You are on page 1of 67

1

RF-2 80

ข้อมูลทั่วไป (General Information)


RF-280 เป็นเครื่องรับ-ส่งวิทยุที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานทางยุทธการ สำาหรับการสื่อ
สารที่ตอ้ งการความรวดเร็วจากจุดที่เรียกว่า front line (Local Communication) ไปยังจุด
long distance (rear communication) หรือที่เรียกว่า การสื่อสารระยะไกล ความถี่ที่ใช้งาน
จะครอบคลุมผ่าน HF และ VHF Low Band ผ่านความถี่ 1.5 - 80 MHz สำาหรับ RF-280 และ
RF-280A คุณสมบัติและอุปกรณ์ประกอบ จะเหมือนกันทั้งหมดจะแตกต่างกันเฉพาะสีเท่านั้น
RF-280 จะมีสีเทา (Gray) เหมาะสำาหรับติดตั้งบนเรือรบ ส่วน RF-280A จะมีสเี ขียวเข้ม
(Olive Drab)หรือ OD เหมาะสำาหรับติดตั้งบนรถ Jeep, ยานตรวจการลำานำ้า, กองบังคับการ ฯลฯ
RF-280 สามารถติดต่อกับวิทยุในข่ายเดียวกัน เช่น PRC-25VRC, URC-58
ย่านความถี่ 1.5 - 50 MHz 100 Hz Step รวมทั้ง VFO Tuning เพื่อความแน่นอนในการติดต่อ
ข่าวสารมาตรฐานในการรับ-ส่งข่าวสาร จึงมี Mode การทำางานทั้ง LSB, USB, AM, FM, CW
RF-280 สามารถให้กำาลังส่ง Power Output 100 W. Pep และ Average จ่ายผ่าน 2
ความถี่ 1.5 - 30 MHz และ 50 W. Pep และ Average จ่ายผ่านความถี่ 30 - 80 MHz โดยมี
ระบบป้องกันทางภาค PA. ที่เรียกว่า Foil Soft เมื่อเกิดการ Open หรือ Shorted ทางสาย
อากาศหรือในสภาวะที่มคี วามร้อนสูงใน PA. Module ส่วน Power Input ของ RF-280 สามารถ
ใช้กำาลังไฟได้ทั้ง AC และ DC โดยใช้ RF-283 และ RF-284 สำาหรับไฟ DC.
การซ่อมบำารุง
RF-280 ออกแบบวงจรและอุปกรณ์เป็น Module Assembly และ Board
โดยมี Led แสดงผล ซึง่ ง่ายในการซ่อมบำารุงรักษาเครื่อง
ข้อควรระวัง
การปฏิบัตงิ าน ต้องมีความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัย การตรวจวัดและการ
ปรับแต่ง ต้องแน่ใจว่า Ground ที่ใช้วัด ถูกต้อง และไม่ควรซ่อมทำาโดยการเปลีย่ น Board
ในขณะที่เครื่องยังเปิดทำางานอยู่ เพื่อความปลอดภัย ควรจะ OFF Function SW. เสียก่อน
ในการเปลี่ยนอุปกรณ์พวก Condenser ที่มีค่าสูง ๆ ควรระมัดระวัง เพราะมีไฟแรงสูงบรรจุอยู่
ปุ่มควบคุมการทำางาน ตัวแสดงค่าและหัวต่อ หน้าเครื่อง 3
1, 2. Power SW., Power meter.
•ขณะรับ Meter จะแสดงความแรงของสัญญาณในหน่วย “S” คือ
S3 = 3.6 uv.
S4 = 5.0 uv.
S5 = 7.3 uv.
S6 = 11.5 uv.
S7 = 21.0 uv.
S8 = 42.0 uv.
S9 = 100.0 uv.
+ 30 = 6.8 v.
+ 60 = 15.0 v.
•ขณะส่ง Meter จะแสดงค่ากำาลังส่งออกอากาศทั้ง Forward และ Reflected Power
ค่าเป็น Watt ขึ้นอยูก่ ับตำาแหน่งของ Power SW.
3.Receiver Tune Signal SW. 4
•กดปุ่มนี้จะตัดวงจร Squelch ออก และขณะเดียวกันจะป้อนเสียง Noise ผ่าน
ความถี่กว้างมายังเครือ่ งรับ
4.Tune Control
•เป็นการปรับแต่งเพื่อจะเลือกผ่านการใช้งานเทียบกับเสียง Noise ในขณะกด
Receiver Tune Signal SW. เมือ่ ตรงกับความถี่ทำางาน จะได้ยินเสียง Noise และ S meter
ชี้คา่ สูงสุด
5.Transmit Audio
•ควบคุมระดับสัญญาณเสียงที่ออกอากาศ หมุนตามเข็มนาฬิกา จะเป็นการเพิ่ม
ความแรงของสัญญาณเสียง ตำาแหน่ง “Auto” จะควบคุมสัญญาณเสียงโดยอัตโนมัติ
6.Squelch Control
•ใช้ควบคุมระดับสัญญาณที่รับเข้ามา โดยขจัดสัญญาณที่ไม่ตอ้ งการออกไป เช่น
Noise ต่างๆ ตำาแหน่ง Tone ใช้ในการจัดหา Tone 150 Hz. ใน Mode FM ในขณะส่ง โดย
Modulated ไปกับ ข่าวสาร เพราะฉะนั้นในขณะรับ ก็จะใช้ Tone 150 Hz. ในการเปิด Squelch
รับข่าวสารเข้ามา สัญญาณ 150 Hz Tone ไม่ได้ป้อนออกสู่ลำาโพงพร้อมกับข่าวสาร จะใช้ใน
การเปิด Squelch gate เท่านั้น
7.Receiver RF. Gain 5
•ควบคุมระดับความไวของสัญญาณภาครับ เมือ่ หมุนไปทางขวามือสุด ความไวของ
เครื่องจะสูงสุด ในกรณีสัญญาณทีร่ ับเข้ามาแรงเกินไป การลดทอนจะทำาได้โดยการหมุนปุม่ นี้
ทวนกลับ
8.Receiver Audio
•ควบคุมระดับสัญญาณเสียง (Volume) ที่ลำาโพง หรือ Headset
9.Noise Blanker
•ลดทอนความไวของสัญญาณรบกวน (RFI) ตำาแหน่ง OFF คือ เลิกใช้วงจร Noise Blanker
10.Speaker SW.
•ใช้ในการ ON/OFF สัญญาณออกลำาโพง แต่ที่ Phone Jack ยังมีสญ ั ญาณเสียงตลอด
11.Phone Jack.
•เป็นที่ตอ่ หูฟัง (Head Phone) เพื่อรับฟังสัญญาณเสียง
12.CW Key Jack
•เป็นทีต่ ่อคันเคาะ CW (Hand Key) ในการส่ง Mode CW.
13.Reset indicator
•จะแสดงการเกิด Overload ในการทำางานของเครื่อง เมื่อ Led ติดสว่าง ควรบิด
Mode SW. ไปไว้ที่ตำาแหน่ง OFF อย่างน้อย 5 วินาที จึงทำาการเปิดเครือ่ งใหม่
14.Key line SW. 6
•ตำาแหน่ง Local สามารถ Key เครื่องส่งได้เฉพาะหน้าเครื่อง โดยผ่านทาง Audio Connector
หรือ CW Key Jackตำาแหน่ง Remote สามารถ Key เครื่องได้ทั้งที่ Remote และหน้าเครื่อง
15.Mode SW.
•มีทงั้ หมด 6 ตำาแหน่ง OFF, USB, LSB, AM, FM., CW. เปิด - ปิดไฟเข้าเครื่อง เมือ่ บิด
Mode SW. ไปที่ Mode ที่ใช้งาน
16.VFO Control
•เป็นการจูน VFO. ทำางานด้วยความถี่ 5 KH. จากความถี่ที่ตงั้ หน้าเครื่อง
17.Frequency MHz and kHz Control
•เป็น SW. ตัวเลือกความถี่รับ - ส่ง โดยเพิ่มทีละ 10 MHz., 1 MHz, 100 kHz, 10 kHz,
1 kHz และ 0.1 kHz จากซ้ายไปขวา ตามลำาดับ
18.Audio Connector.
•เป็นที่สำาหรับต่อ Hand Set หรือ Microphone
ขณะรับ 7
•สัญญาณจะเข้ามาทางสายอากาศ ผ่าน T/R ซึ่งปกติจะอยู่ที่ Receive ผ่าน
Pre selector Module เพื่อเข้ามาทำาการกรองสัญญาณในแต่ละ Band Filter ซึ่งมีทั้งหมด 7 Band
ตามย่านความถีท่ ี่ใช้งานแล้วจะทำาการ Amplifier เพื่อส่งให้ Signal Processor Module ซึ่ง
จะเข้าที่ Mixer Board (1A1A6) จะเปลี่ยนความถี่หน้าเครื่องที่รับเข้ามาเป็น High IF ผ่าน
Filter ที่ Helical Filter Board กลับมาที่ Mixer Board เพื่อเปลี่ยน High IF ให้เป็น Low IF
(9 MHz) ส่งไปที่ IF Filter Board (1A1A5) สัญญาณ Low IF (a MHz) จาก Mixer Board
จะเข้ามา แล้วทำาการกรอง ซึ่งกำาหนด Low IF Band width ทั้งในขณะรับและขณะส่งที่รับจาก
Transmit Board การ Filter จะกำาหนดโดย Mode ใช้งาน LSB, USB, CW และ AM./ FM.
แล้วผ่านมายัง Receiver Board ซึ่งจะทำาหน้าที่แปลงสัญญาณ Low IF ให้เป็นสัญญาณ
ข่าวสารเพื่อจ่ายให้แก่ Speaker Driver Board และใน Board นี้ จะผลิตสัญญาณควบคุม AGC
(Automatic Gain Control) ส่งไปควบคุม Pre selector Module และวงจร Squelch ใน Board
เดียวกัน สัญญาณข่าวสารจะเข้ามาที่ Speaker Driver (1A1A2) เพื่อทำาการ Amplifier
ส่งให้ Speaker ที่หน้าเครื่อง
8
ขณะส่ง
•สัญญาณข่าวสารจาก Microphone หรือ CW จาก CW Oscillator จะผ่านเข้ามาที่
Transmit Board (1A1A3) แล้วทำาการ Modulated 9 MHz. ซึ่งผลิตสัญญาณจาก 3rd L.O.
(500 kHz.) ส่งต่อไปยัง IF Filter Board (1A1A5) ซึ่งจะกำาหนด Mode ใช้งาน LSB, USB, CW
และ AM./FM. แล้วมายัง Mixer Board ซึ่งจะเปลี่ยนสัญญาณ Low IF (a MHz.) ให้เป็น
High IF ผ่าน Helical Filter Board เพื่อกรอง IF ในแต่ละย่านกลับเข้ามาที่ Mixer Board
เพื่อเปลีย่ นกลับ High IF ให้ลดลงเป็นความถีใ่ ช้งานที่ตั้งหน้าเครื่อง แล้วทำาการกรองและ
ขยายสัญญาณ RF จาก Pre selector Module จ่ายให้ PA Module ซึ่งจะทำาการ Amplifier
ส่ง Output กำาลังส่งสูงให้แก่สายอากาศ ด้วยผ่าน T/R เมือ่ กด Key
Specification 9
เครื่องรับ - ส่ง RF-280
General
Frequency Range : 1.5 MHz. to 79.9999 MHz.
Channel Spacing : 785,000 Synthesized Channels with 100 Hz. Spacing and
5 KHz. Continuous VFO Turning
Frequency Stability: 1 Past in 106 TC XO = Temperature Compensated Crystal
Oscillator.
Mode of Operation : AM, USB, LSB, CW and FM.
Power Input : 115 / 230 VDC. 10 % 50 / 60 Hz. Plug in DC Modules
Can be installed in the unit to provide either 12 or 24 VDC.
Load Impedance : For use in a 50 ohm system.
Temperature Rang : - 280 C to + 650 C USB, LSB and AM.
- 280 C to + 500 C CW, FM, FSK and FAX Continuous.
Transmitter. 10
Output Power : 1.5 - 29.999 MHz; 100 Watts PEP and Average into 50
30 - 79.999 MHz; 50 Watts PEP and Average into 50
Overload Protection : PA Fully Protected form mismatch including an Open
or Shorted Antenna
Audio Input : Either Carbon or Dynamics microphone also provided
(O dBm nominal) 600 input.
Undesired Side band Suppression : 50 dB minimum @1 kHz.
Intermodulation Distortion : - 30 dB nominal
FM Deviation : 8 kHz. Nominal
11
Receiver
Sensitivity : SSB 0.5V for 10 dB (S + N) N.
FM 0.6 V for 10 dB SINAD.
Audio Output : Internal Speaker 3 Watts with lass than 5% distortion.
Selectivity (IF Filter) : SSB 350 - 3150 Hz at 6 dB
FM 14 kHz.
CW 325 Hz Max. at 3 dB (1 kHz. Center Frequency)
AGE : Attack time 10 ms nominal, Release time SSB. 1 sec FM 100 ms.
Threshold ; Internally adjustable 3 V. to 12 V.
Squelch : Selectable 1. Variable threshold (SSB, AM, Fm, CW)
2. 150 Hz. Tone (FM.)
Signal Processor (1A1) ประกอบด้วย Main Frame, Assembly และ Sub-Assembly ดังนี้ 12
Mixer Board (1A1A6)
Helical Filter Board (1A1A7)
Receiver Board (1A1A4)
Transmit Board (1A1A3)
IF Filter Board (1A1A5)
Speaker Driver Board (1A1A2)
Noise Blanker Board (1A1A1)
•การทำางานของ Module นี้ จะรับสัญญาณจาก Pre selector Module เพื่อทำาการแยก
สัญญาณ ข่าวสารให้แก่ Speaker Driver ส่วนในขณะส่งจะทำาการผลิตสัญญาณ RF
ให้แก่ Pre selector Moduleเพื่อทำาการขยาย และกรองสัญญาณ RF ส่งต่อให้ PA Module ต่อไป
ภาค Noise Blanker / Tone Squelch Assembly (1A1A1)
ทำาหน้าที่
•กำาจัดสัญญาณรบกวนที่มีลักษณะเป็น Spikeหรือทีเ่ กิดจากสิง่ ประดิษฐ์ เช่น มอเตอร์
และทำาหน้าทีผ่ ลิตและถอดสัญญาณ Tone 150 Hz. เมือ่ ใช้งานในตำาแหน่ง Tone SQ.
ภาค Speaker Driver Board (1A1A2) 13
หน้าที่
•ขยายสัญญาณเสียงจาก Receive Board ให้ได้ 3W. ประกอบด้วยวงจร AGC. และ
FM. Carrier SQ.
ส่วนวงจร AGC. Squelch ใช้กบั การทำางานใน USB, LSB, AM, CW Mode
ส่วนของ FM Carrier SQ (ตำาแหน่ง Variable) เมือ่ ใช้ตำาแหน่ง FM Carrier SQ
Transmit Board (1A1A3)
•ผลิตความถี่ 9 MHz. Carrier. ความถี่ 5 MHz. Frequency Standard ถูกหารให้เหลือ
500 kHz.เป็นความถี่ 3rd. L.O. จาก Synthesizer Module จ่ายเข้ามาที่ P1331 - R ความแรง
40 mV.P - P ที่ความถี่ 500 kHz. ปรับแต่งและขยายรูปคลืน่ ให้เป็น Sine Wave ส่งให้
Pulse Generator ทำาหน้าที่ผลิตสัญญาณรูปคลื่นพัลส์ 500 kHz. แล้ว ส่งไปเข้าที่ 9 MHz.
Band Pass Filter ซึ่งประกอบด้วย T1, T2, T3, T4 ต่อขนานกับค่า C 100 pF ทุกตัว ปรับแต่งให้
resonant กับฮาโมนิกส์ที่ 18 ของ 500 kHz. Pulsed หรือ 9 MHz. (T1 - T4 ผลิต 9 MHz. Carrier)
ทางออกส่งผ่าน C23 100 mVP - P ส่งไปขยายที่ IC2 (2) ทางออกแยกเป็น 2 ทาง คือ
•1.ขับผ่าน T5 ผ่านไป C48 เป็น 9 MHz. Carrier ให้วงจร Balance Mod. และส่งผ่าน C2114
ออก P1331 - C เพือ่ ส่งให้วงจร Product Detect (ใช้ในขณะรับ SSB Mode) ที่ภาค Receive Board
•2.ขับผ่าน T6 ซึ่งทางออกทางนี้ จะมีออกเมื่อทำาการส่งใน FM Mode เท่านั้น โดยจะมี +12 V.
FM Transmit ที่ P1331 - B จ่ายไบแอสให้ IC2 - 1 โดยผ่าน CR3 ทางออก FM Transmit
จะส่งให้ภาค IF Board โดยผ่าน CR4
Audio Input
•สัญญาณเสียงที่ใช้ส่งมี 2 ทาง คือ เสียงจาก MIC. ( ทั้ง Dynamic และ Carbon) และ
150 Hz. Tone Input เพื่อใช้ระบบ FM Tone SQ Mode.
Phase Modulator
•เมื่อส่ง FM Mode จะมี +12 V. FM Transmit ไปเลีย้ งวงจรให้ทำางานส่งสัญญาณ FM Audio
มาให้มอดที่ Phase Modulator โดย R51 เป็นตัวปรับแต่ง deviation ให้ได้ 444 Hz. ของ 500 kHz.
(หมายถึง เมื่อมอดแล้วสัญญาณมอดต้องไม่เกินหรืออยู่ระหว่าง 499.556 - 500.444 kHz.)
เมื่อทำาการคูณฮาร์โมนิกส์ที่ 18 แล้ว จะต้องไม่เกิน 8 kHz. นัน่ คือ เมื่อส่ง FM สัญญาณส่ง IF
ต้องอยู่ระหว่าง 8.992 - 9.008 MHz. L1 และ L10 ปรับให้ได้ 9 MHz. สูงสุด เมื่อไม่มีสัญญาณ
เสียงเข้าไปมอด
Balanced Modulator 15
• ทำาหน้าที่ กำาจัดสัญญาณ 9 MHz. Carrier ขณะไม่มีสัญญาณมอดมามอด ซึ่งในสถานะนี้
เราเรียกว่า เกิดการ “Balanced” ซึ่งจะไม่มีสัญญาณส่งออก เมื่อมีสัญญาณเข้าไปมอด
ทำาให้ 9 MHz. Carrier เกิดการ shift มีสัญญาณออกเป็น DSB
•ยกตัวอย่าง ถ้ามี Tone 1000 Hz. เข้าไปมอด ทางออกของวงจร Balance Mod. จะเป็น
9.001 MHz. และ 8.999 MHz.

