ตอนที่ 3

24 เกลี้ยกล่อมทแกล้วทหารทำาการใหญ่

ฝ่ ายคนซึ่งร่วมแซ่ต่างแซ่ บรรดาหนี ซ่มซ่อนอย่่ในป่ าแขวงเมืองน่่าเอี๋

ยง แจ้งข่าวว่าเล่าเหลียงกับกองบู่ แต่งโตูะเลี้ยงเกลี้ยกล่อมทแกล้วทหาร

ท่าการใหญ่ ต่างคนดีใจเข้ามานั่งกินโตูะไม่พักมีผ้่เชื้ อเชิญ แต่ผ้่ซ่ึงร่วมแซ่

เล่าเหลียงตักส่ราส่งให้นั่งกินโตูะพร้อมกันแล้ว เล่าเหลียงจึงว่าครั้งเมื่อพระ
เจ้าเปงเต้มีพระชนม์อย่่น้ ั น บรรดาเชื้ อพระวงศ์เรามีความส่ขหาผ้่ด่หมิ่นถิ่น

แคลนได้ไม่ ตั้งแต่อองมังคิดทรยศขบถฆ่าพระเจ้าเปงเต้ชิงเอาสมบัติ ญาติ
วงศ์เรากระจัดพลัดพรายล้มตายเป็ นอันมาก บัดนี้ เล่าสิ้วบ่นซกหลานเรา เงี
ยมจ่เหลงเห็นว่าจะเป็ นผ้่มีบ่ญ จึงขนานนามใหม่ให้ช่ ือกองบู่ คิดการใหญ่
ซ่องซ่่มทแกล้วทหารจะยกกองทัพเข้าเมืองหลวงท่าการก่าจัดอองมัง แก้

แค้นแทนพระเจ้าเปงเต้ ท่านทั้งปวงซึ่งร่วมแซ่และต่างแซ่แต่บรรดามานี่ จง
พร้อมใจกันช่วยกองบู่ ท่าการศึกใหญ่ปราบเสี้ยนศัตร่ ถ้ากองบู่ได้เป็ น

กษัตริย์ครองเมืองหลวงแล้ว ท่านทั้งปวงก็จะได้เป็ นข่นนางมียศศักดิโ์ ดย
ความชอบ จะมีช่ ือลือปรากฎไปทัว่ ฟ้ าและดินสิ้นกัลปาวสาน ฝ่ ายผ้่รว่ มแซ่

และทหารทั้งปวงได้ยินดังนั้ น ต่างคนรับค่าว่า ซึ่งท่านจะคิดการก่าจัดอองมัง
ครั้งนี้ ข้าพเจ้ายินดีด้วย จะช่วยท่านท่าการศึกใหญ่กว่าจะส่าเร็จ

ฝ่ ายเล่าเหลียงเลี้ยงโตูะแล้ว จัดแจงให้ญาติวงศ์และทหารเข้าอย่่ในค่าย

จ่ายข้าวปลาอาหารให้กินท่กตัวคนมิได้ขัดสนดออยาก เล่าเหลียงตั้งค่าย

เกลี้ยกล่อมประมาณสิบสี่สิบห้าวัน ทหารมีฝีมือมาเข้าด้วยสองพันเศษ ฝ่ าย
หลีทองครั้นกองบู่กลับไปบ้านแปะจ่ยฉิงแล้ว จึงให้คนใช้ไปหาอองหลิบนาย
ช่างเหลาเกาทัณฑ์เข้ามา สัง่ ว่าท่านเร่งท่าเกาทัณฑ์ข้ ึนสามร้อยคันโดยเร็ว

เราจะจัดซื้ อให้ทหารไปจับชาวบ้านแปะจ่ยฉิง ซึ่งสมคบเล่าสิ้วบ่นซกไว้จะเอา
ตัวส่งไปให้อองมัง แล้วหลีทองสัง่ นายประต่ว่าผ้่มีม้า เร่งเอาตัวเข้ามาจะจัด

ซื้ อตามราคา อองหลิบกับนายประต่รบ
ั ค่าอ่าลาไป หลีทองจึงจัดทหารได้ร้อย
เศษ กับทหารช่านาญเพลงเอว่ธได้ห้าร้อยคน ให้ปรนปรือไว้ ณ ตึกใหญ่

เตรียมคอยท่ากองบู่ ความทั้งนี้ ร้่กันแต่หลีเทียดน้องหลีทองผ้่เดียว ข่นนาง
ชาวน่่าเอี๋ยงร้่ความ แต่ว่าหลีทองเตรียมการจะไปจับเล่าสิ้วบ่นซก บ้านแปะ
จ่ยฉิงแขวงเมืองน่่าเอี๋ยง

ฝ่ ายเกียนถ่า ครั้นเห็นทหารมาเข้าเกลี้ยกล่อมมากขึ้นท่กวัน จึงเข้าไป

ปรึกษาเล่าเหลียงว่าทหารทั้งปวงเข้าด้วยเป็ นอันมาก เครื่องสาตราว่ธไม่มีจะ
แจกจ่าย จะได้ส่ิงใดไปท่าศึกเล่า ข้าพเจ้าได้ข่าวว่าเครื่องมืออองมังให้จัดท่า
ขึ้นไว้ส่าหรับเมืองน่่าเอีย
๋ ง อองมังมอบให้หลีทองรักษาไว้เป็ นอันมาก

ข้าพเจ้าก็เห็นว่าหลีทองมีใจยินดีเข้าด้วยจะช่วยคิดการใหญ่ ขอให้กองบู่ไป
ยืมเครื่องส่าหรับการสงครามมาจ่ายทหาร หลีทองจะช่วยแก้ไขให้ได้เครื่อง

มือมาโดยง่าย เล่าเหลียงได้ฟังเห็นชอบด้วย จึงสัง่ กองบู่ให้ไปยืมเครื่องมือ
หลีทอง กองบู่ค่านั บลาเล่าเหลียงแล้ว แต่งตัวเป็ นคนค้าขายหมายมิให้ผ้่ใด

ร้่จัก ขึ้นม้าไปเมืองน่่าเอี๋ยง พอถึงประต่จึงเข้าไปในเมือง นายประต่มิได้ร้่จัก
ออกชิงม้ากองบู่ไว้ แล้วบอกว่าเจ้าเมืองน่่าเอี๋ยงสัง่ ให้จัดซื้ อม้า เราจะพาเอา
ม้ากับตัวท่านไปส่งให้แก่เจ้าเมือง กองบู่จึงตอบว่าม้าตัวนี้ ก็เป็ นม้าของเจ้า

เมืองให้เราไปขี่ นายประต่ไม่เชื่อจึงพาม้ากองบู่เข้าไปค่านั บหลีทองเจ้าเมือง
น่่าเอี๋ยง

ฝ่ ายหลีทองเห็นกองบู่ จึงออกมาเชิญเข้าไป ณ สวนดอกไม้หลังตึก

เป็ นที่สงัด นายประต่เห็นดังนั้ นพากันออกไปกองบู่จึงบอกหลีทองว่า

ทแกล้วทหารมาเข้าเกลี้ยกล่อมข้าพเจ้าท่กวัน เครื่องส่าหรับนายทหารยี่สิบ
หีบซึ่งท่านให้ไปแต่ก่อนนั้ นได้แจกจ่ายทหารหาพอไม่ ข้าพเจ้ามาทั้งนี้ จะ

ขอยืมเครื่องมือท่านไปจ่ายทหารจะได้ท่าการศึก หลีทองจึงว่าเครื่องมือออ

งมังให้ท่าไว้ส่าหรับเมืองมีอย่่ ข้าพเจ้าจะแก้ไขให้ท่านอย่าวิตกเลย หลีทอง
จึงพากองบู่ไปถึงตึกใหญ่ไขก่ญแจประต่คลังออก กองบู่เห็นเครื่องอาว่ธและ
หมวกเกราะส่าหรับทหารเต็มศึกใหญ่ มีใจยินดีด้วยได้สมความคิด หลีทอง
จึงปิ ดประต่ลัน
่ ก่ญแจคลังไว้ดังเก่า แล้วพากองบู่ไปด่ทหารร้อยเศษ ซึ่ง

เลือกสรรไว้ร่ปร่างส่งใหญ่มีก่าลังมาก หลีทองจึงบอกทหารทั้งปวงว่า ท่านผ้่
นี้ คือผ้่มีบ่ญจะปราบศัตร่แผ่นดินให้ราบคาบ ท่านจงพร้อมใจกันไปช่วย

ท่าการศึกก่าจัดศัตร่ราชสมบัติ กองบู่เจ้าของท่านเป็ นกษัตริย์ส่าเร็จราชการ

ในเมืองหลวงแล้ว ท่านทั้งปวงก็จะได้เป็ นข่นนางมียศศักดิ์ ฝ่ ายทหารร้อย
เศษได้ฟังดังนั้ น ต่างคนดีใจค่านั บรับค่า หลีทองจึงมอบทหารและเครื่อง

อาว่ธในตึกใหญ่ให้กองบู่ กองบู่จึงว่า ซึ่งกร่ณาข้าพเจ้าขอบค่ณยิ่งนั ก แต่ซ่ึง

ทหารเหล่านี้ ล้วนมีก่าลัง ชอบให้ถือเกาทัณฑ์ขนาดใหญ่ เกาทัณฑ์มีในตึกแต่
อย่างน้อยคันอ่อนหาสมก่าลังทหารร้อยเศษนี้ ไม่ ท่านจงช่วยกาเกาทัณฑ์

ขนาดใหญ่ แจกส่าหรับมือจะได้ใช้ในการศึก หลีทองจึงว่าเกาทัณฑ์ใหญ่หา
ยาก มีอย่่แต่ท่ีซินโตเกียน อองมังให้มาก่ากับทหารอย่่ในเมืองนี้ ข้าพเจ้าจะ
อ่บายถามซื้ อ เห็นซินโตเกียนจะขายให้เป็ นมัน
่ คง หลีทองจึงพากองบู่ไป

บ้านซินโตเกียน พอซินโตเกียนนั่งก่ากับลิมก้วงนายช่างเหลาเกาทัณฑ์อย่่
กลางบ้าน หลีทองจึงเข้าไปนั่งพ่ดกับซินโตเกียนแล้วบอกว่า เราจะขอซื้ อ

เกาทัณฑ์ขนาดใหญ่ตามราคาที่เคยซื้ อ ซินโตเกียนจึงหยิบเกาทัณฑ์คันหนึ่ ง
หนั กห้าร้อยชัง่ มาให้ด่ กองบู่เห็นเกาทัณฑ์ชอบใจจึงรับไว้ หลีทองจึงว่าแก่

ซินโตเกียนจะซื้ อเกาทัณฑ์ขนาดกลาง ซินโตเกียนจึงให้คนไปหยิบเกาทัณฑ์
มาให้หลีทองคันหนึ่ ง กองบู่จึงว่าจะขอซื้ อเกาทัณฑ์ขนาดนี้ สักอีกคันหนึ่ ง

ซินโตเกียนเห็นหลีทองซื้ อเกาทัณฑ์หลายอันก็คิดสงสัย แลด่กองบู่มีไฝแก้ม
ซ้ายเป็ นส่าคัญ จึงว่าหน่่มน้อยคนนี้ คือเล่าสิ้วบ่นซกมาซื้ อเกาทัณฑ์ จะ

ท่าการศึกเป็ นมัน
่ คง หลีทองได้ฟังตกใจนั กจึงอ่บายตอบว่าหน่่มน้อยร่วมแซ่
เรามิใช่เล่าสิ้วบ่นซก ท่านอย่าพ่ดดังนั้ นไม่ควร

ฝ่ ายกิมก้วงนายช่างท่าเกาทัณฑ์นั่งอย่่ แลเห็นกองบู่ก็ร้่ว่าเป็ นผ้่มีบ่ญ

คือเล่าสิ้วบ่นซก นานไปจะได้เป็ นกษัตริย์บ่าร่งแผ่นดิน ครั้นได้ยินซินโต

เกียนว่ากล่าวเป็ นข้อสงสัย จึงคิดว่าการใหญ่ซ่ึงเล่าสิ้วบ่นซกท่าครั้งนี้ จะร้่
ฟ้ ่งเฟื่ องเพราะซินโตเกียนเป็ นมัน
่ คง จ่าจะพ่ดปกปิ ดความเสียมิให้ซินโต

เกียนสงสัยสืบไป ลิมก้วงจึงบอกซินโตเกียนว่าหน่่มน้อยคนนี้ เป็ นแซ่เดียว
กับเจ้าเมืองน่่าเอี๋ยง มิใช่เล่าสิ้วบ่นซกซึ่งมาซื้ อเกาทัณฑ์ครั้งนี้ จะไปตามรบ

กับเล่าสิ้วบ่นซกซึ่งมีวช
ิ าการแปลงตัวได้ ไปตั้งเกลี้ยกล่อมอย่่บ้านแปะจ่ยฉิง
ผ้่น้ ี มิใช่ตัวเล่าสิ้วบ่นซก ท่านอย่าได้สงสัยเลย หลีทองก็รบ
ั สมค่าลิมก้วง ซิน
โตเกียนได้ยินก็ส้ ินความสงสัย จึงว่าข้าพเจ้าท่าเกาทัณฑ์ขนาดใหญ่ไว้สาม

ร้อยเศษยังหาส่าเร็จไม่ หลีทองจึงพากองบู่ไปถึงอองหลิบผ้่ท่าคันเกาทัณฑ์
จึงถามว่าเกาทัณฑ์ให้เร่งท่าจะใช้ เหต่ใดจึงมิท่าให้แล้วเล่า หลีทองจะเอา

โทษว่าช้า อองหลิบจึงขอโทษตัวว่าเกาทัณฑ์ขนาดนี้ ท่ายาก ขอผลัดอีกสาม
วันจะท่าเกาทัณฑ์ให้เสร็จ หลีทองได้ฟังดังนั้ นจึงพากองบู่กลับมาบ้าน

ฝ่ ายซินโตเกียนจึงไปถามอองหลิบ เกาทัณฑ์หลวงจ่ายมาให้น้ ั นท่า

ส่าเร็จแล้วหรือ อองหลิบจึงบอกว่าเกาทัณฑ์หลีทองจัดซื้ อนั้ นจะท่าให้แล้ว
ก่อน จึงค่อยท่าเกาทัณฑ์หลวงต่อไป ซินโตเกียนได้ฟังดังนั้ นก็ตกใจ จึงว่า

หลีทองซื้ อเกาทัณฑ์เป็ นอันมากเห็นว่าประหลาดอย่่ ชะรอยชายหน่่มน้อยจะ
เป็ นเล่าสิ้วบ่นซก คบคิดกับหลีทองมาซื้ อเกาทัณฑ์ไปท่าการขบถเป็ นมัน
่ คง
ซินโตเกียนนิ่ งความไว้มิได้ จึงขึ้นม้ารีบไปบอกพังเหมงผ้่เป็ นฮ่เจี้ยงนาย

