รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ตารางสารบัญ

บทสรุปผู้บริหาร
ไฟโตนิวเทรียนท์คืออะไร?
ความสำาคัญของปริมาณและความหลากหลาย
ภาพรวมของงานวิจัย
ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ทั่วโลกที่ไม่เป็นไปตามคำาแนะนำา
ผักและผลไม้ที่พบทั่วโลก

ผลไม้ที่พบทั่วไป


ผลไม้เขตร้อน/เขตกึ่งร้อน


ผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว


ผลไม้ตระกูลแตงโม


ผลไม้ตระกูลแอปเปิ้ล


ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ผักที่พบทั่วไป


ผักที่บริโภคส่วนผล (ไม่รวมผักในตระกูลแตง)/เห็ด


ผักตระกูลกะหล่ำา


ผักที่บริโภคส่วนผล รวมถึงผักในตระกูลแตง


ผักที่บริโภคส่วนใบ


ผักที่บริโภคส่วนราก
บทสรุป
อ้างอิง
ภาคผนวก

2
3
4
5
6-7
8
9
9
9
10
10
11
12
12
12
13
13
14
15
16
17-19

1

เกีย่ วกับรายงานฉบับนี้ รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทว่ั โลก เป็นรายงานทีก่ ล่าวสรุปถึง

บทสรุปผู้บริหาร
ภาพรวมของไฟโตนิวเทรียนท์

ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านโภชนาการและสุขภาพทัว่ โลกต่างยอมรับกันว่า
ผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบสำาคัญของอาหารสุขภาพ
นอกจากจะเป็นแหล่งวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์ หลากหลาย
ชนิดแล้ว ยังเป็นแหล่งของไฟโตนิวเทรียนท์ ซึง่ เป็นสารเคมี
ที่ได้จากธรรมชาติและช่วยบำารุงสุขภาพร่างกาย พบใน
พืช และช่วยให้พืชมีสีสันสดใส มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า
ไฟโตนิวเทรียนท์ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ
จากงานวิจยั ล่าสุดเผยว่ามีเพียง 1 ใน 4 ของจำานวนเพศหญิง
และชายทีส่ ามารถปฏิบตั ติ ามปริมาณแนะนำาในการบริโภคผัก
และผลไม้อย่างน้อย 5 หน่วยบริโภค (หรือประมาณ 400 กรัม)
ต่อวัน1 หากกล่าวถึงข้อมูลด้านการบริโภคผักและผลไม้ที่มี
อยู่นั้น ยังขาดข้อมูลที่อ้างถึงปริมาณและความหลากหลาย
ของการบริโภคผักและผลไม้ในระดับโลก ซึ่งส่งผลต่อการ
วิเคราะห์ขอ้ มูลการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์ในภาพรวม งานวิจยั
ที่มุ่งศึกษาถึงประเด็นดังกล่าว จะช่วยสนับสนุนแนวคิด
ที่กล่าวว่า การบริโภคผักและผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม
และมีความหลากหลาย มีส่วนสำาคัญต่อการได้มาซึ่ง
สุขภาพสมบูรณ์สูงสุด

แหล่งข้อมูล*

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก: เป็นข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณ
การบริโภคผักและผลไม้ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่
การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์ จัดทำาโดยนิวทริไลท์ รายงานได้มาจาก
การวิเคราะห์ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ ซึ่งบริษัท
เอ็กซ์โปเน้นท์ อิงค์ (Exponent, Inc)2 เป็นผู้ดำาเนินการจัดทำาให้
นิวทริไลท์ การวิเคราะห์ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้นาำ ข้อมูล
มาจากหลายแหล่งอ้างอิง ประกอบด้วย2
• ข้อมูลจากการสำารวจสุขภาพทั่วโลก (World Health Survey
หรือ WHS) ขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization
หรือ WHO)
• ข้อมูลจากระบบตรวจติดตามสิ่งแวดล้อมระดับโลก –
โครงการติดตามและตรวจประเมินการปนเปื้อนของอาหาร
(The Global Environment Monitoring System – Food
Contamination Monitoring and Assessment Programme
หรือ GEMS/Food)
• ข้อมูลจาก Supply Utilization Accounts หรือ SUA และ
Food Balance Sheets ขององค์การอาหารและการเกษตร
แห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization
หรือ FAO)
*ผลและข้อสรุปทัง้ หมดทีน่ าำ เสนอในรายงานฉบับนีจ้ ดั ทำาโดยนิวทริไลท์
และเป็นความเห็นของนิวทริไลท์

2

ภาพรวม ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ในรูปของหน่วยบริโภคต่อวัน และเป็นข้อมูล
ที่ได้จากการบริโภคผักและผลไม้ที่หาได้ทั่วไป จากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก นิวทริไลท์จัด
ทำาข้อสรุปดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสำาคัญของปริมาณและ
ความหลากหลายในการบริโภคผักและผลไม้ ซึ่งนำาไปสู่การได้รับประโยชน์จาก
ไฟโตนิวเทรียนท์ และได้มาซึ่งสุขภาพสมบูรณ์สูงสุด

กุญเเจสำ�คัญจ�กก�รค้นพบ
ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
พบว่าร้อยละ 60-87 ในวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกบริโภคผักและผลไม้น้อยกว่า
5 หน่วยบริโภคต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่แนะนำาขององค์การอนามัยโลก
(WHO)
.
ต้องรับประทานผักและผลไม้มากกว่าปริมาณที่บริโภคปัจจุบัน
อย่างน้อย 2 เท่า เพื่อให้เป็นไปตามปริมาณที่แนะนำาขององค์การ
อนามัยโลก (WHO)

ความหลายหลายของผักและผลไม้ที่พบจากการบริโภค
ผักและผลไม้ทพ่ี บได้ทว่ั ไปมากทีส่ ดุ ในโลก และตัวอย่างของไฟโตนิวเทรียนท์
ที่พบในผักและผลไม้ดังกล่าว ประกอบด้วย
ผลไม้เขตร้อน/เขตกึ่งร้อน เช่น ผลไม้ตระกูล
กล้วย (แอลฟา-แคโรทีน และเบต้า-แคโรทีน)
มะม่วง (เบต้า-แคโรทีน) มะละกอ (เบต้า-คริพโต
.
แซนทีน) และฝรั่ง (ไลโคปีน)
ผักที่บริโภคส่วนผล เช่น มะเขือเทศ
(แอลฟา-แคโรทีน เบต้า-แคโรทีน และไลโคปีน)
ข้าวโพด (ลูทีน/ซีแซนทีน) และมะเขือยาว
(แอนโทไซยานิดิน)

งานวิจัยนี้นอกจากจะสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นถึงปริมาณและความหลากหลาย
ของการบริโภคผักและผลไม้จากทั่วโลกแล้ว องค์ความรู้นี้สามารถนำาไปวิจัย
ต่อยอดในประเด็นของความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณไฟโตนิวเทรียนท์กับปริมาณ
การบริโภคผักและผลไม้ในอนาคต และทำาให้เข้าใจถึงบทบาทของอาหาร
สุขภาพเหล่านี้ต่อการรักษาสมดุ.ลให้มีสุขภาพสมบูรณ์สูงสุด
,

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิจัยด้านไฟโตนิวเทรียนท์
โดยสถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ โปรดติดต่อลินเซย์ พอตต์ ที่
lindsay.pott@amway.com หรือ แคลร์ เวด ที่ clare.wade@amway.com

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ไฟโตนิวเทรียนท์คืออะไร?

ไฟโตนิวเทรียนท์คืออะไร?
ไฟโตนิวเทรียนท์ เป็นสารประกอบอินทรีย์ พบในพืช โดยเชื่อว่า
ช่วยบำารุงสุขภาพของมนุษย์ คำาว่า “ไฟโต” มาจากภาษากรีกที่แปลว่า
“พืช” ผลไม้ ผัก ธัญพืช พืชตระกูลถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง และชา เป็นแหล่ง
ที่อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์ และเป็นที่ทราบกันดีว่า อาหารที่มีพืช
เป็นองค์ประกอบทั้งผักและผลไม้ มีไฟโตนิวเทรียนท์หลากหลายชนิด
เป็นองค์ประกอบ แต่ส่วนใหญ่จากงานวิจัย ทราบถึงประโยชน์ของ
ไฟโตนิวเทรียนท์เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ต่อสุขภาพ นอกจากคำานึงถึงการเพิ่มปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
การเพิ่มความหลากหลายของการบริโภคผักและผลไม้เป็นสิ่งที่ควร
ปฏิบัติเช่นกัน3-4

กุญแจที่สื่อถึงคว�มเข้�ใจ

การบริโภคผักและผลไม้ต้องคำานึงถึงปริมาณ
และความหลากหลาย ซึ่งจะเกิดประโยชน์
สูงสุดต่อสุขภาพ

ไฟโตนิวเทรียนท์ที่เน้นในรายงานฉบับนี้อยู่ในตารางที่ 1 พร้อมกับ
คุณประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง

ตารางที่ 1 ไฟโตนิวเทรียนท์ที่เลือกมา และประโยชน์ต่อสุขภาพ
สี
เขียว

แดง

ไฟโตนิวเทรียนท์

ตัวอย่�งประโยชน์ต่อสุขภ�พ

ตัวอย่�งผักผลไม้ 38, 39

ลูทีน/ซีแซนทีน

บำารุงสายตา5-7

กลูโคซิโนเลต

เสริมการทำางานของระบบเซลล์43

ผักโขม ผักกาดหอม ผักเคล บร็อคโคลี
บร็อคโคลี ผักบ็อคชอย กะหล่ำาปลี
ผักกาดเขียวปลี

ไลโคปีน
กรดเอลลาจิก

ข�ว

เควอซิทิน

ม่วงเข้ม/น้ำ�เงิน

แอนโทไซยานิดิน
แอลฟา-แคโรทีน

เหลือง/ส้ม

เบต้า-แคโรทีน

บำารุงต่อมลูกหมาก8 บำารุงปอด9 บำารุง
กระเพาะอาหาร10, 11 บำารุงหัวใจ44
บำารุงเซลล์12,13
บำารุงหลอดเลือดและหัวใจ14,15 รวมทั้ง
สุขภาพกระดูกและข้อต่อ45,46

มะเขือเทศ แตงโม เกรปฟรุ้ตแดง
ราสพ์เบอร์รี สตรอเบอร์รี
หอมหัวใหญ่ แอปเปิ้ล แรดิชิโอ

บำารุงหัวใจ16 บำารุงเซลล์17, 18 บำารุงผิว19
องุ่น บลูเบอร์รี มะเขือยาว
บำารุงระบบย่อยอาหาร20 บำารุงสมอง47, 48
บำารุงตา21 ส่งเสริมการเจริญเติบโต
แครอท ผลไม้ตระกูลกล้วย ฟักทอง
และพัฒนาการ22 บำารุงหัวใจ23
บำารุงตา24 ส่งเสริมทำางานของภูมิคุ้มกัน
แครอท ผักกาดขาว ผลไม้ตระกูลกล้วย
ร่างกาย25 เสริมการเจริญเติบโตและ
แคนตาลูป
พัฒนาการ22 บำารุงหัวใจ23 บำารุงกระดูก26

เฮสเพอริดิน

สุขภาพหัวใจ27

ส้ม มะนาวเหลือง มะนาวเขียว

เบต้า-คริพโตแซนทีน

สุขภาพหัวใจ23 สุขภาพกระดูก26
สุขภาพข้อต่อ28

ส้ม ส้มเขียวหวาน มะละกอ

3

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ความสำาคัญของปริมาณและความหลากหลาย

ความสำาคัญของปริมาณ
และความหลากหลาย
กุญแจที่สื่อถึงความเข้าใจ

ผลจากวิจยั ล่าสุดชีใ้ ห้เห็นว่า ประชากรในประเทศ
สหรัฐอเมริกาและเกาหลี บริโภคผักและผลไม้ใน
ปริมาณทีต่ าำ่ และมีความหลากหลายของชนิดผัก
และผลไม้ค่อนข้างน้อย คาดคะเนได้ว่าประชากร
จะได้รับไฟโตนิวเทรียนท์ในปริมาณที่ต่ำาและชนิด
ของไฟโตนิวเทรียนท์มีความหลากหลายน้อย
เช่นกัน ดังแสดงในตารางที่ 230-31
แม้ยังไม่ได้มีการกำาหนดข้อแนะนำาที่ชัดเจนถึงปริมาณที่ควร
บริโภคไฟโตนิวเทรียนท์ที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้มีสุขภาพ
สมบูรณ์สูงสุด แต่อาจกล่าวได้ว่า การบริโภคผักและผลไม้
มีความสัมพันธ์กับปริมาณการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์
ในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ใช้แนวทาง
การบริโภคอาหารของชาวอเมริกนั (Dietary Guidelines for
Americans) และโปรแกรม 5-ต่อวัน (5-a-Day program) ของ
สหราชอาณาจักร ในการเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้และ

เพิม่ ความหลากหลายของชนิดผักและผลไม้32-33 ความแตกต่างของชนิดผัก
และผลไม้นั้น ช่วยส่งเสริมการทำางานของระบบชีวภาพในร่างกาย
ที่แตกต่างกันไป เหตุผลนี้จึงเชื่อมั่นได้ว่า หากบริโภคอาหารจากพืชที่มี
ผักและผลไม้เป็นองค์ประกอบให้หลากหลาย จะได้มาซึ่งประโยชน์
ดังกล่าวจากผักและผลไม้อย่างแน่นอน34-35
ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลถึงปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ และนำาไปสู่
ปริมาณไฟโตนิวเทรียนท์ที่ได้รับ อาทิ36-37
• ราคา
• ความสะดวก
• คุณภาพ
• ความเข้าใจถึงคุณค่าทางโภชนาการ
• ฤดูกาลและเขตภูมิศาสตร์ที่สามารถพบผักและผลไม้
• ข้อจำากัดด้านการขนส่ง
• ข้อจำากัดในด้านสถานที่หรืออุปกรณ์ประกอบอาหาร
• ข้อจำากัดในการจัดหาที่เก็บอาหารให้ปลอดภัย
จากข้อมูลที่มีอยู่และอ้างถึงปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ในรูปแบบ
การเป็นอาหารนัน้ นับว่ายังมีขอ้ มูลทีอ่ า้ งถึงปริมาณและความหลากหลาย
ของการบริโภคผักและผลไม้ในแต่ละชนิดจากทัว่ โลกน้อยมาก การขาดแคลน
ข้อมูลดังกล่าว เป็นเรือ่ งยากในการประเมินถึงปริมาณและความหลากหลาย
ในการบริโภคผักและผลไม้ที่มีผลต่อสุขภาพ และเป็นเรื่องที่ยากเช่นกัน
ต่อการประมาณการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ตารางที่ 2 สรุปความรู้จากงานวิจัยด้านไฟโตนิวเทรียนท์ในสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้
สหรัฐอเมริก�30
สิ่งที่พบ: การบริโภคผักและผลไม้
ไม่เป็นไปตามปริมาณที่แนะนำา

มีเพียงชายร้อยละ 5 และหญิงร้อยละ 7 สามารถปฏิบัติตาม มีเพียงชายร้อยละ 4 และหญิงร้อยละ 6 สามารถปฏิบัติ
.
.
ตามคำาเเนะนำาเรื่องปริมาณการบริ
โภคผักและผลไม้
คำาแนะนำาในการบริโภคผักและผลไม้ ตามหลัก MyPyramid

สิ่งที่พบ: ปริมาณการบริโภค
ไฟโตนิวเทรียนท์สูงขึ้นในคนที่
ปฏิบัติตามคำาแนะนำาในการบริโภค
ผักและผลไม้

ในกลุ่มชายและหญิงที่ปฏิบัติตามคำาแนะนำาด้านการบริโภค
ผักและผลไม้ได้ มีปริมาณการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์
(ยกเว้น กรดเอลลาจิก) มากกว่าคนที่ไม่สามารถปฏิบัติ
.
ตามคำาแนะนำา
การบริโภคอาหารเพียงหนึง่ ชนิด ทำาให้ได้รบั ปริมาณไฟโตนิวเทรียนท์
สูงถึงร้อยละ 64 (หรือมากกว่า) ของค่าเฉลี่ยปริมาณการ
บริโภคไฟโตนิวเทรียนท์ชนิดนั้นในหนึ่งวัน โดยพบข้อมูล
ในลักษณะดังกล่าวกับไฟโตนิวเทรียนท์ 5 ชนิด จาก 9 ชนิด
จากปริมาณเฉลี่ยของการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์ในหนึ่งวัน
ของไฟโตนิวเทรียนท์ทั้ง 5 ชนิด ได้มาจากการบริโภคผัก
และผลไม้ ได้แก่ มะเขือเทศ แครอท ส้มและน้ำาส้ม
และสตรอเบอร์รี โดยมีสัดส่วน 2 ใน 3 (หรือมากกว่า)
ของการบริโภคผักและผลไม้

สิ่งที่พบ: ขาดความหลากหลาย
ในการบริโภคผักและผลไม้

4

เก�หลี31

ในกลุ่มชายและหญิงที่ปฏิบัติตามคำาแนะนำาด้านการบริโภค
ผักและผลไม้ พบว่ามีปริมาณการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์
ได้แก่ แคโรทีนอยด์ ฟลาโวนอยด์ และสารประกอบฟีนอล
มากกว่าคนที่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำาแนะนำา
การบริโภคอาหารเพียงหนึ่งหรือสองชนิด ทำาให้ได้รับปริมาณ
ไฟโตนิวเทรียนท์เกือบถึงปริมาณเฉลีย่ การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์
หนึ่งชนิดในหนึ่งวัน
แครอทและฟักทองขนาดเล็ก เป็นแหล่งอาหารที่พบ
ไฟโตนิวเทรียนท์ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ แตงโมและมะเขือเทศ
เป็นแหล่งอาหารทีพ่ บไฟโตนิวเทรียนท์ เช่น ไลโคปีน
หอมหัวใหญ่ ถั่วเหลือง และถั่วเปลือกแข็ง เป็นแหล่งสำาคัญ
ของไฟโตนิวเทรียนท์ในกลุ่มฟลาโวนอยด์

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

วิธีวิจัย

วิธีวิจัย

ข้อมูลจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ
(FAO)

ทางนิวทริไลท์ได้นำาข้อมูลจำานวนหน่วยบริโภคผักและผลไม้ซึ่งเป็นผักและ
ผลไม้ที่บริโภคทั่วไปและหาได้ในแต่ละภูมิภาค จาก 13 ภูมิภาคทั่วโลก2
ร่วมกับข้อมูลในประเด็นอื่นๆ ที่ได้รับการเผยแพร่จากแหล่งวิชาการ
มาวิเคราะห์ร่วมกันและรวบรวมเป็นข้อสรุป

เนื่องจากแบบสอบถามจากการสำารวจสุขภาพทั่วโลก (WHS)
ไม่ได้รวบรวมข้อมูลจำาเพาะถึงชนิดและปริมาณของผักและผลไม้
จากแต่ละบุคคล จึงต้องนำาข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO)
และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)
ซึ่งกล่าวถึงปริมาณของผักและผลไม้ที่พบหลักๆ ในแต่ละประเทศ
มาวิเคราะห์ร่วมกัน2 ผลจากวิเคราะห์สามารถประมาณสัดส่วน
ผักและผลไม้ทพ่ี บได้ทว่ั ไปแบ่งตาม 13 เขตภูมิศาสตร์2 เพื่อให้
เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน สัดส่วนของผักและผลไม้ที่ได้จากการ
วิเคราะห์เป็นเพียงข้อมูลเพือ่ อ้างถึงปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
เท่านัน้ ข้อมูลดังกล่าว ไม่ใช่ข้อมูลปริมาณการบริโภคที่เกิดขึ้น
ตามความจริงของกลุ่มประชากร2

¢ŒÍÁÙÅ¡ÒÃÊíÒÃǨÊØ¢ÀÒ¾·ÑÇè âÅ¡ (World Health Survey ËÃ×Í WHS)
การวิเคราะห์ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้จากแต่ละภูมภิ าค หรือมาจาก
การจัดกลุ่มอาหารตามภูมิศาสตร์นั้น ได้นำามาจากการตอบแบบสอบถาม
เรื่องการบริโภคผักและผลไม้ขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยกลุ่ม
ตัวอย่างที่เข้าร่วมการสำารวจสุขภาพทั่วโลก (WHS) เกิดขึ้นระหว่างปี
พ.ศ. 2545-25472 รวบรวมจากกลุม่ ประชากรในวัยผูใ้ หญ่จาำ นวน 196,925 คน
จาก 52 ประเทศทัว่ โลก และเป็นประเทศทีม่ รี ายได้เฉลีย่ ตาำ่ จนถึงปานกลาง2
ข้อมูลการสำารวจสุขภาพทั่วโลกถูกจัดออกเป็นกลุ่มประเทศย่อยๆ
ตามลักษณะภูมิศาสตร์ที่พบอาหาร มีสองคำาถามสำาคัญที่ปรากฏใน
แบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูล ได้แก่2
คำาถามที่ 1: คุณรับประทานผลไม้กี่หน่วยบริโภคในแต่ละวัน?
คำาถามที่ 2: คุณรับประทานผักกี่หน่วยบริโภคในแต่ละวัน?
การประมาณ 1 หน่วยบริโภคจากผัก จะเทียบเท่ากับผักที่บริโภคส่วนใบ
เป็นใบดิบมีสเี ขียวขนาดหนึง่ ถ้วย (นาำ้ หนัก 80 กรัม) ตัวอย่างผัก เช่น ผักโขม
หรือสลัดผัก 1 ถ้วย เทียบเท่ากับผักทีต่ ม้ สุกหรือผักดิบสับขนาดครึง่ ถ้วย
(น้ำาหนัก 80 กรัม) ตัวอย่างของผักที่ต้มสุกหรือผักดิบสับ เช่น มะเขือเทศ
แครอท ฟักทอง ข้าวโพด ผักกาดหอมจีน ถั่วสดหรือหอมหัวใหญ่ เทียบ
เท่ากับน้ำาผักสดคั้นขนาดครึ่งถ้วย (น้ำาหนัก 80 กรัม)2 ในทำานองเดียวกัน
เมื่อเปรียบเทียบ 1 หน่วยบริโภคของผลไม้ จะเทียบเท่ากับผลไม้ที่มีขนาด
กลางจำานวน 1 ผล ตัวอย่างผลไม้เช่น แอปเปิ้ล กล้วยหอมหรือส้ม
เทียบเท่ากับผลไม้สับ หรือผลไม้ที่ทำาสุก หรือผลไม้จากกระป๋องในขนาด
ครึ่งถ้วย (น้ำาหนัก 80 กรัม) หรือเทียบเท่ากับน้ำาผลไม้คั้นขนาดครึ่งถ้วย
(น้ำาหนัก 80 กรัม)2

หนึ่งหน่วยบริโภค

หรือ
1 ถ้วย (80 ก.)

หรือ
1 ผล

1/2 ถ้วย (80 ก.)

หรือ
1/2 ถ้วย (80 ก.)

การวิเคราะห์ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ในรูปของหน่วย
บริโภคต่อวัน แบ่งออกเป็น 13 แห่ง ตามเขตภูมศิ าสตร์ ตามกลุ่ม
2006 GEMS/Food* ซึ่งประกอบด้วย
• อเมริกาและออสเตรเลีย เช่น สหรัฐอเมริกา
• อเมริกาใต้/กลาง เช่น เม็กซิโก
• อเมริกาใต้ เช่น บราซิล
• ยุโรปใต้ เช่น อิตาลี
• ยุโรปตะวันตก เช่น เยอรมนี
• ยุโรปเหนือ เช่น สวีเดน
• ยุโรปตะวันออก เช่น รัสเซีย
• เอเชีย (A) เช่น จีนและอินเดีย
• เอเชีย (B) เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลี
• แอฟริกาเหนือ/ตะวันออกกลาง เช่น โมร็อกโก
• แอฟริกากลาง (A) เช่น แคเมอรูน
• แอฟริกากลาง (B) เช่น ไนจีเรีย
• แอฟริกาใต้ เช่น แอฟริกาใต้
การแบ่ง 13 กลุ่มตามเขตภูมิศาสตร์นี้สอดคล้องกับการ
จัดกลุ่มอาหาร ในปี พ.ศ. 2549 กำาหนดโดยองค์การอนามัยโลก
GEMS-GEMS/Food Program2 การจัดกลุ่มทางเขตภูมิศาสตร์
นำาไปใช้ในการอธิบายรูปและตารางในรายงานสรุปนี้

หรือ
1/2 ถ้วย (80 ก.)

(The Global Environmental Monitoring System
ËÃ×Í GEMS)

1/2 ถ้วย (80 ก.)

*รายชือ่ ประเทศในแต่ละกลุม่ อยูใ่ นภาคผนวก GEMS ได้แบ่งเอเชียออกเป็นสอง
กลุม่ ทัง้ สองกลุม่ บริโภคข้าวเจ้าและข้าวสาลีในปริมาณสูง กลุม่ เอเชีย (A) คือ
กลุม่ ทีม่ ผี กั ทีบ่ ริโภคผล นมและผลิตภัณฑ์จากนม มันฝรัง่ ปลา/อาหารทะเล
และผลิตภัณฑ์จากปลา/อาหารทะเล ในปริมาณสูง ในขณะทีก่ ลุม่ เอเชีย (B) คือ
กลุม่ ทีม่ ปี ลา/อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์จากปลา/อาหารทะเล ข้าวโพด นมและ
ผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึงผักตระกูลกะหลาำ่ ในปริมาณสูง นอกจากนี้ GEMS
ได้แบ่งแอฟริกาออกเป็นสองกลุม่ ได้แก่ แอฟริกากลาง (A) คือ กลุม่ ทีม่ ผี ลไม้
ตระกูลกล้วย มันสำาปะหลัง ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโพด นมและผลิตภัณฑ์จากนม
ในปริมาณสูง ส่วนแอฟริกากลาง (B) คือ กลุม่ ทีม่ มี นั สำาปะหลัง ซอร์กมั นมและ
ผลิตภัณฑ์จากนม ข้าวฟ่าง ข้าวเจ้า และข้าวโพด ในปริมาณสูง
5

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ทั่วโลก

รูปที่ 1A. ค่าเฉลี่ยหน่วยบริโภคผักและผลไม้ต่อวัน

5

หน่วยบริโภคขั้นต่ำาที่แนะนำาโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)

4
3
2
1
0


) )
) ) ้
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง ง (A ง (B รกิ าใต






เ์ ะ ป ว เ เ ก า า
อส รกิ าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอ นั ออ กิ ากล กิ ากล แอฟ



ะว ร ร
ยโุ ร
แล เม
/้ เม ย
อื /ต แอฟ แอฟ

กิ า อ




เห
อเม
ยโุ ร
รกิ า

แอ
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

100

ร้อยละ (%) ของประชากร

ร้อยละ (%) ของผลไม้ทั้งหมด

6

รูปที่ 1B. ร้อยละการบริโภคผักและผลไม้
ที่น้อยกว่า 5 หน่วยบริโภค/วัน

80
60
40
20
0


) )
) ) ้
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง ง (A ง (B รกิ าใต






เ์ ะ ป ว เ เ ก า า
อส รกิ าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอ นั ออ กิ ากล กิ ากล แอฟ



ะว ร ร
ยโุ ร
แล เม
/้ เม ย
อื /ต แอฟ แอฟ

กิ า อ




เห
อเม
ยโุ ร
รกิ า

แอ
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

กุญเเจสำ�คัญจ�กก�รค้นพบ: ปริม�ณก�รบริโภคผักและผลไม้ทั่วโลกที่ ไม่เป็นไปต�มคำ�แนะนำ�

ประชากรวัยผูใ้ หญ่ในทุกภูมภิ าคทัว่ โลกมีปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ในรูปหน่วยบริโภคเฉลีย่ ต่อวัน ตาำ่ กว่าปริมาณ
ทีแ่ นะนำา (5 หน่วยบริโภคต่อวัน) ค่าเฉลีย่ มีคา่ ตัง้ แต่ 2.7 หน่วยบริโภคต่อวัน ในแอฟริกาเหนือ/ตะวันออกกลาง จนถึง
4.2 หน่วยบริโภคต่อวันในอเมริกาใต้ การวิเคราะห์ภาพรวมพบว่า ประชากรวัยผูใ้ หญ่ทว่ั โลกร้อยละ 60-87 บริโภคผัก
และผลไม้นอ้ ยกว่า 5 หน่วยบริโภคต่อวัน

6

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ทั่วโลก

รูปที่ 2B. ค่าเฉลี่ยจำานวนหน่วยบริโภคผักและผลไม้ที่บริโภคต่อวัน
ในกลุ่มประชาชนที่บริโภคผักและผลไม้ไม่เป็นไปตามคำาแนะนำาของ WHO

12

12

10

10

8

หน่วยบริโภคขั้นต่ำาที่แนะนำาโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)

6
4

ร้อยละ (%) ของประชากร

หน่วยบริโภค/วัน

รูปที่ 2A. ค่าเฉลี่ยจำานวนหน่วยบริโภคผักและผลไม้ที่บริโภคต่อวัน
ในกลุ่มประชาชนที่บริโภคผักและผลไม้เป็นไปตามคำาแนะนำาของ WHO

8

4

2

2

0

0



) )
) )
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง ง (A ง (B รกิ าใต







เ์ ะ ป ว เ เ ก า
อส าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอ นั ออ กิ ากล กิ ากล แอฟ
ะอ เมรกิ

ะว ร ร

ยโุ ร

/้ เม ย
อื /ต แอฟ แอฟ

กิ า อ




เห
อเม
ยโุ ร
รกิ า

แอ
ผัก
ผลไม้

หน่วยบริโภคขั้นต่ำาที่แนะนำาโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)

6



) )
) )
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง ง (A ง (B รกิ าใต







เ์ ะ ป ว เ เ ก า
อส าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอ นั ออ กิ ากล กิ ากล แอฟ
ะอ เมรกิ

ะว ร ร

ยโุ ร

/้ เม ย
อื /ต แอฟ แอฟ

กิ า อ




เห
อเม
ยโุ ร
รกิ า

แอ
ผัก

ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

ผลไม้

ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

กุญเเจสำ�คัญจ�กก�รค้นพบ

ในแต่ละหลายภูมภิ าค มีประชากรวัยผูใ้ หญ่จาำ นวนไม่มากทีบ่ ริโภคผักและผลไม้ถงึ 5 หน่วยบริโภคต่อวันหรือมากกว่านัน้
มีคา่ เฉลีย่ อยูร่ ะหว่าง 6 ถึง 7.5 หน่วยบริโภคต่อวัน ซึง่ เป็นค่าเฉลีย่ ทีส่ งู กว่าประมาณสามเท่า เมือ่ เทียบกับกลุม่ ทีบ่ ริโภค
ผักและผลไม้ตาำ่ กว่าคำาแนะนำาต่อวัน ในกลุม่ นีม้ คี า่ เฉลีย่ อยูร่ ะหว่าง 1.7 ถึง 2.7 หน่วยบริโภคต่อวัน เมือ่ เทียบกับปริมาณ
ทีแ่ นะนำาให้บริโภค (5 หน่วยบริโภคต่อวัน) คิดเป็นแค่หนึง่ ในสามถึงครึง่ หนึง่ ของปริมาณหน่วยบริโภคตาำ่ สุดทีแ่ นะนำา
ข้อมูลนีช้ ใ้ี ห้เห็นว่า คนวัยผูใ้ หญ่สว่ นใหญ่ทว่ั โลกต้องรับประทานผักและผลไม้มากกว่าปริมาณทีบ่ ริโภคปัจจุบนั อย่าง
น้อย 2 เท่าเพือ่ ให้เป็นไปตามคำาแนะนำาขององค์การอนามัยโลก (WHO)

7

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ผักและผลไม้ที่พบทั่วโลก

ผักและผลไม้ที่พบทั่วโลก
การแบ่งกลุ่มผักออกเป็น 10 กลุ่มและผลไม้แบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม อ้างอิงตามระบบที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)
ใช้จัดกลุ่มผักและผลไม้ ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นกลุ่มของผักและผลไม้ที่เลือกนำามาวิเคราะห์

ผลไม้

8

ผัก

ผลไม้เขตร้อน/เขตกึ่งร้อน: กล้วยหอม
ผลไม้ตระกูลกล้วย มะเดื่อ มะม่วง มังคุด
อะโวคาโด ฝรั่ง สับปะรด และมะละกอ

ผักทีบ่ ริโภคส่วนผล (ไม่รวมผักในตระกูล
แตง)/เห็ด: มะเขือเทศ กระเจี๊ยบเขียว
มะเขือยาว ข้าวโพด เห็ด และเห็ดทรัฟเฟิล

ผลไม้ตระกูลส้ม: ส้ม มะนาวเหลือง
มะนาวเขียว เกรปฟรุ้ต ส้มเขียวหวาน
ส้มแมนดาริน และส้มคลีเมนไทน์

ผักตระกูลกะหล่ำา: กะหล่ำาปลี
บร็อคโคลี กะหล่ำาดอก และผักตระกูล
กะหล่ำาชนิดอื่นๆ

ผลไม้ตระกูลแตงโม: แตงโม แคนตาลูป
และแตงเมลอนอื่นๆ

ผักที่บริโภคผล (รวมถึงผักในตระกูลแตง):
ฟักทอง ฟักทองลูกเล็ก น้ำาเต้า แตงกวา
และแตงเกอร์คิน พริกขนาดเล็กและ
พริกหยวก (เช่น พริกหยวกเขียว)

ผลไม้ตระกูลแอปเปิ้ล: แอปเปิ้ล
ลูกแพร์ และควินซ์

ผักที่บริโภคใบ: ผักกาดหอม ชิโครี
ผักโขม และผักใบเขียวอื่นๆ

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี: สตรอเบอร์รี
ราสพ์เบอร์รี กูสเบอร์รี เคอร์แรนท์
บลูเบอร์รี แครนเบอร์รี และองุ่น

ผักทีบ่ ริโภคราก: แครอท และหัวเทอร์นพิ

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ผลไม้ที่พบทั่วไป
รูปที่ 3. ความหลากหลายของผลไม้เขตร้อน/เขตกึ่งร้อน
แสดงเป็นร้อยละของผลไม้ทั้งหมด
ร้อยละ (%) ของผลไม้ทั้งหมด

100

80

60

40

20



) )
) )
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง ง (A ง (B กิ าใต






เ์
ะ ป ว เ เ ก า า ร
อส าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอ นั ออ ากล ากล แอฟ
ะอ เมรกิ


ะว รกิ รกิ

ยโุ ร

/้ เม
อื /ต แอฟ แอฟ

กิ า อ




เห
อเม
ยโุ ร
รกิ า

แอ
0

อืน่ ๆ (อินทผาลัม มะกอก
ผลมะม่วงหิมพานต์ อะโวคาโด และกีว)ี
มะละกอ
พลับ
สับปะรด
มะม่วง มังคุด ฝรัง่
มะเดือ่
กล้วยกล้าย
กล้วยหอม
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

รูปที่ 4. ความหลากหลายของผลไม้ตระกูลส้ม
แสดงเป็นร้อยละของผลไม้ทั้งหมด
ร้อยละ (%) ของผลไม้ทั้งหมด

40
35
30
25
20
15
10
5


) ) ง ) )
ง ้

เลยี /้ กลา รกิ าใต รเนยี น วนั ตก เหนอ นั ออก ชยี (A ชยี (B กลา าง (A าง (B รกิ าใต












สเ ใต อเม เิ ตอร ุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอ นั ออ กิ าก กิ าก แอฟ
ออ มรกิ า
ด โ
ะว ฟร ฟร

ยโุ ร
/้ เม ย
อื /ต แอ แอ
แล อเ





เห
รกิ
ยโุ ร
รกิ า
อเม

แอ

ส้มเขียวหวาน ส้มแมนดาริน
ส้มคลีเมนไทน์
เกรปฟรุต้ (รวมทัง้ ส้มโอ)
มะนาวเหลือง และมะนาวเขียว
ส้มเกลีย้ ง
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

ผลไม้เขตร้อน/เขตกึ่งร้อน
ผลไม้เขตร้อน/เขตกึ่งร้อน พบได้ทั่วไปในโลก และเป็นผลไม้
ส่วนใหญ่ของผลไม้ทง้ั หมดทีม่ อี ยูใ่ นแอฟริกากลาง (A และ B)
และแอฟริกาใต้ มีสัดส่วนร้อยละ 79-93 ของผลไม้ทั้งหมด
ในขณะทีก่ ล้วยและผลไม้ตระกูลกล้วยหอมเป็นผลไม้เมืองร้อน
ที่พบได้มากที่สุดในเกือบทุกภูมิภาค ส่วนมะม่วง มังคุด
และฝรั่ง เป็นผลไม้ที่พบในทุกภูมิภาค และมีอยู่มากที่สุด
ในแอฟริกากลาง (B) เอเชีย (A) และอเมริกาใต้/กลาง
ผลไม้เขตร้อน/เขตกึ่งร้อนเป็นแหล่งอุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี
และอี รวมทั้งไฟโตนิวเทรียนท์ เช่น แอลฟา-แคโรทีน และ
เบต้า-แคโรทีน (เช่น ผลไม้ตระกูลกล้วย) เบต้า-คริพโตแซนทีน
(เช่น มะละกอ) และไลโคปีน (เช่น ฝรั่ง)38 แอลฟา-แคโรทีน
และเบต้า-แคโรทีนมีส่วนสำาคัญต่อการบำารุงสายตา21, 24
ในขณะที่เบต้า-แคโรทีน และเบต้า-คริพโตแซนทีนมีบทบาท
ในการดูแลสุขภาพกระดูก โดยการลดการสูญเสียเนือ้ กระดูก
เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ26

ผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว
ผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว มักพบได้ทั่วไป คิดเป็นร้อยละ
30-35 ของผลไม้ทั้งหมดในทวีปอเมริกา ออสเตรเลีย รวมทั้ง
อเมริกาใต้/กลาง นอกจากนี้ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20-26
ในยุโรปตะวันออก แอฟริกาเหนือ/ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้
และยุโรปใต้/เมดิเตอร์เรเนียน ตามลำาดับ ในภูมิภาคอื่นๆ
ที่ไม่ได้กล่าวถึง พบผลไม้ตระกูลส้มและมะนาวในสัดส่วน
น้อยกว่าร้อยละ 20 ของผลไม้ทั้งหมด ส้มเป็นผลไม้ใน
ตระกูลส้มและมะนาวที่พบได้ทั่วไปในเกือบทุกภูมิภาค
แต่เอเชีย (A และ B) พบส้มเขียวหวาน ส้มแมนดาริน และ
ส้มคลีเมนไทน์ มากกว่า ส่วนในทวีปอเมริกา ออสเตรเลีย
และอเมริกาใต้/กลาง พบมะนาวเหลือง มะนาวเขียว และ
เกรปฟรุ้ต มากกว่าภูมิภาคอื่นๆ
ผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว เป็นแหล่งทีอ่ ดุ มไปด้วยวิตามินซี
รวมทัง้ ไฟโตนิวเทรียนท์ เช่น เฮสเพอริดนิ (เช่น มะนาวเหลือง
มะนาวเขียว และส้ม) และเบต้า-คริพโตแซนทีน (เช่น
ส้มเขียวหวาน และส้ม) และไลโคปีน (เช่น เกรปฟรุ้ตสีแดง
และสีชมพู)38, 39 ไลโคปีนช่วยบำารุงสุขภาพต่อมลูกหมาก8
บำารุงปอด9 และกระเพาะอาหาร10-11 เฮสเพอริดินช่วยบำารุง
สุขภาพหัวใจ เนื่องจากฤทธิ์ลดไขมันในเลือด27
9

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ผลไม้ที่พบทั่วไป
ผลไม้ตระกูลแตงโม

ผลไม้ตระกูลแตงโมมีไฟโตนิวเทรียนท์ เช่น ไลโคปีน (เช่น
แตงโม) และเบต้า-แคโรทีน (เช่น แคนตาลูป)38, 39 นอกจาก
ส่งเสริมการทำางานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายแล้ว25 เบต้าแคโรทีนยังส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการอีกด้วย22

35

ร้อยละ (%) ของผลไม้ทั้งหมด

แตงโมและผลไม้ตระกูลแตงโมอื่น เช่น แคนตาลูป ยังเป็น
ผลไม้ทพ่ี บในยุโรปตะวันออก แอฟริกาเหนือ/ตะวันออกกลาง
และเอเชีย (A) เป็นอันดับต้นๆ มีสัดส่วนร้อยละ 20-32
แตงโมพบได้ทั่วไปในทุกภูมิภาค แต่สำาหรับผลไม้ตระกูล
แตงโมอืน่ ๆ เช่น แคนตาลูป พบมากในยุโรปใต้/เมดิเตอร์เรเนียน
แอฟริกาเหนือ/ตะวันออกกลาง และเอเชีย (A)

รูปที่ 5. ความหลากหลายของแตงโม/ผลไม้ตระกูลแตงเมลอนอื่นๆ
แสดงเป็นร้อยละของผลไม้ทั้งหมด
30
25
20
15
10
5



) )
) )
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื ออก ยี (A ยี (B กลาง าง (A าง (B รกิ าใต








เ์


อส าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ตะว เอเช เอ นั ออก กิ ากล กิ ากล แอฟ
ะอ เมรกิ



ว ฟร ฟร




ยโุ
/ตะ แอ แอ
ต/้ เ
กิ า อ





อเม
เหน
ยโุ ร
กิ า


แอ
0

แตงเมลอนอื่นๆ (รวมทั้ง แคนตาลูป)
แตงโม
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

ผลไม้ตระกูลแอปเปิ้ล

เควอซิทินเป็นไฟโตนิวเทรียนท์ที่พบมากที่สุดในผลไม้ตระกูล
แอปเปิ้ล38, 39 ไฟโตนิวเทรียนท์ชนิดนี้ มีส่วนสำาคัญในการ
บำารุงสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ14, 15

25

ร้อยละ (%) ของผลไม้ทั้งหมด

ในยุโรป ผลไม้ตระกูลแอปเปิ้ลมีสัดส่วนร้อยละ 19-24
ของผลไม้ที่พบได้ทั่วไป ทว่า ผลไม้ตระกูลแอปเปิ้ลนั้น
มีสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 16 ของผลไม้ทั้งหมดที่พบได้ทั่วไป
อยู่ในภูมิภาคอื่นๆ อาจกล่าวได้ว่าแอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่พบได้
ทั่วไปในทุกภูมิภาค ในขณะที่ผลไม้ตระกูลแอปเปิ้ล เช่น
ลูกแพร์ พบมากในยุโรปใต้/เมดิเตอร์เรเนียน และเอเชีย
(A และ B) ส่วนควินซ์พบได้เพียงไม่กี่ภูมิภาค

รูปที่ 6. ความหลากหลายของผลไม้ตระกูลแอปเปิ้ล
แสดงเป็นร้อยละของผลไม้ทั้งหมด

20

15

10

5



) )
) )
เลยี ลาง าใต ยี น ตก นอื อก (A (B ลาง (A (B าใต
เส ตร ใต/้ ก เมรกิ รเ์ รเน ตะวนั รปเห ะวนั อ เอเชยี เอเชยี อกก กลาง กลาง อฟรกิ
อ า า แ
อ า อ อ ป ยโุ ต
ะอ เมรกิ

เิ ต ยโุ ร
ะวนั อฟรกิ อฟรกิ








/

แ แ
อื
/้ เม
รกิ า
ใต
เหน


อเม


ฟร
ยโุ ร
แอ
0

ควินซ์
แพร์
แอปเปิ้ล
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

10

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ผลไม้ที่พบทั่วไป
รูปที่ 7. ความหลากหลายของผลไม้ตระกูลเบอร์รี
แสดงเป็นร้อยละของผลไม้ทั้งหมด
ร้อยละ (%) ของผลไม้ทั้งหมด

15

12

9

6

3



) )
) )
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง าง (A าง (B รกิ าใต








เ์

ว เ เ
อส าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอ นั ออ กิ ากล กิ ากล แอฟ
ะอ เมรกิ





ะว ฟร ฟร



้ใ เม
/
ืน /ต แอ แอ


กริ า อ

เห
อเม
ยโุ ร
รกิ า

แอ
0

องุ่น
แครนเบอร์รี
บลูเบอร์รี
เคอร์แรนท์
กูสเบอร์รี
ราสพ์เบอร์รี
สตรอเบอร์ร่ี

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี
ผลไม้ตระกูลเบอร์รีและผลไม้ขนาดเล็กอื่นๆ (เช่น
สตรอเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี กูสเบอร์รี เคอร์แรนท์ บลูเบอร์รี
แครนเบอร์รี และองุ่น) มีสัดส่วนที่พบได้ไม่มากในยุโรป
ใต้/เมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปตะวันออก และแอฟริกาเหนือ/
ตะวันออกกลาง นอกจากนีย้ งั พบได้นอ้ ย (ไม่เกินร้อยละ 10)
หรือเกือบไม่พบเลยในภูมิภาคอื่นๆ
ผลไม้ตระกูลเบอร์รีเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแอนโทไซยานิดิน
(ตัวอย่างผลไม้ เช่น บลูเบอร์รี เคอร์แรนท์ แครนเบอร์รี
ราสพ์เบอร์รี องุน่ แดง และสตรอเบอร์ร)ี 38, 39 แอนโทไซยานิดนิ
มีความสำาคัญต่อการบำารุงเซลล์17, 18 บำารุงผิวพรรณ19
และส่งเสริมและบำารุงระบบย่อยอาหาร20

ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

กุญเเจสำ�คัญจ�กก�รค้นพบ

พบความหลากหลายของสัดส่วนผลไม้ทพ่ี บได้ทว่ั ไป กระจายไปตามภูมภิ าคทัว่ โลก ความแตกต่างเหล่านีช้ ใ้ี ห้เห็นว่า
ปริมาณและความหลากหลายของการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์อาจแตกต่างกันออกไปตามภูมภิ าคต่างๆ ทัว่ โลก

11

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ผักที่พบทั่วไป
ผักที่บริโภคส่วนผล (ไม่รวมถึงพืชในตระกูลแตง)/เห็ด

มะเขือเทศเป็นผักที่อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์และไลโคปีน
รวมทัง้ เป็นแหล่งของแอลฟา-แคโรทีน และเบต้า-แคโรทีน38, 39
ข้าวโพดเป็นผักทีอ่ ดุ มไปด้วยลูทนี /ซีแซนทีน ซึง่ ช่วยบำารุงสายตา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรผู้สูงอายุ5-7 มะเขือยาว
มีแอนโทไซยานิดินและสารประกอบฟีนอลอื่นๆ ซึ่งช่วย
บำารุงเซลล์17, 18, 38, 39

60

ร้อยละ (%) ของผักทั้งหมด

ผักที่บริโภคส่วนผล (ไม่รวมถึงพืชในตระกูลแตง) มีสัดส่วน
มากที่สุดของบรรดาผักที่พบได้ทั่วไปทั้งหมด และมีสัดส่วน
มากที่สุดในเกือบทุกภูมิภาค คิดเป็นร้อยละ 23-53 ของผัก
ที่มีอยู่ในทุกภูมิภาค ยกเว้นทางตอนเหนือของยุโรป และ
บางส่วนของเอเชีย (B) มะเขือเทศเป็นผักทีบ่ ริโภคผล ทีพ่ บ
ได้มากทีส่ ดุ ในทุกภูมภิ าค ในสัดส่วนทีร่ องมา คือ ข้าวโพด
เป็นผักทีบ่ ริโภคผลชนิดหนึง่ ในแอฟริกากลาง (A และ B) และ
อเมริกาใต้/กลาง แต่ในสัดส่วนทีร่ องลงมาในเอเชีย (A) และ
แอฟริกาเหนือ/ตะวันออกกลาง กลับเป็นมะเขือยาว

รูปที่ 8. ความหลากหลายของผักที่บริโภคส่วนผล
แสดงเป็นร้อยละของผักทั้งหมด

50
40
30
20
10



) )
) )
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง าง (A าง (B รกิ าใต








เ์

ว เ เ
อส าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอ นั ออ กิ ากล กิ ากล แอฟ
ะอ เมรกิ





ะว ฟร ฟร



้ใ เม
/
ืน /ต แอ แอ


กริ า อ

เห
อเม
ยโุ ร
รกิ า

แอ
0

เห็ด และเห็ดทรัฟเฟิล
ข้าวโพด
กระเจี๊ยบเขียว
มะเขือยาว
มะเขือเทศ
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

รูปที่ 9. ความหลากหลายของผักตระกูลกะหล่ำา
แสดงเป็นร้อยละของผักทั้งหมด

ผักตระกูลกะหล่ำา

12

30

ร้อยละ (%) ของผักทั้งหมด

ผักตระกูลกะหล่ำามีสัดส่วนร้อยละ 29 ของผักที่พบในเอเชีย
(B) ร้อยละ 21 ในแอฟริกาใต้ และร้อยละ 16-19 ในยุโรป
ตะวันตก ยุโรปเหนือ และยุโรปตะวันออก รวมถึงเอเชีย (A)
กะหล่ำาปลีและผักที่คล้ายกะหล่ำาอื่นๆ เป็นผักที่พบได้ทั่วไป
สำาหรับกะหล่ำาดอกและบร็อคโคลีจัดอยู่ในตระกูลกะหล่ำาเช่น
กัน พบได้ในเอเชีย (A) ยุโรปตะวันตก และอเมริกาใต้/กลาง
แต่แทบจะไม่พบในแอฟริกากลาง (A และ B)
ผักตระกูลกะหล่ำาเป็นแหล่งที่ดีของไฟโตนิวเทรียนท์ เช่น
แอนโทไซยานิดิน (เช่น กะหล่ำาปลีสีม่วง) เบต้า-แคโรทีน
(เช่น ผักกาดขาว) ลูทีน/ซีแซนทีน และกลูโคซิโนเลต
(เช่น กะหล่ำาดาว และบร็อคโคลี)38-41 เบต้า-แคโรทีนมี
ความสำาคัญต่อสุขภาพหัวใจ23 และส่งเสริมการทำางาน
ของภูมคิ มุ้ กันร่างกาย25 ลูทนี /ซีแซนทีน5-7 และเบต้า-แคโรทีน24
บำารุงสายตา กลูโคซิโนเลตเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ40, 41
และปกป้องเซลล์จากมลพิษภายนอกร่างกาย42

25
20
15
10
5



) )
) )
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง าง (A าง (B กิ าใต







เ์
ะ ป ว เ
อส าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอเช นั ออ กิ ากล กิ ากล แอฟ

ะอ เมรกิ












เม

อื /ต แอ แอ
กิ า อ
ใต/้
เา หน
เอ มร
โยุ รป
กิ
ฟร
แอ
0

กะหล่ำาดอกและบร็อคโคลี
ตระกูลปลีและผักตระกูลกะหล่ำาอื่นๆ
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ผักที่พบทั่วไป
รูปที่ 10. ความหลากหลายของผักที่บริโภคส่วนผลรวมทั้งพืชในตระกูลแตง
แสดงเป็นร้อยละของผักทั้งหมด
ร้อยละ (%) ของผักทั้งหมด

25

20

15

10

5



) )
) )
เลยี ลาง าใต ยี น ตก นอื อก (A (B ลาง (A (B าใต
เส ตร ใต/้ ก เมรกิ อรเ์ รเน ตะวนั โุ รปเห ะวนั อ เอเชยี เอเชยี อกก กลาง กลาง อฟรกิ
อ า า แ
อ า อ เิ ต โุ รป ย ปต
ะอ เมรกิ
ด ย
โุ ร
ะวนั อฟรกิ อฟรกิ







/

/
แ แ
อื
รกิ า
ปใต
เหน
อเม
ยโุ ร
กริ า

แอ
0

พริกขนาดเล็กและพริกหยวก สีเขียว
แตงกวา และแตงเกอร์คิน
ฟักทอง ฟักทองลูกเล็ก และน้ำาเต้า
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

รูปที่ 11. ความหลากหลายของผักทีบ่ ริโภคส่วนใบ
แสดงเป็นร้อยละของผักทัง้ หมด
ร้อยละ (%) ของผักทั้งหมด

15

12

9

6

3



) )
) )
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น วนั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง าง (A าง (B รกิ าใต






เ์
ะ ป ว เ เ ก
อส าใต อเม เิ ตอร โุ รปต ยโุ ร ปตะ เอ เอ นั ออ กิ ากล กิ ากล แอฟ
ะอ เมรกิ


ะว ฟร ฟร

ยโุ ร

้ใ เม
/
ืน /ต แอ แอ


กริ า อ

เห
อเม
ยโุ ร
รกิ า

แอ
0

ผักที่บริโภคส่วนผล (รวมถึงพืชในตระกูลแตง)
ผักทีบ่ ริโภคส่วนผล รวมถึงพืชในตระกูลแตง มีสดั ส่วนร้อยละ
12-21 ของผักที่พบในทุกภูมิภาค ยกเว้น อเมริกาใต้
ชนิดของผักที่บริโภคส่วนผลนี้มีความแตกต่างกันอย่าง
เห็นได้ชัดเจนในแต่ละภูมิภาค เช่น ในแอฟริกากลาง (A)
พบฟักทอง ฟักทองลูกเล็ก และน้ำาเต้า ซึ่งเป็นผักที่พบ
ได้มากทีส่ ดุ ในบรรดาผักทีบ่ ริโภคส่วนผล ในขณะทีใ่ นยุโรปเหนือ
ยุโรปตะวันออก และเอเชีย (A) แตงกวาและแตงเกอร์คิน
กลับพบได้มากทีส่ ดุ ส่วนในอเมริกาใต้/กลางและแอฟริกากลาง
(B) พบพริกและพริกหยวกมากที่สุด
ฟักทอง และฟักบัตเตอร์นัท เป็นแหล่งแอลฟา-แคโรทีน
นอกจากนี้ ฟักบัตเตอร์นัทยังประกอบด้วย เบต้า-แคโรทีน
และเบต้า-คริพโตแซนทีน ส่วนพริกหยวกแดงเป็นแหล่งของ
เบต้า-คริพโตแซนทีน ในขณะที่พริกหยวกประเภทอื่นๆ
มีเควอซิทินเป็นองค์ประกอบด้วย38, 39 แอลฟา-แคโรทีน
เบต้า-แคโรทีน และเบต้า-คริพโตแซนทีน ช่วยบำารุงหัวใจ23
นอกจากนี้ เบต้า-แคโรทีน และเบต้า-คริพโตแซนทีนมีความ
สำาคัญต่อสุขภาพกระดูก26, 28 เควอซิทินช่วยบำารุงหัวใจและ
หลอดเลือด โดยช่วยปรับสมดุลระบบความดันโลหิต14, 15

ผักที่บริโภคส่วนใบ
ผักที่บริโภคส่วนใบพบค่อนข้างน้อยในทุกภูมิภาค โดยมี
เพียงร้อยละ 12 หรือน้อยกว่าผักที่มีทั้งหมด ผักกาดหอม
และชิโครีเป็นผักที่บริโภคส่วนใบที่พบได้ทั่วไปในทุกภูมิภาค
เอเชีย A และเอเชีย B เป็นภูมิภาคเดียวที่พบผัก
ที่บริโภคส่วนใบในกลุ่มของพืชน้ำา
ผักที่บริโภคส่วนใบพบไฟโตนิวเทรียนท์ เช่น เบต้า-แคโรทีน
(เช่น ผักโขม ผักกาดโรเมน) ลูทีนและซีแซนทีน (เช่น
ผักกาดหอม และชิโครี ผักเคล ผักโขม) และเควอซิทิน
(เช่น แรดิชิโอ)38, 39 ลูทีนและซีแซนทีนเป็นไฟโตนิวเทรียนท์
ที่สำาคัญในการบำารุงสายตา5-7

พืชน้ำา ทั้งหมด
ใบฝรั่ง
ผักโขม
ชิโครี
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

13

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ผักที่พบทั่วไป
ผักที่บริโภคส่วนราก
20

ร้อยละ (%) ของผักทั้งหมด

ผักที่บริโภคส่วนราก (เช่น แครอทและหัวเทอร์นิพ) มีสัดส่วน
ร้อยละ 13-19 ของผักทั้งหมดที่มีให้บริโภคในยุโรปตะวันตก
และยุโรปเหนือ ในขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ มีสัดส่วนเพียง
ร้อยละ 1-8 ผักทีบ่ ริโภคส่วนรากบางชนิดเป็นแหล่งอุดมไปด้วย
แคโรทีนอยด์ รวมถึงแอลฟา-แคโรทีน และเบต้า-แคโรทีน
(เช่น แครอท)38, 39 แอลฟา-แคโรทีน และเบต้า-แคโรทีน
มีช่วยบำารุงสายตา21, 24 รวมทั้งส่งเสริมการเจริญเติบโต
และพัฒนาการ22

รูปที่ 12 ความหลากหลายของผักที่บริโภคส่วนราก
แสดงเป็นร้อยละของผักทั้งหมด

15

10

5



) )
) )
เลยี /้ กลาง รกิ าใต เนยี น นั ตก เหนอื นั ออก ยี (A ยี (B กลาง าง (A าง (B รกิ าใต








เ์
ว เ เ
อส าใต อเม เิ ตอร ปตะ ยโุ รป ปตะ เอ เอ นั ออ กิ ากล กิ ากล แอฟ

ะอ เมรกิ






ะว ฟร ฟร



้ใ เม ย
/
ืน /ต แอ แอ


กริ า อ

เห
อเม
ยโุ ร
รกิ า

แอ
0

แครอทและเทอร์นิพ
ตามข้อมูลกลุ่ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 และ FAO2

กุญเเจสำ�คัญจ�กก�รค้นพบ

พบความหลากหลายของสัดส่วนผักทีพ
่ บได้ทว่ั ไปกระจายแต่ละภูมภิ าคทัว่ โลก ความแตกต่างเหล่านีช้ ใ้ี ห้เห็นว่า
ปริมาณและความหลากหลายของการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์อาจแตกต่างกันออกไปตามภูมภิ าคต่างๆ ทัว่ โลก

14

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

บทสรุป

บทสรุป
คนวัยผูใ้ หญ่สว่ นใหญ่ทว่ั โลกร้อยละ 60-87 บริโภคผักและผลไม้นอ้ ยกว่าปริมาณ
ขั้นต่ำาที่แนะนำาไว้ต่อวันคือ 5 หน่วยบริโภค นอกจากนี้ยังพบความแตกต่าง
ที่เห็นได้ชัดเกี่ยวกับประเภทผักและผลไม้ที่พบตามเขตภูมิศาสตร์ต่างๆ
จากความแตกต่างของชนิดของผักและผลไม้ ทำาให้พบความแตกต่างของชนิด
ไฟโตนิวเทรียนท์ดว้ ย ความแตกต่างนีอ้ าจส่งผลถึงปริมาณและความหลากหลาย
ของการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์ ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อปริมาณบริโภค
ไฟโตนิวเทรียนท์ เช่น รูปแบบของผักและผลไม้ที่บริโภค (เช่น สุก หรือดิบ)
ในการศึกษาวิจัยนี้อ้างถึงปริมาณการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์จากผักและผลไม้
ที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม อาหารที่มีองค์ประกอบจากพืชอื่นๆ ก็สามารถ
เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์ได้เช่นเดียวกัน
จากผลของการวิเคราะห์ข้อมูลถึงความแตกต่างของชนิดผักและผลไม้ที่พบ
ได้ตามเขตภูมิศาสตร์ทั่วโลกนั้น สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์จึงได้สรุปชนิดของ
ผักและผลไม้ที่พบได้ทั่วไปตามภูมิภาคส่วนใหญ่ในโลก รวมถึงไฟโตนิวเทรียนท์
ที่พบ ได้แก่
ผลไม้เขตร้อน/เขตกึ่งร้อน เช่น ผลไม้ตระกูล
กล้วย (แอลฟา-แคโรทีน และเบต้า-แคโรทีน)
มะม่วง (เบต้า-แคโรทีน) มะละกอ (เบต้า-คริพโต
แซนทีน) และฝรั่ง (ไลโคปีน)
ผักที่บริโภคส่วนผล เช่น มะเขือเทศ (แอลฟาแคโรทีน เบต้า-แคโรทีน และไลโคปีน) ข้าวโพด
(ลูทีน/ซีแซนทีน) และมะเขือยาว (แอนโทไซยานิดิน)
เพื่อเกิดความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพกับปริมาณ
การบริโภคผักและผลไม้ประเภทต่างๆ และความหลากหลายของไฟโตนิวเทรียนท์
ที่มี จำาเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลถึงความ
แตกต่างกันตาม เพศ อายุ และที่ตั้งในเมืองเทียบกับในชนบท มีผลเป็นเช่นไร
องค์ความรู้นี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจถึงปริมาณการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์
ทั่วโลกได้

15

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

อ้างอิง

16

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ภาคผนวก

ข้อมูลการบริโภคผักและผลไม้จากการแบ่งกลุ่มตาม GEMS/Food พ.ศ. 2549 (2006 GEMS/Food Clusters)
และการสำารวจสุขภาพทั่วโลก (WHS) พ.ศ. 2545-2547 แบ่งตามประเทศ

แหล่งที่มา: เอ็กซ์โปเน้นท์ อิงค์. การประเมินปริมาณการบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลกตามระดับของการบริโภคผักและผลไม้. มีนาคม 2557 (Exponent, Inc. Global
Assessment of Phytonutrient Intake by Level of Fruit and Vegetable Consumption. March 2014.)

ก�รแบ่งกลุ่มต�ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 ข้อมูลก�รบริโภคผักและผลไม้
จ�กก�รสำ�รวจสุขภ�พทั่วโลก
ชื่อประเทศ
กลุ่ม
(WHS) พ.ศ. 2545-2547
A

B

C

แองโกลา
บุรุนดี
แคเมอรูน
สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
คอโมโรส
โกตดิวัวร์
จิบูตี
เอริเทรีย
เอธิโอเปีย
กาบอง
นิวกินี
กินีบิสเซา
ไลบีเรีย
มาดากัสการ์
มอริเชียส
รวันดา
เซาตูเมและปรินซิปี
เซเชลส์
เซียร์ราลีโอน
โซมาเลีย
ยูกันดา
เยเมน
ไซปรัส
กรีซ
อิสราเอล
อิตาลี
เลบานอน
โปรตุเกส
สเปน
ตุรกี
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แอลจีเรีย
อียิปต์
อิรัก
จอร์แดน
คูเวต

ก�รแบ่งกลุ่มต�ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 ข้อมูลก�รบริโภคผักและผลไม้
จ�กก�รสำ�รวจสุขภ�พทั่วโลก
ชื่อประเทศ
กลุ่ม
(WHS) พ.ศ. 2545-2547
C

มีข้อมูล
มีข้อมูล

D

มีข้อมูล

มีข้อมูล

E
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล

สาธารณรัฐสังคมนิยม
ประชาชนอาหรับลิเบีย
โมร็อกโก
ซาอุดิอาระเบีย
สาธารณรัฐอาหรับซีเรีย
ตูนิเซีย
แอลเบเนีย
อาร์เมเนีย
อาเซอร์ไบจาน
เบลารุส
บอสเนียและเฮอร์เซโก
บัลแกเรีย
จอร์เจีย
สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
คาซัคสถาน
คีร์กีซสถาน
สาธารณรัฐมอลโดวา
โรมาเนีย
สหพันธรัฐรัสเซีย
เซอร์เบียและมอนเตเนโก
ทาจิกิสถาน
อดีตสาธารณรัฐยูโกสลาฟมา
ซิโดเนีย
เติร์กเมนิสถาน
ยูเครน
อุซเบกิสถาน
ออสเตรีย
เบลเยียม
โครเอเชีย
สาธารณรัฐเช็ก
เดนมาร์ก
ฝรั่งเศส
เยอรมนี
ฮังการี
ไอร์แลนด์
ลักเซมเบิร์ก

มีข้อมูล

มีข้อมูล

มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล

มีข้อมูล

มีข้อมูล

มีข้อมูล
มีข้อมูล

มีข้อมูล

17

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ภาคผนวก

ก�รแบ่งกลุ่มต�ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 ข้อมูลก�รบริโภคผักและผลไม้
จ�กก�รสำ�รวจสุขภ�พทั่วโลก
ชื่อประเทศ
กลุ่ม
(WHS) พ.ศ. 2545-2547
E

F

G

H

18

เนเธอร์แลนด์
โปแลนด์
สโลวาเกีย
สโลวีเนีย
สวิตเซอร์แลนด์
สหราชอาณาจักร
เอสโตเนีย
ฟินแลนด์
ไอซ์แลนด์
ลัตเวีย
ลิทัวเนีย
นอร์เวย์
สวีเดน
อัฟกานิสถาน
บังคลาเทศ
กัมพูชา
จีน
อินเดีย
อินโดนีเซีย
ลาว
มาเลเซีย
มองโกเลีย
พม่า
เนปาล
ปากีสถาน
ศรีลังกา
ไทย
เวียดนาม
โบลิเวีย
เอลซัลวาดอร์
กัวเตมาลา
เฮติ
ฮอนดูรัส
เม็กซิโก
นิคารากัว
ปานามา

มีข้อมูล
มีข้อมูล

ก�รแบ่งกลุ่มต�ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 ข้อมูลก�รบริโภคผักและผลไม้
จ�กก�รสำ�รวจสุขภ�พทั่วโลก
ชื่อประเทศ
กลุ่ม
(WHS) พ.ศ. 2545-2547

I

มีข้อมูล
มีข้อมูล

มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล

J

มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล

K

ปารากวัย
เปรู
เซนต์คิตส์และเนวิส
เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีน
เบนิน
บอตสวานา
เคปเวิร์ด
กานา
เคนยา
เลโซโท
มาลาวี
โมซัมบิก
นามิเบีย
แอฟริกาใต้
สวาซิแลนด์
โตโก
สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย
แซมเบีย
ซิมบับเว
บูร์กินาฟาโซ
ชาด
คองโก
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
แกมเบีย
มาลี
มอริเตเนีย
ไนเจอร์
ไนจีเรีย
เซเนกัล
ซูดาน
แอนติกาและบาร์บูดา
บาฮามาส
บาร์เบโดส
เบลีซ
บราซิล
โคลัมเบีย

มีข้อมูล

มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล
มีข้อมูล

รายงานไฟโตนิวเทรียนท์ทั่วโลก

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคผักและผลไม้
ที่พบทั่วไปในโลก และผลเชื่อมโยงสู่การบริโภคไฟโตนิวเทรียนท์

ภาคผนวก

ก�รแบ่งกลุ่มต�ม GEMS/Food พ.ศ. 2549 ข้อมูลก�รบริโภคผักและผลไม้
จ�กก�รสำ�รวจสุขภ�พทั่วโลก
ชื่อประเทศ
กลุ่ม
(WHS) พ.ศ. 2545-2547
K

L

M

คอสตาริกา
คิวบา
โดมินิกา
สาธารณรัฐโดมินิกัน
เอกวาดอร์
เกรเนดา
กายอานา
จาเมกา
เซนต์ลูเซีย
ซูรินาเม
ตรินิแดดและโตเบโก
เวเนซูเอลา
บรูไนดารุสซาลาม
สาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนเกาหลี
ฟิจิ
ญี่ปุ่น
คิริบาส
มัลดีฟส์
นิวแคลิโดเนีย
ปาปัวนิวกีนี
ฟิลิปปินส์
สาธารณรัฐเกาหลี
หมู่เกาะโซโลมอน
วานูอาตู
อาร์เจนตินา
ออสเตรเลีย
แคนาดา
ชิลี
นิวซีแลนด์
สหรัฐอเมริกา
อุรุกวัย

มีข้อมูล
มีข้อมูล

มีข้อมูล

มีข้อมูล

19