You are on page 1of 30

บทที่ 4

โครงสร้างตลาดและการกำาหนดราคา
 การแข่งขันสมบูรณ์ในตลาดสินค้าเกษตร
 การแข่งขันไม่สมบูรณ์และพฤติกรรมเชิงกลยุทธ์ใ
นอุตสาหกรรมอาหาร
 ความล้มเหลวของตลาดและนโยบายของรัฐ

ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน

โครงสร้างตลาด
 ตลาดแข่งขันสมบูรณ์
 ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์
• ผูกขาดสมบูรณ์
• กึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
• ผูผ้ ลิตน้อยราย :
– สินค้าเหมือนกัน
– สินค้าต่างกัน
ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน

4.1
การแข่งขันสมบูรณ์ในตลาดสินค้าเกษตร
 ความหมายของตลาดแข่งขันสมบูรณ์

 การกำาหนดราคาและผลผลิตในตลาดแข่งขัน
สมบูรณ์

 การตัดสินใจของฟาร์ม

ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ลักษณะตลาดแข่งขันสมบูรณ์ • ผูข้ ายมากราย : การซื้อขายแต่ละรายมีจำานวนน้อยเมื่อเทียบกับปริ มาณซื้อขายรวมทั้งตลาด • ผูซ้ ื้อมากราย : การซื้อขายแต่ละรายมีจำานวนน้อยเมื่อเทียบกับปริ มาณซื้อขายรวมทั้งตลาด ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ • สินค้ามีลักษณะและคุณภาพสินค้าเหมือนกันหรื อใกล้เคียงกัน • สินค้าสามารถโยกย้ายได้สะดวก • ผู้ซื้อและผู้ขายมีความรอบรูใ้ นสภาพการณ์ขอ งตลาดอย่างสมบูรณ์ • ไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาล ** หาไม่ได้ในความเป็นจริง ทีใ่ กล้เคียง เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำาปะหลัง เป็นต้น ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ด้วยลักษณะของตลาด ดังนั้น ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เป็น ราคานำา หรือราคาตลาดเป็นตัวกำาหนด (ผู้ซื้อและผู้ขายเป็น price takers) Price Takers ธุรกิจ/ฟาร์มไม่สามารถกำาหนดราคาขึ้นเอง ราคาถูกกำาหนดโดยตลาด ทุคนยอมรับราคาตลาด ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ผลตอบแทนและกำาไร  เป้าหมายของผู้ผลิต คือ กำาไรสูงสุด  ต้นทุนทั้งหมด คือ ต้นทุนทั้งหมด ซึง่ นับรวม กำาไรปกติแล้ว ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

Demand. Price. and Revenue in Perfect Competition Sidney’s demand Sweater market and marginal revenue Sidney’s total revenue  Price (dollars per sweater) Total revenue (dollar per day) Price (dollars per sweater) TR Sidney’s 50 50 demand S curve Market MR a 25 demand 25 225 curve D 0  9   20      0       10       20           0             9                20 Quantity (thousands Quantity (sweaters per day) Quantity (sweaters per day) of sweaters per day) ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

การตัดสินใจของธุรกิจ/ฟาร์ม ระยะสั้น (Short-run ) ผู้ผลิตมีกำาไรสูงสุด หรือขายทุนตำ่าสุด ระยะยาว (Long-run ) ผู้ผลิต/ฟาร์มมีการปรับตัว มีเพียงกำาไรปกติ ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

2   Quantity (haircuts per hour) ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .5 3.8 4. การสร้างอุปทานในระยะสั้น Price and cost (dollars per hour) MC 20 Break-even point AC 14 A D1 B D2 12 10 C AVC D3 D 7 D4 Shut-down point 0 1 2            3 3.

Plant Size and Long-Run Equilibrium Short-run profit maximizing point 40 MC0 SRAC0 LRAC Price (dollars per sweater) MC1 SRAC1 25 MR0 20 MR1 m Long-run 14 competitive equilibrium   6              8 Quantity (sweaters per day) ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

4.2 การแข่งขันไม่สมบูรณ์และพฤติกรรมเ ชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมอาหาร ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดผูกขาดแท้จริง  มีผู้ผลิต ผู้ขายรายเดียว เรียกว่าผู้ผูกขาด (monopolist)  สินค้ามีคณุ สมบัติพิเศษไม่เหมือนใคร ไม่สามารถหาสินค้าอื่นๆ มาแทนได้อย่างใกล้เคียง  ผู้ผลิตสามารถกีดกันไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาผลิตแข่งขัน ได้ ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดผูกขาดแท้จริง สาเหตุของการผูกขาด  ผู้ผลิตร่วมตัวกัน ยุบเป็นบริษัทเดียว  รัฐบาลออกกฎหมายให้ผูกขาด หรือควบคุม  ขนาดกิจการต้องใหญ่มากจึงจะลดต้นทุนการผลิ ตให้ตำ่าได้  เป็นเจ้าของวัตถุดิบทีส่ ำาคัญผู้เดียว  จดทะเบียนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดผูกขาดแท้จริง Monopoly Profit MC Price and cost (dollars per hour) 20 Profit = $12 ($4 x 3 units) 14 Economic AC profit $12 10 D MR 0 1 2          3 4  5 Quantity (haircuts per hour) ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดผูกขาดแท้จริง Loss Minimization MC Price and cost (dollars per hour) 20 AC 15 Loss $ 3 14 loss = $3 ($1 x 3 units) D MR 0 1 2          3 4  5 Quantity (haircuts per hour) ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดผูกขาดแท้จริง การผูกขาดโดยมีรัฐบาลเป็นผูค้ วบคุม MC Price and cost (dollars per hour) 20 14 AC 10 D=AR=P MR 0 1 2          3 4  5 Quantity (haircuts per hour) ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

Slope ของ MR เป็นครึง่ หนึ่งของ Demand  Q = a – b*P  P = a/b .(1/b)*Q  TR = P*Q = (a/b)Q + (1/b)Q2  MR = a/b – 2*(1/b)Q ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

สรุปการกำาหนดราคาในตลาดผูกขาด ** ในตลาดผูกขาด ราคาสินค้าจะสูงกว่า MC เสมอ ไม่ว่าผู้ผลิตจะมีกำาไรสูงสุดหรือขาดทุนตำ่าสุด นำามาซึ่งการจัดสรรทรัพยากรที่ขาดประสิทธิภาพ โดยมีผลผลิตน้อยกว่าปริมาณที่ผู้บริโภคต้องการ การจัดสรรจะมีประสิทธิภาพที่สุดเมื่อ ราคาเท่ากับ MC ** ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดที่มีผู้ขายน้อยราย (Oligopoly)  เมื่อผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งเปลี่ยนราคาและจำานวน ผลผลิตจะมีผลกระทบกระเทือนต่อคู่แข่งขันและ มักจะมีการกระทำาโต้ตอบ ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

The Kinked Demand ตลาดที่มีผู้ขายน้อยราย Curve Model Price and cost (dollars) MC1 MC0 P a b D MR 0 Q Quantity ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดที่มีผู้ขายน้อยราย Price Leadership Model P Scf MCd P1 Pd A B C Dm Dd MRd Qcf Qd Qm Q ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดที่มีผู้ขายน้อยราย การแข่งขันโดยไม่ใช้ราคา  รูปแบบของการแข่งขันที่ไม่ใช้ราคา • การเลียนแบบสินค้า • การโฆษณาสินค้า • การให้บริการเพิ่มเติม • การส่งเสริมการขายแบบต่างๆ เช่น การแถม การแลก เป็นต้น ***แข่งขันโดยไม่ใช้ราคา*** ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด Monopolistic Competition ลักษณะหลายประการเหมือนตลาดแข่งขันแท้จริง  จำานวนผู้ขายมากราย  ปราศจากสิ่งกีดขวางผู้ผลิตรายใหม่  ไม่มีการรวมหัวกันระหว่างผู้ซื้อหรือผู้ขาย ลักษณะที่ต่ตา่ งจากตลาดแข่งขันแท้จริงคือ  สินค้าของผู้ผลิตแต่ละรายแตกต่างกัน ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด MC Price and cost (dollars per hour) 20 16 AC D 10 MR 0 1 2          3 4  5 Quantity (haircuts per hour) ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ดุลยภาพของตลาดกึง่ แข่งขันกึ่งผู้ขาด  ระยะสัน้ ผู้ผลิตมีกำาไรเกินปกติ  ระยะยาว ผู้ผลิตมีเพียงกำาไรปกติ เนื่องจาก • มีผแู้ ข่งขันมากขึ้น ดึงส่วนแบ่งการตลาดไป • ทำาให้อุปสงค์ตอ่ สินค้าของผู้ขายลดลง (เส้นอุปสงค์เลื่อนไปทางซ้าย) ย • ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น (เส้น MC เลื่อนขึน้ ) ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

4.3 ความล้มเหลวของตลาด (Market Failure)  ความล้มเหลวของตลาด (Market Failure) หมายถึง • การที่ตลาดไม่สามารถทำางานตามกลไกเพื่อนำามาซึ่งการจัดสรรทรัพ ยากรทีม่ ีประสิทธิภาพได้ • หรือสถานการณ์การที่ตลาดไม่อาจนำามาซึ่งความต้องการของสาธาร ณะได้ (ได้สินค้าในปริมาณที่ต้องการและในราคาทีถ่ ูกต้อง) เช่น ราคาตำ่าหรือสูงเกินไป => มือทีม่ องไม่เห็นไม่ทำางานหรือทำางานไม่ได้ ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

สาเหตุของความล้มเหลวของตลาด  โครงสร้างของตลาด (market structure) ทีเ่ บี่ยงเบนไปจากตลาดแข่งขันสมบูรณ์ • ปริมาณผลผลิตมีน้อย • ราคาแพง  การทำางานของตลาดไม่สามารถสะท้อนต้นทุนหรือผลประโยชน์ ทีแ่ ท้จริงของทรัพยากร • ผลกระทบต่อภายนอก (externalities) • สินค้าสาธารณะกับทรัพยากรเสื่อมโทรม และ Free Rider • Undefined property rights • ข้อมูลข่าวสารทีไ่ ม่สมบูรณ์ ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

ผลของความล้มเหลวของตลาด  การจัดสรรทรัพยากรขาดประสิทธิภาพ • สินค้าราคาแพงและมีปริมาณน้อยกว่าที่ควรจะเป็น • ใช้ทรัพยากรมากเกินไป – ทรัพยากรเสื่อมโทรม • เกิดอันตรายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม • กิจกรรมทีเ่ ป็นประโยชน์มีน้อยกว่าความต้องการข องสังคม  รัฐบาลต้องเข้ามาแก้ไขโดยการดำาเนินนโยบายเพื่ อลดหรือขจัดผลกระทบ ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .

การแทรกแซงของรัฐเพือ่ แก้ไขความล้มเหลวของตลาด  การแทรกแซงราคาหรือการควบคุมราคา  กฎระเบียบการป้องกันการผูกขาด  นโยบายการส่งเสริมการแข่งขัน  การใช้นโยบายภาษีต่อกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อภายนอกใน ทางลบ เช่น ภาษีนำ้าเสีย ภาษีสารเคมี ภาษีกำาไรจากการผู้ขาด เป็นต้น  การสนับสนุนกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การจัดให้มีสินค้าสาธารณะ การให้ความช่วยเหลือหรือสิทธิพเิ ศษ เป็นต้น ที่มา: Michael Parkin และวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน .