P. 1
การเรียนรู้แบบ 4 MAT

การเรียนรู้แบบ 4 MAT

|Views: 5,339|Likes:
Published by dEk_Za

More info:

Published by: dEk_Za on Jul 01, 2009
Copyright:Attribution Non-commercial

Availability:

Read on Scribd mobile: iPhone, iPad and Android.
download as DOCX, PDF, TXT or read online from Scribd
See more
See less

05/11/2014

pdf

text

original

กา รเ รี ยน รู ้แบ บ + v

/
การจัด กิจกร รมการเ รีย นใ ห้ สอดคล ้อ งก ับการ ทำางา นข อง สม อง
การสอนแบบ + v/ s,· เ·นการสอนในรู·แบบทีเริมมีคนใ.้ มากขนเ·รา:ค.ามส:ด.ก งาย.อค.ามเข้าใจ
ของครูมากก.าท;~¸ีใด¡ ทีสำาคั¸คอ เ·น.ิrีที·สม·สานกับกลยทrอน.ด้เ·นอยางดี เ.น อาจนำา.ิrีนีกับการเรียนแบบสห
ร.มใจ .c··,·. ._· หรอแบบอน.ด้ด้.ย ค.าม.มยงยาก·ับ·้อนแล:·ร:สิทrิ.า·ของ.ิrีการสอนเ.นนี ทำาให้เริ ม
มีการ.ิจัยเ·ิมขน มีบทค.าม หนังสอ.าง¡ มากมายกลา..งการเรียนการสอนแบบนีมากขน จนในข.:นีนักการ-ก~าสำาหรับ
เดก·¸¸าเลิ-แล:นักการ-ก~าทั..·รู้จักแล:เข้าใจมากขน
·ร:. ั.ิค.ามเ· น มาขอ งการเร ีย นการส อน แบบ + v/ s,·
เบอรนิ ส แมคคารrี .e. v.c·,· ·ู้ ·ัoนารู·แบบการเรียนการสอนแบบนีเ·นคนแรก เ·นนักการ-ก~า.า.
อเมริกันทีมี·ร:สบการ.ในการสอนหลายร:ดับ.ันเรียนมาเ·นเ.ลานาน ร.มทังการเ·นที·รก~าให้คำาแน:นำาเดกทังหลาย
ทำาให้เrอเกิดค.ามเข้าใจแล:มันใจ.าเดกแ.ล:คนมีค.ามแ.ก.างกันทังทางด้านส.ิ·¸¸า การรับรู้ แล:การเรียนรู้อยางสิน
เ.ิง จ งเ·นแรง·ลักดันให้เกิดงาน.ิจัยของเrอขนมา
ใน· ค- +.+ แมคคารrี .ด้รับทนสนับสนนงาน.ิจัย.ินให¸จากบริ~ัท แมค.ดนัลด ทำา.ิจัยเกีย.กับองค·ร:กอบ
ทางสมองแล:ส..ลการเรียนรู้ของเดก นันคอจดเริม.้นในการ·ัoนาแน.คิดที.อบสนองค.ามแ.ก.างร:ห.างบ คคลให้ .ัดเจน
แล:เ·น.าค·¡ิบั.ิมากข น แมคคารrี .ด้กลันกรองรู·แบบการ-ก~าเกีย.กับส..ลการเรียนรู้ หลายรู·แบบ ในทีสดก.ด้ดงเอา
รู·แบบการเรียนรู้ของ เด.ิด คอลบ .... -·.· ·รา.¸ทางการ-ก~า.า.อเมริกัน มาเ·นแน.ค.ามคิดในเรองการจัด
กร:บ.นการเรียนรู้ ทีคำานง.งค.ามแ.ก.างร:ห.างบคคลเ·นสำาคั¸
.ามท;~¸ีของคอลบ .+.s· นัน จากการ-ก~า·บ.ามี . มิ .ิ ทีมีค.ามสำาคั¸กับการเรียนรู้ คอ การรั บรู้ แล:
กร :บ.น การ กลา..าการเรียนเกิดจากการทีคนทังหลายรับรู้แล้. นำาเข้ า.·จัดกร:บ.นการในสิงที.นรับรู้มาอยาง.ร .้าจ:
ลองนก.ง.ั.อยาง คนทีมีค.ามแ.ก.างกันมาก¡ ก.ด้แกคนทีรับรู้·านรู·rรรม แ.คนอีก·ร:เ.ทหนงรับรู้·านนามrรรม คน
สองกลมนีสร้างค.ามคิดแ.ก.างกันในเรองเดีย.กัน
แ·น.า ·ที การเรียนรู้ของ ... -·.
แน.ค .ามคิดของ คอลบ
คอล์บ พิจารณาดูว่าคนบางคนมีกระบวนการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
(Active Experimentation) ขณะทีบางคนอาจnนัดเรียนรู้Ìดยการaังเกตจากuìล่งต่าง¸
uล้วaะท้อนกลั บเป นการเรียนรู้ (Reflective Observation) F งคนทัง aองประเnทดัง
กล่าว เป นผู้ทีมีลักLณะการเรียนรู้ ทีuตกต่างกันอย่างaิน เrิง ดังนัน การจัดการเรียน
การaอนเอ ื ออานวยuก่ผู้เรียนประเnทÌดประเnทìน งมากจนเกิ น¡ป จะทาÌì้ผู้เรียนอีก
uบบìน งขาดÌอกาaทีจะพัuนาความaามารn¡ด้อย่างเตมuักยnาพ
ผู้เรียนแบบท่ี 1 (Active Experimentation) จะเรียนรู้¡ด้ดีuละเข้าÌจ¡ด้อย่างuจ่ม
uจ้ง กต่ อเม ือเขา¡ด้ลงมือกระทา มือ¡ม้uขนขา¡ด้aัมผัauละเรียนรู้ ควบคู่¡ปกับaมองทัง
aองด้านaัง การเรียกว่าเป นการเรียนรู้ทัง เน ือทัง ตัวทีต้องผ่านประaาทaัมผัaอ ืน¸
ประกอบกัน
ผู้เรียนแบบท่ี 2 (Reflective Observation) จะเรียนรู้Ìดยการผ่านจิตaาน กจาก
การเu้ ามองuล้วค่อย¸ ตอบaนอง
ผู้เรียนแบบท่ี 3 (Abstract Conceptualization) จะเรียนรู้ÌดยÌr้aัggาณìยัง รู้
มองเìนaิงต่าง¸ เป นรูปrรรมuล้ววิเคราะì aังเคราะìจากการรั บรู้ ที¡ด้มาเป นองค
ความรู้
ผู้เรียนแบบท่ี 4 (Concrete Experience) จะเรียนรู้¡ด้ดีต่อเม ือผ่านการ
วิเคราะì การประเมินaิงต่าง¸ Ìดยการเอาตัวเองเข้า¡ปพิaูจนìรือÌดยการÌr้ìลักเกณ¬
uì่งเìตผล
ทัง 4 กล่ม ต่างมีจดดีจดเด่นคนละuบบ F งเป นÌครงaร้ างทางกล¡กทางการ
เรียนรู้ของนั กเรียนทีมีอยู่จริงÌนทกÌรงเรียนทัว Ìลก ดังนัน ìน้ าทีของผู้เป นครูย่ อมต้อง
พยายามìาìนทางทีจะทาÌì้เกิดanาวะaมดลทางการเรียนรู้Ìì้¡ด้
anาวะaมดล การaรรคaร้างÌอกาaÌì้ผู้เรียนทีมีความuตกต่างกั นทัง
Ìครงaร้างทางaติปั ggา กล¡กทางการเรียนรู้ìรือการทางานของaมองuตกต่างกันÌì้มี
ÌอกาauaดงออกF งความaามารnของตนออกมา พร้ อมทัง รู้จักuละaามารnนาวิrี การ
ของเพ ือนคนอ ืนมาปรั บปรงลักLณะการเรียนรู้ของตน เพ ือเพิมประaิทrิnาพÌนการ
เรียนÌì้ดีขน
ดังนัน Ìนปี ค.u. 198 uมคคารrี จง¡ด้นาuนวคิดดังกล่าวของคอล บ มา
ประยกตuละพัuนาเป นรู ปuบบการเรียนการaอนuบบÌìม่ทีตอบaนองการเรียนรู้ของ
ผู้เรียน 4 uบบ (4 !"pes of stu#ents) ทีเรียกว่า 4 $A!* ìรือ การจัดกิจกรรมการเรียน
Ìì้มี ความaัมพันraอดคล้องกั บระบบการทางานของaมองFีกF้ายuละFีกขวา (uนวคิด
ของคลอ บนี ¡ ด้ราก_านทqL_ีมาจา* MAT uปลว่า เa ือ การaาน ìรือผaมผaาน Ìนที
นีì มายnง กิจกรรมการเรียนรู้ ทีผaมผaานกัน เพ ือเอ ือuก่ผู้เรียนทัง 4 uบบก จอìน ดิ
วอี เ ค ิ ร ทเลวินuละuองปิ อาเr่ต )
· v/ แ·ล.า เสอ การสาน หรอ·สม·สาน ในทีนีหมาย.ง กิจกรรมการเรียนรู้ที·สม·สานกัน เ·อเออแก·ู้เรียนทัง + แบบ
แ·น .า· ที . .ั¡จั กรของการเรียนรู้ . + v/ ·
แ·น .า· ที s รู·แบบการเรียนการสอนแบบ + v/ s,· โดยแบ่งเป็น s ส่ วน ตามบทบาทของสมองสองซีก
uมคคารrี ¡ด้ขยายuนวคิดของคอล บออก¡ปÌì้กว้างขน Ìดยเaนอว่าผู้เรียนมีอยู่
4 uบบìลัก¸ ดังนี
ผู้เรียนแบบท่ี 1 (Type One Learner) ผู้เรียนnนัดการÌr้จินตนาการ
(%ma&inative 'earners) ผู้เรียนจะรั บรู้ผ่านประaาทaัมผัauละความรู้aก uละaามารn
ประมวลกระบวนการเรียนรู้¡ด้ดียิงÌนnาวะทีตนเอง¡ด้มีÌอกาaเu้ ามอง ìรือการ¡ด้รับ
การaะท้อนกลับทางความคิดจากทีต่าง¸ aมองFีกขวาของพวกนีท าìน้ าทีเaาะìาความ
ìมายของaิงต่าง¸ จากประaบการณ aมองFีกF้ายขดค้นเìตผลuละความเข้าÌจจาก
การวิเคราะì
( ) ( ) เป นพวกทีrอบnามเìตผล คาnามทีคิดจะพูดขนมาเaมอ¸ คื อ ทา¡ม ทา¡ม
ìรือ *+", ผู้เรียนทีอยู่Ìนรู ปuบบนีต ้องเข้าÌจก่อนว่าทา¡มพวกเขาต้องเรียนaิงเìล่านี
uล้วจะเกียวข้องกั บตัวเขาìรือaิงทีเขาaนÌจอย่าง¡ร ÌดยเÞพาะเร ืองค่านิยม ความเr ือ
ความคิด คตินิยม ความรู้aก rอบขบคิดปั gìาต่าง¸ ค้ นìาเìตผล uละaร้างความ
ìมายเÞพาะของตนเอง ผู้เรียนเr่นนีจ ะต้องìาเìตผลทีจะต้องเรียนรู้ก่ อนaิงอ ืน¸ จะ
เรียนรู้¡ด้ดีìากมีการnกเnียง อnิปราย Ìต้วาที กิจกรรมกล่ม การÌr้การเรียนuบบaì
ร่วมÌจ ครู ต้องÌì้เìตผลก่ อนเรียนìรือระìว่างการเรียน
ผู้เรียนแบบท่ี 2 (Type Two Learner) ผู้เรียนnนัดการวิเคราะì (Anal"tic
'earners) จะรั บรู้ÌนลักLณะรูปrรรมuละนาaิงทีรั บรู้มาประมวลกล¡กìรือกระบวนการ
เรียนรู้ ÌนลักLณะของการมองaังเกต aมองFีกขวาเaาะìาประaบการณทีจะaามารn
ผaมผaานการเรียนรู้ Ììม่¸ uละต้องการความuจ่มกระจ่างÌนเร ืองคาตอบขององค ความ
รู้ ที¡ด้มา Ìนขณะนีa มองFีกF้ายม่งวิเคราะìจากความความรู้ Ììม่
( เป นพวกทีrอบnามว่าข้อเทจจริง คาnามทีaาคัgทีaดของเดกกล่มนี ค ื ออ
) ะ¡ร ìรื อ *+at, ผู้เรียนuบบนีr อบการเรียนรู้uบบดัง เดิม ต้ องการuกLาìาความรู้
ความจริง ต้ องการข้อมู ลทีเìมาะaม nูกต้อง uม่นยา Ìดยอาuัยข้อเทจจริง ข้อมูล
ข่าวaาร มีความaามารnaูงÌนการนาความรู้¡ปพัuนาเป นความคิดรวบยอด(Concept)
ทqL_ีìรือจัดระบบìมวดìมู่ของความคิด¡ด้อย่างดี
เดกกล่มนีเ รียนรู้ Ìดยม่งเน้นรายละเอียดข้อเทจจริงความnูกต้องuม่นยา จะ
ยอมรั บนั บnือเÞพาะผู้เrียวrาg ผู้รู้จริง ìรือผู้มีอานาจaัง การเท่ านัน เดกกล่มนีจ ะ
เรียนอะ¡รต่อเม ือรู้ว่าจะต้องเรียนอะ¡ร uละอะ¡รทีเรียน¡ด้ aามารnเรียน¡ด้ดีจากรู ป
rรรม¡ปaู่ความคิดเrิงนามrรรม การจัดการเรียนการaอนÌì้ เดกกล่มนีจ งควรÌr้วิrี
บรรยายuละการทดลอง การวิจัย ìรือการทารายงาน การวิเคราะìข้อมูล เป นต้น
ผู้เรียนแบบท่ี 3 (Type Three Learner) ผู้เรียนnนัดÌr้aามัgaานก
(Commonsense 'earners) รั บรู้Ìดยผ่านจากกระบวนความคิดuละaิงทีเป นนามrรรม
uต่การประมวลความรู้ นัน ผู้เรียนประเnทนีจ ะต้องการการทดลอง ìรื อกระทาจริง
aมองFีกขวามองìากลยทr Ìนการปรับเปลียนรูปuบบขององคความรู้¡ปaู้การนา¡ปÌr้
ÌนขณะทีaมองFีกF้าย มองìาaิงทีจะเป นข้อมูลเพิมเติม
( ) คาnามยอดนิยมของกล่มนี ค ื ออย่าง¡รìรือ -o., ผู้เรียนuบบนีa นÌจ
กระบวนการปฏิบัติจริงuละทดaอบทqL_ีÌดยการuก้ปั gìาต่ าง¸ ด้วยการวางuผนจาก
ข้อมูล ข่ าวaาร ความรู้ทีเป นนามrรรมมาaร้ างเป นรูปrรรมเพ ือประÌยrนÌนrีวิตประจา
( ) วัน Ìครเขาทาอะ¡ร¡ว้บ้างuล้วìนอ เดกกล่มนีต ้องการทีจะทดลองทาบางaิงบางอย่าง
uละต้องการทีจะu กปฏิบั ติuละต้องการเป นผู้ปฏิบัติ ( n้าครูยื นบรรยายละก เดกพวกนี
จะìลับเป นพวกuรก) พวกเขาÌu่ ìาทีจะทา aิงทีมองเìนuล้วว่าเป นประÌยrนuละตรวจ
aอบว่าข้อมูลที¡ด้มานัน aามารnÌr้¡ด้ÌนÌลกuì่งความจริงìรือ¡ม่ พวกเขาaนÌจทีจะนา
ความรู้มาaู่การปฏิบัติจริงuละอยากรู้ว่า n้ าจะทาaิงนัน aิงทีทา¡ด้ ทา¡ด้อย่าง¡ร รู ปuบบ
การเรียนการaอนทีดีทีaด คือ การทดลองÌì้ ปฏิบัติจริง ลองทาจริง
ผู้เรียนแบบท่ี 4 (Type Four Learner) ผู้เรียนทีaนÌจค้นพบความรู้ด้วยตนเอง
(/"namic 'earners) ผู้เรียนจะรับรู้ผ่านaิงทีเป นรู ปrรรมuละผ่านการกระทา aมองFีก
ขวาทางานÌนการnั กทอความคิดÌì้ขยายกว้างขวางยิงขน ÌนขณะทีaมองFีกF้ายเaาะ
ìาการวิเคราะì เพ ือÌì้เกิดการเปลียนuปลงทีrัดเจนuละÌดดเด่นขน
( เป นพวกทีrอบตัง เง ือน¡ข คาnามทีผดขนÌนìัวÌจของเดกกล่มนีบ ่ อย¸ คื อ n้ า
) ( ) ( 00) อย่างนัน n้าอย่างนี n ้ าìรือ %1 , ผู้เรียนuบบนีr อบเรียนรู้Ìดยการ¡ด้
aัมผัaกับของจริง ลงมือทาÌนaิงทีตนเองaนÌจ uละค้นพบความรู้ด้วยตัวเอง rอบรับ
uั งความคิดเìนìรือคาuนะนา uล้วนาข้อมู ลเìล่านัน มาประมวลเป นความรู้Ììม่ เดก
กล่มนีม ี ความaามารnทีจะมองเìนÌครงaร้างของความaัมพันrของaิงต่าง¸ uล้วกลัน
กรองออกมาเป นรูปuบบของความคิดทีuปลกÌìม่ เพ ือตนเองìรื อผู้อ ืน เด กกล่มนีจ ะ
มองเìนอะ¡รทีFับF้อนuละลกFง มี ความFับF้อน จะเรียน¡ด้ดีทีaดÌดยÌr้วิrีการaอน
uบบค้นพบด้วยตนเอง (2elf /iscover" $et+o#)
ผู้คิดทqL_ี นีเ r ือว่า เราจาเป นต้องaอนเดกÌดยÌr้วิrีการaอนทัง ìมดทีกล่าวมา
uล้ว 4 อย่างเท่ า¸ กั น เพราะทักLะทางrรรมrาติของผู้เรียนทัง 4 อย่างเป นaิงทีเรา
ต้องการ Ìนrัน เรียนìน ง¸ นัน มักจะมีผู้nนัดการเรียนรู้ทัง 4 uบบ อยู่ รวมกัน ดังนัน
ครู จาเป นต้องÌr้วิrีการaอนทีเìมาะaมทัง 4 uบบ อย่ างเaมอnาคกั น เพ ือÌì้ผู้ เรียน
เกิดความaนกaนานตามรูปuบบการเรียนรู้ ทีตนnนัด จากการìมนเวียนรู ปuบบการ
aอนทัง 4 อย่ างนี ท าÌì้นั กเรียนมีÌอกาa¡ด้พัuนาความaามารnด้านอ ืนทีตน¡ม่nนัด
ด้วยวิrีการเรียนรู้Ìนรู ปuบบต่าง¸ ทัง ยังมีÌอกาaทีจะ¡ด้uaดงความaามารnอย่างน้อย
ร้อยละ 34 ของเวลาที ท้าทายพวกเขา a่วนเวลาทีเìลืออาจ¡ม่เป นทีต้องÌจเท่า¡ร
Ìนการจัดuผนการaอนuบบ 4 $A! นั น ครูต้ องเข้าÌจการทางานuละความnนัด
ของaมองa่วนบนทีuบ่งเป นFีกF้ายกับFีกขวาของมนLย กล่าวคือ aมองFีกF้ายจะ
nนัดÌนเร ืองรายละเอียด nาLา ความจา การจัดลาดับ วิเคราะì uละเìตผล a่วนaมอง
FีกขวาnนัดÌนเร ืองการมองnาพรวม จินตนาการ อารมณความรู้aก การเคล ือน¡ìว
มิติaัมพันr uิลปะ uละaนทรียnาพ Ìดนการจัดกิจกรรมการเรียนการaอนจะต้อง
ดาเนิ นaลับกั น¡ปเพ ือÌì้aมองทัง aองFีก¡ด้ทางานอย่างaมดล
ลำำดับขั้นของกำรสอน
เราเริ่มที่ส่วนบนสุดของวงจรโดยเริ่มจากประสบการณที่เป็นรปrรรม c....... r·,.......· แ+ะ·มุนตามเขม
นาuิกา¹ปรอบ| ประสบการณที่เป็นรปrรรมเป็นจุดเริ่มตนเน่องจาก+วามสามารaทางสอน +วรเริ่มจากประสบการณของ
นกเรียนแ+ว+รกu+นาทก·ะuน¡านของนกเรียน!·เป็นรปแบบของu+นา+วาม+ดรวบยอดแบบนามrรรม นกเรียนจะ
ตองaกaามว่า อะ¹รที่uวกเขาตองเรียน ตองรจก แ+ะจดกระบวนการที่!·ม่กว่า เขมขนกว่าแ+ะป¸ิบติ¹ดอย่างกาว·นาตาม
rรรม-าติ เดก¹ด!-สาม¡สานกแ+ะ+วามรสก เดก¹ดประสบการณแ+ะ¹ดเ4ามองจองด แ+วตอบสนองก+บ จากนนเดกก
นา¹ปu+นา+วาม+ิด u+นาท¡·¸ี นามาเป็น+วาม+ิดรวบยอดแ+ะทด+องท¡·¸ีของเขา แ+ะเขากจะ¹ดรบประสบการณ
ทายสุดเรา¹ดนาเอาสิ่งที่เรา¹ดเรียนร¹ป!-ประยุกตกบประสบการณที่++าย++งกนทา!·เรา«+าดขนโดยการ!-
ประสบการณเก่าประยุกตประสบการณ!·ม่
แ·น .า· ที +
s ขัน.อนของ.ั¡จั กรการเรียนรู้ . + v/
กำรจัดกิจกรรมกำรสอน
แม++ารrี เสนอแนวทางการu+นาวงจรการสอน!·เออต่อ+เรียนทง · แบบ โดยกา·นดวิrีการ!- เท+นิ+u+นา
สมองซีกซายซีกขวา ก+่าว+อ กิจกรรมการเรียนรจะ·มุนวนตามเขมนาuิกา¹ปจน+รบทง · -่วง · แบบ v., v...
u.« i.· แต่+ะ-่วงจะแบ่งเป็น : ขน โดยจะเป็นกิจกรรมที่ มุ่ง!·+เรียน¹ด!-สมอง ทงซีกซายแ+ะขวาส+บกน¹ป ดงนน
ขนตอนการเรียนรจะมีทงสิน s ขนตอนดงนี
ช่วงท่ี 1 แบบ Why ?/ สร้างประสบการณ์ เฉพาะของผู้เรียน
ขัน ที 1 (กระต้ นaมองFีกขวา) aร้างประaบการณตรงทีเป นรู ปrรรมuก่ผู้เรียน
การเรียนรู้ เกิดจากการจัดกิจกรรมเพ ือพัuนาaมองFีกขวา Ìดยครูaร้ างประaบการณ
จาลอง Ìì้ เr ือมÌยงกั บความรู้uละประaบการณเก่าของผู้เรียน เพ ือÌì้ผู้เรียนaร้างเป น
ความเìมายเÞพาะของตนเอง
ขัน ที 3 (กระต้ นaมองFีกF้าย) วิเคราะì¡ตร่ตรองประaบการณ การเรียนรู้เกิด
จากการจัดกิจกรรมเพ ือพัuนาaมองFีกF้าย Ìดยครู Ìì้นักเรียนคิด¡ตร่ตรอง วิเคราะì
ประaบการณจาลองจากกิจกรรมขัน ที 1
Ìนr่วงที 1 นีค รูต้องaร้างบรรยากาuÌì้ นักเรียนเกิดความÌu่ รู้ uละกระตือรือร้น
ÌนการìาประaบการณÌìม่อย่างมีเìตผล uละuaวงìาความìมายด้วยตนเอง Þะนัน
ครู ต้องÌr้ ความพยายามaรรìากิจกรรมเพ ือÌì้ บรรลจดประaงคดังกล่าว
ช่วงท่ี 2 แบบ What ?/ พัฒนาความค!รวบยอ!ของผู้เรียน
ขัน ที 5 (กระต้ นaมองFีกขวา) aะท้อนประaบการณเป นuนวคิด การเรียนรู้เกิด
จากการจัดกิจกรรมเพ ือพัuนาaมองFีกขวา Ìดยครู กระต้นÌì้ผู้เรียน¡ด้รวบรวม
ประaบการณuละความรู้ เพ ือaร้างความเข้ าÌจพ ืน_านของuนวคิด ìรือความคิดรวบยอด
อย่างrัดเจนuจ่มuจ้ง เr่น การaอนÌì้ผู้เรียนเข้าÌจลกFงnงuนวคิดของการÌr้อักLรตัว
Ììg่ÌนnาLาอังกqL ครู ต้องìาวิrีอrิ บายÌì้ผู้เรียนเข้ าÌจอย่างuจ้งrัด ว่าอักLรตัวÌìg่
ทีÌr้นาìน้าคานามÌนnาLาอังกqL เพ ือเน้ นnงความaาคัgของคานัน ¸ อาจยกตัวอย่าง
เr่น r ือคน r ือเมือง ìรือr ือประเทu เป นต้ น
ขัน ที 4 (กระต้ นaมองFีกF้าย) พัuนาทqL_ีuละuนวคิด การเรียนรู้เกิดจากการ
จัดกิจกรรมเพ ือพัuนาaมองFีกF้าย ครูÌì้ นักเรียนวิเคราะìuละ¡ตร่ตรองuนวคิดที¡ด้
จากขัน ที 5 uละn่ายทอดเน ือìาข้อมู ลทีเกียวเน ืองกับuนวคิดที¡ด้ F งจะเป นประÌยrน
ต่อการพัuนาuนวคิดนัน ¸ ต่ อ¡ป พยายามaร้างกิจกรรมกระต้ นÌì้ผู้เรียนกระตือรือร้ น
Ìนการเกบรวบรวมข้อมูล uละการuกLาค้ นคว้าìาความรู้เพิมเติม
Ìนr่วงที 3 ครู ต้องจัดกิจกรรมÌì้ผู้เรียน¡ด้คิด เพ ือÌì้ผู้เรียนทีrอบการเรียนรู้Ìดย
การลงมือปฏิ บัติจริง aามารnปรับประaบการณuละความรู้ aร้างเป นความคิดรวบยอด
Ìนเrิงนามrรรม Ìดยu กÌì้ผู้เรียนคิดพิจารณา¡ตร่ตรองความรู้ ทีเกียวข้อง Ìนr่วงนี
เป นการจัดกิจกรรมÌì้ผู้เรียน¡ด้ความรู้Ìดยการคิด uละu กทักLะÌนการค้นคว้าìาความ
รู้
ช่วงท่ี 3 แบบ How ?/ การป"บั#แ$ะการพัฒนาแนวค!ออกมาเป%นการกระท&า
ขัน ที 4 (กระต้ นaมองFีกF้าย) ดาเนินตามuนวคิด uละลงมือปฏิบัติìรือทดลอง
การเรียนรู้ เกิดจากการจัดกิจกรรมพัuนาaมองFีกF้าย เr่ นเดียวกับขัน ที 4 นั กเรียน
เรียนรู้จากการÌr้aามัgaานก F ง¡ด้จากuนวคิดพ ืน_าน จากนัน นามาaร้างเป น
ประaบการณตรง เr่น การทดลองÌนì้องปฏิบัติการ ìรือการทาuบบu กìัดเพ ือa่ง
เaริมความรู้ uละ¡ด้u กทักLะทีเรียนรู้มาÌนr่วงที 3
ขัน ที 6 (กระต้ นaมองFีกขวา) ต่อเติมเaริมuต่ง uละaร้ างองคความรู้ด้วยตนเอง
การเรียนรู้ เกิดจากการจัดกิจกรรมเพ ือพัuนาaมองFีกขวา นั กเรียนเรียนรู้ด้วยวิrีการ
ลงมือปฏิ บัติ uก้ ปั gìา ค้ นคว้า รวบรวมข้อมู ลเพ ือนามาÌr้ÌนการuกLาค้นพบองค
ความรู้ด้วยตนเอง
Ìนr่วงที 5 ครู มีบทบาทเป นผู้uนะนา uละอานวยความaะดวก เพ ือÌì้นักเรียน
เกิดการเรียนรู้อย่างaร้างaรรค นอกจากนีค รูควรเปิ ดÌอกาaÌì้ นักเรียนเข้ามามีa่วน
ร่วมÌนการวางuผนกิจกรรมการเรียนรู้
ช่วงท่ี 4 แบบ If ?/ เช่'อม(ยงการเรียนรู้)ากการท!$องป"บั#!้วย#นเอง )นเก !เป%น
ความรู้ท่ี$*่ม$+ก
ขัน ที 7 (กระต้ นaมองFีกF้าย) วิเคราะìuนวทางทีจะนาความรู้¡ปÌr้Ìì้เกิด
ประÌยrน uละเป นuนวทางaาìรั บการเรียนรู้ เพิมเติมต่อ¡ป การเรียนรู้เกิดจากการจัด
กิจกรรมเพ ือพัuนาaมองFีกF้าย นักเรียนนาaิงทีเรียนรู้มาuล้วมาประย กตÌr้อย่ าง
aร้างaรรค Ìดยนักเรียนเป นผู้วิเคราะìuละเลือกทากิจกรรมอย่างìลากìลาย
ขัน ที 8 (กระต้ นaมองFีกขวา) ลงมือปฏิบัติ uละuลกเปลียนประaบการณ การ
เรียนรู้ เกิดจากการจัดกิจกรรมเพ ือพัuนาaมองFีกขวา นั กเรียนคิดค้ นความรู้ด้วย
ตนเองอย่างaลั บFับF้อนมากข น เพ ือÌì้ เกิดเป นความคิดทีaร้างaรรค จากนัน นามา
เaนอuลกเปลียนความรู้F งกั นuละกัน
Ìนr่วงที 4 ครู มีบทบาทเป นผู้ ประเมิ นผลงานของนักเรียน uละการกระต้ นÌì้
นักเรียนคิดaร้างaรรคผลงานÌìม่¸
ìลายคนอาจยังมอง¡ม่เìนnาพลาดับขัน Ìนการจัดกิจกรรมการเรียนการaอนuบบ 4
$A! เพ ือความเป นรูปrรรมrัดเจน ต่อ¡ปจะยกตัวอย่ างการจัดกิจกรรมการaอนÌนuบบ
ดังกล่าวทีกระทาจริงÌนÌรงเรียน เพ ือÌì้มองเìนnาพการจัดกิจกรรมเด่ นrัดยิงขน
ตัวอย่ำงกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอนแบบ 4 MAT
ÌรงเรียนÌนประเทu¡ทยìลายuì่ง¡ด้นาระบบการaอนuบบ 4 $A! ¡ปทดลอง
Ìr้ เr่น ÌรงเรียนÌนaังกัดกรงเทพมìานครบางuì่ง F ง¡ด้รั บความร่วมมือจากคณะ
uกLาuาaตร มìาวิทยาลัยuรีนครินทรวิÌรuประaานมิตร นา¡ปทดลองÌr้ Ìนบาง
ì้องเรียน aาìรับÌรง8 เรียนทีนาระบบ 4 $A! มาÌr้ ก่อนผู้ อ ืน uละยังคงมีกิจกรรมการ
aอนuบบนีอ ย่างต่อเน ือง คื อ Ìรงเรียนaมnวิล F งเป นÌรงเรียนเอกrนทีaอนตัง uต่
ระดับอนบาลปี ที 1 nงประnมuกLาปี ที 6 ตัง อยู่Ìนอาเnอìัวìิน จังìวัด
ประจวบคีรีขั นr Ìรงเรียนaมnวิล¡ด้นาการaอนรูปuบบดังกล่าว¡ปประยกตÌr้Ìนวิrา
ต่าง¸ Ìนìลายrัน เรียนมาเกือบ 5 ปี uล้ว
ขอยกตัวอย่างuผนการaอนuบบ 4 $A! ของÌรงเรียนaมnวิล F งนา¡ปÌr้ Ìน
การเรียน เร ือง กระบวนการคัดเลือกÌดยrรรมrาติ (9atural 2election)Ìนวิrาวิทยา8
uาaตร ของนักเรียนrัน ประnมuกLาปี ที 4 ÌดยÌr้ เวลา 4 คาบเรียน ìรื อ ราว 3
aัปดาì
กิจกรรมกำรสอนเริ่มด้วย
ขัน, ท่ี 1 ( ช่วงท่ี 1 Why / กระ#*้นสมอง-ีกขวา) การaร้างประaบการณมีจด
ประaงค เพ ือaร้างประaบการณตรง Ìì้นักเรียนเข้ าÌจÌดยaัgrาติgาณเกียวกับลั กLณะ
( ) ( ) ของ uìล่งF่อนตัวทีดี ผ่านกิจกรรมการละเล่น คื อ F่อนìา Ìดยจะประเมินผล
กิจกรรมจากการมีa่วนร่วมuละความaนกaนานÌนการทากิจกรรมของนักเรียน
ขัน, ท่ี 2 ( ช่วงท่ี 1 Why / กระ#*้นสมอง-ีก-้าย) การวิเคราะìจากประaบการณ
( ) มีจดประaงคÌì้ นักเรียนวิเคราะìเกม F่ อนìา Ìดยครู กระต้นÌì้ผู้เรียนร่วมกั น
วิเคราะììาองคประกอบของanานทีF่อนตัวทีดีมีกิจกรรมuบ่งนั กเรียนเป นกล่มย่อย
uล้วÌì้ตอบคาnาม ดังนี
1. นักเรียนทีnูกìาพบเป นคนaดท้ ายทาอย่ าง¡รจงF่อนตัว¡ด้นานกว่าคนอ ืน
3. uìล่งF่อนตัวทีดีนัน มีลั กLณะเr่ น¡ร
5. uìล่งF่อนตัวทีดีมีลักLณะเÞพาะทีคล้ ายกันอย่ าง¡รบ้าง uละ
4. ลักLณะaาคัgดังกล่ าว มีความaาคัgต่อการดารงอยู่ของaัตวrนิดต่าง¸ อย่าง¡ร
ขัน, ท่ี 3 ( ช่วงท่ี 2 What / กระ#*้นสมอง-ีกขวา) การaะท้อนประaบการณออก
เป นuนวคิด มีจดประaงค Ìì้นักเรียนเìนความเr ือมÌยง ว่าประaบการณที ที¡ด้เรียนรู้
จากการเล่ นF่อนìา อาจมีความคล้ายกั นกับaัgrาติgาณการF่อนตัวของaัตวrนิดอ ืน¸
Ìดยครูจัดกิจกรรมuบ่งนั กเรียนเป นกล่ม uต่ละกล่มÌr้ ความรู้ ที¡ด้มาเกียวกั บuìล่งF่อน
ตัวทีดี เพ ือìาตาuìน่งทีน่ าจะเป นทีF่อนของaัตวrนิดทีครู¡ด้กาìนดÌì้มา อาจเป น
uมลงตัวจิว กระรอก กระต่าย ìรือaัตว ทีขนาดÌìg่ขน นักเรียนuต่ละคนวาดnาพ
บรรยายลักLณะuìล่งF่อนตัวทีพวกเขาพบ uละคิดว่าเป นuìล่งทีF่อนตัวทีaมบู รณ
uบบทีaด จากนัน uลกเปลียนnาพร่างกันดู uละอrิบายเìตผลทีเลือกuìล่งทีF่อนนัน ¸
aิงทีนักเรียนจะ¡ด้รับจากกิจกรรมนี ค ื อความเข้าÌจÌนuนวคิดเร ืองการปรับตัว (เรียนรู้
ว่าaัตวrนิดต่าง¸ จะปรับตัวเพ ือความอยู่รอด Ìดยการเลือกanานทีอาuัยที ปลอดnัยจาก
uัตรู)
ขัน, ท่ี 4 ( ช่วงท่ี 2 What / กระ#*้นสมอง-ีก-้าย) การพัuนาทqL_ีuละuนวคิด
มีจดประaงคÌì้ นักเรียนเข้าÌจว่าทีF่อนตัวของaัตวa่งผลต่อกระบวนการคัดเลือกÌดย
rรรมrาติ อย่าง¡ร ÌดยครูจะบรรยายเพิมเติมÌนเร ืองuìล่งทีF่อนตามrรรมrาติของaัตว
uละเร ืองกระบวนการคัดเลือกÌดยrรรมrาติ จัดเตรียมìาìนังaือ บทความ รูปnาพ
¬ล¬ ทีเกียวข้อง aอนuนวคิดต่าง¸ uละคาuัพทเÞพาะทางวิrาการ รวมทัง Ìì้นั กเรียน
ค้ นìาความรู้จากuìล่งอ ืน¸ เพ ือทบทวนuนวคิดเร ือง การปรั บตัวเพ ือความอยู่ รอดของ
aัตว uละพิจารณาว่าuนวคิดดังกล่าวเกียวเน ืองกับกระบวนการคัดเลือกÌดยrรรมrาติ
อย่าง¡ร
ขัน, ท่ี 5 ( ช่วงท่ี 3 How / กระ#*้นสมอง-ีก-้าย) ดาเนินการปฏิบัติตามuนวคิด มี
จดประaงคเพ ือÌì้uนวทางเrิงปฏิบั ติ uละuนวคิดเกียวกับกระบวนการคัดเลือกÌดย
rรรมrาติuก่ นักเรียน มีกิจกรรมตอบคาnามจากuบบu กìัดเพ ือทบทวนuนวคิดuละ
ความรู้ที¡ด้ uละÌì้ นักเรียนมองìาทีF่อนของaัตวทีบ้านìรือบริเวณละuวกบ้านตน
เขียนรายงานaิงทีพบเจอ เขียนnาพเกียวกับการค้นพบนามาเล่ าaู่กันuั ง
ขัน, ท่ี 6 ( ช่วงท่ี 3 How / กระ#*้มสมอง-ีกขวา) การต่อเติมเaริมuต่งaร้างองค
ความรู้ด้วยตนเอง มีจดประaงค Ìì้นักเรียนÌr้ความคิดaร้างaรรค ประยกตÌr้ aิงที¡ด้
เรียนรู้มา Ìดยมีกิจกรรมงานกล่ม นั กเรียนaร้ างaัตวÌนจินตนาการทีaามารnF่อนตัวÌน
rัน เรียน¡ด้อย่างuนบเนียน นักเรียนลงมือวาดnาพเท่าขนาดของจริง
ขัน, ท่ี 7 ( ช่วงท่ี 4 If / กระ#*้นสมอง-ีก-้าย) การวิเคราะìuนวทางทีจะนา¡ปÌr้
Ìì้เกิดประÌยrน uละเป นuนวทางaาìรั บการเรียนรู้เพิมเติมต่ อ¡ป มีจดประaงค Ìì้
นักเรียนต่ อเติมÌครงงานaัตวÌนจินตนาการของตนเอง uละÌr้ความรู้ ที¡ด้เรียนมาเกียว
กับกระบวนการคัดเลือกÌดยrรรมrาติ ÌดยจัดกิจกรรมÌì้นั กเรียนเขียนบรรยายnาพ
ลักLณะaาคัg¸ ของaัตวÌนจินตนาการ เr่น ขนาด รู ปร่าง aี ลักLณะพิเuLอ ืน¸ เปิ ด
ÌอกาaÌì้เพ ือนต่ างกล่ม วิจารณว่าaัตวทีaร้างขนมา จะF่อนตัวÌนì้องเรียน¡ด้ดีเพียงÌด
uละทา¡ม
ขัน, ท่ี 8 ( ช่วงท่ี 4 If / กระ#*้นสมอง-ีกขวา) การuลกเปลียนประaบการณ uละ
ประเมินaิงที¡ด้เรียนรู้มา มีจดประaงคเพ ือประเมินuละทดaอบaิงทีเรียน¡ปuล้ว มี
กิจกรรมÌì้ นักเรียนaร้างaัตวจาลองจากกระดาL ลองนา¡ปF่อนnายÌนì้องเรียน uละ
Ìì้เพ ือนคนอ ืน¸ r่ วยกันค้นìา ร่วมกั นอnิปรายความยากง่ายÌนการìาaัตวจาลอง
uต่ละuบบ ลองดัดuปลงuก้¡ขuละทาการF่อนÌìม่ อาจrักrวนผู้เรียนจากì้องอ ืน¸ Ìì้
มาลองร่วมกิจกรรมการค้นìา
บทบาทของครูย่อมเปลียน¡ปทกครัง ทีเปลียนวิrีaอนตามวงจร Ìนเaีย วuรก
ครู จะaร้างaรรคประaบการณuล้วนา¡ปaู่การอnิปรายปั gìาของประaบการณนัน ¸ Ìน
เaีย วทีaอง ครูuaดงตัวเป นผู้ป้ อนข้อมูล เaีย วทีaาม ครูเปลียนบทบาทเป นผู้rีu นะ
r่วยเดกu กuนÌนa่วนทีจาเป นต้องเรียน Ìนเaีย วทีaดท้ ายครูจะเป นผู้ประเมินผลรวม
ทัง เป นผู้F่อมเaริม uละเป นuìล่งข้อมูลÌì้ เดก¡ด้ค้นพบตนเองuละการเรียนของเขาเอง
การจัดการaอนÌì้aอดคล้องuละคานงnงการทางานของระบบaมอง เป นวิrี ที
ดาเนิ น¡ปตามrรรมrาติ Ìดยทีครู¡ม่จาเป นต้ องมีความrานาgพิเuLuต่อย่างÌด uต่
aามารnทาÌì้เกิดบรรยากาuuì่งการเรียนรู้ทีaนกaนานเตมตามuักยnาพของผู้เรียน
a่งผลÌì้ผู้เรียนมี ทัuนคติ ทีดีต่อการเรียน uละเกิดการเรียนรู้¡ด้อย่างต่อเน ือง¡ม่รู้จบ
การเรียนการaอนเริมต้นเม ือ ค ณผู้เป นครูaามารnเรียนรู้จากผู้เรียน¡ด้จากการ
ทีเราaมมติเอาตัวเอง¡ปเรียนรู้อย่ างเดก เพ ือทีจะทาความเข้าÌจว่าพวกเขา เรียนìรือ
เข้าÌจอะ¡ร uละวิrีÌดทีเขาเข้าÌจมัน¡ด้

You're Reading a Free Preview

Download
scribd
/*********** DO NOT ALTER ANYTHING BELOW THIS LINE ! ************/ var s_code=s.t();if(s_code)document.write(s_code)//-->