0% found this document useful (0 votes)
114 views20 pages

KB LAB - Test Re

Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as PDF, TXT or read online on Scribd
0% found this document useful (0 votes)
114 views20 pages

KB LAB - Test Re

Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as PDF, TXT or read online on Scribd

 KB-LAB  KidBright32i  1

 
KB-LAB  
KidBright32i
2 
 KB-LAB  KidBright32i

 KB-LAB
1. วงจรจายไฟเลียง

บอรด KB-LAB มีแหลงจายไฟตรงเพื่อรองรับการทดลอง 2 ชุดหลักคือ
 +Vs จายแรงดันไฟตรงคงที่ประมาณ 5V กระแสไฟฟาสูงสุด 2A
 3V3 จายแรงดันไฟตรงคงที่ 3.3V กระแสไฟฟาสูงสุด 2A
ในกรณีใชอะแดปเตอรไฟตรงภายนอก 6V ทีมากั
่ บบอรดทดลอง
P1
+VKB +Vs (~5V)
D1-D4 +Vm P2
S1 3V3
POWER 1N5819 x 4 F1
IN POLYSWITCH IN
IC1 OUT IC2 OUT +3.3V
K1 D1 D2 78R05 78R33
D5 R1
DC input GND C3 GND C5 1k
47F MBRT340
5-9V 47F C5 LED1
C2 16V C4
D3 D4 16V 0.1F ON
0.1F 0.1F
P3
C1 GND
470F
16V

แตถาหากใชงานผานบอรด KidBright32 ที่ตอกับพอรต USB ของคอมพิวเตอร โดยไมตอกับ


อะแดปเตอร ความสามารถในการจายกระแสไฟฟาจะขึนกั ้ บวงจรภาคจายไฟของบอรด KidBright32
หากใชบอรด KidBright32i จาก INEX ในทุกรุน จะจายกระแสไฟฟาได 500mA จากปกติทีจ่ ายกระแส
ไฟฟาได 100mA
 KB-LAB  KidBright32i  3

มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(1.1) จายไฟใหกับบอรด KB-LAB ดวยอะแดปเตอรไฟตรง 6 ถึง 9V ผานทางแจกอะแดปเตอร
บนบอรด
(1.2) เปดสวิตช POWER หากถูกตอง จะเห็น LED สีเขียวที่ตําแหนง ON ติดสวาง
(1.3) นําสายตอวงจรเสียบเขาทีจุ่ ดตอ +Vs, 3V3 และ GND แลวใชมัลติมิเตอรเลือกยานวัด
แรงดันไฟตรง 10Vdc เปนอยางนอย วัดแรงดันไฟตรงที่จุดตอ +Vs, 3V3 เทียบกับจุดตอ GND
จะตองไดแรงดันไฟตรงที่จุดตอ +Vs ประมาณ 5V (4.8 ถึง 5.1V)
ที่จุดตอ 3V3 ควรจะวัดได 3.3V (3.2 ถึง 3.4V)
2. LED มอนิเตอร 8 ชอง
เปนสวนแสดงผลการทํางานแบบดิจิทัล มี 8 ชอง (8 ดวง) ที่ทํางานแยกกัน
LED ติดสวางเมื่อไดรับสัญญาณลอจิก “1” (ระดับแรงดันไฟตรง 3.3V) หรือเมื่อตอกับ
ไฟเลี้ยง 3.3V
LED ดับเมือเมื
่ ่อไดรับสัญญาณลอจิก “0” (ระดับแรงดันไฟตรง 0V) หรือเมื่อตอลงกราวด

LED monitor
LED LED LED LED LED LED LED LED
107 106 105 104 103 102 101 100

R100
R107

R106

R105

R104

R103

R102

R101

R100

R107
510 x 8

P101
DATA 7 6 5 4 3 2 1 0 LED

มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(2.1) ตอสายจากจุดตอไฟเลี้ยง 3V3 เขาทีจุ่ ดตอ DATA7 ของ LED monitor
หากถูกตอง LED ที่ตําแหนง D7 ติดสวาง เมื่อปลดสายออก LED ตองดับ
(2.2) เปลียนจุ
่ ดตออินพุตเปน DATA6 ทําการทดสอบเหมือนขอ (2.1) และทดสอบในลักษณะ
เดียวกันกับ DATA5, 4, 3, 2, 1 และ 0
4 
 KB-LAB  KidBright32i

3. วงจรลอจิกสวิตช (LOGIC SWITCH)


เปนสวนของแหลงจายสัญญาณอินพุตดิจิทัล มี 8 ชอง ทํางานแยกกัน
 เมื่อเลือกมาที่ตําแหนง “1” เปนการเลือกจายสัญญาณลอจิก “1” (ระดับแรงดันไฟตรง

3.3V) ออกไปทางจุดตอ DATA


 เมื่อเลือกมาที่ตําแหนง “0” เปนการเลือกจายสัญญาณลอจิก “0” (ระดับแรงดันไฟตรง

0V) ออกไปทางจุดตอ DATA


+3V3 +3V3 +3V3 +3V3 +3V3 +3V3 +3V3 +3V3

R207 R206 R205 R204 R203 R202 R201 R200


1k 1k 1k 1k 1k 1k 1k 1k
S207 S206 S205 S204 S203 S202 S201 S200

P201
LOGIC SWITCH LOGIC
DATA 7 6 5 4 3 2 1 0 SWITCH

วงจรภายในลอจิกสวิตชมีตัวตานทานคาสูงตอพูลอัปเพือใช
่ ในการกําหนดลอจิก “1” จึงไมเกิด
การลัดวงจรระหวางไฟเลี้ยง 3.3V กับกราวดของระบบโดยตรง
มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(3.1) ตอสายจากจุดตอ D7 ของ LOGIC SWITCH เขาทีจุ่ ดตอ DATA7 ของ LED monitor
(3.2) ทดลองเลื่อนสวิตชขึ้นเพื่อสงสัญญาณลอจิก “1” ไปยังสวนของ LED monitor
LED ที่ตําแหนง D7 ติดสวาง ดวงเดียว
(3.3) เลื่อนสวิตช D7 ลง เพี่อสงลอจิก “0” ไปยังสวนของ LED monitor
LED ที่ตําแหนง D7 จากที่ติดอยูจะดับลงทันที
(3.4) ทําการทดสอบกับสวิตช D6 ถึง D0 จะตองไดผลการทํางานในลักษณะเดียวกัน
 KB-LAB  KidBright32i  5

4. LED RGB 3 สี
LED 3 สีทีใช
่ ในสวนนีประกอบขึ
้ นจาก
้ LED ขับแมสีแสง RGB (แดง - R, เขียว - G และนําเงิ
้ น - B)
แบบแคโทดรวม ดังนั้นในการขับให LED ติดสวางจึงตองใชสัญญาณไฟบวก (ระดับแรงดันไฟตรง
1.5 ถึง 3.3V) เมื่อปอนแรงดันไฟตรงเขาทีจุ่ ดตอ RED, GRN และ BLU ตางกัน ก็จะสงผลให LED
ขับแสงสีออกมาแตกตางกันตามเงื่อนไขในการทํางานตามตารางที่ 1
R116
820
RED
RGB-LED GRN R117
common cathode BLU 1k
P103
RGB R118
330

LED108
RGB

RED GRN BLU


   
   
   
   
   
   
   
   
   
ตารางที่ 1 การทํางานของ LED 3 สี RGB เมือกํ
่ าหนดสถานะอินพุตทัง้ 3 ของ LED แตกตางกัน

มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(4.1) ตอสายจากจากจุดตอ RED, GRN และ BLU ของวงจร RGB LED เขากับจุดตอ D2,
D1 และ D0 ของ LOGIC SWTICH ตามลําดับ
(4.2) ทดลองปอนขอมูล 3 บิตตามตารางที่ 1 สังเกตการทํางานของ RGB LED
LED 3 สี RGB ควรจะขับแสงสีตางๆ ตรงหรือใกลเคียงกับขอมูลในตารางที่ 1
6 
 KB-LAB  KidBright32i

5. LED ไฟจราจร 3 สี
เปนสวนของอุปกรณเอาตพุตที่ประกอบดวย LED 3 ดวง 3 สีพรอมตอกับตัวตานทานจํากัด
กระแสไฟฟาไมไหไหลผาน LED มากเกินไป ประกอบดวย LED สีแดง, เหลือง และเขียว คลายกับ
ไฟสัญญาณจราจร LED ทั้ง 3 ดวงนี้ทํางานดวยสัญญาณลอจิก “1” (ระดับแรงดันไฟตรง 3.3V)

R119
510
RED LED109
RED
3-LED YEL R120
active logic "1" GRN 510
LED110
R121 YELLOW
150 LED111
GREEN

มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(5.1) ตอสายจากจากจุดตอ DATA0 ของลอจิกสวิตช (LOGIC SWITCH) เขาทีจุ่ ดตอ RED
ของวงจร 3-LED
(5.2) ทดลองเลือนสวิ
่ ตช D0 ขึนเพื
้ อส่ งสัญญาณลอจิก “1” ไปยังสวนของ 3-LED ทีจุ่ ดตอ RED
LED สีแดงของวงจร 3-LED ติดสวางดวงเดียว
(5.3) เลื่อนสวิตช D0 ลง เพี่อสงลอจิก “0” ไปยังสวนของ 3-LED ที่จุดตอ RED
LED สีแดงของวงจร 3-LED จากที่ติดอยูจะดับลงทันที
(5.4) ทําการทดสอบกับ LED สีเหลืองและเขียวของวงจร 3-LED โดยตอสายจากลอจิกสวิตช
D0 เขาทีจุ่ ดตอ YEL และ GRN ตามลําดับ จะตองไดผลการทํางานในลักษณะเดียวกับขอ (5.2) และ
(5.3)
LED สีเหลืองและสีเขียวของวงจร 3-LED ติดสวางเมือได
่ รับสัญญาณลอจิก “1” จากลอจิก
สวิตช และดับเมือได
่ รับสัญญาณลอจิก “0”
 KB-LAB  KidBright32i  7

6. LED ตัวเลข 7 สวน


เปนสวนแสดงผลตัวเลข 7 สวนหนึ่งหลัก ใช LED ตัวเลข 7 สวนหลักเดี่ยว ชนิดแคโทดรวม
ซึ่งตอขารวมหรือ common ลงกราวด สําหรับ LED ในแตละสวนของตัวเลขจะทํางานถูกขับใหติด
สวางเมื่อไดรับสัญญาณลอจิก “1” (ระดับแรงดันไฟตรง 3.3V) โดยการแสดงผลตัวเลขจะเปนตาม
รูปที่ 1
LED 7-segment
R108 a
a
b R109
c b
d R110
e c
f R111
g d
dp R112 e
P102 R113 f
R114 g
R115 dp
R108-R115
510 x 8

รูปที่ 1 ตัวอยางการแสดงผลตัวเลขของ LED ตัวเลข 7 สวน

มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(6.1) ตอสายจากจากจุดตอ DATA0 ของลอจิกสวิตช (LOGIC SWITCH) เขาทีจุ่ ดตออินพุต
a ของวงจร LED 7 Segments
(6.2) ทดลองเลื่อนสวิตช D0 ขึ้นเพื่อสงสัญญาณลอจิก “1” ไปยังจุดตอ a ของวงจร LED 7
Segments
เซกเมนต a ของ LED ตัวเลข 7 สวนติดสวางสวนเดียว
(6.3) เปลี่ยนการตอสายไปยังจุดตอ b ของวงจร LED 7 Segments
เซกเมนต b ของ LED ตัวเลข 7 สวนติดสวางสวนเดียว
(6.4) เปลี่ยนการตอสายไปยังจุดตอ c ถึง dp ของวงจร LED 7 Segments ไลไปทีละจุด
เซกเมนต c ถึง dp ของ LED ตัวเลข 7 สวนจะติดสวางไลไปตามลําดับทีละสวน
8 
 KB-LAB  KidBright32i

7. สวิตชกดติดปลอยดับ
เปนวงจรของสวิตชกดติดปลอยดับทีต่ อกับตัวตานทานคาสูงพูลอัป เพือกํ
่ าหนดสถานะลอจิกเปน
“1” ในภาวะทีไม
่ มีการกดสวิตช เมือกดสวิ
่ ตชจะทําใหหนาสัมผัสของสวิตชตอลงกราวด เกิดเปนสถานะ
ลอจิก “0” อาจใชงานเปนสวิตชสําหรับปอนสัญญาณพัลสเดียวได
่ บนบอรด KB-LAB มีใหใชงาน 4 ชอง
PULSE SWITCH 3210
P201
+3V3
4k7 x 4 R200
R201
R202
R203

S203 S202 S201 S200


D3 D2 D1 D0

มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(7.1) ตอสายจากจุดตอ PLUSE SWITCH0 เขาทีจุ่ ดตอ DATA7 ของ LED monitor
จะเห็น LED ที่ตําแหนง D7 ของ LED monitor ติดสวาง
(7.2) ทดลองกดสวิตชเพื่อสงสัญญาณลอจิก “0” ไปยังสวนของ LED monitor แลวปลอย
LED ที่ตําแหนง D7 ดับเมื่อกดสวิตช และติดใหมอีกครั้งเมื่อปลอยสวิตช
(7.3) ทําการทดสอบกับสวิตชกดติดปลอยดับ PULSE SWITCH1 ถึ ง 3 จะตองไดผลการ
ทํางานในลักษณะเดียวกัน
8. วงจรตัวตานทานปรับคาได - แหลงจายแรงดันอางอิงปรับคาได
เปนการตอตัวตานทานปรับคาไดเขากับไฟเลี้ยง 3.3V และกราวด แลวสงผานแรงดันไฟตรง
ไปยังจุดตอเอาตพุต โดยมีการตอตัวตานทานคาตําอนุ
่ กรมกับขาแกนหมุนของตัวตานทานปรับคาได
เพื่อปองกันการลัดวงจรของไฟเลี้ยงกับกราวดเมื่อปรับแกนคาของตัวตานทานปรับคาไดมายังคาตํา่
สุดที่ทําใหแกนหมุนของตัวตานทานปรับคาไดตอลงกราวด
(8.1) ตอสายจากจุดตอ V0 เขาทีจุ่ ดตอ DATA0 ของ LED monitor
(8.2) ทดลองหมุนแกนของตัวตานทานปรับคาไดที่ตําแหนง V0 ไปทางซายสุด เพื่อสงแรง
ดันไฟตรง 0V ไปยังสวนของ LED monitor จากนั้นคอยๆ หมุนแกนไปทางขวาเพื่อปรับคาใหมาก
ขึ้น สังเกตการทํางานของ LED monitor ที่ตําแหนง D0
 KB-LAB  KidBright32i  9

0-3V3 ADJUSTABLE 3210


P301
VOLTAGE SOURCE
V

+3V3 R303 +3V3 R302 +3V3 R301 +3V3 R300


150 150 150 150
VR303 VR302 VR301 VR300
10k 10k 10k 10k
V3 V2 V1 V0

แรงดันไฟตรงที่จุดตอ V0 จะคอยๆ เพิ่มขึ้น ทําให LED ที่ตําแหนง D0 คอยๆ ติดสวาง


มากขึ้นและสวางมากที่สุดเมื่อหมุนแกนของตัวตานทานปรับคาไดมายังตําแหนงขวาสุด
(8.3) อาจใชมัลติมิเตอรเลือกยานวัดแรงดันไฟตรง 10V มาตอวัดที่จุดตอ V0 ของวงจรแหลง
จายแรงดันอางอิงปรับคาได ดูการวัดแรงดันไฟตรงเมื่อหมุนแกนของตัวตานทานปรับคาไดจากซาย
ไปขวาและขวามาซาย
(8.4) ทําการทดสอบกับตัวตานทานปรับคาได V1, V2 และ V3 ตามลําดับ จะตองไดผลการ
ทํางานในลักษณะเดียวกัน
9. วงจรกําเนิดสัญญาณพัลส
เปนวงจรกําเนิดสัญญาณพัลสรูปสี่เหลี่ยมที่เลือกความถี่ได 4 คาคือ 1, 10, 100Hz และ 1kHz
ดวยการกดสวิตช FREQUENCY เพียงตัวเดียว มี LED 4 ตัวสําหรับแสดงแทนคาความถีของสั ่ ญญาณ
พัลสเอาตพุต มีแอมปลิจูดหรือความแรงของสัญญาณ 3.3V จากระดับกราวด
PULSE GENERATOR
+3V3
C600 FREQ. R601
R600 0.1/50V 510
(Hz)
4k7 LED600-603
1
RED x4
4 2
1 10 100 1k
IC601 7
S600 PGX4100 6
FREQ.
5
3
P601
OUT
8
10 
 KB-LAB  KidBright32i

มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(9.1) ตอสายจากจุดตอเอาตพุต OUT ของ PULSE GENERATOR เขาทีจุ่ ดตอ DATA4 ของ
LED monitor
(9.2) วงจรกําเนิดสัญญาณพัลสจะเริ่มตนดวยการสงสัญญาณพัลสความถี่ 1Hz ออกมา เมือต
่ อ
กับ LED monitor จะเห็น LED ติดกะพริบทุกๆ วินาที จากนั้นทดลองกดสวิตช FREQUENCY เพื่อ
เลือกความถี่เปน 10, 100Hz และ 1kHz สังเกตการแสดงผลของ LED monitor ที่ตําแหนง D4
LED ติดกะพริบดวยอัตราเร็วมากขึนตามค
้ าความถีที่ สู่ งขึน้ จนมองไมทันเมือเลื
่ อกความถี่
1kHz
(9.3) อาจใชออสซิลโลสโคปเลือกยานวัดสัญญาณไฟตรงมาตอวัดทีจุ่ ดตอ OUT ของ PULSE
GENERATOR เทียบกับกราวด สังเกตสัญญาณที่วัดไดบนหนาจอแสดงผลของออสซิลโลสโคป
10. วงจรขับรีเลย
บนบอรด KB-LAB มีวงจรขับโหลดกระแสไฟฟาสูงแบบหนึ่ง นั่นคือ วงจรขับรีเลย โดยใช
ทรานซิสเตอรในการขับรีเลยขนาด 5V มี LED แสดงการทํางานของรีเลย จะติดสวางเมื่อรีเลยทํางาน
มีไดโอดตอครอมขดลวดของรีเลยเพื่อลดกระทบจากกระแสไฟฟาไหลยอนกลับเนื่องจากการยุบตัว
ของสนามแมเหล็กของขดลวดในตัวรีเลย มีจุดตอหนาสัมผัส ประกอบดวย หนาสัมผัสปกติเปดวงจร
หรือ NO (Normally Open), ขารวมของหนาสัมผัสหรือ C (Common) และหนาสัมผัสปกติปดวงจร
หรือ NC (Normally Closed)

RELAY DRIVER +Vm


RY700
JQ1-5V
R702
1k8 NO
C
LED700 D700
ON
NC
1N4001
K701
R700 RELAY
1k
Q700
BC338
P701 R701
RELAY 1k
INPUT
 KB-LAB  KidBright32i  11

เมื่อรีเลยยังไมทํางานขา C จะตอกับขาหนาสัมผัส NC เมื่อรีเลยถูกขับหรือกระตุนให


 ทํางาน
ขา C จะเปลี่ยนไปตอกับหนาสัมผัส NO เหมือนกับการตอสวิตชไปยังตําแหนง NO
มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(10.1) เลื่อนสวิตช D0 ของ LOGIC SWTICH มาที่ตําแหนง 0
(10.2) ตอสายจากจุดตอ DATA0 ของ LOGIC SWITCH เขาทีจุ่ ดตอ RELAY INPUT ของ
วงจรขับรีเลย RELAY DRIVER
(10.3) ทดลองเลื่อนสวิตชมายังตําแหนง “1” เพื่อสงสัญญาณลอจิก “1” ไปยังวงจรขับรีเลย
รีเลยที่วงจรขับรีเลยจะถูกขับใหทํางาน ไดยินเสียงหนาผัสของรีเลยทํางาน LED ตําแหนง
RY-ON ติดสวาง
(10.4) หากนํามัลติมิเตอรที่เลือกยานวัดความตานทานหรือวัดความตอเนี่องมาตอวัดการลัด
วงจรของหนาสัมผัสรีเลยที่จุดตอเทอรมินอลบล็อก NO, C และ NC โดย
เมื่อวัดความตอเนื่องระหวางหนาสัมผัส NO กับ C จะพบวา ไมตอ หรือมีคาความตาน

ทานสูงมากๆ ไมเกิดการลัดหรือตอวงจร
 เมื่อวัดความตอเนื่องระหวางหนาสัมผัส NC กับ C จะพบวา ตอ หรือมีคาความตานทาน
ตํามากๆ
่ เกิดการลัดหรือตอวงจร
ใหผลลัพธตรงขามหากเลือกสวิตช D0 ของ LOGIC SWITCH มาทีตํ่ าแหนง “0” เพื่อ
สงสัญญาณลอจิก “0” มายังวงจรขับรีเลย ทําใหวงจรไมทํางานหรือหยุดการทํางาน LED ทีตํ่ าแหนง
RY-ON ดับ และหนาสัมผัสของรีเลยจะดีดคืนตัวเพือต
่ อหนาสัมผัส C กับ NO
12 
 KB-LAB  KidBright32i

11. วงจรโมดูลรับสัญญาณอินฟราเรด 38kHz


เปนสวนของอุปกรณตรวจจับแสงอินฟราเรดทีมี่ การผสมคลื่นพาหความถี่ 38kHz เชน แสง
อินฟราเรดจากรีโมตคอนโทรลโทรทัศน เครืองเสี่ ยง พัดลม เปนตน โดยบนบอรดติดตังโมดู
้ ลรับสัญญาณ
อินฟราเรด 38kHz เมือได
่ รับแสงอินฟราเรดทีมี่ การผสมคลืนพาห
่ ความถี่ 38kHz มันจะทํางานเปลียน

สถานะลอจิกจาก “1” มาเปน “0” และหากมีขอมูลผสมมาดวย จะเกิดการเปลียนแปลงสถานะลอจิ
่ ก
ทีเอาต
่ พุตเปน “1” เปน “0” ทีนํ่ ามาตีความเปนขอมูลได
P501
IRM
R501
4k7
D
+ +3V3
C501
MOD501 0.1/50V
IRM 38kHz

มีขั้นตอนการทดสอบดังนี้
(11.1) ตอสายจากจุดตอ IRM ของวงจร INFRARED RECEIVER มาเขาทีจุ่ ดตอ DATA4
ของ LED monitor
จะเห็น LED ติดสวางเนืองจากสถานะลอจิ
่ ่ พุตของวงจร INFRARED RECEIVER
กทีเอาต
เมือยั
่ งไมไดรับแสงอินฟราเรดเปน “1”
(11.2) นํารีโมตคอนโทรลอินฟราเรดที่พรอมใชงาน มากดปุมใดๆ เพื่อสงแสงอินฟราเรดที่มี
คลืนพาห
่ 38kHz มายังโมดูลรับแสงอินฟราเรดทีส่ วนของวงจร INFRARED RECEIVER บนบอรด
KB-LAB แลวสังเกตการทํางานของ LED ที่ตําแหนง D4 ของ LED monitor
LED ที่ตําแหนง D4 จะดับ เมื่อโมดูลรับแสงอินฟราเรดที่สวนของวงจร INFRARED
RECEIVER ไดรับแสงอินฟราเรดจากรีโมตคอนโทรล
 KB-LAB  KidBright32i  13

12. วงจรตัวตรวจจวัดความชืนสั
้ มพัทธและอุณหภูมิในอากาศ
บนบอรด KB-LAB ติดตังตั
้ วตรวจจับหนาทีพิ่ เศษสําหรับวัดความชืนสั้ มพัทธและอุณหภูมิใน
อากาศเบอร DHT11 เพือการทดลองและศึ
่ กษาการทํางานของตัวตรวจจับปริมาณทางกายภาพทีเกี ่ ่ยว
ของกับสภาพแวดลอม ในการทดสอบตองตอขาสัญญาณของ DHT11 เขากับขาพอรตอินพุตเอาตพุต
ดิจิทัลของบอรด KidBright32i ในที่นี้ใชไดกับขา OUT1, OUT2, 17, 18, 19 และ 23 รวม 6 ขา จากนัน้
ทําการเขียนโปรแกรมเพื่อทดสอบการทํางาน

R401 P401
4k7 DHT11

+D -
+3V3
MOD401
DHT11

หากสรางโคดจากโปรแกรม KidBright IDE จะตองติดตังบล็


้ อกคําสังเสริ
่ มหรือปลักอิ ๊ น (plug-
in) DHT11-22 ทีพั่ ฒนาขึ้นภายใตความรวมมือของ INEX และ Artronshop มีขั้นตอนดังนี้
(12.1) เชื่อมตอคอมพิวเตอรกับเครือขายอินเทอรเน็ต แลวเปดเว็บบราวเซอรไปยังเว็บเพจ
https://store.kidbright.info/plugin/23/DHT11-22 ดังรูปที่ 2 ดาวนโหลดไฟล DHT_plugin_v1.1.zip

รูปที่ 2 หนาเว็บสําหรับดาวนโหลดปลักอิ
๊ น DHT11/22
14 
 KB-LAB  KidBright32i

รูปที่ 3 บล็อกคําสังของปลั
่ กอิ
๊ น DHT11-22
(12.2) ที่โปรแกรม KidBright IDE คลิกเลือกเมนู Plugins > Install Plugins
(12.3) โปรแกรมจะเปดหนาตาง Open ใหเลือกไฟล DHT_plugin_v1.1.zip ที่ดาวนโหลด
มาก อนหนานี้ โปรแกรมจะขยายไฟลและติดตั้งปลั๊กอิน เมื่ อติดตั้งเสร็จจะปดและเปดโปรแกรม
KidBright IDE ขึ้นมาใหม
(12.4) เมื่อติดตังปลั
้ ๊กอินเรียบรอย ที่แถบคําสังด
่ านซาย คลิกที่ Plugins เพื่อเปดปลั๊กอินทีติ่ ด
ตังไว
้ แลว เลือกปลั๊กอิน DHT11-22 คลิกอีกครั้งจะพบกับบล็อกคําสัง่ 3 ตัวดังรูปที่ 3
ในตัวอยางนีจะใช
้ KidBright32iA อานคาอุณหภูมิและความชืนสั
้ มพัทธจาก DHT11 ที่ตอกับ
จุดตอพอรต O2 ดังรูปที่ 4 การทดสอบเพื่อใชงานมีขั้นตอนดังนี้
(12.5) สรางโปรแกรมที่ 1 ดวยโปรแกรม KidBright IDE ที่ติดตังปลั
้ ๊กอิน DHT11-22 แลว
จากนันอั
้ ปโหลดยังบอรด KidBright32iA
จากนันโปรแกรมจะทํ
้ างานทันที บอรด KidBright32iA อานคาอุณหภูมิและความชืนสั
้ มพัทธ
จาก DHT11 มาแสดงทีส่ วนแสดงผล LED 16 x 8 จุด โดยแสดงคาอุณหภูมิ 2 วินาที ความชืนสั
้ มพันธ
2 วินาทีสลับกันตลอดเวลา
 KB-LAB  KidBright32i  15

รูปที่ 4 การตอ DHT11 กับบอรด KidBright32iA

โปรแกรมที่ 1 โปรแกรมอานคาอุณหภูมิและความชืนสั
้ มพัทธจาก DHT11 ทีติ่ ดตังบนมิ
้ นิบอรด ZX-DHT11
แสดงผลที่ LED 16 x 8 จุดของบอรด KidBright32iA
16 
 KB-LAB  KidBright32i

13. วงจรเชือมต
่ อเซอรโวมอเตอร
อีกความสามารถในการทดลองเพื่อขับโหลดกระแสไฟฟาสูงของบอรด KB-LAB คือ การใช
งานบอร ด KidBright32 ในการขับเซอรโวมอเตอร โดยมีการจัดการจุดตอเปนแบบ IDC ตัวผู 3
ขาตอเซอรโวมอเตอร 1 ชอง บนบอรด KB-LAB จัดสรรไว 4 ชอง ไฟเลี้ยงของสวนเชื่อมตอเซอรโว
มอเตอรไดมาจาก +Vm มีระดับแรงดันไฟตรง 5V ใชงานไดกับขาพอรต OUT1, OUT2, SERVO1
และ SERVO2 ของบอรด KidBright32 V1.5 ขึ้นไป รวมทั้ง KidBright32i/iA/iP โดย INEX
+Vm
C800
1000/10V SERVO
SERVO4
SERVO3
SERVO2
K801 SERVO1
SERVO
PORT

การขับเซอรโวมอเตอรจะตองมีการสรางโคดใหกับบอรด KidBright32iA/iP เพือขั


่ บสัญญาณ
พัลสไปยังเซอรโวมอเตอร ในกรณีที่ใชโปรแกรม KidBright IDE ในการพัฒนาโคด จะตองมีการติด
ตั้งบล็อกคําสังเพิ
่ ่มเติมหรือปลั๊กอินที่ชือ่ iPORT โดยดาวนโหลดจาก https://store.kidbright.info/
plugin/39/iPORT

รูปที่ 5 เว็บเพจสําหรับดาวนโหลดปลักอิ
๊ น iPORT
 KB-LAB  KidBright32i  17

รูปที่ 6 บล็อกคําสังของปลั
่ กอิ
๊ น iPORT ทีใช
่ ควบคุมเซอรโวมอเตอร
ในปลักอิ
๊ น iPORT ของ KidBright IDE มีบล็อกคําสังสํ
่ าหรับควบคุมเซอรโวมอเตอรจํานวน
2 ตัว ดังแสดงในรูปที่ 6

รูปที่ 7 การเชือมต
่ ออุปกรณเพือทดสอบการทํ
่ างานกับเซอรโวมอเตอรของบอรด
KidBright32iA/iP บนบอรด KB-LAB
18 
 KB-LAB  KidBright32i

มีขั้นตอนการทดลองดังนี้
(13.1) ตอสายจากจุดตอพอรต O1 ของบอรด KidBright32iA/iP มายังจุดตอ SERVO PORT4
และตอเซอรโวมอเตอร SG92R (หรือรุนอื
 น)่ เขาที่จุดตอ SERVO4 ของสวนเชือมต
่ อเซอรโวมอเตอร
บนบอรด KB-LAB ดังรูปที่ 7

โปรแกรมที่ 2 โปรแกรมสําหรับบอรด KidBright32iA/iP เพือทดสอบขั


่ บเซอรโวมอเตอร SG92R
 KB-LAB  KidBright32i  19

(13.2) เปดโปรแกรม KidBright IDE ทีติ่ ดตังปลั


้ กอิ๊ น iPORT แลว สรางโคดตามโปรแกรมที่ 2
๐ ในโปรแกรมที่ 2 เริ่มตนสั่งใหแกนหมุนของเซอรโวมอเตอร SG92R อยูที่ตําแหนง 0
องศา แลวรอการกดสวิตช S1 ของบอรด KidBright32i เมือกดจะสั
่ ่งใหเซอรโวมอเตอรทีต่ อกับจุดตอ
SERVO1 หมุนในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ครั้งละ 10 องศา ไปจนสุดที่ 180 องศา เมื่อกดสวิตชตอ
ไปอีกครั้ง แกนหมุนจะถูกขับใหกลับมาทีตํ่ าแหนง 0 องศาอีกครั้งทันที
๐ จากการทดลองพบวา SG92R ใชพัลสควบคุมอยูในชวง 0.6 ถึง 2.4ms จึงตองเพิ่มบล็อก
servo pin SERVO1 calibrate time to (0.6, 2.4) นั่นคือ ไมใชคาความกวาง
ของสัญญาณพัลสมาตรฐาน
(13.3) อัปโหลดโคดไปยังบอรด KidBright32iA/iP
(13.4) เมื่ออัปโหลดเสร็จแลว บอรด KidBright32iA/iP จะทํางานทันที ทดลองกดสวิตช S1
บนบอรด KidBright32i แลวดูผลการทํางานของเซอรโวมอเตอรที่นํามาทดลอง
เมื่อโปรแกรมทํางาน ใหสังเกตความเร็วในการหมุนของเซอรโวมอเตอรเมื่อสั่งเคลื่อนที่
จากตําแหนง 0 ไปยังตําแหนง 10 องศา จะหมุนดวยความเร็วตํ่า แตถาตําแหนงปจจุบันกับตําแหนง
ทีสั่ งให
่ หมุนไปตางกันมาก เซอรโวมอเตอรจะหมุนดวยความเร็วสูงกวาเดิม เชน เมือหมุ
่ นไปสุดที่ 180
องศา แลวสั่งใหหมุนกลับมาทีตํ่ าแหนง 0 องศาทันที
20 
 KB-LAB  KidBright32i

P1
+VKB +Vs (~5V)
D1-D4 +Vm P2
S1 3V3
POWER 1N5819 x 4 F1
IN POLYSWITCH IN
IC1 OUT IC2 OUT +3.3V
K1 D1 D2 78R05 78R33
D5 R1
DC input GND C3 GND C5 1k
47F MBRT340
5-9V 47F C5 LED1
C2 16V C4
16V 0.1F ON
D3 D4 0.1F 0.1F
P3
C1 GND
LED monitor
470F
16V GND LED LED LED LED LED LED LED LED
3V3 107 106 105 104 103 102 101 100
SDA1
SCL1

GND R100

R107

R106

R105

R104

R103

R102

R101

R100
GND
SDA1 SDA1
R107
SCL1 510 x 8
SCL1
3V3 3V3
I1 I2 O1 5V 5V +VKB
Kx1 Kx2 Kx5 P101
DATA 7 6 5 4 3 2 1 0 LED

LED 7-segment
I3 I4 O2 R108 a
a
Kx3 Kx4 Kx6 b R109
c b
P4 d R110 c
I1 e
f R111
g d
Kx1-Kx6 +3V3 P5
I2 dp R112
JST3p-M I1 I2 I3 I4 O1 O2
e
P102 R113
P6 f
I3 R114 g
P7 R115 dp
I4
R108-R115
+3V3 P8 510 x 8
O1 R116
820
P9 RED
O2 RGB-LED GRN R117
K3 K4 K5 K6 K7 K8 common cathode BLU 1k
I1 I2 I3 I4 O1 O2 P103
RGB R118
+3V3 +3V3 +3V3 +3V3 +3V3 +3V3 +3V3 +3V3 330

LED108
R207 R206 R205 R204 R203 R202 R201 R200 R119 RGB
1k 1k 1k 1k 1k 1k 1k 1k 510
RED LED109
S207 S206 S205 S204 S203 S202 S201 3-LED YEL R120 RED
active logic "1" GRN 510
LED110
R121 YELLOW
150 LED111
GREEN

P201 DHT11
LOGIC SWITCH LOGIC Humidity/Temp.
sensor
DATA 7 6 5 4 3 2 1 0 SWITCH
0-3V3 ADJUSTABLE 3210
P301
PULSE SWITCH 3210 VOLTAGE SOURCE
V R401 P401
P202
+3V3 4k7 DHT11
4k7 x 4 R208
R209 +3V3 R303 +3V3 R302 +3V3 R301 +3V3 R300
150 150 150 150 +D -
R210
R211 +3V3
VR303 VR302 VR301 VR300 MOD401
10k 10k 10k 10k DHT11
S211 S210 S209 S208 V3 V2 V1 V0
D3 D2 D1 D0

PULSE GENERATOR
RELAY DRIVER +Vm IRM SERVO
+3V3 RY700 38kHz IR
Receiver MOTOR
C600 FREQ. R601 JQ1-5V
R600 0.1/50V 510 R702 P501
(Hz) +Vm
4k7 LED600-603 1k8 NO C800
1 C
IRM 1000/10V
RED x4 LED700
D700 NC R501
4 2 ON 1N4001 SERVO4
1 10 100 1k K701 4k7
IC601 7 RELAY D SERVO3
R700 +
S600 PGX4100 6 1k +3V3 SERVO2
FREQ. Q700 K801
C501 SERVO1
5 BC338 MOD501 0.1/50V SERVO
P701 R701 IRM 38kHz PORT
3 P601 1k
RELAY
OUT INPUT
8

 KB-LAB

You might also like