สัญญาณ Tune Power Request และ AM Carrier Amplifier


•ปกติ AM Carrier Amp จะทำางานโดยการไบแอสจาก +12 V. AM Transmit ที่ P1331-3และ
เป็นทางออกของ 9 MHz. Carrier RF -IN ก็ทำางานได้ และเมือ่ ใช้จูน กับ Ant Coupler จะมี
สัญญาณร้องขอกำาลังส่ง เมือ่ ทำาการจูน (Tune Power Request) ระดับ Logic เป็น “O” (กราวด์)
ที่ P1331 - L ทำางานส่งผลให้ +12 V TX ที่ P1331 - D ทำาให้มี 9 MHz. AM Carrier Insertion
ออกไป เพือ่ เป็น 25 W. Power O/P ใช้จูน กับ Antenna Coupler RF - 281
ภาค Receive Assembly (1A1A4) 16
•การทำางาน สัญญาณ 9 MHz. IF จาก Mixer BD ส่งเข้ามาที่ P1311 - 17 มาทำาการขยาย
สัญญาณ 9MHz. ทางออกที่ปกติความแรง 200 mV P - P ส่งออก R72 R72 ทำาหน้าที่เป็น
AGC Threshold ปกติปรับไว้ที่ 3 V. นั่นหมายถึง เมือ่ สัญญาณเข้ามาที่สายอากาศ (J8)
มากกว่า 3 V. วงจร AGC จึงจะเริ่มผลิต AGC ออกขา P1311 - 13, 14, 16
ส่วนของวงจร AGC Circuit and Squelch Mute Control
•ทำาหน้าที่ AGE Amplifier ทำาการขยายสัญญาณ 9 MHz. IF ซึง่ ควบคุมเกณฑ์การขยาย
โดย R72 (Wiper) และสัญญาณ Feedback ผ่าน JMP1 หาก JMP1 ต่อ กับ GND จะไม่มี
สัญญาณ Feedback มาควบคุม
•การดีเทก สัญญาณ 9 MHz. เอาสัญญาณ AGC (เป็นไฟดีซที ี่ผลิตจากความแรงของ
สัญญาณเสียง)ค่า Time Constant ของ AGC กำาหนดโดย C55, C56, R60 ด้วยแรงดัน +12 V.
SSB / CW ที่ P1311 - 11 C56 / R60 เป็นตัวผลิต Slower Decay ให้กบั AGC แรงดันวัดได้ที่ TP1
พนักงานสามารถควบคุมความแรงของ AGC ได้โดยการปรับ R3 Receive RF Gain ซึ่งอยู่
หน้าเครื่อง เรียกชื่ออีกอย่างว่า เป็นการปรับแบบ “Manual AGC” การปรับ ให้ทำางานมากหรือ
น้อย ค่าแรงดันปรับแต่งได้ระหว่าง 1.4 - 9.4 V.DC. การปรับปุ่ม Receive RF Gain ให้มขี ยาย
สัญญาณเต็มที่ แต่ถ้าสัญญาณ AGC มีความแรงมาก การปรับ R3 ก็จะไม่มีผล
•การขยายสัญญาณ AGC ออก P1311 - 13 ให้ “S” Meter เพื่อแสดงความแรงของ 17
สัญญาณที่รับเข้ามา
•AGC ขา P1311 - 14 ส่งไปควบคุมเกณฑ์การขยายของเครื่องให้รับสัญญาณให้คง
ที่ที่ภาค Pre selector
•AGC ที่ขา P1311 - 16 เป็น AGC Squelch I/P ส่งไปให้วงจร Comparater ที่ภาค
Speaker Driver เพื่อเปรียบเทียบกับ Voltage Ref. SQ ซึ่งควบคุมจาก Squelch Control
หน้าเครื่อง (เมือ่ ทำางานใน SSB, AM, CW Mode) ถ้าค่า AGC Voltage มีคา่ มากกว่า
Ref Voltage จะมีแรงดันบวก ส่งย้อนกลับเข้ามาที่ P1331 - J ส่งผลให้สัญญาณเสียงจาก
วงจรดีเท็กทั้งสาม (SSB, AM, FM) ผ่านลงกราวด์ ทำาให้ไม่มสี ัญญาณเสียงออกลำาโพง
ทำาให้เครื่องรับเงียบ (Mute / SQ ON)
•วงจร SSB / CW Detection สัญญาณ 9 MHz. IF ซึ่งมีสัญญาณเสียงรวมมาด้วย
ส่งเข้าทำาการมิกซ์กับสัญญาณ 9 MHz. Injection จาก P1311 - 12 ซึ่งส่งมาจาก 1A1A3
Transmit Assembly ทางออกจะได้สัญญาณเสียงออกไป R19 ปรับความแรงของสัญญาณเสียง
ที่ OdBm ที่ 600 โอมม์ ใน SSB / CW Mode ด้วยแรงดัน +12 V SSB / CW. ขา P1311 - 11
18
•AM Detector สัญญาณ 9 MHz. IF ส่งให้ AM Peaking Coil T2, CR5 ทำาการดีเท็ก
สัญญาณเสียงส่งออกให้ R21(Receive Audio)ควบคุมสัญญาณเสียงทางออกลำาโพง
•FM Detector ใน FM Mode สัญญาณ 9 MHz. IF ส่งผ่านวงจร IF Amp, Limited,
FM Detector, Zener Reg O / P
IF Filter Assembly (1A1A5)
•ทำาหน้าที่ กรองความถี่ 9 MHz. IF ทั้งรับและส่ง
•ขณะส่ง รับ 9 MHz. IF มาจาก 1A1A3 Transmit Assembly แล้วผ่านฟิลเตอร์ตา่ ง ๆ
ตามโหมดทำางานที่เราเลือกหน้าเครื่อง เช่น เราเลือก USB สัญญาณ 9 MHz. IF Transmit
ก็จะผ่าน USB Filter การควบคุมกำาลังส่ง จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ด้วยสัญญาณ ALC, ACC
ควบคุมขณะรับ รับสัญญาณ 9 MHz. IF มาจาก 1A1A6 การเลือกฟิลเตอร์ใช้ Diode Switching
•FL1 ใช้งานเป็นทางผ่านของสัญญาณ 9 MHz. IF ทั้งขณะรับและส่ง USB Filter
มีแบนด์วิดเท่ากับ 2.8 MHz. จุด
ศูนย์กลางอยูท่ ี่ 9.00175 MHz..
•สังเกต ขณะส่ง FM ,FM Transmit Mode จะไม่ใช้ฟลิ เตอร์ หรือไม่ผ่านฟิลเตอร์ 19
•ทางผ่านของสัญญาณขณะส่ง จะมี 5 ทาง ขณะรับ 4 ทาง ขณะส่ง AM จะใช้ USB Filter
ในการส่ง จะเห็นว่า การรับ - ส่ง ใน AM, FM Mode จะใช้ทางผ่านของสัญญาณ 9 MHz. IF
แยกกันอยู่
•ขณะส่ง จะมี (ALC Control Amp), (ACC Control Amp.) ทำางานทำาให้ทางออก 9 MHz.
Transmit จากฟิลเตอร์ตา่ ง ๆ ทั้งหมด ปรับความแรงทางออกของสัญญาณโดย R48 ให้ได้
+10 DBM. ที่ P1291 - 15 จะมี ALC ควบคุมกำาลังส่งแบบอัตโนมัตขิ อง 9MHz. IF โดยควบคุม
อัตราขยายให้ได้ 100 วัตต์ เมื่อส่งแบนตำ่า 1.5 - 29.9999 MHz. หรือ 50 วัตต์ของ
แบนสูง 30 - 79.999 MHz. สัญญาณส่งให้ภาค Mixer Board
•ขณะส่ง AM หรือ จูน กับ Coupler 281 จะมี +12 V. AM Transmit (Coupler Tune)
ที่ P1291-11 ไบแอสให้Variable Attend ควบคุมกำาลังส่ง 9 MHz. Carrier Re Insert โดยมี ACC
ที่ควบคุมการทำางาน ที่ P1291 - 14 ACC ส่งมาจาก 2A6 ALC / ACC PCB ส่งผ่าน
Signal Processor มา ใช้ในการส่งแบบ AM จะทำาหน้าที่เป็น Adder (บวกเข้าไป)
โดยรวม 9 MHz. Carrier Re - Insert เข้าด้วยกัน 9 MHz. IF (ของ USB) จาก Balance
Modulator ทางออกผ่าน J1292 ให้ Mixer Board
Mixer Assembly (1A1A6) 20

•หน้าที่ ขณะส่ง ทำาการเปลี่ยนสัญญาณ 9 MHz. IF จากภาค IF ให้เป็นความถี่ใช้งาน


1.5 - 79.999 MHz. ขณะรับ ทำาการเปลี่ยนสัญญาณความถี่ใช้งาน ให้เป็นความถี่ 9 MHz. IF
•การทำางาน ทั้งขณะรับ - ส่ง IC1 ทำาการสลับกันระหว่าง 9 MHz. IF กับความถี่ใช้งานเป็น
UP Mixer ทำาหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณทัง้ ขณะรับและส่ง ให้เป็น HI IF คือ 96, 126, 156 MHz. ให้
9 MHz. IF ตามแบนใช้งานดังต่อไปนี้
- ฟิลเตอร์ 156 MHz. เป็นแบน 1 ของ Helical Filter ใช้กับความถี่ 1.5 - 29.999 MHz.
- ฟิลเตอร์ 126 MHz. เป็นแบน 2 ของ Helical Filter ใช้กับความถี่ 30 - 59.999 MHz.
- ฟิลเตอร์ 96 MHz. เป็นแบน 3 ของ Helical Filter ใช้กับความถี่ 60 - 80 MHz.

•Down Mixer (IC2)ทำาหน้าที่ เปลี่ยน HI IF ให้เป็น 9 MHz. IF ขณะรับและให้เป็น


ความถี่ใช้งานในขณะส่ง
21
•ตัวอย่าง ตัง้ ความถีใ่ ช้งานไว้ที่ 8.225 MHz. โหมด USB และมอดกับสัญญาณ 1 kHz. Tone
จะอธิบายการทำางานของภาค Mixer ดังต่อไปนี้
•ขณะส่ง ความถี่ 9 MHz. มอดกับสัญญาณ 1 kHz. Tone เท่ากับ 9.001 MHz. เข้ามาที่
J1292 เหนี่ยวนำาผ่าน ขา 14 ที่ J1272 จะมีความถี่ 2ND 10 มีค่าเท่ากับ 165 MHz.
(ดูการทำางาน Synthesizer) เข้ามาทำาการ Mix ดังนี้
165.000 MHz. 2 ND 10
9.001 MHz. Low IF.
155.999 MHz. HI IF.
ดังนั้น O / P ความถี่ 8.226 MHz. เป็นความถีส่ ่ง (หน้าเครื่องบวก 1 kHz.)
ส่งผ่านให้ชดุ กรองความถี่ตำ่า ผ่าน Low Pass Filter แล้วทำาการขยายส่งต่อ ให้ภาค Preselector
ถ้า ส่ง LSB ทางออกจะเท่า กับ 8.224 MHz., FM MODE เท่า กับ 8.225 MHz. ดิวิเอชัน่ 8 kHz.
22
•ขณะรับ +12 V. Transmit จะไม่มที ี่ P1275 - 6 แต่ที่ P1275 - 12 จะมี +12V. Receiver
ไบแอสให้วงจรทำางาน ทำาให้ความถี่ใช้งาน 8.226 MHz. จากสายอากาศผ่าน Pre selector.
มาที่ J1271 ขณะเดียวกันที่ J1272 จะมี 1 ST LO. (Receiver) ความถี่ 164.225 MHz.
เข้ามามิกซ์ที่ IC1
164.225 MHz. 1 ST LO.
8.226 MHz. Dial Frequency.
155.999 MHz. HI IF.
ทางออก IC1 เท่ากับ 155.999 MHz. ซึ่งเป็น HI IF ส่งผ่าน 156 MHz. Filter. ของ
Helical Filter แล้วส่งย้อนกลับมาที่ J1252 เข้า IC2 และจะมี 2 ND LO. (Receiver)
ความถี่ 165 MHz. เข้ามามิกซ์ที่ IC2
165.000 MHz. 2 ND LO.
155.999 MHz. HI IF.
9.001 MHz. LO IF
สัญญาณ IF ส่งผ่าน LPF ออกมา P1275 - 2 เพื่อส่งไปดีเทคออกลำาโพงภาค Receiver Board
Helical Filter (1A1A7) 23

•หน้าที่ ทำางานอยู่ระหว่างภาค Mixer Board (1A1A6) คืออยู่ระหว่าง 1st Mixer Output


และ 2nd Mixer Input เพื่อที่จะเลือกเอาความถี่ที่ไม่ต้องการออกไปแล้วเลือกเอา High IF
ที่ตอ้ งการในแต่ละ Band ออกไปใช้งาน โดย High IF ในแต่ละ Band คือ
Band I 1.5 - 29.999 MHz. High IF = 156 MHz.
Band II 30 - 59.999 MHz. High IF = 126 MHz.
Band III 60 - 79.999 MHz. High IF = 96 MHz.
ภาค Synthesizer Assembly (1A2)
•ทำาหน้าที่ ผลิตความถี่ออสซิลเลเตอร์ 3 ความถี่ 2 ใน 3 คือ 1st Lo., 2nd Lo. จะผลิต
ความถี่ดว้ ยวิธี PLL โดยใช้ Locked กับความถี่ 5 MHz. Standard ทั้งสองความถี่ ทางออกขึ้น
อยู่กับการโปรแกรม (ความถี่หน้าเครื่อง) ส่วนความถี่ 3rd Lo. เป็นความถี่คงที่ (Fixed) เกิด
จาก 5 MHz. Standard TCXO ถูกหารด้วย 10(+5, +2) เหลือ 500 kHz.
Logic “1” ทีใ่ ช้ในการโปรแกรม เท่ากับ >2V.DC. 24
Logic “0” ที่ใช้ในการโปรแกรม เท่ากับ 0 V.DC.
VHF VCO BD 1A2A1
Translator BD 1A2A2
VHF Divider Brd 1A2A3
HF Loop BD 1A2A4
VFO / Power Supply 1A2A5
2nd Lo. BD 1A2A6
•การทำางาน 1st Lo. ความถี่ตงั้ แต่ 156.000 - 185.9999 MHz. ใช้วงจร 3 PLL ดังต่อไปนี้
HF Loop, Translator Loop, VHF Loop.
•HF Loop ประกอบด้วย HF VCO, programmable Divider และphase Detect ความถี่ O/P
ของ HF VCO จะถูกหารลงโดย HF Divider ซึ่งสามารถตั้งโปรแกรมได้ (เลือกความถี่หลัก
100 Hz., 1 kHz., 10 kHz. SW.) ให้ O / P ออก = 1 kHz. ส่งไป Phase Detect เพื่อให้เปรียบ
เทียบความถีอ่ ้างอิง 1 kHz. จาก Frequency Standard ส่งผลให้ผลิตความถี่ตามที่ตั้งไว้
25
•สมมุติ ตัง้ ความถี่หน้าเครือ่ ง 29.6789 MHz. HF Divider จะตั้งตัวหาร = 10.789 ดังนั้น
HF VCO. จะผลิตความถี่ O/P 1.789 MHz. ส่งให้ Phase Detect เพื่อให้ O/P ออก 1 kHz. O/P
ของ RF VCO จะถูกหารด้วย 10 ได้ 1.0789 ส่งให้ภาค Translator Loop
•Translator Loop ประกอบด้วย VHF VCO, 1 MHz. Mixer,Phase Detect และวงจรอื่น ๆ
เพื่อผลิต 145 MHz. ทีม่ าจาก 5 MHz. Frequency Standard.
•2nd Lo. ความถี่คงที่ 165, 135 และ 105 MHz. ใช้ 1 PLL โดยใช้ข้อมูลจาก 10 MHz.
Decoder เปรียบเทียบ (อ้างอิง) กับ 5 MHz. Freg Standard
•10 MHz. Decoder เป็นวงจรที่มีความสำาคัญอยู่ที่ Case ของ Synthesizer Assembly
ทำาหน้าที่เข้ารหัสเลขฐานสิบ ให้เป็นเลข BDC เพื่อให้เป็นข้อมูลไปควบคุมการผลิต 1st Lo.
และ 2nd Lo. มี Zener Diode Cr1 5.6 V. ทำาไฟ 5 V. Reg ใช้ในวงจร VHF VCO จะผลิตความถี่
เพื่อมามิกซ์กับ 145 MHz. Frequency Standard ทางออกจะเท่ากับความถี่ที่ส่งมาจาก HF Loop
ในทีน่ ี้ จะเท่ากับ 1.0789 MHz. ตามตัวอย่าง ดังนั้น VHF VCO จะผลิตความถี่เท่ากับ
1.0789 + 145 MHz. = 146.0789 MHz. ในตอนนี้เท่ากับ Translator ถูก Lock กับความถี่
HF Loop และทุก ๆ Loop Locked กับความถี่มาตรฐาน VHF Loop ร่วมกับ VHF VCO Brd,
VHF Divider BD และ VHF VCO และ Down Mixer ที่ Translator BD ผลิตความถี่เข้ามา Mix
26
กับความถี่ของ VHF VCO = 146.0789 MHz. ในทีน่ ี้ เมื่อความถีต่ ั้งไว้ที่ 29.6789 MHz.
ความถี่ที่ผลิตเข้ามา Mix จะเท่ากับ 185.6789 MHz. Mix Down กับ 146.0789 MHz.
= 39.6 MHz. ส่งไปให้ VHF Divider Broad ขณะนี้ HF Divider ตัง้ โปรแกรมหารไว้ที่
396 O / P = 100 kHz. ส่งให้ Phase Detect เปรียบเทียบกับความถี่ Standard ของ
Phase Detect ส่งแรงดันไปควบคุมให้ VHF VCO ผลิตความถีเ่ ท่ากับ 185.6789 MHz.
เป็น 1st ออกไป
ภาค VHF VCO Assembly (1A2A1)
•หน้าที่ ผลิตความถี่ 1st Lo. ความถี่ 156 - 186 MHz. ส่งเป็นความถี่ Injection เพื่อผลิต
ความถี่ 156 - 186 MHz. ส่งให้ภาค Translator.การผลิตความถี่ดงั กล่าว ใช้ข้อมูลความถี่
BCD Code หลัก 10 MHz. (21, 20) ควบคุม
•การทำางาน ประกอบด้วยวงจร VCO ชนิด Harley 3 วงจร ที่ใช้ผลิตความถี่
156 - 186 MHz. ตามการเลื่อน Code SW. หลัก 10 MHz. VCO แต่ละวงจรจะถูกควบคุมโดย
แรงดัน DC. ทีอ่ อกจากวงจร Phase Detect จาก VHF Divider BD
27
•การทำางานของ VCO ชุด 176 - 186 MHz. เมื่อข้อมูลหลัก 2 , 2 มีระดับ Logic “1”
1 0

ทั้งคู่ทำาให้ CR2 ไม่ทำางาน กระแสไหลผ่าน CR4 Q7 ทำางาน ทำาให้ VCO ชุด 176 - 186 MHz.
ทำางาน
Logic “1” จากสาย 21 ทำาให้ Q3 ON, Q4 OFF VCO ชุดที่ผลิตความถี่ 156 - 166 MHz.
จะไม่ทำางาน เพราะไม่มแี รงดันบวก 8.2 โวลท์ DC. เลี้ยงวงจรออสซิลเลเตอร์
Logic “1” จากสาย 20 ทำาให้ Q5 ON, Q6 OFF VCO ชุดที่ผลิตความถี่ 166 - 176 MHz.
จะไม่ทำางาน
•การทำางานของ VCO ชุด 156 - 166 MHz. ข้อมูลหลัก 21 จะเป็น Logic “0” และ 20
จะมีระดับ Logicเป็น “1” ทำาให้ + 10 V.DC. ที่ P4100 ตกคร่อม CR1 ส่งผลให้ Q7 ไม่ทำางาน
วงจรออสซิลเลเตอร์ชุดที่ผลิตความถี่ 176 - 186 MHz. จะไม่ทำางาน (ไม่ใช้งาน)
ขณะเดียวกัน Logic “0” จากหลัก 21 จะทำาให้ Q3 OFF, Q4 ON จะทำาให้มีแรงดัน 8.2 V.
ไปเลี้ยงวงจร VCO. ชุด 156 - 166 MHz. ทำาให้ออสซิลเลเตอร์ชุดนี้ทำางาน
Logic“1” จากหลัก 20 ทำาให้ Q5 ON, Q6 OFF ทำาให้ VCO ชุดที่ผลิตความถี่ 166 - 176 MHz.
ไม่ทำางาน
การทำางาน VCO ชุด 166 - 176 MHz. จะทำางานได้เมือ่ ข้อมูลหลัก 21 เท่ากับ “1” และ28
ข้อมูลหลัก 20 เท่ากับ Logic “0”
•การผลิตความถี่ของ VCO แต่ละชุดจะถูกควบคุมโดยแรงดัน DC จากวงจร Phase Detect
ในภาค VHF Divider เข้ามาที่ J4103 และกรองให้เรียบ โดยชุด RC Filter ส่งให้ Varactor
ทำางาน (เพื่อไปเปลี่ยนค่า Capacitance ในวงจรออสซิลเลเตอร์ ผลิตความถี่ออกตามต้องการ)
ทางออกของ VCO แต่ละชุด จะส่งผ่าน Potentiometer ส่งออกที่ J4101 เป็นความถี่
1st Lo. 156 - 186 MHz. ให้ภาค Mixer.
•อีกทางหนึ่งส่งผ่าน Potentiometer ทางออกความถี่ 156 - 186 MHz. ที่ J4102 ให้ภาค
Translatorที่ J4100 จะมีแรงดัน 8.2 V.DC. และรักษากระแสให้คงที่ เพื่อใช้เลี้ยงวงจร OSC.
Translator Board (1A2A2)
•ประกอบด้วย Translator Loop และ Down Mixer ของ VHF Loop ซึง่ ทั้งหมดนี้
อยูใ่ น 1st L.O. Block.
•สำาหรับ Output ของ VHF. VCO. จะต้องเป็น 145 MHz. บวก HF Loop Output
(145 + 1 - 1.0999 MHz.) เช่น ถ้า HF Loop Input ที่ P4251 คือ 1.0789 MHz. VHF. VCO.
จะต้องเป็น 146.0789 MHz. ซึ่งเป็นความต้องการของ Translator Loop เพื่อนำาเอาไปควบ
คุมวงจรที่เกีย่ วข้อง
29
1 L.O. Input ที่ P4102 ได้มาจากการทำางานร่วมกันของ HF Loop กับ VHF Loop.
st

สมมุติว่า ตั้งความถี่ที่หน้าเครื่องไว้เท่ากับ 29.6789 MHz.


10 MHz. = 2 MHz.
1 MHz. = 9 MHz. VHF Loop
100 kHz. = 6
10 kHz. = 7
1 kHz. = 8 HF Loop
100 Hz. = 9
ภาค HF Loop Assembly (1A2A4)
•หน้าที่ ผลิตความถี่ 1.0 - 1.0999 MHz. Ref ให้ภาค Translator โดยการควบคุมจาก
ปุ่มปรับความถี่หน้าเครื่องหลัก 10 kHz. (S6), 1 kHz. (S7), 100 Hz. (S8)
ภาค VFO Power Supply Assembly (1A2A5) 30
•หน้าที่ ผลิตความถี่
•5 MHz. ออกที่ P4351 ให้ภาค 2nd L.O. และออกที่ P4151 ให้ภาค Translator ความแรง
1Vp-p
•500 kHz. Ref. ออกที่ J4301 ส่งให้ภาค Transmit BD
•100 kHz. Ref ออกที่ P4300 - 15 ส่งให้ Divider และออกที่ P4300 - 1 ส่งให้ HF Loop
ส่วนของวงจรที่แสดงอาการ Out Off Lock ของวงจร Synthesizer
•เมื่อเกิด O / L ที่ P4300-3 จะมีระดับแรงดันประมาณ 1.8 V.DC. ส่งเข้ามา ทำาให้ Led (ติด)
ที่อยู่บนสุดของ Synthesizer Module.
ภาค 2nd L.O. Assembly (1A2A6)
•หน้าที่ ผลิตความถี่ 2nd L.O. ส่งให้ภาค L.O. Switch Assembly
ผลิตความถี่ 165 MHz. เมื่อตั้งความถี่หน้าเครื่อง 0 - 30 MHz.
ผลิตความถี่ 135 MHz. เมื่อตั้งความถี่หน้าเครื่อง 30 - 60 MHz.
ผลิตความถี่ 105 MHz. เมือ่ ตัง้ ความถี่หน้าเครื่อง 60 - 80 MHz.
•การทำางาน ภาค 2nd L.O. Assembly ใช้วงจรออสซิลเลเตอร์ ในการผลิตความถี่ 3 วงจร
และใช้ความถี่ 5 MHz. เป็นความถี่อ้างอิง
31
•การควบคุมวงจร ออสซิลเลเตอร์ ทางออก Phase Detect เป็น Pulsating DC ส่งให้
LPF เพื่อทำาให้แรงดัน DC ให้เรียบ (Pure DC)ปกติวัดแรงดันที่ TP1 จะได้ประมาณ 4.5 V.DC.
แรงดันจุดนี้ สามารถเปลี่ยนค่าได้ ขึ้นอยูก่ ับความถี่ใช้งาน แต่จะเปลี่ยนค่าระหว่าง
3.5 - 5.5 V.DC. แรงดันดังกล่าว เกิดจากวงจร Phase Detect ตรวจสอบและเปรียบเทียบ
ความถี่และเฟสของ I / P ทั้งสอง แล้วเอาข้อแตกต่าง (Phase Error) ผลิตแรงดัน
•สัญญาณควบคุมการ OUT OFF Lock สถานะที่เรียกว่า “Locked” ไฟไม่ติด จะผลิต
แรงดันประมาณ 2.6 V.DC. ออกที่ J4350 - 4 หากความถี่ หรือเฟสต่างกัน จะทำาให้แรงดัน
ทางออกรวมกันที่ประมาณ 1.7 V.DC. เพื่อแสดงสถานะ OUT OFF Lock (O / L) ของวงจร
ส่งไปให้ที่ภาค VFO / PWR Supply Assembly ติดสว่าง
•การทดสอบการทำางาน 2nd Lo. O/P ที่ J4352
1.ปรับความถี่หน้าเครื่องหลัก 10 MHz. ไปตำาแหน่ง 0, 1, 2 ต้องอ่านความถี่ได้ 165 MHz. O/P
2.แล้วปรับความถี่ไปยังตำาแหน่ง 3, 4, 5 ต้องอ่านได้ 135 MHz. O/P
3.แล้วปรับความถี่ไปยังตำาแหน่ง 6, 7 ต้องอ่านได้ 105 MHz.
•การปรับแต่ง Oscillator Centering 32
1. เลือกความถี่ใช้งาน 1.5 - 2.9 MHz. โหมดการใช้งานใด ๆ
2. ใช้มเิ ตอร์วัดที่ TP1 ปรับ T3 ให้ได้ 4.5 V.DC.
3. ตัง้ ความถีห่ น้าเครื่องไว้ระหว่าง 30 - 59 MHz.
4. ใช้มเิ ตอร์วัดที่ TP1 ปรับ T2 ให้ได้ 4.5 V.DC.
5. ตัง้ ความถีใ่ ช้งาน 60 - 79 MHz.
6. ใช้มเิ ตอร์วัดที่ TP1 ปรับ T1 ให้ได้ 4.5 V.DC.
ภาค Pre selector Assembly (1A3)
•กล่าวโดยทั่วไป จะทำางานทั้งขณะรับ - ส่ง
•ขณะรับ จะทำาหน้าที่กรองและขยายสัญญาณจากสายอากาศ แล้วส่งไปยัง Mixer
•ขณะส่ง จะทำาหน้าที่กรองและขยายสัญญาณจาก Mixer ส่งตรงไปให้ Pre Dive
ประกอบด้วยวงจรแยกย่อย ดังต่อไปนี้ RF Amplifier / Protection B และ Tune Circuit B.
ที่ Main frame จะมีมอเตอร์ขับแบนด์ สวิทช์ และขับหลังจูน Capacitor 7 หลัง (Tune Control)
33
•ส่วนควบคุมการขับมอเตอร์ B1 การเลือกความถี่หน้าเครื่อง S3 (10 MHz.)
S4 (1 MHz.) S5 (100 kHz.) จะเป็นการประยุกต์ไฟ +12 V.DC. เข้าที่ F61 - 1 ถึง F61 - 10
แล้วจะทำาให้มอเตอร์หมุนไป จนกระทั่งเจอจุดเปิด (Open Seeking) มอเตอร์ก็จะหยุดหมุน
•ส่วนที่ทำาหน้าที่ขยายสัญญาณ ต่อแบบอีมิเตอร์ร่วม ทำาการขยายสัญญาณรับแล้วส่ง
ให้วงจร Push - Pull O / P และมีCR2,CR3 เป็น Series - Shunt Pin Diode ทำาหน้าที่ลดทอน
ความแรงของสัญญาณที่รับเข้ามา ซึ่งถูกควบคุมการทำางานโดยแรงดัน AGC จาก RX .BD
•ส่วนที่ทำาหน้าที่เป็นวงจรป้องกัน ประกอบด้วย Differential Amp. ซึ่งทำาหน้าที่ควบคุม
เมือ่ อยู่ในโหมดรับจะมี +12V. Transmit ที่ F1643 - 9 ทำาทำาให้รีเลย์ K1 ทำางานต่อสัญญาณ
รับ P1642 เข้ากับ I / P Tune Circuit P1660 ( ขา 1 ต่อกับขา 4)
•หากสัญญาณรับเข้ามามีความแรงมาก ถึงจุดที่จะเป็นอันตรายต่อการทำางานของวงจร K1
ไม่ทำางาน (จะต่อขา 2 กับขา 4) ตัดสัญญาณรับออกจาก I / P Tune Circuit อีกทางหนึ่งของ
สัญญาณที่รับเข้ามาแรงจะส่งผ่าน K2 ให้ R27 ลดทอนสัญญาณ เพื่อป้องกันความเสียหาย
34
•เมื่ออยู่ในสถานะส่ง จะมี +12 V. Transmit ที่ P1643 - 12 ทำาให้ K2 ทำางานต่อสาย
สัญญาณ Receive Signal J1642 ลงกราวด์ (ต่อขา 4 กับ กราวด์) ในขณะเดียวกัน K1 จะได้รับ
กราวด์ที่ J1642 ทำาให้ K1 ไม่ทำางานต่อ Transmit Signal เข้ากับ I / P Tune Circuit (P1660)
•การผลิตสัญญาณ Internal Noise เพื่อใช้ในการจูน เมือ่ กดปุ่ม Receive Tune Signal
จะทำาให้ +12 V. ปรากฏที่ P1643 - 10 ทำาให้วงจร Noise Generator ทำางานโดย +12 V.ไป
OFF K1 ไม่ทำางานต่อในลักษณะส่ง (ขา 2 ต่อขา 4) K2 ทำางานโดย ส่ง +12 V. ผ่านวงจร
ผลิตสัญญาณ Random Noise ออก P1660 เข้า I / P Tune Circuit เพื่อใช้ในการจูน ร่วมกับ
ปุ่ม Tune Control
•Tune Circuit Broad ประกอบด้วย I / O Band Pass Filters ซึง่ สามารถจูน ได้โดยใช้
มอเตอร์ขับปุ่ม Tune Control หน้าเครื่องใช้จูน C1มี 7 แบนด์ สวิตช์ใน Preselector ต่อร่วมอยูก่ ับ
PA Filter Module โดยมีมอเตอร์ B1 ต่อเฟืองร่วมกันอยู่
PA Filter (1A4) 35
•หน้าที่ จะใช้ในขณะส่ง ประกอบด้วย Filter 8 Band เป็นการกรองแบบ Low Pass Filter
เพื่อขจัดความถี่ Harmonic ที่ไม่ตอ้ งการ ก่อนส่งต่อให้ VSWR / Relay Assembly (2 A4)
ในการเลือก Band จะมี Motor ที่ใช้ร่วมกับ Preselector Module (1A3)
แยกออกเป็น 3 วงจรย่อย
1A4A1 เป็น Band 1, 3, 5 และ 7
1A4A2 เป็น Band 2, 4 และ 6
1A4A3 เป็น Band 8
•โดยในแต่ละแบนจะแยกกันกรองความถี่
Band 1 - 1.5 - 2.5 MHz. Band 2 2.5 - 4.0 MHz.
Band 3 4.0 - 6.5 MHz. Band 4 6.5 - 11.0 MHz.
Band 5 11.0 - 18.0 MHz. Band 6 18.0 - 30.0 MHz.
Band 7 30.0 - 50.0 MHz. Band 8 50.0 - 80.0 MHz.
สัญญาณ RF Input จาก PA (2A3) J119 เข้าที่ J114
สัญญาณ RF Output ออกที่ J115 ไป VSWR Bridge (2A4) J120
Fan Control (1A5) 36
•ทำาหน้าที่ ควบคุมการระบายอากาศของเครื่องวิทยุ ทั้งในขณะทำาการรับและส่ง
โดยตัว Blow จะติดอยู่ทRี่ ear Panel PA
•การทำางาน เมื่อเรา ON Power Switch S1 ที่ Main frame Transformer T1 จะจ่าย
115 V.AC ให้ที่ E3(1A5) ตลอดเวลาโดยจะผ่านที่ Switch S3 และที่ E4 จะมี +23 V.DC. มารอ
อยู่ตลอดเวลา เพื่อใช้สำาหรับจ่ายให้กับ Relay K1
•ขณะรับ จะมี +12 V.DC. เข้ามาที่ E7 ทำาให้ Relay K1 ทำางานต่อขา 9 และขา 5 ถึงกัน ทำาใ
Blow หมุน
•ขณะส่ง จะมี +12 V.DC. เข้ามาที่ E6 ทำาให้ Relay K1 ทำางานต่อขา 9 และขา 5 ถึงกัน
ทำาให้ Blow หมุน
•เมื่อใช้ 24 V.DC. Inverter ในขณะรับ จะมี +24 V.DC. เข้ามาที่ E8 จะเป็นผลทำาให้
+12 V.DC. ที่ E7 มี Voltage ไม่เพียงพอที่จะจ่ายให้กับ Relay K1 จึงไม่ทำางาน แต่ในขณะส่ง
+24 V.DC. ที่ E8 จะไม่มผี ลกับการทำางาน
•สรุปได้ว่า เมื่อเราใช้ 24 V.DC. Inverter Blow จะหมุนเมื่อเราทำาการส่งเท่านั้น
+12 V. Regulator / Over current Assembly (1A6) 37
ทำาหน้าที่ 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 ควบคุมการจ่ายกำาลังดัน +23 V. Unregulated ไม่ให้กระแสเกิน 21A ถ้าเกิน
จะมีแรงดันไฟ Cut Off +23 V. Reg ไฟ Reset จะติด
ส่วนที่ 2 ควบคุมการจ่าย +12V. Regulator เมือ่ Power Switch S1 อยูใ่ นตำาแหน่ง ON
จะมี Voltage ประมาณ 19 - 21 V.DC. Unregulated มาเข้าที่ E1 ทำาให้เกิดกระแสไฟไหลผ่าน
วงจร Current Limit
T / R Relay Assembly (1A7)
•การทำางาน จะควบคุมการทำางานของ T / R Relay K1 เมื่อเครื่องรับ - ส่งทำาการคีย์สง่
ที่ CW Jack ในตำาแหน่ง CW จะมี +12 V.CW. ส่งให้ CW Oscillator ใน Transmit Brd (J1331 - p)
•หน้าที่การควบคุมเบื้องต้น Interlock จะยับยั้งการคียจ์ นกว่าจะมีแรงดันที่ P117 - D
สูงขึ้นถึง +23 V . โดยสัญญาณควบคุมชื่อ Key line Enable Line ที่ P117 - 8 ต่อกราวด์ซงึ่ ได้
รับมาจาก Coupler RF - 281
1. เมือ่ เครื่องทำาการคีย์สง่ ในระบบ Voice P117 - 8 (Key line) จะได้รับกราวด์
จะทำาให้มี +23 V.DC. ไปเลี้ยง K1 ทำาให้ T / R Relay K1 ทำางาน (Energize)
2.เมื่อเครื่องทำาการคีย์ในระบบ CW P117 - 5 จะได้รับกราวด์ ทำาให้ K1 จทำางาน 38
(Energize) จ่าย +12 V.TX ให้ TX BD และจ่าย 23 V.TX. ให้ภาค Power Amp.
•อีกทาง ผลจาก P117 - 5 ได้รับกราวด์ ทำาให้มี +23 V. Reg ไปให้ C2 ชาร์จประจุ
การชาร์จของ +C2 ทำาให้ทางออกเป็นสัญญาณ CW (+8.8 V.DC.) ออก P117 - 7 เพื่อส่ง
ให้วงจร CW Oscillator.
3.เมื่อทำาการจูนกับ Coupler แล้วเกิด Fault จะมีสัญญาณ Keyline Enable (GND)
P117 - 8 ประมาณ +24 V.DC. จาก Coupler ทำาให้วงจรคีย์จะไม่ทำางาน เครื่องจะติดอยู่ใน
ลักษณะรับ
4.ขณะเปลีย่ นความถี่ (Preselector เปลีย่ นแบน) จะมีสญ ั ญาณ Inhibit (ยับยัง้ ) +12 V.
จาก P117 - e Preselector ทำาให้ T / R Relay K1 DE - Energize จะไม่ทำางานในลักษณะรับ
ส่งผลให้ Mute ทางออกจะเป็น Positive Mute Signal ไปทำาให้ SQ Gate On ที่ภาค Receive
ทำาให้เครื่องเงียบไม่มีเสียง
•* Jump มีไว้เพื่อจำากัดการทำางานของเครื่อง ถ้าเราต่อ JMP1 รับ JMP3 ทำาให้เครื่องไม่
สามารถทำาการส่งผ่าน Low Band FM ได้
•* ถ้า JMP2 ต่อ JMP4 จะไม่สามารถทำาการส่งในผ่าน HI Band AM, SSB, CW ได้ 39
การ JMP จะทำาให้วงจร Inhibit ทำางาน
5.สัญญาณ Tune Power Request เมือ่ ทำาการต่อ Coupler RF - 281 เข้าเครือ่ งที่ Remote 2,
J4 จะทำาให้ J4 - 5 มีระดับของสัญญาณ TPR ทำาให้มี +12 V. ที่ P117 - M ผ่านไปให้ P117 - 9
ไปให้ Mode SW. S1 - B2 - 7 เพื่อป้องกันการส่ง HI Power เมื่อเริ่มจูน Coupler ที่ P117 - 10
จะได้รับกราวด์เข้ามาที่ P117 - 9 จะไม่มี +12 V. Reg ทำาให้ Signal Processor Module
จัดหา Unmodulate RF Carrier (25 วัตต์) เพือ่ ใช้ในการจูน Coupler RF - 281
ภาค LO. Switch Assembly (1A8)
•ทำาหน้าที่ ควบคุมการจ่ายความถี่ออสซิลเลเตอร์ 1st Lo. และ 2nd Lo. ไปมิกซ์ที่
ภาค Mixer ให้ถกู ต้องตามโหมดใช้งาน
•ขณะที่รับสัญญาณรบกวนเข้ามา แรงดันบวกจากวงจร Noise Blanker ปรากฏที่ E1
ทำาให้กราวด์ไม่ทำางาน ดังนั้น จึงไม่มีสัญญาณ 1st Lo. ออกที่ P18 ไปมิกซ์กับสัญญาณ RF
ที่เข้ามา ทำาให้ช่วงที่มีสัญญาณรบกวนเข้ามา เครื่องจะเงียบ (ว่าง) ไม่มกี ารรับสัญญาณ เป็น
ลักษณะของการ “Blank”
TCXO (1A9) 40
มีคุณสมบัตทิ ี่ให้ความถี่ Output ที่มคี วามถี่ที่แน่นอนสูงมาก
Frequency Standard จะอยู่ภายในตัวของ XTAL เอง โดยเมือ่ มี +12 V.DC. Input จ่ายให้กับ
TCXO ก็จะทำาให้ Frequency Output เท่ากับ 5 MHz. ซึ่งจะนำาไปใช้กับวงจร Synthesizer Module
(1A2) ซึ่งจะทำาการ Synthesizer Frequency ตามต้องการ เป็น Output ออกไป
•TCXO Temperature Compensated Crystal Oscillator
•TCXO Temperature Controlled Crystal Oscillator
Rear Panel PA Assembly (2)

แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ


1. RF - Amplifier
2. Control Group
3. Protection Group
41

โดยในแต่ละ 3 ส่วนใหญ่นี้ จะถูกแบ่งออกเป็นหน้าที่หลักอีก 8 หน้าที่ด้วยกัน คือ


1. RF - Amplifier จะถูกแบ่งออกเป็น 3 หน้าที่ คือ
Pre - Driver Board Circuit (2A1)
PA Driver Circuit (2A2)
PA Final Circuit (2A3)
2. Control Group จะถูกแบ่งออกเป็น 3 หน้าที่ คือ
Relay Assy / VSWR Bridge (2A4)
ALC / ACC Board (2A6)
+ 23 V.DC. Regulated Board (2A8)
3. Protection Group จะถูกแบ่งออกเป็น 2 หน้าที่ คือ
Protection Board (2A5)
Current Sense Board (2A7)
•RF Signal Path RF Signal ที่มาจากภาค Preselector Module (1A3) นี้ จะถูกประยุก42 ต์
เข้าที่ J2151 ของวงจร Pre Driver Board Circuit ทำาการ Amp ออก J2152 เข้า PA Driver
ที่ J2201 Amp ออก J2203 เข้า PA Final Circuit ที่ J2301 แยก RF Input ออกเป็น 2 ทาง
โดยวงจร Input Hybrid แล้ว Amp ส่งให้วงจร Output Hybrid รวม RF Signal ทั้งสองเข้า
ด้วยกัน เพื่อส่งออก J119 ไปเข้า J114
•วงจร PA Filter (1A4) ซึ่งเพื่อลด Harmonic Energy ของ PA Final Circuit ออกที่ J115
เข้าวงจร VSWR Bridge ที่ J120 แล้วถูกส่งออกที่ J2604 ไปเข้าวงจร Relay เพื่อเลือก
Antenna Jack ที่เหมาะสมต่อความถี่ทำางาน ที่เราตั้งไว้หน้าเครื่อง ในตำาแหน่ง Receive
•วงจร Relay จะเป็นตัวต่อ Receive Signal จาก Antenna ไปยัง J116 ซึ่งเป็น
Receive Out Lineไปยังวงจร Preselector Module (1A3) ที่ P61 - A1
•Control Function Control Group จะทำาหน้าที่ผลิต Automatic Level Control (ALC)
และ Automatic Carrier Control (ACC)
•วงจร ALC จะ Monitor สัญญาณ RF Power ทั้งหมดใน VSWR Bridge และจ่าย
Control Signal เพื่อใช้สำาหรับปรับแต่ง RF Amplification ใน Signal Processor Module (1A1)
•วงจร ACC จะ Monitor Forward RF Power ที่ VSWR Bridge และจ่าย Control Signal ไป
ควบคุมจำานวนของ AM Carrier Re - Inserted ใน Signal Processer Module (1A1)
Protection Function Protection Group จะทำาหน้าที่ Monitor Current, RF Voltage และ 43
Temperature และให้การ Protection เป็น 2 ทาง คือ
1.Primary Protection จะควบคุมการ Attenuated ทางด้าน Input ของภาค Pre Driver
เพื่อรักษา Monitor Data ให้อยู่ในขีดจำากัด
2.Secondary Protection จะเข้ามามีส่วนทำางาน ถ้าทางด้าน Primary ถึงจุด Maximum
และเกินกว่าที่ตงั้ ไว้ ณ จุดนี้ +23 V.DC. ทั้งหมด จะไม่จา่ ยเข้าไปยังภาค PA Module ทั้งหมด
ภาค Pre Driver Assembly (2A1)
•หน้าที่ ทำาการขยายสัญญาณส่งความแรง2 .7 V.p - p จาก Preselector ให้ได้ 18-20 V.p - p
Pre Driver ทำางานคลาส A มีการขยาย 2 สเตท มีการควบคุมการขยายและป้องกันการขยาย
เกิน ด้วยควบคุมกระแสที่ไหลผ่าน Pin Diode ด้วยแรงดันที่ ได้รับสัญญาณมาจาก วงจรของ
Preselector Broad.
ภาค PA Driver Assembly (2A2)
•ทำาหน้าที่ รับสัญญาณจากภาค Pre Driver แล้วทำาการขยายให้ได้ประมาณ 10 วัตต์
แล้วส่งให้ ภาค Power Amplifier ขยายต่อไป
44
•ประกอบด้วยวงจรแยกย่อย ดังต่อไปนี้
Driver Bias Assembly (2A2A1)
Input Transformer Assembly (2A2A2)
Output Transformer Assembly (2A2A3)

•การทำางาน สัญญาณ RF จากภาค Pre Driver กำาลังส่งประมาณ 1 - 2 วัตต์


ที่กำาลังส่งออกเต็มที่ 100 วัตต์ เป็นความถีใ่ ช้งาน (หน้าเครื่อง) โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องไม่
มีการมอด นีเ่ องเป็นเหตุผลที่เวลาทดสอบการทำางานของภาค PA Driver เราจะใช้ในโหมด FM
•PA Driver เป็นวงจรขยายแบบพุชพูล ทำางานใน Class AB เกณฑ์ขยายเท่ากับ 5 เท่าดังนั้น
กำาลังส่งออกจะเท่ากับ 10 วัตต์ เมื่อทดสอบกับ 50 โอห์ม คัมมีโ่ หลด
ภาค 2A3 Power Amplifier (2A3)
•ทำาหน้าที่ ขยายกำาลังส่งจาก 0.5 - 10 วัตต์ ให้เป็นกำาลังส่งออกตามโหมดการใช้งาน
เกณฑ์การขยายของวงจรเท่ากับ 10 dB
45
•ประกอบด้วยวงจรต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
Hybrid Unit,
Output Hybrid Unit,
Upper Power Amp Work Class B
Lower Power Amp Work Class B
•O / P ของ O / P Hybrid Unit มีวงจร Over Voltage Detect ประกอบอยู่ดว้ ย
ซึ่งทำาหน้าที่ผลิตสัญญาณไฟดีซีจาก FR Output ส่งให้ Protection Broad วงจร Upper PA
มี Thermal Sensor ประกอบอยู่ดว้ ย คอยตรวจสอบอุณหภูมไิ ม่ให้ PA ทำางานที่อุณหภูมิ
สูงเกิน 800C
•การทำางาน สัญญาณ RF Input กำาลังส่ง 0.5 วัตต์ - 10 วัตต์ ส่งเข้ามาที่ J2301
เมื่อใช้งานความถี่ย่าน HF กำาลังส่ง ณ จุดนี้ จะเป็น 1 วัตต์ที่ 1.5 MHz. และสูงขึ้นถึง 10 วัตต์
ที่ 29 MHz. ถ้าใช้งานในย่าน VHF. กำาลังส่ง ณ จุดนี้ จะเป็น 0.5 วัตต์ที่ 30 MHz. และ
10 วัตต์ที่ 79.9999 MHz.
46
•Thermister R7 เป็นส่วนหนึ่งของวงจร Upper Amp Output เพื่อตรวจสอบการทำางานที่
Over Temperature ค่าความต้านทานปกติที่ 250C เท่ากับ 1000 โอห์ม R7 จะเปลี่ยนค่าลดลง
ถึง 120 โอห์ม ที่ 850C นัน่ หมายถึง เกิด Over Temperature ในสภาวะนี้ จะมีระดับแรงดัน ALC
มีค่าเป็นบวกส่งไปควบคุมกำาลังส่งออกที่ IF Filter โดยผ่านที่ Case Signal Processor Board
เพื่อลดกำาลังส่ง
•การปรับแต่งกระแสไบอัส PA
1. ต่อ 50 โอห์ม คัมมีโ่ หลดเข้ากับเครื่อง
2. ถอด Upper Amp + 23 V. B+ เส้นสีแดงตั้งมิเตอร์ที่ 50 mA. วัดจุดนี้
3. ตั้งโหมดการทำางาน SSB ปรับปุ่ม TX Audio ตำ่าสุดแล้วคีย์เครื่อง
4. ขณะไม่มอดสัญญาณวัดกระแส PA จะได้ 50 mA. ถ้าไม่ได้ปรับ R6
5. การปรับในส่วนของ Lower AMp.ใช้วิธีการเหมือนกัน
การเช็คการทำางานของ R7
•ที่ 250 C ใช้มเิ ตอร์วัดที่ขา C และ D ของวงจร Protection PCB. จะได้แรงดันตกคร่อม R7
เท่ากับ 2.2 V.DC. ที่ 850 C R7 มีคา่ เท่ากับ 120 โอห์ม วัดแรงดันได้ 0.4 V.DC.
•การเช็คการทำางานของ RF Over-voltage O / P 47
แรงดันที่ 2A3E1 จะมีคา่ ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
1. เมื่อใช้งานความถี่ 59 MHz.
- มีค่า 2.2 V.DC. ที่ 50 W. RF Output FM.
- มีค่า 0.45 V.DC. ที่ 50 W. RF Output Un-modulated AM Carrier
- มีค่า 0 V.DC. ที่ 0 W. SSB / CW No Audio
2. เมื่อใช้งานความถี่ 9 MHz.
- มีค่า 4 V.DC. ที่ 100 W. FM. Output
- มีค่า 1.3 V.DC. ที่ 25 W. RF Output Un-modulated AM Carrier
- มีค่า 0 V.DC. ที่ 0 W. SSB / CW
3. ที่ความถี่ 20 MHz. 100 W. O / P FM = 3.2 V.
4. ที่ความถี่ 40 MHz. 50 W. O / P FM = 2.05 V.
•การปรับแต่ง C8
1.ต่อ Thru Line Watt Meter เข้ากับเครื่อง และตัง้ ความถี่ 79.9999 MHz. แล้วทำาการคียส์ ่ง
2.ปรับ C8 ให้กำาลังส่งออกสูงสุดทั้ง Upper และ Lower Amplifier
VSWR / Relay Assembly (2A4) 48
•หน้าที่ ทำางานทั้งรับและส่ง ในขณะส่งสัญญาณ RF Input รับมาจาก PA Filter Assembly
เพื่อผลิตแรงดัน DC ส่งให้ 2A6 ALC / ACC BD เพือ่ ผลิต ALC และ ACC ส่วนหนึ่ง
ส่งให้มิเตอร์หน้าเครื่อง เพื่อแสดงกำาลังส่ง และกำาลังส่งสะท้อนกลับของเครื่องอีกทาง
ส่งไปควบคุมที่ IF Filter
K1 ทำาหน้าที่ แยกการทำางานรับ-ส่งของเครื่อง ปกติต่ออยูใ่ นขณะรับ
K2 ทำาหน้าที่ เลือกสายอากาศใช้งาน ปกติตอ่ ใช้ HI Band
•การปรับแต่ง VSWR Bridge O / P
1.ตั้งความถี่ 29.9 MHz. E1 ต่อ 50 โอห์ม Load
2.ปรับกำาลังส่งให้ได้ 100 W’
3.Key เครื่องส่งใช้มิเตอร์วัดที่ E2 จะต้องได้ -0.05 V.DC. ถ้าไม่ได้ให้ปรับ
C1 จากนั้นวัดที่ E1 จะต้องได้ -4 V.DC. ถ้าไม่ได้ให้ปรับ C2
ภาค Protection Board (2A5)
•หน้าที่ ป้องกันสภาวะที่เป็นอันตรายต่อการทำางานของเครื่อง เช่น กระแสเกิน,
กำาลังส่งเกิน, แรงดัน DC เกิน
การป้องกันมี 2 ลักษณะ คือ 49
•Primary Protection เป็นการป้องกันเบื้องต้น โดยส่งสัญญาณควบคุมไปลดทอน
กำาลังส่งที่ภาค Pre Driver จะสังเกตเห็น Led สีเหลืองติด (CR4) เพื่อแสดงว่า มีการลดทอน
สัญญาณ RF ส่งแล้ว (เมือ่ เกิด Over Current และ RF Over voltage) และส่งสัญญาณควบคุม
ไปลดทอนกำาลังส่งที่ภาค IF Filter BD เมื่อเกิด Over Temperature
•Secondary Protection เป็นการป้องกันขั้นสอง เมื่อการป้องกันขั้นแรก ไม่เป็นผล
กล่าวคือ ยังมีกระแส PA เพิ่มขึ้น อีกทั้งที่ส่งสัญญาณไปลดทอนแล้ว ในขั้นนี้ ตัด +23 V. Reg
ออกจากวงจร PA
•การป้องกัน RF Over voltage และ Over Current
แรงดัน RF Over voltage เข้ามาที่ P2004 - 9 และ Over current เข้า P2004 - 4 ทั้งสอง
ส่งผล O/P ออกที่ P2004 - B, J สัญญาณ RF Over voltage มาจากวงจรดีเทค 2A3A4
O / P Hybrid ส่วนสัญญาณควบคุม Over Current รับมาจาก Current Sense
•R8 ปรับแต่ง RF Over voltage ไว้ทำางานที่ 125 W. วงจร Differential Amplifier
ทาง O / P จะถูกขยาย เมือ่ กำาลังส่งเกิน 125 W. จะมีแรงดันควบคุม O / P ให้ Pin Diode ที่
Pre - Driver ทำาการลดทอนกำาลังส่ง (O/P แรงดันมากกว่า 1.5 V.)
50
ถ้าส่งผลไปลดทอนกำาลังส่งไม่ไหวแล้ว คือลดทอนแล้ว กระแสยังเพิ่มขึ้นมาอีก Zener Diode
จะทำางานส่งผลให้ SCR ที่ 2A8 + 23 V. Reg. ทำางานดึง 23 V. Reg. ลง GND ไฟ Reset ติด
เพื่อป้องกันเครื่องส่งเสียหาย
การป้องกัน Over temperature
•แรงดันที่ P2004 - C, D รับมาจาก R7 ที่ภาค Upper O / P Transformer Assembly
ใน PA ณ อุณหภูมิ 250 C จะแสดงค่า 1,000 โอห์ม และ 120 โอห์ม ที่ 800 C แรงดันที่
ตกคร่อม R7 ส่งเข้าปรับแต่งไว้ที่ 800 C นั่นคือ ถ้าอุณหภูมเิ กิน 800 C O / P IC1A - 1 จะเป็น
บวกส่งออก P2004-H โดยผ่าน CR9 จุดนี้ ต่อร่วมอยู่กบั 2A6 ALC / ACC BD (P2003 - C, 5)
ส่งผลไปควบคุมกำาลังส่งทีภ่ าค IF Filter PCB.
•ถ้ากำาลังส่งเกินจุดที่ไม่สามารถจะควบคุมได้แล้ว O / P IC1A - 1 จะส่งผลผ่าน
CR10, CR11, CR6, CR7 ทำาให้ SCR ที่ +23 V. Reg. BD ทำางานปลด +23 V. Reg.
ออกไป โดยดึงลง GND ไฟ Reset ติด
การปรับแต่ง Over temperature (R37) 51
•ปลด R7 ที่ PA ออกอย่างระมัดระวัง จากนั้นใช้ค่า R 120 โอห์ม ½ วัตต์ 5% แทนเข้าไป
•ใช้ Meter วัดที่ P2004 - C, D ต้องได้ 110 - 120 โอห์ม
•ต่อ 50 โอห์ม 100 วัตต์ Dummy Load กับเครื่อง RF 280
•ตั้ง FM Mode VFO OFF ความถี่ 14.5 MHz.
•Key เครื่องปรับ R37 จนกระทั่งกำาลังส่งเริ่มเท่ากับ 100 W.
การปรับแต่ง RF Over voltage Threshold (R8)
•ตั้ง 10.5 MHz. FM Mode
•Key เครื่องส่ง และปรับ (ALC / ACC PCB) ปรับกำาลังส่งให้ได้ 125 W.
•แล้วทำาการปรับ R8 Protection Brd จนกระทั่ง CR4 (Pin ATT) ที่ภาค Pre - Driver เริ่มติด
ภาค ALC / ACC Assembly (2A6
•ทำาหน้าที่ ผลิตแรงดันควบคุม ALC, ACC จาก Forward Power และ Reflect Power ALC
(Automatic Level Control) ทำาหน้าที่จำากัดความแรงของสัญญาณส่ง เมื่อใช้โหมดการทำางาน
SSB, CW, FM ส่วน ACC (Automatic Carrier Control) ควบคุมและจำากัดความแรงของ
สัญญาณ AM Carrier Injection ในโหมดการส่ง AM ทั้ง ALC และ ACC ส่งแรงดันควบคุม
ที่ภาค IF Filter BD
52
•ALC
R6 ปรับแต่งให้ผลิตกำาลังส่ง 100 วัตต์ที่แบนตำ่าความถี่ 1.5 - 29 MHz.
R3 ปรับแต่งให้ผลิตกำาลังส่ง 50 วัตต์ที่แบนสูงความถี่ 30 - 79 MHz.
•ACC
R4 ปรับให้กำาลังส่งออก 12.5 วัตต์ เมื่อใช้งานจากความถี่แบนสูง
R5 ปรับกำาลังส่งออก 25 วัตต์ เมื่อใช้งานกับความถี่แบนตำ่าในโหมดการใช้งาน AM
ภาค Current Sense Assembly (2A7)
•หน้าที่ ตรวจสอบ +23 V.DC. Reg. ไม่ให้กระแสและแรงดันเกินที่กำาหนดไว้ ก่อนที่จะจ่าย
ให้ Upper PA, Lower PA, PA Driver
•การทำางาน แรงดัน +23 V. Reg. เข้ามา E4, E8 แล้วแยกไหลผ่าน
Sense Resister R2, R12, R22
R2 เป็น Sense Resister ใช้ตรวจสอบแรงดันที่จ่ายให้ PA Driver.
R12 เป็น Sense Resister ใช้ตรวจสอบแรงดันที่จ่ายให้ Upper PA.
R22 เป็น Sense Resister ใช้ตรวจสอบแรงดันที่จ่ายให้ Lower PA.
53
VHF Divider Assembly (1A2A3)
•หน้าที่ รับสัญญาณความถี่ 10 - 39.9 MHz. มาจาก Translator และทำาการหารข้อมูล
ความถี่ 10 - 39.9 MHz. ด้วยหลักความถีห่ น้าเครื่อง คือ หลัก 10 MHz., 1 MHz. และ 100 kHz.
เพื่อให้ได้ความถี่ 100 kHz. ซึ่งเป็นความถี่ Referent จาก VFO / Power Supply Board (1A2A5)
เมื่อทำาการเปรียบเทียบกันแล้ว จะได้สญ ั ญาณ Output Voltage Control ประมาณ 2 - 6 V.DC.
เพื่อนำาไปผลิตความถี่ 1st L.O. ที่ต้องการที่ VHF VCO Board.
+23 V. Regulator (2A8)
•ทำาหน้าที่ รับ +23 V.DC. Unregulated มาจากวงจร Current Sense ใน 1A6 และ
จะทำาการ Regulated +23 V.DC. Output ซึ่งภายในวงจร จะทำางานร่วมกันในส่วนของ
Over current และ Over voltage
24 V.DC. Inverter (1A10)
•ถ้าเครื่องรับ-ส่งวิทยุ RF-280 ทำางานด้วย 24 V.DC Inverter Switch S12 ซึ่งอยูท่ ี่หลังเครื่อง
จะต้องปิดให้อยู่ทตี่ ำาแหน่ง DC
1 RF-280 สามารถให้กำาลังส่ง Power Output 100 W. Pep และ Average จ่ายผ่าน 2
RF-280
ความถี่ 1.5 - 30 MHz และ 50 W. Pep และ Average จ่ ายผ่านความถี่ 30 - 80 MHz โดยมี
ระบบป้อ งกันทางภาค PA. ที่เรียกว่า Foil Soft เมือ่ เกิดการ Open หรือ Shorted ทางสาย
ข้อมูลทั่วไป (General Information)
อากาศหรือ ในสภาวะทีม่ คี วามร้อนสูงใน PA. Module ส่วน Power Input ของ RF-280 สามารถ
RF-280 เป็นเครื่องรับ-ส่ งวิ ทยุที่ออกแบบมาเพื่ อใช้งานทางยุทธการ สำ าหรับการสือ่ ใช้กำาลังไฟได้ทงั้ AC และ DC โดยใช้ RF-283 และ RF-284 สำาหรับไฟ DC.
สารที่ต้องการความรวดเร็วจากจุด ทีเ่ รี ยกว่ า front line (Local Communication) ไปยังจุด การซ่อมบำารุง
long distance (rear communication) หรือที่เรียกว่ า การสื่ อสารระยะไกล ความถี่ ที่ใช้งาน RF-280 ออกแบบวงจรและอุป กรณ์เป็น Module Assembly และ Board
จะครอบคลุ มผ่าน HF และ VHF Low Band ผ่า นความถี่ 1.5 - 80 MHz สำาหรับ RF-280 และ โดยมี Led แสดงผล ซึง่ ง่ายในการซ่อมบำารุงรักษาเครื่อง
RF-280A คุณสมบั ตแิ ละอุปกรณ์ประกอบ จะเหมือ นกั นทัง้ หมดจะแตกต่างกันเฉพาะสีเท่า นั้น ข้อควรระวัง
RF-280 จะมีสี เทา (Gray) เหมาะสำาหรับติดตัง้ บนเรือรบ ส่ว น RF-280A จะมีสี เขีย วเข้ม
(Olive Drab)หรือ OD เหมาะสำาหรับติดตั้งบนรถ Jeep, ยานตรวจการลำ านำ้า, กองบังคับการ ฯลฯ การปฏิบัตงิ าน ต้องมีความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัย การตรวจวัดและการ
RF-280 สามารถติดต่อกั บวิทยุในข่ายเดียวกั น เช่น PRC-25VRC, URC-58 ปรับแต่ง ต้องแน่ใจว่า Ground ทีใ่ ช้วัด ถูกต้อง และไม่ควรซ่อมทำาโดยการเปลี่ยน Board
ย่า นความถี่ 1.5 - 50 MHz 100 Hz Step รวมทั้ง VFO Tuning เพือ่ ความแน่นอนในการติดต่อ ในขณะทีเ่ ครือ่ งยังเปิดทำางานอยู่ เพื่อความปลอดภัย ควรจะ OFF Function SW. เสียก่อน
ข่าวสารมาตรฐานในการรับ -ส่งข่าวสาร จึงมี Mode การทำางานทั้ง LSB, USB, AM, FM, CW ในการเปลีย่ นอุปกรณ์พวก Condenser ที่มคี ่าสูง ๆ ควรระมัดระวัง เพราะมี ไฟแรงสูงบรรจุ อยู่

ปุม่ ควบคุมการทำางาน ตัวแสดงค่าและหัวต่อ หน้าเครื่อง 3 3.Receiver Tune Signal SW. 4


1, 2. Power SW., Power meter. •กดปุ่ มนีจ้ ะตัดวงจร Squelch ออก และขณะเดียวกันจะป้อนเสียง Noise ผ่าน
•ขณะรับ Meter จะแสดงความแรงของสัญญาณในหน่วย “S” คือ ความถีก่ ว้างมายังเครื่องรับ
4.Tune Control
S3 = 3.6 uv.
•เป็นการปรับแต่งเพื่อจะเลือ กผ่านการใช้งานเทียบกับเสียง Noise ในขณะกด
S4 = 5.0 uv.
Receiver Tune Signal SW. เมือ่ ตรงกับความถีท่ างาน
ำ จะได้ยนิ เสียง Noise และ S meter
S5 = 7.3 uv.
ชีค้ ่าสูงสุด
S6 = 11.5 uv. 5.Transmit Audio
S7 = 21.0 uv. •ควบคุมระดับสัญ ญาณเสียงทีอ่ อกอากาศ หมุนตามเข็มนาฬิกา จะเป็นการเพิ่ม
S8 = 42.0 uv. ความแรงของสัญญาณเสียง ตำาแหน่ง “Auto” จะควบคุมสัญญาณเสียงโดยอัตโนมัติ
S9 = 100.0 uv. 6.Squelch Control
+ 30 = 6.8 v. •ใช้ควบคุมระดับสัญญาณที่รับเข้ามา โดยขจัดสัญ ญาณทีไ่ ม่ตอ้ งการออกไป เช่ น
+ 60 = 15.0 v. Noise ต่างๆ ตำาแหน่ง Tone ใช้ในการจัดหา Tone 150 Hz. ใน Mode FM ในขณะส่ง โดย
•ขณะส่ง Meter จะแสดงค่ากำาลังส่งออกอากาศทั้ง Forward และ Reflected Power Modulated ไปกับ ข่าวสาร เพราะฉะนั้นในขณะรับ ก็จ ะใช้ Tone 150 Hz. ในการเปิด Squelch
ค่าเป็น Watt ขึน้ อยูก่ ับตำาแหน่งของ Power SW. รับข่าวสารเข้ามา สัญ ญาณ 150 Hz Tone ไม่ได้ปอ้ นออกสูล่ ำาโพงพร้อมกับข่าวสาร จะใช้ใน
การเปิด Squelch gate เท่านัน้
7.Receiver RF. Gain 5 14.Key line SW. 6
•ควบคุมระดับ ความไวของสัญญาณภาครับ เมื่ อหมุนไปทางขวามื อสุด ความไวของ •ตำาแหน่ง Local สามารถ Key เครื่องส่งได้เฉพาะหน้าเครื่อง โดยผ่านทาง Audio Connector
เครือ่ งจะสูงสุด ในกรณี สญ ั ญาณทีร่ บั เข้ามาแรงเกินไป การลดทอนจะทำาได้โดยการหมุนปุม่ นี้ หรือ CW Key Jackตำาแหน่ง Remote สามารถ Key เครื่องได้ทงั้ ที่ Remote และหน้าเครือ่ ง
ทวนกลับ 15.Mode SW.
8.Receiver Audio •มีทั้งหมด 6 ตำาแหน่ง OFF, USB, LSB, AM, FM., CW. เปิด - ปิดไฟเข้ าเครือ่ ง เมือ่ บิด
•ควบคุมระดับ สัญญาณเสียง (Volume) ที่ลำาโพง หรือ Headset Mode SW. ไปที่ Mode ที่ใช้งาน
9.Noise Blanker
16.VFO Control
•ลดทอนความไวของสัญญาณรบกวน (RFI) ตำาแหน่ง OFF คือ เลิกใช้วงจร Noise Blanker
10.Speaker SW. •เป็นการจูน VFO. ทำางานด้วยความถี่ 5 KH. จากความถี่ทตี่ งั้ หน้าเครื่อง
•ใช้ใ นการ ON/OFF สัญญาณออกลำาโพง แต่ที่ Phone Jack ยังมีสญ ั ญาณเสียงตลอด 17.Frequency MHz and kHz Control
11.Phone Jack. •เป็น SW. ตัวเลือกความถี่รบั - ส่ง โดยเพิม่ ทีละ 10 MHz., 1 MHz, 100 kHz, 10 kHz,
•เป็นทีต่ ่อหูฟัง (Head Phone) เพือ่ รับ ฟังสัญญาณเสียง 1 kHz และ 0.1 kHz จากซ้ายไปขวา ตามลำาดับ
12.CW Key Jack
18.Audio Connector.
•เป็นทีต่ ่อคันเคาะ CW (Hand Key) ในการส่ง Mode CW.
13.Reset indicator •เป็นทีส่ ำาหรับต่อ Hand Set หรือ Microphone
•จะแสดงการเกิด Overload ในการทำางานของเครื่อง เมือ่ Led ติดสว่าง ควรบิด
Mode SW. ไปไว้ทตี่ ำาแหน่ง OFF อย่างน้อย 5 วินาที จึงทำาการเปิดเครือ่ งใหม่

ขณะรับ 7 8
•สัญญาณจะเข้ามาทางสายอากาศ ผ่าน T/R ซึง่ ปกติจ ะอยูท่ ี่ Receive ผ่าน
Pre selector Module เพื่อเข้ามาทำาการกรองสัญญาณในแต่ละ Band Filter ซึง่ มีทงั้ หมด 7 Band ขณะส่ง
ตามย่านความถี่ทใี่ ช้งานแล้วจะทำาการ Amplifier เพื่อส่งให้ Signal Processor Module ซึง่ •สัญญาณข่าวสารจาก Microphone หรือ CW จาก CW Oscillator จะผ่านเข้ามาที่
จะเข้าที่ Mixer Board (1A1A6) จะเปลี่ยนความถี่หน้าเครือ่ งทีร่ ับเข้ามาเป็น High IF ผ่าน Transmit Board (1A1A3) แล้วทำาการ Modulated 9 MHz. ซึง่ ผลิตสัญญาณจาก 3rd L.O.
Filter ที่ Helical Filter Board กลับมาที่ Mixer Board เพื่อเปลี่ยน High IF ให้เป็น Low IF (500 kHz.) ส่งต่อไปยัง IF Filter Board (1A1A5) ซึง่ จะกำาหนด Mode ใช้งาน LSB, USB, CW
(9 MHz) ส่งไปที่ IF Filter Board (1A1A5) สัญญาณ Low IF (a MHz) จาก Mixer Board และ AM./FM. แล้วมายัง Mixer Board ซึง่ จะเปลี่ยนสัญญาณ Low IF (a MHz.) ให้เป็น
จะเข้ามา แล้วทำาการกรอง ซึง่ กำาหนด Low IF Band width ทัง้ ในขณะรับและขณะส่งทีร่ บั จาก High IF ผ่าน Helical Filter Board เพื่อกรอง IF ในแต่ละย่านกลับเข้ามาที่ Mixer Board
Transmit Board การ Filter จะกำาหนดโดย Mode ใช้งาน LSB, USB, CW และ AM./ FM. เพือ่ เปลีย่ นกลับ High IF ให้ลดลงเป็นความถี่ใช้งานทีต่ ั้งหน้าเครือ่ ง แล้วทำาการกรองและ
แล้วผ่านมายัง Receiver Board ซึ่ งจะทำาหน้าที่แปลงสัญญาณ Low IF ให้เป็นสัญญาณ ขยายสัญญาณ RF จาก Pre selector Module จ่ายให้ PA Module ซึง่ จะทำาการ Amplifier
ข่าวสารเพื่อจ่ ายให้แก่ Speaker Driver Board และใน Board นี้ จะผลิตสัญญาณควบคุม AGC ส่ง Output กำาลังส่งสูงให้แก่สายอากาศ ด้วยผ่าน T/R เมือ่ กด Key
(Automatic Gain Control) ส่งไปควบคุม Pre selector Module และวงจร Squelch ใน Board
เดียวกัน สัญญาณข่าวสารจะเข้ามาที่ Speaker Driver (1A1A2) เพื่อทำาการ Amplifier
ส่งให้ Speaker ทีห่ น้าเครือ่ ง
Specification 9 Transmitter. 10
เครื่องรับ - ส่ง RF-280 Output Power : 1.5 - 29.999 MHz; 100 Watts PEP and Average into 50
General 30 - 79.999 MHz; 50 Watts PEP and Average into 50
Frequency Range : 1.5 MHz. to 79.9999 MHz. Overload Protection : PA Fully Protected form mismatch including an Open
Channel Spacing : 785,000 Synthesized Channels with 100 Hz. Spacing and or Shorted Antenna
5 KHz. Continuous VFO Turning Audio Input : Either Carbon or Dynamics microphone also provided
Frequency Stability: 1 Past in 106 TC XO = Temperature Compensated Crystal (O dBm nominal) 600 input.
Oscillator. Undesired Side band Suppression : 50 dB minimum @1 kHz.
Mode of Operation: AM, USB, LSB, CW and FM. Intermodulation Distortion : - 30 dB nominal
Power Input : 115 / 230 VDC. 10 % 50 / 60 Hz. Plug in DC Modules FM Deviation : 8 kHz. Nominal
Can be installed in the unit to provide either 12 or 24 VDC.
Load Impedance : For use in a 50 ohm system.
Temperature Rang : - 280 C to + 650 C USB, LSB and AM.
- 280 C to + 500 C CW, FM, FSK and FAX Continuous.

11 Signal Processor (1A1) ประกอบด้วย Main Frame, Assembly และ Sub-Assembly ดังนี้ 12
Receiver Mixer Board (1A1A6)
Sensitivity : SSB 0.5V for 10 dB (S + N) N. Helical Filter Board (1A1A7)
FM 0.6 V for 10 dB SINAD. Receiver Board (1A1A4)
Audio Output : Internal Speaker 3 Watts with lass than 5% distortion. Transmit Board (1A1A3)
Selectivity (IF Filter) : SSB 350 - 3150 Hz at 6 dB IF Filter Board (1A1A5)
FM 14 kHz. Speaker Driver Board (1A1A2)
CW 325 Hz Max. at 3 dB (1 kHz. Center Frequency) Noise Blanker Board (1A1A1)
AGE : Attack time 10 ms nominal, Release time SSB. 1 sec FM 100 ms. •การทำางานของ Module นี้ จะรับสัญญาณจาก Pre selector Module เพื่อทำาการแยก
Threshold ; Internally adjustable 3 V. to 12 V. สัญญาณ ข่าวสารให้แก่ Speaker Driver ส่วนในขณะส่งจะทำาการผลิตสัญญาณ RF
Squelch : Selectable 1. Variable threshold (SSB, AM, Fm, CW) ให้แก่ Pre selector Moduleเพื่อทำาการขยาย และกรองสัญญาณ RF ส่งต่อให้ PA Module ต่อไป
2. 150 Hz. Tone (FM.) ภาค Noise Blanker / Tone Squelch Assembly (1A1A1)
ทำาหน้าที่
•กำาจัดสัญญาณรบกวนทีม่ ลี ักษณะเป็น Spikeหรือทีเ่ กิดจากสิ่งประดิษฐ์ เช่น มอเตอร์
และทำาหน้าทีผ่ ลิตและถอดสัญญาณ Tone 150 Hz. เมือ่ ใช้งานในตำาแหน่ง Tone SQ.
ภาค Speaker Driver Board (1A1A2) 13 •1.ขับผ่ าน T5 ผ่านไป C48 เป็น 9 MHz. Carrier ให้ วงจร Balance Mod. และส่งผ่ าน C2114
หน้ าที่
ออก P1331 - C เพื่ อส่งให้ วงจร Product Detect (ใช้ ในขณะรั บ SSB Mode) ที่ ภาค Receive Board
•ขยายสัญญาณเสีย งจาก Receive Board ให้ ได้ 3W. ประกอบด้วยวงจร AGC. และ
•2.ขับผ่ าน T6 ซึ่งทางออกทางนี้ จะมีอ อกเมื่อทำาการส่งใน FM Mode เท่า นัน้ โดยจะมี +12 V.
FM. Carrier SQ.
ส่วนวงจร AGC. Squelch ใช้ กบั การทำ างานใน USB, LSB, AM, CW Mode FM Transmit ที่ P1331 - B จ่า ยไบแอสให้ IC2 - 1 โดยผ่ าน CR3 ทางออก FM Transmit
ส่วนของ FM Carrier SQ (ตำาแหน่ง Variable) เมื่อใช้ ตาแหน่
ำ ง FM Carrier SQ จะส่งให้ภ าค IF Board โดยผ่าน CR4
Transmit Board (1A1A3) Audio Input
•ผลิต ความถี่ 9 MHz. Carrier. ความถี่ 5 MHz. Frequency Standard ถูก หารให้เ หลือ •สัญ ญาณเสียงทีใ่ ช้ส่งมี 2 ทาง คือ เสียงจาก MIC. ( ทั้ ง Dynamic และ Carbon) และ
500 kHz.เป็นความถี่ 3rd. L.O. จาก Synthesizer Module จ่ายเข้ามาที่ P1331 - R ความแรง 150 Hz. Tone Input เพื่ อใช้ระบบ FM Tone SQ Mode.
40 mV.P - P ทีค่ วามถี่ 500 kHz. ปรับ แต่ งและขยายรู ปคลื่นให้เป็ น Sine Wave ส่งให้ Phase Modulator
Pulse Generator ทำาหน้ าทีผ่ ลิตสัญ ญาณรูปคลืน่ พัลส์ 500 kHz. แล้ว ส่งไปเข้ าที่ 9 MHz. •เมื่อส่ง FM Mode จะมี +12 V. FM Transmit ไปเลี้ยงวงจรให้ ทางานส่ ำ งสัญญาณ FM Audio
Band Pass Filter ซึ่งประกอบด้ว ย T1, T2, T3, T4 ต่อขนานกับค่า C 100 pF ทุกตั ว ปรับแต่งให้ มาให้ มอดที่ Phase Modulator โดย R51 เป็น ตัว ปรับแต่ง deviation ให้ได้ 444 Hz. ของ 500 kHz.
resonant กั บฮาโมนิ กส์ที่ 18 ของ 500 kHz. Pulsed หรือ 9 MHz. (T1 - T4 ผลิต 9 MHz. Carrier) (หมายถึง เมือ่ มอดแล้ วสัญ ญาณมอดต้อ งไม่เกิ นหรืออยูร่ ะหว่าง 499.556 - 500.444 kHz.)
ทางออกส่งผ่าน C23 100 mVP - P ส่งไปขยายที่ IC2 (2) ทางออกแยกเป็น 2 ทาง คือ เมื่อทำาการคูณฮาร์โมนิ กส์ที่ 18 แล้ว จะต้ องไม่เกิน 8 kHz. นั่ นคือ เมือ่ ส่ง FM สัญญาณส่ง IF
ต้องอยู่ ระหว่า ง 8.992 - 9.008 MHz. L1 และ L10 ปรับให้ไ ด้ 9 MHz. สูงสุด เมื่อไม่มสี ัญ ญาณ
เสียงเข้ าไปมอด

15 ภาค Receive Assembly (1A1A4) 16


Balanced Modulator
•การทำางาน สัญญาณ 9 MHz. IF จาก Mixer BD ส่งเข้า มาที่ P1311 - 17 มาทำาการขยาย
• ทำาหน้า ที่ กำาจั ดสัญ ญาณ 9 MHz. Carrier ขณะไม่มีสัญ ญาณมอดมามอด ซึ่งในสถานะนี้
สัญญาณ 9MHz. ทางออกที่ปกติความแรง 200 mV P - P ส่งออก R72 R72 ทำาหน้า ทีเ่ ป็น
เราเรียกว่ า เกิด การ “Balanced” ซึ่งจะไม่มสี ัญ ญาณส่ งออก เมื่อมีสัญ ญาณเข้าไปมอด
AGC Threshold ปกติปรับไว้ที่ 3 V. นัน่ หมายถึง เมื่อสั ญญาณเข้ามาที่ส ายอากาศ (J8)
ทำาให้ 9 MHz. Carrier เกิดการ shift มีสัญญาณออกเป็น DSB มากกว่า 3 V. วงจร AGC จึงจะเริ่มผลิต AGC ออกขา P1311 - 13, 14, 16
•ยกตั วอย่ าง ถ้ามี Tone 1000 Hz. เข้าไปมอด ทางออกของวงจร Balance Mod. จะเป็น ส่วนของวงจร AGC Circuit and Squelch Mute Control
9.001 MHz. และ 8.999 MHz. •ทำาหน้าที่ AGE Amplifier ทำาการขยายสั ญญาณ 9 MHz. IF ซึ่งควบคุมเกณฑ์การขยาย
โดย R72 (Wiper) และสั ญญาณ Feedback ผ่ าน JMP1 หาก JMP1 ต่อ กั บ GND จะไม่มี
สัญญาณ Tune Power Request และ AM Carrier Amplifier
สัญญาณ Feedback มาควบคุม
•ปกติ AM Carrier Amp จะทำ างานโดยการไบแอสจาก +12 V. AM Transmit ที่ P1331-3และ •การดีเทก สั ญญาณ 9 MHz. เอาสั ญญาณ AGC (เป็ นไฟดีซีที่ผลิ ตจากความแรงของ
เป็น ทางออกของ 9 MHz. Carrier RF -IN ก็ทางานได้
ำ และเมื่อใช้ จนู กับ Ant Coupler จะมี สัญญาณเสียง)ค่า Time Constant ของ AGC กำ าหนดโดย C55, C56, R60 ด้ว ยแรงดัน +12 V.
สัญ ญาณร้องขอกำาลังส่ง เมื่อทำาการจูน (Tune Power Request) ระดับ Logic เป็น “O” (กราวด์) SSB / CW ที่ P1311 - 11 C56 / R60 เป็นตัว ผลิ ต Slower Decay ให้กบั AGC แรงดันวั ดได้ที่ TP1
ที่ P1331 - L ทำ างานส่งผลให้ +12 V TX ที่ P1331 - D ทำาให้มี 9 MHz. AM Carrier Insertion พนัก งานสามารถควบคุมความแรงของ AGC ได้โ ดยการปรับ R3 Receive RF Gain ซึ่งอยู่
ออกไป เพื่ อเป็น 25 W. Power O/P ใช้จู น กับ Antenna Coupler RF - 281 หน้าเครื่อง เรียกชื่ออี กอย่า งว่ า เป็นการปรับแบบ “Manual AGC” การปรับ ให้ทำางานมากหรือ
น้อย ค่าแรงดันปรับแต่งได้ระหว่ าง 1.4 - 9.4 V.DC. การปรับปุ่ม Receive RF Gain ให้มีขยาย
สัญญาณเต็มที่ แต่ถ้ าสัญญาณ AGC มีความแรงมาก การปรับ R3 ก็จะไม่มีผล
•การขยายสัญญาณ AGC ออก P1311 - 13 ให้ “S” Meter เพือ่ แสดงความแรงของ 17 18
•AM Detector สัญญาณ 9 MHz. IF ส่งให้ AM Peaking Coil T2, CR5 ทำาการดีเท็ก
สัญญาณทีร่ ับเข้ามา
สัญญาณเสียงส่งออกให้ R21(Receive Audio)ควบคุม สัญญาณเสียงทางออกลำาโพง
•AGC ขา P1311 - 14 ส่งไปควบคุมเกณฑ์การขยายของเครื่องให้รับสัญญาณให้คง
•FM Detector ใน FM Mode สัญ ญาณ 9 MHz. IF ส่งผ่านวงจร IF Amp, Limited,
ทีท่ ภี่ าค Pre selector
FM Detector, Zener Reg O / P
•AGC ทีข่ า P1311 - 16 เป็น AGC Squelch I/P ส่งไปให้วงจร Comparater ทีภ่ าค
IF Filter Assembly (1A1A5)
Speaker Driver เพื่อเปรียบเทียบกับ Voltage Ref. SQ ซึง่ ควบคุม จาก Squelch Control
•ทำาหน้าที่ กรองความถี่ 9 MHz. IF ทัง้ รับและส่ง
หน้าเครื่อง (เมือ่ ทำางานใน SSB, AM, CW Mode) ถ้าค่า AGC Voltage มีค่า มากกว่า
Ref Voltage จะมีแรงดันบวก ส่งย้อนกลับเข้ามาที่ P1331 - J ส่งผลให้สญั ญาณเสียงจาก •ขณะส่ง รับ 9 MHz. IF มาจาก 1A1A3 Transmit Assembly แล้ว ผ่านฟิลเตอร์ต่าง ๆ
ตามโหมดทำางานทีเ่ ราเลือกหน้าเครือ่ ง เช่น เราเลือก USB สัญ ญาณ 9 MHz. IF Transmit
วงจรดีเท็กทัง้ สาม (SSB, AM, FM) ผ่านลงกราวด์ ทำาให้ไม่มสี ัญญาณเสียงออกลำาโพง
ทำาให้เครื่องรับเงียบ (Mute / SQ ON) ก็จะผ่าน USB Filter การควบคุมกำาลังส่ง จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ด้ว ยสัญญาณ ALC, ACC
ควบคุมขณะรับ รับสัญญาณ 9 MHz. IF มาจาก 1A1A6 การเลือกฟิลเตอร์ใช้ Diode Switching
•วงจร SSB / CW Detection สัญญาณ 9 MHz. IF ซึง่ มีสัญญาณเสียงรวมมาด้วย •FL1 ใช้งานเป็นทางผ่า นของสัญญาณ 9 MHz. IF ทัง้ ขณะรับและส่ง USB Filter
ส่งเข้าทำาการมิกซ์ กบั สัญญาณ 9 MHz. Injection จาก P1311 - 12 ซึง่ ส่งมาจาก 1A1A3 มีแบนด์วิดเท่า กับ 2.8 MHz. จุด
Transmit Assembly ทางออกจะได้สัญญาณเสียงออกไป R19 ปรับความแรงของสัญ ญาณเสียง ศูนย์กลางอยู่ที่ 9.00175 MHz..
ที่ OdBm ที่ 600 โอมม์ ใน SSB / CW Mode ด้วยแรงดัน +12 V SSB / CW. ขา P1311 - 11

•สัง เกต ขณะส่ง FM ,FM Transmit Mode จะไม่ใช้ฟิลเตอร์ หรือไม่ ผา่ นฟิลเตอร์ 19 Mixer Assembly (1A1A6) 20
•ทางผ่านของสัญญาณขณะส่ง จะมี 5 ทาง ขณะรับ 4 ทาง ขณะส่ง AM จะใช้ USB Filter
ในการส่ง จะเห็นว่า การรับ - ส่ง ใน AM, FM Mode จะใช้ทางผ่านของสัญญาณ 9 MHz. IF
แยกกันอยู่ •หน้าที่ ขณะส่ง ทำาการเปลี่ยนสัญญาณ 9 MHz. IF จากภาค IF ให้เป็นความถี่ใช้งาน
•ขณะส่ง จะมี (ALC Control Amp), (ACC Control Amp.) ทำางานทำาให้ทางออก 9 MHz. 1.5 - 79.999 MHz. ขณะรับ ทำาการเปลี่ยนสัญญาณความถี่ใช้งาน ให้เป็นความถี่ 9 MHz. IF
Transmit จากฟิลเตอร์ต่าง ๆ ทัง้ หมด ปรับ ความแรงทางออกของสัญ ญาณโดย R48 ให้ได้ •การทำางาน ทัง้ ขณะรับ - ส่ง IC1 ทำาการสลับกันระหว่าง 9 MHz. IF กับความถี่ใช้งานเป็น
+10 DBM. ที่ P1291 - 15 จะมี ALC ควบคุมกำาลังส่งแบบอัตโนมัติของ 9MHz. IF โดยควบคุม UP Mixer ทำาหน้าทีเ่ ปลี่ยนสัญญาณทั้งขณะรับและส่ง ให้เป็น HI IF คือ 96, 126, 156 MHz. ให้
อัตราขยายให้ได้ 100 วัตต์ เมือ่ ส่งแบนตำ่า 1.5 - 29.9999 MHz. หรือ 50 วัตต์ของ 9 MHz. IF ตามแบนใช้งานดังต่อไปนี้
แบนสูง 30 - 79.999 MHz. สัญญาณส่งให้ภาค Mixer Board - ฟิลเตอร์ 156 MHz. เป็นแบน 1 ของ Helical Filter ใช้กับความถี่ 1.5 - 29.999 MHz.
•ขณะส่ง AM หรือ จู น กับ Coupler 281 จะมี +12 V. AM Transmit (Coupler Tune) - ฟิลเตอร์ 126 MHz. เป็นแบน 2 ของ Helical Filter ใช้กับความถี่ 30 - 59.999 MHz.
ที่ P1291-11 ไบแอสให้Variable Attend ควบคุมกำาลังส่ง 9 MHz. Carrier Re Insert โดยมี ACC - ฟิลเตอร์ 96 MHz. เป็นแบน 3 ของ Helical Filter ใช้กับความถี่ 60 - 80 MHz.
ทีค่ วบคุมการทำางาน ที่ P1291 - 14 ACC ส่งมาจาก 2A6 ALC / ACC PCB ส่งผ่าน
Signal Processor มา ใช้ในการส่งแบบ AM จะทำาหน้าทีเ่ ป็น Adder (บวกเข้าไป) •Down Mixer (IC2)ทำาหน้าที่ เปลี่ยน HI IF ให้เป็น 9 MHz. IF ขณะรับ และให้เป็น
โดยรวม 9 MHz. Carrier Re - Insert เข้าด้ว ยกัน 9 MHz. IF (ของ USB) จาก Balance ความถีใ่ ช้งานในขณะส่ง
Modulator ทางออกผ่าน J1292 ให้ Mixer Board
21 22
•ตัวอย่าง ตั้งความถี่ใช้งานไว้ที่ 8.225 MHz. โหมด USB และมอดกับสัญญาณ 1 kHz. Tone •ขณะรับ +12 V. Transmit จะไม่มี ที่ P1275 - 6 แต่ที่ P1275 - 12 จะมี +12V. Receiver
จะอธิบายการทำางานของภาค Mixer ดังต่อไปนี้ ไบแอสให้วงจรทำางาน ทำาให้ความถีใ่ ช้งาน 8.226 MHz. จากสายอากาศผ่าน Pre selector.
•ขณะส่ง ความถี่ 9 MHz. มอดกับ สัญ ญาณ 1 kHz. Tone เท่ากับ 9.001 MHz. เข้ามาที่ มาที่ J1271 ขณะเดียวกันที่ J1272 จะมี 1 ST LO. (Receiver) ความถี่ 164.225 MHz.
J1292 เหนีย่ วนำาผ่าน ขา 14 ที่ J1272 จะมีความถี่ 2ND 10 มีค่าเท่ากับ 165 MHz. เข้ามามิกซ์ ที่ IC1
(ดูการทำางาน Synthesizer) เข้ามาทำาการ Mix ดังนี้ 164.225 MHz. 1 ST LO.
165.000 MHz. 2 ND 10 8.226 MHz. Dial Frequency.
9.001 MHz. Low IF. 155.999 MHz. HI IF.
155.999 MHz. HI IF. ทางออก IC1 เท่ากับ 155.999 MHz. ซึง่ เป็น HI IF ส่งผ่าน 156 MHz. Filter. ของ
ดังนั้น O / P ความถี่ 8.226 MHz. เป็นความถีส่ ่ง (หน้าเครื่องบวก 1 kHz.) Helical Filter แล้วส่งย้ อนกลับมาที่ J1252 เข้า IC2 และจะมี 2 ND LO. (Receiver)
ส่งผ่านให้ชดุ กรองความถีต่ ำ่า ผ่าน Low Pass Filter แล้วทำาการขยายส่งต่อ ให้ภาค Preselector ความถี่ 165 MHz. เข้ามามิ กซ์ที่ IC2
ถ้า ส่ง LSB ทางออกจะเท่า กับ 8.224 MHz., FM MODE เท่า กับ 8.225 MHz. ดิวเิ อชัน่ 8 kHz. 165.000 MHz. 2 ND LO.
155.999 MHz. HI IF.
9.001 MHz. LO IF
สัญญาณ IF ส่งผ่าน LPF ออกมา P1275 - 2 เพื่อส่งไปดีเทคออกลำาโพงภาค Receiver Board

Helical Filter (1A1A7) 23 Logic “1” ที่ใช้ ในการโปรแกรม เท่ากับ >2V.DC. 24


Logic “0” ทีใ่ ช้ ในการโปรแกรม เท่ากับ 0 V.DC.
•หน้าที่ ทำางานอยูร่ ะหว่างภาค Mixer Board (1A1A6) คืออยู่ระหว่าง 1st Mixer Output VHF VCO BD 1A2A1
และ 2nd Mixer Input เพื่อที่จะเลือกเอาความถีท่ ไี่ ม่ต้องการออกไปแล้วเลือกเอา High IF Translator BD 1A2A2
ที่ต้องการในแต่ละ Band ออกไปใช้งาน โดย High IF ในแต่ละ Band คือ VHF Divider Brd 1A2A3
Band I 1.5 - 29.999 MHz. High IF = 156 MHz. HF Loop BD 1A2A4
Band II 30 - 59.999 MHz. High IF = 126 MHz. VFO / Power Supply 1A2A5
Band III 60 - 79.999 MHz. High IF = 96 MHz. 2nd Lo. BD 1A2A6
ภาค Synthesizer Assembly (1A2) •การทำางาน 1 Lo. ความถีต่ ั้งแต่ 156.000 - 185.9999 MHz. ใช้วงจร 3 PLL ดังต่อไปนี้
st

•ทำาหน้าที่ ผลิตความถี่ออสซิลเลเตอร์ 3 ความถี่ 2 ใน 3 คือ 1st Lo., 2nd Lo. จะผลิต HF Loop, Translator Loop, VHF Loop.
•HF Loop ประกอบด้วย HF VCO, programmable Divider และphase Detect ความถี่ O/P
ความถีด่ ้วยวิธี PLL โดยใช้ Locked กับความถี่ 5 MHz. Standard ทัง้ สองความถี่ ทางออกขึน้
ของ HF VCO จะถูกหารลงโดย HF Divider ซึง่ สามารถตั้งโปรแกรมได้ (เลือกความถี่หลัก
อยู่กบั การโปรแกรม (ความถีห่ น้าเครื่อง) ส่วนความถี่ 3rd Lo. เป็นความถีค่ งที่ (Fixed) เกิด
100 Hz., 1 kHz., 10 kHz. SW.) ให้ O / P ออก = 1 kHz. ส่งไป Phase Detect เพื่อให้เปรียบ
จาก 5 MHz. Standard TCXO ถูกหารด้วย 10(+5, +2) เหลือ 500 kHz.
เทียบความถี่อา้ งอิง 1 kHz. จาก Frequency Standard ส่งผลให้ผลิตความถีต่ ามทีต่ ั้งไว้
25 26
•สมมุติ ตั้งความถี่หน้าเครือ่ ง 29.6789 MHz. HF Divider จะตั้งตัว หาร = 10.789 ดังนั้น กับความถีข่ อง VHF VCO = 146.0789 MHz. ในทีน่ ี้ เมือ่ ความถี่ตั้งไว้ที่ 29.6789 MHz.
HF VCO. จะผลิตความถี่ O/P 1.789 MHz. ส่งให้ Phase Detect เพือ่ ให้ O/P ออก 1 kHz. O/P ความถีท่ ผี่ ลิตเข้ามา Mix จะเท่ากับ 185.6789 MHz. Mix Down กับ 146.0789 MHz.
ของ RF VCO จะถูกหารด้วย 10 ได้ 1.0789 ส่งให้ภ าค Translator Loop = 39.6 MHz. ส่งไปให้ VHF Divider Broad ขณะนี้ HF Divider ตั้งโปรแกรมหารไว้ที่
•Translator Loop ประกอบด้วย VHF VCO, 1 MHz. Mixer,Phase Detect และวงจรอืน่ ๆ 396 O / P = 100 kHz. ส่งให้ Phase Detect เปรียบเทียบกับความถี่ Standard ¢Í §
เพื่อผลิต 145 MHz. ทีม่ าจาก 5 MHz. Frequency Standard. Phase Detect ส่งแรงดันไปควบคุมให้ VHF VCO ผลิตความถี่เท่ากับ 185.6789 MHz.
•2nd Lo. ความถี่คงที่ 165, 135 และ 105 MHz. ใช้ 1 PLL โดยใช้ข้อมูลจาก 10 MHz. เป็น 1st ออกไป
Decoder เปรียบเทียบ (อ้ างอิง) กับ 5 MHz. Freg Standard ภาค VHF VCO Assembly (1A2A1)
•10 MHz. Decoder เป็นวงจรที่มคี วามสำาคัญ อยู่ที่ Case ของ Synthesizer Assembly •หน้าที่ ผลิตความถี่ 1st Lo. ความถี่ 156 - 186 MHz. ส่งเป็นความถี่ Injection เพื่อผลิต
ทำาหน้าทีเ่ ข้ารหัสเลขฐานสิบ ให้เป็นเลข BDC เพือ่ ให้เป็นข้อมูลไปควบคุมการผลิต 1st Lo. ความถี่ 156 - 186 MHz. ส่งให้ภาค Translator.การผลิตความถีด่ ังกล่าว ใช้ขอ้ มูลความถี่
และ 2 nd Lo. มี Zener Diode Cr1 5.6 V. ทำาไฟ 5 V. Reg ใช้ในวงจร VHF VCO จะผลิตความถี่ BCD Code หลัก 10 MHz. (21, 2 0) ควบคุม
เพือ่ มามิกซ์กับ 145 MHz. Frequency Standard ทางออกจะเท่ากับ ความถีท่ สี่ ่งมาจาก HF Loop •การทำางาน ประกอบด้วยวงจร VCO ชนิด Harley 3 วงจร ทีใ่ ช้ผลิตความถี่
ในทีน่ ี้ จะเท่ากับ 1.0789 MHz. ตามตัวอย่าง ดังนัน้ VHF VCO จะผลิตความถี่เท่ากับ 156 - 186 MHz. ตามการเลือ่ น Code SW. หลัก 10 MHz. VCO แต่ละวงจรจะถูกควบคุมโดย
1.0789 + 145 MHz. = 146.0789 MHz. ในตอนนีเ้ ท่ากับ Translator ถูก Lock กับ ความถี่ แรงดัน DC. ทีอ่ อกจากวงจร Phase Detect จาก VHF Divider BD
HF Loop และทุก ๆ Loop Locked กับความถีม่ าตรฐาน VHF Loop ร่วมกับ VHF VCO Brd,
VHF Divider BD และ VHF VCO และ Down Mixer ที่ Translator BD ผลิตความถีเ่ ข้ามา Mix

27 การทำางาน VCO ชุด 166 - 176 MHz. จะทำางานได้เมือ่ ข้อมูลหลัก 21 เท่ากับ “1” และ 28
•การทำางานของ VCO ชุ ด 176 - 186 MHz. เมือ่ ข้อมูลหลัก 21, 20 มีระดับ Logic “1”
ทัง้ คู่ทำาให้ CR2 ไม่ทางาน
ำ กระแสไหลผ่าน CR4 Q7 ทำางาน ทำาให้ VCO ชุด 176 - 186 MHz. ข้อมูลหลัก 20 เท่ากับ Logic “0”
ทำางาน •การผลิตความถี่ของ VCO แต่ละชุดจะถูกควบคุมโดยแรงดัน DC จากวงจร Phase Detect
Logic “1” จากสาย 21 ทำาให้ Q3 ON, Q4 OFF VCO ชุดที่ผลิตความถี่ 156 - 166 MHz. ในภาค VHF Divider เข้ามาที่ J4103 และกรองให้เรียบ โดยชุด RC Filter ส่งให้ Varactor
จะไม่ทางาน ำ เพราะไม่มแี รงดันบวก 8.2 โวลท์ DC. เลีย้ งวงจรออสซิลเลเตอร์ ทำางาน (เพือ่ ไปเปลี่ยนค่า Capacitance ในวงจรออสซิลเลเตอร์ ผลิตความถีอ่ อกตามต้องการ)
Logic “1” จากสาย 20 ทำาให้ Q5 ON, Q6 OFF VCO ชุดทีผ่ ลิตความถี่ 166 - 176 MHz. ทางออกของ VCO แต่ละชุด จะส่งผ่าน Potentiometer ส่งออกที่ J4101 เป็นความถี่
จะไม่ทางาน ำ 1st Lo. 156 - 186 MHz. ให้ภาค Mixer.
•อีกทางหนึง่ ส่งผ่าน Potentiometer ทางออกความถี่ 156 - 186 MHz. ที่ J4102 ให้ภาค
•การทำางานของ VCO ชุ ด 156 - 166 MHz. ข้อมูลหลัก 21 จะเป็น Logic “0” และ 20
Translatorที่ J4100 จะมีแรงดัน 8.2 V.DC. และรักษากระแสให้คงที่ เพื่อใช้เลี้ยงวงจร OSC.
จะมีระดับ Logicเป็น “1” ทำาให้ + 10 V.DC. ที่ P4100 ตกคร่อม CR1 ส่งผลให้ Q7 ไม่ทางาน ำ Translator Board (1A2A2)
วงจรออสซิ ลเลเตอร์ชดุ ทีผ่ ลิตความถี่ 176 - 186 MHz. จะไม่ทางาน
ำ (ไม่ใช้งาน) •ประกอบด้วย Translator Loop และ Down Mixer ของ VHF Loop ซึ่ งทัง้ หมดนี้
ขณะเดียวกัน Logic “0” จากหลัก 2 จะทำาให้ Q3 OFF, Q4 ON จะทำาให้มแี รงดัน 8.2 V.
1
อยู่ใน 1st L.O. Block.
ไปเลี้ยงวงจร VCO. ชุ ด 156 - 166 MHz. ทำาให้ออสซิลเลเตอร์ชดุ นีท้ างาน
ำ •สำาหรับ Output ของ VHF. VCO. จะต้องเป็น 145 MHz. บวก HF Loop Output
Logic“1” จากหลัก 2 0 ทำาให้ Q5 ON, Q6 OFF ทำาให้ VCO ชุดทีผ่ ลิตความถี่ 166 - 176 MHz. (145 + 1 - 1.0999 MHz.) เช่น ถ้า HF Loop Input ที่ P4251 คือ 1.0789 MHz. VHF. VCO.
ไม่ทางาน
ำ จะต้องเป็น 146.0789 MHz. ซึง่ เป็นความต้องการของ Translator Loop เพื่อนำาเอาไปควบ
คุมวงจรทีเ่ กีย่ วข้อ ง
29 ภาค VFO Power Supply Assembly (1A2A5) 30
1st L.O. Input ที่ P4102 ได้มาจากการทำางานร่วมกันของ HF Loop กับ VHF Loop. •หน้าที่ ผลิตความถี่
สมมุติวา่ ตัง้ ความถี่ทหี่ น้าเครือ่ งไว้เท่ากับ 29.6789 MHz. •5 MHz. ออกที่ P4351 ให้ภาค 2 nd L.O. และออกที่ P4151 ให้ภาค Translator ความแรง
10 MHz. = 2 MHz. 1Vp-p
1 MHz. = 9 MHz. VHF Loop •500 kHz. Ref. ออกที่ J4301 ส่งให้ภาค Transmit BD
100 kHz. = 6 •100 kHz. Ref ออกที่ P4300 - 15 ส่งให้ Divider และออกที่ P4300 - 1 ส่งให้ HF Loop
10 kHz. = 7 ส่วนของวงจรทีแ่ สดงอาการ Out Off Lock ของวงจร Synthesizer
1 kHz. = 8 HF Loop •เมือ่ เกิด O / L ที่ P4300-3 จะมีระดับแรงดันประมาณ 1.8 V.DC. ส่งเข้ามา ทำาให้ Led (ติด)
100 Hz. = 9 ทีอ่ ยู่บนสุดของ Synthesizer Module.
ภาค HF Loop Assembly (1A2A4) ภาค 2nd L.O. Assembly (1A2A6)
•หน้าที่ ผลิตความถี่ 2nd L.O. ส่งให้ภาค L.O. Switch Assembly
•หน้าที่ ผลิตความถี่ 1.0 - 1.0999 MHz. Ref ให้ภาค Translator โดยการควบคุมจาก ผลิตความถี่ 165 MHz. เมือ่ ตัง้ ความถี่หน้าเครือ่ ง 0 - 30 MHz.
ปุม่ ปรับความถีห่ น้าเครื่องหลัก 10 kHz. (S6), 1 kHz. (S7), 100 Hz. (S8) ผลิตความถี่ 135 MHz. เมือ่ ตัง้ ความถี่หน้าเครือ่ ง 30 - 60 MHz.
ผลิตความถี่ 105 MHz. เมือ่ ตัง้ ความถี่หน้าเครือ่ ง 60 - 80 MHz.
•การทำางาน ภาค 2nd L.O. Assembly ใช้วงจรออสซิลเลเตอร์ ในการผลิตความถี่ 3 วงจร
และใช้ ความถี่ 5 MHz. เป็นความถีอ่ ้ างอิง

31 32
•การควบคุมวงจร ออสซิ ลเลเตอร์ ทางออก Phase Detect เป็น Pulsating DC ส่งให้ •การปรับ แต่ง Oscillator Centering
LPF เพื่อทำาให้แรงดัน DC ให้เรียบ (Pure DC)ปกติวัดแรงดันที่ TP1 จะได้ประมาณ 4.5 V.DC. 1. เลือกความถี่ใช้งาน 1.5 - 2.9 MHz. โหมดการใช้งานใด ๆ
แรงดันจุดนี้ สามารถเปลี่ยนค่าได้ ขึน้ อยู่กบั ความถีใ่ ช้งาน แต่จะเปลีย่ นค่าระหว่าง 2. ใช้มเิ ตอร์วดั ที่ TP1 ปรับ T3 ให้ได้ 4.5 V.DC.
3.5 - 5.5 V.DC. แรงดันดังกล่าว เกิดจากวงจร Phase Detect ตรวจสอบและเปรียบเทียบ 3. ตั้งความถี่หน้าเครื่องไว้ระหว่าง 30 - 59 MHz.
ความถีแ่ ละเฟสของ I / P ทั้งสอง แล้วเอาข้อแตกต่า ง (Phase Error) ผลิตแรงดัน 4. ใช้มเิ ตอร์วดั ที่ TP1 ปรับ T2 ให้ได้ 4.5 V.DC.
5. ตั้งความถี่ใช้งาน 60 - 79 MHz.
•สัญญาณควบคุมการ OUT OFF Lock สถานะทีเ่ รียกว่า “Locked” ไฟไม่ติด จะผลิต
6. ใช้มเิ ตอร์วดั ที่ TP1 ปรับ T1 ให้ได้ 4.5 V.DC.
แรงดันประมาณ 2.6 V.DC. ออกที่ J4350 - 4 หากความถี่ หรือเฟสต่างกัน จะทำาให้แรงดัน
ทางออกรวมกันทีป่ ระมาณ 1.7 V.DC. เพื่อแสดงสถานะ OUT OFF Lock (O / L) ของวงจร ภาค Pre selector Assembly (1A3)
ส่งไปให้ทภี่ าค VFO / PWR Supply Assembly ติดสว่าง •กล่าวโดยทัว่ ไป จะทำางานทั้งขณะรับ - ส่ง
•การทดสอบการทำางาน 2nd Lo. O/P ที่ J4352 •ขณะรับ จะทำาหน้าทีก่ รองและขยายสัญญาณจากสายอากาศ แล้วส่งไปยัง Mixer
1.ปรับความถี่หน้าเครือ่ งหลัก 10 MHz. ไปตำาแหน่ง 0, 1, 2 ต้องอ่านความถีไ่ ด้ 165 MHz. O/P •ขณะส่ง จะทำาหน้าทีก่ รองและขยายสัญญาณจาก Mixer ส่งตรงไปให้ Pre Dive
2.แล้วปรับความถี่ไปยังตำาแหน่ง 3, 4, 5 ต้องอ่านได้ 135 MHz. O/P ประกอบด้วยวงจรแยกย่อย ดังต่อไปนี้ RF Amplifier / Protection B และ Tune Circuit B.
3.แล้วปรับความถี่ไปยังตำาแหน่ง 6, 7 ต้องอ่านได้ 105 MHz. ที่ Main frame จะมีมอเตอร์ขบั แบนด์ สวิทช์ และขับหลังจูน Capacitor 7 หลัง (Tune Control)
33 34
•ส่วนควบคุมการขับมอเตอร์ B1 การเลือกความถีห่ น้าเครื่อง S3 (10 MHz.)
•เมือ่ อยูใ่ นสถานะส่ง จะมี +12 V. Transmit ที่ P1643 - 12 ทำาให้ K2 ทำางานต่อสาย
S4 (1 MHz.) S5 (100 kHz.) จะเป็นการประยุกต์ไฟ +12 V.DC. เข้าที่ F61 - 1 ถึง F61 - 10
สัญญาณ Receive Signal J1642 ลงกราวด์ (ต่อขา 4 กับ กราวด์) ในขณะเดียวกัน K1 จะได้รบั
แล้วจะทำาให้มอเตอร์หมุ นไป จนกระทัง่ เจอจุดเปิด (Open Seeking) มอเตอร์ก็จะหยุดหมุน
กราวด์ที่ J1642 ทำาให้ K1 ไม่ทางานต่
ำ อ Transmit Signal เข้ากับ I / P Tune Circuit (P1660)
•ส่วนทีท่ าหน้
ำ าทีข่ ยายสัญญาณ ต่อแบบอีมเิ ตอร์รว่ ม ทำาการขยายสัญ ญาณรับแล้วส่ง
ให้วงจร Push - Pull O / P และมีC R2,CR3 เป็น Series - Shunt Pin Diode ทำาหน้าทีล่ ดทอน •การผลิตสัญญาณ Internal Noise เพือ่ ใช้ในการจูน เมือ่ กดปุม่ Receive Tune Signal
ความแรงของสัญญาณทีร่ บั เข้ามา ซึ่ งถูกควบคุมการทำางานโดยแรงดัน AGC จาก RX .BD จะทำาให้ +12 V. ปรากฏที่ P1643 - 10 ทำาให้วงจร Noise Generator ทำางานโดย +12 V.ไป
OFF K1 ไม่ทางานต่
ำ อ ในลักษณะส่ง (ขา 2 ต่อขา 4) K2 ทำางานโดย ส่ง +12 V. ผ่านวงจร
•ส่วนทีท่ าหน้
ำ าทีเ่ ป็นวงจรป้องกัน ประกอบด้วย Differential Amp. ซึง่ ทำาหน้าทีค่ วบคุม ผลิตสัญญาณ Random Noise ออก P1660 เข้า I / P Tune Circuit เพื่อใช้ ในการจู น ร่วมกับ
เมือ่ อยูใ่ นโหมดรับ จะมี +12V. Transmit ที่ F1643 - 9 ทำาทำาให้รเี ลย์ K1 ทำางานต่อสัญญาณ ปุม่ Tune Control
รับ P1642 เข้ากับ I / P Tune Circuit P1660 ( ขา 1 ต่อกับขา 4) •Tune Circuit Broad ประกอบด้วย I / O Band Pass Filters ซึ่ งสามารถจูน ได้โดยใช้
•หากสัญญาณรับเข้ามามีความแรงมาก ถึงจุดที่จะเป็นอันตรายต่อการทำางานของวงจร K1 มอเตอร์ขบั ปุ่ม Tune Control หน้าเครือ่ งใช้จนู C1มี 7 แบนด์ สวิตช์ใน Preselector ต่อ ร่วมอยู่กบั
ไม่ทางาน
ำ (จะต่อขา 2 กับขา 4) ตัดสัญญาณรับออกจาก I / P Tune Circuit อีกทางหนึ่งของ PA Filter Module โดยมีมอเตอร์ B1 ต่อเฟืองร่วมกันอยู่
สัญญาณทีร่ ับเข้ามาแรงจะส่งผ่าน K2 ให้ R27 ลดทอนสัญญาณ เพือ่ ป้องกันความเสียหาย

PA Filter (1A4) 35 Fan Control (1A5) 36


•หน้าที่ จะใช้ในขณะส่ง ประกอบด้วย Filter 8 Band เป็นการกรองแบบ Low Pass Filter •ทำาหน้าที่ ควบคุมการระบายอากาศของเครื่องวิทยุ ทัง้ ในขณะทำาการรับและส่ง
เพื่อขจัดความถี่ Harmonic ที่ไม่ ตอ้ งการ ก่อนส่งต่อให้ VSWR / Relay Assembly (2 A4) โดยตัว Blow จะติดอยูท่ Rี่ ear Panel PA
ในการเลือก Band จะมี Motor ทีใ่ ช้ร่วมกับ Preselector Module (1A3) •การทำางาน เมือ่ เรา ON Power Switch S1 ที่ Main frame Transformer T1 จะจ่ าย
แยกออกเป็น 3 วงจรย่อย 115 V.AC ให้ที่ E3(1A5) ตลอดเวลาโดยจะผ่านที่ Switch S3 และที่ E4 จะมี +23 V.DC. มารอ
1A4A1 เป็น Band 1, 3, 5 และ 7 อยู่ตลอดเวลา เพื่อใช้สำาหรับ จ่ายให้กับ Relay K1
1A4A2 เป็น Band 2, 4 และ 6 •ขณะรับ จะมี +12 V.DC. เข้ามาที่ E7 ทำาให้ Relay K1 ทำางานต่อขา 9 และขา 5 ถึงกัน ทำาให้
1A4A3 เป็น Band 8 Blow หมุน
•โดยในแต่ละแบนจะแยกกันกรองความถี่
Band 1 - 1.5 - 2.5 MHz. Band 2 2.5 - 4.0 MHz. •ขณะส่ง จะมี +12 V.DC. เข้ามาที่ E6 ทำาให้ Relay K1 ทำางานต่อขา 9 และขา 5 ถึงกั น
Band 3 4.0 - 6.5 MHz. Band 4 6.5 - 11.0 MHz. ทำาให้ Blow หมุน
Band 5 11.0 - 18.0 MHz. Band 6 18.0 - 30.0 MHz. •เมือ่ ใช้ 24 V.DC. Inverter ในขณะรับ จะมี +24 V.DC. เข้ามาที่ E8 จะเป็นผลทำาให้
Band 7 30.0 - 50.0 MHz. Band 8 50.0 - 80.0 MHz. +12 V.DC. ที่ E7 มี Voltage ไม่เพียงพอทีจ่ ะจ่ ายให้กบั Relay K1 จึงไม่ทางาน
ำ แต่ใ นขณะส่ง
สัญญาณ RF Input จาก PA (2A3) J119 เข้าที่ J114 +24 V.DC. ที่ E8 จะไม่มผี ลกับการทำางาน
สัญญาณ RF Output ออกที่ J115 ไป VSWR Bridge (2A4) J120 •สรุปได้ว่า เมือ่ เราใช้ 24 V.DC. Inverter Blow จะหมุนเมือ่ เราทำาการส่งเท่านัน้
+12 V. Regulator / Over current Assembly (1A6) 37 2.เมื่อเครื่องทำาการคียใ์ นระบบ CW P117 - 5 จะได้รบั กราวด์ ทำาให้ K1 จทำางาน 38
ทำาหน้าที่ 2 ส่วน
(Energize) จ่าย +12 V.TX ให้ TX BD และจ่ าย 23 V.TX. ให้ภาค Power Amp.
ส่วนที่ 1 ควบคุมการจ่ ายกำาลังดัน +23 V. Unregulated ไม่ให้กระแสเกิน 21A ถ้าเกิน •อีก ทาง ผลจาก P117 - 5 ได้รบั กราวด์ ทำาให้มี +23 V. Reg ไปให้ C2 ชาร์จประจุ
จะมีแรงดันไฟ Cut Off +23 V. Reg ไฟ Reset จะติด
การชาร์จของ +C2 ทำาให้ทางออกเป็นสัญญาณ CW (+8.8 V.DC.) ออก P117 - 7 เพื่อส่ง
ส่วนที่ 2 ควบคุมการจ่ าย +12V. Regulator เมือ่ Power Switch S1 อยู่ในตำาแหน่ง ON
ให้วงจร CW Oscillator.
จะมี Voltage ประมาณ 19 - 21 V.DC. Unregulated มาเข้าที่ E1 ทำาให้เกิดกระแสไฟไหลผ่าน 3.เมื่อทำาการจูนกับ Coupler แล้วเกิด Fault จะมีสัญญาณ Keyline Enable (GND)
วงจร Current Limit P117 - 8 ประมาณ +24 V.DC. จาก Coupler ทำาให้วงจรคียจ์ ะไม่ทางาน ำ เครือ่ งจะติดอยูใ่ น
T / R Relay Assembly (1A7) ลักษณะรับ
•การทำางาน จะควบคุมการทำางานของ T / R Relay K1 เมือ่ เครื่องรับ - ส่งทำาการคียส์ ่ง 4.ขณะเปลีย่ นความถี่ (Preselector เปลีย่ นแบน) จะมีสญ ั ญาณ Inhibit (ยับยัง้ ) +12 V.
ที่ CW Jack ในตำาแหน่ง CW จะมี +12 V.CW. ส่งให้ CW Oscillator ใน Transmit Brd (J1331 - p) จาก P117 - e Preselector ทำาให้ T / R Relay K1 DE - Energize จะไม่ทางานในลั
ำ กษณะรับ
•หน้าทีก่ ารควบคุมเบือ้ งต้น Interlock จะยับยั้งการคีย์จนกว่าจะมีแรงดันที่ P117 - D ส่งผลให้ Mute ทางออกจะเป็น Positive Mute Signal ไปทำาให้ SQ Gate On ทีภ่ าค Receive
สูงขึน้ ถึง +23 V . โดยสัญญาณควบคุมชือ่ Key line Enable Line ที่ P117 - 8 ต่อกราวด์ซึ่ งได้ ทำาให้เครื่องเงียบไม่มเี สียง
รับมาจาก Coupler RF - 281 •* Jump มีไว้ เพื่อจำากัดการทำางานของเครื่อง ถ้าเราต่อ JMP1 รับ JMP3 ทำาให้เครื่องไม่
1. เมื่อเครื่องทำาการคียส์ ่งในระบบ Voice P117 - 8 (Key line) จะได้รับกราวด์ สามารถทำาการส่งผ่าน Low Band FM ได้
จะทำาให้มี +23 V.DC. ไปเลี้ยง K1 ทำาให้ T / R Relay K1 ทำางาน (Energize)

•* ถ้า JMP2 ต่อ JMP4 จะไม่สามารถทำาการส่งในผ่าน HI Band AM, SSB, CW ได้ 39 TCXO (1A9) 40
การ JMP จะทำาให้วงจร Inhibit ทำางาน มีคุณสมบัติที่ให้ความถี่ Output ทีม่ คี วามถีท่ แี่ น่นอนสูงมาก
5.สัญญาณ Tune Power Request เมือ่ ทำาการต่อ Coupler RF - 281 เข้าเครื่องที่ Remote 2, Frequency Standard จะอยู่ภายในตัวของ XTAL เอง โดยเมือ่ มี +12 V.DC. Input จ่ายให้กบั
J4 จะทำาให้ J4 - 5 มีระดับ ของสัญญาณ TPR ทำาให้มี +12 V. ที่ P117 - M ผ่านไปให้ P117 - 9 TCXO ก็จะทำาให้ Frequency Output เท่ากับ 5 MHz. ซึง่ จะนำาไปใช้กับวงจร Synthesizer Module
ไปให้ Mode SW. S1 - B2 - 7 เพื่อป้องกันการส่ง HI Power เมื่ อเริม่ จูน Coupler ที่ P117 - 10 (1A2) ซึง่ จะทำาการ Synthesizer Frequency ตามต้องการ เป็น Output ออกไป
จะได้รบั กราวด์เข้ามาที่ P117 - 9 จะไม่มี +12 V. Reg ทำาให้ Signal Processor Module
•TCXO Temperature Compensated Crystal Oscillator
จัดหา Unmodulate RF Carrier (25 วัตต์) เพื่อใช้ ในการจู น Coupler RF - 281
•TCXO Temperature Controlled Crystal Oscillator
ภาค LO. Switch Assembly (1A8) Rear Panel PA Assembly (2)
•ทำาหน้าที่ ควบคุมการจ่ ายความถี่ออสซิลเลเตอร์ 1st Lo. และ 2nd Lo. ไปมิกซ์ที่
ภาค Mixer ให้ถกู ต้องตามโหมดใช้งาน แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
•ขณะทีร่ บั สัญญาณรบกวนเข้ามา แรงดันบวกจากวงจร Noise Blanker ปรากฏที่ E1 1. RF - Amplifier
ทำาให้กราวด์ไม่ทางาน ำ ดังนัน้ จึงไม่มสี ัญญาณ 1st Lo. ออกที่ P18 ไปมิกซ์กับสัญญาณ RF 2. Control Group
ทีเ่ ข้ามา ทำาให้ชว่ งทีม่ สี ัญญาณรบกวนเข้ามา เครือ่ งจะเงียบ (ว่าง) ไม่มกี ารรับสัญญาณ เป็ น 3. Protection Group
ลักษณะของการ “Blank”
41 •RF Signal Path RF Signal ทีม่ าจากภาค Preselector Module (1A3) นี้ จะถูกประยุก42 ต์
เข้าที่ J2151 ของวงจร Pre Driver Board Circuit ทำาการ Amp ออก J2152 เข้า PA Driver
โดยในแต่ละ 3 ส่วนใหญ่นี้ จะถูกแบ่งออกเป็นหน้าทีห่ ลักอีก 8 หน้าทีด่ ้วยกัน คือ ที่ J2201 Amp ออก J2203 เข้า PA Final Circuit ที่ J2301 แยก RF Input ออกเป็ น 2 ทาง
1. RF - Amplifier จะถูกแบ่งออกเป็น 3 หน้าที่ คือ โดยวงจร Input Hybrid แล้ว Amp ส่งให้วงจร Output Hybrid รวม RF Signal ทัง้ สองเข้า
Pre - Driver Board Circuit (2A1) ด้วยกัน เพื่อส่งออก J119 ไปเข้า J114
PA Driver Circuit (2A2) •วงจร PA Filter (1A4) ซึ่ งเพื่อลด Harmonic Energy ของ PA Final Circuit ออกที่ J115
PA Final Circuit (2A3) เข้าวงจร VSWR Bridge ที่ J120 แล้วถูกส่งออกที่ J2604 ไปเข้าวงจร Relay เพื่อเลือก
2. Control Group จะถูกแบ่งออกเป็ น 3 หน้าที่ คือ Antenna Jack ทีเ่ หมาะสมต่อความถีท่ างานำ ทีเ่ ราตั้งไว้หน้าเครือ่ ง ในตำาแหน่ง Receive
Relay Assy / VSWR Bridge (2A4) •วงจร Relay จะเป็นตัวต่อ Receive Signal จาก Antenna ไปยัง J116 ซึง่ เป็น
ALC / ACC Board (2A6) Receive Out Lineไปยังวงจร Preselector Module (1A3) ที่ P61 - A1
+ 23 V.DC. Regulated Board (2A8) •Control Function Control Group จะทำาหน้าทีผ่ ลิต Automatic Level Control (ALC)
3. Protection Group จะถูกแบ่ งออกเป็น 2 หน้าที่ คือ และ Automatic Carrier Control (ACC)
•วงจร ALC จะ Monitor สัญญาณ RF Power ทัง้ หมดใน VSWR Bridge และจ่าย
Protection Board (2A5)
Control Signal เพื่อใช้สำาหรับปรับแต่ง RF Amplification ใน Signal Processor Module (1A1)
Current Sense Board (2A7)
•วงจร ACC จะ Monitor Forward RF Power ที่ VSWR Bridge และจ่ าย Control Signal ไป
ควบคุมจำ านวนของ AM Carrier Re - Inserted ใน Signal Processer Module (1A1)

Protection Function Protection Group จะทำาหน้าที่ Monitor Current, RF Voltage และ 43 •ประกอบด้วยวงจรแยกย่อย ดังต่อไปนี้
44
Temperature และให้การ Protection เป็น 2 ทาง คือ Driver Bias Assembly (2A2A1)
1.Primary Protection จะควบคุมการ Attenuated ทางด้าน Input ของภาค Pre Driver Input Transformer Assembly (2A2A2)
เพื่อรักษา Monitor Data ให้อ ยูใ่ นขีดจำากัด Output Transformer Assembly (2A2A3)
2.Secondary Protection จะเข้ามามีส่วนทำางาน ถ้าทางด้าน Primary ถึงจุด Maximum
และเกินกว่าทีต่ ั้งไว้ ณ จุดนี้ +23 V.DC. ทัง้ หมด จะไม่จา่ ยเข้าไปยังภาค PA Module ทัง้ หมด •การทำางาน สัญญาณ RF จากภาค Pre Driver กำาลังส่งประมาณ 1 - 2 วัตต์
ภาค Pre Driver Assembly (2A1) ที่กำาลังส่งออกเต็มที่ 100 วัตต์ เป็นความถี่ใช้งาน (หน้าเครือ่ ง) โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องไม่
•หน้าที่ ทำาการขยายสัญญาณส่งความแรง2 .7 V.p - p จาก Preselector ให้ได้ 18-20 V.p - p มีการมอด นี่เองเป็นเหตุผลทีเ่ วลาทดสอบการทำางานของภาค PA Driver เราจะใช้ในโหมด FM
Pre Driver ทำางานคลาส A มีการขยาย 2 สเตท มีการควบคุมการขยายและป้องกันการขยาย •PA Driver เป็นวงจรขยายแบบพุชพูล ทำางานใน Class AB เกณฑ์ขยายเท่ากับ 5 เท่าดังนัน้
เกิน ด้ว ยควบคุม กระแสทีไ่ หลผ่าน Pin Diode ด้วยแรงดันที่ ได้รบั สัญ ญาณมาจาก วงจรของ กำาลังส่งออกจะเท่ากับ 10 วัตต์ เมือ่ ทดสอบกับ 50 โอห์ม คัมมีโ่ หลด
Preselector Broad. ภาค 2A3 Power Amplifier (2A3)
ภาค PA Driver Assembly (2A2) •ทำาหน้าที่ ขยายกำาลังส่งจาก 0.5 - 10 วัตต์ ให้เป็นกำาลังส่งออกตามโหมดการใช้งาน
•ทำาหน้าที่ รับสัญญาณจากภาค Pre Driver แล้วทำาการขยายให้ได้ป ระมาณ 10 วัตต์ เกณฑ์การขยายของวงจรเท่ากับ 10 dB
แล้วส่งให้ ภาค Power Amplifier ขยายต่อไป
45 46
•Thermister R7 เป็นส่วนหนึง่ ของวงจร Upper Amp Output เพื่อตรวจสอบการทำางานที่
•ประกอบด้วยวงจรต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
Over Temperature ค่าความต้านทานปกติที่ 250C เท่ากับ 1000 โอห์ม R7 จะเปลีย่ นค่าลดลง
Hybrid Unit,
ถึง 120 โอห์ม ที่ 850 C นัน่ หมายถึง เกิด Over Temperature ในสภาวะนี้ จะมีระดับแรงดัน ALC
Output Hybrid Unit, มีค่าเป็นบวกส่งไปควบคุมกำาลังส่งออกที่ IF Filter โดยผ่านที่ Case Signal Processor Board
Upper Power Amp Work Class B เพือ่ ลดกำาลังส่ง
Lower Power Amp Work Class B
•O / P ของ O / P Hybrid Unit มีวงจร Over Voltage Detect ประกอบอยูด่ ้ว ย •การปรับ แต่ง กระแสไบอัส PA
ซึง่ ทำาหน้าที่ผลิตสัญญาณไฟดีซจี าก FR Output ส่งให้ Protection Broad วงจร Upper PA 1. ต่อ 50 โอห์ม คัมมี่ โหลดเข้ากับเครื่อง
มี Thermal Sensor ประกอบอยูด่ ้วย คอยตรวจสอบอุณ หภูมไิ ม่ให้ PA ทำางานทีอ่ ณ ุ หภูมิ 2. ถอด Upper Amp + 23 V. B+ เส้นสีแดงตัง้ มิเตอร์ที่ 50 mA. วัดจุดนี้
สูงเกิน 80 C0 3. ตั้งโหมดการทำางาน SSB ปรับปุม่ TX Audio ตำาสุ
่ ดแล้วคีย์เครื่อง
•การทำางาน สัญญาณ RF Input กำาลังส่ง 0.5 วัตต์ - 10 วัตต์ ส่งเข้ามาที่ J2301 4. ขณะไม่มอดสัญญาณวัดกระแส PA จะได้ 50 mA. ถ้าไม่ได้ปรับ R6
เมือ่ ใช้ งานความถีย่ ่าน HF กำาลังส่ง ณ จุ ดนี้ จะเป็น 1 วัตต์ที่ 1.5 MHz. และสูงขึน้ ถึง 10 วัตต์ 5. การปรับในส่วนของ Lower AMp.ใช้วิ ธกี ารเหมือนกัน
ที่ 29 MHz. ถ้าใช้งานในย่าน VHF. กำาลังส่ง ณ จุดนี้ จะเป็น 0.5 วัตต์ที่ 30 MHz. และ การเช็คการทำางานของ R7
10 วัตต์ที่ 79.9999 MHz. •ที่ 250 C ใช้มเิ ตอร์วดั ทีข่ า C และ D ของวงจร Protection PCB. จะได้แรงดันตกคร่อม R7
เท่ากับ 2.2 V.DC. ที่ 850 C R7 มีคา่ เท่ากับ 120 โอห์ม วัดแรงดันได้ 0.4 V.DC.

•การเช็คการทำางานของ RF Over-voltage O / P 47 VSWR / Relay Assembly (2A4) 48


แรงดันที่ 2A3E1 จะมีค่าตามเงือ่ นไข ดังต่อไปนี้ •หน้าที่ ทำางานทัง้ รับและส่ง ในขณะส่งสัญญาณ RF Input รับมาจาก PA Filter Assembly
1. เมือ่ ใช้ งานความถี่ 59 MHz. เพือ่ ผลิตแรงดัน DC ส่งให้ 2A6 ALC / ACC BD เพื่อผลิต ALC และ ACC ส่ว นหนึง่
- มีค่า 2.2 V.DC. ที่ 50 W. RF Output FM. ส่งให้มเิ ตอร์หน้าเครื่อง เพือ่ แสดงกำาลังส่ง และกำาลังส่งสะท้อนกลับของเครือ่ งอีกทาง
- มีค่า 0.45 V.DC. ที่ 50 W. RF Output Un-modulated AM Carrier ส่งไปควบคุมที่ IF Filter
- มีค่า 0 V.DC. ที่ 0 W. SSB / CW No Audio K1 ทำาหน้าที่ แยกการทำางานรับ-ส่งของเครือ่ ง ปกติต่ออยูใ่ นขณะรับ
2. เมือ่ ใช้ งานความถี่ 9 MHz. K2 ทำาหน้าที่ เลือกสายอากาศใช้งาน ปกติต่อใช้ HI Band
- มีค่า 4 V.DC. ที่ 100 W. FM. Output •การปรับ แต่ง VSWR Bridge O / P
- มีค่า 1.3 V.DC. ที่ 25 W. RF Output Un-modulated AM Carrier 1.ตั้งความถี่ 29.9 MHz. E1 ต่อ 50 โอห์ม Load
- มีค่า 0 V.DC. ที่ 0 W. SSB / CW 2.ปรับกำาลังส่งให้ได้ 100 W’
3. ที่ความถี่ 20 MHz. 100 W. O / P FM = 3.2 V. 3.Key เครื่องส่งใช้มเิ ตอร์วัดที่ E2 จะต้องได้ -0.05 V.DC. ถ้าไม่ได้ให้ปรับ
4. ที่ความถี่ 40 MHz. 50 W. O / P FM = 2.05 V. C1 จากนัน้ วัดที่ E1 จะต้องได้ -4 V.DC. ถ้าไม่ได้ให้ปรับ C2
•การปรับ แต่ง C8 ภาค Protection Board (2A5)
1.ต่อ Thru Line Watt Meter เข้ากับ เครื่อง และตั้งความถี่ 79.9999 MHz. แล้วทำาการคีย์สง่ •หน้าที่ ป้องกันสภาวะทีเ่ ป็นอันตรายต่อการทำางานของเครื่อง เช่น กระแสเกิน,
2.ปรับ C8 ให้กำาลังส่งออกสูงสุดทั้ง Upper และ Lower Amplifier กำาลังส่งเกิน, แรงดัน DC เกิน
การป้องกั นมี 2 ลักษณะ คือ 49 50
•Primary Protection เป็นการป้ องกันเบือ้ งต้น โดยส่งสัญญาณควบคุมไปลดทอน ถ้าส่งผลไปลดทอนกำาลังส่งไม่ไหวแล้ว คือลดทอนแล้ว กระแสยังเพิ่มขึ้นมาอีก Zener Diode
กำาลังส่งทีภ่ าค Pre Driver จะสังเกตเห็น Led สีเหลืองติด (CR4) เพื่อแสดงว่า มีการลดทอน จะทำางานส่งผลให้ SCR ที่ 2A8 + 23 V. Reg. ทำางานดึง 23 V. Reg. ลง GND ไฟ Reset ติด
สัญญาณ RF ส่งแล้ว (เมือ่ เกิด Over Current และ RF Over voltage) และส่งสัญญาณควบคุม เพือ่ ป้องกันเครื่องส่งเสียหาย
ไปลดทอนกำาลังส่งทีภ่ าค IF Filter BD เมือ่ เกิด Over Temperature
การป้องกั น Over temperature
•Secondary Protection เป็นการป้องกั นขัน้ สอง เมือ่ การป้องกันขั้นแรก ไม่เป็นผล
•แรงดันที่ P2004 - C, D รับมาจาก R7 ทีภ่ าค Upper O / P Transformer Assembly
กล่าวคือ ยังมีกระแส PA เพิม่ ขึน้ อีกทัง้ ที่ส่งสัญ ญาณไปลดทอนแล้ว ในขัน้ นี้ ตัด +23 V. Reg
ใน PA ณ อุณหภูมิ 250 C จะแสดงค่า 1,000 โอห์ม และ 120 โอห์ม ที่ 800 C แรงดันที่
ออกจากวงจร PA
ตกคร่อม R7 ส่งเข้าปรับแต่งไว้ที่ 800 C นัน่ คือ ถ้าอุณหภู มเิ กิน 800 C O / P IC1A - 1 จะเป็น
•การป้องกัน RF Over voltage และ Over Current
บวกส่งออก P2004-H โดยผ่าน CR9 จุ ดนี้ ต่อร่ว มอยูก่ ับ 2A6 ALC / ACC BD (P2003 - C, 5)
แรงดัน RF Over voltage เข้ามาที่ P2004 - 9 และ Over current เข้า P2004 - 4 ทัง้ สอง
ส่งผลไปควบคุมกำาลังส่งทีภ่ าค IF Filter PCB.
ส่งผล O/P ออกที่ P2004 - B, J สัญญาณ RF Over voltage มาจากวงจรดีเทค 2A3A4
O / P Hybrid ส่วนสัญ ญาณควบคุม Over Current รับมาจาก Current Sense •ถ้ากำาลังส่งเกินจุดทีไ่ ม่สามารถจะควบคุมได้แล้ว O / P IC1A - 1 จะส่งผลผ่าน
•R8 ปรับ แต่ง RF Over voltage ไว้ทางานที
ำ ่ 125 W. วงจร Differential Amplifier CR10, CR11, CR6, CR7 ทำาให้ SCR ที่ +23 V. Reg. BD ทำางานปลด +23 V. Reg.
ทาง O / P จะถูกขยาย เมือ่ กำาลังส่งเกิน 125 W. จะมีแรงดันควบคุม O / P ให้ Pin Diode ที่ ออกไป โดยดึงลง GND ไฟ Reset ติด
Pre - Driver ทำาการลดทอนกำาลังส่ง (O/P แรงดันมากกว่า 1.5 V.)

การปรับ แต่ง Over temperature (R37) 51 52


•ปลด R7 ที่ PA ออกอย่างระมัดระวัง จากนัน้ ใช้ค่า R 120 โอห์ม ? วัตต์ 5% แทนเข้าไป •ALC
•ใช้ Meter วัดที่ P2004 - C, D ต้อ งได้ 110 - 120 โอห์ม R6 ปรับแต่งให้ผลิตกำาลังส่ง 100 วัตต์ทแี่ บนตำ่าความถี่ 1.5 - 29 MHz.
•ต่อ 50 โอห์ม 100 วัตต์ Dummy Load กับเครือ่ ง RF 280 R3 ปรับแต่งให้ผลิตกำาลังส่ง 50 วัตต์ทแี่ บนสูงความถี่ 30 - 79 MHz.
•ตั้ง FM Mode VFO OFF ความถี่ 14.5 MHz.
•ACC
•Key เครื่องปรับ R37 จนกระทั่งกำาลังส่งเริ่มเท่ากับ 100 W.
R4 ปรับให้กำาลังส่งออก 12.5 วัตต์ เมือ่ ใช้งานจากความถีแ่ บนสูง
การปรับ แต่ง RF Over voltage Threshold (R8)
R5 ปรับกำาลังส่งออก 25 วัตต์ เมือ่ ใช้งานกับความถีแ่ บนตำาในโหมดการใช้
่ งาน AM
•ตั้ง 10.5 MHz. FM Mode
ภาค Current Sense Assembly (2A7)
•Key เครื่องส่ง และปรับ (ALC / ACC PCB) ปรับ กำาลังส่งให้ได้ 125 W.
•หน้าที่ ตรวจสอบ +23 V.DC. Reg. ไม่ให้กระแสและแรงดันเกินทีก่ ำาหนดไว้ ก่อนทีจ่ ะจ่าย
•แล้วทำาการปรับ R8 Protection Brd จนกระทัง่ CR4 (Pin ATT) ทีภ่ าค Pre - Driver เริ่มติด
ภาค ALC / ACC Assembly (2A6 ให้ Upper PA, Lower PA, PA Driver
•การทำางาน แรงดัน +23 V. Reg. เข้ามา E4, E8 แล้วแยกไหลผ่าน
•ทำาหน้าที่ ผลิตแรงดันควบคุม ALC, ACC จาก Forward Power และ Reflect Power ALC
Sense Resister R2, R12, R22
(Automatic Level Control) ทำาหน้าทีจ่ ากั
ำ ดความแรงของสัญ ญาณส่ง เมือ่ ใช้โหมดการทำางาน
R2 เป็น Sense Resister ใช้ตรวจสอบแรงดันทีจ่ า่ ยให้ PA Driver.
SSB, CW, FM ส่วน ACC (Automatic Carrier Control) ควบคุมและจำากัดความแรงของ
R12 เป็น Sense Resister ใช้ตรวจสอบแรงดันทีจ่ า่ ยให้ Upper PA.
สัญญาณ AM Carrier Injection ในโหมดการส่ง AM ทัง้ ALC และ ACC ส่งแรงดันควบคุม
R22 เป็น Sense Resister ใช้ตรวจสอบแรงดันทีจ่ า่ ยให้ Lower PA.
ที่ภาค IF Filter BD
53
VHF Divider Assembly (1A2A3)
•หน้าที่ รับ สัญ ญาณความถี่ 10 - 39.9 MHz. มาจาก Translator และทำาการหารข้อมูล
ความถี่ 10 - 39.9 MHz. ด้วยหลักความถีห่ น้าเครื่อง คือ หลัก 10 MHz., 1 MHz. และ 100 kHz.
เพือ่ ให้ได้ความถี่ 100 kHz. ซึ่ งเป็นความถี่ Referent จาก VFO / Power Supply Board (1A2A5)
เมือ่ ทำาการเปรียบเทียบกันแล้ว จะได้สญ ั ญาณ Output Voltage Control ประมาณ 2 - 6 V.DC.
เพื่อนำาไปผลิตความถี่ 1st L.O. ทีต่ ้องการที่ VHF VCO Board.
+23 V. Regulator (2A8)
•ทำาหน้าที่ รับ +23 V.DC. Unregulated มาจากวงจร Current Sense ใน 1A6 และ
จะทำาการ Regulated +23 V.DC. Output ซึง่ ภายในวงจร จะทำางานร่วมกันในส่วนของ
Over current และ Over voltage
24 V.DC. Inverter (1A10)
•ถ้าเครือ่ งรับ-ส่งวิทยุ RF-280 ทำางานด้ว ย 24 V.DC Inverter Switch S12 ซึง่ อยูท่ หี่ ลังเครื่อง
จะต้องปิดให้อยู่ทตี่ ำาแหน่ง DC