วิชาความถนัดทางคณิตศาสตร (PAT 1

)
สอบวันเสารที่ 3 กรกฎาคม 2553 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือกจํานวน 25 ขอ (1 - 25) ขอละ 5 คะแนน
1. กําหนดให p, q, r และ s เปนประพจน ที่ประพจน ( p ∨ q) → (r ∨ s ) มีคาความจริงเปนเท็จ
และประพจน p ↔ r มีคาความจริงเปนจริง ประพจนในขอใดมีคาความจริงเปนจริง
1. (q → p) ∧ (q → r )
2. q → [ p ∨ (q ∧ ~ r )]
4. (r ↔ s ) ∧ [ q → ( p ∧ r )]
3. ( p → s) ↔ (r ↔ q)
2. กําหนดเอกภพสัมพัทธ คือ { − 1, 0, 1 } ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ∀x∀y [ x + y + 2 > 0] มีคาความจริงเปนจริง 2. ∀x∃y [ x + y ≥ 0] มีคาความจริงเปนเท็จ
4. ∃x∃y [ x + y > 1 ] มีคา ความจริงเปนเท็จ
3. ∃x∀y [ x + y = 1 ] มีคาความจริงเปนเท็จ
3. ให A = {φ , {φ}, {φ , {φ}}} และ P( A) เปนเพาเวอรเซตของเซต A ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
2. จํานวนสมาชิกของ P( A) − {φ , {φ}} เทากับ 7
1. จํานวนสมาชิกของ P( A) เทากับ 16
4. {φ , {φ}, {{φ}}} ⊂ P( A)
3. {φ , {φ , {φ}}} ⊂ P( A) − {φ , {φ}}

4. ให R แทนเซตของจํานวนจริง ถา A = ⎪⎨ x ∈ R
⎪⎩

1 2
1. ⎛⎜ , ⎞⎟
3 3

1
2. ⎛⎜ , 1⎞⎟
3

⎫⎪
1− x − 2
> 1 ⎬ แลว A ∩ [0, 1)
x+ x −3
⎪⎭
2
3. ⎛⎜ , 1⎞⎟
4.
⎝3 ⎠

เทากับขอใดตอไปนี้
⎛2 3⎞
⎜ , ⎟
⎝3 2⎠

5. ให f และ g เปนฟงกชัน ซึ่งมีโดเมนและเรนจเปนสับเซตของเซตของจํานวนจริง
x+3
−6 x
และ ( f −1 g )( x) =
ถา g (a) = 2 แลว a อยูในชวงใดตอไปนี้
x −1
x+6
2. [1, 3)
3. [3, 5)
4. [5, 7)
1. [−1, 1)

โดยที่ f ( x) =

6. กําหนดให x เปนจํานวนจริง ถา arcsin x =
1
1. ⎛⎜ 0, ⎞⎟
2

⎛1

π

π

แลวคาของ sin ⎛⎜ + arccos ( x 2 ) ⎞⎟ อยูในชวงใด
4
⎝ 15

1 ⎞

2. ⎜ ,

⎝2 2⎠

⎛ 1
3⎞
,
⎟⎟
⎝ 2 2 ⎠

3. ⎜⎜

⎛ 3 ⎞
, 1⎟⎟
2

4. ⎜⎜

7. ในรูปสามเหลี่ยม ABC ใด ๆ ถา a, b และ c เปนความยาวของดานตรงขามมุม A มุม B และมุม C ตามลําดับ
แลว

1
1
1
cos A + cos B + cos C เทากับขอใดตอไปนี้
a
b
c
2
2
2
a +b +c
(a + b + c)2
(a + b + c)2
1.
2.
3.
abc
2abc
2abc

4.

a 2 + b2 + c2
abc

8. กําหนดวงกลมรูปหนึ่งมีจุดปลายของเสนผานศูนยกลางอยูบนจุดศูนยกลางและจุดโฟกัสดานหนึ่งของไฮเพอรโบลา
9 x 2 − 16 y 2 − 90 x + 64 y + 17 = 0 แลววงกลมดังกลาวมีพื้นที่เทากับขอใดตอไปนี้
1.

25π
ตารางหนวย
4

2.

25π
ตารางหนวย
2

3. 4π ตารางหนวย

4. 5π ตารางหนวย

ˆ เปนมุมฉาก และดานตรงขามมุมฉากยาว 10 หนวย ถาพิกัดของจุด A และจุด B
9. รูปสามเหลี่ยม ABC มีมุม ABC
คือ (−4, 3) และ (−1, 2) ตามลําดับ แลวสมการเสนตรงในขอใดผานจุด C
1. x + 8 y − 27 = 0 2. 8 x + y − 27 = 0 3. 4 x − 5 y + 3 = 0 4. −5 x + 4 y + 3 = 0

10. พิจารณาขอความตอไปนี้
3

ข. log 2 ⎛⎜ ⎞⎟ < log 3 ⎛⎜ ⎞⎟
⎝8⎠
⎝2⎠

4

3

ก. 2 2 < 3 3
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ก. ถูก และ ข. ถูก

2. ก. ถูก แต ข ผิด

1

3. ก. ผิด แต ข. ถูก

11. ถา A เปนเซตคําตอบของสมการ 32 x + 2 − 28(3x ) + 3 = 0 และ
B เปนเซตคําตอบของสมการ log x + log( x − 1) = log( x + 3)
แลวผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต A ∪ B เทากับขอใดตอไปนี้
1. 1
2. 2
3. 3

4. ก. ผิด และ ข. ผิด

4. 4

⎡0 1⎤
⎡1 1 ⎤
⎡1 −1⎤
,
B
และ
C
คาของ det ( 2 At + BC 2 + Bt C )
=
=





⎣0 1⎦
⎣0 0 ⎦
⎣0 2 ⎦

12. กําหนดให A = ⎢

เทากับขอใดตอไปนี้
1. – 1

2. 0

3. 2

4. 6

13. ถา sin15 และ cos15 เปนคําตอบของสมการ x 2 + ax + b = 0 แลว คาของ a 4 − b เทากับขอใดตอไปนี้
1. – 1
2. 1
3. 2
4. 1 + 3 2
14. กําหนดให x เปนจํานวนจริงบวกที่สอดคลองกับสมการ 35 x ⋅ 9 x = 27 และ y =
2

(log 2 3)(log 4 5)(log 6 7)
(log 4 3)(log 6 5)(log8 7)

คาของ x y เทากับขอใดตอไปนี้
1. −

1
8

2.

1
8

3. −27

4. 27

3 4
5 5

15. ให z1 และ z2 เปนจํานวนเชิงซอน ถา z1−1 = − i เมื่อ i 2 = − 1 และ 5 z1 + 2 z2 = 5
แลว z2 เทากับขอใดตอไปนี้
1. 3 − 2 i

2. 3 + 2 i

3.

1− 2i

4.

1+ 2i

16. กําหนด u และ v เปนเวกเตอร โดยที่ u = i + 3 j , v = 3 และ u − v = 4
คาของ u + v เทากับขอใดตอไปนี้
1.

6

2.

3.

10

4. 4

13

17. กําหนดให x, y, z เปนลําดับเรขาคณิต มีอัตราสวนรวมเทากับ r และ x ≠ y
ถา x, 2 y, 3z เปนลําดับเลขคณิต แลว คา r เทากับขอใดตอไปนี้
1.

1
4

2.

1
3

3.

1
2

4. 2

18. กําหนดให R แทนเซตของจํานวนจริง ถา f : R → R เปนฟงกชัน โดยที่ f ( x) = ax + b เมื่อ a, b เปนจํานวนจริง
ถา f เปนฟงกชันลด และ f ( f ( f ( f ( x)))) = 16 x + 45 แลวคาของ a + b เทากับขอใดตอไปนี้
1. – 11
2. – 5
3. 11
4. 5
⎧ x3 − 1

⎪ x −1
19. กําหนดให a และ b เปนจํานวนจริง และให f เปนฟงกชัน โดยที่ f ( x) = ⎪⎨ ax + b
⎪ 5

⎪⎩
ถา f เปนฟงกชันตอเนื่องบนชวง (−1, ∞) แลวคาของ ab เทากับขอใดตอไปนี้

1.

5
4

2. −

7
4

3. 15

; −1 < x < 1
; 1≤ x < 5
; x≥5

4. −10

20. ถาคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียน 30 คน มีคะแนนเฉลี่ยเลขคณิตเทากับ 60 คะแนน และมีสวนเบี่ยงเบน
มาตรฐานเทากับ 10 ถาผลรวมของคามาตรฐานของคะแนนของนักเรียนกลุมนี้เพียง 29 คน เทากับ 2.5
แลวนักเรียนอีก 1 คนที่เหลือสอบไดคะแนนเทากับขอใดตอไปนี้
1. 35
2. 58
3. 60
4. 85
21. มีนักเรียน 5 คน รวมกันบริจาคเงิน ไดเงินรวม 360 บาท ความแปรปรวน (ประชากร) เทากับ 660 ถามีนักเรียนเพิ่มอีก
1 คน มารวมบริจาคเปนเงิน 60 บาท ความแปรปรวน จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตรงกับขอใดตอไปนี้
1. เพิ่มขึ้น 80
2. เพิ่มขึ้น 90
3. ลดลง 80
4. ลดลง 90
22. ในการทอดลูกเตา 2 ลูกพรอม ๆ กัน ความนาจะเปนที่ผลรวมของหนาลูกเตาทั้งสองเทากับ 7 หรือผลคูณของหนาลูกเตา
ทั้งสองเทากับ 12 เทากับขอใดตอไปนี้
1.

1
18

2.

1
6

3.

1000

23. กําหนดใหอนุกรมตอไปนี้ A = ∑ (−1) ,
k

k =1

คาของ A + B + C + D เทากับขอใดตอไปนี้
1. 7,917
2. 7,919

B=

20

∑k

2

,

2
9

C=

k =3

4.
100

∑ k,
k =1

3. 7,920

4
9

⎛1⎞
D = ∑ 2⎜ ⎟
k =1 ⎝ 2 ⎠

k

4. 7,922

24. กําหนด a = 248 , b = 336 และ c = 524 ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1.

1 1 1
> >
b c a

2.

1 1 1
> >
a b c

3.

1 1 1
> >
b a c

4.

1 1 1
> >
a c b

25. พิจารณาการจัดเรียงลําดับของจํานวนคี่ 1, 3, 5, 7, 9, ... ในตารางดังตอไปนี้
แถวที่
แถวที่
แถวที่
แถวที่
แถวที่

1
2
3
4
5

1
3
7
13

5
9

15

11
17

19

จากตารางจะเห็นวา จํานวน 15 อยูในตําแหนงที่ 2 (จากซาย) ของแถวที่ 4 อยากทราบวา จํานวน 361
จะอยูตําแหนงใดในแถวที่เทาใด
1. ตําแหนงที่ 9 (จากซาย) ของแถวที่ 18
2. ตําแหนงที่ 10 (จากซาย) ของแถวที่ 19
3. ตําแหนงที่ 11 (จากซาย) ของแถวที่ 20
4. ตําแหนงที่ 12 (จากซาย) ของแถวที่ 21

ตอนที่ 2 แบบระบายตัวเลข จํานวน 25 ขอ (26 - 50) ขอละ 7 คะแนน
26. ในการสอบวิชาภาษาไทย วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาคณิตศาสตร ของโรงเรียนแหงหนึ่งมีนักเรียนเขาสอบทั้งหมด 66 คน
ปรากฏวามีนักเรียนที่สอบตกทั้งสามวิชาจํานวน 13 คน นักเรียนที่สอบไดทั้งสามวิชามีจํานวน 17 คน นักเรียนที่สอบได
วิชาภาษาไทยและวิชาภาษาอังกฤษแตสอบตกวิชาคณิตศาสตรมีจํานวน 10 คน นักเรียนที่สอบไดวิชาภาษาไทยและวิชา
คณิตศาสตรแตสอบตกวิชาภาษาอังกฤษมีจํานวน 11 คน นักเรียนที่สอบไดเพียงวิชาเดียว มีจํานวน 6 คน จํานวนนักเรียน
ที่สอบไดวิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร เทากับเทาใด __________

{

27. ให R แทนเซตของจํานวนจริง ถา S = x ∈ R

x + 1 + 3x − 1 = 7 x − 1

}

และ T = { y ∈ R y = 3x + 1, x ∈ S } แลวผลบวกของสมาชิกใน T เทากับเทาใด __________
28. ให R แทนเซตของจํานวนจริง ถา f1 , f 2 , f3 , f 4 , g และ h เปนฟงกชันจาก R ไปยัง R โดยที่
f1 ( x) = x + 1,

f 2 ( x) = x − 1,

f3 ( x) = x 2 + 4,

f 4 ( x) = x 2 − 4

( f1 g )( x) + ( f 2 h)( x) = 2 และ ( f 3 g )( x) − ( f 4 h)( x) = 4 x

คาของ ( g h)(1) เทากับเทาใด __________
44

29. คาของ

∑ cos n
n =1
44

∑ sin n
n =1

44

∑ sin n
n =1
44

∑ cos n
n =1

เทากับเทาใด __________

⎡5a

30. ให a, b, c, d เปนจํานวนจริง ถา 3 ⎢

⎣2

c

⎡ 5a
b⎤
6⎤ ⎡ 4
=


⎥+⎢ c
d⎦
⎣ d − 1 3⎦ ⎣ 2

5a + b ⎤

2d ⎦

แลว คาของ b + c เทากับเทาใด ___________
⎡a b ⎤
2 −1
⎥ โดยที่ det A = t ≠ 0 และ det ( A + t A ) = 0
c
d

31. ให a, b, c, d , t เปนจํานวนจริง ถา A = ⎢

แลวคาของ det ( A − t 2 A−1 ) เทากับเทาใด ___________

32. กําหนดให u = 2 i − 5 j และ v = i + 2 j ให w เปนเวกเตอร โดยที่ u ⋅ w = − 11 และ v ⋅ w = 8
ถา θ เปนมุมแหลมที่เวกเตอร w ทํามุมกับเวกเตอร 5i + j แลว tan θ + sin 2θ เทากับเทาใด ___________
n

⎛ 2 i 2⎞
2
+
33. ถา n เปนจํานวนเต็มบวกที่นอยที่สุดที่ทําให ⎜⎜
⎟⎟ = 1 เมื่อ i = −1
2
2


แลว n มีคาเทากับเทาใด ___________

34. ให {an } เปนลําดับของจํานวนจริง โดยที่ a1 + a2 + a3 + ... + an = n 2 an สําหรับ n = 1, 2, 3, ...
ถา a1 = 100 แลว lim
n 2 an มีคาเทากับเทาใด ___________
n →∞
35. กําหนดให β เปนจํานวนจริง และให {an } เปนลําดับของจํานวนจริงที่ นิยามโดย an =

βn −7
n+2

สําหรับ

n = 1, 2, 3, ... ถาผลบวก 9 พจนแรกมีคามากกวาผลบวก 7 พจนแรกของลําดับ {an } เปนจํานวนเทากับ a108
an มีคาเทากับเทาใด ___________
แลว lim
n →∞

36. โรงงานผลิตตุกตาแหงหนึ่ง มีตนทุนในการผลิตตุกตา x ตัว โรงงานจะตองเสียคาใชจาย
x3 − 450 x 2 + 60, 200 x + 10, 000 บาท ถาขายตุกตาราคาตัวละ 200 บาท โรงงานจะตองผลิตตุกตากี่ตัว
จึงจะไดกําไรมากที่สุด ___________
37. กําหนดให f ( x) เปนฟงกชันพหุนามกําลังสอง ถาความชันของเสนสัมผัสเสนโคง y = f ( x) ที่จุด (1, 2)
มีคาเทากับ 4 และ

2

∫ f ( x) dx = 12

แลว f (−1) + f ′′(−1) มีคาเทากับเทาใด ___________

−1

38. กําหนดให h( x) = f ( x) g ( x) โดยที่ความชันของเสนสัมผัสเสนโคง y = f ( x) ที่จุด ( x, y ) เทากับ 2 − 2 x
และเสนสัมผัสเสนโคง y = f ( x) มีคาสูงสุดสัมพัทธเทากับ 5 ถา g เปนฟงกชันพหุนาม
ซึ่งมีสมบัติ g (2) = g ′(2) = 5 แลว h′(2) มีคาเทากับเทาใด ___________

2

2

1
1
39. กําหนดให an = 1 + ⎛⎜1 + ⎞⎟ + 1 + ⎛⎜1 − ⎞⎟ สําหรับ n = 1, 2, 3, ...
⎝ n⎠
⎝ n⎠
1
1
1
1
เทากับเทาใด ___________
+
+
+…+
คาของ
a1 a2 a3
a20
k (n5 + n) + 3n 4 + 2
12
⎛2⎞
= 15 + 6 +
+ ... + 15 ⎜ ⎟
40. ให k เปนคาคงที่ และถา lim
5
n →∞
(n + 2)
5
⎝5⎠
แลว k มีคาเทากับเทาใด ___________

n −1

+ ...

41. ขอสอบปรนัย 20 ขอ คะแนนเต็ม 50 คะแนน โดยกําหนดขอ 1 – 10 ขอละ 4 คะแนน ขอ 11 – 20 ขอละ 1 คะแนน
ถาหากนักเรียนตอบขอใดถูกตอง จะไดคะแนนเต็มของขอนั้น แตถาตอบผิดหรือไมตอบ จะไดคะแนน 0 คะแนน จะมีกี่วิธี
ที่นักเรียนคนหนึ่ง จะทําขอสอบชุดนี้ไดคะแนนรวม 45 คะแนน ___________
42. กําหนดให A = { 1, 2, 3, ..., 9, 10 } จงหาจํานวนสับเซตของ A ทั้งหมดที่ประกอบดวยสมาชิก 8 ตัวที่แตกตางกัน
โดยที่ ผลรวมของสมาชิกทั้ง 8 ตัว เปนพหุคูณของ 5 ___________
43. ในการสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง ถานักเรียนคนหนึ่งในหองนี้สอบได 55 คะแนน คิดเปนคะแนนมาตรฐาน
ไดเทากับ 0.5 และสัมประสิทธิ์ของการแปรผัน (coefficient of variation) ของคะแนนนักเรียนหองนี้ เทากับ 20%
คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนหองนี้เทากับเทาใด ___________
44. สรางตารางแจกแจงความถี่ของคะแนนสอบของนักเรียนกลุมหนึ่ง โดยใหความกวางของแตละอันตรภาคชั้นเปน 10 แลว
ปรากฏวามัธยฐานของคะแนนการสอบเทากับ 57 คะแนนซึ่งอยูในชวง 50 – 59 ถามีนักเรียนที่สอบไดคะแนนต่ํากวา 49.5
คะแนน อยูจํานวน 12 คน และมีนักเรียนไดคะแนนต่ํากวา 59.5 คะแนน อยูจํานวน 20 คน จงหาวานักเรียนกลุมนี้
มีทั้งหมดกี่คน ___________
45. กําหนดจุด 10 จุด โดยที่ระยะหางระหวางจุดเทา ๆ กัน ดังรูป

จะตองลบจุดออกจากภาพอยางนอยที่สุดกี่จุด เมื่อลบออกจากภาพแลวไมมีสามจุดใด ๆ (ที่เหลือ) เปนจุดยอดของ
สามเหลี่ยมดานเทา ___________
46. ใหเติมจํานวนเต็มบวกลงในชองสี่เหลี่ยมโดยใหผลรวมของจํานวนในชองสี่เหลี่ยมสามชองที่ติดกัน เทากับ 18
7
คาของ x เทากับเทาใด ___________

x

8

47. จากตารางที่กําหนดให มีชองวางทั้งหมด 16 ชอง ดังรูป
หลัก (ค)
หลัก (ง)
แถว (ก)

1

5

แถว (ข)

x

13

ใหเติมจํานวนเต็มบวก 1, 2, 3, ..., 16 ลงในชองสี่เหลี่ยมชองละ 1 จํานวน โดยใหผลบวกของจํานวนใน
แตละแถว ((ก) และ (ข)) และในแตละหลัก ((ค) และ (ง)) มีคาเทา ๆ กัน
ถาเติมจํานวนเต็มบวก 1, 5, 13 ดังปรากฏในตารางแลว จํานวน x ในตาราง เทากับเทาใด ___________
48. ใหเติมจํานวนเต็มบวก 1, 2, 3, 4, 5 ลงในชองวางในตาราง 5 × 5 ตอไปนี้
5
3

1

4
5
3

2

3
1
x

โดยที่ แตละแถวตองมีจํานวนเต็มบวก 1, 2, 3, 4 และ 5 แตละหลักตองมีจํานวนเต็มบวก 1, 2, 3, 4 และ 5
จํานวน x ในตาราง เทากับเทาใด ___________
49. สําหรับ a และ b เปนจํานวนเต็มบวกใด ๆ กําหนดให a ⊗ b เปนจํานวนจริงที่มีสมบัติดังตอไปนี้
(ก) a ⊗ a = a + 4

(ข) a ⊗ b = b ⊗ a

คาของ (8 ⊗ 5) ⊗ 100 เทากับเทาใด ___________
50. พิจารณาการจัดเรียงลําดับของจํานวน 2, 5, 8, 11, 14, ... ในตารางดังตอไปนี้
หลักที่
1
23
47

หลักที่
2
2
20
26
44

หลักที่
3
5
17
29
41

หลักที่
4
8
14
32
38

จํานวน 2012 อยูในหลักที่เทาใด ___________

หลักที่
5
11
35

(ค)

a ⊗ ( a + b)
a+b
=
a ⊗b
b

เฉลยขอสอบ PAT 1 (3 ก.ค. 2553)
ตอนที่ 1
ขอ ๑ ตอบ ๒
p ↔

และ

r

( p ∨

q ) →

F

T

F

F

q

[ p

( q

U = {−1,0,1}

เปนเท็จ

2. x = −1, y = 1; x = 0, y = 0; x = 1, y = −1

4.

F

T

ขอ ๒ ตอบ ๓

3.

s )

F

T

1. − 1 + (−1) + 2 = 0

(r ∨

เปนจริง

ไมมี x ที่ทําใหทุก y; x + y = 1 เปนเท็จ
ให x = 1, y = 1; x + y > 1 เปนจริง

ขอ ๓ ตอบ ๓
A = {∅, {∅}, {∅,{∅}}}; n( A) = 3
1. ∴ n( P( A)) = 2 3 = 8
2. n( P ( A) − {∅,{∅}}) = 8 − 2 = 6
3. {∅, {∅}, {∅, {∅}}} ⊂ P( A) − {∅, {∅}}
4. {∅,{∅}, {∅, {∅}}} ∈ P( A)

F

F

 r)

ขอ ๔ ตอบ ๓


| 1 − x | −2
A = ⎨x ∈ R |
> 1⎬
x + | x | −3 ⎭

พิจารณา
จะได

x ∈ [0,1)
1− x − 2
>1
x+ x−3
− ( x + 1)
−1 > 0
2X − 3
x +1
+1 < 0
2x − 3
x + 1 + 2x − 3
<0
2x − 3
3x − 2
<0
2x − 3

+
2
3

⎛2 3⎞
⎛2 ⎞
⎜ , ⎟ ∩ [0,1) = ⎜ ,1⎟
⎝3 2⎠
⎝3 ⎠

ขอ ๕ ตอบ ๓
x+3
;f
x+6

y+3
→ xy + 6 x = y + 3
y+6
3 − 6x
y=
x −1
3 − 6 g ( x) − 6 x
( f −1og )( x) = f −1 ( g ( x)) =
=
g ( x) − 1
x −1
ถา g (a) = 2 แลว 3 − 6(2) = − 6a
2 −1
a −1
a=3
f =

−1

:x=

ขอ ๖ ตอบ ๔
จาก

arcsin x =

π
4

→ sin

π
4

=x→x=

1
2

2
⎛π
⎛ 1 ⎞ ⎞⎟
⎛π
2⎞

+ arccos⎜
sin ⎜ + arccos x ⎟ = sin

⎜ 15
⎝ 15

⎝ 2 ⎠ ⎟⎠

⎛π π⎞
= sin ⎜ + ⎟
⎝ 15 3 ⎠
= sin(12o + 60o )

จะเห็นวา
ดังนั้น

= sin 72o
sin 60 < sin 72 < sin 90

3
< sin 72 < 1
2

-

+
3
2

ขอ ๗ ตอบ ๑
จากกฎของโคไซน

(

)

(

)

(

1
1
1
1 b2 + c2 − a2 1 a2 + c2 − b2 1 a2 + b2 − c2
+
+
cos A + cos B + cos C =
a
b
c
a
2bc
b
2ac
c
2ab
2
2
2
2
2
2
2
2
2
b +c −a +a +c −b +a +b −c
=
2abc
2
2
2
a +b +c
=
2abc

ขอ ๘ ตอบ ๑

(

)

(

)

)

9 x 2 − 10 x + 25 − 16 y 2 − 4 y + 4 = −17 + 225 − 64

( x − 5)

2

( y − 2)

2

=1
16
9
c 2 = 16 + 9 = 25 →∴ c = 5

จะได
วงกลมที่มีจุดปลายของจุดศูนยกลางอยูที่จุดศูนยกลางไฮเพอรโบลาและจุดโฟกัสจุดหนึ่งของไฮเพอรโบลาจะมีรัศมียาว
เทากับ 5 หนวย
2

ดังนั้น พืน้ ทีว่ งกลม

2

25π
⎛5⎞
= πr = π ⎜ ⎟ =
4
⎝2⎠
2

ตารางหนวย

ขอ ๙ ตอบ ๒
C(x,y)
10
AB ⊥ BC
⎛ y − 2 ⎞⎛ 3− 2 ⎞
∴⎜
⎟⎜
⎟ = −1
⎝ x + 1 ⎠ ⎝ −4 + 1 ⎠
y = 3x + 5

(x + 4)2 + ( y − 3)2 = 10 2
(x + 4)2 + (3x + 2)2 = 100
10 x 2 + 20 x + 20 = 100
x 2 + 2x − 8 = 0
(x + 4)(x − 2) = 0
∴ x = 2 → y = 11(8(2) + 11 − 27 = 0)

A(-4,3)
B(-1,2)

ขอ ๑๐ ตอบ ๑
3
2

9
6

4
3

8
6

( )
ก. 3 = 3 = (3 )
∴ (3 ) > (2 )
2 = 2 = 29

1
8 6

3
= log 2 3 − log 2 8 = log 2 3 − 3
8
1
log 3 = log 3 1 − log 3 2 = 0 − log 3 2
2
∴ log 2 3 − 3 < − log 3 2

1
6

log 2

1
8 6

ข.

1
9 6

ถูก

ถูก

ขอ ๑๑ ตอบ ๒
32 ⋅ 32 x − 28 ⋅ 3x + 3 = 0

(9 ⋅ 3

x

− 1)( 3x − 3) = 0

1
3x = ,3x = 3
9
∴ x = −2, x = 1
A = {−2,1}
log x + log( x − 1) = log( x + 3); x > 0, x > 1, x > −3
x( x − 1) = x + 3; x > 1
x2 − 2 x − 3 = 0
( x − 3)( x + 1) = 0
∴ x = 3; x ≠ 1, x > 1
B = {3}
∴ A ∪ B = {−2,1,3}

ขอ ๑๒ ตอบ ๒
0 0
⎡0 1⎤
A=⎢
, At = ⎡⎢ ⎤⎥

⎣0 1⎦
⎣1 1 ⎦
⎡1 − 1⎤ ⎡1 − 1⎤ ⎡1 − 3⎤
C2 = ⎢

⎥=⎢
⎥⎢
⎣ 0 2 ⎦ ⎣0 2 ⎦ ⎣ 0 4 ⎦
⎡1 1⎤ ⎡1 − 3⎤ ⎡1 1⎤
BC 2 = ⎢
⎥⎢
⎥=⎢

⎣0 0 ⎦ ⎣0 4 ⎦ ⎣0 0 ⎦
⎡1 0⎤ ⎡1 − 1⎤ ⎡1 − 1⎤
BtC = ⎢
⎥⎢
⎥=⎢

⎣1 0⎦ ⎣0 2 ⎦ ⎣1 − 1⎦
⎡ 2 0⎤
2 A t + BC 2 + B t C = ⎢

⎣3 1⎦
∴ det 2 A 2 + BC 2 + B t C = 2 − 0 = 2

(

)

,

⎡0 0 ⎤
2 At = ⎢

⎣ 2 2⎦

ขอ ๑๓ ตอบ ๓
จาก x 2 + ax + b = 0

(x − sin 15 )(x − cos15 ) = 0
x − (sin 15 + cos15 )x + sin 15
o

2

o

o

o

o

cos15 o = 0

∴ a = sin 15 o + cos15 o ; b = sin 15 o cos15 o
1
o
sin
30
1
a 2 = 1 + 2 sin 15 o cos15 o ; b =
= 2 =
2
2 4

= 1 + sin 30 o
1
= 1+
2
3
=
2
2

1 8
⎛3⎞
a −b = ⎜ ⎟ − = = 2
4 4
⎝2⎠
4

ขอ ๑๔ ตอบ ๒
2

2

35 x ⋅ 9 x = 27 → 35 x ⋅ 32 x = 33

และ

x>0

2 x2 + 5x − 3 = 0

( 2 x − 1)( x + 3) = 0
1
x = ; x = −3
2
1
∴x =
2
log 3 log 5 log 7


log 2 log 4 log 6 log 8
=
= log 2 8 = 3
y=
log 3 log 5 log 7 log 2


log 4 log 6 log 8
3

⎛1⎞ 1
x =⎜ ⎟ =
⎝2⎠ 8
y

ขอ ๑๕ ตอบ ๔
Z 1−1 =

3 4
3 4
− i → Z1 = + i
5 5
5 5

⎛3 4 ⎞
5Z 1 + 2 Z 2 = 5 → 2 Z 2 = 5 − 5⎜ + i ⎟
⎝5 5 ⎠
= 2 − 4i
Z 2 = 1 − 2i

Z 2 = 1 + 2i

ขอ ๑๖ ตอบ ๒
2

2

2

u − v = u − 2u v + v = 16
2

2

u = 4, v = 9
∴ 4 − 2u v + 9 = 16
2u v = −3
2

2

2

u + v = u + 2u v + v = 4 − 3 + 9 = 10
∴ u + v = 10

ขอ ๑๗ ตอบ ๒
x, y, z เปนลําดับเรขาคณิต

x≠ y

y
y
, y, yr เปนลําดับเรขาคณิต ∴ x = , z = yr
r
r
จาก x,2 y,3z เปนลําดับเลขคณิต
y
∴ 2 y − = 3 yr − 2 y
r
y
4 y = 3 yr +
r
2
3r − 4r + 1 = 0
(3r − 1)(r − 1) = 0
1
∴ r = ,1
3

ถา

r =1
1
∴r =
3

แลว

x= y

ขอ ๑๘ ตอบ ๑
f ( x) = ax + b

และ

f

เปนฟงกชันลด จะได

a<0

f ( f ( f ( f ( x)))) = a 4 x + a 3b + a 2 b + ab + b = 16 x + 45
a 4 = 16
a = −2

และ

a 3b + a 2 b + ab + b = 45
− 5b = 45
b = −9

a + b = −2 + (−9) = −11

ขอ ๑๙ ตอบ ๔
ตอเนื่องบน (− 1, ∞ ) จะได

∵f

1.) lim− f ( x) = f (1) → lim−
x →1

x3 −1

x →1

(x

x −1

= a+b

)

−1
= a + b → −(1 + 1 + 1) = a + b
x →1
x −1
a + b = −3 → (1)
2.) lim− = f (5) → 5a + b = 5 → (2)
lim− −

3

x →5

(2) − (1) → 4a = 8
a=2
b = −5

ab = 2(− 5) = −10

ขอ ๒๐ ตอบ ๑
30

∑Z
i =1

i

= 0 ∴ Z 30 = −2.5
x − 60
10
x = 60 − 10(2.5) = 35

− 2.5 =

ขอ ๒๑ ตอบ ๔
จากสูตร

σ

2

∑X
=

660 =

2
i

N
∑ X i2

5

−µ

2

2

5
⎛ 360 ⎞
−⎜
⎟ → ∑ X i = (660 + 5184 ) × 5 = 29220
⎝ 5 ⎠
i =1

6

∴ ∑ X i = 29220 − 3600 = 32820
i =1

32820
− 70 2 = 5470 − 4900 = 570
6
ดังนัน้ ความแปรปรวนลดลง 660 − 570 = 90

σ2 =

ขอ ๒๒ ตอบ ๓
n( S ) = 6 × 6 = 36

,

E1 (ผลบวกเทากับ 7 ) = {16,61,25,52,34,43}
E 2 (ผลคูณเทากับ 12 ) = {26,62,34,43}

E = E1 ∪ E 2 = {16,61,26,62,25,52,34,43}
n( E ) = 8
∴ P( E ) =

8 2
=
36 9

ขอ ๒๓ ตอบ ๑
1000

A = ∑ (− 1) = 0
k

k =1

20

B = ∑k2 =
k =3

100

C = ∑k =
k =1

20(21)(41)
− (12 + 2 2 ) = 2870 − 5 = 2865
6

100(101)
= 5050
2

⎛ 1 ⎞


⎛1⎞
2

⎟=2
D = ∑ 2⎜ ⎟ = 2
⎜1− 1 ⎟
k =1 ⎝ 2 ⎠


2⎠

A + B + C + D = 0 + 2865 + 5050 + 2 = 7917
k

ขอ ๒๔ ตอบ ๔

( )
= (3 )
= (5 )

a = 2 48 = 2 4
b = 336
c = 5 24

12

= 1612

3 12

= 2712

2 12

= 2512

∴a < c < b →

1 1 1
> >
a b c

ขอ ๒๕ ตอบ ๒
จาก 1,3,5,7,9,...,361,...
361 = 1 + (n − 1)2
n=

361 − 1
+ 1 = 181
2

ผลบวกของจํานวนในแตละแถว
1 + 2 + 3 + 4 + ... + n ≥ 181

19(20 )
= 190
2
18(19 )
n = 18 ⇒
= 171
2
ดังนั้น 361 อยูในแถวที่ 19
n = 19 ⇒

ตําแหนงที่

10

(จากซาย)

เฉลยขอสอบ PAT 1 (3 ก.ค. 2553)
ตอนที่ 2
ขอ ๒๖ ตอบ ๒
T

U=66
M
11
17

X1

X2

10

Y
13

X3
E

( X 1 + X 2 + X 3 ) + 11 + 17 + 10 + Y = 66 − 13
6 + 38 + Y = 53
Y =9

ดังนั้นสอบไดอังกฤษและคณิตศาสตร

17 + 9 = 26

ขอ ๒๗ ตอบ ๒

(

) (
2

x + 1 + 3x − 1 =

)

2

7x −1 ; x ≥

1
3

x + 1 + 3x − 1 + 2 3x 2 + 2 x − 1 = 7 x − 1

2 3x 2 + 2 x − 1 = 3x − 1

(

)

4 3x 2 + 2 x − 1 = 9 x 2 − 6 x + 1
3x 2 + 14 x − 5 = 0
( 3x − 1)( x − 5) = 0
1
x = , x = −5
3
1
⎛1⎞
y = 3x + 1; x = → y = 3⎜ ⎟ + 1 = 2
3
⎝3⎠

ขอ ๒๘ ตอบ ๑

g ( x) + 1 + h( x) − 1 = 2 → g ( x) = 2 − h( x) − − − −− > (1)

(g ( x) )2 + 4 − (h( x) )2 + 4 = 4 x − − − −− > (2)
แทนคา g ( x) = 2 − h( x) จาก (1) ในสมการ (2)
(2 − h( x) )2 − (h( x) )2 + 8 = 4 x
2
2
4 − 4h( x) + (h( x) ) − (h( x) ) + 8 = 4 x
4h( x) = 12 − 4 x
h( x ) = 3 − x
g ( x) = 2 − 3 + x = x − 1
∴ ( g h )(1) = g (h(1)) = g (3 − 1) = G (2) = 1

คน

ขอ ๒๙ ตอบ ๒
44

∑ cos n

o

= cos1o + cos 2 o + cos 3o + ... + cos 44 o

n =1

45 o
2
45 o
= 2 cos
2

43o
45 o
41o
45 o
1o
cos
cos
+ 2 cos
+ ... + 2 cos
2
2
2
2
2
o
o
o

43
41
1 ⎞
⎜⎜ cos
+ cos
+ ... + cos ⎟⎟
2
2
2⎠

= 2 cos

44

∑ sin n

cos

= sin 1o + sin 2 o + sin 3o + ... + sin 44 o

o

n =1

45 o
2
45 o
= 2 sin
2

= 2 sin

43o
45 o
41o
45 o
1o
cos
cos
+ 2 sin
+ ... + 2 sin
2
2
2
2
2
o
o
o

43
41
1 ⎞
⎜⎜ cos
+ cos
+ ... + cos ⎟⎟
2
2
2⎠

cos


45
45 ⎞
45
45
45
45
− sin 2
2 ⎜ cos 2

sin
cos 2
− sin 2
2
2 ⎠
n =1
n =1
2 −
2 =
2
2 = ⎝

=
44
44
45
45
45
45
45
45
o
sin
cos no
n
sin
cos
sin
cos
2sin
cos


2
2
2
2
2
2
n =1
n =1
2 cos 45
=
= 2 cot 45
sin 45
= 2
44

∑ cos no

44

∑ sin n

o

cos

ขอ ๓๐ ตอบ ๔
⎡3 ⋅ 5a 3b ⎤ ⎡ 5a + 4
⎢ c
⎥=⎢
c
⎣3 ⋅ 2 3d ⎦ ⎣ d − 1 + 2
3d = 3 + 2d → d = 3

5a + b + 6 ⎤

3 + 2a ⎦

3 ⋅ 2c = 3 − 1 + 2c
2 ⋅ 2c = 2 → 2c = 1

3 ⋅ 5 a = 5 a + 4 → 5a = 2

∴c = 0

3b = 5a + b + 6 → 2b + 8
∴b = 4
∴b + c = 4 + 0 = 4

ขอ ๓๑ ตอบ 4
พิจารณาจากโจทย A + A−1 = 0 นั้น A นาจะเปนเมตริกซเสมือนสมมาตร (Skew symmetric matrix)
โดยสมาชิกนอกแนวทแยงมุมหลัก เปน 1 นั่นคือ
⎡a b ⎤
⎡ 0 1⎤
A=⎢
= ⎢
det A = 1 ≠ 0


⎣c d ⎦
⎣ −1 0 ⎦
0 1⎤
1 ⎡0 −1⎤
แทนคา A + t 2 A−1 = ⎡⎢
+ (1) 2
=

(1) ⎢⎣1 0 ⎥⎦
⎣ −1 0 ⎦
0 1⎤
1 ⎡0 −1⎤
ดังนั้นคาของ A − t 2 A−1 = ⎡⎢
− (1) 2

(1) ⎢⎣1 0 ⎥⎦
⎣ −1 0 ⎦

จะได

det( A − t 2 A−1 ) = 4

⎡0 0⎤
⎢0 0 ⎥ จริง


⎡ 0 2⎤
= ⎢

⎣ −2 0 ⎦

At = − A

ขอ ๓๒ ตอบ
ให

2

w = ai + b j
u ⋅ w = 2a − 5b = −11

− − − − − − > (1)

v ⋅ w = a + 2b = 8

− − − − − − > ( 2)

2 × ( 2 ) : 2a + 4b = 16

− − − − − −− > ( 3)

(1) − ( 2 ) : −9b = −27
∴ b = 3, a = 2
w = 2i + 3 j

,

w = 4 + 9 = 13

5i + j = 25 + 1 = 26
cos θ =

(

w ⋅ 5i + j
w 5i + j

)=

10 + 3
13
1
=
=
13 26 13 2
2

∴θ = 45o
∴ tan θ + sin 2θ = tan 45o + sin 90o = 1 + 1 = 2

ขอ ๓๓ ตอบ

8
n

n
⎛ 2
2⎞
π
π




⎜ 2 + i 2 ⎟ = ⎜⎝ cos 4 + i sin 4 ⎟⎠


nπ ⎞

= ⎜ cos
+ i sin
⎟ =1
4
4 ⎠



cos
= 1 และ sin
= 0 เมื่อ n = 8,16,24,...
4
4
∴n = 8

ขอ ๓๔ ตอบ
จาก

200

a1 + a 2 + a3 + ... + a n = n 2 a n

a1
3
a
a1 + a 2 + a3 = 9a3 → a 3 = 1
6
a
a1 + a2 + a3 + a4 = 16a4 → a4 = 1
10
i
∴ a1 + a 2 = 4a 2 → a 2 =

i
i

จะได

a1 a1 a1
a
+ + + ... + 2 1 = n 2 a n
3 6 10
n +n
2
2
n a
∴ lim n 2 a n = lim 2 1 = 2a1 = 2(100 ) = 200
n →∞
n →∞ n + n
2
a1 +

ขอ ๓๕ ตอบ
an =

จาก

2

βn − 7
n+2
S 9 − S 7 = a108

a8 + a9 = a108 →

8β − 7 9β − 7 108β − 7
+
=
10
11
110

88β − 77 + 90 β − 70 = 108β − 7
70β = 140

β =2
∴ lim a n = lim
n →∞

ขอ ๓๖ ตอบ

n →∞

2n − 7
=2
n+2

200

f ( x) = 200 x − x 3 + 450 x 2 − 60200 x − 10000
f ′( x) = 200 − 3 x 2 + 900 x − 60200 = 0

3x 2 − 900 x + 60000 = 0

x 2 − 300 x + 20000 = 0
(x − 100)(x − 200) = 0
∴ x = 100,200
′′
f ( x) = −6 x + 900
f ′′(100) = −600 + 900 = 300
f ′′(200) = −1200 + 900 = −300
∴ x = 200

ขอ ๓๗ ตอบ
ให

10

f ( x) = ax 2 + bx + c
f ′(1) = 4

2

∫ (ax

−1

2

)

+ bx + c dx = 12

,

f ′( x) = 2ax + b

2a + b = 4

− − − − − − > (1)
⎛ x3

x2
⎜⎜ a + b
+ cx ⎟⎟
2
⎝ 3

2

= 12

−1

8
a b
a + 2b + 2c + − + c = 12
3
3 2
3b
3a − + 3c = 12
2
b
a− +c =4
− − − − − − > (2 )
2
f (1) = 2

a+b+c = 2
− − − − − − > (3)
4
(2) − (3) : − 3b = 2

b=−
2
3
4
4+
8 4 2
,
∴c = 2 − + =
แทนใน (1) : a = 3 = 8
2
3
3 3 3
8 4 2
⎛ 8 ⎞ 30
f (−1) + f ′′(−1) = + + + 2⎜ ⎟ =
= 10
3 3 3
⎝ 3⎠ 3

ขอ ๓๘ ตอบ

10
h( x) = f ( x) g ( x) → h′( x) = f ( x) g ′( x) + g ( x) f ′( x)
h′(2) = f (2) g ′(2) + f ′(2) g (2)

f ′( x) = 2 − 2 x

f ′(2) = 2 − 4 = −2

;

f ( x) = 2 x − x 2 + c

;

2 − 2x = 0
∴x =1
f (1) = 5
5 = 2 −1+ c
∴c = 4

f (2) = 4 − 4 + 4 = 4
∴ h′(2) = 4(5) + 5(−2) = 2(5) = 10

ขอ ๓๙ ตอบ

7
2

⎛ 1⎞
⎛ 1⎞
n 1 + ⎜1 + ⎟ − 1 + ⎜1 − ⎟
1
⎝ n⎠
⎝ n⎠
=
4
an

2

1
5 −1
=
4
a1
⎛ 13
5⎞

2⎜

4
4⎠
1
13 − 5

=
=
4
4
a2
1
25 − 13
=
4
a3
1
41 − 25
=
a4
4
i
i
i

1
841 − 761
=
a20
4

1 1 1
1
5 − 1 + 13 − 5 + 25 − 13 + ... + 841 − 761
+ + + ... +
=
a1 a2 a3
a20
4
=

ขอ ๔๐ ตอบ
lim
n→∞

25

(

)

k n 5 + n + 3n 4 + 2

(n + 2)

5

−1 + 841 −1 + 29
=
=7
4
4

12
+ ...
5
15
15
5
k=
= = 15 ×
2 3
3
1−
5 5
= 15 + 6 +

= 25

ขอ ๔๑

ตอบ 352
จะตอบใหไดคะแนน

45 คะแนน

(1) ตอบถูกตอนที่ 1

10

ขอ และตอบถูกตอนที่

2

⎛10 ⎞⎛10 ⎞ 10!
= 252
= ⎜⎜ ⎟⎟⎜⎜ ⎟⎟ =
10
5
5
!
5
!
⎝ ⎠⎝ ⎠
1 ขอ และตอบตอนที่ 2 ผิด 1

อีก

5

ขอ

จํานวนวิธตี อบ
(2) ตอบตอนที่ 1 ผิด

ขอ

⎛10 ⎞⎛10 ⎞
= ⎜⎜ ⎟⎟⎜⎜ ⎟⎟ = 100
⎝ 1 ⎠⎝ 1 ⎠
252 + 100 = 352 วิธี

จํานวนวิธตี อบ
ดังนั้นจํานวนวิธตี อบทั้งหมด คือ
ขอ ๔๒

ตอบ 9
A = {1,2,3,4,5,...,9,10}
10
10(11)
i=
= 55


i =1

2

ดังนั้น ตัวเลขทีต่ ัดออกสองตัวตองมีผลบวกเปนพหุคูณของ
ซึ่งจะมี 9 แบบ
ขอ ๔๓

ตอบ

5

ซึ่งมี (1,4), (1,9), (2,3), (2,8), (4,6), (5,10), (3,7 ), (6,9), (7,8)

50

55 − X
− − − − − − > (1)
S
S
20 1
X
=
=

S=
− − − − − − > (2)
5
X 100 5
X
0.5( ) = 55 − X
5
55
X + 0.1X = 55

X =
= 50
1.1
ตอบ 36 คน
0.5 =

ขอ ๔๔

ชวงคะแนน

f

cf



⎬12

⎪⎭

50 − 59

⎛N

⎜ 2 − ∑ fL ⎟
Med = L + I ⎜

fm




⎛N

⎜ 2 − 12 ⎟
57 = 49.5 + 10 ⎜

⎜ 8 ⎟


4
N
7.5( ) = − 12
5
2
N
6 = − 12
2

8

N
= 18
2
∴ N = 36

20

ขอ ๔๕ ตอบ

4

จุด

หรือ

ขอ ๔๖ ตอบ 3
7
8

3

7

8

3

7

7
7

3

ขอ ๔๗ ตอบ

8

8

3

7

X

7

3

8

7

3

8

1

5

X

13

7

ใหผลบวกแตละแถว ก ข แตละหลัก ค ง = k
16(17 )
1 + 2 + 3 + 4 + ... + 16 =
= 8(17 )
2

4k = 2 (1 + 5 + X + 13) + (ผลบวกของจํานวนนอกเหนือจาก 1,5, X ,13 )

∴ 8 (17 ) = 4k − (1 + 5 + X + 13)

4

หาร

1 + 5 + X + 13

4 ( X + 19)

∴X =9

ลงตัว

3

7

8

7

3

8

9

จะไดวา

8

3

8

ขอ ๔๘ ตอบ

ขอ ๔๙

3

ตอบ

3

5

4

2

1

1

3

2

5

4

4

1

5

3

2

2

4

3

1

5

5

2

1

4

x=3

208

8
(5 ⊗ 3)
3
5
5 ⊗ 3 = 3 ⊗ 5 = 3 ⊗ (3 + 2) = (3 ⊗ 2)
2
3 ⊗ 2 = 2 ⊗ 3 = 2 ⊗ (2 + 1) = 3(2 ⊗ 1)
2 ⊗ 1 = 1 ⊗ 2 = 1 ⊗ (1 + 1) = 2(1 ⊗ 1) = 2(5)

8 ⊗ 5 = 5 ⊗ 8 = 5 ⊗ (5 + 3) =

⎛ 8 ⎞⎛ 5 ⎞
∴ 8 ⊗ 5 = ⎜ ⎟⎜ ⎟(3)(2)(5) = 200
⎝ 3 ⎠⎝ 2 ⎠
(8 ⊗ 5) ⊗ 100 = 200 ⊗ 100 = 100 ⊗ (100 + 100)

จะได
ขอ ๕๐ ตอบ

⎛ 100 + 100 ⎞
=⎜
⎟ (100 + 4 ) = 2(104) = 208
⎝ 100 ⎠
2

หลักที่ 1 หลักที่
2
23
20
26
47
44
50
71
68

จากหลักที่
ถา

1

a n = 24n − 1

n = 84

จะได

2

หลักที่
5
17
29
41
53
65

3

หลักที่
8
14
32
38
56
62

a84 = 24(84) − 1
= 2016 − 1
= 2015

ดังนั้น

2012

อยูในหลักที่

2

4

หลักที่
11
35
59

5

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful