชํมชื่น และกลําวด๎วยความเคารพวํา “ข๎าแตํพระคุณเจ๎า ข๎า ได๎รับการสั่งสอนจากพระคุณทําน ข๎ารู๎สึกซาบซึ้งยิ่งนัก จะ ปฏิบัติตามโอวาทของทํานทุกอยําง ข๎าขอประกาศไว๎ ณ ที่นี้ วํา ข๎าจะเลิกลําสัตว๑อันเป็นบาปกรรมนี้เสียตั้งแตํบัดนี้ เพื่อให๎สตั ว๑ มีชีวิตด๎วยความผาสุก ไมํต๎องหวาด หวั่นตํออันตรายอีกตํอไป” เมื่อพระมุนไี ด๎ฟ๓งก็ยินดีเป็นอันมาก กลําวอนุโมทนา “ข๎ายินดี ด๎วยกับเจ๎าที่เจ๎าให๎อภัยตํอสัตว๑ทั้งหลาย ไมํกํอเวรตํอไป ดังนั้น ข๎าจะให๎พรแกํเจ๎า เจ๎าประสงค๑สิ่งใดก็จงขอมาเถิด” เมื่อพระมุนี .

กลําวดังนี้ พระราชาก็พอพระทัยมาก รีบสนองตอบทันทีวํา “ถ๎าพระคุณเจ๎าจะเมตตาตํอข๎าจริง ๆ แล๎ว ข๎าขอนางอนทีวร ประภาธิดาของทํานเพียงอยํางเดียว” เมื่อพระราชาตรัสดังนี้ พระมหาฤษีก็ยกนางให๎ตามปรารถนา ในขณะที่นางโสรสรง เสร็จมาใหมํ ๆ และทําพิธีแตํงงานอันศักดิ์สิทธิ์แกํบุคคลทั้งสอง ในขณะที่นางชายาทั้งหลายของพระมุนี ตํางก็แสดงความยินดี และอวยชัยให๎พรแกํเจ๎าบําวเจ๎าสาวโดยพร๎อมเพรียงกัน แล๎ว พระราชาจันทราวโลกก็อุ๎มนางอัปสรธิดาขึ้นนั่งบนหลังม๎าพระ ที่นั่ง เสด็จออกจากพระอาศรม มีเหลําฤษีดาบสตามมาสํงจน ลับตา เมื่พระราชาเสด็จไปตามทางนั้น ดวงสูรยะเพิ่งคล๎อย ต่ําลงสูยํ อดเขาและลับดวงไปในมิช๎า เวลาย่ําค่ําเริ่มต๎นด๎วยนาง อัปสรราตรีผู๎มีนัยน๑ตาดังมฤคเนตร เริ่มปรากฎตัวด๎วยเรือนรําง อันงาม มีพัสตราภรณ๑สีมํวงเป็นเครื่องนุํงหํมเหมือนสีแหํงราตรี ในขณะนั้น พระราชาอุ๎มนางเสด็จไปตามทาง ทรงแล เห็นต๎นอัศวัตถะ (บาลีเรียก อัสสัตถะ หมายถึง ต๎นโพ) ขึ้นอยูํ ริมทะเลสาบ อันมีน้ําใสํบริสุทธิ์เฉกเชํนน้ําใจของสัตบุรุษ และ .

ทรงเห็นวําสถานที่นั้นเป็นทีร่ ํมรื่นไม๎ใบบังเป็นที่รํมเย็น มีเนิน หญ๎านุํมนิ่มนํานั่งนอน จึงตกลงพระทัยวําจะหยุดพักแรมที่นั่น ดังนั้นจึงเสด็จลงจากม๎า ให๎มันกินหญ๎ากินน้ํา เสร็จแล๎ว พระราชาก็เอนองค๑ลงบรรทมบนผืนทรายอันละเอียดอํอน หลังจากที่เสวยน้ําแล๎ว และนอนผึง่ ลมอันเย็นและลูบไล๎พระ กายด๎วยความอํอนโยน ยามรําเพยพลิ้วแผํวมาเป็นระยะตลอด ราตรี พระราชาบรรทมด๎วยนางผู๎เป็นที่รักอยํางแสนสุข ขณะนั้นดวงศศีก็คํอยปรากฎบนท๎องฟูา ฉายแสงสีขาวนวล ละไมแผํไปในฟากฟูา ขับไลํความมืดของราตรีให๎เจือจางลง เมื่อถึงเวลาเช๎าตรูํ พระราชาบรรทมตื่นขึ้นพอดีแสง สุวรรณารุณฉายจับขอบฟูา ทรงสวดบูชาสูรยะตามประเพณี แล๎วลงสรงสนานในทะเลสาบ จากนั้นก็เตรียมเดินทางตํอ ขณะ นั้นเองก็แลเห็นพราหมณาสูรตนหนึ่ง ดําราวกับถํานผมเหลือง เหมือนสายฟูา รวมกันเข๎าแล๎วก็เหมือนกับสายฟูาในเมฆมืด อสูรตนนีส้ วมศิรมาลา มีสายยัชโญปวีตเฉวียงบํา (ยัชโญปวีต เส๎นดายดิบถักเป็นเส๎นสังวาลใช๎สวมเฉวียงบํา เป็นสัญลักษณ๑ .

ของพวกพราหมณ๑บางทีเรียก สายธุรํามงคล) มันกําลัง แทะเศีรษะคนทีต่ กอยูํในมือมัน โดยกัดกระชากเนื้อบนศีรษะ และดืม่ โลหิตจากกะโหลกนั้น พรหมณ๑ปีศาจผูม๎ ีเขี้ยวเง๎งแสยะ นําสยดสยอง มันอ๎าปากกว๎างและหัวเราะด๎วยเสียงอันชวนให๎ ขนหัวลุก และพํนเปลวไฟพิโรธออกจากปากของมัน แล๎ว คํารามคุกคามพระราชาวํา “อ๎ายคนสาระเลว จงรูเ๎ อาไว๎วํา กูนี่ แหละเป็นพรหมณ๑อสูรชื่อ ชวาลามุข และต๎นอัศวัตถะต๎นนี้ก็ เป็นที่อาศัยของกู ไมํเคยมีใครบุกรุกเข๎ามาที่นี่ไมํวาํ มันจะเป็น หน๎าอินทร๑หน๎าพรหมคนไหน แตํมงึ อวดดีบุกเข๎ามานอนที่นี่ พร๎อมกับเมียของมึง กูทํองเที่ยวไปตามความพอใจของกูตลอด คืน พอกลับมาก็เห็นมึงนอนอยูํที่นแี่ ล๎ว เพราะฉะนั้นจงเตรียม ตัวรับโทษเถอะ แนํะ อ๎ายคนชั่ว ฟ๓งให๎ดี กูจะฉีกเนื้อของมึงเป็น ชิ้น ๆ แล๎วจะกินหัวใจของมึงให๎สาสมกับความทะลึ่ง ทะเลํอทะลําเข๎ามาในที่ของกู จากนั้นกูจะดื่มเลือดสด ๆ ของ มึงเสีย” .

เมื่อพระราชาได๎ทรงฟ๓งวาจาคุกคามของอสูรเชํนนั้น ประกอบกับได๎เห็นนางผู๎เป็นชายาตกใจจนขวัญหนีดฝี ุอ และ ทรงรู๎ดีวําไมํมีทางสูม๎ ันได๎ จึงพูดกับมันด๎วยความสะทกสะท๎าน วํา “ข๎าขออภัยอยํางยิ่งในการที่โงํเชลาไมํรู๎จักกาลอันควรและ ไมํควร แตํข๎าเข๎ามาที่นี้ก็เพราะวําต๎องการขอความกรุณาขอ อาศัยแรมคืนเพียงชั่วคืนเดียว รุํงเช๎าข๎าก็จะไป ไมํมีเจตนาจะ บุกรุกที่ของทํานหามิได๎ และเพื่อเป็นการตอบแทนทําน ข๎าจะ ให๎สิ่งอันทํานปรารถนา โดยจะสํงมนุษย๑ผู๎มเี นื้ออันหอมหวานมา ให๎แกํทําน ทํานจะได๎กินอยํางเอร็ดอรํอย และหายโกรธข๎ากับ เมียลงบ๎าง” เมื่ออสูรพราหมณ๑ได๎ฟง๓ ดังนั้นก็คลายความโกรธลง และพูดกับตัวเองวํา “ถ๎าเป็นอยํางนั้นก็ใช๎ได๎” หลังจากนั้นก็ กลําวแกํพระราชาวํา “ข๎าจะอดโทษที่เจ๎าดูหมิ่นข๎าไว๎สักครั้ง แตํ เจ๎าจะต๎องปฏิบัติตามเงื่อนไขของข๎าคือ เจ๎าจะต๎องหาเด็ก พราหมณ๑มาให๎แกํข๎าคนหนึ่ง ถึงแม๎จะอายุถึงเจ็ดขวบก็ยังใช๎ได๎ แตํขอให๎เป็นเด็กฉลาด มีตระกูลผูด๎ ี และพร๎อมที่จะสละตนเพื่อ เห็นแกํเจ๎า ให๎พํอและแมํของเด็กวางลูกลงบนพื้นดิน จับแขน .

ขับขาไว๎ให๎แนํนระหวํางที่กําลังทําพิธีสังเวยอยูํ และจําไว๎วํา ถ๎า เจ๎าหาเหยื่อตามที่วํานั้นได๎ เจ๎าจะต๎องเป็นผู๎สังหารเด็กนั้นด๎วย การฟ๓นเพียงฉับเดียว แล๎วนํารํางเด็กคนนั้นมาให๎ข๎าในวันที่ ๗ หลังจากนั้น แตํถ๎าไมํเป็นไปตามนี้ โอ ราชะ ข๎าจะฆําเจ๎าเสีย และทําลายราชสํานักของเจ๎าให๎สนิ้ สูญภายในชั่วพริบตาเดียว” เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งก็ตกพระทัยอยํางยิ่ง รีบตอบตกลงตาม ข๎อเสนอทุกประการ ทันใดนั้นอสูรพราหมณ๑ก็หายวับไปทันที ฝุายพระราชาจันทราวโลก เมื่ออสูรหายไปแล๎วก็เสด็จ ขึ้นหลังม๎าพร๎อมด๎วยพระชายาอินทีวรประภา เที่ยวติดตามหา ทหารผู๎เป็นบริวารซึ่งพลัดพรากกันในวันประพาสลําสัตว๑ ด๎วย พระหฤทัยอันเศร๎าหมองและเป็นทุกข๑อยํางยิ่ง เมื่อขับม๎ามา ตามทางทรงรําพึงวํา “อนิจจาเอ๐ย เพราะการลําสัตว๑กับความ รักทําให๎ข๎าหลงไป จึงต๎องมาประสบความฉิบหายเหมือนอยําง กษัตริย๑ปาณฑพ (เจ๎าชายปาณฑพ เจ๎าชาย ๕ องค๑ โอรสของ พระเจ๎าปาณฑุกับนางกุนตี (สามองค๑แรก) และองค๑ที่ ๔. ๕ เป็นโอรสฝาแฝดเกิดจากนางมาทวีผู๎เป็นมเหสีองค๑ที่ ๒ เจ๎าชาย .

ปาณฑพเลํนการพนันจนหมดตัว ถูกขับไลํไปเดินปุา ๑๒ ปี) แท๎ เทียว ชํางโงํเขลานี่กระไร ข๎าจะมีป๓ญญาไปหาเหยื่อมาให๎ รากษสได๎ที่ไหน และต๎องทําตามอยํางที่มันบรรยายเอาไว๎ด๎วย ฉะนั้นในระหวํางนี้ข๎าควรจะกลับบ๎านเมืองกํอนดีกวํา จะคอยดู วําจะมีอะไรเกิดขึ้น” ขณะที่ทรงรําพึงอยูํก็พอดีกองทหารที่ ติดตามหาพระองค๑ติดตามมาทัน ดังนั้นทั้งหมดจึงเดินทางกลับ พระนครจิตรกูฏ ทําให๎ราษฎรทั้งหลายมีความปิติยินดีเป็นอยําง ยิ่งที่ได๎ทราบวําพระราชาของตนได๎พระชายาแล๎ว แตํพระราชา นั้นหาได๎มีความสุขในพระทัยไมํ ทรงครุํนคิดถึงเรื่องที่จะบังเกิด ตํอไปด๎วยความหดหูํพระทัยอยูมํ ิวาย วันรุํงขึ้น พระราชาทรงเรียกเหลํามนตรีเข๎ามา ปรึกษาหารือเป็นความลับ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแกํพระองค๑ในปุา มนตรีทไี่ ว๎ในได๎ผู๎หนึ่งจึงกราบทูลํา “ข๎าแตํมหาราช ขออยําได๎ ทรงกังวลพระทัยเลย ข๎าขอรับอาสาเป็นผู๎สืบหาเด็กดังกลําวมา ถวายแดํพระองค๑เอง เรื่องแปลก ๆ ในโลกอยํางนี้คงจะหาไมํ ยากนัก” .

เมื่อมนตรีได๎ปลอบโยนพระราชาของตนแล๎ว ก็เรํงรีบ กระทําการตามแผนของตนอยํางรวดเร็วที่สดุ คือ ให๎นายชําง หลํอรูปเด็กเจ็ดขวบด๎วยทองคํา แล๎วประดับหูทั้งสองด๎วย กุณฑลเพชร ตํอจากนั้นเอารูปปฏิมาลงวางในเกวียน แล๎วขับ ลากไปในเมืองตําง ๆ ตามหมูํบ๎านทั้งหลาย และที่ชุมชนของคน เลี้ยงสัตว๑ ในระหวํางทางที่เกวียนของรูปปฏิมาแลํนไปนั้น มนตรีก็ปุาวประกาศซ้าํ แล๎วซ้ําอีกข๎างหน๎ารูปปฏิมา พร๎อมกับตี กลองไปข๎างหน๎าวํา “เจ๎าข๎าเอ๏ย บ๎านนี้และชํองนี้ ใครมีเด็ก พราหมณ๑อายุ ๗ ขวบ และเต็มใจจะเสนอตัวเองให๎เป็นพลีแกํ พรหมณ๑อสูร เพื่อให๎เกิดประโยชน๑แกํทุกคนก็ให๎บอกมาด๎วย และถ๎าพํอแมํของเด็กจะมอบเด็กให๎เป็นพลี โดยยึดเท๎ายึดมือให๎ แนํนในระหวํางการฆําเด็กแล๎วไซร๎ พระราชาจะให๎คําตอบแทน สําหรับเด็กนั้น ผูซ๎ ึ่งเห็นแกํความอนุเคราะห๑พํอแมํด๎วยความ กตัญ๒ู โดยยกรูปหลํอทองคําประดับเพชรพลอยรูปนี้ให๎เป็น รางวัล พร๎อมกับสํวยอีกหนึ่งร๎อยหมูํบ๎าน .

ปรากฎวําในละแวกนั้น มีเด็กพราหมณ๑คนหนึ่งอายุ ๗ ขวบ ดํารงชีพอยูํด๎วยเงินอุปการะทีพระราชาทรงเลี้ยงดูแกํ พราหมณ๑ เด็กผู๎นี้เป็นผู๎กล๎าหาญอยํางยอดยิ่ง และมี กิริยามารยาทอันนําชม เมื่อได๎ยินการตีฆ๎องร๎องปุาวดังนั้น เด็ก ผู๎นี้ถึงจะเป็นผู๎มีอายุน๎อย แตํกเ็ ฉลียวฉลาด มีคุณธรรมดีงาม อันได๎สะสมมาแตํชาติกํอน และเป็นผู๎ที่จะยังพระราชาให๎สําเร็จ ประโยชน๑ในชาตินี้ เขาจึงก๎าวออกมาพูดกับผู๎ปุาวประกาศวํา “ข๎ายินดีสละตัวข๎าเองเป็นพลีแกํพระราชาด๎วยความเต็มใจ ข๎า จะกลับไปแจ๎งเรื่องแกํพํอแมํของข๎า แล๎วจะกลับมาหาเจ๎า” เมื่อ เด็กน๎อยกลําวดังนี้ ผู๎ประกาศก็ดีใจมาก และให๎เด็กกลับไปบ๎าน เด็กน๎อยกลับไปบ๎านก็กระทําความเคารพอยํางนอบน๎อมตํอ บิดามารดาของตน และกลําววํา “ลูกจะพลีตัวเองเพื่อ ประโยชน๑สุขแกํคนทั้งหลายด๎วยรํางกาย อันจะมีแตํความผุพัง เปื่อยเนํารํางนี้ โปรดอนุญาตลูกเถิด ขอให๎ลูกได๎ยุติความ ยากจนของพํอแมํ เพราะถ๎าลูกไปพลีชีวิตตํอพระราชา พระองค๑ จะพระราชาทานรูปหลํอทองคําให๎แกํลูก และยังแถมด๎วยสํวย .

อีกร๎อยหมูํบ๎าน เมื่อลูกได๎รับพระราชทานมาแล๎ว ลูกจะยกให๎ พํอแมํทั้งหมด ด๎วยประการฉะนี้ ลูกจักได๎ชื่อวําทดแทนบุญคุณ ของพํอแมํผู๎ให๎กําเนิดและเลี้ยงดูลกู มา ความยากจนของเราก็ จะได๎สิ้นสุดลงเสียที และพํอแมํก็ยงั จะมีลูกอีกหลายคนมาแทน ลูกคนนี”้ พอได๎ฟ๓งลูกชายกลําวดังนั้น พํอและแมํก็พูดวํา “เจ๎า พูดอะไรอยํางนั้นเลําลูก เจ๎าป๓่นปุวนเพราะลมพัดจนหัวหมุน หรือไร หรือวําเจ๎าถูกดาววิ่งมาชนกระนั้นหรือ ถ๎าเจ๎าไมํได๎เป็น สองประการนี้ เจ๎าจะพูดบ๎า ๆ อยํางนี้ได๎อยํางไร มีมนุษย๑ทไี่ หน เขายอมแลกชีวิตลูกชายกับทรัพย๑สมบัติบา๎ ง ไมํวําจะเป็นสมบัติ มหาศาลปานใด มีตัวอยํางทีไ่ หนทีล่ ูกมาขอให๎เขาเอาตัวไปเป็น พลี” เมื่อบุตรชายได๎ฟ๓งบิดามารดาดังนั้นก็อธิบายวํา “ลูกไมํได๎ พูดเพราะสติเลอะเลือนแตํอยํางใดหรอก ฟ๓งลูกพูดสักนิด ก็ รํางกายของคนเรานีล้ ๎วนเป็นสิ่งไมํบริสุทธิ์ มีความนําเกลียดจน เหลือที่จะบรรยายได๎หมดสิ้น นําเกลียดนําชังมาตั้งแตํเกิด เป็น รังแหํงความทุกข๑ อยูํไมํนานก็จะพินาศฉิบหาย ดังนั้น .

นักปราชญ๑จึงกลําววํา “สาระที่แกรํงและสถาวรที่สดุ ในสังสาร ภพนี้ก็คือบุณย๑ ซึ่งรํางอันหาคํามิได๎นี้เป็นผูส๎ ร๎างขึ้น และบุณย๑ ใดเลําจะประเสริฐเลิศล้ํายิ่งไปกวําการทําประโยชน๑แกํสัตว๑ ทั้งหลายให๎พ๎นทุกข๑โดยทั่วหน๎า ดังนั้นถ๎าข๎าไมํแสดงความ เสียสละดังกลําวนี้แกํพํอแมํ ผลบุญอื่นใดเลําที่ข๎าจะได๎รับจาก รํางกายนี”้ ด๎วยถ๎อยคําเหลํานี้และอื่น ๆ อันแสดงความชักจูง นานาประการ กุมารน๎อยผู๎มึวามตัง้ ใจเด็ดเดี่ยวเต็มที่ก็สามารร๑ โดยทั่วหน๎า ดังนั้นถ๎าข๎าไมํแสดงความเสียสละดังกลําวนี้แกํพํอ แมํ ผลบุญอื่นใดเลําที่ข๎าจะได๎รบั จากรํางกายนี”้ ด๎วยถ๎อยคํา เหลํานี้และอื่น ๆ อันแสดงความชักจูงนานาประการ กุมารน๎อย ผู๎มึวามตั้งใจเด็ดเดี่ยวเต็มที่กส็ ามารถโน๎มใจพํอแมํให๎เห็นชอบ ด๎วยในที่สุด เสร็จแล๎วเขาก็กลับไปพบกับเหลําราชบริพารที่ กําลังตีฆ๎องร๎องประกาศอยูํและขอรับปฏิมาทองคํา พร๎อมกับ สํวยร๎อยหมูํบ๎าน จากนั้นก็ออกเดินทางพร๎อมด๎วยพํอแมํตรงไป ยังนครจิตรกูฎอันเป็นสํานักของพระเจ๎าแผํนดิน ฝุายพระราชา จันทราวโลกเมื่อได๎ทราบเรื่องราวทั้งหมดก็มีความพอพระทัย .

อยํางยิ่ง เพราะภารกิจสําคัญของพระองค๑จะได๎สมั ฤทธิผลใน โอกาสนี้ บรรดาเหลําผู๎เป็นอํามาตย๑ราชมนตรีทั้งมวลก็แสดง ความชื่นชมยินดีด๎วย ขณะเมื่อกุมานําพํอแมํเข๎าไปเฝูา พระราชาแลเห็นก็ปลาบปลืม้ ยิ่งนัก สั่งให๎เอากุมารไปอาบน้ํา เสร็จแล๎วชโลมรํางด๎วยสุคนธรสอันหอมรื่น ให๎ประดับศีรษะ ด๎วยมาลาลังการ แล๎วอุ๎มกุมารขึ้นนั่งบนหลังช๎างพระที่นั่ง และ ให๎พํอแมํของกุมารขึ้นช๎างตามไปพบพราหมณาสูรด๎วยกัน เมื่อ ขบวนมาถึงที่สถิตของอสูร บริเวณอัศวัตถมณฑล พระราชาก็ สั่งให๎หยุด ทําเครื่องหมายวงกลมโดยรอบต๎นไม๎นั้น แล๎วให๎ พราหมณ๑ปุโรหิตกระทําการบูชาไฟ และถวายเครื่องพลีกรรม แกํพราหมณ๑รากษสตามสัญญา ทันใดปีศาจพราหมณ๑ก็ปรากฏ กายขึ้น สํงเสียงหัวเราะกึกก๎องพร๎อมกับรํายพระเวทเป็นการ ตอบรับ ภาพปีศาจนั้นกลัวสยดสยองยิ่งนัก มันกําลังมึนเมาด๎วย การดื่มโลหิตของมนุษย๑ ตํอมาก็แสดงการหาวและทุบหน๎าอก ของตนหลายครั้ง นัยน๑ตาของมันเป็นเปลวไฟเจิดจ๎า และเงา ของมันปรากฏจากรํางที่สูงทะมึนราวกับภูผาใหญํสุดขอบฟูา .

คํอยยํางก๎าวเข๎ามา พระราชาจันทราวโลกแลเห็นดังนั้นก็เสด็จ เข๎าไปใกล๎ น๎อมพระองค๑ลงแสดงความเคารพ และตรัสวํา “ภควาน ข๎าพามนุษย๑มาสังเวยแกํทํานตามสัญญาภายในเจ็ดวัน บัดนี้ก็ได๎เวลาตามสัญญานั้นแล๎ว ขอทํานจงพึงพอใจในพลีนี้ เถิด” เมื่อพระราชาตรัสวิงวอนดังนี้ พราหมณ๑รากษสก็มองลง ไปที่กุมารด๎วยความยินดี และแลบลิ้นเลียริมฝีปากด๎วยความ กระหาย ในขณะนั้น กุมารน๎อยผู๎ใจสูงก็กลําวแกํตัวเองด๎วย ความปีติวํา “ขออยําให๎กุศลผลบุณย๑ซึ่งเกิดจากการสังเวยชีวิต ของข๎า จะทําให๎ข๎าไปสูํสวรรค๑หรือความหลุดพ๎นทุกข๑ ถ๎าหาก ผลบุณย๑นี้จะไปไปถึงสัตว๑โลกทั้งมวล ข๎าเสียสละตนเองเชํนนี้ ข๎าทําเพื่อผู๎อื่นเทํานั้น และข๎าก็จะกระทําอยํางนี้เสียสละอยํางนี้ ตลอดชาตินี้ ชาติหน๎า เรื่อยไปไมํมวี ันสิ้นสุด” ในขณะที่กุมาร น๎อยประกาศสัจจะตํอโลกนี้ สวรรค๑ก็เปิดออกในฉับพลัน มีรถ แก๎วแววฟูานับจํานวนมิถ๎วน ทุกคันเต็มแนํนไปด๎วยเทพบุตร .

และเทพธิดา ถือพานโปรยปรายบุปผามาลีลงมาสดุดีราวกับ ฝอยฝน ครั้นแล๎วเด็กน๎อยก็ถูกพาไปยังแทํนสังเวยตํอหน๎า พราหมณ๑ปีศาจ โดยผูเ๎ ป็นบิดาหิ้วเท๎าและมารดาหิ้วแขนพาไป วางลง ขณะนั้นพระราชาก็ถอดพระแสงออกจากฝ๓กเพื่อจะ สังหารเด็ก แตํในชํวงขณะแหํงความเป็นความตายนั้นเอง เด็กก็ ระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่นหวั่นไหว เสียงหัวเราะนี้ทําให๎ทุกคน ณ ที่นั้น รวมทั้งพราหมณ๑ปีศาจด๎วยตํางก็พากันผงะหงายด๎วย ความตกใจ และเมื่อได๎สติทุกคนในที่นั้นก็รีบพนมมือและน๎อม ศีรษะแสดงความเคารพยังที่เท๎าทัง้ คูํของกุมารสถิตอยูํ และจ๎อง มองหน๎าของกุมารนั้นด๎วยความประหลาดใจเป็นล๎นพ๎น เวตาลตัวดีเมื่อเลําเรื่องนิทานดังกลําวแล๎วก็ตดั บท เพียงแคํนั้น เพราะเห็นวําพอเหมาะแกํการจะตั้งป๓ญหาให๎พระ เจ๎าตริวิกรมเสนทรงตอบ โดยการตั้งคําถามวํา “โอ นฤบดี บอก ข๎าหนํอยสิวํา เพราะอะไรกุมารน๎อยจึงหัวเราะเสียงนํากลัว .

กึกก๎องกํอนที่เขาจะถูกสังเวยชีวิตตามเงื่อนไขของปีศาจเชํนนี้ เรื่องนี้ประหลาดมากและข๎ามองหาเหตุผลต๎นปลายไมํเจอะเลย ถ๎าพระองค๑ทราบปริศนานี้ก็ขอได๎บอกแกํข๎าด๎วยเถิด แตํเออ ขอสะกิดไว๎หนํอยวํา ทรงรู๎แล๎วมิใชํหรือวํา ถ๎าพระองค๑รู๎คําตอบ แตํแกล๎งไมํตอบละก็พระเศียรจะต๎องแตกเป็นร๎อยชิ้น” เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งเวตาลกลําวดังนั้น ทรงตอบวํา “เจ๎าจงเอาหูฟ๓งให๎ดี แล๎วจะรู๎วําเด็กหัวเราะเพราะอะไร วําโดย ธรรมดาสามัญแล๎ว สัตว๑โลกที่อํอนแอทั้งหลาย เมื่ออันตราย มาถึงตัวยํอมร๎องเรียกให๎พํอหรือแมํชํวยชีวิตด๎วยกันทั้งนั้น แตํ ถ๎าพํอและแมํตายไปกํอน เขาก็เรียกให๎พระเจ๎าแผํนดินชํวย เพราะพระเจ๎าแผํนดินเป็นที่พึ่งของราษฎรโดยหน๎าที่ของ พระองค๑อยูํแล๎ว แตํถ๎าพึ่งพระเจ๎าแผํนดินไมํได๎ เขาก็จําเป็นต๎อง ไปพึ่งเทพยดาทั้งหลายที่จะให๎ความคุ๎มครองแกํเขาได๎ตามกรณี บัดนี้เมื่อพิจารณากรณีของเด็กน๎อยแล๎วจะเห็นวําไมํเหมือนกัน เพราะกรณีเด็กผู๎นี้ พํอแมํก็ยังอยูํ พระราชาก็ยังอยูํ เทพ ทั้งหลายก็ยังอยูํ ทุกคนอยูํที่นั้นพร๎อมกันหมด และแตํละคนก็ .

แสดงอาการํตรงกันข๎ามกับที่ใคร ๆ คาดหวังวําจะเป็น คือพํอ และแมํของเด็กกลับชํวยกันหิ้วแขนหิ้วขาของเด็กเอาไปสูํ ตะแลงแกงเสียเอง เพราะหวังแตํสงิ่ ตอบแทนที่จะพึงได๎จาก พระราชา ข๎างพระเจ๎าแผํนดินก็ดกู ระเหี้ยนกระหือรือที่จะฆํา เด็กนั้นเสียเพื่อรักษาชีวิตของตนเอง และพราหมณ๑รากษสเลําก็ ไมํมีจติ ใจที่จะทําอะไร นอกจากจะขม้ําทําเดียว บุคคลทั้งหลาย ในที่นั้น เด็กน๎อยกลําวรําพึงแกํตัวเองวํา พวกเหลํานี้ล๎วนแตํชัก นําความคิดของตัวเองให๎ผดิ ลูผํ ิดทาง ทั้งนี้ก็เพราะบุคคลเหลํานี้ ล๎วนแตํกระทําอะไรก็เพื่อสังขารอันเปื่อยเนํา นําเกลียด นํา ขยะแขยง และเป็นทุกข๑เป็นรังโรคด๎วยกันทั้งสิ้น เหตุใดเขาจึง ไมแลเห็นความจริงเหลํานี้ เขาทําเพื่ออะไรกัน กฎแหํงอนิจจัง นั้นมีอยูํ ไมํมีใครหลีกพ๎นได๎ แม๎พระพรหม พระอินทร๑ พระ วิษณุ พระศิวะ และเทพอื่น ๆ ก็อยูํในกฎแหํงอนิจจังน๎ เหมือนกันหมดไมํมียกเว๎น” ด๎วยเหตุผลดังกลําวนี้แล ทําให๎กุมารน๎อยระเบิดเสียง หัวเราะสนั่นหวั่นไหวด๎วยความยินดี และด๎วยความประหลาด .

ใจ เสียงของเขาบอกถึงความปลื้มเปรมเพราะวัตถุประสงค๑ของ
เขาบรรลุจุดมุํงหมายแล๎ว แตํก็ประหลาดใจในขณะเดียวกัน
เพราะความพินาศจะต๎องมาถึงบุคคเหลํานั้นแนํ ๆ ในอนาคต
โดยมิต๎องสงสัย ด๎วยสัจธรรมยํอมเป็นความจริงอยูํวันยังค่ํา”
พระเจ๎าตริวเกรมเสนตรัสดังนี้แล๎วก็นิ่งอยูํ และเวตาล
ก็ละจากพระอังสาของพระองค๑ หายวับไปสูํที่พํานักของตนด๎วย
อํานาจอันลึกลับ พระราชาไมํหยุดเสียเวลาเปลํา รีบติดตาม
เวตาลไปทันทีด๎วยพระทัยอันมุํงมัน่ เด็ดเดี่ยวเฉกเชํนมหาสมุทร
ที่มีความั่นคงไมํหวั่นไหว ดํารงอยูตํ ลอดกาลนั้นแล

นิทานเรื่องที่ ๒๑
ครั้นแล๎วพระเจ๎าตริวเกรมเสนก็เสด็จกลับไปยังต๎น
อโศก ดึงรํางเวตาลลงมาจากกิ่งอโศก แล๎วเอามันพาดบํา
ดําเนินมาตามเส๎นทางเดิม ขณะทีม่ าตามทาง เวตาลก็กลําววํา
“ราชะ โปรดฟ๓งเถิด ข๎ากําลังจะเลําเรื่องถวายสักเรื่องหนึ่ง เป็น
เรื่องสัมพันธ๑สวาทที่ดีเดํนมาก เรื่องมีดังนี้”
แตํโบราณสมัย มีเมืองหนึ่งชื่อ นครวิศาลา กลําวกัน
วํามีความงดงามราวกับเป็นเทพธานีแหํงที่สองของพระอินทร๑
ซึ่งพระธาดาพรหมทรงสร๎างเพื่อเป็นที่อยูํอาศัยของคนดีมี
คุณธรรมที่ตกลงมาจากสวรรค๑ ในนครนี้มีพระเจ๎าแผํนดินผู๎มั่ง
คั่งองค๑หนึ่งปกครองอยูํ ทรงนามวําพระเจ๎าป๓ทมนาภ ผู๎ได๎รับ
การยกยํองเป็นผู๎นาํ ความสุขมสูเํ หลําชนนิกรโดยทั่วหน๎า ราว
กับเป็นพญาอสูรพลี (พญาอสูรพลี ราชาแหํงอสูร มีเรื่องราว
โดยละเอียดอยูํในนารายณ๑อวตารปาลที่ ๖ (วามนาวตาร) พระ
นารายณ๑อวตารมาปราบอสูรพลี โดยกําเนิดเป็นพราหมณ๑เตี้

โอรสของพระกัศยปเทพบิดรกับนางอทิติ พราหมณ๑เตี้ยขอที่ดิน
๓ ก๎าวจาลพลีแล๎วยํางเท๎าไป ๓ ก๎าว คือในสวรรค๑ก๎าวหนึ่ง ใน
โลกก๎าวหนึ่ง และบาดาลก๎าวหนึ่ง เมื่อพลีสิ้นพยศกลับใจได๎
พระนารายณ๑ก็ให๎พลีไปครองบาดาล เป็นราชาใต๎พภิ พ โดย
สัญญาวําถ๎าพลีประพฤติดีวันหนึ่งจะให๎กลับไปครองสวรรค๑อีก
ครั้งหนึ่ง) นั่นเทียว ในรัชสมัยของพระราชาผู๎ทรงความดีเลิศใน
การปกครองนี้ มีเศรษฐีมหาศาลผูห๎ นึ่งชื่ออรรถทัตต๑ มีความ
ร่ํารวยมั่งคั่งยิ่งกวําเทพแหํงทรัพย๑ (เทพแหํงทรัพย๑ หมายถึง
ท๎าวกุเวรโลกบาลแหํงทิศเหนือ เป็นยักษ๑ ๓ ขา ผู๎ครองนค
รอลกาบนภูเขาหิมาลัย เป็นเจ๎าแหํงขุมทรัพย๑ทั้งหลายในโลก
เรียกกันวํา วสุบดี มีอีกชื่อหนึ่งวําไพศรพณ๑(ไวศฺรวณ) ไทยเรียก
เพี้ยเป็นเจ๎าแมํโพสพ) เสียอีก เศรษฐีผู๎นี้มีธิดาเลอโฉมคนหนึ่ง
ชื่อ อนงคมัญชรี (อนงคมัญชรี(เกสรดอกไม๎ของกามเทพ) เป็น
หญิงรูปงามมีเรื่องเลําโดยละเอียดในภารตนิยาย) มีความงาม
สุดพรรณนา ราวกับพระพรหมจําลองลักษณ๑รูปของนางให๎เป็น
แบบของเทพอัปสรฉะนั้น ในกาลตํอมาบิดาของนางจัดการให๎

นางแตํงงานกับพํอค๎าคนหนึ่งชื่อ มณิวรรมัน แหํงเมืองตามรลิ
ปติ ตัวทํานเศรษฐีผู๎เป็นบิดาของนางนั้น เป็นผู๎ที่รักและหวง
แหนธิดาของตนอยํางยิ่ง เพราะมีลูกสาวอยูเํ พียงคนเดียว
เทํานั้น ดังนั้นเขาจึงไมํยอมให๎นางเดินทางไปไหน นอกจากให๎
นางและสามีอยูํแตํในบ๎านของเขาเทํานั้น อนงคมัญชรีกับสามีก็
อยูํด๎วยกันเป็นปกติ ทั้งที่ใจนางมิได๎ยินดียินร๎ายตํอเขาเหมือน
คนไข๎ที่จําต๎องยินยอมกินยาขมที่หมอสั่ง อันเป็นสิ่งที่นําเบื่อยิ่ง
นัก แตํสามีก็ยอมอดทนตํออารมณ๑ของนางทุกอยําง ทั้งนี้เป็น
เพราะเขารักนางดังดวงใจนั่นเอง
ครั้งหนึ่งมณิวรรมันมีความจําเป็นต๎องเดินทางไปเยีย่ ม
บิดามารดาของเขา ในเมืองตามรลิปติอันไกลโพ๎น หลังจาก
เวลาผํานไปได๎สองสามวัน พระอาทิตย๑แผดแสงแรงกล๎าลงบน
แผํนดิน ทําให๎กระบวนเดินทางคํอนข๎างจะลําช๎าลง ทั้งนี้เพราะ
วสันตฤดูเพิ่งจากไปอากาศจึงร๎อนและแห๎งแล๎งยามราตรีกผ็ ํอน
ความร๎อนลง มีลมแล๎งพัดแผํวและดวงจันทร๑ก็มีสีซดี สลดดู
วังเวงไร๎ชีวิตชีวา

ในฤดูครีษมะ(ฤดูร๎อน) อันแห๎งแล๎งเชํนนี้วํา วันหนึ่ง
นางอนงคมัญชรีธิดาพํอค๎าใหญํ พร๎อมด๎วยพี่เลี้ยงสาว ๆ หลาย
นางกําลังนั่งรับลมอยูํบนดาดฟูาของคฤหาสน๑ นางชะโลมกาย
ด๎วยผงจันทน๑อันหอมกรุํนและสวมเสื้อผ๎าอาภรณ๑ ผ๎าแพรอัน
บางเบา ขณะนั้นนางแลลงมาดูผู๎คนที่ผํานไปมาบนถนนก็แล
เห็นพราหมณ๑หนุมํ ชื่อ กมลากร บุตรของสมุหราชมนเทียรเดิน
อยูํบนถนนสายนั้น เขางามสงําไปเสียทุกอิริยาบถ ราวกับพระ
กามเทพที่ปรากฎพระองค๑ออกจากเถ๎าถํานอันเกิดจากการเผา
ไหม๎ของสรีระ(การเผาไหม๎ของสรีระ มีเรื่องเลําในมหากาพย๑
และปุราณะวํา กามเทพแผลงศรดอกไม๎ห๎าชนิด ไปป๓กพระอุระ
ของพระศิวะขณะทรงเข๎าฌานอยูํ เป็นการกระทําอยํางอุกอาจ
โดยมีความปรารถนาจะให๎พระศิวะเกิดความรักพระอุมา พระ
ศิวะทรงกริ้วที่ถูกลบหลูํ จึงลืมพระเนตรทีส่ ามขึ้นเป็นไฟกรด
เผารํางกามเทพมอดไหม๎ไป ตั้งแตํนั้นกามเทพจึงไมํมรี ํางกายอีก
เรียกกันวําพระอนงค๑(ผู๎ไมํมีรํางกาย)) เพื่อติดตามหานางรตีผู๎
เป็นชายาฉะนั้น ขณะเดียวกันกมลากรก็เงยหน๎าขึ้นไป ได๎พบ

นางผู๎งามสงําผุดผํองราวกับจันทรมณฑล ชายหนุํมก็มหี ัวใจอัน
เบํงบานด๎วยความพิศวาสราวกับบัวกุมุท ซึ่งเผยกลีบออกรับ
แสงจันทร๑ในราตรี สายตาของทั้งสองฝุายที่จ๎องประสานกัน ก็
กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยไมํกะพริบ ราวกับถูกสาปด๎วย
บัญชาอันทรงมหิทธานุภาพของกามเทพ ฝุายสหายของกมลา
กรแลเห็นทั้งสองฝุายกําลังตกอยูํในความจังงังเชํนนั้น ก็รีบดึง
แขนกมลากรให๎หาํ งจากที่นั่นและลากถูลูํถูถังไปสํงจนถึงบ๎าน
ฝุายอนงคมัญชรีพยายามสืบถามจากบริวารจนทราบ
ชื่อของกมลากร แล๎วก็นึกถึงเขาไมํวาย ทอดสายตาแลตามจน
สุดสายตาแล๎วจึงกลับลงมาจากดาดฟูา เข๎าสูํห๎องของนางด๎วย
ความเหมํอลอยเหมือนคนไมํมีชีวิตจิตใจ ในอกมีแตํความ
เสนํหาอาลัยอันทํวมท๎น นางกลิ้งเกลือกกระสับกระสํายอยูบํ น
เตียงด๎วยพิษรักที่แผดเผาอยูํในใจ คิดถึงชายหนุํมอยํางบ๎าคลั่ง
หลังจากนั้นสองสามวัน อนคมัญชรีคํอยฟื้อคืนสติ มีความ
ละอายหวาดหวั่นไมํสามารถทนพิษรักอันปวดร๎าวเพราะการ
จากกันได๎ รํางของนางเริ่มผํายผอมลงและซีดเซียวลงตามลําดับ

เพราะความครุํนคิดถึงเขาอยูํไมํวาย เมือํแลเห็นวําความรักของ
นางจะไมํถึงผลสําเร็จแนํแล๎ว นางก็คิดจะฆําตัวตาย ดังนั้นใน
คืนหนึ่ง เมื่อเห็นวําบริวารนอนหลับแล๎วก็ออกมาจากห๎อง เดิน
ตามแสงจันทร๑อันสุกสกาวออกจากบ๎านมุํงไปตามทางเดินเลียบ
ริมสระ มิช๎ามินานก็มาถึงเทวาลัยแหํงหนึ่งซึ่งตั้งอยูํในสวนขวัญ
แวดล๎อมด๎วยต๎นไม๎ใหญํอันแผํกิ่งก๎านสาขารํมรื่น ภายใน
เทวาลัยเป็นที่ประดิษฐานปฏิมากรทองคําเจ๎าแมํจณ
ั ฑี (เจ๎า
แมํจัณฑี พระอุมาปางดุร๎าย เรียกกันเป็นสามัญวํา เจ๎าแมํกาลี
มีภักษาหารคือ โลหิตสด ๆ) ซึ่งวงศ๑ตระกูลของนางสร๎างขึ้นไว๎
สําหรับการกราบไหว๎บูชา ประกอบด๎วยเครื่องตกแตํงภายใน
งดงามเป็นที่นําเจริญใจ อนงคมัญชรีก๎าวเข๎าไปในเทวาลัย และ
ถวายนมัสการอยํางนอบน๎อมตํอหน๎าองค๑เทวรูป และกลําววํา
“ข๎าแตํพระแมํเจ๎า ข๎ารักกมลากร ถ๎าข๎ามิได๎เขาเป็นสามีในชาติ
นี้ก็ขอให๎ได๎กันในชาติหน๎าเถิด” เมื่อนางได๎กลําวอธิษฐานจบลง
ก็ฉีกผ๎าคลุมรํางตอนบนออกทําเป็นบํวงเพื่อแขวนคอตนเอง

และเดินออกมาถึงต๎นอโศก ตวัดเชือกขึ้นไปคล๎องกิ่งอโศกไว๎
เตรียมจะผูกคอตาย
ขณะนั้นเอง ปรากฎวําหญิงบริวารคนหนึ่งของนาง ซึ่ง
นอนอยูํในห๎องเดียวกัน ตื่นขึ้นในตอนดึก ไมํแลเห็นนางก็ตกใจ
ออกติดตามไปจนถึงต๎นอโศก ขณะที่อนงคมัญชรีกําลังจะแขวน
คอตนเองอยูํก็ตกใจ ร๎องตะโกนวํา “หยุด หยุด” แล๎วรีบปีนขึ้น
ไปบนกิ่งอโศก และตัดบํวงให๎ขาดลง อนงคมัญชรได๎สติเห็นนาง
พี่เลี้ยงกําลังพยาบาลอยูํก็ถอนใจ เมื่อพี่เลี้ยงเซ๎าซี้ถามวํานาง
เสียใจเรื่องอะไร อนงคมัญชรีจึงเลําความคับแค๎นใจของนางให๎
ฟ๓ง และสรุปวํา “มาลติกาเอ๐ย เจ๎าก็เห็นแล๎วมิใชํหรือวํา ข๎ามีพํอ
แมํที่ควบคุมข๎าอยํางเข๎มงวดทั้งที่ขา๎ มีสามีแล๎ว ข๎าเหมือน
นักโทษติดคุกทําอะไรก็มไิ ด๎ แล๎วอยํางนี้ข๎าจะติดตํอกับยอดรัก
ของข๎าได๎อยํางไรเลํา ในความคิดของข๎าเห็นวําความตายเทํานั้น
ที่เป็นความสุขของข๎าได๎ แล๎วเจ๎ามาชํวยข๎าไว๎ทําไม” ขณะที่อ
นงคมัญชรีคร่ําครวญอยูํนี้ นางกําลังทนทุกข๑ทรมานแสนสาหัส
เพราะพิษรักจากบุษปศรของพระกามเทพ และได๎รบั ความ

ผิดหวังเพราะความรักอยํางเหลือที่จะทนทานตํอไปได๎ นางก็
หมดสติเป็นลมล๎มฟุบสิ้นสติไปอีกครั้งหนึ่ง
นางมาลติกาพี่เลี้ยงเห็นดังนั้นก็ตกใจยิ่งนัก ตะโกนวํา
“โอ๎ พระมันมถะนี่หนอ (มันมถะ “ผู๎กวนใจ” เป็นฉายาหนึ่งของ
พระกามเทพ เพระากามเทพนั้นเป็นผู๎กํอกวนใจบุคคลทั้งหลาย
ให๎ป๓่นปุวนวุํนวายด๎วยความรัก) เหตุใดจึงรุนแรงตํอนางถึงเพียง
นี้ พระองค๑ทรงมีอานุภาพล๎นเหลือจนใคร ๆ ต๎านทานมิได๎ นาง
เป็นหญิงที่แสนจะแบบบาง นางจะทนทานทํานตํอไปได๎
อยํางไร” นางคร่ําครวญฉะนี้แล๎ว ก็ตะลีตะลานวิ่งไปที่สระน้ํา
เอาน้ํามาชโลมใบหน๎าและลูบตามเนื้อตามตัวสหายของนาง
และพัดวีอยูไํ ปมา นางเอาใบบัวมารองนอนให๎อนงคมัญชรีรู๎สึก
อํอนนุํมเย็นสบาย และวางสร๎อยมุกดาอันเย็นยะเยือกปานหิมะ
ลงบนอกของนาง ทันใดนั้นอนงคมัญชรีก็ลมื ตาขึ้น ใบหน๎าของ
นางนองชุํมไปด๎วยน้ําตาและกลําววํา “เพื่อนเอ๐ย สร๎อยมุกดา
และอื่น ๆ มันก็เย็นดีดอก แตํกเ็ ย็นนอกอกหาได๎เข๎าไปถึง
ภายในไมํ แตํข๎าก็เห็นวําเจ๎ารักข๎าจริง เลยเกิดความคิดวํา เจ๎า

อาจะชํวยความทุกข๑ของข๎าได๎เพียงคนเดียวเทํานั้น เพราะเจ๎า เป็นคนเฉลียวฉลาดและไว๎ใจได๎ คงจะเป็นสื่อชํวยให๎ยอดรักของ ข๎ามาหาข๎าได๎ ถ๎าเจ๎าประสงค๑จะชํวยชีวิตของข๎าจริง ๆ” เมื่อ นางกลําวดังนี้ มาลติกกาก็ตอบสนองด๎วยใบหน๎าอันยิ้มแย๎มวํา “เพื่อนเอ๐ย เวลานี้ก็ใกล๎จะสิ้นคืนแล๎ว เอาเป็นพรุํงนี้เถอะ ข๎าจะ ไปที่บ๎านหนุํมน๎อยนั่น เจรจากับเขาให๎เข๎าใจ แล๎วจะนํายอด ชายของเจ๎ามาพบกับเจ๎าที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ข๎าจะพา เจ๎ากลับบ๎านไปพักผํอนกํอน เตรียมใจไว๎ให๎ดี พรุํงเจ๎าจะได๎สม ความปรารถนา” และตอนเช๎าตรูํวันรุํงขึ้นนั้นเอง มาลติกาก็ กระวีกระวาดออกจากบ๎านไปอยํางเร๎นลับโดยไมํมีใครเห็น ตรง ไปบ๎านของกมลากรทันที ได๎ทราบวําตัวของเขาเองหาได๎อยูํใน บ๎านไมํ แตํลงไปที่สวนแตํเช๎า นางก็ติดตามไปถึงสวนหลังบ๎าน แลเห็นชายหนุมํ นอนอยูํใต๎ต๎นไม๎กาํ ลังกลิ้งเกลือกไปมาบนเตียง ซึ่งปูลาดด๎วยใบบัวอันเย็นชื้น มีอาการกระสับกระสํายถอนใจ ด๎วยความกลัดกลุม๎ อันเป็นผลของความรักอันเรําร๎อนและ .

ทรมานสุดขีด มีสหายคนหนึ่งคอยปรนนิบัติเขาอยูดํ ๎วยความ เป็นหํวง โดยพัดวีด๎วยใบตองที่ตัดมาสด ๆ นางก็กลําวแกํตัวเอง วํา “อาการของหนุํมน๎อยแสดงวําเป็นไข๎ใจเพราะไมํได๎พบเห็น นางผู๎เป็นที่รักของเขากระมังหนอ” คิดได๎ดังนี้นางก็ตัดสินใจจะ แอบดูเหตุการณ๑ตํอไป ระหวํางนั้นเอง สหายของกมลากรก็กลําแกํชายหนุํม วํา “เพื่อนเอ๐ย ลองมองดูรอบ ๆ ตัวของเจ๎าสิ ธรรมชาติในสวน นี้นําเพลินตาเพลินใจนัก ดูแล๎วจะชํวยให๎เจ๎าสบายใจขึ้นบ๎าง อยําทําตัวเป็นคนหมดอาลัยตายอยากอยํางนี้เลย” เมื่อ พราหมณ๑หนุํมได๎ฟ๓งดังนั้นก็กลําวตอบผู๎เป็นสหายวํา “เพื่อน เอ๐ย หัวใจของข๎าถูกอนงคมัญชรีธิดาวาณิชเด็ดเอาไปเสียแล๎ว เดี๋ยวนี้อกของข๎าก็วํางโหวงเหวงไปหมด ข๎าจะเอาจิตใจที่ไหน มารื่นเริงได๎เลํา ยิ่งกวํานี้พระอนงค๑ยังเอาข๎าไปทําแลํงธนูของ พระองค๑อีกเลํา เพื่อนเอ๐ย ถ๎าเพื่อนจะชํวยเพื่อนละก็ ทําให๎ข๎า ได๎พบนางผูเ๎ ป็นยอดหทัยของข๎าทีเถอะ” .

เมื่อได๎ยินพราหมณ๑หนุมํ พูดดังนี้ นางมาลติกาผู๎ซํอน ตัวแอบฟ๓งอยูํก็หายสงสัย มีความยินดียิ่งนัก จึงเผยตัวให๎ ปรากฎ และเดินไปหาชายหนุํมและกลําววํา “จงเป็นสุขเถิด บัดนี้อนงคมัญชรีสํงข๎ามาพบทําน ให๎ชํวยสื่อสารให๎ทํานทราบ วํา ยอดชายที่นางใฝุฝ๓นนั้นคิดถึงนางบ๎างหรือเปลํา เพราะเขาจูํ โจมเข๎ามาเด็ดดวงหัยของนางไว๎ในกํามือ แล๎วหนีนางไปดื้อ ๆ ไมํโผลํหน๎ามาให๎เห็นอีก ก็แปลกดีนะ นางเป็นฝุายที่ถูกทําน ปล๎นเอาหัวใจไป นางกลับขอจํานนตํอทํานทุกอยํางทั้งรํางกาย และชีวิตของนาง ทั้งวันทั้งคืน นางทนทุกข๑เฝูาแตํถอนใจใหญํ และกระสับกระสํายกลิ้งเกลือกตัวไปมา นางต๎อทนทรมาน เพราะพิษแหํงศรรักที่ป๓กอก แตํนางก็เหมือนทรายหลงศร ยอม ตายอยํางเต็มใจเพราะศรรักนั้น น้ําตานางไหลรินไมํขาดสาย พาเอาสีอัญชันที่ทาเปลือกตาพลอยละลายเลอะแก๎มของนาง นําเวทนานัก ฉะนั้นถ๎าทํานต๎องการให๎ชํวย ข๎าจะชํวยให๎ทําน และนางได๎พบกันและสมประสงค๑กันทั้งสองฝุาย” .

เมื่อนางมาลติกากลําวอยํางนี้ กมลากรก็มีใจยินดียิ่ง นัก ตอบนางวํา “โอ๎ แมํนางผู๎ใจบาม ถ๎อยคําของทํานแม๎จะ ปลอบข๎าให๎ชื่นใจ เพราะรู๎วํายอดรักของข๎ารักและคิดถึงข๎า เชํนเดียวกัน แตํข๎าก็ยังเป็นหํวงางยิ่งนัก เพราะรู๎วําข๎าเองทําให๎ นางต๎องเดือดร๎อน และตรอมใจไร๎ความสุขไปด๎วย ในภาวะ เชํนนี้ข๎าก็เห็นแตํแมํนางเทํานั้นที่จะเป็นที่พึ่งของเรา เพราะฉะนั้นทํานเห็นวําควรจะทําอยํางไร ก็ทําตามที่ทําน เห็นสมควรเถิด” ได๎ยินดังนั้นมาลติกาก็ตอบวํา “ถ๎าอยํางนั้นคืน นี้ ข๎าจะพาอนงคมัญชรีลงไปที่สวนขวัญอยํางลับ ๆ เพื่อไปดัก พบทํานที่นั่น ข๎าจะคอยอยูํข๎างนอกและชํวยเปิดประตูให๎ทําน และด๎วยวิธีนี้นางกับทํานก็จะได๎พบกันสมความปรารถนา” เมื่อ มาลติกาแนะแผนดังกลําวอันทําให๎พราหมณ๑หนุํมหน๎ามนเกิด ความหวังดังนั้นแล๎ว นางก็อําลากลับไปแจ๎งให๎อนงคมัญชรี ทราบ ทําให๎นางมีความปลืม้ ใจยิ่งนัก ครั้นเมื่อดวงสูรยะคล๎อยต่ําลง และคํอยหายไปพร๎อม กับสนธยากาล ทําให๎ท๎องฟูาเข๎าสูํความืดแลเห็นดาวสะพรั่ง .

พรายเต็มท๎องฟูาระยิบระยับลําดับนั้น ดวงศศีก็เยี่ยมพ๎นขอบ ฟูาขึ้นมาสํองแสงขาวนวลสกาวแผํซํานไปในวิศวากาศ ดอกบัว กุมุทก็ขยายกลีบเรียวแฉล๎มฉลาต๎อนรับแสงจันทร๑ด๎วยความ ยินดีประดุจจะกลําววํา “ความงามที่จากไปของเหลําบัวในเวลา กลางวัน ได๎กลับมาหาข๎าผู๎เป็นบุปผาราตรีอีกครั้งหนึ่งแล๎ว” ลําดับนั้นกมลากรคนรักของอนงคมัญชรีก็จัดกายแตํงตัวด๎วย อาภรณ๑อันงดงาม เดินไปสูํที่นัดหมายด๎วยหัวใจทีร่ ๎อนรนจน แทบจะคอยตํอไปไมํไหว เมื่อไปถึงประตูสวนของอนงคมัญชรีก็ หยุดคอยอยูํนอกประตู สักครูํหนึ่งมาลติกาก็ยํองมาเปิดประตู สวน พาพราหมณ๑หนุํมเข๎าไปสูํแทํนหินใต๎ต๎นอโศกอันแผํรํมเงา สาขาเป็นที่รมํ รื่น กมลากรก๎าวเข๎าไปเผชิญหน๎ากับนาง พอพ๎น เงาไม๎ แสงจันทร๑อันสวํางก็สํองลงมาอาบรํางดูประดุจรูปสลัก งาช๎าง งามสงําหาที่ติมิได๎ ราวกับพระกามเทพมาปรากฎ พระองค๑เฉพาะหน๎า อนงคมัญชรีผุดลุกขึ้นทันที หัวใจผวาตํอภาพที่เห็น ประหนึ่งวําภาพนั้นเป็นภาพมายาที่มาปรากฎให๎หลงใหลชื่นใจ .

ชั่วขณะ และกําลังจะสลายหายวัดไป นางปราดเข๎ากอดคอเขา ไว๎ ละล่ําละลักวํา “เจ๎าหนีข๎าไปไหน เจ๎าหนีข๎าไมํพ๎นหรอก กมลากรเอํญ เจ๎าจริง ๆ หรือนี่ กมลากร ข๎าไมํได๎ฝ๓นไปดอก หรือ” นางสะอื้นด๎วยความรู๎สึกที่เต็มตื้นสุดระงับ “ไมํนึกเลยวํา ข๎าจะได๎พบเจ๎าอีก ไหนขอดูหน๎าให๎เต็มตาสักนิดซิ” นางกอดเขา ไว๎แนํนด๎วยความสุดเสนํหา เงยหน๎าขึ้นสบตาอันเรียวยาวดั่งคัน ศรพระอนงค๑แวบหนึ่ง พลางซบหน๎าลงกับอกที่ผายผึ่งและ แข็งแกรํงอยํางสิ้นแรง กมลากรรีบประคองไว๎ทันที นางกระซิบ วํา “ใชํแล๎ว เจ๎าเอง กมลากรของข๎า ในที่สุดเจ๎าก็มาหาข๎าจน ได๎” รํางงามดังอัปสรสวรรค๑ของนางทรุดฮวบลง ดวงใจที่อัด แนํนด๎วยความเสนํหาอันลึกซึ้งและร๎อนแรงปานไฟเผา มิอาจะ ทนทานตํอไปได๎ถึงกาลแตกสลาย นางสิ้นใจในวงแขนของเขา ทันที กมลากรตกใจแทบสิ้นสติ ประคองรํางนางอันหาชีวิตไมํ แล๎ววางลงบนพื้น น้ําตานองหน๎าด๎วยความเสียใจสุดซึ้ง กลําว ด๎วยความตกใจวํา “อนงคมัญชรี เจ๎าหนีข๎าไปแล๎วหรือโธํเอ๐ย ทําไมเป็นอยํางนี”้ .

กมลากรก๎มลงมองดูใบหน๎าของนางอันงามผํองปาน พระพักตร๑ของพระป๓ทมาวดี (ป๓ทมาวดี หรือป๓ทมา พระลักษมี ชายาของพระนารายณ๑หรือพระวิษณุ เป็นเทวีแหํงโชคลาภและ ความงาม) พลางจุมพิตและอุ๎มนางขึ้นมากอดไว๎ ร่ําไห๎ด๎วย ความรักและความเสียดายอยํางสุดระงับ ความร๎อนแรงปะทุขึ้น ในอกราวภูผาอัคนีระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ ชายหนุํมทรุดฮวบลงเคียง ข๎างนางและขาดใจตาย เมื่อนางมาลติกาเข๎ามาดูก็เห็นคนทั้งสองกลายเป็นศพ ไปแล๎ว นางตกใจและร่ําไห๎ด๎วยความเสียใจอยํางสุดซึ้ง เพราะ นึกไมํถึงวําอวสานจะมาถึงคูํรักทั้งสองอยํางรวดเร็วเชํนนี้ ราตรี อันยาวนานก็ถึงความสิ้นสุดลงในเวลาใกล๎รุํง ตอนเช๎านั้นเอง ญาติพี่น๎องของทั้งสองฝุายก็มากันพร๎อมหน๎า เมื่อได๎ฟ๓งเรื่องราว ที่เกิดขึ้นจากปากคนทําสวน ก็เกิดความรูส๎ ึกตําง ๆ กัน มีทั้ง ความประหลาดใจ พิศวง เศร๎าโศกเสียใจ และเสียดายอยํางสุด ซึ้ง ตํางก็ตัดสินใจไมํถูกวําจะทําอยํางไรกับศพคนทั้งสอง .

ขณะที่ตะลึงกันอยูํอยํางนั้นเอง มณิวรรมันสามีของอ นงคมัญชรีก็เดินทางมาถึง หลังจากที่ไปเยี่ยมพํอที่เมืองตามรลิ ปติชั่วคราว พอกลับมาถึงบ๎านพํอตาก็่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น มี ความตกใจเป็นล๎นพ๎น รีบวิ่งมาสูสํ วนขวัญทันที มีใบหน๎าอัน นองด๎วยน้ําตา พอมาถึงก็เห็นเมีของเขานอนกอดกับชายอื่น และสิ้นใจตายเสียแล๎ว ก็บังเกิดความเสียใจและเสียดายนาง อยํางสุดซึ้ง หัวใจเขาก็แตกสลายวิน้ ลมปราณในบัดดล ตํอมาไมํ นาน ผู๎คนทั้งหลายจากทุกทิศานุทิศได๎ทราบขําวก็รีบมายังที่ เกิดเหตุ และเบียดเสียดยัดเยียดกันมุงดูด๎วยความประหลาดใจ ขณะนั้นเอง พระแมํเจ๎าจัณฑีอันสถิตเป็นประธานในเา ลัยของเศรษฐี ที่สร๎างไว๎เป็นทีสักการะสํวนตัวก็ก๎าวลงจากแทํน และปรากฎพระองค๑ให๎ประจักษ๑แกํสายตาของทุกคนในที่นั้น พร๎อมด๎วยคณะเทพบริวาร ญาติผใู๎ หญํผู๎หนึ่งของตระกูล จึงก๎ม ลงกราบทูลวํา “ข๎าแตํพระเทวีผู๎ทรงศักดิ์ เศรษฐีวาณิชผู๎เป็น บิดาของนางอนงคมัญชรีชื่อ อรรถทัตต๑ ได๎สร๎างเทวาลัยในสวน นี้เพื่อถวายแกํพระแมํเจ๎า และเขามีความศรัทธาตํอพระแมํเจ๎า .

ด๎วยใจภักดีไมํมเี สื่อมคลาย ขอพระองค๑ทรงชํวยให๎เขาพ๎น วิกฤตกาลวันนี้ด๎วยเถิดพระเจ๎าข๎า” เมื่อพระเทวีผู๎เป็นศิวชายา และเป็นนาถะของคนทั้งหลาย ได๎ยินคําของร๎องและเสียงสวด อ๎อนวอนของเหลําคณะเทพก็มีพระทัยเมตตายิ่งนัก ทรง ประพรมน้าํ ทิพย๑บนรํางของคนทั้งสาม ทําให๎ฟื้นคืนสูํความมี ชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ตํางก็มีอาการเหมือนคนตื่นจากความฝ๓น เหลียวมองหน๎ากันอยํางไมํเข๎าใจวําเกิดอะไรขึ้น พระเทวีจึงตรัส วํา “จงได๎สติดเถิด เจ๎าผู๎เป็นมรรตัยชนทั้งสาม เหตุที่เกิดขึ้นครั้ง นี้เป็นการกระทําของพระกามเทพผู๎ทรงศรอันมีพิษร๎ายกาจ ใครเลําจะอาจต๎านทานบุษปศรของพระมันมถะได๎ บัดนีเ้ ราได๎ ให๎สติสมั ปชัญญะคืนแกํเจ๎าแล๎ว พิษรักเป็นอันสิ้นสูญ เจ๎าจง รู๎จักฐานะอันแท๎จริงของเจ๎าเถิด กมลากรจงกลับไปบ๎านของเจ๎า จงลืมเสียให๎หมดวําเจ๎าได๎กระทําอะไรลงไป อนงคมัญชรีก็ เชํนเดียวกัน จงลืมเหตุการณ๑ครั้งนี้เสีย แล๎วจงรักภักดีตํอสามี ของเจ๎า เพราะเขาได๎พสิ ูจน๑ให๎เห็นแล๎ววํา เขารักเจ๎ายิ่งกวําชีวิต ของเขาเสียอีก ข๎าขอให๎พรแกํเจ๎าทั้งสองจงมีความสุข ในความ .

รักของเจ๎าตลอดไปเถิด” สิ้นเทวดํารัสรํางของพระจัณฑีกห็ าย วับกลับไปสูํเทวาลัยตามเดิม เมื่อเวตาลเลํานิทานของตนจบลงในระหวํางการ เดินทางแล๎ว ก็ตั้งป๓ญหาถามพระเจ๎าตริวิกรมเสนวํา “โอ ราชะ ทรงตอบข๎าสิวํา ในจํานวนคนที่ตายเพราะความรักทั้งสามคน นั้น คนไหนเลําที่มีความรักอันแท๎จริงยิ่งกวําคนอื่น ๆ อยําลืม นะพระเจ๎าข๎า แม๎รู๎แล๎วไมํตอบ พระเศียรจะต๎องแตกเป็นเสี่ยง ๆ แนํ ๆ” เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งป๓ญหาของเวตาลเชํนนี้ก็ตรัสตอบ วํา “ข๎าเห็นวํา มณิวรรมันนําจะเป็นคนที่มีความรักแท๎จริงมาก ที่สุด เพราะความรักของอนงคมัญชรีกับกมลากรเป็นความรัก แบบคนตาบอด ไมํมีเหตุผล และไมํมีความละอาย จะเรียกวํา เป็นความรักที่เห็นแกํตัวของคนสองคนนั้นก็ได๎ สํวนมณิวรรมัน นั้นมีความรักอนงคมัญชรีอยํางแท๎จริง เพราะเมื่อเขาเห็นนางผู๎ เป็นภรรยาของเขานอนตายในอ๎อมกอดของชายอื่น เขาก็มิได๎ ตําหนินางหรือโกรธนาง เพราะเขามิได๎เห็นวําคนทั้งสองกําลัง หลูํเกียรติของเขาเลยแม๎แตํน๎อย เขาทนได๎เพราะรักนางอยําง .

แท๎จริง เขามิได๎เห็นวําใครจะมีคาํ สําหรับเขายิ่งไปกวํานาง และ ด๎วยความรักความเสียดายนางเป็นล๎นพ๎นทําให๎เข๎าต๎องตายลง ด๎วยความรัก ดังนั้นมณิวรรมันจึงควรนับได๎วาํ เป็นผูม๎ ีความรัก อยํางแท๎จริงในกรณีน”ี้ เมื่อพระราชาตรัสเฉลยดังนี้ เวตาลเจ๎าเลํห๑กไ็ ด๎โอกาส หายวับกลับไปสูํถิ่นพํานักของตนด๎วยความสะใจ ทําให๎พระเจ๎า ตริวิกรมเสนต๎องเสด็จกลับไปตามทางเดิมเพื่อเอาตัวมันกลับมา อีกครั้งหนึ่ง .

นิทานเรื่องที่ ๒๒ พระราชาตริวิกรมเสนเสด็จกลับไป ทรงดึงรํางเวตาล ลงมาจากยอดอโศกวางไว๎บนอังสาของพระองค๑ แล๎วทรงนิ่ง เงียบ เวตาลจึงแหยํวํา “นฤบดี ข๎ามีนิทานสนุกตื่นเต๎นกวําเรื่อง กํอน ๆ เสียอีก รับรองวําจะต๎องทรงชอบแนํ ๆ เรื่องมีดังนี้” ในสมัยบรรพกาล มีกษัตริย๑องค๑หนึ่งทรงพระนามวํา ธรณีวราหะ ทรงปกครองนครปาฏลิบุตร ซึ่งมีพราหมณ๑อาศัย อยูํมาก พระราชาทรงอนุเคราะห๑แกํพราหมณ๑ทั้งหลายเป็น พิเศษ เรียกวํา พรหมสถล และในนครนั้นเองมีพราหมณ๑อีกผู๎ หนึ่งชื่อ วิษณุสวามิน พราหมณ๑ผู๎นมี้ ีภรรยาผู๎หนึ่งซึ่งเหมาะสม กับเขาเป็นพิเศษ ราวกับเครื่องสังเวยเหมาะกับไฟฉะนั้น จําเนียรกาลผํานไป สองสามีภรรยามีบุตรชายด๎วยกันสีค่ น ตํอมาบุตรทั้งสี่เติบใหญํเป็นหนุมํ และศีกษาพระเวททั้งสี่เจนจบ อยูํมามินานบิดาก็ไปสวรรค๑ และมารดาก็ตามไปในเวลาถัดมา .

สํวนพราหมณ๑หนุํมทั้งสีเ่ มื่อสิ้นบิดามารดาแล๎วก็ อ๎างว๎างว๎าเหวํด๎วยไร๎ที่พึ่ง มีญาติใกล๎ชิดก็ถูกเขาโกงเอาทรัพย๑ สมบัตไิ ปหมด ทั้งสี่คนจึงปรึกษาหารือกันวํา “บัดนี้เราก็ยากจน สิ้นไร๎ไม๎ตอกอยํางน๎ จะทนอยูํตํอไปได๎ไฉน พวกเราควรจะไปพึ่ง ญาติฝุายแมํของเราที่หมูํบ๎านยัชญสถลดีกวํา” ตกลงพร๎อมกัน ดังนี้แล๎ว ก็เดินทางไปพบผู๎เป็นตาที่หมูํบ๎านนั้น แตํปรากฎวําตา ตายไปแล๎ว เหลือแตํลุง ๆ ทั้งหลายผู๎เป็นบุตร ซึ่งพวกเขาก็ ชํวยเหลือตามมีตามเกิด ให๎ที่พักและอาหารกินตามสมควร พราหมณ๑ทั้งสี่มาอยูํบ๎านผู๎เป็นลุงแล๎ว วัน ๆ ก็มิได๎ชํวยทําอะไร นอกจากอํานพระเวทเพียงอยํางเดียว ตํอมามินาน ลุงก็เริ่ม รังเกียจเพราะเห็นพวกเขาเป็นคนอนาถาไมํมีประโยชน๑อะไรที่ จะเลีย้ งดูตํอไปให๎เปลืองข๎าวเปลืองน้ํา จึงพากันละเลยไมํ เอื้อเฟื้อข๎าวปลาอาหารเครื่องนุํงหํมและป๓จจัยอื่น ๆ อีก พราหมณ๑ทั้งสี่เมื่อประสบกับความไมํอาลัยไยดีก็ช้ําใจวําญาติกา ไมํดูแล จึงประชุมกันลับ ๆ เพื่อหาทางอยูํรอด ขณะนั้นพี่ชาย คนโตก็ออกความเห็นของตนวํา “เราจะนิ่งงอมืองอเท๎าตํอไป .

ไมํได๎แล๎ว ใครมีความเห็นจะให๎ทําอะไรก็จงเสนอมาเถิด แตํถ๎า ยังคิดมิออก ข๎าก็จะเลําอะไรที่ข๎าไปพบเห็นมา เผื่อพวกเจ๎าจะ ได๎อาศัยเป็นแนวทางพิจารณาตํอไป ข๎ารู๎ดีแล๎ววําชะตากรรม เป็นเพียงสิ่งที่ใคร ๆ จักหลีกเลี่ยงมิได๎ มันกําหนดทุกสิ่งในโลกนี้ ทั้งเวลาและสถานที่ตามครรลองของมัน ข๎าจะเลําให๎ฟ๓งวํา วันนี้ ข๎าออกไปเดินเลํนนอกบ๎านเพราะรู๎สึกกลุม๎ ใจเต็มที เมื่อข๎าเดิน ผํานปุาช๎าในปุานอกเมือง ก็เห็นชายคนหนึ่งนอนตายอยูํพื้นดิน มีแขนขาทอดออกไปคนละทิศละทาง เมื่อตอนที่ข๎าแลเห็นเขา ข๎าก็เกิดความอิจฉาเขา และข๎าพูดแกํตัวเองวํา ชายคนนี้ชําง โชคดีนี่กระไร ได๎นอนพักผํอนอยํางสบาย เพราะเขาหมดสิ้น ภาระอันแสนเข็ญในโลกนี้แล๎ว เมือ่ ข๎ารําพึงอยํางนี้ก็เกิด ความคิดแวบขึ้นมาในสมองวํา ข๎าควรจะตายอยํางเขาบ๎าง เมื่อ คิดดังนี้ข๎าก็เตรียมจะผูกคอตาย จึงหาเชือกมาเส๎นหนึ่งทําบํวง คล๎องคอผูกติดกับต๎นไม๎ต๎นหนึ่ง แล๎วปลํอยตัวลงมาห๎อยโตงเตง อยูํกลางอากาศ ข๎าถูกเชือกรัดคอแนํนจนทําให๎ใกล๎ะจหมดสติ และกําลังตาเหลือกตาปลิ้นอยูํนั้น ข๎าก็รู๎สึกวําชีวิตยังไมํยอม .

ออกจากรําง ข๎าก็ดิ้นสุดฤทธิ์จนเชือกขาด ทําให๎ข๎าหลํนตุ๎บลง บนพื้นดิน ตํอมามิช๎าข๎าก็เริ่มฟื้นคืนสติ ลืมตาขึ้นเห็นชายใจดีผู๎ หนึ่ง กําลังพัดวีข๎าอยูํด๎วยเสื้อของเขา เขากลําวแกํข๎าวํา “สหาย เอ๐ย ทํานก็เป็นคนฉลาดคนหนึ่ง เหตุไฉนจึงยอมจํานนตํอชะตา เอางําย ๆ อยํางนี้เลํา ทํานควรจะรู๎วําความสุขนั้นเกิดจากการ กระทําความดี และความทุกข๑เกิดจากการทําชั่ว นี่คือสาเหตุที่ ทําให๎เกิดทุกข๑และสุขโดยแท๎ ถ๎าหากความกลุ๎มใจของบทําน เกิดจากความทุกข๑ ทางแก๎ก็คือจงเรํงกระทําความดีเสียแตํบดั นี้ ข๎านึกไมํถึงเลยวําทําไม ทํานถึงโงํเขลาจนถึงกับฆําตัวตายอยําง นี”้ ด๎วยคําพูดปลอบใจของชายผู๎นั้นทําให๎ข๎าตาสวํางขึ้น สํวนชายที่ข๎าไมํรู๎จักชื่อผู๎นั้นเห็นวําหมดธุระกับข๎าแล๎วก็เดินทาง จากไป สํวนข๎าก็ตัดสินใจเด็ดขาดไมํคิดจะทําอัตวินิบาตกรรม อีกตํอไป เพราะฉะนั้นพวกเจ๎าก็คงจะเห็นแล๎วสิ วําถ๎ายังไมํสิ้น กรรม การที่คดิ จะยุตผิ ลของกรรมโดยฆําตัวตาย ก็ไมํมีทาง สําเร็จ บัดนี้ข๎าติดสินใจแล๎ววํา ข๎าจะจาริกแสวงบุณย๑ไป .

นมัสการแมํน้ําศักดิส์ ิทธิ์ทั้งหลาย แล๎วจากนั้นข๎าก็จะบําเพ็ญ ตบะอยํางยิ่งยวด เพื่อข๎าจะได๎บรรลุมรคผลอันสูงสุด ไมํกลับมา สูํชีวิตอันทรมานเชํนนี้อีกตํอไป” เมื่อพี่ชายใหญํกลําวเชํนี้ น๎องชายคนรองก็กลําวขึ้น วํา “ทํานพี่ที่เคารพ ทํานก็เป็นคนฉลาดหลักแหลม ไฉนจึงเป็น ทุกข๑เป็นร๎อนนักหนา เพียงสาเหตุนิดเดียวคือความจนเทํานั้น พี่ไมํรู๎หรือวํา ความมั่งมีนั้นก็เฉกเชํนเมฆที่ลอยผํานไปในฤดู สารท (ฤดูใบไม๎รํวง) ใครบ๎างเลําทีจ่ ะรักษาทรัพย๑ไว๎ได๎ตลอด กาล หรือสามารถทําให๎หญิงเจ๎าเลห๑หยุดมายาสาไถยได๎ ดังนั้น คนฉลาดพึงพิจารณาความมั่นคงจริงใจในทุก ๆ สิ่ง และเราควร แสวงหาสิ่งนี้เทํานั้น” พี่ชายหใญํเมื่อได๎ฟ๓งถ๎อยคําของน๎องก็นิ่ง อยูํ ในที่สุดทั้งสี่คนก็แยกทางไปแสวงหาคําตอบ และนัดพบกัน ในภายหน๎าที่จุด ๆ หนึ่ง เมื่อแยกทางกันไปนั้นคนหนึ่งไปทิศ ตะวันออก ตะวัน ตก เหนือและใต๎ .

เวลาผํานไป ในที่สุดชายทั้งสี่กลับมาเจอหน๎ากันอีก ครั้งที่สถานที่นัดพบซึ่งตกลงกันไว๎ และถามซึ่งกันและกันวําใคร ไปเรียนรู๎อะไรมาบ๎าง ชายคนหนึ่งตอบวํา “ข๎าได๎เรียนรู๎มายา ศาสตร๑อันเร๎นลับ คือถ๎าข๎าได๎พบกระดูกแม๎น๎อยชิ้นของสัตว๑ใดก็ ตาม ข๎าก็จะสามารถทําให๎เกิดเป็นเนื้อของสัตว๑ชนิดนั้นขึ้นมาได๎ ทันที” ชายอีกคนหนึ่งเมื่อได๎ฟ๓งถ๎อยคําของชายคนแรกก็กลําว วํา “เมื่อใดที่ข๎าเห็นเนื้อสัตว๑เกิดขึ้นมาติดกระดูก ข๎าก็จะ สามารถทําให๎เกิดหนังและขนของสัตว๑นั้นได๎ทันทีเหมือนกัน” ชายคนที่สามได๎ยินก็กลําววํา “ถ๎าข๎าได๎เห็นหนังและขนของสัตว๑ นั้น ข๎าก็จะสร๎างแขนขาของมันขึ้นมาได๎ชั่วพริบตาเดียว” ชาย คนที่สี่เมื่อได๎ฟ๓งคําพูดของสามคนโอ๎อวดวิชาดังนั้นก็พูดวํา “เมื่อกระดูก เนื้อ หนัง ขน และแขนขาของสัตว๑ที่ตายแล๎วตัว นั้นบังเกิดขึ้นครบถ๎วน ข๎าก็สามารถทําให๎สัตว๑นั้นมีชีวิตขึ้นมา ได๎” เมื่อตํางก็กลําวโอ๎อวดความสามารถของตนดังนั้น แล๎ว ทั้งสี่คนก็แยกย๎ายกันเข๎าปุา เพื่อเสาะหากระดูกสัตว๑มา .

ทดลองดังที่พูดกันไว๎ ปรากฎวําคนเหลํานั้นได๎พบกระดูก ชิ้นสํวนของสิงโตเข๎าชิ้นหนึ่ง ก็หยิบเอาไปโดยหารู๎ไมํวําเป็น กระดูกของสัตว๑ชนิดใด เมื่อเอาไปแล๎วชายคนแรกก็เสกมนตร๑ ทําให๎เกิดเนื้อขึ้นมาหุม๎ กระดูกอยํางถูกต๎อง ชายคนที่สองก็รําย มนตร๑ประจุหนังและขนลงไปตามตําแหนํงของมัน ชายคนที่ สามทําให๎เกิดอวัยวะแขนขาขึ้น และคนที่สี่กร็ ํายมนตร๑ทําให๎มัน มีชีวิตขึ้น สิงโตก็ลุกขึ้นผงาดและคํารามด๎วยเสียงอันดัง แสดง พลังของไกรสรสีหราชผู๎เป็นราชาแหํงสัตว๑ทั้งหลาย ปากของมัน อ๎ากว๎างให๎เห็นฟ๓นและเขี้ยวอันแหลมคม และเหยียดเท๎าออก แสดงให๎เห็นกรงเล็บอันแหลมคมในอุ๎งเท๎าทั้งสี่ ในชั่วพริบตา นั้นเองมันก็กระโจนเข๎าใสํสี่ชายพีน่ ๎องและฆําตายหมดทุกคน แล๎วก็เดินเลียลิ้นหายเข๎าปุาไป นี่แหละจะเห็นได๎วํา ถึง พราหมณ๑ทั้งสี่จะมีวิทยาการอันเลิศถึงกับชุบชีวิตสัตว๑ขึ้นจาก กองกระดูกได๎ แตํความโงํเงําในสันดานทําให๎เขาไปชุบชีวิตสิงโต แลเจ๎าปุานั้นก็ไมํรู๎จักวําความกตัญ๒ูคืออะไร มันจึงขย้ําเขาเสีย .

อยํางดุร๎าย เหมือนมัจจุราชมาครําชีวิตอยํางไร๎ความเมตตา ฉะนั้น ดังนั้นจะเห็นได๎วําโชคชะตานันกําหนดชีวิตและความ เป็นไปให๎แกํมนุษย๑ บางครั้งแม๎มนุษย๑จะประสบผลสําเร็จใน กิจการที่ต๎องลงทุนด๎วยความพากเพียรบากบั่นแทบล๎มประดา ตาย แตํชะตากรรมกลับอนวยผลให๎แกํเขาด๎วยความเจ็บปวด แม๎กระทั่งนําความตายมาให๎ในทีส่ ดุ เมื่อเวตาลซึ่งนั่งสบายอยูํบนพระอังสาของพระเจ๎าตริ วิกรมเสนเลําเรื่องจบลงระหวํางเดินมาตามทางในราตรีนั้น ก็ พูดขึ้นวํา “ราชะ ในบรรดาชายสี่คนที่เลํามานัน ใครเป็นผูผ๎ ิดที่ สร๎างสิงโตตัวนั้นขึ้นมา ทําให๎ผู๎อื่นรวมทั้งตัวเองต๎องถูกฆําตาย หมด โปรดบอกข๎ามาเร็ว ๆ และอยําลืมกติกาวําถ๎ารู๎แล๎วไมํ ตอบอะไรจะเกิดขึ้น” เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งเวตาลกลําวดังนั้นทรง รําพึงวํา “อ๎ายผีตัวนี้ อยากจะให๎ข๎าพูดเพื่อทําลายความเงียบ และถือโอกาสหนีไปตามเคย แตํชาํ งเถอะข๎ายินดีจะไปลากตัว .

มันกลับมาเอง” หลังจากที่ทรงตัดสินพระทัยแล๎ว ก็ตรัสแกํ เวตาลวํา “ชายคนหนึ่งในหมูํชายทั้งสี่นั้น ผู๎ซึ่งรํายมนตร๑ให๎สิงโต มีชีวิตขึ้นมานั่นแหละที่เป็นคนผิด เพราะคนอื่นอีกสามคนนั้น เพียงแตํรํายมนตร๑ขึ้นเพื่อให๎เกิดเนือ้ หนัง ขน และแขนขา โดย ไมํรู๎วําตนกําลังสร๎างสัตว๑ชนิดใดขึน้ มา ดังนั้นพวกเขาจึงไมํใชํผู๎ ผิด เพราะเขาเพียงแตํโงํเขลาตามสันดานเทํานั้น แตํชายคนนี้ (คือคนที่สี่) เขารู๎และเห็นอจูํแล๎ววํามันเป็นสัตว๑อะไร กลับไปให๎ ชีวิตมัน โดยจะอวดวิชาของตนเทํานั้น เขาจึงผิดเต็มประตู เพราะเป็นต๎นเหตุแหํงความตายของทุกคน” เวตาลเมื่อได๎ฟ๓งคําตอบจากพระราชาดังนั้น ก็หายวับ ไปจากพระอังสาของพระองค๑ด๎วยมายาเวทที่ตนชํานิชํานาญ และกลับไปอยูํบนต๎นอโศก ทําให๎พระเจ๎าตริวิกรมเสนต๎องเสด็จ กลับไปเอาตัวมันกลับมาอีกครั้งหนึ่ง .

นิทานเรื่องที่ ๒๓ ครั้นแล๎ว พระราชาตริวิกรมเสนก็เสด็จกลับไปทางเดิม ถึงต๎นอโศกก็ดึงตัวเวตาลกลับลงมา แม๎มันจะแปลงตัวร๎อยอยําง พันอยํางเพื่อตบตาพระองค๑ แตํในที่สุดก็ยอมแพ๎ พระราชาจับ มันพาดพระอังสาแล๎วเสด็จไปตามทาง ทรงนิ่งเงียบไมํตรัสอะไร เลย ในที่สุดเวตาลก็เป็นฝุายพูดขึน้ เองวํา “โอ ราชะ ถ๎าจะวําไป ธุรกิจสํวนพระองค๑ที่จะต๎องทําก็ยงั มาไมํถึง แม๎จะต๎องทรง พากเพียรอีกมาก อยํากระนั้นเลย ข๎าจะเลํานิทานดี ๆ ให๎ฟ๓งสัก เรื่องหนึ่งจะได๎หายเหนื่อย” ในแคว๎นกลิงคะ มีเมืองหนึ่งชื่อโศภาวดี สวยงามราว กับนครอมราวดีของท๎าวศักระ อันเป็นที่อาศัยของผู๎ชอบธรรม ทั้งหลาย เมืองนี้มีกษัตริย๑ชื่อประทยุมน๑ปกครองอยูํ พระองค๑ เป็นผู๎กล๎าหาญและเป็นชายชาตรีเหมือนดังเทพประทยุมน๑ (ประทยุมน๑ – โอรสคนสําคัญของพระกฤษณะ (นารายณ๑อวตาร ปางที่ ๘) กับนางรุกมิณี ถือกันวํามีรูปโฉมงดงามยิ่งกวําชาย .

ทั้งหลายในโลก เพราะพระกามเทพกลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย๑ หลังจากที่ถูกพระศิวะเผาไหม๎เป็นจุณจนไมํมรี ูปรํางมาช๎านาน แตํในที่สุดพระศิวะมีความสงสารนางรตี ชายาของกามเทพที่ พลัดพรากสามีและมีความเศร๎าโศกนําสงสาร พระมหาเทพจึง อนุญาตให๎กามเทพไปเกิดเป็นโอรสของพระกฤษณะ สํวนนางร ตีลงมาเกิดเป็นนางมายาวตี ได๎เป็นชายาของพระประทยุมน๑ ตํอมาพระประทยุมน๑ได๎ชายาใหมํชื่อนางกกุทมตี และโอรส ด๎วยกันชื่ออนิรุทธิ์) ซึ่งเป็นต๎นกําเนิดแหํงพระนามของพระองค๑ ถ๎าจะค๎นหาสิ่งซึ่งเรียก วําความชั่วแล๎วไซร๎ก็เห็นจะเป็นไปได๎ เพียงชื่อของยุคสมัย (กลียุค) เทํานั้นเอง สํวนหนึ่งของพระนครโศภาวดีนี้เป็นเขตที่ พระราชทานให๎เป็นหมูํบ๎านพราหมณ๑โดยเฉพาะ เรียกวํา ยัชญ สถล ฉะนั้นที่ชุมนุมพราหมณ๑แหํงนี้จึงคลาคล่าํ ไปด๎วยผูร๎ ู๎ ทั้งหลาย ที่หมูํบ๎านยัชญสถลนีเ้ อง มีพราหมณ๑มหาศาลผู๎ ชํานาญพระเวททั้งสี่ มีนามวํา ยัชญโสม เขาเป็นผู๎ที่ทําพิธี สังเวยไฟเป็นประจําเพื่อสวัสดิมงคลของผู๎มาเยือนและเพื่อ .

สังเวยทวยเทพทั้งปวง ยัชญโสมผูน๎ ี้มีชีวิตลํวงวัยหนุํมมาช๎านาน จนมีอายุมากจึงได๎บุตรชายคนหนึง่ สมใจจากนางผู๎เป็นภริยาที่ดี พร๎อม เขาจึงถือวําบุตรของเขากับนางได๎รับพรจากพระผู๎เป็น เจ๎าโดยแท๎ เด็กชายผู๎นั้นจําเริญวัยขึ้นในบ๎านของบิดา เป็นที่รัก ดังดวงใจของพํอแมํ ทํานบิดาจึงตั้งชื่อให๎วํา เทวโสม จําเนียร กาลตํอมาเด็กหนุมํ อายุได๎สิบหกปี มีความรู๎ในพระเวทและศิลป ศาสตร๑ตําง ๆ ทําให๎ได๎รับความยกยํองจากคนทั้งหลายเป็นอัน มาก แตํแล๎วจูํ ๆ เด็กที่นํารักคนนีก้ ็สิ้นชีวิตโดยกะทันหันด๎วยไข๎ ชนิดหนึ่ง ทําให๎พํอแมํเสียใจดังจะตายตามไปด๎วย เฝูาแตํกอด รํางบุตรชายอันหาชีวิตไมํแล๎ว ร่ําไห๎เพียงใจจะขาดรอน ทั้งสอง คนเก็บศพลูกชายไว๎ช๎านานโดยไมํยอมให๎ใครเอาไปเผา ดังนั้นพราหมณ๑ผู๎เฒําผู๎แกํในหมูํบ๎านนั้นก็มาประชุม กัน และกลําวให๎สติแกํพราหมณ๑สามีภรรยาคูํนั้นวํา “แนํะ พราหมณ๑ ทํานควรจะมีสติพิจารณาวํา ไมํมีปาฏิหาริย๑ใด ๆ หรอกที่จะชํวยให๎เขามีชีวิตกลับคืนมาอีก ปาฏิหาริย๑ เชํนเดียวกับฟองบนผิวน้ํา แลดูเหมือนจะมีแกํนสาร แตํมันก็ .

แตกงําย แล๎วก็ไมํเหลืออะไรเลยนอกจากอากาศธาตุ จงดูเยีย่ ง กษัตริย๑มหาศาลผู๎ทรงเดชานุภาพ มีกองทหารเต็มโลก ใคร ๆ ก็ สยบด๎วยความกลัวเกรง กษัตริยโ๑ งํเขลาเหลํานั้นเสวยความสุข อยูํตลอดเวลาที่มีชีวิตอยูํในโลก แล๎วยังหลงวําตนเองจะได๎ กลายเป็นอมตะอีกเลํา สุขสําราญอยูํในวังอันวิจิตร นั่งนอนบน เตียงประดับไปด๎วยแก๎วมณี มีแตํเสียงดนตรีประโคมกลํอม อยํางไพเราะเสนาะหู แตํพอตายลง มีอะไร เขาก็เอารํางของ จอมราชันนั้นอาบน้ํา เอาประทิ่นของหอมเชํนผงจันทน๑ชะโลม ลูบไล๎ นอนสงบนิ่งอยูํบนบรรจถรณ๑ มีนางร๎องไห๎ขับเสียงแสดง โศกาดูรเพียงจิตใจจะแตกสลาย แล๎วหลังจากนั้นก็ถูกเขายกรํง ไปตั้งบนจิตกาธาน จุดไฟเผามอดไหม๎ไปเหลือแตํกระดูกและ อังคาร คนทั้งหลายก็มสี ภาพอยํางเดียวกันนี้แหละ ไมํมี ปาฏิหาริย๑ใด ๆ จะชํวยใครให๎ฟื้นคืนชีพได๎หรอก ไมํมีใครหนี ความตายได๎ แล๎วตัวทํานจะเอาแตํกอดศพคร่ําครวญอยูํไย” คน อื่น ๆ อีกหลายคนก็กลําวเตือนสติสองผัวเมียด๎วยคําพูดคล๎าย ๆ กันนี้ .

บรรดาญาติพี่น๎องเห็นวําสองผัวเมียคํอยได๎สติแล๎วก็ คํอยดึงรํางพราหมณ๑ทั้งสองออกจากการกอดรัดลูกชาย จัดการ แตํงศพให๎เรียบร๎อย นําขึ้นแครํตรงไปยังสุสาน ตั้งศพบน จิตกาธานเพื่อจุดไฟเผา ในเวลาดังกลําวนั้นเอง ปรากฎวํามี นักบวชประเภทปาศุบตผูห๎ นึ่ง ตั้งอาศรมอยูํในบริเวณสุสานนั้น นักพรตผู๎นี้เป็นผู๎ชํานาญในมายาศาสตร๑คนหนึ่ง มีชื่อวํา วาม ศิวะ รํางกายเหีย่ วยํนด๎วยเส๎นเอ็นปูดระเกะระกะ อันเกิดจาก ชราภาพและบําเพ็ญตบะทรมานรํางกายมาช๎านาน รํางกายถูก ชะโลมด๎วยขี้เถ๎าจากที่เผาศพจนดูขาวโพลนไปหมด มีมวยผม ขมวดมุํนบนศีรษะ ภาพลักษณ๑ทั้งหมดดังกลําวนี้ทําให๎วามศิวะ ดูเหมือนพระศิวะจริง ๆ ฤษีนั่งเลํนอยูํในอาศรม พอได๎ยินเสียง ผู๎คนร๎องไห๎คร่ําครวญอยูไํ กล ๆ ในปุาช๎า จึงกลําวแกํศิษย๑ที่ อาศัยอยูํด๎วยกันวํา “เฮ๎ย ลุกขึ้น ลองออกไปดูซิวําเสียงนั่นมา จากไหน รีบไปเร็ว ๆ แล๎วกลับมารายงานข๎า การณ๑ปรากฎวํา ศิษย๑ที่อาจารย๑เรียกไปใช๎นั้นเป็นคนที่ถือมั่นในปฏิญญาวําจะ เสพอาหารก็แตํเฉพาะบิณฑบาต มาได๎เทํานั้น ตัวศิษย๑คนนี้เป็น .

คนโงํและเป็นคนชั่ว เยํอหยิ่งหลงตัวเองจองหองวําตนมีฌาน รู๎ เวทมนตร๑มายาศาสตร๑และอื่น ๆ ในประเภทเดียวกัน ขณะที่ อาจารย๑เรียกตัวมาใช๎ เขากําลังอารมณ๑ไมํดี หงุดหงิดพาลรีพาล ขวางเพราะอาจารย๑ชอบหาเรื่องดําเขาบํอย ๆ ดังนั้นเมื่อ อาจารย๑ใช๎เขาคราวนี้อีก เขาจึงตอบไปวํา “ข๎าไมํไป ทํานไปเอง สิ เพราะเวลาบิณฑบาตของข๎าเหลือน๎อยเต็มที ข๎าจะต๎องรีบ ไป” เมื่ออาจารย๑ได๎ฟ๓งดังนั้น ก็กลําววํา “เจ๎านี่มันนําดําเสียจริง ๆ โงํเงําและเห็นแกํกินเป็นเรื่องใหญํ เวลานี้ก็เพิ่งผํานไปครึ่ง ยามเทํานั้น จะวําถึงเวลาบิณฑบาตแล๎วอยํางไร” เมื่อศิษย๑ชั่วได ยินดังนั้นก็โกรธมากกลําววํา “คนอยํางเจ๎ามันก็นําดําเหมือนกัน อ๎ายแกํสกปรก ข๎าไมํใชํลูกศิษย๑ของเจ๎าอีกแล๎ว และเจ๎าก็ไมํใชํ ครูของข๎าอีกตํอไป ข๎าจะไปอยูํที่อื่น เจ๎าจงถือบาตรของเจ๎าไป ภิกขาจารเองเถอะ” เมื่อกลําวดังนีแ้ ล๎วก็ลุกไปหยิบไม๎เท๎าและ บาตรมาวางตรงหน๎าอาจารย๑แล๎วก็เดินจากไป ฝุายฤษีเมื่อลูกศิษย๑หนีไปแล๎ว ก็เดินไปหัวเราะไป และ เดินทางมาถึงสถานที่เผาศพบริเวณสุสาน ก็เห็นศพพราหมณ๑ .

หนุํมนอนอยูํบนกองฟืนเตรียมจะจุดไฟเผา ฤษีเฒําผูม๎ ีมนตร๑ วิเศษก็เกิดความคิดวําตนจะเข๎าสิงรํางเด็กหนุํมเพื่อละรํางชรา นําเกลียดของตนกลับไปเป็นหนุํมอีกครั้งหนึ่ง คิดฉะนี้แล๎วก็ หลบออกไปด๎านหนึ่งแล๎วเปลํงเสียงร๎องไห๎ดัง ๆ หลังจากนั้นก็ กระโดดโลดเต๎นอยํางมีความสุข ตํอจากนั้นฤษีเฒําผู๎ต๎องการจะ เป็นหนุํมอีก ก็ละรํางของตนและรํายมนตร๑วิเศษเข๎าสิงรํางเด็ก หนุํมในบัดดล ทันใดนั้นรํางของเด็กหนุํมซึ่งนอนอยูํบนกองฟืน ในจิตกาธาน ก็ขยับรํางและลุกขึ้นนั่งพร๎อมกับอ๎าปากหาวนอน เมื่อบรรดาญาติและคนทั้งหลายที่รายล๎อมอยูํ ณ ที่นั้นแลเห็นก็ พากันสํงเสียงตะโกนกึกก๎องวํา “ไชโย เขาฟื้นแล๎ว เขาฟื้นแล๎ว” ฝุายนักบวชเจ๎าเลํห๑ ผูเ๎ ป็นหมอผีอาคมฉมัง ได๎เข๎าสิง พราหมณ๑หนุํมเรียบร๎อยแล๎ว ไมํต๎องการที่จะละศีลของตน (เพราะตนเป็นนักพรตอยูํ) จึงประกาศแกํคนทั้งหลายวํา “เมื่อ ข๎าเพิ่งตายลง ข๎าละโลกนี้ไปสูํปรโลก องค๑พระศิวะได๎มาชํวยให๎ ข๎ากลับคืนชีวิตอีกครั้ง และพระองค๑ตรัสแกํข๎าวํา พระองค๑มี พระประสงค๑ให๎ข๎าถือศีลบําเพ็ญพรตอยํางพวกนักบวชปาศุบต .

บัดนี้ข๎าจะต๎องไปสูํที่อันวิเวก เพื่อบําเพ็ญพรตดังกลําว หาไมํ แล๎วชีวิตข๎าจะอยูสํ ืบไปมิได๎ ดังนั้นข๎าจะต๎องจากพวกเจ๎าไป แล๎ว” กลําวแกํบรรดาผูม๎ าชุมนุม ณ ที่นั้นแล๎ว นักพรตผู๎ ตัดสินใจเด็ดขาด ก็ละคนทั้งหลายให๎กลับไปบ๎านของตน ตัวเอง บังเกิดความยินดีและความเศร๎า แตํในที่สุดก็หักใจได๎ ละทิ้งรําง เดิมเสีย กลายเป็นรํางชายหนุํม เดินทางออกจากที่นั้น ทํองเที่ยวไปในโลกกว๎าง เวตาล เมื่อเลํานิทานจบลง ก็กลําวแกํพระเจ๎าตริวิกรม เสนวํา “โอ ราชะ ชํวยอธิบายให๎ข๎าทราบหนํอยเถอะวํา เหตุใด นักมายาเวทผูย๎ ิ่งใหญํคนนั้น เมื่อสิงรํางของคนอื่นจึงร๎องไห๎ใน ครั้งแรก และกระโดดโลดเต๎นในครั้งหลัง ข๎าอยากฟ๓งเหตุผล อยํางมากเลย” เมื่อพระราชาผู๎ทรงรอบรูก๎ วํานักปราชญ๑ทั้งหลาย ได๎ สดับป๓ญหาของเวตาลที่ทูลถามเชํนนั้น จะไมํพูดก็กลัวคําสาป จึงกลําวทําลายความเงียบขึ้นด๎วยคําตอบดังนี้ “เมื่อพิจารณา .

ความรูส๎ ึกของนักพรตผู๎นี้แล๎วจะเห็นได๎วํา ที่นักพรตร๎องไห๎ก็ เพราะเขากําลังจะละทิ้งรํางเดิมเพือ่ เข๎ารํางใหมํ ก็รํางเดิมนั้น เป็นของเขามาแตํกําเนิด และเขาอยูํกับสังขารนั้นมาช๎านาน หลายสิบปีจนแกํเฒํา ก็รํางนี้แหละที่พํอแมํอุ๎มชูเลี้ยงดูเขามา ตั้งแตํยังแบเบาะ เมื่อจะจากสังขารนี้ไปจะไมํให๎อาลัยอาวรณ๑ กระไรได๎ ก็ความรักตัวเองนั้นเป็นอุปนิสัยสันดานของทุก ๆ คน มิใชํหรือ เพราะฉะนั้นเมื่อเขาจะต๎องสูญเสียของที่รักไป เขาจึง เศร๎าใจและร๎องไห๎ แตํการที่เขาเต๎นรําทําเพลงเชํนนั้นก็ เพราะวํา เขามีความสุขที่จะได๎เข๎าไปสูรํ ํางกายใหมํ และจาก การที่เขาจะกลายเป็นหนุํมนั้น จะทําให๎เขามีเวลาในการใช๎ชีวิต ได๎อีกยาวนานหลายสิบปี เป็นกําไรชีวิตที่หาได๎ยากอยํางหนึ่ง และจะทําให๎เขามีเวลาอีกมากมายที่จะฝึกมายาเวทได๎อยําง สบาย ๆ และจะก๎าวหน๎ายิ่งขึ้นไปเป็นไหน ๆ และถ๎าจะวําไป ใครเลําทีไ่ มํยินดีตํอความเป็นหนุํม?” เมื่อเวตาลซึ่งสิงอยูํในศพได๎ฟ๓งคําตอบของพระราชาก็ ยิ้มอยํางสมใจ กระโดดจากพระพาหาของพระราชา หายวับไป .

ในความมืด กลับคืนไปยังต๎นอโศกตามเดิม พระเจ๎าตริวิกรม เสนผูม๎ ีน้ําพระทัยอันเด็ดเดี่ยวและหนักแนํน เหมือนภูผาที่ไมํ แคลนคลอนแม๎ถึงคราวจะสิ้นกัปกัลป์ก็ตาม ทรงหันหลังกลับ และวิ่งกวดผีเจ๎าเลํหไ๑ ปอยํางเร็วเพือ่ เอาตัวมันกลับมาอีกครั้ง หนึ่ง .

นิทานเรื่องที่ ๒๔ พระเจ๎าตริวิกรมเสนผู๎วีระ หามีความยํอยํนตํอการ เดินทางในค่ําคืนที่นําสะพรึงกลัวไมํ ทั้ง ๆ ที่รู๎วําที่พํานักของ เวตาลนั้นอยูํในสุสานของรากษสในความมืด ซึ่งมีแสงวอมแวม ด๎วยเปลวไฟจากเชิงตะกอนที่เผาศพ พระองค๑เสด็จฝุาเข๎าไป จนถึงต๎นอโศก ลากเวตาลเอาตัวมาพาดบําและเสด็จกลับทาง เดิม ระหวํางทางที่เดิน เวตาลซึ่งนั่งบนพาหาของพระราชา ก็ทําลายความเงียบ กลําวขึ้นวํา “โอ ราชะ ข๎าเหนื่อยเต็มทีแล๎ว ที่ต๎องกลับไปกลับมาหลายสิบเที่ยวตามพระองค๑ จนข๎าเบื่อเต็ม ที เอาเถอะ ข๎าจะเลํานิทานถวายอีกสักเรื่องหนึ่งพร๎อมกับมี ป๓ญหายาก ๆ มาถาม จงฟ๓งเถิด” ในเขตที่ราบสูงเดกขําน มีพระราชาองค๑หนึ่งชื่อธรรมะ ครองแคว๎นเล็ก ๆ แหํงหนึ่ง เป็นผูท๎ รงคุณธรรมเป็นเลิศ แตํ .

พระองค๑มีพระญาติหลายพระองค๑ซึ่งไมํนําไว๎ใจ มเหสีของ พระราชามีนามวําจันทรวดี ซึ่งเสด็จมาจากถิ่นเดิมของพระนาง คือ แคว๎นมาลวะ พระนางเป็นผูม๎ ตี ระกูลสูง และมีคณ ุ ธรรมสูง เชํนเดียวกัน พระราชากับพระราชินีมีพระธิดาด๎วยกันองค๑หนึ่ง นามวําเจ๎าหญิงลาวัณยวดี เมื่อพระธิดามีอายุสมควรแกํการ อภิเษกสมรส แตํยังไมํทันทําพิธีนนั้ พระญาติวงศ๑ก็กํอการกบฏ ยึดราชอาณาจักรของพระราชาไปแบํงป๓นกัน พระราชาพร๎อม ด๎วยมเหสีและราชธิดา เสด็จหนีออกจากเมือง พร๎อมกับเอา แก๎วแหวนเงินทองของมีคําติดพระองค๑ไปด๎วย พระราชาทรงตั้ง พระทัยจะเสด็จไปสูํแคว๎นมาลวะ อันเป็นที่อยูํของพระบิดาของ พระมเหสี พระราชาพร๎อมด๎วยครอบครัวเดินทางไปตลอดคืนก็ บรรลุถึงปุาเชิงเขาวินธัย พอดีเป็นเวลารุํงสาง พระสูรยาทิตย๑ก็ ขึ้นสูํขอบฟูาทางทิศตะวันออก ฉายรัศมีเป็นแฉก ประหนึ่งหัตถ๑ ทิพย๑กําลังห๎ามไว๎ แตํพระราชาและครอบครัวเสด็จถึงปุาใหญํ แล๎วมิได๎แลเห็นภยันตรายใด ๆ ก็พากันเดินผําปุานั้นไป หนทาง อันรกเรื้อทําให๎ทั้งสามองค๑เจ็บเท๎าระบมไปหมด เพราะถูกหญ๎า .

กุศะอันแหลมคมบาดเอา หลังจากนั้นมินานทั้งสามพระองค๑ก็ มาถึงหมูํบ๎านของพวกภิลละ เป็นชุมนุมชนใหญํ เต็มไปด๎วย ผู๎คนซึ่งเป็นพวกโจรลักเล็กขโมยน๎อยในบ๎านใกล๎เรือนเคียง มัน เอาทั้งชีวิตและทรัพย๑สินเป็นประหนึ่งดํานแรกของมฤตยูนคร ฝุายพวกเหลําร๎ายแลเห็นพระเจ๎าแผํนดินเสด็จมาแตํ ไกล ทรงพัสตราภรณ๑และประดับพระองค๑ด๎วยมณีรตั นะหลากสี งดงาม พวกศวระซึ่งถืออาวุธนานาชนิดก็กรูกันจะเข๎ามาปล๎น เมือํพระเจ๎าธรรมะทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ก็ตรัสแกํพระราช ธิดาและพระมเหสีวํา “พวกเจ๎าปุาเถื่อนพวกนี้จะต๎องจับพวก เจ๎ากํอนแนํ ๆ เจ๎ารีบหนีไปกํอนเถอะ” เมื่อพระเจ๎าแผํนดินตรัส ดังนี้ พระมเหสีจันทรวดี และพระราชธิดาลาวัณยวดีตกพระทัย มาก รีบพากันหลบเข๎าปุาไปทันที เหลือแตํพระราชาผู๎กล๎าหาญ แตํพระองค๑เดียวที่กวัดแกวํงอาวุธเข๎าฟ๓นแทงศัตรูอยํางไมํคิดแกํ ชีวิต และฆําพวกศวระตายลงหลายคน พวกโจรก็ดาหน๎าเข๎ามา อีกและยิงธนูเข๎ามาดังหําฝน หัวหน๎าพวกศวระเห็นพระราชา ตํอสู๎อยํางสุดฤทธิ์ดังนั้นก็ตะโกนเรํงพรรคพวกในหมูํบ๎านให๎มา .

ชํวยสมทบอีก พวกโจรชํวยกันกลุม๎ รุมเข๎ารายล๎อม ฟ๓นโลํของ พระราชาหักกระจายเป็นชิ้นเล็กชิน้ น๎อย และประหาร พระราชาเสีย พวกโจรกรูเกรียวกันเข๎าแยํงชิงเครื่องเพชรนิล จินดาเอาไปหมด แล๎วพากันกลับคืนสูํหมูํบ๎าน ขณะนั้นพระนาง จันทรวดีซํอนตัวอยูํในปุา พร๎อมทัง้ ธิดาแลเห็นเหตุการณ๑โดย ตลอดวําพวกโจรชํวยกันรุมฆําพระสวามีเสียแล๎ว ก็ตกพระทัย แทบสิ้นสติ รีบคว๎าแขนพระธิดาวิง่ เตลิดเข๎าไปในปุาลึกซึ่งอยูํ หํางไกลจากที่เดิมเป็นอันมาก มีความเหน็ดเหนื่อยสิ้นแรง จึง หลบเข๎าแอบต๎นไม๎ใหญํอันมีกิ่งก๎านสาขาแผํครึ้มรํมเย็น และ หญิงทั้งสองคนก็กอดคอกันนั่งร๎องไห๎ สถานที่คนทั้งสองมานั่ง พักอยูํนี้คือโคนต๎นอโศกริมบึงบัวอันกว๎างใหญํ ปรากฎวํามีชายคนหนึ่งตัง้ บ๎านเรือนอยูํบริเวณ ใกล๎เคียงกันนั้น ขี่ม๎าออกมาโดยมีบุตรชายนั่งบนหลังม๎าตัว เดียวกัน เพื่อไปลําสัตว๑เอามาทําอาหารเชํนที่เคยปฏิบัตเิ ป็น ประจํา พรานผู๎นี้มีชื่อวําจัณฑสิงห๑ เมื่อเขาแลเห็รอยเท๎าของ หญิงทั้งสองในบริเวณนั้น จึงกลําวแกํสิงหปรากรมผูเ๎ ป็นลูกวํา .

“เราจะติดตามรอยเท๎าอันสวยงามเหลํานีไ้ ป และถ๎าเราได๎พบ หญิงทั้งสองผู๎เป็นเจ๎าของรอยเท๎าจริง ๆ พํอจะให๎เจ๎าเลือก นางในสองคนนั้นตามใจเจ๎า” เมื่อจัณฑสิงห๑กลําวดังนี้ สิงหปรา กรมผูเ๎ ป็นลูกก็ตอบวํา “ข๎าจะเลือกผู๎หญิงเจ๎าของรอยเท๎าเล็กมา เป็นเมีย เพราะข๎ารู๎วําในจํานวนรอยเท๎าทั้งใหญํและเล็กที่เรา เห็นนี้ รอยเท๎าเล็กต๎องเป็นเด็กสาวแนํ ๆ ข๎าจะเอาคนนี้ สํวน อีกแบบหนึ่งเป็นรอยเท๎าใหญํ คงจะมีอายุมากกวํา ข๎าคิดวํา เหมาะสมแกํพํอแล๎ว” เมื่อจัณฑสิงห๑ได๎ยินลูกชายกลําวดังนั้นก็ ตะคอกวํา “เจ๎าพูดวําอะไรนะ แมํของเจ๎าเพิ่งตายไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และข๎าต๎องเสียนางไปด๎วยความรักและเสียดาย ข๎าจะมีกะใจ ตํอหญิงอื่นได๎หรือ” ฝุายบุตรชายได๎ฟ๓งก็ห๎ามวํา “พํอจ๏ะ อยําพูด อยํางนี้สิ บ๎านเรือจะขาดแมํเหย๎าแมํเรือนเป็นผู๎ดูแลไมํได๎ ยิ่งกวํานั้นพํอไมํเคยฟ๓งบทกวีของทํานมูลเทพหรืออยํางไร เขา เขียนไว๎วํา ใครก็ตามถ๎าไมํเป็นอ๎ายโงํ ก็คงไมํเข๎าไปสูํเรือนอัน วํางเปลําที่เขารู๎วําไมํมีนางอันเป็นที่รัก เฝูาคอยการกลับบ๎าน ของเขาอยูํ เพราะบ๎านอยํางนั้นถึงจะเรียกกันวําบ๎าน แตํความ .

จริงมันก็คือกรงขังที่ไมํมโี ซํตรวนนัน่ เอง ดังนั้น พํอจ๐า พํอ จะต๎องเสียใจเพราะความตายของข๎าจะไปคอยอยูํที่ประตูบ๎าน นั้นเทียว ถ๎าหากพํอไมํยอมแตํงงานกับหญิงคนที่เป็นสหายกับ แมํยอดรักของข๎า” เมื่อจันฑสิงห๑ได๎ฟ๓งคําของลูกชายก็ตกลงใจยินยอม และพาลูกชายติดตามรอยเท๎าของหญิงทั้งสองตํอไป ในที่สุดก็ มาถึงริมบึงบัว ทั้งสองแลเห็นราชินีจันทรวดีผิวดํา มี เครื่องประดับกายคือสร๎อยมุกดาเส๎นยาวที่พระศอ นั่งอยูํในรํม เงาของต๎นไม๎ต๎นหนึ่ง นางดูราวกับราตรีตอนเที่ยงคืนที่ทอดอยูํ บนฟากฟูาในเวลากลางวันแสก ๆ และธิดาของนางคือลาวัณย วดีนั้นเลําก็เหมือนกับแสงจันทร๑อันผํองใสบริสุทธิ์ ที่ฉายอาบ เรือนรํางของนาง นายพรานกับลูกชายประจักษ๑ภาพอันโสภา ดังนั้น ก็เดินตรงเข๎าไปหา สํวนพระเทวีแลเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นยืน รํางกายสั่นเทิม้ ด๎วยความหวาดกลัว และคิดวําเขาเป็นโจร แตํ นางผู๎เป็นธิดาของพระเทวีหาได๎คดิ เชํนนั้นไมํ นางกลําวแกํ มารดาวํา “แมํจ๐า อยํากลัวไปเลย ชายนี้มิใชํโจรหรอก บุกรุษทั้ง .

สองนี้ล๎วนแตํหน๎าตาดี แตํงตัวดี ทําทางจะเป็นผูด๎ ีบางคนที่มา ลําสัตว๑เป็นงานอดิเรกมากกวํา” อยํางไรก็ดี พระเทวีก็ยังไมํปลง ใจเชื่อ และแสดงอาการละล๎าละลังอยูํ จัณฑสิงห๑แลเห็นก็ลง จากหลังม๎าและกลําวแกํหญิงทั้งสองวํา “อยําตกใจไปเลยแมํ คุณ เรามาที่นี่ก็เพราะความรักชักนํามาหรอก เพราะฉะนันจง วางใจเถิด เรื่องราวความเป็นมาของเจ๎าเป็นอยําง อยํากลัวเรา เลย พูดมาให๎หมด เรารู๎เสึกเหมือนเจ๎าทั้งสองเหมือนดังเทวีรตี กับรีติ (นางรตี กับปรีติ นางรตีเป็นชายาชองกามเทพ สํวนปรีติ มีความหายเหมือนรตี คือแปลวํา ความรื่นรมย๑ ความยินดี เข๎าใจวําทั้งสองชื่อนี้นําจะเป็นคน ๆ เดียวกัน) หนีมาสูํปุานี้ เพราะความเศร๎าโศกที่พระกามเทพถูกเผาผลาญด๎วยไฟกรด จากพระเนตรของพระศิวหรือ และเจ๎าทั้งสองเข๎ามาสูํปุาลึกที่ไร๎ ผู๎คนอยํางที่นี่ได๎อยํางไร ทั้งนี้เพราะรูปลักษณ๑ของเจ๎านําจะอยูํ แตํในรัตนนิเวศน๑เทํานั้น หัวใจของเราต๎องทนทุกข๑ทรมานด๎วย ความคิดอันเจ็บปวดที่วํา ฝุาเท๎าอันแบบบางอํอนละมุนของเจ๎า ควรจะอยูํบนพรมอันอํอนนุํม กลับมาต๎องบุกดงพงหนางอันทํา .

ให๎เจ็บปวดมิใชํน๎อย ยังฝุุนละอองที่ฟุูงขึ้นมาจากการก๎าวยําง นั้นเลํา ก็มาเกาะติดตามหน๎าตาและผิวพรรณ ทําให๎หมํนหมอง เสียเปลํา ๆ ทั้งแสงอาทิตย๑อันแผดจ๎าก็ทําให๎รํางอันงาม สลวย แบบางปานกลีบดอกไม๎ของเจ๎า ต๎องระทดระทวย อํอนแรงลง เพียงแตํคิดแคํนี้หัวใจข๎าก็พลอยเจ็บปวดไปหมด พูดมาเถิด เจ๎า เข๎ามาอยูํในปุานี้ อันมีแตํสัตว๑รา๎ ยได๎อยํางไร” เมื่อได๎ฟ๓งจัณฑสิงห๑ถามดังนี้ พระเทวีก็ถอนพระทัย มี ความละอายและความโศกเศร๎ายิ่งนัก คํอยรวบรวมความกล๎า และเลําเรื่องให๎ฟ๓งตั้งแตํต๎นจนจบ ฝุายจัณฑสิงห๑แลเห็นพระ นางไร๎ที่พึ่ง และไร๎ผู๎ปกปูองคุม๎ ครองเป็นที่นําสงสาร จึง ปลอบโยนเอาใจทั้งพระราชินีและธิดาให๎คลายทุกข๑ และขอร๎อง ให๎ผู๎เคราะห๑รา๎ ยทั้งสองมาอยูํกับครอบครัวของตน ครั้นแล๎ว จัณฑสิงห๑กับบุตรชายก็พาสอง แมํลูกขี่ม๎าเดินทางไปยังเมือง วิตตปบุรี อันเป็นที่อยูํของตน พระเทวีนั้นเป็นผู๎ทไี่ ร๎ที่พึ่ง เมื่อ ได๎รับความอนุเคราะห๑ให๎พ๎นจากความลําบาก ก็ดีพระทัยราว กับตายแล๎วได๎เกิดใหมํ ก็หญิงที่ไร๎ที่พึ่งและถูกทิ้งให๎อ๎างว๎าง .

เดียวดายเชํนนางและธิดาจะทําอะไรยิ่งไปกวํานี้ได๎เลํา สิงหปรา กรมบุตรชายของจัณฑสิงห๑ ก็ตั้งนางจันทรวดีเทวีเป็นภรรยา ของตนเพราะนางมีเท๎าเล็ก สํวนจันฑสิงห๑ก็แตํงงานกับนางลา วัณยวดี ผูเ๎ ป็นธิดาของพระเทวี เพราะนางมีเท๎าใหญํ ตาม สัญญาที่ตกลงกันไว๎แตํแรกวํา ผู๎เป็นพํอจะแตํงงานกับหญิง เจ๎าของรอยเท๎าใหญํ สํวนผู๎เป็นลูกจะแตํงงานกับนางผู๎เป็น เจ๎าของรอยเท๎าเล็กคือพระราชินี ตกลงชายทั้งสองคาดการณ๑ ผิด เพราะรอยเท๎าเล็กกลับเป็นแมํ สํวนรอยเท๎าใหญํกลับเป็น ลูก เรื่องนี้ได๎เปลีย่ นฐานะของหญิงทั้งสองไปโดยปริยาย กลําวคือลูกสาวกลับกลายเป็นแมํยายของแมํ สํวนหญิงมารดา คือพระเทวกลับกาลยเป็นสะใภ๎ของลูกสาวตัวเอง ในกาลตํอมา หญิงทั้งสองนั้นมีลูกกับผัวหลายคน เป็นชายบ๎างเป็นหญิงบ๎าง แล๎วในเวลาลํวงไป ลูกของคนเหลํานั้นก็แตํงงานไป มีลูกเต๎า ของตนเองอีกเป็นอันมาก เมื่อเวตาลเลํานิทานตองตนจบลง ก็สะกิดพระราชาตริ วิกรมเสน แล๎วตั้งคําถามวํา “เอาละ ราชะ พระองค๑อยําเพิ่งงง .

