You are on page 1of 6

เฉโก

ดร.วรภัทร ภูเจริญ

คราวนี้ ผมมีเรือ่ งนาสนใจจะนําเสนอ คือผมกําลังจะเรียนทานผูอา นวา การเรียนรูของเรา


สามารถเพิ่มไดอกี จากเดิมที่พวกเราเคยใช ปญญา จาก ฐานคิด คือ ใช สมอง เอาแตคิดๆๆๆ จน
หลายทานปวดหัว เครียด ปวย เปนไมเกรน ไปจนถึง มะเร็งไดนั้น
จริงๆแลว ยังมี สติปญญาอีก ตั้ง 3 แบบ หรืออีก 3 ฐาน ทีพ่ วกเรา ละเลย ไมไดฝกปรือ เนื่องจาก
ระบบการศึกษาในโลกนี้ มักพาพวกเรา ไปใช ปญญา ที่ขาดสติ เปนปญญาแบบโลก ๆ เปนปญญา
“เฉโก” คือ ปญญาที่ปนกิเลส ปญญาที่ขาดสติที่ถูกตอง ปญญาทีย่ ังเจือตัวกูของกู โลกถึงไดวนุ วาย
แตก็เปนโจทยใหเราไดฝกสรางบารมี อดทน อดกลัน้ ขันติ ฯลฯ อยางทุกวันนี้
เรื่องของปญญานั้น ถา ตามฝรั่ง ก็ คงมีการศึกษากันมากมาย แต ที่ผม ชอบใช บอยๆ คือ เรื่อง
ปญญา 3 ฐาน คือ ฐานกาย ฐานใจ และ ฐานคิด แตที่นา สังเกต คือ ฝรั่ง รูจกึ ปญญา แต ตัว “สติ” ไม
คอยจะไดศึกษา แบบจริงๆจัง
ผลงานวิจัยทางดาน ปญญานัน้ ฝรั่งคนความาก แต ดานสติปญญา ยังมีนอ ยมาก ในขณะที่ ผู
มุงนิพพาน และ พระอริยเจาในประเทศไทย ทาน ศึกษาเรือ่ งสติปญญา กันอยางขมักเขมน เอาชีวิต
เขาแลก แต คนไทยทัว่ ไป แย กวาฝรั่งอีก คือ ผลงานวิจยั ทั้วดานสติ และ ดานปญญา ไมคอยจะทํากัน
หมดเวลา ไปกับดาน “เฉโก” เสียมากกวา
ปญญา 3 ฐาน
1) ฐานกาย
การเรียนรูจ ากฐานกาย เปนการเรียนรูที่สาํ คัญมากๆ จนถึงสําคัญที่สุดในการฝก แต พวกเรา
มองขามไปตอนที่คนเรา ยังเปนเด็กๆ อายุไมเกิน สัก ๗ ขวบนั้น เรายังไมเฉโกมากนัก กิเลสมีนอย เพิ่ง
จะมีนวิ้ มีขา ใหใช เราก็เพลินเพลิน กับ อวัยวะที่เปนระยงคนี้ หยิบจับ เดิน วิ่ง ฯลฯ
เราเรียนรู ทักษะ ของการใชรา งกาย นี่เปนการเรียนรูที่สาํ คัญมากๆ เพราะ เมื่อโตขึ้น การเรียนรู
ของฐานกายนี้ จะนํา ไปสู การฝกสติ และ เมื่อ “สติมาปญญาเกิด” เราจึงตองสรางสติใหไดกอน โดย
สติจะสรางได ที่ ฐานกายนี้ งายที่สุด
ฐานกายเปนบันไดกาวแรก กอนทีจ่ ะไปฝก สติขั้นยากกวา คือ เวทนา จิต และ ธรรม
การเรียนรูท ี่ฐานกาย ในผูใหญหลายๆคน ทําไดยาก จนกวาจะไดรบั การแนะนําและฝกฝนที่ถูกตอง
ทําซ้าํ ๆๆๆ จนเปนนิสัย
การเรียนรู ที่ ฐานกาย เชน ถาเราจุดเทียนไว ลองยื่นมือ ออกไปบีบเปลวเทียน เพื่อที่จะดับ
เทียน ลองทําดูสิในการทํา workshop แค ผมบอกวา ใหยื่นมืออกไปดับเทียนดวย ปลายนิ้วทั้งสองสิ
หลายทาน คิดทันที ปรุงแตงทันที ดึงความทรงจํา สัญญาตางๆ เงื่อนไขตางๆ ออกมาเพียบเลย จะ
ชะงักนิดหนึ่ง ผม ก็จะถามวา กอนจะชะงัก มี เสียงภายใน (inner voice) ใด ผุดขึ้นมาบางเจาเสียง
ภายใน ก็คือ ความคิดตางๆจากฐานคิดนั่นเอง ผุดขึ้นมา เปน พวก “เฉโก” เสียสวนมาก
เราโดนระบบการศึกษา สอนให คิดๆๆๆๆๆ จนลืม sensing หรือ รูดว ยความรูสึกของกาย
ของผิวหนัง ของการเปลีย่ นแปลงของรางกาย ลมหายใจทีเ่ ปลี่ยนไป ฯลฯ
เราลืมสังเกต ๆๆๆๆ รางกาย กลามเนื้อ ลมหายใจของเราวา ตอนปกติ ผอนคลาย เปน
อยางไร ตอนผิดปกติ ไมผอนคลาย เกร็ง เปนอยางไร ซึ่ง ความผิดปกติของกายนี่เอง ที่เปนตัวฟองวา
จิตของเราผิดปกติ ดังนั้น ปญญาของเรา เฉโก แนนอน ปญญาที่ไมเฉโก จะออกมาตอนที่ จิตปกติ
ลองยกมือและยกแขนของทานขึ้น ชาๆ ยกขางไหนก็ไดลองสังเกต วามี ปรากฏการณใด
เกิดขึ้น กับ อวัยวะแขน มือ และ นิว้ ขางที่ยกขึ้นนีบ้ า ง ใหใช ความรูสกึ จริงๆ และ อยาคิดเอง เออเอง
อยาเอาฐานคิดมาปนกับฐานกายในคราวนีน้ ะครับ
คนโบราณ ใหความสําคัญกับ ปญญาฐานกายเยอะมากแมแตการเรียนรูก็ใชเพื่อการ “บม
เพาะ” ปญญาฐานกาย เพราะ จะสืบเนือ่ งตอไปทีฐ่ านใจ และ ฐานคิดในที่สดุ แต ระบบการศึกษายุค
อุตสาหกรรม เนนฐานกาย บนความไมรฐู านใจและฐานกาย ผลออกมาคือ เปน ปญญาเฉโก เสีย
สวนมาก เปน ฐานคิดทีว่ ิปริต เปนฐานคิดทีจ่ ิตไมปกติ
กิจกรรมงายๆ เชน หั่นผัก ชวยพอแมทํางานในครัว ก็ตองใช สติ หรือ รูถึงฐานกาย ที่ใชในการ
จับมีด มีสมาธิในการหัน่ ๆๆ ยิ่งศิลปะของไทย ละเอียดออน ยิ่งยืนยัน ถึง การใช สติปญญาจากฐาน
กายมากๆ
พวกเราลอง ยอนตนเอง กลับไป แกะสลักผักและผลไมดูนะครับ ฝก การ “ไมคิด” ไดเยอะ
เลย สรางตัวรู หรือ สติ อยูที่ การหัน่ แกะสลัก และ ทําจิตสบายๆ ผอนคลาย
กิจกรรมการเลน เชน ยืนบนกะลา 2 ใบ ที่มีเชือกผูกใหติดกัน จากนั้นใชกะลาแทนรองเทา
เดินๆๆ การเลนลาวกระทบไม การเลนสะบา ฯลฯ ก็ลวนแตจะตองใชปญ  ญาฐานกายการรําไทย หรือ
แมแตมวยไทย ก็เปนการฝกสติ ที่ดีมากๆ การเลนโขน การรํามโนราห นั้น ใชเปนเครื่องมือ สรางกําลัง
สติ ไดดีมากๆ ใช ฐานกายมากการเลนโยคะ การรํามวยจีน (Tai Chi) ก็เปนการฝก ฐานกาย ใจ และ
คิด ไปพรอมๆกัน ยิงปนนัดเดียวได นก 3 ตัว

ทั้งโยคะ รํากระบอง และ รํามวยจีน ดูจะชาๆ แต ก็เปนการฝก “ชาใหเปน” สรางสมาธิ และ
สติปญญาไดดีมาก ไมเนนแพชนะ เพราะ แขงกับตนเอง พัฒนา หรือ ภาวนาไปในตัวไดเลย
กีฬาของฝรั่งสวนมาก คอนขางแพง หางเหินครอบครัว เดินทางไกลออกจากบาน อุปกรณ
เปนของตางประเทศ เนนไมครบทุกกลามเนือ้ เนนชัยชนะสวนตัวหรือทีม และที่สําคัญที่สุด คือ
“รวดเร็วเกินไป” เร็วเกินกวา ที่จะ “รู” ตัวทัว่ พรอม เปนทักษะ ที่ดี แต ไมดีที่สุด เพราะ ไมเนนเรื่องการ
sensing ฐานกาย ใจ และ คิด นั่นเอง จึงทําให ขาดการพัฒนา ( พัฒนา ก็คือ ภาวนา และ ภาวนา คือ
การยกระดับจิตใจ)
กีฬาฝรั่ง ที่ฝกสติไดดี ก็มี เชน วิ่งมาราธอน วายน้าํ ฯลฯ ซึ่งใชเงินไมมาก หรือ ถามีเงิน ก็
พวก ยิงปน ยิงธนู ยิมนาสติก ขี่มา เรือใบ กอลฟ ฯลฯ ก็ได ตองใชสมาธิดีๆ ซึ่งใครจะเลือกเลนอะไรก็
แลวแต กําลังทรัพย และ เวลาของพวกเรา ขอใหเลนเถอะพวกเราก็จงอยาไดทอดทิ้งการออกกําลังกาย
เลย ฐานกายไมดี ฐานใจก็แย เมื่อฐานใจแย เขาสูปญญา “เฉโก” แนนอน

2 ) ฐานใจ
การเรียนรู จากฐานใจ เปนเรือ่ งที่ เกี่ยวของกับ อารมณ คอนขางเปนเรือ่ งของจิตใจ เปน
นามธรรม จับตองไมได แต “รูสึก” (sensing) ได
พวกที่ ผานการศึกษาในยุคอุตสหกรรม จะ ขาดการพัฒนา สติปญญาฐานใจ เปนอยางมาก
เพราะ กระโดดขาม ไป เนน ฐานคิด (แบบเฉโก ซะมากกวา)
พวกที่เรียนมาทาง สายเทคโนโลยี เชน วิศวะ วิทยา คอม ฯ จะขาดการพัฒนาเรื่องฐานใจ
และ ไมมี ขอสอบใหวัด ไมมีอะไรเปนรูปธรรมซะดวย เชน เดียวกับ พวกที่เรียนมาทางสาย นิติ บัญชี
ฯลฯ กลาวคือ หลักสูตรในยุคอุตสาหกรรม ไดสราง บัณฑิต “รู ลึก โงกวาง” ออกมามากมาย
พวกเขาหลายคน โชคราย ที่จนปานนี้แลว ยังไมรูตวั เลยวา ตนเองนั้น ขาดสติปญญาฐานใจ
บางคนตําแหนงใหญโต เปน CEO ครอบครัวก็ดี อายุก็มาก ฐานะก็ดี แต ไมฝกฐานใจมากอนเลย
สรางผลงานมากมาย แต เปนผลงานเฉโก “งานไดผล คนเสียหาย” “เจริญทางวัตถุแตเสือ่ มทรามทาง
จิตใจ”
เมื่อใกลตาย ก็จะ ใชปญญาเฉโก วุนวายไปหมด โดยคาดไมถึงวา จิตสุดทายกอนตายสําคัญ
มากๆ ไมใช “ความคิดกอนตาย”นะ มันคนละเรือ่ งเลย เพราะ “จิต กับ ความคิด เปนคนละตัว
กัน”
หลักสูตร การศึกษาของเราไดทาํ ลายวิชาทางศิลปะ ซึง่ เปนพื้นฐานการ “บมเพาะ” ปญญาฐานใจ
เชนเดียวกับ การทอดทิ้ง กิจกรรมดานจิตอาสา บําเพ็ญประโยชน ออกไปจากกิจกรรมของเด็กๆ
เปลี่ยนเปน ฉุดกระชากลากไปปฏิบตั ิธรรม บังคับไปนั่งสมาธิ จัดงานทางศาสนาเพื่อเอาไปเปนตัวเลข
ทาง KPI ไปใหคนตรวจประเมินดู ฯลฯ
ซึ่งดูแลว โหดตอเด็ก และ คนจัดกิจกรรม เปนผูใหญ ที่ขาดเมตตา ไมเขาใจจิตใจเด็กๆ
อาจจะเปนเพราะ เปนผูใหญ ที่มาจาก ระบบการศึกษายุคอุตสหกรรม ไมมีฐานกาย ไมมีฐานใจ และ
ใชปญญาเฉโก ไมไดใชปญญาฐานคิดที่เปนปญญาจริงๆ
ลองสังเกต เจานายของเรา ที่ ขาด “ศิลปะ” ดู เราจะเห็น ลักษณะตางๆ ที่ประหลาดๆ เชน
งกๆ เค็มๆ โหดๆ เอาแตได เรงรีบ กดดัน หวนๆ ตรงๆ เหินหาง รังเกียจ อคติ ลําเอียง ฯลฯ สังเกตได
จากพวกเขาไดไมยากนัก
พวกเขา ขาดความละเอียดออนในการนําระบบบริหารตางๆมาใช พวกเขาไมคอ ยจะ
เขาใจเรือ่ ง Happy workplace มากนัก หรือ แกลงเปนวางมาดวาเขาใจ ยิ่งเรือ่ ง ความเปนมนุษย
(Humanized) ก็ดจู ะเปนเรือ่ งยากมากๆ สําหรับ ผูบริหารที่ขาด ฐานใจ
ศิลปะ เปนพื้นฐานของการใหเราฝกสังเกตใจของเรา ซึ่งจิตผิดปกติ กายก็จะผิดปกติตามๆ
กันไป ดังนั้น จงฝกฐานกายใหชาํ นาญเสียกอน จะเขาใจฐานใจไดดกี วา
คนโบราณ นอกจากจะ เกงฐานกายแลว เรือ่ ง ฐานใจ ก็ฝก กันตลอดมา แมนวา มวยไทย จะดู
กาวราว แต นั่นก็เปนเพราะ เปนมวยยุคเฉโก หรือ ยุคเรงรีบ แต มวยไทยโบราณ เปนศิลปะ ไมใช
เอาไวหาเงินอยางทุกวันนี้ มวยไทยที่ถูกตอง ยิ่งฝก ยิ่งสุภาพ ยิ่งมีสมาธิ ยิ่งภาวนา (พัฒนา) จิตใจ
มวยจีน กระบี่ กระบอง ของจีน หรือ ยูโด ก็ฝกฐานกาย และ มีความเปนศิลปะ เพื่อพัฒนา (ภาวนา)
ดานจิตใจ เมื่อ กายผอนคลาย จิตสดใจ ปญญาก็จะไหลออกมาคนเรียนมวยจีน จะรูจ ัก คําวา จิง
(Jing) ชี่ (Chi) เสิน (Shen) คือ ทั้งฐานกาย ใจ และ คิด สงเสริม พึ่งพา บมเพาะ ซึ่งกันและกัน
แต ระบบการศึกษายุคอุตสาหกรรม ฐานกายและใจ ลมเหลว คว่าํ ลง เปนเฉโก ไมใช ฐานคิด
เสียดวยซ้าํ ไปตราบใด ที่ คนในวงการอุตสหกรรม ธุรกิจ ขาราชการ ยังเปนคนที่ ใช ปญญาไดไมครบ 3
ฐาน ก็ยากทีจ่ ะปฏิรปู ระบบการศึกษา เพราะ คนเหลานี้ ผานระบบการศึกษาอุตสหกรรมมา ยังคิด
แบบเดิมๆ คิดแบบแผนเสียงตกรอง คิดในรองความคิดเดิมๆ จึงยากมากที่ ทานเหลานี้จะเขาใจและ
เปลี่ยนแปลง
อยางไรก็ตาม พวกฝรั่ง และญี่ปนุ มากมาย หันมาสนใจ เรือ่ งปญญา 3 ฐานอยางจริงจังแลว
หลายๆองคกร เลิกให ความไววางใจ “บัณฑิต” จากการศึกษาในระบบแลว
เริ่มมองวา พวกอาจารย ไมมีทางปฏิรูปตัวอาจารยเองได เขา “ไมไวใจการศึกษาไทย” ดังนั้น
ในการคัดเลือกพนักงานใหม พวกเขา เริ่ม ไมสนใจปริญญา เกรด สถาบัน วุฒิ อีกแลว เพราะ เปน
พวกเรียนเกงแบบเฉโก เปนพวก ฐานกาย ฐานใจ บกพรอง
หลายๆองคกร คัดเลือกที่ ฐานกาย ฐานใจ และ ฐานคิด โดยใช การสนทนาสรางปญญา
(Dialogue) เปนเครือ่ งมือในการประเมิน โดยยอมใชเวลานานหลายเดือน คุยกันหลายรอบ ทํา
กิจกรรมรวมกันมากๆ ลองฝกงานกันมาก
บางแหง ฝกตั้งแต ปสาม (มหาวิทยาลัย) เพื่อจะดู พฤติกรรม (Key Behavior Indicator)
มากกวา เกรด สถาบัน วุฒิ ปริญญาวันสัมภาษณ เปนวันที่ คนๆหนึ่งจะตองโกหกไดเนียนที่สดุ และ
การที่เราเอาคนปญญาไมครบ 3 ฐานไปสัมภาษณ ยอมได คนแบบขาดๆ เชนเดียวกันเขามาในองคกร
นอกจากนี้ หลายๆองคกร ก็สราง ผูเรียนเองในองคกร เปนมหาวิทยาลัยชีวิต ในชุมชนเอง ก็
เอือมพวกการศึกษาในระบบ ที่คิดมาก เฉโกซะมาก พวกเขา สราง มหาวิทยาลัยบานนอก หมาวิทยา
ลับชุมชนของเขาเอง ลูกหลานของเขาจะไดไมตอ งโดน อาจารยหวั การคา หลอกไปมอมเมาดวย
“ปญญาเฉโก” จายเงินมากมาย ให กระดาษมาใบหนึ่ง ทอดทิ้งชุมชน ฟุงเฟออีกตางหาก นี่แหละ พวก
เขาปฏิรปู ตนเอง ไมตองรอ พวกเฉโก มาปฏิรปู ใหอา นมาถึงตรงนี้ พวก HR (ฝายบุคคล) ตาสวางหรือ
ยัง
3) ปญญาฐานคิด
เปนปญญา ที่เกิดตอนที่ จิตวางๆ ซึ่งเราจะรูว า จิตวางได ก็ดวยการรูว า กายผอนคลายไหม
คนที่ฝก ฐานใจ และ กายมาแลว จะ ใช ฐานคิดไดถูกตอง แต คนในระบบการศึกษายุคอุตสาหกรรม
จะ เปนพวก ฐานคิดปลอมๆ คิดตอนจิตไมวาง คิดตอนกายไมผอนคลาย คนพิการทางกาย ก็ผอน
คลายกายไดนะครับ กายเจ็บแตใจไมเจ็บ ก็ผอนคลายไดเชนกันปญญาฐานคิด หรือ ปญญาที่แทจริง
จะปราศจากตัวกู ของกู นี่เปน สิ่งที่ ทานอาจารยพุทธทาส ทานสอนไว
ปญญาฐานคิด จึง ไมใช แค อยูร อด แต หมาย ถึง อยูร ว มและอยูอ ยางมีความหมายดวย
พวกเฉโก มัก จะเขาโหมดเอาตัวรอด เต็มไปดวย ความกลัว กอบโกย หวงอนาคตตนเองและลูกหลาน
จะลําบาก เห็นโอกาสโกงไดก็โกง
ระบบการศึกษาเฉโก สราง CEO แบบเฉโก ออกมามากมาย เต็มบานเต็มเมือง และ เราก็จะ
ไปสอนพวกเขาไดยาก แกไขพวกเขายาก และ เราเองก็ยงั เฉโกอยูเชนกัน
ดังนั้น แทนที่เราจะไปเกลียดพวกเขา โกรธพวกเขา เราตองเอา พฤติกรรมของพวกเขา มา
เปนโอกาสในการฝกสติปญญาของพวกเรา เอามาดูจิต ดูกาย ของพวกเรา ตองขอบคุณพวก CEO
เฉโกวา เปน อาจารยสอนธรรมะพวกเราไดเปนอยางดี

คําวา เฉโก นี้ ทานพระอาจารยพุทธทาส แปลไมตรงกับ พจนานุกรรมนะครับ ในพจนานุกรรม


แปลวา เปนความคิดแบบโกงๆ เจาเลห ฉลาดแกมโกง เฉไปเฉมา ฯลฯ และ ผมก็เชื่อทานมากกวา
พจนานุกรม

“เฉโก” เปนความคิดตอนจิตไมวา ง คิดตอนจิตเกิดอาการ เปนไดทั้งโลภ โกรธ หลง เปน แบบติดดี


หรือ “เมาบุญ” ก็ได เปนแบบไมโกงก็ได เปนความคิดที่เจืออคติ เจือลําเอียง ไมมีความเปนกลางของ
จิตในความคิดนัน้ ๆ เปนความคิดแบบฟุงซาน กังวล แคน เบื่อหนาย เซ็ง ฯลฯ ก็ได ไมใช แค เจาเลห
โกง แต อยางเดียว อานมาถึงตรงนี้ ผมวา จะมีสักกี่คน ทีม่ าถึงฐานคิดไดนะ ดูๆแลว หาไดยากมากๆ
เลย ที่จะฝกมาถึงฐานคิด
พวกเรา โดนระบบการศึกษายุคอุตสหกรรม หลอกเสียโงมานาน เปนกบในกะลา เชื่อตนเองจนโง
ขาดคุรุ ( คุรุ คือ ผูที่เขาถึงสัจธรรมในศาสตรนนั้ ๆของตน ไมใช ครูอาจารย แบบที่เปน นักสงผาน
ขอมูล หรือ ความรูม ือสอง) หรือบัณฑิตชีท้ าง (บัณฑิต คือ ผูชี้ทางนิพพาน ไมใช ผูจบปริญญา อยางที่
วงการศึกษา เอาคําๆนี้ ทําทําใหเฉโกไป)
ทานกฤษณมูรติ ไดกวาวไววา พวกเรายุคนี้ ยิ่งเรียนยิง่ มีพันธนาการ ยิ่งตกเปนทาสทางวัตถุ ยิ่ง
เรียนยิ่งเต็มไปดวยกิเลส หลงโง โดนโฆษณา โดนสื่อเฉโกหลอกไดเรือ่ ยๆ ยิ่งเรียนยิ่งไมหลุดพน ยิ่งเรียน
ยิ่งทําลายรางโลก
รูลึกโงกวาง ฉลาดทางโลกโงทางธรรม ยิ่ง แกยิ่งไมนา รัก ยิ่งตําแหนงสูงยิ่งขาดเมตตา อารมณดีแต
เขาขางกิเลส (พวกขี้เมา พวกบากาม) ฯลฯถามีโอกาส ก็อยาลืม หาครูบาอาจารย ถอยไปฝก ฐานกาย
บางนะ เดินจงกรม ทําสมาธิ วิปสสนา บางนะ

ดร.วรภัทร ภูเจริญ

การศึกษา

 ปริญญาตรี เคมีเทคนิค จากคณะวิทยาศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย


 ปริญญาโททางดานวิศวกรรมวัสดุศาสตร จาก Youngstown State University, U.S.A.
 ปริญญาเอกดานเครือ่ งกลและวัสดุศาสตร Cleveland State University, U.S.A.

ประวัตกิ ารทํางาน

 ผูชวยสอน มหาวิทยาลัย Youngstown State University


 นักวิจยั องคกรอวกาศ NASA ประเทศสหรัฐอเมริกา
 อาจารยประจํา ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

ตําแหนงทางวิชาการ: ผูชวยศาสตราจารย