การออกแบบ

หน่วยการเรียนรู้ เรือ่ ง สถิติ

นายครรชิต แซ่โฮ่ ครูโรงเรียนจันทร์ประภัสสร์อนุสรณ์ สพม.15

การออกแบบหน่วยการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ เรือ่ ง สถิติ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลาเรียน 18 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิตใิ นการวิเคราะห์ข้อมูล
ตัวชี้วัด
ม.3/1 กาหนดประเด็นและเขียนข้อคาถามเกีย่ วกับปัญหาหรือสถานการณ์ตา่ ง ๆ รวมทัง้ กาหนดวิธี
การศึกษาและการเก็บรวบรวมข้อมูลทีเ่ หมาะสม
ม.3/2 หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐานและฐานนิยมของข้อมูลทีไ่ ม่แจกแจงความถี่และเลือกใช้ได้
อย่างเหมาะสม
ม.3/3 นาเสนอข้อมูลในรูปแบบทีเ่ หมาะสม
ม.3/4 อ่าน แปลความหมาย และวิเคราะห์ข้อมูลทีไ่ ด้จากการนาเสนอ
มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความรู้เกีย่ วกับสถิตแิ ละความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา
ตัวชี้วัด
ม.3/1 ใช้ความรู้เกีย่ วกับสถิตแิ ละความน่าจะเป็นประกอบการตัดสินใจในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
ม.3/2 อภิปรายถึงความ คลาดเคลื่อนทีอ่ าจเกิดขึ้นได้จากการนาเสนอข้อมูลทางสถิติ
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร์ และการนา เสนอ การเชื่อมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์
อืน่ ๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ตัวชี้วัด
ม.3/1 ใช้วิธีการทีห่ ลาก หลายแก้ปัญหา
ม.3/2 ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้
ปัญหาใน
สถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
ม.3/3 ให้เหตุผลประกอบ การตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
ม.3/4ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อ สาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอ
ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน
ม.3/5 เชื่อมโยงความรู้ตา่ งๆ ในคณิตศาสตร์ และนาความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไป
เชื่อมโยงกับศาสตร์อนื่ ๆ
ม.3/6 มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

นายครรชิต แซ่โฮ่ ครูโรงเรียนจันทร์ประภัสสร์อนุสรณ์ สพม.15

2. ความคิดรวบยอดหลัก
1. คาว่า สถิติ (Statistics) มีความหมาย 2 ประการ ดังนี้
ประการแรก สถิติ หมายถึง ตัวเลขทีแ่ ทนจานวนหรือข้อเท็จจริงของสิ่งทีเ่ ราศึกษา เช่น ปริมาณ
น้ามัน สถิตผิ ลการเรียนของนักเรียน ปริมาณน้าฝน มูลค่าสินค้าทีส่ ่งออก ฯลฯ
ประการทีส่ อง สถิติ หมายถึง ศาสตร์ทวี่ ่าด้วยระเบียบวิธีการทางสถิติ ซึ่งประกอบด้วย
- การเก็บรวบรวมข้อมูล
- การนาเสนอข้อมูล
- การวิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูล
2. ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงเกีย่ วกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งทีส่ นใจศึกษา
ข้อมูลอาจเป็นตัวเลขหรือ
ข้อความซึ่งได้มาจากการเก็บรวบรวมโดยวิธีใด ๆ ก็ได้ เช่น โดยการสัมภาษณ์ โดยการนับ โดยการลงทะเบียน
หรือโดยการคัดลอกข้อมูลทีม่ ผี ู้เก็บรวบรวมไว้แล้ว
ข้อมูลจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้อมูลเชิงปริมาณ และ ข้อมูลเชิงคุณภาพ
1) ข้อมูลเชิงปริมาณ หมายถึง ข้อมูลทีเ่ ป็นตัวเลขหรือปริมาณและสื่อความหมายตามค่าของ
ตัวเลขได้โดยตรง เช่น รายได้ อายุ ส่วนสูง น้าหนัก จานวนนิสิต จานวนนักเรียน เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้สามารถ
นาไปใช้ในการบวก ลบ คูณ หารได้
2) ข้อมูลเชิงคุณภาพ หมายถึง ข้อมูลทีเ่ ป็นข้อความหรือตัวเลขทีแ่ สดงลักษณะประเภทกลุ่ม
ซึ่งไม่สามารถวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขและสื่อความหมายตา มค่าตัวเลขได้โดยตรง เช่น เพศ ความคิดเห็น
คุณภาพสินค้า เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถนาไปใช้ในการบวก ลบคูณ หารได้
3. การนาเสนอข้อมูลในรูปตารางแบบหนึ่งเรียกว่า ตารางแจกแจงความถี่ และเรียกวิธีการจัดข้อมูลทีม่ ี
การหาค่าความถี่ว่า การแจกแจงความถี่ จานวนรอยขีดที่แสดงจานวนครั้งของข้อมูลทีเ่ กิดขึ้นซ้ากันทีน่ ับได้ใน
แต่ละข้อมูลเรียกว่า ความถี่ ของข้อมูลนั้น ๆ
4. ตารางแจกแจงความถี่ทมี่ กี ารแบ่งจานวนข้อมูลออกเป็นช่วง ๆ แต่ละช่วงเรียกว่า อันตรภาคชั้น
ผลต่างระหว่างค่ามากทีส่ ุดและค่าน้อยทีส่ ุดในข้อมูลนั้น เรียกว่า พิสัย โดยทัว่ ไปจะจัดแบ่งข้อมูลเป็น 5 ถึง 15
อันตรภาคชั้น ตามความเหมาะสมของข้อมูล โดยใช้สูตรดังนี้
1) ถ้ากาหนดจานวนอันตรภาคชั้น ต้องคานวณหาความกว้างของแต่ละอันตรภาคชั้น
ดังต่อไปนี้
พิสัย
จานวนอันตรภาคชั้น
2) ถ้ากาหนดความกว้างของอันตรภาคชั้น ก็จะสามารถหาจานวนอันตรภาคชั้น ดังต่อไปนี้
พิสัย
จานวนอันตรภาคชั้น =
ความกว้างของอันตรภาคชั้น
ในการหาจานวนอันตรภาคชั้นจากสูตรข้างต้น เศษทีไ่ ด้จากการหารจะปัดขึ้นให้เป็นจานวนเต็มเสมอ
และถ้าเป็นการหารลงตัวก็ให้บวกเพิม่ อีก 1 ถ้ากาหนดความกว้าง ของอันตรภาคชั้น มากขึ้นแล้วจานวนของ
อัตราภาคชั้นอาจจะลดลงได้หนึ่งชั้น
5. ขอบล่างของอันตรภาคชั้นใด คือ ค่ากึง่ กลางระหว่างค่าทีต่ ่าทีส่ ุดของอันตรภาคชั้นนั้นกับค่าทีส่ ูง
ทีส่ ุดของอันตรภาคชั้นทีต่ ่ากว่าและอยู่ชิดกัน ขอบบนของอันตรภาคชั้นใด คือ ค่ากึง่ กลางระหว่างค่าทีส่ ูงทีส่ ุด
ความกว้างของอันตรภาคชั้น =

นายครรชิต แซ่โฮ่ ครูโรงเรียนจันทร์ประภัสสร์อนุสรณ์ สพม.15

ของอันตรภาคชั้นนั้นกับค่าทีต่ ่าทีส่ ุดของอันตรภาคชั้นทีส่ ู งกว่าและอยู่ชิดกัน จุดกึง่ กลางชั้น หาได้จากสูตร

จุด

กึง่ กลางชั้น = 1 (ขอบล่าง + ขอบบน)
2

6. ฮิสโทแกรมประกอบด้วยแกนนอนและแกนตัง้ โดยแกนนอนแสดงความกว้างของแต่ละอันตรภาค
ชั้น และแกนตัง้ แสดงความถี่ของข้อมูลในแต่ละอันตรภาคชั้น ลักษณะของฮิสโทแ กรมเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
เรียงต่อติดกันโดยมีความกว้างของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเท่ากับความกว้างของอันตรภาคชั้น และความยาวของรูป
สี่เหลี่ยมมุมฉากเท่ากับความถี่ จุดปลายของด้านกว้างของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปคือ ขอบล่างและขอบบน
ของ อันตรภาคชั้นทีเ่ รียงต่อกัน และเรียกรูปทีล่ ้อมด้วยแกนนอนและส่วนของเส้นตรงทีล่ ากต่อกันว่า รูปหลาย
เหลี่ยมของความถี่
7. ค่ากลางของข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยม
1) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ค่าเฉลี่ย คือ จานวนทีไ่ ด้จากการหารผลบวกของ
ข้อมูลทัง้ หมดด้วยจานวนข้อมูล
2) มัธยฐาน คือ ค่ากลางของข้อมูลซึ่งเมือ่ เรียงข้อมูลจากน้อยไปหามาก หรือจากมากไปหา
น้อย แล้วจานวนข้อมูลทีน่ ้อยกว่าค่านั้นจะเท่ากับจานวนข้อมูลทีม่ ากกว่าค่านั้น
3) ฐานนิยมของข้อมูลชุดหนึ่ง คือข้อมูลทีม่ คี วามถี่สูงสุดในข้อมูลชุดนั้น
4) ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน หาได้ดงั นี้
4.1) หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต
4.2) หาส่วนเบีย่ งเบนหรือผลต่างระหว่างแต่ละคะแนนกับค่าเฉลี่ยเลขคณิต โดยนาแต่ละ
คะแนนลบด้วยค่าเฉลี่ยเลขคณิต
4.3) หากาลังสองของส่วนเบีย่ งเบนแต่ละค่าทีไ่ ด้ในข้อ 4.2)
4.4) หาค่าเฉลี่ยเลขคณิตของกาลังสองของส่วนเบีย่ งเบนทีไ่ ด้ในข้อ 4.3)
4.5) หารากที่สองทีเ่ ป็นบวกของค่าเฉลี่ยเลขคณิตทีไ่ ด้ในข้อ 4.4) ผลลัพธ์ทไี่ ด้จะเป็น
ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐานทีม่ หี น่วยเดียวกับหน่วยของข้อมูล
8. ค่ากลางของข้อมูลทีจ่ ะนามาใช้เป็นตัวแทนของข้อมูลใด ๆ โดยทัว่ ไปจะนิยมใช้คา่ เฉลี่ยเลขคณิตกับ
ข้อมูลทีต่ อ้ งการค่ากลางของข้อมูลทีใ่ กล้เคียงกันกับข้อมูลมาก ๆ สาหรับมัธยฐานใช้กบั ข้อมูลทีข่ ้อมูลมีความ
แตกต่างของข้อมูลมาก ๆ สาหรับฐานนิยมจะนิยมใช้กบั ข้อมูลทีม่ คี วามถี่ของข้อมูลนั้นมาก ๆ หรือข้อมูลเชิง
คุณภาพ
3. ความเข้าใจทีค่ งทน
มีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับการกาหนดประเด็น เขียนข้อคาถาม กาหนดวิธี การศึกษา และเก็บ
รวบรวมข้อมูลทีเ่ หมาะสม การหาค่ากลางของข้อมูลทีไ่ ม่แจกแจงความถี่ การเลือกและใช้คา่ กลางของข้อมูลที่
กาหนดให้ได้อย่างเหมาะสมการนาเสนอข้อมูลในรูปแบบทีเ่ หมาะสม อ่าน แปลความหมาย และวิเคราะห์ข้อมูล
จากการนาเสนอข้อมูลทีก่ าหนดให้ได้ถูกต้อง อภิปราย แ ละให้ข้อคิดเห็นเกีย่ วกับข้อมูลข่าวสารทางสถิตทิ ี่
สมเหตุสมผลได้ และเข้าใจถึงความคลาดเคลื่อนทีอ่ าจเกิดขึ้นจากการนาเสนอข้อมูลทางสถิติ

นายครรชิต แซ่โฮ่ ครูโรงเรียนจันทร์ประภัสสร์อนุสรณ์ สพม.15

4. ด้านทักษะและกระบวนการ
1. การแก้ปัญหา
2. การให้เหตุผล
3. การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนาเสนอ
4. การเชื่อมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อนื่ ๆ
5. การคิดริเริ่มสร้างสรรค์
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทางาน
6. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการคิดวิเคราะห์
2) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
1) กระบวนการปฏิบัติ
2) กระบวนการทางานกลุ่ม
7. จุดเน้นการพัฒนาผูเ้ รียน
1. มีทักษะการคิดขั้นสูง
2. ทักษะชีวิต
3. ทักษะการสื่อสารอย่างสร้ างสรรค์

นายครรชิต แซ่โฮ่ ครูโรงเรียนจันทร์ประภัสสร์อนุสรณ์ สพม.15

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful