0% found this document useful (0 votes)
185 views21 pages

POSN Part Cellular Respiration

Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as PDF, TXT or read online on Scribd
0% found this document useful (0 votes)
185 views21 pages

POSN Part Cellular Respiration

Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as PDF, TXT or read online on Scribd

]

โครงการเตรียมความพร้อม
ชีววิทยาโอลิมปิกวิชาการ (สอวน.)
Update 2567 !!!

โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
วันที่ 13 มิถุนายน 2567 เวลา 14.30 – 16.30 น.
Page |2

]
Chapter Cellular Respiration

Chapter 5 : Cellular respiration

P’New (KU78/BZ23)
Page |3

เมแทบอลิซึม (Metabolism)
ปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ (Metabolism) คือ ปฏิกิริยาเคมีหรือกระบวนการทางเคมีทั้งหมดที่
เกิดขึ้นภายในสิ่งมีชีวิต เมแทบอลิซึมในร่างกายสิ่งมีชีวิตแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ

โครงสร้างของ ATP (ATP Structure)


 ATP (Adenosine triphosphate) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับส่งพลังงาน
 ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก  ไรโบส (Ribose)
 เบสอะดีนีน (Adenine)
 หมู่ฟอสเฟต 3 หมู่ (Phosphate group)
 พันธะระหว่างหมู่ฟอสเฟต เรียกว่า Phosphoanhydride bond
 บทบาทและหน้าที่ของ ATP  Mechanical work การเคลื่อนที่ทุกชนิด
 Transportation Active transport, Endocytosis
 Anabolism การสังเคราะห์สารอินทรีย์

P’New (KU78/BZ23)
Page |4

ข้อควรจำ (เพิ่มเติม) : พลังงานที่เก็บในรูปอิเล็กตรอน


1. NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide)
สมการ :
2. NADP+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide Phosphate)
สมการ :
3. FAD (Flavin Adenine Dinucleotide)
สมการ :

2. การหายใจระดับเซลล์ (Cellular respiration)

การหายใจระดับเซลล์ (Cellular respiration)


เป็นการสลายสารโมเลกุลใหญ่ให้มีโมเลกุลเล็กลง พร้อมคายพลังงาน เป็นกระบวนการ Catabolism
เพื่อสร้างพลังงานสำหรับไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของเซลล์ พลังงานที่เซลล์ต้องการอยู่ในรูปของสารพลังงานสูง
ที่เรียกว่า ATP ได้จากการสลายสารอาหาร ได้แก่ Carbohydrate, Protein, Lipid
โดยกระบวนการหายใจระดับเซลล์มี 2 รูปแบบ
1. การหายใจแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic respiration)

2. การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic respiration)

P’New (KU78/BZ23)
Page |5

การหายใจแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic respiration)


เป็นการอาศัยออกซิเจนเข้าร่วมสลายอาหาร ทำให้เกิดการสลายอาหารที่สมบูรณ์ โดย Glucose 1
โมเลกุล จะให้พลังงาน………………………………………………ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน เกิดใน………………………………
สมการการสลายน้ำตาล (แบบใช้ O2)

ทบทวนเรื่อง Mitochondria

P’New (KU78/BZ23)
Page |6

การหายใจแบบใช้ออกซิเจน แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนย่อย ดังนี้

1 Glycolysis

P’New (KU78/BZ23)
Page |7

P’New (KU78/BZ23)
Page |8

 สรุปภาพรวมในขั้นตอนไกลโคไลซิส (Glycolysis)
สมการรวมปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในไกลโคไลซิส
Glucose + 2 ADP + 2 Pi + 2 NADH+ 2 Pyruvate + 2 ATP + 2 NADH

สารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้
1 Glucose

2 Acetyl Coenzyme A
 กระบวนการเกิดขึ้นที่บริเวณ……………………………………………………...………………………………………….
 Pyruvate (3C) จะเข้ า ทำปฏิ ก ิ ร ิ ย ากั บ Coenzyme A กลายเป็ น Acetyl Coenzyme A (2C)
เพื่อนำ Acetyl Coenzyme A เข้าสู่วัฏจักรเครบส์ต่อไป
 Pyruvate 1 โมเลกุล จะถูก Oxidized และคาย………………………………..และ……………………………...
เพื่อสร้าง Acetyl Coenzyme A……………………………………………………….…………………………..โมเลกุล
 ในขั้นตอนนี้จะไม่มีการสร้าง ATP ออกมา *****

P’New (KU78/BZ23)
Page |9

 สรุปภาพรวมในขั้นตอนการสร้าง Acetyl Coenzyme A


สมการรวมการสร้าง Acetyl Coenzyme A ต่อ Pyruvate 1 โมเลกุล
Pyruvate + Coenzyme A Acetyl CoA + CO2 + NADH

สารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้
1 Pyruvate
2 Pyruvate

3 Krebs cycle

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 10

 สรุปภาพรวมในขั้นตอนวัฏจักรเครบส์ (Krebs cycle)


สมการรวมปฏิกิริยาวัฏจักรเครบส์ ต่อ 1 Acetyl Coenzyme A

สารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้
1 Acetyl
Coenzyme A
2 Acetyl
Coenzyme A

4 Electron transport chain

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 11

ตารางสรุปการหายใจระดับเซลล์แบบใช้ออกซิเจน ต่อกลูโคส 1 โมเลกุล


ขั้นตอนย่อย สารตั้งต้นวัฏจักร ผลิตภัณฑ์ที่ได้
Glycolysis 1 Glucose
Acetyl Coenzyme A 2 Pyruvate
Krebs cycle 2 Acetyl CoA
10 NADH
Electron transport chain
2 FADH2

ผลิตภัณฑ์สุทธิจากการเกิดปฏิกิริยา 4 ขั้นตอนย่อย
CO2 NADH FADH2 ATP

ข้อควรจำ (เพิ่มเติม) : Glycolysis


 สร้าง 2 NADH มีระบบลำเลียง (shuttle system) ที่จะนำ NADH เข้าสู่ Mitochondria
 Glycerol phosphate shuttle  Malate aspartate shuttle

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 12

พลังงานที่ได้จากการสลายสารอื่นที่ไม่ใช่กลูโคส
สารอาหารอื่นๆ สามารถเป็นแหล่งพลังงานเพื่อสร้าง ATP ได้เช่นเดียวกัน โดยจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
โครงสร้างคล้ายกับการเปลี่ยนแปลงของกลูโคส ดังนี้

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 13

การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic respiration)


เป็นการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนเข้าร่วมการสลายอาหาร ทำให้เกิดการสลายอาหารได้ ไม่สมบูรณ์
โดย 1 กลูโคสจะให้พลังงานเพียง………………………….ATP และจะเกิดแค่กระบวนการ……………………….………….
บริเวณ……………………………………………………………………………..…………..เท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย 2 รูปแบบ คือ
1. การหมักแอลกอฮอล์ (Alcoholic Fermentation)
 เกิดในพวกฟังไจ (รา ยีสต์), เมล็ดพืช, แบคทีเรีย
 โดยไพรูเวท (C3H4O3) จะปลดปล่อย C 1 อะตอม ออกมาในรูป CO2 และกลายเป็น C 2
อะตอม เรียกว่า Acetaldehyde และกลายเป็นเอทานอล (C2H5OH) จากการรับ e- ตัวสุดท้ายของ
NADH โดยเอทานอลที่เกิดขึ้นเป็นอันตรายต่อเซลล์ ถ้ามีเอทานอลมากๆ ยีสต์จะทนไม่ได้และตายใน
ที่สุด มีสมการรวมปฏิกิริยา ดังนี้

 สรุปภาพรวมในขั้นตอนการหมักแอลกอฮอล์ (Alcoholic Fermentation)


สมการรวมปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในการหมักแอลกอฮอล์
C6H12O6 2 C2H5OH + 2 CO2 + 2 ATP

สารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้
1 Glucose 2 Ethanol 2 ATP 2 CO2

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 14

2. การหมักกรดแลกติก (Lactic acid Fermentation)


 เกิดในเซลล์กล้ามเนื้อลาย, พยาธิตัวตืด และแบคทีเรียบางชนิด
 โดยไพรูเวท (C3H4O3) จะดึงอิเล็กตรอน และโปรตอนจาก NADH + H+ ออกมาใช้ในการ
เปลี่ยนแปลงเป็นกรดแลกติก (Lactate/C3H6O3) ที่ยังคงมี C 3 อะตอม เท่าเดิมเหมือนไพรูเวท
 ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อขาดออกซิเจน (เช่น ตอนออกกำลังกาย) เซลล์จะเกิดการหายใจแบบไม่ใช้
ออกซิเจนเพื่อสร้าง ATP แทน ทำให้เกิดการสะสมกรดแลกติก จะทำให้เซลล์กล้ามเนื้อร่างกาย
เมื่อยล้าและเป็นตะตริวได้
 จุลินทรีย์บางชนิดมีการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน แล้วเกิดกรดแลกติก ซึ่งจะนำไปใช้ใน
การผลิตอาหารบางชนิดได้ เช่น การดองผักผลไม้ การทำนมเปรี้ยว โยเกิร์ต

 สรุปภาพรวมในขั้นตอนการหมักกรดแลกติก (Lactic acid Fermentation)


สมการรวมปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในการหมักกรดแลกติก
C6H12O6 2 C3H6O3 + 2 ATP

สารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้
1 Glucose 2 Lactic acid 2 ATP

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 15

ตังอย่างข้อสอบ
1. สารประกอบข้อใดทำหน้าที่รับและขนย้าย electron ที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชันของกลูโคสไปยัง
electrontransport system (สอวน. 60)
1. NAD+ 2. NADP+
3. NADH 4. NADPH

2. เมื่อเปรียบเทียบการสร้าง ATP ในการหายใจระดับเซลล์และการสังเคราะห์ด้วยแสงของข้าวโพดข้อใด


ถูกต้อง (สอวน. 60)
การสร้าง ATP ใน การสร้าง ATP ใน
ข้อเปรียบเทียบ
mitochondria chloroplast
A แหล่งให้พลังงานเพื่อสร้าง ATP อิเล็กตรอนที่มาจาก hexose อิเล็กตรอนที่มาจาก H2O
B แหล่งที่มีการสะสมโปรตอน matrix thylakoid lumen
C สารที่โปรตอนเคลื่อนย้ายผ่าน ATP synthase ATP synthase
D ช่วงเวลาที่เกิดการเคลื่อนย้ายโปรตอน กลางวันและกลางคืน กลางวันและกลางคืน

1. B 2. C
3. B, C 4. A, D

3. ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสลายกรดขมัน จะผ่านเข้าสู่กระบวนการหายใจระดับเซลล์ขั้นตอนใด (สอวน.


60)
1. glycolysis 2. Krebs cycle
3. electron transport system 4. fermentation

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 16

4. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอน oxidative decarboxylation เพื่อสร้าง acetyl CoA ของการหายใจ


ระดับเซลล์ (สอวน. 60)
1. เกิดขึ้นที่ matrix ของ mitochondria
2. มีการสร้าง FADH2 และปลดปล่อย CO2
3. มี pyruvate dehydrogenase ช่วยเร่งปฏิกิริยา
4. เป็นการออกซิไดซ์ pyruvate เพื่อสร้าง acetyl CoA

5. ข้อใดผิดเกี่ยวกับกระบวนการสลายสารอาหารระดับเซลล์ (สอวน. 60)


1. ในการเข้าสู่ไกลโคลิซิส จะเกิดการเติมหมู่ฟอสเฟตจำนวน 2 หมู่ลงบนกลูโคสแต่ละโมเลกุล
2. กลีเซอรอลที่ได้จากการย่อยลิพิดจะถูกใช้เป็นสารตั้งต้นได้โดยเข้าสู่กระบวนการในช่วงไกลโคลิซิส
3. กรดไขมันจะถูกตัดคาร์บอนออกจากสายไฮโดรคาร์บอนทีละอะตอมเพื่อสร้างเป็น acety-CoA ซึ่ง
เข้าสู่กระบวนการในช่วงวัฏจักรเครบส์
4. กรดอะมิ ใ นจะถู ก ตั ด หมู ่ อ ะมิ ใ นออกจากโมเลกุ ล หรื อ ย้ า ยหมู ่ อ ะมิ โ นไปอยู ่ ก ั บ โมเลกุ ล ของ
สารประกอบชนิดอื่นเพื่อเข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์สารอาหารระดับเซลล์

6. ข้อความใดถูกเกี่ยวกับการหายใจระดับเซลล์ (สอวน. 61)


1. การหายใจระดับเซลล์ในใบไม้ที่มีสีเขียวเกิดเฉพาะเมื่อใบไม่ได้รับแสง
2. สารอินทรีย์หลายชนิดสามารถเข้าสู่กระบวนการหายใจระดับเซลล์ได้
3. ถ้าไมโทคอนเดรียมีเฉพาะเยื่อชั้นในจะยังคงสามารถสร้าง ATP ได้โดย ATP synthase
4. ถ้าเซลล์ไม่มีไมโทคอนเรียจะไม่สามารถสร้างพลังงานเคมีจากการหายใจระดับเซลล์

7. ปฏิกิริยาใดเกิดขึ้นใน mitochondria (สอวน. 61)


1. 1,3-bisphosphoglycerate + ADP → 3-phosphoglycerate + ATP
2. malate + NAD+ → oxaloacetate + NADH
3. fructose-6-phosphate + ATP → fructose-1,6-bisphosphate + ADP
4. 3-phosphoglycerate → 2-phosphoglycerate

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 17

8. ปฏิกริยาใดมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยที่สุดในภาวะที่เซลล์ขาดออกซิเจน (สอวน. 61)


1. glucose + ATP → glucose-6-phosphate + ADP
2. glyceraldehyde-3-phosphate + Pi + NAD+ → 1,3-bisphosphoglycerate + NADH + H+
3. phosphoenolpyruvate + ADP → pyruvate + ATP
4. pyruvate + NAD+ + CoA → Acetyl-CoA + CO2 + NADH

9. การทดลองหนึ่งทำการแยกไมโทคอนเดรียออกจากเซลล์ และนำไปแช่ในสารละลาย X Y และ Z


จากนั้นทำการวัดความเป็นกรด-ด่างของ intermembrane space และ matrix ได้ผลการทดลองดัง
ตาราง
ความเป็นกรด-ด่าง
สารละลาย
intermembrane space matrix
X 7 5
Y 7 7
Z 5 7

จากผลดังตาราง ข้อสรุปใดมีความเป็นไปได้ (สอวน. 61)


1. สารละลาย X ไม่มีผลต่อการสร้าง ATP
2. ไมโทคอนเด่รียที่อยู่ในสารละลาย Y สร้าง ATP ได้มากที่สุด
3. ไมโทคอนเดรียที่อยู่ในสารละลาย Z สามารถสร้าง ATP ได้
4. ปฏิกิริยาในวัฎจักรเครษส์ของไมโทคอนเดรียที่อยู่ในสารละลาย X Y และ Z ยังคงเกิดอย่างต่อเนื่อง
ใช้ภาพด้านล่างตอบคำถามข้อที่ 10-11

10. สารพลังงานสูงได้จาก glycolysis และวัฎจักร Krebs คืออักษรในข้อใดบ้าง (สอวน. 62)

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 18

ข้อ glycolysis วัฏจักร Krebs


1. A A
2. B A
3. B A, B
4. A A, B

11. ข้อใดไม่ถูกต้อง (สอวน. 62)


1. องค์ประกอบที่สำคัญของสาร D คือ Fe2+
2. โครงสร้างที่สาร E เคลื่อนผ่านคือ ATP synthase
3. สาร G คือตัวรับอิเล็กตรอนสุดท้ายของกระบวนการ
4. ในซลล์พืช ด้านล่างภาพที่มีการสังเคราะห์สาร F คือ intermembrane space ของไมโทคอนเดรีย

12. จากขั้นตอนของภาพด้านล่างข้อใดไม่ถูกต้อง (สอวน. 62)

1. เอนไซม์ในภาพเร่งปฏิกิริยา oxidation
2. ขั้นตอนนี้พบได้ในไกลโคลิซิสของแบคทีเรีย
3. ตัวอย่างของ substrate คือ phosphoenolpyruvate
4. พบการทำงานของเอนไซม์เช่นนี้ในเมทริกซ์ (matrix) ของไมโทคอนเดรีย

13. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการหายใจระดับเซลล์ของยีสต์ (สอวน. 62)


1. มี FADH2 ทำหน้าที่เป็นตัวรีดิวซ์ ในการสร้าง ATP
2. เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากขาดออกซิเจน
3. พบการทำงานของ lactate dehydrogenase ในไซโทพลาซึม
4. กระบวนการ oxidative phosphorylation เกิดขึ้นที่เยื่อหุ้มเซลล์

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 19

14. การทดลองแยก cytoplasm จากเซลล์กล้ามเนื้อที่ทำงานเป็นปกติ แล้วเติม glucose และวัดปริมาณ


glucose ที่ลดลง และ pyruvate ที่เกิดขึ้นที่เวลาต่าง ๆ พบว่าปริมาณ pyruvate เพิ่มมากในช่วงแรก
แต่เพิ่มน้อยลงและไม่เกิดขึ้นเลยในช่วงหลัง แม้ว่ายังคงมี glucose อยู่อย่างเพียงพอ
ข้อใดถูกต้อง (สอวน. 64)
1. ถ้าให้ ADP เซลล์จะสามารถใช้ glucose ได้จนหมด
2. ถ้าให้ NADH เซลล์จะสามารถใช้ glucose ได้มากขึ้น
3. เนื่องจากแยกมาเฉพาะ cytoplasm จึงไม่เกิด phosphorylation ในการทดลองนี้
4. เอนไซม์ Iactate dehydrogenase ลงในหลอดทดลอง จะมีการสร้าง ATP ได้มากขึ้น

15. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหายใจระดับเซลล์ (สอวน. 64)


1. NADH 1 โมเลกุลทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายโปรตอนไปยังช่องว่างระหว่างเยื่อหุ้มไมโทคอนเดรียได้
เท่ากับ FADH2 1 โมเลกุล
2. หาก inner membrane ของ mitochondria เกิดรูรั่ว เซลล์จะไม่สามารถสร้าง ATP จากการ
หายใจได้เลย
3. หากให้สารยับ ยั ้ง ในการถ่ ายทอดอิเ ล็ก ตรอนของ coenzyme Q บu inner membrane ของ
mitochondria จะไม่เกิด proton gradient
4. หากให้สารยับยั้งการถ่ายทอดอิเล็กตรอนของ cytochrome c จะยังคงเกิด proton gradient ได้

16. จากการศึกษาการงอกของเมล็ดถั่วในหลอดทดลองที่อุณหภูมิต่างๆ โดยมีสารละลาย bromthymol


blue ที่ก้นหลอดและจับเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนสีของสารละลายซึ่งเกิดจากการหายใจ ได้ผลการ
ทดลองดังภาพ

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 20

ข้อใดถูกต้อง (สอวน. 64)


1. ที่ 0 ºC เมล็ดไม่มีการหายใจ
2. ถ้าทดลองในภาวะไม่มีออกซิเจน จะยังคงให้ผลการทดลองเหมือนเดิม
3. ที่อุณหภูมิ 28 ºC เมล็ดมีอัตราการหายใจสูงกว่าที่อุณหภูมิ 60 ºC
4. เมื่อสิ้นสุดการทดลองที่อุณหภูมิ 15ºC จะมีปริมาณออกซิเจนมากกว่าการทดลองที่อุณหภูมิ 45 ºC

17. ในกระบวนการหายใจ เซลล์ยีสต์สร้างแอลกอฮล์จากกรดไพรูวิกเพราะเหตุใด (สอวน. 65)


1. เพื่อกำจัดกรดไพรูวิกจากกระบวนการไกลโคไลซิส
2. เพื่อนำ NAD+ กลับมาใช้ในกระบวนการไกลโคไลชิส
3. เพื่อให้ปฏิกิริยาต่าง ๆ ในกระบวนการไกลโคไลซิสเกิดได้เร็วขึ้น
4. เพื่อลัดวงจรจากการหายใจระดับเซลล์ในภาวะออกซิเจนเพียงพอไปเป็นแบบออกซิเจนไม่เพียงพอ

18. โมเลกุลใดที่พบในปฏิกิริยาของกระบวนการหายใจระดับเซลล์ของเซลล์กล้ามเนื้อ ทั้งในภาวะที่มี


ออกซิเจนเพียงพอและไม่เพียงพอ (สอวน. 65)
ก. กลูโคส ข. NADH
ค. คาร์บอนไดออกไซด์ ง. กรดแลกติก
จ. แอลกอฮอล์
1. ก และ ข 2. ก และ ค
3. ก ค และ ง 4. ข ค และ จ

19. โมเลกุล NADH ในไซโทซอลไม่สามารถลำเลียงผ่านเยื่อหุ้มไมโทคอนเดรียเข้าไปในเมทริกซ์ใด้โดยตรง


เซลล์ต้องทำอย่างไร (สอวน. 65)
1. สลายโมเลกุลของ NADH ให้เล็กลงก่อนผ่านเข้าไป
2. ใช้การลำเลียงผ่านโปรตีนที่เยื่อหุ้มไมโทคอนเดรียได้โดยตรง
3. รวมตัวกับสาร glycerol 3-phosphate (G3P) ก่อนผ่านเข้าไป
4. ให้อิเล็กตรอนกับสารตัวกลางแล้วผ่านเข้าไปทางโปรตีนลำเลียง

P’New (KU78/BZ23)
P a g e | 21

20. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการหายใจระดับเชลล์ของพืชดอก (สอวน. 66)


1. ช่วยสร้างพลังงานให้กับเซลล์ 2. สร้างสาร metabolites ให้กับเซลล์
3. ให้พลังงานกับ vessel ในการลำเลียงน้ำ 4. พบได้ในใบทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

21. เมื่อ mitochondria ขาดออกซิเจน จะเกิดผลกระทบต่อปฏิกิริยาในข้อใดก่อน (สอวน. 66)


1. การเปลี่ยน Glucose ไปเป็น Glucose-6-phosphate
2. การเปลี่ยน Phosphoenolpyruvate ไปเป็น Pyruvate
3. การเปลี่ยน Glucose-6-phosphate ไปเป็น Fructose-6-phosphate
4. การเปลี่ยน Glyceraldehyde-3-phosphate ไปเป็น 1,3-Bisphosphoglycerate

22. carbon monoxide (CO) สามารถจับกับ heme จึงมีผลยับยั้งโดยตรงต่อการหายใจระดับเซลล์ใน


ข้อใด (สอวน. 66)
1. oxidative phosphorylation 2. การทำงานของ ATP-synthase
3. การรับอิเล็กตรอนของ NAD+ 4. การปั้ม H+ ไปยัง intermembrane space

23. ข้อใดจับคู่ไม่ถูกต้อง (สอวน. 66)


1. glycolysis - cytoplasm
2. FADH2 formation - mitochondria
3. acetyl CoA synthesis - mitochondrial matrix
4. electron transport chain - mitochondrial outer membrane

P’New (KU78/BZ23)

You might also like