5 Nervous System
5 Nervous System
อ.ชลิดา สิงคิรัตน์
o การตอบสนองของสิง่ มีชวี ิต
o การตอบสนองของสิง่ มีชวี ิตเซลล์เดียว
• พารามีเซียม (Paramecium)
• ไม่มีระบบประสาท
• พารามีเซียมมี เส้นใยประสานงาน (co-ordinating fiber) เชื่อมระหว่าง
โคนซิเลีย
• หากตัดเส้นใยนี้พบว่า พารามีเซียมไม่สามารถควบคุมการโบกพัดของซิเลียได้
o การตอบสนองของสัตว์ไม่มกี ระดูกสันหลัง
• ไฮดรา
• การเคลื่อนที่ของกระแสประสาท
ไม่มีทิศทางที่แน่นอน
• บริเวณปากและเทนทาเคิล
(tentacle) มีเส้นประสาทอยู่มาก
ทาให้ตอบสนองได้ดี
o การตอบสนองของสัตว์ไม่มกี ระดูกสันหลัง
• พลานาเรีย
• ระบบประสาทซับซ้อนมากขึ้น
ประกอบไปด้วยปมประสาทเหนือ
คอหอย (supra-pharyngeal
ganglion) หรือสมอง
• มีปมประสาทตามปล้องของลาตัว และมีเส้นประสาทเชื่อมต่อปมประสาท
ที่มีอยู่ตามปล้อง – เส้นประสาทด้านท้อง (ventral nerve cord)
o การตอบสนองของสัตว์ไม่มกี ระดูกสันหลัง
• แมลง
• สมอง
• ปมประสาท
• เส้นประสาท
• Axon ส่งกระแสประสาทออกจากตัวเซลล์
• มักจะพบเซลล์ละ 1 เส้นใย มีความยาวมากกว่าเดนไดร์ต
o เซลล์ประสาท (Nerve cell) / Neuron
• เยื่อไมอีลนิ (Myelin sheath)
3. เซลล์ประสาทหลายขั้ว
( Multipolar neuron )
o Types of neuron
1. เซลล์ประสาทขัว้ เดียว (Unipolar neuron)
• มีเส้นใยประสาทแยกออกมาจากตัวเซลล์เพียง
1 เส้นใย คือ axon
• ได้แก่ เซลล์ประสาทที่หลั่งฮอร์โมน
(neurosecretory cell)
• ทาหน้าที่สร้างฮอร์โมนประสาท
(neurohormone)
ปมประสาทรากบน
ของไขสันหลัง
o ไขสันหลัง (spinal cord)
ปมประสาทรากบน
ของไขสันหลัง
o Types of neuron
เซลล์ประสาทขั้วเดียวเทียม
(pseudounipolar neuron)
o Types of neuron
2. เซลล์ประสาทสองขัว้ (Bipolar neuron)
• มีเส้นใยประสาทแยกออกมาจากตัว
เซลล์ 2 เส้นใยคือ axon และ
dendrite
• พบที่เซลล์ประสาทที่บริเวณเรตินา
เซลล์รับกลิ่น เซลล์รับเสียง
o Types of neuron
2. เซลล์ประสาทสองขัว้ (Bipolar neuron)
o Types of neuron
2. เซลล์ประสาทสองขัว้ (Bipolar neuron)
o Types of neuron
3. เซลล์ประสาทหลายขัว้ ( Multipolar neuron )
• มีเส้นใยประสาทแยกออกมาจากตัว
เซลล์หลายเส้นใย
• เส้นใยประกอบด้วย axon 1 เส้น
และ dendrite จานวนมาก
• พบที่เซลล์ประสาทประสานงาน และ
เซลล์ประสาทสั่งการ
o Types of neuron
• แบ่งตามหน้าที่ ได้ 3 ประเภท คือ
o Types of neuron
• แบ่งตามหน้าที่ ได้ 3 ประเภท คือ
o Types of neuron
• แบ่งตามหน้าที่ ได้ 3 ประเภท คือ
1. เซลล์ประสาทรับความรู้สึก (sensory neuron)
2. เซลล์ประสาทประสานงาน (association neuron or
interneuron)
3. เซลล์ประสาทสั่งการ (motor neuron)
o Types of neuron
• แบ่งตามหน้าที่ ได้ 3 ประเภท คือ
1. เซลล์ประสาทรับความรู้สกึ (sensory neuron)
• รับข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
ภายในและภายนอกจากตัวรับ
(receptor) แล้วส่งต่อให้ระบบ
ประสาทส่วนกลาง (CNS)
• ส่วนใหญ่เป็นเซลล์ประสาทขั้ว
เดียวเทียมรับความรู้สึก
o Types of neuron
• แบ่งตามหน้าที่ ได้ 3 ประเภท คือ
2. เซลล์ประสาทประสานงาน (association neuron or
interneuron)
• ประมวลผลและประสานงาน
ระหว่าง sensory neuron กับ
motor neuron
• เป็นเซลล์ประสาทหลายขั้ว
o Types of neuron
• แบ่งตามหน้าที่ ได้ 3 ประเภท คือ
3. เซลล์ประสาทสัง่ การ (motor neuron)
• เป็นเซลล์ประสาทหลายขั้ว
o Neuroglia หรือ glia cell
• Supporting cell
• แทรกอยู่ระหว่างเซลล์
ประสาทไม่ให้มีช่องว่าง
• ไม่มีบทบาทในการส่ง
สัญญาณประสาท
• ทาหน้าที่ค้าจุน ให้อาหาร
หรือสนับสนุนให้เซลล์
ประสาททางานอย่างมี
ประสิทธิภาพ
o Neuroglia หรือ glia cell
o Neuroglia หรือ glia cell
Astrocytes
• มีขนาดใหญ่ที่สุด ลักษณะคล้ายรูปดาว
• ทาหน้าที่ค้าจุนโครงสร้าง
• อยู่ติดกับหลอดเลือดฝอย ควบคุมการซึมผ่านเข้าออกของสารต่างๆ จาก
เส้นเลือดสู่เนื้อเยื่อประสาท (blood–brain barrier)
blood–brain barrier
o Neuroglia หรือ glia cell
• oligodendrocytes • Schwann cell
• เป็นเซลล์ขนาดเล็กมีแขนงขนาดสั้น • เป็นเซลล์ที่ทาหน้าที่สร้าง myelin
• สร้าง myelin sheath ห่อหุ้ม axon sheath ห่อหุ้ม axon ที่พบใน
ที่พบใน CNS PNS
• 1 เซลล์ สร้าง myelin sheath • สร้าง myelin sheath ห่อหุ้ม
ห่อหุ้ม axon ได้มากกว่า 1 บริเวณ axon ได้ 1 บริเวณ
o Neuroglia หรือ glia cell
o Neuroglia หรือ glia cell
• microglia
• ขนาดเล็กที่สุด
• เปลี่ยนแปลงมาจาก macrophage
• ทาหน้าทีก่ าจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในระบบประสาทส่วนกลาง
• ห
o Neuroglia หรือ glia cell
Ependymal cell
• พบในระบบประสาทส่วนกลางที่มีรูปร่างเป็น cuboidal epithelial cell
• บุอยู่รอบช่องในสมอง (ventricle) และcentral canal ของไขสันหลัง
• มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสร้างน้าหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง
(cerebrospinal fluid : CSF)
o การเกิดกระแสประสาท
o การเกิดกระแสประสาท
• ศักย์เยื่อเซลล์ระยะพัก (resting
membrane potential)
มีค่าประมาณ -70 mV
o การเกิดกระแสประสาท
• ความแตกต่างของความเข้มข้นของประจุ
– ภายใน: มี K+, An ion (A-; ส่วนใหญ่มีขนาดโมเลกุลใหญ่) มาก
โปรตีนและกรดนิวคลีอิก(ประจุลบ) ไม่สามารถผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้
– ภายนอก: มี Na+, Cl- มาก
o การเกิดกระแสประสาท
• โซเดียมโพแทสเซียมปั๊ม
(sodium – potassium
pump) ทาหน้าที่รักษาความ
เข้มข้นของไอออน
K+ voltage-gated channels
o การเกิดกระแสประสาท
• การเปลีย่ นแปลงศักย์เยือ่ เซลล์
1. กระตุ้นให้ Na+ channels
เปิด Na+ ไหลเข้าสูเ่ ซลล์
ศักย์เยือ่ เซลล์เป็นลบน้อยลง
เรียกว่า Depolarization
2. กระตุ้นให้ K+ channels
เปิด K+ ไหลออกนอกเซลล์
ศักย์เยือ่ เซลล์เป็นลบมากขึ้น
เรียกว่า Hyperpolarization
o การเกิดกระแสประสาท
• หากเซลล์ถูกกระตุ้นให้เกิด depolarization สูง จนทาให้ศักย์ไฟฟ้าขึ้นมาถึงระดับ
threshold ซึ่งในเซลล์ประสาทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีค่าเท่ากับ -55 mV
• เกิดศักย์ทางาน action potential ทาให้เปลี่ยนศักย์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว
เกิดกระแสประสาท (nerve impulse)
o action potentials: เปลี่ยนแบบ All-or-none
o threshold
• ระยะดื้อสัมพัทธ์
(relative
refractory
period)
o ระยะดื้อ (refractory period)
• ระยะดื้อสมบูรณ์ (absolute refractory period)
• เป็นระยะที่ Na+ channel เปิด Na+ ไหลเข้าสู่เซลล์
• ไม่สามารถเกิด Action potential ครั้งที่ 2 แม้ว่าจะให้แรง
กระตุ้นเท่าไหร่ก็ตาม
o การส่งกระแสประสาท
o การส่งกระแสประสาท
o การส่งกระแสประสาท
• ส่งกระแสประสาทได้ช้ากว่าแบบ
กระโดด
o การส่งกระแสประสาท
2. การส่งกระแสประสาทแบบกระโดด
(saltatory conduction)
• การส่งกระแสประสาทจะเกิดเฉพาะ
บริเวณ node of Ranvier
• เกิดใน myelinated axon
• ส่งกระแสประสาทได้เร็วกว่า
แบบต่อเนื่อง
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• ความเร็วในการส่งกระแสประสาท
1. เยื่อไมอีลิน axon ที่มีเยื่อไมอีลินจะเคลื่อนที่เร็วกว่าเซลล์ประสาทที่ไม่
มีเยื่อไมอีลิน
2. Node of Ranvier ห่างมากกระแสประสาทจะเคลื่อนที่เร็ว
3. เส้นผ่านศูนย์กลาง ถ้ามีขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่เร็ว เนื่องจาก
ความต้านทานการเคลื่อนที่ของไอออน แปรผกผันกับ พื้นที่ภาคตัดขวาง
ของเส้นใยประสาท
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• การส่งกระแสประสาททีซ่ แิ นปส์ (synaptic transmission)
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• การส่งกระแสประสาททีไ่ ซแนปส์ (synaptic transmission)
• การส่งกระแสประสาทที่ไซแนปส์ มี 2 แบบ
1. ไซแนปส์ไฟฟ้า (electrical synapse)
2. ไซแนปส์เคมี (chemical synapse)
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• 1. ไซแนปส์ไฟฟ้า (electrical synapse)
• Action potential สามารถผ่าน
จาก Presynaptic cell ไปยัง
Postsynaptic cell
• ผ่านทางช่องไซแนปส์ที่มีขนาด
เล็กมา เรียกว่า Gap junction
• ถ่ายทอดสัญญาณได้เร็ว ไม่ต้อง
อาศัยสารสื่อประสาท
• พบค่อนข้างน้อย
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• 1. ไซแนปส์ไฟฟ้า (electrical synapse)
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• ไซแนปส์เคมี
(chemical
synapse)
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• ซิแนปส์เคมี (chemical synapse)
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• ไซแนปส์เคมี (chemical synapse)
• พบได้มากกว่า electrical synapse
• ช่องระหว่าง เซลล์ประสาท 2 เซลล์
เรียกว่า synaptic cleft
• Action potential จะกระตุ้นให้
Ca2+ เข้ามาในเซลล์ ทาให้ synaptic
vesicle ไปรวมกับเยื่อเซลล์แล้ว
ปล่อยสารสื่อประสาท
(neurotransmitter) ออกมา
• Neurotransmitter ไปจับกับตัวรับ
ที่ ion channels
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• ไซแนปส์เคมี (chemical synapse)
สารสื่อประสาท
(neurotransmitter)
• สร้างและเก็บไว้ที่เซลล์ประสาท
• สารที่หลั่งออกมาเพื่อเป็นตัวกลาง
ในการถ่ายทอดกระแสประสาท
ผ่านรอยต่อระหว่างเซลล์
(Synaptic cleft)
• สารสื่อประสาท เช่น แอซิติลโคลีน
(acetylcholine) , นอร์เอพิเนฟริน
(norepinephrine) ,เอนดอร์ฟิน
(endorphin), โดปามีน (dopamine)
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• ซิแนปส์เคมี (chemical synapse)
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• ไซแนปส์เคมี (chemical synapse)
• มี 2 กรณี
• excitatory postsynaptic potential; EPSP
กระตุ้นประตู Na+ เปิด เกิด depolarization
• ขึ้นอยู่กับชนิดของสารสื่อประสาทและ receptor
o การท้างานของเซลล์ประสาท
• สารที่มผี ลต่อการถ่ายทอดกระแสประสาททีไ่ ซแนปส์
สารเคมี ผลต่อการถ่ายทอดกระแสประสาท
ยับยัง้ การปล่อยสารสื่อประสาท กระแสประสาทถูกส่งไปที่
ยาระงับประสาท
สมองน้อยลง มีอาการสงบ
• ด้านในเป็นเนื้อสีขาว
(white matter)
ประกอบด้วยใยประสาทที่มี
เยื่อไมอีลิน
o ศูนย์ควบคุมระบบประสาท
• สมอง (brain)
o ศูนย์ควบคุมระบบประสาท
• สมอง (brain)
o ศูนย์ควบคุมระบบประสาท
• สมอง (brain)
o ศูนย์ควบคุมระบบประสาท
• สมอง (brain)
o ศูนย์ควบคุมระบบประสาท
1. สมองส่วนหน้า (Forebrain) ประกอบด้วย
• ซีรีบรัม (cerebrum)
• ไฮโปทาลามัส (hypothalamus)
• ทาลามัส (thalamus)
• อัลแฟกทอรีบัลบ์ (olfactory bulb)
2. สมองส่วนกลาง (Midbrain)
3. สมองส่วนหลัง (Hindbrain) ประกอบด้วย
• เซรีเบลลัม (cerebellum)
• พอนส์ (pons)
• เมดัลลาออบลองกาตา (medulla oblongata)
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ประกอบด้วย
• ซีรีบรัม (cerebrum)
• ไฮโปทาลามัส (hypothalamus)
• ทาลามัส (thalamus)
• อัลแฟกทอรีบัลบ์ (olfactory bulb)
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ซีรีบรัม (cerebrum)
• Cerebral cortex แบ่งออกเป็น 4 lobe
• Frontal lobe
• Parietal lobe
• Temporal lobe
• Occipital lobe
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
cerebral cortex : ระหว่างพู frontal lobe และ parietal lobe
Somato-
motor sensory
cortex cortex
ควบคุมการ รับข้อมูล
ท้างานของ เกี่ยวกับการ
กล้ามเนื้อ สัมผัส ความ
โครงร่าง เจ็บปวด
o สมอง (brain)
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ซี รีบรัม (cerebrum)
• Frontal lobe
• ส่วนหน้าสุดบริเวณหน้าผาก
• ควบคุมเกี่ยวกับการพูด
• ทาหน้าที่เกี่ยวกับ ความจา ความคิด
เชาวน์ปัญญา
• ควบคุมความฉลาดระดับสูง ได้แก่
สมาธิ การวางแผน การตัดสินใจ
• ศูนย์ควบคุมการทางานของ
กล้ามเนื้อลาย (motor area)
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ซี รีบรัม (cerebrum)
• Parietal lobe
• อยู่ด้านหลังตอนบนของศีรษะ
• ศูนย์ควบคุมการรับความรู้สึก
(sensory area)
• ความเข้าใจและการใช้คาพูด
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ซี รีบรัม (cerebrum)
• Temporal lobe
• อยู่ด้านข้างของศีรษะ ใต้
กระดูกขมับ
• ทาหน้าที่เกี่ยวกับ การดม
กลิ่น การได้ยิน การจดจา
การรับรู้ภาษา
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ซี รีบรัม (cerebrum)
• Occipital lobe
• อยู่ส่วนท้ายของศีรษะ
อยู่ชิดกับกระดูกท้ายทอย
• ทาหน้าที่เกี่ยวกับ การ
มองเห็น
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ไฮโปทาลามัส (hypothalamus)
• เป็นสมองส่วนที่เป็นทางติดต่อ
กับเซรีบรัมกับก้านสมอง
• อยูใ่ ต้ทาลามัส และค่อนไป
ทางด้านหน้าติดกับต่อมใต้
สมอง (pituitary gland)
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ไฮโปทาลามัส (hypothalamus)
หน้าที่ของไฮโพทาลามัส
• ศูนย์ควบคุมการเต้นของหัวใจ ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิ
• ศูนย์ควบคุมสมดุลน้าและเกลือแร่
• ศูนย์ควบคุมการนอนหลับ ความหิว ความอิ่ม ความกระหาย
• ศูนย์ควบคุมอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ
• สร้างฮอร์โมนประสาท(neurohormone) ส่งไปควบคุมการหลั่ง
ฮอร์โมนของต่อมใต้สมองส่วนหน้า
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
ทาลามัส (thalamus)
• อยู่ใต้ซีรีบรัม
• ทาหน้าที่ เป็นศูนย์รวมกระแสประสาท
ผ่านเข้าออก และแยกกระแสประสาท
ไปยังสมองส่วนต่างๆ
o สมอง (brain)
① สมองส่วนหน้า (Forebrain)
อัลแฟกทอรีบัลบ์ (olfactory bulb)
• ทาหน้าที่ดมกลิ่น
• เจริญดีในกลุ่มปลาและสัตว์สะเทินน้า
สะเทินบก
• ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอัลแฟกทอรีบัลบ์จะ
ไม่ค่อยเจริญ
o สมอง (brain)
② สมองส่วนกลาง (Midbrain)
• ทาหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของ
ลูกตาและม่านตา (pupil reflex)
• เจริญดีในสัตว์พวกปลา กบ ทา
หน้าที่เป็นศูนย์กลางการ
มองเห็น(optic lobe)
o สมอง (brain)
③ สมองส่วนหลัง (Hindbrain)
o สมอง (brain)
③ สมองส่วนหลัง (Hindbrain)
เซรีเบลลัม (cerebellum)
• ประกอบด้วย เนื้อเยื่อ 2 ชั้น
- ชั้นนอกมีสีเทา
- ชั้นในมีสขี าวแตกกิ่งก้านสาขาคล้ายกิ่งไม้
• ทาหน้าที่ประสานการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ควบคุมการทรงตัวของร่างกาย
o สมอง (brain)
③ สมองส่วนหลัง (Hindbrain)
พอนส์ (pons)
• เป็นทางผ่านของกระเเสประสาท
ระหว่างสมองส่วนซีรีบรัมเเละ
ซีรเี บลลัม
• ทาหน้าที่ควบคุมการเคี้ยว การหลั่ง
น้าลาย การเคลื่อนไหวของใบหน้า
ควบคุมการหายใจ
o สมอง (brain)
③ สมองส่วนหลัง (Hindbrain)
เมดัลลาออบลองกาตา
(medulla oblongata)
• เป็นสมองส่วนที่ต่อจากพอนส์ ตอน
ปลายติดกับไขสันหลัง
• ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของระบบ
ประสาทอัตโนวัติ
• เป็นทางผ่านของกระเเสประสาท
ระหว่างสมองกับไขสันหลัง
• ควบคุมการเต้นของหัวใจ ศูนย์ควบคุม
การหายใจ ความดันเลือด การกลืน
การจาม การสะอึก การอาเจียน
o ไขสันหลัง (spinal cord)
• อยู่ภายในกระดูกสันหลังตั้งแต่กระดูกสันหลังบริเวณคอข้อแรกถึง
กระดูกสันหลังบริเวณเอวข้อที่ 2
• สมองและไขสันหลังจัดอยู่ในระบบประสาทส่วนกลาง (central
nervous system; CNS)
o ไขสันหลัง (spinal cord)
o ไขสันหลัง (spinal cord)
o ไขสันหลัง (spinal cord)
o ระบบประสาทรอบนอก (peripheral nervous
system; PNS)
o เส้นประสาทสมอง (cranial nerve)
• เส้นประสาทสมองของมนุษย์มีจานวน 12 คู่
• จัดอยู่ในระบบประสาทรอบนอก (peripheral nervous system; PNS)
o ชนิดของเส้นประสาท
1. Sensory nerve
2. Motor nerve
3. Mixed nerve
o เส้นประสาทสมอง (cranial nerve)
① ⑦
⑨
②
⑧
④
③ ⑩
⑥
⑤ ⑦
⑫
⑪
o เส้นประสาทสมอง (cranial nerve)
name Nerve type function
I Olfactory sensory ดมกลิ่น
II Optic sensory มองเห็น
III Oculomotor motor การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลูกตา
IV Trochlear motor การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลูกตา
V Trigeminal mixed รับความรู้สึกบริเวณใบหน้า และการบดเคี้ยว
VI Abducens motor การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลูกตา
VII Facial mixed ควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้า หลับตา ลืมตา
ยิ้ม ยิงฟัน และรับรสอาหาร
VIII Vestibulocochlear sensory การได้ยินเสียง รับรู้การทรงตัว
IX Glossopharyngeal mixed ควบคุมการกลืนอาหาร การรับรสอาหาร
X Vagus mixed รับความรู้สึกและสั่งการบริเวณช่องอกและช่องท้อง
XI accessory motor ยักไหล่ เคลื่อนไหวคอ ศีรษะ
XII Hypoglossal motor เคลื่อนไหวลิ้น แลบลิ้น กระดกลิ้น
o เส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerve)
• ปลายของไขสันหลังจะพบ เส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerve)
มีจานวน 31 คู่
• จัดอยู่ในระบบประสาทรอบนอก (peripheral nervous system;
PNS)
o เส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerve)
• เส้นประสาทที่แยกออกจากไขสันหลังมีทั้งหมด 31 คู่
• แบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 บริเวณดังนี้
• เส้นประสาทบริเวณคอ (cervical nerve) 8 คู่
• เส้นประสาทบริเวณอก (thoracal nerve) 12 คู่
• เส้นประสาทบริเวณเอว (lumbar nerve) 5 คู่
• เส้นประสาทบริเวณกระเบนเหน็บ (sacral nerve) 5คู่
• เส้นประสาทบริเวณก้นกบ (coccygeal nerve) 1 คู่
• เป็นเส้นประสาทผสม (mixed nerve)
o เส้นประสาทไขสันหลัง
ปมประสาทรากบน
ของไขสันหลัง
o เส้นประสาทไขสันหลัง
• การทางานของเส้นประสาทไขสันหลัง
o เส้นประสาทไขสันหลัง
o เส้นประสาทไขสันหลัง
• การทางานของเส้นประสาทไขสันหลัง
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาท
ระบบประสาทส่วนกลาง ระบบประสาทรอบนอก
Central nervous system Peripheral nervous system
ระบบประสาทโซมาติก ระบบประสาทอัตโนวัติ
(somatic nervous system) (autonomic nervous system)
ระบบประสาทซิมพาเทติก ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก
(Sympathetic nervous system) (Parasympathetic nervous system)
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทโซมาติก(somatic nervous system)
ระบบประสาทอัตโนวัติ (autonomic nervous system)
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทโซมาติก(somatic nervous system)
ระบบประสาทอัตโนวัติ (autonomic nervous system)
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทโซมาติก (somatic nervous system; SNS)
• Reflex action:
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทโซมาติก (somatic nervous system; SNS)
• Reflex action:
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทโซมาติก: การตอบสนองแบบรีเฟล็กซ์
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทโซมาติก: การตอบสนองแบบรีเฟล็กซ์
รีเฟล็กซ์แอกชัน(reflex action) คือ การสนองตอบสิ่งเร้าอย่าง
ฉับพลันของหน่วยปฏิบัติงานจากการสั่งการของไขสันหลัง โดยไม่ต้อง
อาศัยคาสั่งจากสมอง
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทโซมาติก: การตอบสนองแบบรีเฟล็กซ์
วงจรรีเฟล็กซ์ (reflex arc)
ประกอบด้วย
1. หน่วยรับความรู้สึก (อวัยวะ
รับสัมผัส)
2. เซลล์ประสาทรับความรู้สึก
3. เซลล์ประสาทประสานงาน
(อาจพบหรือไม่พบก็ได้)
4. เซลล์ประสาทสั่งการ
5. หน่วยปฏิบัติงาน (กล้ามเนื้อ
ลาย)
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทโซมาติก: การตอบสนองแบบรีเฟล็กซ์
วงจรรีเฟล็กซ์ (reflex arc)
ประกอบด้วย
1. หน่วยรับความรู้สึก (อวัยวะ
รับสัมผัส)
2. เซลล์ประสาทรับความรู้สึก
3. เซลล์ประสาทประสานงาน
(อาจพบหรือไม่พบก็ได้)
4. เซลล์ประสาทสั่งการ
5. หน่วยปฏิบัติงาน (กล้ามเนื้อ
ลาย)
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทอัตโนวัติ (autonomic nervous system)
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทอัตโนวัติ (autonomic nervous system)
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทอัตโนวัติ (autonomic nervous system)
• ระบบประสาทซิมพาเทติก
(Sympathetic nervous
system)
• ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก
(Parasympathetic nervous
system)
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทอัตโนวัติ (autonomic nervous system)
Sympathetic division
• มาจากไขสันหลังส่วนอกและ
เอว
• Ganglion เห็นได้ชัดเจนอยู่ใกล้
กับไขสันหลัง
• Preganglionic neuron หลั่ง
Acetylcholine
• Postganglionic neuron หลั่ง
Norepinephrine
• เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน
o การทางานของระบบประสาท
ระบบประสาทอัตโนวัติ (autonomic nervous system)
Parasympathetic division
• มาจากสมองส่วนหลัง และไขสันหลังใต้
กระเบนเหน็บ (sacrum)
• Ganglion เห็นได้ไม่ชัดเจน มักอยู่ใกล้กับ
อวัยวะเป้าหมาย
• Preganglionic neuron หลั่ง
Acetylcholine
• Postganglionic neuronหลั่ง
Acetylcholine
• เกี่ยวข้องกับการรักษาพลังงาน
เปรียบเทียบ Parasympathetic division Sympathetic division
ศูนย์กลางการสั่งงาน สมองส่วนหลัง และไขสันหลังใต้ ไขสันหลังส่วนอกและเอว
กระเบนเหน็บ (sacrum)
จานวน motor neuron 2 2
Preganglionic neuron ยาว สั้น
Postganglionic neuron สั้น ยาว
Ganglion เห็นได้ไม่ชัดเจน มักอยู่ใกล้กับ เห็นได้ชัดเจน อยู่ใกล้กับไขสันหลัง
อวัยวะเป้าหมาย
สารสื่อประสาทที่ Acetylcholine Acetylcholine
Preganglionic neuron
หลั่ง
สารสื่อประสาทที่ Acetylcholine Norepinephrine
Postganglionic neuron
หลั่ง
การทากิจกรรม การรักษาพลังงาน การใช้พลังงาน
o การท้างานของระบบประสาท
ระบบประสาทอัตโนวัติ (autonomic nervous system)
o อวัยวะรับความรูส้ กึ
ประกอบด้วย
นัยน์ตากับการมองเห็น
หูกับการได้ยิน
จมูกกับการดมกลิ่น
ลิ้นกับการรับรส
ผิวหนังกับการรับความรู้สึก
o นัยน์ตากับการมองเห็น
2. เซลล์รูปกรวย(cone cell) (6
ล้านเซลล์) สามารถแยกความ
แตกต่างของสีต่างๆได้ จะแยกสีได้
ต่อเมื่อมีแสงสว่างมาก
o นัยน์ตากับการมองเห็น
o นัยน์ตากับการมองเห็น
• การเกิดภาพ
o นัยน์ตากับการมองเห็น • จุดบอด (blind spot) เป็น
• ตาแหน่งรับภาพทีเ่ รตินา บริเวณที่มองไม่เห็นภาพ ไม่
มีเซลล์รูปแท่งและเซลล์รูป
กรวย มีแต่แอกซอนของ
เส้นประสาทตา (optic
nerve)
❀ หูชั้นนอก
• ประกอบด้วยใบหู และรูหู
• โครงสร้างของใบหูเป็นกระดูกอ่อน
ทาหน้าที่รับและรวบรวมคลื่นเสียง
ให้ผ่านช่องหูชั้นนอก
❀ หูชั้นกลาง
• มีลักษณะเป็นโพรง
• มีทอ่ ติดต่อกับคอหอยเรียกว่า
ท่อยูสเตเชียน(eustachian
tube) ทาหน้าที่ปรับความดัน
ระหว่างหูชั้นกลางและอากาศ
ภายนอก
o หูกับการได้ยนิ
❀ หูชั้นกลาง
• ประกอบด้วย กระดูกค้อน
(malleus) กระดูกทั่ง (incus)
และกระดูกโกลน (stapes)
• กระดูกทั้ง 3 ชิ้นจะยึดติดกัน เมื่อ
เกิดการสั่นสะเทือนจากเยื่อแก้วหู
ถ่ายทอดมายังกระดูกทั้งสาม ทาให้
เกิดการขยายความสั่นสะเทือนของ
คลื่นเสียงให้มากขึ้น
o หูกับการได้ยนิ
❀ หูชั้นใน : การได้ยนิ เสียง
o หูกับการได้ยนิ
❀ หูชั้นใน : การได้ยนิ เสียง
• Cochlea: ส่วนของหู
ชั้นในที่ทาหน้าที่เกี่ยวกับ
การได้ยิน
• สัญญาณเสียงทาให้เกิด
การสั่นของของเหลว
ภายใน cochlea เกิดการ
เปลี่ยนสัญญาณเสียงให้
เป็นกระแสประสาท
• ส่งกระแสประสาทไปยัง
เส้นประสาทสมองคู่ที่ 8
Mechanoreceptor
o หูกับการทรงตัว
❀ หูชั้นใน : การทรงตัว
• เป็น chemoreceptor
• ปุ่มลิ้น(papilla) มีตุ่มรับรส(taste
bud) ทาหน้าที่รับรส
• ตัวรับรสจะตอบสนองต่อสารเคมีต่าง
ชนิดด้วยรูปแบบที่ต่างกัน
o ลิ้นกับการรับรส
• ตัวรับรส (Gustatory receptor)
• ทาให้เกิดการรับรู้รสต่าง ๆ จากนั้นจึงส่ง
สัญญาณผ่านเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7
และ 9
• รสพื้นฐาน: หวาน เค็ม เปรี้ยว ขม
และอูมามิ
o ผิวหนังกับการรับความรูส้ กึ
ผิวหนังมีหน่วยรับความรู้สึก ซึ่งเป็น
dendrite ของ sensory neuron
• Mechanoreceptor
– รับสัมผัส (touch receptor)
– รับแรงกด (pressure
receptor)
• Pain receptor
– Nociceptor
• Thermoreceptor
– Heat receptor
– Cold receptor