You are on page 1of 15

วิธีการดูและวิเคราะห์ ข่าวเว็บ forexfactory.

com
เทรดเดอร์ จานวนมากดูขา่ วจากเว็บ www.forexfactory.com เพราะเว็บนี ้จะจะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศ
ต่างๆแบบ Real Time

เรามาดูวิธีการดูขา่ วกันเลยครับ
จากตาแหน่งหน้ าเว็บ

เรามาดูกนั ทีละส่วนนะครับ
Column A คือ เวลา ที่ขา่ วจะออก โดยเวลานี ้ผมจะปรับให้ ตรงกับเวลาในประเทศไทยโดยปรับตามหลักของ AM และ
PM

นะครับ ทาได้ โดย

ให้ ไปคลิกที่ รูปนาฬิกา

เมื่อกดเข้ าไปแล้ วให้ เปลีย่ นแปลงรายละเอียดดังรูป และกด Save Changes Column B คือ สกุลของประเทศต่างๆ เริ่ มตังแต่ ้ เช้ ามืดเลย AUD = Australia Dollar (Aussie) NZD= Newzealand Dollar (Kiwi) JPY=Japan Yen (Yen) CNY=Chinese Yuan(Yuan) .

และตอนบ่ายก็จะมี EUR=EURO MEMBER GBP=Great Britian Pond CHF=Swisszerland Franc และตอนเย็นก็จะมี USD=United States Dollar(Buck) CAD=Canada Dollar(Loonie) Column C คือ ความแรงของข่าวนันๆ ้ จะประกอบด้ วย 4 สี 1.สีแดง เป็ นข่าวที่มีผลกระทบกับค่าเงินมากที่สดุ (High Impact) กราฟจะผันผวนอยูร่ ะหว่าง 50-300 จุด 2.สีเหลือง เป็ นข่าวที่มีผลกระทบกับค่าเงินน้ อยมากหรื อแทบไม่มีเลย (Low Impact) กราฟจะผันผวนน้ อยมาก 4.สีส้ม เป็ นข่าวที่มีผลกระทบกับค่าเงินในระดับปานกลาง (Median Impact) กราฟจะผันผวนอยูใ่ นระดับ 30-70 จุด 3.สีขาว เป็ นวันหยุดของประเทศต่างๆ Bank Holiday Column D เป็ นหัวข้ อข่าวเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ Column E เป็ นรายละเอียดของข่าว ในส่วนนี ้จะบอกว่าข่าวนันมี ้ ผลกับสกุลเงินอย่างไร Column F เป็ นตัวเลขจริ งที่ออก (Actual) Column G เป็ นตัวเลขคาดการณ์ (Forecast) Column H เป็ นตัวเลขของครัง้ ก่อนหน้ านัน้ (Previous) Column I เป็ นกราฟของตัวเลขเศรษฐกิจในอดีต ในการวิเคราะห์ขา่ วจากตารางข่าว Forexfactory นัน้ เราจะเลือกเทรดเฉพาะข่าวสีแดงและสีส้มเท่านัน้ เพราะมันมีความ ผันผวนและทาให้ กราฟวิ่งมากขึ ้น บางคนเราจะตังออเดอร์ ้ ไว้ ก่อนข่าวออก 5 นาที หรื อบางคนอาจจะเข้ าตอนที่ร้ ูผลของข่าวแล้ ว .

ถ้ าตัวเลขจริ ง Actual มากกว่าตัวเลขที่นกั วิเคราะห์คาดการณ์ไว้ (Forecast) จะส่งผลดีกบั ประเทศนัน้ จะทาให้ สกุลเงิน นันมาค่ ้ ามากขึ ้น เช่น ถ้ า ตัวเลข GDP ของ ประเทศอังกฤษออกมามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็จะทาให้ กราฟ GBP/XXX ขึ ้น ทุกตัว และจะทาให้ XXX/GBP ลงทังหมด ้ แต่ถ้าตัวเลข GDP ออกมาแย่ กว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็จะทาให้ กราฟ GBP/USD ลง และทาให้ XXX/GBP ขึ ้น หมายเหตุ : ต้ องดูความหมายของข่าวด้ วยนะครับ ว่าข่าวนันเป็ ้ นข่าวอะไร เพราะมีบางข่าวที่ตวั เลขน้ อยกว่าที่คาดการณ์ จะส่งผลดีกบั ค่าเงินนันด้ ้ วยครับ เช่น Unemployment (ข่าวการว่างงาน) ถ้ าว่างงานมาก ก็สง่ ผลเสียกับประเทศและ ค่าเงินนัน้ ถ้ าว่างงานน้ อยและมีการจ้ างงานมากขึ ้นก็สง่ ผลดีกบั ประเทศนัน้ และทาให้ คา่ เงินนันพุ ้ ง่ ขึ ้น การเทรดข่าว มีหลายรูปแบบ ผมจะยกตัวอย่างจากที่เคยใช้ นะครับ 1. Pending Order ไว้ ที่ Swing High และ Low ล่าสุด และแบบ Breakout -วางออเดอร์ แบบ Buy Stop ไว้ ที่ Swing High ก่อนหน้ านัน้ -วางออเดอร์ แบบ Sell Stop ไว้ ที่ Swing Low ก่อนหน้ านัน้ .

ตัวอย่างดังรูปด้ านล่าง -- .

Pending Order ไว้ ที่ Low และ High ของแท่งก่อนหน้ านัน้ หรื อแท่งที่กาลังสวิงอยู่ เราอาจจะใช้ แท่งเทียน 5 นาที หรื อ 15 นาทีก็ได้ เช่น .2.

เรามาดูผลของการเทรดข่าวทังสองแบบครั ้ บ ราคาวิ่งชนออเดอร์ เราทุกทางเลยครับ จะกาไรมากหรื อน้ อย หรื อขาดทุน ก็ขึ ้นอยูก่ บั จังหวะและการจัดการ Money and Risk Management นะครับ .

รอ Inside Bar แล้ วตัง้ Pending ไว้ ที่แท่ง Inside Bar (Inside Bar คือแท่งที่มีจดุ สูงสุดต่ากว่าแท่งก่อนหน้ านัน้ และมีจดุ ต่าสุดสูงกว่าแท่งก่อนหน้ านัน้ ) วิธีการก็คือให้ เราตัง้ Buy Stop ไว้ ที่ High และ Sell Stop ไว้ ที่ Low ตัวอย่าง .3.เข้ าทังสองทางที ้ ่ราคาเดียวกัน ก่อนข่าวออก ตัง้ Pending ไว้ เลยครับ แล้ วตัง้ TP สันๆ ้ 4.

สาคัญมาก ชื่อก็บอกอยู่ แล้ วว่าสาคัญมาก ซึง่ จะเป็ นข่าวและตัวเลขที่มีผลกระทบกับค่าเงินของประเทศนัน้ ๆ อย่างแรง เมื่อ ตัวเลขประกาศแล้ ว จะมีปริ มาณการซื ้อขายที่สงู มาก ๆ ซึง่ จะส่งผลอยูป่ ระมาณ 5 – 10 นาที เราอาจจะได้ เห็นกราฟ เป็ นแท่งยาว ๆ ทังขึ ้ ้น และ ลง ในเวลาเดียวกัน 2. ราคาน ้ามัน 3. ทัว่ ไป อัน นี ้จะเป็ นข่าวเศรษฐกิจทัว่ ๆ ไป มีผลบ้ างเล็กน้ อยถึงปานกลาง หากประกาศวันเดียวกับ 2 ตัวบน อาจจะไม่สง่ ผล อะไรสาคัญเลย แต่ถ้าประกาศตัวเดียว โดด ๆ อาจมีผลบ้ างโดยหากสวนทางกับ 2 ตัวข้ างบนอาจทาให้ ตลาดนาข่าวนี ้ มาเล่นได้ เพราะจะเป็ นตัววัดอย่างหนึง่ ว่า ตัวเลขอื่นอาจจะหลอกลวงได้ คราวนี ้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศนันเกี ้ ่ยวอะไรกับราคาทองคา โดยปกติราคาทองคาจะขึ ้นอยูก่ บั 1. อื่น ๆ (ยังนึกมะออกจ้ ะ) คราวนี ้ตัวเลขที่ประกาศจะกระทบกับ 2 อย่างตรง ๆ คือ อัตราแลกเปลีย่ น กะ ราคาน ้ามัน .วิธีการเข้ าออเดอร์ มีหลากหลายมากมาย เราอาจจะไม่ต้องดูขา่ วก็ได้ แค่เราดูเงื่อนไขของกราฟ ก็สามารถใช้ หลักการ เหล่านี ้มาเทรดกับกราฟได้ ลองดูกราฟเยอะๆแล้ วประยุกต์วิธีการเทรดให้ เข้ ากับกราฟนะครับ ความหมายของข่าวที่สง่ ผลกับตลาด ระดับความสาคัญของปฏิทินเศรษฐกิจ 1. อัตราแลกเปลีย่ นของ USD 2. ราคาของโลหะพื ้นฐาน และ โลหะอื่น พวก ทองแดง เงิน แพตตินม ั่ พาลาเดียม 4. สาคัญ อันนี ้ก็สาคัญ ก็จะส่งผลกระทบกับตลาดเงินมากแต่น้อยกว่า “สาคัญมาก” อยูน่ ิดนึง ซึง่ ก็จะส่งผลให้ มีกราฟยาว ๆ (แต่ขนาดของแท่งจะสันกว่ ้ าแบบแรก) 3.

. ลาดับ ชื่อในปฏิทิน 1 Non farm Payrolls 2 Unemployment Rate 3 Trade Balance 4 GDP ( Gross Domestic Production ) 5 PCE Price Deflator ( Personal Consumption Expenditure) 6 CPI ( Consumer Price index ) 7 TICS ( Treasury International Capital System ) 8 FOMC ( Federal open Market committee meeting ) 9 Retail Sales 10 Univ... Of Michigan Consumer Sentiment Survey 11 PPI ( Producer Price Index ) ระดับที่เรี ยกว่าสาคัญ.. ราคาน ้ามัน จะเป็ นตัวช่วยดัน หรื อ ฉุด ราคาทองคาในทิศทางเดียวกับราคาน ้ามัน เอาละ. ลาดับ ชื่อในปฏิทิน 12 Weekly Jobless Claims 13 Personal Income 14 Personal spending 15 BOE Rate Decision ( Bank Of England ) .แล้ ว 2 ตัวนี ้มีความเกี่ยวข้ องกะราคาทองคาอย่างไร? 1. มาดูกนั ว่าโดยปกติปฏิทินเศรษฐกิจที่เค้ าขยันประกาศตัวเลขกันมีอะไรบ้ าง (มันอาจจะไม่ครบทุกอย่างนะ) ระดับที่เรี ยกว่าสาคัญมากมีอะไรบ้ าง... อัตราแลกเปลีย่ น โดยปกติ ถ้ าไม่มีขา่ วอย่างอื่น (หมายถึงพวกข่าวก่อการร้ าย ภัยธรรมชาติ ฯลฯ) ที่มีน ้าหนัก มากกว่า อัตราแลกเปลีย่ นก็จะมีผลตรง ๆ โดยไม่มีอย่างอื่นมาทาให้ ราคาเพี ้ยนไปจากเดิม โดยปกติแล้ ว ทองคาจะขึ ้น เมื่อ USD อ่อนค่า และ ทองคาจะลง เมื่อ USD แข็งค่า แล้ วคาที่วา่ อ่อนค่า กับ แข็งค่า เนี่ย เค้ าเทียบกะสกุลไหนบ้ าง โดยปกติแล้ วจะดูที่ 2 สกุลใหญ่ ชื่อ JPY และ EUR หาก สองอันนี ้ไปในทิศทางเดียวกัน ก็แสดงว่า USD อ่อน หรื อ แข็งจริ ง ๆ จ้ ะ 2.

Labor Cost Index 35 M2 Money Supply .. Survey 20 ISM Non-Manufacturing Index 21 Factory Orders 22 Industrial Production & Capacity Utilization 23 Non-Farm Productivity 24 Current Account Balance 25 Consumer Confidence ( Consumer Sentiment ) 26 NY Empire State Index .16 ECB Rate Decision ( Europe Central Bank ) 17 Durable Goods orders 18 ISM Manufacturing Index ( Institute of Supply Manager ) 19 Philadelphia Fed.Money Cost 36 Construction Spending 37 Treasury Budget 38 Weekly Chain Stores .( New York Empire Index ) 27 Leading Indicators 28 Business Inventories 29 IFO Business Index ( Institute of IFO in Germany ) ระดับปานกลางถึงทัว่ ไป โดยมากใช้ เป็ นตัววัดพื ้นฐาน. ลาดับ ชื่อในปฏิทิน 30 Housing Starts 31 Existing Home sales 32 New Home Sales 33 Auto and Truck sales 34 Employee Cost Index ..Beige Book -Red Book 39 Whole Sales Trade 40 NAPM ( National Association of Purchasing Management) กลุม่ สาคัญมาก Trade Balance โดยปกติประกาศทุกวันที่ 20 ของเดือน ซึง่ จะเป็ นข้ อมูลของ 2 เดือนก่อนหน้ านี ้ โดยการประกาศจะบอกให้ ร้ ูถึงทิศทาง ของการส่งออกและการนาเข้ า ซึง่ ตัวเลข Trade Balance จะสามารถคาดคะเนตัวเลข GDP ในอนาคตได้ ตัวเลข Trade Balance จะนาค่าตัวเลข Export ลบกับ ตัวเลข Import หากผลที่ออกมามีคา่ เป็ น + จะหมายถึงเศรษฐกิจที่ ดี และมีผลทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้นตามไปด้ วย .

Gross Domestic Product หรื อ GDP จะ ประกาศทุก ๆ สัปดาห์ที่ 3 หรื อ 4 ของเดือน โดย GDP คือตัววัดที่กว้ างที่สดุ เกี่ยวกับความเคลือ่ นไหวของ เศรษฐกิจ การที่ตวั เลข GDP เปลีย่ นแปลงไปจะหมายถึงความเปลีย่ นแปลงของอัตราการเจริ ญเติบโตของเศรษฐกิจ ซึง่ จะบ่งบอกเกี่ยวพันถึงอัตราเงินเฟ้ อ การที่ตวั เลข GDP เพิ่มขึ ้นจะทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้นตามไปด้ วย Personal Consumption Expenditure หรื อ (PCE) ประกาศ ทุก ๆ วันแรกของการทางานของเดือน โดย PCE จะบอกถึงการอุปโภคบริ โภคของภาคครัวเรื อน โดย PCE จะบ่งบอกถึงความสามารถในการจับจ่ายของภาคครัวเรื อน โดยตัวเลข PCE ที่สงู จะบ่งบอกถึงเศรษฐกิจที่เติบโต ซึง่ จะทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น Consumer Price Index หรื อ CPI ประกาศ ทุก ๆ วันที่ 13 ของเดือน โดย CPI จะเป็ นตัววัดเกี่ยวกับระดับราคาของสินค้ าและบริ การที่ซื ้อโดยผู้บริ โภค CPI ที่เห็นประกาศกันจะมี CPI กับ Core CPI ซึง่ ต่างกันตรงที่วา่ Core CPI จะไม่รวม ภาคอาหารและ ภาคพลังงาน โดยปกติ CPI จะเป็ นตัวที่บง่ บอกถึงอัตราเงินเฟ้ อ โดยตัวเลข CPI ที่สงู จะเป็ นตัววัดเรื่ องอัตราเงินเฟ้ อที่สงู ซึง่ จะทาให้ ค่าเงินอ่อนค่าลง Treasury International Capital System หรื อ TICS ประกาศ ทุกวันที่ 5 ของการทางานในแต่ละเดือน โดย TIC จะรวบรวมข้ อมูลของ US เพื่อดูวา่ การลงทุนของคน US และ คนต่างชาติเป็ นอย่างไรบ้ าง โดยหากข้ อมูล TICS เป็ นตัวเลขที่สงู จะหมายถึงเศรษฐกิจของ US ที่แข็งแกร่งซึง่ มี ผลทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น Federal Open Market Committee หรื อ FOMC จะ ประชุมเมื่อไร ไม่มีตายตัวแน่นอน แล้ วแต่เค้ าจะนัดกัน โดยการประชุมจะดูภาพรวมและผลของการประชุมที่สนใจ กันคือเรื่ องของอัตรา ดอกเบี ้ย การปรับอัตราดอกเบี ้ยที่เพิ่มขึ ้นมีผลทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น Retail Sales ประกาศ ทุกวันที่ 13 ของเดือน ซึง่ จะเป็ นข้ อมูลของเดือนที่แล้ ว โดยจะวัดจากใบเสร็ จของการค้ าปลีก ซึง่ โดยปกติจะ มองในภาพของสินค้ า ซึง่ จะไม่สนใจเรื่ องของบริ การ และอื่น ๆ (เช่นพวกค่าเบี ้ยประกัน หรื อค่าทนาย) Retail Sales ที่ไม่รวมการซื ้อรถ จะเรี ยกว่า Core Retail Sales โดยการเปลีย่ นแปลงของตัวเลขการขายจะหมายถึงราคาที่ เปลีย่ นแปลงไป ไม่ได้ หมายถึงความต้ องการซื ้อที่ลดลง การที่ตวั เลข Retail Sales มีตวั เลขที่สงู หมายถึงเศรษฐกิจที่ดี และแข็งแกร่ง ซึง่ มีผลทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น .

ได้ มาจากรัฐ. ดอกเบี ้ย หรื ออื่น ๆ) โดยตัวนี ้จะเป็ นตัวชี ้ถึงความต้ องการใน การบริ โภคในอนาคต (แต่ไม่เสมอไปนะ เพราะบางทีรายได้ ที่มากขึ ้น แต่คนอาจจะไม่จบั จ่ายใช้ สอยก็ได้ ) ตัวเลข Personal Income ที่สงู จะหมายถึงอานาจในการซื ้อและเป็ นสัญญาณบ่งบอกว่าเศรษฐกิจน่าจะดี ซึง่ จะทาให้ คา่ เงิน แข็งค่าขึ ้น Personal Spending ประกาศ แถว ๆ วันแรกของการทางานของเดือน ซึง่ จะเป็ นข้ อมูลของสองเดือนก่อนหน้ า Personal Spending จะ เป็ นตัวเลขเกี่ยวกับรายจ่ายของบุคคล การจับจ่ายที่ลดลงจะหมายถึงรายได้ ที่ลดลง ซึง่ จะทาให้ กระแสเงินโดยรวม ลดลง (แต่ก็เช่นเดียวกับ Personal Income บางทีการจ่ายลดลงไม่ได้ หมายถึงรายได้ ที่ลดลง แต่อาจจะไม่อยากจะ จับจ่ายก็เป็ นได้ ) ตัวเลขการจับจ่ายที่มากขึ ้น จะเป็ นสัญญาณที่บง่ ว่าเศรษฐกิจดีขึ ้น ซึง่ จะทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น .University of Michigan Consumer Sentiment Index ออก ทุกวันศุกร์ ที่สองของเดือน โดย Michigan Index จะเปรี ยบเทียบระหว่างดัชนีสองตัวคือ สิง่ ที่คาดหวัง และ สิง่ ที่ เป็ นไปจริ ง ๆ ถ้ าสิง่ ที่คาดหวังไว้ และสิง่ ที่เป็ นจริ งมีคา่ ใกล้ เคียงกัน หมายถึงเศรษฐกิจเป็ นไปในแนวทางเดียวกับที่หวัง ไว้ ซึง่ จะทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น Producer Price Index หรื อ PPI ประกาศ แถว ๆ วันที่ 11 ของเดือนซึง่ จะเป็ นข้ อมูลของเดือนก่อน PPI จะเป็ นตัววัดราคาของสินค้ าในมุมมองของ การค้ าส่ง PPI ที่ไม่รวมพวกอาหารและพลังงานจะเรี ยกว่า Core PPI ซึง่ จะถูกจับตามองมากกว่า เพราะจะมีผลกับ อัตราเงินเฟ้ อ เนื่องจาก PPI จะเป็ นตัวที่ออกมาก่อน CPI หาก PPI มีคา่ สูงมักจะทาให้ CPI มีคา่ ที่สงู ตามไปด้ วย ดังนันการที ้ ่ PPI มีคา่ สูงจะทาให้ คา่ เงินอ่อนค่าลง กลุม่ สาคัญ Initial Weekly Jobless Claims ประกาศทุกวัน พฤหัส จะเป็ นข้ อมูลของสัปดาห์ปัจจุบนั รวมถึงวันศุกร์ ที่แล้ วด้ วย ซึง่ จะบอกถึงการว่างงาน โดยปกติจะ สังเกตความเปลีย่ นแปลงได้ จากข้ อมูลก่อนหน้ าย้ อนหลังไปราว ๆ 4 สัปดาห์ แล้ วมาทาเป็ นกราฟ ทัว่ ไปแล้ วหากมี ความเปลีย่ นแปลงเกิน 30. เงินเดือน.000 จะเป็ นสัญญาณบอกถึงการจ้ างงานที่เปลีย่ นแปลงไป (อาจจะดีขึ ้นหรื อแย่ลง) ตัว เลขที่เพิ่มมากขึ ้นหมายถึงคนว่างงานที่มากขึ ้น ซึง่ จะส่งผลให้ คา่ เงินอ่อนค่าลง Personal Income ประกาศ แถว ๆ วันที่ 5 ของการทางานในแต่ละเดือน Personal Income เป็ นตัววัดเกี่ยวกับรายได้ (ไม่สนว่าจะ ได้ มาจากไหน เช่นพวก ค่าเช่า.

France. Cyprus.อัตราแลกเปลีย่ นเงินตราต่างประเทศ (อาจจะอ่อนไป หรื อแข็งไป) . Czech Republic. Latvia. Bank Of Japan (BOJ) การ ประกาศตัวเลขอัตราดอกเบี ้ยของประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ US จะทาให้ คา่ เงินของประเทศนัน้ ๆ เปลีย่ นแปลงไป โดยการขึ ้นอัตราดอกเบี ้ยจะทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น โดยปกติการปรับอัตราดอกเบี ้ยจะคานึงถึง 2 อย่างคือ . Netherlands.อัตราเงินเฟ้ อ และเงินฝื ด ECB ประกอบไปด้ วย 25 ประเทศในยุโรป คือ Italy. Bank Of England (BOE). เวลาในการ ขนส่ง. Germany. การจ้ างงาน. อสังหาริ มทรัพย์. Slovakia และ Slovenia Durable Goods Orders ประกาศ แถว ๆ วันที่ 26 ของเดือน ซึง่ เป็ นข้ อมูลของเดือนก่อน โดยจะเป็ นตัววัดปริ มาณของการสัง่ สินค้ า การส่ง สินค้ า โดยจะเป็ นตัววัดถึงภาคการผลิต ซึง่ หากว่าเศรษฐกิจมีปัญหาจะส่งผลให้ ปริ มาณการสัง่ สินค้ าลดลง ตัวนี ้จะ เป็ นเหมือนตัวบอกถึง GDP และ PDE การที่ตวั เลข Durable Goods Orders มีคา่ ที่มากขึ ้น จะบ่งบอกถึงเศรษฐกิจ ที่ดีขึ ้น ซึง่ จะทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น Institute of Supply Management หรื อ ISM ออก ทุกวันแรกของการทางานของเดือน ซึง่ เป็ นข้ อมูลของสองเดือนก่อนหน้ า ตัวนี ้จะเป็ นตัวที่บง่ บอกถึงภาคการผลิต ซึง่ รวบรวมข้ อมูลอย่างกว้ างขวางเกี่ยวกับ การสัง่ ซื ้อสินค้ าใหม่. ราคา. Estonia. การผลิต. Lithuania. Denmark. Hungary. การส่งออก และการนาเข้ า การที่ตวั เลข ISM มีตวั เลขที่เพิ่มขึ ้นจะแสดงถึงเศรษฐกิจที่ดี และสามารถทา ให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้นได้ Philadelphia Fed Survey ออก ราว ๆ วันแรกของการทางานของเดือน ซึง่ จะเป็ นข้ อมูลของสองเดือนก่อนหน้ า โดยการสารวจนี ้จะมองมุมกว้ าง ในทิศทางของภาคการผลิต ซึง่ จะมีความสัมพันธ์ร่วมกับ ISM ที่มองเป็ นลักษณะของการผลิตเป็ นตัว ๆ ไป โดย Philadelphia Fed Survey จะบอกถึงการเปลีย่ นแปลงของยุทธวิธีของผู้ผลิต ประกอบด้ วย ชัว่ โมงการทางาน. Austria. Belgium.Europe Central Bank (ECB). พนักงาน และอื่น ๆ ซึง่ ตัววัดตัวนี ้มีความสาคัญมากในระบบเศรษฐกิจ การที่ตวั เลขเพิ่มขึ ้นจะทาให้ คา่ เงินแข็งขึ ้น ISM Service Index หรื อ Non-Manufacturing ISM ออก ราว ๆ วันที่สามของการทางานของเดือน ซึง่ เป็ นข้ อมูลของสองเดือนก่อน ซึง่ เป็ นการสารวจของกลุม่ การเงิน. Ireland. United Kingdom. Greece. สินค้ าคงคลัง. Sweden. Spain. Malta. Finland. Luxembourg. Portugal. Poland. สือ่ สาร และ ทัว่ ไป การที่ตวั เลข ISM เพิ่มขึ ้นหมายถึง demand ที่เพิ่มขึ ้น และทาให้ ค่าเงินแข็งค่าขึ ้น . ประกันภัย.

Factory Orders ออกราว ๆ วันแรกของการทางานของเดือน ซึง่ เป็ นข้ อมูลของสองเดือนก่อน Factory Order เป็ นการวัดการสัง่ สินค้ า ทังหมด ้ การสัง่ สินค้ าที่สงู หมายถึง demand ที่เพิ่มมากขึ ้น ซึง่ จะเกิดขึ ้นหลังจากเศรษฐกิจที่ดีขึ ้น ทาให้ คา่ เงินแข็งค่า ขึ ้น Industrial Production ออกราว ๆ กลางเดือน เป็ นข้ อมูลย้ อนหลัง 1 เดือน ซึง่ เป็ นตัววัดว่าการผลิตของอุตสาหกรรมได้ ผลออกมาจริ ง ๆ เท่าไร การที่ตวั เลขออกมาสูงขึ ้นหมายถึง demand ที่เพิ่มขึ ้น มีผลทาให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น Non-Farm Productivity ออก ราว ๆ วันที่ 7 ของเดือนที่ 2 ของ ควอเตอร์ เป็ นข้ อมูลของควอเตอร์ ที่แล้ ว อันนี ้เป็ นตัววัดของผลงานของคนงาน และต้ นทุนในการผลิตของสินค้ า ในสถาวะที่เงินเฟ้ อมีความสาคัญตัวเลขนี ้ สามารถที่จะทาให้ ตลาดเคลือ่ นไหวได้ โดยถ้ าตัวเลขที่ลดลงสามารถบอกถึงอนาคตที่เปลีย่ นไป เช่นตัวเลข GDP ที่ดี แต่ถ้าตัวเลขนี ้ขัดกันก็สามารถทาให้ ตลาดมีผลกระทบได้ การที่ตวั เลข Non-Farm Productivity เพิ่มขึ ้น หมายถึงการยืนยันในเรื่ องของพื ้นฐานของ เศรษฐกิจที่ดี และส่งผลให้ คา่ เงินแข็งค่าขึ ้น สุดท้ ายผมหวังว่าเอกสารนี ้คงเป็ นประโยชน์กบั เพื่อนๆเทรดเดอร์ ไม่มากก็น้อยนะครับ โชคดีและร่ ารวยนะครับ ทุกท่าน Thaiforexschool Mac .