9

เลขยกกําลัง
ถา a เปนจํานวนใด ๆ และ n เปนจํานวนเต็ม บวก “ a กําลัง n”
หรือ “ a กําลัง n” เขียนแทนดวย an มีความหมายดังนี้
an = a × a × a ×… a (a คูณกัน n ตัว)
n ตัว
เรียก an วาเลขยกกําลัง (power)
โดยมี a คือ ฐาน (base) และ n คือ เลขยกกําลัง (exponent)
ระบบจํานวนเต็ม
1. จํานวนเต็ม
- จํานวนเต็มลบ
- ศูนย
- จํานวนเต็มบวก
ขอสรุป
1) 1 เปนจํานวนนับ หรือ จํานวนเต็มบวกทีน่ อยที่สุด
2) ไมมีจํานวนนับ หรือ จํานวนเต็มบวกที่มากที่สุด
3) ไมมีจํานวนเต็มลบที่นอยที่สุด
4) -1 เปนจํานวนเต็มลบ ที่มากที่สุด
5) บนเสนจํานวน จํานวนที่แทนดวยจุดที่อยูท างซาย จะมีคา นอยกวาจํานวนที่แทนดวย
จุดที่อยูทางขวาเสมอ
2. คาสัมบูรณของจํานวนเต็มและจํานวนตรงขามของจํานวนเต็ม
คาสัมบูรณของจํานวนเต็มใด ๆ หมายถึง ระยะหางระหวางจํานวนเต็มนั้นกับ 0 บนเสน
จํานวน ดังนัน้ คาสัมบูรณของจํานวนเต็มจึงเปนบวกเสมอ เขียน แทนคาสัมบูรณ เชน z อานวา
คาสัมบูรณของ z
3. การบวกจํานวนเต็ม
- จํานวนเต็มบวก + จํานวนเต็มบวก = ผลบวกของคาสัมบูรณของจํานวนทั้งสอง
- จํานวนเต็มลบ + จํานวนเต็มลบ = จํานวนตรงขามของผลบวก ของคาสัมบูรณ
ของจํานวนทั้งสอง
- จํานวนเต็มบวก + จํานวนเต็มลบ = จํานวนตรงขามของผลลัพธที่เกิดจากคาสัมบูรณ
ของจํานวนเต็มลบ ลบดวยคาสัมบูรณของจํานวนเต็มบวก

เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547

การลบจํานวนเต็ม ตัวตั้ง − ตัวลบ = ตัวตั้ง + จํานวนตรงขามของตัวลบ 5. การหารจํานวนเต็ม .การหารจํานวนเต็มเมื่อตัวตั้งเปนจํานวนเต็มบวกและตัวหารเปนจํานวนเต็มลบหรือตัวตั้ง เปนจํานวนเต็มลบ และตัวหารเปนจํานนเต็มบวก ผลลัพธเทากับจํานวนตรงขามของคาสัมบูรณของตัวตั้ง หารดวยคาสัมบูรณของตัวหาร .จํานวนเต็มลบคูณจํานวนเต็มบวกเทากับจํานวนตรงขามของผลคูณของคาสัมบูรณของ จํานวนทั้งสองนั่นคือ ถา a.ถา a เปนจํานวนใด ๆ ซึ่งไมเทากับ 0 1× a = a = a× 1 0 =0 a a 1 a 1 = a = a a +0 = a = 0 + a a× 0 = 0 = 0 ×a เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 .จํานวนเต็มลบคูณจํานวนเต็มลบเทากับผลคูณของคาสัมบูรณของจํานวน ทั้งสอง นั่นคือ ถา a. b เปนจํานวนเต็มบวกใดๆ (− a) × (− b) = − ( − a × − b ) 6. b เปนจํานวนเต็มบวกใด ๆ a × (− b) = ( a x − b ) .10 4.ถา a เปนจํานวน ใด ๆ . b เปนจํานวนเต็มบวกใดๆ (− a) × b = − ( a × b ) .จํานวนเต็มบวกคูณจํานวนเต็มลบเทากับจํานวนตรงขามของผลคูณของคาสัมบูรณของ จํานวนทั้งสองนั่นคือ ถา a. การคูณจํานวนเต็ม . สมบัติของ 1 และ 0 .การหารจํานวนเต็มเมื่อตัวตั้งและตัวหารเปนจํานวนเต็มลบทั้งคู ผลลัพธเทากับ คาสัมบูรณ ของตัวตั้งหารดวยคาสัมบูรณของตัวหาร 7.

n เปนจํานวนเต็มบวกที่ m > n am ÷ an กรณีที่ 2 เมื่อ a เปนจํานวน จริงใด ๆ ที่ไมใชศูนย และ m. n เปนจํานวนเต็มบวก a m × an = m+n จงเขียนจํานวนตอไปนี้ใหอยูในรูปอยางงาย (1) 23× 27 × 29 = 2 (3 + 7 + 9) = 219 (2) 56 × 5 × 53 × 54 = 5 (6+1+3+4) = 514 (3) (3 2n-1) (3 2n+1) = 3 2n-1+2n+1 = 34n (4) 5 n+1 × 52n-2 = 53n-1 = 5 n+1+2n-2 2.11 เลขยกกําลัง การคูณและการหารเลขยกกําลัง 1. n เปนจํานวนเต็มบวกที่ m = n am ÷ an = am – n = 1 นิยาม ถา a เปนจํานวนจริงใดๆ ที่ไมใชศูนย a0 = 1 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 . สมบัติการคูณเลขยกกําลังที่มีเลขชี้กําลังเปนจํานวนเต็มบวก เมื่อ a เปนจํานวนใด ๆ และ m. สมบัติการหารเลขยกกําลังทีม่ ีเลขชี้กําลังเปนจํานวนเต็มบวก กรณีที่ 1 เมื่อ a เปนจํานวน จริงใด ๆ ที่ไมใชศูนย และ m.

2 เมื่อ a ≠ 0 และ m. n เปนจํานวนเต็ม กรณีที่ 1 กรณีที่ 2 กรณีที่ 3 3.3 a −n หรือ a n = ถา m > n จะได a m ÷ a n = a m−n ถา m = n จะได a m ÷ a n = a 0 = 1 ถา m < n จะได a m ÷ a n = n1−m a = 1 an 1 เมื่อ a ≠ 0 และ n เปนจํานวนเต็ม a −n เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 . n เปนจํานวนเต็ม 3. จงทําใหเปนผลสําเร็จ 1) 34 ÷ 32 = 34-2 = 32 2) 5 3 ⎛1⎞ ⎛1⎞ ⎛1⎞ ⎜ ⎟ ÷⎜ ⎟ =⎜ ⎟ ⎝2⎠ ⎝2⎠ ⎝2⎠ 5−3 3) 28 ÷ 29 = 2 8−9 = 2 −1 = 1 2 = ⎛1⎞ ⎜ ⎟ ⎝2⎠ 2 2 4) 56a 4 b = 8a 4 −1 .b 2 −1 = 8a 3 b 7 ab 5) xn = x n −( n −1) = x n − n +1 = x 1 = x n −1 x 3. สมบัติการคูณและการหารเลขยกกําลัง เมื่อเลขชี้กําลังเปนจํานวนเต็ม 3.12 กรณีที่ 3 เมื่อ a เปนจํานวน จริงใด ๆ ที่ไมใชศูนย และ m.1 am×an = am+n เมื่อ a ≠ 0 และ m. n เปนจํานวนเต็มบวกที่ m < n = am an 1 a n−m นิยาม ถา a เปนจํานวนจริงใดๆ ที่ไมใชศนู ย และ n เปนจํานวนเต็มบวก แลว a-n = 1n หรือ an = 1−n a a 2.

000. สมบัติอื่นๆ ของเลขยกกําลัง 1. นําสมบัติของการคูณและการหารเลขยกกําลังมาเขียนจํานวนที่มีคามาก ๆ และจํานวนนอย ๆ ในรูปเลขทศนิยม โดยเขียนใหอยูในรูป A × 10n เมื่อ 1 ≤ A < 10 และ n เปนจํานวนเต็ม จงเขียนจํานวนตอไปนี้ใหอยูในรูป A × 10n เมื่อ ≤ A < 10 และ n เปนจํานวนเต็ม 1) 128.28 × 1011 2) 0.000000951 = 9.000.00084 × 10-5 = 8.4 × 10-9 5. n ≥ 2 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 . เลขยกกําลังทีม่ ีฐานเปนเลขยกกําลัง เมื่อ a ≥ 0 และ m. n เปนจํานวนเต็ม (a m )n = a mn 2.4 × 10-4 × 10-5 = 8. b ≠ 0 และ n เปนจํานวนเต็ม 3. เลขยกกําลังทีม่ ีฐานอยูในรูปการคูณ หรือการหารของจํานวนหลาย ๆจํานวน (ab )n = a nb n n an ⎛a⎞ ⎜ ⎟ = n b ⎝b⎠ เมื่อ a ≠ 0 . เลขยกกําลังทีม่ ีเลขชี้กําลังเปนเศษสวน 1 an =n a m a n = n am เมื่อ a > 0 และ n เปนจํานวนเต็มบวกที่มากกวา 1 เมื่อ a ≠ 0 และ m เปนจํานวนเต็มบวก .13 จงทําใหเปนรูปอยางงายและใหเลขยกกําลังเปนบวก = 71 + 9 + 2 + 10 + 7 1) 7 × 79 × 7-2 × 710 × 7-7 = 711 2) (95 × x3 × 76) (9-5 × x-2 × 7-10) = 95 – 5 × x3 – 2 × 76 – 10 = 90 × x × 7-4 = 1 ×4x = x4 7 3) 7 9 −4 −5 ×9 −2 ×x ×7 ×x 6 −5 −4 ×2 = 9 7 4+6 −2+ 5 ×x − 4+5 ×2 7 = 93 7 × x×2 10 4.000 = 1.51 × 10-7 3) 0.

14 ตัวอยาง จงเขียนใหอยูใ นรูปอยางงาย และเลขชี้กําลังเปนบวก 1) (32 )4 = 3 2×4 = 38 2) (2 −3 )5 = 2 −3×5 = 2 −15 = 3) 4) ⎡ x3 ⎤ ⎡ 7 −3 ⎤ ⎢ 4⎥ ÷⎢ 2 ⎥ ⎣⎢ y ⎦⎥ ⎣⎢ x ⎦⎥ − 2×3 ⎞ m −6 1 ⎟ =m = = 6 6 2×3 6 ⎟ n n m n ⎠ 3 x9 7 215 3 ⎛ m −2 ⎜ ⎜ n2 ⎝ = 1 12 ÷ 712 x −8 −4 เมื่อ x9 = 7 12 x ≠ 0 และ y ≠ 0 x −8 × 7 12 = x 9 −8 7 12 +12 = x 7 24 ตัวอยาง เชน 1) 2) 4 3 + 5 3 5 24 × 5 2 = 2 5 6 82 6 8 6 = (2 ) 3 2 6 23 = 7 = 25 6 26 3 26 = 2 1 1− =2 1 2 1 = 22 22 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 .

15 ระบบจํานวนเต็ม คาสัมบูรณของจํานวนเต็ม และจํานวนตรงขามของจํานวนเต็ม ตัวอยาง −4 = 4 (1) (2) − − 6 = −6 (3) 0 = 0 (4) − (−8) = 8 การบวกจํานวนเต็ม ตัวอยาง 4 + 8 (1) 4 + 8 = = 4+8 = 12 (2) (−9) + (−11) = = = −( − 9 + −(9 +12) −21 (3) 21 + (−7) = = = −7 21 − 7 14 (4) 5 + (−15) = = = −( − 15 − 5 ) −(15 − 5) −10 − 12 ) 21 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 .

16 การลบจํานวนเต็ม ตัวอยาง (1) 9 −15 (2) (−4) − (−8) การคูณจํานวนเต็ม ตัวอยาง (1) 5 × (−7) (2) (−12) × 9 = = = = = 9 + จํานวนตรงขามของ 15 9 + (−15) −( − 15 9 ) − (15 − 9) −6 = = = = = (−4) + จํานวนตรงขามของ (+8) (−4) + 8 8 − 4 8−4 4 = = = = = = − ( 5 × −7 ) − (5×7) − 35 − ( − 12 × 9 ) − (12×9) − 108 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 .

17 (3) (−11) × (−2) = = = ( − 11 × 11 × 2 22 = − ⎢ − 735 ⎥ = − = −5 = − 80 − 10 80 10 −2 ) การหารจํานวนเต็ม ตัวอยาง (1) (2) −35 7 −80 − 10 = = ⎡ ⎤ ⎢⎣ ⎥⎦ ⎡ 35 ⎤ ⎢7⎥ ⎣ ⎦ 8 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 .

พอมีเงินเดือน 27.000 บาท หักคาลดหยอนภาษีลูกคนละ 17.+ 997 + 998 มีคาเทาไร 6...810 บาท ในการคิดภาษีเงินพึงประเมินคือเงินเดือนที่ไดรับใน 1 ป แมไมมีเงินได และพอมีลูก 3 คน หักคาลดหยอนภาษีของพอและแมคนละ 60. ให x = −2 จงหาคาของ x 8 + x 7 + x 6 + .000 จงหาวา คาที่มากที่สุดของ P2 + Q2 P −Q มีคาเทาไร 9. เลขสามจํานวน คือ 3524. P และ Q เปนจํานวนสองจํานวนที่แตกตางกันอยูระหวาง 1 − 1.000 บาท เงินรายไดหลังจากหักคาลดหยอนภาษีพอตอง เสียภาษีใหกับรัฐบาล 5% หนวยงานตนสังกัดของพอหักภาษีไวเดือนละ 500 บาท พอสิ้นปพอตองเสียภาษีเพิม่ หรือไดรับภาษีคืนเปนจํานวนเทาไร เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 . ( ) 0 1 2 ⎛ 4 + 4 ⎞⎛⎜ 4 4 + 4 + 4 4 ⎞⎟ ⎜ 3 ⎟⎜ ⎟ 4 − 30 ⎝ 4 ⎠⎝ ⎠ 4. 1994 + 1993 × 1995 1994 × 1995 − 1 + 1995 + 1994 × 1996 1995 × 1996 − 1 + 1996 + 1995 × 1997 1996 × 1997 − 1 7.. 4005 และ 4597 หารดวยเลขจํานวนหนึ่ง เหลือเศษเทากันหมด จงหาผลบวกของตัวหารนั้นกับเศษวาเทากับเทาไร 2. 68 + 69 + . + x −1 5. A และ B เปนจํานวนที่มีคา ตางกันและ A 13 − B 7 = 10 91 จงหาวา (A × B) มากกวา (A + B) อยูเทาไร 10.600 พอดี 8. ถา a + a1 = 2 และ ab + ba + ba + ab1 = 4 แลวคาของ a 2 + 1 คือจํานวนใด 3. จงหาวาจะตองใชจํานวนเต็มบวกที่เรียงตอเนื่องกันมากที่สุดกี่จํานวน นํามาบวกกันและ ไดผลลัพธเทากับ 720.18 แบบฝกทักษะ 1..

481 16. ∴ เลขจํานวนนั้นคือ 37 3524 ÷ 37 = 95 เศษ 9 4005 ÷ 37 = 108 เศษ 9 4597 ÷ 37 = 124 เศษ 9 ∴ เศษที่ไดจากการหาร คือ 9 ดังนั้น ผลบวกของตัวหาร กับเศษเทากับ 37 + 9 = 46 ตอบ 46 2. ถา a + 1a = 2 และ ab + ba + ba + ab1 = 4 แลวคาของ a 2 + 1 คือจํานวนใด แนวคิด จาก 1 b a + + a b ab = 4 a ⎞ ⎛b 1 ⎞ ⎛ ⎜ ab + ⎟ + ⎜ + ⎟ b a ab ⎝ ⎠ ⎝ ⎠ = 4 1⎞ 1⎛ 1⎞ ⎛ a ⎜b + ⎟ + ⎜b + ⎟ b⎠ a⎝ b⎠ ⎝ = 4 ab + ตอบ 4 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 . 1073. เลขสามจํานวน คือ 3524. 29. 4005 และ 4597 หารดวยเลขจํานวนหนึ่ง เหลือเศษเทากันหมด จงหาผลบวกของตัวหารนั้นกับเศษวาเทากับเทาไร แนวคิด 4597 − 4005 = 592 4597 − 3524 = 1073 4005 − 3524 = 481 37 592. 13.19 แนวคิดแบบฝกทักษะ 1.

. ( ) 0 1 2 ⎛ 4 + 4 ⎞⎛⎜ 4 4 + 4 + 4 4 ⎞⎟ ⎜ 3 ⎟⎜ 0 ⎟ 4−3 ⎝ 4 ⎠⎝ ⎠ แนวคิด ( ) 0 1 2 ⎛ 4 + 4 ⎞⎛⎜ 4 4 + 4 + 4 4 ⎞⎟ ⎜ 3 ⎟⎜ 0 ⎟ 4−3 ⎝ 4 ⎠⎝ ⎠ ⎛ 8 ⎞⎛ 4(1 + 4 + 4)16 ⎞ = ⎜ ⎟⎜ ⎟ 4 −1 ⎠ ⎝ 64 ⎠⎝ = 1 ⎛ 4 × 9 × 16 ⎞ ×⎜ ⎟ 8 ⎝ 3 ⎠ = 1 4 × 9 × 16 × 8 3 = 24 ตอบ 24 4.20 3. + x −1 x 8 + x 7 + x 6 + x 5 + x 4 + x 3 + x 2 + x + x 0 + x −1 = (− 2)8 + (− 2)7 + (− 2)6 + (− 2)5 + (− 2)4 + (− 2)3 + (− 2)2 + (− 2) + (− 2)0 + (− 2)1 = 256 − 125 + 64 − 32 + 16 − 8 + 4 − 2 + 1 − 2 = 172 ตอบ 172 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 .. ให x = −2 จงหาคาของ แนวคิด ให x = −2 ∴ x 8 + x 7 + x 6 + .

.223 ตอบ 496.065 จาก 67 ถึง 998 67 + 68 + 69 + ..290 − 67 = 496.290 ดังนั้น 68 + 69 + .065 × 466 = 496. 1994 + 1993 × 1995 1994 × 1995 − 1 + 1995 + 1994 × 1996 1995 × 1996 − 1 + 1996 + 1995 × 1997 1996 × 1997 − 1 แนวคิด 1994 + 1993 × 1995 1994 × 1995 − 1 = 1995 − 1 + (1993 × 1995) 1994 × 1995 − 1 = 1995 + (1993 × 1995) − 1 1994 × 1995 − 1 = [1995 × (1 + 1993)] − 1 = 1995 × 1994 − 1 =1 1994 × 1995 − 1 1994 × 1995 − 1 + 1994 × 1996 = 1 ทํานองเดียวกัน 1995 1995 × 1996 − 1 และ 1996 + 1995 × 1997 1996 × 1997 − 1 =1 + 1993 × 1995 1995 + 1994 × 1996 1996 + 1995 × 1997 ดังนั้น 1994 + + = 1+1+1=3 1994 × 1995 − 1 1995 × 1996 − 1 1996 × 1997 − 1 ตอบ 3 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 ...21 5. + 996 + 997 + 998 ซึ่งมี 466 คู ผลรวมจึงมีคาเทากับ 1.+ 997 + 998 มีคาเทาไร แนวคิด จับคูจํานวนทีร่ วมกันได 1.223 6.. 68 + 69 + ..+ 997 + 998 = 496.

200 0 (n + 1. จงหาวาจะตองใชจํานวนเต็มบวกที่เรียงตอเนื่องกันมากที่สุดกี่จํานวน นํามาบวกกันและ ไดผลลัพธเทากับ 720.+ n = 720.001 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 .000 + 998. P และ Q เปนจํานวนสองจํานวนที่แตกตางกันอยูระหวาง 1 − 1.001 = 1.22 7.200) 0 (n + 1.600 พอดี แนวคิด 1 + 2 + 3 + 4 .998..200 จํานวน n2 + n 8.441.200 n 2 + n − 1.200 (n − 1.441.600 (n + 1) n 2 = = = = = = = 1.000.200 ใชจํานวนเต็มบวก 1.201)(n − 1.000..201) 0 n −1.200) 0 n 1.000 จงหาวา คาที่มากที่สุดของ P2 + Q2 P −Q มีคาเทาไร แนวคิด P2 + Q2 P−Q จะมีคามากทีส่ ุดเมื่อ P – Q มีคานอยที่สุด ∴ จะได P = 1.998.200 จํานวน ตอบ 1.200 ∴ n = −1.600 = 720.001 ตอบ 1. Q = 999 ดังนั้น P2 + Q2 P−Q )2 + (999)2 = (1000 1000 − 999 = (1000)2 + (999)2 = 1.200 และ 1.

23 9. B 7 = 10 91 A 13 − 13 7 = 10 91 7 A − 13B 91 = 10 91 A และ B เปนจํานวนที่มีคา ตางกันและ A 13 − จงหาวา (A × B) มากกวา (A + B) อยูเทาไร แนวคิด 7A – 13B = 10 1) พิจารณาผลตางของผลคูณของ A กับ 7 และ B กับ 13 มีผลลัพธตางกันอยู 10 พิจารณาตาม ตารางดังนี้ ตัวคูณ ผลคูณ Ax7 B x 13 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 7 13 14 26 21 39 28 42 35 65 42 78 49 91 56 104 63 117 70 130 2) จากตารางพบวา เมื่อนํา A คูณ 7 ลบดวย B คูณ 13 แลว มีผลตางเทากับ 10 จะได A เทากับ 7 และ B เทากับ 3 ∴ (A × B) − (A + B) = (7 × 3) − (7 + 3) = 21 − 10 = 11 ตอบ 11 เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 .

000 บาท หักคาลดหยอนภาษีลูกคนละ 17.136 บาท เสียภาษี 5% คิดเปนเงิน 100 ดังนั้น หนวยงานตนสังกัดหักภาษีไว 500 × 12 พอตองจายภาษีเพิ่มอีก 8.000 บาท เงินรายไดหลังจากหักคาลดหยอนภาษีพอตอง เสียภาษีใหกับรัฐบาล 5 % หนวยงานตนสังกัดของพอหักภาษีไวเดือนละ 500 บาท พอสิ้นปพอตองเสียภาษีเพิม่ หรือไดรับภาษีคืนเปนจํานวนเทาไร แนวคิด เงินไดพึงประเมินคือ เงินเดือนที่ไดรับใน 1 ป ดังนั้น พอมีเงินพึงประเมิน 27.720 บาท 5 × 162720 = 8.000 บาท = 2.24 10.810 บาท ในการคิดภาษีเงินไดพึงประเมินคือเงินเดือนที่ไดรับใน 1 ป แมไมมีเงินได และพอมีลูก 3 คน หักคาลดหยอนภาษีของพอและแมคนละ 60.000 = 162.136 − 6.000 − 17.000 −17.000 + 60.136 บาท = 6.810 × 12 = 333.720 − 171.000 ตอบ 2. พอมีเงินเดือน 27.720 บาท คาหักลดหยอนภาษี 60.136 บาท เลขยกกําลัง แกไขวันที่ 23 กันยายน 2547 .000 บาท เงินไดหลังหักคาลดหยอนภาษี คือ 333.000 + 17.000 = 171.

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful