การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานโดยไม่ต้องใช้ค่าน้ําตาลในเลือด

ตามแนวทางเวชปฏิบัติสําหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2554
สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ภก.กิติยศ ยศสมบัติ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เบาหวานเป็นโรคที่ในระยะแรกมักมีอาการไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในเบาหวานชนิดที่ 2
ซึ่งมีการดําเนินโรคแบบค่อยเป็นค่อยไป การคัดกรองผู้ที่เริ่มมีน้ําตาลในเลือดสูงหรือมีปัจจัย
เสี่ ย งที่ จ ะนํ า ไปสู่ เ บาหวานในอนาคต จึง เป็ น ประโยชน์ ใ นการที่ จ ะทราบได้แ ต่ เ นิ่ น และให้
คําแนะนํากับผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม
ผู้ที่ควรได้รับการคัดกรอง คือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานหรือผู้ที่ได้รับ
ประโยชน์หากทราบได้เร็วว่ามีโอกาสเกิดเบาหวาน ได้แก่
- อายุ 35 ปีขึ้นไป
- อ้วน (ดัชนีมวลกายมากกว่า 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือรอบเอวเกินมาตรฐาน
คือ 90 เซนติเมตรในผู้ชายหรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง)
- มีญาติสายตรงเป็นเบาหวาน
- ความดันโลหิตสูงหรือใช้ยารักษาโรคนี้อยู่
- ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
- มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตรน้ําแรกเกิดมากกว่า 4 กิโลกรัม
- เคยได้รับการตรวจพบว่าเป็น impaired glucose tolerance (IGT) หรือ impaired
fasting glucose (IFG)
1. การประเมินความเสี่ยง ณ ช่วงเวลานั้น
เป้าหมาย เพื่อเป็นการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยเบาหวานที่ยังไม่มีอาการและให้การรักษา
ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก สําหรับผู้ป่วยไทย ปัจจัยทํานายที่สัมพันธ์กับการเป็นเบาหวาน ได้แก่
อายุ ดัชนีมวลกาย และประวัติโรคความดันโลหิตสูง โดยเมื่อทราบข้อมูลทั้งสาม และคํานวณ

โดยการแทนค่าในสูตรด้านล่าง กําหนดหน่วยอายุเป็นปี ดัชนีมวลกายเป็นกิโลกรัมต่อตาราง
เมตร และถ้ามีประวัติโรคความดันโลหิตสูงแทนค่าด้วย 1 ไม่มีประวัติแทนค่าด้วย 0

เกณฑ์ตัดสินผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นเบาหวานและควรได้รับการเจาะเลือดเพื่อ
ประเมินโรคเบาหวาน คือผู้ที่คะแนนมากกว่า 240 การใช้ค่านี้เป็นจุดตัดจะได้ค่าความไว
(sensitivity) ร้อยละ 96.8 และความจําเพาะ (specificity) ร้อยละ 24 ซึ่งถือว่ายอมรับได้ใน
การใช้เป็นเครื่องมือในการคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบ
2. การประเมินความเสี่ยงในอนาคต เพื่อป้องกันโรค
เป้าหมาย เพื่อเป็นการคัดกรองผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการเกิดเบาหวานในอนาคต
เพื่อแนะนําการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือวิถีชีวิต (lifestyle modification) ซึ่งพบว่าชะลอการ
เกิดโรคเบาหวานได้ เช่นการออกกําลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที การควบคุมอาการและ
น้ําหนักในอยู้ในเกณฑ์ป กติ ซึ่ง ประโยชน์ของ lifestyle
modification นั้นสามารถลด
อุบัติการณ์ของโรคเบาหวานลงได้ถึงร้อยละ 40-60
การประเมินโดยใช้เกณฑ์ที่พัฒนาขึ้นจากข้อมูลปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย พบว่า
ปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการเกิดเบาหวานในอนาคตของผู้ป่วยไทย ได้แก่อายุ เพศชาย ดัชนี
มวลกาย เส้นรอบเอว1 ความดันโลหิตสูง และประวัติการเป็นเบาหวานของญาติสายตรง ซึ่งจะ
สังเกตได้ว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ สามารถทราบได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือประเมินที่ซับซ้อน ดังน้น
จึงมีการพัฒนาเกณฑ์ประเมินขึ้นจากปัจจัยเหล่านี้ ดังตารางด้านล่าง

1

วัดในเวลาเช้า ก่อนรับประทานอาหารมื้อแรก ผู้ป่วยไม่ควรใส่เสื้อผ้าหนา วิธีที่แนะนําคือให้ผุ้ป่วยอยู่ในท่ายืน เท้าแยกห่างกันประมาณ
10 เซนติเมตร วัดโดยใช้สายวัดที่ตําแหน่งกึ่งกลางระหว่างขอบบนของกระดูกเชิงกรานและขอบล่างของชายโครง สายวัดต้องอยู่ใน
แนวขนานกับพื้น และไม่รัดแน่นเกินไป ให้วัดขณะหายใจออก

คะแนนจากการประเมินดังตารางนี้ จะแปลเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิด
ที่ 2 ในอีก 12 ปีข้างหน้า ทั้งนี้สามารถแบ่งระดับความเสี่ยงได้เป็น 4 ระดับคือความเสี่ยงน้อย
ความเสี่ยงปานกลาง ความเสี่ยงสูง และความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งมีคําแนะนําในการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมและการตรวจประเมินซ้ําในระยะเวลาความถี่ที่แตกต่างกันไป ดังตารางต่อไปนี้

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful