0% found this document useful (0 votes)
37 views5 pages

IELTS Overview

Uploaded by

N Sasi
Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as DOCX, PDF, TXT or read online on Scribd
0% found this document useful (0 votes)
37 views5 pages

IELTS Overview

Uploaded by

N Sasi
Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as DOCX, PDF, TXT or read online on Scribd

Overview

 IELTS (International English Language Testing System)


 ทดสอบ 4 ทักษะ: ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน
 แบ่งออกเป็ น 2 ประเภท (เลือกสอบตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการนำไปใช้ และตรวจสอบกับ
ปลายทางที่รับผลสอบอีกที)
o Academic - เรียนต่อ
o General Training - ทำงาน ย้ายถิ่นฐาน
 ถูกสร้างโดยความร่วมมือระหว่าง The British Council / IDP Education / Cambridge
English Language Assessment
 ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที
 มีทั้งแบบ computer based และ paper based
 Listening / Reading / Writing ตอนเช้า Speaking ตอนบ่าย
 ศูนย์สอบ เลือกศูนย์สอบที่ใกล้ที่สุด > เลือกวันสอบ > ชำระค่าสอบ
 ค่าสอบ USD / AUD / THB

Exam Format
 มี 4 Parts Listening, Reading, Writing, Speaking
 Listening, Reading, Writing เป็ นแบบคอมพิวเตอร์หรือกระดาษ สอบพร้อมกันไม่มีพักใน
ช่วงเช้า
 Speaking สัมภาษณ์สดกับเจ้าของภาษาตอนบ่าย
 ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที
o Listening 30 minutes (transfer the answers 10 minutes)
o Reading 1 hour (3 passages)
o Writing 1 hour (2 tasks: task1–analyse from the tables or graphs, task2–article about
academic topics)
o Speaking 11-15 minutes
 Academic vs General Training มี Listening และ Speaking เหมือนกัน ต่างกันที่
o Reading
 Academic = บทความยาวเชิงวิชาการ 3 บทความ
 Training = บทความสั้นๆ เกี่ยวกับการประกาศต่าง ๆ
o Writing มี 2 Tasks เหมือนกัน
 Academic
 Task 1 = วิเคราะห์ข้อมูลจากตาราง หรือแผนภูมิ (อย่างน้อย 150 คำ)
 Task 2 = บทความเกี่ยวข้องกับหัวข้อวิชาการ (อย่างน้อย 250 คำ)
 General
 Task 1 = เขียนจดหมายทั่วไป
 Taks 2 = เขียนบทความเกี่ยวกับความคิดเห็นทั่วไป

การนับคะแนน
 ได้รับผลคะแนนทางไปรษณีย์
o มีข้อมูล Overall Band
o Band แต่ละทักษะ
o วัดผลเป็ นขั้น 1-9 เพิ่มทีละ 0.5 คะแนน
 Band คือ 1 ใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้เลย 3 ได้จำกัด 7 ใช้ได้ดี 9 ใช้ได้ดีมาก
 Band รวม = ค่าเฉลี่ยของ Band แต่ละทักษะ
o เฉลี่ยลงท้าย 0.25 ปัดขึ้นเป็ น 0.5
o เฉลี่ยลงท้าย 0.75 ปัดขึ้นเป็ นระดับ Band ต่อไป
o เฉลี่ยลงท้าย 0.125 ปัดลงเป็ น Band ต่ำกว่า
 คะแนนที่ดี คือ คะแนนที่เป็ นเป้าหมายของที่เราจะเอาไปใช้ เช่น เอาไปสมัคร
มหาวิทยาลัย ต้องการ Academic 5.5 – 7.5 ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและมหาวิทยาลัย หรือเอา
ไปยื่นขอโควตา Working and Holiday ของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สามารถ
ใช้ได้ทั้ง Academic หรือ General ที่มากกว่า 4.5
 วิธีนับคะแนน Reading and Listening
o Band = จำนวนข้อที่ถูกต้องใน 40 ข้อทั้งหมด
 วิธีนับคะแนน Writing และ Speaking
o มีตารางให้คะแนน (Rubric Score)
o โดยหัวข้อที่วัดผลใน Rubric ของ Writing
 Task Achievement (ตอบตรงวัตถุประสงค์ของโจทย์)
 Coherence and Cohesion (การเชื่อมโยงกันของแต่ละย่อหน้า)
 Lexical Resource (ความรู้ด้านคำศัพท์)
 Grammatical Range and Accuracy (ความรู้ด้านแกรมมาร์)
o โดยหัวข้อที่วัดผลใน Rubric ของ Writing
 Fluency and Coherence (ความคล่องในการพูดภาษาอังกฤษ)
 Lexical Resource (ความรู้ด้านคำศัพท์และแกรมมาร์)
 Pronunciation (การออกเสียงคำและจังหวะในการพูดภาษาอังกฤษ)

IELTS Listening Overview


 ประเภทของบทสนทนา
o บทสนทนาที่ 1 และ 2 เกี่ยวกับสนทนาทั่วไป (เริ่มจากง่ายไปยาก)
 บทสนทนา 1: สองคนกำลังแลกเปลี่ยนข้อมูล
 บทสนทนา 2: คนหนึ่งกำลังให้ข้อมูลอีกคน
o บทสนทนาที่ 3 และ 4 เป็ นเชิงวิชาการ
 บทสนทนา 3: บทสนทนาเกี่ยวกับวิชาที่เรียน
 บทสนทนา 4: ฟังอาจารย์สอนในห้องเรียน (Lecture)
 สิ่งที่สำคัญ*
o ได้ยินบทสนทนาแค่ครั้งเดียว
o ตอบคำถามทันทีที่ได้ยินคำตอบ
o มี 10 นาทีสุดท้ายในการถ่ายคำตอบลงในกระดาษคำตอบ
o สร้างความคุ้นเคยกับสำเนียงที่แตกต่างกันออกไป
o บทสนทนาอาจจะมีเสียงพื้นหลังที่รบกวนเสียงที่เรากำลังฟัง
o มีตัวหลอก
o เทคนิคพิเศษ APT (Analyse, Predict, Track)
 สิ่งที่จะทดสอบเราคือ
o การจับรายละเอียด
o ความสามารถในการเชื่อมโยงสิ่งที่เราฟัง
o ความรู้ทางคำศัพท์
o รู้ความแตกต่างระหว่างข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นส่วนตัว
o การจับใจความสำคัญ
 ประเภทของโจทย์ในข้อสอบ
o Multiple Choice
o Matching
o Fill in (diagram, table)
o Sentence Completion
 การนับคะแนน
o มี 40 ข้อ
o ข้อละ 1 คะแนน
o การสะกดคำ สำคัญมาก ใช้ได้ทั้งแบบอเมริกันและอังกฤษ (เลือกอย่างใดอย่างนึง ไม่
เปลี่ยนไปมา)

IELTS Reading Overview


 IELTS Academic
o มี 3 บทความ
o ไม่ต้องมีความรู้พื้นฐานถึงจะสามารถอ่านบทความให้เข้าใจได้
o ควรฝึกหลายหัวข้อ เพราะจะได้คุ้นเคยกับหลาย ๆ บทความ และเราก็ไม่รู้ว่าเราจะได้
เจอบทความแบบไหน
 IELTS General
o มี 3-4 บทความ
 บทความที่ 1: ประกาศหรือใบปลิว
 บทความที่ 2: บทความสั้น ๆ ที่ให้ข้อมูลทั่วไป
 บทความที่ 3-4: บทความที่ยาวขึ้นมา
 การแบ่งเวลาในการทำส่วนนี้
o 40 ข้อในเวลา 1 ชั่วโมง
o บทความจะเริ่มจากระดับง่าย และยากขึ้นเรื่อย ๆ
o *ทำเรียงไป เพราะทุกข้อมีคะแนนเท่ากัน*
 การนับคะแนน
o แต่ละข้อ = 1 คะแนน
o เอาคะแนนดิบไปเทียบกับ Band (ตาราง)
o แนวทางการเพิ่มคะแนน
 ทำตามที่โจทย์ต้องการ (จับคู่ หรือเติมคำ *อ่านโจทย์ให้ดี*๗
 สะกดผิด ไม่ได้คะแนน
 ตอบผิด ไม่โดนหักคะแนน ไม่รู้ต้องเดา อย่าปล่อยเว้นว่าง

IELTS Writing Overview


 มีเวลา 1 ชั่วโมงในการทำข้อสอบ part นี้
o Writing ประกอบไปด้วย 2 ส่วน (เริ่มทำส่วนไหนก่อนก็ได้ ขอแค่ทำทันในเวลาที่
กำหนด)
 Task 1: 1/3 คะแนนของ Writing ใช้เวลา 20 นาที
 Task 2: 2/3 คะแนนของ Writing ใช้เวลา 40 นาที
 Academic
o Task 1
 เขียนอธิบายข้อมูลที่ได้จากตาราง, แผนภูมที่กำหนดมาให้
 โจทย์ไม่ต้องการความคิดเห็น แต่ต้องการรู้ว่าเราอ่านตารางออกไหม
o Task 2
 เขียนอธิบายความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อที่โจทย์ให้
 ไม่มีถูกผิด ต้องการแค่ความคิดเห็น
 General
o Task 1
 เขียนในรูปแบบจดหมายตามสถานการณ์ที่โจทย์ให้มา
 การร้องขอ, ขอบคุณ, ชี้แจง
o Task 2
 เขียนบทความอธิบายความคิดเห็นของเราต่อหัวข้อของโจทย์
 การวัดผลตาม Rubric Score
 แนวทางในการทำคะแนน
o เขียนตอบตามที่โจทย์ต้องการ
o บริหารเวลาในการเขียนแต่ละ Task
o ฝึกเขียนบ่อย ๆ
o ฝึกแบ่งย่อหน้า

IELTS Speaking Overview


 ภาพรวม
o สัมภาษณ์สดกับเจ้าของภาษา
o สอบช่วงบ่ายของวันเดียวกันกับข้อสอบส่วนอื่น
o ใช้เวลาสอบ 11-15 นาที
o คนสัมภาษณ์จะเป็ นคนควบคุมเวลาและคำถามในการสอบ
 แบ่งออกเป็ น 3 ส่วน
o Section 1: Basic Personal Information
 ถามถึงข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับตัวเอง, ครอบครัว, สิ่งที่ชอบ
 ใช้เวลา 4-5 นาที
 ส่วนที่ง่ายที่สุดของข้อสอบ Speaking
o Section 2: Monologue (เราพูดคนเดียว)
 ได้รับหัวข้อ และคำถามที่ต้องตอบ
 ให้เวลา 1 นาทีในการเตรียมตัวก่อนพูด (Bullet สิ่งที่เราจะพูดในหัวข้อนั้น + ตอบ
คำถามของโจทย์)
 ใช้เวลา 3-4 นาทีในการพูด
o Section 3: โต้ตอบ / สัมภาษณ์
 คนสัมภาษณ์จะถามเพิ่มเติมถึงสิ่งที่เราตอบไปใน section 2
 ใช้เวลา 4-5 นาที
 วัดผลตาม Rubric
 ไม่มีถูกผิด อย่าตอบเกินความจริงก็พอ
 แนวทางในการทำคะแนน
o ตอบให้ตรงคำถาม
o อย่าพูดวกไปวนมา หรือเงียบนาน
o อย่าใช้ศัพท์ซ้ำกันบ่อยๆ
o ใช้ Tense ถูกต้อง
o หลีกเลี่ยงการพูดหัวข้อที่ไม่ถนัด หรืออธิบายเพิ่มเติม
o อย่าไปจำคำตอบจากที่อื่นมาตอบ

การเตรียมตัวสอบ
 สร้างความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบและภาษาอังกฤษ
o เรียนรู้รูปแบบข้อสอบ
 โจทย์แต่ละประเภท, เทคนิค, และการบริหารเวลา
 แนวทางการสร้างความคุ้นเคยกับรูปแบบโจทย์และเทคนิค
o ฝึกกับหนังสือ (แนะนำ Cambridge IELTS)
o ฝึกกับระบบออนไลน์
o ฝึกทำ Mock Test (ข้อสอบเต็ม เพื่อประเมินคะแนน)
 เทคนิคมีผล 20% ที่เหลือเป็ นเรื่องของทักษะพื้นฐานของเราเอง
 ดู/ฟังคลิปของสำเนียงที่แตกต่างกัน
 ไม่ทำแต่แกรมมาร์
 หาจุดอ่อนของตัวเอง และพัฒนาจุดอ่อนให้ได้มากที่สุด
 ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับคนต่างชาติให้ได้มากที่สุด
 ฝึกอ่านบทความแนวทางวิชาการ (หรือบทความในหนังสือติว)

สำหรับการเตรียมตัว (9 เดือน)
ใช้เวลาติวอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
 ทวนศัพท์ทุกวัน 10-20 คำ
 Lecture
 ฝึกทำข้อสอบเต็ม 1 ครั้ง ทุก 2-3 สัปดาห์
 เดือนสุดท้ายก่อนสอบ ทำข้อสอบเต็ม 1 ครั้งต่อสัปดาห์

You might also like