Revit
Revit
ur
ct
หนังสือ
te
hi
การใชโปรแกรม
c
Ar
AUTODESK REVIT ARCHITECTURE
it
ev
R
sk
de
to
Au
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
า่ งห
อย
ตวั
iii
คำนำ
การออกแบบและเขียนแบบก่อสร้างในปัจจุบันได้หันมาใช้ระบบการออกแบบและจาลองอาคาร
e
3 มิติพร้อมข้อมูลอาคารที่เรียกว่า BIM (Building Information Modeling) โดยโปรแกรม Autodesk
ur
Revit เป็น โปรแกรมหนึ่งที่นิ ยมใช้ ในวงการออกแบบและเขียนแบบอาคารทั้ง 2 และ 3 มิติที่มีข้อมูล
ct
สารสนเทศอาคารและการทางานร่วมกันระหว่าง สถาปนิก วิศวกรโครงสร้าง วิศวกรสุขาภิบาล วิศวกร
te
ไฟฟ้า และวิศวกรเครื่องกล ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง ช่วยประหยัดเวลาในการทางาน
หนั ง สื อ เล่ ม นี้ มี เ นื้ อ หาการใช้ โ ปรแกรม Autodesk Revit ในงานออกแบบและเขี ย นแบบ
hi
สถาปัตยกรรมและวิศวกรรมโครงสร้างขั้นพื้นฐาน โดยมีรายละเอียดของคาสั่งในการทางานออกแบบและ
c
เขีย นแบบอาคาร โดยแยกเนื้ อหาเป็ นบทตามหมวดของชิ้นส่วนอาคารและหมวดของคาสั่งหลัก โดย
Ar
อธิบายการใช้คาสั่งต่างๆ และการทางานตามลาดับ
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อวงการออกแบบสถาปัตยกรรมและ
it
เขียนแบบก่อสร้าง ev
R
sk
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
to
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
iv
สำรบัญ
คานา i
สารบัญ ii
e
ur
บทที่ 1 แนะนำกำรใช้โปรแกรม Autodesk Revit 1
1.1 ความเป็นมาของ BIM (Building Information Modeling) 2
ct
1.2 ความเป็นมาของโปรแกรม Autodesk Revit 2
1.3 ระบบปฏิบัติการในคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ 2
te
1.4 การติดตั้งโปรแกรม Autodesk Revit 3
hi
1.5 ส่วนประกอบของหน้าจอ Autodesk Revit 4
1.6 การเริ่มทางานสถาปัตยกรรมใน Project 4
c
1.6.1. Quick Access Toolbar: เครื่องมือที่ใช้งานได้ทันที 5
Ar
1.6.2 แถบเครื่องมือในการทางานของโปรแกรม (Ribbon Tabs) 6
1.6.3 Option Bar: แถบกาหนดรายละเอียดและทางเลือกของแต่ละคาสั่ง 7
1.6.4 Project Browser: หน้าต่างแสดงชื่อมุมมองและข้อมูลของโครงการ 7
it
1.6.5 Drawing Area: พื้นทางานและแสดงผลการทางาน ev 9
1.6.6. Properties: เป็นหน้าต่างแสดงรายละเอียดของวัตถุ 10
1.6.7 View Control Bar: แถบเครื่องมือและคาสั่งควบคุมการแสดงผล 12
R
1.6.8 Status Bar แสดงสถานะของคาสั่งในการทางาน 13
1.7 การใช้เม้าส์ควบคุมการแสดงภาพ 13
sk
2.1.4 การแก้ไขชื่อและการปรับระยะความสูงเส้นอ้างอิงระดับชั้น 35
2.1.5 การเขียนเส้นอ้างอิงระดับชั้นเพิ่ม 36
2.1.6 การเปิด-ปิดการแสดงสัญลักษณ์เส้นอ้างอิงระดับชั้น 37
v
2.1.7 การย้ายเส้นอ้างอิงระดับชั้นทุกเส้นพร้อมกัน 37
2.1.8 การย้ายเส้นอ้างอิงระดับชั้นเฉพาะบางเส้น 38
2.1.9 การปรับเปลีย่ นสมบัติเส้นอ้างอิงระดับชั้น 39
2.2 เส้นอ้างอิงตาแหน่งเสา (Grids) 40
2.2.1 ความสัมพันธ์ของคาสั่งเส้นอ้างอิงตาแหน่งเสา (Grids) 40
e
2.2.2 แถบเครื่องมือและคาสั่งในการเขียนเส้นอ้างอิงตาแหน่งเสา (Grid) 40
ur
2.2.3 การเขียนเส้นอ้างอิงตาแหน่งเสา 41
2.2.4 การแก้ไขตัวอักษรและจุดปลายเส้นอ้างอิงตาแหน่งเสา 43
ct
te
บทที่ 3 ผนัง (Walls) 45
3.1 ผนังสถาปัตยกรรม (Walls: Architecture) 46
hi
3.1.1 แถบเครื่องมือและคาสั่งในการเขียนผนัง (Wall) 46
3.1.2 ความสัมพันธ์ของคาสั่งผนัง (Walls) 47
c
3.1.3 สมบัติของผนัง (Wall Properties) 48
Ar
3.1.4 ชนิดของผนัง (Type Properties) 48
3.1.5 วัสดุประกอบ (Edit Assembly) 49
3.2 การสร้างผนังในงานสถาปัตยกรรม 49
it
3.2.1 การตั้งมุมมองสองหน้าจอในการทางาน ev 49
3.2.2 ลาดับขั้นตอนในการใช้คาสัง่ เขียนผนัง 51
3.2.3 การกาหนดชนิดของผนัง 52
R
3.2.4 การเขียนผนังตามระยะ 53
3.2.5 การคัดลอกผนังตามระยะห่าง 55
sk
3.4.2 การย้ายเส้นขอบผนังไปสัมผัสเส้นขอบวัตถุอื่น 65
3.4.3 การแบ่งผนังและการเปลี่ยนสีผิวผนังใหม่ 66
3.4.4 คาสั่งในการเข้ามุมวัสดุผนัง (Wall Join) 67
3.5 ปูนปัน้ บนผนัง 68
สอื
3.5.2 การใส่ปูนปั้นและการแก้ไขปูนปั้น 70
3.6 การเซาะร่องผนัง 71
า่ งห
e
4.2.3 การแก้ไขโดยการลบกรอบบานและแนวเส้นกระจก 83
ur
4.2.4 การแก้ไขโดยการเปลี่ยนบานกระจกเป็นวัสดุทึบ 85
4.2.5 การแก้ไขโดยการเปลี่ยนผนังทึบเป็นผนังกระจก 86
ct
4.2.6 การใส่ผนังบานกระจกในผนังทึบ 87
te
4.2.7 การเลือกทางานและการมองเห็นเฉพาะวัตถุที่เลือก 88
4.2.8 การยกเลิกทางานเฉพาะวัตถุที่เลือก 89
hi
4.2.9 คาสั่งในการแบ่งเส้นแนวกระจกเอง 89
4.2.10 คาสั่งในการใส่กรอบกระจก (Million) 92
c
4.2.11 คาสั่งกรอบมุมผนังกระจก (Corner Mullions) 94
Ar
4.2.12 คาสั่งการสลับการเชื่อมต่อกรอบกระจก 96
4.3 การประยุกต์ใช้ผนังกระจก 97
it
บทที่ 5 เสำ (Columns) ev 101
5.1 แถบเครื่องมือและคาสั่งในการสร้างเสา 102
5.1.1 แถบเครื่องมือและคาสั่งในการสร้างเสา 102
R
5.1.2 ความสัมพันธ์ของคาสั่งสร้างเสา (Columns) 103
5.1.3 สมบัติของเสา (Column Properties) 103
sk
e
7.1.4 แถบเครื่องมือและคาสั่งในการแก้ไขประตู 133
ur
7.1.5 การแก้ไขประตู 133
7.2 แถบเครื่องมือและคาสั่งหน้าต่าง (Windows) 134
ct
7.2.1 ความสัมพันธ์ของคาสั่งหน้าต่าง (Windows) 134
te
7.2.2 การใส่หน้าต่างโดยการใช้ไฟล์จาก Family 135
7.3 สร้างและแก้ไขประตูใน Family 136
hi
บทที่ 8 หลังคำ (Roofs) 145
c
8.1 คาสั่งหลังคา (Roofs) 146
Ar
8.2 ความสัมพันธ์ของคาสั่งหลังคา (Roofs) 147
8.3 การสร้างและแก้ไขหลังคา (Roof by Footprint) 148
8.3.1 การเขียนหลังคา (Roof by Footprint) 148
it
8.3.2 การแก้ไขมุมกล้องที่มุมมองแปลนหลังคา ev 150
8.3.3 การแก้ไขบางส่วนของหลังคาปั้นหยาเป็นแบบหน้าจั่ว 151
8.3.4 การกาหนดมุมเอียงของเส้นประกอบหลังคา 153
R
8.3.5 การสร้างหลังคาทรงประยุกต์ 154
8.4 ชายคาของอาคาร 157
sk
e
10.1.2 การเขียนและแก้ไขทางลาด (Ramp) 186
ur
10.2 แถบเครื่องมือและคาสั่งราวกันตก (RAILINGS) 190
10.2.1 ความสัมพันธ์ของคาสั่งในการเขียนราวกันตก (Railing) 191
ct
10.2.2 สมบัติของราวกันตก (Railing Properties) 192
te
10.2.3 ชนิดของราวกันตก (Type Properties) 192
10.3 การเขียนและการแก้ไขราวกันตก 193
hi
10.3.1. การเขียนราวกันตก 193
10.3.2. การแก้ไขเส้นราวกันตก 194
c
10.3.3. การเปลี่ยนรูปแบบของราวกันตก 195
Ar
บทที่ 11 ฝ้ำเพดำน (Ceilings) 197
11.1 คาสั่งในการเขียนฝ้าเพดาน (Ceiling) 198
it
11.2 ความสัมพันธ์ของคาสั่งฝ้าเพดาน (Ceilings) ev 198
11.2.1 สมบัติของผ้าเพดาน (Ceiling Properties) 199
11.2.2 ชนิดของฝ้าเพดาน (Type Properties) 199
R
11.2.3 วัสดุประกอบฝ้าเพดาน (Edit Assembly) 200
11.3 การเขียนและแก้ไขฝ้าเพดาน 200
sk
e
13.4.5 การเขียนคานหลังคา 231
ur
13.4.6 การสร้างคานยื่นและคานต่างระดับ 232
13.4.7 การคัดลอกคานโครงสร้างที่เหมือนกันไปยังชั้นต่างๆ 233
ct
13.5 การสร้างโครงสร้างหลังคา 234
te
13.5.1 การกาหนดขนาดและการเขียนจันทันหลังคา 234
13.5.2 การกาหนดขนาดและการเขียนระแนงหลังคา 236
hi
13.6 โครงสร้างพื้นอาคาร 238
13.6.1 การเขียนโครงสร้างพื้นห้องน้า 238
c
13.6.2 การสร้างโครงสร้างพื้นวางบนดิน 239
Ar
13.7 การสร้างและแก้ไขโครงสร้างเหล็ก 241
13.7.1 คาสั่งในการแก้ไขโครงสร้างเหล็ก 241
13.7.2 ความสัมพันธ์ของคาสั่งโครงสร้างเหล็ก (Structural Steel Column) 242
it
13.7.3 การสร้างโครงสร้างเสา คานเหล็ก ev 242
13.7.4 การสร้างโครงถักหลังคา (Truss) 244
R
บทที่ 14 คำอธิบำยประกอบ (Annotate) 249
14.1 แถบเครื่องมือและคาสั่งการเขียนเส้นบอกขนาด 250
sk
e
ur
บทที่ 15 พื้นที่ตั้งอำคำร (Model Site) 271
15.1 แถบเครื่องมือและคาสั่งเกี่ยวกับพื้นที่ดิน (Model Site) 272
ct
15.2 การสร้างเส้นขอบเขตที่ดิน (Property Line) 274
te
15.3 การสร้างพื้นผิวดิน (Toposurface) 275
15.4 องค์ประกอบพื้นที่ดิน (Site Component) 276
hi
15.4.1 แถบเครื่องมือและคาสั่งที่เกี่ยวกับองค์ประกอบพื้นที่ดิน 276
15.4.2 การใส่องค์ประกอบพื้นที่ดนิ (Site Component) 277
c
15.5 การใส่เส้นแสดงช่องจอดรถ (Parking Component) 277
Ar
15.6 การสร้างพื้นราบบนพื้นที่เอียง (Building Pad) 279
15.7 การแบ่งพื้นที่หลัก (Sub Region) 280
15.8 การกาหนดทิศเหนือของพื้นที่ดิน (True North) 282
it
บทที่ 16 ผิววัสดุและภำพเสมือนจริง (Materials and Renders)
ev 285
16.1 แถบเครื่องมือและคาสั่งในการเลือกผิววัสดุ 286
R
16.2 ผิววัสดุ (Materials) 287
16.2.1 การเข้าสูห่ น้าต่างวัสดุ 287
sk
e
17.5 การแสดงและไม่แสดงวัตถุ (Visibility/Graphics) 320
ur
17.6 การแยกชิ้นส่วนอาคาร (Displace Elements) 321
17.7 การเขียนและแก้ไขรูปตัด (Section View) 323
ct
17.7.1 การสร้างรูปตัด (Section View) 323
te
17.7.2 การแก้ไขเส้นแนวตัด 324
17.7.3 การตัดแบ่งเส้นแนวตัด 324
hi
17.7.4 การสร้างรูปตัดผนัง 325
17.8 การสร้างแบบขยายแปลนบันได 326
c
17.9 การสร้างแบบขยายห้องน้า 328
Ar
17.10 การเพิ่มมุมมองและการเขียนแบบขยายประตู-หน้าต่าง 330
17.12 การถอดปริมาณ ประตู-หน้าต่าง (Schedules /Quantities) 334
17.13 การตั้งค่าและจัดหน้ากระดาษ 335
it
17.13.1 การเพิ่มแผ่นกระดาษ (Sheet) ev 335
17.13.2 การแก้ไขต้นแบบกระดาษ (Modifying Sheet Template) 337
17.13.3 การเตรียมแบบงานก่อนนาเข้า 339
R
17.13.4 การนาแบบงานมาวางบนกระดาษ 340
17.13.5 การเข้าไปแก้ไขแบบขณะที่ทางานอยู่บนกระดาษ (Sheets) 341
sk
บรรณำนุกรม 351
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 1 แนะนําการใชโปรแกรม Autodesk Revit Architecture
2
e
2518) โดยใชชื่อวา “Building Description System” และตอมาในป ค.ศ.1986 (พ.ศ.2529) Robert Aish ไดเปลี่ยนมาใช
ur
คําวา “Building Information Modeling” จนถึงปจจุบัน BIM ไดรบั ความนิยมมากขึ้นตามลําดับ (สมาคมสถาปนิกสยามใน
พระบรมราชูปถัมภ. 2558 : 11 )
ct
CAD (Computer Aided Design) เปนเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอรที่ชวยในการออกแบบและเขียนแบบดวยระบบ
te
2 มิติและ3 มิติ โดยสวนใหญจะใชขอมูลกราฟก ซึ่งไมมีฐานขอมูล เมื่อมีการแปลงเปลีย่ นแบบตองแกไขขอมูลทุกแผนของงาน
แตกตางจาก BIM (Building Information Modeling) มีฐานขอมูลกลาง เมื่อมีการเปลีย่ นแปลงขอมูลที่มีความสัมพันธกันอีก
hi
ขอมูลก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปดวย
หลักการทํางานของระบบ BIM เปนการสรางแบบจําลองอาคารที่เปน 2 มิติและ 3 มิติบนความสัมพันธของตัวแปร
c
(Parameters) มีฐานขอมูลใชโปรแกรมคอมพิวเตอรชวยในการจําลองอาคารและสามารถเรียกฐานขอมูลหรือแสดงผลแบบ
Ar
อาคารไดตลอด หากมีการแกไขหรือเปลี่ยนแปลงฐานขอมูลกลางก็จะเปลีย่ นแปลงตามไปดวย
โปรแกรมประเภท BIM นิยมใชกันในประเทศและตางประเทศ เชน โปรแกรม Autodesk Revit โดยบริษัท
it
Autodesk โปรแกรม ArchiCAD โดยบริษัท Graphicsoft โปรแกรม Vectorworks และ ALLplan Archtecture โดยบริษัท
Nemetschek เปนตน
1.2 ความเปนมาของโปรแกรม Autodesk Revit
ev
R
Autodesk Revit Architecture เปนซอฟทแวร (Software) สําหรับออกแบบทางสถาปตยกรรมทั้งลักษณะ 2 มิติ
และ 3 มิติ ที่มีรูปแบบของการพัฒนาซอฟทแวรในแนวคิด Building Information Modeling (BIM) โดยมีการทํางานแบบ
Building Information Base Technology ทําใหการออกแบบอาคารในงานสถาปตยกรรมสามารถทํางานในลักษณะของ
sk
Autodesk Revit Architecture พัฒ นาตั้ งแต ป ค.ศ.1997 โดยบริ ษัท Charles Rive Software (ตอมาใชชื่อ ว า
Revit Technology Corporation) ตอมา ป ค.ศ.2002 บริษัท Autodesk Inc. ไดซื้อกิจการและไดออกผลิตภัณฑและเปลี่ยน
to
ชื่อเปน Autodesk Revit V.4.5 และพัฒนาตอมา จนป 2007 ไดเปลี่ยนชื่อเปน Revit Architecture 2008 ไดแบงผลิตภัณฑ
ออกเปน 3 ชุด คือ Revit Architecture (งานสถาปต ยกรรม), Revit Structure (งานโครงสราง), Revit MEP (งานระบบ
Au
ระบบปฏิบตั ิการ (Operating System) Microsoft Windows 8.1 64-bit ขึ้นไป แนะนําใหใชรุนปจจุบันใน
เวลานั้นหรือรุนใหมเทาที่เปนไปได
า่ งห
การประมวลผลกลาง (CPU Type) Intel Pentium, Xeon หรือ AMD แนะนําใหใช CPU เร็วสุดตามงบ
หนวยความจํา (Memory) 4 GB RAM (อยางนอย)
อย
แนะนําใหใชการดจอแยกที่มีหนวยความจําอยางนอย 2 GB
พื้นที่ของดิสกในการติดตั้ง อยางนอย (Disk Space) 5 GB free disk space
การเชื่อมตอ (Connectivity) เชื่อมตอ Internet ได
บทที่ 1 แนะนําการใชโปรแกรม Autodesk Revit
3
e
ur
ct
te
c hi
Ar
คลิกเลือก Install คลิกเลือก Install
it
ev
R
sk
de
e
2. Families: เปนการทํางานเกี่ยวกับตนแบบวัตถุ (Family) ที่สรางไวเรียกใชงานใน Project โดยแบงยอยเปน
ur
การเปดไฟลงาน (Open) การทํางานใหม (New) และการสรางรูปทรงอาคารใหม (New Conceptual Mass)
3. Resources: เปนแหลงเก็บขอมูลและใหขอมูลเกีย่ วกับโปรแกรม Autodesk Revit ทีค่ อยชวยเหลือและสอน
ct
การใชโปรแกรม
4. Intro Center: การใหขอมูลและใหการชวยเหลือในรูปแบบสมาชิก
te
4
hi
1 3
c
Ar
it
2
ev
R
sk
de
อาคารตนแบบ จากแนวความคิด
ภาพที่ 1.3 ลักษณะหนาจอในการทํางานของโปรแกรม Autodesk Revit
อย
ถาลากออกจากหนาตางจะเปนการขยายหนาตางใหใหญขึ้น
e
ur
o ขยับเมาสไปยังหนาหรือรายการทีต่ องการแกไข เชน ตองการคัดลอก
แปลนชั้น 1 (Floor Plan: Level 1) คลิกที่ Level 1 แลวคลิกเมาส
ct
ปุมขวาจะขึ้นหนาตางคําสั่งใหเลือก
te
o หากตองการคัดลอกกระดาษแผน Level 1 เพิ่ม ใหคลิกเลือก
Duplicate View > Duplicate ก็จะไดแผนกระดาษ Level 1
hi
Copy1 เพิ่มขึ้นมา แลวสามารถเปลี่ยนชื่อได (Rename)
c
Ar
ภาพที่ 1.10 แถบคําสั่ง Project Browsers: Level
it
1.6.5 Drawing Area: พื้นที่ทํางานและแสดงผลการทํางาน
ev
Drawing area เปนพื้นที่เขียนและแสดงงานเปลี่ยนไปตามการเลือกมุมมอง เชน Floor Plans (มุมมองแปลนพื้น)
R
Elevations (มุมมองรูปดาน) 3D views (มุมมอง 3 มิติ) และอืน่ ๆ ที่อยูใน Project Browser (ภาพที่ 1.11)
sk
de
to
Au
แถบเครื่องมือและคําสั่งควบคุมการแสดงผล
e
Scale สเกลของชิ้นงาน
ur
หากตองการกําหนดสเกลเองใหเลือก Customs
ct
Detail Level กําหนดลักษณะรายละเอียดการแสดงผล
Coarse แสดงผลแบบคราวๆ เปนเสนโครงไมมีรายละเอียด
te
Medium แสดงผลแบบปานกลาง เห็นรายละเอียดแตไมมาก
hi
Fine แสดงผลแบบละเอียด
Visual Style กําหนดรูปแบบในการแสดงภาพ
c
Wireframe แสดงภาพเปนลายเสนดานหนาและหลัง
Ar
Hidden Line แสดงภาพเปนลายเสนดานหนาอยางเดียว
Shaded แสดงภาพเปนเฉดสี
Consistent Colors แสดงภาพเปนเฉดสีออน-เขม
it
Ray Trace แสดงภาพเสมือนจริง (ผิวสีของวัสดุ)
ev
กําหนดแสงจากดวงอาทิตย
Sun Settings.. กําหนดคาการโคจรของดวงอาทิตย
R
Sun Path Off ปดแสงจากดวงอาทิตย
Sun Path On เปดแสงจากดวงอาทิตย
sk
กําหนดสมบัติของมุมมองชั่วคราว
อย
e
1.7 การใชเมาสควบคุมการแสดงภาพ
ur
การใชเมาสในการควบคุมการแสดงภาพในมุมมองตางๆ ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 1.16)
ct
1. การหมุนมองภาพ 3 มิติ (Orbit)
te
hi
+
กด Shift + เมาสปุมขวา คางแลวบิด
c
2. การขยายภาพ (Zoom)
Ar
it
เลื่อนเมาสปุมกลางเขาออก ev
R
sk
3. การเลื่อนมุมมอง (Pan)
de
กดเมาสปุมกลางคางไวแลวเลื่อนตามทิศทางที่
to
ตองการ
ภาพที่ 1.16 การใชเมาสควบคุมมุมมอง
Au
e
ur
ct
te
View Cube
c hi
ภาพที่ 1.18 คําสั่งและเครื่องมือ View Cube
Ar
it
ev
R
การมองดานบน
การมองดานหนาดานขวาและบน การมองดานหนา การมองดานขวา
sk
(ทิศใต) (ทิศตะวันออก)
de
to
1. คลิกลากครอบจากซายมาขวา 2. คลิกลากครอบจากขวามาซาย
นัง
า่ งห
อย
นั้นถูกครอบทั้งหมด ทั้งหมด
ภาพที่ 1.20 การเลือกชิ้นงานโดยใชเมาสลากครอบ
บทที่ 1 แนะนําการใชโปรแกรม Autodesk Revit Architecture
18
e
ur
ct
te
ภาพที่ 1.27 การกําหนดการมองเห็นภาพซอนภาพ (Underlay)
hi
1.16 การตั้งหนวยการวัด (Units)
c
การกําหนดหนวยวัดระยะ ทําไดดงั นี้ (ภาพที่ 1.28)
Ar
1) คลิกที่ Manage TAB
2) คลิกคําสั่ง Project Units
2.1) ที่ชองดานลาง Format ตรงกับ Length คลิกเพื่อเขาไปกําหนดหนวยวัดความยาว
it
2.2) ที่ชองหลัง Units: คลิกเลือก Meters เพื่อกําหนดหนวยวัดเปนเมตร
ev
2.3) ที่ชองดานลาง Rounding: คลิกเลือก 2 Decimal Places เพื่อกําหนดทศนิยมสองตําแหนง (เชน 1.00)
2.4) คลิกที่ OK เพื่อเสร็จสิ้นการตั้ง Format
R
2.5) คลิกที่ OK เพื่อเสร็จสิ้นการตั้ง Project Units
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
e
2. คลิกเสนแรก(สวนของเสนจะยังอยู)
ur
3. คลิกเสนทีส่ อง(สวนของเสนจะยังอยู)
การตอเสน
ct
. 4. คลิกเสนแรก
5. คลิกเสนทีส่ อง จะเห็นเสนสองเสนบรรจบกัน
te
hi
ภาพที่ 1.60 การใชคําสั่ง Trim/Extend to Corner
c
Ar
12. การตัด ตอ แบบหลายเสน Trim/Extend to Multiple Elements แสดงดังภาพที่ 1.61
1. คลิกคําสั่ง Trim/Extend to Multiple Elements
2. คลิกเสนอางอิง
it
ev 3. คลิกปลายเสนที่ตองการใหตอไปสัมผัส
4. คลิกปลายเสนที่ตองการใหตอไปสัมผัส
5. คลิกปลายเสนที่ตองการใหตอไปสัมผัส
R
ภาพที่ 1.61 การใชคําสั่ง Trim/Extend to Multiple Elements
sk
1. คลิกเสนผนังที่ตองการบังคับไมใหมีการแกไข
2. คลิกใหแสดง Pin (PN) เพื่อใหวัตถุไมสามารถ
to
แกไขได
หากตองการไมบังคับการแกไข
Au
3. คลิกที่ผนังที่ตองการไมบังคับการแกไข
4. คลิกใหแสดง Unpin (UP)
5. คลิกผนังแลวลากยายตําแหนง
ภาพที่ 1.62 การใชคําสั่ง Unpin/Pin
สอื
1. คลิกวัตถุที่ตองการ
า่ งห
บทที่
e
ur
2
ct
te
hi
เสนอางอิงระดับพื้น และ
c
Ar
เสนอางอิงตําแหนงเสา
it
(Levels and Grids) ev
R
เนื้อหาในบทนี้อธิบายเสนอางอิงระดับพื้น (Level) วิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขเสนอางอิงระดับพื้นใน
sk
วัตถุประสงค
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคาเสนอางอิงระดับพื้น (Level)
สอื
2. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนและแกไขเสนอางอิงระดับพื้น (Level)
นัง
4. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนและแกไขเสนอางอิงตําแหนงเสา (Grids)
5. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
อย
ตวั
บทที่ 2 เสนอางอิงระดับพื้นและเสนอางอิงตําแหนงเสา (Levels and Grids)
32
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
ภาพที่ 2.1 ตัวอยางเสนอางอิงระดับชั้น (Level) ที่อยูในรูปดาน
R
ชื่อของ Level จะสรางอัตโนมัติที่ Project Browser ในแปลนพื้นชั้นตางๆ (Floor Plans) และแปลนฝาเพดาน
(Ceiling Plans) เสนอางอิงระดับชั้น (Level) แสดงดังภาพที่ 2.2
sk
de
to
Au
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 2.7 การแกไขชื่อเสนอางอิงระดับชั้น (ตอ)
it
2.1.4 การแกไขชื่อและการปรับระยะความสูงเสนอางอิงระดับชั้น ev
เสนอางอิงระดับชั้น แกไขไดดังนี้ (ภาพที่ 2.8) ที่ Project Browser: Elevation Views> ที่แบบมุมมองดานทิศ
East (ทิศตะวันออก)
R
1) คลิกที่เสนอางอิงระดับชั้น Level 2
2) คลิกที่ขอความ พิมพชื่อใหม เชน ระดับพื้นชั้น 1 แลวกดปุม Enter สังเกตชื่อระดับพื้นชั้น 1 จะไปปรากฏใน
sk
e
ur
ct
te
c hi
ภาพที่ 2.14 ตัวอยางเสนอางอิงตําแหนงเสา (Grid)
Ar
2.2.1 ความสัมพันธของคําสั่งเสนอางอิงตําแหนงเสา (Grids)
การเขียนเสนอางอิงตําแหนงเสามีความสัมพันธของขอมูลตางๆ ดังภาพที่ 2.15
it
ev
R
sk
de
to
Au
คําสั่งการเสนอางอิงตําแหนงเสา
Line สรางเสนตรง
Start-End-Radius Arc สรางเสนโคงจากจุดเริ่มตน จุดสุดทายและรัศมี
Center-Ends Arc สรางเสนโคงจากจุดศูนยกลางและจุดปลายสองดาน
e
Pick Line สรางเสนดวยการคัดลอกเสนอางอิงตามระยะที่กําหนด
ur
ct
สรางเสนอางอิงหลายเสนหรือหลายทิศทางในเสนเดียวของตําแหนงเสา
te
ภาพที่ 2.16 แถบเครื่องมือในการเขียนเสนอางอิงตําแหนงเสา (ตอ)
hi
สมบัติเสนอางอิงตําแหนงเสา (Grid Properties)
c
หนาตางแสดงรายละเอียดและการกําหนดคาตางๆ ของสมบัติของเสนอางอิงตําแหนงเสา แสดงดังภาพที่ 2.17
Ar
รูปแบบเสนอางอิงตําแหนงเสา
it
แกไขรูปแบบเสนอางอิงตําแหนงเสา
Extents
ev
- Scope Box: กําหนดการใช Scope box
R
Identity Data
- Name: ชื่อเสนอางอิงตําแหนงเสา
sk
Apply: ใชคําสั่งที่กําหนด
ภาพที่ 2.17 หนาตางสมบัติเสนอางอิงตําแหนงเสา (Grid Properties)
de
Type: ชนิดของชิ้นงาน
Duplicate: คัดลอกชิ้นงาน
Rename: เปลี่ยนชื่อชิ้นงาน
Symbol: สัญลักษณตําแหนงเสา
สอื
2.2.3 การเขียนเสนอางอิงตําแหนงเสา
การเขียนเสนอางอิงตําแหนงเสา มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 2.19)
1) ที่ Project Browser ดับเบิลคลิก Level 1 เพื่อเขียนเสนอางอิงตําแหนงเสาจากแปลนพืน้ ชั้น Level 1
บทที่ 2 เสนอางอิงระดับพื้นและเสนอางอิงตําแหนงเสา (Levels and Grids) 43
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
ภาพที่ 2.19 การเขียนเสนอางอิงตําแหนงเสา (ตอ)
R
7) ที่ Architecture TAB คลิกคําสั่ง Grid เพื่อกลับมาเขียนเสนอางอิงอีกครั้งหนึ่ง
8) คลิกคําสั่ง Pick Line เพื่อเขียนเสนอางอิงตําแหนงเสาเสนตอไป โดยการคัดลอกเสนอางอิงตามระยะที่กําหนด
sk
ดานลางแลวกดคลิก ก็จะไดเสนอางอิง B
8.3) ขยับเมาสมาตรงเสนอางอิงที่เกิดขึ้น สังเกตเสนสีฟาเกิดขึ้นดานลางแลวใหกดคลิก ก็จะไดเสนอางอิง C
to
3.2.4 การแกไขตัวอักษรและจุดปลายเสนอางอิงตําแหนงเสา
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่
e
ur
3
ct
te
hi
ผนัง
c
Ar
(Walls)
it
ev
เนื้ อ หาในบทนี้ อ ธิ บ ายชนิ ด ของผนั ง วิ ธี ก ารใช คํ า สั่ ง เกี่ ย วกั บ การเขี ย นและแก ไ ขผนั ง ทางสถาป ต ยกรรม
(Architectural Walls) ในลักษณะตางๆ โดยเริ่มจากการเรียนรูคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคา การกําหนดรายละเอียดของ
R
วัสดุผนังทึบ วิธีการปรับแกไข การเจาะชองเปด การเขียนปูนปน การเซาะรองผนัง
sk
วัตถุประสงค
de
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคาและกําหนดรายละเอียดของผนังทึบ
2. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนผนังอาคารในรูปแบบตางๆ
to
3. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการสรางและแกไขปูนปน และการเซาะรองผนัง
Au
4. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการแกไขผนังในลักษณะตางๆ
5. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 3 ผนัง (Walls)
46
e
2. Curtain Wall คือ ผนังโครงสรางเบาทีไ่ มรบั น้ําหนักที่ประกอบชัน้ วัสดุตางๆ เชน ผนังกระจก ผนังวัสดุประกอบ
โครงเครา เปนตน
ur
3. Stacked Wall คือ ผนังที่เปน Basic Wall โดยนํามาวางตอกันในแนวตั้ง เนื่องจากผนังนี้อาจมีวัสดุหรือขนาด
แตกตางกันระหวางดานลางและดานบน
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
Line สรางเสนตรง/เสนเฉียง
e
Inscribed Polygon สรางรูปหลายเหลีย่ มโดยกําหดนจุดมุมของเหลี่ยมอยูที่รศั มี
ur
ct
Circumscrib Polygon สรางรูปหลายเหลี่ยมโดยกําหนดจุดกึ่งกลางเสนของเสนดานอยูทรี่ ัศมี
te
Circle สรางรูปวงกลม
c hi
Ar
Start-End-Radius Arc สรางเสนโคงจากจุดเริ่มตน จุดสุดทายและรัศมี
it
ev
Center-Ends Arc สรางเสนโคงจากจุดศูนยกลางและจุดปลายสองดาน
R
Tangent End Arc สรางเสนโคงจากเสนขอบเดิมสองจุด
sk
de
3.2.5 การคัดลอกผนังตามระยะหาง
เมื่อมีผนังเดิมอยูแลวตองการเขียนผนังที่ขนานกันตามระยะหาง ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 3.11)
1) คลิกที่ Modify TAB
2) คลิกคําสั่ง Offset (คียลัด OF)
2.1) ที่ Option bar: ชองหลัง Offset ปอนคาระยะหาง 2.00 และ คลิก 5 Copy เพื่อคัดลอก
e
2.2) ขยับเมาสไปตรงเสนผนังที่ตองการคัดลอก สังเกตจะมีเสนปะสีฟาแสดงทิศทางการคัดลอก ขยับใหเสนปะ
ur
สีฟาแสดงทางดานซายแลวกดคลิก จะเกิดผนังขึ้น
3) การคัดลอกผนังแนวนอนตอ คลิกคําสั่ง Offset
ct
3.1) ที่ Option bar: ชองหลัง Offset ปอนคาระยะหาง 2.50 และ คลิก 5 Copy เพื่อคัดลอก
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
e
3.5) คลิกที่ชอง Structure ในตารางแถว Function เพื่อกําหนดหนาที่ของวัสดุและความหนา (วัสดุเปนอิฐ)
ur
3.5.1) ในตารางแถว Thickness คลิกที่ชองวาง ปอนคาเปน 0.08
3.5.2) คลิกที่ชอง <By Category> ตารางแถว Material
ct
3.5.3) ที่หนาตาง Material Browser: คลิกที่ Graphics เพื่อกําหนดการมองเห็นเปนลายเสน
te
3.5.4) คลิกที่ None หลัง Pattern ของหมวด Cut Pattern เพื่อกําหนดลายเสนผนังเมื่อถูกตัดผาน
3.5.5) คลิกเลือก Masonry-Brick เพื่อกําหนดลายอิฐ
hi
3.5.6) คลิก OK เพื่อปดหนาตาง Fill Patterns
3.5.7) คลิก OK เพื่อปดหนาตาง Material Browser
c
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
3.6) ที่หนาตาง Edit Assembly คลิกที่ Insert เพื่อเพิ่มชั้นวัสดุใหม (ปูนฉาบดานนอกหนา 0.01 m วัสดุ
ปูนฉาบไมตองกําหนดลาย)
สอื
ปูนฉาบ
3.6.2) คลิกที่ชองวางดานหลังชื่อนี้ที่ตรงกับ Thickness ปอนคา 0.01 กําหนดความหนาของปูนฉาบ
า่ งห
ไมตองกําหนดลาย)
3.7.1) คลิกที่ชอง Structure [1] ที่เพิ่มขึ้นมา แลวคลิกเลือก Finish 1[5] เพื่อกําหนดผิวปูนฉาบดานใน
3.7.2) คลิกที่ชองวางดานหลังชื่อนี้ที่ตรงกับ Thickness ปอนคา 0.01 กําหนดความหนาของปูนฉาบ
ตวั
e
Wall Opening การเจาะชองเปดแผนผนังตรงและผนังโคง
ur
Reset Profile ยกเลิกการแกไข
ct
Attach Top/Base ยายเสนขอบผนังดานบน-ลางไปชนกับเสนขอบวัตถุที่เลือก
te
hi
Detach Top/Base ยอนกลับมายังจุดเดิมของผนัง
ภาพที่ 3.18 แถบเครื่องมือและคําสั่งในการแกไขเสนโครงรางผนัง
c
Ar
3.4.1 การเจาะชองเปดผนังดวยคําสั่ง Edit Profile
เมื่อมีแผนผนังที่ตองการเจาะชองเปดบริเวณกลางผนัง ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 3.19)
it
1) การเจาะชองผนังที่มุมมองรูปดาน Project Browser: Elevation ดับเบิลคลิกที่ South เพื่อเลือกมุมมองดาน
ทิศใต
2) ที่ Modify (คียลัด MD)
ev
3) คลิกเสนผนังที่ตองการเจาะชองเปด
R
4) คลิกคําสั่ง Edit Profile เพื่อเขามาแกไขผนัง
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 3.21 การแบงผนังและการเปลี่ยนสีผิวผนังใหม (ตอ)
it
3) การเปลี่ยนวัสดุผิวผนัง คลิกคําสั่ง Modify
3.1) คลิกเสนผนังที่ตองการเปลี่ยนวัสดุ
ev
R
3.2) ที่ Properties คลิกเลือกชนิดของผนังเปน Basic Wall-Generic-225 mm Masonry
sk
Wall Join
คําสั่งในการปรับแกการเขามุมวัสดุผนัง
to
รูปแบบการเขามุมผนัง
การเลือกรูปแบบการเขามุม ลักษณะมุม ลักษณะมุม
Au
เขามุมแบบ Butt
เขามุมแบบ Miter
สอื
การเชื่อมกันและการไมเชื่อมกันของผนัง
า่ งห
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
ภาพที่ 3.23 การแกไขวัสดุมมุ ผนัง (Wall Join)
R
sk
3.5 ปูนปนบนผนัง
การเขียนใสปูนปนบนผนังเปนการนํารูปทรงของ Sweep Profile (หนาตัดปูนปน) มาใชงานมีคําสั่งดังนี้
de
(ภาพที่ 3.24)
to
คําสั่งใสปูนปนบนผนัง
หากตองการแกไขหรือสรางรูปทรงปูนปน
Au
ใสปูนปนผนังแนวตั้ง ใสปูนปนผนังแนวนอน
สอื
นัง
ยกเลิกการใสปูนปนผนัง ใชเพิ่มหรือลบปูนปนผนัง
า่ งห
แกไขมุมและรอยตอปูนปน
อย
3.3) คลิกที่ Fillet Arc เพื่อจะปาดมุมโคงที่เสน ที่ Option Bar แลว กําหนดคา Radius ระยะรัศมีปาดโคง
3.4) คลิกเลือกเสนแนวตัง้ และแนวนอน ที่ตองการจะปาดมุมโคง
4) คลิกที่ Save
4.1) พิมพชื่อที่ตองการ เชน Wall Sweep Profile_1
4.2) แลวคลิก OK
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
บทที่
e
ur
4
ct
te
hi
ผนังเบาหรือผนังกระจก
c
Ar
(Curtain Walls)
it
ev
R
เนื้อหาในบทนี้อธิบายผนังเบาหรือผนังกระจก (Curtain Walls) วิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขผนัง
กระจก (Curtain Walls) ในลักษณะตางๆ โดยเริ่มจากการเรียนรูคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคา การกําหนดรายละเอียด
sk
วัตถุประสงค
to
e
ur
ct
te
1. 2. 3.
ผนังกระจกแผนเดียว แผนผนังกระจกที่ถูกแบง แผนผนังกระจกพรอมกรอบบาน
hi
แนวบานกระจกเปนสวนๆ
c
ภาพที่ 4.1 คําสั่งในการเลือกชนิดของผนังเบาหรือผนังกระจก (Curtain Walls)
Ar
4.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งในการเขียนผนังกระจก (Curtain Walls)
it
แถบเครื่องมือและคําสั่งในการเขียนผนังกระจก แสดงดังภาพที่ 4.2
ev
R
sk
Line สรางเสนตรง
to
Rectangle สรางรูปสี่เหลี่ยม
Au
Circle สรางรูปวงกลม
า่ งห
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
4.2.3 การแกไขโดยการลบกรอบบานและแนวเสนกระจก
เมื่อมีผนังกระจกที่มีกรอบ (Storefront) แลวตองการลบกรอบบานและแนวเสนกระจกเพื่อใหบานกระจกกวางขึ้น
า่ งห
2) สังเกตจะมีรูปกุญแจล็อกอยู ใหคลิกเพื่อปลดล็อก
3) คลิกคําสั่ง Delete (หรือกดปุม Del ที่คียบอรด) เพื่อลบกรอบบาน
ตวั
บทที่ 4 ผนังเบาหรือผนังกระจก (Curtain Walls) 85
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 4.10 การแกไขโดยการลบกรอบบานและแนวเสนกระจก (ตอ)
it
4.2.4 การแกไขโดยการเปลี่ยนบานกระจกเปนวัสดุทึบ
ev
เมื่อมีผนังกระจกแลวตองการเปลีย่ นบานกระจกเปนบานแผนทึบ ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 4.11)
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
เห็นวาเสนกรอบบานกระจกทั้งเปนสีฟาจึงกดคลิก
2) สังเกตจะมีรูปกุญแจล็อกอยู ใหคลิกเพื่อปลดล็อก
3) ที่ Properties คลิกที่สามเหลี่ยมดานหลังชื่อชนิดของผนังกระจก
ตวั
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
ภาพที่ 4.17 การลบเสนแนวกระจกแนวตั้งและแนวนอน (ตอ)
sk
5) คลิกเสนสีฟา ในชองที่ตองการแบงเสนแบงกระจก
6) คลิกเสนสีฟา ในชองที่ตองการแบงเสนแบงกระจก
de
7) ถาขึ้นคําเตือนในการแบงเสน ใหคลิก OK
ถาตองการลบทั้งเสนแบงกระจกแนวนั้นให คลิกที่เสนแนวกระจกจะเปนสีฟา แลวกดปุม Del จะลบทั้งเสน
to
e
ur
ct
Quad Corner Mullion V Corner Mullion L Corner Mullion
te
c hi
Ar
Trapezoid Corner Mullion Circular Corner Mullion Rectangular Corner Mullion
ภาพที่ 4.20 รูปแบบกรอบมุมกระจก
it
การเปลี่ยนกรอบมุมผนังกระจก (Curtain Wall Corners)
ev
การเปลี่ยนรูปแบบกรอบกระจกบริเวณมุมผนัง มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 4.21)
R
1) เริ่มแรกตองลบเสนกรอบมุมที่มีหลายชิ้นใหเหลือชิ้นเดียวกอน โดยคลิกที่เสนกรอบกระจก (Million) ตรงมุม
ถาไมโดนใหขยับเมาสไปใกลๆ แลวกดปุม Tab ที่คียบอรดไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นเสนสีฟาขึ้นที่เสนกรอบกระจกที่
sk
ตองการเลือกจึงกดคลิก สังเกตเสนกรอบกระจกจะแสดงเปนสีฟา
1.1) คลิกเมาสปุมขวา เลือก Select Mullion
de
3.8) ที่ Horizontal Mullions ที่ชองหลัง Interior Type เลือก Rectangular Mullion: ชุดบานเกล็ด
0.10x0.01 มุม 30 เพื่อเขาไปเลือกแผนบานเกล็ดที่ตั้งคาไว
3.9) คลิกที่ OK เพื่อปดหนาตาง Type Properties
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
ภาพที่ 4.25 การตั้งคาชุดบานเกล็ด
การใสกระจกบานเกล็ด
R
การนําชนิด (Type) (ชุดบานเกล็ด 0.10x0.01 มุม 30) มาใชงาน มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 4.26)
4) คลิกที่บานกระจกที่ตองการเปลีย่ นเปนชุดบานเกล็ด หากคลิกเลือกไมโดน ใหขยับเมาสไปใกลๆ เสนขอบบาน
sk
บทที่
e
ur
5
ct
te
hi
เสา
c
Ar
(Columns)
it
ev
เนื้อหาในบทนี้อธิบายวิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขเสารูปแบบตางๆ (Columns) ในลักษณะตางๆ โดย
เริ่มจากการเรียนรูคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคา การกําหนดรายละเอียดเสาทางโครงสราง (Structural Column) เสาทาง
สถาปตยกรรม (Column: Architectural) และปฏิบัติการสรางและแกไขเสารูปแบบตางๆ (Columns)
R
sk
วัตถุประสงค
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคาเสาทางโครงสราง (Structural
de
3. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 5 เสา (Columns)
102
e
1. 2.
เสาโครงสรางอาคาร
ur
เสาสถาปตยกรรมเปนเสาตกแตงใชหุมเสาโครงสราง
ct
te
hi
Folder : Structural Column
c
Folder : Column
Ar
ภาพที่ 5.1 เสาโครงสราง (Structural Column) และเสาสถาปตยกรรม (Column: Architecture)
it
5.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งในการสรางเสา
ev
สรางเสาโครงสราง (Structural Column) และเสาสถาปตยกรรม (Column: Architecture) มีการใชคําสั่ง
เหมือนกัน
R
5.1.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งในการสรางเสา
แถบเครื่องมือและคําสั่งเสา มีดังนี้ (ภาพที่ 5.2)
sk
de
3D snapping กําหนดยึดตําแหนง 3D
นัง
า่ งห
ใสสัญลักษณเสาโครงสราง
อย
e
Type : ชนิด Type
ur
Load : นําเขาไฟล Family
Duplicate: คัดลอกขอมูล
ct
Rename : เปลี่ยนชื่อใหม
Type Parameters
te
Structural
Section Shape : รูปรางหนาตัด
hi
Dimensions
c
b : ระยะความกวาง/ยาว
Identity Data
Ar
Type Image : ภาพชนิดของวัตถุ
ภาพที่ 5.5 ชนิดของเสา (Type Properties)
it
5.2 การสรางและแกไขเสาโครงสราง (Structural Column) ev
การสรางเสาโครงสรางอาคารในกรณีที่มเี สนอางอิงตําแหนงเสาแลว (Grids) มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 5.6)
1) คลิก Architecture TAB
R
2) คลิกรูปสามเหลี่ยมขางลาง Column
3) คลิกเลือก Structural Column เพื่อเลือกเขียนเสาโครงสราง
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ที่ตองการใน Properties)
5) เลือกโฟลเดอร (Folder) ที่เก็บชนิดของเสา..Autodesk/VRT2018/Libraries/US Metric/Structural
Columns/ คลิกเลือกชนิดของเสาคอนกรีต เชน คลิก Concrete แลวคลิกเลือกรูปแบบเสา เชน คลิก
บทที่ 5 เสา (Columns)
106
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
12.1) คลิกเมาสคางลากเสนอางอิงตําแหนงเสาจากดานบนขวา
12.2) ลากมาดานลางซายปลอยเมาส จะเห็นเสนอางอิงตําแหนงเสาเปนสีฟา
า่ งห
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 5.7 หนาจอการทํางานและความสัมพันธของเสาสถาปตยกรรม (Column: Architectural)
it
คําสั่งในการสรางเสาสถาปตยกรรม (Column: Architectural) มีคาํ สั่งเหมือนคําสั่งเสาโครงสราง
ev
การใสเสาสถาปตยกรรม (Architectural Column)
R
การใสเสาสถาปตยกรรมครอบเสาโครงสราง ที่มีขนาดที่ใหญกวาเสาโครงสราง ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 5.8)
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
e
Top Cut Style: คลิกเลือก Horizontal เพื่อตัดปลายเสาใหขนาดกับแนวนอน
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
3.6) คลิกจุดปลายเสาเอียง
บทที่ 6 พื้น (Floors)
113
บทที่
e
ur
6
ct
te
hi
พื้น
c
Ar
(Floors)
it
ev
เนื้อหาในบทนี้อธิบายชนิดของพื้น วิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขพื้นอาคารในลักษณะตางๆ โดยเริ่มจาก
การเรียนรูคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคา การกําหนดรายละเอียดของวัสดุพื้นอาคาร วิธีการปรับแกไขระดับพื้น และการ
R
เจาะชองเปด ทายสุดเปนการปฏิบัติการสรางพื้นในลักษณะตางๆ
sk
วัตถุประสงค
de
4. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 6 พื้น (Floors)
114
e
ur
พื้นโครงสรางสําหรับงานวิศวกรรม พื้นสถาปตยกรรมสําหรับตกแตง
ct
te
c hi
สรางพื้นจากผิวของวัตถุ (Mass Floor) สรางขอบพื้นลาง เชน ขอบพื้นวางบนดิน
Ar
it
ev
ภาพที่ 6.1 แถบคําสั่งในหมวดพืน้ (Floors)
R
6.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งเขียนพื้น
แถบเครื่องมือและคําสั่งเขียนพื้นมี 3 แบบ ดังนี้ (ภาพที่ 6.2)
sk
de
Line เขียนเสนตรง
นัง
Rectangle เขียนรูปสี่เหลี่ยม
Inscribed Polygon เขียนรูปหลายเหลี่ยมโดยจุดมุมของเหลีย่ มอยูที่รัศมี
า่ งห
e
ur
ct
แกไขเสนขอบพื้น
te
แกไขระดับความสูงของจุด เสนของพื้น
hi
เพิ่มจุดบนเสนขอบพื้น
c
Ar
เพิ่ม/แบงเสนบนพื้น
it
ยายคานไปเกาะติดกับเสนขอบพื้น ev
R
ภาพที่ 6.7 แถบคําสั่งในการแกไขพื้น (Floor Modify)
sk
6.3 การเขียนและแกไขพื้นอาคาร
6.3.1 การเขียนพื้นอาคารกรณียังไมมีผนัง
de
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
4) เขียนเสนตัดตามแบบ (เสนที่เขียนอาจจะยาวหรือสั่นกวาก็ไดซึ่งจะตัดเสนใหชนกันตอไป)
5) คลิก Trim/ Extend to corner (TR) เปนคําสั่งในการตัดเสนใหชนกัน
า่ งห
5.1) คลิกเสนแรก
5.2) คลิกเสนที่ตองการใหมาชน
5.3) คลิกเสนตอไป
อย
5.4) คลิกเสนแรก
6) เมื่อแกไขเสร็จสิ้นให คลิกที่เครื่องหมายถูก 3
ตวั
หากมีปญหาใหตรวจสอบเสนวาบรรจบกันหรือทับซอนกันหรือไม หากตองการยกเลิกการเขียนใหคลิกที่
เครื่องหมายกากบาท 2
บทที่ 6 พื้น (Floors)
123
e
ur
ct
กอน หลัง
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
6.3.6 การเจาะชองเปดพื้นหลายชั้นพรอมกัน
การเจาะชองดวยคําสั่ง Shaft สามารถใชเจาะชองเปดแนวตั้งไดไมวาจะเปนพื้น ฝาเพดาน และหลังคา เพื่อทํา
ชองเปดลิฟท บันได ชองเดินทอ เปนตน การเจาะชองเปดพื้นหลายชั้นนี้ มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 6.13)
e
ur
ct
te
hi
กอนการเจาะ หลังการเจาะชอง Shaft
c
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
3) คลิกคําสั่ง Shaft
4) กําหนดคาระดับฐานของการเจาะจากพื้นชั้นไหน (Base Constraint: ระดับพื้นชั้น 1) ถึงระดับพื้นชั้นไหน
า่ งห
6) เขียนเสนขอบพื้นที่ตองการเจาะเปนชองเปด (เสนตองบรรจบกันและไมทับซอนกัน)
7) เมื่อเสร็จการเขียนแลว คลิกเครื่องหมายถูก 3
ตวั
บทที่ 6 พื้น (Floors)
125
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 6.13 การเจาะชองพื้นหลายชั้นพรอมกัน (ตอ)
it
ที่หนาจอ 3D View สามารถแกไขระดับและระยะการเจาะของชองเปดไดโดยคลิกที่เสนของของชองเปดแลวคลิกที่
ev
เมาสทลี่ ูกศรดานบน/ดานลางคางแลวลากไปวางตําแหนงที่ตองการ
6.3.7 การเขียนพื้นเอียงตามระดับ (Slope Floors)
R
การเขียนพื้นเอียงจากแปลนพื้นชั้นหนึ่งไปยังแปลนพื้นอีกชั้นหนึ่งมีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 6.14)
sk
de
กอนเขียนพื้นเอียง หลังเขียนพื้นเอียง
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
e
6.3.8 การแบงเสนขอบพื้นอาคาร
ur
เมื่อเขียนพื้นอาคารในแนวราบแลวสามารถแบงเสนขอบพื้น เพื่อทําการยายจุดและเสนตามแกน z มีขั้นตอนดังนี้
(ภาพที่ 6.15)
ct
1) คลิกที่เสนขอบพื้น
te
2) ที่ Modify: Shape Editing คลิกคําสั่ง Add Split Line เพื่อใชคําสั่งเพิ่มแบงเสนขอบพื้น
2.1) คลิกที่เสนขอบพื้น เพื่อกําหนดจุดตัดเริ่มตนแบง
hi
2.2) คลิกที่เสนขอบพื้น เพื่อกําหนดจุดตัดสุดทาย จะไดเสนแบงผิวพื้น
2.3) คลิกคําสั่ง Add Split Line เพื่อใชคําสั่งเพิ่มแบงเสนขอบพื้นอีกครั้งหนึ่ง
c
2.4) คลิกที่เสนขอบพื้น เพื่อกําหนดจุดตัดเริ่มตน
Ar
2.5) คลิกที่เสนขอบพื้น เพื่อกําหนดจุดตัดสุดทาย จะสังเกตเห็นไดวามีเสนแบงพื้นเปนสวนๆ
it
ev
R
sk
de
to
Au
6.3.9 การยายเสนขอบพื้นอาคาร
นัง
เมื่อมีพื้นอาคารและไดแบงเสนขอบพื้นอาคารเรียบรอยแลวสามารถปรับคาความสูงของจุดและของเสนแตละ
ตําแหนงมีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 6.16)
า่ งห
อย
ตวั
กอนเขียนการใชคําสั่งยายเสนและจุด หลังเขียนการใชคําสั่งยายเสนและจุด
ภาพที่ 6.16 การยายเสนและจุดขอบพื้นอาคาร
บทที่ 7 ประตู หนาตาง (Doors and Windows)
129
บทที่
e
ur
7
ct
te
hi
ประตู หนาตาง
c
Ar
(Doors and Windows)
it
ev
เนื้อหาในบทนี้อธิบายวิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนประตู (Doors) และหนาตาง (Windows) ในลักษณะตางๆ
R
โดยเริ่มจากการเรียนรูคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคา การกําหนดรายละเอียด ปฏิบัติการสรางและแกไขประตู (Doors)
และหนาตาง (Windows)
sk
de
วัตถุประสงค
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคาการเขียนประตู (Doors)
to
2. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนและแกไขการเขียนประตู (Doors)
Au
e
คําสั่งประตู แถบเครื่องมือ
ur
นําประตูจาก Family มาใชงาน
ct
สรางประตูขึ้นใหม
te
hi
การวางสัญลักษณหมายเลขประตู
ภาพที่ 7.1 แถบเครื่องมือและคําสัง่ ประตู (Doors)
c
Ar
7.1.1 ความสัมพันธของคําสั่งประตู (Doors)
การใชคําสั่งประตูมีความสัมพันธของขอมูลตางๆ ดังภาพที่ 7.2
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 7.5 การใสประตู (Door)
it
7.1.3 การใสประตูโดยการใชไฟลจาก Family
ev
การนําประตูชนิดอื่นๆ โดยการใชไฟล Family มาใชงานมีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 7.6)
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
2) คลิกแถบเครื่องมือ Door
3) คลิกที่ Load Family เพื่อไปนําไฟลรูปแบบประตูมาใช
อย
คําสั่งหนาตาง แถบเครื่องมือ
e
ur
นําหนาตางจาก Family มาใชงาน
ct
สรางหนาตางขึ้นใหม
te
การวางสัญลักษณหมายเลขหนาตาง
ภาพที่ 7.9 แถบเครื่องมือและคําสัง่ หนาตาง (Windows)
hi
7.2.1 ความสัมพันธของคําสั่งหนาตาง (Windows)
c
การใชคําสั่งหนาตางมีความสัมพันธของขอมูลตางๆ ดังภาพที่ 7.10
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
e
2) ที่หนาตาง New Family เลือกที่จัดเก็บขอมูลที…่ RVT2018> Family Template> English> คลิกเลือก Metric
ur
Door เพื่อทํางานบน Family ของประตูที่มมี าให
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
บทที่
e
ur
8
ct
te
hi
หลังคา
c
Ar
(Roofs)
it
ev
เนื้อ หาในบทนี้อ ธิบ ายวิธี การใชคํ าสั่ งเกี่ย วกับการเขีย นและแกไ ขหลั งคา (Roofs) ชายคา (Fascia) และรางน้ํ า
(Gutter) ในลักษณะตางๆ โดยเริ่มจากการเรียนรูคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคา การกําหนดรายละเอียด ปฏิบัติการสราง
R
และแกไข
sk
วัตถุประสงค
de
3. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนและแกไขชายคา (Fascia)
Au
4. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนและแกไขรางน้ํา (Gutter)
5. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 8 หลังคา (Roofs)
146
e
เขียนหลังคาดวยการเขียนเสนขอบ เขียนหลังคาโดยวิธีเขียนรูปทรงเปดจาก เขียนหลังคาโดยการเลือกผิวของ Mass ให
ur
รอบนอก ดานขางของอาคารเสนเดียว เปนแผนหลังคาตามสมบัติที่กําหนด
ct
te
hi
ภาพที่ 8.1 คําสั่งในการเขียนหลังคา
c
Ar
แถบเครื่องมือและคําสั่งเขียนหลังคาจากแปลน
it
แถบเครื่องมือและคําสั่งในการเขียนหลังคาจากแปลน แสดงดังภาพที่ 9.2
เขียนเสนขอบหลังคา
ev กําหนดทิศทางความชันของหลังคา
R
sk
de
Line สรางเสนตรง
Rectangle สรางรูปสี่เหลี่ยม
to
Spline สรางเสนดัดโคง
Ellipe สรางเสนวงรี
อย
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 8.8 การแกไขมุมมองกลองที่มุมมองแปลนหลังคา (ตอ)
it
8.3.3 การแกไขบางสวนของหลังคาปนหยาเปนแบบหนาจั่ว
ev
เมื่อเขียนหลังคาปนหยาแลว ตองการแกไขดานขางของหลังคาเปนแบบหนาจั่ว ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 8.9)
R
sk
de
to
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 8.9 การแกไขดานขางของหลังคาปนหยาเปนแบบหนาจั่ว (ตอ 3)
it
8.3.4 การกําหนดมุมเอียงของเสนประกอบหลังคา ev
การกําหนดมุมเอียงของเสนประกอบหลังคาจะเปนทําใหรูปทรงของหลังคาเปลี่ยนไป แสดงดังภาพที่ 8.10
R
sk
de
to
Au
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
8.4 ชายคาของอาคาร
การเขียนชายคา (Fascia) ของอาคาร มีคําสั่งดังนี้ (ภาพที่ 8.12)
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
การใสชายคา ev ยกเลิก ชายคา
ภาพที่ 8.12 คําสั่งการเขียนชายคา (Fascia)
R
sk
8.4.1 ความสัมพันธของคําสั่งการเขียนชายคา
de
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
8.5 รางน้ําชายคา
การเขียนรางน้ําชายคามีคําสั่งดังนี้ (ภาพที่ 8.18)
e
ur
ct
การใสรางน้ํา เพิ่มและลบสวนของรางน้ํา
te
ภาพที่ 8.18 คําสั่งการเขียนรางน้ําชายคา (Gutter
hi
8.5.1 ความสัมพันธของคําสั่งในการเขียนรางน้ํา
c
การเขียนรางน้ําจะมีความสัมพันธของขอมูลตางๆ ดังภาพที่ 8.19
Ar
it
ev
R
sk
de
แกไขชนิดของรางน้ํา
Constraints
Vertical Profile Of.: ระยะหางจากขอบอางอิงแนวตั้งเสนขอบหลังคา
สอื
Dimensions
Length: ระยะความยาว
า่ งห
Identity Data
Image: ภาพประกอบ
อย
Phasing
Phase Created: กําหนดชวงเวลาในการกอสราง
Phase Demolish: กําหนดชวงเวลาทุบทําลาย
ตวั
Profile
Angle มุมเอียง
ภาพที่ 8.20 หนาตางสมบัติของรางน้ํา (Gutter Properties)
บทที่ 9 บันได (Stairs)
163
บทที่
e
ur
9
ct
te
hi
บันได
c
Ar
(Stairs)
it
ev
เนื้อหาในบทนีอ้ ธิบายชนิดของบันได วิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขบันได โดยเริ่มจากการเรียนรูคําสั่งใน
R
การเขียนบันไดลักษณะตางๆ สวนประกอบของบันได การแกไ ขและปรับเปลี่ยนวัสดุประกอบบันได รวมถึงการคัดลอกบันได
ไปยังชั้นตางๆ
sk
วัตถุประสงค
de
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่งและความสัมพันธของการกําหนดรายละเอียดในการเขียนบันได
to
2. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนบันไดรูปแบบตางๆ
3. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการแกไขบันได
Au
4. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 9 บันได (Stairs)
164
e
1. Run
ur
2. Land
3. Support
ct
1. Run ใชเขียนบันไดในลักษณะตางๆ
te
hi
Straight บันไดตรง ตัว U ตัว L และอื่นๆ Full-step spiral บันไดเวียน
c
Ar
it
Center-End spiral บันไดเวียน L-Shape Winder บันไดรูปตัวแอลไมมีชานพัก
ev
R
U-Shape Winder บันไดรูปตัวยูไมมีชานพัก Create Shape เขียนบันไดรูปตัวยู (ไมมีชานพัก)
sk
de
2. Land ใชเขียนชานพักบันได
to
Au
3. Support ใชเลือกฐานรองรับบันได
สอื
1. Boundary เสนขอบบันได
2. Riser ลูกตั้งบันได
า่ งห
5) คลิกจุดเริ่มตนขั้นบันได (อางอิงที่จุดกึ่งกลางความกวางบันได)
5.1) คลิกระยะจุดเริ่มตนของชานพัก สังเกตขอความที่แสดง เชน 8 Risers Created 9 Remaining หมายความ
วา 8 Risers ไดสรางลูกตั้ง 8 ขั้น 9 Remaining หมายความวา เหลือขั้นลูกตั้งอีก 9 ขั้น
5.2) คลิกจุดสิ้นสุดชานพัก ซึ่งเปนระยะลูกตั้งขั้นตอไป
5.3) คลิกจุดสิ้นสุดทายของขั้นบันได (ควรตรวจสอบขอความที่แสดง เชน 9 Risers Created 0 Remaining โดย
e
ใหคา 0 Remaining ตองมีคาเปน 0 หมายถึง ลูกตั้งครบจํานวนที่ไดคํานวณไว)
ur
6) คลิกเครื่องหมายถูก3 เมื่อเสร็จสิ้น จะเห็นบันได ดังภาพที่ 9.6
ct
te
c hi
Ar
มุมมองแปลน มุมมอง 3 มิติ
it
ภาพที่ 9.6 บันไดแบบตรงจากมุมมองแปลนพื้นและ 3D View
ev
R
การสลับทางขึ้น-ลงของบันได
เมื่อเขียนบันไดแลวสามารถสลับทางขึ้น-ลงของบันได ไดดังนี้
1) คลิกที่เสนบันได
sk
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
2) คลิกคําสั่ง Stair
3) ที่ Straight คลิกคําสั่ง Run
3.1) ที่ Properties ตั้งคาสมบัติของบันได ที่ Base Level: คลิกเลือก Level 1 (ระดับอางอิงดานลางของบันได)
ที่ Top Level : คลิกเลือก Level 2
สอื
3.2) ที่ Option bar: Actual Run Width: ปอนคา 1.5 (กําหนดความกวางบันได)
นัง
4) คลิกเครื่องหมายถูก 3 เมื่อสิ้นสุดการเขียนบันได
5) คลิกปุม 3D view เพื่อดูภาพ 3 มิติ
บทที่ 9 บันได (Stairs)
172
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 9.12 การแกไขราวกันตกบันได
it
รูปแบบและวัสดุของราวกันตก แสดงดังภาพที่ 9.13 ev
R
sk
de
to
Au
9.5.3 การยายตําแหนงบันได
เมื่อเขียนบันไดแลวสามารถยายไปวางยังตําแหนงตางๆ ได มีขั้นตอนและแสดงดังภาพที่ 9.14
า่ งห
4) คลิกจุดที่จะนําไปวาง
ตวั
บทที่ 9 บันได (Stairs)
180
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
9.7 การสรางบันไดเวียน
ใหสรางบันไดเวียนจากแปลนพื้นชัน้ หนึ่ง ถึงแปลนพื้นชั้นสอง โดยเจาะชองพื้นชั้นสองเพื่อวางบันได และกําหนดให
ตัวบันไดวัสดุเปนพื้นคอนกรีต และมีราวกันจับดวย มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 9.20)
สอื
2) คลิกที่ Stair
3) ที่ Project Browser: Floor Plans> ดับเบิลคลิกที่ Level 1
า่ งห
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่
e
ur
10
ct
te
hi
ทางลาดและราวกันตก
c
Ar
(Ramps and Railings)
it
ev
R
เนื้อหาในบทนี้อธิบายวิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขทางลาด (Ramps) และราวกันตก (Railings) ใน
sk
วัตถุประสงค
to
ทางลาด (Ramps)
2. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนและแกไขทางลาด (Ramps) ของอาคารในรูปแบบตางๆ
3. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนและแกไขราวกันตก (Railings) ของพื้นอาคารในรูปแบบตางๆ
สอื
4. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 10 ทางลาดและราวกันตก (Ramps and Railings)
184
10.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งการเขียนทางลาด
แถบเครื่องมือและคําสั่งในการเขียนทางลาดเปนการสรางพื้นอาคารที่มีความเอียง มีรายละเอียดดังนี้ (ภาพที่ 10.1)
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
คําสั่งการเขียนทางลาด ev
R
แถบเครื่องมือและคําสั่งในการเขียนทางลาด
Run เขียนเสนทางลาด
sk
de
Boundary การเขียนเสนขอบทางลาดดานซายและขวาเทานั้น
to
Au
Riser การเขียนเสนระยะหางระหวางทางลาด
สอื
Railing การกําหนดราวกันตก
นัง
3. การเขียนราวกันตกทางลาดใหม
การลบราวกันตกและการเขียนราวกันตกทางลาดใหม ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 10.7)
1) คลิกที่ Modify
2) คลิกที่ ราวบันได
3) คลิกที่ Delete หรือกดปุม Del ที่คียบอรด
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
6.3) คลิกที่เสนขอบถัดไป
6.4) คลิกที่เสนขอบถัดไป เสนทุกเสนตองบรรจบกันพอดี หามเสนทับกันดวย
7) คลิกเครื่องหมายถูก เมื่อสิ้นสุดการเขียนเสนราวกันตก
บทที่ 10 ทางลาดและราวกันตก (Ramps and Railings) 191
e
ur
Railing 1100 mm Glass Panel- Button Fill Railing 900 mm Pipe
ct
ภาพที่ 10.9 ชนิดและรูปแบบของราวกันตกแบบตางๆ
te
hi
10.2.1 ความสัมพันธของคําสั่งในการเขียนราวกันตก (Railing)
การใชคําสั่งราวกันตก (Railing) มีความสัมพันธของขอมูลตางๆ ดังภาพที่ 10.10
c
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
4.3) คลิกจุดแรกตอไป
4.4) คลิกจุดสองตอไป
4.5) คลิกจุดสามตอไป
4.6) คลิกจุดตอไป เมื่อสิ้นสุดการเขียนเสน กดปุม Esc ที่คียบอรด
4.7) คลิกเครื่องหมายถูก 3เมื่อสิ้นสุด
e
ur
10.3.2. การแกไขเสนราวกันตก
การแกไขเสนราวกันตกใหมีรูปรางเปลีย่ นไป ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 10.14)
ct
1) คลิกที่เสนราวกันตก
te
2) คลิกคําสั่ง Edit Path
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่
e
ur
11
ct
te
hi
ฝาเพดาน
c
Ar
(Ceilings)
it
ev
เนื้อหาในบทนี้อธิบายวิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขฝาเพดาน (Ceilings) ในลักษณะตางๆ โดยเริ่มจาก
การเรียนรูคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคา การกําหนดรายละเอียด ปฏิบัติการสรางและแกไขฝาเพดาน
R
sk
วัตถุประสงค
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคาฝาเพดาน (Ceilings)
de
2. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนและแกไขฝาเพดาน (Ceilings)
3. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 11 ฝาเพดาน (Ceilings)
198
e
ur
คําสั่งฝาเพดาน มีใหเลือก 2 แบบคือ
ct
1. การสรางฝาเพดานอัตโนมัติตามขอบเขตผนัง
te
เครื่องมือในการเขียนเสนขอบฝาเพดาน
hi
2. การเขียนเสนขอบฝาเพดานเอง
c
ภาพที่ 11.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งฝาเพดาน
Ar
11.2 ความสัมพันธของคําสั่งฝาเพดาน (Ceilings)
it
การใชคําสั่งฝาเพดานจะมีความสัมพันธของขอมูลตางๆ ดังภาพที่ 11.2
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
11.3.4 การปรับแนวเสนขอบฝาเพดาน
Au
11.3.6 การใสหลอดไฟแสงสวางบนฝาเพดาน
เมื่อเขียนฝาเพดานแลว การใสหลอดไฟแสงสวางบนฝาเพดาน ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 11.11)
1) ที่มุมมองแปลนฝาเพดาน (Ceiling Plans) คลิกที่ Architecture TAB
2) คลิกที่รูปสามเหลีย่ มดานลาง Component
3) คลิกเลือก Place Component เพื่อเลือกคําสั่งในการวางชิ้นสวนสําเร็จรูป
e
4) คลิกคําสั่ง Load Family เพื่อนําเขาหลอดไฟแสงสวาง (ชิ้นสวนสําเร็จรูป )
ur
5) เขาไปคนหาหลอดไฟแสงสวางที่ … Autodesk\RVT2018\Library\US Metric\Lighting\Architectural\
Internal……. คลิกที่ M-Downlight-Spot
ct
6) ตรวจสอบรูปแบบของหลอดไฟแสงสวาง หากตองการปรับคาปริมาณแสงสวางใหเขาไปแกไขที่ Edit Type
te
7) คลิกตําแหนงวางหลอดไฟ เชน วางหลอดไฟแสงสวาง 9 จุด
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่
e
ur
12
ct
te
hi
ชิ้นงานสําเร็จรูปตางๆ
c
Ar
(Components)
it
ev
R
sk
เนื้อ หาในบทนี้ อธิ บายวิธี การใชคํา สั่งเกี่ ยวกั บการเขียนและแก ไขชิ้ นสวนสําเร็จ รูป ต างๆ (Components) เชน
เฟอรนิ เ จอร สุข ภั ณ ฑ เปนต น ในลั กษณะต า งๆ โดยเริ่ มจากการเรี ย นรูคํ า สั่ ง ความสั มพัน ธข องการตั้ งค า การกํา หนด
รายละเอียด การนํางาน 3 มิติจากโปรแกรมอื่นมาใช
de
to
วัตถุประสงค
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคาชิ้นสวนสําเร็จรูปตางๆ (Components)
Au
2. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนและแกไขชิ้นสวนสําเร็จรูปตางๆ (Components)
3. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการนําไฟล 3 มิติจากโปรแกรมอื่นมาทําชิ้นสวนสําเร็จรูปตางๆ
(Components)
สอื
นัง
e
12.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งของชิ้นสวนสําเร็จรูป (Components)
ur
แถบเครื่องมือและการใชคําสั่งชิ้นสวนสําเร็จรูป แสดงดังภาพที่ 12.1
ct
te
1. Architecture TAB ….
hi
ชิ้นสวนประกอบอาคารทั่วไป
c
Ar
it
1.1 วางชิ้นสวนประกอบอาคารทีม่ ีอยูหรือนําเขา
ชิ้นสวนประกอบอาคาร
ev
R
1.2 สรางชิ้นสวนประกอบอาคารขึน้ ใหม
sk
de
to
Au
การนําไฟลชิ้นสวนประกอบอาคารที่อยูใน
family เขามาใช
สอื
นัง
e
3) หากตองการหมุนวัตถุใหกด Spacebar ที่คียบอรด เพื่อหมุนตําแหนงที่ตองการ แลวจึงคลิกวางรถยนต
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
ภาพที่ 12.6 การวางรถยนต
sk
e
3) หากตองการหมุนวัตถุใหกด Spacebar ที่คียบอรด เพื่อหมุนตําแหนงที่ตองการ แลวจึงคลิกวางสุขภัณฑ
ur
12.4 การนําไฟลงาน 3 มิติเขามาใชงานใน Project
ct
เมื่อมีไฟลนามสกุล DXF ที่แปลงไฟลงาน 3 มิติมาจากโปรแกรม SketchUp หรือ Autocad แลว เปดโปรแกรม
te
Revit เริ่มทํางานใน Project มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 12.8)
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
1) เลือกทํางานในมุมมองแปลนพืน้ ที่ตองการใสเฟอรนิเจอร
2) คลิกที่ Insert TAB
Au
บทที่
e
ur
13
ct
te
hi
โครงสรางอาคาร
c
Ar
(Structure)
it
ev
เนื้อหาในบทนี้อธิบายวิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขโครงสรางอาคาร (Structure) ในลักษณะตางๆ โดย
เริ่มจากการเรียนรูคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคา การกําหนดรายละเอียดโครงสรางอาคาร (Structure) เชน ฐานราก
เสา คาน พื้น โครงหลังคา เปนตน และปฏิบัติการสรางและแกไขโครงสรางอาคาร (Structure) รูปแบบตางๆ
R
sk
วัตถุประสงค
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคาโครงสรางอาคาร (Structure)
de
3. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 13 โครงสรางอาคาร (Structure)
216
การเขียนโครงสรางของอาคาร เชน เสาเข็ม ฐานราก เสา คาน พื้น โครงหลังคา เปนตน สามารถทํางานไดทั้งใน
Architectural Template และ Structural Template แสดงดังภาพที่ 13.1
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
แถบคําสั่งเกี่ยวกับโครงสราง (Structure)
เขียนคาน
ตวั
เสาโครงสราง
พื้นโครงสราง
e
ขอบพื้นโครงสราง
ur
โครงสรางถัก
ct
โครงสรางรัดอาคาร
te
ชุดโครงสรางคานซอย
คําสั่งในการตั้งคาเกี่ยวกับโครงสราง
c hi
แถบคําสั่งเกี่ยวกับการยึดและเชือ่ มจุด (Connect)
Ar
จุดเชื่อมตอโครงสราง
it
แถบคําสั่งเกี่ยวกับฐาน (Foundation)
ev
R
ใชเขียนคาน
sk
ใชเขียนผนังโครงสราง
ใชเขียนพื้น
de
ใชเขียนขอบพื้น
to
Au
แถบคําสั่ง Opening
ใชเปดชองเปดโครงสราง
สอื
ใชเปดชองเปดพื้น
นัง
ใชเปดชองเปดผนังโครง
า่ งห
ใชเปดชองเปดหลังคาแนวตั้ง
อย
ใชเปดชองเปดสําหรับใสหลังคาที่ยื่นซอน
ดานบน
ภาพที่ 13.2 แถบเครื่องมือและคําสั่งเกี่ยวกับโครงสรางอาคาร (Structure) (ตอ)
ตวั
บทที่ 13 โครงสรางอาคาร (Structure)
227
e
3.5) คลิกที่เครื่องหมายถูก เมื่อสิ้นสุดการใสฐานราก
ur
4) คลิกที่ Default 3D View เพื่อเขาไปดูแบบโครงสรางที่มุมมอง 3 มิติ
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
5) คลิกที่เสาโครงสรางตนใดตนหนึ่ง แลวคลิกเมาสปุมขวาขณะที่เมาสอยูตรงเสาโครงสรางตนนั้น
5.1) คลิกเลือก Select All Instances เพื่อจะเลือกชิ้นงานทั้งหมดที่เหมือนกับเสาที่เลือก
5.2) คลิกเลือก Visible in View เพื่อเลือกชิ้นงานที่เหมือนและกําลังมองเห็นในหนาจอนี้
ตวั
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 13.12 การเขียนคานโครงสรางชั้นสอง (ตอ 1)
3) คลิกที่ Default 3D View เพื่อเขาไปดูแบบโครงสรางที่มุมมอง 3 มิติ
it
ev
R
sk
de
to
13.4.5 การเขียนคานหลังคา
การเขียนโครงสรางคานหลังคา ทํางานที่ Structural Views: Level 3 โดยใชคําสั่งเชนเดียวกับการเขียนคาน
โครงสรางชั้นสอง เมื่อเขียนเสร็จแลวจะแสดงดังภาพที่ 13.13
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 13.16 การกําหนดขนาดและเขียนจันทัน (ตอ 3)
it
4.6) ที่ Grid 1: Layout คลิก Maximum Spacing เพื่อกําหนดระยะหางไมเกิน 1.00 m ที่ชองหลัง
Spacing ev
4.7) ที่ Grid 1 Mullions: ที่ Interior Type, Border 1 Type และ Border 2 Type คลิกเลือกชื่อ
0.0375x0.075 (ซึ่งเปนขนาดจันทันที่ตั้งคาไวตอนตน) แลวคลิก OK
R
4.8) คลิกที่ Pick Line เพื่อจะคัดลอกเสนขอบหลังคา (อาจใชคําสั่งอื่นในการเขียนโครงรางหลังคาก็ได)
4.9) คลิกเสนขอบหลังคาทั้งหมด เสนตองไมทับซอนกันและบรรจบกัน
sk
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
2.1) คลิกเลือกชนิดของพื้นและความหนาที่จะเลือกใช
2.2) ที่ Height Offset… คลิกปอนคา -0.10 เพื่อกําหนดใหระดับพื้นนีต้ ่ําลงไป 0.10 m
2.3) ที่ Boundary> คลิกที่ Rectangle
ตวั
2.4) คลิกจุดมุมแรกของพื้น
2.5) คลิกจุดมุมที่สองของพื้น
2.6) คลิกเครื่องหมายถูกเพื่อสิ้นสุดการเขียนพื้น
บทที่ 13 โครงสรางอาคาร (Structure)
239
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
13.6.2 การสรางโครงสรางพื้นวางบนดิน
การเขียนโครงสรางพื้นวางบนดิน ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 13.19)
ตวั
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
เปลี่ยนการอางอิงระยะตอสัมผัส
อย
ระยะหางในแนวระนาบ Y
การปรับตําแหนงแกน
ตวั
ระยะหางในแนวระนาบ Z
ภาพที่ 13.20 คําสั่งในการแกไขโครงสรางเหล็ก
บทที่ 13 โครงสรางอาคาร (Structure)
248
การกําหนดใหเสาวิ่งไปชนโครงถัก
6) ที่มุมมอง Default 3D View จะทํางานไดสะดวก คลิกที่เสาตนริม
6.1) คลิกที่ Attach Top/Base
6.2) คลิกที่เสนขอบลางของโครงถัก
6.3) คลิกที่เสาตนริมอีกดาน
e
6.4) คลิกที่ Attach Top/Base
ur
6.5) คลิกที่เสนขอบลางของโครงถัก
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
บทที่
e
ur
14
ct
te
hi
คําอธิบายประกอบ
c
Ar
(Annotate)
it
ev
เนื้อหาในบทนี้อธิบายวิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขคําอธิบายประกอบ (Annotate) ในลักษณะตางๆ
R
โดยเริ่มจากการเรียนรูคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคา การกําหนดรายละเอียด ปฏิบัติการสรางและแกไขเสนบอกขนาด
ขอความ ปายประกอบแบบ การเขียนแบบขยาย การเขียนเสนและลวดลาย 2 มิติเพิ่มเติมในแบบ เปนตน
sk
วัตถุประสงค
de
3. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 14 คําอธิบายประกอบ (Annotate)
250
14.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งการเขียนเสนบอกขนาด
e
แถบเครื่องมือและคําสั่งในการเขียนเสนบอกขนาดแสดงดังภาพที่ 14.1
ur
ct
te
แถบเครื่องมือและคําสั่งในการเขียนเสนบอกขนาด
c hi
Ar
เขียนเสนบอกขนาดตามระนาบของจุดวัด
it
ev
เขียนเสนบอกขนาดผนังแนวตั้งหรือแนวนอน
R
sk
เขียนเสนบอกมุมเปนองศา
de
เขียนเสนบอกรัศมี
to
เขียนเสนผานศูนยกลาง
Au
เขียนเสนบอกความยาวของเสนโคง
บอกระยะความสูงของจุดนั้น
ใชบอกจุดอางอิงทิศตางๆ
สอื
นัง
บอกคาจุดเอียง
า่ งห
e
ur
การใสสัญลักษณ เชน กราฟก สเกล ทิศเหนือ เปนตน
ภาพที่ 14.9 แถบเครื่องมือและคําสั่งในการใสสญ
ั ลักษณประกอบแบบ
ct
te
14.4.1 การใสสัญลักษณประกอบแบบ (Symbols)
hi
การใสสัญลักษณประกอบแบบ ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 14.10)
1) คลิกที่ Annotate TAB
c
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 14.14 การใสปายหมายเลขขั้นบันไดอัตโนมัติ
14.6 การเขียนขอความ 2 มิติ
it
14.6.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งการเขียนขอความ 2 มิติ
แถบเครื่องมือและคําสั่งการเขียนขอความ 2 มิติ แสดงดังภาพที่ 14.15
ev
R
> แถบเครื่องมือเกี่ยวกับการเขียนขอความ
sk
เขียนขอความ
de
ตรวจภาษา จัดขอความชิดซาย
คนหาขอความและเขียนขอความใหมทดแทน จัดขอความกึ่งกลาง
to
ตั้งคาตัวอักษร จัดขอความชิดขวา
Au
เขียนขอความ เขียนเสนชี้บอกแบบเสนเอียงพรอม
ขอความ
เขียนเสนชี้บอก 3 จุดพรอมขอความ เขียนเสนชี้บอกแบบเสนโคงพรอมขอความ
ภาพที่ 14.15 แถบเครื่องมือและคําสั่งในการเขียนขอความ
สอื
นัง
3) คลิกที่ No Leader
3.1) คลิกเลือกรูปแบบตัวอักษร
3.2) คลิกที่ Edit Type
ตวั
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
6.2) คลิกตําแหนงที่จะวางสัญลักษณสีและชื่อหอง
6.3) คลิกเลือก Room ที่ Space Type
6.4) คลิกเลือก Name ที่ Color Scheme
อย
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 14.20 การใสชื่อหองและแสดงสีของหอง (ตอ 2)
it
14.8.2 การแกไขสีพื้นของหอง (Edit Scheme) ev
การแกไขสีพื้นของหองตางๆ มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 14.21)
1) คลิกที่กรอบเสนแสดงสัญลักษณสี (Room Legend)
R
2) คลิกที่ Edit Scheme
3) คลิกที่แถว Color ของชื่อหองที่ตองการเปลี่ยนสี
sk
3.1) คลิกเลือกสี
3.2) คลิก OK เพื่อออกจากการเลือกสี
de
e
ur
ภาพที่ 15.23 คําสั่งและลักษณะเสนแบบตางๆ
ct
การเขียนเสน 2 มิติเพิ่มเติมในแบบ
te
การเขียนเสน 2 มิติเพิ่มเติมในแบบขยายบันได ทําไดดังนี้ (ภาพที่ 14.24)
1) คลิกที่ Annotate TAB
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่
e
ur
15
ct
te
hi
พื้นที่ตั้งอาคาร
c
Ar
(Model Site)
it
ev
R
เนื้อหาในบทนี้อธิบายวิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการสรางพื้นที่ดิน การใสองคประกอบพื้นที่ดิน การเขียนเขตที่ดิน
sk
การกําหนดทิศเหนือ และการปฏิบัติการสรางและแกไขพื้นที่ตั้งอาคาร
de
วัตถุประสงค
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่งในการเขียนพื้นดิน การใสองคประกอบพื้นที่ดิน กําหนดทิศเหนือ
to
2. มีทักษะในการทํางานและสามารถประยุกตใชงานได
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
บทที่ 15 พื้นที่ตั้งอาคาร (Model Site)
272
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
ภาพที่ 15.1 แถบเครื่องมือและคําสั่งเกี่ยวกับหมวด Massing and Site TAB
R
sk
เขียนจุดตําแหนงขอบเขตที่ดินและความสูงต่ําของพื้นที่ผิวดิน
สอื
การใสองคประกอบของพื้นที่จอดรถ
อย
การกําหนดพื้นที่เรียบบนพื้นที่ดินสําหรับอาคาร
ตวั
e
Passing Through Elevation: คาระดับทีผ่ านชวงผิว
ur
Section Graphics
Section cut material: เลือกวัสดุที่เปนพื้นผิวและลวดลาย
ct
Elevation of poche base: ระดับฐานพื้นดินที่ตองการใหเห็น คาจะเปน -
te
Property Data:
Angle Display: เลือกการแสดงคาองศาจากทิศทางไหน
hi
Units: เลือกหนวยที่ใช
ภาพที่ 15.3 หนาตาง Site Settings
c
Ar
แถบเครื่องมือและคําสั่งในการแกไขพื้นที่ดินแสดงดังภาพที่ 15.4
it
ev
แถบคําสั่งการแกไขพื้นที่ดิน
R
การแบงพื้นผิวของพื้นดิน
การรวมผิวพื้นที่ดิน 2 พื้นผิวดวยกัน
sk
de
การแบงสวนพื้นที่ตามผิวพื้นที่ดิน
to
Au
e
2) คลิก Site Component
ur
3) คลิกเลือกโมเดลที่มีอยูใน Properties กําหนดระดับชั้นที่วางไดดวย หากไมมสี ามารถเลือกไดอีกสองวิธี คือ
Load family และ Model In-place
ct
4) เลือกหรือไมเลือกการหมุนวัตถุหลังการกําหนดตําแหนง (สามารถใชปุม Spacebar ที่คียบอรดหมุนวัตถุได)
5) คลิกตําแหนงที่วางวัตถุ หากตองการเพิ่มอีกก็คลิกตําแหนงตอไปไดเลย
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
e
2) คลิก Building Pad
ur
3) เลือกระดับชั้นหรือความสูง-ต่ําที่จะวางบนพื้นที่ดิน
4) เลือกเครื่องมือที่จะเขียนเสนขอบที่ดิน เชน เลือก Pick Line เพื่อเลือกคัดลอกเสนอางอิงเลย
ct
5) คลิกที่เสนขอบพืน้ ที่ราบที่รางไวกอนหนานี้ จะเกิดเปนเสนสีชมพู เสนนี้ตองชนกันและเปนเสนที่รูปรางปด
เมื่อเสร็จการเขียนคลิกที่เครื่องหมายถูก
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
e
ur
การยายที่ตองของโครงการที่แชรขอมูล (Share Coordination System)
ct
การหมุนทิศเหนือที่เปนจริง สัมพันธกับ Properties ของ Site Views ใน
te
Project Browsers โดยตองตั้งคา Orientation : True North
hi
สัมพันธกับ Properties ของ Site Views ใน
Project Browsers โดยตองตั้งคา
c
การพลิกทิศของโครงการในการทํางาน (ทิศเหนือ-ใต ออก-ตก) Orientation: Project North
Ar
การหมุนตําแหนงทิศเหนือของโครงการในการทํางาน สัมพันธกับ
it
Properties ของ Site Views ใน Project Browsers โดยตองตั้งคา ev
Orientation : Project North
ภาพที่ 15.17 แถบคําสั่งเกี่ยวกับ Project Location
R
sk
บทที่
e
ur
16
ct
te
hi
ผิววัสดุและภาพเสมือนจริง
c
Ar
(Materials and Renders)
it
ev
R
เนื้อหาในบทนี้อธิบายวิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการกําหนดผิววัสดุ การแสดงภาพในลักษณะตางๆ การศึกษาการโคจร
sk
ของดวงอาทิตย ปฏิบัติการสรางและแกไขผิววัสดุและการแสดงภาพในลักษณะตางๆ
de
วัตถุประสงค
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่งในการกําหนดผิววัสดุ การแสดงภาพลายเสน และภาพเสมือนจริง
to
วัสดุที่เลือก กําหนดสีเมื่อแสดงผลเปน
เฉดสี
e
กําหนดสีผิวภายนอกเมื่อ
ur
เปนลายเสน
ct
กําหนดลวดลาย สีของวัตถุ
te
เมื่อถูกตัดผาน
hi
ภาพที่ 16.4 หนาตาง Material Browser: Graphics
c
Appearance
Ar
หมวด Appearance
วัสดุที่เลือก
it
แถบแสดงสีวัสดุ
ev ขอมูลภาพประกอบวัสดุ
R
ขอมูลการตั้งคาของวัสดุ
sk
de
Physical
Information: ขอมูลทั่วไป
Basic Thermal:
สมบัติพื้นฐานทางอุณหภูมิ
สอื
นัง
Mechanical: สมบัติเชิงกล
Strength: ความแข็งแรง
า่ งห
อย
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ภาพที่ 16.9 การตั้งคาผิวกระจกสีเขียว (ตอ)
16.2.5 การตั้งคาผิวหญา
ev
การตั้งคาผิวหญาโดยการคนหาวัสดุหญาและคัดลอกวัสดุ มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 16.10)
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
1) ใน Material Browser
2) คลิกที่ Creates and Duplicates Materials เพื่อทําการคัดลอกวัสดุมาสรางวัสดุใหม
อย
e
3.3.7) คลิกที่ Drafting เพื่อกําหนดลาย
ur
3.3.8) คลิกที่ Masonry-Brick เพื่อเลือกลายสัญลักษณเสนเฉียงตองการ
3.3.9) คลิกที่ OK เพื่อปดหนาตาง Fill Patterns
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
4) คลิกที่แถบ Appearance
4.1) คลิกที่ Replace This Asset เพื่อเขาไปคัดลอกวัสดุมาใหมมาวางแทน
4.2) คลิกที่สามเหลี่ยมหนา Autodesk Physical Asset เพื่อเขาไปดูหมวดการเก็บรูปภาพวัสดุ
บทที่ 16 ผิววัสดุและการแสดงภาพเสมือนจริง (Materials and Renders)
297
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 16.13 การเทสีผนังอาคาร
it
ขอจํากัดของคําสั่ง Paint จะไมสามารถเทสีกระจก (Glass Panels) กรอบบานกระจก (Mullions) ประตู
ev
หนาตาง และวัสดุกรอบอาคารจาก Family ได หากตองการเปลีย่ นสีผิววัสดุเหลานี้ ตองไปเปลีย่ นที่ Properties หรือใน
Family ขึ้นอยูกับกําหนดไวในตอนสรางชิ้นงาน หากตองการแกไขมาใชสีพื้นฐานที่ตั้งคาไวตั้งแตแรก ใหคลิกที่ Modify>
R
> แลวไปคลิกทีผ่ ิวของวัสดุชิ้นนั้น
16.3.2 การแบงผิววัสดุใหมีผิวที่แตกตางกัน
sk
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 16.18 การตั้งคา Model Display
it
การตั้งคา Shadows
ev
R
sk
de
to
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
16.9.4 การยกเลิกการซอนเสนกรอบ
มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 16.35)
1) คลิกที่ Reveal Hidden Elements เพื่อเปดดูชิ้นงานที่ตองที่ถูกซอนและไมถูกซอน สวนที่ถูกซอนไว
จะแสดงเปนสีแดง
2) คลิกที่ขอบเสนกรอบที่ถูกซอนไว เพื่อเลือกชิ้นงาน
e
2.1) คลิกเมาสปุมขวาจะขึ้นรายการมาใหเลือก Unhidden in View
ur
2.2) คลิกเลือก Elements เพื่อกําหนดเฉพาะวัตถุที่ถูกเลือก
2.3) คลิกที่ Close Reveal Hidden Elements เพื่อสิ้นสุดการทํางาน
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
บทที่
e
17
ur
ct
te
hi
การจัดการมุมมองและหนากระดาษ
c
Ar
(Views and Sheets)
it
ev
R
เนื้อหาในบทนี้อธิบายวิธีการใชคําสั่งเกี่ยวกับการเขียนและแกไขการจัดการมุมมองและหนากระดาษ ในลักษณะ
sk
วัตถุประสงค
1. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับการใชคําสั่ง ความสัมพันธของการตั้งคามุมมอง (Views) และหนากระดาษ
to
(Sheets)
Au
แถบคําสั่งเกี่ยวกับการมองภาพในลักษณะตางๆ
แสดงมุมมอง 3 มิติ
e
ur
หรือ
กําหนดมุมมองโดยใชกลอง
ct
te
กําหนดมุมมองและการเคลื่อนไหว
จากการสรางเสนทางกลอง
hi
กําหนดแนวภาพตัดอาคาร ใชคําสัง่ นี้ได
c
ที่แปลน
Ar
it
กําหนดกรอบมุมมองภาพขยายโดย กําหนดกรอบมุมมองภาพขยายโดยการวาดเสน
การเขียนกรอบสี่เหลี่ยม ev แบบอิสระ
R
sk
ใชกําหนดมุมมองแบบตางๆ เพิ่ม
de
กําหนดมุมมองแปลนโครงสรางเพิ่ม
กําหนดมุมมองที่แปลนเพิ่ม
to
Au
กําหนดมุมมองแปลนฝาเพดานเพิม่ กําหนดมุมมองเฉพาะสวน
สอื
นัง
า่ งห
กําหนดแปลนเฉพาะพื้นที่อาคาร
อย
ตวั
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ภาพที่ 17.3 การสลับทํางานที่มีไฟลหลายไฟล Switch Windows (ตอ)
17.4 การปรับเสนบางเสนหนา (Thin Line)
ev
การปรับเสนบางเสนหนา จะแปรเปลี่ยนไปตามขนาดสเกล (Scale) ที่กําหนดและการตั้งคาการมองเห็นรายละเอียด
R
(Detail Level) การปรับแสดงผลเสนบาง เสนหนา มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 17.4)
1) เลือกมุมมองที่ตองการแสดงผล เชนที่ Floor Plans: ดับเบิลคลิก Level 2 สังเกตหนาจอจะมีความหนาของเสน
sk
เทากัน
2) ที่ Detail Level: คลิก Fine เพื่อปรับการแสดงผลใหเห็นละเอียด
de
3) คลิก Thin Line หรือ ที่ View TAB> คลิก Thin Line
4) คลิกเลือกขนาดสเกล (Scale) เชน 1:25 เลือกสังเกต จะเห็นไดวา เมื่อขนาดสเกลเปลีย่ นไปความหนาเสนจะ
to
เปลี่ยนอัตโนมัติ
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
ตวั
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 17.5 การแสดงและไมแสดงวัตถุ (Visibility/Graphics) (ตอ)
it
17.6 การแยกชิ้นสวนอาคาร (Displace Elements)
ev
การแยกชิ้นสวนอาคารจะทํางานเฉพาะหนาตางนั้นๆ ไมสงผลตอวัตถุในหนาตางอื่น แถบเครือ่ งมือและคําสั่งใน
การแยกชิ้นสวนอาคาร แสดงดังภาพที่ 17.6
R
sk
Displace Elements
คําสั่งในการแยกชิ้นสวน แกไขการแยกชิ้นสวน ยกเลิกการแยกชิ้นสวน เขียนเสนอางอิงที่มา
de
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
การสรางแบบรูปตัดบันได
นัง
5.2) คลิกจุดเริ่มตนของเสนแนวตัด
5.3) คลิกจุดปลายของเสนแนวตัด
อย
ตวั
บทที่ 17 การจัดการมุมมองและหนากระดาษ (Views and Sheets)
329
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 17.13 การสรางแบบขยายหองน้ํา
3) จะไดแบบแปลนขยายหองน้ํา ใหดับเบิลคลิกที่ชื่อแปลนที่มีชื่อตอทายดวย – Callout เพื่อเปดทํางานในหนาจอ
it
แปลนแบบขยาย ev
หากตองการยืด-ลดขอบเขต ใหคลิกที่จุดกลมสีฟาตรงกลางของแตละดานขยับ เพื่อขยายขอบเขตการทํางาน
การสรางรูปดานภายในหองน้ํา
R
4) คลิกที่ View TAB
4.1) คลิกที่ Elevation เพื่อกําหนดการสรางรูปดาน
sk
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 17.13 การสรางแบบขยายหองน้ํา (ตอ 2)
it
17.10 การเพิ่มมุมมองและการเขียนแบบขยายประตู-หนาตาง
ev
การเพิ่มมุมมองเพื่อเขียนแบบขยายประตู-หนาตาง มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 17.14)
1) คลิกที่ View TAB
R
1.1) คลิกที่สามเหลี่ยมดานหลัง Legends
1.2) พิมพชื่อใหม เชน แบบขยายประตู-หนาตาง คลิกเลือกขนาดสเกล (Scale) สามารถแกไขไดตลอด
แลวคลิก OK
sk
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
ภาพที่ 17.14 การเขียนแบบขยายประตู-หนาตาง (ตอ 4)
R
การเขียนขอความอธิบาย
7) คลิกที่ Text (TX)
sk
e
ur
ct
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
17.13 การตั้งคาและจัดหนากระดาษ
อย
e
การทํางานแบบ
ur
17.13.6 การนํารูปดานเขามาในหนากระดาษ (Sheet)
ct
การนํารูปดานเขามาในหนากระดาษ มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 17.21)
1) ทํางานที่ A101- แบบแปลนพื้นใน Project Browser: Sheets (All)
te
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
Au
สอื
นัง
า่ งห
อย
e
ที่คียบอรดชวยยาย
ur
17.14 การตั้งคาและการพิมพงาน
ct
17.14.1 การพิมพงานเปนไฟล PDF
การพิมพงานเปนไฟล PDF มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 17.22) (การบันทึกเปนไฟล PDF ตองมีโปรแกรม
te
Acrobat Professional ในเครื่องคอมพิวเตอรดวย)
c hi
Ar
it
ev
R
sk
de
to
ไฟลเดียวแตมหี ลายหนาตามจํานวนแผนงาน
นัง
2.4) คลิกเลือกพื้นที่เก็บไฟลงาน
2.5) คลิกที่ OK เพื่อใหทําการบันทึกเปนไฟล PDF เมื่อเสร็จแลวใหเขาไปเปดไฟลงาน
า่ งห
17.14.2 การพิมพงานตามขนาดที่ตั้งคา
การพิมพงานตามขนาดที่ตองการ มีขั้นตอนดังนี้ (ภาพที่ 17.23)
อย
2.2) คลิกเลือกเครื่องพิมพรุนที่ใชงาน
2.3) คลิก Current View เพื่อพิมพงานหนากระดาษแผนที่ทํางาน
2.4) คลิกที่ Setup เพื่อเขาไปกําหนดขนาดกระดาษ
บทที่ 17 การจัดการมุมมองและหนากระดาษ (Views and Sheets)
347
e
ur
ct
te
c hi
Ar
ภาพที่ 17.25 การกําหนดการแสดงเฉพาะบางสวนของอาคาร (Scopes Box) (ตอ)
it
17.16 การสรางมุมมองกลอง (Camera) ev
การกําหนดมุมกลอง (Camera) มองทัศนียภาพภายนอกอาคารในมุมตางๆ กําหนดมุมมองตามความเหมาะสมมี
ขั้นตอนการทํางานดังนี้ (ภาพที่ 17.26)
R
1) ดับเบิลคลิกที่ Site ที่ Floor Plans
2) คลิกที่ View TAB
sk