เสียกํอน ข๎าอยากรู๎วําบรรดาลูก ๆ ที่เกิดจากหญิงทั้งสองลงมา จนแยกเป็นสองสายนั้น นับเนื่องเป็นอะไรกัน จะเรียกขานกัน วํากระไร โปรดบอกมาสิวําป๓ญหานี้มีคําตอบอยํางไร แตํโปรด อยําทรงลืมวํา ถ๎าพระองค๑รู๎แล๎วแตํไมํตอบ คําสาปที่จะตกลง บนพระองค๑นั้นคืออะไร” เมื่อพระราชาได๎ฟ๓งคําถามของเวตาลเชํนนั้น ทรง ไตรํตรองแล๎วไตรํตรองเลํา รูส๎ ึกวนเวียนพระเศียร นึกไมํออกวํา จะตอบอยํางไรดี จึงเสด็จตํอไปในความเงียบ ไมํตรัสอะไร ใน ที่สุดเวตาลผู๎สิงอยูํในศพที่พระองค๑ทรงแบกไว๎บนอังสาก็ หัวเราะหึหึ และรําพึงวํา “ฮา ฮา พระราชาไมํรู๎คาํ ตอบจริง ๆ จึงเสด็จไปตามทางเงียบ ๆ ด๎วยพระบาที่ชาไปหมดเชํนนี้ นํา สงสารนัก บัดนี้ข๎าจะหลอกลวงพระองค๑ผู๎เปรียบดังขุมทรัพย๑ อันประเสริฐ และเป็นผู๎วีระเห็นปานนี้ได๎อยํางไร ข๎าจะไมํถาม พระองค๑อีกแล๎ว แตํถึงข๎าจะหยุดแล๎วก็ตาม เจ๎าโยคีทุศลี (โยคี ศานติศีล) เจ๎าอุบายนั่นคงจะไมํเลิกรางําย ๆ ฉะนั้นข๎าจะ หลอกลวงมัน และทําให๎ผลแหํงตบะกรรมของมันกลับมาตกอยูํ .

กับพระราชา ผูซ๎ ึ่งความรุํงโรจน๑เรืองรองกําลังคอยทําอยูํใน อนาคตของพระองค๑” เมื่อได๎ไตรํตรองดังนี้แล๎ว เวตาลก็กลําวแกํพระราชาวํา “โอ นฤบดี ถึงแม๎พระงอค๑จะต๎องกังวลพระทัย และเหน็ด เหนื่อยเพราะการเดินทางกลับไปกลับมาในสุสานอันนํากลัวนี้ มากมายหลายครั้งในราตรีอันดํามืดทุกทิศานุทิศ พระองค๑ก็มิได๎ ทรงยํอท๎อ ดูจะมีความสุขด๎วยซ้าํ ข๎ามีความพอใจในความกล๎า หาญเยีย่ งนี้ยิ่งนัก บัดนี้ขอให๎ทรงแบกศพนี้ตํอไป เพราะข๎า กําลังจะออกจากรํางของมันเดี๋ยวนี้แล๎ว จงฟ๓งคําแนะนําของข๎า ให๎ดี มันจะเป็นประโยชน๑แกํพระองค๑ไมํน๎อย จงทําตัวเป็นปกติ อยํามีพิรุธ เจ๎าโยคีชาติชั่วนั่นจะเรียกข๎าเข๎าไปในศพนั้น และจะ ยกยํองให๎เกียรติข๎าในฐานะเครื่องบูชายัณอันเป็นที่ปรารถนา อยํางสูงสุด และเพื่อจะเอาพระองค๑เป็นเครื่องสังเวยในฐานะ มนุษย๑เมธ (การบูชายัณด๎วยมนุษย๑) มันจะกลําวแกํพระองค๑วํา “โอ ราชัน จงทอดพระองค๑ลงนอนบนพื้นดินแบบอัษฎางค ประดิษฐ๑ คือมีสํวนตําง ๆ แปดอยํางแตะพื้นปฤถิวี” พอมันพูด .

อยํางนี้ พระองค๑จะต๎องกลําวแกํมนั วํา “ทํานลองแสดงให๎ข๎า ดูกํอนวําเขาทําทํานั้นอยํางไร แล๎วข๎าจะทําตามแบบนั้นทุก ประการ” จากนั้นอ๎ายโยคีทุศีลจะนอนคว่ําหน๎าลงกับดิน และ แสดงให๎เห็นวําทําอัษฎางคประดิษฐ๑เขาทํากันอยํางไร ในชํวง เวลาดังกลําวนี้ พระองค๑จะต๎องรีบฟ๓งมันให๎คอขาดกระเด็นไป ด๎วยพระแสงดาบ แล๎วพระองค๑ก็จะได๎รับรางวัลยอดปรารถนา ที่มันอยากได๎เป็นนักหนา นั่นคือตําแหนํงราชาแหํงวิทยาธร ขอ พระองค๑จงพอพระทัยในการที่เอามันเป็นเครื่องสังเวยสม ปรารถนา ถ๎าไมํทําอยํางที่ข๎าแนะ อ๎ายโยคีศานติศีลจะเอาทําน เป็นเครื่องสังเวยของมัน และเพื่อปูองกันชีวิตของพระองค๑อังที่ กลําวมานี้ ข๎าจึงเป็นต๎องถํวงเวลาพระองค๑โดยให๎เสด็จกลับไป กลับมาตามทางกํอน ที่พระองค๑จะผลีผลามไปเป็นเหยื่อมันโดย ไมํได๎คิดและปูองกันตัวเสียกํอน บัดนี้ได๎เวลาแล๎ว เสด็จไปเถิด ขอจงทรงพระเจริญ” เมื่อเวตาลกลําวจบลง ก็ออกจากศพที่พาดบนอังสา พระราชา ฝุายพระเจ๎าตริวิกรมเสน เมื่อเวตาลจากไปแล๎ว ก็ .

ออกเดินทางไปสูสํ ํานักของโยคีศานติศีลผู๎เป็นศัตรู เข๎าไปนั่งใต๎ ต๎นไทร มีศพพาดบํา คอยทําโยคีอยูํ .

นิทานเรื่องที่ ๒๕ พระราชาตริวิกรมเสน ทอดพระเนตรเห็นโยคีศานติศลี ก็เดินตรงเข๎าไปหา ทรงพาดศพไว๎บนอังสา ทรงเหลือบดู โดยรอบก็พบวําโยคีผู๎นั้นนั่งอยูํโคนต๎นไม๎แตํลําพังในสุสาน ซึ่งดู อึมครึมในค่ําคืนอันมืดสนิทเพราะเป็นกาฬป๓กษ๑ ทําทางโยคีผู๎ นั้นดูกระวนกระวาย แสดงวํากําลังคอยการมาถึงของพระองค๑ อยูํ ที่นั่งของฤษีชั่วผู๎นี้อยูํในวงมณฑลสีเหลือง ซึ่งปุนเป็นผงจาก กระดูกที่ปุนแล๎วบนพื้นดิน ละเลงด๎วยเลือดสีแดงสด และมี เลือดในโถอีกสี่ใบซึ่งตั้นงอยูํประจําทิศทั้งสี่ มีตะเกียงที่ใช๎ มันสมองมนุษย๑เป็นน้ํามันหลํองเลีย้ งสะบัดแสงวับแวม และใกล๎ ๆ กันนั้นมีกองกูณฑ๑สาํ หรับเผาเครื่องสังเวย ซึ่งมีอยูํเต็มที่ ถูกต๎องตามลักษณะยัชญพิธสี ําหรับฤษีใช๎พลีแกํเทพผู๎เป็นที่ โปรดปรานของตน พระราชาเสด็จตรงเข๎าไปที่โยคีศานติศลี เมื่อโยคีเห็น พระราชานําศพมาให๎ตามต๎องการก็ลุกขึ้นยืนต๎อนรับด๎วยความ .

ยินดี และกลําวสัมโมทนียกถาขึ้นวํา “สาธุ มหาราชะ พระองค๑ สู๎อุตสําห๑นําของที่ข๎าต๎องการมาให๎ด๎วยความยากลําบาก เป็น ความจริงโดยแท๎ที่ใคร ๆ เขาพากันสรรเสริญพระองค๑วําเป็น พระราชาอันประเสริฐ เป็นผู๎กล๎าหาญซึ่งไมํมีใครสามารถหักได๎ พระองค๑เป็นผูไ๎ มํเห็นแกํตัวเอง แลเห็นประโยชน๑ของผู๎อื่นเป็น ที่ตั้ง นักปราชญ๑กลําววํา ความยิ่งใหญํของมหาบุรุษอยูํที่วํา เขา ไมํเคยยํอท๎อตํองานที่เขาได๎รับมอบหมายให๎ทํา เขามุํงมั่นฝุาฟ๓น อุปสรรคเต็มที่ ทั้ง ๆ ที่ตกอยูํในอันตราย” โยคีกลําวคําพูดอยํางนี้ เพราะมีความอิ่มอกอิ่มใจวํา ตนกําลังจะบรรลุผลสุดท๎ายในสิ่งอันปรารถนาสูงสุดแล๎ว จึงนํา ศพลงจากอังสาของพระราชา เอาศพไปอาบน้ํา แล๎วเอาน้ํามัน จันทน๑และของหอมตําง ๆ มาชโลมรํางจนทั่ว เอาพวงมาลา คล๎องคอศพนั้น แล๎วเอาศพไปวางไว๎ในเขตวงกลมบนพื้นดิน จากนั้นโยคีก็แตํงตัวตนเอง เอาขี้เถ๎ากระดูกผีมาทาตามรําง แล๎วสวมสายยัชโญปวีตที่ทอจากเส๎นผมมนุษย๑ จากนั้นก็นุํงหํม ด๎วยเสื้อผ๎าของผู๎ตาย สํารวมจิตตั้งสมาธิ รํายมนตร๑เรียกเวตาล .

ให๎เข๎ามาสิงในซากศพ และทําการบูชาด๎วยการมอบบาตรอันมี คํามาก (อรรฆบาตร) ให๎ ในบาตรนั้นใสํฟ๓นผี ซึ่งติดมากับหัว กะโหลก และบูชาด๎วยดอกไม๎ และเครื่องหอมตําง ๆ จากนั้นก็ มอบดวงตามนุษย๑ให๎ และสังเวยเวตาลด๎วยเนื้อสด ๆ ของ มนุษย๑ เมื่อเสร็จพิธสี ังเวยแล๎วโยคีทุศีลก็กลําวแกํท๎าววิกรมา ทิตย๑ซึ่งนั่งอยูํข๎าง ๆ วํา “เจ๎าจงนอนคว่ําหน๎าลงบนพื้น แสดง การเคารพด๎วยอัษฎางคประดิษฐ๑ตอํ จอมราชันแหํงมหาเวทผู๎มา สถิตอยูํ ณ ที่นี้ และเพื่อทํานจะได๎เมตตาประทานพรแกํเจ๎า ให๎ มีความสมปรารถนาตามใจที่เจ๎าคิดทุกประการ” เมื่อราชาได๎ยินดังนี้ ทรงรําลึกถึงถ๎อยคําของเวตาลที่ สั่งเอาไว๎ จึงกลําวแกํโยคีวํา “ข๎าแตํทํานสาธุคณ ุ ข๎าไมํรู๎จักการ ทําอัษฎางคประดิษฐ๑ ขอทํานจงทําให๎ข๎าดูกํอน เพื่อข๎าจะได๎ทํา อยํางถูกต๎อง” โยคีได๎ฟ๓งก็ทอดตัวลงนอนคว่ําด๎วยลักษณะ อัษฎางคประดิษฐ๑ แสดงลักษณะอวัยวะแปดสํวนแนบพื้นดินให๎ ดู พระราชาเห็นได๎ทีก็ถอดพระแสงดาบจากฝ๓ก ฟ๓นคอโยคีขาด กระเด็นไปในชั่วพริบตา จากนั้นพระราชาทรงผําอกโยคี ล๎วง .

เอาหัวใจอันเป็นดอกบัวจากอกออกมา และมอบศีรษะกับหัวใจ ของโยคีร๎ายให๎เป็นรางวัลแกํเวตาล ทันใดนั้นก็มีเสียงโหํร๎องกึกก๎องของปีศาจทั้งปวงจาก ทุกทิศทุกทาง แสดงความยินดีแกํพระราชาผู๎กําจัดนักพรตชั่ว ร๎ายให๎สิ้นชีวิตไป นําอิสรภาพมาสูภํ ูตผีปศี าจอีกครั้งหนึ่ง เวตาล ผู๎สิงอยูํในรํางศพก็กลําวแกํพระราชาวํา “มหาราชัน เจ๎าโยคี ทุศีลมันทําทุกวิถีทางเพื่อหวังเป็นจักรพรรดิแหํงวิทยาธร แตํก็ ไมํสาํ เร็จ สํวนพระองค๑สิจะได๎ตาํ แหนํงนั้นโดยความดีของ พระองค๑เอง ตําแหนํงนี้จะคอยพระองค๑อยูํหลังจากที่ทรงเสวย สุขในโลกมนุษย๑จนสิ้นอายุขยั แล๎ว ข๎าขอโทษในกาลที่แล๎วมาใน การที่ยั่วยวนประสาทพระองค๑ แตํก็ไมํทรงถือโกรธตํอข๎า บัดนี้ ข๎าจะถวายพรแกํพระองค๑ ขอทรงเลือกอะไรก็ได๎ตามใจ ปรารถนาเถิด” พระเจ๎าตริวิกรมเสนได๎ฟง๓ คําพูดของเวตาล ก็แย๎มพระ สรวล ตรัสวํา “เพราะเหตุทเี่ จ๎ายินดีตํอข๎า และข๎าก็ยินดีใน .

ความมีน้ําใจของเจ๎าเชํนเดียวกัน พรอันใดที่ข๎าจะปรารถนาก็ เป็นอันสมบูรณ๑แล๎ว ข๎าเพียงแตํอยากจะขออะไรสักอยํางเป็นที่ ระลึกระหวํางข๎ากับเจ๎า นั่นก็คือนิทานที่เจ๎ายกป๓ญหามาถามข๎า ถึงยี่สิบสี่เรื่อง และคําตอบของข๎าก็ให๎ไปแล๎วเชํนเดียวกัน แล ครั้งที่ยี่สิบห๎าคือวันนี้ถือเป็นบทสรุป แสดงอวสานของเรื่อง ขอให๎นิทานชุดนี้จงมีเกียรติแพรํกําจายไปในโลกกว๎าง” เมื่อพระราชาตรัสดังนี้ เวตาลก็สนองตอบวํา “ขอจง สําเร็จ โอ ราชะ บัดนี้จงฟ๓งเถิด ข๎าจะกลําวถึงคุณสมบัติที่ดีเดํน ของนิทานชุดนี้ สร๎อยนิทานอันร๎อยรัดเข๎าด๎วยกันดังสร๎อยมณี สายนี้ ประกอบด๎วยยีส่ ิบสีเ่ รื่องเบือ้ งต๎น แลมาถึงบทที่ยี่สิบห๎า อันเป็นบทสรุปสํงท๎าย นับเป็นปริโยสาน นิทานชุดนี้จงเป็นที่ รู๎จักกันในนามของเวตาลป๓ญจวิงศติ (นิทานยี่สิบห๎าเรื่องของ เวตาล) จงมีเกียรติยศบันลือไปในโลก และนําความเจริญมาสูํ ผู๎อํานทุกคน ใครก็ตามที่อํานหนังสือแม๎แตํโศลกเดียว หรือเป็น ผู๎ฟ๓งเขาอํานก็เชํนเดียวกัน จักรอดจากคําสาปทั้งมวล บรรดา อมนุษย๑ทั้งหลาย มียักษ๑ เวตาล กุษมาณฑ๑ แมํมด หมอผีและ .

รากษส ตลอดจนสัตว๑โลกประเภทเดียวกันนี้ จงสิ้นฤทธิ์เดชเมื่อ ได๎ยินใครอํานนิทาน อันศักดิ์สิทธิน์ ี้” เมื่อเวตาลประสิทธิ์ ประสาทวัจนะดังกลําวนี้แล๎วก็ออกจากศพและหายวับไปด๎วย มายาเวท ไปสูํที่อันพึงปรารถนา พระศิวะเป็นเจ๎าเมื่อทรงฟ๓งนิทานกถาของเวตาลจบ ลง ทรงพอพระทัยมาก จึงแสดงพระองค๑ให๎ปรากฎ แวดล๎อม ด๎วยเหลําเทพทั้งปวง เพื่อให๎พระราชาได๎เห็นประจักษ๑แกํตา และตรัสแกํพระราชาผู๎น๎อมคา