บทที่ 14 ฟิสิกส์อะตอม

วิชาฟิสิกส์ 2 สำาหรับวิศวกร
วันพฤหัสที่ 8 กุมภาพันธ์ 2550
เวลา 9.00 – 12.00 น.

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

1

แบบจำำลองอะตอมของทอมสัน

ปี 1897 JJ Thomson
พบว่าอิเล็กตรอนเป็นส่วนประกอบ
ในทุกๆ สสาร
หลังจากการค้นพบอิเล็กตรอน
ก็มีแนวคิดที่ว่า
ต้องมีประจุบวกอยู่ในอะตอมเพื่อ
ทำาให้ได้ความเป็นกลางทางไฟฟ้า
เนื่องจากอิเล็กตรอนมีมวลน้อยมาก
ดังนั้นมวลของอะตอมส่วนใหญ่อยู่
ทีป่ ระจุบวก

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

2

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

3

แบบจำำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

4

สเปกตรัมของอะตอม

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

5

J.J. Balmer ได้ศึกษาสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน
พบค่าสเปกตรัมมีลักษณะเฉพาะ และเขียนสมการได้เป็น
อนุกรมบาร์เมอร์
1
 RH

 1 1
 22  n 2 

RH  1.09678 102 nm -1

n  3, 4, 5,....
8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

6

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

7

แบบจำำลองอะตอมของบอร์

ในปี 1913 นีลส์ บอร์
ได้เสนอแบบจำาลองอะตอมของไฮ
โดรเจนขึ้น
อิเล็กตรอนของอะตอมไฮโดรเจน
จะโคจรเป็นวงรอบนิวเคลียส
พลังงานของอิเล็กตรอนในวงโคจร
จะเป็นปฏิภาคโดยตรงกับระยะห่าง
ของวงโคจรกับนิวเคลียส
พลังงานของวงโคจรเป็นแบบ
ควอนไทน์

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

8

โมเมนตัมเชิงมุมในแต่ละวงโคจร

 h 
L  mvr  n 

 2 
8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

9

มีการดูดกลืนพลังงานเมื่ออิเล็กตรอนย้ายไปยังวงโคจรที่มีค่าพลังงานสูงขึ้
น และคายเมื่อย้ายลงมายังวงโคจรที่มีค่าพลังงานตำ่ากว่า

Ei

Ei  E f  hf

Ef

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

10

บอร์สามารถคำานวณรัศมีของแต่ละวงโคจร
และระดับพลังงานต่างได้โดย

F  ma
2

2

e
v
k 2 m
r
r

พลังงานจลน์ของอิเล็กตรอนที่วิ่งอยู่ในแต่ละวงโคจร
1 2 1 e2
K  mv  k
2
2 r
8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

11

พลังงานศักย์ของอิเล็กตรอนที่ระยะห่าง r จากนิวเคลียส
2

e
P.E.= - k
r
พลังงานรวมของอิเล็กตรอน

E  K.E  P.E
2

ke
E
2r

เครื่องหมาย – แสดงว่า อิเล็กตรอนถูกยึดให้ติดอยู่กับอะตอม
ถ้าต้องการแยกอิเล็กตรอน ต้องให้พลังงานเท่ากับ E
8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

12

จากค่าโมเมนตัมเชิงมุม

nh
v
mr  2 
แทนค่าลงในสมการพลังงานจลน์
2

1  nh 
ke 2
m
 
2  2 mr 
2r
2

nh
rn 
mke 2
8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

13

ที่ n = 1 จะได้ r1 = 0.529 Å = 0.0529 nm หรือ เรียกว่า รัศมีของบอร์

rn  n r1
2

พลังงานของอิเล็กตรอนของแต่ละวงโคจรหาได้จาก
2

ke  1 
En  
 2
2r1  n 

หรือ
8 กุมภาพันธ์ 2550

13.6
En   2 eV
n
www.geocities.com/chanoknan_banglieng

14

สเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน

r

8 กุมภาพันธ์ 2550

การที่อิเล็กตรอนในอะตอมของไฮโดรเจ
นวิ่งวนรอบนิวเคลียสได้โดยไม่แผ่พลังง
านนั้น เนื่องมาจากอิเล็กตรอนเป็นคลื่น
และด้วยเหตุที่อิเล็กตรอนอยูใ่ นภาวะที่มี
พลังงานคงที่ในวงโคจรพิเศษหนึ่งๆ
ดังนั้นคลื่นอิเล็กตรอนในวงโคจรนั้นๆ
ควรเป็นคลื่นนิ่ง
โดยมีเส้นรอบวงของแต่ละวงโคจรเป็น
จำานวนเต็มของความยาวคลื่น

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

15

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

16

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

17

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

18

กำรทดลองของแฟรงค์และเฮิรตซ์


1
2

8 กุมภาพันธ์ 2550

mv 2

 eV0

ในปี 1913 Franck และ Hertz
ได้ทำาการทดลอง
เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีอะตอมของบอ
ร์
โดยการสังเกตการชนชองอิเล็กต
รอนกับอะตอม
เมื่ออิเล็กตรอนถูกปล่อยออกมาจ
ากไส้หลอดที่ร้อน F
จะเคลื่อนที่ไปยังแผ่น P ระหว่าง
F และ P มี กริด G กั้นอยู่

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

19

8 กุมภาพันธ์ 2550

กราฟระหว่าง Ip กับ สำาหรับปรอท
ผลต่างระหว่างสถานะกระตุน้ สถานะ
แรกของปรอทกับสถานะพื้นคือ 4.9
eV
ความต่างศักย์ที่คล้องจองกับยอดแห
ลมของกระแสเรียกว่า
ศักย์การกระตุน้ (excitation
potential)
การทดลองดังกล่าวข้างต้นถึงแม้ค่อน
ข้างหยาบ
แต่แสดงว่าสถานะนิ่งเป็นค่าๆ
ของอิเล็กตรอนในอะตอมมีอยู่จริง

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

20

แบบจำำลองอะตอมตำมแบบกลศำสตร์ควอนตัม
สมการชเรอดิงเงอร์หาฟังก์ชันคลื่นของอิเล็กตรอนของอะตอมไฮโด
รเจน
2
P
 V (r )  E
2m

e2
V (r )  
4 0 r
1

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

21

h2
2m

  2 2 
1
 
 
1
 2 
 r 2  r r  r 2 sin    sin    r 2 sin 2   2   V (r ,  ,  )



 E

ผลเฉลยของสมการด้านบนจะทำาให้ได้เลขควอนตัม 3 แบบ ดังนี้
1. เลขควอนตัม n เรียกว่ำ เลขควอนตัมสำำคัญ (Principal quantum
number) มีค่าเป็นเลขจำานวนเต็มบวก
ใช้บอกระดับพลังงานเช่นเดียวกับแบบจำาลองอะตอมของโบร์ นั่นคือ
En

8 กุมภาพันธ์ 2550

me 4 1
  2 2 2
8 0 h n
www.geocities.com/chanoknan_banglieng

22

2. เล ขคว อนตั ม l เรี ยก ว่ า เ ลขค วอนตั มโ มเ มนตัม เช ิงมุ ม
(Orbital quantum number หรือ Angular momentum quantum number)
ค่าที่จะเป็นไปได้ของ l จะต้องสอดคล้องกับค่า n โดย จะมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง –
1

L 

8 กุมภาพันธ์ 2550

h
l (l  1)
2

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

23

3. เลขค วอนตั ม ml เรี ยก ว่า เ ลขค วอนตั มแ ม่ เหล็ก (Magnetic
quantum number) ค่าที่เป็นไปได้ของ ml ถูกกำาหนดโดยค่า l โดย ml
จะมีค่าตั้งแต่ –l, -(l-1),…, 0, (l-1), l รวมทั้งสิน้ 2l+1 ค่า

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

24

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

25

8 กุมภาพันธ์ 2550

www.geocities.com/chanoknan_banglieng

26

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful