100% found this document useful (3 votes)
11K views69 pages

Power System Analysis

Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as PDF, TXT or read online on Scribd
100% found this document useful (3 votes)
11K views69 pages

Power System Analysis

Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as PDF, TXT or read online on Scribd

ข้ อที่ 5 : สาหรับสายส่งหนึ่งเฟสสองสาย ซึง่ มีรัศมีเท่ากัน คือ 2 cm วางอยู่

ห่างกัน 0.5 m จงหาว่าค่าความจุไฟฟ้า (capacitance) ระหว่างเฟสมีคา่


เนือ้ หาวิชา : 8 : Transmission line and cable parameters and
เท่าใด

2Tktr.hn#ra.rb
models
ข้ อที่ 1 : skin effect ทาให้ ความต้ านทานของสายส่งเพิ่มขึ ้น 3.7 % ถ้ า 1 : 14.5 nF/km
Cab ะ

¥ ะ

ความต้ านทานไฟฟ้ากระแสตรงของสายส่งมีคา่ 0.0922 ohm/km จงหา 2 : 16.7 nF/km


ความต้ านทานไฟฟ้ากระแสสลับ 3 : 8.6 nF/km
4 : 6.8 nF/km
1 : 0.0956 ohm/km
2 : 0.0856 ohm/km
Rac

| 0.092
กn n n

,
น |
3.7
+0.0922
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
3 : 0.0756 ohm/km ข้ อที่ 6 : ในระบบสายส่งสามเฟส ถ้ าวางสายส่งแต่ละเฟสห่างกันเป็ น
4 : 0.0656 ohm/km ะ 0.0956 ก / kmi ระยะทางเท่ากัน (สามเหลี่ยมด้ านเท่า) เมื่อสายส่งมีระยะห่างระหว่างตัวนา
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 (เฟส) มากขึ ้นจะทาให้ คา่ ความเหนี่ยวนา (inductance) แต่ละเฟส
ข้ อที่ 2 : จงหาระยะห่างเฉลี่ยเชิงเรขาคณิตระหว่าง เฟส a และ เฟส b เปลี่ยนแปลงไป
1 : สูงขึ ้น
2 : ต่าลง
3 : คงที่
4 : สูงขึ ้นหรือต่าลงก็ได้ ขึ ้นกับความถี่ของระบบไฟฟ้า
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 7 : ระบบสายส่ง 3 เฟส 50 Hz, 115 kV จ่ายภาระ 50 MW 0.95 PF
1 : 4.20 เมตร lagging ถ้ าระบบสายส่งยาว 150 km และมีคา่ line constant ทังหมด ้
2 : 4.49 เมตร เป็ น Z = 95 ohm มุม 78 องศา และ Y = j0.001 S จงคานวณหาค่า A และ
3 : 6.00 เมตร D ของเมทริกซ์ ABCD เมื่อแทนสายส่งดังกล่าวด้ วย two-port network ใน
4 : 6.78 เมตร ลักษณะวงจรแบบ pi
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 3 : จงหาระยะทางเฉลี่ยเชิงเรขาคณิตระหว่าง เฟส(GMD) ของสายส่ง 1:
ในรูป 2:
3:
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 8 : ระบบไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่งมี load curve ในหนึ่งวัน ซึง่ ให้ คา่ โหลด
เฉลี่ยเท่ากับ 10 MW โหลดสูงสุดเท่ากับ 20 MW ให้ คานวณหาค่า load
factor ของระบบไฟฟ้ากาลังนี ้
1:2
1 : 4.17 เมตร Ioadfactor = Hdavnrs 10 ภาพ
=

2 : 0.5
บน

2 : 4.29 เมตร Ioadpeak 20MW

3 : 200
3 : 4.48 เมตร 0.5 =

4:1
4 : 4.95 เมตร
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 4 : ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ส่งจ่ายด้ วยแรงดันไฟฟ้า 115 kV จ่ายโหลด
ปลายทางด้ วยกระแส 250 A ที่คา่ Power Factor 0.95 Lagging จง COS
"
( 0.95 ] = Ou 32

คานวณหาค่า P =
P โ3 VICOSQ
1 : 40.5 MW
ะ โ3×115×103 250 COSCO 9 5)
✗ × .

2 : 35.5 MW
3 : 47.3 MW ะ 47.27 MW

4 : 42 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 9 : ข้ อใดเป็ นความสัมพันธ์ของแรงดันไฟฟ้า (V) และระยะทาง (km) ข้ อที่ 11 : สายส่งระยะสันยาว
้ 40 km จงหากระแสไฟฟ้าด้ านส่ง (sending
ของแรงดันไฟฟ้าบนสายส่งระยะยาวทีม่ ีภระไฟฟ้า lagging power factor end current) เมื่อแทนสายส่งด้ วย two-port network มีคา่ A, B, C, D และ
ต่ออยูท่ ี่ปลายสาย แรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าด้ านรับ (receiving end voltage and
current) เป็ นดังนี ้

1: Is ะ IR

2:

1: 3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 12 : สายส่งระยะสันยาว
้ 40 km จงหากาลังไฟฟ้าจริงและกาลังไฟฟ้า
เสมือน (real and reactive power) 3 เฟส เมื่อแทนสายส่งด้ วย two-port
network มีคา่ A, B, C, D และแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าด้ านรับ
2: (receiving end voltage and current) เป็ นดังนี ้

1 : 322.8 MW, 288.6 Mvar Vs 144.33 <4.93 kV


=

° °

2 : 322.8 MW, 280.4 Mvar ⑦ 4.93 + 36.87 ) 41,8


°

=

3 : 350.0 MW, 288.6 Mvar P โ= 3 VICOSQ ะ โ3

4 : 350.0 MW, 280.4 Mvar


คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
3: ข้ อที่ 13 : สายส่งระยะสันยาว
้ 40 km จงหา voltage regulation เมื่อแทน
สายส่งด้ วย two-port network มีคา่ A, B, C, D และแรงดันไฟฟ้าและ
กระแสไฟฟ้าด้ านรับ (receiving end voltage and current) เป็ นดังนี ้

1 : 10.0 %
แ ! xloo %
VRegulakcn ะ
1
ความ

2 : -13.6 %
3 : 13.6 % ะ
(144.33×103)-(127×103) × 1อ %
4: 127×103
4 : -10.0 %
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 = 13.65 %
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 10 : สายส่งระยะสันยาว
้ 40 km จงหาแรงดันไฟฟ้าด้ านส่ง (sending
ข้ อที่ 14 : ถ้ าแทนสายส่งแบบสัน(สายส่
้ งยาว 40 กม.) ด้ วยวงจรตาข่ายแบบ
end voltage) เมื่อแทนสายส่งด้ วย two-port networkมีคา่ A, B, C, D และ
Two port network กาหนดค่า A, B, C, D, แรงดันและกระแสด้ านรับ โดย
แรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าด้ านรับ (receiving end voltage and
ที่ VR มีหน่วยเป็ นกิโลโวลต์ และ IR มีหน่วยเป็ นแอมป์ จงหา voltage
current) เป็ นดังนี ้
regulation

Vs ะ VR + IRZ 1 : 3.4%
1:
127L 0 +(10002-36.87ย 2 : -3.4%
°

2: 20.88L 73.3 ำ 3 : 4.4%


4 : -4.4%
3: ะ 144.33L 4.93 kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4

1 ¥:] 1 # 1 }
"

IR
กั๋
ผู้
ห่
1

Z
p

1 ¥:] % :] 1 ¥:}
od ↳ 1

ข้ อที่ 15 : สายส่งระยะสันยาว
้ 40 km มีความต้ านทานของสายส่งเท่ากับ ข้ อที่ 19 :
0.15 ohm/km และความเหนี่ยวนาของสายส่งเท่ากับ 1.3263 mH/km VL -
L Ip
สาหรับค่าตัวเก็บประจุมีคา่ น้ อยมากจนตัดทิ ้งได้ จงคานวณหาค่า A,B,C,D
f
เมื่อแทนสายส่งดังกล่าวด้ วย two-port network XE 21T L

E-¥
= 60×1.326×10-3
21T ✗ = 0.52 / km
×

1: "
Z ะ CR tjx c) × 40
1:
• •

2:
=
(0.15 +] อ 5) ×40
.

ะ 20.88L 73.3บน 2:
3:
4: 3:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 16 : จากวงจรสมมูลของสายส่งระยะสัน้ เมื่อเขียนแสดงเป็ นโครงข่าย 4:
สองพอร์ ต (Two Ports Network) ดังรูป จะสามารถหาค่าพารามิเตอร์ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ABCD ได้ ตรงกับข้ อใด ข้ อที่ 20 : สายตัวนาอะลูมิเนียมล้ วนเส้ นหนึ่งมีความต้ านทานกระแสตรง
Rา tา
เท่ากับ 0.09 ohm/km ที่อณ ุ หภูมิ 20 degree celcius จงคานวณหาค่า
Rztskineff tz
ความต้ านทานกระแสสลับที่อณ ุ หภูมิ 50 degree celcius โดยสมมติวา่
ปรากฏการณ์ผิว (skin effect) ทาให้ ความต้ านทานเพิ่มขึ ้นร้ อยละ 3 และ
กาหนดให้ ความสัมพันธ์ระหว่างความต้ านทานและอุณหภูมิเป็ นดังนี ้
R2/R1 = (228+T2)/(228+T1)
1 : 0.096 ohm/km ำ → Rz=
¥ Rl 2-# ะ

)
1: 2 : 0.100 ohm/km Rz 0.09
| มา ๆ ) 0.12/ Km
ะ 2 - ะ

3 : 0.104 ohm/km

4 : 0.109 ohm/km Rz 0.1 •

¥ 0,103 EL km

° ะ
+
( °/
| =

2: คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 21 : ข้ อความต่อไปนี ้ข้ อใด ไม่ถกู ต้ อง
✗ 1 : พารามิเตอร์ ของสายส่งมีลกั ษณะเป็ นพารามิเตอร์ แบบกระจาย ✓

3:
2 : ค่าความต้ านทานต่อกระแสตรง (Rdc) ของสายส่ง จะมีคา่ น้ อยกว่าค่า
ความต้ านทานต่อกระแสสลับ (Rac) ✓

4: 3 : โดยส่วนใหญ่แล้ วตัวนาที่ใช้ ทาสายส่งแบบเหนือดินคือ อลูมิเนียม ✓
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : ค่า inductive reactance ของสายส่งแบบเหนือดิน จะทาให้ เกิดกระแส
ข้ อที่ 17 : สายส่ง 3 เฟส วงจรเดี่ยวมีแรงดันไฟฟ้าต้ นทางเท่ากับ 238 kV รั่วไหล (leakage current) ในระบบส่ง ×

แรงดันไฟฟ้าปลายทางเท่ากับ 230 kV แรงดันไฟฟ้าเรคกูเรชัน่ มีคา่ เท่าไร คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4


1 : 2.89% ข้ อที่ 22 : สายส่งระยะปานกลาง (medium transmission line) จะมีกระแส
Vregu (238×103)-(230×103) X 100 %

2 : 3.12% 230×103
ประจุไหลผ่าน shunt admittance เป็ นจานวนมาก ดังนันในการค ้ านวณหา
3 : 3.48% ค่าแรงดันและกระแสของสายส่งจะต้ องนาหรือรวมเอาค่า capacitor ที่
ะ 3.48 %
4 : 4.22% เกิดขึ ้นทังหมดตลอดความยาวของสายส่
้ งไว้ เป็ นค่า ๆ เดียว การต่อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 capacitor ที่นิยมใช้ กนั มากที่สดุ ในการคานวณเป็ นการต่อแบบใด
ข้ อที่ 18 : ข้ อใดเป็ นคุณสมบัตคิ า่ ความต้ านทานกระแสสลับ (Rac) สายส่ง 1 : ต่อ capacitor ที่ต้นสายส่ง
1 : ค่าความต้ านทานลดลง เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ ้น 2 : ต่อ capacitor ที่กลางสายส่ง T
2 : มีคา่ น้ อยกว่าความต้ านทานกระแสตรง (Rdc) 3 : ต่อ capacitor ที่ปลายสายส่ง
3 : มีโอกาสเกิด skin effect skineffect ความหนาแ นของ กระแสไ เ า น4 : ต่อ capacitor ที่ต้นและปลายสายส่งโดยแบ่งออกเป็ นค่าเท่า ๆ กัน Tl
=

4 : ไม่ขึ ้นกับอุณหภูมิรอบข้ าง ในสาย ง ใก วของ สาย ง งหนาแ น มาก คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4


คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 า R เ ม ชน 1- 2 %)
(ใน ระบบ 50 H
2 →
ญั๋
รฺ
กึ้
ยิ่
สั่
กั
ยิ่
สั่
ผิ
ค่
พิ่
ท่
ม่
ล้
น่
น่
ข้ อที่ 23 : ข้ อใดไม่ใช่ประโยชน์โดยตรงจากการติดตังชุ ้ ดตัวเก็บประจุเพื่อ
ปรับปรุง power factor
1 : ทาให้ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ดีขึ ้น
2 : ทาให้ กาลังสูญเสียในสายส่งน้ อยลง 3:
3 : ทาให้ แรงดันสูงขึ ้น ( ยก ระ บ แรง น น )
4 : ไม่มีคาตอบใดถูก
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
4:
ข้ อที่ 24 : ข้ อใดถูกต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
1 : Admittance bus matrix ไม่สามารถรวมหม้ อแปลงเข้ าไปได้
ข้ อที่ 28 : สายส่ง 3 เฟส แบบวงจรเดี่ยว มีความยาว 30 กิโลเมตร มีความ
2 : สายส่งระยะยาวไม่สามารถวิเคราะห์โดยวิธี Two-Port Network
ต้ านทาน 3 โอห์ม/เฟส และมีรีแอคแตนซ์ชนิดความเหนี่ยวนา 20 โอห์ม/เฟส
3 : สายส่งระยะสันมี ้ ผลของตัวเก็บประจุคอ่ นข้ างสูง×มา อย มาก ญ 0
จ่ายกาลังไฟฟ้าให้ โหลด 100 MW ที่ 230 kV เพาเวอร์ แฟกเตอร์ 0.8 ล้ าหลัง
4 : การใช้ สายควบ(Bundled Conductor) มีสว่ นช่วยลดโคโรนา
ค่ากระแสไฟฟ้าต้ นทางสายส่งมีคา่ เท่าไร C 05 ( 8) 0.64
'
Oi ะ

คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
1 : 543 A P 3 VICOSQ
=

ข้ อที่ 25 : ข้ อใดถูกต้ อง
2 : 421 A I P | 00×106
1 : กาลังไฟฟ้าจริงมักจะไหลจากบัสทีม่ ีแรงดันสูงกว่าไปยังบัสที่มีแรงดันต่า =
=

3 : 314 A โ3 VICOSQ โ 3×230×103×6050.64


กว่า
4 : 251 A
2 : Percent Impedance ของหม้ อแปลงสามารถบ่งบอกถึงกระแสลัดวงจร ะ 31296 A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ที่หม้ อแปลงได้
ข้ อที่ 29 : จากรูป Y22 ใน bus admittance matrix มีคา่ เท่าไร
3 : การเปลี่ยน Tap ของหม้ อแปลงต้ องกระทาในภาวะไร้ โหลด เพื่อไม่ให้
เกิดการสปาร์ ค
4 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตามโรงไฟฟ้าทัว่ ๆไปมักพันขดลวดอาร์ เมเจอร์ ไว้ ที่โร
เตอร์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 26 : ข้ อใดถูกต้ อง
1 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าต้ องจ่ายกาลังรีแอกทีฟเสมอขณะจ่ายกาลังจริงเข้ าสู่
ระบบ
2 : การทา Line Compensation โดย Shunt Capacitor จะทาให้ แรงดัน
ปลายทางสูงกว่าแรงดันต้ นทางเสมอ
3 : หม้ อแปลงไฟฟ้ายิ่งมีพิกดั kVA ยิ่งมาก มักจะมี Percent Impedance
ยิ่งน้ อยลง
1 : –j19
4 : การเกิดโคโรนาที่สายส่งเป็ นการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าอย่างหนึ่ง
2 : –j30
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
3 : j0.55
ข้ อที่ 27 : ถ้ านาค่า Impedance ที่มีคา่ j0.5 มาต่อที่ bus1 ไปยัง bus 3 ซึง่
4 : j0.4
เป็ น bus ใหม่ จงหา Zbus ใหม่ เมื่อกาหนด Zbus เดิม ดังนี ้
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ระยะ ยาว
ข้ อที่ 30 : สายส่งยาว 300 km รับภาระเต็มพิกดั ที่ปลายทางซึง่ มีระดับ
VR
แรงดันไฟฟ้า 215 kV ถ้ าปรากฏว่าการคุมแรงดันไฟฟ้าของสายส่งมีคา่ 24.7
Ziz Z 13
Zn % และค่า parameters ของ two port network เป็ นดังนี ้ |A| = |D| =
Zzi Z 22 Z 23
0.8180, |B|= 172.2 ohm และ |C| = 0.001933 mho จงคานวณหา
Z 3า Z 32 733 แรงดันไฟฟ้าด้ านต้ นทาง
1: Vs ( coshyl JVR Zclsinhyl JIR
1 : 217.31 kV .
.
+

2 : 218.31 kV V5
Vreg เออ %

3 : 219.31 kV ×

2: 4 : 220.31 kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้
น้
ขั
ดั
ดั
ข้ อที่ 31 : ข้ อใดไม่เป็ นคุณสมบัติของสายส่งระยะปานกลาง (medium ข้ อที่ 36 : สายส่ง 3 เฟส ระยะทาง 400 km ในสภาวะไม่มีภาระทางไฟฟ้า มี
transmission line) แรงดันไฟฟ้าต้ นทางเท่ากับ 500 kV อยากทราบว่าแรงดันไฟฟ้าปลายทาง
1 : มีความยาวระหว่าง 80 ถึง 240 km จะเป็ นอย่างไร
2 : สามารถแทนด้ วยวงจรแบบ pi 1 : มีคา่ น้ อยกว่าต้ นทาง
3 : สามารถตัดค่า capacitance ออกไปได้ 2 : เท่ากับต้ นทาง
4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง 3 : มากกว่าต้ นทาง 1.ไ Load 2. า Cใน สาย ง ระยะยาว → Vr ง น

คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 4 : ไม่มีข้อถูก
ข้ อที่ 32 : ระบบไฟฟ้าสามเฟสความยาว 30 km ทางานที่ความถี่ 50 Hz แต่ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ละเฟสประกอบด้ วยสายตัวนาเส้ นเดียว โดยมีระยะห่างระหว่างจุด ข้ อที่ 37 : สายส่ง 3 เฟสระยะยาว ปลายทางมีภาระไฟฟ้าเป็ นค่าความ
ศูนย์กลางของสายตัวนาแต่ละเส้ นเท่ากับ 3 m เท่ากันหมด และมีคา่ รีแอค ต้ านทาน ซึง่ มี impedance เท่ากับ characteristic impedance ของสายส่ง
แตนซ์เชิงเหนี่ยวนา (inductive reactance) เท่ากับ 0.14 ohm/line จง ตัวประกอบกาลังไฟฟ้า (power factor) ด้ านปลายทางจะเป็ นอย่างไร
คานวณหาค่ารีแอคแตนซ์เชิงเหนี่ยวนาเมื่อกาหนดให้ ระบบดังกล่าวมีความ 1 : มีคา่ เท่ากับ 1
ยาว 25 km และทางานทีค่ วามถี่ 60 Hz XL 21T f L ะ 2 : มีคา่ มากกว่า 1
1 : 0.10 ohm/line 3 : มีคา่ มากกว่า 0 แต่น้อยกว่า 1
2 : 0.14 ohm/line 4 : มีคา่ ติดลบ
3 : 0.20 ohm/line คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
4 : ข้ อมูลไม่เพียงพอ ข้ อที่ 38 : โหลดแบบใดมีโอกาสทาให้ เกิด Voltage Regulation เป็ นลบได้ ?
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 1 : โหลด R
ข้ อที่ 33 : ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าขนาดแรงดัน 500 kV ความยาว 250 km มีคา่ 2 : โหลด R-L
ความเหนี่ยวนาของสาย (line inductance) เท่ากับ 1 mH/km/phase และมี 3 : โหลด R-C
ค่าความจุไฟฟ้า (line capacitance) เท่ากับ 0.01x10-6 F/km/phase ถ้ า 4 : ขึ ้นอยูก่ บั สภาวะของระบบ
สมมติวา่ สายส่งไม่มีความสูญเสีย (lossless line) จงคานวณหาค่า Surge คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
Impedance Loading (SIL) ZE Lfnft
1 : 250 MW

ป ะ
316.23 ข้ อที่ 39 : การชดเชยสายส่ง (line compensation) แบบใดถูกใช้ เพื่อแก้ ไข
ปั ญหา Ferranti effect

¥ อา
2 : 500 MW "
SIL= =
(5 °° 1 : ต่อตัวเก็บประจุอนุกรมกับสายส่ง
• •

3 : 632 MW 3, 2 : ต่อตัวเก็บประจุขนานกับสายส่ง
4 : 790 MW 790.56 MW 3 : ต่อตัวเหนี่ยวนาอนุกรมกับสายส่ง

µ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 4 : ต่อตัวเหนี่ยวนาขนานกับสายส่ง
ข้ อที่ 34 : ข้ อใดไม่ใช่เงื่อนไขของการขนานเครื่องกาเนิดไฟฟ้าเข้ ากับระบบ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
1 : ตัวประกอบกาลังต้ องเท่ากัน ข้ อที่ 40 : ข้ อใดถูกต้ องเกี่ยวกับตัวประกอบโหลด (Load Factor)
2 : ความถี่ต้องเท่ากัน 1 : ถ้ ามีคา่ ต่าแสดงว่าต้ องเตรียมกาลังการผลิตจากเครื่องกาเนิดไฟฟ้าที่
3 : ระดับแรงดันต้ องเท่ากัน สาหรับจ่ายโหลดสูงสุดไว้ ในปริมาณมากทาให้ คา่ ใช้ จา่ ยสูง
4 : ลาดับเฟสต้ องเหมือนกัน 2 : เป็ นค่าที่บง่ บอกว่าในระบบที่พิจารณามีการใช้ กาลังไฟฟ้าพร้ อมกันสูง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 เท่าไรเทียบกับโหลดทังหมดที ้ ่มีอยู่
ข้ อที่ 35 : สายส่ง 3 เฟสวงจรหนึ่ง เส้ นผ่าศูนย์กลางสายทุกเส้ นมีขนาด 2 3 : เป็ นค่าที่บง่ บอกถึงกาลังสูญเสียในระบบเทียบกับโหลดสูงสุด
cm วางดังแสดงในรูป จงหาค่าความเหนี่ยวนา (inductance) ของสาย เมื่อ 4 : ข้ อ ก. และ ค.
มีการสลับสายที่ทกุ ๆความยาวหนึ่งในสามของความยาวสาย คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 41 : ข้ อใดต่อไปนี ้ไม่เป็ นพารามิเตอร์ หลักในแบบจาลองของสายส่ง
1 : Resistance
2 : Attenuation constant
3 : Capacitance
1 : 1.3 H/km 4 : Conductance
2 : 1.3 mH/km คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3 : 2.6 H/km
4 : 2.6 mH/km คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ชั
สู
ส่
ค่
มี
ม่
ญู๊้
ยุ
ข้ อที่ 42 : ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้ องกับประจุไฟฟ้า (electric charge) แสดง
ในแบบจาลองของสายส่งด้ วยพารามิเตอร์ ใด 3:
1 : Conductance 4 : ไม่มีข้อใดถูก
2 : Resistance คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3 : Capacitance ข้ อที่ 48 : ข้ อใดอธิบายปรากฎการณ์ (Ferranti) ได้ อย่างถูกต้ อง
4 : Inductance a) การไหลของกระแสที่ไม่สม่าเสมอ ↳ แรง น าน บ VR ง น
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 ✓ b) ปรากฎการณ์ นี ้เกิดขึ ้นเมื่อไม่มีโหลด
เ อไ โหลด
ข้ อที่ 43 : ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้ องกับฟลักซ์แม่เหล็ก (magnetic flux) ✓c) แรงดันที่ด้านรับสูงขึ ้น
แสดงในแบบจาลองของสายส่งด้ วยพารามิเตอร์ ใด 1 : ข้ อ a) และข้ อ b)
1 : Conductance 2 : ข้ อ b) และข้ อ c)
2 : Resistance 3 : ข้ อ a) และข้ อ c)
3 : Capacitance 4 : ถูกทุกข้ อ
4 : Inductance 4 → L
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 ข้ อที่ 49 : สายส่งหนึ่งเฟสสองสาย (two-line single phase) ซึง่ มีรัศมี
ข้ อที่ 44 : กาลังงานสูญเสียในสายส่ง จะเกิดขึ ้นเพราะพารามิเตอร์ ใดใน เท่ากันคือ 1 cm และวางห่างกัน 1 m จงหาว่าความเหนี่ยวนารวมเป็ นกี่
แบบจาลองของสายส่ H/m r
r

1 : Conductance 1 : 11.5 x 10-7 D

2 : Resistance rs P IZR 2 : 14.2 x 10-7 ftd


=

Lะ 4×1 71h
3 : Capacitance 3 : 17.8 x 10 -7

4 : Inductance
) 18.4×10 H /m
t

4 : 18.4 x 10-7 ะ 4×1 / ( n ะ

คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
,

คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 45 : ค่าคงตัวการแผ่คลืน่ (propagation constant) ของสายส่งที่มี ข้ อที่ 50 : สายส่งสามเฟสมีระยะห่างระหว่างแต่ละเฟสเท่ากันเป็ น 10 m
impedance เป็ น 9 ohm/m และ admittance เป็ น 16 ohm/m มีคา่ เป็ น เมื่อสายส่งมีเส้ นผ่านศูนย์กลางเท่ากันเป็ น 2 cm จงหา capacitance
เท่าใด ระหว่างเฟสและ neutral ว่าเป็ นกี่ pF/m
9-
1 : 25 9 VYZT ✓ 1 เ 12
ะ =
ะ ×

1 : 9.40
¥ 5,5

Cn ×

2 : 144
=
2 re m

2 : 8.95
3 : 12 3 : 7.54
4:7 4 : 5.12

8.95 PF m
/

คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 ๆ
ข้ อที่ 46 : ค่า characteristic impedance ของสายส่งที่มี impedance เป็ น ข้ อที่ 51 : จงหาค่าเฉลี่ยทางเรขาคณิตของระยะทาง (Geometrical Mean
z Y
9 ohm/m และ admittance เป็ น 16 ohm/m มีคา่ เป็ นเท่าใด Distance: GMD) ของเฟส a เพื่อหาความจุไฟฟ้า (capacitance) เมื่อรัศมี
1 : 25
Zci ✓ ¥ ป
-

ะ ะ
1.33 ของสายส่งแต่ละเส้ นเป็ น 2 cm
2 : 1.33
3:7
4 : 0.75
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 47 : ข้ อใดแสดงความเหนี่ยวนารวม (total inductance) ในหน่วย H/m
ของตัวนาตันชนิดรูปทรงกระบอก (solid cylindrical conductor) ที่มีรัศมี r
เนื่องจากฟลักซ์คล้ องทังภายในและภายนอก
้ (internal and external flux
linkages) ที่วางห่างกันที่ระยะทาง D ได้ อย่างถูกต้ อง
7

# lg
7 /
[ 2✗ 1 ln 2×1 ×

1:

=
=

1 : 0.311 m
2 : 0.346 m
2: 02 ะ

2
+ b2
3 : 0.412 m
C ะrโ4T 4 : 0.510 m คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ขั
สู
รั
ด้
ดั
ญู๋
ฎํ๋
ยั๋
อั
มี
ฑิ๋
ด้
ยั
ยั
มื่
ม่
งุ๋
ฐุ๊
ฑฺ
รุ๊
ฐู๋
ฐู๋
ข้ อที่ 52 : จงหาค่าเฉลี่ยทางเรขาคณิตของระยะทาง (Geometrical Mean ข้ อที่ 57 : สายส่งสามเฟสระยะปานกลาง (medium line) ในระบบ 115 kV
L
Distance: GMD) ของเฟส a เพื่อหาความเหนี่ยวนาไฟฟ้า (inductance) ที่ความถี่ 50 Hz ความยาว 100 km ค่า inductance ต่อเฟสเป็ น 0.1
R
เมื่อรัศมีของสายส่งแต่ละเส้ นเป็ น 2 cm mH/km ค่า resistance เป็ น 0.05 ohm/km จงคานวณหาค่า B ของเมทริกซ์
ABCD เมื่อแทนสายส่งดังกล่าวด้ วย two-port network ในลักษณะวงจร
แบบ pi 13 Z
[ [ ]

m
[¥ ] ÷
→ ะ

1 : 0.05+j0.1 .
"

Z .
CR tj XLJ l

+

2 : 5+j3.14
( Rtj 21T fl ) l
=

0.0314
3 : 0.05-j0.1 p
3.14×50×0.1×1
3) 100 ×

4 : 5-j3.14 ( 0.05 tj 2
ะ ×

j 5+ 3.14
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
=

ข้ อที่ 58 : สายส่งสามเฟสระยะปานกลาง (medium line) ในระบบ 115 kV


1 : 0.712 m ที่ความถี่ 50 Hz ความยาว 100 km ค่า inductance ต่อเฟสเป็ น 0.8
2 : 0.806 m mH/km ค่า resistance เป็ น 0.03 ohm/km ค่า capacitance เป็ น 6 pF/km
3 : 0.643 m จงคานวณหาค่า D ของเมทริกซ์ ABCD เมื่อแทนสายส่งดังกล่าวด้ วย two-
4 : 0.537 m port network ในลักษณะวงจรแบบ pi
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 1 : 0.9976+j0.0003 D 1
¥ ะ +

ข้ อที่ 53 : ในความเป็ นจริง ความจุไฟฟ้า (capacitance) ของสายส่งไฟฟ้ามี 2 : 0.8824-j0.1546


คุณลักษณะอย่างไร 3 : 1.0332+j0.2112
1 : มีคา่ มากที่ด้าน receiving end 4 : 0.7721-j0.1223
2 : มีคา่ มากที่ด้าน sending end คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
3 : มีการกระจายตัวอย่างสม่าเสมอตลอดสายส่ง ข้ อที่ 59 : ค่าพารามิเตอร์ ในข้ อใดไม่ได้ ถกู พิจารณาในการเขียนวงจรสมมูลย์
4 : มีคา่ มากที่สดุ ที่กึ่งกลางระหว่าง sending end และ receiving end ของสายส่งระยะสัน้
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 1 : inductance
ข้ อที่ 54 : ความสามารถในการส่งกาลังไฟฟ้า (transmission capacity) 2 : resistance
ของระบบไฟฟ้าที่ใช้ ความถี่ 50 Hz เมื่อเปรียบเทียบกับกับระบบไฟฟ้าที่ใช้ 3 : capacitance
ความถี่ 60 Hz เป็ นอย่างไร 4 : มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้ อ
1 : มีคา่ มากกว่า คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : มีคา่ น้ อยกว่า ข้ อที่ 60 :
3 : มีคา่ เท่ากัน
4 : ข้ อมูลที่ให้ ไม่เพียงพอที่จะตอบได้
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 55 : ข้ อใดต่อไปนี ้จะเป็ นเหตุการณ์เมื่อค่า impedance ของโหลดมีคา่ V5 VR IRZ 127L 0 + ( 1L 36.87
°
° "

20.88L 73.3 )
1 : 3.4 % ะ + ะ ×

เท่ากับ characteristic impedance ของสายส่ง


2 : 4.4 % 121.39L 9.29 KV

°

1 : โหลดจะดูดซับพลังงานทังหมดไว้ ้
3 : -3.4 %
2 : ระบบจะเกิดการสัน่ พ้ อง (resonance)
4 : -4.4 %
i. VR
12h21min
ะ % × เออ

3 : พลังงงานทังหมดจะสู
้ ญหายไปในระบบส่ง -4.42 %
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 ะ

4 : พลังงานจากแหล่งจ่ายจะไม่สามารถส่งออกไปยังโหลดได้
ข้ อที่ 61 : ข้ อใดต่อไปนี ้ไม่มีผลต่อความเหนี่ยวนา (inductance) ของระบบ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ส่งไฟฟ้ากาลัง 1 เฟส ชนิด 2 สาย (two-wire single phase)
ข้ อที่ 56 : รูปคลื่นแรงดันไฟฟ้าในสายส่งระยะยาวเป็ นฟั งก์ชนั ของตัวแปร
1 : ขนาดเส้ นผ่านศูนย์กลางของตัวนา ✓
ใดบ้ าง
2 : ขนาดแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ L → I สวน

1 : เวลา ระยะทาง
3 : ขนาดของกระแสที่ไหลผ่าน ✓ c-1 1- → v
2 : เวลา
4 : ระยะห่างระหว่างสายส่ง ✓

3 : ระยะทาง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
4 : เวลา ระยะทาง และ ค่า inductance
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ย้
ทั๋
ภั๊
ข้ อที่ 62 : ข้ อใดเป็ นสาเหตุของปรากฏการณ์ที่กระแสไหลบนผิวมากกว่า ข้ อที่ 67 : ข้ อใดเป็ นช่วงของระดับแรงดันที่เหมาะสมสาหรับการส่ง
แกนกลางของตัวนา กาลังไฟฟ้าเป็ นระยะทาง 500 km
1 : การเปลี่ยนแปลงค่า permeability 1 : 33 kV-66 kV
2 : การเกิดการลัดวงจรแบบ unsymmetrical 2 : 66 kV-100 kV
3 : การเกิด skin effect 3 : 110 kV- 150 kV
4 : การเกิด corona → partialdischarge 4 : 150 kV-220 kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 63 : ข้ อใดแสดง electric stress ที่ตาแหน่ง x ห่างจากตัวนาที่มีรัศมี ข้ อที่ 68 : กาลังไฟฟ้าของโหลด 3 เฟส ของระบบส่งเป็ น 10 MW 0.8 PF
ภายนอก R และรัศมีภายใน r เมื่อตัวนามีแรงดันตกคร่อม V ได้ ถกู ต้ อง lagging หากกาลังสูญเสียในระบบส่งเป็ น 900 kW จงหาประสิทธิภาพของ
ระบบส่งนี ้
1 : 60% ะ 1 × เออ %

1: 2 : 90%
3 : 95% = (10×1026)-2,1ำอ×nLำง เออ %
×

10×106
4 : 99%
๚ %
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2

2:
ข้ อที่ 69 : กาลังไฟฟ้าที่สง่ ผ่านระบบส่งจะมีคา่ สูงสุดเมื่อใด
1 : เมื่อแรงดันไฟฟ้าที่ด้านส่ง (sending end voltage) มีคา่ มาก
3: 2 : เมื่อแรงดันไฟฟ้าที่ด้านรับ (receiving end voltage) มีคา่ มาก
3 : เมื่อค่า reactance มีคา่ มาก
4 : เมื่อ corona loss มีคา่ น้ อย
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
4: ข้ อที่ 70 : ระดับแรงดันไฟฟ้าในระบบส่งและระบบจาหน่ายควรถูกจากัดอยู่
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 ในช่วงเท่าใด
ข้ อที่ 64 :ค่า dielectric stress ของ cable เกิดขึ ้นที่ตาแหน่งใด 1 : + 0.1%
1 : ที่จดุ กึ่งกลางระหว่างศูนย์กลางของตัวนาและจุดที่พิจารณา 2 : + 1%
2 : ที่จดุ ที่พิจารณา 3 : + 10%
3 : ที่รัศมีภายใน (แกน) ของสาย 4 : + 25%
4 : ที่รัศมีภายนอกของสาย คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 ข้ อที่ 71 : การเชื่อมต่อแบบใดในระบบจาหน่าย (distribution) จะมีความ
ข้ อที่ 65 : ประสิทธิภาพการส่งกาลังไฟฟ้า (transmission efficiency) จะ น่าเชื่อถือได้ (reliability) สูงที่สดุ
เพิ่มขึ ้นเมื่อใด ก า_
ง 1 : ระบบแบบ main ring
1 : เพิ่มแรงดันไฟฟ้าและเพิ่มตัวประกอบกาลัง (power factor) 2 : ระบบแบบ tree
2 : ลดแรงดันไฟฟ้าและลดตัวประกอบกาลัง (power factor) 3 : ระบบแบบ radial
3 : เพิ่มแรงดันไฟฟ้าแต่ลดตัวประกอบกาลัง (power factor) 4 : แบบใดก็มีความน่าเชื่อถือใกล้ เคียงกัน
4 : ลดแรงดันไฟฟ้าแต่เพิ่มตัวประกอบกาลัง (power factor) คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 เ ยม แกน เห ก
M สาย อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 ข้ อที่ 72 : ตัวนา 70/6 ACSR (aluminum conductor steel reinforced)
ข้ อที่ 66 : การตีเกลียว (bundling) ของตัวนามีวตั ถุประสงค์เพื่อ หมายถึง
1 : ลดค่า reactance 1 : พื ้นที่หน้ าตัดของ aluminum เป็ น 77 sq.mm และพื ้นที่หน้ าตัดของ
2 : เพิ่มค่า reactance steel เป็ น 6 sq.mm
3 : เพิ่มความแข็งแรงของสายส่ง 2 : พื ้นที่หน้ าตัดของ steel เป็ น 77 sq.mm และพื ้นที่หน้ าตัดของ
4 : เพื่อลดการรบกวนของสนามแม่เหล็ก aluminum เป็ น 6 sq.mm
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 3 : มีตวั นา aluminum จานวน 70 ตัวนา และมีตวั นา steel จานวน 6 ตัวนา
4 : มีตวั นา steel จานวน 70 ตัวนา และมีตวั นา aluminum จานวน 6 ตัวนา
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ณึ
ลูมี
ดี
ยิ่
นี
ล้
ล็
ทุ่
ข้ อที่ 73 : ข้ อที่ 76 : สายส่งวงจรร่วม (bundled conductors) ดังรูป หากค่าเฉลี่ย
เรขาคณิตทางระยะทาง (Geometric Mean Distance: GMD) ของสายส่ง
ในแต่ละเฟสเท่ากับ 3 m จงหาความเหนี่ยวนาของสายส่งแต่ละเฟส
Ds

จากรูปที่กาหนด ข้ อใดคือ admittance equation 1 : 2.53 x 10-7 H/m


[ 2×1 71 ( /p g)

D๚ท

2 : 1.48 x 10-7 H/m


3 : 0.87 x 10-7 H/m
/
nl %) /
7 % H m
2×1
ะ 2.53×1 ะ

1: 4 : 0.45 x 10-7 H/m


คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 77 : สายส่งวงจรร่วม (bundled conductors) เดินอยูบ่ นอากาศดังรูป
2: หากค่าเฉลี่ยเรขาคณิตทางระยะทาง (Geometric Mean Distance: GMD)
ของสายส่งในแต่ละเฟสเท่ากับ 3 m ค่า permittivity ของอากาศเท่ากับ
8.85 x 10-12 F/m จงหาความจุไฟฟ้าระหว่างเฟสและนิวทรอล
3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 74 : ข้ อใดกล่าวไม่ถกู ต้ องเกี่ยวกับปรากฎการณ์ skin effect ในสายส่ง
1 : เกิดได้ ทงในระบบไฟฟ
ั้ ้ ากระแสตรงและกระแสสลับ
2 : ความถี่ระบบไฟฟ้ายิ่งสูง ผลของ skin effect จะยิ่งสูงขึ ้น
1 : 55.65 x 10-12 F/m Cn
2 : 43.95 x 10-12 F/m

[ /pd eฯ
ฐ _Os
3 : ทาให้ ความต้ านทานมีคา่ สูงขึ ้น 3 : 35.65 x 10-12 F/m 43.94×1 RF/m

=
2 ×

-12
4 : สาหรับระบบไฟฟ้า 50 Hz skin effect มีผลทาให้ ความต้ านเพิ่มขึ ้นน้ อย 4 : 23.85 x 10 F/m
ประมาณ 1-2 % คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 ข้ อที่ 78 : อะลูมิเนียมซึง่ มีความต้ านทานจาเพาะ 2.83 x 10-
8
ข้ อที่ 75 : ohm.m นามาใช้ เป็ นสายส่งในระบบ 3 เฟส ยาว 100 km พื ้นที่หน้ าตัด
สายส่งวงจรร่วม (bundled conductors) 3 เฟสดังรูป จงหาค่าเฉลี่ย สาย 10 cm2 กาลังสูญเสียของสายส่งสามเฟสสาหรับความต้ านทาน
เรขาคณิตทางระยะทาง (Geometric Mean Distance: GMD) ของระหว่าง กระแสตรงมีคา่ เท่าใด เมื่อมีกระแสไหลในสายส่งแต่ละเฟสเท่ากับ 20 A
1 : 1.13 kW Rdc ะ

|
3

สายส่งในแต่ละเฟส 3 ¢ ำญื๋¥
00--5 i. Pะ 3 IR
2.8
- สละ

2 : 1.96 kW ะ
28.3mn 3 1 20 ะ28.3 1 × ✗

3 : 3.4 kW =

Di D3 4 : 4.5 kW คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
เนือ้ หาวิชา : 10 : Fundamental of load flow
ข้ อที่ 79 : ระบบไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่งมีทงหมด ั้ 2 bus ไม่นบั reference
DL
bus ระบบนี ้มี admittance matrix ขนาดเท่าใด
Ynn ะ Y รวม หมด

1 : 1 x 1 Ybus
1 : 8.63 m

[ }ภื๋ ] Ymn Ymn -

แ ะ Yiot Yiz Yiz


Deq ะ
2 : 2 x 2
2 : 9.63 m
Yzoeyzi ]
[
-

3:3x3
3 : 10.63 m
ะ แั,
-
Ya

|0 × × เอ 4:4x4
4 : 11.63 m
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 ะ 10.63 mi
ฑุ๊
ฑู๊
อั๋
อั
ยั
ยั
อั้
ว้
ญฺ
ปู
ปู
ง­
ฑั้
ถื
ยั๋
ข้ อที่ 80 : ระบบไฟฟ้ากาลังหนึ่งมีคา่ admittance ของอุปกรณ์ไฟฟ้าดังรูป 1 : –j2
ให้ คานวณค่า Y22 ของ admittance matrix ของระบบไฟฟ้านี ้ 2 : j2
3 : –j1
Yzi 4 : j1
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
} Yzo ข้ อที่ 83 : การศึกษา load flow มีวตั ถุประสงค์ข้อใดที่ถกู ต้ องมากที่สดุ
1 : เพื่อศึกษาการไหลของโหลดสาหรับการวางแผนสาหรับระบบไฟฟ้าใน
อนาคต
2 : เพื่อศึกษาการไหลของโหลดสาหรับการวางแผนสาหรับระบบไฟฟ้าใน
Y 24
ปั จจุบนั
3 : เพื่อศึกษาการไหลของโหลดสาหรับการวางแผนสาหรับระบบไฟฟ้าใน
ปั จจุบนั และอนาคต
4 : เพื่อศึกษาการพยากรณ์การไหลของโหลดสาหรับระบบไฟฟ้าในอนาคต
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : j15 Yzz Yzot Yzi + / 23 + / 24
\ \

ข้ อที่ 84 : การศึกษา load flow ที่มีประสิทธิภาพที่สดุ ควรให้ ระบบไฟฟ้า


=

2 : -j4
1- 6.25) แทนด้ วย matrix ใด
3 : j4 = (-5+0.25)+(-47+10) +
1 : Ybus
4 : -j15
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
=
j 15
-

2 : Zbus
3 : Ybranch
ข้ อที่ 81 :
4 : Ylink
ระบบไฟฟ้ากาลังหนึ่งมีคา่ admittance ของอุปกรณ์ไฟฟ้าดังรูป ให้ คานวณ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ค่า Y43 ของ admittance matrix ของระบบไฟฟ้านี ้
ข้ อที่ 85 : การคานวณโหลดโฟลของระบบไฟฟ้าที่ประกอบด้ วยสามบัส บัส
51 ackbus Loadbus
ที่ 1 เป็ นบัสเครื่องกาเนิดไฟฟ้า ที่มีคา่ แรงดันไฟฟ้าคงที่ บัสที่ 2 เป็ นบัสของ
Genbus
โหลดหรือ บัสที่มี PL2 และ QL2 คงที่ บัสที่ 3 เป็ นบัสที่มีทงเครื
ั ้ ่องกาเนิด
ไฟฟ้าและโหลดที่มี Pg3 ของเครื่องกาเนิดคงที่และมี PL3, QL3 ของโหลด
คงที่ กาลังไฟฟ้าจริงของแต่ละบัส (บัสที่ 2 และ บัสที3่ ) มีคา่ เท่าใด
1 : P2=PL2, P3=PL3
2 : P2=PL2, P3=Pg3
Y43
3 : P2=-PL2, P3=-PL3
4 : P2=-PL2, P3=Pg3-PL3
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 86 : ข้ อใดไม่ใช่วิธีคานวณ Load Flow
1 : j15 1 : Gauss-Siedel Method เคยเ ยน
\
/43 ะ
-

/43
\

2 : Newton-Raphson Method เคยโยน


2 : -j5
3 : j5 ะ -
1-57 j5 ะ 3 : Decouple Method ไ เคยเ ยน
4 : -j15 4 : Gaussian Elimination Method
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 82 : ระบบไฟฟ้ากาลังหนึ่งมีคา่ impedance ของอุปกรณ์ไฟฟ้าดังรูป ข้ อที่ 87 : การคานวณ Load Flow วิธีใดต้ องทาการหา Jacobian Matrix
ให้ คานวณค่า Y13 ของ admittance matrix ของระบบไฟฟ้านี ้ 1 : Gauss-Seidel Method [ AB ] [ ] [ bv ]

นะ .jo 5 2 : Newton-Raphson Method


Z → y ะ .

3 : Decouple Method
Z nng Y ะ

j 0.5
-

4 : Gaussian Elimination Method


คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2

i. Y 13 ะ
-

Y 13

= -
(-0.5-0.5)
ฟู่
งั๊
รี
รี
ม่
ข้ อที่ 88 : การคานวณ Load Flow วิธีใดใช้ Susceptance Matrix แทนการ ข้ อที่ 93 : ข้ อใดต่อไปนี ้กล่าวถูกต้ อง
หา Jacobian Matrix 1 : ขนาดและมุมของแรงดันที่บสั อ้ างอิงต้ องกาหนดให้ คงที่เท่ากับ 1.0 ต่อ
1 : Gauss-Seidel Method หน่วย และ 0 องศา ตามลาดับ
2 : Newton-Raphson Method 2 : บัสที่พบส่วนใหญ่ในระบบไฟฟ้ากาลังคือบัสเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
3 : Decouple Method 3 : วิธีแก้ ปัญหาการไหลของกาลังไฟฟ้าแบบ Gauss-Seidel สามารถลูเ่ ข้ า
4 : Gaussian Elimination Method หาคาตอบได้ งา่ ยกว่าและเร็วกว่าแบบ Newton-Raphson
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 4 : สมการแสดงการไหลของกาลังไฟฟ้าที่เกี่ยวข้ องกับบัสเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
ข้ อที่ 89 : บัสที่ไม่มีเครื่องกาเนิดไฟฟ้าต่ออยูเ่ ป็ นบัสขนิดใด สามารถเขียนได้ เพียงสมการการไหลของกาลังไฟฟ้าจริงเท่านัน้
1 : Load Bus np p Qbus C P Q ) ( หา YLV ) , คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
2 : Voltage-controlled bus ข้ อที่ 94 : ข้ อใดคือปริมาณทางไฟฟ้า 4 ปริมาณหลักที่เกี่ยวข้ องกับ
3 : Slack bus การศึกษาการไหลของกาลังไฟฟ้า (Power Flow)
4 : PV bus ยา Genbus 1 P V71 หา Q <v7 , , 1 : กาลังไฟฟ้าจริง กาลังไฟฟ้าเสมือน ขนาดของแรงดันไฟฟ้า ขนาด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 กระแสไฟฟ้า
ข้ อที่ 90 : บัสที่มีเครื่องกาเนิดไฟฟ้าต่ออยูแ่ ละไม่ได้ เป็ นบัสอ้ างอิงเป็ นบัส 2 : กาลังไฟฟ้าจริง กาลังไฟฟ้าปรากฎ แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า
ชนิดใด 3 : กาลังไฟฟ้าจริง กาลังไฟฟ้าเสมือน ขนาดแรงดันไฟฟ้า มุมของ
1 : Load Bus แรงดันไฟฟ้า
2 : Voltage-controlled bus 4 : กาลังไฟฟ้าจริง กาลังไฟฟ้าเสมือน ขนาดกระแสไฟฟ้า มุมของ
3 : Slack bus กระแสไฟฟ้า
4 : PQ bus คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 ข้ อที่ 95 :
ข้ อที่ 91 : ระบบไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่งมีจานวนบัสทังหมด ้ 6 บัส แต่มีเครื่อง
กาเนิดไฟฟ้าต่ออยูเ่ พียง 3 บัส จงหาจานวนสมการการไหลของกาลังไฟฟ้า
(Power flow equations) ที่เกี่ยวข้ อง เมื่อกาหนดให้ บสั ใดบัสหนึ่งเป็ นบัส
อ้ างอิง (Reference or slack bus)
1:3
2:7
3:8
4 : 10
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 92 : จงระบุจานวนบัสโหลด (PQ) และบัสเครื่องกาเนิดไฟฟ้า (PV) 1 : บัส 1
จากรูปของแบบจาลองระบบไฟฟ้ากาลังข้ างล่างนี ้ 2 : บัส 2
PQ
PV 3 : บัส 3
4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 96 :

PQ pv PQ

1 : บัสโหลด 2 บัส บัสเครื่องกาเนิดไฟฟ้า 2 บัส


2 : บัสโหลด 2 บัส บัสเครื่ องกาเนิดไฟฟ้า 3 บัส
3 : บัสโหลด 3 บัส บัสเครื่องกาเนิดไฟฟ้า 2 บัส
4 : บัสโหลด 3 บัส บัสเครื่องกาเนิดไฟฟ้า 3 บัส
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
รู้
รู้
1 : 2x2 ข้ อที่ 102 : ค่าตัวแปรใดจะถูกกาหนดที่บสั โหลด (Load Bus)
2 : 3x3 1 : แรงดัน, กาลังไฟฟ้าจริง(P)
3 : 5x5 2 : กาลังไฟฟ้าจริง(P), กระแส
4 : 6x6 3 : มุมเฟสแรงดัน, ขนาดแรงดัน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 4 : กาลังไฟฟ้าจริง(P), กาลังไฟฟ้าเสมือน(Q)
ข้ อที่ 97 : ข้ อใดไม่ใช่คณ
ุ สมบัติของ PQ bus ในการคานวน load flow คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
1 : เป็ นบัสที่มี load แบบ static ต่ออยู่ ข้ อที่ 103 : ในการคานวณโหลดโฟว์, ค่าขนาดแรงดันและค่ากาลังไฟฟ้าจริง
2 : เป็ นบัสที่ทราบค่า real power จะถูกกาหนดให้ ทบี่ สั แบบใด
3 : เป็ นบัสทีข่ นาดของแรงดันมีคา่ คงทีต่ ลอดการคานวน load flow 1 : โหลดบัส
4 : เป็ นบัสที่คา่ reactive power มีคา่ คงที่ตลอดการคานวน load flow 2 : แสลกบัส
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 3 : บัสเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
ข้ อที่ 98 : ถ้ ากาลังไฟฟ้าที่บสั k ใดๆมีคา่ เท่ากับ Sk=VkIk* จากรูป 4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง
กาลังไฟฟ้ารวมที่บสั 2 มีคา่ เท่าไร คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 104 : ข้ อใดถูก
1 : กาลังไฟฟ้ารีแอกทีฟไหลจากบัสที่มีแรงดันสูงไปยังบัสที่มีแรงดันต่า
2 : กาลังไฟฟ้าจริงไหลจากบัสที่มีเฟสของแรงดันแบบนาหน้ าไปยังบัสที่มี
เฟสของแรงดันแบบตามหลัง
3 : กาลังที่ใช้ ในการทางานคือกาลังไฟฟ้าจริง
1 : 0.6+j0.3 4 : ถูกทุกข้ อ
2 : -0.4-j0.1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
3 : 0.6-j0.3 ข้ อที่ 105 : จงคานวณหากาลังไฟฟ้าสูญเสียในระบบ (Network losses)
4 : -0.4+j0.1 จากผลเฉลยการไหลของกาลังไฟฟ้า (Power flow solution) ซึง่ แสดงดังรูป
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 ข้ างล่างนี ้
ข้ อที่ 99 : บัสที่ทราบเฉพาะขนาดและมุมของแรงดันไฟฟ้า ในการศึกษา
โหลดโฟลเรียกบัสชนิดว่าอะไร
1 : Slack bus
2 : Load bus
3 : Generator bus
4 : VA bus
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 1 : 36.91 +j 17.67 เมกะโวลต์แอมแปร์
ข้ อที่ 100 : ระบบกาลังไฟฟ้า 3 บัสมีอิมพิแดนซ์ระหว่างบัส 1-2, 2-3, และ 2 : 36.91 –j 17.67 เมกะโวลต์แอมแปร์
3-1, คือ j0.4pu j0.2pu และ j0.2 pu ตามลาดับ เครื่องกาเนิดต่ออยูบ่ นบัส 3 : 17.67 –j 36.91 เมกะโวลต์แอมแปร์
หมายเลข 1 ซิงโครนัสรีแอกแตนซ์ j1 pu และเครื่องกาเนิดต่ออยูบ่ นบัส 4 : 17.67 +j 36.91 เมกะโวลต์แอมแปร์
หมายเลข 2 มีซิงโครนัสรีแอกแตนซ์ j0.8 pu จงกาหนดค่าแอดมิแตนซ์ใน Y- คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
bus ตรงตาแหน่งของ PQ-บัส (PQ bus) ข้ อที่ 106 : ข้ อใดคือจาคอเบียนเมทริกซ์ (Jacobian matrix) สาหรับปั ญหา
1 : –j5 pu การไหลของกาลังไฟฟ้าของแบบจาลองระบบไฟฟ้ากาลังข้ างล่างนี ้
2 : –j8.5 pu
3 : –j8.75 pu
4 : –j10 pu
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 101 : ในการคานวณของปั ญหากาลังไหล บัสชนิดใดจะถูกนาออกไป
จากการคานวณ
1 : slack bus
1:
2 : load bus
3 : voltage controlled bus
4 : PQ bus คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1 : 0.4671 + j0.0071
2 : 0.45 + j0.0356
2: 3 : 0.9171 + j0.0427
4 : 0.0171 - j0.0285
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
3: ข้ อที่ 110 : ข้ อใดกล่าวได้ ถกู ต้ องเกี่ยวกับการจาแนกประเภทของบัสทาง
ไฟฟ้า
1 : Swing bus หรือ Slack bus คือ บัสที่ต้องการจะหาค่ามุมเฟส
2 : Voltage-controlled bus คือ บัสที่กาหนดเฉพาะขนาดของแรงดันมาให้
4:
3 : Load bus คือ บัสที่ต้องการจะหาค่ากาลังไฟฟ้าจริง และกาลังไฟฟ้ารี
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
แอคทีฟ
ข้ อที่ 107 : ข้ อใดคือสมมติฐานที่ใช้ ในการคานวณการไหลของกาลังไฟฟ้า
4 : ไม่มีข้อใดถูก
แบบ Fast-decoupled power flow
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 111 : ข้ อใดต่อไปนี ้ไม่สามารถวิเคราะห์หาคาตอบได้ จากการวิเคราะห์
1:
การไหลของกาลังไฟฟ้า
1 : ปริมาณกาลังสูญเสียในระบบส่ง
2: 2 : การเกิดปั ญหาเสถียรภาพชัว่ ขณะของมุมโรเตอร์
3 : การเกิดปั ญหาแรงดันตกหรือแรงดันเกิน
3: 4 : การเกิดปั ญหาการส่งกาลังไฟฟ้าเกินขีดจากัดทางความร้ อนของสายส่ง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 112 : การวิเคราะห์การไหลของกาลังไฟฟ้าในระบบสายส่งไฟฟ้าจาก
4:
สถานีผลิตกาลังไฟฟ้าไปยังโหลดผู้ใช้ ไฟฟ้า จะแบ่งชนิดของ Bus ออกเป็ น 3
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ชนิด อะไรบ้ าง
ข้ อที่ 108 : ระบบไฟฟ้ากาลังระบบหนึง่ มีโครงสร้ างดังแสดงในรูปข้ างล่าง
1 : Slack Generator Bus , Reference Bus และ Voltage-control Bus
ถ้ าทาการวิเคราะห์โหลดโฟลว์ระบบนี ้โดยใช้ วิธี Gauss-Seidel สมการโหลด
2 : Slack Generator Bus , Generator Bus และ Voltage-control Bus
โฟลว์ซงึ่ ใช้ สาหรับวิเคราะห์หาแรงดันบัสจะมีทงหมดกี
ั้ ่สมการ
3 : Generator Bus , Voltage-control Bus และ Load Bus
4 : Slack Generator Bus , Voltage-control Bus และ Load Bus
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 113 : ในการคานวณ Load flow ของระบบไฟฟ้ากาลัง บัสที่ไม่มีการ
ควบคุมขนาดของแรงดัน คือ บัสอะไร
1 : Slack bus
2 : Swing bus
1 : 1 สมการ 3 : Generator bus
2 : 2 สมการ 4 : Load bus
3 : 3 สมการ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
4 : 4 สมการ ข้ อที่ 114 : การคานวณการไหลของกาลังไฟฟ้าที่ Load bus คือ บัสที่มี
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 โหลดต่ออยู่ สิ่งที่จะต้ องคานวณหาค่าคืออะไร
ข้ อที่ 109 : ผลการวิเคราะห์โหลดโฟลว์ของระบบไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่งมี 1 : ค่า Real power และ Reactive power
ผลลัพธ์ดงั แสดงในรูปข้ างล่าง จงวิเคราะห์หากาลังไฟฟ้าสูญเสียในสายส่ง 2 : ค่า Reactive power และ Phase angle
1-2 3 : ค่า Reactive power และ Voltage magnitude
4 : ค่า Voltage magnitude และ Phase angle
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 115 : ข้ อใดถูกต้ องสาหรับการวิเคราะห์ Load Flow ข้ อที่ 121 : ข้ อแตกต่างระหว่าง Swing bus กับ Generator bus คืออะไร?
1 : Swing Bus เป็ นบัสที่มีแรงดันเท่ากับ 1 p.u. เสมอ 1 : Swing bus ไม่มีเครื่องกาเนิด Generator bus มีเครื่องกาเนิด
2 : ในระบบทัว่ ๆ ไป Load Bus เป็ นบัสที่ไม่มีเครื่องกาเนิดไฟฟ้า 2 : Swing bus ไม่มีทงเครื
ั ้ ่ องกาเนิดและไม่มีโหลด แต่ Generator bus มี
3 : วิธี Gauss-Seidel Load Flow พัฒนามาจากวิธี Newton-Raphson 3 : Swing bus ทราบค่าแรงดันและมุมเฟส แต่ Generator bus ทราบค่า
Load Flow แรงดันและกาลังไฟฟ้าจริง
4 : Power flow equation เป็ นสมการที่กล่าวถึงการเกิน Limit ต่างๆ สายส่ง 4 : Swing bus ทราบค่าแรงดันและกาลังไฟฟ้าจริง แต่ Generator bus
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 ทราบค่าแรงดันและมุมเฟส
ข้ อที่ 116 : ข้ อใดไม่ถกู ต้ องสาหรับการวิเคราะห์ Load Flow คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : Load Bus เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Voltage-Controlled Bus ข้ อที่ 122 : จงแก้ สมการต่อไปนี ้ด้ วยวิธีของ Gauss-Seidel เมื่อจบรอบการ
2 : Swing Bus เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Slack Bus คานวณทีส่ าม เมื่อ x – 2y -1 = 0, x +4y – 4 = 0 โดยใช้ คา่ เริ่มต้ น x=0,
3 : การวิเคราะห์ Load Flow ทาให้ ได้ กาลังสูญเสียในสายส่งด้ วย y=0
4 : วิธี Newton-Raphson ใช้ Jacobian Matrix 1 : x = 1.75 , y = 0.5625
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 2 : x = 1.23 , y = 0.6235
ข้ อที่ 117 : ข้ อใดถูกต้ องสาหรับการวิเคราะห์ Load Flow 3 : x = 2.12 , y = 0.7325
1 : วิธี Fast Decoupled Load Flow พัฒนามาโดยตรงมาจากวิธี Gauss- 4 : x = 2.03 , y = 1.0215
Seidel Load Flow คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
2 : การวิเคราะห์ Load Flow โดยวิธีทวั่ ๆไป สามารถป้องกันการจ่ายกาลัง ข้ อที่ 123 : แรงดันที่ขวของเครื
ั้ ่องกาเนิดไฟฟ้าสามารถเพิ่มให้ สงู ขึ ้นได้ โดย
เกินของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าได้ 1 : เพื่มกระแสกระตุ้น (exciting current) ให้ มากขึ ้น
3 : Slack Bus เป็ นบัสที่ต้องทราบกาลังไฟฟ้ารีแอกทีฟที่เครื่องกาเนิดไฟฟ้า 2 : ลดกระแสกระตุ้น (exciting current) ให้ น้อยลง
จ่าย 3 : หมุนความเร็วโรเตอร์ ให้ มากขึ ้น
4 : ผิดทุกข้ อ 4 : ลดความเร็วโรเตอร์ ให้ น้อยลง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 118 : หากเปรียบเทียบการคานวณโหลดโฟลว์ด้วยวิธี Newton- ข้ อที่ 124 : อุปกรณ์หรือส่วนประกอบไฟฟ้าใดที่เป็ นตัวจ่ายกาลังไฟฟ้ารีแอก
Raphson กับวิธี Fast Decoupled ข้ อใดถูกต้ อง ตีฟ (Q)เข้ าสูร่ ะบบไฟฟ้า
1 : วิธี Newton-Raphson ได้ ผลลัพธ์รวดเร็วและแม่นยากว่า 1 : สายส่งเหนือดินระยะสัน้
2 : วิธี Fast Decoupled ได้ ผลลัพธ์รวดเร็วและแม่นยากว่า 2 : โหลดมอเตอร์
3 : วิธี Newton-Raphson ได้ ผลลัพธ์รวดเร็วกว่า แต่มีความแม่นยาน้ อยกว่า 3 : สายส่งใต้ ดินระยะสัน้
4 : วิธี Fast Decoupled ได้ ผลลัพธ์รวดเร็วกว่า แต่มีความแม่นยาน้ อยกว่า 4 : คาปาซิเตอร์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 119 : ในการคานวณโหลดโฟลว์ บัสที่ถกู กาหนดมุมเฟสมาให้ คือบัสใด ข้ อที่ 125 : หม้ อแปลงสองชุด A, B เหมือนกันทุกประการ นามาต่อขนานกัน
1 : Load bus ช่วยกันจ่ายโหลดขนาด P=1000 kW, Q=800 kvar ถ้ าปรับมุมของหม้ อ
2 : Voltage-controlled bus แปลง A ทางด้ านทุติยภูมิให้ มีมมุ แรงดันไฟฟ้านาหน้ าหม้ อแปลง B 2 องศา
3 : Slack bus กาลังไฟฟ้าที่ไหลผ่านหม้ อแปลง A, B คาตอบใดทีใ่ กล้ เคียงความเป็ นจริง
4 : Jacobian bus มากที่สดุ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 1 : PA=500 kW, PB=500 kW, QA=400 kvar, QB=400 kvar
ข้ อที่ 120 : ระบบไฟฟ้ากาลังระบบหนึง่ มีจานวนบัสทังหมด ้ 10 บัส โดย 2 : PA=500 kW, PB=500 kW, QA=500 kvar, QB=300 kvar
เลือกจะเลือก 1 บัสให้ เป็ นบัสสแล็ค (Slack bus) สาหรับบัสที่เหลือจะ 3 : PA=500 kW, PB=500 kW, QA=300 kvar, QB=500 kvar
กาหนดให้ เป็ นบัสควบคุมแรงดัน (Voltage-controlled bus) จานวน 3 บัส 4 : PA=600 kW, PB=400 kW, QA=400 kvar, QB=400 kvar
และที่เหลืออีก 6 บัสกาหนดให้ เป็ นบัสโหลด (Load bus) หากวิเคราะห์ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
โหลดโฟลว์ด้วยวิธี Newton-Raphson เมตริกซ์จาโคเบียน (Jacobian
matrix) จะมีจานวนแถวเป็ นเท่าไร
1 : 20 แถว
2 : 18 แถว
3 : 15 แถว
4 : 9 แถว คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 126 : ระบบไฟฟ้ากาลังระบบหนึง่ มี 2 บัส คือ bus 1 และ bus 2 และ ข้ อที่ 130 : อุปกรณ์ไฟฟ้าอันใดไม่สามารถจ่ายค่า reactive power เข้ าสู่
เชื่อมต่อด้ วยสายส่งที่มีอิมพีแดนซ์เท่ากับ 0 + j1 โอห์ม ขนาดแรงดันที่ bus ระบบ
1 เท่ากับ 500 kV และมีมมุ เฟส 0 องศา และขนาดแรงดันที่ bus 2 เท่ากับ 1 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
502 kV และมีมมุ เฟส 10 องศา ค่ากาลังจริง P ที่ไหลในสายส่งมีทิศทาง 2 : หม้ อแปลงไฟฟ้า
อย่างไร 3 : สายส่งเหนือดิน
1 : ไหลจาก bus 1 ไป bus 2 4 : load ชนิดตัวเก็บประจุ
2 : ไหลจาก bus 2 ไป bus 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3 : ไหลเข้ าทัง้ bus 1 และ bus 2 ข้ อที่ 131 : การควบคุมกาลังงานไฟฟ้ารีแอคทีฟของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าใน
4 : ไม่มีการไหล ข้ อใดทาให้ เกิดประสิทธิผลสูงสุด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 1 : ปรับค่ากระแสกระตุ้นสนาม (Field Exciting Current) ของเครื่องกาเนิด
ข้ อที่ 127 : ระบบไฟฟ้ากาลังระบบหนึง่ มี 2 บัส คือ bus 1 และ bus 2 และ ไฟฟ้า
เชื่อมต่อด้ วยสายส่งที่มีอิมพีแดนซ์เท่ากับ 0 + j1 โอห์ม ขนาดแรงดันที่ bus 2 : ปรับค่ามุมกาลังงานไฟฟ้า (Power Angle) ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
1 เท่ากับ 500 kV และมีมมุ เฟส 0 องศา และขนาดแรงดันที่ bus 2 เท่ากับ 3 : ปรับค่ากาลังงานทางกลที่จา่ ยให้ แก่เครื่องกาเนิดไฟฟ้า
502 kV และมีมมุ เฟส 10 องศา ค่ากาลังเสมือนหรือกาลังรีแอคทีฟ Q ที่ไหล 4 : ปรับความเร็วรอบของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
ในสายส่งมีทิศทางอย่างไร คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1 : ไหลจาก bus 1 ไป bus 2 ข้ อที่ 132 : การควบคุมกาลังงานไฟฟ้าจริงของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าในข้ อใด
2 : ไหลจาก bus 2 ไป bus 1 ทาให้ เกิดประสิทธิผลสูงสุด
3 : ไหลเข้ าทัง้ bus 1 และ bus 2 1 : ปรับค่ากระแสกระตุ้นสนาม (Field Exciting Current) ของเครื่องกาเนิด
4 : ไม่มีการไหล ไฟฟ้า
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 2 : ปรับความเร็วรอบของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
ข้ อที่ 128 : Generator ตัวหนึ่งต่ออยูก่ บั infinite bus ถ้ าต้ องการให้ 3 : ปรับกาลังงานทางกลที่จา่ ยให้ แก่เครื่องกาเนิดไฟฟ้า
Generator ตัวนี ้จ่ายกาลังไฟฟ้าจริง (Real Power) ให้ กบั infinite bus 4 : ปรับค่าเพาเวอร์ แฟคเตอร์ ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
จะต้ องทาอย่างไร คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : ปรับมุมของแรงดันของ Generator ให้ นาหน้ า มุมของแรงดันของ ข้ อที่ 133 : กาลังไฟฟ้าชนิดใดมีผลในการควบคุมความถี่ของระบบไฟฟ้า
infinite bus กาลัง
2 : ปรับมุมของแรงดันของ Generator ให้ ล้าหลัง มุมของแรงดันของ infinite 1 : กาลังไฟฟ้าเสมือน
bus 2 : กาลังไฟฟ้าปรากฎ
3 : ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ให้ มากกว่าขนาดของแรงดันของ 3 : กาลังไฟฟ้าจริง
infinite bus 4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง
4 : ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ให้ น้อยกว่าขนาดของแรงดันของ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
infinite bus ข้ อที่ 134 : การลดลงของความถี่ระบบไฟฟ้ากาลังอาจเกิดจากสาเหตุในข้ อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 ใด
ข้ อที่ 129 : 1 : ปริมาณความต้ องการกาลังไฟฟ้าจริงลดลง
Generator ตัวหนึ่งต่ออยูก่ บั infinite bus ถ้ าต้ องการให้ Generator ตัวนี ้ 2 : ปริมาณความต้ องการของกาลังไฟฟ้าจริงเพิ่มขึ ้น
จ่ายกาลังไฟฟ้าเสมือน (Reactive Power) ให้ กบั infinite bus จะต้ องทา 3 : ปริมาณความต้ องการของกาลังเสมือนลดลง
อย่างไร 4 : ปริมาณความต้ องการของกาลังเสมือนเพิ่มขึ ้น
1 : ปรับมุมของแรงดันของ Generator ให้ นาหน้ า มุมของแรงดันของ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
infinite bus ข้ อที่ 135 : ท่านสามารถเพิ่มการส่งของกาลังไฟฟ้าจริงในสายส่งได้ โดยวิธี
2 : ปรับมุมของแรงดันของ Generator ให้ ล้าหลัง มุมของแรงดันของ infinite ใด
bus 1 : ต่อรีแอกเตอร์ เข้ าไปอนุกรมกับสายส่ง
3 : ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ให้ มากกว่าขนาดของแรงดันของ 2 : ต่อคาปาร์ เตอร์ เข้ าไปอนุกรมกับสายส่ง
infinite bus 3 : ต่อรีแอกเตอร์ เข้ าไปขนานกับสายส่ง
4 : ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ให้ น้อยกว่าขนาดของแรงดันของ 4 : ต่อคาปาร์ เตอร์ เข้ าไปขนานกับสายส่ง
infinite bus คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 136 : กาลังไฟฟ้าเสมือน(Q) มีผลต่อการควบคุมตัวแปรใดในระบบ ข้ อที่ 142 : ข้ อใดไม่ถกู ต้ อง
ไฟฟ้ากาลัง 1 : เครื่องกาเนิดสามารถจ่ายและรับกาลังไฟฟ้ารีแอคตีฟได้
1 : แรงดัน 2 : หม้ อแปลงรับกาลังไฟฟ้ารีแอคตีฟเสมอ
2 : ความถี่ 3 : สายเคเบิลจ่ายกาลังไฟฟ้ารีแอคตีฟ
3 : ความเร็วรอบเครื่องกาเนิดไฟฟ้า 4 : โหลดรับกาลังไฟฟ้าจริง และกาลังไฟฟ้ารีแอคตีฟเสมอ
4 : มุมโรเตอร์ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 ข้ อที่ 143 : ถ้ าต้ องการเพิ่มระดับแรงดันบัสให้ สงู ขึ ้นทาได้ โดยวิธีใด
ข้ อที่ 137 : อุปกรณ์ควบคุมชนิดใดต่อไปนี ้ไม่จดั อยูใ่ นประเภทเดียวกับ 1 : เพิ่มแรงดันโดยใช้ หม้ อแปลง
อุปกรณ์ควบคุมอื่น 2 : ป้อนกาลังไฟฟ้ารีแอคตีฟโดยใช้ เครื่องกาเนิด
1 : Tab-Changing Transformer 3 : ต่อตัวเก็บประจุที่บสั
2 : Phase-Shifter Transformer 4 : ถูกทุกข้ อ
3 : Capacitor Bank คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
4 : Synchronous Condenser ข้ อที่ 144 : การกลับทิศการไหลของกาลังไฟฟ้าจริงในสายส่งสามารถทาได้
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 โดยวิธีใด
ข้ อที่ 138 : การควบคุมกาลังไฟฟ้าจริงด้ วยหม้ อแปลงไฟฟ้า โดย 1 : ลดค่ารีแอกแตนซ์ของสายส่ง
แรงดันไฟฟ้าที่ออกจากหม้ อแปลงจะมีมมุ เฟสต่างจากแรงดันไฟฟ้าที่เข้ า 2 : ลดขนาดแรงดันต้ นและปลาย
หม้ อแปลง แต่ขนาดของแรงดันไม่เปลีย่ นแปลง เราเรียกหม้ อแปลงชนิดนี ้ว่า 3 : กลับมุมเฟสของแรงดันต้ นและปลาย
อะไร 4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง
1 : Auto Transformer คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : Phase Transformer เนือ้ หาวิชา : 12 : Fundamental of fault calculation
3 : Phase Shift Transformer ข้ อที่ 145 : หม้ อแปลงขนาด 2000kVA 6% impedance voltage
4 : Phase Angle Transformer 24kV/416V ให้ หากระแสลัดวงจรสามเฟสสูงสุดทางด้ านแรงสูง เมื่อเกิด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 ลัดวงจรทางด้ านแรงต่า Fault MVA
ฐอ 33.33 MVA

=

ใบ
ข้ อที่ 139 : ข้ อใดไม่จดั เป็ นวิธีควบคุมการไหลของกาลังไฟฟ้าโดยตรง 1 : 48 kA IF ะ

1 : ปรับ Tap ของหม้ อแปลงไฟฟ้า 2 : 2.77 kA


2 : ติดตังชุ
้ ดตัวเก็บประจุแบบปรับค่าได้ 3 : 46 kA
3 : ติดตัง้ Syncronous Motor 4 : 0.80 kA
=

☐ j3 43 tคnn ะ 0.801 k A

4 : เปลี่ยนการจัดเรียงบัสในสถานีไฟฟ้า คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 ข้ อที่ 146 : หม้ อแปลงขนาด 2000kVA 6% impedance voltage
ข้ อที่ 140 : Phase-shifting transformer ทาหน้ าที่อะไรในระบบไฟฟ้ากาลัง 24kV/416V ให้ หากระแสลัดวงจรสามเฟสสูงสุดทางด้ านแรงตา่ เมื่อเกิด
1 : เพิ่มระดับแรงดัน ลัดวงจรทางด้ านแรงต่า Fault MVA 2
ออ

33.33 MVA

2 : ลดระดับแรงดัน 1 : 48 kA
3 : ควบคุมการไหลของกาลังจริง 33.33 106
2 : 2.775 kA •
°
IF

=

4 : ควบคุมการไหลของกาลังรีแอกทีฟ 3 : 46 kA 3×416

คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 4 : 0.80 kA ะ 46.26k A


ข้ อที่ 141 : ข้ อใดไม่ถกู ต้ อง 5 : 0.05kA
1 : ใช้ หม้ อแปลงเรคกูเลตควบคุมการไหลของกาลังไฟฟ้ารีแอคตีฟ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : ใช้ หม้ อแปลงเฟสชิฟควบคุมการไหลของกาลังไฟฟ้าจริง ข้ อที่ 147 : การไฟฟ้าต้ นทางได้ กาหนดกระแสลัดวงจรณ.จุดที่จะสร้ างสถานี
3 : กาลังไฟฟ้ารีแอคตีฟที่ไหลผ่านหม้ อแปลงที่มีเฟสชิฟต่างกันจะมีคา่ ไฟฟ้าย่อยระบบ 115 kV เป็ น 100MVA ทาให้ ทราบว่าอิมพีแดนซ์ต้นทาง
ต่างกันมาก ทังหมดมี
้ คา่ กี่โอห์ม S ะโ 3 VI → I ะ

÷บ
4 : กาลังไฟฟ้าจริงจะไหลมากในหม้ อแปลงที่มีเฟสชิฟนาหน้ า 1 : 229

คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 2 : 502 = 502A


µ3

3 : 870
4 : 132
5 : 76 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ทื
งู๊
ณั๋
ข้
ภํ๋
ข้ อที่ 148 : ข้ อใดคือกระแส three-phase fault ข้ อที่ 152 : รูปข้ างล่างนี ้แสดงวงจรลาดับ (Sequence network) ของการ
เกิดความผิดพร่องแบบใด
1:

2:

3: 1 : ความผิดพร่องแบบสามเฟสสมดุล (Balanced three-phase fault)


2 : ความผิดพร่องแบบสองเฟสลงดิน (Double line-to-ground fault)
3 : ความผิดพร่องแบบเฟสเดียวลงดิน (Single line-to-ground fault)
4 : ความผิดพร่องแบบระหว่างเฟส (Line-to-line fault)
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 153 : โหลดต่อแบบ Y สมมาตร รับไฟจากแหล่งจ่ายไฟสามเฟสที่มี
ข้ อที่ 149 : ข้ อใดคือกระแส fault เมื่อเกิด three-phase fault ที่ bus 2 เมื่อ
แรงดันเฟส-เฟส (Line voltage) 230 kV และมีกระแสไหล 850 A เลือก
กาหนด 12 แรงดันไฟฟ้าฐาน 250 kV (Line voltage) และกาลังไฟฟ้าฐาน 600 MVA (3
22 เฟส) แรงดันไฟฟ้าของโหลดเปอร์ ยนู ิตมีคา่ เท่าไร pv
ะReale
Base
23 1 : 0.88 V =
0.92
24
pv =

2 : 0.92
1 : –j2.5 3 : 0.95
2 : –j4 4 : 0.97
3 : –j5 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
4 : –j10 ข้ อที่ 154 : โหลดต่อแบบ Y สมมาตร รับไฟจากแหล่งจ่ายไฟสามเฟสที่มี
Real Ral
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 แรงดันเฟส-เฟส (Line voltage) = 230 kV และมีกระแสไหล 850 A เลือก
base
ข้ อที่ 150 : ข้ อใดต่อไปนี ้กล่าวถูกต้ อง แรงดันไฟฟ้าฐาน 250 kV (Line voltage) และกาลังไฟฟ้าฐาน 600 MVA (3
1 : แรงดันไฟฟ้า ณ จุดที่เกิดความผิดพร่อง (Fault point) จะมีคา่ เป็ นศูนย์ เฟส) กาลังไฟฟ้าของโหลดเปอร์ ยนู ิตมีคา่ เท่าไร
ในขณะที่เกิดความผิดพร่อง 1 : 0.326 Spu โ3 × (230×103×850)/เออ µ 6
=

2 : พิกดั กระแสของอุปกรณ์ตดั ตอนแปรผกผันกับความเร็วในการทางาน 2 : 0.452


3 : 0.564
=
0.504
3 : ค่าอิมพิแดนซ์เทียบเท่าเทวินินของระบบ (Thevenin equivalent system PU
impedance) สามารถหาได้ จากค่าสมรรถภาพของการลัดวงจร (Short- 4 : 0.672
circuit capability) คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
4 : โดยทัว่ ไปพบว่าค่ารีแอคแตนซ์ในภาวะชัว่ แวบ (Sub-transient ข้ อที่ 155 : โหลดต่อแบบ Y สมมาตร รับไฟจากแหล่งจ่ายไฟสามเฟสที่มี
reactance) มีคา่ มากกว่าค่ารีแอคแตนซ์ในภาวะชัว่ ครู่ (Transient แรงดันเฟส-เฟส (Line voltage) = 230 kV และมีกระแสไหล 850 A เลือก
reactance) แรงดันไฟฟ้าฐาน 250 kV (Line voltage) และกาลังไฟฟ้าฐาน 600 MVA (3
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 เฟส) อิมพีแดนซ์ฐานมีคา่ เท่าไร
1 : 104.2 โอห์ม
2

ข้ อที่ 151 : ข้ อใดคือสมมติฐานที่ไม่ถกู ต้ องในการวิเคราะห์ความผิดพร่อง Zbase ะ


( ข↳ )
_
.

(Fault analysis) 2 : 106.7โอห์ม Sbase

1 : ความต้ านทาน (Resistance) และความจุไฟฟ้า (Capacitance) 3 : 108.6 โอห์ม


สามารถตัดออกจากการพิจารณาได้ 4 : 110.4โอห์ม ะ'
2 : หม้ อแปลงไฟฟ้าทุกตัวมีระดับแรงดันตามจุดแยกที่ระบุไว้ (Nominal คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1

104.17 R
tap)
3 : กระแสโหลด (Load current) ไม่มีผลต่อการคานวณกระแสผิดพร่อง
(Fault current)
4 : แบบจาลองของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าประกอบด้ วยแรงเคลื่อนไฟฟ้าคงที่
(Constant voltage source) ต่ออนุกรมกับรีแอคแตนซ์คา่ หนึ่ง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ญ๊
ผึ
ข้ อที่ 156 : ข้ อที่ 159 : จากข้ อมูล Zbus ที่กาหนดให้ ข้างล่างนี ้ จงคานวณหาค่า
G1 : 100 MVA 12kV X = 10% T1 : 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2 แรงดันไฟฟ้าหลังเกิดฟอลต์ที่บสั 3 เมื่อเกิดฟอลต์แบบสมมาตรทีบ่ สั 4 เมื่อ
: 120 MVA 115kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1 : 50 MVA แรงดันไฟฟ้าก่อนการเกิดฟอลต์เท่ากับ 1 pu มุม 0 องศา
6.6kV X = 10% ค่าเปอร์ ยนู ิตอิมพีแดนซ์ของสายมีคา่ เท่ากับเท่าไร เมื่อ
กาหนดฐานอยูท่ ี่สายส่ง(LINE) และกาลังไฟฟ้าฐานเท่ากับ 200 MVA
200 MVA

12kV | 200 MVA


| 200 MVA

Z 44
1 : 0.015+j0.06 1 : 0.3244 pu
2 : 0.03+j0.12 ¥ 98,57kV
12 × 1 ะ

2 : 0.3451 pu
IF ะ

jgg j 6. 3 8 57 PU

- .

3 : 0.008+j0.03 3 : 0.3755 pu
Vr 3 C-j 6.3 857) Lja 134 1) ×

4 : 0.04+j0.16

4 : 0.3952 pu
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 157 : จากรูปค่า Ybus matrix มีคา่ ตรงกับข้ อใด ข้ อที่ 160 : โครงข่ายไฟฟ้า(network) ระบบหนึ่งสามารถเขียนแทนได้ ด้วย
Z → Y = -

jo 5 . เมตริกซ์อิมพีแดนซ์(impedance matrix) ขนาด 4x4 ถ้ าทาการเพิ่มบัสใหม่


เข้ าไปยังโครงข่ายไฟฟ้าอันนี ้ โดยบัสใหม่ตอ่ เข้ ากับจุดอ้ างอิง(reference
node) ขนาดของเมตริกซ์อิมพีแดนซ์อนั ใหม่จะมีคา่ เป็ นเท่าไร
1 : 3x3
2 : 4x4
3 : 5x5
✓ ✓
ผล รวม ถนน นๆ 4 : 6x6
Yii ะ

ผลรวม ระห าง รส I บj คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3


1: Yij
-
=

ข้ อที่ 161 : ข้ อใดไม่เกี่ยวข้ องกับขนาดของ DC component ของกระแส


ลัดวงจรแบบสามเฟสที่เกิดขึ ้นที่เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
2: 1 : ขนาดพิกดั แรงดันของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
2 : ค่าอิมพีแดนซ์ลาดับศูนย์ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
3 : มุมบนรูปคลื่นแรงดันไฟฟ้าขณะที่เกิดการลัดวงจร
3: 4 : ค่า transient reactance ในแนวแกน direct ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 162 : จากรูปจงคานวณหาค่าขนาด IC (Interrupting Capacity) ของ
4:
เบรกเกอร์ A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 MVAsc

ข้ อที่ 158 : กาหนดให้ Zbus มีคา่ ตามที่กาหนดในเมตริกซ์ หากเกิดลัดวงจร V3 ¢ ะ 380 V


MVA base

สามเฟสที่บสั 1 โดยที่แรงดันก่อนลัดวงจรเท่ากับ 1+j0 pu. กระแสลัดวงจรมี


ค่าเท่Z ากับเท่าใด

jxr


I 1
j 12.5M

-

1 : -j7.7 pu
2 : -j12.5 pu.
3 : -j20.0 pu.
1 : 17 kA

ะjก Ab ญื่
4 : -j14.3 pu.
2 : 20 kA IcA M
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3 : 23 kA
4 : 30 kA
jigjmitnns I

1 4. 9

pm
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3

÷
°
Ibase = ะ ะ 1519A


ำ IcA = 14.9 × 1 5 19 = 226kA
นั้
ฐฺg
กั
ณํ๋
ว่
กุ
ข้ อที่ 163 : จากรูป เกิดลัดวงจรสามเฟสที่บสั 3 ค่ากระแสลัดวงจรมีคา่ power factor) เท่ากับ 0.9 ได้ เกิดการลัดวงจรแบบสามเฟส (Three-phase
เท่าใด โดยที่แรงดันไฟฟ้าที่บสั 3 ขณะจ่ายโหลดปกติมีคา่ เท่ากับ 0.95+j0 short circuit) ขึ ้นที่ขวของเครื
ั้ ่องกาเนิดไฟฟ้า จงคานวณหาค่า rms ของ
pu. แรงดันภายในเครื่องกาเนิดเท่ากับ 1.055+j0.182 pu. และแรงดัน กระแสสลับ
ภายในมอเตอร์ เท่ากับ 0.88-j0.121 pu. 1 : 90.8 แอมแปร์
2 : 96.2 แอมแปร์
3 : 103.3 แอมแปร์
-

jio 4 : 179.0 แอมแปร์


1 : –j6.95 pu. คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : -j7.92 pu. ข้ อที่ 168 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสสามเฟสพิกดั 500 kVA 2.4 kV มีคา่
3 : -j8.12 pu. รีแอคแตนซ์ Sub-transient เท่ากับ 0.2 pu. ต่อกับมอเตอร์ ไฟฟ้าซิงโครนัส
4 : -j8.85 pu. สามเฟสสองตัวขนานกันดังแสดงในรูปข้ างล่างนี ้
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 เมื่อใช้ พิกดั ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าเป็ นค่าฐาน มอเตอร์ แต่ละตัวมีคา่ รีแอค
ข้ อที่ 164 : เครื่องกาเนิด 100 MVA 13.8 kV รีแอกแตนซ์ชวั่ แวบ 0.15 pu แตนซ์ Sub-transient เท่ากับ 0.8 pu. จงคานวณหาค่า rms ของกระแส
ส่งกาลังไฟฟ้าให้ กบั มอเตอร์ 100 MVA 13.8 kV รีแอกแตนซ์ชวั่ แวบ 0.20 ลัดวงจรที่เกิดขึ ้น
pu โดยผ่าน 2 หม้ อแปลง 100 MVA 138/13.8 kV รีแอกแตนซ์ฟลักซ์รั่ว
0.10 pu ระหว่างหม้ อแปลงมีสายส่งรีแอกแตนซ์ 20 ohm จงหาอิมพิแดนซ์
Thevenin สาหรับการคานวณกระแสลัดวงจรที่จดุ ต่อระหว่างเครื่องกาเนิด
กับหม้ อแปลง 1 : 200 แอมแปร์
1 : j 0.106 pu 2 : 347 แอมแปร์
2 : j 0.116 pu 3 : 902 แอมแปร์
3 : j 0.126 pu 4 : 1562 แอมแปร์
4 : j 0.136 pu คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
5 : j 0.146 pu ข้ อที่ 169 : ส่วนประกอบใดต่อไปนี ้ไม่ได้ เป็ นส่วนประกอบของกระแส
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 ลัดวงจรที่ไหลออกจากเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
ข้ อที่ 165 : การลัดวงจรแบบใดมีโอกาสเกิดสูงสุดในระบบไฟฟ้ากาลัง 1 : ส่วนประกอบกระแสตรง
1 : Three phase fault 2 : ส่วนประกอบกระแสสลับฮาร์ มอนิกที่ 1
2 : Double line fault 3 : ส่วนประกอบกระแสสลับฮาร์ มอนิกที่ 3
3 : Double line to ground fault 4 : ส่วนประกอบกระแสสลับฮาร์ มอนิกที่ 5
4 : Single line to ground fault คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 ข้ อที่ 170 : การลัดวงจรแบบใดต่อไปนี ้ถือว่าเป็ นการลัดวงจรแบบสมมาตร
ข้ อที่ 166 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสมีพิกดั 500 เมกะโวลต์แอมแปร์ 1 : การลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน
13.8 กิโลโวลต์ 50 เฮิรตซ์ ค่ารีแอคแตนซ์ในภาวะชัว่ แวบ (Sub-transient 2 : การลัดวงจรแบบ 3 เฟส
reactance) เท่ากับ 0.2 ต่อหน่วย ในขณะที่เครื่องกาเนิดไฟฟ้ากาลังทางาน 3 : การลัดวงจรแบบ 2 เฟส
ในภาวะไร้ โหลด ได้ เกิดการลัดวงจรแบบสามเฟส (Three-phase short 4 : การลัดวงจรแบบ 2 เฟส ลงดิน
circuit) ขึ ้นที่ขวของเครื
ั้ ่องกาเนิดไฟฟ้า จงคานวณหาค่า rms ของกระแส คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ลัดวงจรที่เกิดขึ ้น ข้ อที่ 171 : ข้ อความต่อไปนี ้ข้ อใด ไม่ถกู ต้ อง
1 : 20.9 กิโลแอมแปร์ 1 : รีแอกแตนซ์ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสในสถานะซับทรานเซียนต์มี
2 : 104.6 กิโลแอมแปร์ ค่ามากที่สดุ
3 : 181.2 กิโลแอมแปร์ 2 : การลัดวงจรโดยตรงมีความรุนแรงกว่าการลัดวงจรผ่านอิมพิแดนซ์
4 : 313.8 กิโลแอมแปร์ 3 : การลัดวงจรแบบ 3 เฟส ลงดิน เป็ นการลัดวงจรแบบสมมาตร
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 4 : กระแสลัดวงจรในสถานะซับทรานเซียนต์มีคา่ มากกว่าสถานะทราน
ข้ อที่ 167 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสมีพิกดั 500 เมกะโวลต์แอมแปร์ 20 เซียนต์
กิโลโวลต์ 50 เฮิรตซ์ ค่ารีแอคแตนซ์ในภาวะชัว่ แวบ (Sub-transient คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
reactance) เท่ากับ 0.15 ต่อหน่วย ในขณะที่เครื่องกาเนิดไฟฟ้ากาลังจ่าย
โหลดที่พิกดั กาลังและแรงดัน โดยมีคา่ ตัวประกอบกาลังแบบตาม (Lagging
ข้ อที่ 172 : ข้ อที่ 177 : ข้ อใดไม่ใช่จดุ มุง่ หมายในการวิเคราะห์ Symmetrical Fault
1 : เพื่อตังค่
้ า Relay
2 : เพื่อเลือกเครื่องป้องกันกระแสเกิน
3 : เพื่อให้ ทราบกาลังสูญเสียของระบบ
4 : เพื่อให้ ทราบแรงที่ใช้ ในการยึดจับอุปกรณ์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : จุด P1 →ใก โยก ด mv Asc Ir
ข้ อที่ 178 : จงคานวณ Short-Circuit MVA และกระแสลัดวงจรสามเฟส
2 : จุด P2
สมดุลตามลาดับ สาหรับหลังหม้ อแปลง 400V 3 เฟส %Z=4% 500kVA
3 : จุด P3
โดยหม้ อแปลงต่ออยูก่ บั Infinite Bus MVA
4 : จุด P4
¥, 12.5
ะ - MVA
sc
-

1 : 12.5 MVA, 18 kA
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 Fault แบบสมมาตร

ะ ¥ำ
2 : 15.5 MVA, 20 kA
ข้ อที่ 173 : การผิดพร่องในลักษณะใด ถือเป็ นแบบ Symmetrical Fault 18.04 KA
IF

3 : 18.5 MVA, 22 kA • .

1 : Three-phase to ground fault


4 : 20.5 MVA, 25 kA
2 : single line to ground fault P N Zero
, ,

คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
3 : double line to ground fault ำ Nitero
ข้ อที่ 179 : เมื่อเกิดการลัดวงจรขึ ้นทันทีที่ขวของเครื
ั้ ่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
4 : line-to-line fault Pi N
จะแบ่งช่วงเวลาของเหตุการณ์ออกได้ เป็ น 3 ช่วง ข้ อใดเรียงลาดับช่วงเวลา
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ของเหตุการณ์ตามลาดับก่อนหลังได้ ถกู ต้ อง
ข้ อที่ 174 : กาหนดให้ องค์ประกอบบางตัวในเมตริกซ์บสั อิมพิแดนซ์ของ
1 : Transient period , Subtransient period , Steady-state period
ระบบที่พิจารณามีคา่ ดังนี ้ Z11=j0.28 pu. Z22=j0.25 pu. และ Z12=j0.1
2 : Subtransient period , Transient period, Steady-state period
pu. ก่อนเกิด Three-phase fault ที่บสั ที่2 ของระบบ พบว่า บัส1 มีขนาด
3 : Steady-state period , Subtransient period, Transient period
แรงดันเท่ากับ 0.99 pu. บัส 2 มีขนาดแรงดันเท่ากับ 1 pu. ข้ อใดต่อไปนี ้
4 : Steady-state period , Transient period, Subtransient period
กล่าวถูกต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
1 : บัส1 มีคา่ Short-circuit Capacity สูงกว่าบัส2
ข้ อที่ 180 : พิจารณาระบบไฟฟ้ากาลังซึง่ มีแรงดันลายน์(Line-Line
2 : กระแสลัดวงจรแบบสามเฟสที่บสั 2 มีคา่ เท่ากับ 4 pu.
Voltage)เท่ากับ 10 kV หากกระแสลัดวงจรมีคา่ 10000 A จงคานวณค่า
3 : หลังจากเกิดการลัดวงจรที่บสั 2 แล้ วขนาดของแรงดันที่บสั 1 มีขนาด
Short-circuit Capacity
เท่ากับ 0.4 pu.
5 ะ 3 V2
1 : 57.7 MVA
4 : ถูกทังข้
้ อ ข และ ค
2 : 100 MVA ะโ3×10 ✗103×10×103
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3 : 173.2 MVA
ข้ อที่ 175 : เฟสเซอร์ ขององค์ประกอบที่สมมาตร ที่มีขนาดเท่ากันทัง้ 3 เฟส ะ
173.2 MVA
4 : 300 MVA
มีมมุ ต่างเฟสเท่ากันและมีทิศทางไปทางเดียวกัน คือส่วนประกอบส่วนใด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : ส่วนประกอบลาดับบวก
ข้ อที่ 181 :
2 : ส่วนประกอบลาดับลบ
3 : ส่วนประกอบลาดับศูนย์
4 : โอเปอเรเตอร์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 176 : การคานวณกระแสลัดวงจรในระบบไฟฟ้ากาลังขนาดใหญ่ เรา
ไม่สามารถเขียนไดอะแกรมเส้ นเดี่ยวได้ ดังนันการแก้
้ ปัญหาเราต้ องแปลง
ไดอะแกรมของระบบให้ อยูใ่ นรูปของเมตริกซ์ และเมตริกซ์ที่นิยมใช้ กนั มาก
1 : -j4.2 pu.
และสะดวกทีส่ ดุ ในการคานวณกระแสลัดวงจรได้ แก่
2 : -j5.0 pu.
1 : YBUS
3 : -j5.8 pu.
2 : YLOOP
4 : -j6.45 pu.
3 : ZBUS
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
4 : ZLOOP
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
สุ
วิ๋
ข้
ณํ่
ล้
ข้ อที่ 182 : ข้ อที่ 187 :

1 : 3.3 pu.
2 : 3.5 pu.
3 : 5.0 pu.
4 : 5.25 pu.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 183 :

1 : 0.925 pu. , 0.925 pu. , 0 pu. 1:


2 : 0.925 pu. , 0.925 pu. , 0.525 pu.
3 : 0.925 pu. , 0.925 pu. , 0.925 pu.
2:
4 : 0 pu. , 0 pu. , 0 pu.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 184 : 3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 188 :

1 : 150 MVA
2 : 200 MVA
3 : 250 MVA
4 : 300 MVA
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 185 : การคานวณหากระแสผิดพร่องแบบใด นาไปกาหนดขนาดพิกดั
ของเซอร์ กิตเบรกเกอร์
1 : ความผิดพร่องแบบเฟสเดียวลงดิน
2 : ความผิดพร่องแบบสองเฟสลัดวงจรลงดิน
3 : ความผิดพร่องแบบสองเฟสลัดวงจร
4 : ความผิดพร่องแบบสามเฟสสมดุล
1:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 186 : ข้ อใดเป็ นแหล่งกาเนิดกระแสลัดวงจรในระบบไฟฟ้ากาลัง
1 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส 2:
2 : มอเตอร์ ซิงโครนัส
3:
3 : มอเตอร์ เหนี่ยวนา
4 : ถูกทุกข้ อ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 4: คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 189 :
1:

2:

3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 192 :

1 : 2.747 pu.
2 : 5.420 pu.
3 : 8.167 pu.
4 : ไม่มีข้อใดถูก
1:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 190 : 2:

3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 193 :

1:

2:

3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1:
ข้ อที่ 191 :
2:

3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 194 : อิมพีแดนซ์บวก Z1 (positive) อิมพีแดนซ์ลบ Z2 (negative) ข้ อที่ 199 : ข้ อใดถูกต้ องเกี่ยวกับ Symmetrical Component เมื่อกาหนด
อิมพีแดนซ์ศนู ย์ Z0(zero) ของสายส่งเหนือดิน มีคา่ แตกต่างกันหรือไม่
อย่างไร?
1 : Z1 > Z2 > Z0
2 : Z1 < Z2 < Z0 1:
3 : Z1 = Z2 = Z0
4 : Z1 = Z2 < Z0
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 195 : อิมพีแดนซ์บวก Z1 (positive) อิมพีแดนซ์ลบ Z2 (negative)
อิมพีแดนซ์ศนู ย์ Z0(zero) ของหม้ อแปลงแบบ core type มีคา่ แตกต่างกัน 2:
หรือไม่อย่างไร?
1 : Z1 > Z2 > Z0
2 : Z1 < Z2 < Z0 3:
3 : Z1 = Z2 = Z0
4 : Z1 = Z2 < Z0
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
4:
ข้ อที่ 196 : อิมพีแดนซ์บวก Z1 (positive) อิมพีแดนซ์ลบ Z2 (negative)
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
อิมพีแดนซ์ศนู ย์ Z0(zero) ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าแบบขัวยื ้ ่น มีคา่ แตกต่าง
ข้ อที่ 200 : ข้ อใดคือสูตรกาลังไฟฟ้า 3 เฟส
กันหรือไม่อย่างไร?
1 : Z1 > Z2 > Z0
1:
2 : Z1 < Z2 < Z0
3 : Z1 = Z2 = Z0 2:
4 : Z1 = Z2 > Z0 3 : ถูกทังค
้ าตอบ 1 และ 2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : ไม่มีข้อใดถูก
ข้ อที่ 197 : ถ้ าหม้ อแปลง 1000kVA 24kV/416V ทางด้ านแรงสูงต่อแบบ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
เดลต้ าไม่ตอ่ ลงดิน และทางด้ านแรงต่าต่อแบบ Y ต่อลงดินโดยตรง ถ้ า ข้ อที่ 201 : ข้ อใดคือ Zero sequence circuit ของ Single line diagram ที่
กระแสลัดวงจรลงดินที่เฟส A กระแสไหลในเฟส A, B, C มีคา่ เป็ นลาดับ กาหนด
ดังนี ้ 20 kA, 20 kA, 10 kA กระแสซีเควนซ์ศนู ย์ทางด้ านแรงสูงมีคา่ เท่าใด?
1 : 173 A
2 : 10 kA
3 : 20 kA
4 : 0 kA
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 1:
ข้ อที่ 198 : ระบบไฟฟ้ากาลังประกอบด้ วยวงจรเทวินินของเน็ตเวิร์กบวก ลบ
ศูนย์ที่ประกอบด้ วยอิมพีแดนซ์เทวินินของบวก ลบ ศูนย์ มีคา่ เรียงลาดับดังนี ้
Z1=0.01 เปอร์ ยนู ิต , Z2=0.01 เปอร์ ยนู ิต, Z0=0.01 เปอร์ ยนู ิต .ถ้ าเกิด
2:
ลัดวงจรลงดินที่เฟส A และสมมุตแรงดันมีคา่ 1.0 เปอร์ ยนู ิต ให้ หากระแส
ลัดวงจรลงดินที่เฟส A, B, C เป็ น เปอร์ ยนู ิต
1 : Ia=100 เปอร์ ยนู ิต, Ib=0 เปอร์ ยนู ิต, Ic =0 เปอร์ ยนู ิต
2 : Ia=33 เปอร์ ยนู ิต, Ib=0 เปอร์ ยนู ิต, Ic =0 เปอร์ ยนู ิต
3:
3 : Ia=11 เปอร์ ยนู ิต , Ib=0 เปอร์ ยนู ิต , Ic =0 เปอร์ ยนู ิต
4 : Ia=300 เปอร์ ยนู ิต, Ib=0 เปอร์ ยนู ิต , Ic =0 เปอร์ ยนู ิต
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 202 : ข้ อใดคือ Zero sequence circuit ของ Single line diagram ที่ ข้ อที่ 205 : ข้ อใดคือกระแส positive sequence ในกรณี double line-to-
กาหนด ground fault

1:

2:
1:
3:

2:
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
3: ข้ อที่ 206 : เมื่อเกิดการลัดวงจรจากเฟส b ลงดินโดยตรง ในระบบส่งจ่าย
ไฟฟ้า เงื่อนไขในข้ อใดไม่ถกู ต้ อง
1 : กระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่เฟส a เท่ากับศูนย์
2 : กระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่เฟส b เท่ากับศูนย์
4: 3 : กระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่เฟส c เท่ากับศูนย์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 4 : แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส b กันดินมีคา่ เท่ากับศูนย์
ข้ อที่ 203 : ข้ อใดคือกระแส positive sequence ในกรณี single line-to- คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ground fault ข้ อที่ 207 : เมื่อเกิดการลัดวงจรระหว่างเฟส b กับ c ผ่านอิมพิแดนซ์ของการ
เกิดฟอลต์ Z ในระบบไฟฟ้าโดยไม่คิดผลของกระแสที่ไหลก่อนเกิดการ
1: ลัดวงจร ข้ อใดไม่ถกู ต้ อง
1 : กระแสไฟฟ้าของเฟส a มีคา่ เท่ากับศูนย์
2 : ขนาดของกระแสไฟฟ้าของเฟส b เท่ากับเฟส c
2:
3 : แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส b กับดินมีคา่ เท่ากับแรงดันไฟฟ้าเฟส c กับดิน
4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง
3: คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 208 : เมื่อเกิดการลัดวงจรระหว่างเฟส b กับ c ลงดินผ่านอิมพิแดนซ์
ของการเกิดฟอลต์เท่ากับ z ในระบบไฟฟ้า ข้ อใดต่อไปนี ้ไม่ถกู ต้ อง
1 : กระแสไฟฟ้าลัดวงจรของเฟส a มีคา่ เท่ากับศูนย์
4:
2 : แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส b กับดินมีคา่ เท่ากับศูนย์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3 : แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส b กับดินเท่ากับแรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส c กับ
ข้ อที่ 204 : ข้ อใดคือกระแส positive sequence ในกรณี line-to-line fault
ดิน
4 : มีคาตอบมากว่า 1 ข้ อ
1: คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 209 :ลาดับเฟสของแรงดันไฟฟ้าของส่วนประกอบสมมาตรลาดับบวก
2: และลบ คือข้ อใด ถ้ าลาดับเฟสของระบบไฟฟ้าคือ abc
1 : abc และ abc
2 : abc และ acb
3:
3 : acb และ abc
4 : acb และ acb
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 210 : กาหนดให้ แรงดันไฟฟ้าต่อเฟสของเฟส a, b และ c มีขนาด ข้ อที่ 214 :
เท่ากับ 220 โวลต์ ซึง่ มีมมุ เฟสต่างกัน 120 องศา(a = 0, b= -120, c =120
องศา) จงหาขนาดของแรงดันไฟฟ้าของส่วนประกอบสมมาตรลาดับบวก
ลบและศูนย์
1 : V0 = 0 โวลต์,V1 = 0 โวลต์ , V2 = 220 โวลต์ มุม -120 องศา
2 : V0 = 220 โวลต์ มุม 0 องศา ,V1 = 0 โวลต์, V2 = 0 โวลต์
3 : V0 = 0 โวลต์, V1 = 220 โวลต์ มุม 0 องศา, V2 = 220 โวลต์ มุม -120
องศา
1 : 0 p.u.
4 : V0 = 0 โวลต์ ,V1 = 220โวลต์ มุม 0 องศา, V2 = 0 โวลต์
2 : -j2.22 p.u.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
3 : j2.22 p.u.
ข้ อที่ 211 : ถ้ าระบบไฟฟ้าเกิดการลัดวงจรของเฟส a ลงดินโดยตรง จงหา
4 : -3.85 p.u.
ค่ากระแสฟอลต์ที่เกิดขึ ้นเมื่อกาหนดให้ แรงดันไฟฟ้าก่อนฟอลต์ในระบบ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ไฟฟ้าเท่ากับ 1.05 เปอร์ ยนู ิต มุม 0 องศาและค่าอิมพิแดนซ์ของ
ข้ อที่ 215 : จากเวกเตอร์ แรงดันไฟฟ้าในเฟส ABC ที่กาหนด จงหา
ส่วนประกอบสมมาตรลาดับบวก ลบและศูนย์เท่ากับ j0.25, j0.1และ j0.2
แรงดันไฟฟ้าในซีเควนซ์เน็ตเวิร์ก ศูนย์ ของเฟส A
เปอร์ ยนู ิต ตามลาดับ
1 : -j5.7273 เปอร์ ยนู ิต
2 : j5.7273 เปอร์ ยนู ิต 1:0
3 : -j1.9091 เปอร์ ยนู ิต 2 : 1.155
4 : j1.9091 เปอร์ ยนู ิต 3:2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : 3.464
ข้ อที่ 212 : คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 216 : กรณีเกิดลัดวงจรเฟส B-เฟส C ลงดิน (Double line to ground
fault) ข้ อใดไม่ถกู ต้ อง

1:
1 : 0.53 A
2 : 1.6 A
2:
3:0A
4 : 0.94 A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 3:
ข้ อที่ 213 :
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 217 : กรณีเกิดลัดวงจรเฟส A ลงดิน (Single line to ground fault) ข้ อ
ใดไม่ถกู ต้ อง

1:
1 : j5 p.u.
2 : -j5 p.u. 2:
3 : -j1.67 p.u.
4 : 1.67 p.u. 3:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 218 : อิมพีแดนซ์ซงึ่ ต่อกับนิวทรอลของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสมี ข้ อที่ 222 : การวิเคราะห์การลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน ในระบบอ้ างอิง 012
ผลต่อการไหลของกระแส ลัดวงจรแบบใด ต้ องใช้ เนทเวอร์ กลาดับเฟสใดบ้ าง และเนทเวอร์ กเหล่านันต้ ้ องนามาต่อกัน
1 : Double line fault อย่างไร
2 : Single line to ground fault 1 : ใช้ เฉพาะเนทเวอร์ กลาดับเฟสศูนย์เท่านัน้
3 : open line 2 : ใช้ เฉพาะเนทเวอร์ กลาดับเฟสบวกและลบต่อขนานกัน
4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง 3 : ใช้ เนทเวอร์ กลาดับเฟสศูนย์ บวกและลบต่ออนุกรมกัน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 4 : เนทเวอร์ กลาดับเฟสศูนย์ บวกและลบต่อขนานกัน
ข้ อที่ 219 : จากข้ อมูลแรงดันเฟสหลังจากที่เกิดความผิดพร่อง (Post-fault คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
phase voltages) จงระบุวา่ ความผิดพร่องที่เกิดขึ ้นน่าจะเป็ นแบบใด ข้ อที่ 223 : ถ้ าเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสในรูปข้ างล่างกาลังทางานใน
สภาวะไร้ โหลดและแรงดันทีข่ วมี ั ้ ขนาดเต็มพิกดั ต่อมาเกิดลัดวงจรแบบ 1
1 : ความผิดพร่องแบบสามเฟสสมดุล (Balanced three-phase fault) เฟส ลงดิน (เฟส a) ณ จุด P จงวิเคราะห์หาขนาดกระแสลัดวงจรของเฟส a
2 : ความผิดพร่องแบบสองเส้ นลงดิน (Double line-to-ground fault)
3 : ความผิดพร่องแบบเส้ นเดียวลงดิน (Single line-to-ground fault)
4 : ความผิดพร่องแบบระหว่างเส้ น (Line-to-line fault)
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : 0 pu
ข้ อที่ 220 : จงคานวณหาค่า rms ของกระแสในเฟส a จากแผนภาพการ
2 : 2.8571 pu
เชื่อมต่อวงจรลาดับ (Sequence network connection) ข้ างล่างนี ้
3 : 3.3333 pu
4 : 6.6667 pu
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 224 : ถ้ าเกิดลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน (เฟส a) ณ บัส 1 ดังแสดงใน
รูปข้ างล่าง จงวิเคราะห์หาขนาดของกระแสลัดวงจรเฟส a ณ บัส 1 ถ้ าใน
สถานะก่อนลัดวงจรแรงดันที่บสั 1 มีขนาด 1 เปอร์ ยนู ิต
1 : 2 เปอร์ ยนู ิต
2 : 4 เปอร์ ยนู ิต
3 : 6 เปอร์ ยนู ิต
4 : 8 เปอร์ ยนู ิต
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 221 :
1 : 14.2857 เปอร์ ยนู ิต
2 : 11.7647 เปอร์ ยนู ิต
3 : 9.5238 เปอร์ ยนู ิต
ไ Gramd 4 : 3.9216 เปอร์ ยนู ิต
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 225 :

1 : 0 pu

2:
3:
1:
4: 2:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
3:
4: คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
มี
ม่
ข้ อที่ 226 : จงคานวณค่ากระแสลาดับศูนย์ (Zero-sequence current) จาก ข้ อที่ 230 : ข้ อใดถูกต้ อง
กระแสเฟส (Phase currents) ต่อไปนี ้ 1 : หม้ อแปลงเดลต้ า-วายแบบนิวทรัลต่อลงดินมีวงจร Positive Sequence
เหมือนกับวงจร Negative Sequence
2 : Bolted Fault คือ Fault ผ่านอิมพีแดนซ์ที่มีคา่ เป็ นศูนย์
1:0 3 : ถูกทัง้ 2 ข้ อ
Iao =
} ( Ia + Ibt I c)

2: 4 : ผิดทัง้ 2 ข้ อ

°

l 9+0+9420 ) คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3: °
ข้ อที่ 231 : ข้ อใดถูกต้ อง

3L 60
4: 1 : การวิเคราะ Line-to-Line Fault ต้ องคานวณหา Zero Sequence
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 2 : ขนาดกระแส Positive Sequence เท่ากับขนาดกระแส Negative
ข้ อที่ 227 : จากรูปไดอะแกรมของการเกิดฟอลต์ระหว่างไลน์กบั ไลน์ที่เครื่อง Sequence สาหรับ Double Line-to-Ground Fault
กาเนิดไฟฟ้าที่ไม่ตอ่ โหลด โดยเกิดฟอลต์ระหว่างเฟส b กับ c จะได้ สมการ 3 : ถูกทัง้ 2 ข้ อ
ของกระแสและแรงดันในข้ อใด 4 : ผิดทัง้ 2 ข้ อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 232 :

1 : 1.5 - j0.866 จะ 1L 120


°

2 : -1.5 + j0.866
( 1L 120 ]
2- 1
3 : -1.5 - j0.866

. .
=
-1

4 : 1.5 + j0.866 ะ -
1. 5-j 0.866
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : Vb = Vc, Ia = 0, Ib = Ic ข้ อที่ 233 : ในการเกิด Line-to-line fault กระแสลาดับเฟสศูนย์จะมีคา่ เป็ น
2 : Vb = Vc, Ia = 0, Ib = -Ic เท่าไร ↳ ไ ลง Grcnnd
3 : Va = Vb = Vc, Ia = 0, Ib = Ic 1 : เท่ากับกระแสลาดับเฟสบวก
4 : Va= Vb = Vc, Ia = 0, Ib = - Ic 2 : เท่ากับกระแสลาดับเฟสลบ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 3 : อนันต์
ข้ อที่ 228 : 4 : ศูนย์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 234 : ในการจาลองการเกิด Double line-to-ground fault จะต้ องให้
Sequence network ต่อกันอย่างไร
1: Vam Vao + Va า Vaz
+
1 : Sequence network ทังสามชุ
้ ดต่อกันแบบอนุกรม → singleline Grand F

2: ะ
°

10L 180 +50L +


°
10h90 2 : Sequence network ทังสามชุ ้ ดต่อกันแบบขนาน
°
3 : Positive sequence network และ Negative Sequence network ต่อ
3: ะ
41.23L 14.036
กันแบบอนุกรม
4: 4 : Positive sequence network และ Negative Sequence network ต่อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 กันแบบขนาน
ข้ อที่ 229 : ข้ อใดถูกต้ อง คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
1 : ขนาดแรงดันแต่ละเฟสของ Zero Sequence ไม่จาเป็ นต้ องเท่ากัน ข้ อที่ 235 :
2 : กระแสลัดวงจรไม่สมมาตรสามารถเขียนในรูป Symmetrical
Component ได้ เสมอ
3 : ถูกทัง้ 2 ข้ อ
4 : ผิดทัง้ 2 ข้ อ
1:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
2:
3:
4: คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ห้
อํ
ม่
วุ่
ข้ อที่ 236 : ถ้ าเครื่องกาเนิดขณะไม่มีโหลด เกิดการลัดวงจรเฟสเดียวลงดิน ข้ อที่ 240 :
ลาดับของอิมพีแดนซ์ทงสามล ั้ าดับ จะต่อกันอย่างไร?
1 : ต่อขนานกันหมด
2 : ต่ออนุกรมกันหมด
3 : ต่อขนานและอนุกรมกัน
4 : ต่ออนุกรมและขนานกัน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 237 : การลัดวงจรแบบไม่สมมาตรแบบใด ไม่มีอิมพีแดนซ์ลาดับศูนย์
เข้ ามาเกี่ยวข้ อง ?
1 : single line to ground fault
2 : double line to ground fault 1 :
3 : double line fault
4 : some line to ground fault 2 :
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 238 : 3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 241 :

1 : Ia(0)= 0 A
2 : Ia(0)=
3 : Ia(0)=
4 : Ia(0)= 1:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 2:
ข้ อที่ 239 :
3:
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 242 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าสามเฟสเดินเครื่องแบบไร้ โหลด ถ้ าเกิด
ลัดวงจรแบบเฟสเดี่ยวลงดิน(single line to ground fault) ที่เฟส a ข้ อใด
ถูกต้ อง
1 : Ia = 0 และ Ib = 0
2 : Ib = 0 และ Ic = 0
1: 3 : Ic = 0 และ Ia = 0
2: 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3:
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 243 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าสามเฟสเดินเครื่องแบบไร้ โหลด ถ้ าเกิด ข้ อที่ 248 : ในระบบสามเฟสที่เครื่องกาเนิดไฟฟ้าขนาด 1000 kVA 18 kV x
ลัดวงจรแบบสองเฟสลงดิน(double line to ground fault) ที่เฟส b และ 10% เครื่องกาเนิดไฟฟ้าเดินเครื่องแบบไร้ โหลด ถ้ าเกิดลัดวงจรแบบสาม
c ข้ อใดถูกต้ อง เฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j0 โอห์ม จงหากระแสลัดวงจร
1 : Ia = 0 1 : -j320 A
2 : Ib = 0 2 : -j800 A
3 : Ic = 0 3 : -j1000 A
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง 4 : -j1600 A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 244 : ระบบจ่ายไฟสามเฟส ถ้ าค่าฐาน Sbase = 100 MVA, Vbase ข้ อที่ 249 : ในระบบสามเฟสที่เครื่องกาเนิดไฟฟ้าขนาด 1000 kVA 18 kV x
=230 kV ถ้ าเกิดกระแสลัดวงจรขนาด 1000 แอมแปร์ จงแปลงเป็ นค่าต่อ 10% เครื่องกาเนิดไฟฟ้าเดินเครื่องแบบไร้ โหลด ถ้ าเกิดลัดวงจรแบบสาม
หน่วย
1 : 1 p.u.
Ibase

¥

°

µ
3
251 A เฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j0 โอห์ม ถ้ าใช้ คา่ พิกดั เป็ นค่าฐาน จงหา
กระแสลัดวงจรค่าต่อหน่วย
2 : 2 p.u. Redvn 1 1 : -j2 p.u.
3 : 3 p.u.
i. Ipu ะ

base

÷ ะ 4 pu
2 : -j5 p.u.
4 : 4 p.u. 3 : -j8 p.u.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 4 : -j10 p.u.
ข้ อที่ 245 : ระบบจ่ายไฟสามเฟส ถ้ าค่าฐาน Sbase = 100 MVA, Vbase คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
=230 kV ถ้ าเกิดกระแสลัดวงจรขนาด 2 p.u. จงแปลงเป็ นค่าในหน่วย ข้ อที่ 250 : ในระบบสามเฟสที่เครื่องกาเนิดไฟฟ้าขนาด 1000 kVA 18 kV x
แอมแปร์ Ibase

- ะ 250A 10% เครื่องกาเนิดไฟฟ้าเดินเครื่องแบบไร้ โหลด ถ้ าเกิดลัดวงจรแบบสาม
อ µ
1 : 250 A ×
เฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j32.4 โอห์ม จงหากระแสลัดวงจร
2 : 500 A 1 : -j160 A
IReal Ipnx Ibase

3 : 750 A 2 : -j320 A
• •

4 : 1000 A ะ 2×250 ะ 500A


3 : -j800 A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 4 : -j1000 A
ข้ อที่ 246 : ที่จดุ จ่ายไฟของระบบสามเฟส ถ้ าขนาดกาลังไฟฟ้าลัดวงจร คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
(Short circuit capacity) SCC = 100 MVA, ขนาดแรงดัน 230 kV ถ้ าเกิด ข้ อที่ 251 : แรงดันเป็ นแบบลาดับเฟสบวก ข้ อใดถูกต้ อง
วงจรที่จดุ จ่ายไฟแบบสามเฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j300 โอห์ม จงหา 1 : มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, 120 องศา
กระแสลัดวงจร และ 240 องศา ตามลาดับ
1 : -j0.638 p.u. 2 : มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, 240 องศา
2 : -j0.668 p.u. และ 120 องศา ตามลาดับ
3 : -j0.768 p.u. 3 : มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, -120 องศา
4 : -j1.0 p.u. และ 240 องศา ตามลาดับ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
ข้ อที่ 247 : ที่จดุ จ่ายไฟของระบบสามเฟส ถ้ าขนาดกาลังลัดวงจร(Short คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
Circuit Capacity) SCC = 100 MVA, ขนาดแรงดัน 230 kV ถ้ าเกิดวงจรที่ ข้ อที่ 252 : แรงดันเป็ นแบบลาดับเฟสลบ ข้ อใดถูกต้ อง
จุดจ่ายไฟแบบสามเฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j300 โอห์ม จงหากระแส 1 : มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, 120 องศา
ลัดวงจร และ 240 องศา ตามลาดับ
1 : -j160A 2 : มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, 240 องศา
2 : -j320A และ 120 องศา ตามลาดับ
3 : -j500A 3 : มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, -120 องศา
4 : -j600 A และ 240 องศา ตามลาดับ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ญํ๋
ข้ อที่ 253 : ถ้ า |a| = |1| มีมมุ เฟส 120 องศา และเป็ นระบบลาดับเฟสบวก 3 : 0.167
ข้ อใดถูกต้ อง 4 : 0.75
1 : Vb = aVa , Vc = a2Va คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
2 : Vb = a2Va , Vc = aVa ข้ อที่ 259 : เครื่องกาเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่าน
3 : Vb = -a2Va , Vc = -aVa หม้ อแปลงเดลต้ า-วาย ดังรูป G1และ G2 มีคา่ รีแอคแตนซ์ซบั ทรานเซียนท์ที่
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง แปลงสูฐ่ านกลางแล้ วเท่ากับ 0.375 และ 0.75 ตามลาดับ หม้ อแปลงมีพิกดั
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีคา่ รีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกาหนดให้
ข้ อที่ 254 : ถ้ า |a| = |1| มีมมุ เฟส 120 องศา และเป็ นระบบลาดับเฟสลบ หม้ อแปลงเป็ นฐานของระบบ จุด P ก่อนลัดวงจรมีแรงดันเท่ากับ 66 kV
ข้ อใดถูกต้ อง กระแสลัดวงจรสับทรานเซียนท์ที่จดุ P มีคา่ เท่ากับกี่เปอร์ ยนู ิต
1 : Vb = aVa , Vc = a2Va
2 : Vb = a2Va , Vc = aVa
3 : Vb = -a2Va , Vc = -aVa
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง 1 : –j1.741
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 2 : –j2.322
ข้ อที่ 255 : ในระบบ symmetrical component ข้ อใดถูกต้ อง 3 : –j2.733
1 : ลาดับเฟสศูนย์ มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c เท่ากันหมด 4 : –j3.214
2 : ลาดับเฟสบวก มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c เท่ากันหมด คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
3 : ลาดับเฟสลบ มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c เท่ากันหมด ข้ อที่ 260 : เครื่องกาเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่าน
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง หม้ อแปลงเดลต้ า-วาย ดังรูป G1และ G2 มีคา่ รีแอคแตนซ์ซบั ทรานเซียนท์ที่
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 แปลงสูฐ่ านกลางแล้ วเท่ากับ 0.375 และ 0.75 ตามลาดับ หม้ อแปลงมีพิกดั
ข้ อที่ 256 : ข้ อใดไม่ใช่วิธีการคานวณหากระแสลัดวงจร 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีคา่ รีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกาหนดให้
1 : แรงดันภายในเครื่องจักร หม้ อแปลงเป็ นฐานของระบบ จุด P ก่อนลัดวงจรมีแรงดันเท่ากับ 66 kV
2 : เทวินิน กระแสลัดวงจรสับทรานเซียนท์ที่จดุ P มีคา่ เท่ากับกี่กิโลแอมป์
3 : พื ้นที่เท่ากัน
4 : บัสอิมพีแดนซ์เมตริกซ์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 257 : เครื่องกาเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่าน
1 : 1.716
หม้ อแปลงเดลต้ า-วาย G1 มีพิกดั 50 MVA 13.8 kV, G2 มีพิกดั 25 MVA
2 : 1.935
13.8 kV โดยที่มีคา่ รีแอคแตนซ์ซบั ทรานเซียนท์เท่ากันคือ 25% หม้ อแปลงมี
3 : 2.327
พิกดั 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีคา่ รีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หาก
4 : 2.691
กาหนดให้ หม้ อแปลงเป็ นฐานของระบบ ค่ารีแอคแตนซ์ของ G1 เท่ากับ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
เท่าไร
ข้ อที่ 261 : เครื่องกาเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่าน
1 : 0.25
หม้ อแปลงเดลต้ า-วาย ดังรูป G1และ G2 มีคา่ รีแอคแตนซ์ซบั ทรานเซียนท์ที่
2 : 0.375
แปลงสูฐ่ านกลางแล้ วเท่ากับ 0.375 และ 0.75 ตามลาดับ หม้ อแปลงมีพิกดั
3 : 0.167
75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีคา่ รีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกาหนดให้
4 : 0.75
หม้ อแปลงเป็ นฐานของระบบ กระแสลัดวงจรสับทรานเซียนท์ที่จดุ P มีคา่
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
เท่ากับ –j2.735 pu. กระแสลัดวงจรจาก G1 มีคา่ เท่าไร
ข้ อที่ 258 : เครื่องกาเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่าน
หม้ อแปลงเดลต้ า-วาย G1 มีพิกดั 50 MVA 13.8 kV, G2 มีพิกดั 25 MVA
13.8 kV โดยที่มีคา่ รีแอคแตนซ์ซบั ทรานเซียนท์เท่ากันคือ 25% หม้ อแปลงมี
พิกดั 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีคา่ รีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หาก
กาหนดให้ หม้ อแปลงเป็ นฐานของระบบ ค่ารีแอคแตนซ์ของ G2 เท่ากับ 1 : –j1.823
เท่าไร 2 : –j0.912
1 : 0.25 3 : –j1.234
2 : 0.375 4 : –j1.501
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 262 : เครื่องกาเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่าน ข้ อที่ 266 :
หม้ อแปลงเดลต้ า-วาย ดังรูป G1และ G2 มีคา่ รีแอคแตนซ์ซบั ทรานเซียนท์ที่
แปลงสูฐ่ านกลางแล้ วเท่ากับ 0.375 และ 0.75 ตามลาดับ หม้ อแปลงมีพิกดั
75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีคา่ รีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกาหนดให้ 1:
หม้ อแปลงเป็ นฐานของระบบ กระแสลัดวงจรสับทรานเซียนท์ที่จดุ P มีคา่ 2:
เท่ากับ –j2.735 pu. กระแสลัดวงจรจาก G2 มีคา่ เท่าไร
3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 267 :
1 : –j1.823
2 : –j0.912
3 : –j1.234
1:
4 : –j1.501
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 2:
ข้ อที่ 263 : เครื่องกาเนิดมีพิกดั 20 MVA 13.8 kV และมี Xd=0.25 pu. มีรี 3:
แอคแตนซ์ลาดับลบ และศูนย์เท่ากับ 0.35 และ 0.1 pu. ตามลาดับ มีการ
4:
ต่อลงดินโดยตรง (Solidly grounded) จงหากระแสลัดวงจร Ia1 ที่ขวเครืั ้ ่อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
กาเนิดเมื่อเกิดลัดวงจรแบบ double line to ground (b-c to ground)
ข้ อที่ 268 :
1 : –j1.43
2 : –j1.667
3 : –j3.05
4 : –j4.12 1:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 2:
ข้ อที่ 264 : เครื่องกาเนิดมีพิกดั 20 MVA 13.8 kV และมี Xd=0.25 pu. มีรี 3:
แอคแตนซ์ลาดับลบ และศูนย์เท่ากับ 0.35 และ 0.1 pu. ตามลาดับ มีการ
ต่อลงดินโดยตรง (Solidly grounded) จงหากระแสลัดวงจร Ia2 ที่ขวเครื ั ้ ่อง 4:
กาเนิดเมื่อเกิดลัดวงจรแบบ double line to ground (b-c to ground) คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1 : j0.68 ข้ อที่ 269 :
2 : -j0.87
3 : –j1.05
4 : j1.22 1:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 2:
ข้ อที่ 265 : เครื่องกาเนิดมีพิกดั 20 MVA 13.8 kV และมี Xd=0.25 pu. มีรี
3:
แอคแตนซ์ลาดับลบ และศูนย์เท่ากับ 0.35 และ 0.1 pu. ตามลาดับ มีการ
ต่อลงดินโดยตรง (Solidly grounded) จงหากระแสลัดวงจร Ia0 ที่ขวเครื ั ้ ่อง 4:
กาเนิดเมื่อเกิดลัดวงจรแบบ double line to ground (b-c to ground) คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
1 : j0.93 เนือ้ หาวิชา : 14 : Power system protection
2 : j1.47 ข้ อที่ 270 : ข้ อใดที่ไม่ใช่คณ
ุ สมบัตขิ องระบบป้องกันที่ดี
3 : j1.85 1 : สามารถตรวจจับและแยกส่วนที่เกิดลัดวงจรออกจากระบบให้ เร็วทีส่ ดุ
4 : j2.37 2 : สามารถจ่ายไฟได้ ในส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกิดลัดวงจรหลังจากที่แยกส่วนที่เกิด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 ลัดวงจรออกจากระบบ เรียบร้ อยแล้ ว
3 : กระแสลัดวงจรบางครัง้ ที่เกิดขึ ้นแม้ มีขนาดไม่สงู มากนัก ระบบป้องกันที่
ดีต้องสามารถแยกออกได้ วา่ กระแสที่ไหลขณะนันปกติ ้ หรือเกิดลัดวงจรขึ ้น
4 : ต้ องทนแรงดันสูงได้ ไม่น้อยกว่า 100kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 271 : ข้ อใดคือส่วนประกอบของระบบป้องกันระบบไฟฟ้ากาลัง 1 : OC1
1 : ทรานสดิวเซอร์ 2 : OC2
2 : รีเลย์ป้องกัน 3 : OC3
3 : อุปกรณ์ตดั วงจร 4 : OC4
4 : ถูกทุกข้ อ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 ข้ อที่ 277 : ในการป้องกันระบบไฟฟ้ากาลัง เราจะแยกรีเลย์ป้องกันออกโดย
ข้ อที่ 272 : รีเลย์แบบใดถูกใช้ ในการป้องกันระบบไฟฟ้าแบบรัศมีสนั ้ (Short- แบ่งตามระดับการป้องกัน ถ้ าหากเราต้ องการป้องกันเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
radial system) หรือหม้ อแปลงไฟฟ้า เราควรใช้ การป้องกันลักษณะใดเป็ นการป้องกันหลัก
1 : Over-current relay 1 : Primary relay
2 : Directional relay 2 : Secondary relay
3 : Differential relay 3 : Back-up relay
4 : Distance relay 4 : Auxiliary relay
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 273 : ข้ อที่ 278 : Dropout fuse เป็ นอุปกรณ์ป้องกันที่ใช้ ในระบบจาหน่ายแรงสูง
ค่าโหลดสูงสุดที่หม้ อแปลงศักดาไฟฟ้า (potential transformer) สามารถ ทาหน้ าที่ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบจาหน่ายจากกระแสไฟฟ้าเกินพิกดั
ทางานได้ โดยมีคา่ ความแม่นยาอยูใ่ นเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ในระบบป้องกัน โดยปกติสว่ นใหญ่จะใช้ ในการป้องกันหม้ อแปลงไฟฟ้าและสายเมนย่อยที่
ไฟฟ้ากาลังมีคา่ เรียกว่าอะไร แยกจากสายเมนในระบบจาหน่ายในประเทศไทยนิยมใช้ กระแสไม่เกินกี่
1 : burden แอมป์
2 : impedance ratio 1 : 100 A
3 : power ratio 2 : 150 A
4 : maximum power transfer 3 : 200 A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : 250 A
ข้ อที่ 274 : ข้ อใดถูกต้ อง คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1 : กับดักฟ้าผ่า (lightning arrester) มีหน้ าที่ป้องกันแรงดันเกินและกระแส ข้ อที่ 279 : pickup value หมายถึง
เกิน 1 : ค่าที่มากที่สดุ ทาให้ รีเลย์ทาการปิ ดหน้ าสัมผัสที่ปกติปิด หรือเปิ ด
2 : ฟิ วส์ มีหน้ าที่ป้องกันแรงดันเกินและกระแสเกิน หน้ าสัมผัสปกติเปิ ด
3 : ทัง้ กับดักฟ้าผ่า (lightning arrester) และ ฟิ วส์ มีหน้ าทีป่ ้ องกันแรงดัน 2 : ค่าที่น้อยที่สดุ ทาให้ รีเลย์ทาการปิ ดหน้ าสัมผัสที่ปกติปิด หรือเปิ ด
เกิน หน้ าสัมผัสปกติเปิ ด
4 : ไม่มีข้อใดถูก 3 : ค่าที่น้อยที่สดุ ของปริมาณที่กระตุ้นรีเลย์แล้ วรีเลย์ทางาน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 4 : ค่าที่มากที่สดุ ของปริมาณที่กระตุ้นรีเลย์แล้ วรีเลย์ทางาน
ข้ อที่ 275 : ข้ อความต่อไปนี ้ข้ อใดไม่ถกู ต้ อง 5 : ค่าระบุชนิดของรีเลย์
1 : ปรากฎการณ์ฟ้าผ่าสามารถทาให้ เกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟ้ากาลัง คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : การเปิ ดวงจรของเซอร์ กิตเบรกเกอร์ สามารถทาให้ เกิดแรงดันเกินในระบบ ข้ อที่ 280 : หม้ อแปลงเฟสเดียวสองขดลวด 10 MVA 80 kV / 20 kV มีการ
ไฟฟ้ากาลัง ป้องกันด้ วยรีเลย์ผลต่าง ถ้ าเลือก CT ด้ านแรงดันสูงให้ มีอตั ราส่วน 150:5
3 : การเกิดเฟอโรเรโซแนนซ์สามารถทาให้ เกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟ้า จงเลือกอัตราส่วนของ CT ด้ านแรงดันต่า
กาลัง 1 : 150:5
4 : การปรับค่าโหลดทีละน้ อยสามารถทาให้ เกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟ้า 2 : 300:5
กาลัง 3 : 450:5
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 4 : 600:5
ข้ อที่ 276 : ถ้ าระบบป้องกันสายป้อนของระบบจาหน่ายแบบเรเดียลในรูป 5 : 750:5
ข้ างล่างใช้ รีเลย์ป้องกันกระแสเกิน ค่า Time dial setting (TDS) ของรีเลย์ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ป้องกันตัวใดควรมีคา่ ต่าทีส่ ดุ
ข้ อที่ 281 : กระแสอินเตอร์ รัพท์ (Interupting current) ของเซอร์ กิตเบรก ข้ อที่ 286 : ข้ อใดไม่ใช่เงื่อนไขของฟิ วส์ ที่ใช้ ในการป้องกันหม้ อแปลง
เกอร์ คืออะไร จาหน่าย ซึง่ ควรทนได้ โดยไม่ทางาน(หลอมละลาย) ?
1 : กระแสสูงสุดในครึ่งไซเคิลแรกหลังจากการลัดวงจร 1 : กระแสเสิร์จในสภาวะ transient ที่ไหลผ่านฟิ วส์เนื่องจากฟ้าผ่า
2 : กระแสที่ไหลผ่านหน้ าสัมผัสของเซอร์ กิตเบรกเกอร์ ในขณะกาลังจะเปิ ด 2 : กระแสสนามไฟฟ้าพุง่ เข้ า(inrush current)
วงจร 3 : กระแสกระตุ้นหม้ อแปลง
3 : กระแสต่าสุดที่จะทาให้ เซอร์ กิตเบรกเกอร์ เริ่มทางาน 4 : ไม่มีข้อถูก
4 : กระแสลัดวงจรที่เกิดขึ ้นในระบบ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 ข้ อที่ 287 : อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินที่ทางานโดยการปลดวงจรและปิ ดซ ้า
ข้ อที่ 282 : พิจารณาระบบป้องกันในรูป ถ้ าเซอร์ กิตเบรกเกอร์ B12 , B21 , อย่างอัตโนมัติตามจานวนครัง้ ที่ตงไว้ ั ้ เรียกว่าอะไร?
B23 , B32 , B34 และ B43 ถูกควบคุมด้ วยรีเลย์ป้องกันกระแสเกินและ 1 : Automatic Circuit Load Breaker
รีเลย์แบบรู้ทศิ ทาง ส่วนเซอร์ กิตเบรกเกอร์ B1 และ B4 ถูกควบคุมด้ วยรีเลย์ 2 : Circuit Breaker
ป้องกันกระแสเกินเท่านัน้ ข้ อใดต่อไปนี ้ไม่ถกู ต้ อง 3 : Reclosers
4 : Interrupter
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 288 :

1 : หากเกิดการลัดวงจรที่จดุ P1 เฉพาะเซอร์ กิตเบรกเกอร์ B34 และ B43


จะทางาน
2 : หากเกิดการลัดวงจรที่จดุ P2 เฉพาะเซอร์ กิตเบรกเกอร์ B23 และ B32
จะทางาน
3 : หากเกิดการลัดวงจรที่บสั 3 เฉพาะเซอร์ กิตเบรกเกอร์ B23 และ B43 จะ
ทางาน
4 : หากเกิดการลัดวงจรที่บสั 2 เฉพาะเซอร์ กิตเบรกเกอร์ B21 และ B23 จะ
1:
ทางาน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 2:
ข้ อที่ 283 : พิกดั การตัดกระแส (interrupting rating) กาหนดเป็ นหน่วยอะไร
1 : kV, MV 3:
2 : kA 4:
3 : kVA, MVA คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
4 : kVAR, MVAR ข้ อที่ 289 :
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 284 : ระดับกระแสที่เซอร์ กิตเบรกเกอร์ สามารถรับได้ เมื่อหน้ าสัมผัส
ของเซอร์ กิตเบรกเกอร์ ตดั กระแสเรียกว่าอะไร ?
1 : steady state current
2 : interrupting current
3 : momentary current
4 : subtransient current
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 285 : ถ้ าเครื่องกาเนิดขณะไม่มีโหลด เกิดการลัดวงจรเฟสเดียวลงดิน
ลาดับของอิมพีแดนซ์ทงสามล ั้ าดับ จะต่อกันอย่างไร?
1 : ต่อขนานกันหมด
2 : ต่ออนุกรมกันหมด
3 : ต่อขนานและอนุกรมกัน
4 : ต่ออนุกรมและขนานกัน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
เนือ้ หาวิชา : 15 : Transient Stability
1:
ข้ อที่ 292 : ข้ อใดต่อไปนี ้ที่ทาให้ ระบบไม่มีเสถียรภาพ ในกรณีที่มีเครื่อง
2: กาเนิดไฟฟ้าและจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งหรือสายจาหน่ายไปให้ กบั โหลด
1 : ใช้ สายขนาดใหญ่ขึ ้น
3: 2 : ลดขนาดโหลดให้ น้อยลง
3 : ลดระดับแรงดันทังระบบให้
้ น้อยลง
4:
4 : ใส่คาปาซิเตอร์ อนุกรมกับสาย
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 290 :
ข้ อที่ 293 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าสองเครื่ องพร้ อมโหลดที่ตอ่ อยูก่ บั เครื่อง
กาเนิดทังสอง
้ และต่อถึงกันด้ วยสายส่ง ให้ แรงดันของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทัง้
สองให้ มีคา่ คงที่ สายส่งให้ แทนด้ วยวงจรสมมูล Pi ถ้ าอย่างอื่นไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงแต่ให้ เปลี่ยนเฉพาะค่าความจุไฟฟ้าทังสองในวงจร
้ Pi โดยการ
เปลี่ยนให้ เปลี่ยนไปแต่มีคา่ เท่ากัน กาลังไฟฟ้าจริงที่สง่ จากเครื่องกาเนิดด้ าน
หนึ่งไปยังอีกด้ านหนึ่ง (real power transfer) จะมีคา่ เป็ นอย่างไร

1 : CTa : 250/5 A.,CTb : 100/5 A., CTc : 50/5 A.


2 : CTa : 150/5 A.,CTb : 100/5 A., CTc : 50/5 A. 1 : มีคา่ เพิ่มขึ ้นถ้ าความจุเพิ่มขึ ้น
3 : CTa : 250/5 A.,CTb : 150/5 A., CTc : 50/5 A. 2 : มีคา่ เพิ่มขึ ้นเมื่อความจุลดลง
4 : CTa : 50/5 A.,CTb : 150/5 A., CTc : 250/5 A. 3 : มีคา่ เท่าเดิม
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 4 : อาจเพิ่มขึ ้นหรือลดลงก็ได้
ข้ อที่ 291 : คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 294 : ข้ อใดคือ Swing Equation

1:

2:

1 3:
4 : ถูกทุกข้ อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
2
ข้ อที่ 295 : ข้ อใดคือ Power Angle Equation
: 1:
3
2:
:
4 3:

4:
:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 296 : จาก Swing Equation ที่ให้ มาสมการใดมี generator ขนาด ข้ อที่ 300 : การพิจารณาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ากาลังโดยวิธีพื ้นที่เท่ากัน
ใหญ่ที่สดุ (equal area criterion) เป็ นการพิจารณาพื ้นที่ใต้ กราฟของความสัมพันธ์ใน
ข้ อใด
1 : ขนาดของแรงดันไฟฟ้าจากเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสกับมุม power
1:
angle
2 : ค่าอิมพีแดนซ์ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสกับความถี่ของ
2: กระแสไฟฟ้า
3 : ขนาดของแรงดันไฟฟ้ากับขนาดของกระแสไฟฟ้าของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
3: ซิงโครนัส
4 : ค่ากาลังไฟฟ้าจริงของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสกับมุม power angle
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
4: ข้ อที่ 301 : Swing equation เป็ นสมการแสดงความสัมพันธ์ของข้ อใด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 1 : กระแสลัดวงจรกับมุม power angle
ข้ อที่ 297 : จาก Swing Equation ที่ให้ มาสมการใดมี Power Angle curve 2 : ความเร็วของเครื่องกาเนิดไฟฟ้ากับเวลา
สูงที่สดุ 3 : แรงดันไฟฟ้ากับมุม power angle
4 : มุม power angle กับเวลา
1: คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 302 : ระบบส่งจ่ายไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่งแสดงในรูป จงหากาลังไฟฟ้า
ส่งผ่านสูงสุด (Maximum power transfer) เมื่อคิดให้ ความต้ านทานสายส่ง
2: เป็ นศูนย์

3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 298 : ข้ อใดคือความหมายของ Critical Clearing Time 1 : 1.40 p.u.
1 : เวลาที่น้อยที่สดุ ในการกาจัดฟอล์ทแล้ ว ระบบไฟฟ้ากาลังยังคงมี 2 : 1.1 p.u.
เสถียรภาพ 3 : 1.05 p.u.
2 : เวลาที่มากที่สดุ ในการกาจัดฟอล์ทแล้ วระบบไฟฟ้ากาลังยังคงมี 4 : 1.0 p.u.
เสถียรภาพ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
3 : เวลาที่น้อยที่สดุ ในการกาจัดฟอล์ทแล้ วระบบไฟฟ้ากาลังไม่มีเสถียรภาพ ข้ อที่ 303 : จากรูปเป็ นวงจรสมมูลหลังเกิดฟอลต์(เบรกเกอร์ เปิ ดวงจรออก)
4 : เวลาที่มากที่สดุ ในการกาจัดฟอล์ทแล้ วระบบไฟฟ้ากาลังไม่มีเสถียรภาพ Power angle equation ของระบบหลังเกิดฟอลต์มีคา่ เท่าใด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 299 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าแบบ Synchronous เครื่องหนึ่งมีจานวนขัว้
ทังหมด
้ 6 ขัว้ ถ้ าเราต้ องการให้ เครื่องกาเนิดไฟฟ้านี ้ ผลิตสัญญาณไฟฟ้าที่
ความถี่ 50 Hz จะต้ องหมุนมันด้ วยความเร็ว Synchronous ซึง่ มีคา่ เท่าใด
1 : 1000 rpm
2 : 2000 rpm
3 : 3000 rpm 1:
4 : 4000 rpm 2:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
3:
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 304 : จากรูปเป็ นวงจรสมมูลขณะเกิดฟอลต์ Power angle equation ข้ อที่ 309 : วิธีใดต่อไปนี ้ไม่ใช่วิธีแก้ สมการสวิงของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
ของระบบขณะเกิดฟอลต์มีคา่ เท่าใด ซิงโครนัส
1 : Newton-Raphson method
2 : Step by step method
3 : Equal-area criterion method
4 : Runge-Kutta method
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1: ข้ อที่ 310 : ข้ อใดต่อไปนี ้แสดงสมการการแกว่งเชิงกล-ไฟฟ้า (Swing
2: Equation) ได้ อย่างถูกต้ อง

3:
4: 1:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 305 : จากรูปเป็ นวงจรสมมูลก่อนเกิดฟอลต์ Power angle equation 2:
ของระบบก่อนเกิดฟอลต์มีคา่ เท่าใด
3:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 311 : ปั จจัยใดที่ถกู ละเลยไปในการพิจารณาเสถียรภาพชัว่ ขณะของ
1: ระบบด้ วยหลักการ Equal Area Criterion
2: 1 : จุดทางานที่สภาวะอยูต่ วั ก่อนเกิดการผิดพร่อง
2 : ลักษณะการเชื่อมโยงบัสทางไฟฟ้าของระบบ
3:
3 : การหน่วงการแกว่งของโรเตอร์ และกาลังสูญเสีย
4: 4 : ความเร็วในการตอบสนองของอุปกรณ์ป้องกัน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 306 : เสถียรภาพของระบบในสภาวะทรานเซียนต์ สามารถทาให้ ข้ อที่ 312 : การศึกษาเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ากาลัง ช่วงที่
เพิ่มขึ ้นโดยวิธีใด ตอบสนองของระบบไฟฟ้าต่อการรบกวนขนาดใหญ่ซงึ่ เกิดขึ ้นทันทีทนั ใด
1 : ลดแรงดันทีบ่ สั เช่น การเกิดฟอลต์ในสายส่ง คือช่วงใด
2 : ลดค่ารีแอกแตนซ์ของสายส่ง 1 : ช่วงไดนามิก (dynamic)
3 : เพิ่มรีแอกแตนซ์ของสายส่ง 2 : ช่วงแกว่ง (oscillation)
4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง 3 : ช่วงคงที่ (steady state)
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 4 : ช่วงทรานเซียนต์ (transient)
ข้ อที่ 307 : ข้ อใดเป็ นวิธีเพิ่มเสถียรภาพในสภาวะคงตัว (Steady-state คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
stability ข้ อที่ 313 : ข้ อใดถูกต้ องเกี่ยวกับ Transient Stability
1 : เพิ่มมุมกาลัง (power angle) การทางานของระบบ 1 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าจะสูญเสียการซิงโครไนซ์ถ้าแรงบิดทางกลมากขึ ้น
2 : เพิ่มค่ารีแอกแตนซ์ของสายส่ง เรื่อยๆจนมุมใน Power Angle Equation เกิน 90 องศา
3 : ลดแรงดันทีบ่ สั 2 : เมื่อเกิด Fault ในระบบไฟฟ้าจะทาให้ มมุ กาลังมีแนวโน้ มมากขึ ้น
4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง 3 : ถูกทัง้ 2 ข้ อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 4 : ผิดทัง้ 2 ข้ อ
ข้ อที่ 308 : ข้ อใดเป็ นวิธีแก้ สมการสวิงของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสใน คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
การวิเคราะห์เสถียรภาพ ข้ อที่ 314 : ข้ อใดต่อไปนี ้ไม่ได้ ชว่ ยปรับปรุงเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ากาลัง
1 : Newton-Raphson 1 : ใช้ สายส่งแบบบันเดิล
2 : Gauss-Seidal 2 : ใช้ ระบบเอ็กไซเตอร์ ชนิดความเร็วสูง
3 : Equal-Area Criterion 3 : ชดเชยสายส่งแบบอนุกรมด้ วยตัวเก็บประจุ
4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 4 : ลดระดับแรงดันของระบบให้ ต่าลง คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 315 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสต่อผ่านหม้ อแปลงและสายส่งไปยัง 4 : ไม่มีผลต่อทังค่้ า P และ ค่า Q
อินฟิ นิตบัสดังแสดงในรูป หากอินฟิ นิตบัสรับกาลังจริง 1.0 pu. ที่ตวั คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ประกอบกาลัง 0.8 ล้ าหลัง สมการในข้ อใดต่อไปนี ้เป็ นสมการกาลังไฟฟ้า- ข้ อที่ 321 : สมการใดที่มกั นามาใช้ เป็ นพื ้นฐานเพื่อศึกษาเสถียรภาพแบบ
มุมโรเตอร์ ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าดังกล่าว transient ?
1 : สมการ slack equation
2 : voltage regulation equation
3 : angular displacement equation
4 : swing equation
1: คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 322 : การแยก fault ออกก่อนที่ระบบจะมีมมุ โรเตอร์ เกินค่าวิกฤตค่า
2:
หนึ่ง เรียกมุมนี ้ว่ามุมอะไร ?
3: 1 : critical clearing angle
4: 2 : critical clearing time
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 3 : critical clearing time angle
ข้ อที่ 316 : ความสัมพันธ์ในการตอบสนองของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส 4 : clearing time angle
ต่อการเพิ่มกาลังไฟฟ้าของโหลดอย่างช้ าๆ เป็ นเสถียรภาพแบบใด ? คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1 : steady-state stability ข้ อที่ 323 : หลักเกณฑ์พื ้นที่เท่ากัน จะใช้ ประโยชน์ในการหาอะไร?
2 : voltage stability 1 : หา critical current ได้
3 : temporary stability 2 : หา clearing speed ได้
4 : transient stability 3 : หา critical clearing time สอดคล้ องกับมุม critical clearing angleได้
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : หา clearing speed สอดคล้ องกับ clearing time ได้
ข้ อที่ 317 : ข้ อใดไม่สง่ ผลให้ เกิด transient stability ? คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : การรบกวนขนาดเล็ก ข้ อที่ 324 : จากรูป จงหา Power-angle equation
2 : การเกิด fault ที่สายส่ง
3 : การสวิตชิงสายส่งหรือเครื่องกาเนิด
4 : สายส่งขาด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 318 : เมื่อเกิดการรบกวนขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ ้นทันทีทนั ใด จะไปมีผลต่อ
การเปลี่ยนแปลงข้ อใดมากทีส่ ดุ ?
1 : ความเร็วโรเตอร์
2 : มุมกาลัง
3 : ความเร็วโรเตอร์ และมุมกาลัง 1:
4 : ไม่มีข้อถูก
2:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 319 : การตังค่้ าเครื่องควบคุมแรงดันกระตุ้นของเครื่องกาเนิด จะมีผล 3:
ต่อค่าใดมาก ?
4:
1 : ค่า P
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
2 : ค่า Q
3 : ทังค่
้ า P และ ค่า Q
4 : ไม่มีผลต่อทังค่ ้ า P และ ค่า Q
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 320 : การปรับวาลควบคุมไอน ้าของเครื่องกาเนิด จะมีผลต่อค่าใดมาก
1 : ค่า P
2 : ค่า Q
3 : ทังค่้ า P และ ค่า Q
ข้ อที่ 325 : จากรูปข้ างล่าง ทีส่ ภาวะอยูต่ วั (Steady State) กาลังงานกล 1 : 10 องศา
(Mechanical Power, Pm) มีคา่ เท่ากับ 1 เปอร์ ยนู ิต จงหากาลังไฟฟ้า 2 : 20 องศา
(Electrical Power, Pe) 3 : 30 องศา
4 : 40 องศา
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 328 :

1 : 1 เปอร์ ยนู ิต
2 : 2 เปอร์ ยนู ิต
3 : 3 เปอร์ ยนู ิต 1:
4 : 4 เปอร์ ยนู ิต 2:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 3:
ข้ อที่ 326 : จากรูปข้ างล่าง ทีส่ ภาวะอยูต่ วั (Steady State) กาลังไฟฟ้า 4:
(Electrical Power, Pe) มีคา่ เท่ากับ 1.2 เปอร์ ยนู ิต จงหากาลังงานกล คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
(Mechanical Power, Pm) ข้ อที่ 329 :

1 : 1.0 เปอร์ ยนู ิต


2 : 1.2 เปอร์ ยนู ิต 1 : 1.00 เปอร์ ยนู ิต
3 : 2 เปอร์ ยนู ิต 2 : 1.05 เปอร์ ยนู ิต
4 : 3 เปอร์ ยนู ิต 3 : 2.10 เปอร์ ยนู ิต
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 4 : 0.525 เปอร์ ยนู ิต
ข้ อที่ 327 : คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 330 :
1: ข้ อที่ 333 :
2:
3:
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 331 :

1:

2:
1 : 0.5
2 : 1.0
3:
3 : 1.5
4 : 2.1
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 4:
ข้ อที่ 332 : คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 334 : ในระบบส่งจ่ายไฟฟ้ากาลัง หากความถี่เพิ่มสูงขึ ้นมากกว่า
ค่าความถี่กาหนดเล็กน้ อย เช่น 50.1 Hz ข้ อใดถูกต้ อง
1 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าในระบบจ่ายกาลังงานไฟฟ้าน้ อยกว่าผลรวมโหลด
กับกาลังสูญเสียในสายส่ง
2 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าในระบบจ่ายกาลังงานไฟฟ้ามากกว่าผลรวมโหลดกับ
กาลังสูญเสียในสายส่ง
3 : ควรต่อตัวเก็บประจุขนานเข้ าบัสทีต่ อ่ โหลด
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 335 : ลักษณะของเส้ นโค้ งกาลัง (power curve) เป็ นอย่างไร
1: 1 : เส้ นตรง
2 : เอกซ์โปแนนเชียล
3 : รูปซายน์ครึ่งซีกด้ านบวก
2: 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
3: ข้ อที่ 336 : ข้ อต่อไปนี ้ข้ อใดที่ระบบจ่ายไฟฟ้ากาลังมีเสถียรภาพ
1 : ความถี่ของระบบมีการแกว่ง ขนาดเปลี่ยนแปลงเล็กน้ อยแล้ วเข้ าสู่
สภาวะอยูต่ วั
4:
2 : หลังจากเกิดลัดวงจร อุปกรณ์ป้องกันทาหน้ าที่เปิ ดวงจรนานกว่าเวลา
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
วิกฤต(critical time)
3 : มุมโรเตอร์ (power angle)มีคา่ อยูร่ ะหว่าง 90 – 180 องศา
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 337 : ในขณะจ่ายโหลดสมดุล หากเครื่องกาเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ ข้ อที่ 342 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าสองเครื่ อง แต่ละเครื่องมีคา่ การเปลี่ยนแปลง
ทางานผิดปกติจนอุปกรณ์ป้องกันทางาน และถูกตัดออกจากระบบ ข้ อใด ของกาลังไฟฟ้าต่อค่าใช้ จา่ ยเชื ้อเพลิงดังนี ้ dF1/dP1=P1 สาหรับเครื่องที่ 1
ถูกต้ อง dF2/dP2=P2 สาหรับเครื่องที่ 2 ให้ หาค่า P1 และ P2 ที่ให้ คา่ เชื ้อเพลิงรวม
1 : ความถี่ระบบจะสูงขึ ้น ต่าที่สดุ เมื่อจ่ายโหลดรวมกัน 100MW
2 : ความถี่ในระบบต่าจะลง 1 : P1=50 MW, P2=50 MW
3 : ความถี่ในระบบคงเดิม 2 : P1=70 MW, P2=30 MW
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง 3 : P1=60 MW, P2=40MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 4 : P1=30 MW, P2=70MW
ข้ อที่ 338 : ในระบบส่งจ่ายหนึ่งมีเครื่องกาเนิดไฟฟ้าจ่ายกาลังไฟฟ้าให้ โหลด คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ผ่านสายส่ง ถ้ าหากต้ องการเพิ่มกาลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax) ที่สามารถส่งผ่าน ข้ อที่ 343 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าสองเครื่ องมีการเปลี่ยนแปลงของเชื ้อเพลิงต่อ
สายส่งเพื่อจ่ายให้ โหลดต้ องทาอย่างไร การเปลี่ยนแปลงของค่าใช้ จา่ ยเชื ้อเพลิงเป็ นดังนี ้ dF1/dP1=P1+20
1 : เพิ่มโหลด dF2/dP2=P2+40 ถ้ า P1=40 และสมมุติระบบจ่ายไฟฟ้าแบบการจ่ายโหลด
2 : ลดแรงดันด้ านโหลด แบบประหยัด (Economic Dispatch) เครื่องกาเนิดไฟฟ้าที่สองควรจ่าย
3 : เพิ่มจานวนวงจรของสายส่งขนานกับสายส่งเดิม ไฟฟ้าเท่าใด และโหลดรวมทังหมดเป็้ นเท่าใด
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง 1 : P2=40 โหลดรวม =80
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 2 : P2=60 โหลดรวม =100
ข้ อที่ 339 : ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าระบบหนึ่ง มีสายส่งจานวน 2 วงจรต่อขนาน 3 : P2=20 โหลดรวม =60
หากสายส่งถูกตัดออกจากระบบไป 1 วงจร จะเกิดอะไรขึ ้น 4 : P2=80 โหลดรวม =120
1 : กาลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax) ที่สามารถส่งผ่านสายส่งลดลง คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : กาลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax) ที่สามารถส่งผ่านสายส่งเพิ่มขึ ้น ข้ อที่ 344 : โรงจักรไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีคา่ Incremental Fuel Cost =500 บาท/
3 : กาลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax) ที่สามารถส่งผ่านสายส่งเท่าเดิม MWh หมายความว่าอะไร
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง 1 : ค่าใช้ จา่ ยในการผลิตไฟฟ้าทังหมด
้ 500 บาทต่อ MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 2 : ค่าใช้ จา่ ยในการผลิตไฟฟ้าทังหมด ้ 500 บาทต่อ MW ต่อ ชัว่ โมง
เนือ้ หาวิชา : 16 : Economic Operation 3 : เมื่อ output ของโรงจักรเพิ่มขึ ้น 1 MW ค่าใช้ จา่ ยเพิ่มขึ ้น 500 บาทต่อ
ข้ อที่ 340 : การเรียนเรื่องการจ่ายโหลดอย่างประหยัด( Economic ชัว่ โมง
Dispatch) มีประโยชน์อย่างไร? 4 : เมื่อ output ของโรงจักรเพิ่มขึ ้น 1 MW ค่าใช้ จา่ ยลดลง 500 บาท ต่อ
1 : เพื่อหากาลังไฟฟ้าจากเครื่องกาเนิดเพื่อให้ ความสูญเสียรวมตา่ สุด ชัว่ โมง
2 : เพื่อหากาลังไฟฟ้ารวมจากเครื่องกาเนิดไฟฟ้าให้ มีคา่ กาลังไฟฟ้ารวม คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
น้ อยที่สดุ ข้ อที่ 345 : โรงจักรไฟฟ้าแห่งหนึ่งมี เครื่องกาเนิดไฟฟ้า 2 เครื่อง โดยมี
3 : เพื่อให้ คา่ ใช้ จา่ ยต่อกาลังไฟฟ้าของแต่ละเครื่องกาเนิดมีคา่ ใช้ จา่ ยต่าสุด Incremental fuel cost ตามสมการด้ านล่าง เครื่องกาเนิดไฟฟ้าทัง้ 2 จะ
4 : เพื่อให้ คา่ ใช้ จา่ ยรวมของเชื ้อเพลิงที่ใช้ กบั เครื่องกาเนิดรวมต่าสุด ทางานภายใต้ การจ่าย load อย่างประหยัด ก็ตอ่ เมื่อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 341 : ผลที่ได้ จากการศึกษา จ่ายโหลดอย่างประหยัด( Economic
Dispatch) คืออะไร
1 : ได้ คา่ กาลังไฟฟ้า P เฉพาะเครื่องกาเนิดเฉพาะเครื่องที่ให้ คา่ เชื ้อเพลิงต่า 1:
ที่สดุ เมื่อเทียบกับเครื่องกาเนิดอื่นๆ 2:
2 : ได้ คา่ กาลังไฟฟ้า P ของเครื่องกาเนิดทุกเครื่องที่ให้ คา่ กาลังไฟฟ้า/ค่า
3:
เชื ้อเพลิง มีคา่ ต่าที่สดุ ทุกเครื่อง
3 : ได้ คา่ กาลังไฟฟ้า P ของเครื่องกาเนิดทุกเครื่องที่ให้ คา่ d(ค่าเชื ้อเพลิง)/ 4:
dP ต่าที่สดุ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
4 : ได้ คา่ กาลังไฟฟ้า P ของเครื่องกาเนิดทุกเครื่องที่ให้ คา่ d(ค่าเชื ้อเพลิง)/
dP มีคา่ เท่ากันทุกเครื่อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 346 : ข้ อใดต่อไปนี ้กล่าวถูกต้ อง ข้ อที่ 350 : วัตถุประสงค์ในการจ่ายโหลดอย่างประหยัดระหว่างเครื่อง
1 : กาลังไฟฟ้าสูญเสีย (Power losses) แปรผกผันกับโหลดของระบบ กาเนิดไฟฟ้า (Economic Load Dispatch) คือข้ อใด
2 : เมื่อคิดที่คา่ กาลังไฟฟ้าเดียวกัน เครื่องกาเนิดไฟฟ้าที่มีคา่ ต้ นทุนส่วนเพิ่ม 1 : การสัง่ เดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพื่อให้ เกิดการใช้ กาลังงานไฟฟ้าน้ อยที่สดุ
(Incremental cost) ต่าสุด ควรกาหนดให้ มีปริมาณการผลิตตา่ สุด 2 : การสัง่ เดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพื่อให้ เกิดการใช้ เครื่องกาเนิดไฟฟ้ามากที่สดุ
3 : ตัวประกอบปรับโทษ (Penalty factor) ของหน่วยผลิตไฟฟ้าที่ตอ่ เชื่อม 3 : การสัง่ เดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพื่อให้ เกิดการสูญเสียต่าทีส่ ดุ
ณ บัสเดียวกัน อาจจะมีคา่ ไม่เท่ากัน 4 : การสัง่ เดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพื่อให้ เกิดต้ นทุนการผลิตต่าสุด
4 : ต้ นทุนหน่วยท้ ายสุดของระบบ (System marginal cost) แปรผันตรงกับ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
โหลดของระบบ ข้ อที่ 351 : อัตราค่าใช้ จา่ ยเชื ้อเพลิงสาหรับเครื่องกาเนิด 2 เครื่อง เป็ นดัง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 สมการข้ างล่างนี ้ ค่ากาลังไฟฟ้าสูงสุดและตา่ สุดที่เครื่องกาเนิดทังสองจะ

ข้ อที่ 347 : ข้ อใดไม่เกี่ยวข้ องกับการพิจารณาการจ่ายโหลดอย่างประหยัด จ่ายได้ คือ 125 และ 20 MW ตามลาดับ เมื่อโหลดมีขนาด 180 MW จงหา
1 : ต้ นทุนราคาเชื ้อเพลิงที่ใช้ ในการผลิตกาลังไฟฟ้า ขนาดของกาลังไฟฟ้าที่เครื่องกาเนิดแต่ละเครื่องจ่ายโหลดอย่างประหยัด
2 : ช่วงเวลาที่โรงจักรไฟฟ้าแต่ละแห่งทาการจ่ายโหลด
3 : incremental transmission loss
4 : ไม่มีคาตอบที่ถกู ต้ อง 1 : P1 = 60 MW P2= 120 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 2 : P1 = 70 MW P2= 110 MW
ข้ อที่ 348 : ระบบส่งจ่ายไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่ง ประกอบด้ วย 2 บัส ดังแสดง 3 : P1 = 80 MW P2= 100 MW
ในรูป ต้ นทุนค่าเชื ้อเพลิงและขีดจากัดเครื่องกาเนิดไฟฟ้า แสดงดังนี ้ เครื่องที่ 4 : P1 = 90 MW P2= 90 MW
1 F1(P1) = 1700P1 (Baht/MWh), 100 < P1 < 400 MW เครื่องที่ 2 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
F2(P2) = 1800P2 (Baht/MWh), 100 < P2 < 400 MW ถ้ าสายส่งมี ข้ อที่ 352 : การวิเคราะห์การจ่ายโหลดอย่างประหยัดในระบบไฟฟ้ากาลัง
ขีดจากัดที่ 150 MW จงหาว่าแต่ละเครื่องควรผลิตไฟฟ้าเท่าใดที่ทาให้ ต้นทุน นันการจ่
้ ายโหลดอย่างประหยัดระหว่างโรงจักร (economic operation
ค่าเชื ้อเพลิงต่าสุด เมื่อโหลดรวมทังหมด้ 300 MW และสมมุติไม่มีกาลัง between plants) จะแตกต่างจากการจ่ายโหลดอย่างประหยัดภายในโรง
สูญเสีย จักร(economic operation between units within a plants) คืออะไร
1 : ต้ องคิดโหลดรวมทังหมดของระบบ

2 : ต้ องคิดกาลังไฟฟ้าสูญเสียในสายส่ง
3 : ต้ องคิดค่าใช้ จา่ ยรวมทังหมดของทุ
้ กโรงจักร
4 : ต้ องคิดความสัมพันธ์ระหว่างค่าใช้ จา่ ยเชื ้อเพลิงและกาลังไฟฟ้าที่ได้
1 : P1 = 200 MW, P2 = 100 MW คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
2 : P1 = 300 MW, P2 = 0 MW ข้ อที่ 353 : โรงต้ นขนาดใหญ่ได้ รับกาลังไฟฟ้าจาก 3 หน่วยกาเนิดที่มี
3 : P1 = 250 MW, P2 = 50 MW ฟั งก์ชนั IC(incremental cost) ดังนี ้ IC1 = 8.8 + 0.01 PG1 $/MWh , IC2
4 : P1 = 100 MW, P2 = 200 MW = 10.2 + 0.015 PG2 $/MWh และ IC3 = 12.1 + 0.02 PG3 $/MWh หาก
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 โรงต้ นได้ ดาเนินการจ่ายไฟฟ้าแบบประหยัดเหมาะที่สดุ (optimal economic
ข้ อที่ 349 : ระบบส่งจ่ายไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่ง ประกอบด้ วย 2 บัส ดังแสดง dispatch) สาหรับความต้ องการกาลัง PD = 800 MW จงหาว่าหน่วย
ในรูป ต้ นทุนการผลิต และขีดจากัดเครื่องกาเนิดไฟฟ้า แสดงดังนี ้ เครื่องที่ 1 กาเนิด PG1 จ่ายกาลังไฟฟ้าเท่าใด
F1(P1) = 1700P1 (Baht/MWh), 100 < P1 < 400 MW เครื่องที่ 2 F2(P2) 1 : 458.5 MW
= 1800P2 (Baht/MWh), 100 < P2 < 400 MW ถ้ าสายส่งมีขีดจากัด 150 2 : 468.5 MW
MW จงหาว่าแต่ละเครื่องควรผลิตไฟฟ้าเท่าใดที่ทาให้ ต้นทุนค่าเชื ้อเพลิง 3 : 478.5 MW
ต่าสุดและไม่เกินขีดจากัด โหลดรวม 400 MW และสมมติไม่มีการสูญเสีย 4 : 488.5 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 354 : โรงต้ นมี 2 หน่วยการผลิตทีม่ ีฟังก์ชนั IC(incremental cost)
ดังนี ้ IC1 = 0.0080 PG1 + 8.0 $/MWh และ IC2 = 0.0096 PG2 + 6.4
$/MWh โดยทัง้ 2 หน่วยต้ องทางานตลอดเวลาซึง่ มีภาระแปรค่าตังแต่ ้ 250
1 : P1 = 200 MW, P2 = 200 MW
ถึง 1250 MW ขณะทีค่ า่ ขีดจากัดสูงสุดและต่าสุดของแต่ละหน่วยคือ 625
2 : P1 = 400 MW, P2 = 0 MW
และ 100 MW ตามลาดับ ถ้ าภาระของโรงต้ นเท่ากับ 350 MW จงหาว่าแต่
3 : P1 = 250 MW, P2 = 150 MW
ละหน่วยควรจ่ายกาลังไฟฟ้าอย่างไรจึงจะเป็ นการจ่ายไฟฟ้าแบบประหยัด
4 : P1 = 100 MW, P2 = 300 MW
เหมาะที่สดุ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : หน่วยที่ 1: 100 MW หน่วยที่ 2: 250 MW สุดท้ ายของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG2 และ P คือกาลังไฟฟ้า จงหาโหลดรวม
2 : หน่วยที่ 1: 110 MW หน่วยที่ 2: 240 MW
3 : หน่วยที่ 1: 120 MW หน่วยที่ 2: 230 MW
4 : หน่วยที่ 1: 130 MW หน่วยที่ 2: 220 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 355 : การจัดสรรกาลังผลิตตามหลักเศรษฐศาสตร์ มีวตั ถุประสงค์เพื่อ
อะไร
1 : ลดกาลังสูญเสียในระบบให้ มีคา่ ต่าสุด
2 : ทาให้ คา่ เชื ้อเพลิงที่ใช้ ในการผลิตไฟฟ้ามีคา่ ต่าสุด
3 : ปรับปรุงเสถียรภาพของระบบ
4 : เพิ่มประสิทธิภาพของสายส่ง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 356 :กาหนดฟั งก์ชนั ต้ นทุนเชื ้อเพลิงของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า / ยูนิตดังนี ้ 1 : 50 MW
C1(P1)=100+2(P1)+0.005(P1)(P1) $/h 2 : 100 MW
C2(P2)=200+2(P2)+0.01(P2)(P2) $/h 3 : 150 MW
โดยที่ P1 และ P2 มีหน่วยเป็ น MW หากเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทังสองยู ้ นิต 4 : 200 MW
ช่วยกันจ่ายโหลด 450 MW จงจัดสรรกาลังผลิตตามหลักเศรษฐศาสตร์ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : P1 = 200 MW และ P2 = 250 MW ข้ อที่ 360 : มีการเดินเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทังสองเครื
้ ่องคือเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
2 : P1 = 250 MW และ P2 = 200 MW G1 และเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลด ดังรูปบน ส่วนรูปล่าง
3 : P1 = 300 MW และ P2 = 150 MW แสดงต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ าย(IC, Incremental cost) โดย IC1 คือต้ นทุน
4 : P1 = 350 MW และ P2 = 100 MW ผลิตหน่วยสุดท้ ายของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า G1, IC2 คือต้ นทุนผลิตหน่วย
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 สุดท้ ายของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG2 และ P คือกาลังไฟฟ้า จงหาต้ นทุนหน่วย
ข้ อที่ 357 : ถ้ าเครื่องกาเนิดมี 2 หน่วยในโรงไฟฟ้าเดียวกัน แต่มีต้นทุนส่วน สุดท้ ายในการจ่ายโหลดรวม 150 MW
เพิ่มไม่เท่ากัน การแบ่งจ่ายโหลด ควรทาอย่างไร?
1 : ควรแบ่งจ่ายโหลดแต่ละเครื่องเท่าๆ กัน
2 : ควรโอนถ่ายโหลดจากเครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื ้อเพลิงสูงมาให้
เครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื ้อเพลิงน้ อย
3 : ควรโอนถ่ายโหลดจากเครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื ้อเพลิงน้ อยมาให้
เครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื ้อเพลิงสูง
4 : ไม่มีข้อถูก
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 358 : ตามหลักเกณฑ์ทางเศรษฐศาสตร์สาหรับการจ่ายโหลดระหว่าง
เครื่องกาเนิดมี n หน่วยในโรงไฟฟ้าเดียวกัน ควรทาอย่างไร?
1 : ต้ องเดินเครื่อง เฉพาะเครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื ้อเพลิงน้ อยๆ ก่อน
2 : ต้ องเดินเครื่อง เฉพาะเครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื ้อเพลิงมากๆ ถ้ าไม่ 1 : 50 Baht/MW
พอจึงค่อยเดินเครื่องอื่นๆ 2 : 100 Baht/MW
3 : ต้ องเดินเครื่องให้ มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื ้อเพลิงที่คา่ เดียวกัน 3 : 1000 Baht/MW
4 : ต้ องเดินเครื่องให้ มีกาลังอินพุตใกล้ เคียงกันกาลังไฟฟ้าเอาต์พตุ 4 : 2000 Baht/MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 359 : มีการเดินเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทังสองเครื
้ ่องคือเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
G1 และเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลดดังรูปบน ส่วนรูปล่าง
แสดงต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ าย(IC, Incremental cost) โดย IC1 คือต้ นทุน
ผลิตหน่วยสุดท้ ายของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า G1, IC2 คือต้ นทุนผลิตหน่วย
ข้ อที่ 361 : มีการเดินเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทังสองเครื
้ ่องคือเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
G1 และเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลดรวม 150 MWดังรูปบน
ส่วนรูปล่างแสดงต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ าย(IC, Incremental cost) โดย IC1
คือต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ ายของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า G1, IC2 คือต้ นทุนผลิต
หน่วยสุดท้ ายของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG2 และP คือกาลังไฟฟ้า จงหา P1
และ P2 (กาลังไฟฟ้าของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า G1 และ G2 ) 1 : P1 = 0 MW, P2 = 120 MW
2 : P1 = 120 MW, P2 = 0 MW
3 : P1 = 60 MW, P2 = 60 MW
4 : P1 = 50 MW, P2 = 70 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 364 : ระบบจ่ายไฟแห่งหนึ่ง มีการเดินเครื่องเครื่องกาเนิดไฟฟ้าสอง
เครื่องคือ G1 และ G2 เพื่อช่วยกันจ่ายโหลด 130 MW แบบไม่มีกาลัง
สูญเสียในสายส่ง โดยมีต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ ายดังนี ้
IC1(P1) = 1700 Baht/MWh, 50<P1<200 MW
IC2(P2) = 1500 Baht/MWh, 50<P2<200 MW
จงหา P1 (กาลังจริงของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า G1 ) และ P2 (กาลังจริงของ
เครื่องกาเนิดไฟฟ้า G2 )
1 : P1 = 0 MW, P2 = 130 MW
2 : P1 = 130 MW, P2 = 0 MW
1 : P1 = 50 MW, P2 = 100 MW
3 : P1 = 60 MW, P2 = 70 MW
2 : P1 = 100 MW, P2 = 50 MW
4 : P1 = 50 MW, P2 = 80 MW
3 : P1 = 150 MW, P2 = 100 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
4 : P1 = 150 MW, P2 = 2000 MW
ข้ อที่ 365 : จากรูป มีการเดินเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทังสองเครื
้ ่องคือเครื่ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
กาเนิดไฟฟ้าG1 และG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลด 120
ข้ อที่ 362 : ระบบจ่ายไฟแห่งหนึ่ง มีการเดินเครื่องเครื่องกาเนิดไฟฟ้าสอง
MW โดย P1 และ P2 คือกาลังไฟฟ้าของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า G1 และ G2)
เครื่องคือ G1 และ G2 เพื่อช่วยกันจ่ายโหลด 60 MW แบบไม่มีกาลัง
IC1(P1) = 1700 Baht/MWh , 50<P1<200 MW
สูญเสียในสายส่ง โดยมีต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ ายดังนี ้
IC2(P2) = 1500 Baht/MWh, 50<P2<200 MW
IC1(P1) = 7 + 0.002P1 $/MWh, 20<P1<100 MW
เมื่อ IC1(P1) และ IC2(P2) คือต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ ายของเครื่องกาเนิด
IC2(P2) = 10 + 0.004P2 $/MWh, 20<P2<100 MW
ไฟฟ้าG1 และ G2 โดย P1 = 50 MW และ P2 = 70 MW หากโหลดลดลง
จงหา P1 (กาลังจริงของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า G1 ) และ P2 (กาลังจริงของ
เป็ น110 MW จงหา P1และ P2
เครื่องกาเนิดไฟฟ้า G2 )
1 : P1 = 20 MW, P2 = 40 MW
2 : P1 = 40 MW, P2 = 20 MW
3 : P1 = 0 MW, P2 = 60 MW
4 : P1 = 60 MW, P2 = 0 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 1 : P1 = 0 MW, P2 = 110 MW
ข้ อที่ 363 : จากรูป มีการเดินเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทังสองเครื
้ ่องคือเครื่ อง 2 : P1 = 110 MW, P2 = 0 MW
กาเนิดไฟฟ้าG1 และเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลด 110 MW 3 : P1 = 50 MW, P2 = 60 MW
โดย P1 และ P2 (กาลังไฟฟ้าของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG1 และ G2) 4 : P1 = 55 MW, P2 = 55 MW
IC1(P1) = 1700 Baht/MWh , 50<P1<200 MW คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
IC2(P2) = 1500 Baht/MWh, 50<P2<200 MW
เมื่อ IC1(P1) คือต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ ายของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG1
และ IC2(P2) คือต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ ายของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
G2 โดย P1 = 50 MW และ P2 = 60 MW หากโหลดเพิ่มขึ ้นเป็ น120
MW จงหา P1และ P2
ข้ อที่ 366 : จากรูป มีการเดินเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทังสองเครื
้ ่องคือเครื่ อง 1 : วิธีต้นทุนหน่วยสุดท้ ายเท่ากันมีต้นทุนการผลิตมากกว่าวิธีจา่ ยไฟแบบ
กาเนิดไฟฟ้าG1 และเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลดโดยมี เฉลี่ย 10 $
ต้ นทุนค่าเชื ้อเพลิงในการผลิตกาลังไฟฟ้าของ G1 และ G2 ดังนี ้ 2 : วิธีต้นทุนหน่วยสุดท้ ายเท่ากันมีต้นทุนการผลิตน้ อยกว่าวิธีจา่ ยไฟแบบ
F1(P1) = 1800(P1) +(2.0)(P1)(P1) Baht, 50<P1<250MW เฉลี่ย 10 $
F2(P2) = 1500(P2) +(1.0)(P2)(P2) Baht, 50<P2<250 MW 3 : วิธีต้นทุนหน่วยสุดท้ ายเท่ากันมีต้นทุนการผลิตมากกว่าวิธีจา่ ยไฟแบบ
หากต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ ายในการผลิตกาลังไฟฟ้าเท่ากับ 2000 เฉลี่ย 10 $
Baht/MWh จงหา P1 และ P2 (กาลังไฟฟ้าของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG1 และ 4 : วิธีต้นทุนหน่วยสุดท้ ายเท่ากันมีต้นทุนการผลิตน้ อยกว่าวิธีจา่ ยไฟแบบ
G2) เฉลี่ย 7 $
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 369 : ในระบบจ่ายไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่งมีเครื่องกาเนิดไฟฟ้า 2 ตัวต่อ
ขนานกันเพื่อจ่ายโหลด 1 ชุดผ่านสายส่ง 1 วงจร หากปลายทางเป็ นโหลด
ขนาด 100 MW กาลังสูญเสียในสายส่งเท่ากับ 4 MW เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัว
1 : P1 = 250 MW, P2 = 250 MW ที่ 1 จ่ายกาลังไฟฟ้า 50 MW จงหากาลังไฟฟ้าที่จา่ ยออกจากเครื่องกาเนิด
2 : P1 = 50 MW, P2 = 250 MW ไฟฟ้าตัวที่ 2
3 : P1 = 100 MW, P2 = 250 MW 1 : 50 MW
4 : P1 = 150 MW, P2 = 150 MW 2 : 52 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 3 : 54 MW
ข้ อที่ 367 : จากรูป มีการเดินเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทังสองเครื
้ ่องคือเครื่ อง 4 : 46 MW
กาเนิดไฟฟ้าG1 และG2 เพื่อช่วยกันจ่ายโหลดโดยมีต้นทุนค่าเชื ้อเพลิงใน คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
การผลิตกาลังไฟฟ้าของ G1 และ G2 ดังนี ้ ข้ อที่ 370 : ในระบบจ่ายไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่งมีเครื่องกาเนิดไฟฟ้า 2 ตัวต่อ
F1(P1) = 1800(P1) +(2.0)(P1)(P1) Baht, 50<P1<250 MW ขนานกันเพื่อจ่ายโหลด 1 ชุดผ่านสายส่ง 1 วงจร หากปลายทางเป็ นโหลด
F2(P2) = 1500(P2) +(1.0)(P2)(P2) Baht, 50<P2<250 MW ขนาด 100 MW เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 จ่ายกาลังไฟฟ้า 40 MW เครื่อง
โดย P1 และ P2 คือกาลังไฟฟ้าของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าG1 และG2 หาก กาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 จ่ายกาลังไฟฟ้า 65 MW จงหากาลังสูญเสียในสายส่ง
ต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ ายในการผลิตกาลังไฟฟ้าเท่ากับ 2000 Baht/MWh 1 : 5 MW
จงหาโหลดรวม 2 : 6 MW
3 : 7 MW
4 : 8 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 371 : ในระบบจ่ายไฟฟ้ากาลังระบบหนึ่งมีเครื่องกาเนิดไฟฟ้า 2 ตัว
จ่ายต่อขนานกันเพื่อโหลด 1 ชุดผ่านสายส่ง 1 วงจร เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่
1 : 250 MW 1 จ่ายกาลังไฟฟ้า 40 MW เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 จ่ายกาลังไฟฟ้า 65
2 : 300 MW MW กาลังสูญเสียในสายส่งเท่ากับ 5 MW จงหาขนาดโหลดปลายทาง
3 : 400 MW 1 : 90 MW
4 : 500 MW 2 : 95 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 3 : 100 MW
ข้ อที่ 368 : จากรูป มีการเดินเครื่องกาเนิดไฟฟ้าทังสองเครื
้ ่องคือG1และG2 4 : 105 MW
เพื่อช่วยกันจ่ายโหลด100MW โดยP1,P2คือกาลังไฟฟ้าของเครื่องกาเนิด คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ไฟฟ้าG1,G2 ข้ อที่ 372 : ขีดจากัดกาลังงานเอาพุตเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่
โดยIC1(P1)=9.5+0.03P1 $/MWh, 20<P1<100 MW, 1 50 < PG1 < 100 MW ขีดจากัดกาลังงานเอาพุต เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัว
IC2(P2) =10+0.04P2 $/MWh, 20<P2<100 MW ที่ 2 50 < PG2 < 100 MW ขีดจากัด กาลังงานเอาพุตเครื่องกาเนิดไฟฟ้า
เมื่อ IC1(P1)และ IC2(P2)คือต้ นทุนผลิตหน่วยสุดท้ ายของG1,G2หากทา ตัวที่ 3 50 < PG3 < 100 MW หากเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1, 2 และ 3 จ่าย
การจัดสรรด้ วยวิธีต้นทุนหน่วยสุดท้ ายเท่ากันจะได้ P1=64MWและ กาลังไฟฟ้าเท่ากับ 50, 100 และ 70 MW ตามลาดับ และให้ FLACi (Full
P2=36MWจงเปรียบเทียบต้ นทุนการผลิตกับการจ่ายไฟแบบเฉลี่ย load average cost) คือค่าต้ นทุนการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยขณะจ่ายโหลดเต็ม
ที่ P1=50MWและP2=50MW พิกดั ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ i ข้ อใดถูกต้ อง
1 : FLAC1 < FLAC2 < FLAC3 เนือ้ หาวิชา : 17 : Insulation coordination
2 : FLAC1 >FLAC2 > FLAC3 ข้ อที่ 376 :
3 : FLAC2 < FLAC3 < FLAC1
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 373 : ขีดจากัดกาลังงานเอาพุตเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1:0
1 50 < PG1 < 100 MW ขีดจากัดกาลังงานเอาพุต เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2:
2 50 < PG2 < 100 MW หากเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 และ 2 จ่าย
3:
กาลังไฟฟ้าเท่ากับ 50 และ 70 MW ตามลาดับ และให้ FLACi (Full load
4:
average cost) คือค่าต้ นทุนการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยขณะจ่ายโหลดเต็มพิกดั
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ i ข้ อใดถูกต้ อง
ข้ อที่ 377 : ข้ อความต่อไปนี ้ข้ อใดไม่ถกู ต้ อง
1 : FLAC1 < FLAC2
1 : BIL ย่อมาจาก Basic Insulation Level
2 : FLAC2 <FLAC1
2 : Lightning surge มีคา่ มากกว่า Switching surge เสมอ
3 : FLAC2 = FLAC1
3 : Surge arrester ซึง่ ใช้ ป้องกันระบบส่งจะต่ออยูร่ ะหว่างไลน์และกราวน์
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
4 : Surge arrester ส่วนใหญ่ทามาจากซิงก์ออกไซด์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 374 :
ข้ อที่ 378 : หม้ อแปลงจาหน่ายที่มีชอ่ งว่างแบบก้ าน (rod gap) ไว้ ป้องกัน
ขีดจากัดกาลังงานเอาพุตเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 50 < PG1 < 100 MW
แรงดันเกินแทนอะเรสเตอร์ ใช้ ในกรณีใด
ขีดจากัดกาลังงานเอาพุต เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 50 < PG2 < 100 MW
1 : หม้ อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีคา่ สูง แต่ความชันของแรงดันมีคา่ สูง
ต้ นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 เท่ากับ 1800 บาทต่อMW
2 : หม้ อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีคา่ สูง แต่ความชันของแรงดันเกินมีคา่ ต่า
ต้ นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 เท่ากับ 2000 บาทต่อMW
3 : หม้ อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีคา่ สูง กระแสมีคา่ สูง
จงทาการจัดสรรการผลิตกาลังงานไฟฟ้าจริงของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1
4 : หม้ อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีคา่ สูง กระแสมีคา่ ตา่
และ 2 เพื่อจ่ายโหลดขนาด 150 MW
5 : หม้ อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีคา่ ต่า กระแสมีคา่ ตา่
1 : PG1 = 100 MW, PG 2 = 50 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
2 : PG1 = 50 MW, PG 2 = 100 MW
ข้ อที่ 379 : การป้องกันใดที่ไม่ถกู ต้ องสาหรับการประสานสัมพันธ์ทางฉนวน
3 : PG1 = 75 MW, PG 2 = 75 MW
(Insulation Coordination)
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
1 : ป้องกันแรงดันเกินที่เกิดกับหม้ อแปลงด้ วยอะเรสเตอร์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
2 : ป้องกันแรงดันเกินที่เกิดกับหม้ อแปลงด้ วยช่องว่างแท่ง (rod gap)
ข้ อที่ 375 : ขีดจากัดกาลังงานเอาพุตเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่
3 : ป้องกันแรงดันเกินที่เกิดกับหม้ อแปลงด้ วยฟิ วส์
1 50 < PG1 < 100 MW ขีดจากัดกาลังงานเอาพุต เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่
4 : ป้องกันแรงดันเกินในระบบด้ วยการติดตังอะเรสเตอร์
้ ที่เสาเป็ นระยะๆ
2: 50 < PG2 < 100 MW ขีดจากัดกาลังงานเอาพุต เครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่
5 : ลดแรงดันเกินที่เกิดที่หวั เสาด้ วยการลดความต้ านทานดินให้ ตา่
3: 50 < PG3 < 100 MW ต้ นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
เท่ากับ 1500 บาทต่อMW ต้ นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2
ข้ อที่ 380 : คลื่นแรงดันอิมพัลส์ฟ้าผ่ามีรูปร่างคลื่นโดยประมาณ (หน่วยเป็ น
เท่ากับ 1800 บาทต่อMW ต้ นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 3
ไมโครวินาที) เป็ น
เท่ากับ 2000 บาทต่อMW จงทาการจัดสรรการผลิตกาลังงานไฟฟ้าจริง
1 : 1.2/50
ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1, 2
2 : 8/20
และ 3 เพื่อจ่ายโหลดขนาด 180 MW
3 : 100/1000
1 : PG1 = 60 MW, PG 2 = 60 MW, PG3 = 60 MW
4 : 4/10
2 : PG1 = 50 MW, PG 2 = 50 MW, PG3 = 80 MW
5 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
3 : PG1 = 80 MW, PG 2 = 50 MW, PG3 = 50 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
4 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 381 : การป้องกันหม้ อแปลงด้ วยช่องว่างแท่ง (rod gap) มีข้อใดที่ไม่ ข้ อที่ 386 : ข้ อใดถูกต้ อง
ถูกต้ อง 1 : V-t Curve ที่เกี่ยวกับ Breakdown ของแรงดันอิมพัลส์ แสดง
1 : ช่องว่างแท่งมีราคาถูก ความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันอิมพัลส์เบรคดาวน์และเวลาเบรคดาวน์
2 : ช่องว่างแท่งทางานผิดพลาดได้ เนื่องจากความชื ้นและอุณหภูมิ 2 : Dielectric Strength เป็ นการทนแรงดันไฟฟ้าของตัวเก็บประจุ
3 : ช่องว่างแท่งสามารถทางานแทนอะเรสเตอร์ ได้ ในพื ้นที่มีแรงดันเกินสูง 3 : ความถี่มีผลอย่างมากต่อความเครียดสนามไฟฟ้าของก๊ าซ
4 : ช่องว่างแท่งสามารถทางานแทนอะเรสเตอร์ ได้ ในพื ้นที่มีความชัน 4 : ถูกทุกข้ อ
สัญญาณฟ้าผ่าสูงๆ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
5 : ไม่มีข้อใดถูกต้ อง ข้ อที่ 387 : ในการป้องกันอุปกรณ์จากแรงดันเกิน จะใช้ อปุ กรณ์ป้องกันต่อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 ขนานเข้ ากับอุปกรณ์ที่จะได้ รับการป้องกัน ค่าอิมพีแดนซ์ของอุปกรณ์
ข้ อที่ 382 : ข้ อใดต่อไปนี ้มีความทนต่อสนามไฟฟ้าสูงที่สดุ ป้องกันดังกล่าวจะต้ องมีคา่ เป็ นอย่างไรในช่วงปกติและช่วงเกิดแรงดันเกิน
1 : Air 1 : มีคา่ ต่าในช่วงปกติและมีคา่ สูงในช่วงเกิดแรงดันเกิน
2 : Hydrogen 2 : มีคา่ สูงทังในช่
้ วงปกติและในช่วงเกิดแรงดันเกิน
3 : Nitrogen 3 : มีคา่ ต่าทังในช่
้ วงปกติและในช่วงเกิดแรงดันเกิน
4 : Sulfur hexafluoride 4 : มีคา่ สูงในช่วงปกติและมีคา่ ต่าในช่วงเกิดแรงดันเกิน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 383 : ข้ อใดถูกต้ อง ข้ อที่ 388 :
1 : ระดับแรงดันที่กบั ดักฟ้าผ่า (lightning arrester) เริ่มทางาน สูงกว่าระดับ
ความคงทนฉนวน
2 : ระดับแรงดันที่กบั ดักฟ้าผ่า (lightning arrester) เริ่มทางาน ต่ากว่าระดับ
ความคงทนฉนวน
3 : ระดับแรงดันที่กบั ดักฟ้าผ่า (lightning arrester) เริ่มทางาน ต่ากว่าระดับ 1 : 0.5 , 0.25
แรงดันกระเพื่อมแบบชัว่ คราว (temporary voltage) 2 : -0.5 , 0.25
4 : ระดับแรงดันที่กบั ดักฟ้าผ่า (lightning arrester) เริ่มทางาน ต่ากว่าระดับ 3 : 0.5 , -0.25
แรงดันสูงสุดของระบบ 4 : -0.5 , -0.25
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 384 : BIL คืออะไร ข้ อที่ 389 : แรงดันเสิร์จมีผลกระทบต่อสิ่งใดในระบบไฟฟ้ากาลังมากที่สดุ ?
1 : ค่าความคงทนของฉนวนต่อแรงดันเจาะทะลุ(puncture) 1 : ความถี่ของระบบไฟฟ้า
2 : ค่าความคงทนของฉนวนต่อแรงดันอิมพัลส์รูปคลื่นฟ้าผ่า 2 : กาลังไฟฟ้าในระบบ
3 : ค่าความคงทนของฉนวนต่อการเกิดเบรกดาวน์บนผิวฉนวนด้ วย 3 : การฉนวนของอุปกรณ์ไฟฟ้า
กระแสสลับ 4 : การไหลของกระแสในระบบ
4 : ค่าความคงทนของฉนวนต่อการเกิดดิสชาร์ จบางส่วนบนผิวฉนวนด้ วย คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
กระแสสลับ ข้ อที่ 390 : การปลดโหลดออกจากระบบอย่างกะทันหัน อาจจะส่งก็อย่างไร
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 ต่อระบบ ?
ข้ อที่ 385 : แรงดันทดสอบทีฉ่ นวนต้ องทนได้ จะเป็ นตัวกาหนดระดับการเป็ น 1 : เกิดแรงดันตกเกิดขึ ้น
ฉนวน การทดสอบแรงดันอิมพัลส์รูปคลื่นฟ้าผ่าตามมาตรฐาน IEC สาหรับ 2 : เกิดแรงดันเกินเกิดขึ ้น
แรงดันของระบบต่ากว่า 300 kV รูปคลื่นแรงดันอิมพัลส์มีเวลาหน้ าคลื่นและ 3 : เกิดแรงดัน sag เกิดขึ ้น
เวลาหลังคลื่นกี่ไมโครวินาที 4 : ไม่มีข้อใดถูก
1 : 1.2/50 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
2 : 2.5/25 ข้ อที่ 391 : กระแสที่ไหลผ่านกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ที่ตอ่ ใน
3 : 25/250 ระบบ ที่สภาวะปกติที่แรงดันไม่เกินค่าแรงดันเกินต่อเนื่องสูงสุด (Maximum
4 : 250/2500 continuous operation voltage, MCOV) จะมีลกั ษณะเป็ นอย่างไร
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 1 : มีลกั ษณะเป็ นกระแสอัดประจุ (capacitive current)
2 : มีลกั ษณะเป็ นกระแสไหลผ่านตัวเหนี่ยวนา (inductive current)
3 : มีลกั ษณะเป็ นกระแสไหลผ่านตัวต้ านทาน (resistive current)
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 392 : ข้ อใดถูกต้ อง ข้ อที่ 397 : การต่อลงดินสถานีไฟฟ้าย่อย ข้ อใดที่ถกู ต้ องสมบูรณ์มากที่สดุ
1 : แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ขณะใช้ งานอย่าง 1 : เพื่อการต่อลงดินของอุปกรณ์ และลดกระแสฟ้าผ่าให้ ลงดินเร็วทีส่ ุด
ต่อเนื่องต้ องน้ อยกว่าค่าแรงดันเกินต่อเนื่องสูงสุด (Maximum continuous 2 : เพื่อการต่อลงดินของอุปกรณ์ และเพื่อให้ แรงดันสัมผัส (touch voltage)
operation voltage, MCOV) และแรงดันย่างก้ าว (step voltage) มีคา่ ต่ากว่าเกณฑ์ปลอดภัย
2 : แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ขณะใช้ งานอย่าง 3 : เพื่อการต่อลงดินของอุปกรณ์
ต่อเนื่องต้ องมากกว่าค่าแรงดันเกินต่อเนื่องสูงสุด (Maximum continuous 4 : เพื่อการต่อลงดินของอุปกรณ์ และเพื่อให้ แรงดันสัมผัส (touch voltage)
operation voltage, MCOV) และแรงดันย่างก้ าว (step voltage) มีคา่ ต่าทีส่ ดุ
3 : แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ขณะใช้ งานอย่าง คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ต่อเนื่องต้ องมากกว่าค่าแรงดันเกินชัว่ คราวสูงสุด(Temporary ข้ อที่ 398 : ข้ อใดต่อไปนี ้กล่าวถูกต้ อง
overvoltages, TOV) 1 : ความต้ านทานดิน (Ground resistance) แปรผกผันกับระดับความลึก
4 : ไม่มีข้อใดถูก จากผิวดิน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 2 : น ้าทะเลมีคา่ สภาพต้ านทาน (Resistivity) สูงกว่าพื ้นดิน
ข้ อที่ 393 : ข้ อใดถูกต้ องเกี่ยวกับ Backflash หรือ Backflashover 3 : ค่าสภาพต้ านทาน (Resistivity) ของพื ้นดินแปรผกผันกับอุณหภูมิ
(overhead ground wire) 4 : การฝั งแท่งตัวนาลงไปใต้ ดินส่งผลให้ สภาพต้ านทาน (Resistivity) ของ
1 : ขนาดแรงดันที่เกิดขึ ้นที่เสา (tower) มีคา่ สูงกว่าแรงดันในสายตัวนา พื ้นดินเพิ่มขึ ้น
(conductor) คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
2 : ขนาดแรงดันที่เกิดขึ ้นที่เสา (tower) มีคา่ ต่ากว่าแรงดันในสายตัวนา ข้ อที่ 399 : จงคานวณค่าความต้ านทานของแท่งสายดินเดี่ยว(single
(conductor) ground rod) ความยาว 305 cm มีรัศมี 1.27 cm อยูใ่ นพื ้นดินที่มีสภาพ
3 : เกิดการวาบไฟ(flashover) จากสายกราวด์ (overhead ground or ต้ านทาน 200,000 ohm-cm
shield wires) ไปที่เสา (tower) 1 : 312 ohm
4 : ไม่มีข้อใดถูก 2 : 412 ohm
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 3 : 512 ohm
ข้ อที่ 394 : ข้ อใดถูกต้ อง เมื่อมีแรงดันสูงกว่าค่า BIL เคลื่อนที่มาถึงอุปกรณ์ 4 : 612 ohm
ไฟฟ้าที่มีการติดตังกั้ บดักแรงดันอยู่ 5 : 712 ohm
1 : ความต้ านทานกับดักแรงดันเกินลดลงเป็ นศูนย์ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
2 : แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกินลดลงเป็ นศูนย์ ข้ อที่ 400 : อิเล็กโทรดสายดินโลหะแบบครึ่งทรงกลม(hemispheric metal
3 : แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกินลดลงเท่ากับแรงดันดีสชาร์ จ ground)มีรัศมี 25 cm ฝั งอยูใ่ นพื ้นดินที่มีสภาพต้ านทาน 8000 ohm-cm
(discharge voltage) ถ้ ามีกระแส 500 A ไหลผ่านอิเล็กโทรดสูด่ ิน ขณะที่มีบคุ คลยืนอยูห่ า่ งจาก
4 : ถูกทุกข้ อ อิเล็กโทรดออกไป 6 m จงคานวณแรงดันแตะ(touch voltage) เมื่อฝ่ ามือ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 ของบุคลคลสัมผัสกับอิเล็กโทรดหรือชิ ้นส่วนโลหะที่ตอ่ กับอิเล็กโทรด
เนือ้ หาวิชา : 18 : Grounding 1 : 23.4 kV
ข้ อที่ 395 : การต่อลงดินทางด้ านแรงตา่ ที่ขวศู
ั ้ นย์(neutral) ของหม้ อแปลง 2 : 24.4 kV
สามเฟสลงดิน ถ้ าต่อไม่ดีและขัวต่ ้ อหลุด คือ ขัวศู
้ นย์ของหม้ อแปลงไม่ได้ ตอ่ 3 : 25.4 kV
ลงดิน จะเกิดอะไรขึ ้น 4 : 26.4 kV
1 : กระแสลัดวงจรสามเฟสมีคา่ ตาลงและเบรกเกอร์ อาจไม่ทางาน 5 : 27.4 kV
2 : แรงดันบางเฟสอาจมีคา่ สูงมากจนทาให้ อปุ กรณ์ไฟฟ้าเสียหาย คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3 : ฟิ วส์หรือเบรกเกอร์ ป้องกันหม้ อแปลงทางด้ านแรงตา่ เปิ ดวงจรออก ข้ อที่ 401 : ในการวัดค่าความต้ านทานดินโดยวิธีการของ Wenner ซึง่ ใช้
4 : ทาให้ เกิดอันตรายเนื่องจากไฟฟ้าดูดได้ ลักษณะของอิเล็กโตรด 4 จุด และระยะห่างระหว่างอิเล็กโตรดมีคา่ เท่ากับ 2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 เมตร อ่านค่าความต้ านทานดินจากเครื่องมือวัดได้ เท่ากับ 100 โอห์ม จง
ข้ อที่ 396 : การต่อลงดินที่ระบบไฟฟ้าแรงต่าที่ถกู ต้ องต้ องเป็ นดังนี ้ คานวณหาค่าความต้ านทานจาเพาะของดิน
1 : สายดินต้ องไม่มีกระแสไหลในกรณีจา่ ยไฟฟ้าปกติ 1 : 1256 โอมห์-เมตร
2 : สายดินต้ องไม่มีกระแสไหลในกรณีที่เกิดลัดวงจรลงดิน 2 : 400 โอมห์-เมตร
3 : สายดินต้ องต่อกับสายศูนย์ทแี่ ผงไฟฟ้าทุกแผง(ถ้ ามีแผงไฟหลายแผง) 3 : 314 โอมห์-เมตร
4 : สายดินต้ องไม่ตอ่ ลงดินที่จดุ ใดในระบบ 4 : 200 โอมห์-เมตร
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 402 : ข้ อใดต่อไปนี ้ไม่ใช่วิธีการลดค่าความต้ านทานของการต่อลงดิน ข้ อที่ 409 : การวัดความต้ านทานจาเพาะดินแบบ 4 จุด ด้ วยวิธีของ
1 : ปรับปรุงสภาพดินโดยการเพิ่มสารเคมีประเภทเกลือลงในดิน Wenner ค่าที่อา่ นได้ จากเครื่องมีหน่วยเป็ นอะไร
2 : เพิ่มความยาว Grounding electrode 1 : โอห์ม
3 : ลดขนาดเส้ นผ่าศูนย์กลาง Grounding electrode 2 : โอห์ม. เมตร
4 : เพิ่มจานวน Grounding electrode 3 : โอห์ม/เมตร
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 4 : ไม่มีหน่วย
ข้ อที่ 403 : ข้ อดีของการต่อลงดินที่ฐานเสาผ่านความต้ านทาน (resistance คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
grounding) คืออะไร ข้ อที่ 410 : การวัดความต้ านทานจาเพาะดินแบบ 4 จุด ด้ วยวิธีของ
1 : ทาให้ อปุ กรณ์ป้องกันทางานได้ ตามฟั งก์ชนั่ ที่ถกู ต้ อง Wenner โดยปั กแท่งตัวนาห่างกัน 10 เมตร อ่านค่าจากเครื่องวัดได้ 2 โอห์ม
2 : จะไม่เกิดแรงดันเกินจากการเกิดอาร์ กซิงกราวด์ ค่าความต้ านทานจาเพาะดินมีคา่ เท่าใด
3 : ลดแรงดันไฟฟ้าเกินในระบบ 1 : 115 โอห์ม. เมตร
4 : ลดกาลังไฟฟ้าสูญเสีย 2 : 126 โอห์ม. เมตร
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 3 : 132 โอห์ม. เมตร
ข้ อที่ 404 : แท่งดินรัศมี 12 mm ยาว 3 m ดินมีความต้ านทานจาเพาะ 100 4 : 150 โอห์ม. เมตร
โอห์มเมตรสม่าเสมอ จงหาความต้ านทานดิน คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
1 : 11 โอห์ม เนือ้ หาวิชา : 941 : Electrical power system structure
2 : 21 โอห์ม ข้ อที่ 411 : กราฟของโหลด (Load curve) เป็ นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์
3 : 31 โอห์ม ระหว่างตัวแปรใด
4 : 41 โอห์ม 1 : กระแสและแรงดันไฟฟ้า
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 2 : แรงดันไฟฟ้าและเวลา
ข้ อที่ 405 : ข้ อใดไม่ใช่ข้อดีของการต่อลงดิน 3 : กาลังไฟฟ้าและเวลา
1 : ป้องกันแรงดันเกินที่เกิดจากฟ้าผ่า 4 : กาลังไฟฟ้าและกระแส
2 : ทาให้ เครื่องป้องกันกระแสเกินทางานเมื่อเกิดลัดวงจรลงดิน คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
3 : เพิ่มแรงดันสัมผัส ข้ อที่ 412 : ตัวประกอบโหลด (load factor) ในหน่วย per unit มีคา่ สูงสุด
4 : ป้องกันอันตรายต่อผู้สมั ผัส เท่ากับเท่าใด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 1:0
ข้ อที่ 406 : ข้ อใดไม่ใช่วตั ถุประสงค์ของการต่อลงดิน 2:1
1 : เพื่อความปลอดภัย 3:2
2 : เพื่อให้ ระบบอุปกรณ์ป้องกันทางาน 4:3
3 : เพื่อป้องกันแรงดันเกินในระบบ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
4 : เพื่อจากัดกระแสลัดวงจร ข้ อที่ 413 : โครงสร้ างของระบบไฟฟ้ากาลังประกอบด้ วยระบบใดบ้ าง
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 1 : ระบบกาเนิดไฟฟ้า ระบบส่งกาลังไฟฟ้า
ข้ อที่ 407 : ข้ อใดไม่ใช่วตั ถุประสงค์ของการต่อลงดินในระบบป้องกันฟ้าผ่า 2 : ระบบกาเนิดไฟฟ้า ระบบส่งกาลังไฟฟ้า
อาคารสิ่งปลูกสร้ าง 3 : ระบบกาเนิดไฟฟ้า ระบบส่งกาลังไฟฟ้า ระบบจาหน่ายไฟฟ้า
1 : เพื่อให้ กระแสฟ้าผ่าไหลลงดินเร็วทีส่ ดุ 4 : ระบบกาเนิดไฟฟ้า ระบบส่งกาลังไฟฟ้า ระบบจาหน่ายไฟฟ้า ระบบ
2 : เพื่อป้องกันเพลิงไหม้ อาคาร แปลงแรงดันไฟฟ้า
3 : เพื่อความปลอดภัยของบุคคล คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
4 : เพื่อป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร ข้ อที่ 414 :
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 ข้ อใดไม่ใช่ระดับแรงดันไฟฟ้าของระบบส่งที่มีใช้ ในประเทศไทย
ข้ อที่ 408 : เสาส่งกาลังไฟฟ้ามีคา่ เสิร์จอิมพีแดนซ์เท่ากับ 150 โอห์ม แท่ง 1 : 89 kV
หลังดินที่ฐานเสามีคา่ เท่ากับ 10 โอห์ม สัมประสิทธิ์การสะท้ อนมีคา่ เท่าไร 2 : 115 kV
1 : -0.785 3 : 230 kV
2 : -0.875 4 : 500 kV
3 : 0.725 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
4 : 0.845 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 415 : ข้ อใดไม่ใช่ระดับแรงดันไฟฟ้าของระบบส่งแรงดันสูง (high ข้ อที่ 421 : ข้ อใดเป็ นรูปแบบของระบบส่งกาลังไฟฟ้า (transmission
voltage) ที่ให้ บริการในประเทศไทย system) ในประเทศไทย
1 : 33 kV 1 : 2 เฟส 2 สาย
2 : 115 kV 2 : 2 เฟส 3 สาย
3 : 230 kV 3 : 3 เฟส 3 สาย
4 : 69 kV 4 : 3 เฟส 4 สาย
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 416 : ข้ อใดไม่ใช่ระดับแรงดันไฟฟ้าของระบบจาหน่ายแรงดันปาน ข้ อที่ 422 : ข้ อใดเป็ นกาลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก
กลาง (medium voltage) ที่ให้ บริการในประเทศไทย มาก (Very Small Power Producer: VSPP)
1 : 33 kV 1 : 5 MW
2 : 24 kV 2 : 10 MW
3 : 22 kV 3 : 25 MW
4 : 230 V 4 : 90 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 417 : ระบบจาหน่ายไฟฟ้าประเภทใดที่มีทิศทางการไหลของ ข้ อที่ 423 : ข้ อใดเป็ นกาลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก
กาลังไฟฟ้าในทิศทางเดียว (Small Power Producer: SPP)
1 : Radial system 1 : 120 MW
2 : Loop system 2 : 10 MW
3 : Tap - tie system 3 : 25 MW
4 : Network system 4 : 90 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 418 : พื ้นที่ใต้ เส้ นโค้ งโหลดรายวัน (daily load curve) ของโรงไฟฟ้า ข้ อที่ 424 : ข้ อใดเป็ นกาลังการผลิตของผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (Independent
หมายถึงอะไร Power Producer : IPP) หรือผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่
1 : กาลังไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าจ่ายออกมาในแต่ละวัน 1 : 10 MW
2 : พลังงานไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าจ่ายออกมาในแต่ละวัน 2 : 25 MW
3 : กระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าจ่ายออกมาในแต่ละวัน 3 : 120 MW
4 : แรงดันไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าจ่ายออกมาในแต่ละวัน 4 : 90 MW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 419 : จุดสูงสุดของเส้ นโค้ งโหลดรายวัน (daily load curve) ของ ข้ อที่ 425 : ระบบส่งกาลังไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง (High Voltage Direct
โรงไฟฟ้าหมายถึงอะไร Current: HVDC) ของประเทศไทยเชื่อมต่อกับประเทศใด
1 : กาลังไฟฟ้าสูงสุดที่โรงไฟฟ้าจ่ายออกมาในแต่ละวัน 1 : Myanmar
2 : พลังงานไฟฟ้าสูงสุดที่โรงไฟฟ้าจ่ายออกมาในแต่ละวัน 2 : Laos
3 : กระแสไฟฟ้าสูงสุดที่โรงไฟฟ้าจ่ายออกมาในแต่ละวัน 3 : Malaysia
4 : แรงดันไฟฟ้าสูงสุดที่โรงไฟฟ้าจ่ายออกมาในแต่ละวัน 4 : Kambodia
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 420 : ตัวประกอบโหลด (load factor) คานวณได้ จากตัวแปรในข้ อใด ข้ อที่ 426 : ข้ อใดเป็ นการแสดงให้ เห็นว่ามีการใช้ ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
1 : แรงดันไฟฟ้าสูงสุด และ กระแสไฟฟ้าสูงสุด 1 : ตัวประกอบโหลด (load factor) มีคา่ เข้ าใกล้ 0
2 : แรงดันไฟฟ้าเฉลี่ย และ กระแสไฟฟ้าเฉลี่ย 2 : ตัวประกอบโหลด (load factor) มีคา่ เข้ าใกล้ 1
3 : กาลังไฟฟ้าเฉลี่ย และ กาลังไฟฟ้าสูงสุด 3 : ตัวประกอบความต้ องการไฟฟ้า (demand factor) มีคา่ เข้ าใกล้ 0
4 : กาลังไฟฟ้าสูงสุด และ กระแสไฟฟ้าเฉลี่ย 4 : ตัวประกอบความต้ องการไฟฟ้า (demand factor) มีคา่ เข้ าใกล้ 1
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 427 : วงจรระบบจาหน่ายดังรูป เป็ นวงจรของระบบประเภทใด ข้ อที่ 432 : ระบบส่ง และระบบจาหน่ายกาลังไฟฟ้าแบบใดค่าก่อสร้ างต่า
ที่สดุ
1 : Radial System
2 : Loop System
3 : Tap - Tie System
1 : Radial System 4 : Network System
2 : Loop System คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
3 : Tap - Tie System ข้ อที่ 433 : โรงไฟฟ้าแบบใดเหมาะสาหรับผลิตกาลังไฟฟ้าช่วงความ
4 : Network System ต้ องการไฟฟ้าสูงสุดและกรณีฉกุ เฉิน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 1 : โรงไฟฟ้าพลังงานความร้ อนร่วม
ข้ อที่ 428 : วงจรระบบจาหน่ายดังรูปเป็ นวงจรของระบบประเภทใด 2 : โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน
3 : โรงไฟฟ้ากังหันก๊ าซ
4 : โรงไฟฟ้าพลังน ้า
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 434 : ค่าตัวประกอบโหลด (load factor) มีคา่ เข้ าใกล้ 0 หมายถึงอะไร
1 : การใช้ ไฟฟ้าน้ อย
2 : การใช้ ไฟฟ้ามาก
3 : การใช้ ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ
1 : Radial System
4 : การใช้ ไฟฟ้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ
2 : Loop System
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
3 : Tap - Tie System
ข้ อที่ 435 : ค่าตัวประกอบโหลด (load factor) มีคา่ เข้ าใกล้ 1 หมายถึงอะไร
4 : Simple System
1 : การใช้ ไฟฟ้าน้ อย
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
2 : การใช้ ไฟฟ้ามาก
ข้ อที่ 429 : ข้ อใดคือ base load plant
3 : การใช้ ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ
1 : โรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตไฟฟ้าตลอดเวลา
4 : การใช้ ไฟฟ้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ
2 : โรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ต้ องการสูงสุดในรอบวันเกิดขึ ้น
ข้ อที่ 436 : จากกราฟเส้ นโค้ งโหลดรายวัน (daily load curve) ดังรูป ค่าตัว
3 : โรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตไฟฟ้าเมื่อมีความต้ องการเพิ่มขึ ้น
ประกอบโหลด (load factor) มีคา่ เท่ากับเท่าใด
จากภาระฐาน (base load)
4 : โรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตไฟฟ้าในกรณีฉกุ เฉิน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 430 : ข้ อใดคือ peak load plant
1 : โรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตไฟฟ้าตลอดเวลา
2 : โรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความ
ต้ องการสูงสุดในรอบวันเกิดขึ ้น 1 : 0.57
3 : โรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตไฟฟ้าเมื่อมีความต้ องการเพิ่มขึ ้น 2 : 0.80
จากภาระฐาน (base load) 3 : 0.63
4 : รงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตไฟฟ้าในกรณีฉกุ เฉิน 4 : 0.42
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 431 : ระบบส่ง และระบบจาหน่ายกาลังไฟฟ้าแบบใดมีความเชื่อถือได้
(reliability) สูงที่สดุ
1 : Radial System
2 : Loop System
3 : Tap - Tie System
4 : Network System
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 437 : จากกราฟเส้ นโค้ งโหลดรายวัน (daily load curve) ดังรูป ถ้ ามี ข้ อที่ 440 : โรงงานแห่งหนึ่งทางาน 16ชัว่ โมง มีการบันทึกปริมาณ
อุปกรณ์ไฟฟ้าติดตังอยู
้ ท่ งหมด
ั้ 150 kW ค่า demand factor มีคา่ เท่ากับ กาลังไฟฟ้าทุกๆชัว่ โมง ตลอด 24ชัว่ โมง พบว่ามีคา่ กาลังไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับ
เท่าใด 250 kW กาลังไฟฟ้าเฉลี่ยเท่ากับ 150 kW ถ้ ามีอปุ กรณ์ไฟฟ้าติดตังอยู้ ่
ทังหมด
้ 300 kW ค่าตัวประกอบโหลด (load factor) มีคา่ เท่ากับเท่าใด
1 : 0.6
2 : 0.5
3 : 0.83
4 : 1.67
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 441 : โรงงานแห่งหนึ่งทางาน 16ชัว่ โมง มีการบันทึกปริมาณ
1 : 0.57 กาลังไฟฟ้าทุกๆชัว่ โมง ตลอด 24ชัว่ โมง พบว่ามีคา่ กาลังไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับ
2 : 0.80 250 kW กาลังไฟฟ้าเฉลี่ยเท่ากับ 150 kW ถ้ ามีอปุ กรณ์ไฟฟ้าติดตังอยู ้ ่
3 : 0.63 ทังหมด
้ 300 kW ค่า demand factor มีคา่ เท่ากับเท่าใด
4 : 0.42 1 : 0.6
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 2 : 0.5
ข้ อที่ 438 : จากกราฟเส้ นโค้ งโหลดรายวัน (daily load curve) ดังรูป ค่า 3 : 0.83
กาลังไฟฟ้าสูงสุดมีคา่ เท่ากับเท่าใด 4 : 1.67
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 442 : ข้ อดีของสายส่งชนิดอลูมิเนียมเสริมเหล็กกล้ า (Aluminum
Conductor Steel Reinforced; ACSR) เมื่อเปรียบเทียบกับสายส่งชนิด
อลูมิเนียมทังหมด
้ (All- Aluminum Conductor; AAC) ในแง่การนาไปใช้
งานคือข้ อใด
1 : ทนแรงดึงได้ สงู กว่า
2 : ค่าความนาไฟฟ้าสูงกว่า
3 : ค่าความต้ านทานต่ากว่า
1 : 120 kW
4 : ติดตังง่
้ ายกว่า
2 : 100 kW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
3 : 68.33 kW
ข้ อที่ 443 : การสลับสายส่ง (transposition) ทาเพื่อประโยชน์ใด
4 : 1,640 kW
1 : ทาให้ คา่ inductive reactance และ capacitive reactance ของสายแต่
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ละเฟสมีคา่ เท่ากัน
ข้ อที่ 439 :
2 : ทาให้ สายแต่ละเฟสมีความยาวสายเท่ากัน
จากกราฟเส้ นโค้ งโหลดรายวัน (daily load curve) ดังรูป ค่ากาลังไฟฟ้า
3 : ทาให้ ติดตังสายได้
้ งา่ ย และสะดวก
เฉลี่ยมีคา่ เท่ากับเท่าใด
4 : ไม่มีคาตอบ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 444 : จากรูปเป็ นการจัด bus แบบใด

1 : 120 kW
2 : 100 kW
3 : 68.33 kW
4 : 1,640 kW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : บัสประธาน (single bus) ข้ อที่ 450 : ข้ อใดเป็ นข้ อดีของการส่งจ่ายไฟฟ้าด้ วยสายส่งแรงสูงแบบวงจร
2 : บัสประธานและบัสโอน (single bus with transfer bus) ร่วม เมื่อเปรียบเทียบกับแบบวงจรเดี่ยว
3 : บัสประธานคู่ (double bus) 1 : สนามไฟฟ้าต่อพื ้นที่มีคา่ น้ อยกว่า
4 : บัสเบรคเกอร์ ครึ่ง (one and a half breaker bus) 2 : ส่งจ่ายระดับแรงดันไฟฟ้าได้ สงู กว่า
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 3 : ส่งจ่ายกาลังไฟฟ้าได้ มากกว่า
ข้ อที่ 445 : จากรูปเป็ นการจัด bus แบบใด 4 : ถูกทุกข้ อ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
เนือ้ หาวิชา : 942 : Ac power circuits
ข้ อที่ 451 : โหลด 3 เฟส 380 V ขนาด 20 kW เพาเวอร์ แฟคเตอร์ 0.8 ล้ า
หลัง ข้ อใดถูกต้ อง
1:
1 : บัสวง (ring bus) 2:
2 : บัสประธานและบัสโอน (single bus and transfer bus) 3:
3 : บัสประธานคู่ (double bus) 4:
4 : บัสเบรคเกอร์ ครึ่ง (one and a half breaker bus) คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 ข้ อที่ 452 : วงจรไฟฟ้าวงจรหนึ่งประกอบด้ วยแหล่งจ่ายซึง่ มีคา่ แรงดัน V =
ข้ อที่ 446 : ข้ อใดเป็ นวิธีการแก้ ปัญหาในกรณีที่คา่ ความเหนี่ยวนาของสาย 1200 V มุม 0 องศา ต่ออยูก่ บั โหลดซึง่ มีคา่ Z = 6+j12 โอม ข้ อใดคือค่า
ส่งในแต่ละเฟสมีคา่ ไม่เท่ากัน เนื่องจากการจัดวางสายส่งสามเฟสที่มี complex power ของโหลดดังกล่าว
ระยะห่างระหว่างเฟสไม่เท่ากัน 1 : 48+j99 kVA
1 : Transposition 2 : 98+j46 kVA
2 : Bundle conductors 3 : 55+j56 kVA
3 : Parallel circuit 4 : 48+j96 kVA
4 : Ring bus คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 ข้ อที่ 453 : โหลดทางไฟฟ้า 2 ชุด ซึง่ ต่อร่วมกันอยู่ ประกอบด้ วย โหลดชุดที่
ข้ อที่ 447 : ข้ อใดคือข้ อดีของการจัดวงจรระบบส่งและระบบจาหน่าย 1: 230 kVA PF. 0.95 Lagging, โหลดชุดที่ 2: 200 kW 0.80 PF. Leading
กาลังไฟฟ้าโดยใช้ ระบบเน็ตเวิร์ค (network system) จงคานวณหาค่า กาลังไฟฟ้ารวม S
1 : วงจรง่ายต่อการใช้ งาน 1 : 325.7 kVA
2 : ประหยัดค่าใช้ จา่ ย 2 : 425.7 kVA
3 : ความสูญเสียในสายไฟฟ้าต่า 3 : 455.7 kVA
4 : มีความเชื่อถือได้ สงู ที่สดุ 4 : 535.7 kVA
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 448 : ข้ อใดคือข้ อดีของการจัดวงจรระบบส่งและระบบจาหน่าย ข้ อที่ 454 : โหลดทางไฟฟ้า 2 ชุด ซึง่ ต่อร่วมกันอยู่ ประกอบด้ วย โหลดชุดที่
กาลังไฟฟ้าโดยใช้ ระบบเรเดียล (radial system) 1: 230 kVA PF. 0.95 Lagging, โหลดชุดที่ 2: 200 kW 0.80 PF. Leading
1 : มีความน่าเชื่อถือเมื่อเกิดฟอลต์ จงคานวณหาค่า กาลังไฟฟ้าจริงรวม P
2 : ประหยัดค่าใช้ จา่ ย 1 : 418.5 kW
3 : ความสูญเสียในสายไฟฟ้าต่า 2 : 416.8 kW
4 : มีความเชื่อถือได้ สงู ที่สดุ 3 : 415.5 kW
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 4 : 414.8 kW
ข้ อที่ 449 : ข้ อใดคือข้ อเสียของการจัดวงจรระบบส่งและระบบจาหน่าย คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
กาลังไฟฟ้าโดยใช้ ระบบเรเดียล (radial system)
1 : มีความยากในการวางแผนการบารุงรักษาอุปกรณ์
2 : ค่าใช้ จา่ ยในการลงทุนสูง
3 : ระดับกระแสการลัดวงจรสูง
4 : ความซับซ้ อนมีมาก
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 455 : สมมุติให้ โรงงานแห่งหนึ่งมีโหลด 3 เฟส ขนาด 8 MVA 0.75 PF ข้ อที่ 460 : โหลดต้ องการกาลังไฟฟ้า 10 kW มี p.f.=0.6 lagging ต้ องการ
lagging โดยระดับแรงดันที่หน้ าโรงงานคือ 22 kV (line-to-line)จงหาค่า ปรับปรุงให้ p.f. =0.95 lagging ต้ องใช้ ตวั เก็บประจุขนาดกี่ kVAr
กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ าสูโ่ รงงานว่ามีคา่ เท่าใด 1 : 3 kVAr
1 : 320.35 A 2 : 5 kVAr
2 : 225.98 A 3 : 8 kVAr
3 : 220.35 A 4 : 10 kVAr
4 : 209.95 A คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 ข้ อที่ 461 : โหลดทางไฟฟ้าสามเฟส 2 ชุด ต่อขนานกัน โหลดแต่ละชุดมี
ข้ อที่ 456 : ถ้ าจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับให้ กบั โหลดตัวหนึ่ง แล้ วทาการ ขนาดดังนี ้
วัดค่า power factor ของโหลดได้ 0.5 นาหน้ า และค่ากาลังไฟฟ้าจริงได้ 10 โหลดชุดที่ 1: 230 kVA, 0.95 PF lagging
kW จงคานวณหาขนาดของค่า complex power ของโหลดนี ้ โหลดชุดที่ 2: 200 kW, 0.80 PF leading
1 : 10 kVA ผลรวมของกาลังไฟฟ้าปรากฏ (apparent power; S) มีคา่ เท่ากับเท่าใด
2 : 5 kVA 1 : 418.5 kVA
3 : 100 kVA 2 : 430 kVA
4 : 20 kVA 3 : 480 kVA
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 4 : 231.8 kVA
ข้ อที่ 457 : ระบบไฟฟ้ากาลัง 3 เฟสแบบสมดุลต่อแบบ delta มีคา่ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส A และ B เป็ น 50 V(rms) ทาการจ่ายโหลด 3 เฟส ข้ อที่ 462 : โหลดทางไฟฟ้าสามเฟส 2 ชุด ต่อขนานกัน โหลดแต่ละชุดมี
ที่ตอ่ แบบ delta ที่มีคา่ อิมพีแดนซ์เป็ น 6-j8 โอห์ม ให้ คานวณขนาด ขนาดดังนี ้
กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านโหลด โหลดชุดที่ 1: 230 kVA, 0.95 PF lagging
1:5A โหลดชุดที่ 2: 200 kW, 0.80 PF leading
2 : 8.66 A ผลรวมของกาลังไฟฟ้าเสมือน (reactive power; Q) มีคา่ เท่ากับเท่าใด
3 : 2.88 A 1 : -78.2 kvar
4 : 1.67 A 2 : 150.0 kvar
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 3 : 71.8 kvar
ข้ อที่ 458 : แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้า 3 เฟสแบบสมดุลต่อแบบ delta ทาการ 4 : 231.8 kvar
จ่ายโหลดที่ตอ่ แบบ delta ซึง่ มีคา่ อิมพีแดนซ์เป็ น 6+j8 โอห์ม โดยมี คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
กระแสไฟฟ้าไหลระหว่างแหล่งจ่ายกับโหลดเป็ น 173.2 A(rms) ให้ ข้ อที่ 463 : โรงงานแห่งหนึ่งมีโหลด 3 เฟส ขนาด 8 MVA, 0.75 PF lagging
คานวณหาขนาดกาลังไฟฟ้าจริง 3 เฟสที่โหลด เมื่อแรงดันตกคร่อม ถ้ าระดับแรงดันไฟฟ้าที่หน้ าโรงงานคือ 22 kV (line-to-line) กระแสไฟฟ้าที่
อิมพีแดนซ์เป็ น 1000 V(rms) ไหลเข้ าโรงงานมีคา่ เท่ากับเท่าใด
1 : 300 kW 1 : 363.63 A
2 : 100 kW 2 : 121.21 A
3 : 311.77 kW 3 : 279.93 A
4 : 180 kW 4 : 209.95 A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 459 : สาหรับวงจรไฟฟ้า 1 เฟส ถ้ าแรงดันไฟฟ้าที่จา่ ยให้ กบั วงจร ข้ อที่ 464 : ถ้ าจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับสามเฟสให้ กบั โหลด แล้ วทาการ
เท่ากับ 460∠20o V และมีกระแสไหลในวงจรเท่ากับ 125∠30o A จง วัดค่าทางไฟฟ้าพบว่ากาลังไฟฟ้าจริงมีคา่ เท่ากับ 10 kW และตัวประกอบ
คานวณหาค่า Active Power และ Reactive Power ในรูป Complex กาลังของโหลดมีคา่ 0.5 PF leading ให้ คานวณหาค่ากาลังไฟฟ้าปรากฏ
Power โดย S=VI* (apparent power; S) ของโหลดนี ้
1 : 57.5 kW , 56.6 kVAR 1 : 10 kVA
2 : 57.5 kW , - 56.6 kVAR 2 : 5 kVA
3 : 56.6 kW , 9.98 kVAR 3 : 17.3 kVA
4 : 56.6 kW , -9.98 kVAR 4 : 20 kVA
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 465 : ระบบกาลังไฟฟ้าสามเฟสสมดุล ต่อแบบ delta มีคา่ ข้ อที่ 469 :
แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส A และ B เท่ากับ 50 Vrms เมื่อนาไปจ่ายให้ กบั
โหลดสามเฟสสมดุล ต่อแบบ delta ที่มีคา่ อิมพีแดนซ์ในแต่ละเฟสเท่ากับ 6-
1 : Unity power factor
j8 ohm/phase กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านโหลดมีคา่ เท่ากับเท่าใด
2 : 1.0 PF leading
1:5A
3 : 1.0 PF lagging
2 : 8.66 A
4 : 0.5 PF lagging
3 : 2.88 A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
4 : 1.67 A
ข้ อที่ 470 : โหลดทางไฟฟ้าที่มีตวั ประกอบกาลัง (power factor) เท่ากับ 0.8
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
PF lagging แรงดันไฟฟ้ามีคา่ เท่ากับ 20 kV และกระแสไฟฟ้ามีคา่ เท่ากับ
ข้ อที่ 466 : จากรูปแรงดันไฟฟ้าและกระแส โหลดทางไฟฟ้าของสัญญาณนี ้
100 A เฟสเซอร์ ไดอะแกรมของแรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้าของโหลดมี
เป็ นโหลดประเภทใด
ลักษณะอย่างไร
1 : เฟสเซอร์ กระแสไฟฟ้า นาหน้ า เฟสเซอร์ แรงดันไฟฟ้า อยู่ 0.8 องศา
2 : เฟสเซอร์ กระแสไฟฟ้า นาหน้ า เฟสเซอร์ แรงดันไฟฟ้า อยู่ 36.8 องศา
3 : เฟสเซอร์ กระแสไฟฟ้า ล้ าหลัง เฟสเซอร์ แรงดันไฟฟ้า อยู่ 0.8 องศา
4 : เฟสเซอร์ กระแสไฟฟ้า ล้ าหลัง เฟสเซอร์ แรงดันไฟฟ้า อยู่ 36.8 องศา
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 471 : จากรูปสัญญาณไฟฟ้าที่กาหนดให้ ค่า impedance ของ
วงจรไฟฟ้านี ้มีคา่ เท่าใด และมีลกั ษณะโหลดเป็ นอย่างไร
1 : Resistive load
2 : Resistive and inductive loads
3 : Capacitive load
4 : Resistive and capacitive loads
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 467 : ระบบไฟฟ้ากาลังสามเฟสสมดุล ต่อแบบ delta มีคา่
แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส A และ B เท่ากับ 50 Vrms เมื่อนาไปจ่ายให้ กบั
โหลดสามเฟสสมดุล ต่อแบบ delta ที่มีคา่ อิมพีแดนซ์ในแต่ละเฟสเท่ากับ 6- 1 : 0.4, resistive and inductive loads
j8 ohm/phase โหลดของระบบไฟฟ้ากาลังสามเฟสนี ้เป็ นโหลดชนิดใด 2 : 0.4, resistive and capacitive loads
1 : Resistive load 3 : 2.5, resistive and inductive loads
2 : Resistive and inductive loads 4 : 2.5, resistive and capacitive loads
3 : Capacitive load คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
4 : Resistive and capacitive loads ข้ อที่ 472 : จากรูปแรงดันไฟฟ้าและกระแส โหลดทางไฟฟ้าของสัญญาณนี ้
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 เป็ นโหลดประเภทใด
ข้ อที่ 468 : โหลดหนึ่งเฟสที่ได้ รับค่ากาลังไฟฟ้าปรากฏ (apparent power)
เท่ากับ 100+j100 kVA เป็ นโหลดชนิดใด
1 : Resistive load
2 : Resistive and inductive loads
3 : Capacitive load
4 : Resistive and capacitive loads
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2

1 : Resistive load
2 : Inductive loads
3 : Capacitive load
4 : Resistive and inductive loads
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 473 : จากรูปแรงดันไฟฟ้าและกระแส โหลดทางไฟฟ้าของสัญญาณนี ้ 4 : 2250 var
เป็ นโหลดประเภทใด คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 477 : ในระบบที่มีโหลด 2 ชุด ต่ออนุกรมกัน โหลดแต่ละชุดมีคา่ ดังนี ้
โหลดชุดที่ 1 : 900 W + j500 var
โหลดชุดที่ 2 : 300 W + j200 var
กาลังไฟฟ้ารวมของโหลดมีคา่ เท่ากับเท่าใด
1 : 1200 W + j300 var
2 : 1200 W + j700 var
3 : 600 W + j300 var
4 : 600 W + j700 var
1 : Resistive load
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
2 : Resistive and inductive loads
ข้ อที่ 478 : โหลดข้ อใดมีผลทาให้ คา่ ตัวประกอบกาลังไฟฟ้า (power factor)
3 : Capacitive load
เป็ นแบบนาหน้ า (leading)
4 : Resistive and capacitive loads
1 : โหลดมอเตอร์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
2 : โหลดตัวต้ านทาน
ข้ อที่ 474 : ระบบไฟฟ้ากาลัง 3 เฟสแบบสมดุลต่อแบบสตาร์ (star
3 : โหลดตัวต้ านทานต่ออนุกรมกับตัวเหนี่ยวนา
connection; Y) มีสญ ั ญาณแรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส A กับ neutral และ
4 : โหลดตัวต้ านทานต่อขนานกับตัวเก็บประจุ
กระแสไฟฟ้าของเฟส A ดังรูป กาลังไฟฟ้าจริง (real power) ของระบบ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ไฟฟ้ากาลังนี ้มีคา่ เท่ากับเท่าใด
ข้ อที่ 479 : โหลด 2 ชุด ต่อขนานกัน ดังนี ้
โหลดชุด 1 : 900 W + j500 var
โหลดชุด 2 : 300 W + j200 var
ค่าตัวประกอบกาลังไฟฟ้า (power factor) รวมของโหลดมีคา่ เท่ากับเท่าใด
1 : 0.91 leading
2 : 0.91 lagging
3 : 0.86 leading
4 : 0.86 lagging
1 : 1732 W คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
2 : 4000 W ข้ อที่ 480 : ถ้ าหากโหลด 1 เฟส 2 ชุดขนาดเท่ากัน มีคา่ กาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน
3 : 5196 W (complex power) เท่ากับ 20 MW + j15 Mvar นามาต่อขนานกัน ระบบ
4 : 12000 W ไฟฟ้านี ้มีคา่ ตัวประกอบกาลัง (power factor) เท่ากับเท่าใด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 1 : 0.6 PF lagging
ข้ อที่ 475 : 2 : 0.6 PF leading
3 : 0.8 PF lagging
4 : 0.8 PF leading
1 : 1299 VA คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : 1500 VA ข้ อที่ 481 : ในระบบไฟฟ้ากาลังสามเฟส ถ้ าหากโหลดแต่ละเฟสมีคา่
3 : 1000 VA กาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex power) เท่ากับ 40 MW + j30 Mvar ต่อเฟส
4 : 3000 VA ระบบไฟฟ้ามีคา่ กาลังไฟฟ้าปรากฏ (apparent power) รวมเท่ากับเท่าใด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 1 : 86.6 MVA
ข้ อที่ 476 : 2 : 70.7 MVA
3 : 150 MVA
4 : 50 MVA
1 : 1299 var คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : 750 var
3 : 1500 var
ข้ อที่ 482 : สัญญาณแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าของโหลด 1 เฟสดังรูป ข้ อที่ 486 : โรงงานอุตสาหกรรมหนึ่งมีโหลดที่เป็ นมอเตอร์ ไฟฟ้าจานวนมาก
กาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อนของระบบไฟฟ้านี ้ มีคา่ เป็ นเท่าใด ทาให้ คา่ ตัวประกอบกาลัง (power factor) มีคา่ ต่ามาก โรงงานไฟฟ้านี ้ต้ อง
นาอุปกรณ์อะไรมาใช้ ในการแก้ ไขค่าตัวประกอบกาลังนี ้
1 : ตัวเหนี่ยวนา
2 : ตัวเก็บประจุ
3 : ตัวต้ านทาน
4 : รีเลย์แรงดันเกิน
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 487 : ตัวเหนี่ยวนาสามตัว แต่ละตัวมีคา่ ความเหนี่ยวนาเท่ากับ 10
1 : 1000-j1732 VA
mH ถ้ านามาต่อแบบวาย (wye) ใช้ กบั ระบบเพื่อ ไฟฟ้า สามเฟส 230 kV,
2 : 1000+j1732 VA
50 Hz ค่าอิมพีแดนซ์ของตัวเหนี่ยวนาแต่ละตัวมีคา่ เท่าใด
3 : 1732-j1000 VA
1 : -j3.14 ohm
4 : 1732+j1000 VA
2 : j3.14 ohm
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
3 : j10 ohm
ข้ อที่ 483 : วงจรไฟฟ้าวงจรหนึ่งมีตวั ต้ านทาน 1 ohm ต่ออนุกรมกับตัวเก็บ
4 : -j10 ohm
ประจุขนาด 0.04 Farad และต่ออนุกรมกับตัวเหนี่ยวนาขนาด 10 mH ถ้ า
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ต่อวงจรนี ้เข้ ากับแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับที่มีความถี่ 50 Hz แล้ ว
ข้ อที่ 488 : ตัวเก็บประจุสามตัว แต่ละตัวมีคา่ ความเก็บประจุเท่ากับ 1 mF
ทาให้ มีกระแสไฟฟ้าไหลในวงจรเท่ากับ 1 A ขนาดแรงดัน rms ตกคร่อม
ถ้ านามาต่อแบบวาย (wye) เพื่อใช้ กบั ระบบไฟฟ้าสามเฟส 230 kV, 50 Hz
โหลดชุดนี ้มีคา่ เท่าใด
ค่าอิมพีแดนซ์ของตัวเก็บประจุแต่ละตัวมีคา่ เท่าใด
1 : 220 V
1 : -j3.18 ohm
2 : 31.4 V
2 : j3.18 ohm
3 : 10 V
3 : j1000 ohm
4:1V
4 : -j1000 ohm
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 484 : จากรูปแรงดันไฟฟ้าและกระแส โหลดทางไฟฟ้าของสัญญาณนี ้
ข้ อที่ 489 : โหลดเป็ นตัวเหนี่ยวนา 3 ตัว แต่ละตัวที่มีคา่ ความเหนี่ยวนา 10
เป็ นโหลดประเภทใด
mH นามาต่อกันแบบวาย (wye) เพื่อใช้ กบั ระบบไฟฟ้าสาม
เฟส 230kV, 50Hz ที่คา่ อิมพีแดนซ์ของสายส่งแต่ละเส้ นเท่ากับ 0.1 +j0.5
ohm จงหาค่าอิมพีแดนซ์รวมของโหลดและสายส่งในแต่ละเฟส
1 : 3.74 ohm
2 : 0.1+j3.64 ohm
3 : 10.1+j0.5 ohm
4 : 0.1-j2.64 ohm
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
1 : Resistive load ข้ อที่ 490 : ถ้ าต้ องการวิเคราะห์ระบบไฟฟ้าสมดุล 3 เฟส 230 kV, 50 Hz
2 : Resistive and inductive loads ด้ วยวงจรต่อเฟส ควรแทนขนาดแรงดันไฟฟ้าสาหรับแหล่งจ่ายแรงดันขนาด
3 : Capacitive load เท่าใด
4 : Resistive and capacitive loads 1 : 230 kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 2 : 132.8 kV
ข้ อที่ 485 : 3 : 398.4 kV
โหลดไฟฟ้า 3 เฟสที่มีความต้ านทานแต่ละเฟส 100 ohm ต่อแบบ wye จง 4 : 690 kV
หาความต้ านทานของโหลดในแต่ละเฟสกรณีตอ่ แบบ delta คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
1 : 300 ohm
2 : 200 ohm
3 : 100 ohm
4 : 33.33 ohm
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 491 : ระบบไฟฟ้าสมดุล 3 เฟส 230 kV, 50 Hz จ่ายโหลดกาลังปรากฎ ข้ อที่ 496 : สาหรับวงจรไฟฟ้า 1 เฟส ถ้ าแรงดันไฟฟ้าที่จา่ ยให้ กบั วงจร
(apparent power) 3 เฟส ขนาด 120 MVA หากต้ องการวิเคราะห์ด้วยวงจร เท่ากับ 460 V มุม 20 องศา และมีกระแสไหลในวงจรเท่ากับ 125 A มุม 30
ต่อเฟส (per phase basis) ควรแทนโหลดขนาดเท่าใด องศา จงคานวณหาค่ากาลังไฟฟ้าจริง (real power) และกาลังไฟฟ้าเสมือน
1 : 40 MVA (reactive power)
2 : 120 MVA 1 : 57.5 kW, 56.6 kvar
3 : 230 MVA 2 : 57.5 kW, 9.98 kvar
4 : 360 MVA 3 : 56.6 kW, 56.6 kvar
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : 56.6 kW, 9.98 kvar
ข้ อที่ 492 : ระบบไฟฟ้าสมดุล 3 เฟส 230 kV, 50 Hz ที่จา่ ยโหลดที่เป็ นกาลัง คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
รีแอกทีฟ (reactive power) 3 เฟส ขนาด 240 MVAR หากต้ องการ ข้ อที่ 497 : กาลังไฟฟ้าของโหลด 3 เฟส 35 MW, 0.85 PF lagging ใช้ กบั
วิเคราะห์ด้วยวงจรต่อเฟส (per phase basis) ควรแทนโหลดขนาดเท่าใด แรงดันสายส่ง 230 kV ให้ หาขนาดกระแสไฟฟ้าของโหลดในสายส่ง
1 : 80 Mvar 1 : 103 A
2 : 120 Mvar 2 : 87 A
3 : 240 Mvar 3 : 129 A
4 : 720 Mvar 4 : 74 A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 493 : ระบบไฟฟ้าสมดุล 3 เฟส 230 kV, 50 Hz ที่จา่ ยโหลดที่เป็ น ข้ อที่ 498 : ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ส่งจ่ายด้ วยแรงดันไฟฟ้า 115 kV จ่ายโหลด
กาลังไฟฟ้าจริง (real power) 3 เฟส ขนาด 240 MW หากต้ องการ ปลายทางด้ วยกระแส 250 A ที่คา่ ตัวประกอบกาลัง (power factor) 0.95
วิเคราะห์ด้วยวงจรต่อเฟส (per phase basis) ควรแทนโหลดขนาดเท่าใด PF lagging จงคานวณหาค่ากาลังไฟฟ้าเสมือน (reactive power)
1 : 80 MW 1 : 15.35 Mvar
2 : 120 MW 2 : 15.55 Mvar
3 : 240 MW 3 : 13.53 Mvar
4 : 720 MW 4 : 13.33 Mvar
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 494 : ระบบไฟฟ้าสมดุล 3 เฟส 230 kV, 50 Hz ที่จา่ ยโหลดที่เป็ น ข้ อที่ 499 : ระบบไฟฟ้าสมดุล 3 เฟส 230 kV, 50 Hz ที่จา่ ยโหลด 2 ชุดต่อ
กาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex power) 3 เฟส ขนาด 240 MW +j120 ขนานกัน
Mvar หากต้ องการวิเคราะห์ด้วยวงจรต่อเฟส (per phase basis) ควรแทน โหลดชุดที่ 1 เป็ นกาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex power) 3 เฟส ขนาด 240
โหลด MW + j120 Mvar
1 : 80 MW +j40 Mvar โหลดชุดที่ 2 เป็ นกาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex power) 3 เฟส ขนาด -
2 : 120 MW +j120 Mvar j120 Mvar
3 : 240 MW +j120 Mvar หากต้ องการวิเคราะห์ด้วยวงจรต่อเฟส (per phase basis) ควรแทนโหลด
4 : 720 MW +j360 Mvar ขนาดเท่าใด
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 1 : 80 MW +j0 Mvar
ข้ อที่ 495 : ระบบไฟฟ้าสมดุล 3 เฟส 230 kV, 50 Hz ที่จา่ ยโหลดที่เป็ น 2 : 80 MW +j80 Mvar
กาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex power) 3 เฟส ขนาด 120 MW -j60 3 : 240 MW +j120 Mvar
Mvar หากต้ องการวิเคราะห์ด้วยวงจรต่อเฟส (per phase basis) ควรแทน 4 : 240 MW +j240 Mvar
โหลดขนาดเท่าใด คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1 : 80 MW +j40 Mvar ข้ อที่ 500 : ระบบไฟฟ้าสมดุล 3 เฟส 230 kV, 50 Hz ที่จา่ ยโหลด 2 ชุดต่อ
2 : 120 MW +j120 Mvar ขนานกัน
3 : 240 MW +j120 Mvar โหลดชุดที่ 1 เป็ นกาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex power) 3 เฟส ขนาด 240
4 : 720 MW +j360 Mvar MW + j120 Mvar
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 โหลดชุดที่ 2 เป็ นกาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex power) 3 เฟส ขนาด 240
MW- j120 Mvar
หากต้ องการวิเคราะห์ด้วยวงจรต่อเฟส (per phase basis) ควรแทนโหลด
ขนาดเท่าใด
1 : 80 MW + j0 Mvar เนือ้ หาวิชา : 943 : Per unit system
2 : 80 MW + j80 Mvar ข้ อที่ 505 : หม้ อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียวพิกดั 110/440 V 2.5 kVA มีรีแอก
3 : 160 MW + j120 Mvar แตนซ์เนื่องจากฟลักซ์รั่ว 0.96 ohm ที่ด้านแรงดันสูง จงกาหนดค่ารีแอก-
4 : 160 MW + j0 Mvar แตนซ์ เป็ นแบบ per unit
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 1 : 0.0124
ข้ อที่ 501 : ระบบไฟฟ้าสมดุล 3 เฟส 230 kV, 50 Hz ที่จา่ ยโหลด 2 ชุดต่อ 2 : 0.0224
ขนานกัน 3 : 0.0324
โหลดชุดที่ 1 เป็ นกาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex power) 3 เฟส ขนาด 240 4 : 0.0424
MW + j180 Mvar คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
โหลดชุดที่ 2 เป็ นกาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex power) 3 เฟส ขนาด 30 ข้ อที่ 506 : สายส่ง 48.4 ohm ต่อยูร่ ะหว่างหม้ อแปลง T1 และ T2 ที่มีพิกดั
MW - j120 Mvar 50 MVA 22/220 kV x = 10 % และ 40 MVA 220/11 kV x = 6.0%
หากต้ องการวิเคราะห์ด้วยวงจรต่อเฟส (per phase basis) ควรแทนโหลด ตามลาดับ จงกาหนด per unit สาหรับรีแอกแตนซ์ของสายส่งโดยใช้ ฐาน
ขนาดเท่าใด เดียวกับหม้ อแปลง T1
1 : 90 MW +j0 Mvar 1 : 0.03
2 : 90 MW +j20 Mvar 2 : 0.04
3 : 90 MW +j60 Mvar 3 : 0.05
4 : 270 MW +j60 Mvar 4 : 0.06
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 502 : โหลดทางไฟฟ้า 2 ชุด ซึง่ ต่อขนานกันอยู่ ประกอบด้ วย ข้ อที่ 507 : ที่ด้านปลายสายส่งต่อยูก่ บั หม้ อแปลง T2 พิกดั 40 MVA 220 /
โหลดชุดที่ 1: 230 kVA, 0.95 PF lagging 11 kV x = 6.0% จ่ายภาระให้ กบั มอเตอร์ M พิกดั 66.5 MVA 10.45 kV x =
โหลดชุดที่ 2: 200 kW, 0.80 PF leading 18.5% ถ้ ามอเตอร์ ทางานเต็มพิกดั ที่ตวั ประกอบกาลังนาหน้ า 0.8 ระดับ
จงคานวณหาค่า กาลังไฟฟ้าปรากฏรวมของโหลดทางไฟฟ้าทังสองชุ ้ ดนี ้ แรงดัน 10.45 kV โดยการเลือกฐาน 100 MVA และ 220 kV ด้ านแรงดันสูง
1 : 425.7 kVA ของหม้ อแปลง จงคานวณกระแส per unit ของมอเตอร์
2 : 455.7 kVA 1 : 0.46 + j 0.32
3 : 535.7 kVA 2 : 0.56 + j 0.42
4 : 325.7 kVA 3 : 0.66 + j 0.52
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : 0.76 + j 0.62
ข้ อที่ 503 : ในระบบไฟฟ้ากาลังหนึ่งเฟส เมื่อทาการจ่ายกาลังไฟฟ้า 5 kVA, คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
4 kW ถ้ าต้ องการปรับปรุงค่า power factor ของระบบให้ มีคา่ เท่ากับ 1 ต้ อง ข้ อที่ 508 : หม้ อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส ขนาดพิกดั 100 kVA 20/5 kV มีคา่
ทาอย่างไร อิมพีแดนซ์เมื่อคานวณทางด้ าน 20 kV เป็ น 10% ให้ คานวณค่าอิมพีแดนซ์
1 : ต่อตัวเก็บประจุ 3 kvar ขนานกับโหลด ของหม้ อแปลงนี ้ในหน่วย p.u.เมื่อคานวณด้ าน 5 kV
2 : ต่อตัวเก็บประจุ 4 kvar ขนานกับโหลด 1 : 10 p.u.
3 : ต่อตัวเก็บประจุ 5 kvar ขนานกับโหลด 2 : 1.6 p.u.
4 : ต่อตัวเก็บประจุ 9 kvar ขนานกับโหลด 3 : 0.1 p.u.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 4 : 0.00625 p.u.
ข้ อที่ 504 : สมมุติให้ โรงงานแห่งหนึ่งมีโหลดขนาด 5kVA, 4 kW ถ้ าต้ องการ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ปรับค่าตัวประกอบกาลัง (power factor) เป็ น 0.9 PF lagging จะต้ องใช้ ข้ อที่ 509 : กาหนดค่ากาลังงานฐาน (Base MVA) เท่ากับ 100 MVA และ
capacitor bank ขนาดเท่าใด แรงดันฐาน (Base Voltage) เท่ากับ 220 kV ค่าอิมพีแดนซ์ฐาน (Base
1 : 0.1 Mvar Impedance)มีคา่ เท่ากับกี่โอห์ม
2 : 0.8 Mvar 1 : 48.4
3 : 1 Mvar 2 : 484
4 : 4 Mvar 3 : 4840
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 4 : 48400
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 510 : ข้ อที่ 514 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้ามีคา่ พิกัด 500 V 20 kVA และมีคา่ รีแอก
G1: 100 MVA 12kV X = 10% T1: 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2: แตนซ์ 0.2 p.u. จงหาค่ารีแอกแตนซ์ บนค่าฐานใหม่ซงึ่ กาหนดให้ มีคา่ เป็ น
120 MVA 11kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1: 50 MVA 6.6kV 400 V 10 kVA
X = 10% ค่าเปอร์ ยนู ิตรีแอคแตนซ์ของ เครื่องกาเนิด G1 มีคา่ เท่าใด เมื่อ 1 : 0.156 p.u.
กาหนดฐานอยูท่ ี่สายส่ง(LINE) แรงดันฐานเท่ากับ 115 kV และกาลังไฟฟ้า 2 : 0.064 p.u.
ฐานเท่ากับ 200 MVA 3 : 0.08 p.u.
4 : 0.04 p.u.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1 : 0.068 ข้ อที่ 515 : การกาหนดกาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA) ในการคานวณแบบ
2 : 0.101 per unit ในวงจรระบบไฟฟ้ากาลังเดียวกัน จะมีการกาหนดอย่างไร
3 : 0.147 1 : กาหนดกาลังไฟฟ้าฐานของแต่ละอุปกรณ์แตกต่างกัน
4 : 0.194 2 : กาหนดกาลังไฟฟ้าฐานเท่ากับ 1 kVA เสมอในทุก ๆ อุปกรณ์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 3 : กาหนดกาลังไฟฟ้าฐานเท่ากันในทุก ๆ อุปกรณ์
ข้ อที่ 511 : 4 : ไม่มีข้อถูก
G1 : 100 MVA 12kV X = 10% T1 : 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
: 120 MVA 115kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1 : 50 MVA ข้ อที่ 516 : กาหนดให้ กาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA) เท่ากับ 100 MVA และ
6.6kV X = 10% ค่าเปอร์ ยนู ิตรีแอคแตนซ์ของหม้ อแปลงตัวที่ 1 มีคา่ เท่าใด แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) เท่ากับ 220 kV ค่ากระแสไฟฟ้าฐาน
เมื่อกาหนดฐานอยูท่ ี่สายส่ง(LINE) แรงดันฐานเท่ากับ 115 kV และ (base current) มีคา่ เท่าใด
กาลังไฟฟ้าฐานเท่ากับ 200 MVA 1 : 262.44 A
2 : 0.26244 A
3 : 454.55 A
1 : 0.075 4 : 0.45454 A
2 : 0.133 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
3 : 0.175 ข้ อที่ 517 :
4 : 0.211
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 512 : อิมพิแดนซ์ 0.5 + j0.5 pu ซึง่ อ้ างอิงกับค่าฐาน 100 kVA 10 kV
จะมีคา่ ต่อหน่วยค่าใหม่เท่าไร ถ้ านาไปอ้ างอิงกับค่าฐาน 200 kVA 20 kV
1 : 0.25 + j0.25 pu จากรูปวงจรไฟฟ้า กาหนดให้ แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) เท่ากับ
2 : 0.5 + j0.5 pu 220 V และอิมพีแดนซ์ฐาน (base impedance) เท่ากับ 0.1 ohm จงหาค่า
3 : 0.75 + j0.75 pu per unit voltage ของแหล่งจ่ายในวงจรไฟฟ้านี ้
4 : 1.0 + j1.0 pu 1 : 220 p.u.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 2 : 2200 p.u.
ข้ อที่ 513 : หม้ อแปลงไฟฟ้า 3 เฟสขนาด 500 kVA 24/0.4 kV มีคา่ รีแอค 3 : 1 p.u.
แตนซ์ทางด้ านแรงต่าเท่ากับ 0.1 โอห์ม จงหาค่าเปอร์ ยนู ิตรีแอคแตนซ์ของ 4 : 0.1 p.u.
หม้ อแปลงนี ้ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : 0.3125 pu
2 : 0.4525 pu
3 : 0.4838 pu
4 : 0.5771 pu
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 518 : ข้ อที่ 521 : กาหนดให้ ระบบไฟฟ้าหนึ่งมี แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage)
เท่ากับ 220 V และ อิมพีแดนซ์ฐาน (base impedance) เท่ากับ 0.1 ohm
ในระบบไฟฟ้านี ้มีคา่ per unit current เท่ากับ 0.5-j0.5 p.u. จงหาค่า
กระแสไฟฟ้าจริงในระบบไฟฟ้านี ้
1 : 110 A
จากรูปวงจรไฟฟ้า กาหนดให้ แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) เท่ากับ 2 : 110+j110 A
220 V และ อิมพีแดนซ์ฐาน (base impedance) เท่ากับ 0.1 ohm จงหาค่า 3 : 110-j110 A
per unit impedance ของวงจรไฟฟ้านี ้ 4 : 1099.83-j1099.83 A
1 : 1 p.u. คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
2 : j1 p.u. ข้ อที่ 522 : หม้ อแปลงไฟฟ้าสามเฟสพิกดั 110/440 V, 2.5 kVA, X= 10 %
3 : 0.1+j0.1 p.u. จงหาค่า อิมพีแดนซ์ฐาน (base impedance) ทางด้ านแรงดันไฟฟ้าตา่ ของ
4 : 1+j1 p.u. หม้ อแปลงไฟฟ้านี ้
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 1 : 4.84 ohm
ข้ อที่ 519 : 2 : 48.4 ohm
3 : 77.44 ohm
4 : 7.74 ohm
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 523 : หม้ อแปลงไฟฟ้าสามเฟสพิกดั 110/440 V, 2.5 kVA, X= 10 %
จงหาค่า อิมพีแดนซ์ฐาน (base impedance) ทางด้ านแรงดันไฟฟ้าสูงของ
จากรูปวงจรไฟฟ้า กาหนดให้ แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) เท่ากับ
หม้ อแปลงไฟฟ้านี ้
220 V และ อิมพีแดนซ์ฐาน (base impedance) เท่ากับ 0.1 ohm จงหาค่า
1 : 4.84 ohm
กระแสไฟฟ้าฐาน (base current) ของวงจรไฟฟ้านี ้
2 : 48.4 ohm
1 : 2.2 A
3 : 77.44 ohm
2 : 22 A
4 : 7.74 ohm
3 : 220 A
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
4 : 2200 A
ข้ อที่ 524 : หม้ อแปลงไฟฟ้าสามเฟสพิกดั 110/440 V, 2.5 kVA, X= 10 %
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
จงหาค่า impedance จริงทางด้ านแรงดันไฟฟ้าต่าของหม้ อแปลงไฟฟ้านี ้
ข้ อที่ 520 :
1 : 0.484 ohm
2 : 4.84 ohm
3 : 7.744 ohm
4 : 0.774 ohm
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
จากรูปวงจรไฟฟ้า กาหนดให้ แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) เท่ากับ ข้ อที่ 525 : หม้ อแปลงไฟฟ้าสามเฟสพิกดั 110/440 V, 2.5 kVA, X= 10 %
220 V และ อิมพีแดนซ์ฐาน (base impedance) เท่ากับ 0.1 ohm จงหาค่า จงหาค่า impedance จริงทางด้ านแรงดันไฟฟ้าสูงของหม้ อแปลงไฟฟ้านี ้
per unit current ของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้านี ้ 1 : 0.484 ohm
1 : 2.2 A 2 : 4.84 ohm
2 : 22 A 3 : 7.744 ohm
3 : 220 A 4 : 0.774 ohm
4 : 2200 A คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 526 : แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) ของระบบไฟฟ้าในส่วนที่ 1 ข้ อที่ 529 :
ควรกาหนดเป็ นเท่าใด

จากรูปที่กาหนดให้ อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ มีข้อมูลพิกดั ที่สาคัญดังนี ้


T1: 150 MVA, 12/115 kV, X = 10%,
1 : 1 kV T2: 120 MVA, 115/8 kV, X = 15%,
2 : 12 kV ZL: 3+j4 ohm
3 : 115 kV จงหาค่า per unit ของ ZL เมื่อกาหนดให้ กาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA)
4 : 8 kV เท่ากับ 100 MVA และแรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) เท่ากับ 8 kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 1 : 1.5+j2 p.u.
ข้ อที่ 527 : 2 : 3+j4 p.u.
3 : 4.5+j6 p.u.
4 : 4.69+j6.25 p.u.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 530 :
จากรูปที่กาหนดให้ อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ มีข้อมูลพิกดั ที่สาคัญดังนี ้
T1: 150 MVA, 12/115 kV, X = 10%,
T2: 120 MVA, 115/8 kV, X = 15%
แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) ของระบบไฟฟ้าในส่วนที่ 2 ควรกาหนด
จากรูปที่กาหนดให้ อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ มีข้อมูลพิกดั ที่สาคัญดังนี ้
เป็ นเท่าใด
T2: 120 MVA, 115/8 kV, X = 15%,
1 : 1 kV
ZL: 3+j4 ohm
2 : 12 kV
จงหาค่า per unit load current เมื่อหม้ อแปลงไฟฟ้า T2 จ่ายโหลดที่พิกดั
3 : 115 kV
แรงดันไฟฟ้า โดยกาหนดให้ กาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA) เท่ากับ 100
4 : 8 kV
MVA และแรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) เท่ากับ 8 kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : 0.77-j0.10 p.u.
ข้ อที่ 528 :
2 : 0.77+j0.10 p.u.
3 : 4.69-j6.25 p.u.
4 : 4.69+j6.25 p.u.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 531 :
จากรูปที่กาหนดให้ อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ มีข้อมูลพิกดั ที่สาคัญดังนี ้
T1: 150 MVA, 12/115 kV, X = 10%,
T2: 120 MVA, 115/8 kV, X = 15%
แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) ของระบบไฟฟ้าในส่วนที่ 3 ควรกาหนด
จากรูปที่กาหนดให้ อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ มีข้อมูลพิกดั ที่สาคัญดังนี ้
เป็ นเท่าใด
T1: 150 MVA, 12/115 kV, X= 10%,
1 : 1 kV
T2: 120 MVA, 115/8 kV, X = 15%
2 : 12 kV
จงหาค่า per unit impedance ของหม้ อแปลงไฟฟ้า T2 ทางด้ านแรงต่า
3 : 115 kV
เมื่อกาหนดให้ กาลังไฟฟ้าฐานใหม่ (base MVA) เท่ากับ 200 MVA และ
4 : 8 kV
แรงดันไฟฟ้าฐานใหม่ (base voltage) เท่ากับ 20 kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
1 : 0.02 p.u.
2 : 0.04 p.u.
3 : 0.15 p.u.
4 : 0.30 p.u
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 532 : ข้ อใดต่อไปนี ้ไม่ถกู ต้ องสาหรับการคานวณ per unit สาหรับหม้ อ ข้ อที่ 537 : ค่าฐานที่ใช้ ในการคานวณา per unit reactive power คือข้ อใด
แปลงไฟฟ้าในระบบไฟฟ้ากาลัง 1 : Base real power
1 : Per unit impedance ของหม้ อแปลงไฟฟ้าทางด้ านแรงดันตา่ และ 2 : Base reactive power
แรงดันสูงเท่ากันเสมอ 3 : Base apparent power
2 : Actual impedance ของหม้ อแปลงไฟฟ้าทางด้ านแรงดันต่าและแรงดัน 4 : Base voltage
สูงเท่ากันเสมอ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
3 : การคานวณ per unit สาหรับหม้ อแปลงไฟฟ้าสามเฟส จะไม่คานึงถึง ข้ อที่ 538 : จงหา per unit impedance ของ Z=1+j1 ohm เมื่อกาหนดค่า
ลักษณะการต่อแบบ star หรือ delta กาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA) เท่ากับ 100 MVA และ แรงดันไฟฟ้าฐาน
4 : การคานวณ impedance ของหม้ อแปลงไฟฟ้า จะคานึงถึงส่วนของ (base voltage) เท่ากับ 100 kV
reactance เพียงอย่างเดียว 1 : 1+j1 p.u.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 2 : 0.1+j0.1 p.u.
ข้ อที่ 533 : ข้ อใดคือนิยามของค่า per unit 3 : 0.01+j0.01 p.u.
1 : อัตราส่วนระหว่างค่าฐาน (base quantity) ต่อค่าจริง (actual quantity) 4 : 0.001+j0.001 p.u.
2 : อัตราส่วนระหว่างค่าจริง (actual quantity) ต่อค่าฐาน (base quantity) คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
3 : ผลคูณระหว่างค่าฐาน (base quantity) ต่อค่าจริง (actual quantity) ข้ อที่ 539 : จงหา actual impedance ของ per unit impedance Z=1+j1
4 : ไม่มีข้อใดถูก p.u. เมื่อกาหนดค่า กาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA) เท่ากับ 10 MVA และ
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) เท่ากับ 100 kV
ข้ อที่ 534 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้า 3 เฟสพิกดั 100 MVA, 220 kV, ทาการจ่าย 1 : 10+j10 p.u.
ภาระไฟฟ้าที่พิกดั แรงดันไฟฟ้าขนาด 80 MW 0.8 PF lagging จงหาค่า per 2 : 100+j100 p.u.
unit current ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าในการจ่ายภาระไฟฟ้านี ้ เมื่อกาหนดค่า 3 : 000+j1000 p.u.
กาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA) เท่ากับ 100 MVA และ base voltage 4 : 10000+j10000 p.u.
เท่ากับ 220 kV คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : 11.1-j8.3 p.u. ข้ อที่ 540 : หากต้ องการหาค่า per unit impedance ที่กาหนดโดยค่าฐาน
2 : 6.4-j4.8 p.u. ใหม่ ความสัมพันธ์ของค่า per unit impedance ใหม่นี ้มีความสัมพันธ์แบบ
3 : 1.11-j0.83 p.u. ผกผันกับค่าใด
4 : 0.64-j0.48 p.u. 1 : กาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA) ของฐานเดิม
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 2 : แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) ของฐานเดิม
ข้ อที่ 535 : ระบบไฟฟ้ากาลังหนึ่งมีคา่ per unit real power เท่ากับ 1 p.u. 3 : Per unit impedance ของฐานเดิม
มีคา่ per unit reactive power เท่ากับ 1 p.u. ค่า per unit complex power 4 : กาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA) ของฐานใหม่
มีคา่ เท่าใด คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1:0 ข้ อที่ 541 : ข้ อใดคือนิยามของค่าจริง (actual quantity) ในระบบ per unit
2 : 1 p.u. 1 : อัตราส่วนระหว่างค่าฐาน (base quantity) ต่อค่า per unit
3 : 2 p.u. 2 : อัตราส่วนระหว่างค่า per unit ต่อค่าฐาน (base quantity)
4 : 1+j1 p.u. 3 : ผลคูณระหว่างค่าฐาน (base quantity) ต่อค่า per unit
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 4 : ไม่มีข้อใดถูก
ข้ อที่ 536 : ค่าฐานที่ใช้ ในการคานวณ per unit real power คือข้ อใด คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : Base real power ข้ อที่ 542 : ข้ อมูลพิกดั เครื่องกาเนิดไฟฟ้าเป็ นดังนี ้ G1: 100 MVA,
2 : Base reactive power 12kV, X = 10% ข้ อใดคือรูปสัญลักษณ์แทนเครื่องกาเนิดไฟฟ้า G1 นี ้ใน
3 : Base apparent power รูปแบบ Thevenin model สาหรับระบบ per unit
4 : Base voltage
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1:

2:
ข้ อที่ 546 :
รูปใดเป็ นลักษณะของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสแบบขัวยื
้ ่น (salient pole
synchronous generator)
3:

1:

4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 543 : ข้ อใดต่อไปนี ้กล่าวไม่ถกู ต้ องสาหรับการคานวณระบบ per unit
2:
1 : Power factor จะไม่ถกู นามาพิจารณาในระบบ per unit
3 : ถูกทังสองข้
้ อ
2 : ในระบบไฟฟ้าหนึ่งการกาหนดค่า กาลังไฟฟ้าฐาน (base MVA) จะ
4 : ไม่มีข้อถูก
กาหนดให้ เท่ากันเสมอในทุกอุปกรณ์
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
3 : การต่อหม้ อแปลงไฟฟ้าแบบ star หรือ delta จะไม่มีผลต่อการคานวณ
ข้ อที่ 547 : ในการส่งจ่ายกาลังไฟฟ้าระหว่างเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
ในระบบ per unit
แบบโรเตอร์ ทรงกระบอก (cylindrical rotor synchronous generator) กับ
4 : การคานวณ impedance ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าจะคานึงถึงส่วนของ
infinite bus หากไม่คิดความต้ านทาน (R=0) ใด ๆ การส่งจ่ายกาลังไฟฟ้า
reactance เพียงอย่างเดียว (resistance มีคา่ น้ อยมาก)
จริง (real power) จะมีคา่ สูงสุด ที่มมุ ทางกาลัง (power angle) กี่องศา
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
1:0
ข้ อที่ 544 :
2 : 45
3 : 60
4 : 90
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 548 : ในการส่งจ่ายกาลังไฟฟ้าระหว่างเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสกับ
จากรูปวงจรไฟฟ้า กาหนดให้ แรงดันไฟฟ้าฐาน (base voltage) เท่ากับ infinite bus หากไม่คิดความต้ านทานใด ๆ (R=0) เมื่อมีการควบคุมให้ คา่
220 V และ อิมพีแดนซ์ฐาน (base impedance) เท่ากับ 0.1 ohm จงหาค่า power factor มีคา่ คงที่ ถ้ าทาการเพิ่มแรงบิดต้ นกาลังและกระแสกระตุ้น
per unit current ของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้านี ้ สนามแม่เหล็ก (field current) จะส่งผลให้ คา่ ใดมีคา่ เพิ่มขึ ้น
1 : 0.5-j0.5 p.u. 1 : Terminal voltage (Vt) และ synchronous reactance (Xs)
2 : 0.5+j0.5 p.u. 2 : Infinite bus voltage (Vinfinite) และ synchronous reactance (Xs)
3 : 1+j1 p.u. 3 : Power angle และ infinite bus voltage (Vinfinite)
4 : 1-j1 p.u. 4 : Power angle และ electromotive force (Ea)
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
เนือ้ หาวิชา : 944 : Generator characteristics and models ข้ อที่ 549 : ในการส่งจ่ายกาลังไฟฟ้าระหว่างเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสกับ
ข้ อที่ 545 : รูปใดเป็ นลักษณะของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสแบบโรเตอร์ infinite bus หากไม่คิดความต้ านทานใด ๆ (R=0) ถ้ ามีการควบคุมให้
ทรงกระบอก (cylindrical rotor synchronous generator) กาลังไฟฟ้าด้ านเข้ าและด้ านออกคงที่ หากมีการเพิ่มกระแสกระตุ้น
สนามแม่เหล็ก (field current) จะส่งผลให้ คา่ ใดมีการเปลี่ยนแปลง
1 : Terminal voltage (Vt) และ armature current (Ia)
2 : Infinite bus voltage (Vinfinite) และ power angle
1:
3 : Power factor และ electromotive force (Ea)
4 : Synchronous reactance (Xs) และ electromotive force (Ea)
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2:
3 : ถูกทังสองข้
้ อ
4 : ไม่มีข้อถูก
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
ข้ อที่ 550 : ข้ อใดเป็ นเงื่อนไขในการต่อขนานเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสเข้ า ข้ อที่ 554 : ข้ อใดเป็ น phasor diagram ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
กับ infinite bus แบบแบบขัวยื ้ ่น (salient pole synchronous generator)
1 : ความถี่เดียวกัน
2 : ลาดับเฟสเดียวกัน
3 : แรงดันไฟฟ้าเท่ากัน
4 : ถูกทุกข้ อ
1:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 551 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสต่อกับ infinite bus การส่งจ่าย
กาลังไฟฟ้าเสมือน (reactive power) ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสกับ
infinite bus จะเป็ นอย่างไร
2:
1 : สามารถรับกาลังไฟฟ้าเสมือนจาก infinite bus ได้
2 : สามารถจ่ายกาลังไฟฟ้าเสมือนให้ กบั infinite bus ได้
3 : ไม่มีการรับหรือจ่ายกาลังไฟฟ้าเสมือนกับ infinite bus
4 : เป็ นไปได้ ทกุ กรณี
3:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 552 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสสามารถนามาแก้ ไขค่า PF lagging
ได้ ถ้าทางานในสภาวะใด
1 : Unity power factor mode
2 : Over excited mode
4:
3 : Under excited mode
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
4 : ถูกทุกข้ อ
ข้ อที่ 555 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสเครื่องหนึ่งต่อเข้ ากับ infinite
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
bus ณ ขณะที่ทาการขนาน (synchronization) เข้ ากับ infinite bus นี ้ มี
ข้ อที่ 553 : ข้ อใดเป็ น phasor diagram ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
ค่า Vinfinite =1 p.u. มุม 0 องศา และ Xs =1.2 p.u. เมื่อทาการปรับแรงบิดต้ น
แบบโรเตอร์ ทรงกระบอก (cylindrical rotor synchronous generator)
กาลังทาให้ กาลังไฟฟ้าจริง (real power) ด้ านออกเป็ น 0.2 p.u. โดยที่
กระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็ก (field current) คงที่ มุมทางกาลัง (power
angle) มีคา่ กี่องศา
1 : 10.81
1: 2 : 11.26
3 : 13.89
4 : 17.46
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 556 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสเครื่องหนึ่งต่อเข้ ากับ infinite
2: bus ณ ขณะที่ทาการขนาน (synchronization) เข้ ากับ infinite bus นี ้ มี
ค่า Vinfinite =1 p.u. มุม 0 องศา และ Xs =1.2 p.u. เมื่อทาการปรับแรงบิดต้ น
กาลังทาให้ กาลังไฟฟ้าจริง (real power) ด้ านออกเป็ น 0.2 p.u. โดยที่
กระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็ก (field current) คงที่ ค่ากระแสอามาเจอร์
(armature current) มีคา่ เท่าใด
3:
1 : 0.2+j0.024 p.u.
2 : 0.1+j0.024 p.u.
3 : 0.2+j0.034 p.u.
4 : 0.1+j0.034 p.u.
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
4:
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 557 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสเครื่องหนึ่งต่อเข้ ากับ infinite ข้ อที่ 561 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสเครื่องหนึ่งต่อเข้ ากับ infinite
bus ณ ขณะที่ทาการขนาน (synchronization) เข้ ากับ infinite bus นี ้ มี bus ณ ขณะที่ทาการขนาน (synchronization) เข้ ากับ infinite bus นี ้ เมื่อ
ค่า Vinfinite =1 p.u. มุม 0 องศา, และ Xs =1.2 p.u. เมื่อทาการปรับแรงบิด ทาการปรับแรงบิดต้ นกาลัง มีการจ่ายกาลังไฟฟ้าเชิงซ้ อน (complex
ต้ นกาลังทาให้ กาลังไฟฟ้าจริง (real power) ด้ านออกเป็ น 0.2 p.u. โดยที่ power) SG = 0.3+j0.4 p.u. กาลังไฟฟ้าจริง (real power) ที่เครื่องกาเนิด
กระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็ก (field current) เพิ่มขึ ้น 1.5 เท่าจากขณะที่มี ไฟฟ้าซิงโครนัสจ่ายเข้ าระบบไฟฟ้ามีคา่ เท่าใด
การขนานเข้ ากับ infinite bus มุมทางกาลัง (power angle) มีคา่ กี่องศา 1 : 0.3 p.u.
1 : 9.21 2 : 0.4 p.u.
2 : 12.21 3 : 0.5 p.u.
3 : 13.89 4 : 0.7 p.u.
4 : 17.46 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 ข้ อที่ 562 : ในการส่งจ่ายกาลังไฟฟ้าระหว่างเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
ข้ อที่ 558 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสเครื่องหนึ่งต่อเข้ ากับ infinite แบบขัวยื ้ ่น (salient pole synchronous generator) กับ infinite bus หาก
bus ณ ขณะที่ทาการขนาน (synchronization) เข้ ากับ infinite bus นี ้ มี ไม่คิดความต้ านทาน (R=0) ใด ๆ การส่งจ่ายกาลังไฟฟ้าจริง (real power)
ค่า Vinfinite =1 p.u. มุม 0 องศา, และ Xs =1.2 p.u. เมื่อทาการปรับแรงบิด จะมีคา่ สูงสุด ที่มมุ ทางกาลัง (power angle) กี่องศา
ต้ นกาลังทาให้ กาลังไฟฟ้าจริง (real power) ด้ านออกเป็ น 0.2 p.u. โดยที่ 1:0
กระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็ก (field current) เพิ่มขึ ้น 1.5 เท่าจากขณะที่มี 2 : 45
การขนานเข้ ากับ infinite bus ค่ากระแสอามาเจอร์ (armature current) มี 3 : 90
ค่าเท่าใด 4 : 180
1 : 0.21+j0.38 p.u. คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : 0.21-j0.038 p.u. ข้ อที่ 563 : ข้ อใดคือข้ อเสียของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสแบบขัวยื ้ ่น
3 : 0.21+j0.048 p.u. (salient pole synchronous generator) เมื่อเปรียบเทียบกับ เครื่องกาเนิด
4 : 0.21-j0.048 p.u. ไฟฟ้าซิงโครนัสแบบโรเตอร์ ทรงกระบอก (cylindrical rotor synchronous
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 generator)
ข้ อที่ 559 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสแบบขัวยื
้ ่น (salient pole 1 : มี ripple torque มากกว่า
synchronous generator) เครื่องหนึ่งต่อเข้ ากับ infinite bus ณ ขณะที่ทา 2 : ต้ องการกระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็ก (field current)
การขนาน (synchronization) เข้ ากับ infinite bus นี ้ มีคา่ Vinfinite =1 p.u. 3 : ไม่สามารถทางานเป็ น synchronous condenser ได้
มุม 0 องศา, Ea= 1 p.u. มุม 30 องศา, Ia=0.5 p.u. มุม -30 องศา มุม 4 : มีประสิทธิภาพต่ากว่าเนื่องจากมีความสูญเสียที่โรเตอร์
ระหว่างกระแสอาร์ มาเจอร์ ทางด้ านแกน quadrature (quadrature axis คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
armature current) กับ Ea มีคา่ กี่องศา ข้ อที่ 564 : ข้ อใดคือข้ อดีของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสแบบขัวยื ้ ่น
1 : 30 (salient pole synchronous generator) เมื่อเปรียบเทียบกับ เครื่องกาเนิด
2:0 ไฟฟ้าซิงโครนัสแบบโรเตอร์ ทรงกระบอก (cylindrical rotor synchronous
3 : 60 generator)
4 : 90 1 : ไม่มี ripple torque
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 2 : ต้ องการกระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็ก (field current)
ข้ อที่ 560 : เครื่องกาเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสแบบขัวยื้ ่น (salient pole 3 : มีแรงบิดที่สงู กว่าเนื่องจากผลของ reluctance torque
synchronous generator) เครื่องหนึ่งต่อเข้ ากับ infinite bus ณ ขณะที่ทา 4 : มีประสิทธิภาพมากกว่าเนื่องจากไม่มีความสูญเสียที่โรเตอร์
การขนาน (synchronization) เข้ ากับ infinite bus นี ้ มีคา่ Vinfinite =1 p.u. คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
มุม 0 องศา, Ea= 1 p.u. มุม 30 องศา, Ia=0.5 p.u. มุม -30 องศา มุม
ระหว่างกระแสอาร์ มาเจอร์ ทางด้ านแกน direct (direct axis armature
current) กับ Ea มีคา่ กี่องศา
1 : 30
2:0
3 : 60
4 : 90
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
เนือ้ หาวิชา : 945 : Power transformer characteristics and models ข้ อที่ 570 : ข้ อใดไม่ถกู ต้ องสาหรับกาลังสูญเสียของหม้ อแปลงไฟฟ้ากาลัง
ข้ อที่ 565 : หม้ อแปลงเฟสเดียว 3 ชุด แต่ละชุดมีขนาด 20 MVA 66.4 1 : ประกอบด้ วย core loss และ copper loss
kV/22 kV, X= 0.06 p.u. เมื่อนามาต่อเป็ นหม้ อแปลง 3 เฟส โดยด้ านแรงสูง 2 : Eddy current loss เป็ น core loss ชนิดหนึ่ง
ต่อเป็ นวาย (wye) และทางด้ านแรงตา่ ต่อเป็ นเดลต้ า (delta) อิมพีแดนซ์ 3 : Hysteresis loss เป็ น copper loss ชนิดหนึ่ง
ทางด้ านแรงสูงมีคา่ เท่าไร 4 : ในการจ่ายโหลดทีแ่ รงดันไฟฟ้าค่าหนึ่ง core loss มีคา่ ประมาณคงที่
1 : 9.12 ohm คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
2 : 10.23 ohm ข้ อที่ 571 : หม้ อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส ขนาดพิกดั 100 kVA, 20/5 kV มี
3 : 12.15 ohm impedance เมื่อคานวณทางด้ าน 20 kV เป็ น 10% ให้ คานวณค่า
4 : 13.23 ohm impedance ของหม้ อแปลงนี ้เมื่อคานวณด้ าน 5 kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 1 : 20 ohm
ข้ อที่ 566 : หม้ อแปลงเฟสเดียว 3 ชุด แต่ละชุดมีขนาด 20 MVA 66.4 2 : 25 ohm
kV/22 kV, X= 0.06 p.u. เมื่อนามาต่อเป็ นหม้ อแปลง 3 เฟส โดยด้ านแรงสูง 3 : 30 ohm
ต่อเป็ นวาย (wye) และทางด้ านแรงตา่ ต่อเป็ นเดลต้ า (delta) อิมพีแดนซ์ 4 : 35 ohm
ทางด้ านแรงต่ามีคา่ เท่าไร คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
1 : 0.727 ohm ข้ อที่ 572 : การต่อชุดขดลวดของหม้ อแปลงในระบบจาหน่าย 3 เฟส จะ
2 : 0.654 ohm นิยมต่อแบบใด
3 : 0.532 ohm 1 : Wye – wye
4 : .484 ohm 2 : Delta – delta
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 3 : Delta – wye
ข้ อที่ 567 : ตามมาตรฐานโดยทัว่ ไปจะกาหนดเครื่องหมายขัวของปลายสาย
้ 4 : นิยมต่อทังสามแบบในข้
้ อ 1 2 และ 3
ของหม้ อแปลงไฟฟ้าทางด้ านแรงต่าหรือทุติยภูมิ เป็ นตัวอักษรใด คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : H1 และ H2 ข้ อที่ 573 :
2 : L1 และ L2
3 : X1 และ X2
4 : Y1 และ Y2
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 568 : หม้ อแปลงไฟฟ้าขนาด 7.2 kVA 1.2 kV / 120 V มีจานวนรอบ จากรูปที่กาหนดให้ เป็ นหม้ อแปลงไฟฟ้าชนิดใด
ขดลวดทางด้ านปฐมภูมิ (primary) 800 รอบ จงหาจานวนรอบของขดลวด 1 : Single phase core type transformer
ทางด้ านทุติยภูมิ (secondary) 2 : Single phase shell type transformer
1 : 8000 รอบ 3 : Three phase bank transforemer
2 : 800 รอบ 4 : Three phase core type transformer
3 : 80 รอบ คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
4 : 8 รอบ ข้ อที่ 574 :
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 หากนาหม้ อแปลงไฟฟ้าดังรูปไปต่อเป็ นหม้ อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส หม้ อแปลง
ข้ อที่ 569 : หม้ อแปลงไฟฟ้าขนาด 500 kVA จงหาประสิทธิภาพของหม้ อ ลักษณะนี ้จะเรียกว่าอย่างไร
แปลงนี ้ เมื่อมีการจ่ายภาระทางไฟฟ้าที่พิกดั กาลัง power factor = 1 ซึง่ มี
ความสูญเสียที่แกนเหล็กและขดลวด (core loss and copper loss) 2500
W และ 7500 W ตามลาดับ
1 : 95.0 %
2 : 96.0 %
3 : 97.0 % 1 : Three phase core type transformer
4 : 98.0 % 2 : Three phase shell type transformer
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4 3 : Three phase bank transforemer
4 : Three phase separate transformer
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
ข้ อที่ 575 : การต่อหม้ อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ดังรูปเป็ นการต่อในลักษณะใด ข้ อที่ 579 : หม้ อแปลงไฟฟ้า 3 เฟสต่อแบบ wye-delta หากคานวณแบบต่อ
เฟส (per phase) อัตราส่วนค่ายอด (magnitude) แรงดันไฟฟ้าด้ านปฐม
ภูมิ (primary voltage) ต่อแรงดันไฟฟ้าด้ านทุติยภูมิ (secondary voltage)
มีคา่ เท่าใด เมื่อ a คือ turn ratio ของหม้ อแปลงไฟฟ้านี ้
1:a
2 : 1/a
3 : (1.732) x (a)
4 : a/1.732
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
1 : Wye – wye
ข้ อที่ 580 : หม้ อแปลงไฟฟ้า 1 เฟสมีคา่ Xl =0.24 ohm เท่ากัน 3 ตัวอยู่
2 : Delta – delta
ทางด้ านปฐมภูมิ (primary) เท่านัน้ นามาต่อเป็ น three phase bank
3 : Delta – wye
transformer แบบ delta-wye, Xl ต่อเฟสทางด้ านปฐมภูมิมีคา่ เป็ นเท่าใด
4 : Wye-Delta
1 : 0.72
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1
2 : 0.42
ข้ อที่ 576 : การต่อหม้ อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ดังรูปเป็ นการต่อในลักษณะใด
3 : 0.24
4 : 0.08
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 581 : หม้ อแปลงไฟฟ้า 3 เฟสต่อแบบ delta-wye หากคานวณแบบต่อ
เฟส (per phase) อัตราส่วนค่ายอด (magnitude) แรงดันไฟฟ้าด้ านปฐม
ภูมิ (primary voltage) ต่อแรงดันไฟฟ้าด้ านทุติยภูมิ (secondary voltage)
มีคา่ เท่าใด เมื่อ a คือ turn ratio ของหม้ อแปลงไฟฟ้านี ้
1:a
1 : Wye – wye 2 : 1/a
2 : Delta – delta 3 : (1.732) x (a)
3 : Delta – wye 4 : a/1.732
4 : Wye-Delta คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2 ข้ อที่ 582 : หม้ อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส 10 kVA, 15/5 kV เท่ากัน 3 ตัว นามาต่อ
ข้ อที่ 577 : หม้ อแปลงไฟฟ้าประเภทใดทาหน้ าช่วยให้ มีการรักษาระดับ เป็ น three phase bank transformer แบบ wye-wye, และทาการจ่ายภาระ
แรงดันในระบบส่งจาหน่ายไฟฟ้า ทางไฟฟ้า 6 kW มุมระหว่างแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้ามีคา่ กี่องศา
1 : Tap changing transformer 1 : 36.87
2 : Phase shifting transformer 2 : 45
3 : Voltage transformer 3 : 53
4 : Current transformer 4 : 78
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 1 คาตอบที่ถกู ต้ อง : 4
ข้ อที่ 578 : ข้ อที่ 583 : หม้ อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส 10 kVA, 15/5 kV เท่ากัน 3 ตัว นามาต่อ
เป็ น three phase bank transformer แบบ wye-wye, และทาการจ่ายภาระ
ทางไฟฟ้าที่พิกดั กาลัง 0.8 PF lagging และมีความสูญเสียรวมทังหมด้
1:1 เท่ากับ 0.4 kW ค่าประสิทธิภาพของหม้ อแปลงนี ้คือเท่าใด
2 : 1/1.732 1 : 99.33 %
3: 2 : 98.33 %
4: 3 : 97.66 %
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3 4 : 97.33 %
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 2
ข้ อที่ 584 : หม้ อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส 10 kVA, 15/5 kV เท่ากัน 3 ตัว นามาต่อ
เป็ น three phase bank transformer แบบ wye-wye, หากหม้ อแปลงคิดว่า
หม้ อแปลงนี ้เป็ นหม้ อแปลงในอุดมคติ (ideal transformer) เมื่อแรงดันปฐม
ภูมิ (primary voltage) มีคา่ 12 kV แรงดันด้ านทุติยภูมิ (secondary
voltage) จะมีคา่ เท่าใด
1 : 36 kV
2 : 12 kV
3 : 4 kV
4 : 2.3 kV
คาตอบที่ถกู ต้ อง : 3
เ มเ ม
wunv

การหา า base

; ฐ_ne นb
5
Ibase Ibase
#⇐
• ะ • ะ

Zbase (Vbaseunrrn] 2
Vp e Zbase
• ะ •

Sbase ¢
3

าาT
2
Zbase (
;!!
• ะ
_

hrit
การหา า p . Ur

ฒู๊

p.us
ะ e

การเป ยน p.lt .

• Znew ะ
Zo ×
¥1


×

1T

T-l-In.rs#IL-L
_

¥ ±

v. .
.
.
.

rm VL -
L

Vp

Ip
พู
ค่
ฑฺe
ค่
ค่
ยั่
ยุ
ตุ
คำ
พิ่
หิ๊
ลี่
งู๋
ฑุ่
ติ

You might also like