ทหารรองให้ร้่ความ แล้วซินโตเกียนจึงให้คนใช้ไปหาซ่ยเต๋งซึ่งมีความชอบ

ต่ออองมังให้เป็ นข่นนางผ้่ชว่ ยราชการนั้ นมาบอกว่า หลีทองจัดซื้ อเกาทัณฑ์
เป็ นอันมาก เห็นจะร่วมคิดเข้ากับเล่าสิ้วบ่นซกบ้านแปะจ่ยฉิงเป็ นมัน
่ คง พัง
เหมงกับข่นนางได้ยินดังนั้ นก็ตกใจ จึงบอกพวกนายทหารมาพร้อมกันสัง่ ให้
ปิ ดประต่เมืองน่่าเอี๋ยงทั้งสี่ด้าน จะเข้าค้นจับตัวเล่าสิ้วบ่นซก

25 ปิ ดประตูเมืองนำา่ เอี๋ยงจับเล่าสิ้วบุนซก

ฝ่ ายหลีทองเห็นว่าความล่กลามฟ้ ่งเฟื่ องขึ้นแล้ว จึงให้กองบู่แต่งตัวใส่

หมวกโปร่งฟ้ าสรวมเกาะใน ใส่เสื้ อสีชมพ่ถือง้าวชื่องอฮัน
่ ม้าซึ่งขี่น้ ั นชื่อ

มังกรขาว มีฝีเท่ารวดเร็ว ให้ทหารห้าร้อยใส่เกราะถือเกาทัณฑ์คนละสามคัน
หลีทองก็แต่งตัวขึ้นม้าน่ามหารจะออกจากเมือง พอพบพังเหมงมาคอยอย่่

ฝ่ ายพังเหมงเห็นดังนั้ นพาทหารมารบกับหลีทองจะชิงเอากองบู่ หลีทองรอ
รบป้ องกันกองบู่ไป เห็นประต่เมืองปิ ดเข้ามิได้ จึงขับม้าเลี้ยววงไปทางประต่

อื่น ทหารพังเหมงไล่ตามติดรบ ทหารหลีทองต่อส้่เป็ นหม่่เหล่าเรีย
่ รายกันไป
กองบู่ตกใจนั กจึงขับม้ามาตามถนน ทหารชาวเมืองติดตามเอาไม้ค้อนก้อน

อิฐไล่ท้ ิงขว้าง กองบู่ร่าง้าวบนหลังม้าป้ องปั ดด้วยก่าลังว่องไวหลบหลีกมิให้
ต้องตัว ไปถึงประต่ทิศตะวันออก พอเห็นชายผ้ห
่ นึ่ งถือกระบี่ลงจากเชิงเทิน
มาเปิ ดประต่ให้กองบู่ แล้ววิ่งตามออกจากเมือง กองบู่เหลียวหลังมาเห็นจึง
ถามว่าท่านชื่อไรมีค่ณแก่เราครั้งนี้ ยิ่งนั ก ชายหน่่มจึงบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเกูก
เซียวยิมก๋ง สืบร้่ความว่าอันตรายจะถึงแก่ท่านจึงมาคอยช่วยแก้ไข เปิ ด

ประต่ให้ทา่ นหนี พ้นรอดจากความตาย กองบู่ข่ีม้าเดินพ่ดกันมากับเกูกเซียว
ยิมก๋ง พอเห็นทหารติดตามมาเป็ นอันมาก กองบู่หนี พลางร้องถามนาย

ทหารว่า เรากับอองมังเป็ นค่่พยาบาทกันตัวท่านไม่มีข้อขัดเคืองกับเรา ท่าน
ชื่อใดจึงโกรธแค้นติดตามมาจะจับเราด้วยเหต่ประการใด

ฝ่ ายซ่ยเต๋งพาทหารตามมาใกล้ ได้ยินจึงร้องบอกว่า ตัวเราชื่อซ่ยเต๋ง

เดิมเป็ นคนใช้เล่าถัง เมื่อท่านหนี ไปซ่อนอย่่ ณ ตึกเล่าถังครั้งก่อนเราเอา

ความไปบอกอองมัง เรามีความชอบได้เป็ นข่นนางผ้่ชว่ ยราชการฝ่ ายทหาร
ซึ่งท่านมีความร้่แปลงเป็ นมังกรหนี พ้นมือองป้ า ปั งอี้ มาพึ่งพบกันวันนี้ จึง

ตามมา ถ้าจับท่านได้อองมังจะให้เราเป็ นข่นนางผ้่ใหญ่ กองบู่ได้ยินดังนั้ นจึง
ร้องตวาดว่า มึงเป็ นคนอกตัญญ่ต่อเล่าถังผ้่นาย ท่าลายค่ณเสียแล้วกลับตาม
มาจะจับก่อีกเล่า กองบู่โกรธนั กชักม้ากลับเข้ามาจะฆ่าซ่ยเต๋งแก้แค้นแทน

เล่าถังผ้่อา ซ่ยเต๋งเห็นกองบู่มาด้วยก่าลังโทโส จึงชักม้าพาทหารถอยออกไป
กองบู่ก็ขับม้าหนี ไปตามทาง

ฝ่ ายพังเหมงพาพวกทหารขับม้าไล่กระชั้นชิดติดตามไปใกล้จะทัน กอง

บู่เหลียวหลังมาเห็นจึงร้องว่า แซ่เล่าก็ส้ ินเชื้ อเหลือแต่เราผ้่เดียวแล้ว ท่าน

ไม่มีความกร่ณาจะฆ่าเราเสียเล่า พังเหมงไม่ฟังขับม้าเข้ามาใกล้กองบู่หนี มิ
พ้น จึงชักม้ากลับร่าง้าวเข้ารบกับพังเหมงได้ย่ีสิบเพลง พอซินโตเกียนขับม้า
พาทหารตามมาทัน กองบู่ผ้่เดียวเกรงทหารจะล้อมวกหลัง จึงชักม้ากลับขับ

หนี ทหารซินโตเกียนยิงด้วยเกาทัณฑ์ถ่กม้าล้มลง กองบู่ได้แต่ง้าวส่าหรับมือ
วิ่งหนี เข้าแอบแฝงตัวอย่่ท่ีต้นไม้ใหญ่รม
ิ ทาง ซินโตเกียนกับพังเหมง ซ่ยเต๋ง

ต่างคนดีใจจะเข้าจับเอาเป็ น แต่เกรงด้วยกองบู่มีง้าวถือส่าหรับมืออย่่ จึงขับ
ทหารเข้าล้อมไว้เป็ นสามารถ

ฝ่ ายกองบู่ส่ดคิดสิ้นก่าลัง นั่งด่ทหารล้อมเข้ามาใกล้จวนตัวจะหนี มิได้ก็

ตกใจนั ก จึงแหงนหน้าขึ้นบนอากาศ ตั้งสัตยาธิษฐานว่าตัวข้าพเจ้านี้ เซียงเต้
และเทพยดทั้งปวงประช่มเชิญลงมาเถิดส่าหรับปราบศัตร่แผ่นดินให้ราบคาบ
บัดนี้ ทหารซินโตเกียนล้อมไว้จะจับไปให้อองมังผ้่เป็ นศัตร่ราชสมบัติ ครั้งนี้

ถึงที่อับจนจะหาผ้่ใดเป็ นที่พ่ึงมิได้ ขอเทพยดาทั้งปวงจงช่วยข้าพเจ้าให้พ้น
จากมือทหาร จะได้คิดการปราบศัตร่แผ่นดินให้ส้ ินเสี้ยนหนาม จะบ่าร่ง

ราษฎรสืบแซ่เชื้ อพระวงศ์ฮัน
่ โกโจ ผ้่เป็ นพระเจ้าป่ ่ให้แผ่นดินอย่่เย็นเป็ นส่ข
ไปภายหน้า ขณะนั้ นพอเกิดพาย่ใหญ่พัดผงคลีมืดคล้่มเป็ นหมอกมัวไปทัว่

ทั้งสี่ทิศ มีกระบือแดงตัวหนึ่ งพ่วงพีส่งใหญ่มีเขาเดียวกลางศรีษะ มายืนอย่่

ตรงหน้ากองบู่ กองบู่กระโดดขึ้นบนหลังแกว่งง้าว กระบือวิ่งฝ่ าทหารพาก
องบู่ออกจากที่ล้อม

ตายแล้วพี่จงหนี เอาตัวรอดเถิดอย่าอาลัยเป็ นหว่งด้วยข้าพเจ้าเลย เล่าต๋งจึง

ว่าตัวพี่วาสนาน้อยจะขอเอาชีวิตตายแทนเจ้า ผ้่มีบ่ญจะได้อย่่ปราบศัตร่แผ่น
ดินบ่าร่งราษฎรให้อย่่เย็นเป็ นส่ขสืบแซ่กษัตริย์ไปภายหน้า ว่าแล้วอ้่มกองบู่
ขึ้นม้า เล่าต๋งเอาแซ่ตีม้าควบพากองบู่ออกไปได้ เล่าตงฟั นทหารตายไปสิบ
คน ทหารทั้งปวงก็ระดมยิงเกาทัณฑ์ถ่กเล่าต๋งล้มลงขาดใจตาย

26 กองบูพ
ู บเตงอูอีกครั้ง

ฝ่ ายทหารทั้งปวงตกใจต่างคนแตกหนี ไป กองบู่ขับกระบือไล่ติดตามเอา

ง้าวฟั นถ่กพังเหมงคอขาดตกม้าตาย กองบู่ฉวยคว้าบังเหียนม้าพังเหมงได้

จ่งตามกระบือไปเข้าทางพอเวลาพลบค่่าลง กระบือยืนนิ่ งอย่่กองบู่ขับไม่เดิน
พอมีผ้่เฒ่าคนหนึ่ งผมและหนวดขาวงามยืนตรงหน้ากองบู่ ผ้่เฒ่าจึงว่า

กระบือตัวนี้ จงคืนให้แก่เราเถิด กองบู่ได้ฟังดังนั้ นจึงลงจากหลังกระบือค่านั บ
แล้วตอบว่า กระบือตัวนี้ ช่วยชีวิตข้าพเจ้าพ้นจากความตายจงขายให้ข้าพเจ้า
เสียเถิด จะเป็ นราคาแพงมากน้อยเท่าใดจะคิดเงินให้ ผ้่เฒ่าว่ากระบือเราไม่
ขาย แล้วแกล้งลวงกองบู่ว่าผ้่ใดมายืนอย่่เบื้ องหลังเล่า เจ้าจงเหลียวไปด่

ก่อน กองบู่มิได้เห็นผ้่ใดจึงเหลียวกลับมาเห็นผ้่เฒ่าขี่กระบือเหาะขึ้นอากาศ
หายส่ญไป กองบู่ตกใจคิดว่าปี ศาจ ได้กระดาษตกอย่่แผ่นหนึ่ งจึงหยิบขึ้นมา
ด่เห็นอักษรจารึกไว้ ใจความในหนั งสือว่า ผ้่ซ่ึงมีบ่ญญาธิการแต่ก่อน

เทพยดาให้ลงมาเกิดนั้ น ต่อเมื่อได้วาสนาถึงที่จะมีบ่ญแล้วเทพยดาก็จะช่วย
ทะน่ บ่าร่งให้ได้เป็ นกษัตริย์โดยง่าย ตัวท่านส้่ยากล่าบากเดินกลางวันกลาง
คืนจนมาตกอย่่ท่ีล้อมทหารครั้งนี้ เทพยดาผ้่ใหญ่เห็นว่าท่านจะมีอันตราย

จึงให้เรามาแก้ไขได้พ้นจากความตายแล้ว จงไปอย่่บ้านแปะจ่ยฉิงเถิด อย่า
ท่าใจเร็วด่วนนั กมักมัความล่าบากถึงตัว เบื้ องหน้าท่านจะได้เป็ นกษัตริย์ สืบ
แซ่เชื้ อพระวงศ์พระเจ้าฮัน
่ โกโจไปได้ถึงสองร้อยปี เศษ กองบู่ร้่แจ้งว่าเป็ น

เทพยดาลงมามีความยินดีนัก จึงพับหนั งสือสอดใส่ในเสื้ อจับง้าวส่าหรับมือ
ขึ้นม้าออกหาทางจะไปบ้านแปะจ่ยฉิง ถึงต่าบลหนึ่ งเป็ นหว่างเชิงเขาตก

เห็นเรือนม่งใบไม้เอาหญ้าท่าเป็ นฝารอบ ได้ยินเสียงคนร้องเพลงอย่่ในเรือน

ว่า เวลาเที่ยงคืนพระจันทร์รศ
ั มีสว่างฟ้ า ดีดแต่กระจับปี่ เปล่า ไม่มีผ้่จะเป็ นค่่

ร้องเพลงรับขับประสานเสียง เวลากลางวันร้องเพลงสั้น หาผ้่ดีดกระจับปี่ ต่อ
กังวานเสียงมิได้ ที่สองประการนี้ ไม่มีค่ประกอบกับส่าเนี ยงมิได้เพราะแก่ห่ผ้่
ฟั ง ตั้งแต่พลัดพรากจากเจ้าแซ่เล่าเชื้ อฮัน
่ มาช้านาน ไม่มีความส่ข ท่กข์ทน
ล่าบากเที่ยวเดินป่ าสืบหาท่กหนแห่งมิได้เห็น เวลานี้ กลับเป็ นฤกษ์ดีแล้ว
เมื่อใดผ้่มีบ่ญจะมาพบให้คลายท่กข์บังเกิดส่ขสบาย เปรียบเหมือนดีด

กระจับปี่ มีผ้่เป็ นค่่ร้องรับขับเพลงนั้ น ถ้าได้พบเห็นผ้่มีบ่ญจะคิดให้ก่าจัด
ศัตร่แผ่นดินเสียโดยเร็ว กองบู่หย่ดฟั งอย่่ได้ยินดังนั้ น ลงจากม้าเดินเข้ามา
ถึงเคาะประต่ว่า ผ้่ใดอย่่ในเรือนนี้ จงกร่ณาช่วยเปิ ดประต่รบ
ั ข้าพเจ้าหนี มา
แต่เมืองน่่าเอี๋ยงผ้่เดียว จะขออาศัยอย่่ด้วย

ฝ่ ายเตงอ่มิได้ร้่ว่าผ้่ใด จึงออกไปเปิ ดประต่เห็นกองบู่ยินดีย่ิงนั ก พาเข้า

มานั่งในเรือนต่างคนค่านั บกันแล้วเตงอ่จึงว่า เมื่อครั้งอองมังให้จับท่านนั้ น

ข้าพเจ้าผ้่เดียวไม่ร้่ท่ีจะแก้ไขประการใด แต่เห็นว่าท่านมีบ่ญญาธิการมาก ถึง
มาตรว่าอองมังจะจับได้ก็ไม่เป็ นอันตราย ข้าพเจ้าหนี มาสืบร้ว่ ่าอองมังปล่อย

เสียแล้ว ท่านมาตั้งเกลี้ยกล่อมอย่่บ้านแปะจ่ยฉิง ข้าพเจ้าจะไปหาท่าน ท่าน
มาพบข้าพเจ้าวันนี้ เหต่ไรไม่มีทแกล้วทหาร เห็นแต่ผ้่เดียวมาฉะนี้ เล่า กองบู่

จึงแจ้งความแต่หลังให้เตงอ่ฟังแล้วว่า ข้าพเจ้าไปยืมเครื่องมือเจ้าเมืองน่่าเอี๋
ยง ซินโตเกียนพาทหารไล่ล้อมจับเข้าที่อับจนแล้ว พอกระบือแดงเขาเดียว
พาข้าพเจ้าฝ่ าทหารออกมาได้ มีผ้่เฒ่าพากระบือหายไปได้แต่หนั งสือฉบับ

หนึ่ ง จึงส่งหนั งสือให้เตงอ่ด่ เตงอ่แจ้งความดังนั้ นจึงท่านเป็ นผ้่มีบ่ญญาธิ

การยิ่งนั ก ถึงที่อับจนแล้วเทพยดาจึงมาช่วยแก้ไขบ่าร่งรักษามิให้มีอันตราย
กองบู่จึงปรึกษาว่า ซึ่งเราจะคิดการก่าจัดอองมังครั้งนี้ ทหารที่มีฝีมือกล้า

แข็งนั้ นยังหาเห็นผ้่ใดไม่ ข้าพเจ้าวิตกนั ก เตงอ่จึงว่าเมื่อข้าพเจ้าเที่ยวสืบหา
ท่านนั้ น พบชายผ้่หนึ่ งชื่อเอียวกี๋อย่่บ้านป่ าริมเชิงเขาข้างซ้ายมือ บอก

ข้าพเจ้าว่าได้พบท่านครั้งหนึ่ ง เอียวกี๋มีก่าลังและฝี มือกล้าแข็ง ถ้าได้ไว้เป็ น
นายทหารเอกท่าการศึกไปภายหน้าพอจะวางใจได้ เตงอ่ว่าแล้วพากองบู่ข้ ึน
ม้าไปถึงบ้านป่ า

27 กองบููได้เอี๋ยวกี๋ไว้เป็ นทหารเอก

ฝ่ ายเอียวกี๋ออกมายืนอย่่ท่ีประต่เรือน เห็นกองบู่กับเตงอ่มาถึงจึงไป

ค่านั บ เชิญขึ้นนั ่งบนเรือนแล้วถามกองบู่ว่า ท่านไปอย่่บ้านแปะจ่ยฉิงแล้วก

ลับมาหาข้าพเจ้าด้วยธ่ระสิ่งใด กองบู่ได้ยินดังนั้ นจึงเล่าความแต่หนหนลังให้

เอียวกี๋ฟังท่กประการ แล้วว่าบัดนี้ ข้าพเจ้าตั้งซ่องส่มคนได้เป็ นอันมาก คิดจะ
ยกไปตีเมืองหลวง แต่หาผ้่ซ่ึงค่มทหารท่าการศึกมิได้ ข้าพเจ้ามาหมายจะ

เชิญท่านไปช่วยก่าจัดอองมังศัตร่ราชสมบัติ ท่านเห็นประการใด เอียวกี๋จึงว่า
ข้าพเจ้าก็คิดอย่่ จะใคร่ไปช่วยในการใหญ่ แต่อาลัยด้วยมารดาชรานั กหาผ้่จะ
อย่่ปรนนิ บัติมิได้

ฝ่ ายมารดาเอียวกี๋นั่งฟั งอย่่ในเรือน ได้ยินบ่ตรว่าดังนั้ นจึงออกมาว่าแก่

เอียวกี๋ เจ้าจงไปช่วยผ้่มีบ่ญญาธิการก่าจักศัตร่แผ่นดินเถิด ถ้าส่าเร็จราชการ
แล้วความชอบซึ่งเจ้าได้ท่านั้ น จะมีผ้่ออกชื่อลือชาปรากฎไปได้หมื่นปี ถึง

บิดาเจ้าเล่าก็มีกตัญญ่ ส้่เสียชีวิตตายตามพระเจ้าเปงเต้อันเป็ นเจ้าของตัวไป
เจ้าก็เป็ นชายเชื้ อข่นนางผ้่มีบ่ญญมาเชิญถึงเรือน จะให้ชว่ ยก่าจัดศัตร่แผ่น
ดินเป็ นการใหญ่ เจ้าจะบิดพริ้วเสียนั้ นไม่ชอบ มารดาเอียวกี๋ว่ากล่าวเป็ น

หลายครั้ง เอียวกีน
๋ ่ิ งอย่่มิได้รบ
ั ค่าว่าจะไป ก็เข้าใจว่าเอียวกีม
๋ ีความกตัญญ่

เป็ นหว่งมารดายิ่งนั ก จึงคิดว่าตัวเราก็ชราชีวิตนั บวันแต่จะตาย ซึ่งเอียวกี๋ไม่
ไปช่วยผ้่มีบ่ญเพราะเป็ นห่วงอาลัยอย่่ มารดาเอียวกี๋จึงบอกแก่บ่ตรหวังจะมิ
ให้สงสัย เจ้าจงนั่งพ่ดอย่่กับกองบู่มารดาจะเข้าไปห่งอาหารจัดโตูะมาเลี้ยง

ว่าแล้วก็เข้าไปในครัวเรือนจึงเอาเชือกผ่กคอตาย หมายจะตัดห่วงเอียวกี๋ผ้่
บ่ตรจะให้ไปช่วยผ้่มีบ่ญ

ฝ่ ายเอียวกี๋นั่งสนทนากันกับกองบู่ เตงอ่ เป็ นช้านาน มิได้เห็นมารดา

ออกมาจึงตามเข้าไปในครัวเรือน เห็นมารดาผ่กคอตายห้อยตัวอย่่ตกใจนั ก
โดดขึ้นด้วยก่าลังตัดเชือกขาดลงมาเข้าแก้ไขเห็นว่ามารดาสิ้นใจแล้ว เอียวกี๋
ร้องไห้กอดศพมารดาสลบแน่น่ิ งไป

ฝ่ ายกองบู่ร้่ว่ามารดาเอียวกี๋ผ่กคอตายมีความอาลัย จึงว่ากับเตงอ่ว่า เรา

ทั้งสองมานี้ เหมือนจะแกล้งให้มารดาเอียวกี๋ตาย กองบู่กับเตงอ่ว่ิงเข้าไป
ร้องไห้รก
ั มารดาเอียวกี๋ เตงอ่จึงเข้าแก้ไขเอียวกีซ
๋ ึ่งสลบอย่่น้ ั น ครั้นฟื้ น

สมประดีข้ ึนมา เอียวกี๋ร้องไห้รก
ั มารดามิได้หย่ด กองบู่จึงว่ากล่าวเอาใจเอีย
วกี๋ว่ามารดาท่านตายแล้ว ถึงจะร้องไห้ไปมารดาท่านก็มิได้คืนเป็ นมา จง

ระงับดับความโศกช่วยกันคิดการฝั งศพจึงจะชอบ เอียวกี๋ค่อยได้สติคืนมาจึง
จัดแจงเครื่องฝั งศพ ทั้งสามคนช่วยกันยกศพมารดาเอียวกีไ๋ ปฝั งนอกบ้าน

เอียวกี๋มีน้ ่าตามิได้ขาดหน้า ฝั งศพมารดาแล้วจึงบอกกองบู่ว่า เชิญท่านกลับ

ไปก่อนเถิด ข้าพเจ้าจะขอน่่งขาวเฝ้ าหล่มศพมารดาสามปี แล้วจึงจะไปช่วย
ท่านท่าการศึก กองบู่ได้ฟังดังนั้ น จึงว่าเมื่อครั้งข้าพเจ้าหนี โซเหี้ยนมาอาศัย
ศาลเจ้าอ่อ๋อง ท่านไปรับจากเรือนมารดาท่าน ท่านมีความกร่ณาได้ปฎิบัติ

รักษา ซึ่งมารดาท่านตายเพราะด้วยข้าพเจ้ามาเชิญ ท่านกลัวท่านจะเป็ นห่วง
ไม่ไปกลับข้าพเจ้า มารดาท่านมีค่ณแก่ข้าพเจ้ายิ่งนั กยังมิได้สนองค่ณ ซึ่ง
ท่านน่่งขาวไว้ท่กข์ตามธรรเนี ยมนั้ น ข้าพเจ้าจะขอกระท่าแทนค่ณมารดา
ท่านอย่าวิตกเลย กองบู่จึงน่่งขาวค่านั บศพมารดาแทนเอียวกี๋

ฝ่ ายเอียวกี๋เห็นดังนั้ นมีความยินดีคิดว่า มารดามีวาสนาได้มีผ้่มีบ่ญเป็ น

บ่ตรเลี้ยง เอียวกี๋เห็นว่ากองบู่รก
ั โดยส่จริต จึงว่าซึ่งท่านกร่ณาข้าพเจ้าครั้งนี้
ขอบค่ณนั ก จะขอไปช่วยท่าการศึกสนองค่ณท่าน ว่าแล้วก็จัดแจงเกาทัณฑ์
ส่าหรับมือ ขึ้นม้าตามกองบู่กับเตงอ่ออกจากบ้านเดินตามทางไป

28 ตีเมืองฮูเอี๋ยงเป็ นที่มัน

ฝ่ ายซินโตเกียน ขณะเมื่อกองบู่หนี ไปจากที่ล้อม จึงให้อองหลิบพาทหาร

เที่ยวสืบหากองบู่ ฝ่ ายหลีทองครั้นทหารซินโตเกียนไล่จับกองบู่ ต่างคนพลัด
กันกระจัดกระจายไป มิได้ร้่ว่ากองบู่ไปแห่งใดมีความวิตกนั ก จึงรวบรวม

ทหารห้าร้อยมาพร้อมกันแล้ว หลีทองกับหลีเทียดผ้่น้องพาทหารเที่ยวตาม
หากองบู่ท่กต่าบล

ฝ่ ายอองหลิบพาทหารเที่ยวไป พอพบกองบู่เดินสวนทางมาจึงขับม้า

พาทหารเข้าล้อมจับ เอียวกี๋จึงขับม้าขึ้นหน้ากองบู่เข้ากับอองหลิบ อองหลิบ
ต้านทานมิได้ชักม้าหนี เอียวกี๋ขับม้าไล่ฆ่าฟั นทหารอองหลิบแตกกระจายไป
แต่อองหลิบหนี เข้าแอบแฝงต้นไม้ใหญ่อย่่ พอหลีทองกับหลีเทียดขี่ม้ามาก็
เข้าจับอองหลิบได้ เอียวกี๋ขับม้าเข้าไปจะชิงเอาตัวอองหลิบ กองบู่จึงร้อง

ห้ามว่าหลีทองเป็ นพวกเราท่านอย่าชิงกันเลย หลีทองจึงเอาตัวอองหลิบมา
ค่านั บกองบู่ แล้วว่าแต่ข้าพเจ้าเที่ยวหาท่านในเมืองน่่าเอี๋ยงท่กต่าบล วิตก

กลัวท่านจะมีอันตราย ซึ่งมาพบท่านวันนี้ ข้าพเจ้าดีใจนั ก กองบู่จึงว่าครั้งซิน
โตเกียนไล่จับข้าพเจ้าหนี มาเข้าที่ล้อม ชีวิตตกอย่่ในเงื้ อมมือทหารซินโต
เกียนแล้ว เดชะด้วยวาสนายังไม่ถึงที่ตาย พอกระบือแดงเขาเดียวพา

ข้าพเจ้าวิ่งไล่ฝ่าทหารออกมา กองบู่ก็เล่าความแต่หลังให้หลีทองฟั งท่ก

ประการ หลีทองได้ฟังดังนั้ นก็ดีใจนั ก จึงว่าท่านมีบ่ญญาธิการมาก ถึงที่

อับจนเทวดาจึงมาช่วยได้เป็ นอัศจรรย์ฉะนี้ ถ้าจะท่าการศึกใหญ่ไปภายหน้า

ก็จะมีชัยแก่อองมังโดยง่าย ครั้นสนทนากันแล้วกองบู่ข้ ึนม้าพาหลีทองกับเต
งอ่ เอียวกี๋ หลีเทียด อองหลิบ ไปตามทางถึงบ้านแปะจ่ยฉิง กองบู่เข้าไป

ค่านั บเล่าเหลียงเล่าความให้เล่าเหลียงฟั งท่กประการ เล่าเหลียงครั้นกองบู่ผ้่
หลานได้ทหารมามีความยินดีนักจึงให้แต่งโตูะเลี้ยง

ฝ่ ายเตงอ่นั่งกินโตูะเสพส่ราปรึกษากองบู่ว่า บัดนี้ ทหารเอกทหารเลวและ

เสบียงอาหารก็พอจะท่าศึกใหญ่ได้แล้ว แต่ยังหาเมื่องซึ่งเป็ นที่มัน
่ ยังไม่ได้
อันเมืองฮ่เอี๋ยงนั้ นมีก่าแพงส่ง ถึงข้าศึกจะปี นปล้นก็ยาก ทั้งประต่หอรบก็

มัน
่ คงมีท่ีทางช่องแคบ แอบอาศัยซ่่มทัพรับข้าศึก และทางหนี ทีไล่ก็สะดวก
เห็นจะเอาเป็ นที่มัน
่ ได้ ขอท่านจงจัดกองทัพไปตีเมืองฮ่เอี๋ยงขนเสบียง

อาหาร ที่จะเลี้ยงทแกล้วทหารขึ้นฉางน้อยใหญ่ไว้ให้มากแล้ว จะได้ไปตีเมือง
ฮ่เอี๋ยงและเมืองขึ้นสามสิบหกเมืองไว้เป็ นก่าลัง จึงจะคิดการยกไปตีเมือง

หลวงสืบไป กองบู่กับเล่าเหลียงได้ฟังก็เห็นชอบ จึงจัดทหารอันมีฝีมือดีได้
พันห้าร้อย ทหารนอกเกณฑ์เล่าเหลียงเอาไว้ให้อย่่รก
ั ษาค่ายบ้านแปะจ่ยฉิง
ครั้นถึงวันฤกษ์ดีเล่าเหลียงจึงตั้งเอียวกีเ๋ ป็ นแม่ทัพหน้าค่มทหารห้าร้อย ตั้ง

กองบู่เป็ นแม่ทัพหลวงค่มทหารพันหนึ่ งยกออกไปจากค่ายฮ่เอี๋ยง กองบู่ให้
ตั้งค่ายลงตรงหน้าเมือง

ฝ่ ายฮัน
่ เตาเจ้าเมืองฮ่เอี๋ยงร้่ว่ากองทัพเล่าสิ้วบ่นซกยกมา จึงสัง่ มหารให้

ปิ ดประต่เมือง แล้วให้ขับชาวเมืองขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้ ฮัน
่ เตาขึ้นไป

บนหอรบ แลเห็นทหารเล่าสิ้วบ่นซกล้วนมีฝีมือกล้าแข็งท่กตัวคน ออกมาส
อบเพลงอาว่ธกันอย่่ท่ีหน้าค่าย ฮัน
่ เตาคิดว่าจะแต่งกองทัพออกส้่ต้านทาน

เห็นก่าลังทหารฝ่ ายเราจะส้่ฝีมือทหารเล่าสิ้วบ่นซกมิได้ จ่าจะคิดอ่บายให้เล่า
สิ้วบ่นซกกอยทัพ ฮัน
่ เตาเห็นเล่าสิ้วบ่นซกขี่ม้ามายืนอย่่หน้าค่าย จึงร้อง

บอกออกไปว่าข้าพเจ้าจะยอมเข้าด้วยแต่ขอท่เลาสามวันพอจัดแจงสิ่งขิง
บรรณาการแล้วจึงจะเปิ ดประต่เมืองออกไปค่านั บ ขอท่านจงถอยทัพเสียเถิด
กองบู่ได้ยินดังนั้ นส่าคัญว่าฮัน
่ เตาจะยอมเข้าด้วยโดยดี จึงสัง่ ทหารให้
ถอยทัพออกไปตั้งค่ายอย่่ห่างจากเมืองตามสัญญา

29 ฮัน
่ เตาจับเล่าเปาอาเล่าสิ้วบุนซก

ฝ่ ายฮัน
่ เตาเห็นเล่าสิ้วบ่นซ่กถอยทัพก็ดีใจ จึงลงจากหอรบสัง่ ให้ทหาร

เที่ยวสืบจับผ้ซ
่ ่ึงรวมแซ่เล่าสิ้วบ่นซก ทหารจับตัวเล่าเปามาได้ ฮัน
่ เตาให้ซัก
ถามแจ้งความว่าเป็ นอาเล่าสิ้วบ่นซก ฮัน
่ เตาให้ทหารค่มตัวเล่าเปาไว้ ฝ่ าย

กองบู่ครั้นครบก่าหนดสามวัน มิได้เห็นฮัน
่ เตาเปิ ดหระต่เมืองตามสัญญา จึง
ให้ทหารร้องบอกเข้าไปว่า ให้เร่งเปิ ดประต่เมืองรับกองทัพโดยดี ถ้าจะคิด
แข็งเมืองจะให้ทหารปี นก่าแพงเข้าไปฆ่าเสียให้ส้ ินทั้งเมือง

ฝ่ ายทหารซึ่งรักษาหน้าที่เชิงเทิน ได้ยินดังนั้ นจึงเข้าไปแจ้งความแก่เจ้า

เมืองฮ่เอี๋ยง เจ้าเมืองฮ่เอี๋ยงจึงมัดเล่าเปาให้ทหารค่มตามฮัน
่ เตาขึ้นบนเชิง
เทิน แล้วร้องบอกออกไปว่าให้เล่าสิ้วบ่นซกออกมาเจรจากับเรานอกค่าย

ทหารจึงไปแจ้งแก่กองบู่ตามค่าฮัน
่ เตา กองบู่จึงแต่งตัวขึ้นม้าถือง้าว พาเต
งอ่กับนายทหารทั้งปวงออกมายืนอย่่หน้าค่าย ฝ่ ายฮัน
่ เตาจึงว่าแก่เล่าเปา

บัดนี้ หลานตัวคิดกับพวกโจรยกมาตีเมืองเรา ตัวจงบอกให้เลิกทัพกลับไป
ถ้าหลานตัวมิฟังจะยกเข้ามาเราจะตัดศรีษะท่านเสีย ฮัน
่ เตาจึงให้ท่านตีเร่ง

เล่าเปาให้ร้องห้ามกองทัพ เล่าเปากลัวความตายแลไปเห็นกองทัพกองบู่ยืน
มิอย่่กลางทหาร เล่าเปาจึงร้องบอกไปว่า เจ้าจงกร่ณาอาเถิดเร่งถอยทัพกลับ
ไปอาจึงจะรอดชีวิต ถ้ามิฟังจะยกเข้าส้่เจ้าเมืองฮ่เอี๋ยงก็จะฆ่าอาเสียเวลาวัน
นี้

ฝ่ ายกองบู่ได้ยินดังนั้ น แลขึ้นไปเห็นเล่าเปาทหารฮัน
่ เตามัดยืนอย่่บนเชิง

เทิน กองบู่มีความสงสารเสียใจสิ้นสติตกลงจากม้า ทหารข้างเคียงเข้า

ประคองไว้ ฮัน
่ เตาแลเห็นจึงร้องออกไปว่า ท่านไม่รก
ั อาจะขืนเข้ามารบเราจะ
ฆ่าท่านเสีย กองบู่ครั้นได้สติข้ ึนมา ได้ยินดังนั้ นมีความอาลัยนั ก กลัวฮัน
่ เตา

จะฆ่าเล่าเปาเสีย จึงร้องบอกว่าท่านจงกร่ณา อย่าเพ่อฆ่าอาข้าพเจ้า ข้าพเจ้า
จะถอยทัพกลับไปจัดแจงสิ่งของสามวันจะกลับมาเข้าด้วย จะแลกชีวิตอาไว้
ให้พ้นความตาย

ฝ่ ายกองบู่เลิกทัพกลับมายังบ้านแปะจ่ยฉิง จึงลงจากม้าเข้าไปร้องไห้

บอกความแก่เล่าเหลียงท่กประการ แล้วปรึกษาทหารทั้งปวงว่า อาข้าพเจ้า
ฮัน
่ เตาจับไว้จะฆ่าเสีย ถ้าท่านไม่คิดกลอ่บายแก้ไขอาข้าพเจ้าให้รอดจาก

ความตายครั้งนี้ ข้าพเจ้าก็จะมัดตัวเข้าไปหาฮัน
่ เตา จะแลกเอาชีวิตอาไว้ให้
รอดจากความตาย

ฝ่ ายนายทหารทั้งปวงมิได้เห็นอ่บายที่จะแก้ไขประการใดพากันนิ่ งอย่่

เอียวกี๋จึงว่าซึ่งท่านไปรับข้าพเจ้ามาจนมารดาข้าพเจ้าตาย ข้าพเจ้าก็หมายจะ
ช่วยท่านท่าการปราบปรามศัตร่แผ่นดิน ฮัน
่ เตาจับเอาอาท่านไว้ ท่านอาลัย

ด้วยเสียดายชีวิตเล่าเปาเป็ นการใหญ่กว่าแผ่นดิน จะเข้าด้วยฮัน
่ เตาแลกชีวิต
นั้ น ถ้ามารดาข้าพเจ้าที่ตายคืนเป็ นมาเมื่อใด ข้าพเจ้าจึงจะยอมเข้าด้วยฮัน

เตาตามค่าท่าน ซึ่งท่านจะท่าใจอ่อนเหมือนสตรีไม่มีมานะจะเลิกการใหญ่

เสียไม่ควร ทหารทั้งปวงก็ว่ากล่าวห้ามปราม มิให้กองบู่ไปยอมเข้ากับฮัน
่ เตา
ด้วยหาผ้ใ่ ดที่จะช่วยคิดอ่บายแก้ไข เอาชีวิตเล่าเปาให้รอดพ้นมือฮัน
่ เตามิได้

30 ตันจุ้นอาสาช่วยเล่าเปา

ฝ่ ายตันจ้่นเดินทางมาถึงบ้านแปะจ่ยฉิง จึงหย่ดอย่่ท่ีประต่ค่าย ให้นาย

ประต่ค่ายเข้าไปบอกกองบู่ กองบู่จึงว่าการใหญ่จะเลิกเสียแล้ว ถึงผ้่ใดจะเข้า
มาก็หาต้องการไม่ ตันจ้่นนั่งอย่่ประต่ค่ายได้ยินดังนั้ น จึงเดินเข้าไปค่านั บ

กองบู่ในที่ประช่มข่นนาง ตันจ้่นจึงว่าข้าพเจ้าร้่ว่าท่านเป็ นผ้่มีบ่ญ จึงเข้ามา

์ ะช่วยท่าการใหญ่ เหต่ใดท่านจึงไม่ต้องการข้าพเจ้าเล่า กองบู่เล่า
สามิภักดิจ

ความให้ฟังว่าเรายกทัพไปตีเมืองฮ่เอี๋ยง ฮัน
่ เตาจับอาเรามาไว้ ครั้นจะเข้าหัก
เอาเมืองเล่าฮัน
่ เตาจะฆ่าอาเสีย จะมีผ้่นินทาว่ารักสมบัติมากกว่าชีวิตอา หา
ผ้่ใดจะช่วยคิดแก้ไขให้อาเรารอดพ้นจากความตายมิได้ จึงให้ถอยทัพกลับ
ไปยอมเข้าด้วยฮัน
่ เตา แลกชีวิตอาไว้ไม่คิดซ่องส่มผ้่คนต่อไป เราจึงว่าไม่

ต้องการ ตันจ้่นจึงว่าการแต่เพียงนี้ ทหารทั้งปวงจะช่วยคิดแก้ไขไม่ได้แล้ว
ที่ไหนจะเป็ นแม่ทัพนายกอง ค่มทหารท่าการศึกใหญ่สืบไปได้เล่า กองบู่

ได้ยินตันจ้่นว่ากล่าวเป็ นคนมีสติปัญญา จึงเลื่อนลงมานั่งใกล้ถามว่า ท่าน
เห็นอ่บายประการใดจงกร่ณาช่วยคิดแก้ไขให้อาข้าพเจ้ารอดจากความตาย
ครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะได้ตีฮ่เอี๋ยง จะสนองค่ณท่านให้ถึงขนาด ตันจ้่นจึงว่า

ข้าพเจ้าจะปลอมเป็ นคนหาบฟื นเข้าไปในเมือง ท่านจงยกกองทัพเข้าไป

ประชิดให้ถึงเชิงก่าแพง ฮัน
่ เตาร้่วา่ กองทัพไปถึงก็จะขับไล่ไพราพลเมืองขึ้น
รักษาหน้าที่เชิงเทิน ข้าพเจ้าจะปลอมเป็ นทหารชาวเมืองเข้าไปใกล้ฮัน
่ เตาถ้า
ชอบทีจะฟั นฮัน
่ เตาเสียให้ตาย จะเปิ ดประต่เมืองรับกองทัพท่าน อ่บายอันนี้
มีประโยชน์ถึงสองประการ เข้าเมืองได้โดยง่ายไม่ต้องล่าบากทหาร ทั้งอา

ท่านก็จะรอดชีวิต ข้าพเจ้าคิดฉะนี้ ท่านเห็นประการใด กองบู่กับเตงอ่ทหาร

ทั้งปวงได้ฟังดังนั้ นก็เห็นชอบด้วยกัน กองบู่มีความยินดีนัก จึงสรรเสริญว่า
ท่านมีสติปัญญาควรที่จะเป็ นนายทหาร ท่านจงเร่งเข้าไปท่าอ่บายให้ส่าเร็จ

โดยความคิดท่านเถิด ข้าพเจ้าจะยกทัพเข้าประชิดตามค่าท่าน ตันจ้่นค่านั บ

ลาออกจากค่ายเอาดาบสั้นซ่อนในเสื้ อแต่งตัวเหมือนคนขายฟื น จึงหาบฟื น
ปลอมเป็ นชาวเมืองเข้าไปทางประต่น้อย เดินตามถนนเที่ยวร้องขายฟื นใน
เมือง ชาวเมืองถามซื้ อ ตันจ้่นบอกราคาแพงนั กไม่มีผ้่ซื้อ

ฝ่ ายกองบู่ร้่ว่าตันจ้่นเข้าเมืองได้แล้ว จึงยกกองทัพเข้าประชิดก่าแพง

เมืองฮ่เอี๋ยง เสียงม้าล่อและกลองรบทหารโห่ร้องอื้ ออึง เหมือนหนึ่ งจะขึ้น

ปล้นปี นก่าแพงหักเอาเมืองโดยฝี มือทหาร ฝ่ ายคนซึ่งประจ่ารักษาเชิงเทิน

ต่างคนตกใจวิ่งไปบอกฮัน
่ เตาว่า กองทัพยกมาอีกเป็ นจ่านวนมาก ฮัน
่ เตาสัง่
ทหารให้ขับชาวเมืองขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทิน แล้วฮัน
่ เตาขึ้นตรวจตราทหารให้
ประจ่าหน้าที่อย่่บนเชิงเทิน

31 เล่าสิ้วบุนซกได้เมืองฮูเอี๋ยง

ฝ่ ายตันจ้่นเห็นดังนั้ นจึงทิ้งหาบฟื นลงไว้มีแต่มือเปล่า ขึ้นไปช่วยโห่ร้อง

วิ่งไปมา ครั้นเห็นฮัน
่ เตาประมาทไม่ระวังตัวได้ท่วงทีจึงวิ่งเข้ามาใกล้ ชักดาบ
ออกจากเสื้ อแทงถ่กฮัน
่ เตาตกเชิงเทินตาย ตันจ้่นไล่ฆ่าฟั นทหารซึ่งรักษาเชิง
เทินแตกตื่นหนี ตันจ้่นวิ่งลงไปเปิ ดประต่เมือง กองบู่ขับทหารเข้าเมืองได้จึง
ให้ทหารแก้มัดเล่าเปาผ้่เป็ นอาพาเข้าไปนั่งที่ประช่มข่นนาง แล้วก่าชับมิให้
ทหารข่มเหงเก็บริบทรัพย์ส่ิงของชาวเมือง กองบู่เอาใจโอบอ้อมอารีแก่

ราษฎรมิให้สะด้่งตกใจ แล้วจึงหาตัวตันจ้่นเข้ามาว่า ท่านอ่บายแก้ไขได้เมือง

แล้ว ชีวิตอาข้าพเจ้ารอดจากความตาย ได้ส่าเร็จความคิดถึงสองประการฉะนี้
ท่านมีความชอบเป็ นอันมาก กองบู่จึงตั้งตันจ้่นเป็ นนายทหาร จัดแจงทรัพย์
สิ่งของให้แก่ตันจ้่นเป็ นบ่าเหน็จโดยสมควรแล้วใช้ทหารไปแจงความแก่เล่า
เหลียงท่กประการ

ฝ่ ายเล่าเหลียงร้่วา่ กองบู่ได้เมืองแล้ว จึงยกครอบครัวขนข้าวปลา

อาหารเข้ามาขึ้นฉางน้อยใหญ่ไว้ในเมืองฮ่เอี๋ยง แล้วให้แต่งโตูะเลี้ยงทหารทั้ง
ปวงพร้อมกันกินส่ราเป็ นที่สน่ กสบาย ฝ่ ายคนใช้โซหัวผ้่ตาย ครั้นร้่ว่าเกียน
ถ่ากลับเข้าด้วยเล่าสิ้วบ่นซกแล้ว จึงพากันเข้าเมืองหลวงแจ้งความทั้งปวง

แต่หลังให้โซเหี้ยนฟั งท่กประการ โซเหี้ยนร้่ว่าโซหัวตายจึงเข้าไปบอกแก่ออ

งมังว่า เล่าสิ้วบ่นซกหนี ไปอย่่บ้านแปะจ่ยฉิง ข้าพเจ้าให้โซหัวผ้บ
่ ่ตรตามไป

จับเล่าสิ้วบ่นซกจะเอามาให้ท่าน ชาวบ้านแปะจ่ยฉิงออกชิงเอาเล่าสิ้วบ่นซก
ไว้ฆ่าโซหัวตาย บัดนี้ เล่าสิ้วบ่นซกเกลี้ยกล่อมชาวบ้าน ยกเข้าตีเมืองฮ่เอี๋ยง

ได้ ทั้งตัวเกียนถ่าก็ไปเข้าเกลี้ยกล่อมด้วย เห็นว่าเล่าสิ้วบ่นซกจะมีใจก่าเริบ
ยกทัพเข้ามาตีเมืองหลวงเป็ นมัน
่ คง อองมังได้ฟังดังนั้ นก็ตกใจ จึงสัง่ ให้โซง
วนโซยเป็ นแม่ทัพยกออกไปตั้งเกี้ยกล่อมทหารอย่่ ณ เมืองอีจ๋่ย คอยตี

กองทัพพวกบ้านแปะจ่ยฉิงจับตัวเล่าสิ้วบ่นซกฆ่าเสียให้จงได้ โซงวนโซย
ค่านั บลาออกมาจัดทัพยกไปตั้งค่ายอย่่เมืองอีจ๋่ยตามอองมังสัง่

ฝ่ ายเตงอ่อย่่ในเมืองฮ่เอี๋ยง เห็นกองบู่กินแต่ส่ราไม่คิดการศึก จึงเข้าไป

ปรึกษาว่าท่านได้แต่เมืองฮ่เอีย
๋ งเป็ นเมืองน้อย ไม่คิดที่จะตีเอาหัวเมืองทั้ง
ปวง กระท่าเขตแดนให้กว้างขวางไว้น้ ั น ถ้าอองมังยกทัพใหญ่มา เห็นว่า

ทหารเราจะต่อส้่ต้านทานฝี มือทหารชาวเมืองหลวงมิได้ ซึ่งท่านยกศึกแรก
เป็ นฤกษ์ดีมีชัยได้เมืองฮ่เอี๋ยงครั้งนี้ ขอให้หลีทองกับเกียนถ่าค่มทหารห้า

ร้อยยกไปตีเมืองน่่าเอี๋ยงทางหนึ่ ง ให้เล่าอิ๋นกับหลีเทียดค่มทหารห้าร้อยยก
ไปตีเมืองเกูกเอี๋ยงทางหนึ่ ง ท่านกับเอียวกี๋ค่มทหารห้าร้อยยกไปตีเมืองซิน
เอี๋ยทางหนึ่ ง เล่าเหลียงกับข้าพเจ้าจะระงับอย่่รก
ั ษาเมืองฮ่เอี๋ยงมิให้เป็ น

อันตราย ถ้าตีเมืองทั้งสามได้เครื่องศัสตราว่ธและทแกล้วทหารมาสบทบกอง
ทัพเรามากขึ้นแล้ว ถึงมาตรว่าอองมังจะยกทัพใหญ่มา ก็เห็นพอจะส้่รบ

เอาชัยชนะได้ กองบู่กับนายทหานทั้งปวงเห็นชอบด้วยต่างคนจัดแจงทหาร
ยกออกจากเมืองฮ่เอี๋ยงแยกกันไปสามทางตามค่าเตงอ่

32 ตีเอาหัวเมืองขยายเขตแดน

ฝ่ ายกองบู่กับเอียวกี๋ยกไปถึงเมืองซินเอี๋ย จึงให้ต้ ังค่ายมัน
่ ลงไว้ใกล้เชิง

ก่าแพงประมาณทางสามสิบเส้น จึงแต่งหนั งสือฉบับหนึ่ งเป็ นใจความว่า ไต้
ฮัน
่ เล่าสิ้วบ่นซกผ้่เป็ นพระเจ้าหลานพระเจ้าเปงเต้ มาถึงเมืองซินเอี๋ย ด้วย

อองมังคิดกฎบประท่ษร้ายต่อแผ่นดิน ยกจ่เอ๋งขึ้นเป็ นฮ่องเต้ จ่เอ๋งหาความ
ผิดมิได้อองมังถอดจ่เอ๋งเสียจากที่ฮ่องเต้แล้ว อองมังชิงสมบัติต้ ังตัวเป็ น

ใหญ่ในเมืองหลวง เอาจ่เอ๋งไปค่มขังไว้ ณ ต่าหนั กหลังวังให้จ่เอ๋งอดอาหาร
ตาย แปลงกฎหมายพิกัดค่านา และส่วยสาอากรให้เกินอย่างธรรมเนี ยมแต่

ก่อน ราษฎรได้ความเดือดร้อน จึงประช่มพร้อมใจกันให้เราเป็ นแม่ทัพใหญ่

ยกจะไปก่าจัดอองมังศัตร่แผ่นดินเสีย แล้วจะหาผ้่มีบ่ญญาธิการขึ้นครองราช
สมบัติในเมืองหลวง บ่าร่งหัวเมืองทั้งปวงให้อย่่เย็นเป็ นส่ขสืบไปเหมือนดัง

ก่อน ถ้าเจ้าเมืองซินเอี๋ยจะเข้าด้วยช่วยบ่าร่งแผ่นดินก็ให้ออกมากาเราโดยดี
ถ้าจะเข้าด้วยอองมังผ้่กระท่าผิด ก็ให้เร่งยกกองทัพออกมารบกับเราให้ถึง
แพ้ชนะ ครั้นแต่งหนั งสือแล้วเข้าผนึ กตีตราประทับส่ง ให้ทหารเข้าไปสื่อ

เมืองซินเอี๋ย ทหารรับหนั งสือค่านั บลาขึ้นม้าไปถึงประต่เมืองจึงแจ้งความให้
นายประต่ฟัง แล้วให้นายประต่พาเข้าไปค่านั บส่งหนั งสือให้แก่เจ้าเมืองซิน
เอี๋ย

ฝ่ ายเก๋งต้านรับหนั งสือฉีกผนึ กออกอ่านแจ้งความว่าเล่าสิ้วบ่นซกผ้่มีบ่ญ

ยกมา จึงปรึกษาคับเอีย
๋ นซึ่งเป็ นฮ่เจีย
๋ งว่าเล่าสิ้วบ่นซกคนนี้ มีบ่ญญาธิการ

นานไปจะได้เป็ นกษัตริย์บ่าร่งแผ่นดิน ซึ่งมีหนั งสือมาทั้งนี้ เป็ นทางปรึกษา

ถ้าเราคิดต่อส้่ฝีมือชาวเมืองหรือจะต้านทานทหารผ้่มีบ่ญได้ เราคิดจะไปเข้า
ด้วยเล่าสิ้วบ่นซกราษฎรชาวเมืองจึงจะไม่เดือดร้อนท่านเห็นประการใด คับ
เอี่ยนเห็นชอบ ทั้งสองนายจึงพาข่นนางและทหารเปิ ดประต่เมืองออกไป

รับค่านั บเชิญกองบู่เข้ามาในเมืองแล้วให้แต่งโตูะเลี้ยง กองบู่จึงสัง่ ทหารมิให้
กระท่าย่่ายีแก่ราษฎรชาวเมืองให้อย่่เย็นเป็ นส่ข

ฝ่ ายเล่าอิ๋น กับหลีมองยกกองทัพไปถึงเมืองเกูกเอี๋ยง ตั้งค่ายมัน
่ ลงไว้

ใกล้เมืองทางหกสิบสองเส้นสิบวา เล่าอิ๋นจึงให้ทหารไปสืบร้่วา่ กองบู่ได้เมือง
ซินเอี๋ยแล้ว เล่าอิ๋นจึงแต่งหนั งสือฉบับหนึ่ งใจความว่า หน่ งสือเล่าอิ๋นมาถึง

เจ้าเมืองเกูกเอี๋ยง ด้วยไต้ฮัน
่ เล่าสิ้วบ่นซกเป็ นผ้่มีบ่ญญาธิการ ตั้งกองเกลี้ย
กล่อมทแกล้วทหารอย่่ ณ บ้านแปะจ่ยฉิงหลายปี บัดนี้ พร้อมทหารยก

กองทัพใหญ่หวั เมืองรายทางพากันเข้าด้วยเป็ นอันมาก ยกมาถึงเมืองฮ่เอี๋ยง
เจ้าเมืองออกต่อส้่ฝีมือทห่รต้านทานมิได้ ไต้ฮัน
่ เล่าสิ้วบ่นซกยกเข้าตีเมืองได้
โดยง่ายด่จดังเด็ดผัก บัดนี้ ยกเข้าพักทหารอย่่ ณ เมืองซินเอี๋ย ไต้ฮัน
่ เล่าสิ้ว

บ่นซกมีบ่ญญาธิการเทพยดารักษา ทั้งผ้่มีสติปัญญาก็มาสามิภักดิเ์ ข้าช่วยคิด

การศึก ไต้ฮัน
่ เล่าสิ้วบ่นซกมีใจโอบอ้อมอารีราษฎร ต่างคนยินดีเข้าด้วยเอาใจ
ช่วยผ้่มีบ่ญให้ก่าจัดศัตร่แผ่นดิน จึงแต่งให้เราผ้่ช่ ือว่าเล่าอิ๋นยกกองทัพมา

ปราบเมืองเกูกเอี๋ยง ถ้าเจ้าเมืองเกูกเอี๋ยงจะยอมเข้าด้วยช่วยผ้่มีบ่ญก่าจัด

อองมัง ส่าเร็จราชการแล้วจะให้เป็ นข่นนางมียศศักดิ์ ถ้ามิยอมเข้าด้วยเราจะ
ยกกองทัพเข้าไปฆ่าเสียให้ส้ ิน ครั้นแต่งหนั งสือแล้วส่งให้ทหารถือเข้าไปใน

เมือง ทหารรับหนั งสือค่านั บลาเข้ามาบอกแก่นายประต่ให้พาเข้าไปส่ง

หนั งสือให้งิมเหงเจ้าเมืองเกูกเอี๋ยง เจ้าเมืองฉีกผนึ กออกอ่านแจ้งความดัง
นั้ นก็โกรธ ฉีกหนั งสือทิ้งเสียแล้วด่าว่า พวกอ้ายโจรป่ าบังอาจใจยกเข้ามา

เหยียบชานเมืองก่ ก่จะจับฆ่าเสียให้ส้ ิน จึงสัง่ ทหารให้ตีผ้่ถือหนั งสือยี่สิบที
โดยสาหัส จึงให้ไสออกไปเสียจากเมือง แล้วงิมเหงจัดทหารมีฝีมือห้าร้อย

งิมเหงแต่งตัวใส่เสื้ อแดงสวมเกราะทองค่าใส่หมวกทองมีจ่กเป็ นร่ปหงส์ ผ่ก
สอดเครื่องสาตราสั้นส่าหรับทหารถือง้าวใหญ่เข้าไปค่านั บมารดา แล้วเล่า
ความทั้งปวงให้ฟังท่กประการ มารดางิมเหงว่าเล่าสิ้วบ่นซกเป็ นเชื้ อวงศ์

กษัตริย์ คนทั้งปวงนิ ยมยินดีเข้าด้วยทั้งแผ่นดิน ตัวเจ้าผ้่เดียวจะไปต่อส้่กับ

ทหารผ้่มีบ่ญครั้งนี้ มารดาเห็นว่าจะมีอันตรายเป็ นมัน
่ คง จงออกไปสามิภักดิ์
เข้าด้วยเล่าสิ้วบ่นซก บ้านเมืองเราจึงจะมีความส่ขสืบไป งิมเหงฟั งมารดา

ห้ามก็โกรธ มิได้ค่านั บล่กออกมาขึ้นม้าสีแสดพาทหารเปิ ดประต่เมืองออกไป
ถึงหน้าค่ายเล่าอิ๋น งิมเหงจึงร้องเข้าไปว่าผ้่ใดมีฝีมือ องอาจยกมาจะรบกับ

เราให้เร่งออกมาต่อส้่กัน ด่ฝีมือกัยใหถึงแพ้ชนะ หลีเทียดซึ่งเป็ นแม่ทัพหน้า
ได้ยินดังนั้ นจึงขึ้นม้าถือทวนพาทหารออกมายืนหน้าค่าย จึงร้องพ่ดจาเกลี้

ยกล่อมงิมเหงโดยดีว่า ท่านจงยอมเข้าท่าราชการด้วยท่านผ้่มีบ่ญช่วยก่าจัด
อองมัง ท่านจะได้เป็ นข่นนางผ้่ใหญ่ งิมเหงได้ฟังก็โกรธ จึงด่าว่าอ้ายพวก

โจรป่ ามึงอย่ามาเกลี้ย กล่อมก่เลย ก่จะฆ่าเสียบัดนี้ ว่าแล้วขับม้าร่าง้าวเข้า
รบด้วยหลีเทียดได้ย่ีสิบเพลง งิมเหงท่าชักม้าเป็ นทีจะหนี หลีเทียดได้ทีขับ
ม้าไล่ติดตาม งิมเหงเหลียวหลังมาน้าวเกาทัณฑ์ยิงถ่กเกราะหลีเทียดตกม้า

ลง มหารเท้าม้าอ้่มประคองป้ องกันรอรับกลับมาค่าย เล่าอิน
๋ เห็นดังนั้ นขับม้า
เข้ารบกับงิมเหงได้ย่ีสิบเพลง งิมเหงท่าเสียที เล่าอิ๋นแทงด้วยทวน งิมเหง
หลบหลีกไม่ถ่ก ม้าเล่าอิ๋นถล่าเข้าไปงิมเหงชักอาว่ธสั้นออกจากเสื้ อ ตีถ่ก

ไหล่เล่าอิ๋นเจ็บสาหัส เล่าอิ๋นชักม้ากลับ งิมเหงขับทหารไล่ตามเข้าไปถึงค่าย
เล่าอิ๋นกับหลีเทียดทิ่งค่ายเสียขับม้าพาทหารหนี ไป งิมเหงได้ชัยชนะแล้ว
พาทหารกลับเข้าเมือง

ฝ่ ายเล่าอิ๋นกับหลีเทียดหนี งิมเหงมาถึงเมืองฮ่เอี๋ยง จึงเข้าไปกค่านั บเล่า

เหลียงแจ้งความตามซึ่งได้รบกับงิมเหงท่กประการ เล่าเหลียงได้ฟังดังนั้ น

ตกใจนั ก ขณะนั้ นหลีทองกับเกียนถ่าไปตีเมืองน่่าเอี๋ยงได้แล้ว กลับมาบอก
แก่เล่าเหลียงท่กประการ

33 งิมเหงรบกับเอี๋ยวกี๋

ฝ่ ายกองบู่ครั้นจัดแจงเมืองซินเอีย
๋ แล้ว จึงพาเก๋งต้านกับคับเอีย
๋ นเข้ามา

ค่านั บเล่าความทั้งปวงให้เล่าเหลียงกับเตงอ่ฟัง เล่าเหลียงจึงบอกแก่กองบู่
ว่า เล่าอิ๋นกับหลีเทียดถ่กอาว่ธป่ วยแตกหนี มา กองบู่ได้ยินออกชื่องิมเหงก็

ตกใจ จึงว่างิมเหงคนนี้ ฝี มือดีรบกับม้าบู่ในที่สนามหัดถึงสองร้อยเพลงจึงได้
เป็ นที่จ้อหงวน อองมังแต่งตั้งออกมารักษาเมืองเกูฏเอีย
๋ งเมื่อใด ข้าพเจ้าพึ่ง
แจ้งความครั้งนี้ อันฝี มือทหารในกองทัพเรา ข้าพเจ้าหาเห็นผ้่ใดที่จะต่อส้่งิม
เหงเอาชัยชนะได้ไม่ เอียวกี๋จึงว่าซึ่งท่านสรรเสริญงิมเหงว่ามีฝีมือเข้มแข็ง

นั้ น ข้าพเจ้าจะขอไปจับตัวมาให้ท่านจงได้ เตงอ่ได้ฟังจึงว่าแก่เอียวกี๋ว่าท่าน
อย่าเพ่อประมาทด่หมิ่น งิมเหงคนนี้ ใจองอาจฝี มือกล้าแข็งมก่าลังมาก จ่าจะ
ยกทัพใหญ่ไปตีเมืองเกูกเอี๋ยงให้แตกแล้วคิดเกลี้ยกล่อม เอาตัวงิมเหงไว้

เป็ นนายทหารท่าการศึกสืบไป เตงอ่จึงให้เล่าเปาไปรักษาเมืองซินเอีย
๋ ให้เล่า
ต๋งไปรักษาเมืองน่่าเอีย
๋ ง เล่าเหลียงนั้ นอย่่รก
ั ษาเมืองฮ่เอีย
๋ ง เล่าเปากับเล่า
ต๋งรับค่าอ่าลาไปรักษาเมืองอย่่ตามเตงอ่สัง่ เตงอ่จึงจัดแจงเตรียมทหารมี

ฝี มือสองร้อยทหารเลวพันเศษ ตั้งกองบู่เป็ นแม่ทัพหลวง ให้เอียวกี๋เป็ นทัพ
หน้า เตงอ่เป็ นยกกระบัตรผ้่จัดแจง ครั้งร่่งเช้าเตงอ่ยกกองทัพออกจากเมือง
ฮ่เอี๋ยง ไปตั้งค่ายอย่่ไกลเมืองทางประมาณสามสิบเส้น ให้ทหารเข้าไปบอก
ให้งิมเหงออกมารบ

ฝ่ ายงิมเหงแจ้งความว่ากองบู่ยกมาถึงจึงจัดทัพสามพันเศษ งิมเหงแต่ง

ตัวใส่เกราะขึ้นม้าถือง้าวใหญ่ ยกกองทัพออกจากเมืองไปถึงค่าย ฝ่ ายกองบู่

ขึ้นม้าพาทหารออกมารบกับงิมเหง งิมเหงจึงร้องถามว่าตัวท่านหรือชื่อว่าเล่า
สิ้วบ่นซกหนี อองมังมาจากเมืองหลวง กองบู่จึงว่าตัวเราชื่อว่าเล่าสิ้วบ่นซก
ครั้งเมืองอองมังก่อการกบถชิงเอาสมบัติพระเจ้าเปงเต้ แล้วให้โซหี้ยนจับ

ญาติวงศาบรรดาร่วมแซ่เอาไปฆ่าเสียประมาณพันเศษแล้ว ให้สืบเอาตัวเรา

จะเอาไปฆ่าเสียให้ส้ ินเชื้ อ ด้วยเรามีใจเจ็บแค้นจึงพาทหารซึ่งมีใจสัตย์ซ่ ือต่อ
แผ่นดินยกมาจะไปก่าจัดอองมัง ตัวท่านก็มีสติปัญญาอย่่จะหลงเข้าด้วยออ

งมังคนอกตัญญ่น้ ั นไม่ชอบ จงช่วยเราปราบเสี้ยนศัตร่แผ่นดิน ส่าเร็จแล้วจะ
์ ามสมควร งิมเหงได้ฟังก็โกรธ จึงตอบว่าตัวเป็ น
ตั้งให้เป็ นข่นนางมียศศักดิต
พวกชาวบ้านแปะจ่ยฉิง อวดอ้างเป็ นผ้่มีบ่ญให้คนนิ ยมเข้าด้วยแล้วก่าเริบใจ

คิดการใหญ่กับพวกชาวบ้านป่ า ว่ากล่าวหมิ่นประมาทอองมังเจ้านายเรา

แล้วชักชวนให้เราเข้าร่วมด้วย ถึงอองมังจะชัว่ ดีประการใดก้ได้ช่บเลี้ยงตั้ง
แต่งเราเป็ นเจ้าเมืองมียศศักดิ์ ถ้าท่านมิฟังจะประมาทหยาบช้าต่ออองมัง

สืบไป เราจะจับตัวฆ่าเสียให้ส้ ินกองทัพ เอียวกี๋ได้ยินดังนั้ นจึงชักม้าขึ้นมา
หน้าม้ากองบู่ แล้วโต้ตอบกับงิมเหงว่า กองบู่เจ้าของเรากร่ณาว่าท่านเป็ น

เด็กหน่่มเบาความ จึงเตือนสติให้ร้่ว่าตัวผิด ท่างจงยอมเข้าด้วยโดยดี ซึ่งจะ
ถือว่าตัวมีฝีมือจะต่อส้่กับเราผ้่เป็ นทหารผ้่ใหญ่ เห็นว่าอันตรายจะถึงแก่ชีวิต
ท่านเป็ นมัน
่ คง งิมเหงได้ฟังก็โกรธชักม้าร่าง้าวเข้ารบกับเอียวกี๋ได้สิบเพลง

กองบู่เห็นทหารทั้งสองรบกัยต่างคนช่านาญว่องไวในเพลงอาว่ธเกรงงิมเหง
จะเสียทีเอี๋ยวกี๋จะฆ่าเสีย จึงร้องห้ามงิมเหงว่าท่านอย่ารบกับเอี๋ยวกี๋ต่อไป
เลย จงเข้ามารบกับเราเถิด งิมเหงไม่ฟังชักม้าเข้ารบกับเอียวกี๋ได้ห้าสิบ

เพลงมิได้แพ้ชนะแก่กัน กองบู่แลไปบนศรีษะงิมเหงเห็นดังร่ปเสือ คิดขึ้นได้
ว่าชะรอยจะเป็ นเทพยดารักษาประจ่าตัวงิมเหง กองบู่น้าวเกาทัณฑ์ยิงถ่กร่ป
เสือก็ส่ญหายไป

ฝ่ ายงิมเหงรบกับเอียวกี๋ให้เมื่อยมึนแขนซ้ายยกง้าวไม่ถนั ด ทั้งก่าลังก็

อิดโรยลงเห็นจะต่อส้่ฝีมือเอียวกี๋ไม่ได้ จึงชักม้าพาทหารกลับเข้าเมือง กองบู่
เห็นดังนั้ นมิให้ทหารติดตาม จึงสรรเสริญเอียวกี๋ว่าฝี มือกล้าแข็ง ชนะงิมเหง
ควรที่เป็ นนายทหารเอก ว่าแล้วพาทหารกลับเข้าค่าย จึงสัง่ คนใช้ให้เข้าไป
นั ดงิมเหง ว่าเวลาพร่่งนี้ ให้เร่งออกมารบกันใหม่ คนใช้ค่านั บลาเข้าไปใน
เมืองตามสัง่

ฝ่ ายงิมเหงครั้นถึงเมือง ข่นนางทั้งปวงมาเยี่ยมเยือนถามว่า ท่านออก

ไปจับเล่าสิ้วบ่นซกเป็ นประการใด งิมเหงจึงบอกว่าเราออกไปรบกับนาย

ทหาร จะจับตัวเล่าสิ้วบ่นซก ได้รบกับเอียวกี๋ยังมิทันแพ้ชนะบังเกิดอิดโรย

ก่าลัง แขนเบื้ องซ้ายเมื่อยมึนจึงกลับเข้ามา เวลาอื่นจะยกออกไปจับเล่าสิ้ว
บ่นซกให้จงได้ พอทหารกองบู่ถือหนั งสือเข้ามานั ดรบ งิมเหงจึงรับค่าว่าพร่่ง
นี้ เราจึงจะออกไปรบตามสัญญา ทหารกองบู่ก็ค่านั บลากลับไปแจ้งความแก่

กองบู่ ณ ค่าย กองบู่จึงสัง่ ทหารให้กินอย่่หลับนอน ให้มีก่าลังไว้มิได้คิดที่จะ
รักษาค่าย

ฝ่ ายงิมเหงครั้นเวลาค่่าลง จึงจัดทหารเป็ นห้ากองจะออกปล้นค่าย ครั้น

เวลาดึกงิมเหงให้ทหารเอกออกไปสืบร้่ว่ากองบู่มีใจประมาทงิมเหงก่าชับ

ทหารมิให้อื้ออึง จึงเปิ ดประต่เมืองออกไปให้ทหารแยกทางเข้าล้อมค่ายทั้งสี่
ด้าน งิมเหงเห็นคนในค่ายกองบู่นอนหลับสงัดเงียบทั้งค่าย จึงจ่ดประทัด

สัญญาณทหารเข้าระดมฆ่าฟั นทหารในค่ายล้มตายเป็ นอลหม่าน ฝ่ ายกองบู่
กับนายทหารทั้งปวง ครั้นได้ยินเสียงอื้ ออึงตกใจตื่นร้่ว่าข้าศึกปล้นค่าย ต่าง
คนขึ้นม้าฝ่ าทหารหนี ไปเมืองฮ่เอี๋ยง แต่กองบู่น้ ั นก่าลังตกใจมิได้ร้่ว่าทิศ

เหนื อทิศใต้ประการใด จึงขับม้าตรงไปจะเข้าประต่เมืองเกูกเอี๋ยง ครั้นแล
เห็นประต่เมืองจึงชักม้ากลับขับหนี ออกไปเข้าป่ า

34 โตหงวนช่วยเล่าสิ้วบุนซก

ฝ่ ายงิมเหงขับม้าพาทหารไล่ฆ่าฟั นทหารเล่าสิ้วบ่นซกล้มตายแตกหนี ไป

สิ้น มิได้เห็นเล่าสิ้วบ่นซก จึงถามทหารเลวๆ บอกว่าเล่าสิ้วบ่นซกหนี เข้าป่ า
ไปทางริมเชิงเขา งิมเหงขับม้าติดตาม ฝ่ ายกองบู่ขับม้าหนี งิมเหงไปริมเชิง

เขา พอร่่งสว่างขึ้นถึงบ้านแห่งหนึ่ งชักม้าเข้าไปในบ้านเห็นผ้่เฒ่าคนหนึ่ งนั่ง

อย่่ จึงลงม้าเข้าไปอาศัย ฝ่ ายโตหงวนเจ้าของบ้านเห็นดังนั้ น จึงถามว่าท่าน
มีหน้ามิได้ปกติ มาถึงเราท่านชื่อใดมาแต่ไหน กองบู่จึงบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเล่า
สิ้วบ่นซก หนี งิมเหงมาจะขออาศัยท่าน โตหงวนร้่วา่ เล่าสิ้วบ่นซกเป็ นผ้่มีบ่ญ
จึงเชิญขึ้นบนตึกค่านั บกองบู่ดังข้ากับเจ้า กองบู่รบ
ั ค่านั บแล้วเล่าความแต่

หลังให้ฟังท่กประการ จึงถามว่าท่านชื่อใด โตหงวนบอกชื่อแล้วว่า งิมเหงคน
นี้ เป็ นสาน่ ศิษย์ ข้าพเจ้าได้ฝึกสอนยิงเกาทัณฑ์แต่ก่อน พอมีผ้่มาบอกว่างิม
เหงมาถึงประต่บ้าน เล่าสิ้วบ่นซกได้ยินตกใจจะหนี ไป โตหงวนห้ามไว้ว่า

ท่านจงอย่่ในตึกก่อน ข้าพเจ้าจะออกไปว่ากล่าวชักชวนงิมเหงเข้าด้วยท่าน
จงได้ พ่ดกันมิทันขาดค่าพองิมเหงเข้าไปค่านั บโตหงวนในตึก งิมเหงเห็น

กองบู่ชักกระบี่ออกจากฝั กจะฟั น กองบู่ตกใจวิ่งลงทางประต่หลังตึก ออกไป
แอบฟั งความอย่่นอกตึก งิมเหงขยับตัวไล่ตามโตหงวนฉวยจับข้อมือห้ามไว้
ถามว่า เหต่ใดท่านจะฆ่าผ้่มีบ่ญเสียฉะนี้ มิชอบ งิมเหงตอบว่าเล่าสิ้วบ่นซก

มิใช่มน่ ษย์เป็ นเอียวยี่คือปี ศาจ อองมังมีกฎหมายประกาศแก่ราษฎรว่า ผ้่ใด

์ รัพย์สมบัติจะตก
จับเล่าสิ้วบ่นซกได้จะให้เป็ นข่นนางผ้่ใหญ่ บัดนี้ ที่ยศศักดิท
อย่่ในเงื้ อมมือข้าพเจ้าแล้ว ท่านว่ากล่าวปกป้ องเสียมิให้จับเล่าสิ้วบ่นซกนั้ น

ไม่ควร โตหงวนจึงตอบว่าเล่าสิ้วบ่นซกมิใช่ปีศาจ คือผ้่มีบ่ญมีรศ
ั มีเหมือนดัง
หมอกมังกรเหลืองคอยประคองป้ องกันอย่่ หาผ้ใ่ ดจะท่าอันตรายได้ไม่ ถ้า

ท่านจะปรารถนายศศักดิ์ จงเข้าท่าการอาสาเล่าสิ้วบ่นซกก่าจักอองมังศัตร่
แผ่นดิน เล่าสิ้วบ่นซกได้เป็ นกษัตริย์บ่าร่งแผ่นดินแล้ว ตัวท่านจะได้เป็ น

ข่นนางผ้ใ่ หญ่มียศศักดิเ์ ป็ นอันมาก งิมเหงได้ฟังดังนั้ นก็โกรธ ด่าโตหงวนว่า

อ้ายขโมยป่ า เห็นเล่าสิ้วบ่นซกปี ศษจนั บถือย่าเกรงว่าผ้่มีบ่ญ กลับว่าชักชวน
จะให้ก่เข้าด้วยอีกเล่า งิมเหงเงื้ อดาบจะฟั น โตหงวนตกใจวิ่งลงจากตึก พอ
พบยีหนึ งเข้าช่ดคร่าห้ามไว้ งิมเหงโกรธนั กก็ชักกระบองสั้นตีถ่กยีหนึ งราก
โลหิตวิ่งตามบิดาไป งิมเหงจึงกลับมาขึ้นม้าไล่ติดตามเล่าสิ้วบ่นซก

ฝ่ ายโตหงวนกับยีหนึ งพากองบู่หนี ข้ามภ่เขา ลงถึงเชิงเขาตกพอพบโต

เหมาบ่ตรผ้ใ่ หญ่เที่ยวป่ าขี่ม้ากลับสวนทางมา โตหงวนดีใจนั ก จึงบอกว่าเล่า
สิ้วบ่นซกผ้่มีบ่ณเจ้าของเราเสียทัพมาอาศัยอย่่ งิมเหงติดตามจะจับไปให้ออ
งมัง เข้าค้นบนตึกมิได้ย่าเกรง บิดาว่ากล่าวโดยดีงิมเหงโกรธ ตีน้องเจ้าจน

รากเลือด ติดตามจะมาฆ่าบิดาชิงเอาตัวเล่าสิ้วบ่นซก ว่ามิทันขาดค่าพอแล
ไปข้างต้นทางเห็นงิมเหง โตหงวนตกใจ ทั้งสามคนพากันวิ่งเข้าป่ า

ฝ่ ายงิมเหงขับม้ามาเห็นโตเหมายืนม้าขวางทางอย่่ จึงบอกว่าบิดาท่าน

พาเล่าสิ้วบ่นซกหนี มา ท่านจงหลีกทางให้เราไปจับเล่าสิ้วบ่นซก แล้วเราจะ

ให้ทองพันต่าลึง โตเหมาได้ฟังดังนั้ นก็โกรธ จึงตอบว่าเล่าสิ้วบ่นซกได้เข้าไป
อาศัยถึงในตึก บิดาก่หา้ มปรามมึงมิฟัง จะจับผ้่มีบ่ญไปให้แก่อองมังศัตร่
แผ่นดินอีกเล่า งิมเหงได้ยินก็โกรธ จึงขับม้าร่าง้าวเข้ารบกับโตเหมาได้

สามสิบเพลง โตเหมาท่าเสียทีงิมเหงฟั นด้วยง้าว โตเหมาเอากระบองสั้นป้ อง
ปั ด ง้าวงิมเหงพลัดจากมือม้าถล่าเข้ามา โตเหมาเอากระบองตีถ่กบ่างิมเหง
ล้มลงเจ็บป่ วยสาหัส งิมเหงแข็งใจล่กขึ้นจับง้าวขี่ม้ากลับไปเมืองเกูกเอี๋ยง

ฝ่ ายโตเหมาจึงร้องเรียกโตหงวนกับยีหนึ งกลับมาพาเล่าสิ้วบ่นซกไปถึง

บ้าน โตหงวนแต่งโตูะเลี้ยงกองบู่อย่่ในตึก ครั้นพอร่่งเช้าโตหงวนจึงชวน

พรรคพวกสาน่ ศิษย์ท่ีมีฝีมือยิงเกาทัณฑ์แม่นสามสิบคน ยกครอบครัวออก
จากบ้านป่ าตามกองบู่ไปเมืองฮ่เอี๋ยง กองบู่พาโตหงวน โตเหมากับทหาร

เข้าไปค่านั บแจ้งความให้เล่าเหลียงฟั งท่กประการ เล่าเหลียงครั้นเห็นกองบู่
มาก็ดีใจ จึงให้ตรวจทหารซึ่งแกตทัพเหลือมานั บได้พันห้าร้อยคน เล่าเหลียง
แต่งโตูะเลี้ยงพวกโตเหมากับทหารทั้งปวง แล้วตั้งโตเหมาซึ่งมีความดีความ

ชอบให้เป็ นนายกองทหารผ้่ใหญ่ กองบู่จึงปรึกษาเตงอ่ว่า ครั้งนี้ เราเสียทีแก่งิ
มเหงเพราะประมาท งิมเหงออกปล้นค่ายฆ่าทหารฝ่ ายเราตายเป็ นอันมาก

ท่านจะคิดประการใดจึงจะตีเมืองเกูกเอี๋ยงเอาชัยชนะแก่งิมเหงได้เล่า เตงอ่
จึงว่างิมเหงมีก่าลังทั้งฝี มือก็กล้าแข็ง ขอให้แต่งทัพซ่่มเป็ นกลศึกชื่อว่าตีน
เทียนโหลเต้มัง ค่าไทยว่าลวงปลาเข้าติดแห ให้เล่าอิ๋นค่มทหารสามร้อย

เป็ นกองล่อ ยกไปตั้งค่ายมัน
่ อย่่หน้าเมืองเบื้ องทิศใต้ทางไกลเมืองประมาณ
หกสิบสองเส้น ให้โตหงวนกับโตเหมาสองนายค่มทหารห้าร้อยไปตั้งซ่่มอย่่
ริมค่ายทั้งซ้ายขวา ให้เอียวกีก
๋ ับเก๋งต้านค่มทหารกองละสามร้อยตั้งซ่่มอย่่

ต้นทางทั้งสองข้าง คอยตัดหลังข้าศึก ให้หลีทองกับตันจ้่นค่มทหารห้าร้อย

ซ่่มทางทิศตะวันออก ถ้าเล่าอิ๋นเข้าไปรบล่อให้งิมเหงไล่มาถึงค่ายมัน
่ จึงให้
โตหงวนกับโตเหมายกทหารตีโอบขึ้นมาทั้งซ้ายขวา ช่วยเล่าอิ๋นรบประจัญ

หน้างิมเหงไว้ ให้โตหงวนยกธงซึ่งจารึกอักษรบอกกลศึก ขึ้นปั กบนค่ายเป็ น
ส่าคัญทัพซ่่ม จึงให้เอียวกี๋ออกตีสกัดตัดหลังเป็ นศึกกระหนาบ ถ้างิมเหง

ถอยทัพกลับมารบจะเข้าเมือง ให้เก๋งต้านขับทหารออกช่วยเอียวกี๋ตีประจัญ
หน้าไว้ งิมเหงพาทหารรวนไปทางทิศตะวันออกให้ตันจ้่นกับหลีทองแยกเป็ น
สองกองเข้ารบ ถ้างิมเหงจะหักออกข้างตะวันตก ให้คับเอี๋ยนยกกองซ่่มตี
ประจัญไว้ งิมเหงจะรบฝ่ าทหารออกด้านหน้าผ้ใ่ ด ก็ให้ช่วยกันไล่ติดตาม

ล้อมจับเอาตัวงิมเหงให้จงได้ งิมเหงตกอย่่ในที่ล้อมทหารรบรอบตัวทั้งม้า
ทั้งคนก็จะอิดโรยก่าลังลง ถึงมาดว่าจะแก้ตัวหนี ไปได้จะยกมาท่าศึกก็เข็ด

หลาบฝี มือทหารฝ่ ายเราเป็ นมัน
่ คง กองบู่ได้ฟังเห็นชอบด้วยความยินดีนัก
จึงสรรเสริญเตงอ่ว่าท่านมีสติปัญญาคิดกลศึกลึกซึ้ง สมควรเป็ นที่ปรึกษา

ผ้่ใหญ่ ถึงงิมเหงจะหนี ไปได้ก็คงไม่พ้นมือเรา กองบู่จึงสัง่ นายทหารทั้งปวง
ให้ท่าตามอ่บายเตงอ่ท่กประการ

ฝ่ ายเล่าอิ๋นกับนายทหารค่านั บรับค่า ลาออกมาจัดทหารยกแยกกันไป

ตามสัง่ เตงอ่กับกองบู่จึงจัดแจงทหารยกทัพหลวงไปตั้งค่ายซ่่มอย่่กลางป่ า

ต่าบลหนึ่ ง เตงอ่จึงขึ้นม้าไปจัดทัพซ่่มให้เป็ นระยะจังหวะกันเหมือนดังปาก
แห แต่กองโตเหมานั้ นอย่่ปลายทางหลวงส่าหรับยกธงส่าคัญ แต่บรรดาทาง
น้อยทั้งปวง ให้ทหารขึงเชื่อกพานเท้าม้า คอยจับข้าศึกซึ่งจะหลีกหนี มาท่ก
ทาง

35 งิมเหงแตกทัพ

ฝ่ ายเล่าอิ๋นค่มทหารห้าร้อยไปตั้งค่ายมัน
่ อย่่ ครั้นเวลาเช้ายกทหารเข้ามา

ถึงหน้าเมืองเกูกเอี๋ยง จึงใช้ทหารเข้าไปบอกแก่งิมเหงให้ออกมารบ งิมเหง

ได้ฟังดังนั้ นก็หัวเราะว่าเล่าอิ๋นรอดจากความตายไปครั้งหนึ่ งแล้ว บัดนี้ จะมา

หาที่ตายอีกเล่า ม้าเส็งผ้่ชว่ ยราชการนั่งอย่่ด้วย จึงว่าท่านอย่าเพิ่งด่หมิ่นเล่า
อิ๋นก่อน ซึ่งเล่าอิ๋นเสียทีหนี ไปแล้วกลับยกทัพมาครั้งนี้ จะมีกลอ่บายล่อลวง
ท่านให้เสียทีในการศึกเป็ นมัน
่ คง งิมเหงจึงว่าเล่าอิ๋นเป็ นชาวนาอย่่บ้านแปะ
จ่ยฉิง ทั้งสติปัญญาก็น้อยไม่ช่านาญในการสงคราม เห็นหาคิดกลศึกลึกซึ้ง
เหมือนท่านว่าไม่ งิมเหงก็เข้าไปลามารดาว่าจะไปรบกับเล่าสิ้วบ่นซก มา
รดางิมเหงจึงว่าเล่าสิ้วบ่นซกคนนี้ จะได้เป็ นกษัตริย์บ่าร่งราษฎรให้อย่่เย็น

เป็ นส่ข เจ้าอย่าได้ก่อการรบพ่่งกับพวกมีบ่ญเลย จงเข้าท่าการอาสาเล่าสิ้ว
บ่นซกเถิด มารดาจะได้พ่ึงบ่ญกว่าชีวิตจะสิ้น งิมเหงจึงว่าข้าพเจ้าเกิดมาเป็ น
ชายชอบรักษาความสัจกตัญญ่ต่อผ้่เป็ นที่พึ่ง ซึ่งอองมังช่บเลี้ยงได้เป็ นเจ้า

์ ล้ว จะกลับไปเข้ากับเล่าสิ้วบ่นซก คิดท่าลายค่ณอองมังเสีย
เมืองมียศศักดิแ

นั้ นไม่ควร จะขอท่าการอาสาอองมังจับตัวเล่าสิ้วบ่นซกเอาความชอบให้จงได้
การทั้งนี้ มีใช่การของมารดาอย่าห้ามข้าพเจ้าเลย มารดางิมเหงจึงว่าถ้าไม่ฟัง

ค่ามารดาแล้วเจ้าจะได้ความเดือดร้อน จงพามารดาออกไปส่งเสียบ้านป่ า ได้
อย่่เย็นเป็ นส่ขก่อนจึงค่อยยกออกมารบกับทหารเล่าสิ้วบ่นซกต่อไป งิมเหง

มิได้เคืองใจจึงเชิญมารดาขึ้นเกวียนไป ณ บ้านป่ าหลังเมืองเกูกเอี๋ยง แล้วก
ลับมาจัดเตรียมทหารพันเศษ ให้ม้าเส็งเป็ นทัพหน้ายกออกจากเมือง เห็น

กองทัพเล่าอิ๋นงิมเหงจึงขับม้าฝ่ าทหารขึ้นไปร้องว่าแก่เล่าอิ๋น ตัวท่านยกมา
ครั้งก่อนเราตีแตกไป บัดนี้ ยกมาใหม่อีกเล่า จะให้เราเอาเลือดคอท่านมา

ช่าระสนิ มดาบเราหรือประการใด เล่าอิ๋นได้ยินดังนั้ นจึงตอบว่า ครั้งก่อนเรา
เสียทีแก่ท่าน ครั้งนี้ จะมาส้่ด่ก่าลังฝี มือท่านให้ถึงแพ้ชนะ ว่าแล้วก็ขับม้าร่า

ทวนเข้ารบกับงิมเหงได้สิบเพลง เล่าอิ๋นชักม้าพาทหารถอยรอรบล่อให้ไล่ งิม
เหงมิได้ร้่กลอ่บายขับทหารติดตามไปถึงหน้าค่าย

ฝ่ ายโตหงวนกับโตเหมาตั้งกองซ่่มคอยอย่่เห็นดังนั้ น จึงขับทหารแยก

ออกสองกอง ตีโอบขึ้นทั้งซ้ายขวา โตเหมาชักม้าออกมายืนอย่่หน้าทหาร จึง
ร้องถามงิมเหงเป็ นทีเยาะเย้ยว่า วันเมื่อท่านไล่จับเล่าสิ้วบ่นซกไปเราชิงไว้
ได้ ต่อส้่ฝีมือกันครั้งก่อน ท่านร้่จักฝี มือเราหรือไม่ งิมเหงเห็นโตเหมาคิด

ละอายใจจึงตอบว่า ครั้งเมื่อชิงตัวเล่าสิ้วบ่นซกไว้ เราคิดกร่ณาว่าเป็ นบ่ตรคร่

เรา จึงแกล้งหย่อนมือไม่หักหาญตัวไม่กลัวก่าเริบใจ ไปเข้ากลับเล่าสิ้วบ่น

ซกตัวเหมือนส่กรเห็นแต่จะได้กิน หาร้ว่ ่าผ้่เลี้ยงนั้ นจะฆ่ากินเนื้ อเสียเมื่อใด
ไม่ ถ้าตัวว่าฝี มือดีจงรบกับเราวันนี้ ให้ถึงแพ้ชนะกัน โตเหมาได้ฟังดังนั้ น จึง

สัง่ ทหารในค่ายให้ยกธงส่าคัญทัพซ่่มขึ้นแล้วร้องถามงิมเหงว่าท่านจงด่อักษร
จารึกธงจะเป็ นกลศึกอันใด งิมเหงแลขึ้นไปเห็นอักษรจารึกว่า ตีนเทียนโหล
เต้มัง คิดฉงนใจมายืนอย่่

ฝ่ ายเอียวกี๋กับกองทัพซ่่มทั้งปวงแลเห็นธงส่าคัญ ต่างคนพาทหารออก

สกัดตีตัดหลังล้อมงิมเหงทั้งแปดทิศ เสียงม้าล่อและกลองรบอื้ ออึงขึ้นทั้งป่ า
โตเหมาจึงร้องบอกงิมเหงว่า ตัวท่านหลงไล่เล่าอิ๋นถล่าเข้ามาตกอย่่กลางศึก

เหมือนปลาอันเข้าติดอย่่ในแหของนายประมงแล้ว จงลงจากม้ายอมเข้าด้วย
เล่าสิ้วบ่นซกผ้่มีบ่ญโดยดีเถิด อย่าให้ทหารเลวต้องก่มมักผ่กล่าบากตัวเลย

งิมเหงได้ฟังดังนั้ นก็โกรธนั ก ชักม้าเข้ารบด้วยโตเหมา เล่าอิ๋นกับโตหงวนก็
ขับม้าเข้าช่วยโตเหมารบกับงิมเหงเป็ นสามารถ

ฝ่ ายเอียวกี๋กับนายทหาร ขับทหารเข้าล้อมไล่ฆ่าฟั นรบร่กทหารงิมเหง

แตกเข้าไปถึงทัพหลวง งิมเหงเห็นทหารล้มตายเหลือก่าลังที่จะส้่รบ จึงชัก
ม้ากลับขับทหารรบหักจะเข้าเมืองเอียวกี๋พาหทารออกรบประจัญหน้าไว้

ทหารเอียวกี๋พ่งซัดอาว่ธระดมยิงเกาทัณฑ์ถ่กทหารงิมเหงล้มตายเป็ นอันมาก
งิมเหงเห็นจะหักออกมิได้ จึงชักม้าพาทหารไปทางทิศตะวันออก

ฝ่ ายเก๋งต้านขับม้าพาพวกทหารเข้ารบต้านต้านงิมเหงไว้เป็ นสามารถ

งิมเหงรบฝ่ าทหารออกมิได้ จึงชักม้ากลับมาทางทิศตะวันตกฝ่ าทหารออกไป
พบตันจ้่น ฝ่ ายตันจ้่นขับม้าเข้ารบประจัญรับก่าลังงิมเหงมิได้ งิมเหงร่าง้าว
ฟั นฝ่ าทหารตันจ้่นหนี ไป

ฝ่ ายโตเหมากับนายกองทหารทั้งปวง แยกทางกันติดตามก้าวสกัดหน้า

กระหนาบหลัง ไล่ล้อมจะจับเอาตัวงิมเหง ฝ่ ายงิมเหงหนี มาถึงส่มท่มป่ าแห่ง
หนึ่ งอิดโรยก่าลังนั ก เข้าแอบพ่่มไม้หย่ดพักรวบรวมทหารที่เหลือตายมาแต่
ม้าเส็งกับทหารเลวห้าสิบคน งิมเหงเสียใจนั กพอได้ยินเสียงม้าล่อแลกลอง

รบอื้ ออึงไปทั้งป่ าล้อมเข้าทาทั้งแปดทิศ งิมเหงแลไปเห็นธงใหญ่ส่าคัญแจ้ง
ว่ากองโตเหมา งิมเหงตกใจนั ก จึงปรึกษาม้าเส็งว่า โตเหมาติดตามมาล้อม

ครั้งนี้ ทั้งม้าและตัวเราอิดโรยก่าลังนั ก จะรบหักออกไปมิได้ท่านจะคิดประการ
ใด ชีวิตจึงจะรอดพ้นเงื้ อมมือโตเหมาเล่า ม้าเส็งจึงว่าข้าพเจ้าจะเร็ดรอดหนี

ไปเกณฑ์ทหารในเมืองกระหนาบหลัง ท่านจะตีออกไปหาข้าพเจ้า เห็นทหาร
โตเหมาจะแหวกช่องเปิ ดทางให้ท่านเป็ นมัน
่ คง ม้าเส็งก็ค่านั บลาขึ้นม้ารบฝ่ า
ทหารโตเหมา มาทางประมาณสิบเส้นเศษพอพบกองทัพตันจ้่น ม้าเส็งขับ

ควบม้าฝ่ าทหารตันจ้่นไปทางประมาณยี่สิบเส้น พอแลเห็นเอียวกี๋ข่ีม้าพาท
หารสวนทางมาม้าเส็งชักม้าแวะเข้าข้างทางน้อย ม้าของท้าเส็งพานเชือกล้ม
ลง

ฝ่ ายทหารกองหลวงซึ่งคอยอย่่ต้นเชือก ต่างคนวิ่งเข้าจับตัวม้าเส็งมัด

ศอกไพล่หลังจ่งไปค่านั บกองบู่ ณ ค่ายหลวง ฝ่ ายเตงอ่นั่งอย่่กับกองบู่เห็น
ร่ปร่างม้าเส็งส่งใหญ่สมควรเป็ นทหาร จึงมาแก้มัดให้ม้าเส็งนั่งในที่สมควร

ฝ่ ายเตงอ่จึงว่าแก่ม้าเส็งว่า ท่านจงเข้ามาท่าการอาสาช่วยผ้่มีบ่ญปราบ

ศัตร่แผ่นดินจึงชอบ ม้าเส็งจึงค่กเข่าลงค่านั บกองบู่ แล้วว่าตัวข้าพเจ้าท่าการ
ต่อส้่จนทหารท่านจับตัวได้ ครั้งนี้ โทษข้าพเจ้าถึงตาย ค่ณท่านหาที่ส่ดมิได้

จะขอตั้งใจท่าการอาสากว่าจะสิ้นชีวิต กองบู่จึงถามว่าท่านชื่อไร เป็ นข่นนาง

ต่าแหน่งไหน ม้าเส็งจึงค่านั บบอกว่าข้าพเจ้าแซ่ม้าชื่อเส็ง ได้เป็ นโจโผผ้่ช่วย
ราชการเมืองเกูกเอี๋ยง ข้าพเจ้าจะขอลาไปเปิ ดประต่เมืองเกูกเอี๋ยงรับ

กองทัพสนองค่ณท่าน ม้าเส็งก็ค่านั บลาเข้าไปเรียกทหารให้เปิ ดประต่เมือง
รับกองทัพกองบู่เข้าเมือง

ฝ่ ายงิมเหงที่ตกอย่่ท่ีล้อม ทหารโตเหมาร่กรบเข้ามาจะจับตัว งิมเหงกับ

ทหารห้าสิบหลบหลีกป้ องกันรบเรรวนอย่่ในที่ล้อมคอยม้าเส็งมิได้เห็น พอ

เวลาพลบค่่าลง งิมเหงก็ขับม้าฝ่ าทหารทั้งปวงจะหนี ไปแห่งใดก็พบแต่ทหาร
ไล่ล้อมจะเข้ามาจับ งิมเหงขับม้ารอรบออกมาเข้าประต่เมืองเกูกเอี๋ยง พอ

เวลาร่่งขึ้นเห็นธงปั กอย่่บนเชิงเทินเป็ นอักษรจารึกว่าทัพฮัน
่ งิมเหงตกใจนั ก
จะถอยกลับออกไป พอมหารนอกเมืองติดตามเข้ามาเป็ นอันมาก หาร้่ท่ีจะ
หนี ไปแห่งใดไม่

ฝ่ ายกองบู่ร้่ความดังนั้ น จึงสัง่ ทหารให้จับเป็ นอย่าให้งิมเหงป่ วยเจ็บด้วย

คมอาว่ธ ทหารทั้งปวงเห็นง้าวงิมเหงถือส่าหรับมืออย่่หาผ้ใ่ ดจะเข้าจับมิได้
งิมเหงขับม้าร่าทวนรบพ่่งฝ่ าทหารไปทางทิศใต้

ฝ่ ายเมียวแจ๋ง นายประต่ร้่ว่ากองบู่สัง่ มิให้งิมเหงบาดเจ็บจึงเปิ ดประต่ให้

งิมเหง งิมเหงขับม้าหนี ออกจากเมืองเข้าป่ ากองบู่แจ้งว่างิมเหงหนี ไปได้ จึง
จัดแจงบ้านเมืองราบคาบเป็ นปรกติ ฝ่ ายงิมเหงขับม้ามาถึงบ้านป่ า จึงลงม้า

เข้าไปค่านั บมารดาแล้วว่า ครั้งนี้ ข้าพเจ้าแตกทัพเสียเมืองเพราะประมาท

ไม่ทันตรึงตรอง ต้องกลศึกได้ความอัปยศแก่พวกทหาร งิมเหงหย่ดพักพ่ด
กับมารดา ครั้นร้่ความว่าโซงวนโซยยกกองทัพมาตั้งเกลี้ยกล่อมทหารอย่่เมือ
งอิจ๋่ย งิมเหงค่านั บลามารดาขึ้นม้าไป ครั้นถึงเมืองอิจ๋่ยงิมเหงจึงเข้าไปค่า

นั บโซงวนโซย แล้วแจ้งความซึ่งได้รบกับกองทัพเล่าสิ้วบ่นซกจนเสียเมือง

ให้โซงวนโซยฟั งท่กประการ โซงวนโซยแจ้งว่าเล่าสิ้วบ่นซกตีเมืองเกูกเอี๋ยง
ได้ก็โกรธ จึงว่าแก่งิมเหงตัวมีฝีมือดีอองมังตั้งแต่งให้ออกมารักษาเมืองตัว

แกล้งละเลยเสีย ให้เล่าสิ้วบ่นซกเอาเมืองได้ไม่มีความอายพวกโจรป่ า โทษ
ตัวถึงตาย โซวงนโซยจึงสัง่ ทหารให้เอางิมเหงไปฆ่าเสีย

ฝ่ ายเลียงคิวซือกับอินห่ผ้่เป็ นปลัดทัพได้ฟังดังนั้ น จึงว่าท่กวันนี้ เล่าสิ้ว

บ่นซก เกลี้ยกล่อมทแกล้วทหารได้คนมีฝีมือเข้าแข็งไว้เป็ นอันมาก ท่านจะ
ท่าการศึกอย่่ถ้าฆ่างิมเหงเสียแล้วจะได้ผ้่ใดส้่รบกับทหารเล่าสิ้วบ่นซกต่อไป

เล่า ข้าพเจ้าขอโทษงิมเหงไว้ให้ท่าการแก้ตัวอีกสักครั้งหนึ่ ง โซงวนโซยได้ฟัง
จึงว่า ท่านทั้งสองขอโทษงิมเหงเราจะยกให้ โซงวนโซยจึงตั้งงิมเหงเป็ น
แม่ทัพหน้า

36 เล่าต๋งตาย

ฝ่ ายกองบู่ครั้นจัดแจงเมืองเกูกเอีย
๋ งราบคาบแล้ว จึงให้ทหารไปสืบงิม

เหง ทหารไปได้ความกลับมาบอกว่ากองทัพเมืองหลวงยกมาอย่่ท่ีเมืองอิจ๋่ย
โซงวนโซยเป็ นแม่ทัพ งิมเหงหนี เข้ามาหาโซงวนโซย โซงวนโซยให่เป็ น
แม่ทัพหน้าจะยกมาล้อมเมืองเกูกเอี๋ยง กองบู่ได้ฟังดังนั้ นจึงสัง่ ทหารให้

เตรียมกองทัพ เสร็จแล้วยกออกจากเมืองไปตั้งค่ายมัน
่ อย่่ไกลเมืองอิจ๋่ยห้า
สิบเส้น กองบู่จึงใช้ทหารเข้าไปบอกโซงวนโซยให้ออกมารบ โซงวนโซยแจ้ง
ความดังนั้ น จึงสัง่ งิมเหงให้ยกไปตีเมืองซินเอี๋ยงหน่วงกองทัพเล่าสิ้วบ่นซก
ไว้ ให้เลียงคิวซือ อินห่ค่มทหารออกไปรบกับกองทัพเล่าสิ้วบ่นซก งิมเหง
เลียงคิวซือ อินห่ค่านั บลาขึ้นม้าพาทหารต่างคนแยกกันไป

ฝ่ ายงิมเหง ยกไปถึงเมืองซินเอี๋ยก็พาทหารเข้าเมืองจับเล่าเปากับทั้ง

บ่ตรภรรยาฆ่าเสียสิ้น งิมเหงเข้าตั้งค่ายอย่่ในเมืองซินเอี๋ย ฝ่ ายอินห่กับเลียง
คิวซือยกมาถึงหน้าค่ายกองบู่ จึงยืนม้าตั้งมัน
่ อย่่ ฝ่ ายเอียวกี๋แม่ทัพหน้าเห็น
ดังนั้ น จึงแต่งตัวใส่เกราะขึ้นม้าถือทวนพาทหารออกยืนม้าอย่่หน้าค่าย ร้อง

บอกอินห่ว่าท่านเป็ นแต่ทหารผ้่น้อยจะต่อส้่ฝีมือกับเราไม่ควร จงกลับไปบอ
กงิมเหงออกมารบกับเราให้ถึงแพ้ชนะ อินห่ได้ยินจึงตอบว่า เรายกมาท่าศึก
ครั้งนี้ เหมือนดังจะฆ่าไก่ตัวหนึ่ ง หาให้ร้อนถึงมืองิมเหงไม่ เอียวกี๋ได้ยินดัง
นั้ นก็โกรธชักม้าร่าทวนเข้ารบกับอินห่ได้ย่ีสิบเพลง อินห่ส้่ก่าลังเอียวกี๋มิได้
ชักม้าหนี เอียวกี๋ขับทหารไล่ตามฆ่าฟั นทหารอินห่เข้าไปถึงกองทัพเลียงคิว

ซือ กองบู่ยกทัพหลวงติดตามหน่ นทัพเอียวกี๋ไป พอมีผ้่มาบอกว่างิมเหงยก
วกหลังทัพไปตีเมืองซินเอี๋ย กองบู่ตกใจนั กจึงให้เตงอ่อย่่ค่มทัพ กองบู่กับ

ทหารม้าสามร้อยรีบไปช่วยเมืองซินเอีย
๋ พองิมเหงยกทัพออกจากเมืองพบ
กองบู่ กองบู่ร่าง้าวเข้าต่อส้่งิมเหงได้สิบเพลง งิมเหงชักม้ากลับเข้าไปเก็บ

ศรีษะเล่าเปากับทั้งบ่ตรภรรยามาให้กองบ้่ด่ กองบู่เห็นดังนั้ นก็โกรธ ชักม้า
เข้ารบกับงิมเหงอีกสิบเพลง ต้านทานก่าลังงิมเหงมิได้ชักม้าพาทหารหนี งิม
เหงกลับเข้าเมืองจับเอาผ้่ร่วมแซ่กองบู่ฆ่าเสียสามร้อยคน แล้วขึ้นม้าพาท
หารไล่ติดตามกองบู่ไปโดยด่วน

ฝ่ ายกองบู่มาถึงต่าบลบ้านถีขวน เป็ นต้นทางจะไปเมืองน่่าเอี๋ยง พอพบ

พวกทหารอินห่ ทหารอินห่ต้ ังกองซ่่มอย่่สองข้างทางเห็นกองบู่ ต่างคนออก
รบตีขนาบทหารกองบู่แตกหนี ไป ทหารอินห่ล้อมกองบู่ไว้เป็ นสามารถ ฝ่ าย

โซงวนโซยยกทัพหน่ นมาถึงกองทัพอินห่ ได้ยินทหารอื้ ออึงบอกกันว่าเล่าสิ้ว
บ่นซกมาเข้าที่ล้อม โซงวนโซยดีใจขับทหารไปให้จับเอาเป็ นจงได้

ฝ่ ายเล่าต๋งซึ่งรักษาเมืองน่่าเอีย
๋ ง แจ้งความว่ากองบู่ยกทัพมารบกับโซง

วนโซย เล่าต๋งจึงจึงขึ้นม้าพาทหารยกออกจากเมืองจะไปช่วยกองบู่ ฝ่ าย

กองบู่ตกอย่่กลางทหารรบฝ่ าออกมามิได้ แต่ขับม้าร่าง้าวป้ องกันรักษาตัวอย่่
จนอิดโรยก่าลังลง ทั้งม้าที่ข่ีก็ถ่กเกาทัณฑ์กองบู่ตกใจนั กร้องให้เทพยดา

อารักษ์ท้ ังปวงช่วย ทหารร้องอื้ ออึงบอกกันว่า ผ้ซ
่ ึ่งขี่ม้าถ่กเกาทัณฑ์น้ ั นคือ
เล่าสิ้วบ่นซกเร่งจับเอาตัวมาให้จงได้

ฝ่ ายเล่าต๋งขับม้ามาถึง ได้ยินทหารร้องบอกกันออกชื่อเล่าสิ้วบ่นซกผ้่

น้องเล่าต๋งตกใจนั ก แกว่งง้าวขับม้าฝ่ าทหารเข้าไปถึงกองบู่ เล่าต๋งลงจากม้า
ให้กองบู่ข่ี กองบู่จึงว่าข้าพเจ้าตกอย่่ในที่ล้อม ครั้งนี้ ถึงที่ตายแล้วพี่จงหนี เอา
ตัวรอดเถิดอย่าอาลัยเป็ นหว่งด้วยข้าพเจ้าเลย เล่าต๋งจึงว่าตัวพี่วาสนาน้อย

จะขอเอาชีวิตตายแทนเจ้า ผ้่มีบ่ญจะได้อย่่ปราบศัตร่แผ่นดินบ่าร่งราษฎรให้
อย่่เย็นเป็ นส่ขสืบแซ่กษัตริย์ไปภายหน้า ว่าแล้วอ้่มกองบู่ข้ ึนม้า เล่าต๋งเอา

แซ่ตีม้าควบพากองบู่ออกไปได้ เล่าตงฟั นทหารตายไปสิบคน ทหารทั้งปวงก็
ระดมยิงเกาทัณฑ์ถ่กเล่าต๋งล้มลงขาดใจตาย

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful