1

ห้องสมุดหนั งสือเก่า

พล นิ กร กิมหงวน และลูกชาย ตอน

ทีมทหาร ไทย-เขมร

สัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับเขมรได้ขาดสะบั้นจากกันมาเป็ นเวลาหลายปี

แล้ว นั บตั้งแต่รฐั บาลเขมรได้ประกาศตัดสัมพันธ์ทางทูต และเรียกคณะทูต
เขมรทั้งหมดที่ประจำาอยู่ในกรุงเทพฯ กลับเขมร
ต้องเรียกทูตของเรากลับเช่นเดียวกัน

พรมแดนไทยเขมรถูกปิ ดตาย เรา

กับเขมรต่างหันหลังให้กัน เลิกมองหน้ากัน
สองก็หาได้เกลียดชังกันไม่

ซึ่งรัฐบาลไทยก็จำาเป็ น

อย่างไรก็ตามประชาชาติท้ ัง

แต่เมื่อนโรดมสีหนุ ไม่ปรารถนาที่จะคบหา

สมาคมกับไทยแล้ว ชาวเขมรและคนไทยก็ไม่สามารถจะติดต่อพบปะกันได้
เขมรชนะคดีท่ีศาลโลกเอาดินแดนเขาพระวิหารคืนไป

เขมรส่งกำาลังทหารบุกเข้ามาทางคลองใหญ่ในเขตจังหวัดตราด และส่ง
เรือรบล่วงลำ้าเข้ามาในน่านนำ้าของเรา จับกุมเรือประมงไทยไปหลายลำา

คน

ไทยหลายคนที่อยู่ในเรือประมงเหล่านั้ น ถูกจับไปขังคุกได้รบ
ั ความทุกข์
ทรมานแสนสาหัสโดยที่เขาไม่ได้ทำาผิดคิดร้ายอะไรเลย

บางคนก็ถูกทหาร

หรือตำารวจเขมรยิงทิ้ง ทีเ่ จ็บป่ วยก็ตายไปเพราะไม่ได้รบ
ั การรักษาพยาบาล
หลายต่อหลายครั้งที่เขมรยัว่ ยุโทสะเรา เพื่อต้องการให้กองทัพไทยบุก
ทะลวงเข้าไป นโรดมสีหนุ จะได้แหกปากร้องบอกให้ชาวโลกรู้ว่าไทยข่มเหง
รุกรานเขมร

นโรดมสีหนุ กำาลังจะพาประเทศชาติไปสู่ภัยพิบัติ ด้วยการ

คบหาสมาคมกับคอมมิวนิ สต์ ทำาท่าเหมือนกับจะยอมเป็ นทาสคอมมิวนิ สต์
ในที่สุด รัฐบาลญี่ปุ่นก็ย่ ืนมือเข้าไกล่เกลี่ยกรณี พิพาทระหว่างไทยกับเขมร
ทั้งนี้ เพราะญี่ปุ่นเห็นว่าไทยกับเขมรต่างเป็ นเพื่อนบ้านที่เคยรักใคร่กันมาชา

นานแล้ว มีอาณาเขตติดต่อกัน เป็ นชาวเอเซียด้วยกันควรที่จะเป็ นมิตรต่อ
กันเหมือนเช่นเดิม

การผิดพ้องหมองใจกันนั้ นก็เป็ นธรรมดาของเพื่อน

บ้านที่อยู่ใกล้กัน ก็ต้องมีเรื่องกระทบกระทัง่ ไม่กินเส้นกัน หรืออยากเตะ
ปากกันบ้าง

2

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งคณะกรรมการคณะหนึ่ ง เดินทางไปกัมพูชาหรือเขมร ซึ่ง
ไทยเรานั้ นถนั ดเรียกว่าเขมรมากกว่า มีข่าวแพร่สะพัดไปทัว่ โลกเมื่อญี่ปุ่น
เริม
่ ทำาหน้าที่ไกล่เกลี่ยกรณี พิพาท ไทย-เขมร

ชาวโลกต่างสดุดียกย่อง

ญี่ปุ่นที่ได้ปฏิบัติภารกิจอันควรทำายิ่ง คือสร้างมิตรภาพและสันติสุข

ในที่สุดคณะกรรมการของญี่ปุ่นซึ่งมี ฯพณฯ โยกูซีวะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงการต่างประเทศเป็ นประธาน ก็เดินทางจากพนมเป็ ญมากรุงเทพฯ
และรุดเข้าพบคณะรัฐบาลของเรา
ฝ่ ายไทยชี้แจงให้ฟังว่า

การตัดสัมพันธ์ทางการทูตนั้ นเขมรเป็ นฝ่ ายทำาก่อน

โดยไม่มีเหตุผลอะไรเลย

เมื่อเขมรไม่ต้องการเป็ นมิตรกับไทย เราก็ต้อง

เลิกคบกับเขมรเป็ นธรรมดาอยู่เอง

ถ้าเขมรอยากจะคบกับไทยอีกเราก็

ยินดีเป็ นมิตรด้วย ทางเราไม่เคยถือเป็ นข้ออาฆาตพยาบาท ใครเป็ นมิตร
กับเราเราก็เป็ นมิตรกับเขา

คณะกรรมการไกล่เกลี่ยกรณี พิพาทระหว่าง ไทย-เขมร ได้บินกลับโตเกียว

เพื่อรายงานให้รฐั บาลของเขาทราบ แล้วก็เบิกเงินค่าเบี้ยเลียงเดินทาง ค่า
โรงแรม ค่าอาหาร ค่ารับรอง ค่าพาหนะหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จิปาถะ
เหมือนพวกเราไปต่างประเทศแล้วก็มาเบิกเงินจากรัฐบาล
ฯพณฯ โยกูซีวะ

ได้ติดต่อกับรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเขมร เพื่อให้ท้ ังสอง

ฝ่ ายพบปะกันนั ดประชุมกัน ประสานรอยร้าวให้กลับคืนดีเหมือนเช่นเดิม
นโรดมสีหนุ ได้โทรเลขแจ้งไปว่าทางกัมพูชาพร้อมเสมอที่จะพบกับผู้แทน
ไทย

แต่ขอให้ประชุมกันที่กรุงเทพ ฯ

เพราะที่พนมเป็ ญไม่มีห้อง

ประชุมที่เหมาะสมและไม่มีเงินงบประมาณเลี้ยงดูคณะกรรมการไกล่เกลี่ย
ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการประชุม

ทางญี่ปุ่นติดต่อกับรัฐบาลไทยขอให้ไทยรับเป็ นเจ้าภาพ รัฐบาลจึงตอบ

ตกลงและได้นัดวันเวลาไปเรียบร้อย

3

นโรดมสีหนุ ส่งออกญาเดโชสุรย
ิ ัน อธิบดีกรมการโสเภณี และกะเทย

แห่งกัมพูชา เป็ นผู้แทนผู้มีอำานาจเต็มในการเจรจาครั้งนี้

มีนายตำารวจ

ใหญ่และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ติดตามมาด้วยหลายคน ซึ่งรัฐบาลไทยก็ได้
ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ จัดห้องพิเศษให้พักที่โรงแรม “เอราวัณ”

ทำาให้ออกญาเดโชและคณะแปลกใจอย่างที่สุด เท่าที่รฐั บาลไทยได้แสดง
ไมตรีจิตอย่างสูงต่อพวกเขา ถึงเช่นนั้ น

ส่วน ฯพณฯ โยกูซีวะกับคณะ

กรรมการก็พักอยู่โรงแรม “เอราวัณ” เช่นเดียวกัน

ธงญี่ปุ่นและธงเขมร

ถูกชักขึ้นที่หน้าโรงแรมนั้ น เป็ นการยกย่องให้เกียรติแก่ผู้มาพัก

ตำารวจ

ได้ให้ความอารักขาออกญาเดโชกับคณะอย่างแข็งแรง เพราะแว่วข่าวว่าพวก
จิ๊กโก๋จะตอนรับท่านออกญาเดโชด้วยระเบิดขวด แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไร
เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลได้ประกาศทางวิทยุกระจายเสียง และทางโทรทัศน์

ขอร้องให้พ่ีน้องชาวไทยงดเว้นกระทำาการใด ๆ ที่จะเสื่อมเสียเกียรติของ
ชาติไทยและคนไทยทั้งชาติ
การประชุมที่ “ศาลาสันติธรรม” ได้เริม
่ ต้นในตอน ๑๐ .๐๐ น. ของ
วันศุกร์ ที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๐๘
ฝ่ ายเขมร ๙ คนรวมทั้งท่านออกญาเดโชนั่งรวมกลุ่มกันอยู่บนเก้าอี้
ทางด้านซ้ายของห้องประชุม ตอนกลางคือคณะกรรมการชาวญี่ปุ่น ๖ คน
ทางขวาเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยมี พล อ . วิชิต ชัยสมรภูมิ รองผู้

บัญชาการทหารสูงสุดคนหนึ่ ง และ พล ร.ต. ชอุ่ม เชวงศักดิ์ ผู้แทน

ของกองทัพเรือคนหนึ่ ง นอกจากนี้ ก็มีนายพลดิเรกกับคณะพรรคของเขา
พร้อมด้วยเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญสรรพาวุธแห่งกองทัพไทย

ซึ่งจะต้องถกเถียงกับผู้แทนเขมร ตามที่เขมรกล่าวหาว่ากองทัพไทยใช้จรวด
ที่คล้ายคลึงกับแบบ “เรดสโตน” ติดระเบิดแรงสูงยิงค่ายทหารเขมรในป่ า
สองครั้งแล้ว จากฐานยิงจรวดในจังหวัดจันทบุร ี

นอกจากนี้ เขมรยังหาว่า

กองเรือตรวจอ่าวของไทยเรา ได้ใช้ปืนยิงชายฝั ่ งเขมรหลายต่อหลายครั้ง
เพราะข้อหาเหล่านี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในตำาแหน่งผู้บัญชาการทหาร

สูงสุดจึงบัญชาให้นายพลดิเรกกับคณะ และ พล ร.ต. ชอุ่มมาร่วมประชุม

4

ด้วย

ซึ่งเป็ นการบังเอิญอย่างที่สุด ท่านนายพลเรือผู้น้ ี เป็ นเพื่อนรักเกลอ

เก่ากับพลและนิ กรเสียด้วย

รู้จักคุ้นเคยกับเสียหงวนและนายพลดิเรก มี

ความเคารพรักเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ มานานแล้ว
นอกจากผู้แทนทั้งสองชาติ และคณะกรรมการไกล่เกลี่ยกรณี พิพาท
แล้ว ก็มีผู้สังเกตการซึ่งเป็ นชาวต่างชาติอีกหลายคน มีท้ ังอเมริกัน อังกฤษ
ฝรัง่ เศส และรัสเซีย

ฯพณฯ โยกูซีวะ อดีตพลตรีแห่งกองทัพบกญี่ปุ่นที่

เคยนำาทหารเข้ายึดครองประเทศไทย ได้นั่งอยู่หน้าโต๊ะในที่สูงตำาแหน่ง
ประธานในที่ประชุมนี้

ท่านได้กล่าวเปิ ดประชุมเป็ นภาษาไทย อย่างชัดถ้อย

ชัดคำา แต่มีเสียงซี๊ด ๆ ปนอยู่บ้าง ถึงกระนั้ นก็นับว่าท่านนายพลแห่ง

กองทัพญี่ปุ่นพูดภาษาไทยได้ดี เพราะก่อนสงครามอาเซียบูรพาท่านเคยเข้า
มาอยู่ในกรุงเทพ ฯ หลายปี

กระทัง่ ยายินตันและยากันยุง

ตั้งร้านขายถ้วยชามและสินค้าญี่ปุ่น แม้

แล้วก็ใช้เวลาว่างทำาแผนที่ถนนหนทางต่าง

ๆ ในกรุงเทพ ฯ ตลอดจนจุดยุทธศาสตร์ท่ีสำาคัญต่าง ๆ
“ท่านผู้มีเกียรติท้ ังหลาย

ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีอย่างยิ่งเท่าที่ข้าพเจ้าได้รบ

เกียรติให้มาเปิ ดโรงงานทอผ้าของญี่ปุ่นที่ถนนเพชรเกษมนี้ ”
กูซีวะก็สะดุ้งเฮือก

“โอ๊ะ – ขอโทษทีครับผมหยิบโน้ตผิดไป”

พูดจบท่านโย

ผู้แทนไทยและผู้แทนเขมรต่างหัวเราะคิกคักไปตามกัน ท่านประทาน

รีบเปิ ดแฟ้ มเอกสารของท่าน เลือกหาโน้ตที่เขียนไว้สำาหรับเปิ ดการประชุม
กรณี พิพาทระหว่างไทยกับเขมร

เสี่ยหงวนสบตากับออกญาเดโช ซึ่งเป็ น

ชายร่างใหญ่ผิวคลำ้าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา อาเสี่ยก็ชักยัวะขึ้นมาทันที
“มองอะไรวะ”

อาเสียถามเสียงค่อนข้างดัง

ออกญาเดโช ฯ แสยะยิ้ม
“มองไม่ได้หรือ”

อาเสี่ยเค้นหัวเราะ

5
“ออกไปข้างนอกซี”

กรรมการคนหนึ่ งซึ่งนั ่งอยู่ระหว่างกลาง ได้กล่าวกับเสี่ยหงวนทันที
“กัมพูชากับไทยกำาลังจะเป็ นมิตรกันนะครับ หนั กนิ ดเบาหน่อยอย่าให้

มีเรื่องอะไรกันเลยครับ”

อาเสี่ยยิ้มให้กรรมการชาวญี่ปุ่นเจ้าของร่างที่ค่อนข้างสั้นและเตี้ย สวม

แว่นตาสายตาสั้นตัดผมเกรียน

เขาชื่นชมมากที่กรรมการคนนี้ พูดไทยได้ดี

“คุณช่วยบอกให้ออกญาเดโช โกนหนวดทิ้งเสียทีได้ไหมครับ

หนวดแหยมยังงี้กวนโทโสผมยังไงชอบกล”

ไว้

พล อ. วิชิตหันมามองดูเสี่ยหงวน
“นั ่งเฉย ๆ คุณกิมหงวน

อย่าทำาอะไรให้เสียเกียรติผู้แทนชาติไทย”

ภายในห้องประชุมเงียบกริบ ท่านประทานคือท่านโยกูซีวะก้มลงมองดู

โน้ตที่ท่านเขียนไว้ แล้วพูดไมโครโฟนเบา ๆ เสียงของท่านกระจายไปทัว่
ห้อง
“ท่านผู้แทนชาติไทยและกัมพูชาที่เคารพ คณะรัฐบาลญี่ปุ่นรู้สึก

ขอบคุณอย่างยิ่งที่ไทยกับกัมพูชายอมให้เราเป็ นผู้ไกล่เกลี่ยกรณี พิพาท
ระหว่างชาติท้ ังสอง

ข้าพเจ้าขอเปิ ดการประชุม ณ บัดนี้ และให้ท่านผู้

แทนกัมพูชาแถลงก่อน”
ออกญาเดโชผุดลุกขึ้นยืนทันที เขาแต่งกายแบบขุนนางเขมร นุ่งผ้า
ม่วงสีน้ ำาเงินโจงกระเบน สวมเสื้ อราชปะแตนคอตั้งกระดุม ๕ เม็ด ประดับ
เหรียญตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้ ันสูงของเขมร และมีสายสะพายสีแดง
ส่วนลูกน้องของเขาแต่งเครื่องแบบทหารและตำารวจ
“ข้าพเจ้าออกญาเดโชผู้แทนของรัฐบาลเขมร ตั้งใจจะกล่าวในที่ประชุม

เป็ นภาษาฝรัง่ เศส ซึ่งเป็ นภาษาของนายเก่าของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า

6

รัฐบาลไทยให้การตอนรับพวกเราอย่างอบอุ่นใจ

และท่านประธานก็ยังให้

เกียรติแก่ประเทศไทย กล่าวเปิ ดประชุมเป็ นภาษาไทย ข้าพเจ้าและคณะ
ของข้าพเจ้าก็จะพูดภาษาไทยเช่นเดียวกัน”

คณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ตลอดจนคณะกรรมการ พล
อ. วิชิต และ พล ร.ต. ชอุ่ม ต่างตบมือให้เกียรติออกญาเดโชเสียงกราวดัง
ไปทัว่ ห้อง แต่แล้ว พ.อ.นิ กรก็พูดไมโครโฟนขึ้นทันที
“ท่านประธานที่เคารพ

กัมพูชาสักนิ ดเถอะครับ”
“ได้ครับ”

ข้าพเจ้าขออนุ ญาตพูดกับหัวหน้าผู้แทน

ท่านยูโกซีวะพูดยิ้ม ๆ

นิ กรมองหน้าออกญาเดโชแล้วยิ้มให้
“เจ้าคุณครับ

เจ้าคุณน่ะเคยถูกพระร่วงขุนรามคำาแหงสาปให้เป็ นหิน

อยู่ท่ีเมืองสุโขทัยเมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๘๕๐ ใช่ไหมครับ”
“คนละคนครับ

นั ่นทวดของป่ ูทวดของทวดของทวดของป่ ูทวดผมอีก

ที ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่ีกัมพูชานิ ยมใช้ราชทินนามว่าออกญาเดโชครับ”

“ขอบคุณครับที่กรุณาให้ความกระจ่างแก่ผมในเรื่องนี้ แล้วออกญาอื่น

ๆ มีไหมครับ เช่น ออกญากาแร็ต ออกญามหานิ ล หรือออกญาถ่ายอะไร
เหล่านี้ ”
“มีครับ

แต่ว่าชื่อเพราะกว่าที่คุณว่า”

พ.อ.นิ กรหัวเราะหึ ๆ ออกญาเดโชกล่าวกับที่ประชุมด้วยเสียงกังวาน

เขาพูดได้ดีราวกับว่าเขาเป็ นคนไทยคนหนึ่ ง

“การที่กัมพูชาถอนทูตตัดสัมพันธไมตรีกับไทยนั้ น ก็เนื่ องจากเราได้

ทราบว่าไทยมีนโยบายเป็ นศัตรูกับเรา”

7

เสี่ยหงวนยกกำาปั้ นทุบโต๊ะปั ง
“ไม่จริงโว้ย

โกหก

ไทยไม่เคยคิดร้ายต่อประเทศเพื่อนบ้าน ไทยดี

ที่สุดต่อมิตร และร้ายที่สุดต่อศัตรู”
ออกญาเดโชฟ้ องประธานทันที
“ท่านประธานได้ยินไหมครับ ผู้แทนไทยพูดวาจาหยาบคายกับผม”

ประธานยิ้มให้เสี่ยหงวน
“กรุณาพูดให้สุภาพหน่อย”

เสี่ยหงวนก้มศีรษะคำานั บท่านประธาน
“อาริกาโต้”

ท่านโยกูซีวะทำาหน้าชอบกล
“ลำาบากนั กก็อย่าพยายามพูดญี่ปุ่นเลยครับ

พูดไทยกับผมดีกว่า”

ออกญาเดโชแถลงต่อที่ประชุมต่อไป
“ข้าพเจ้าไม่อยากจะรื้ อฟื้ นเรื่องการถอนทูต เพราะเราต่างฝ่ ายต่างก็

ถอนทูตจากกันแล้ว

เมื่อไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูต ก็เหมือนกับว่าเรา

เลิกคบกันต่างคนต่างอยู่ แต่มันไม่เป็ นเช่นนั้ น
แดนกัมพูชาบ่อย ๆ

ทหารไทยบุกเข้าไปในดิน

บางทีเรือรบไทยก็แล่นเข้าไปในน่านนำ้าของเรา”

ท่านรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าวขึ้นทันที
“ความจริงนั้ นตรงกันข้ามกับที่ท่านพูด เรามีเหตุผลและหลักฐานเพียง

พอ ที่จะยืนยันว่าทหารกัมพูชานั่นแหละ ได้ล่วงลำ้าเข้ามาในดินแดนของเรา
ก่อน จึงเกิดการปะทะกันขึ้น

ซึ่งฝ่ ายเราก็เพียงแต่ขับไล่ออกไป”

8

นายตำารวจเขมรคนหนึ่ งกล่าวขึ้นดัง ๆ
“นั ่นเป็ นโจรเขมรที่แต่งเครื่องแบบคล้ายทหารรัฐบาล กัมพูชาไม่

จำาเป็ นต้องรับผิดชอบ สำาหรับทหารกัมพูชาแล้วไม่เคยบุกรุกเข้ามาในดิน
แดนไทยเลย

พวกท่านนั่นแหละพยายามรุกรานเราเสมอ

เมื่อเร็ว ๆ นี้

เรือรบไทยประจำากองเรือตรวจอ่าวลำาหนึ่ ง ได้ระดมยิงหมู่บ้านชายทะเลของ
เราเสียหายมาก ถูกราษฎรบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน”
พล ร.ต. ชอุ่มแถลงโต้ตอบทันที
“กองทัพเรือของเราขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

ไม่มีความจำาเป็ นอะไรที่

เรือรบของเราจะระดมยิงชายฝั ่ งกัมพูชา ดังที่ท่านว่า”
ออกญาเดโชพูดโพล่งขึ้น
“แต่เรือรบไทยยิงเราแน่ มิหนำาซำ้านั งมีเครื่องบินประจัญบานของกอง

ทัพอากาศไทยร่วมโจมตีอีก”

เสี่ยหงวนจ้องมองดูหัวหน้าผู้แทนเขมรราวกับจะกินเลือดกินเนื้ อ
“ใส่ความกันอย่างนี้ ต่อยกันดีกว่า”

เจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ จุปากดุกิมหงวน
“อย่าบ้าน่าอ้ายหงวน ที่น่ี ห้องประชุมโว้ยไม่ใช่บาร์หรือไนท์คลับจะได้มี

การชกต่อยกัน”
ฝ่ ายเขมรปรักปรำากล่าวหาไทยอีกมากมาย แต่ทางฝ่ ายไทยก็ปฏิเสธใน
เรื่องใช้กำาลังรุกรานไม่ว่าทางบก ทางเรือ หรือทางอากาศ เรายอมรับว่า

ตำารวจและทหารไทยได้ยิงต่อสู้ขับไล่ทหารเขมรที่บุกเข้ามาตามเส้นพรมแดน
เท่านั้ น

9

เกือบหนึ่ งชัว่ โมงที่ไทยกับเขมรโต้เถียงกันอย่างหน้าดำาหน้าแดง

เมื่อ

เขมรกล่าวหาว่าไทยใช้อาวุธจรวดแบบที่คล้ายคลึงกับจรวด “เรดสโตน” ของ
สหรัฐอเมริกา ระดมยิงค่ายทหารเขมรในป่ าจากฐานจรวดในจังหวัดจันทบุร ี
พล ท. ศาสตราจารย์ดิเรกหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญสรรพาวุธ และนั กวิทยาศาสตร์

ของกองทัพไทย ก็ช้ ีแจงให้ผู้แทนเขมรทราบว่า กองทัพไทยไม่เคยมีจรวด
แบบนี้ ใช้

ฐานที่ต้ ังยิงจรวดของเราก็ไม่ได้สร้างที่จันทบุรห
ี รือที่หนึ่ งที่ใด

เรามีแต่อาวุธปล่อยหรือจรวดนำาวิถีที่ประจำาเรือรบ ประจำาเครื่องบิน หรือ
ใช้ยิงจากรถบรรทุกจรวดเท่านั้ น และเป็ นจรวดขนาดเล็กไม่ใช่จรวดขนาด
ยักษ์แบบ ยี.เอ.เอ็ม ๘๗ เอ. สกายโบลท์ ที่มีความยาวถึง ๓๘ ฟุตและยิง
จากรถได้ไกลถึง ๑,๐๐๐ ไมล์ทะเล

อาวุธต่าง ๆ ที่เราได้รบ
ั ความช่วย

เหลือจากอเมริกานั้ นเป็ นอาวุธป้ องกันตัว ไม่ใช่อาวุธรุกราน
บรรยากาศในที่ประชุมค่อยแจ่มใสขึ้นเมื่อนายพลดิเรกแถลงว่า
“พวกท่านคิดบ้างไหมว่า ที่ค่ายทหารกัมพูชาถูกยิงด้วยจรวดขีปนาวุธ

ติดจรวดแรงสูง แล้วก็ท่ีชายฝั ่ งทะเลของท่านถูกปื นเรือระดมยิงนั้ น จะ
เป็ นการกระทำาของคอมมิวนิ สต์

แล้วแกล้งใส่รา้ ยว่าเป็ นการกระทำาของ

ไทย เพื่อให้พวกท่านเคียดแค้นเกลียดชังเรา

ไทยจะลอบยิงเขมรด้วย

จรวด หรือใช้ปืนเรือระดมยิงชายฝั่ งเขมรเพื่ออะไรกัน”
พ.อ. นิ กร พูดเสริมขึ้น
“พวกท่านเป็ นชาวพุทธ พวกเราก็พุทธศาสนาเช่นเดียวกัน ท่านย่อม

ทราบดีว่าชาวพุทธย่อมไม่นิยมการเบียดเบียนข่มเหงรังแกกัน เมื่อไม่คบ

กันก็ต่างคนต่างอยู่ ไทยไม่ปรารถนาที่จะรุกรานใคร แต่ถ้าใครบุกเรา เราสู้
ตาย”

ท่านประธานกรรมการคือ ฯพณฯ โยกูซีวะเริม
่ ต้นไกล่เกลี่ยให้ไทยและ

เขมรปรองดองกัน

มีความรักสามัคคีกันเหมือนแต่ก่อน โดยอ้างถึงความ

สัมพันธ์ระหว่างคนสองชาติซ่ึงมีมาหลายศตวรรษแล้ว จนแทบจะกล่าวได้

10

ว่าเขมรกับไทยนั้ นเปรียบเหมือนกับพี่น้องกัน

เมื่อประธานกล่าวจบ ผู้

แทนไทยและเขมรก็ตบมือขึ้นพร้อมกันเสียงลัน
่ ห้อง

ออกญาเดโชกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่ย้ ิมแย้มผิดปกติ
“พวกเราชาวเขมรขอปรองดองเป็ นน้องพี่กับไทยต่อไปครับ”

พล อ. วิชิต กล่าวขึ้นทันที
“ขอบคุณครับท่านออกญา พวกเราคนไทยก็จะเป็ นมิตรที่ดีของชาว

เขมรต่อไป เมื่อเราปรองดองกันได้เช่นนี้ เราก็ต้องหาทางให้ประชาชนทั้ง
สองชาติลืมเรื่องระหองระแหงทั้งหมดที่เกิดขึ้นเสียด้วย

สำาหรับคนไทยเรา

พูดกันได้เพราะคนไทยเชื่อถือรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสมอ
ว่าแต่ประชาชนชาวเขมรเถอะ”

“ครับ เป็ นเรื่องที่ผมหนั กใจเหมือนกัน”

ท่านออกญาพูดยิ้ม ๆ

“เจ้าฟ้ าสีหนุ ทา่ นพยายามสัง่ สอนให้ชาวเขมรเกลียดชังคนไทยจนเข้าไส้
การที่จะให้มีความรักใคร่กันเหมือนแต่ก่อน มันก็เป็ นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย แต่
รัฐบาลกัมพูชาก็คงจะแก้ไขได้

อย่างน้อยที่สุดส่งนั กกีฬามาแข่งขันในเร็ว

วันนี้ เพื่อเชื่อมความสามัคคีระหว่างไทยกับเขมร”
เจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ เห็นพ้องด้วย
“เป็ นความคิดที่ดีมากครับเจ้าคุณเดโช

ดีกว่าอย่างอื่น”

กีฬาช่วยสร้างความสามัคคีได้

ท่านประธานกับคณะกรรมการมีท่าทางสบายใจไปตามกัน เท่าที่การ

ไกล่เกลี่ยสำาเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยใช้เวลาประชุมกันเพียงครั้งแรก หรือวัน
แรกเท่านั้ น

ฯพณฯ โยกูซีวะกล่าวกับที่ประชุมว่า

11
“ถ้าเช่นนั้ นคณะกรรมการ จะได้ติดต่อกับรัฐบาลทั้งสองชาติ เพื่อให้

จัดการแข่งขันกีฬาขึ้นที่กรุงเทพ ฯ นี้ แต่ว่าเราควรจะแข่งอะไรกันดีล่ะ
ครับ”

เสี่ยหงวนรีบพูดกรอกไมโครโฟนเบื้ องหน้าเขา ก่อนที่คนอื่นจะออก
ความเห็น
“ขอให้เป็ นกีฬาที่ต่ ืนเต้นเร้าใจหน่อยนะครับ

ละ ๕๐ คนหรือ ๑๐๐ คนเป็ นดีที่สุด
อัน

ผมว่ายกพวกตีกันข้าง

ตีกันกลางสนามฟุตบอลถือดิ้วคนละ

พอผู้ตัดสินเป่ านกหวีดปรีด
๊ นั กกีฬาไทยและเขมรก็ว่ิงเข้าปะทะกัน ตี

กบาลกันอุตลุด

ใครตายหรือบาดเจ็บสาหัสก็หามออกไป

พระเดชพระคุณคนดูแน่

อย่างนี้ ถึงใจ

เก็บค่าดูอย่างตำ่าสัก ๕๐ บาทก็ไม่มีใครรังเกียจ”

ท่านประธานคัดค้านทันที
“ไม่ได้ครับ

อย่างนี้ เป็ นกีฬาโรมันสมัยก่อน

เรากำาลังประสานความ

สามัคคีต่อกัน ต้องเล่นกีฬาแบบศิวิลัยเช่นกีฬาประเภทลู่หรือลาน
รักบี้และฟุตบอล”

หรือ

ออกญาเดโชกล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“สำาหรับกีฬาประเภทลู่และลาน ต้องใช้เวลาฝึ กซ้อมนานหน่อยครับ

เพื่อดูสถิติของนั กกีฬาให้ดีพอที่จะเอาชนะได้ ผมคิดว่าหากเราจัดการ

แข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีระหว่างไทยกับเขมรแล้วเป็ นดีแน่ครับ”
ศาสตราจารย์ดิเรกดีดมือแป๊ ะ
“ออไร๋

ผมขอสนั บสนุ นแนวความคิดของท่านออกญากาแร็ตครับ”

หัวหน้าผู้แทนเขมรสะดุ้งเฮือก
“ผมชื่อออกญาเดโชครับท่านศาสตราจารย์ กรุณาเรียกชื่อผมให้ถูก

หน่อย

12

นิ กรกระซิบกระซาบกับศาสตราจารย์ดิเรกเบา ๆ
“ออกญาเดโชลูกชายออกยาแดงไงล่ะ

พ่อมันเคยเป็ นพ่อค้าปลาก

รอบอยู่ท่ีเมืองพะตะบอง”
พล อ. วิชิต ท่านนายพลอาวุโสยิ้มให้ออกญาเดโช และกล่าวกับ
หัวหน้าผู้แทนเขมรอย่างสุภาพ
“ผมยินดีมากครับ ที่ไทยกับเขมรจะได้เป็ นมิตรที่ดีต่อกันสืบไป

เท่าที่

เจ้าคุณเสนอต่อที่ประชุมให้มีการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคี ระหว่าง
ทีมไทยกับทีมเขมรนั้ นเราจะให้ทีมชาติของเราแข่งขันกันใช่ไหม”
“มิได้ครับท่านนายพล

ผมคิดว่าทีมทหารไทย และทีมทหารเขมร

แข่งขันกันดีกว่า เพราะทีมทหารเขมรได้ฝึกซ้อมกันอยู่เสมอ และเล่นได้ดี
กว่าทีมชาติของเรา ซึ่งขณะนี้ ทีมชาติของเราก็กำาลังเดินทางไปแข่งขันที่กรุง
จากาต้า”

“ทีมทหาร”

นายพลวิชิตทวนคำาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

หมายถึงทีมรวมบกเรืออากาศใช่ไหมครับ”
“ครับ

“เจ้าคุณ

หมายถึงนั กฟุตบอลชั้นดีของสมาทัพรวมกันเป็ นทีม เรียกว่า

ทีมทหาร หรือจะเรียกว่าทีมรวมทหารก็สุดแล้วแต่ ท่านจะพอจัดทีมรวม
ทหารไทยสู้กับทีมทหารเขมรได้ไหมครับ”
พล อ. วิชิตรับคำาทันที
“ตกลงครับ

ไม่มีปัญหาอะไร ทีมทหารไทยกับทีมทหารกัมพูชา จะ

ต้องได้ลงสนามแข่งขันฟุตบอลกัน เพื่อเชื่อมความสามัคคีในครั้งนี้ แน่นอน
เราจะกำาหนดให้แข่งขันเมื่อไหร่ล่ะครับเจ้าคุณชะโด”

13
“ว้า”

หัวหน้าผู้แทนเขมรร้องลัน

“นั่นมันปลานี่ ครับท่านนายพล

พวกท่านไหงชอบเปลี่ยนชื่อผมเสียจริง ๆ ผมชื่อออกญาหรือพระยาเดโช
สุรย
ิ ัน”
ท่านรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดกลั้นหัวเราะแทบแย่
“ขอโทษครับเจ้าคุณ”

ออกญาเดโชยิ้มเจื่อน ๆ
“แล้วผมจะโทรเลขมาติดต่อกับท่านนะครับ เพื่อเรียนให้ทราบถึง

กำาหนดวันแข่งขันที่แน่นอน ซึ่งอย่างไรก็คงไม่เกินสองสัปดาห์ข้างหน้า”
“ครับ

รัฐบาลไทยจะให้การรับรองนั กฟุตบอลเขมรอย่างดีท่ีสุด”

“ขอบคุณมากครับท่านนายพล

นั กฟุตบอลของเราได้ไปแข่งขันใน

ยุโรปมาหลายประเทศแล้ว ตลอดจนประเทศในเครือคอมมิวนิ สต์

คราวนี้

แหละครับคนไทยจะได้เห็นความสามารถในการเล่นฟุตบอลของทีมทหาร
เขมร”
เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น
“แต่ว่า

ท่านออกญาโปรดให้นักฟุตบอลของท่านทำากรมธรรม์ประกัน

ชีวิตไว้ให้เรียบร้อยเสียก่อนนะครับ”
ออกญาเดโชนั ยน์ตาเหลือก

“คุณมัน
่ ใจว่าการแข่งขันฟุตบอลคราวนี้ ผู้เล่นจะต้องมีการเสียชีวิตใน

สนามหรือครับท่านพันเอก”
อาเสี่ยยิ้มด้วยมุมปากข้างขวา

14
“ก็คงจะมีบ้างครับ

ผมกะว่าทีมทหารเขมรอาจจะถูกเตะม้ามแตก

หัวใจแตก หรือคอขาด ราวห้าหกคนเป็ นอย่างน้อย

การเล่นฟุตบอลมันก็

ต้องมีพลาดพลั้งบ้าง”
“ถ้าอย่างงั้นผมก็อยากจะอวดสักหน่อยว่านั กฟุตบอลทีมรวมทหาร

เขมร เป็ นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด เคยเตะนั กฟุตบอลต่างชาติตายคาสนามมา
หลายคนแล้ว ซึ่งเป็ นการพลาดพลั้งไม่มีเจตนา”
พ.อ. นิ กรพูดเสริมขึ้น
“แต่นักฟุตบอลของเราเตะกันตายทุกวันแหละครับ แม้แต่ซ้อมกันก็มี

ตายบ่อย ๆ คนไทยที่ชอบดูกีฬาฟุตบอลเห็นเป็ นของธรรมดาครับถ้านั ก
ฟุตบอลตายในการแข่งขัน

ตรงกันข้ามการแข่งขันจะหมดรสถ้าหากว่าทั้ง

สองทีมไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย”
ออกญาเดโชฝื นหัวเราะ
“เอาละครับ

ตายเป็ นตาย

กีฬาแบบนี้ พลาดพลั้งมันก็ตายเหมือน

กัน แต่ว่าเราจะเล่นแรงในเกมเท่านั้ น”
เสี่ยหงวนพูดโพล่งขึ้น
“ในเกมหรือนอกเกมได้ท้ ังนั้ น

หรือเจ้าคุณกับผมจะขึ้นชกกันใน

รายการพิเศษที่สนามราชดำาเนิ นหรือลุมพินีก็ได้”
“อ้าว” ออกญาเดโชอุทาน “ก็ไหนว่าเราคืนดีกันแล้ว”
“ใช่ครับ

เราชกปากกันบนเวทีไม่ได้หมายความว่าเราโกรธกัน

การ

ชกมวยเป็ นกีฬานี่ ครับเจ้าคุณเอาไหมล่ะ เจ้าคุณกับผมวัยเดียวกัน ถึงเจ้า
คุณใหญ่กว่าผมนิ ดหน่อย ผมก็ไม่รงั เกียจเรื่องนำ้าหนั ก ฟาดปากกันแบบ
มวยไทย”

“ไม่ไหวครับ

เรื่องมวยผมไม่มีความรู้ ผมเป็ นนั กเท็นนิ ส”

15

ฯพณฯ โยกูซีวะถือโอกาสกล่าวกับที่ประชุมว่า
“บัดนี้ สัมพันธไมตรีระหว่างไทย-เขมร ที่ขาดจากกันไปหลายปี ก็กลับ

มาคืนดีกันแล้ว

คณะกรรมการขอแสดงความยินดีด้วยครับ แต่รู้สึกเสียใจ

ที่เราประชุมกันเป็ นภาษาไทย ชาวต่างประเทศที่มาฟั งการประชุม ในฐานะ
นั กสังเกตการณ์ก็เลยไม่รู้เรื่องนั่งสัปหงกไปตามกัน

ผมขอปิ ดการประชุม

เพียงเท่านี้ ครับ และขอขอบคุณทั้งฝ่ ายกัมพูชา และฝ่ ายไทยที่ไม่ได้มีการ
ปะทะกันในห้องประชุมนี้

สวัสดีครับ”

ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนให้เกียรติท่านประทาน

ต่อจากนั้ น ฯพณฯ โยกูซี

วะก็ลงมาจากแท่น ตรงเข้ามาสัมผัสมือกับผู้แทนไทยและกัมพูชาโดยทัว่
หน้ากัน

ตอนนี้ เองผู้แทนไทยและเขมรได้ลุกขึ้นเดินเข้ามาหากันและ

สัมผัสมือกัน
“ท่านพันเอกคงไม่ใคร่ชอบหน้าผมเท่าใดนั ก”

ออกญาเดโชกล่าวกับ

กิมหงวนอย่างยิ้มแย้ม
“ครับ

ตอนแรกผมเกลียดเจ้าคุณอย่างเข้าไส้ แต่เดีย
๋ วนี้ หายเกลียด

แล้ว”
เจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ถือโอกาสพูดกลบเกลื่อน
“ผมคิดว่าเขมรกับไทย ควรจะลืมความระหองระแหงที่เกิดขึ้นเสียให้

หมด และเราเริม
่ ต้นมาเป็ นมิตรกันใหม่ ผมหวังว่าการแข็งขันฟุตบอลทีม
ทหารไทย-เขมร ครั้งนี้ จะช่วยให้มิตรภาพของชาติท้ ังสองเกิดขึ้นอย่าง
รวดเร็ว”

พ.อ. นิ กรพูดเสริมขึ้น
“ม่ายก็รบกันเลย”

16

ออกญาเดโชกับคณะของเขา และคณะกรรมการไกล่เกลี่ยกรณี พิพาท

ต่างย่อย ๆ กันออกไปจากห้องประชุมทีละคนสองคน

ในที่สุดก็เหลือ

แต่ผู้แทนฝ่ ายไทยเท่านั้ น ยืนรวมกลุ่มสนทนากัน ส่วนพวกฝรัง่ ตานำ้าข้าว
ที่มาสังเกตการณ์หายหัวไปหมดแล้ว

พล อ. วิชิต กล่าวถาม พล. ร.ต. ชอุ่มว่า
“ทาง ทร. มีนักฟุตบอลชั้นเยี่ยมอยู่ก่ีคนครับ”
“เห็นจะหายากหน่อยครับท่านรอง”

“ทาง ทร.มีแต่นักรักบี้ครับ”

นายพลเรือตอบนอบน้อม

ท่านนายพลอาวุโสเปลี่ยนสายตามาที่ พ.อ. พล พัชราภรณ์
“ได้ข่าวว่าพวกลูกชายของคุณเป็ นนั กฟุตบอลชั้นดีไม่ใช่หรือ ทูต

ทหารไทยที่วอชิงตันเขามาราชการแวะไปเยี่ยมผมที่บ้าน เล่าให้ฟังว่า

พนั ส นพ สมนึ ก และดำารงเป็ นนั กฟุตบอลชั้นดาราของมหาวิทยาลัย
พลหัวเราะเบา ๆ
“ก็คงไม่เก่งจนเกินไปนั กหรอกครับ

อเมริกันเขาไม่ใคร่นิยมเล่น

ฟุตบอลและไม่สนั บสนุ นนั กฟุตบอล เขาชอบเบสบอลและอเมริกันฟุตบอล
ครับ

ลูกหลานผมมันเล่นขนาดพอใช้ได้ก็เลยเป็ นดาราไป”

“งั้นเรอะ
“ครับ

เขายังฝึ กซ้อมออกกำาลังกันอยู่เสมอหรือ”

เด็กหนุ่มนี่ ครับท่านรอง เปิ ดโรงยิมที่บ้านซ้อมมวยและออก

กำาลังกันทุกวันแหละครับ เช้า ๆ ก็ออกวิ่ง แต่ฟุตบอลดูเหมือนไม่ได้ซ้อม
ครับ”

ท่านนายพลอาวุโสเปลี่ยนสายตามาที่ พล ร.ต. ชอุ่ม

17
“ผมจะให้พันเอกกิมหงวนเป็ นคนวิ่งเต้นจัดทีมทหารไทยไว้รบ
ั มือกับ

ทีมทหารเขมร ดีไหมครับคุณชอุ่ม”
“ดีครับท่านรอง

คุณกิมหงวนเงินหนาหน่อยถึงแม้จะต้องลงทุนไป

บ้าง ก็คงจะไม่ขัดข้องอะไร”
เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น

“ผมให้งบประมาณล้านบาท

ล้านจริง ๆ ไม่ใช่เอาธนบัตรพันรอบหัว

ล้านแล้วบอกว่าล้าน”
“ป้ ูโธ่”

เจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ เอ็ดตะโร

รองเท่านั้ นเอง

“เดี๋ยวฉันก็เตะแกต่อหน้าท่าน

อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ยังทะลึ่งอีก”

อาเสียอดหัวเราะไม่ได้ แล้วพูดกับท่านนายพลอาวุโสต่อไป
“ผมจะออกค่าใช้จ่ายในการฝึ กซ้อมเองครับ

ซื้ อกางเกงเสื้ อทีมจ่ายให้

นั กฟุตบอลด้วย พร้อมทั้งรองเท้าถุงเท้าแองเกิล มีดพก สนั บมือ เหล็กขูด
ช้าฟซื้ อให้พร้อม”
“เดี๋ยว ๆ ๆ มีดพกสนั บมือหรืออาวุธต่าง ๆ น่ะไม่ต้องซื้ อ เราเล่น

ฟุตบอลกันไม่ใช่ฆ่ากัน”
“ยังงั้นอาวุธไม่ต้องซื้ อนะครับ ถ้าท่านรองมอบอำานาจให้ผมกับเพื่อน

ๆ คัดเลือกตัวนั กฟุตบอลและทำาหน้าที่ควบคุมทำาการฝึ กซ้อม เราจะจัดการ
ให้เรียบร้อยทุกอย่างครับ

ทีมทหารไทยต้องชนะแหง ๆ แต่เห็นจะต้อง

เอาตัวจากทีม ทอ. เกือบทั้งหมด เอาทหารบกบ้าง”
นิ กรยิ้มให้ พล ร.ต. ชอุ่ม
“ทร. ไม่มีนักฟุตบอลชั้นดาราบ้างเลยหรืออุ่ม”

18
“อือ

ไม่มีจริง ๆ

ถ้ามีก็ล้วนแต่รุ่นเก่าอายุมากแล้ว เลือกเอาจาก

ทหารบกและทหารอากาศเถอะเพื่อน แล้วก็เลือกดูความสามารถอย่าเห็น
แก่หน้า”
เจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ พูดโพล่งขึ้น
“แต่ต้องเอาเจ้าสี่คนลงเล่นด้วยนะโว้ย”

นายพลดิเรกหัวเราะหึ ๆ
“คุณพ่ออยากจะให้หลาน ๆ มีช่ ือเสียงหรือครับ

ผมก็เห็นด้วย

เหมือนกัน แต่เราจะต้องให้พนั ส นพ สมนึ กและดำารงซ้อมดูก่อน ถ้าเล่น
ไม่ดีถึงขั้นดารา เราก็ไม่เอาลงเล่น

การแข่งขันครั้งนี้ เกี่ยวกับชื่อเสียงของ

ประเทศชาติด้วย เราจะเห็นแก่ลูกหลานไม่ได้ และทีมทหารไทยยอมตาย
เสียดีกว่าที่จะแพ้เขมร”

ท่านรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดยิ้มให้คณะพรรคสี่สหายโดยทัว่ หน้ากัน
“เอาละครับ

เป็ นอันว่าเรื่องการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคี

ระหว่างทีมทหารไทย และทหารเขมรผมมอบให้คุณกิมหงวนเป็ นหัวหน้าจัด
ทีมและฝึ กซ้อม เจ้าคุณกับอาจารย์ดิเรกและคุณพลคุณนิ กรเป็ นผู้ช่วย การ
คัดเลือกตัวนั กฟุตบอลจะเป็ นทหารบกหรือทหารอากาศคนใดจะได้รบ
ั ความ
สะดวกทุกอย่าง ซึ่งทีมของเราจะต้องฟิ ตกันเต็มที่ ขนาดกักตัวกันเลย”
กิมหงวนยิ้มแป้ น
“ตกลงครับ

ผมจะพยายามคัดเลือกตัวนั กฟุตบอลชั้นดาราสัก ๓๐

คนจัดเป็ นทีม เอ. และ ทีมบี. ไว้ฝึกซ้อมกันและผมจะเอาไปกักตัวไว้ท่ี
โรงแรม “สี่สหาย”

ส่วนสนามฝึ กซ้อมก็จะใช้สนามโรงเรียนนายร้อย

จปร. เชิญทีมชั้นดีมาช่วยซ้อมให้ทีมทหารของเราด้วยเช่นทีมสโมสรตำารวจ
ทีมธนาคารรวม”

19

พล อ. วิชิตเห็นพ้องด้วย
“ดีแล้วครับ สุดแล้วแต่คุณกับพรรคพวกของคุณเถอะ ขอให้คุณช่วย

ดูแลในเรื่องอาหาร และสุขภาพของนั กฟุตบอลให้มาก”
พ.อ. นิ กรพูดเสริมขึ้น
“ผมรับหน้าที่น้ ี เองครับท่านรอง

คือถึงเนื้ อนมไข่

เรื่องอาหารต้องกินกันเต็มที่ละครับ

อย่างน้อยไข่ลวกคนละ ๕๐ ฟองต่อวัน”

ท่านรองสะดุ้งโหยง
“ไหงกินมากนั กล่ะ กินวันละ ๕๐ ฟองนั กฟุตบอลคงจะวุ่นวายไปตาม

กัน”
“ถ้ายังงั้นลดลงเหลือ ๕ ฟองนะครับ”

นิ กรพูดยิ้ม ๆ

“อ้า -

บางทีผมจะลงเล่นทีมทหารไทยด้วยครับ”
พล ร.ต. ชอุ่มพูดเสริมขึ้นด้วยเสียงหัวเราะ
“อย่าเลยโว้ยอ้ายกร

แก่น่ะมันเข้าสู่วัยชราแล้ว นั กฟุตบอลอายุ

ขนาดแกวิ่งได้เดี๋ยวเดียวก็ยืนเท้าเอวหอบแฮ่ก ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้ กันลงซ้อม
กับพวกเด็ก ๆ ยังเล่นได้ครึง่ เวลาเท่านั้ น ทั้ง ๆ ที่กันเล่นเท็นนิ สอยู่แทบทุก
วัน

ให้เด็ก ๆ เขาเล่นเถอะ”

นิ กรอมยิ้ม
“นั ่นน่ะซี

ปี นี้ กันรู้สึกตัวว่ากันแก่ไปมาก เมื่อสองสามวันลองเตะปี๊ บ

เปล่าดู เตะได้ไกลราว ๑๒ เมตรเท่านั้ น”
เสียงหัวเราดังขึ้นลัน
่ ห้องประชุม

ท่านายพลอาวุโสเดินนำาหน้าพาท่าน

นายพลเรือกับคณะพรรคสี่สหาย และเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ออกไปจากห้องโถง

20

ใหญ่และยังคงพูดคุยกันถึงเรื่องการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคี
ระหว่างทีมทหารไทยกับทหารเขมร ซึ่งคงจะแข่งขันกันในไม่ช้านี้

ออกจากศาลาสันติธรรม สี่สหายกับเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ก็กลับมาบ้าน

“พัชราภรณ์” ในชัว่ โมงเดียวกันนั้ นเอง

คาดิลแล็คเก๋งแล่นผ่านประตูร้วั บ้าน ตรงมาตามถนนคอนกรีตผ่านหน้า

โรงเก็บรถ และเลี้ยวขวามือคลานเอื่อย ๆ ไปจอดเทียบหน้าบันไดตึกใหญ่

อาเสียกิมหงวนทำาหน้าที่ขบ
ั รถของเขาด้วยตนเอง นั่งคู่กับเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ
ส่วนสี่สหายนั่งรวมกันอยู่ทางหลังรถ

ทุกคนอยู่ในเครื่องแบบปรกติกากี

แกมเขียวเสื้ อคอแบะผูกเน็คไท สวมหมวกแก็ปทรงหม้อตาล ต่างพากันลง
จากรถในท่าทางสง่าผ่าเผย

เขา

เจ้าแห้วปราดออกมาจากห้องโถง และลงบันไดมาต้อนรับเจ้านายของ

“เจ้าสี่คนนั ่นอยู่หรือเปล่า”
“รับประทานอยู่ครับ

พลถามเจ้าแห้วอย่างเป็ นงานเป็ นการ

พึ่งมาจากตึกใหม่เมื่อครู่น้ ี เอง รับประทาน

กำาลังคุยกับคุณหญิง และคุณผู้หญิงอยู่ในห้องโถงครับ”
เจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ เดินนำาหน้าพาสี่สหายขึ้นไปบนตึก
ให้เจ้าแห้วนำารถไปเก็บ และทำาความสะอาดให้เรียบร้อย

เสี่ยงหงานสัง่

เมื่อคณะพรรคสี่

สหายกับเจ้าคุณเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ทุกคนก็แลเห็นเจ้าหนุ่มเนื้ อหอมทั้งสี่
คน พร้อมด้วยสี่นางและคุณหญิงวาดนั่งเรียงรายอยู่รอบห้องโถง ร.ต.

พนั ส ร.ต.นพ ร.ต.สมนึ ก และ ร.ต.ดำารงแต่งเครื่องแบบปรกติเสื้ อเชิตแขน
ยาวสีกากีแกมเขียวแต่ไม่ได้ผูกเน็คไท
ร.ต. สมนึ กแลเห็นเตี่ยของเขา ก็หันมายิ้มให้เพื่อน ๆ ซึ่งนั ่งรวมกันอยู่
บนโซฟาตัวเดียวกัน

21
“ธนาคารของพวกเรามาแล้วโว้ย ฮ่ะ ฮ่ะ เสียเวลานั ่งอยู่เกือบครึง

ชัว่ โมง”

แล้วเขาก็เปลี่ยนสาตามาที่เสี่ยหงวนคุณเตี่ยของเขา

“จ่ายเงิน

ให้ผมเร็ว ๆ เถอะครับเตี่ย ผมต้องการใช้เงินสักหมื่นบาท”
อาเสียกลืนนำ้าลายเอื้ อก
“ฉันเป็ นหนี้ แกตั้งแต่เมื่อไรวะอ้ายตี๋”
“แน่ะ

เรียกร้อยตรีว่าอ้าย ฮะ เดี๋ยวก็เจอข้อหาหมิ่นประมาทเท่านั้ น

เอง”
กิมหงวนทำาท่าจะเดินเข้าไปเล่นงานสมนึ ก แต่นิกรคว้าแขนไว้
“ลูกมันล้อเล่นนิ ดเดียวเท่านี้ ก็ยัวะ

เมื่อตอนแกเป็ นหนุ่มแกล้อเตี่ย

แกยิ่งกว่าอ้ายนึ กกระเซ้าแกเสียอีก เตี่ยแกไม่เห็นว่าอะไร อย่างมากก็…
หน้าส้งตีง…จองหองเสียใหญ่หลวง ม่ายรู้จักเหล็กผู้ใหญ่ ชัก
่ หมานี่ เก๋าเจ๊ง
ล้อพ่อแม่เหมืองเพื่อง ๆ มีท่ีไหน”

เสียงหัวเราะดังขึ้นลัน
่ ห้องโถง

สี่สหายเดินไปนั่งรวมกันบนโซฟาใหญ่

ตัวหนึ่ ง เจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้นวมข้างคุณหญิงวาด

นาย

พลดิเรกยิ้มให้ลูกชายของเขาแล้วถามว่า
“พวกแกแต่งเครื่องแบบจะไปไหนกัน”
“ไปกองพันพลร่มที่ป่าหวายครับคุณพ่อ

พวกเราจะไปรายงานตัวเป็ น

ทางการว่าเราเรียนการกระโดดร่มและการรบในป่ า ซึ่งเป็ นหลักสูตรเบื้ องต้น
เรียบร้อยแล้ว”
“ออไร๋

พ่อขอชมเชยพวกแกทั้งสี่คนที่สามารถขับเครื่องบินได้ท้ ัง

เครื่องบินใบพัดและเครื่องเจ๊ต นอกจากนี้ ยังกระโดดร่มได้ดี สมความมุ่ง
หมายของทางการ

นั บว่าแกและเพื่อน ๆ เป็ นนายทหารที่มีความรู้พอตัว

เหมาะแก่งานในหน้าที่ของผู้เชียวชาญพลังงานปรมาณู และอาวุธปล่อย”

22

ร.ต. ศาสตราจารย์ดำารงยิ้มแป้ น
“คุณพ่อกับลุงพลลุงกิมหงวนน้ากรและคุณตา ไปประชุมที่ศาลาสันติ

ธรรมได้ความว่ายังไงบ้างครับ”
นายพลดิเรกหัวเราะเบา ๆ
“ก็ไม่มีอะไร

เรากับเขมรปรองดองกันแล้ว เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นช่วย

ไกล่เกลี่ยให้ เขมรกับเราจะจัดการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีกัน ใน
ระหว่างทีมทหารไทยและทหารเขมรในเร็ว ๆ นี้ ที่สนามศุภชลาศัย”
ร.ต. สมนึ กพูดเสริมขึ้นทันที
“ฟุตบอลหรือครับอาหมอ

ก๊อวิเศษซีครับ ผมคิดว่าอย่างไรเสียนั ก

ฟุตบอลทั้งสองฝ่ าย จะต้องตายคาสนามไม่น้อยกว่าฝ่ ายละสองคน หรืออาจ
จะมากกว่านั้ นก็ได้

ขอให้ผมเล่นสักคนเถอะครับ ผมกับเพื่อน ๆ เป็ น

ดาราฟุตบอลของมหาวิทยาลัยมาแล้วเมื่ออยู่อเมริกา”

เสี่ยหงวนมองดูหน้าลูกชายของเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อว่า

ร.ต. สมนึ กเล่นฟุตบอลเก่ง

“ถามจริง ๆ เถอะวะอ้ายตี๋ แกน่ะเตะฟุตบอลเป็ นหรือ”

ทายาทของอาเสี่ยยิ้มด้วยริมฝี ปากข้างขวาเพียงข้างเดียว
“กรุณาเปลี่ยนคำาถามเสียใหม่ครับเตี่ย ทีถ
่ ูกเตี่ยควรจะถามผมว่า นั ก

ฟุตบอลในเมืองไทยมีใครบ้างไหมที่เล่นฟุตบอลได้ดีอย่างผม”
“โม้แล้วอ้ายตี๋”
“ก็เป็ นบ้าง”

สมนึ กพูดยิ้ม ๆ

“พูดแล้วเตี่ยจะหาว่าผมคุยโวโอ้อวด

ผมนี่ แหละครับศูนย์หน้าชั้นยอดที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงหรือลวดลาย หัวหน้า
ทีมชาติอิตาลีเคยไปดูพวกเราแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเท็กซัสครั้งหนึ่ ง พอ

23

ฟุตบอลเลิกเขามาหาผม และทาบทามขอซื้ อตัวผมห้าหมื่นเหรียญอเมริกัน
จ้างไปเล่นทีมชาติของเขาสามปี ให้เงินเดือน เดือนละพันเหรียญกินอยู่ฟรี
ผมปฏิเสธเขาไปว่าเตี่ยของผมมีเงินให้ผมถลุงตั้งร้อยล้านเหรียญอเมริกัน

เป็ นอย่างน้อย แล้วเรื่องอะไรผมจะยอมขายตัวให้เขา ไปเล่นฟุตบอลให้เขา
เจ็บตัวเปล่า ๆ”
เสี่ยหงวนพยักหน้ารับทราบ
“เจริญ ๆ เถอะลูก”

ร.ต. สมนึ กยกมือไหว้
“สมพรปากครับ”

พลกล่าวกับสมนึ กด้วยเสียงดุ ๆ
“อย่าพูดเล่นอ้ายนึ ก แกเล่นฟุตบอลได้ดีจริง ๆ หรือ”

เสี่ยตี๋ย้ ิมแห้ง ๆ เขาไม่กล้าพูดล้อเลียนพลเลย เพราะพลจริงจังกับ
เขาและเพื่อน ๆ เสมอ
“จริงครับลุง”

พลเปลี่ยนสายตามาที่ลูกชายของเขา
“แกล่ะพนั ส แกเคยเล่นในตำาแหน่งอะไร”
“เซ็นเต้อรฮาฟครับคุณพ่อ”
“เล่นได้ดีมากยังงั้นหรือ”
“ไม่ครับคุณพ่อ

ผมพอเล่นให้ทีมมหาวิทยาลัยได้เท่านั้ น ถ้าจะ

เปรียบผมกับเซ็นเต้อรฮ้าฟของทีมชาติไทยแล้ว ผมคงสู้เขาไม่ได้

ตั้งแต่

กลับมาจากอเมริกาหมายความว่าหลังจากที่เราสึกจากพระ พวกเราได้ดู

24

ฟุตบอลครั้งเดียว เมื่อตอนเย็นวันที่ ๒๓ พฤศจิกา เท่านั้ นครับ กรุงเทพ ฯ
ผสม ชนะเวียตนาม ๒ - ๑ สนุ กดีเหมือนกัน”
นิ กรยิ้มให้ลูกชายสุดสวาทของเขา
“แล้วแกล่ะ ฝี มือของแกในการเล่นฟุตบอลเป็ นยังไง”
“ฝี เท้าครับไม่ใช่ฝีมือ”

ร .ต. นพพูดยิ้ม ๆ

นิ กรค้อนขวับ
“เออ

นั่นแหละ

“ไลน์แมนครับ”

แกเคยเล่นในตำาแหน่งอะไร”
นพตอบหน้าตาย

“เดี๋ยวก็โดนเตะเท่านั้ น”

นิ กรเอ็ดตะโรท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่าง

ครื้ นเครงของคุณหญิงวาดและสี่นาง

“ไลน์แมน เป็ นผู้กำากับเส้นโว้ยไม่ใช่

คนเล่น”
“อ๋อ

ผมลงเล่นในตำาแหน่งผู้รก
ั ษาประตูครับคุณพ่อ”

“เล่นได้ดีไหม”
“ป้ ูโธ่

ประตูก็ใช้ได้

เล่นเป็ นโกล์มันจะยากเย็นอะไรครับ

คอยรับอย่าให้ลูกมันเข้า

พวกเพื่อนนั กเรียนที่มหาวิทยาลัยเยล มันเรียกผมว่าอ้าย

มือกาวครับคุณพ่อ

จะชู้ตมาแบบไหนผมรับได้ท้ ังนั้ น ชู้ตในจุดโทษตัวต่อ

ตัวผมยังรับได้ ชู้ตเปรี้ยงรับปั๊ บ พุ่งตัวรับ ล้มตัวลงรับหรือกระโดดรับ ใช้
หมัดชกออกไป

ถามอ้ายพวกนี้ ดูซีครับ ตั้งแต่ผมเป็ นประตูมาทีมของเรา

ไม่เคยเสียประตูให้ใครเลย แมวมองของทีมเปรูถึงกับติดต่อจ้างผมไปเป็ น
โกล์ทีมชาติให้เขา”

25
“พอแล้ว”

นิ กรพูดขัดขึ้น

“สงสัยที่แกพูดน่ะมีความจริงเพียง ๕

เปอรเซ็นต์ พ่อจะให้พวกแกลงสนามฝึ กซ้อม ถ้าเล่นได้ดีจริง ๆ ก็จะให้
เล่นกับทีมทหารเขมร”
คุณหญิงวาดกับสี่นางเกลียดชังเขมรเป็ นทุนอยู่แล้ว ดังนั้ นแทนที่จะ
คัดค้านเพราะกลัวว่าลูกหลานแข้งขาจะหักหรือได้รบ
ั อุบัติเหตุถึงตายใน
สนาม กลับสนั บสนุ นเต็มที่
“สู้มันหลานย่า”

คุณหญิงวาดพูดยิ้ม ๆ “เขมรน่ะมันคบไม่ได้ จะ

มาญาติดีกับเราทำาไม แข่งขันฟุตบอลกันคราวนี้ นึ กหรือว่าจะเป็ นการเชื่อม
สามัคคี ย่ารับรองว่าต้องเตะกันคอขาด และคนดูจะต้องแน่นสนามเป็ น
ประวัติการณ์ทีเดียว”

นั นทาพูดเสริมขึ้น
“จริงค่ะคุณอา

ฟุตบอลนั ดนี้ สนามไม่พอบรรจุคนดูแน่ ๆ”

นวลลออยิ้มให้เสี่ยหงวน
“เก็บเงินบำารุงการกุศลหรือไงคะเฮีย”
“จ้ะ เก็บเงินบำารุงการกุศล เห็นจะให้สภากาชาดไทยมากกว่าที่อ่ ืน

เพราะเราจะได้เจ้าหน้าที่เขามาช่วยเหลือในวันแข่งขันด้วย”

นายพลดิเรกมองดูหน้าลูกชายของเข าด้วยความสนใจ
“แกเคยเล่นฟุตบอลในตำาแหน่งอะไร

เจ้านึ กเล่นเป็ นศูนย์หน้า

นพเล่นเป็ นประตู เจ้านั สเป็ นเซ็นเต้อรฮ้าฟ แล้วแกล่ะ”
ร.ต. ดำารงยิ้มอย่างภาคภูมิ
“ผม….ในซ้ายครับคู่ขากับอ้ายตี”

“แกเล่นคล่องดีหรือ”

เจ้า

26

ร.ต. ศาสตราจารย์ดำารงนิ่ งคิด
“ถ้าทีมคู่ต่อสู้ของเราอ่อนกว่า ผมก็เล่นคล่องครับ

แต่ถ้าเขาแข็งกว่า

เราผมก็เล่นไม่คล่อง”
ประภาหัวเราะคิ้ก
“ลูกแม่ตอบได้ดีทีเดียว

ความจริงก็เป็ นอย่างนั้ น การแข่งขันทุก

อย่างถ้าคู่ต่อสู้เหนื อกว่าอีกฝ่ ายหนึ่ งก็ดูอ่อนไป ไม่ว่าจะเป็ นมวย บาสเก็ต
รักบี้ หรือฟุตบอล”
ประไพพูดเสริมขึ้น
“อย่างไรก็ตาม ทีมทหารไทยแพ้ไม่ได้ค่ะ ถ้านั กฟุตบอลต้องเดินเอา

ปี๊ บคลุมหัว หรือม่ายก็บังคับให้เอาผ้าซิ่นมานุ่งเพราะแพ้เขมร

แพ้ชาติอ่ ืน

น่ะไม่แปลก แต่สำาหรับเขมรเราต้องชนะ นโรดมสีหนุ จะมาดูไหมคะ”
พลยิ้มให้เมียรักของนิ กร
“ไม่มาหรอกครับ ขืนมาก็คงไม่ได้กลับเขมร” แล้วเขาก็หันมาทาง

นายทหารหนุ่มทั้งสี่คน

“เป็ นอันว่าแกสี่คนมีหวังจะได้ลงเล่นทีมทหารไทย

ถ้าหากว่าพวกแกฝึ กซ้อมได้ดีขนาดผู้เล่นทีมชาติของเรา”
นพว่า

“สำาหรับผมไม่ต้องซ้อมก็ได้ครับ มือผมเหนี ยวเหมือนกับ

ตุ๊กแก บางทีตะครุบลูกไว้ได้ผู้ตัดสินต้องช่วยแกะลูกออกจากมือผม”
พลอดหัวเราะไม่ได้
“เดี๋ยวก็โดนเขกกบาลเท่านั้ น

เสี่ยหงวนกล่าวขึ้นทันที

แกได้ครึง่ หนึ่ งของอัศวินก็ดีถมไป”

27
“พูดถึงอัศวินเศร้าใจไม่หาย

เขาเป็ นผู้รก
ั ษาประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุด

ของไทยเรา ไม่น่าจะตายยังหนุ่มแน่นแท้ ๆ”
นิ กรว่า

“มันถึงคราวของเขา โบราณว่าหมองูก็ตายเพราะงู หมอ

ตะเข้ตายเพราะตะเข้ หมอฟุตบอลก็ตายเพราะฟุตบอล หมอรักบี้ก็ตาย

เพราะรักบี้ น่าสงสารและน่าเสียดายมาก กันยอมรับว่ากันชอบกีฬาฟุตบอล
ที่สุด กันยกย่องบูชานั กฟุตบอลชั้นดาราทุกคน และก็น่าแปลกที่พวกเราดู

ฟุตบอลเป็ นประจำาจนกระทัง่ นั กฟุตบอลแทบทุกคนเห็นหน้าเราก็ย้ ิมแย้มให้
เรา และทักทายเราเป็ นอย่างดี”

เจ้าหนุ่มเนื้ อหอมทั้งสี่คนต่างมองดูหน้ากันพยักพเยิดกัน แล้วหยิบ

หมวกแก๊ปทรงหม้อตาลลุกขึ้น ร.ต. สมนึ กเดินเข้าไปหาเสี่ยหงวน
“จ่ายทรัพย์ให้ผมสักหมื่นเถอะครับ”
“ไม่มีโว้ย”

เสี่ยหงวนตวาดแว็ด

สมนึ กยิ้มเศร้า ๆ หันมาพูดกับเพื่อนรักของเขา
“ไปเถอะโว้ยเตี่ยไม่ให้เงิน กันยอมอดทุกอย่างแม้กระทั้งบุหรี่ ต่อไป

กันจะต้องหาเงินใช้เองบ้าง เป็ นต้นว่ารับจ้างตรวจบัญชี หรือทำาบัญชีตาม
ห้างร้าน”

“เดี๋ยวก่อน ๆ”

อาเสี่ยเอ็ดตะโรแล้วล้วงกระเป๋ ากางเกง หยิบธนบัตร

ใบละร้อยบาทปึ กเบ้อเริม
่ ออกมาส่งให้ลูกชายของเขา

“เอ้า – เอาไป พอ

สึกจากพระ มือซ้ายถือคันไถ มือขวาถือเตารีด ทั้งรีดทั้งไถแทบไม่เว้นวัน”
ร.ต.สมนึ กหัวเราะหึ ๆ จัดแจงสวมหมวกแล้วยกมือวันทยาหัตถ์เสี่ยหง
วนอย่างแข็งแรง ต่อจากนั้ นเจ้าหนุ่มรูปหล่อทั้งสี่คน ซึ่งอยู่ในเครื่องแบบ
ร้อยตรีก็พากันเดินออกไปจากห้องโถง
ยิ้มใหญ่ไปตามกัน

คุณแม่ท้ ังหลายและคุณย่ายิ้มน้อย

28

หนั งสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ ได้เสนอข่าวอย่างครึกโครมเกี่ยวกับความ

สัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับเขมรที่ขาดสะบันจากกันเมื่อหลายปี กลับ

ปรองดองกันได้ด้วยการไกล่เกลี่ยของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งมี ฯพณฯ โยกูซีวะ
เป็ นประธานการไกล่เกลี่ย คือเป็ นหัวเรีย
่ วหัวแรงให้ไทยกับเขมรคืนดีกัน
นั่นเอง
และข่าวของหนั งสือพิมพ์ ที่แฟนฟุตบอลตื่นเต้นสนใจที่สุด ก็คือ
การแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคี ระหว่างทีมทหารไทยกับทหารเขมร

ซึ่งจะแข่งขันกันที่สนามศุภชลาศัย ราวกลางเดือนธันวาคมนี้ ชิงถ้วยทองคำา
ของ ฯพณฯ โยกูซีวะนั่นเอง
แน่นอนละ ต่อให้เก็บค่าผ่านประตูอย่างตำ่า ๑๐๐ บาท แฟนฟุตบอลก็
จะต้องหลัง่ ไหลไปชมการแข่งขันฟุตบอลนั ดสำาคัญนี้ อย่างอุ่นหนาฝาคัง่

ในวงการฟุตบอลย่อมทราบดีว่านั กฟุตบอลทั้งสองฝ่ ายจะต้องแข่งขันกัน
อย่างดุเดือด ถึงกับแข้งขาหักทุพพลภาพหรือตายคาสนาม การเล่นจะต้อง
เป็ นไปอย่างรุนแรงที่สุด มีการเตะคาบลูกคาบดอก คือเตะทั้งลูกทั้งคนหรือ
เตะคนไม่เตะลูก บางทีก็อาจวางมวยกันกลางสนามระหว่างผู้เล่นทั้งสอง

ฝ่ าย ไม่มีใครเชื่อว่าการแข่งขันจะเป็ นไปฉันท์มิตร เพราะเขมรกับไทยนั้ น
ไม่มีวันที่จะเป็ นมิตรกันได้อีกแล้ว นอกจากนโรดมสีหนุ ถูกฆ่าตาย หรือมี
อันเป็ นอหิวาต์ตายหรือเจ็บไข้ตาย

ในที่สุดหนั งสือพิมพ์ก็ลงกำาหนดวันแข่งขันที่แน่นอน แจ้งให้แฟน

ฟุตบอลทราบ คือวันเสาร์ท่ี ๑๘ ธันวาคม ๒๕๐๘ เวลา ๑๕.๓๐ น. ณ

สนามศุภชลาศัย ที่ต้องแข่งขันในเวลากลางวันก็เพราะเสาไฟประจำาสนามถูก

รื้ อออกหมด เกี่ยวกับการสร้างอัฒจันทร์เพิ่มเติมให้รอบสนาม เตรียมไว้รบ

การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ในปี ๒๕๐๙
อย่างไรก็ตามทีมทหารไทยยังไม่ยอมระบุตัวผู้เล่น เพียงแต่ พ.อ. กิม
หงวน ไทยแท้ ผ้ค
ู วบคุมทีมทหารไทยเปิ ดเผยว่า ผู้เล่นทีมทหารไทยทั้ง

29

๑๑ คนนั้ นล้วนแต่เป็ นนั กฟุตบอลชั้นยอด ส่วนมากเป็ นนั กฟุตบอลทีมชาติ
หรือเคยเล่นให้ทีมชาติมาแล้ว

อาเสี่ยกิมหงวนให้สัมภาษณ์กับนั กข่าวว่า

รับรองว่าแฟนฟุตบอลจะไม่ผิดหวัง ทีมทหารไทยทุกคนให้สัตย์ปฏิญาณว่า
์ รีของทหารไทยและกีฬาไทย
จะสู้ตายเพื่อให้สมศักดิศ

นั กฟุตบอลทีมทหารไทยรวม ๓๒ คน ทั้งทีมเอ. ทีมบี. และตัวสำารองได้

พักอยู่ท่ีโรงแรม “สี่สหาย”

ซึ่ง พล ท. ศาสตราจารย์ ดร. ดิเรกนายแพทย์ผู้

ยิ่งใหญ่ ได้เอาใจใส่ดูแลในเรื่องสุขภาพของนั กกีฬาเป็ นอย่างดี มีอาหารการ
กินอย่างดีเยี่ยม ผู้ควบคุมทีมจัดให้พักห้องละ ๔ คน

ทีมทหารไทยไม่

จำาเป็ นต้องมีโค้ชเพราะผู้เล่นแต่ละคนเล่นฟุตบอลได้ดีกว่าโค้ชที่จะมาอบรม
ฝึ กสอน

ผู้ควบคุมทีมคือ พ.อ. กิมหงวนกับเพื่อน ๆ ของเขา ต่างช่วยกัน

ดูแลให้ความสะดวกสบายแก่นักฟุตบอลอย่างดีท่ีสุด มีการบริหารร่างกาย

ในตอนเช้าและตอนบ่าย ในราว ๑๖.๐๐ น. เสี่ยหงวนได้พานั กฟุตบอลไปฝึ ก
ซ้อมที่โรงเรียนนายร้อย จปร . แต่ไม่ได้ซ้อมทีม เพียงแต่ซ้อมวิ่งทนซ้อมยิง
ประตูเฉพาะกองหน้า

ปรึกษาหารือกันในการที่จะแข่งขันกับทีมทหารเขมร

ฟั งความคิดเห็นซึ่งกันและกัน แล้วก็ตกลงกันว่าทีมทหารไทยจะใช้วิธีเล่น

แบบลูกยาวแบบเดียวกับทีมทหารอากาศ ทั้งนี้ เพราะฝ่ ายเรารู้ดีว่าทีมทหาร
เขมรนั้ น เล่นลูกสั้น เช่นเดียวกับเวียตนาม ตามแบบฉบับของฟุตบอล
ฝรัง่ เศส หรือฟุตบอลยุโรปโดยมาก

ถ้าหากว่าทีมทหารไทยเล่นลูกยาวดึง

เกมให้ทีมทหารเขมรเล่นลูกยาวตามเรา เขมรต้องปราชัยเราอย่างไม่มีปัญหา
การคัดเลือกตัวนั กฟุตบอลทีมทหารไทยยังไม่ได้กำาหนดแน่นอนลงไป
ว่าผ้ใู ด จะได้มีโอกาสลงสนามแข่งขัน จนกระทัง่ การซ้อมทีมครั้งแรกผ่าน
ไปคณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ก็ช่วยกันคัดเลือกนั กฟุตบอล

ฝี เท้าเยี่ยมไว้จากทีม เอ. และทีม บี. และปรับปรุงเปลี่ยนตัวใหม่ทุกครั้งที่
ซ้อม

ปรากฏว่า ร.ต. พนั ส ร.ต. นพ ร.ต. สมนึ ก และ ร.ต. ดำารง ซึ่งเล่นอยู่

ในทีม บี. สามารถเล่นฟุตบอลได้ดีเยี่ยมจนกระทัง่ พวกนั กฟุตบอลทุกคน
ออกปากชมเปาะไปตามกัน

พนั สทำาหน้าที่เซ็นเต้อรฮ้าฟได้ดีท่ีสุด ดักลูก

30

ได้ท้ ังเท้าซ้ายและขวา โหม่งลูกได้แม่นยำา สามารถป้ องกันประตูไว้ได้ตลอด
เวลาซึ่งกองหน้าของทีม เอ. ไม่อาจจะทำาประตูได้ง่าย ๆ ส่วน ร.ต. นพ
ลูกชายของนิ กรมีวิธีเล่นแบบผู้รก
ั ษาประตูเมืองนอก รับลูกอันตรายได้

เสมอ ว่องไวปราดเปรียวอย่างไม่น่าเชื่อ บางทีก็แสดงลวดลายแทนที่จะ
เอามือรับลูก กลับใช้ดีดลูกไขว้ หรือลูกหลังเรียกเสียงเฮฮาตลอดเวลา จากผู้
ที่มาชมการฝึ กซ้อม และชาวคณะหนั งสือพิมพ์ สำาหรับ ร.ต. สมนึ ก และ

ร.ต. ดำารง ศูนย์หน้าและในซ้ายของทีม บี. ก็เล่นถูกขากัน เต็มไปด้วยชั้นเชิง
แปลก ๆ เสี่ยตี๋แก่เลี้ยงลูกมากไปหน่อย และชอบชู้ตในระยะใกล้ด้วยวิธี

เขี่ยเข้าประตูไป ส่วนศาสตราจารย์ดำารงชู้ตในระยะใกล้รุนแรงมาก นอกจาก
นี้ ยังแม่นยำา

ถึงแม้ว่าคณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ได้เห็นความสามารถ

อันยอดเยี่ยมของเจ้าหนุ่มเนื้ อหอมทั้งสี่คน แต่ก็ไม่กล้าบรรจุพนั ส นพ สม
นึ ก และดำารง ลงเล่นทีมทหารไทยในวันที่ ๑๘ นี้ เพราะเกรงถูกครหานิ นทา
จึงเลือกไว้เป็ นตัวสำารอง แต่แล้วนั กฟุตบอลทั้งสองทีมก็ขอร้องให้ พ.อ. กิม
หงวนผู้ควบคุมทีม บรรจุนายทหารหนุ่มทั้งสี่คนลงเล่นในทีมทหารไทยใน

ตำาแหน่ง ศูนย์หน้า ในซ้าย เซ็นเต้อรฮ้าฟ และผู้รก
ั ษาประตู ซึ่งนั กฟุตบอล
เหล่านี้ ได้ให้เหตุผมเหมือน ๆ กันว่า พนั ส นพ สมนึ ก และดำารงเล่นได้
ดีมาก ขอให้เอาลงเล่นเพื่อทีมทหารไทยจะได้ชัยชนะ

เมื่อเสียงข้างมากมีความเห็นเช่นนี้ คณะพรรคสี่สหายและเจ้าคุณปั จ

จนึ ก ฯ จึงบรรจุเจ้าหนุ่มเนื้ อหอมทั้งสี่คนลงเล่นทีมทหารไทย ตามความ
เห็นชอบของนั กฟุตบอลร่วมทีมและคู่ซ้อม

หนั งสือพิมพ์รายวันได้เสนอรายนามนั กฟุตบอลทีมทหารไทยแล้ว ซึ่ง
ส่วนมากเป็ นนั กฟุตบอลของทีมทหารอากาศ บรรดาแฟนฟุตบอลไม่เคยมี
ใครเห็นฝี ไม้ลายมือของเจ้าหนุ่มรูปหล่อทั้งสี่คนมาก่อนเลย แต่ก็รู้ว่าเป็ น

ลูกชายของคณะพรรคสี่สหายเพิ่งเรียนสำาเร็จมาจากสหรัฐอเมริกา และเพิ่ง
ได้รบ
ั ยศเป็ นร้อยตรีเมื่อเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ตามข่าวในหนั งสือพิมพ์ปรากฏ

31

ว่า พนั ส นพ สมนึ ก และดำารงเล่นฟุตบอลได้ดีขนาดนั กฟุตบอลทีมชาติ
ของเราทีเดียว

ทีมทหารไทยลงฝึ กซ้อมเป็ นครั้งสุดท้ายที่สนามราชกรีฑาสโมสร เมื่อ

เย็นวันพฤหัสบดีท่ี ๑๖ ธันวาคม กับทีมชาวฝรัง่ เศสในประเทศไทยเป็ นการ
ฝึ กซ้อมกันไม่ใช่แข่งขัน แต่ทีมทหารไทยได้ข่าวมาแน่นอนว่าทีมฝรัง่ เศส
ต้องการเก็บนั กฟุตบอลคนสำาคัญของไทยสักสองสามคน เพื่อตัดกำาลังศึก
เป็ นการช่วยเหลือเขมรซึ่งเป็ นทาสผู้ภักดีของเขา

ดังนั้ นการฝึ กซ้อมจึง

เป็ นไปอย่างรุนแรงและดุเดือดที่สุด ต่อหน้าคนดูราว ๑,๕๐๐ คนทั้งคนไทย
และชาวยุโรปอเมริกัน
แบ็คขวาของเราถูกเตะขาหักต้องใส่เปลหามออกไปจากสนามในนาทีท่ี
๕ ที่เริม
่ การแข่งขัน

แต่แล้วในเวลาไล่ ๆ กัน ร .ต. สมนึ กก็เตะนั กฟุตบอล

ชาวฝรัง่ เศสที่เตะแบ็คขวาของเราทำาให้ในซ้ายฝรัง่ เศสซี่โครงหัก ๔ ซี่ไปตาย
โรงพยาบาล

ต่อมา ร.ต. พนั ส เซ็นเต้อรฮ้าฟทีมทหารไทยเตะศูนย์หน้า

ฝรัง่ เศสม้ามแตกคลานออกไปตามริมสนาม

การแข่งขันดุเดือดขึ้นตาม

ลำาดับ ถึงกับเกิดปะทะกันแบบมวยไทยและมวยฝรัง่
ถูกเตะถูกเข่าและศอกล้มลุกคลุกคลานไปตามกัน

ปรากฏว่ามวยฝรัง่

พวกคนดูท่ีเป็ นคนไทย

นึ กคันไม้คันมือขึ้นมา ก็เฮโลเข้าไปในสนามช่วยนั กฟุตบอลของเราไล่เตะนั ก
ฟุตบอลฝรัง่ เศส วิ่งกระจัดกระจายไป
กับ พ.ศ. ๒๕๐๘ ไม่เหมือนกัน

ดีท่ีสุดของไทยเรานั้ นคือฝรัง่ เศส

หลายคนร้องตะโกนว่า ร .ศ. ๑๑๒

คนไทยทุกคนยังจำาได้อย่างไม่มีลืมว่ามิตรที่

การฝึ กซ้อมฉันท์มิตรสิ้นสุดลงในนาทีท่ี ๒๕ ของครึง่ แรก ทีม

ทหารไทยได้ขอโทษขอโพยนั กฟุตบอลชาวฝรัง่ เศสตามธรรมเนี ยม แล้วขึ้น
รถกลับที่พักคือโรงแรม “สี่สหาย”

และแล้ววันแข่งขันฟุตบอลนั ดสำาคัญที่สุดในประวัติการณ์ฟุตบอลของ
ประเทศไทยก็ผ่านมาถึง

32

หนั งสือพิมพ์รายวันฉบับเช้าทุกฉบับ ลงพาดหัวตัวใหญ่เชิญชวนให้

ประชาชนไปดูการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีระหว่างทีมทหารไทยกับ
ทหารเขมรที่สนามศุภชลาศัย ตอนบ่ายวันนั้ นเก็บเงินบำารุงสภากาชาดไทย
บัตรที่นั่ง ๑๐๐ บาทและ ๕๐ บาทจำาหน่ายล่วงหน้าหมดไปแล้ว คง
เหลือแต่บัตร ๓๐ บาท คือด้านริมซ้ายและขวาของอัฒจันทร์ใหญ่ บัตร ๒๐

บาทอัฒจันทร์เปิ ดด้านตะวันออก และบัตร ๑๐ บาทอัฒจันทร์เปิ ดด้านเหนื อ
และด้านใต้
ไม่เคยปรากฏว่าประชาชนคนดูฟุตบอลจะตื่นเต้นสนใจเหมือนกับการ
แข่งขันฟุตบอลในบัดนี้ ผู้คนนั บหมื่นหลัง่ ไหลมาที่สนามกีฬานั บตั้งแต่เวลา
๑๐.๐๐ น. ซึ่งเป็ นเวลาที่เริม
่ ต้นจำาหน่ายบัตรผ่านประตู

เจ้าหน้าที่ของ

กรมพลศึกษาและสภากาชาดไทย ต้องทำางานอย่างเหน็ดเหนื่ อยที่สุด

ดูแห่กันเข้าไปในสนามศุภชลาศัยเพื่อหาที่นั่งดู โดยไม่มีใครสนใจกับแสง

คน

อาทิตย์อันร้อนแรง นั กฟุตบอลทุกทีมทุกรุ่นทุกวัยแห่กันมาดูล้นหลาม แม้
กระทัง่ พวกหมอนวด นางบังเงา นางทางโทรศัพท์ พ้าทเน่อร์ตามไน้ท์

คลับที่ไม่เคยดูฟุตบอลเลย ก็พากันมาดู มากหน้าหลายตา รวมทั้งจิ๊กโก๋จ๊ ิ
กกี๋อันธพาลแมงดา ทั้งหญิงชายกะเทยเด็กผู้ใหญ่คนไทยคนจีนฝรัง่ แขก

เขมรญวนลาวมอญพม่า แม้กระทัง่ ชาวแม้วกลุ่มหนึ่ งซึ่งอยู่บนยอดดอยทาง
เชียงราย ก็ยังมีโอกาสมาดูด้วย

ซึ่งตำารวจภูธรตระเวนชายแดนได้พามาดู

เหมือนวันทีมกรุงเทพฯ ผสม แข่งขันกับทีมเวียตนามใต้
บรรดาชาวเขมรทั้งหลายที่ต้ ังถิ่นฐานอยู่ในกรุงเทพ ฯ ไม่ตำ่ากว่า ๒๐๐
คนได้นั่งอยู่ตามอัฒจันทร์เป็ นกลุ่ม แต่หน้าตาเหมือนคนไทยแต่งกายก็

เหมือนกัน จึงดูไม่ออกว่าเป็ นเขมร นอกจากเวลาพูดคุยกันเสี่ยงแปร่ง ๆ
ตามแบบเขมรพูด

อย่างไรก็ตามคนไทยไม่ถือว่าชาวเขมรเหล่านี้ เป็ นศัตรู

ของเราเลย แสดงให้เห็นว่า คนไทยเกลียดชังผู้นำาเขมร รัฐบาลเขมร
ตำารวจและทหารเขมรที่ก่อกรรมทำาเข็ญให้พ่ีน้องชาวไทยตามชายแดน
เท่านั้ น

33

ยังไม่ทันจะถึงเที่ยงบัตรผ่านประตูก็จำาหน่ายหมด พอช่องขายตัว๋ ปิ ด

พวกพระเดชพระคุณนั กฉวยโอกาส ก็เริม
่ เร่ขายบัตรในราคาเอาเปรียบผู้ซื้อ
บริการ แบบสูบเลือดไม่ใช่กันเอง บัตร ๑๐ บาทขาย ๑๕ บาท ๑๕ บาท
ขาย ๒๐ บาท และ ๒๐ บาทขาย ๓๐ บาท สบายแฮไปตามกัน

ในสนามศุภชลาศัย ประชาชนยัดเยียดเบียดเสียดกันจนหาที่ว่างไม่ได้

กลุ่มเมฆที่บดบังดวงอาทิตย์ช่วยให้ความร้อนบรรเทาลง

แฟนฟุตบอล

หลายหมื่นคนต่างรอคอยเวลาแข่งขันคือ ๑๕.๓๐ น. ทุกคนรู้สึกว่าเวลาล่าช้า
น่าเบื่อหน่าย พวกเด็ก ๆ ลูกหลานเจ้าหน้าที่กรมพลศึกษาใช้ความ

สามารถของตนเองลำาเลียงนำ้าอัดลมแช่เย็นขึ้นมาขายตามอัฒจันทร์รอบ

สนามในราคาขวดละ ๒ บาทถึงแม้จะแพงขึ้น ๑๐๐ เปอรเซ็นต์ ก็ยังถูกกว่า
งานวชิราวุธานุ สรณ์ท่ีผ่านมา
นั กฟุตบอลทีมทหารเขมรมาถึงสนามศุภชลาศัย ในเวลา ๑๕.๐๐ น. มี
เจ้าหน้าที่ตำารวจคุ้มกันให้ความอารักขาอย่างแข็งแรง ตำารวจและสารวัตร
ทหารบกกระจายกำาลังกันกางกั้นไม่ยอมให้ประชาชนเข้าใกล้นักฟุตบอล

เพราะเกรงว่าจะมีใครมือบอนเอาระเบิดขวดหรือปื นพกยิงเข้าไปในกลุ่มนั ก
ฟุตบอลทีมทหารเขมร

คณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ แต่งเครื่อง

แบบนายทหารกากีแกมเขียว เสื้ อคอแบะผูกเน็คไทคอยต้อนรับทีมทหาร

เขมร ทางประตูใต้อัฒจันทร์ใหญ่ ซึ่งทีมทหารเขมรนี้ มี ๑๖ คนทั้งตัวสำารอง
ผู้ควบคุมทีมเป็ นนายทหารชั้นผู้ใหญ่คือ พ.อ. กระอัก ผู้บังคับการกรมผสมที่
๑ แห่งพนมเป็ ญ อดีตของเขาเคยเป็ นนั กฟุตบอลชั้นแนวหน้าของกัมพูชา
มาแล้ว
ทีมทหารไทย ๑๕ คนทั้งตัวสำารอง ได้เดินทางโดยรถโดยสารของ
โรงแรม “สี่สหาย” มาถึงสนามศุภชลาศัยในเวลาไล่ ๆ กับทีมทหารเขมรซึ่ง
ส.อ. แห้ว โหระพากุล ได้ร่วมทางมากับทีมทหารไทยด้วย ในฐานะเป็ นคน
รับใช้ใกล้ชิดของนายทหารหนุ่มทั้งสี่คนคือลูก ๆ ของคณะพรรคสี่สหาย

ไม่มีตำารวจหรือสารวัตรทหารคอยคุ้มครอง มีแต่แฟนฟุตบอลนั บร้อยคอย

34

ต้อนรับไชโยโห่ร้องเสียงลัน
่ ไปหมด
เต็มไปด้วยความมัน
่ ใจในชัยชนะ

นั กฟุตบอลของทีมทหารไทยทุกคน

และก่อนจะออกเดินทางจากโรงแรม “สี่

สหาย” ทุกคนได้กล่าวคำาสัตย์ปฏิญาณว่าการแข่งขันฟุตบอลวันนี้ ทีม
ทหารไทยจะไม่มีวันแพ้ทีมทหารเขมรอย่างเด็ดขาด

ผู้เล่นทุกคนจะเล่น

์ รี
แบบยอมตายถวายชีวิต เพื่อเกียรติของแระเทศชาติและเพื่อศักดิศ
ของกองทัพไทย

ภายในห้องพักนั กฟุตบอลทีมทหารไทย
ขณะที่นักฟุตบอลกำาลังหยอกเย้าสรวลเสเฮฮากันอย่างคึกคะนอง
คณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ก็พากันเดินผ่านสารวัตรทหารบก
สองคนบุกเข้ามาในห้อง

พ.อ. กิมหงวนยิ้มละไม โบกมือห้ามนั กฟุตบอลไม่ให้ทำาความเคารพ

สี่สหายกับท่านเจ้าคุณต่างมองดูนักฟุตบอลของทีมทหารไทยอย่างชื่นชม

ทุกคนแต่งกายพร้อมที่จะออกไปสู่สนามได้ ทีมทหารไทยสวมกางเกงขาสั้น
สีกรมท่า เสื้ อยืดแขนสั้นคอปกสีแดง คาดหน้าอกสีเหลือง
อาเสี่ยยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วกล่าวกับทุกคน
“ท่านรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายโยกูซีวะมาถึงสนามแล้ว อีก

๕ นาทีพวกเราออกไปเข้าแถวได้ อย่าออกไปก่อนนะ ต้องให้คนดูเขา
กระหายมาก ๆ หน่อย”

เจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ พาสี่สหายไปหาเจ้าหนุ่มเนื้ อหอมทั้งสี่คน ซึ่งยืนรวม

กลุ่มสนทนากันอยู่รม
ิ ห้อง คณะพรรคสี่สหายกับท่านเจ้าคุณรู้สึกปลื้ มใจ
อย่างยิ่งที่ พนั ส นพ สมนึ ก และดำารงได้ลงสนามแข่งขันในวันนี้
“ไงโว้ย

ร้ส
ู ึกหนั กใจกันบ้างไหม”

ร.ต. สมนึ กหัวเราะเบา ๆ

ท่านเจ้าคุณถามยิ้ม ๆ

35
“หนั กหัวครับ

ไม่หนั กใจ”

เจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ จุปาก
“พูดเสียอย่างนี้
“อ้าว

เดี๋ยวฉันก็เตะแกต่างลูกฟุตบอลเท่านั้ นเอง”

ผมพูดจริง ๆ นะครับคุณป่ ู

ที่วา่ หนั กหัวน่ะหมายความว่า

พวกเราจะต้องใช้สมอง มากในการเล่นกับคู่แข่งขัน ที่เคยเสมอทีม
แช็มเปี้ ยนโลกมาแล้ว ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณป๋ ูนะครับ”
ท่านเจ้าคุณนั ยน์ตาเหลือก
“ป่ ูโว้ยไม่ใช่ปู๋

หลานตาของท่าน

เรียกเสียให้ถูก”

แล้วท่านก็ยกมือขวาตบศีรษะดำารง

“ตั้งใจให้ดีดำารง คุณย่าแกพร้อมด้วยคุณป้ า คุณน้า นั่ง

ดูอยู่ในที่บัตรเชิญ คุณย่าสัง่ ให้มาบอกแกว่า

วันอื่นแพ้ไม่เป็ นไรแต่วันนี้

แพ้ไม่ได้ แล้วก็ขอให้พวหแกรู้ไว้ด้วยว่า ทีมทหารเขมรแข็งแกร่งที่สุด

นโรดมสีหนุ สัง่ มาว่า ถ้าชนะเรากลับไปจะเลื่อนยศให้เป็ นนายพลทุกคน แต่
ถ้าแพ้จะถูกยิงเป้ า”
พ.อ. พลถือโอกาสกล่าวกับลูกหลานของเขา
“เจ้านึ กอย่าเลี้ยงลูกมากนั ก พยายามส่งลูกออกปี กซ้ายขวาให้มาก

เพราะวิธีเล่นลูกยาวลูกจะขึ้นทางปี กได้รวดเร็วมาก สำาหรับดำารงลุงเชื่อมือ
แก การชู้ตประตูในระยะไกลใช้ได้ แต่อย่าลืมว่าลูกชุลมุนหน้าประตูน้ ั น ควร
จะให้คุณยงทำาประตู เพราะเขาว่องไวปราดเปรียวและชำานาญในการเล่นลูก
ชุลมุนหน้าประตู หรือลูกเตะมุม”
ร.ต. นพลูกชายของนิ กรพูดเสริมขึ้น
“ผมละครับลุง”

พลหันขวับมาทางนพซึ่งสวมเสื้ อสีเหลืองและกางเกงสีขาวผิดกว่าคน
อื่น เนื่ องจากเป็ นผู้รก
ั ษาประตู

36
“แกอาจจะเป็ นอัศวินคนใหม่ก็ได้ ถ้าหากว่าแกรับลูกเรียดได้ดีเหมือน

อัศวิน เวลาก้มตัวลงรับลูกระวังหน่อยนะอย่าเอาหน้าไปรับรองเท้า หรือเข่า
ของนั กฟุตบอลเขมร เขาจะต้องพยายามช้าตลูกในมือแกแน่นอนถึงแม้จะ
ฟาวล์ก็ตาม เพื่อต้องการให้แกบาดเจ็บจะได้รบ
ั ลูกไม่ถนั ด”
ร.ต. นพหัวเราก้าก
“ก็เจอเหล็กขูดช้าฟเท่านั้ นแหละครับ ผมกับพวกเราทุกคนตกลงกัน

แล้ว ถ้าเล่นแรงก็แรงตอบ แรงในเกมเราก็แรงในเกม ถ้านอกเกมก็ฟาด
ปากกัน หรือเอาไส้นักฟุตบอลเขมรออกมาดูเล่น

ในชัว่ โมงนี้ แหละครับ

ต้องมีฝ่ายหนึ่ งฝ่ ายใดล้มตายบ้าง”
นิ กรพูดเสริมขึ้น
“ไม่เป็ นไรลูก

พ่อติดต่อกับสัปเหร่อวัดหัวลำาโพงเขาไว้เรียบร้อยแล้ว

รถบรรทุกศพจอดอยู่นอกประตูสนามกีฬาด้านถนนบรรทัดทองถึง ๓ คัน
พร้อมด้วยสัปเหร่อ เพื่อนำาศพนั กฟุตบอลไปวัด”
ศาสตราจารย์ดิเรกยกมือตบหลัง ร.ต. พนั สค่อนข้างแรง
“ตั้งใจให้ดีนัส

แกเป็ นเซ็นเต้อรฮ้าฟมีตำาแหน่งสำาคัญมาก เท่ากับว่า

แกเป็ นหัวใจของทีม พยายามจ่ายลูกให้ดี และอย่าเลือดร้อนเมื่ออยู่ในเขต
โทษ เพราะจะทำาให้ฝ่ายเราถูกทำาโทษที่จุดโทษ

ผู้ตัดสินญี่ปุ่นคนนี้ เขา

คงจะตัดสินอย่างยุติธรรมที่สุด นายนาวามีรูเคยตัดสินฟุตบอลโอลิมปิ คที่
โตเกียวมาแล้ว เขาคุยกับอาที่โรงแรมเมื่อตอนสายวันนี้ ว่า เขาจะตัดสิน
์ รีของผู้ตัดสินชาวญี่ปุ่น และเพื่อเกมกีฬา
อย่างเที่ยงธรรมเพื่อศักดิศ
ฟุตบอล”
ร.ต. ดำารงยิ้มให้คุณพ่อของเขาและพูดเสริมขึ้น
“คนแน่นเอี้ยดใช่ไหมครับคุณพ่อ”

37
“ออไร๋

อัฒจันทร์ทุกด้านเบียดเสียดเยียดยัดกัน รอบสนามมีตำารวจ

และสารวัตรทหารไม่ตำ่ากว่า ๓๐๐ คน คอยป้ องกันไม่ให้คนดูลงไปสกรัมนั ก
ฟุตบอลทีมทหารเขมร

วันนี้ มีพวกทูตต่างประเทศมาดูกันมากตามที่เรา

เชิญเขาไป รัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แน่นไปหมด”

สี่สหายกับเจ้าคุณปั จจนึ ก ฯ ต่างทักทายนั กฟุตบอลทีมทหารไทย และ

ตัวสำารองโดยทัว่ หน้ากัน ทุกคนให้คำามัน
่ สัญญาว่าวันนี้ จะสู้จนขาดใจตาย
คาสนาม

ประชาชนคนดูประมาณ ๔๕,๐๐๐ คน ต่างตบมือเกรียวกราวเมื่อนั ก
ฟุตบอลทีมทหารเขมรลงสู่สนามศุภชลาศัย นั กฟุตบอลรวมทั้งตัวสำารอง

๑๖ คน วิ่งตามกันตรงไปยังเซ็นเต้อรกลางสนาม และกระจายกำาลังกันยืน
รอบเส้นวงกลมสีขาวอันเป็ นจุดศูนย์กลางสนาม

ทีมทหารเขมรประนมมือ

ไหว้คนดูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แล้ววิ่งกลับมาเข้าแถวริมสนามทางด้าน
ขวาของวงดุรย
ิ างค์ทหารอากาศ คนดูต่างตบมือให้และมิได้แสดงความชิงชัง
นั กฟุตบอลเหล่านี้ ทีมทหารเขมรสวมกางเกงดำาเสื้ อยืดคอปกแขนสั้นสีฟ้า

สลับขาวไปทางตามตัว แต่ละคนลำ่าสันแข็งแรงน่องและขาใหญ่ บอกให้รู้ถึง
ความแข็งแกร่ง

และแล้วทีมทหารไทยซึ่งมีเรืออากาศเอกอัษฎงเป็ นหัวหน้าทีมก็ลงสู่

สนามบ้าง คราวนี้ เสียงตบมือโห่ร้องก็ดังขึ้นกึกก้อง ทีมทหารไทยวิ่งตาม
กันไปกลางสนามเลี้ยวซ้ายตามเส้นวงกลม ยืนนิ่ งเฉยประนมมือไหว้คนดู

เช่นเดียวกัน แล้ววิ่งกลับมาเข้าแถวหน้ากระดานเรียงเดี่ยวทางขวามือของ
ทีมทหารเขมร ตอนนี้ เองช่างภาพพวกตากล้องจมูกกล้อง ต่างเข้ามาถ่าย

ภาพว่น
ุ วายไปหมดทั้งที่มีฟิล์มและไม่มีฟิล์ม บางทีก็ถ่ายไปอัดขายไม่ใช่นำา
ไปลงหนั งสือพิมพ์
พล อ. วิชิต ชัยสมรภูมิ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ฝ่ ายยุทธการเดิน
นำาหน้าพาออกญาเดโช ลงตามบันไดหน้าอัฒจันทร์ใหญ่

ผ้ต
ู ัดสินชาวญี่ปุ่น

ยืนอยู่กับไลน์แมน ๒ คนซึ่งคนหนึ่ งเป็ นเขมรและคนหนึ่ งเป็ นคนไทย ตาม

38

ที่ได้ตกลงกันไว้

ฟุตบอลคนหนึ่ ง

ผู้กำากับเส้นหรือไลน์แมนที่เป็ นคนไทย ก็คือผู้ตัดสิน

นายนาวามีรู สุภาพบุรุษวัยกลางคนร่างเตี้ยตามแบบฉบับของชาว

อาทิตย์อุทัย ร้องบอกแถวนั กกีฬาฟุตบอลทำาความเคารพด้วยภาษาญี่ปุ่น
เขาร้องตะโกนลัน
่ สนาม
“เซซูเอ้ อายิโนะโมะโต๊ะ ตาเบ้”

นั กฟุตบอลทั้งสองทีมต่างก้มศีรษะโค้งคำานั บอย่างพร้อมเพรียงกัน

ท่านรองวิชิตกับออกญาเดโช ได้สัมผัสมือกับนั กฟุตบอลและผู้ตัดสินกับผู้
กำากับเส้นโดยทัว่ หน้ากัน ต่อจากนั้ นทีมทหารไทย กับ ทีมทหารเขมรก็แยก
ย้ายกันไปซ้อมชู้ตประตูยืดเส้นยืดสายกันตามสมควร เพราะมีเวลาเหลือสัก
๒ นาที จึงจะถึงเวลาเริม
่ แข่งขัน ทีมทหารไทยซ้อมเตะบอลอยู่ทางด้าน
เหนื อ ทีมทหารเขมรอยู่ทางด้านใต้

คนดูส่งเสียงพึมพำาวิพากย์วิจารณ์กัน

ลัน
่ แต่แล้วเสียงจ้อกแจ้กจอแจก็สงบเงียบลง เมื่อโฆษกได้พูดกระจายเสียง
ดังกังวานไปทัว่ สนามศุภชลาศัย

“ท่านผู้มีเกียรติท้ ังหลาย คณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลเก็บเงินบำารุง

สภากาชาดไทยโดยไม่หักใช้จ่าย ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ได้กรุณามาชมการ

แข่งขันฟุตบอล ระหว่างทีมทหารไทย และ ทีมทหารเขมรชิงถ้วยทองคำาของ
ฯพณฯ ท่านโยกูซีวะ อย่างอุ่นหนาฝาคัง่ เช่นนี้
รายนามนั กฟุตทีมทหารเขมรปรากฏดังนี้ คือ
หมายเลข ๑ ผู้รก
ั ษาประตู เรือเอกชุ่ย หมายเลข ๒ แบ็คขวา พันตรีเสวย
หมายเลข ๓ แบ็คซ้าย ร้อยตรีสวา หมายเลข ๔ ฮ้าฟขวา เรืออากาศโทส

บาย หมายเลข ๕ เซ็นเต้อรฮ้าฟ ร้อยเอกขย่ม หมายเลข ๖ ฮ้าฟซ้าย เรือ
โทอมตึก หมายเลข ๗ ปี กขวา เรืออากาศตรีกระเดือก หมายเลข ๘ ใน

ขวา ร้อยโทตะแบก หมายเลข ๙ ศูนย์หน้า พันตรีสำาแดง หมายเลข ๑๐
ในซ้าย ร้อยโทเด๋อ หมายเลข ๑๑ ปี กซ้าย ร้อยตรีถ่าง

39

รายนามนั กฟุตบอลทีมทหารไทย คือ
หมายเลข ๑ ผู้รก
ั ษาประตู ร้อยตรีนพ การุณวงศ์ หมายเลข ๒ แบ็คขวา
เรืออากาศโทโกวิท สุทธิศิลป์

หมายเลข ๓ แบ็คซ้าย เรืออากาศตรีอนั นต์

พู่ประดับ หมายเลข ๔ ฮ้าฟขวา เรืออากาศเอกอัษฏง อัคนิ รุธ หมายเลข
๕ เซ็นเต้อรฮ้าฟ ร้อยตรีพนั ส พัชราภรณ์ หมายเลข ๖ ฮ้าฟซ้าย เรือ

อากาศเอกพจน์ พัฒนา หมายเลข ๗ ปี กขวา เรืออากาศตรีสมพงษ์ ช่อ
ไสว หมายเลข ๘ ในขวา นาวาอากาศตรียง นิ รมล หมายเลข ๙ ศูนย์

หน้า ร้อยตรีสมนึ ก ไทยแท้ หมายเลข ๑๐ ในซ้าย ร้อยตรีศาสตราจารย์
ดำารง ณรงค์ฤทธิ์ หมายเลข ๑๑ ปี กซ้าย ร้อยเอกชลอ ศาสตรารักษ์

การแข่งขันครึง่ ละ ๔๐ นาทีพัก ๕ นาทีใช้กติกาสากล ผู้ตัดสินคือนายนาวา
มีรูชาวญี่ปุ่น ผู้กำากับเส้นฝ่ ายไทยคือร้อยเอกผดุง ลอยนภา ผู้กำากับเส้น

ฝ่ ายเขมรคือร้อยตรีดวด การแข่งขันในครึง่ แรกให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ฝ่ายละ
ไม่เกิน ๓ คน ส่วนครึง่ หลังจะเปลี่ยนตัวได้เฉพาะผู้รก
ั ษาประตูเท่านั้ น

ท่านทั้งหลายโปรดชมการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามาคคีระหว่างทีม
ทหารไทยและทีมทหารเขมร ด้วยนำ้าใจของนั กกีฬานะครับ กรุณาอย่า

ตะโกนด่าถ้าไม่จำาเป็ น และถ้างดการขว้างปาระเบิดขวดหรือยิงปื นลงมาใน
สนามได้จะเป็ นพระคุณอย่างยิ่ง สวัสดีครับ ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดเรียกนั ก
ฟุตบอลเข้ามาเลือกข้างแล้ว”

ประชาชนตบมือโห่ร้องลัน
่ นั กฟุตบอลทั้งสองฝ่ ายต่างวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา
ผู้ตัดสิน ซึ่งออกจะเป็ นชาตินิยมไปสักหน่อย คือไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษ
ร.อ. อัษฏงหัวหน้าทีมทหารไทยฟั งภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ก็เจรจาโต้ตอบกับผู้

ตัดสินด้วยภาษาไทย หัวหน้าทีมทหารเขมรก็ใช้ภาษาเขมร การเลือกข้าง
เสียเวลาเกือบ ๕ นาที ผู้ตัดสินจึงตกลงใช้ภาษากลางคือภาษาใบ้ซ่ึงเป็ น
ภาษาสากลอันแท้จริง และไม่จำาเป็ นต้องเสียเวลาฝึ กหัดเล่าเรียน

40

ปรากฏว่าทีมทหารไทยเป็ นฝ่ ายเลือกข้างได้ อัษฏงเลือกด้านเหนื อเพราะ

เห็นว่าลมหนาวพัดจากทิศเหนื อไปทางทิศใต้ ค่อนข้างแรงตลอดเวลา ถึง
แม้แสงอาทิตย์จะส่องหน้าผู้รก
ั ษาประตูบ้างในครึง่ แรก เราก็ได้เปรียบเพราะ
อยู่เหนื อลม

เมื่อนั กฟุตบอลเข้ายืนประจำาที่ คนดูรอบสนามก็ใจเต้นระทึกไปตามกัน

พวกสาววัยรุ่นนั บจำานวนร้อยอุตส่าห์มาเชียร์นายทหารหนุ่มลูก ๆ ของคณะ
พรรคสี่สหาย ต่างร้องตะโกนเรียก พนั ส นพ สมนึ ก และดำารงลัน
่ ไปหมด
โดยเฉพาะสมนึ กหรือเสียตี๋มีแฟนสาว ๆ มากกว่าเพื่อน

เสียงแจ๋ว ๆ ของสาวทีนเอดกลุ่มหนึ่ งดังขึ้นพร้อม ๆ กัน
“เสี่ยตี๋สู้ตาย เสี่ยตี๋ไว้ลาย ฮึ่ม…สู้…ฮึ้ม…สู้ตาย”

พวกกรรมกรโรงเลื่อยและโรงสีของเสี่ยหงวนตีล่อโก๊สนั่นหวัน
่ ไหว พวก

กรรมกรรถเมล์ของนิ กรกระหนำ่ากลองสิงโตเสียงลัน
่ จิ๊กโก๋หลายคนปี นจาก
ขอบอัฒจันทร์กระโดดลงไปยืนที่ขอบสนาม เตรียมฆ่านั กฟุตบอลทีมทหาร

เขมร แต่ตำารวจและสารวัตรทหารรู้ทันจึงลากตัวออกไปนอกสนามเสียก่อน
การแข่งขันเกินเวลาไป ๓ นาที พอผู้ตัดสินเป่ านกหวีดปรีด
๊ ศูนย์หน้าเขมร
ก็เขี่ยลูกไปให้ ร.ท. ตะแบกในขวาทันที ในขวาส่งลูกต่อไปให้ปีกขวา
เป็ นการเล่นลูกสั้นอย่างสวยงามมาก
คนดูคนหนึ่ งร้องตะโกนขึ้นราวกับใช้เครื่องขยายเสียง
“เอาเลยพจน์ เตะให้คอขาด”

เรืออากาศตรีกระเดือกปี กขวาของเขมร หลบฮ้าฟซ้าย คือเรืออากาศ
เอกพจน์ของเราไปได้อย่างหวุดหวิด แต่แล้ว ร.ต. พนั สก็ปราดเข้าตัดลูกไว้
ได้ ใช้ซ่นรองเท้าเขี่ยกลับหลังไปให้เรืออากาศตรีอนั นต์แบ็คซ้าย ลูกบอล
ถูกซัดตูมลอยละลิ่วไปกลางสนาม ศูนย์หน้าเขมรขยับจะวิ่งเข้าไปแย่งลูก
แต่ศูนย์หน้าของทหารไทยยกแขนขวาล็อคคอไว้แล้วร้องบอกเพื่อน

41
“เร็ว – คุณยง ทรูลูกไปให้ปีกขวา ผมล็อคอ้ายนี่ ไว้แล้ว”

ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดลัน
่ วิ่งเข้ามาหา ร.ต. สมนึ กศูนย์หน้าของทีมทหารไทย
ร้องเอะอะบอกว่าสมนึ กเล่นผิดกติกาล็อคคอนั กฟุตบอลเขมร แล้วเขาก็วาง
ลูกลงบนพื้ นสนามให้ฝ่ายเขมรเตะกินเปล่า

พนั สวิ่งเข้ามาจะโหม่งลูกนอกเขตโทษเล็กน้อย ในซ้ายทีมทหารเขมร

กระโดดสูงใช้เข่ากระแทกหน้าอกเซ็นเต้อรฮ้าฟไทยล้มกลิ้งด้วยเจตนาเล่น
นอกเกม ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดและเรียก ร .ท. เด๋อในซ้ายทีมทหารเขมรมา
พบกับเขา

“เล่นยังงี้ไม่ได้”

นายนาวามีรูพูดไทยชัดเจน

“ผมไม่ได้แกล้งนี่ ครับ”

ร.ท. เด๋อเถียง

“แกล้งหรือไม่แกล้งก็ผิดกติกา ถ้าเล่นแบบนี้ อีกผมอาจจะเชิญคุณออกไป

จากสนาม”

ในซ้ายของเขมรก้มศีรษะคำานั บผู้ตัดสิน เป็ นอันว่าฝ่ ายไทยได้เตะฟรีคิกไป
ทางแดนเขมร คนดูรอบสนามเริม
่ มีปฏิกิรย
ิ าแล้ว ขวดใบหนึ่ งลอยละลิ่ว

จากอัฒจันทร์ด้านตะวันออกหล่นลงมายังเบื้ องหน้าของในซ้ายเขมร ที่เตะ

ลูกชายของพล เซ็นเต้อร์ฮ้าฟทีมทหารไทยลงไปนอนกลิ้งเมื่อกี้น้ ี ร.ท. เด๋อ
ยืนตะลึงเส้นผมบนศีรษะตั้งชันใบหน้าซีดเผือดนั ยน์ตาเหลือกลาน แล้วเขา
ก็ร้องสุดเสียง

“โอ๊ย ระเบิดขวด”

ตำารวจไทยใจกล้าคนหนึ่ งวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาในสนามก้มลงหยิบขวดใบนั้ น
ขึ้นมา แล้วยิ้มให้ในซ้ายทีมทหารเขมร
“ขวดนำ้าอัดลมน่ะคุณ ขวดเปล่าไม่มีดินระเบิดหรอก”

42

การแข่งขันดำาเนิ นต่อไป โดยพนั สเป็ นฝ่ ายเตะลูกบอลไปทางแดนเขมร

คราวนี้ ทีมทหารไทยซึ่งใช้วิธีเล่นแบบลูกยาวรุกเข้าไปในดินแดนของเขมร
อย่างรวดเร็วฉับพลัน สมนึ กศูนย์หน้าของเราได้ลูกแล้ว เลี้ยงลูกตัวอ่อน

หลบเซ็นเต้อรฮ้าฟเขมรไปได้ พอฮ้าฟขวาวิ่งเข้ามา ลูกชายของเสี่ยหงวนก็
เขี่ยลูกให้ ร.ต. ดำารง
โดยไม่รอช้าศาสตราจารย์ดำารง ยิงในระยะห่าง ๒๕ หลาเต็มแรง ลูกบอล
ลอยละลิ่วกระทบเสาประตูข้างซ้ายกระเด็นออกมา สมนึ กใช้มือทั้งสองข้าง

ดึงแบ็คซ้ายและแบ็คขวาของทหารเขมร ไว้คนละมือเปิ ดโอกาสให้ในขวาคือ
นาวาอากาศตรียง เลี้ยงเดี่ยวเข้าไปและเขี่ยลูกเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย แต่
ผู้ตัดสินชาวญี่ป่น
ุ เป่ านกหวีดเสียก่อน คนดูท้ ังสนามหัวเราะกันอย่าง
ครื้ นเครง เท่าที่สมนึ กใช้วิธีเล่นแบบจับคู่แข่งขันไว้
พ.ต. เสวย แบ็คซ้ายทีมทหารเขมรปราดเข้ามายกมือขวาคำ้าคอสมนึ กทันที
“คุณเล่นยังงี้ได้เรอะ”

เสียตี๋ต้ ังมวยแบบมวยไทย
“มา – เข้ามาพี่ชาย”

นั กฟุตบอลทีมทหารไทยต่างเข้าห้ามสมนึ กไว้ และนั กฟุตบอลทีมทหาร
เขมร ก็ช่วยกันดึงตัวแบ็คซ้ายกลับไป ฝ่ ายเขมรได้เตะโทษ คือเตะกินเปล่า

เพราะสมนึ กเล่นผิดกติกา คราวนี้ ทีมทหารเขมรเป็ นฝ่ ายรุกบ้าง ส่งลูกออก
ปี กซ้ายแบบลูกสั้น อัษฏงฮ้าฟขวาของเราเตะแบบคาบลูกคาบดอก ลูกบอล
กระเด็นออกไปนอกสนาม

ทหารเขมรเป็ นฝ่ ายทุ่มลูก แต่ผู้กำากับเส้นคือ ร.อ. ผดุงโบกธงฟ้ องผู้ตัดสิน
ว่าฮ้าฟซ้ายเขมรทุ่มลูกผิดกติกา คือยกเท้าซ้ายขึ้นจากพื้ นดินขณะทุ่มลูก

นายเรือรัว่ หรือนาวามีรูให้ฝ่ายไทยทุ่มลูก อัษฏงทุ่มไปให้สมนึ ก เสี่ยตี๋เตะ
ด้วยเท้าขวาส่งลูกกลับไปให้พนั สเซ็นเตอร์ฮ้าฟ พนั สส่งลูกไปให้ปีกซ้าย

43

ชลอไล่ไม่ทันลูกบอลจึงออกไปนอกสนามเสียก่อน ไลน์แมนเขมรรีบยกธง
ทันที และส่งภาษาเขมรเรียกฮ้าฟขวาให้มาทุ่มลูก

การแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเผ็ดร้อนถึงใจพระเดชพระคุณคนดู ทั้ง

สองฝ่ ายเล่นกันแรงมากถึงลูกถึงคน บางทีก็ถึงเข่าถึงศอกประปราย เซ็นเต้
อรฮ้าฟของเราถูกกองหน้าทีมทหารเขมรเตะเอาจัง ๆ หลายทีก็เกิดยัวะขึ้น

มา จึงใช้วิธีเล่นแบบเตะขาดสองท่อน ทำาให้กองหน้าของเขมรชักขยาดไป
ตามกัน

พนั สบุกขึ้นไปช่วยกองหน้าเขาจ่ายลูกได้สวยงามมาก คนดูพา

กันชมเปาะในชั้นเชิงและกำาลังกายของพนั ส ซึ่งมีวิธีการเล่นคล่องแคล่ว

วิธีเล่นลูกยาวช่วยให้ทีมทหารไทยรุกอยู่เกือบตลอดเวลา แต่กองหลังของ

เขมรเหนี ยวแน่นทรหดอดทน ประกอบทั้งผู้รก
ั ษาประตูรบ
ั ลูกอันตรายไว้ได้
หลายลูก เรียกเสียงตบมือได้รอบสนาม
อย่างไรก็ตามกองกลางและกองหลังของเราขึ้นมากเกินไป เมื่อฝ่ ายเขมร
เป็ นฝ่ ายบุกบ้างเราก็ลงมาช่วยแทบไม่ทัน ปี กขวาของเขมรเลี้ยงเดี่ยวไป
อย่างรวดเร็ว พจน์กับอนั นต์ช่วยกันสกัดกั้น เรืออากาศตรีกระเดือกรถ
ด่วนพนมเป็ ญส่งลูกไปกลางสนาม ข้ามหัวพจน์ลอยละลิ่วไปตกที่ พ.ต.

สำาแดงศูนย์หน้าอันลือชื่อของทีมชาติและทีมทหารเขมร พ.ต. สำาแดงยิงลูก
ด้วยเท้าขวาเต็มเหนี่ ยวในเขตโทษ ลูกบอลพุ่งไปทางด้านซ้ายของประตู

ร.ต. นพตะครุบลูกไว้ได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงตบมือโห่ร้องของคนดู
ร.ท. เด๋อในซ้ายวิ่งเข้ามาจะช้าตประตู ลูกชายของนิ กรเตะลูกบอลเต็ม

เหนี่ ยว ลูกบอลถูกหน้า ร.ท. เด๋ออย่างจัง แล้วกระดอนข้ามบาร์ประตูไปทาง
ข้างหลัง
ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดให้ฝ่ายไทยเสียลูกคอนเน่อร แต่ ร.ท.เด๋อในซ้าย
ของทีมเขมรลงนั่งเหยียดเท้าสะบัดหน้าเร่า ๆ จนกระทัง่ ศูนย์หน้าของเขา
เข้ามาประคองลุกขึ้น
“เป็ นยังไงบ้างเด๋อ”

44
“ไม่เป็ นไรหรอกครับผู้กองพัน แต่เห็นดาวขึ้นกลางวัน โกล์คนนี้ มันเตะยัด

หน้าผมแม่นเหลือเกิน ประเดี๋ยวผมจะเก็บมันให้ได้”

กองหลังและกองกลางของไทย ยืนเรียงรายอยู่หน้าประตูคอยป้ องกันกอง
หน้าเขมร เมื่อผู้ตัดสินโบกมือให้เตะมุม ปี กขวาของทหารเขมรคือเรือ
อากาศตรีกระเดือกก็เตะลูกย้อยมาตกหน้าประตูพแดี
ร.ต. นพกระโดดเข้าชกลูกบอลด้วยหมัดสวิงขวา ในเวลาเดียวกับที่ปล่อย
หมัดฮุคซ้ายถูกท้อง พ.ต.สำาแดงศูนย์หน้าของทีมเขมร ที่ว่ิงเข้ามาจะโหม่ง
ลูกได้อย่างจัง ลูกบอลลอยไปกลางสนาม แต่ศูนย์หน้าของทีมเขมรลงไป
นั่งยอง ๆ จุกแอ้ด ๆ
ทีมทหารไทยเป็ นฝ่ ายรุกอีก สมนึ กเลี้ยงลูกบุกเข้าไป และพอจะส่งลูกออก
ปี กขวา เซ็นเต้อรฮ้าฟของเขมรซึ่งวิ่งไล่กวดมา ก็เตะรวบขาหลังทำาให้ศูนย์
หน้าของทีมทหารไทยเสียหลักล้มลงตะครุบกบอย่างไม่เป็ นท่า

ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดปรื๊ด ให้ฝ่ายไทยเตะโทษในระยะ ๓๐ หลา ร .ต.พนั ส

ขึ้นไปเตะลูกเอง แต่แทนที่จะเตะแรง ๆ กลับเขี่ยไปให้สมนึ ก เสี่ยตี๋ส่งลูก
ไปให้ยงในขวาของเรากระเดาะลูกเตะลอยไปตกหน้าประตู ซึ่งคราวนี้ เองก็

เกิดการชุลมุนกันขึ้น กองหลังและกองกลางของทหารเขมรพยายามเตะลูก
ไปทางแดนไทย แต่กองหน้าของทีมทหารไทยพยายามจะชู้ตประตู ชลอ

ปี กซ้ายของเรายิงลูกเต็มเหนี่ ยวถูกคานประตูกระเด็นกลับมา ทันใดนั้ นเอง
ร.ต. ดำารงก็ยิงลูกเรียดเต็มแรงเฉียดเสาประตูข้างขวา ลูกบอลเข้าไปตุงอยู่ใน
ก้นตาข่าย สุดความสามารถที่ผู้รก
ั ษาประตูเขมรคือ เรือเอกชุ่ยจะป้ องกันไว้
ได้ เพราะเป็ นระยะเผาขน และชู้ตแรงมาก
แฟนฟุตบอลนั บจำานวนหมื่นต่างลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นตบมือโห่ร้อง ราวกับ
สนามศุภชลาศัยจะถล่มทลาย เจ้าหน้าที่ประจำาป้ ายบนอัฒจันทร์ด้านเหนื อ

ใส่เลข ๑ ลงไปทางชื่อทีมทหารไทยแล้ว แสดงว่าทีมทหารไทยได้หนึ่ งประตู
เสียงโห่ร้องของคนดูดังก้องอยู่เกือบนาที ผ้รู ก
ั ษาประตูทีมทหารเขมรยืน

45

ร้องไห้สะอึสะอื้ น แบ็คซ้ายและแบ็คขวาทั้งสองคนต่อว่าผู้รก
ั ษาประตู คือ
เรือเอกชุ่ยอย่างรุนแรง
“คุณนี่ ชุ่ยสมชื่อ”

ปล่อยให้เข้าไปได้”

พ.ต. เสวยแบ็คขวาขบเขี้ยวเคี้ยวฟั นพูด “มีอย่างที่ไหน

เรือเอกชุ่ยสะอื้ นดัง ๆ
“ลูกเผาขนและแรงอย่างนี้ ผมจะรับได้อย่างไรล่ะครับผู้กองพัน”

ร.ต. สวาแบ็คขวาพูดเสริมขึ้นอย่างเดือด
“คุณจะทำาให้ลูกเมียของพวกเราเป็ นหม้ายไปตามกัน ถ้าแพ้เขากลับไป เจ้า

ฟ้ าสีหนุ ก็รบ
ั สัง่ ให้ยิงเป้ าพวกเราทั้งทีม”
ผู้รก
ั ษาประตูน้ ำาตาไหลพราก
“ก็พยายามเอาประตูคืนซีครับยังมีเวลาอีกถมไป ทีมทหารไทยก็ไม่ได้

เก่งกาจอะไรนั ก ว่องไวกว่าเราก็เพราะเขาเล่นลูกยาว บอกพวกเราเปลี่ยน
วิธีเล่นเป็ นลูกยาวบ้างซีครับ”
พ.ต. เสวยจุปาก
“เล่นยังไงเราไม่ถนั ด เคยเล่นแต่ลูกสั้น”
“ถ้ายังงั้นเล่นแค่ลูกยืดอย่าให้ถึงลูกยาวก็ได้ครับ ขืนเล่นลูกสั้นจุนจู๋ขนาดนี้

ก็อาจแพ้เขา”
แบ็คทั้งสองคนต่างถอยไปยืนประจำาที่ ซึ่งขณะนี้ นั กฟุตบอลทั้งสองทีมได้เข้า
ยืนประจำาที่และกำาลังจะเริม
่ เขี่ยกลาง แต่ผู้ตัดสินรอดูให้พร้อมเสียก่อน
พ.ต. เสวยร้องตะโกนบอกพรรคพวกเขา

“เล่นลูกยืดโว้ยพวกเรา ยาวกว่าลูกสั้นนิ ดหน่อย เปลี่ยนวิธีเล่นใหม่โว้ย”

46

เซ็นเต้อรฮ้าฟ คือ ร.อ. ขย่มหันมามองดูแบ็คขวาแล้วตะโกนตอบ
“ลูกยืดไม่เคยเล่นครับผู้กองพัน เคยเล่นแต่ลูกสั้นและลูกยาน”

แบ็คขวาชักยัวะเพื่อนร่วมทีมของเขา
“เล่นยังไงก็ตามใจเถอะวะ อยากถูกยิงเป้ าก็ตามใจ”

เริม
่ ต้นใหม่โดยฝ่ ายเขมรเป็ นฝ่ ายเขี่ยลูกก่อน ศูนย์หน้าส่งลูกไปให้ในซ้าย
ซึ่งมีวิธีเล่นรุนแรง ติดจะเฮี้ยวตลอดเวลา ร.ท. เด๋อเลี้ยงลูกหลบยงไปได้

แล้วเตะลูกด้วยเท้าซ้ายข้ามสนามไปให้ปีกซ้าย แสดงว่าทีมทหารเขมรทำาท่า
จะเล่นลูกยาวบ้างแล้ว เพราะเราดึงเกมให้เขาเล่นตามเรา แต่การเล่นลูก

ยาวของทีมทหารไทยเหนื อกว่า…ว่องไวกว่า และทุกคนเหมือนกับมีเสืออยู่
ในกระเป๋ ากางเกง พลัง…พลัง…กองกลางและกองหลังของทหารไทยดัก
ลูกไว้ได้โดยเฉพาะ ร.ต. พนั สเซ็นเต้อรฮ้าฟสกัดลูกได้สวยงามมาก ถึง

ร่างกายเขามีส่วนสูงไล่เรีย
่ กับนั กฟุตบอลทีมทหารเขมร พนั สก็สามารถโหม่ง
ลูกได้ก่อนเสมอ ซึ่งลูกโหม่งของพนั สนี้ เอง ทำาให้กองหน้าทีมทหารเขมรหา
โอกาสยิงประตูได้ยาก

อย่างไรก็ตามศูนย์หน้าอันลือชื่อของทหารเขมร ก็มีโอกาสเลี้ยงเดี่ยวหลบ
แบ็ค พาลูกเข้าไปยิงประตูได้ครั้งหนึ่ งทำาให้คนดูรอบสนามแทบจะหยุด

หายใจไปตามกัน เมื่อ พ.ต. สำาแดงหลบอนั นต์เลี้ยงเดี่ยวตรงเข้าไปหาประตู
ทีมทหารไทยอย่างรวดเร็ว

ร.ต. นพยืนเต้นร็อคเตรียมรับลูกอย่างใจเย็น แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจวิ่งเข้ไป

หาศูนย์หน้าของทีมทหารเขมร ลูกชายของนิ กรแยกเขี้ยวยิงฟั นเตะลูกบอล
ด้วยเท้าขวาเต็มเหนี่ วและร้องตะโกนลัน
่ สนาม
“ตาย”

ลูกบอลถูกเตะลอยละลิ่วกลับไปในแดนเขมร ร.ต. นพพยักหน้าให้ศูนย์หน้า
ของทีมทหารเขมรแล้วพูดเสียงหนั ก ๆ

47
“ประตูอย่างอั๊วชู้ตยากว่ะ แน่นยิ่งกว่าใส่กลอนเสียอีก”

ทีมทหารไทยนำาลูกไปป้ วยเปี้ ยนในแดนเขมรทำาให้กองกลางและกองหลัง
ทหารเขมรต้องทำางานอย่างหนั กที่สุด แต่แล้วเซ็นเต้อรฮ้าฟเขมรก็สามารถ

ป้ อนลูกให้ปีกซ้ายของเขาได้ ซึ่งยืนรอคอยลูกอยู่ในตำาแหน่งที่เกือบจะอ๊อบ
ไซด์ ร.ต. ถ่างปี ซ้ายเขมรวิ่งเร็วราวกับลมพัด กองหน้ารีบติดตามขึ้นมา

เขาเตะลูกย้อนลงไปให้ศูนย์หน้า พ.ต. สำาแดงเลี้ยงขึ้นไปและส่งลูกออกปี ก
ขวาอีก คราวนี้ ทีมทหารไทยลงมาช่วยแทบไม่ทันเพราะรุกมากเกินไป แต่

ร.ต. พนั สวิ่งมายืนป้ องกันหน้าประตูได้ทันท่วงที เมื่อปี กขวาเตะลูกย้อยมาก
ลางประตู ร.ท. ตะแบกในขวาก็ยิงลูกวอลเลย์เต็มเหนี่ ยว นอกจุดโทษเล็ก
น้อย

“ตูม”

ร.ต. นพตะครุบลูกไว้ได้ราวกับว่ามือของเขาทากาว เสียงตบมือดังสนั่นหวัน
ไหว คราวนี้ ลูกชายของนิ กรก็นึกสนุ กขึ้นมาทุ่มลูกลงบนพื้ นดินให้มัน

กระเด้งขึ้นมาและรับเอาไว้ เขาวิ่งตามลูกไปเรื่อย ๆ ในชั้นเชิงของประตู
มือดี ทันใดนั้ นเอง พ.ต. สำาแดงซึ่งว่องไวราวกับจิ้งเหลน ก็ว่ิงเข้ามาเตะ

ลูกบอลด้วยลูกแปเท้าขวา ขณะที่ลูกบอลถูกมือนพตบลงดิน ลูกบอลลอย
ละลิ่วเข้าประตูไปอย่างแช่มช้าและง่ายดาย ท่ามกลางความตกใจของผู้เล่น

ฝ่ ายทีมไทย ซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาว่าฝ่ ายเราจะต้องเสียประตู ในชั้นเชิงของ
ศูนย์หน้าเขมรเช่นนี้
คนดูท่ีเป็ นชาวเขมรและชาวฝรัง่ เศสต่างตบมือโห่ร้องลัน
่ แต่คนไทย
เงียบกริบ ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดยาวชี้มือไปกลางสนามเป็ นสัญญาณได้ประตู
และเริม
่ แข่งขันใหม่ แผ่นป้ ายบนอัฒจันทร์ด้านเหนื อหลังชื่อทหารเขมร
ปรากฏเลข ๑ เช่นเดียวกับทีมทหารไทย

48

สมนึ กศูนย์หน้าของทีมทหารไทยวิ่งเข้ามาหา ร.ต. นพ ด้วยความโกรธแค้น
พอมาถึงตัวเพื่อนเกลอของเขา ลูกชายของเสี่ยหงวนก็ปราดเข้าต่อย ร.ต.
นพอย่างอุตลุด
“อย่า

อย่าโว้ย

ร.ต. พนั สรีบเข้ามากั้นกลางและกล่าวห้าม
พวกเดียวกันชกกันมีอย่างที่ไหนวะ”

เสี่ยตี๋ขบกรามกรอด
“ก็อ้ายนพมันอวดแสดงลวดลาย เจอทีเด็ดเข้าเลยเสียประตูให้เขา เป็ น

ประตูเล่นภาษาอหิวาต์อย่างนี้ ใช้ได้เรอะ”
ร.ต. นพ ยิ้มแห้ง ๆ ยกมือไหว้ปะหลก ๆ
“ขอโทษทีโว้ยอ้ายตี๋ สี่ตีนยังรู้พลาดนั กปราชญ์ยังรู้พลั้ง กันนึ กไม่ถึง

เหมือนกันว่าอ้ายเปรตนั่นมันจะไวอย่างนี้ แก้ตัวใหม่น่า ศูนย์หน้าชั้นดี
อย่างแกเดี๋ยวก็ทำาประตูได้”
ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดติด ๆ กันหลายทีเรียกนั กฟุตบอลไปประจำาที่ ทีม
ทหารเขมรคึกคักแข้มแข็งขึ้นเมื่อตีเสมอได้ คนหลายคนตะโกนด่านพที่
แสดงลวดลายมากไป จึงเสียประตูอย่างน่าเสียดาย

ในเวลาเดียวกันนี้ เอง

พ.อ. นิ กรได้ปรากฏขึ้นทางด้านหลังโกล์ทีมทหารไทย ท่าทางของนิ กร
เดือดดาลมาก
“อ้ายนพ

ถ้าเล่นยังงี้อีกโดนเตะนะโว้ย”

ร.ต. นพหันมาทำาตาเขียวกับบิดาของเขา
“เอา

เอา เอาเข้า ถูกเพื่อนชกถูกคนดูด่าแล้วคุณพ่อยังจะด่าซำ้าเติมอีก

“อ้าว

แกเป็ นลูกฉัน ฉันด่าแกไม่ได้หรือ”

ผมก็มีหัวใจเหมือนกันนะครับ คนเราก็ต้องผิดพลาดบ้าง”

49

การแข่งขันเริม
่ ต้นใหม่แล้ว ร .ต. นพยืนกระสับกระส่ายอย่างหัวเสีย เมื่อ

กองหน้าเขมรบุกขึ้นมาด้วยวิธีเล่นลูกสั้น ร.ต.นพก็ท้ ิงประตูว่ิงออกไปกลาง
สนาม โกวิทแบ็คขวาร้องตะโกนลัน

“กลับมาคุณนพ วิ่งไปทำาไม”

นพหันมาร้องบอก
“ไม่กลับ

ผมจะไปชู้ตประตูคืน”

ลูกชายของนิ กรวิ่งไปรวมกับพวกกองหน้าของทีมทหารไทย ท่ามกลางเสียง

หัวเราะเฮฮาของพวกคนดู เพราะเป็ นครั้งแรกที่ผู้รก
ั ษาประตูละทิ้งหน้าที่ข้ ึน
มาเล่นกองหน้า แต่ก็ไม่ผิดระเบียบกติกา เว้นแต่ถ้าเขาเอามือจับลูกก็ต้อง
เสียลูกโทษฐานแฮนด์บอล แบ็คขวารีบเข้าไปทำาหน้าที่เป็ นผ้รู ก
ั ษาประตู
แทนนพ ซึ่งไม่อาจจะใช้มือรับลูกได้เพราะไม่ได้เป็ นผู้รก
ั ษาประตู
กองหน้าทีมทหราไทยเพิ่มนพอีกคนหนึ่ ง รวมเป็ น ๖ คน ยงส่งลูกให้นพ
นพเลี้ยงลูกหลบเซ็นเต้อรฮ้าฟและแบ็คซ้าย เมื่อแบ็คขวาวิ่งรีเ่ ข้ามา นพก็พา
ลูกหลบไปได้อย่างหวุดหวิด คราวนี้ เขาเลี้ยงลูกตรงไปยังประตูทีมทหาร

เขมรอย่างรวดเร็ว แบ็คและเซ็นเต้อรฮ้าฟไล่กวดติด ๆ มาแต่นพวิ่งเร็วกว่า
เขามานะกัดฟั นพาลูกเข้าไปในเขตโทษและยิงด้วยเท้าขวาเต็มเหนี่ ยว

ลูกบอลพุ่งเข้าประตูทางมุมบนขวา เหลือความสามารถที่เรือเอกชุ่ยผู้รก
ั ษา
ประตูจะรับได้ทัน

เสียงนกหวีดเป่ ายาวพร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องเสียงตบมือกรกะทืบเท้าของ
คนดูหลายหมื่นคน ร.ต. นพดีใจจนหมดแรง ล้มลงนอนแผ่ข้างจุดโทษ

นั่นเอง ร.ต.สมนึ กดีใจเหลือที่จะกล่าว วิ่งเข้ามาทรุดตัวลงนั ่งคุกเข่าแล้วก
ราบลงที่เท้าของ ร.ต. นพเพื่อนเกลอของเขา

50
“กันยอมกราบตีนแกโว้ยอ้ายนพ แกนี่ ยอดนั กฟุตบอลจริง ๆ เป็ นโกล์แต่

ทิ้งหน้าที่ว่ิงมาเล่นกองหน้า เลี้ยงเดี่ยวบุกเข้ามายิงประตูจนได้ ฮ่ะ ฮ่ะ ยัง
งี้โกล์ทีมแช็มเปี้ ยนโลกก็สู้แกไม่ได้”
“เป็ นอย่างไนบ้างนพ”

พูดจบเขาก็ประคองนพลุกขึ้น

ร.ต. ดำารงถามด้วยความเป็ นห่วง

ลูกชายนิ กรสัน
่ ศีรษะ
“หมดแรงว่ะ วิ่งเสียเต็มแรงเกิดกลัวมันไล่ทัน เมื่อกี้กันชู้ตเข้าหรือเปล่า”
“ออไร๋

แกชู้ตได้สวยงามทีเดียว”

คนดูโห่ร้องอยู่เป็ นเวลาเกือบ ๕ นาที จนกระทัง่ การแข่งขันดำาเนิ นต่อไป
ซึ่ง ร.ต. นพกลับไปทำาหน้าที่รก
ั ษาประตูตามเดิม เมื่อเขาหันไปมองดูทาง

หลังโกล์ เขาก็แลเห็น พ.อ. นิ กรยืนอยู่ในกลุ่มของช่างภาพหลายคน นิ กร
ยิ้มแป้ นโบกมือให้ลูกชายของเขา
“เก่งมากลูกรักของพ่อ แต่พอแล้วอย่าอุตริเล่นอย่างนี้ อีก ไม่มีใครรักษา

ประตูบ้านของเรา”
นพหัวเราะเบา ๆ
“เล่นอีกก็ไม่ไหวครับผมหมดแรงแล้ว”

กองหน้าทหารเขมรบุกเข้ามาแล้ว อย่างไรก็ตามเซ็นเต้อรฮ้าฟรูปหล่อของ
เราได้สกัดกั้นไว้ได้ นอกจากนี้ อัษฏงและพจน์ก็ช่วยกันต้านทานอย่าง

เหนี ยวแน่น ทั้งสองทีมผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างรวดเร็วและแคล่วคล่อง
ว่องไวด้วยกันทั้งสองฝ่ าย จนกระทัง่ หมดเวลาครึง่ แรก เป็ นอันว่าทีม
ทหารไทยนำาไปแล้ว ๒ - ๑

ขณะนี้ เป็ นเวลา ๑๖.๑๕ น. แสงแดดในตอนบ่ายยังร้อนระอุท้ ัง ๆ ที่อยู่ใน
ท่ามกลางฤดูหนาว แต่เมื่อกลุ่มเมฆเคลื่อนเข้าไปกำาบังดวงอาทิตย์แฟน

ฟุตบอลก็โห่ร้องเกรียวกราว คนดูต่างพูดกันจ้อกแจ้กจอแจที่ฟุตบอลคู่น้ ี ตื่น

51

เต้นสนุ กสนานยิ่ง ทีมทหารเขมรเล่นได้รวดเร็วและรุนแรงในเกม ส่วนทีม
ทหารไทยแต่ละคนก็ล้วนคล่องแคล่ว บัดนี้ ร.ต. นพ และ ร.ต. ดำารงกลาย
เป็ นตัวเด่นของทีมทหารไทยไปแล้ว
การแข่งขันครึง่ แรกทั้งสองทีมไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น แต่ต่างฝ่ ายก็ฟกชำ้า
ดำาเขียวหน้าแข้งปูดโปไปตามกัน การแข่งขันครึง่ หลังเริม
่ ต้นในเวลา

๑๖.๒๐ น. ซึ่งเป็ นเวลาที่พระอาทิตย์ถูกเมฆบัง คนดูทางด้านอัฒจันทร์เปิ ด
จึงร่มเย็นสบายใจขึ้น
ทีมทหารไทยไปอยู่ทางด้านใต้บ้าง และทีมทหารเขมรอยู่ทางเหนื อ ฝ่ าย
ทหารไทยเป็ นฝ่ ายเขี่ยลูกก่อน เมื่อนานาวามีรูเป่ านกหวีดเริม
่ การแข่งขัน

ร.ต. สมนึ กก็เขี่ยลูกไปให้ในขวา คือนาวาอากาศตรียง ในซ้ายทีมทหารเขมร
วิ่งเข้ามาถีบยงเอาดื้ อ ๆ แต่ในขวาของเราซึ่งได้รบ
ั สมญาว่าจอมลวดลาย
หลบฉากเพียงนิ ดเดียว แล้วอั๊ปเป้ อรคัตซ้ายกระแทกคาง ร.ท. เด๋ออย่าง

ถนั ดถนี่ โดยที่ผู้ตัดสินยังไม่ทันเห็น แต่ในซ้ายทีมทหารเขมรผงะหงายล้ม
ลงก้นกระแทกพื้ น พ.ต. สำาแดงศูนย์หน้าปราดเข้าไปจะต่อยยง แต่ ร.ต.

สมนึ กตวัดรัดคอไว้ ผู้ตัดสินรีบเป่ านกหวีด วิ่งเข้ามาพูดไกล่เกลี่ยเป็ นภาษา
ญี่ปุ่น แล้วทุ่มกลาง

การแข่งขันเริม
่ ดุเดือดขึ้นอีก ร .ต. สมนึ กเลี้ยงลูกบุกเดี่ยวเข้าไปคนเดียว

เมื่อเซ็นเต้อรฮ้าฟทหารเขมรวิ่งเข้ามาเตะตัดลูกแบบเตะทั้งลูกทั้งคน ฮุค
ขวาของ ร.ต. สมนึ กก็ส่ง ร.อ. ขย่มลงไปนอนเหยียดยาวอยู่กลางสนาม
ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดยุติการแข่งขัน และวิ่งเข้ามาอีก คราวนี้ เขาพูดภาษาไทย
อย่างชัดเจน
“ทำาไมคุณต่อยเขา”

นายนาวามีรูถามสมนึ กเสียงกร้าว

“ก็เขาเตะผมก่อนคุณไม่เห็นหรือ”

ผู้ตัดสินยกมือชี้หน้าลูกชายเสี่ยหงวน

52
“ถ้าคุณเล่นรุนแรงอีกทีเดียว ผมจะไล่คุณออกจากสนาม”

ร.ต. สมนึ กหัวเราะเบา ๆ
“ไล่อั๊วออกลื้ อก็ไม่ได้กลับโตเกียว ไม่เชื่อลองดูก็ได้ รับรองว่าพอฟุตบอล

เลิกลื้ อก็ถูกยิงหรือถูกเสียบด้วยมีด โดยที่อัว๊ ไม่ต้องลงมือ อัว๊ น่ะไม่ชอบ

หน้าลื้ อหรอกโว้ยจะบอกให้ เห็นหน้าลื้ อแล้วอดนึ กไม่ได้ว่าครั้งหนึ่ ง พวกลื้ อ
ได้ใช้กำาลังยึดครองประเทศไทยและยึดสนามกีฬานี้ เป็ นค่ายของพวกลื้ อ
ไป…ไปห่าง ๆ เดี๋ยวจะโดนเตะเจ็บตัวเปล่า ๆ “
นายเรือรัว่ คือนายนาวามีรู วางลูกให้ฝ่ายเขมรเตะกินเปล่าไปทางแดนไทย
ตอนนี้ ทีมทหารเขมรเริม
่ บุกบ้าง กองหน้าพยายามที่จะทำาประตูคืน ครั้ง
หนึ่ งเกิดชุลมุนกันหน้าประตู สมนึ กลงไปช่วยกองหลังเตะลูกบอลเต็ม

เหนี่ ยว ถูกท้องผู้ตัดสินดังสนั ่น นายนาวามีรูลงไปนั่งจุกแอ้ด ๆ ทำาตัวโก่ง
ไปโก่งมาน่าสงสาร เมื่อไม่มีเสียงนกหวีดนั กฟุตบอลก็คงเล่นกันต่อไปจน

กระทัง่ ฮ้าฟซ้ายของเรา เตะลูกออกไปนอกสนามพอดีผู้ตัดสินลุกขึ้นมาเป่ า
นกหวีด

เมื่อเขมรเล่นรุนแรงแบบถึงลูกถึงคน ทีมทหารไทยก็ร้องบอกกันให้เล่น

รุนแรงตอบ คราวนี้ คนดูต่ ืนเต้นสนุ กสนานอย่างถึงใจ เมื่อนั กฟุตบอลทั้ง
สองฝ่ ายล้มลุกคลุกคลานไปตามกัน ร.ต. พนั สถูกกองหน้าเขมรพยายาม

เก็บด้วยการเหยียบแข้งให้หัก แต่พนั สพยายามหลบหลีก และทุกครั้งที่เขา
เตะลูกบอลเขาจะต้องแยกเขี้ยวเตะทั้งลูกทั้งคน โดยที่ผู้ตัดสินไม่อาจจะ
ลงโทษได้เพราะแรงในเกม

ครั้งหนึ่ งอัษฏงฮ้าฟขวาของเราถูก ร.ท. เด๋อในซ้ายของเขมรชกเอาดื้ อ ๆ แต่
ผู้ตัดสินไม่เป่ านกหวีด โกวิททนดูไม่ได้เมื่อเห็นเพื่อนถูกชก ก็ปรีเ่ ข้าเตเะ
หน้าจอมเฮี้ยวของทีมเขมรลงไปพับเพียบเรียบร้อยกลางสนาม คราวนี้ ก็

เกิดฟาดมวยหมู่กันร้อนถึงสารวัตรทหารบกประมาณ ๑๐ คน บุกเข้ามาใน
สนามช่วยกันห้ามปรามนั กฟุตบอลทั้งสองฝ่ าย พวกคนดูนับพันกระโจนลง

53

มาจากอัฒจันทร์ แต่ตำารวจและสารวัตรทหารป้ องกันเต็มที่ไล่คนดูให้ออก
ไปนอกสนาม ไม่ยอมให้ประชาทัณฑ์นักฟุตบอลทีมทหารเขมร เหมือน
อย่างที่ทีมเปรูเคยโดนมาแล้ว เพราะการเล่นนอกเกม
นายนาวามีรูกรรมการผู้ตัดสินใช้เวลาประมาณ ๓ นาทีไกล่เกลี่ยนั กฟุตบอล
ทั้งสองฝ่ าย และแล้วการแข่งขันก็ดำาเนิ นต่อไปด้วยการทุ่มกลาง คือผู้
ตัดสินจับลูกทุ่ม

ทีมทหารเขมรพยายามบุกอย่างหนั ก กองกลางและกองหลังของทีม

ทหารไทยป้ องกันอย่างเหนี ยวแน่น ร.ต. พนั ส พัชราภรณ์ทำาหน้าที่เซ็นเต้
อรฮ้าฟได้ดีท่ีสุดอย่างไม่น่าเชื่อ วิธีเล่นของเขาคล้ายกับเฉลิม โยนส์ แต่

พนั สหนุ่มกว่า ว่องไวปราดเปรียวกว่า ไปได้เร็วและไปได้สวยกว่า แฟน
ฟุตบอลตบมือให้เขาหลายต่อหลายครั้ง เมื่อเจ้าหนุ่มรูปหล่อลูกชายของพล
กับนั นทาช่วยป้ องกันประตูไว้ได้ คือเตะหรือโหม่งออกไปให้พ้นประตู

ทั้งสองทีมยังมีกำาลังดีอยู่เหมือนครึง่ แรก การแข่งขันจึงออกรสเพราะไม่

ปรากฏว่านั กฟุตบอลคนใดยืนเท้าเอวเห็นลูกกลิ้งเข้ามาก็ย้ ิมแห้ง ๆ ยกเท้า
เตะลูกบอลไม่ไหว ทุกคนเล่นถึงลูกถึงคน คือแรงในเกม ครั้งหนึ่ งขณะที่
เกิดชุลมุนกันหน้าประตูทีมทหารไทย ร.ต. พนั สของเราถูกในซ้ายของทีม

ทหารเขมรต่อยด้วยหมัดขวา ถึงกับผงะหงาย ร.ต. ดำารงกระโดดเข้าตวัดรัด
คอ ร.ท. เด๋อไว้แล้วร้องบอก ร.ต. สมนึ กเสียงลัน

“เอาซีอ้ายนึ ก กันล็อคคอไว้ให้แล้ว”

อัษฏงหัวหน้าทีมรีบเข้ามาห้าม ผ้ต
ู ัดสินเป่ านกหวีดทำาโทษทีมทหารเขมร
แล้ววิ่งเข้ามาชี้หน้า ร.ท. เด๋อ
“อีกหนเดียวไล่ออก”

ร.ท. เด๋อจอมเฮี้ยวหัวเราเบา ๆ
“ผมไม่ได้ต้ ังใจนี่ ครับ หมัดผมมันเหวี่ยงไปเอง”

54

ลูกชายของอาเสี่ยหงวนปราดเข้าไปทำาท่าเหมือนจะต่อย ร.ท. เด๋อแต่ผู้ตัดสิน
และนั กฟุตบอลของเราช่วยกันยึดตัวไว้ สมนึ กยิ้มให้ในซ้ายเขมรแล้วกล่าว
ว่า
“ลื้ อแน่เรอะพี่ชาย ประเดี๋ยวฟุตบอลเลิกไปสนามมวยลุมพินีโว้ย ขึ้นชกกับ

อั๊วเป็ นมวยแถมหรือมวยนอกรายการ อัว๊ จะให้คุณป่ ูอัว๊ ไปพูดกับนายสนาม
เอง เอาไหมล่ะ”

ร.ท. เด๋อ แสยะยิ้ม
“ผมเป็ นนั กฟุตบอลไม่ใช่นักมวย”
“แต่ถ้าลื้ อชกพวกอั๊วอีกทีเดียว ลื้ อไม่ได้กลับพนมเป็ ญแน่ ๆ เฮี้ยวก็เฮี้ยว

ในที่ซีโว้ย แล้วกัน”

แฟนฟุตบอลโห่ร้องเกรียวกราว ยุนักฟุตบอลทีมทหารไทยให้ฟาดปากกับทีม
ทหารเขมร อย่างไรก็ตามนายนาวามีรูก็สามารถไกล่เกลี่ยได้อีก แล้วการ

แข่งขันก็ดำาเนิ นต่อไป ร.ต. พนั สถูกชกปากแตกนิ ดหน่อย คราวนี้ ร.ท. เด๋อ
คงจะรู้ตัวว่าเขามีหวังถูกเตะตายคาสนาม จึงลงไปเล่นหน้าที่ฮ้าฟซ้าย และ
ให้ฮา้ ฟซ้ายขึ้นมาแทนเขาในตำาแหน่งในซ้าย แต่ใน ๕ นาทีน้ ั นเอง การ
ประสานแข้งอย่างจังก็เกิดขึ้น ระหว่างนาวาอากาศตรียงจอมลวดลายกับ
ร.ท. เด๋อเสียงสนั่นหวัน
่ ไหวดังลัน
่ สนามศุภชลาศัย
“โพละ”

ในซ้ายของทีมทหารเขมรไปนอนวัดสนามดิ้นเร่า ๆ แข้งขวาของเขาหัก

สะบั้นออกเป็ นสองท่อน แต่ยงยืนมองดู ร.ท. เด๋อเหมือนกับไม่มีอะไรเกิด
ขึ้น ผ้ต
ู ัดสินเป่ านกหวีดยุติการแข่งขัน วิ่งมาดู ร.ท. เด๋อ ทีมทหารไทยและ
ทีมทหารเขมรหลายคนเข้ามามุงดู พอเห็นแข้งขวาของในซ้ายทหารเขมร

หักพับตอนกลางหน้าแข้ง ทุกคนก็ทำาหน้าเบ้ไปตามกัน ร.ท.เด๋อร้องครวญ

55

ครางน่าสงสาร นายนาวามีรูกวักมือเรียกเจ้าหน้าที่ประจำาสนามให้นำาเปลมา
รับ ร .ท. เด๋อออกไป

ร.ต. สมนึ กกล่าวกับบุรุษพยาบาลทั้งสองคนที่นำาเปลมารับคนเจ็บ
“เอาไปใส่โลงเลยครับคุณ รถบรรทุกศพจอดอยู่นอกประตูทางด้านถนน

บรรทัดทอง สัปเหร่ออยู่บนรถพร้อมแล้ว คุณเอาเจ้าหมอนี่ ไปมอบให้เขา
เขาก็จะเอาใส่โลงนำาไปวัดหัวลำาโพง”
ร.ท. เด๋อร้องลัน

“ผมยังไม่ตาย โอ๊ย….ผมเพียงแต่ขาหักเท่านั้ น

สมนึ กยิ้มให้ในซ้ายทีมเขมร
“ไม่รอดหรอกครับเชื่อผมเถอะ คุณไปนอนพักผ่อนในโลงดีกว่า คุณจะได้

ตายด้วยความสงบเงียบ ขาหักแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยเท่งทึงทุกคน ไม่ใช่หักที่
หัวเข่ามันหักกลางหน้าแข้ง”
ร.ท. เด๋อร้องไห้โฮ
“เมียผมก็เป็ นหม้ายซีครับ ฮือ ฮือ”

บุรุษพยาบาลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ต่างช่วยกันหาม ร.ท. เด๋อไปใส่

เปลแล้วยกออกไปจากสนาม นั กฟุตบอลทีมทหารเขมรเสียขวัญแล้ว ร.ต.
ดำารงเดินเข้ามาหา น.ต. ยงจอมลวดลายแล้วมองดูยงอย่างตื่น ๆ
“คุณไม่เจ็บบ้างเลยหรือครับ”

ยงสัน
่ ศีรษะ
“ไม่ครับ

ผมเอาไม้กระบอกทุบหน้าแข้งผมทุกวัน บางวันก็ใช้ท่อนเหล็ก

หรือชะแลงฟาดหน้าแข้งทำาให้แข้งผมแข็งเป็ นเหล็ก ประเดีย
๋ วผมจะเก็บ

56

พวกเขมรที่ละคน รับรองว่าผู้ตัดสินทำาอะไรไม่ได้ เพราะผมเล่นแรงในเกม
อยากแย่งลูกผมก็เตะ”

นั กฟุตบอลเขมรสะดุ้งเฮือกไปตามกัน ผู้ตัดสินทุ่มกลางอีกครั้งหนึ่ ง

การ

แข่งขันฟุตบอลที่ดุเดือดที่สุดเริม
่ ต้นต่อไป ฝ่ ายเขมรเหลือ ๑๐ คนจึงเสีย

เปรียบ มิหนำาซำ้า ทีมทหารไทยเล่นลูกยาวพาลูกไปถึงประตูทหารเขมรอย่าง

รวดเร็ว คนดูร้องตะโกนหนุ นลัน
่ กองกลางและกองหลังของทหารเขมรอ้า
ปากลิ้นห้อยไปตามกัน เพราะต้องป้ องกัน จนไม่มีเวลาจะหยุดหายใจ
ครั้งหนึ่ งพนั สส่งลูกไปให้สมนึ ก เสี่ยตี๋ส่งต่อไปให้ปีกซ้าย ชลอรับลูกได้ก็
เลี้ยงไต่เส้นขึ้นไป พ.ต. เสวยแบ็คขวาเขมรวิ่งเข้าเตะรวบหมายทั้งลูกทั้งคน
แต่ปีกซ้ายของเราหลบไปได้อย่างหวุดหวิด ร.อ. ขย่มเซ็นเต้อรฮ้าฟไล่กวด

ชลอติด ๆ มา ชลอจึงผ่านลูกไปกลางประตูซ่ึงเป็ นลูกเรียด สมนึ กชู้ตเต็ม
เหนี่ ยวแต่ผิดลูก เตะเอาอากาศดังวืด ลูกบอลเข้าเท้า ร.ต. ดำารงห่างจาก

ประตูเพียง ๓ เมตร ศาสตราจารย์ดำารงยิงด้วยเท้าขวาเบา ๆ ลูกบอลก็เฉียด
เสาประตูทางซ้ายเข้าไปตุงอยู่ในก้นตาข่าย ท่ามกลางเสียงตบมือเสียงไชโย
โห่ร้องของคนดูหลายหมื่นคน

นั กฟุตบอลทีมทหารไทยหลายคนวิ่งเข้ามาก

อดและจับมือกับ ร.ต. ดำารงด้วยความดีใจ ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดยาวขณะที่
ลูกบอลกระทบตาข่าย

ป้ ายบนอัฒจันทร์ด้านเหนื อปรากฏว่าทีมทหารไทยได้ ๓ ประตูส่วนทีมทหาร
เขมรได้ ๑ ประตู การแข่งขันครึง่ หลังเหลือเวลาอีก ๑๕ นาทีเท่านั้ นไม่มี

ทางที่ทีมทหารเขมรจะแก้ประตูคืนได้แล้ว เพราะทีมทหารไทยเป็ นฝ่ ายบุก
มากกว่า และทีททหารเขมรตัวทำาประตู คือ ร.ท. เด๋อก็ขาหักถูกหามออกไป
จากสนามเสียแล้ว

กองเชียร์รอบสนามต่างบรรเลงเพลกันเสียงลัน
่ ล้วนแต่เป็ นพวกกรรมกร
ของคณะพรรคสี่สหาย มีแตรวง เถิดเทิง กลองสิงโตและล่อโก๊

แฟน

ฟุตบอลซึ่งเป็ นคนไทยยิ้มแย้มแจ่มใสไปตามกัน แต่ชาวเขมรและฝรัง่ เศส
ล้วนแต่นั่งหน้าตูมยิ้มไม่ออก

57

เริม
่ การแข่งขันใหม่เขมรพยายามบุกอีกและเล่นลูกสั้นตามแบบฉบับของเขา

ครั้งหนึ่ งปี กขวาของเขมร คือเรืออากาศตรีกระเดือกได้ลูกที่ในขวาส่งมาให้ ก็
เลี้ยงหลบฮ้าฟเข้าไป ร.ต.สมนึ กไล่กวดติด ๆ มาและร้องตวาดลัน

“ตายนะโว้ย”

ร.ต. กระเดือกตกใจก็สะดุดเท้าตัวเองหกล้มลงไปเอง ลูกบอลกลิ้งออกไป
นอกเส้น เด็กเก็บลูกบอลวิ่งไปเก็บลูกบอลเตะส่งมาให้ทีมทหารไทยทุ่ม

คราวนี้ ทหารไทยก็เริม
่ รุกด้วยการเล่นลูกยาว แต่กองหลังของทหารเขมร

ต้านทานอย่างทรหด อย่างไรก็ตามลูกบอลคงป้ วนเปี้ ยนอยู่ในดินแดนเขมร
จนกระทัง่ ผู้ตัดสินเป่ านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน
เสียงตบมือเสียงไชโยโห่ร้องดังขึ้นอีก นั กฟุตบอลทีมเขมรทุกคนต่างทรุด
ตัวนั่งกอดเข่าบนพื้ นสนาม แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้ นไปตามกัน กลัวว่ากลับไป
พนมเป็ ญจะถูกยิงเป้ า จนกระทัง่ นั กฟุตบอลทีมทหารไทยเข้าไปปลอบโยน
ประคองให้ลุกขึ้นมาเข้าแถวรับถ้วย และรับของที่ระลึกจากท่านนายพล
อาวุโส คือรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ ายยุทธการ

เป็ นอันว่าทีมไทยได้ครองถ้วยทองคำาของนายโยกูซีวะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น พล อ. วิชิตได้กล่าวกับ พ.อ. กระอักผู้

ควบคุมทีมฟุตบอลทหารเขมรว่าท่านจะให้ความช่วยเหลือนั กฟุตบอลทหาร
เขมรทุกคน ให้อยู่ในเมืองไทยในฐานะผู้ล้ ีภัยการเมือง ทั้งนี้ เพื่อให้รอด
จากถูกยิงเป้ า นั กฟุตบอลเขมรทราบข่าวนี้ ก็ต่ ืนเต้นดีใจเหลือที่จะกล่าว
ทุกคนต่างหวังพึงพระบรมโพธิสมภารตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองไทยต่อไป.
อวสาน
4/20/2011 9:05:47 a4/p4

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful