0% found this document useful (0 votes)
170 views4 pages

IELTS Speaking

Uploaded by

N Sasi
Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as DOCX, PDF, TXT or read online on Scribd
0% found this document useful (0 votes)
170 views4 pages

IELTS Speaking

Uploaded by

N Sasi
Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as DOCX, PDF, TXT or read online on Scribd

วิธีพัฒนาทักษะการพูด

 อัดเสียง / ใช้ Elsa


 ฝึกฟังทุกวัน (ตาม Daily Top Star)

เทคนิคทั่วไปในการทำ IELTS Speaking (Tips and Strategies)


 หน้าที่เดียวของเราคือ
o โชว์ความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ
o ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้อยากทำความรู้จักกับเรา
o ความคิดเห็นของเราไม่มีผลกับคะแนนของเรา
 ถ้านึกคำตอบไม่ออก
o ฝึก paraphrase
 ถ้าไม่เคยเจอคำถาม ไม่คุ้นเคย
o This is an interesting/challenging/hard question. I have never thought of this before.
I think …

Part 1
 What to expect > Introduction > Just Relax!
o เมื่อเราเข้าห้องสัมภาษณ์
 ผู้สัมภาษณ์ทักทายและแนะนำตัวเอง
 ตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม
 ให้เราแนะนำตัวเอง
o ผู้สัมภาษณ์เริ่ม Small talk
 ความสนใจของเรา / hobby
 พื้นหลัง ประวัติของเรา
 ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหรือประเทศที่อยู่
 ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที
o ผู้สัมภาษณ์มีหน้าที่รักษาเวลา ถ้าเขาตัดบทแปลว่าเขาต้องไปส่วนต่อไปแล้ว เราไม่ได้
ทำผิดอะไร ไม่ต้องกังวล
 แนวทางการทำข้อสอบ Part นี้
o มั่นใจ มีท่าทางสนใจในการตอบคำถาม
o ตอบให้ตรงคำถาม อย่าตอบยืดเยื้อ
o อย่าใช้ศัพท์เกินความสามารถของตัวเอง (ใช้ศัพท์ที่คุ้นเคย พื้นฐานทั่วไป)
 วิธีตอบให้ตรงคำถาม
o What is special about your hometown?
 My hometown is … It has beautiful [beaches/mountains/waterfalls]
 ควรตอบยาวแค่ไหน
o ตอบตรงคำถามสำคัญกว่าความยาวของประโยค
o 1-2 ประโยคก็พอ แต่อย่าตอบสั้น (ขยายเยอะ ๆ ตามความสามารถ เน้นศัพท์ จะได้มี
ใช้ได้หลากหลาย)
o ตัวอย่าง
 What do you do for fun on the weekend?
 On the weekends, I usually go hang out with my friends at the mall. We go
watch movies and eat ice-cream at the ice-cream shop. Sometimes, I stay
home and help my mom cook dinner.
 สิ่งที่ต้องระวัง
o ตอบตรงคำถามไหม
o พูดเร็วไป/ช้าไปหรือเปล่า
o ใช้คำศัพท์เดิม ๆ 3-4 ครั้งในแต่ละคำถามหรือเปล่า
 มีคำไหนใช้แทนกันได้บ้าง
o เวลาคิดไม่ออกใช้คำ เอ่อ อ่า มากไปหรือเปล่า

Part 2
 What to expect > ได้รับบัตรกระดาษ 1 ใบ
o บัตรจะมีคำถามหลัก 1 คำถาม
o มีคำถามย่อย 3-4 คำถามที่เกี่ยวข้องกับคำถามหลักที่เราต้องตอบให้ครบ
o มีเวลา 1 นาทีในการเรียบเรียงความคิด
o ต้องตอบคำถามที่ได้มา รวมทั้งครอบคลุมคำถามย่อยเป็ นเวลา 1-2 นาที
o ผู้สัมภาษณ์จะสอบถามขยายรายละเอียดมากขึ้น
 แนวทางการทำข้อสอบส่วนนี้
o จดและเรียบเรียงความคิดของตัวเองในบัตรกระดาษคำถาม
o ฝึกจับเวลาพูด 1 นาที
o โฟกัสคำถามสุดท้าย – ใส่รายละเอียดให้มากที่สุด
 หลักในการจดและเรียบเรียงความคิด
o ไม่เขียนยาว อ่านยาก
o คิดมา 2 main ideas – เขียน 1-3 คำที่คอยเตือน main idea ตอนที่กำลังพูด
o หาตัวอย่างสถานการณ์หรือเรื่องราวมาเพื่อขยาย main idea แต่ละอัน – เขียนแค่ 1-3
คำพอแล้ว

Part 3 (ยากที่สุดในทั้ง 3 พาร์ทแล้ว)


 เป็ นลักษณะการสอบสัมภาษณ์
o ผู้สัมภาษณ์เป็ นคนถาม เราเป็ นคนพูดส่วนใหญ่
o ใช้เวลา 4-5 นาที
o จำนวนและประเภทของคำถามไม่ตายตัว เป็ นเหมือนคุย(ความคิดของเรา)ที่เกี่ยวข้อง
กับที่เราพูดไปใน Part 2
 หัวข้อของบทสัมภาษณ์
o พูดเกี่ยวกับมุมมองที่เกี่ยวข้องกับ Part 2 (ไม่มีผิดถูก)
o พอกล่าวถึงมุมมองแล้ว ให้หาตัวอย่างเหตุการณ์หรือสถานการณ์เพื่อสนับสนุนมุมมอง
ที่แสดงความคิดเห็นไป
o พูดให้เต็มความสามารถ ไม่ต้องกลัวผิดถูก เพราะคำตอบเป็ นความคิดเห็นของเราเอง
o คิดเสียว่าคุยกับเพื่อน เพราะเขาวัดแค่ว่า เรามั่นใจไหม เราพูดคล่องหรือเปล่า และมี
เหตุผลที่มาสนับสนุนความคิดเห็นเราไหม

Part 3 Respond Structure


 โครงสร้างการตอบคำถามใน Part นี้
o ตอบตามมุมมองของเรา โดยใช้ 1-2 ประโยค
o อธิบายเกี่ยวกับมุมมองของเรา ยกตัวอย่างสถานการณ์, ตัวอย่าง, หรือเหตุผลในการ
สนับสนุนคำตอบที่เราตอบไป
 แนวทางการตอบตามมุมมอง
o พยายามอย่าทวนคำถามโดยใช้คำที่เหมือนกันกับประโยคคำถาม > Paraphrase
o พอเริ่มกล่าวถึงมุมมองของตัวเอง ให้เริ่มจากสำนวนตามนี้
 I believe …
 I don’t think that …
 I agree that …
 I disagree that …
 แนวทางการยกตัวอย่างเพื่อสนับสนุนคำตอบของเรา
o คิดให้เร็ว!
o สิ่งที่นำเอามาใช้ได้
 ตัวอย่างจากประสบการณ์ของตัวเอง
 ตัวอย่างจากประสบการณ์ของคนที่เรารู้จัก
 ตัวอย่างที่คิดมาเอง (เขาไม่มาเช็คคำตอบเรา แต่ไม่เวอร์เกินจริง)

Grammatical Accuracy
 สิ่งที่ควรระวัง
o ใช้ V to be มากเกินไป
 I am a doctor. > I practice medicine.
 She was late to the party. > She arrived late to the party.
 He is not happy with his grade. > He dislikes his grade.
o ใช้ประโยคพื้นฐานบ่อยไป > ฝึกใช้ conjunction เช่น however, but, and, therefore
เหมือนเพิ่มความยาวหรือเพิ่มเนื้อหาให้ประโยค
 I studied hard in college. > I studied hard in college. Therefore, I was able to get
good grades.
 My mother worked hard for many years. > My mother worked hard for many
years to support me and my sisters.

Fluency and Coherence (ความคล่องในการพูดภาษาอังกฤษ และความสอดคล้องของไอเดีย)


 ความคล่องในภาษาอังกฤษต้องใช้เวลา (ฝึกฝนให้บ่อย)
o High score
 ไม่แก้ตัวเองบ่อย (ถ้าพูดผิดให้ปล่อยจอยเลย พูดต่อไป ไม่ sorry ขอพูดใหม่/I
mean)
 นึกคำศัพท์ให้ไว ใช้คำให้เหมาะสมกับหัวข้อที่พูด
 รู้ศัพท์ให้เยอะขึ้น (ช่วยข้อข้างบนได้)
 ใช้แกรมมาร์ได้ลื่นหู ใช้ Tense ให้ถูกต้องกับเรื่องที่เราเล่า เพราะเหตุการณ์มันเป็ น
timeline
 ความสอดคล้องของไอเดีย
o High score
 ไอเดีย และเหตุผลเป็ นเรื่องราวเดียวกัน
 ใช้ตัวเชื่อมหลายประเภทและมีความซับซ้อน (ใช้ตัวที่เราถนัด สัก 3-4 ตัวก็พอ)
 วิธีพัฒนา Fluency และ Coherence
o ศึกษาคำศัพท์ใหม่ทุกวัน
o ฝึกฟังทุกวัน (ศึกษาวิธีการพูด จังหวะการพูด)
o ฝึกเอาศัพท์ หรือสำนวนมาใช้พูด
o บันทึกเสียงตัวเอง และ reflect ข้อผิดพลาด
o ฝึกตอบโจทย์คำถามเดิมหลาย ๆ ครั้ง (ความละเอียดในการฝึกแต่ละครั้งจะดีขึ้น เราจะ
คล่องในการเรียบเรียงคำพูด และไอเดีย)

Lexical Resource
 ความสามารถในการพูดได้หลากหลายหัวข้อ
o ฝึกตอบในหลาย ๆ หัวข้อ เพื่อฝึกใช้ศัพท์ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ที่ต่างกันไป
o ฝึกการทวนคำถามเป็ นคำพูดของตัวเอง
o ฝึกฟังเยอะ ๆ เพราะจะได้เรียนรู้การใช้สำนวนต่าง ๆ (หนัง, ข่าว)
o สะสมคำศัพท์ใหม่ ๆ ทุกวัน

Pronunciation
 สิ่งที่ใช้วัดผล
o คนฟังเข้าใจเราพูดไหม
o การออกเสียงคำ และความลื่นของประโยค
o ออกเสียงแบบอเมริกันหรืออังกฤษก็ได้
 แนวทางการฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง
o เวลาจดศัพท์ใหม่ ให้เขียนวิธีการพูดออกเสียงไว้ด้วย
o ฝึกฟังทุกวัน และออกเสียงตามให้เหมือนมากที่สุด
 Word stress ในคำ
o Noun เน้นส่วนหน้า
o Verb เน้นส่วนหลัง
 Rhythm and intonation
o เวลาพูดเป็ นประโยค จังหวะในการพูดคือการเน้น Keyword หรือคำสำคัญในประโยค

You might also like