ผลตอบแทน และ

ความเสี่ยงจากการลงทุน
ในหลักทรัพย์รายตัว

อัตราผลตอบแทนรายงวด
จากตราสารทุน และตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทนรายงวด
จากตราสารทุน และตราสารหนี้
Capital Gain

กาไรจากการขายตราสารหนี ้ หรื อตราสารทุนในราคาสูงกว่าราคาที่ซื ้อมา

Interest Income

เงินได้ ที่ผ้ อู อกตราสารหนี ้สัญญาว่าจะจ่ายให้ แก่ผ้ ลู งทุนในแต่ละงวดตามเวลาที่ได้ ตกลงกันไว้
ล่วงหน้ า ซึง่ เป็ นรายได้ ในจานวนที่แน่นอน

Dividend Income

เงินได้ ที่ผ้ อู อกตราสารทุนตกลงที่จะจ่ายให้ แก่ผ้ ถู ือตราสารทุน โดยจานวนเงินปั นผลที่จ่ายนัน้
เป็ นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการผู้ถือตราสารทุนนันๆ

Discount

เงินได้ สว่ นลด หรื อส่วนต่างระหว่างส่วนต่างระหว่าราคาของตราสารหนี ้ที่ได้ รับจากการ
ถอน กับราคาตราสารหนี ้ที่ผ้ ลู งทุนได้ ซื ้อมา

Reinvestment or Interest on Interest

ผลตอบแทนที่ได้ รับจากการที่ผ้ ถู ือตราสารนาเงินได้ ที่ได้ รับจากตราสารนันๆ
้ ไปลงทุนต่อ

ไถ่

ผลตอบแทนจากการลงทุน
ผลตอบแทนรวม
= เงินปั นผล + ดอกเบีย้ รั บ + ส่ วนลดรั บ + (กาไรส่ วนเกินทุน - ขาดทุนส่ วนทุน)
+ สิทธิ

ผลตอบแทนสุทธิ
= ผลตอบแทนรวมจากการลงทุน - ค่ าใช้ จ่ายที่เกิดขึน้ จากการลงทุน
โดยที่

เงินปั นผล
ดอกเบี ้ยรับ
ส่วนลดรับ
กาไรส่วนเกินทุน
ขาดทุนส่วนทุน
สิทธิ

= กระแสเงินสดรับจากการลงทุนของนักลงทุน กรณีลงทุนในหุ้นสามัญ
= กระแสเงินสดรับจากการลงทุนของนักลงทุน กรณีลงทุนในตราสารหนี ้
= ผลต่างของราคาที่ตราไว้ และราคาที่นกั ลงทุนจ่ายเงินซื ้อตราสารหนี ้ระยะสัน.

กรณีลงทุนในตัว๋ เงินคลัง
= กาไรที่ได้ รับจากการขายหลักทรัพย์ได้ ในราคาสูงกว่าราคาที่ซื ้อมา
= ขาดทุนจากการขายหลักทรัพย์ในราคาต่ากว่าราคาที่ซื ้อมา
= ผลประโยชน์ที่ผ้ ถู ือตราสารหนี ้ได้ รับจากผู้ออกตราสาร เช่น การได้ สิทธิใน
การซื ้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน เป็ นต้ น

ผลตอบแทนจากการลงทุน
Holding Period Return : HPR
อัตราผลตอบแทนที่ผ้ ลู งทุนจะได้ รับจากการลงทุนในตราสารทางการเงิน
เป็ นระยะเวลา 1 ปี

HPR =

(PT - PT-1)
PT-1

โดยที่
PT
PT-1

= ราคาของตราสาร ณ เวลาปลายงวด
= ราคาของตราสาร ณ เวลาต้ นงวด

ตัวอย่ าง นักลงทุนได้ ซื ้อหุ้นสามัญของบริษัท TSI จากัด (มหาชน) เมื่อวันที 1 ม.ค. 48 ใน
ราคาหุ้นละ 100 บาท ต่อมาในวันที่ 31 ธ.ค. 48 ราคาหุ้นของบริษัท TSI ได้ ปรับตัวเพิ่มขึ ้น
เป็ น 110 บาทต่อหุ้น อัตราผลตอบแทนที่นกั ลงทุนจะได้ รับ คือ
HPR =
(PT - PT-1)
PT-1
=
(110-100) = 0.10 หรื อ ร้ อยละ 10 ต่ อปี
100

ผลตอบแทนจากการลงทุน
กรณีมีการจ่ ายผลตอบแทนในระหว่ างช่ วงเวลา
HPR = CFT + (PT - PT-1)
PT-1

โดยที่
CFT
PT
PT-1

= เงินที่ได้ รับในช่วงเวลา T
= ราคาของตราสาร ณ เวลาปลายงวด
= ราคาของตราสาร ณ เวลาต้ นงวด

ตัวอย่ าง นักลงทุนได้ ซื ้อหุ้นสามัญของบริษัท TSI จากัด (มหาชน) เมื่อวันที 1 ม.ค. 48 ใน
ราคาหุ้นละ 100 บาท ต่อมาในวันที่ 31 ธ.ค. 48 ราคาหุ้นของบริษัท TSI ได้ ปรับตัวเพิ่มขึ ้น
เป็ น 110 บาทต่อหุ้น และในระหว่างปี 48 บริษัท TSI ได้ มีการประกาศจ่ายเงินปั นผลแก่ผ้ ถู ือ
หุ้นเป็ นจานวน 10 บาทต่อหุ้น อัตราผลตอบแทนที่นกั ลงทุนจะได้ รับ คือ
HPR =

=

CFT + (PT - PT-1)
PT-1
10+(110-100) = 0.20 หรื อ ร้ อยละ 20 ต่ อปี
100

อัตราผลตอบแทนจากตั๋วเงินคลัง
อัตราผลตอบแทนจากตั๋วเงินคลัง
=

ส่ วนลด
365
x
จานวนเงินที่จ่ายซือ้ ตั๋วเงินคลัง อายุของตั๋วเงินคลัง

ตัวอย่ าง นาย ป. ซื ้อตัว๋ เงินคลังที่มีอายุ 60 วันที่มีราคาที่ระบุไว้ คือ 100,000 บาท นาย
ป. ซื ้อตัว๋ เงินคลังฉบับนี ้มาโดยได้ รับส่วนลด 10% โดยนาย ป. ต้ องจ่ายเงินทังสิ
้ ้น 98,333
บาท ดังนันสามารถค

านวณหาส่วนลดจากการลงทุนในตัว๋ เงินคลังได้ ดงั นี ้
ส่ วนลด = อัตราส่ วนลด x ราคาที่ระบุไว้ บนตั๋วเงินคลัง x (อายุคงเหลือของตั๋วเงินคลัง/360)
= 10% x 100,000 x (60/360)
= 1,667 บาท
อัตราผลตอบแทนจากตั๋วเงินคลัง
=
1,667
x 365
98,333
60
=
0.1031 หรือ 10.31%

อัตราผลตอบแทนจากตั๋วเงินคลัง
อัตราผลตอบแทนจากตั๋วเงินคลัง
=

ส่ วนลด
365
x
จานวนเงินที่จ่ายซือ้ ตั๋วเงินคลัง อายุของตั๋วเงินคลัง

โจทย์ นาย ง. ซื ้อตัว๋ เงินคลังเมื่อ 1 มีค 49 และตัว๋ เงินคลังครบกาหนดอายุเมื่อ
30 เมย. 49 มีราคาระบุไว้ 200000 บาท รับส่วนลดตอนซื ้อ 10% ให้
คานวณหาผลตอบแทน

อัตราผลตอบแทนจากหุ้นกู้
HPRBond1 ปี = INTT + (PT - PT-1)
PT-1

โดยที่
INTT
PT
PT-1

= ดอกเบี ้ยรับในช่วงเวลา T
= ราคาหุ้นกู้ปลายปี
= ราคาหุ้นกู้ต้นปี

ตัวอย่ าง หุ้นกู้ของบริษัทแห่งหนึง่ มีราคาตราไว้ 100 บาท และมีราคาตลาดในวันต้ นปี 100
บาทต่อหุ้น หุ้นกู้นี ้มีการจ่ายดอกเบี ้ยในอัตราร้ อยละ 10 ต่อปี และในวันสิ ้นปี ราคาตลาดของ
หุ้นกู้นี ้ปรับตัวเพิ่มขึ ้นเป็ น 107 บาท อัตราผลตอบแทนที่ผ้ ลู งทุนในหุ้นกู้ของบริษัทแห่งนี ้จะ
ได้ รับ คือ
HPRBond 1 ปี = INTT + (PT - PT-1)
PT-1
= 10+(107-100) = 0.17 หรื อ ร้ อยละ 17 ต่ อปี
100

อัตราผลตอบแทนจากหุ้นกู้
จาก

HPRBond1 ปี = INTT + (PT - PT-1)
PT-1

พบว่ าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกู้ สามารถแบ่ งออกได้ เป็ น 2 ส่ วน
คือ

อัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยรั บ (Current Yield) ของหุ้นกูู ู้
อัตราผลตอบแทนจากดอกเบี ้ยรับ

=

INTT
PT-1

อัตราผลตอบแทนทีน่ ักลงทุนได้ รับจากการเปลี่ยนแปลงในราคาของ
หุ้นกู้ (Capital gian or loss)
อัตราผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นกู้ =

(PT - PT-1)
PT-1

อัตราผลตอบแทนจากหุ้นสามัญ
กรณีได้ รับผลตอบแทนในรูปของเงินปั นผล (Cash Dividend)
HPRStock1 ปี = DivT + (PT - PT-1)
PT-1

โดยที่
DivT
PT
PT-1

= เงินปั นผลที่ได้ รับในช่วงเวลา T
= ราคาหุ้นสามัญปลายปี
= ราคาหุ้นสามัญต้ นปี

ตัวอย่ าง นักลงทุนผู้หนึง่ ซื ้อหุ้นสามัญของบริษัท กขค เมื่อต้ นปี 2547 ในราคาหุ้นละ 50
บาท ต่อมาในเดือน มิ.ย. บริษัทมีการประกาศจ่ายเงินปั นผลในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น และ
ราคาหุ้นสามัญของบริษัท กขค ปลายปี 2547 มีราคา 55 บาทต่อหุ้น ดังนันอั
้ ตรา
ผลตอบแทนที่นกั ลงทุนได้ รับ คือ
HPRStock 1 ปี = DivT + (PT - PT-1)
PT-1
= 2+(55-50)
= 0.14 หรื อ ร้ อยละ 14 ต่ อปี
50

อัตราผลตอบแทนจากหุ้นสามัญ
จาก

HPRStock1 ปี = DivT + (PT - PT-1)
PT-1

พบว่ าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นสามัญ สามารถแบ่ งออกได้ เป็ น
2 ส่ วน คือ

อัตราผลตอบแทนจากเงินปั นผล (Dividend Yield) ของหุ้นสามัญ
อัตราผลตอบแทนจากเงินปั นผล

=

DivT
PT-1

อัตราผลตอบแทนทีน่ ักลงทุนได้ รับจากการเปลี่ยนแปลงในราคาของ
หุ้นสามัญ (Capital gian or loss)
อัตราผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นสามัญ =

(PT - PT-1)
PT-1

อัตราผลตอบแทนจากหุ้นสามัญ
กรณีได้ รับผลตอบแทนโดยการให้ สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญเพิม่ ทุน
HPRStock1 ปี = DivT + (PT - PT-1) + NN(PT - PS)
PT-1

โดยที่
DivT = เงินปั นผลที่ได้ รับในช่วงเวลา T
PT = ราคาหุ้นสามัญปลายปี
PT-1 = ราคาหุ้นสามัญต้ นปี
NN = จน.หุ้นสามัญใหม่ที่ได้ สทิ ธิ
PS = ราคาหุ้นที่ผ้ ถู ือหุ้นเดิมมีสทิ ธิซื ้อ

ตัวอย่ าง หุ้นสามัญของบริษัทแห่งหนึง่ มีราคาในตอนต้ นปี เท่ากับ 50 บาทต่อหุ้น ในระหว่าง
ปี บริษัทมีการจ่ายเงินปั นผลแก่ผ้ ถู ือหุ้นจานวน 2 บาทต่อหุ้น และมีการออก หุ้นสามัญเพิ่ม
ทุนโดยให้ สิทธิแก่ผ้ ถู ือหุ้นเดิมในการซื ้อหุ้นสามัญใหม่ในสัดส่วนหุ้นเดิม 1 หุ้นต่อหุ้นใหม่ 2
หุ้น ในราคาหุ้นละ 45 บาท ต่อมาเมื่อถึงสิ ้นปี ราคาหุ้นของบริษัทแห่งนี ้มีราคาอยูท่ ี่ 55 บาท
ผลตอบแทนของหลักทรัพย์ คือ
HPRStock 1 ปี = DivT + (PT - PT-1) + NN(PT - PS)
PT-1
= 2+(55-50) + 2(55-45) = 0.54 หรื อ ร้ อยละ 54 ต่ อปี
50

อัตราผลตอบแทนจากหุ้นสามัญ
กรณีมีการแตกหุ้น
HPRStock1 ปี = DivT + (PT + NS PT - PT-1)
PT-1
โดยที่
DivT
PT
PT-1
NS

= เงินปั นผลที่ได้ รับในช่วงเวลา T
= ราคาหุ้นสามัญปลายปี
= ราคาหุ้นสามัญต้ นปี
= จน.หุ้นสามัญใหม่ที่ได้ รับเพิ่มจากหุ้นสามัญเดิม 1 หุ้น
หลังจากการแตกหุ้น

อัตราผลตอบแทนจากหุ้นสามัญ
กรณีมีการแตกหุ้น
ตัวอย่ าง นาย ก. ถือหุ้นสามัญของบริษัท AAA จานวน 100 หุ้น ในราคาพาร์ ห้ นุ ละ 100
บาท ต่อมาบริษัท AAA ประกาศแตกหุ้นจาก 1 หุ้นเดิมเป็ น 5 หุ้นใหม่ จากการประกาศแตก
หุ้นส่งผลให้ ราคาและปริมาณหุ้นที่นาย ก. ถือครองอย่างไร
ก่ อนการแตกหุ้น
จานวนหุ้น
ราคาหุ้น
เงินลงทุนทังสิ
้ ้น

100
หุ้น
10,000 / 100 หุ้น = 100 บาทต่อหุ้น
10,000 บาท

หลังการประกาศแตกหุ้น (อัตรา 1 หุ้นเดิมเป็ น 5 หุ้นใหม่ )
จานวนหุ้น
100 x 5
= 500 หุ้น
ราคาหุ้น
10,000 / 500 หุ้น = 20 บาทต่อหุ้น
เงินลงทุนทังสิ
้ ้น
10,000 บาท

อัตราผลตอบแทนจากหุ้นสามัญ
กรณีมีการแตกหุ้น
ตัวอย่ าง (ต่ อ) หุ้นสามัญของบริษัท AAA มีราคาในตอนปลายปี เท่ากับ 25 บาทต่อหุ้น ใน
ระหว่างปี บริษัทมีการจ่ายเงินปั นผลแก่ผ้ ถู ือหุ้นจานวน 2 บาทต่อหุ้น และมีการแตกหุ้นจาก
1 หุ้นเดิมเป็ น 5 หุ้นใหม่ ผลตอบแทนของหลักทรัพย์ คือ
HPRStock 1 ปี = DivT + (PT - NS PT - PT-1)
PT-1
= 2+(25 + (4 x 25) - 100)
100
= 0.27 หรื อ ร้ อยละ 27% ต่ อปี

อัตราผลตอบแทนทีค่ าดหวัง
(Expected Rate of Return)
คือ อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยทีน่ ักลงทุนคาดว่ าจะได้ รับ
E(R) =

n
I=1

p i Ri

โดยที่
pi
= โอกาส หรื อความน่าจะเป็ นในการเกิดขึ ้นของ
สถานการณ์ i
Ri
= อัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ ้นในสถานการณ์ I โดยมี
เหตุการณ์ที่จะเกิดอัตราผลตอบแทนขึ ้นได้ n เหตุการณ์

อัตราผลตอบแทนทีค่ าดหวัง
(Expected Rate of Return)
ตัวอย่ าง การคานวณหาอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของหลักทรัพย์ A และหลักทรัพย์ B
เหตุการณ์
เศรษฐกิจรุ่ งเรือง
เศรษฐกิจปกติ
เศรษฐกิจตกต่า

Pi
0.25
0.50
0.25

หลักทรั พย์ A
RA
PiRA
5%
10%
15%

1.25%
5.00%
3.75%

E(RA) = 10.00%

หลักทรั พย์ B
RA
PiRA
30%
25%
20%

7.50%
12.50%
5.00%

E(RB) = 25.00%

อัตราผลตอบแทนกรณีมาร์จ้ นิ
อัตราผลตอบแทน (กรณีมาร์จ้ นิ )
= มูลค่าหุน้ ปลายงวด - ดอกเบี้ยจ่ายของการกูเ้ งินโดยใช้มาร์จ้ นิ - มูลค่า
หุน้ ต้นงวด) / เงินวางประกันเริ่มแรก

โดยที่
มูลค่าหุน้
= ราคาหุน้ x จานวนหุน้
เงินวางประกันเริ่มแรก
= (ราคาหุน้ ต้นงวด x จานวนหุน้ ) x อัตรามาร์จนเริ
ิ้ ่มแรก (%)

อัตราผลตอบแทนกรณีมาร์ จน้ิ
ตัวอย่ าง นาย A มีเงินลงทุนของตนเองอยู่ 10,000 บาท ต้ องการซื ้อหลักทรัพย์ของบริ ษัท B 1,000
หุ้น ในราคาหุ้นละ 20 บาท (มูลค่ารวม 20,000 บาท) สมมติวา่ อัตรามาร์ จิ ้นเริ่ มแรกอยู่ที่ร้อยละ 50
กาหนดให้ เสียดอกเบี ้ยเงินกู้ให้ บริ ษัทหลักทรัพย์ในอัตราร้ อยละ 10 ต่อมาใน วันสิ ้นปี ราคา
หลักทรัพย์ B เปลี่ยนแปลงไปเป็ น 25 บาท สามารถคานวณผลตอบแทนได้ ดงั นี ้
นาย A สามารถซือ้ หลักทรั พย์ มูลค่ า 20,000 บาท โดยใช้ บัญชีมาร์ จนิ ้ ได้ ด้วย
เงินทุนของตนเอง 10,000 บาท และกู้จากบริษัทหลักทรั พย์ อีก 10,000 บาท
ดอกเบีย้ จ่ าย = วงเงินมาร์ จิ ้น x อัตราดอกเบี ้ยเงินกู้
= 10,000 x 10% = 1,000 บาท
อัตราผลตอบแทนกรณีมาร์ จนิ ้ (ราคาหุ้น ณ วันสิ ้นปี เท่ากับ 25 บาท)
= (มูลค่าหุ้นปลายงวด - ดบ.จ่าย - มูลค่าหุ้นต้ นงวด) / เงินวางประกันเริ่ มแรก
= [(25 x 1,000) - 1,000 - (20 x 1,000)] / [(20 x 1,000) x 50%]
= 0.40 หรื อ 40%

อัตราผลตอบแทนกรณีขายชอร์ ต
การขายชอร์ ต คือ

การขาย
หุ้น แต่ผ้ ขู ายไม่มีห้ นุ ที่จะขายอยูใ่ นครอบครอง ซึง่ สามารถขอยืมหุ้นจากบุคคลอื่นมา
ขายโดยมีสญ
ั ญาว่าจะซื ้อหุ้นนันมาใช้

คืนแก่ผ้ ใู ห้ ยืมหุ้นในอนาคต โดยถ้ าหุ้นมีการจ่าย
ผลประโยชน์ จะต้ องนาส่งผลประโยชน์ตา่ งๆ ให้ แก่ผ้ ใู ห้ ยืมหุ้นทังหมด

อัตราผลตอบแทน (กรณีขายชอร์ ต)
= ราคาขายต้ นงวด - ราคาซื ้อปลายงวด - เงินปั นผล
เงินวางมาร์ จิ ้น

โดยที่

เงินวางมาร์ จิ ้น = ราคาขายต้ นงวด x อัตรามาร์ จิ ้นเริ่มแรก (%)

อัตราผลตอบแทนกรณีขายชอร์ ต
ตัวอย่ าง นาย C สัง่ ขายชอร์ ตหุ้นจานวน 1,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 10 บาท (ราคา ณ ปั จจุบนั เป็ นวัน
ต้ นงวด) โดยมี Initial Margin อยู่ที่ร้อยละ 60 ต่อมาใน วันสิ ้นปี ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไปเป็ น 5 บาท
และในช่วงเวลาที่ทาการขายชอร์ ต หุ้นมีการจ่ายเงินปั นผลในอัตรา 2 บาทต่อหุ้นสามารถคานวณ
ผลตอบแทนได้ ดงั นี ้
นาย C ต้ องวางเงินล่ วงหน้ า = (1,000 x 10) x 60% = 6,000 บาท
อัตราผลตอบแทนกรณีขายชอร์ ต
= ราคาขายต้ นงวด - ราคาซื ้อปลายงวด - เงินปั นผล
เงินวางมาร์ จิ ้น
= (10 - 5 - 2) / (10 x 60%)
= 0.50 หรื อ 50%

อัตราผลตอบแทนทบต้ น
อัตราผลตอบแทนทีแ่ ท้ จริงต่ อปี
โดยที่
m
r

=

(1 + r/m)m - 1

= จานวนครัง้ ที่คิดดอกเบี ้ยทบเงินต้ นใน 1 ปี
= อัตราดอกเบี ้ยที่ระบุต่อปี

ตัวอย่ างแสดงการคานวณอัตราดอกเบีย้ ที่แท้ จริงในกรณีต่างๆ

อัตราดอกเบีย้ ร้ อยละ 10 ต่ อปี คิดดอกเบีย้ ทบต้ นปี ละ 2 ครั ง้
= (1 + 0.10/2)2 - 1
= 10.25%
อัตราดอกเบีย้ ร้ อยละ 10 ต่ อปี คิดดอกเบีย้ ทบต้ นปี ละ 12 ครั ง้
= (1 + 0.10/12)12 - 1
= 10.47%

อัตราผลตอบแทนทบต้ น
กรณีการลงทุนมีระยะเวลาไม่ ถงึ 1 ปี
อัตราผลตอบแทนทีแ่ ท้ จริง =

1 +

อัตราดอกเบีย้ ที่ระบุไว้
365/จานวนวันของตราสาร

365/วัน

-1

ตัวอย่ าง ตัว๋ สัญญาใช้ เงินอายุไถ่ถอน 60 วัน มีมลู ค่าไถ่ถอน 1,000 บาท บริ ษัทเงินทุนระบุอตั รา
ดอกเบี ้ยร้ อยละ 8 ต่อปี สามารถคานวณหาอัตราดอกเบี ้ยที่แท้ จริ ง
= [1 + (0.08)/(365/60)]365/60 - 1
= 8.27%

อัตราผลตอบแทนกับภาษี

อัตราผลตอบแทนกับภาษี
การปรั บฐานการคานวณอัตราผลตอบแทนทีม่ ีการเสียภาษี
อัตราผลตอบแทนหลังการเสียภาษี

อัตราผลตอบแทนหลังภาษี
โดยที่
Rt
T

=

เป็ น

Rt (1 - T)

= อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ที่ต้องเสียภาษี
= อัตราภาษีเงินได้ ที่นกั ลงทุนต้ องเสีย

ตัวอย่ าง นักลงทุนกาลังพิจารณาเลือกลงทุนระหว่างพันธบัตรรัฐบาล* ที่มีการจ่ายดอกเบี ้ย 5%
ต่อปี และหุ้นกู้เอกชนที่มกี ารจ่ายดอกเบี ้ย 8% ต่อปี (กาหนดอัตราภาษีเท่ากับ 30%)
อัตราผลตอบแทนหลังภาษี = Rt (1 - T)
= 8% (1 - 0.3)
= 5.6% ต่อปี

การลงทุนในหุ้นกู้เอกชนให้ ผลตอบแทนหลังภาษีเท่ ากับ 5.6% ต่ อปี ซึ่งสูงกว่ า
พันธบัตรรั ฐบาลที่ให้ ผลตอบแทน 5% ต่ อปี
*ดอกเบี ้ยรับจากพันธบัตรรัฐบาลได้ รับการยกเว้ นภาษี

อัตราผลตอบแทนกับภาษี
การปรั บฐานอัตราผลตอบแทนจากหลักทรั พย์ ทไ่ี ด้ รับการยกเว้ นภาษี
เป็ นอัตราผลตอบแทนทีต่ ้ องเสียภาษี

อัตราผลตอบแทนหลังภาษี
โดยที่
Rnt

=

Rnt
(1 - T)

= อัตราผลตอบแทนจากหลักทรัพย์ที่ได้ รับการยกเว้ นภาษี

ตัวอย่ าง พันธบัตรรัฐบาลที่มีการจ่ายดอกเบี ้ย 5% ต่อปี สามารถคานวณอัตราผลตอบแทน
เทียบเท่าอัตราผลตอบแทนทีต่ ้ องเสียภาษี ได้ ดงั นี ้ (กาหนดอัตราภาษีเท่ากับ 30%)
อัตราผลตอบแทนเทียบเท่าอัตราผลตอบแทนที่ต้องเสียภาษี
= Rnt
(1 - T)
= 5%
(1 - 0.3)
= 7.14% ต่อปี

อัตราผลตอบแทนที่ตอ้ งการ

อัตราผลตอบแทนทีต่ ้ องการ
อัตราผลตอบแทนทีต่ ้ องการ

หมายถึง ระดับอัตราผลตอบแทนขันต
้ ่าจากการลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละชนิด ที่ผ้ ู
ลงทุนจะยอมแลกกับการชะลอการใช้ จ่ายเงินหรื อการบริโภคในวันนี ้ออกไป เพื่อ
บริโภคในวันหน้ า

‘ปั จจัยทีก่ าหนดอัตราผลตอบแทนทีผ่ ้ ูลงทุนต้ องการ’ ประกอบด้ วย
1. อัตราผลตอบแทนที่เป็ นตัวเงินที่ปราศจากความเสี่ยง
(Nominal Risk Free Rate : rf nominal)
2. ส่วนชดเชยความเสี่ยง (Risk Premium : RP)

อัตราผลตอบแทนทีต่ ้ องการ
จากการลงทุนในตราสารการเงินรูปแบบต่ างๆ
อัตราผลตอบแทน
SML (Security Market Line)
RA

A
ส่วนชดเชยความเสีย่ ง

rf nominal
0

อัตราผลตอบแทนทีเ่ ป็ นตัวเงิ นทีป่ ราศจากความเสีย่ ง

bA

ความเสี่ยง

อัตราผลตอบแทนทีเ่ ป็ นตัวเงิน
ทีป่ ราศจากความเสี่ยง
rf nominal = [(1 + rf real)(1 + IP)] - 1
หรื อ rf nominal = rf real + IP

โดยที่
rf real
IP

= อัตราผลตอบแทนที่แท้ จริง
ที่ปราศจากความเสี่ยง
= ส่วนชดเชยเงินเฟ้อที่คาดไว้

ตัวอย่ าง กาหนดให้ อตั ราผลตอบแทนที่แท้ จริ งที่ปราศจากความเสี่ยงเท่ากับ 3% และอัตราเงินเฟ้ อ
ที่คาดการณ์ไว้ เท่ากับ 2% จงคานวณหาอัตราผลตอบแทนที่เป็ นตัวเงิน

หรือ

rf nominal

= [(1 + rf real)(1 + IP)] - 1
= [(1 + 0.03)(1 + 0.02)] - 1
= [(1.03)(1.02)] - 1
= 0.0506 หรื อ 5.06%

rf nominal

= rf real + IP
= 0.03 + 0.02
= 0.05 หรื อ 5%

อัตราผลตอบแทนทีแ่ ท้ จริง
ทีป่ ราศจากความเสี่ยง
อัตราผลตอบแทนทีแ่ ท้ จริงทีป่ ราศจากความเสี่ยง
(Real Risk Free Rate : rf real)

เป็ นอัตราผลตอบแทนที่นกั ลงทุนต้ องการโดยสมมติว่าไม่มีเงินเฟ้อเกิดขึ ้น
rf real = (1 + rf nominal) - 1
(1 + IP)

โดยที่
rf nominal
IP

= อัตราผลตอบแทนที่เป็ น
ตัวเงินที่ปราศจากความเสี่ยง
= ส่วนชดเชยเงินเฟ้อที่คาดไว้

ตัวอย่ าง กาหนดให้ อตั ราผลตอบแทนของตัว๋ เงินคลังระยะสันเป็
้ น 6% และอัตราเงินเฟ้ อ
คาดการณ์ไว้ เท่ากับ 2% จงคานวณหาอัตราผลตอบแทนทีแ่ ท้ จริ งที่ปราศจากความเสี่ยง
rf real

= [(1 + rf nominal) / (1 + IP)] - 1
= [(1 + 0.06) / (1 + 0.02)] - 1
= [(1.06) / (1.02)] - 1
= 0.0392 หรื อ 3.92%

อัตราผลตอบแทนทีต่ ้ องการ
ส่ วนชดเชยภาวะเงินเฟ้อ

อัตราผลตอบแทนที่นกั ลงทุนต้ องการเพื่อชดเชยกับการสูญเสียมูลค่าของเงินลงทุน
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินเฟ้อ

ส่ วนชดเชยความเสี่ยง

อัตราผลตอบแทนที่นกั ลงทุนต้ องการเพิ่มเติม เพื่อชดเชยกับความเสี่ยง หรื อความไม่
แน่นอนของผลตอบแทนจากการลงทุน

‘ปั จจัยทีก่ าหนดส่ วนชดเชยความเสี่ยง’ ประกอบด้ วย
1. ความเสี่ยงด้ านธุรกิจ (Business Risk)
2. ความเสี่ยงด้ านการเงิน (Financial Risk)
3. ความเสี่ยงด้ านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

อัตราผลตอบแทนทีต่ ้ องการ
real + IP + RP

E(R) = rf
หรื อ E(R) = [(1 + rf real)(1 + IP)(1 + RP)] - 1

โดยที่
E(R) = อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ
rf real = อัตราผลตอบแทนที่แท้ จริง
ที่ปราศจากความเสี่ยง
IP = ส่วนชดเชยเงินเฟ้อที่คาดไว้
RP = ส่วนชดเชยความเสี่ยง

ตัวอย่ าง กาหนดให้ อตั ราผลตอบแทนที่แท้ จริ งที่ปราศจากความเสี่ยงเท่ากับ 3% และอัตราเงินเฟ้ อ
ที่คาดการณ์ไว้ เท่ากับ 2% หากผู้ลงทุนคาดการณ์สว่ นชดเชยความเสี่ยงในอัตราเท่ากับ 1.5% จง
คานวณหาอัตราผลตอบแทนที่เป็ นตัวเงิน

หรือ

E(R)

= [(1 + rf real)(1 + IP)(1 + RP)] - 1
= [(1 + 0.03)(1 + 0.02)(1 + 0.015)] - 1
= [(1.03)(1.02)(1.015)] - 1
= 0.0664 หรื อ 6.64%

E(R)

= rf real + IP + RP
= 0.03 + 0.02 + 0.015
= 0.065 หรื อ 6.5%

ประเภทของความเสี่ยง

ความเสี่ยงประเภทต่ างๆ ทีน่ ักลงทุนต้ องวิเคราะหู์
Macro Factor Pervasive Risk Purchasing Power Risk
Political (Country) Risk
Currency (Exchange) Risk

Systematic Risk

Interest Rate Risk
Market (Price) Risk
Micro Factors Unsystematic Risk Credit (Company) Risk
Sector (Industry) Risk

Pervasive Risk

ความเสี่ยงทีก่ ระจายทั่วถึงกันไม่ มีผ้ ูใดหลบพ้ นได้
Purchasing

Power

R i s k คือ

(Country)

R i s k คือ

ความเสี่ยงต่อการมีอานาจซื ้อลดลงในอนาคตหากภาวะเงินเฟ้อสูงขึ ้น ส่วนใหญ่จะ
เกิดกับการลงทุนระยะยาว ที่มีอตั ราผลตอบแทนคงที่ (fixed rate of return) เช่น
การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว 30 ปี

Political

ความเสี่ยงที่เกิดจากสถานการณ์การเมืองของประเทศ เช่น การสงครามแย่งชิง
อานาจ การปรับเปลี่ยนคณะรัฐบาล ซึง่ อาจนามาซึง่ การเปลี่ยนแปลงนโยบาย
เศรษฐกิจ การเงิน การคลังของประเทศ ซึง่ จะมีผลกระทบต่อการลงทุน ไม่วา่ จะ
เป็ นบวกหรื อลบ

Pervasive Risk

ความเสี่ยงทีก่ ระจายทั่วถึงกันไม่ มีผ้ ูใดหลบพ้ นได้
Currency (Exchange) Risk คือ
ความเสี่ยงที่เกิดขึ ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา มักจะเกิด
ขึ ้นกับกรณีของการลงทุนข้ ามชาติ และมีการนาเงินสกุลอื่น เข้ าไปหรื อออกจากการ
ลงทุนในประเทศหนึง่ ๆ หากอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวน การลงทุนจาก
ต่างประเทศก็มกั จะหยุดชะงักลง

Systematic Risk : ความเสี่ยงทีผ่ ้ ูลงทุน

ไม่ สามารถลดได้ โดยการกระจายการลงทุน
I n t e r e s t

R a t e

R i s k คือ

ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี ้ย เพราะมีผลกระทบถึงอัตรา
ผลตอบแทน (Yield) ของตราสารหนี ้ที่ซื ้อขายในตลาดรอง ในกรณีที่อตั ราดอกเบี ้ย
สูงขึ ้น ยังทาให้ ต้นทุนในการผลิตของผู้ประกอบการสูงขึ ้น และกาไรลดลงในระยะ
สัน้ ส่งผลกระทบถึงกาไร

M a r k e t

( P r i c e )

R i s k คือ

ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวการณ์ลงทุน ทัง้ ๆ ที่ปัจจัย
พื ้นฐานไม่เปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จะเห็นได้ ชดั ในกรณีของตลาดหุ้น เช่น การรับ
อิทธิพล (Sentiment) จากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในตลาดหลักของโลก

Systematic Risk : ความเสี่ยงทีผ่ ้ ูลงทุน
สามารถลดได้ โดยการกระจายการลงทุน

Credit

(Company)

R i s k คือ

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้ องกับตัวบริษัทเอง ที่สง่ ผลกระทบถึงความสามารถในการ
จัดการ การแข่งขันในเชิงตลาด ความสามารถในการทากาไร หรื อความสามารถใน
การชาระหนี ้ รวมถึงความเสียหายโดยภัยพิบตั ิ การถูกฟ้องร้ องดาเนินคดี

Sector

(Industry)

R i s k คือ

ความเสี่ยงที่เกิดจากคุณสมบัติเฉพาะของธุรกิจหรื ออุตสาหกรรมนัน้ ๆ มักเกิด
ขึ ้นกับธุรกิจที่มีสินค้ าหรื อบริการเฉพาะเพียงไม่ประเภท เช่น สายการบิน เหมืองแร่
ปิ โตรเคมี บริษัท Software บริษัท dot.com

การวัดค่าความเสี่ยง

อัตราผลตอบแทนทีน่ ักลงทุนต้ องการ
จากการลงทุนในตราสารการเงินรูปแบบต่ างๆ
อัตราผลตอบแทน
SML (Security Market Line)

RA

A
ส่วนชดเชยความเสีย่ ง

Rf nominal
0

อัตราผลตอบแทนทีเ่ ป็ นตัวเงิ นทีป่ ราศจากความเสีย่ ง

bA

ความเสี่ยง

การวัดค่ าความเสี่ยง
ความเสี่ยง (Risk)
คือ ความไม่แน่นอนที่อาจเกิดผลลัพธ์อย่างใดอย่างหนึง่ ในอนาคต ภายใต้ โอกาสความ
น่าจะเป็ นระดับหนึง่

‘มาตรวัดความเสี่ยง’ ที่นิยมใช้้
 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : SD or s)
 ความแปรปรวน (Variance : s2)
 ค่าสัมประสิทธิความแปรปรวน (Coefficient of Variation : CV)

s, s2 และ CV ใช้ วัดการกระจายตัวของอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง
หากค่ า s, s2 และ CV สูง ความเสี่ยงจากการลงทุนจะสูงตามไปด้ วย
โดย CV ใช้ วัดการกระจายเมื่อขนาดของการลงทุน หรื อ อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย
ของการลงทุนที่นามาเปรี ยบเทียบกันแตกต่ างกันมาก

การวัดความเสี่ยง
จากผลตอบแทนทีค่ าดหวัง
อัตราผลตอบแทนทีค่ าดหวัง
E(Ri)

n

= ๅ pi Ri
I=1

ความแปรปรวน (Variance : s2)
s2

= ๅ n pi [Ri - E(Ri)]2
I=1

ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : s)
s

= [ ๅ n pi [Ri - E(Ri)]2]1/2
I=1

โดยที่
s2 = ความแปรปรวนของอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของหลักทรัพย์
s = ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของหลักทรัพย์
E(Ri) = อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของหลักทรัพย์
Ri = อัตราผลตอบแทนที่เป็ นไปได้ ตามเหตุการณ์ที่ I
pi = โอกาสความน่าจะเป็ นที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ I ในจานวนเหตุการณ์ทั ้งสิ ้น n เหตุการณ์

ตัวอย่ าง การคานวณ s2 และ s
จากผลตอบแทนทีค่ าดหวัง
ความแปรปรวนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของหลักทรัพย์ A
ภาวะเศรษฐกิจ Pi

RAi

เติบโตดีมาก
เติบโตดี
ปกติ
ซบเซา

0.20
0.15
0.10
0.05

0.10
0.20
0.30
0.40

RAi- E(Rai)
0.10
0.05
0.00
-0.05

[RAi- E(Rai)]2 Pi [RAi- E(RAi)]2
0.0100
0.0025
0.0000
0.0025

ความแปรปรวนของหลักทรัพย์ A (s2A) =
ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของหลักทรัพย์ A (sA) =

0.0010
0.0005
0.0000
0.0010
0.0025
0.0500

การวัดความเสี่ยง
จากข้ อมูลผลตอบแทนในอดีต
ความแปรปรวน (Variance : s2)
s2

n

= ๅ (Rit - Ri)2
t=1

(n - 1)

ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : s)
s
โดยที่
s2
s
Rt
Ri
n

=
=
=
=
=

n

= ๅ (Rit - Ri)2
t=1
(n - 1)

1/2

ความแปรปรวนของอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของหลักทรัพย์
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของหลักทรัพย์
อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ I ในช่วงเวลา t
อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของหลักทรัพย์
จานวนข้ อมูลในอดีตของหลักทรัพย์

ตัวอย่ าง การคานวณ s2 และ s
จากข้ อมูลผลตอบแทนในอดีต
จงหาความเสี่ยงจากข้ อมูลอัตราผลตอบแทนในอดีตของหุ้น ABC และหุ้น DEF
ปี
25X1
25X2
25X3
25X4
25X5

ราคาปิ ดของหุ้น ABC HPRABC ราคาปิ ดของหุ้น DEF HPRDEF
100
107
110
105
115
อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย

7.00%
2.85%
-4.55%
9.52%

115
110
105
115
120

3.69% อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย

-4.35%
-4.55%
9.52%
4.35%
1.24%

ตัวอย่ าง การคานวณ s2 และ s
จากข้ อมูลผลตอบแทนในอดีต
แสดงการคานวณ
s2ABC

sABC
s2DEF

sDEF

n

= ๅ (RABC,t - RABC)2
t=1
(n - 1)
= [(7.00-3.69)2 + (2.80-3.69)2 + (4.55-3.69)2 + (9.52-3.69)2]
= 37.88
= 6.15
n

= ๅ (RDEF,t - RDEF)2
t=1
(n - 1)
= [(-4.35-1.24)2 + (-4.55-1.24)2 + (9.52-1.24)2 + (4.35-1.24)2]
= 47.67
= 6.90

หุ้น DEF มีค่าแปรปรวน (s2) และส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (s) สูงกว่ า หุ้น ABC
ดังนัน้ หุ้น DEF มีระดับความเสี่ยงสูงกว่ าหุ้น ABC

ค่ าสัมประสิทธิความแปรปรวน

Coefficient of Variation : CV

Coefficient of Variation

คือ การเปรี ยบเทียบความเสี่ยงต่อผลตอบแทน 1 หน่วย
ดังนัน้ หากค่า CV ต่า แสดงถึงทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ากว่า แต่หากค่า CV สูง แสดง
ว่าทางเลือกนันเป็
้ นทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูง
ใช้ CV เมื่อขนาดของการลงทุน หรื อ อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของการลงทุนที่
นามาเปรี ยบเทียบกันแตกต่ างกันมาก

CV = s
E(R)

ตัวอย่ าง การคานวณ CV
จงพิจารณาทางเลือกในการลงทุน 2 ทางเลือกดังต่อไปนี ้
ทางเลือกที่หนึง่ ลงทุนในหุ้น ABC ที่มี E(R) = 12.50% และมีคา่ s = 4.50
ทางเลือกที่สอง ลงทุนในหุ้น XYZ ที่มี E(R) = 8.50% และมีคา่ s = 2.50

แสดงการคานวณ
CV

= s / E(R)

ทางเลือกที่หนึ่ง : CVABC

= 4.50 / 12.50%
= 0.36

ทางเลือกที่สอง : CVXYZ

= 2.50 / 8.50%
= 0.29

ทางเลือกที่สองมีความเสี่ยง 0.29 น้ อยกว่ า ทางเลือกที่หนึ่งซึ่งมีความเสี่ยง 0.36

ปี
2545
2546
2547
2548
ผลรวม
ผลคูณ
ค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต
ค่าเฉลี่ยเรขาคณิ ต

ผลตอบแทน
0.0800
0.0952
0.0455
0.0435
0.2642

ผลตอบแทน+1
1.0800
1.0952
1.0455
1.0435

1.2904
0.0661
0.0658

ความเสี่ยงที่ไม่เป็ นระบบ
และ ความเสี่ยงที่เป็ นระบบ

ผลการกระจายการลงทุน
ที่มีต่อความเสี่ยงของกลุ่มหลักทรัพย์
ความเสี่ยงของกลุ่มหลักทรัพย์

ความเสี่ ยงที่ ไม่เป็ นระบบ

ความเสี่ ยงที่ เป็ นระบบ

0

จานวนหลักทรัพย์
ในกลุ่มหลักทรัพย์

ความเสี่ยงที่ไม่เป็ นระบบ
(Unsystematic Risk)
เป็ นความเสี่ยงที่เกิดจากลักษณะเฉพาะของหลักทรัพย์ สามารถ
ลด หรือทาให้หมดไปด้วยการกระจายลงทุนในหลายๆ หลักทรัพย์
สามารถแบ่งได้เป็ น

ความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business Risk)
เป็ นความผันแปรที่เกิดจากการดาเนิ นงานของธุรกิจ เช่น นโยบายการดาเนิ นงาน
ของบริษัท โครงสร้างการผลิตสินค้าของบริษัท เป็ นต้น

ความเสี่ยงทางการเงิน (Financial Risk)
เป็ นความเสี่ยงที่เกิดจากความผันแปรในกาไรของบริษัท ซึ่งเป็ นผลมาจาก
โครงสร้างทางการเงินของบริษัท

ความเสี่ยงที่เป็ นระบบ
(systematic Risk)
คือ ความเสี่ยงที่ทาให้ราคาของหลักทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงไป
ไม่สามารถควบคุมได้ และส่งผลกระทบต่อทุกๆ หลักทรัพย์ในตลาด
ซึ่งอาจเกิดจาก




การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผูล้ งทุนโดยรวมต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
การเปลี่ยนแปลงระดับอัตราดอกเบี้ ย
การเปลี่ยนแปลงระดับราคาสินค้า
การเปลี่ยนแปลงของระดับอัตราเงินเฟ้ อ
การเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหลักทรัพย์ เช่น ตลาดซบเซา
การเกิดขึ้ นของเหตุการณ์ที่นักลงทุนไม่ได้คาดคิดมาก่อน

การวัดค่ าความเสี่ยงทีเ่ ป็ นระบบ
ค่ าสัมประสิทธิเบต้ า (Beta Coefficient : b)
คือ ตัววัดความไวของบริษัทที่มีตอ่ ความเสี่ยงที่เป็ นระบบ โดยค่าเบต้ าของตลาดจะมี
ค่าเท่ากับ 1.0 ดังนัน้

หลักทรั พย์ ทม่ี ี b >1.0 แสดงว่า หลักทรัพย์นนมี
ั ้ การเปลี่ยนแปลงในอัตรา

ผลตอบแทนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงอัตราผลตอบแทนของตลาด ซึง่ ค่าความเสี่ยงที่
เป็ นระบบสูงกว่าตลาด

หลักทรั พย์ ทมี่ ี b <1.0 แสดงว่า หลักทรัพย์นนมี
ั ้ การเปลี่ยนแปลงในอัตรา

ผลตอบแทนน้ อยกว่าการเปลี่ยนแปลงอัตราผลตอบแทนของตลาด ซึง่ ค่าความเสี่ยงที่
เป็ นระบบต่ากว่าตลาด

Characteristic Line

Characteristic Line : CL

คือ เส้ นแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ และอัตรา
ผลตอบแทนของตลาด

ค่ าความชันของเส้ น CL คือ ค่ าเบต้ า แสดงถึง การเปลี่ยนแปลงในอัตรา

ผลตอบแทนของหลักทรัพย์ เมื่ออัตราผลตอบแทนของตลาดเปลี่ยนแปลงไป ซึง่ เป็ น
ตัววัดความเสี่ยงโดยเปรี ยบเทียบกับความเสี่ยง

Characteristic Line
อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์

CL

a

b

อัตราผลตอบแทนของตลาด

Rit = ai + bi Rmt + eit

โดยที่
Rit = อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ I ในช่วงเวลา t
Rmt = อัตราผลตอบแทนของตลาดในระหว่างช่วงเวลา t
ai = ค่าคงที่แอลฟ่ า หรือค่าอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ I
ที่ไม่มีความสุมพันธ์กบั อัตราผลตอบแทนของตลาด
bi = ค่าความชันของเส้นถดถอย
eit = ค่าส่วนผิดพลาด หรือค่าที่ไม่สามารถอธิบายได้ดว้ ยสมการถดถอย

การคานวณหาค่ าเบต้ า
(Beta Calculation)

การคานวณค่ าเบต้ า

(Beta Calculation)
bi

หรื อ

bi

= Cov (Ri , Rm)
Variance (Rm)
= si, m
s2 m

โดยที่
Covariance : COV

คือ ค่าความแปรปรวนร่วมระหว่าง
อัตราผลตอบแทนหลักทรัพย์ใดๆกับ
อัตราผลตอบแทนของตลาด

ค่ าเบต้ าที่ได้ จากการคานวณ จะถูกนาไปใช้ ในการคานวณหาอัตราผลตอบแทน
ที่นักลงทุนต้ องการจากการลงทุน โดยผ่ านแบบจาลองการประเมิน
ราคาสินทรั พย์ ทุน หรือ CAPM (Capital Asset Pricing Model)

Capital Asset Pricing Model : CAPM
แบบจาลอง CAPM
คือ แบบจาลองที่ใช้ ในการคานวณหาอัตราผลตอบแทนที่ต้องการ ซึง่ พิจารณาให้
เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่เกิดขึ ้น
แบบจาลอง CAPM มีลกั ษณะ ดังนี ้

E(Ri)
โดยที่
E(Ri)
Rf
E(Rm)
bi

= Rf + [E(Rm) - Rf ]bi
=
=
=
=

อัตราผลตอบแทนที่ต้องการจากการลงทุนในหลักทรัพย์ I
อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยง
อัตราผลตอบแทนที่คาดไว้ ของกลุม่ หลักทรัพย์ตลาด
ค่าเบต้ า ของหลักทรัพย์ i

Capital Asset Pricing Model : CAPM
ตัวอย่ าง นาย D ต้ องการลงทุนในหุ้นสามัญ A ซึง่ มีค่าเบต้ าเท่ากับ 1.5 โดยในขณะนันอั
้ ตรา
ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอยู่ 5% และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
เท่ากับ 12% จากข้ อมูลข้ างต้ น จงหาอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของนาย D
E(Ri)
แทนค่ า

= Rf + [E(Rm) - Rf ]bi
= 5% + [12% - 5%] 1.5
= 15.5%

นาย D คาดหวังอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเท่ ากับ 15.5%

ค่าของอัตราผลตอบแทนที่ต้องการจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ได้ จาก
แบบจาลอง CAPM สามารถนาไปใช้ เป็ นอัตราคิดลด (Discount Rate) สาหรับ
ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ ้นในอนาคตจากหลักทรัพย์ เพื่อคานวณหาราคาที่ควรจะเป็ น
(Fair Price) และนาไปเปรี ยบเทียบกับราคาตลาด (Market Price) เพื่อสรุปว่า
หลักทรัพย์มีราคาแพงเกินไป (Overpriced) หรื อราคาถูกเกินไป (Underpriced)
ก่อนที่นกั ลงทุนจะทาการตัดสินใจลงทุน


ข้อที่27
สู ตรการหาผลตอบแทนที่คาดหวัง

ตอบ …E(R) = ∑i=1-n(PiRi)

โดยที่ Pi = โอกาสหรื อความน่าจะเป็ นในการ
เกิดขึ้นของสถานการณ์ i



ข้อที่29
ลักษณะความเสี่ ยงที่ขจัดไม่ได้ในการกระจายการลงทุน
ตอบ ความเสี่ ยงที่เป็ นระบบ (Systematic Risk)


ข้อที่30
หุน้ ที่มีค่าเบต้า เท่ากับ ศูนย์ ควรให้อตั ราผลตอบแทน
เท่ากับเท่าไร
ตอบ ศูนย์ (ค่าเบต้าเป็ นตัววัดความไว)




Ri = อัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นใน
สถานการณ์i โดยมีเหตุการณ์ที่จะเกิดอัตราผลตอบแทน
ขึ้นได้ n เหตุการณ์ (หนังสื อ)
ข้อที่28
อธิบายอัตราผลตอบแทนทางการเงิน
ตอบ ....ผลตอบแทนจากการลงทุนจะประกอบไปด้วยเงิน
ได้ทุกประเภทที่ได้รับจากการลงทุน และกาไรส่ วนเกินทุน


ข้อที่31
ราคาตัว๋ คลัง 100,000 บาทเมื่อครบ 1 ปี ลูกค้าซื้อมา
995,000 บาท ถามว่าได้ผลตอบแทนเท่าไร


ข้อที่32
ข้อแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยเลขคณิ ตกับค่าเฉลี่ยเรขาคณิ ต

ข้อที่14
ค่าที่ใช้ในการวัดความเสี่ ยงที่เป็ นระบบ (Systematic Risk) ของ
หลักทรัพย์คือค่าใด
1) คาเบต
า้ (Beta

Coefficient)
2) คาส
่ งเบนมาตรฐานของอัตราผลตอบแทน
่ ่ วนเบีย
(Standard Deviation of Return)
3) คาสั
่ มประสิ ทธิส์ หสั มพันธ ์ (Correlation
Coefficient)
4) คาความแปรปรวน

(Variance)

ข้อที่15
ทุกข้อดังต่อไปนี้เป็ นผลตอบแทนจาก
การลงทุนในหุน้ สามัญ ยกเว้น
1) ส่วนลด
2) เงินปัน
ผล

3) กําไรจา
การขาย
หลักทรั
พย ์
4) เงินไดจากการนํ


ผลตอบแทนที่
ไดรั
้ บไปลงทุนตอ

ข้อที่16
นาย A ต้องการลงทุนในหุน้ สามัญของบริ ษทั Boxing จากัด ซึ่ งมีค่าเบต้าเท่ากับ 0.7 โดยในขณะ
นั้นอัตราผลตอบแทน
ของพันธบัตรรัฐบาลเท่ากับ 5% และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เท่ากับ
15% จากข้อมูลข้างต้น
ให้คานวณหาอัตราผลตอบแทนที่ตอ้ งการจากการลงทุนในหุน้ ของ Boxing

1) 10 %
2) 11 %
3) 12 %
4) 13 %

ข้อที่17

เส้น Characteristic Line (CL) เป็ นเส้นที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรใดกับตัว
แปรใด
1) เป็ นเส้นทีแ
่ สดงความสั มพันธระหว
างความเสี
่ ยงทีเ่ ป็ นระบบและ


ความเสี่ ยงทีไ่ มเป็
่ นระบบ
2) เป็ นเส้นทีแ
่ สดงความสั มพันธระหว
างอั
ตราผลตอบแทนของ


หลักทรัพยและความเสี
่ ยงทีเ่ ป็ นระบบ

3) เป็ นเส้นทีแ
่ สดงความสั มพันธระหว
างอั
ตราผลตอบแทนของ


หลักทรัพยและอั
ตราผลตอบแทนของตลาด

4) เป็ นเส้นทีแ
่ สดงความสั มพันธระหว
างอั
ตราผลตอบแทนของ


หลักทรัพยและความเสี
่ ยงทีไ่ มเป็
่ นระบบ

ข้อที่18
ข้อใดดังต่อไปนี้ไม่เป็ นผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้
1) เงินตน

2) ดอกเบีย
้ รับ
3) กําไรจากการขายตราสาร
หนี้
4) เงินไดจากการนํ
าผลตอบแทนทีไ่ ดรั

้ บไป
ลงทุนตอ

ข้อที่19
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในหุน้ สามัญของบริ ษทั AAA ในปี ที่ 1 และ 2 เท่ากับ + 50 %
และ + 75 % ตามลาดับ
จากข้อมูลที่โจทย์กาหนดให้ ให้คานวณอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ น้ AAA โดยใช้วิธี
ค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต (Arithmetic Mean) และคาเฉลี

่ เรขาคณิต

(Geometric Mean)

1) Arithmetic Mean = 62.50 % , Geometric Mean =
62.02 %

2) Arithmetic Mean = 62.02 % , Geometric Mean =
62.50 %
3) Arithmetic Mean = 63.50 % , Geometric Mean =
63.02 %
4) Arithmetic Mean = 63.02 % , Geometric Mean =
63.50 %

ข้อที่20
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตราผลตอบแทนของหุ น้ AAA , BBB และ
CCC เป็ นไปตามตารางข้างล่างดังต่อไปนี้

หุ น้

อัตราผลตอบแทนจากการ
ลงทุน

ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตรา
ผลตอบแทน

AAA

14.23%

12.21%

BBB

22.24%

17.24%

CCC

17.68%

13.22%

จากข้อมูลในตารางข้างต้น หุ น้ ใดจะมีคา่ Coefficient of Variation หรื อ CV สูงทีส
่ ุด
1) หุ้น AAA
2) หุ้น BBB
3) หุ้น CCC

ข้อที่21

ถ้าค่าเบต้าของหุน้ A เท่ากับ 0 อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนในหุน้ A จะ เท่ากับเท่าใด
1) อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาด
หลักทรัพย ์
2) 0
3) อัตราผลตอบแทนแบบไรความ

เสี่ ยง
4) ผลตางระหว
างอั
ตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาด


หลักทรัพยและอั
ตราผลตอบแทนแบบไรความเสี
่ ยง

ข้อที่22

ข้อใดดังต่อไปนี้เป็ นคานิยามที่ถูกต้องของความเสี่ ยงที่ระบบ (Systematic Risk)
1) เป็ นความเสี่ ยงทีเ่ กิดขึน
้ จากลักษณะเฉพาะของแตละหลั
กทรัพย ์

และสามารถกําจัดหรือลดลงไดด

้ วยการกระจายการลงทุ

2) เป็ นความเสี่ ยงทีเ่ กิดขึน
้ จากลักษณะเฉพาะของแตละหลั
กทรัพย ์

และไมสามารถกํ
าจัดหรือลดลงไดด


้ วยการกระจายการลงทุ

3) เป็ นความเสี่ ยงทีท
่ าํ ให้ราคาของหลักทรัพยมี
่ นแปลง
์ การเปลีย
ไป โดยเป็ นความเสี่ ยงทีไ่ มสามารถควบคุ
มไดและมี
ผลตอ



เฉพาะ
หลักทรัพย์บางหลักทรัพย์ในตลาด
4) เป็ นความเสี่ ยงทีท
่ าํ ให้ราคาของหลักทรัพยมี
่ นแปลง
์ การเปลีย
ไป โดยเป็ นความเสี่ ยงทีไ่ มสามารถควบคุ
มไดและมี
ผลตอ



หลักทรัพย ์

ทุก ๆ หลักทรัพย์ในตลาด

ข้อที่23
นายสมชายซื้ อตัว๋ เงินคลังที่มีอายุ 60 วัน ซึ่ งมีราคาที่ระบุไว้คือ 100,000 บาท นายสมชายได้ซ้ื อตัว๋
เงินคลังฉบับนี้มาโดยได้รับส่ วนลด
8 % ดังนั้น นายสมชายตองจ
ายเงิ
นเพือ
่ ซือ
้ ตัว๋ เงินคลังเป็ น


จํานวนเงินเทาใด

1) 98,667 บาท
2) 98,767 บาท
3) 98,867 บาท
4) 98,967 บาท

ข้อที่24
ธนาคารให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจา 1 ปี ที่ 6% อัตราเงินเฟ้ อใน 1 ปี อยูท่ ี่ 4% ดังนั้นดอกเบี้ยที่ลกู ค้า
จะได้รับจริ งๆเท่าไร
1) 10
2) 6
3) 4
4) 2

ข้อที่25
ธนาคารซื้ อตัว๋ เงินคลังเหลืออายุ 180 วัน ราคา 100 ล้านบาทได้รับส่ วนลด 5% ธนาคารต้องจ่ายค่า
ตัว๋ เงินคลังเท่าไร

1) 100 ล้าน
2) 97.5 ล้าน
3) 95.0 ล้าน
4) 92.5 ล้าน

ข้อที่33
ทุกข้อดังต่อไปนี้เป็ นองค์ประกอบของผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุน ยกเว้น
1) กําไรจากการขายในราคาทีส
่ งู กวาราคาที

่ อ
ื้ มา

(Capital Gain)

2) เงินปันผล
(Dividend)
3) เงินทีไ่ ดจากการนํ
าผลตอบแทนทีไ่ ดรั

้ บไปลงทุนตอ

(Reinvestment Income)
4) เงินไดจากดอกเบี

้ (Interest

Income)

ข้อที่34
ทุกข้อดังต่อไปนี้เป็ นองค์ประกอบของผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ ยกเว้น
1) กําไรจากการขายในราคาทีส
่ งู กวาราคาที

่ อ
ื้ มา

(Capital Gain)

2) เงินปันผล
(Dividend)
3) เงินทีไ่ ดจากการนํ
าผลตอบแทนทีไ่ ดรั

้ บไปลงทุนตอ

(Reinvestment Income)
4) เงินไดจากดอกเบี

้ (Interest

Income)

ข้อที่35
หุน้ กูข้ องบริ ษทั แห่งหนึ่งมีราคาตราไว้ 1,000 บาท และมีราคาตลาดในวันต้นปี 1,000
บาทต่อหุน้ หุน้ กูน้ ้ ีมีรายจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 / ปี และในวันสิ้ นปี ราคาตลาดของ
หุน้ กูป้ รับตัวเพิม่ เป็ น 1,030 บาท ถ้าอัตราเงินเฟ้ อเฉลี่ยในระหว่างปี เท่ากับ 3% ดังนั้น
อัตราผลตอบแทนที่แท้จริ งที่นกั ลงทุนได้รับจากการลงทุนในหุน้ กูข้ องบริ ษทั ดังกล่าว
เท่ากับเท่าใด (สมมติให้ผลู้ งทุนไม่ตอ้ งเสี ยภาษีสาหรับรายได้ในรู ปดอกเบี้ยและ
Capital Gain แต่อย่างใด)

1) 5% ตอปี

2) 6% ตอปี

3) 7% ตอปี

4) 8% ตอปี

ข้อที่37
นาย A ต้องการลงทุนในหุน้ สามัญ A ซึ่ งมีค่าเบต้าเท่ากับ 1.0 โดยในขณะนั้นอัตรา
ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอยูท่ ี่ 5% และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาด
หลักทรัพย์เท่ากับ 12% ถ้าต่อมาอัตราเงินเฟ้ อมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 3% ( โดยที่
ปัจจัยอื่นๆไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด) อัตราผลตอบแทนที่นาย A ต้องการจากการ
ลงทุนในหุน้ A จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
1) เพิม
่ ขึน
้ 1.5%
2) ลดลง 1.5%
3) เพิม
่ ขึน
้ 2.0%
4) ไมมี
่ นแปลงแตอย
่ การเปลีย
่ างใด

ข้อที่38
หากกลุ่มหลักทรัพย์ Portfolio มีการลงทุนในหลายๆหลักทรัพย์และมีการกระจายการลง
เป็ นอย่างดีแล้ว จะเหลือแต่เพียงความเสี่ ยงประเภทใดในกลุ่มหลักทรัพย์
1) ความเสี่ ยงทีไ่ มเป็
่ นระบบ
2) ความเสี่ ยงทีเ่ ป็ นระบบ
3) ความเสี่ ยงรวม
4) ความเสี่ ยงทางธุรกิจ

ข้อที่39
ค่าเบต้าของพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี และของตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทยเท่ากับเท่าใด
1) คาเบต
าของพั
นธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี


= 0 และคาเบต
าของตลาดหลั
กทรัพยแห


์ ง่
ประเทศไทย = 1
2) คาเบต
าของพั
นธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี


= 1 และคาเบต
าของตลาดหลั
กทรัพยแห


์ ง่
ประเทศไทย = 0
าของพั
นธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี
3) คาเบต

ข้อที่40
ข้อใดกล่าวได้ไม่ถกู ต้องเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่มีค่าเบต้าสู ง

1) หลักทรัพยที
่ ค
ี าเบต
าสู

้ ง จะมีความเสี่ ยงทีไ่ ม่
์ ม
สามารถขจัดไดด
น เป็ น
้ วยการกระจายการลงทุ

สั ดส่วนทีส
่ งู เมือ
่ เทียบกับความเสี่ ยงโดยรวมของ
หลักทรัพย ์
2) ราคาของหลักทรัพยที
่ ค
ี าเบต
าสู
การ

้ งจะไมค
่ อยมี

์ ม
เปลีย
่ นแปลงมากนัก ในยามทีด
่ ช
ั นีตลาด
หลักทรัพยมี
์ ความผันผวนมาก
3) ราคาของหลักทรัพยที
่ ค
ี าเบต
าสู

้ ง จะมีความ
์ ม
ออนไหวต
อการเปลี

่ นแปลงของดัชนีตลาด


หลักทรัพยมาก

ข้อที่41
จากข้อมูลของหลักทรัพย์ A,B และ C ดังต่อไปนี้ ให้เรี ยงลาดับของ Coefficient
of variation (CV) ของแต่ละหลักทรัพย์จากน้อยไปมาก
หลักทรัพย์
หลักทรัพย์ A
หลักทรัพย์ B C
อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง
12.50%
8.50% 8.50%
ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
4.50%
2.50% 8.50%
1) B,A และ C
ตามลําดับ
2) A,B และ C
ตามลําดับ
3) C,A และ B
ตามลําดับ
4) C, B และ A

ข้อที่42

นาย A ต้องการซื้อหุน้ ของบริ ษทั B จานวน10,000 หุน้ ในราคาหุน้ ละ 20 บาท ถ้านาย
A ได้ซ้ือหุน้ ของบริ ษทั B โดยใช้เงินของตนเองบางส่ วน และที่เหลือใช้วธิ ีกเู้ งินจาก
บริ ษทั หลักทรัพย์กาหนดให้อตั รามาร์จิ้นเริ่ มแรกอยูท่ ี่ร้อยละ 50 และกาหนดให้นาย A
ต้องเสี ยดอกเบี้ยเงินกูใ้ ห้บริ ษทั หลักทรัพย์ในอัตราร้อยละ10 ต่อมา ณ วันสิ้ นปี ราคา
หลักทรัพย์ B เพิ่มขึ้นเป็ น 25 บาท นาย A จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุน้
ของบริ ษทั B ในอัตราร้อยละเท่าใด
1) 25%

2) 40%
3) 45 %
4) 50%

ข้อที่43
นาย D ซึ่งไม่เคยลงทุนในหุน้ A เลย ต้องการลงทุนในหุน้ A ซึ่งมีค่าเบต้า
เท่ากับ 1.5 โดยในขณะนั้นอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอยูท่ ี่
5% และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เท่ากับ
12% ถ้าอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนในหุน้ A เท่ากับ
18% นาย D ควรทาเช่นไร และเพราะเหตุใด
1) ควรซือ
้ หุ้น A เพราะอัตราผลตอบแทนทีค
่ าดหวัง
สูงกวาอั
่ องการ
่ ตราผลตอบแทนทีต


้ หุ้น A เพราะอัตราผลตอบแทนที่
2) ไมควรซื

คาดหวังตํา่ กวาอั
่ องการ
่ ตราผลตอบแทนทีต

3) ควรซือ
้ หุ้น A เพราะอัตราผลตอบแทนทีค
่ าดหวัง
ตํา่ กวาอั
่ องการ
่ ตราผลตอบแทนทีต

4) ไมควรซื

้ หุ้น A เพราะอัตราผลตอบแทนที่

ข้อที่44
ถ้าผูล้ งทุนมีความกลัวความเสี่ ยง (Risk Aversion) มากขึ้น ความชันของเส้นที่แสดง
ความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ ยงและอัตราผลตอบแทนจะเป็ นอย่างไร
1) มีความชันมากขึน

2) มีความชันน้อยลง
3) ไมมี
่ นแปลง
่ การเปลีย
4) ไมสามารถสรุ
ปไดจากข
อมู
่ อ
ี ยู่


้ ลทีม

ข้อที่45
หุน้ กูข้ องบริ ษทั TSI จากัด มีราคาที่ตราไว้เท่ากับ 1,000 บาท ราคาซื้ อขายในปั จจุบนั
เท่ากับ 960 บาท มีอายุคงเหลือ 5ปี มีอตั ราดอกเบี้ยร้อยละ 7ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6
เดือน อัตราผลตอบแทนในปัจจุบนั (Current Yield) ของหุน้ กูด้ งั กล่าวเท่ากับ
เท่าใด
1) 7.00%
2) 7.29%
3) 8.00%

4) ขอมู
้ ลไมเพี
่ ยงพอในการคํานวณ

ข้อที่46
กลยุทธ์การแข่งขันของ Michael E.Porter " Five Force Model
ตอบ ก. 5 ข้อ
ข้อที่47
เพิ่มทุน 1 : 2 หุน้ สามัญราคา 60 บาท ราคาหุน้ ใหม่ 15 บาท ราคาหลังเพิ่มทุนเท่ากับเท่าใด
ตอบ P หลังเพิม
่ ทุน = (1x60) + (2x15) = 30บาท
3
ข้อที่48
Bull Ship Stock คือ
ตอบ หุน้ ที่มีสถานะการเงินมัน่ คง
ข้อที่49
ให้หาค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต และราขาคณิ ต
หลักทรัพย์

อัตราผลตอบแทน

A

50%

B

-100%

ตอบ ค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต -25 , ค่าเฉลี่ยเลขราขาคณิ ต 0

ข้อที่50
A เป็ นรถหรู B เป็ นอาหาร จงหาคาเบต
า้

ตอบ A > +1 , 0 < B < +1

ข้อที่51
อัตราเสี ยภาษี 30% จะต้องพิจารณาผลตอบแทนในหุน้ A กี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าหาก
เปรี ยบเทียบผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลที่ปราศจากความเสี่ ยง 7%

ข้อที่53
ข้อที่52
ผลตอบแทนของหุน้ กู้ = 4%
อัตราเงินเฟ้ อ 2%

ส่ วนชดเชยความเสี่ ยงระดับ Rating
BBB = 1.5%
อัตราผลตอบแทนที่เป็ นตัวเงินเท่ากับเท่าไร

นาย ข ลงทุนในหลักทรัพย์ A และ
หลักทรัพย์ B อย่างละเท่าๆกัน โดย
หลักทรัพย์ A มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
เท่ากับ 4.73 มีอตั ราผลตอบแทน
เท่ากับ 12% หลักทรัพย์ B มีค่า
เบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.80 มี
อัตราผลตอบแทนเท่ากับ 7%
หลักทรัพย์ A และ B มีค่าความ
แปรปรวนเท่ากับ 1.678 จงหาค่า
เบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มหลักทรัพย์น้ ี
ข้อที่54
ค่าเบต้า คือ
ตอบ ความเสี่ ยงของระบบ

ข ้อที1
่ 9
ั ซอ
ื้ หุ ้นสามัญของบริษัท รักไทย จากัด (มหาชน)
นายวันชย
ิ้ 500 หุ ้น ในราคาหุ ้นละ 99.50 บาท นายวันชย
ั จะต ้อง
ทัง้ สน
ื้ หุ ้นสามัญของบริษัทดังกล่าวผ่านทาง
จ่ายเงินสาหรับการซอ
บริษัทหลักทรัพย์เป็ นจานวนเท่ากับเท่าใด (กาหนดให ้ค่า
ื้ หุ ้นเท่ากับ 0.25%)
นายหน ้าในการซอ
1) 49,750 บาท
2) 49,874 บาท
3) 49,883.08 บาท
4) 49,838.68 บาท

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful