โครงสรางหลักสูตรและการจัดการเรียนรู

แนวทางการพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนอัตตาภิวัฒน
คณะผูบริหารและคณะครูโรงเรียนอัตตาภิวัฒน ได ใช
เวลา 2 ปกอนเริ่มเปดดำเนินการเรียนการสอนและ
ยังคงทำอยางตอเนื่อง ในการสราง พัฒนาและ
บริหารหลักสูตรของโรงเรียนเพื่อใหเปนหลักสูตรใน
บริบทไทยในระดับมาตรฐานโลกที่ทันสมัยอยูเสมอ
ในการจัดทำและพัฒนาหลักสูตรของโรงเรียนฯ บน
พื้นฐานของ “หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑” นี้ โรงเรียนฯ ไดนำเอาจุดเดน
ของแหลงความรูมาตรฐานโลกตางๆ มาผสมผสาน
เพื่อทำใหหลักสูตรมีความสมบูรณและคุณภาพทั้งใน
สวนของเนื้อหาและกระบวนการจัดการเรียนการสอน
เปนการนำเขา (import) ความรูจากประเทศตนแบบ
เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนของ
โรงเรียนฯ ทั้งนี้ เอกสาร แหลงความรูและขอมูลหลัก
ที่ โรงเรียนฯ นำมาใชพัฒนาหลักสูตรบนมาตรฐาน
และขอกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการไดแก
• หลักสูตรมาตรฐานโลกของประเทศตนแบบที่มี
มาตรฐานการศึกษาในลำดับตนของโลก เชน
Evergreen curriculum ของประเทศแคนาดา
หลักสูตรของประเทศสิงคโปร และหลักสูตรของ
สหราชอาณาจักร เปนตน
• มาตรฐานโลกในรายวิชาตางๆ ซึ่งเปนมาตรฐานที่
ประเทศตางๆ ทั่วโลกนำมาใช เชน มาตรฐาน
คณิตศาสตรของ NCTM (National Council of
Teachers of Mathematics) มาตรฐาน
วิทยาศาสตร NSTA (National Science
Teachers Association)
• ตำราเรียนของสำนักพิมพ Houghton Miffin
Harcourt และสำนักพิมพ McGraw Hill แหง
ประเทศสหรัฐอเมริกา
• แหลงขอมูลความรูจากเว็บไซตเพื่อการศึกษา เชน
วิกิพีเดีย Buddhanet.net cimt.plymouth.ac.uk/
illuminations.nctm.org/

แนวทางการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู
โครงสรางและองคประกอบหลักสูตร
นอกเหนือจากกลุมสาระการเรียนรูแกนและกิจกรรม
พัฒนาผูเรียนที่ คณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน
กำหนดแลว โรงเรียนฯ ยังไดออกแบบและดำเนิน
กิจกรรม “เรียนรูคือความสุข” เพื่อพัฒนาการเรียนรู
ใหกวางขวางยิ่งขึ้นใหกับนักเรียนอีกดวย

โครงสรางหลักสูตร
1

กลุมสาระการเรียนรูวิชาแกน
โรงเรียนฯ ไดปรับจำนวนรายวิชาที่คณะกรรมการ
การศึกษาพื้นฐาน กำหนดไว 9 วิชา เปน 12 วิชา
เพื่อความเหมาะสม นักเรียนไดเรียนรูจริงในแตละ
กลุมสาระ และไดเห็นการเชื่อมโยงกับวิชาอื่นที่
เกี่ยวของอยางชัดเจน ทั้งนี้ โรงเรียนฯไดแยกกลุม
สาระการเรียนรูรายวิชาตอไปนี้
•แยกวิชาศิลปะ ออกเปน วิชาดนตรีและนาฏศิลป
และวิชาทัศนศิลป เพราะคุณครูผูสอนมักมีความ
ชำนาญเฉพาะดาน

•แยกวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ออกเปนวิชา
สุขศึกษา และวิชาพลศึกษา วิชาสุขศึกษามีความ
เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตรและพลศึกษา
•แยกวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ออกเปน
วิชาการงานอาชีพ และวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
และคอมพิวเตอร เพราะคุณครูผูสอนมักมีความ
ชำนาญเฉพาะดาน บรรยากาศการเรียนของทั้งสอง
วิชาแตกตางกัน

ขอบเขตของหลักสูตร
`
หลักสูตรของโรงเรียนอัตตาภิวัฒนครอบคลุมเปาหมายการเรียนรู (มาตรฐานและตัวชึี้วัด) ที่กำหนดขึ้น
ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของกระทรวงศึกษาทั้งหมด ซึ่งนับเปนประมาณ
90% ของเปาหมายและเนื้อหาของหลักสูตรโรงเรียนฯ นอกจากนี้ โรงเรียนฯยังไดยกระดับคุณภาพหลักสูตร
แกนกลาง โดยการขยาย ปรับเพิ่มเติม เพื่อใหหลักสูตรมีความครบถวนสมบูรณมากขึ้นอีกประมาณ 10% จัด
ระบบการจัดการเรียนรู และจัดเรียงลำดับใหเหมาะสมยิ่งขึ้น
“สอนอยางไร” สำคัญไมยิ่งหยอนไปกวา “สอนอะไร”
`
นอกเหนือจากเปาหมายการเรียนรูแลว สิ่งที่สำคัญอยางยิ่งในการจัดการเรียนรูคือกระบวนการพัฒนา
นักเรียนไปสูเปาหมายดังกลาว โรงเรียนฯไดนำเอานวัตกรรมการจัดการเรียนรูตางๆ จากหลักสูตรและตำรา
เรียนตนแบบระดับมาตรฐานโลก เชน วิธีการสอน สื่อทรัพยากรการเรียนรู (learning resources) มาใช
ประกอบกับการใหคุณครูไดสอนตรงกับสาขาวิชาที่ตนเชี่ยวชาญ คุณครูแตละทานจะรับผิดชอบในกลุมสาระ
รายวิชาที่ตนถนัด การบริหารจัดการดังกลาวนี้ นอกจากจะสรางความมั่นใจวาคุณครูจะ “สอนเกง” ในวิชาที่ตน
รับผิดชอบแลว ในหลายๆ โอกาสนวัตกรรมเหลานี้ยังสรางใหนักเรียนสามารถพัฒนาการคิดในระดับที่สูงขึ้น
(higher order thinking) อีกดวย
ตัวอยางการยกระดับหลักสูตร
`
โรงเรียนฯ ไดดำเนินการในการสรางการเรียนรูคุณภาพบนพื้นฐานของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในหลายดานหลายประการ เพื่อใหเห็นภาพของการดำเนินการดังกลาวชัดเจนยิ่ง
ขึ้น จึงใครยกตัวอยางของการดำเนินการดังกลาวบางประการ ดังตอไปนี้
• นอกเหนือจากที่กลาวมาแลว โรงเรียนฯไดจัดทำหลักสูตรในลักษณะที่เปน การเรียนรูบนฐานของทรัพยากร
การเรียนรู (resource based learning) โดยใชทรัพยากรการเรียนรูที่หลายหลากนอกเหนือไปจากครูและ
กระดาน ตัวอยางของทรัพยากรการเรียนรูเหลานี้ ไดแก สื่อการเรียนรูคณิตศาสตร (manipulatives) สื่อ
ภาษาอังกฤษตางๆ (reading rods, vocabulary cards, posters, video clips, ภาพยนตร) สื่อและวัสดุ
อุปกรณการทดลองวิทยาศาสตร การนำเสนอดวย PowerPoint (หรือ Keynote ในกรณีของเครื่อง Apple)
สื่อวัสดุหลายหลากสำหรับงานทัศนศิลป อุปกรณดนตรี เชน Key Board ทั้งนี้ โรงเรียนฯ ไดจัดระบบ
สัญญาณอินเตอรเน็ตแบบไรสายครอบคลุมทั่วบริเวณโรงเรียนฯ และในทุกหองเรียนไดจัดใหมีจอมอนิเตอร
ตอเชื่อมกับคอมพิวเตอร เพื่อใช ในการเรียนการสอน ฯลฯ
2

สื่อ manipulatives คณิตศาสตร
reading rods
• โรงเรียนฯ ไดจัดใหมีกิจกรรม “เรียนรูคือความสุข” ซึ่งเปนการเรียนรูที่ประกอบไปดวยกิจกรรมหลากหลาย
และไมจำกัดขอบเขตเนื้อหาเพียงในหลักสูตรเทานั้น
• โรงเรียนฯ ไดจัดระบบการจัดการเรียนรูวิชาวิทยาศาสตร โดยอาศัยการทดลองเปนหลัก เพื่อใหนักเรียนไดมี
โอกาสคนพบความรู หรือยืนยันสิ่งที่ ไดเรียนรูดวยตนเอง จัดระบบแบงวิทยาศาสตรออกเปน 3 หมวด
ไดแก วิทยาศาสตรกายภาพ วิทยาศาสตรชีวภาพ และวิทยาศาสตร โลก (ดาราศาสตร) และกระจาย
เนื้อหาในแตละหมวดในแตละชั้นป ใหมีความตอเนื่องเปนปริมาณใกลเคียงกัน
งานเผยแพร/การคนพบดวยตนเอง
ความเปนประวัติศาสตร
ความเปนองครวม
ทำซ้ำได
ความรูจากประสบการณ การทดลองหรือ
การสังเกต
สิ่งที่เกี่ยวของกับความนาจะเปน
ความเปนเอกลักษณ
ความเปนเฉพาะกาล
ความสัมพันธกับมนุษยและวัฒนธรรม
การเปลี่ยนแปลง
ปฏิสัมพันธ
ความเปนระเบียบ
สิ่งมีชีวิต
การกำหนดรู
สมมาตร
แรง
การแสดงเปนปริมาณ
ไดผลเหมือนกัน
มูลเหตุ-ผลลัพธ
สิ่งที่ทำนายได
การอนุรักษ
พลังงาน-สสาร
วัฎจักร
แบบจำลอง
ระบบ
สนาม
ประชากร
ความนาจะเปน
ทฤษฎี
ความแมนยำ
หนวยมูลฐาน
สมดุล
มาตรหรือมาตราสวน
เวลา-ปริภูมิ
วิวัฒนาการ
การจำแนก
การสื่อสาร
การสังเกตและบรรยายลักษณะ
การรวมมือรวมใจทำงาน
การวัด
การตั้งคำถาม
การใชตัวเลข
การตั้งสมมติฐาน
การลงความเห็น
การทำนาย
การควบคุมตัวแปร
การตีความหมายขอมูล
การคิดสูตรแบบจำลอง
การแกปญหา
การวิเคราะห
การออกแบบการทดลอง
การใชคณิตศาสตร
การใชความสัมพันธระหวางเวลากับปริภูมิ
การสรางความเปนเอกฉันท

ธรรมชาติของวิทยาศาสตร

ความสัมพันธซึ่งกันและกันระหวาง
วิทยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม และสิ่ง
แวดลอม

แนวคิดสำคัญของวิทยาศาสตร

วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
นักวิทยาศาสตรและนักเทคโนโลยีก็เปน
มนุษย
ผลกระทบของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วิทยาศาสตร เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม
ชองวางความเขาใจในหมูสาธารณชน
ทรัพยากรสำหรับวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยี
จุดยืนที่แตกตาง
ขอจำกัดของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
อิทธิพลของสังคมตอวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยี

มิติวิทยาศาสตร

ทักษะทางวิทยาศาสตรและทางเทคนิค

การใชอุปกรณขยาย
การใชประโยชนจากสิ่งแวดลอมธรรมชาติ
การใชอุปกรณอยางปลอดภัย
การใช โสตทัศนูปกรณ
ปฏิสัมพันธกับคอมพิวเตอร
การวัดหาระยะทาง
ความสามารถในการใชรางกาย
การจับเวลา
การตวงหาปริมาตร
การวัดอุณหภูมิ
การชั่งหามวล
การใชอุปกรณอิเล็กทรอนิกส
การใชความสัมพันธเชิงปริมาณ

กระบวนการวิทยาศาสตร
คุณคาที่แสดงความเปนวิทยาศาสตร

ความสนใจและทัศนคติที่เกี่ยวของกับ
วิทยาศาสตร

ความปรารถนาที่จะรูและเขาใจ
การตั้งคำถาม
การสืบคนหาขอมูลและความหมาย
การเห็นในคุณคาของสิ่งแวดลอมธรรมชาติ
ความเคารพในตรรกะ
การใหความสำคัญและพิจารณาถึงผลลัพธที่
ตามมา
การเรียกรองตอการพิสูจน

ความสนใจ
ความมั่นใจ
ผูเรียนรูอยางตอเนื่อง
งานอดิเรก
การเลือกใชสื่อ
วิชาชีพ
การตอบสนอง
การเลือกหาคำอธิบาย
การเห็นคุณคาในผูอุทิศตนใหกับ
วิทยาศาสตร

3

• โรงเรียนฯ ไดขยายเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร ใหครอบคลุมถึงประวัติศาสตร โลกโดยกวาง เพื่อใชเชื่อมโยงสู
ประวัติศาสตรไทย และสรางความหมายและเนื้อหาของวิชาประวัติศาสตร ใหมีความสมบูรณยิ่งขึ้น

• โรงเรียนฯ ไดขยายขอบเขตการเรียนรูภาษาอังกฤษใหสมบูรณเพื่อใหนักเรียนสามารถอานและเขียนภาษา
อังกฤษที่ ใช ในชีวิตประจำวันได อยางคลองแคลว
• โรงเรียนฯ ไดจัดทำเอกสารตำราเรียนโดยเรียบเรียงและนำมาปรับใหเหมาะสมจากเอกสารตำราเรียนระดับ
มาตรฐานโลก และแหลงขอมูลทางวิชาการ สำหรับวิชาคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร
• โรงเรียนฯ ไดพัฒนาใหนักเรียน “รู” (ไม ใชทอง) สูตรคูณอยางคลองแคลวเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปที่ 1 เพื่อ
ใชเปนพื้นฐานสำคัญในกระบวนการเรียนรูในระดับที่สูงยิ่งขึ้นตอไป พรอมทั้งปูพื้นฐานการคิดเชิงพีชคณิตคู
ขนานไปกับการสอนเลขคณิต เพื่อสรางความพรอมในการเรียนรูและพัฒนากระบวนการคิดใหแตกกวางออก

Math

1

• โรงเรียนฯ ไดเรียบเรียงและจัดทำตำราเรียน “เพลินภาษา” เปนสวนเพิ่มขยายของวิชาภาษาไทย เพื่อพัฒนา
ทักษะการอานใน 8 ดานไดแก ความคิดหลักและรายละเอียด ลำดับเหตุการณ เปรียบเทียบความคลายและ
ความแตกตาง สรุปยอ สรุปความ มูลเหตุและผลลัพธ ปญหาและคำตอบ และขอเท็จจริงกับความคิดเห็น
นอกจากนี้การจัดการเรียนรูโดยใชตำราเรียน “เพลินภาษา” นี้ยังเปนการปลูกฝงความรักในการอานใหกับ
นักเรียนอีกดวย
4

• โรงเรียนฯ ไดจัดการเรียนรูในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร ทั้งในตัววิชาและใหนักเรียนได
ประยุกต ใชความรูในโอกาสตางๆ เชน กิจกรรมเรียนรูดวยโครงงาน กิจกรรมเรียนรูผานเรื่องเลา โดย
กำหนดเปาหมายใหนักเรียนสามารถใช โปรแกรมพื้นฐาน เชน Microsoft Word Microsoft Excel
Photoshop และนำไปประยุกต ใช ในงานตางๆได รูจักวิธีการสืบคนหาความรูและขอมูล
• โรงเรียนฯ ไดจัดทำสมุดรายงานการประเมินผลนักเรียนอยางละเอียดครบถวนในทุกดาน โดยจัดทำปละ 4
เลม

หนาจากเอกสารพุทธประวัติจาก เว็บไซต buddhanet.net

5

กิจกรรม “เรียนรูคือความสุข”
กิจกรรมเรียนรูคือความสุข เปนกิจกรรมการเรียนรูหลายหลากที่ โรงเรียนอัตตาภิวัฒนออกแบบและจัดทำขึ้น
นำมาใช และพัฒนาอยางตอเนื่องนับตั้งแตเริ่มเปดโรงเรียนฯ จนถึงปจจุบัน และเปนกิจกรรมเพ่ิมเติมจาก
กิจกรรมในหลักสูตรที่กำหนดโดยกระทรวงศึกษา กิจกรรมหลักของ “เรียนรูคือความสุข” ประกอบดวย 5
กิจกรรมคือ
1. เรียนรูดวยโครงงาน (Learn through Projects)
2. เรียนรูผานเรื่องเลา (Learn through Stories)
3. เรียนรูนอกหองเรียน (Learn Beyond Classroom)
4. เรียนรูดวยการคิด (Learn through Thinking) และ
5. อานเพื่อเรียนรู (Read to Learn)
แนวทางการดำเนินการกิจกรรม “เรียนรูคือความสุข”
นักเรียนระดับประถมศึกษาทั้งหมดจะไดมี โอกาสเขา
รวมกิจกรรม “เรียนรูคือความสุข” ภายใตหัวขอเรื่อง
เดียวกัน ในขณะที่งานที่นักเรียนตองทำจะแยกเปน
ตามระดับชั้นเรียน หรือระดับชวงชั้นตามความเหมาะ
สม
ในแตละปการศึกษานักเรียนจะไดเรียนรูและทำ
กิจกรรมที่ 1–3 ภายใตธีม (Theme) เดียวกัน คณะ
ครูและผูบริหารจะรวมประชุมระดมความคิดในชวง
กลางภาคเรียนที่สอง เพื่อกำหนดหัวขอธีม แนวทาง
การทำกิจกรรมภายใตธีมที่ตกลงกัน หัวขอเรื่องเลา
และแหลงเรียนรู สำหรับกิจกรรมเรียนรูนอก
หองเรียน และจัดสรรทีมเพื่อแบงหนาที่ความรับผิด
ชอบ สำหรับกิจกรรม“เรียนรูคือความสุข” ในปการ
ศึกษาถัดไป
เรื่องเลา “ไดโนเสาร”
ทั้งนี้หัวขอธีมใน 4 ปที่ผานมาไดแก
•2551: มหัศจรรย ใตทองทะเล (Miracle of the
Sea)
•2552: มหัศจรรยพรรณพฤกษา (Miracle of
Plants)
•2553: มหัศจรรย โลกใบเล็ก (It’s a Small
Wonderful World)
•2554: ชีวีปรีดา...ชีวานาชื่นชม (It’s a Beautiful
Life)

6

นักเรียนไดอะไรจากกิจกรรม “เรียนรูคือความสุข”

•เปดโลกทัศนนักเรียนใหกวางขวาง รูจักโลกรอบตัว
ของพวกเขา
•สรางความทันสมัยในเรื่องขาวสารขอมูล ทำให
นักเรียนไดรับรูขอมูล เกี่ยวกับสิ่งตางๆ บุคคล และ
เหตุการณรอบตัวทั้งในแนวกวางและแนวลึก
•บูรณาการความรูที่เรียนในกลุมสาระวิชาตางๆ สู
กิจกรรมการเรียนรู เปนการยกระดับทักษะการ
เรียนรู
•สรางเจตคติที่ถูกตองตอการเรียนรู ทำใหนักเรียน
นับเปนโอกาสดีสำหรับเด็กๆ ในยุคนี้ ที่ ไดเกิดมาใน
เห็นการเรียนรูเปนสิ่งที่มีคุณคา มีความสุขกับการได
ยุคสังคมแหงการเรียนรู การเขาถึงแหลงความรู
เรียนรู เปนพื้นฐานสำคัญตอการพัฒนาตนเองเปนผู
ทำไดหลายวิธีและสะดวกอยางมาก ซึ่งเปรียบเทียบ เรียนรูตลอดชีวิต (life-long learners)
ไม ไดเลยกับโลกในยุคเมื่อ 20-30 ปที่แลว ซึ่งดู
•พัฒนาทักษะและตรรกะในการคิดทั้งในเชิงวิเคราะห
เหมือนวาหองสมุดจะเปนแหลงเรียนรูเพียงแหงเดียว เชิงกระบวนการ เชิงวิพากษและเชิงสรางสรรค
และหองสมุดก็มักจะมีแหลงขอมูลอยางจำกัดเปน
(critical and creative thinking)
อยางมาก

สารคดี “นิทานชีวิต”
แหลงขอมูลที่เด็กๆ สามารถเขาถึงได นาสนใจและ
เหมาะสมกับวัย แต ไม ไดบรรจุอยูในหลักสูตรยังมีอยู
มากมาย “เรียนรูคือความสุข” เปนกิจกรรมมีรูปแบบ
การดำเนินกิจกรรมหลายหลากที่นาสนุก ชวนติดตาม
และเปดโลกทัศนการเรียนรูใหกับเด็กๆ กิจกรรม
“เรียนรูคือความสุข” ได ใหอะไรมากมายหลายอยาง
กับนักเรียนที่ โรงเรียนฯ:

•ฝกใหนักเรียนไดคิดในระดับที่สูงขึ้น (higher order
thinking)
•พัฒนาทักษะดานสังคม ในการทำงานรวมกับผูอื่น
•กระตุนใหกลาแสดงออกซึ่งความคิดและความคิด
เห็น กลาคิด กลาซักถามในสิ่งที่ตนกระหายใครรู
•ฯลฯ

7

กิจกรรมพัฒนาผูเรียน
โรงเรียนไดจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนใน 4 ลักษณะคือ
•โรงเรียนฯ ไดจัดชมรมตางๆ ใหนักเรียนไดเลือกเชน เทควันโด ยิงธนู
•กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี
•กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา และ
•กิจกรรมวายน้ำ

8

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful