ไปเปตเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อผลการวิเคราะห์ ไปเปตต้องได้รับการสอบ
เทีย บเป็ น ระยะตามความเหมาะสมเพื่อ ให้ มั่ นใจว่าสามารถวัด ปริมาตรได้อย่างถูกต้ อง ในแต่ล ะปีส ถาบั น วิจั ย
วิ ท ยาศาสตร์ ส าธารณสุ ข ต้ อ งเสี ย ค่ า ใช้ จ่ า ยในการสอบเที ย บไปเปตเป็ น จำนวนเงิ น หลายแสนบาท โดยใน
ปีงบประมาณ 2559 มีการใช้งานไปเปตจาก 19 ห้องปฏิบัติการ เป็นจำนวน 626 เครื่อง คิดเป็นค่าสอบเทียบ
ประมาณ 3.4 แสนบาท จากนโยบายการสอบเทียบเครื่องมือของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขที่ให้พิจารณา
สอบเทีย บตามความเหมาะสมเพื่ อลดค่าใช้จ่ายในการสอบเที ยบ ประกอบกับข้อกำหนดจากหน่ว ยงานรับ รอง
ความสามารถทางห้ องปฏิบั ติการตามมาตรฐานสากล ISO 15189 และ ISO 17025 ที่ยอมรับผลการสอบเทียบ
เครื่องมือให้สามารถดำเนินการสอบเทียบได้เอง (In-house calibration) โดยต้องจัดให้มีการคำนวณหาค่าความไม่
แน่นอนของการวัดด้วย
คณะทำงานจัดการสอบเทียบและทวนสอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ของสถาบั นวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
ในปีงบประมาณ 2560 จึงได้ริเริ่มจัดตั้งห้องปฏิบัติการสอบเทียบไปเปตและดำเนินการสอบเทียบไปเปตภายใน
สถาบันฯ โดยการเตรียมความพร้อมประกอบด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการสอบเทียบและบำรุงรักษา
ไปเปต การหาค่าความไม่แน่นอนของการวัด และการอ่านใบรับรองผลการสอบเทียบ นอกจากนี้มีการจัดเตรียม
เครื่องมือและสถานที่สำหรับสอบเทียบไปเปต การพัฒนาทักษะความสามารถของบุคลากรเพื่อเป็นนักสอบเทียบ
ไปเปตประจำแต่ละหน่วยงาน ต่อมาคณะทำงานฯ ประจำปีงบประมาณ 2561-2563 ได้สานต่อภารกิจดังกล่าวโดย
มีการจัดอบรมทบทวนและฟื้นฟูความรู้ด้านการสอบเทียบไปเปต ดูแลบำรุงรักษาเครื่องมือและห้องปฏิบัติการสอบ
เที ย บไปเปต และจั ด ให้ มี ก ารทดสอบความสามารถของนั ก สอบเที ย บรุ่น เดิ ม และรุ่ น ใหม่ ก่ อ นมอบใบรั บ รอง
ความสามารถ เพื่อให้บุคลากรสามารถปฏิบัติหน้าที่สอบเทียบไปเปตประจำหน่วยงานได้อย่างต่อเนื่อง มีความถูก
ต้อง แม่นยำ
ในคู่มือฉบับนี้มีเนื้อหาประกอบด้วยความเป็นมาของการจัดตั้งห้องปฏิบัติการสอบเทียบไปเปต เทคนิคการ
ใช้ Piston pipette ความรู้ พื้ น ฐานในการสอบเที ย บ วิ ธี ส อบเที ย บไปเปตตามมาตรฐาน ISO 8655-6 การ
ประเมินผลการสอบเทียบ และอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อเป็น แหล่งความรู้และเป็นแนวทางเบื้องต้นในการสอบเทียบไปเปต
ภายในแต่ ล ะหน่ ว ยงาน ซึ่ งจากผลการดำเนิ น งานตั้ งแต่ ปี 2560 เป็ น ต้ น มา พบว่ าสถาบั น วิ จั ย วิ ท ยาศาสตร์
สาธารณสุขมีการสอบเทียบไปเปตไปแล้ว 805 เครื่อง สามารถประหยัดงบประมาณสอบเทียบไปได้สูงถึง 4.4 แสน
บาท คณะทำงานฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เนื้อหาในคู่มือฉบับนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่ใช้ไปเปตในการปฏิบัติงาน และ
หน่วยงานที่มีความประสงค์จะดำเนินการสอบเทียบไปเปตภายในหน่วยงาน
คณะทำงานจัดการสอบเทียบและทวนสอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์
ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ปีงบประมาณ 2564
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข i
หน้า
คำนำ............................................................................................................................. .............................. i
สารบัญ............................................................................................................................. ........................... ii
ความเป็นมาของการจัดตั้งห้องปฏิบัติการสอบเทียบไปเปตของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข....... 1
ความรู้พื้นฐานในการสอบเทียบ Piston pipette
ชนิดของ Piston pipette................................................................................................................... 6
เทคนิคการใช้ Piston pipette ที่ถูกต้อง............................................................................................ 8
เทคนิคการไปเปตขั้นพื้นฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของการไปเปต........................................ 8
มาตรฐานสากล ISO 8655: 2002 (E) ............................................................................................... 10
เครื่องชั่งที่ใช้ในการสอบเทียบPiston pipette.................................................................................. 11
ปัจจัยที่มีผลต่อการสอบเทียบ Piston pipette (systematic factor) ........................................... 12
วิธีสอบเทียบ Piston pipette ภายในหน่วยงาน (In-house calibration)
ด้วย Gravimetric method ภายใต้มาตรฐาน ISO 8655-6: 2002 (E)
เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ ................................................................................................................. 13
เงื่อนไขในการสอบเทียบ..................................................................................................................... 14
วิธีการสอบเทียบ................................................................................................................................. 15
การประเมินผลการสอบเทียบ Piston pipette
กำหนดเกณฑ์การยอมรับ................................................................................................................... 21
การพิจารณาผลสอบเทียบที่ได้........................................................................................................... 21
การเปรียบเทียบผลสอบเทียบที่ได้กับเกณฑ์การยอมรับ.................................................................... 22
การสรุปผลการสอบเทียบ.................................................................................................................. 23
การพิจารณาการใช้งาน Piston pipette หากผลการสอบเทียบไม่ผ่านเกณฑ์การยอมรับ................ 23
การควบคุมคุณภาพของผู้สอบเทียบ Piston pipette.............................................................................. 28
การตรวจสอบระหว่างการใช้งาน (Intermediate check) ..................................................................... 30
ภาคผนวก
(ก) ภาพกิจกรรม................................................................................................................................ 31
(ข) คณะทำงานจัดการการสอบเทียบและทวนสอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์
ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ปีงบประมาณ 2560-2564......................................... 38
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ii
เมื่อปีงบประมาณ 2559 และ 2560 คณะทำงานจัดการการสอบเทียบ ทวนสอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ของ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการสอบเทียบไปเปตเพื่อ
ดำเนินการสอบเทียบไปเปตภายในหน่วยงาน (In-house calibration) ตามมาตรฐาน ISO 8655-6 โดยระยะแรก
ได้จัดหาสถานที่สำหรับ สอบเทียบไปเปตและเตรียมเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น จากนั้นได้ จัดการอบรม
เกี่ยวกับ ไปเปต จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ การสอบเทียบและบำรุงรักษา Piston pipette จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 - 31
มีนาคม 2559 และเรื่องการหาค่าความไม่แน่นอนและการอ่านใบรับรองผลการสอบเทียบ Piston pipette ซึ่งจัด
ขึ้น 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 14 ธันวาคม 2559 และครั้งที่ 2 วันที่ 22 ธันวาคม 2559 การฝึกอบรมมีทั้งภาคบรรยาย
และภาคปฏิบัติ ซึ่งได้แก่ การสอบเทียบ Piston pipette การฝึกใช้โปรแกรม Excel คำนวณพารามิเตอร์ที่สำคัญ
ต่างๆ เช่น Systematic error, Random error และ Expanded uncertainty เป็นต้น ในระยะต่อมาได้ผลิตนัก
สอบเทียบที่มาจากห้องปฏิบัติการต่างๆ ภายในสถาบันฯ โดยการสอบปฏิบัติและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคัดเลือกผู้ที่
ผ่านเกณฑ์ และได้มอบใบรับรองความสามารถ
การจัดสภาวะแวดล้อมของสถานที่สอบเทียบ
- ไม่มีกระแสลม
- อุณหภูมิคงที่ และอยู่ในช่วง 15–30 C (± 0.5 C)
- ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) 50% ขึ้นไป
วัสดุ อุปกรณ์ ได้แก่
- เครื่องชั่งที่มีความละเอียด 1 ไมโครกรัม (ทศนิยม 6 ตำแหน่ง)
- ไปเปตอ้างอิงที่ผ่านการสอบเทียบแล้ว
- เครื่องวัดความชื้น
- เครื่องวัดอุณหภูมิ
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 1
กว่าจะมาเป็นนักสอบเทียบไปเปตของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
เมษายน 2560 เป็นต้นไป กลุม่ /ฝ่าย/งาน
Step 8 สอบเทียบไปเปตด้วยตนเอง
Step 7
มีนาคม 2560 จัดทำ SOP,
Step 6 แบบบันทึก และสติกเกอร์
กุมภาพันธ์ 2560 เตรียมความ สอบเทียบ ประชุมชี้แจงก่อน
พร้อมห้องสอบเทียบ จัดทำระเบียบ สอบเทียบ
การใช้งานและตารางจองใช้ห้อง
Step 5
Step 4 มกราคม 2560 มอบใบรับรอง
ธันวาคม 2559 เชิญ อ.ทรงพล จากบริษัท ความสามารถในการสอบเทียบ
เมทเล่อร์ฯ และ อ.นงลักษณ์ จากสถาบัน ไปเปตตามมาตรฐาน ISO 8655
มาตรวิทยา ให้การอบรมเรื่องการคำนวณ
ค่าความไม่แน่นอนของการวัด การอ่านใบ
รับรอ และประเมินผลสอบเทียบไปเปต
Step 3
ตุลาคม-ธันวาคม 2559 สอบภาคปฏิบัติ
รอบที่ 2 สำหรับผู้ทไี่ ม่ผ่านรอบที่ 1 และ
ผู้สมัครเพิ่มเติม
Step 2
มีนาคม-กันยายน 2559 สอบภาคปฏิบัติ
รอบที่ 1 สอบเทียบที่ปริมาตร 2, 20,
200 และ 1,000 ul โดยใช้ไปเปตอ้างอิง
ที่ผ่านการสอบเทียบภายใต้ ISO 8655
มีนาคม 2559 เชิญวิทยากร อ.ทรงพล จากบริษัท
Step 1 เมทเล่อร์ฯ ให้การฝึกอบรมการสอบเทียบไปเปต
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 2
ช่วงเวลาดำเนินงานจัดตั้งห้องปฏิบัติการสอบเทียบ Piston pipette
วันที่ 24 – 25 มีนาคม 2559 เชิญวิทยากรจากบริษัท เมทเล่อร์ โทลีโด (ประเทศไทย) จำกัด อาจารย์
ทรงพล ทรงสิทธิโชค ให้การฝึกอบรมในหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานของการบำรุงรักษาและสอบเทียบ ไปเปต”
เนื้อหาหลักสูตรประกอบด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติใน 3 ฐานความรู้ได้แก่
ฐานที่ 1 การดูแลรักษาไปเปตอย่างถูกวิธี การถอดทำความสะอาด
ไปเปตและการทดสอบ Leak test กับเครื่องมือทดสอบการรั่ว
ฐานที่ 2 การทดสอบค่าปริมาตรของไปเปตกับเครื่องชั่งเพื่อตรวจสอบ
ความถูกต้องและแม่นยำของไปเปต
ฐานที่ 3 การตรวจสอบไปเปตที่ปริมาตร 200 l ด้วยเครื่องชั่งและโปรแกรมสอบเทียบตามมาตรฐาน
ISO 8655: 2002
จากนั้นสถาบันวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ได้มอบใบประกาศนียบัตรให้กับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจำนวน 55 คน
จากห้องปฏิบัติการ 29 กลุ่ม/ฝ่าย/งาน
เดือนมีนาคม – กันยายน 2559 สอบคัดเลือกภาคปฏิบัติรอบที่ 1 ให้ผู้อบรมสอบเทียบไปเปตด้วยวิธี
Gravimetric ตามมาตรฐานของ ISO 8655: 2002 จำนวน 4 ปริมาตร ได้แก่ 2, 20, 200 และ 1,000 l โดยใช้
ไปเปตอ้างอิงที่ผ่านการสอบเทียบภายใต้มาตรฐาน ISO 8655: 2002 มีผู้เข้าสอบภาคปฏิบัติจำนวน 47 คน มี
ผู้สอบผ่านครบทั้ง 4 ปริมาตร จำนวน 19 คน
เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2559 สอบคัดเลือกภาคปฏิบัติรอบที่ 2 โดยให้ผู้อบรมที่ไม่ผ่านการสอบภาคปฏิบัติ
ในรอบแรก และผู้ที่สมัครเข้ารับการสอบภาคปฏิบัติเพิ่มเติม เข้ารับการสอบภาคปฏิบัติ จำนวน 33 คน มีผู้สอบ
ผ่านจำนวน 14 คน
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 3
เดือนธันวาคม 2559
• วันที่ 14 ธันวาคม 2559 เชิญวิทยากร อาจารย์ทรงพล ทรงสิทธิโชค จากบริษัท เมทเล่อร์ โทลีโด (ประเทศ
ไทย) จำกัด ให้การอบรมเรื่องการทวนสอบและอ่านค่าใบรายงานผลสอบเทียบไปเปต
• วันที่ 22 ธันวาคม 2559 เชิญวิทยากร อาจารย์นงลักษณ์ ตั้งไพศาลกุล จากสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ให้
การอบรมเรื่องต่างๆ ดังนี้
การหาค่าความไม่แน่นอนจากการวัด (Uncertainty of measurement)
การประเมินผลสอบเทียบเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการนำไปเปตไปใช้งาน
ฝึกการคำนวณหาค่า Uncertainty ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 โดยใช้โปรแกรมเอกเซล
ตรวจสอบผลสอบเทียบระหว่างผู้สอบเทียบแต่ละคนโดยใช้ En ratio
มีผู้ผ่านการฝึกอบรมและได้รับใบรับรอง จำนวน 45 คน
เดือนมกราคม 2560 อาจารย์ทรงพล คำนวณค่า Safety factor ของผลสอบเทียบของผู้ที่ผ่านการคัดเลือก
ในการสอบภาคปฏิบัติ จำนวน 40 คน เพื่อพิจารณาคุณภาพของการสอบเทียบ เกณฑ์ที่กำหนดคือ Safety factor
2 มีผู้ผ่านเกณฑ์และได้รับใบรับรองความสามารถในการสอบเทียบไปเปตตามมาตรฐาน ISO 8655: 2002 จาก
บริษัท เมทเล่อร์ โทลีโด (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 33 คน
เดือนกุมภาพันธ์ 2560 เตรียมความพร้อมห้องสอบเทียบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่
เทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดอุณหภูมิน้ำที่ใช้สอบเทียบ
เทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดอุณหภูมิห้องสอบเทียบ
เครื่องวัดความชื้น
น้ำกลั่นสำหรับสอบเทียบ
2. จัดทำระเบียบการใช้ห้อง
3. จัดทำตารางจองใช้ห้อง
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 4
เดือนมีนาคม 2560
จัดทำ SOP การสอบเทียบ Piston pipette, แบบบันทึกต่างๆ และสติกเกอร์สอบเทียบ
จัดประชุมนักสอบเทียบประจำกลุ่ม/ฝ่าย/งาน ก่อนสอบเทียบไปเปต ดังนี้
▪ ทำความเข้าใจรายละเอียดใน SOP การสอบเทียบไปเปต
▪ ชี้แจงขั้นตอนและระเบียบการใช้งานห้องสอบเทียบไปเปต
▪ ฝึกการใช้งานโปรแกรมเอกเซลเพื่อคำนวณผลสอบเทียบ
เดือนเมษายน 2560 เป็นต้นไป กลุ่ม/ฝ่าย/งาน สอบเทียบไปเปตด้วยตนเอง
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 5
การตรวจสอบประสิทธิภาพการทํางานของ Piston pipette ถือเป็นปัจจัยสําคัญของการใช้งานเครื่องมือ
วัด ซึ่งมีความสําคัญอย่างยิ่งในห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ เพื่อเฝ้าระวังความถูกต้องของ Piston pipette ช่วย
ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานประจำวัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในผลการวัดให้มีความถูกต้อง แม่นยํา และมีความ
มั่นใจในการใช้งาน รวมถึงการรายงานผลวิเคราะห์
การทดสอบและการสอบเทียบ Piston pipette นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการประกันปริมาตรของ
ของเหลวที่ถูกต้องในการทดสอบ การที่จะมั่นใจว่า Piston pipette ที่ใช้งานอยู่ภายในขีดจำกัดที่ยอมรับได้นั้น
จำเป็นต้องมีการทดสอบอย่างสม่ำเสมอ และต้องมีการบันทึกข้อมูลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้แน่ใจว่าผลต่างๆ สามารถ
ตรวจสอบย้ อนกลั บ ได้ นอกจากนี้ ความถูกต้องแม่นยำของ Piston pipette ยังส่ งผลโดยตรงต่อกระบวนการ
ประกันคุณภาพภายในหน่วยงาน
ชนิดของ Piston pipette
Piston pipette หรือเรียกในชื่ออื่นว่า ไมโครไปเปต (Micropipette) หรือ ออโต้ไปเปต (Autopipettes)
เป็นเครื่องมือที่มีลูกสูบ (Piston) อยู่ภายในตัวเครื่องและใช้หลักการของลูก สูบในการดูดและปล่อยของเหลวหรือ
สารละลายปริ ม าตรน้ อ ยๆ สามารถจำแนกตามหลั ก การทำงานเป็ น 2 ระบบ คื อ Air-displacement และ
Positive-displacement โดยระบบ Air displacement (Type A) จะใช้หลักการแทนที่อากาศ ตามปริมาตรที่ถูก
กำหนดไว้ ใช้กับตัวอย่างที่เป็นของเหลวและใช้ในห้องปฏิบั ติการทั่วไป ภายในตัว Piston pipette จะมีอากาศอยู่
ระหว่างลูกสูบกับของเหลว และลูกสูบเป็นชนิดถาวร ส่วนระบบ Positive displacement (Type D) จะมีหลักการ
ทำงานเช่นเดียวกับหลอดฉีดยา (Syringe) ใช้กับตัวอย่างที่มีความหนืด สารพวก Radio-active และสารที่ทำให้เกิด
สนิม ลูกสูบจะสัมผัสกับของเหลวโดยตรง ลูกสูบเป็นชนิดที่ไม่ถาวรสามารถเปลี่ยนได้
Air-displacement pipette Positive-displacement pipette
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 6
Tip ของ Piston pipette แต่ละชนิด
Air-displacement Positive-displacement
ส่วนประกอบของ Piston pipette (Air displacement pipette: ชนิดทีใ่ ช้อากาศแทนที่)
โดยทั่ ว ไป Piston pipette จะมี ส่ ว นประกอบ เช่ น หน้ าปั ด บอกปริม าตร (Volume meter), ปุ่ มปรับ
ปริ ม าตร (Volume adjustment dial), ปุ่ ม กด (Push-button), ปุ่ ม ดี ด ทิ ป (Tip-ejector button), ส่ ว นดี ด ทิ ป
(Tip-ejector), Piston, Seal (O-ring) เป็นต้น
ที่มา: http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/balances/volumetric_equipment/pipette.htm
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 7
เทคนิคการใช้ Piston pipette ที่ถูกต้อง
1. กดปุ่มจาก Top 1st Stop เพื่อเตรียมดูดน้ำ กำหนดพื้นที่ของอากาศที่ใช้ดูดน้ำ แล้วจุ่มทิปลงในน้ำ
2. ปล่อยปุ่มจาก 1st Stop Top เพื่อดูดน้ำขึ้นมาในทิป
3. กดปุ่มจาก Top 1st Stop เพื่อปล่อยน้ำลงภาชนะรองรับ โดยต้องให้ปลายทิปแตะที่ ผิวภาชนะ
ในขั้นนี้น้ำบางส่วนจะยังค้างอยู่ที่ปลายทิป
4. กดปุ่มจาก 1st Stop 2nd Stop เพื่อไล่น้ำที่ค้างอยู่ที่ปลายทิปให้หมด
5. ปล่อยปุ่มจาก 2nd Stop Top ให้ Micropipette กลับสู่ตำแหน่ง Top
ที่มา: http://www.euroscan.co.th/th/main/content.php?page=products&category=37&id=137
เทคนิคการไปเปตขั้นพื้นฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของการไปเปต
• การเลื อ กใช้ Piston pipette อยู่ ในช่ ว งปริ ม าตรที่ เหมาะสม คื อ ระหว่ า ง 35 % และ 100 % ของ
ปริมาตร สูงสุด แต่ไม่น้อยกว่า 10 % ของปริมาตรสูงสุด สามารถเพิ่มความแม่นยำได้มากถึง 1%
• การ “หมุน -ลง” เพื่อตั้งค่าปริมาตรที่ Piston pipette สามารถเพิ่มความแม่นยำได้มากถึง 0.5% เช่น
การหมุนปรับลง ให้หมุนตรงเลขที่ต้องการได้เลย แต่ถ้าหมุนปรับขึ้น ให้หมุนปรับเลยไป 1 ใน 3 แล้วจึง
หมุนปรับลงมายังเลขที่ต้องการ
• การถือ Piston pipette เอียงมีผลต่อแรงตึงผิว (Surface tension) ทำให้เกิดความแปรปรวนในการดูด
ของเหลวปริ ม าตรน้ อ ยๆ ดั ง นั้ น ขณะดู ด ของเหลวควรให้ Piston pipette ตั้ ง ฉากกั บ พื้ น แต่ ห าก
จำเป็นต้องเอียง ไม่ควรเอียงเกิน 20 องศา จากแนวระนาบ
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 8
• การดูดของเหลวโดยจุ่มปลายทิปด้วยความลึกที่เหมาะสม สามารถเพิ่มความแม่นยำได้มากถึง 5% โดยมี
เกณฑ์ดังนี้
ปริมาตร (µl) ความลึก (mm)
0.1-10 1-2
10-200 2-3
200-2000 3-6
มากกว่า 2000 6-10
• การดูดของเหลวอย่างรวดเร็ว จะทำให้ของเหลวที่ได้ไม่ครบปริมาตรตามที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
กรณีที่ O-ring ของลูกสูบมีการเสื่อมสภาพ ดังนั้นควรดูดของเหลวอย่างช้าๆและทิ้งระยะเวลาให้ทิปอยู่
ในของเหลวอย่างน้อย 1 วินาที หลังการดูดและยก Piston pipette ขึ้นอย่างช้าๆ
• การ Pre-rinse ทิ ป ก่อ นดู ดของเหลว สำหรับ การสอบเที ยบหรือ การปฏิ บั ติงาน สามารถเพิ่ ม ความ
แม่นยำได้มากถึง 0.2 %
การปล่อยของเหลว เพื่อช่วยให้ของเหลวถูกปล่อยออกจากทิปได้มากที่สุด มี 3 เทคนิค ได้แก่
➢ ใช้ปลายทิปแตะผนังด้านข้างผิวภาชนะ แล้วลากขึ้นอีกเล็กน้อย
➢ แตะของเหลวหยดสุดท้ายที่ติดปลายทิปกับผิวของของเหลวในภาชนะ เพื่อช่วยดึง
ของเหลวออกจากปลายทิป
➢ ปล่อยลงของเหลวที่อยู่ในภาชนะโดยตรง
ข้อควรระวังในการใช้ Piston pipette
• ถ้าดูดของเหลวแล้วพบว่ามีฟองอากาศปนเข้ามา ให้ดูดซ้ำใหม่
• การปล่อยปุ่มกด อย่างรวดเร็วอาจทำให้น้ำยาถูกดูดเข้าสู่ตัว Piston ทำให้เกิดความเสียหายและเกิดการ
ปนเปื้อนได้
• ไม่ควรปรับปริมาตรเกินขีดตํ่าสุดและสูงสุดของช่วงที่ Piston pipette กำหนดไว้
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 9
มาตรฐานสากล ISO 8655: 2002 (E)
ISO 8655: 2002 (E) ประกอบด้วยข้อกำหนดมาตรฐาน 6 เรื่องดังนี้
• ISO 8655-1 Piston-operated volumetric apparatus – Part 1: Terminology, general
requirements and user recommendations
• ISO 8655-2 Piston-operated volumetric apparatus – Part 2: Piston pipettes
• ISO 8655-3 Piston-operated volumetric apparatus – Part 3: Piston burette
• ISO 8655-4 Piston-operated volumetric apparatus – Part 4: Dilutors
• ISO 8655-5 Piston-operated volumetric apparatus – Part 5: Dispensers
• ISO 8655-6 Piston-operated volumetric apparatus – Part 6: Gravimetric methods for
the determination of measurement error
มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการสอบเทียบ Piston pipette คือ ISO 8655-2 และ ISO 8655-6
ISO 8655-6 เป็นการทดสอบ Piston pipette ด้วยวิธีกราวิเมตริก (Gravimetric method) เพื่อวัดความไม่
แน่นอนและการกำหนดความละเอียดของเครื่องชั่งที่จำเป็นสำหรับปริมาตรนั้นๆ น้ำที่ใช้ในการทดสอบจาก
ไปเปตจะฉีดเข้าสู่ภาชนะรองรับซึ่งตั้งอยู่บนเครื่องชั่งน้ำหนักและทำการชั่งน้ำหนัก ปริมาตรของของเหลวจะคำนวณ
โดยใช้ปั จ จั ย แก้ไข ซึ่งเกี่ย วข้องโดยตรงกั บ ความหนาแน่ นของน้ ำที่ใช้ในการทดสอบและทำการชดเชยสำหรับ
อุณหภูมิแวดล้อมและความดันบรรยากาศ โดยทั่วไปแล้วจะใช้การวัดจำนวนสิบครั้งต่อกันเพื่อหาค่าเฉลี่ย ความ
เบี่ ยงเบนมาตรฐานหรือการกระจายของข้อมูลของผล เป็นสิ่งที่แสดงถึงความสามารถในการวัดซ้ำหรือความไม่
แน่นอนของไปเปตนั้น
สภาวะแวดล้อมในการสอบเทียบตามมาตรฐาน ISO 8655-6: 2002 (E) กำหนดดังนี้
• อุณหภูมิอยู่ในช่วง 15 - 30 องศาเซลเซียส
• ความชื้นสัมพัทธ์ตั้งแต่ 50% RH ขึ้นไป
• อุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนแปลงไม่เกิน ± 0.5 องศาเซลเซียส
• น้ ำที่ใช้สอบเทีย บต้องใช้น้ ำกลั่น หรือ น้ำ DI (De-ionized water) grade 3 ที่ มีคุณ สมบัติตรงตาม
ข้อกำหนดของ ISO 3696: Water for analytical laboratory use - specification and test methods
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 10
เครื่องชั่งที่ใช้ในการสอบเทียบ Piston pipette
การสอบเทียบในแต่ละปริมาตรต้องใช้เครื่องชั่งที่มีความละเอียดตามหลักเกณฑ์ของ ISO 8655
ในการชั่งน้ำหนักที่น้อยถึง 1 µl นั้น ISO 8655 ระบุให้ใช้เครื่องชั่งน้ำหนักที่มีความละเอียดระดับไมโครกรัม
เพื่อให้ เป็ น ไปตามข้อกำหนด จึ งต้องเลื อกใช้งานเครื่องชั่งที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับการสอบเทียบ
Piston pipette เหมาะสำหรับการอ่านน้ำหนักของปริมาตรน้อยมาก โดยมีชุดดักการระเหยที่ช่วยลดการระเหย
ของน้ำที่จ่ายออกจากไปเปต ทำให้ ในการทดสอบเกิด การระเหยน้อยที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าผลที่ได้มีความถูกต้อง
แม่นยำมากขึ้นและลดเวลาที่ต้องรอให้เสถียร ชุดดักการระเหยจะเปิดโดยอัตโนมัติเมื่อไปเปตขวางลำแสง กลไกนี้
สนับสนุนการจัดการตามหลักการยศาสตร์เป็นอย่างมาก ช่วยลดความล้าของผู้ปฏิบัติงานที่ต้องทำงานซ้ำๆ กัน
การใช้เครื่องชั่ง
• โต๊ะวางเครื่องชั่ง นิยมใช้โต๊ะหินอ่อน เพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นได้
• ลมและความร้อนที่อาจเกิดจากแสงไฟ อุปกรณ์ทำความร้อน แสงอาทิตย์ และจากร่างกายมนุษย์ทำให้
เกิดอากาศร้อนลอยตัวสูงขึ้น และอากาศเย็นไหลเข้ามาแทนที่ พร้อมกับดันวัตถุขึ้น เมื่อชั่งจึงทำให้วัตถุชั่ง
ได้น้ำหนักน้อยกว่าปกติ
• การทำความสะอาด โดยใช้แปรงขน หากสกปรกมากให้ใช้แอลกอฮอล์ 70% เช็ดทำความสะอาด
• ตรวจสอบก่อนใช้งานเครื่องชั่งด้วยตุ้มน้ำหนักที่ผ่านการสอบเทียบ
• หลีกเลี่ยงการติดตั้งเครื่องชั่งบริเวณผู้คนเดินผ่าน
• เลือกใช้เครื่องชั่งให้เหมาะสมกับปริมาตรที่จะชั่ง เช่น ใช้เครื่องชั่งที่มีความละเอียด 7 ตำแหน่ง,
6 ตำแหน่ง หรือ 5 ตำแหน่ง ในการสอบเทียบ Piston pipette
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 11
ปัจจัยที่มีผลต่อการสอบเทียบ Piston pipette (Systematic factor)
การตรวจสอบความถูกต้องและความแม่นยำในการดูดปล่ อยปริมาตรของ Piston pipette อาจมาจาก
ปัจจัยต่าง ดังนี้
1. Piston pipette
• ทำการบำรุงรักษาไปเปตให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ มีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดและอยู่ในเกณฑ์ที่
กำหนด เช่น ถอดชิ้นส่วนมาทำความสะอาดคราบสกปรกที่เกาะติดภายในและอาจทำให้ รูไปเปตตัน
เปลี่ยน O-ring ทีฉ่ กี ขาดและกลไกลูกสูบเสื่อม เป็นต้น
• คัดเลือก Piston pipette ที่มีความผิดพลาดในการดูดปล่อยของเหลวเกินกว่าช่วงที่ยอมรับได้
ออกจากการใช้งานในการตรวจวิเคราะห์ที่ต้องการความถูกต้อง และความแม่นยำสูง
2. Tips
• ใช้ Tips คุณภาพดีที่สามารถสอบกลับ (Traceability) ได้
• ใช้ Tip เหมาะกับชนิดของ Piston pipette
3. ผู้ใช้งาน
• การฝึกอบรม
• ทักษะไม่ถูกต้อง เช่น จุ่มปลาย Tip ลงไปในของเหลวลึกเกินไป ไม่เช็ดของเหลวที่ติดอยู่
ด้านนอกของปลายไปเปต ดูดหรือปล่อยของเหลวเร็วเกินไป
4. สภาพแวดล้อม
• ความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 50 % RH
• ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วง 21.5 ± 1 องศาเซลเซียส
• การสั่นสะเทือนที่น้อยที่สุด ช่วยทำให้เกิดความแม่นยำสูง
วิธีการประเมินผลและเครื่องมือ
ความผิดพลาดในการดูดปล่อยของเหลวของ Piston pipette มีผลโดยตรงต่อความผิดพลาดของผลการ
ตรวจวิเคราะห์ ดังนั้นจึงมีความจําเป็นในการตรวจสอบปริมาตรของ Piston pipette เพื่อ
1. ตรวจสอบความถูกต้อง (Accuracy) ของปริมาตร โดยการคํานวณหาค่าความแตกต่างจากปริมาตรจริง
( % Deviation from expected volume) จากสูตร
2. ตรวจสอบความแม่นยําในการดูดปล่อยซ้ำ (Reproducibility) โดยการคํานวณหาค่าสัมประสิทธิ์ ความ
แปรปรวน ( % Coefficient of variation, CV) จากสูตร
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 12
เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์
1. Piston pipette ที่ตอ้ งการสอบเทียบ
2. Tip ใหม่
3. นาฬิกาจับเวลา
4. ภาชนะสำหรับวางบนจานเครื่องชั่งเพื่อรองรับน้ำที่นำมาชั่ง หากสอบเทียบที่ปริมาตรน้อยๆ ควรใช้ภาชนะ
ดังนี้
• อัตราส่วนของความสูง : เส้นผ่านศูนย์กลางของภาชนะ ควรเป็น 3 : 1 และควรใช้ฝาปิดภาชนะ
• ติดตั้งอุปกรณ์ดักจับการระเหย (Evaporation trap) ช่วยลดการระเหยของน้ำ (เครื่องชั่งบางรุ่น
ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวไว้ภายในตัวเครื่อง)
5. ภาชนะสำหรับใส่น้ำที่ใช้สอบเทียบ
6. น้ำกลั่นหรือน้ำปราศจากไอออน (Deionized water)
Piston pipette Tip นาฬิกาจับเวลา
ภาชนะทรงสูง น้ำกลั่นหรือน้ำ Deionized
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 13
Evaporation trap ชนิดต่างๆ
เครื่องมือมาตรฐาน
1. เครื่องชั่งที่ผ่านการสอบเทียบแล้ว และมีความละเอียดตามหลักเกณฑ์ของ ISO 8655
2. เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิน้ำที่ผ่านการสอบเทียบแล้ว และมีค่า Uncertainty 0.2 C
3. เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิห้องที่ผ่านการสอบเทียบแล้ว และมีค่า Uncertainty 0.2 C
4. เครื่องวัดความชื้นที่ผ่านการสอบเทียบแล้ว และมีค่า Uncertainty 10%
เงื่อนไขในการสอบเทียบ
1. เลือกใช้เครื่องชั่งให้เหมาะสมกับปริมาตรที่สอบเทียบ
2. การจัดสภาวะแวดล้อมของสถานที่สอบเทียบ
- ไม่มีกระแสลม
- อุณหภูมิคงที่ และอยู่ในช่วง 15–30 C (± 0.5 C)
- ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative humidity) 50% ขึ้นไป
3. การเตรียมพร้อมก่อนสอบเทียบ
ก่อนทำการสอบเทียบ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และน้ำที่จะใช้ในการสอบเทียบต้องถูกนำมาเก็บไว้ใน
ห้องสอบเทียบเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์มีความสมดุลกับสภาวะของห้อง
4. สภาวะระหว่างสอบเทียบ
- อุณหภูมิน้ำที่ใช้ชั่งน้ำหนักระหว่างการสอบเทียบตั้งแต่ครั้งที่ 1-10 ควรต่างกันไม่เกิน 0.2C
- ความชื้นสัมพัทธ์ระหว่างการชั่งน้ำหนักน้ำตั้งแต่ครั้งที่ 1-10 ควรต่างกันไม่เกิน 10%
5. การวัดการระเหยของน้ำ (Evaporation)
ในขณะสอบเทียบ น้ำจะมีการระเหยตลอดเวลาขึ้นอยู่กับความชื้นในห้ องสอบเทียบ การสอบเทียบที่
ปริมาตรน้อยๆ ปริมาณน้ำที่ระเหยในระหว่างสอบเทียบจะมีผลต่อความถูกต้องของน้ำหนักน้ำที่ชั่งได้ จึงต้องวัดการ
ระเหยของน้ำเมื่อสอบเทียบทีป่ ริมาตรต่ำกว่า 50 µl
6. เวลาที่ใช้ในการสอบเทียบต่อรอบ (Test cycle time)
1 รอบของการชั่งน้ำหนัก (เวลาที่ใช้ในการชั่งปริมาตรน้ำในแต่ละครั้ง) จะต้องใช้เวลาไม่เกิน 60 วินาที
7. ปริมาตรที่สอบเทียบ
• ไปเปตแบบปรับปริมาตรไม่ได้ (Fixed-volume) สอบเทียบที่ปริมาตรที่ไปเปตนั้นกำหนดไว้
• ไปเปตแบบปรับปริมาตรได้ (Variable-volume) สอบเทียบที่ 3 ปริมาตร ดังนี้
๏ 10% ของ Nominal volume
๏ 50% ของ Nominal volume
๏ 100% ของ Nominal volume
หมายเหตุ : ปริมาตรที่สอบเทียบขึ้นกับสเปคของผู้ผลิตด้วย เช่น ยี่ห้อ Gilson รุ่น P200 กำหนดให้เริ่ม
สอบเทียบที่ 25% ของ Nominal volume คือ 50 µl
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 14
8. ความลึกในการจุ่ม Tip ลงในของเหลว
ช่วงปริมาตร ความลึก
0.1 – 10 µl 1 – 2 มิลลิเมตร
10 – 200 µl 2 – 3 มิลลิเมตร
200 – 2000 µl 3 – 6 มิลลิเมตร
2000 µl ขึ้นไป 6 - 10 มิลลิเมตร
วิธีการสอบเทียบ
1. บันทึกอุณหภูมิของห้องสอบเทียบ อุณหภูมิของน้ำและความชื้นสัมพัทธ์ของห้องก่อนทำการสอบเทียบ
2. นำภาชนะวางบนจานเครื่องชั่ง เติมน้ำให้มีระดับความลึกอย่างน้อย 3 มิลลิเมตร
3. เตรียม Piston pipette ปรับปริมาตรที่ต้องการสอบเทียบ
4. ใส่ Tip ที่พอดีกับไปเปต ดูดน้ำกลั่นขึ้นลง 2-3 ครั้งเพื่อปรับสภาพ Dead air volume (ช่องอากาศที่อยู่
ระหว่างกระบอกลูกสูบกับผิวน้ำ) ให้สมดุลกับอากาศภายนอก และเพื่อให้พื้นที่ผิวภายใน Tip ถูกเคลือบด้วยน้ำ
5. เริ่มจับเวลาในการสอบเทียบ ตั้งแต่ชั่งน้ำหนักน้ำครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 10 (ในกรณีที่สอบเทียบที่ปริมาตร
น้อยกว่า 50 µl)
6. กดปุ่มดูด-ปล่อย จากตำแหน่งเริ่มต้น (Ready position) มาที่ตำแหน่งที่ 1 (First step) ค้างไว้แล้วจุ่ม
ปลาย Tip ในแนวดิ่งลงในภาชนะใส่น้ำ ตามระดับความลึกที่เหมาะสม
7. ปล่อยปุ่มดูด-ปล่อย ช้าๆ ให้กลับมาที่ตำแหน่งเริ่มต้น (Ready position) แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1-2 วินาที
ยกปลาย Tip ขึ้นจากน้ำ
8. กดปุ่ม Tare ที่เครื่องชั่งให้เป็น 0
9. ค่อยๆ กดปุ่มดูด-ปล่อย ลงมาที่ตำแหน่งที่ 1 (First step) เพื่อปล่อยน้ำลงในภาชนะ
ที่อยู่บนจานเครื่องชั่ง โดยให้ปลาย Tip แตะกับผนังภาชนะ ทำมุม 30-45 องศา แล้วกดปุ่มดูด-ปล่อย
ต่อลงมาที่ตำแหน่งที่ 2 (Second step) เพื่อไล่น้ำที่ค้างภายใน Tip ออกให้หมด
10. บันทึกน้ำหนัก และทำซ้ำจนครบ 10 ครั้ง
11. บันทึกเวลาที่ชั่งครบ 10 ครั้ง (ในกรณีที่สอบเทียบที่ปริมาตรน้อยกว่า 50 µl)
12. กรณี ที่ส อบเที ยบที่ป ริมาตรน้ อยกว่า 50 µl ให้ วัด น้ำหนักน้ำที่ระเหยไปในระหว่างสอบเทียบ โดย
หลังจากชั่งน้ำหนักน้ำครั้งที่ 10 ปล่อยให้ เวลาผ่านไปนานเท่ากับเวลาที่บันทึกในข้อ 10. จึงอ่านน้ำหนักน้ำอีกครั้ง
หนึ่ง (หลังจากระเหยไปบางส่วน) และบันทึกน้ำหนักน้ำที่หายหรือระเหยไป
13. หากเป็นไปเปตแบบปรับปริมาตรได้ ให้สอบเทียบที่ปริมาตรต่อไป จนครบ 3 ปริมาตร
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 15
14. บันทึกค่าต่างๆ ลงในแบบบันทึกผลการสอบเทียบไปเปต (WS 13-03-049/1) ดังนี้
• น้ำหนักของน้ำจำนวน 10 ค่า
• อุณหภูมิห้องหลังจากสอบเทียบ
• ความชื้นสัมพัทธ์หลังจากสอบเทียบ
• อุณหภูมิน้ำหลังจากสอบเทียบ
• น้ำหนักน้ำที่ระเหยไป (mE) ในกรณีที่สอบเทียบที่ปริมาตรน้อยกว่า 50 µl
คำนวณค่าต่างๆ ดังนี้
➢ น้ำหนักน้ำที่ระเหยระหว่างการสอบเทียบ (กรณีสอบเทียบที่ปริมาตรน้อยกว่า 50 µl)
➢ ปริมาตรของน้ำที่ชั่ง ซึ่งแปลงจากน้ำหนักโดยใช้ค่า Z-factor
➢ Systematic error, Random error, Combined uncertainty และ Expanded uncertainty
วิธีการคำนวณ
1. การหาน้ำหนักน้ำที่ระเหยไปในการชั่งแต่ละครั้ง (ในกรณีที่สอบเทียบที่ปริมาตรน้อยกว่า 50 µl)
mE = m10 – m11
n
โดยที่ mE = น้ำหนักน้ำที่ระเหยไป
m10 = น้ำหนักน้ำที่วัดครั้งที่ 10
m11 = น้ำหนักน้ำที่วัดครั้งที่ 11
n = จำนวนครั้งที่วัด
ตัวอย่าง m10 =
0.0515 g
m11 =
0.0495 g
n = 10 ครั้ง
ดังนั้น mE =0.0515 – 0.0495 = 0.0002 g
10
2. การแปลงน้ำหนักของน้ำเป็นปริมาตร
V = WxZ
โดยที่ V = ปริมาตรของน้ำ
W = น้ำหนักของน้ำ
Z = ค่าแก้น้ำหนักของน้ำตามอุณหภูมิและความดันบรรยากาศ ใช้ตาราง Z-factor
(ความดันบรรยากาศของประเทศไทยมีค่า 101.3 kPa)
ตัวอย่าง W = 2.0175 g
Z = 1.0028 (ที่อุณหภูมิน้ำ 19.5C และความดันบรรยากาศ 101.3 kPa)
ดังนั้น V = 2.0175 x 1.0028 = 2.0231 µl
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 16
Z-factor ที่ใช้สำหรับแปลงน้ำหนักเป็นปริมาตร
3. การหาค่าความผิดพลาดเชิงระบบ (Systematic error)
es = V – Vs
โดย es = Systematic error ในตัวไปเปต ซึ่งในใบรับรองคือ Accuracy
V = ปริมาตรเฉลี่ย
Vs = ปริมาตรที่สอบเทียบ
ตัวอย่าง V = 1.9332 µl
Vs = 2 µl
ดังนั้น es = 1.9332 – 2 = -0.0668 µl
4. การหาค่าความผิดพลาดแบบสุ่ม (Random error)
โดยการหาค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวน (Coefficient of variation; CV)
โดย Vi = ปริมาตรแต่ละค่า (ค่าที่ 1-10)
V = ปริมาตรเฉลี่ย
n = จำนวนครั้งที่วัด
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 17
ตัวอย่าง SD. = 0.0372 µl
V = 1.9332 µl
n = 10 ครั้ง
ดังนั้น % CV = 100 x 0.0372 = 1.9243
1.9332
5. การหาค่าความไม่แน่นอนรวม (Combined uncertainty)
√
UC = U12 + U22……+ Un2
โดยที่ Uc = Combined uncertainty
6. การหาค่าความไม่แน่นอนขยาย (Expanded uncertainty)
U = kUc
U = Expanded uncertainty
Uc = Combined uncertainty
k = Coverage factor (ใช้ k=2)
ตัวอย่าง W = 2.0175 g
Z = 1.0028 (ที่อุณหภูมิน้ำ 19.5C และความดันบรรยากาศ 101.3 kPa)
ดังนั้น V = 2.0175 x 1.0028 = 2.0231 µl
ความถี่ในการสอบเทียบ
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามความเหมาะสมของงาน
ตัวอย่างแบบบันทึกอุณหภูมนิ ้า อุณหภูมิห้อง และความชื้นสัมพัทธ์ ระหว่างสอบเทียบ Piston pipette
ยี่ห้อ__________________Serial No. /รหัสอื่นๆ__________________________ วันที่สอบเทียบ_____________ ผูส้ อบ
เทียบ_______________
ปริมาตร ก่อนชั่ง หลังชั่งครบ 10 ครั้ง เวลาที่ใช้ * น้าหนักน้า น้าหนักน้า น้าหนักน้า
น้า (ul) T น้ ำ T ห้อง RH (%) T น้ ำ T ห้อง RH (%) (นาที) ก่อนระเหย หลังระเหย ที่ระเหยไป
* จับเวลำในกรณีสอบเทียบที่ปริ มำตรน้อยกว่ำ 50 ul
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 18
ตัวอย่างแบบบันทึกผลการสอบเทียบ Piston pipette
วันที่สอบเทียบ __________________________________ ผู้ทำการสอบเทียบ_______________________________
ชนิดของไปเปต__________________________________ ยี่ห้อ_________________________________________
Serial Number ________________________________ รุ่น _________________________________________
ช่วงปริมาตร____________________________________ วันที่สอบเทียบล่าสุด_____________________________
เครื่องชั่งที่ใช้ รหัสครุภณ
ั ฑ์__________________________ ยี่ห้อ_________________________________________
ความละเอียด_____________กรัม Uncertainty________________กรัม วันที่สอบเทียบล่าสุด_____________________
ปริมาตรที่ต้องการสอบเทียบจำนวน__________ปริมาตร คือ_________________l
ปริมาตรที่ 1 _________l
สภาวะในการสอบเทียบ
สภาวะ ก่อนสอบเทียบ หลังสอบเทียบ ค่าเฉลี่ย
อุณหภูมหิ ้อง (C)
อุณหภูมินำ้ กลั่น (C)
ความชื้นสัมพัทธ์ (%)
Z-factor (จากค่าเฉลีย่ ของอุณหภูมิน้ำกลั่น) = ____________
ตารางบันทึกข้อมูลสอบเทียบ
ครั้งที่ น้ำหนักน้ำ (g) น้ำที่ระเหยไป (g) น้ำหนักสุทธิ (g) Z-factor ปริมาตรน้ำ(ml) ปริมาตรน้ำ (l)
W1 mE W = W1 + m E V1 = W x Z-factor V = V1 x 1000
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
mE รวม Average (V)
mE แต่ละครั้ง SD.
SD./sqrt(n)
Systematic error (es) = V – Vs =
หมายเหตุ : Random error (%CV) = 100 x ( SD./V ) =
- mE รวม คือ น้ำหนักน้ำที่ระเหยไป เป็นการหาอัตราการระเหยของน้ำ ดำเนินการเมื่อสอบเทียบที่ปริมาตรน้อยกว่า 50 l โดยหลังจากชั่งน้ำหนัก
น้ำครั้งที่ 10 แล้วจับเวลานานเท่ากับเวลาที่ใช้ในการทำครั้งที่ 1 ถึง 10 จึงอ่านน้ำหนักน้ำอีกครั้งหนึ่ง (หลังจากระเหยไปบางส่วน)
- mE แต่ละครั้ง คือ mE รวม หารด้วย 10 เนื่องจากชั่งทั้งหมด 10 ครั้ง (จับเวลารวมของการชั่ง 10 ครั้ง)
- หากสอบเทียบที่ปริมาตรมากกว่าหรือเท่ากับ 50 l ไม่ต้องหาอัตราการระเหยของน้ำ
- Vs หมายถึง ปริมาตรที่สอบเทียบ
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 19
ตัวอย่างบันทึกการหาค่าความไม่แน่นอนของการสอบเทียบไปเปต (Piston pipette)
วันที่สอบเทียบ___________________ ผู้ทำการสอบเทียบ___________________
ชนิดของไปเปต___________________ Serial Number____________________
ยี่ห้อ________________ รุ่น___________________ ปริมาตรที่สอบเทียบ_____________ul
Standard Sensitivity degree
Parameter Interval unit Distribution uncertainty coefficient unit Uncertainty of
u(xi) ci ci x u(xi) freedom
Balance uncertainty mg normal nl/mg α
linearity mg rectangular nl/mg α
st
1 value reproducibility mg rectangular nl/mg α
nd
2 value reproducibility mg rectangular nl/mg α
st
1 value readability mg rectangular nl/mg α
nd
2 value readability mg rectangular nl/mg α
temperature mg rectangular nl/mg α
drift
correction for mg rectangular nl/mg α
evaporation
loss
Water temperature K rectangular nl/K α
Air temperature K rectangular nl/K α
pressure hPa rectangular nl/hPa α
relative % rectangular nl/% α
humidity
cubic K-1 rectangular nl K α
Piston expansion
pipette coefficient
temperature K rectangular nl/K α
Standard uncertainty associated with the volume V20 nl
measured with the gravimetric measuring system
Experimental standard deviation of the normal - nl 9
mean of the calibration
Standard uncertainty of the calibration (for the mean nl
delivered volume)
Combined standard uncertainty ul
Expanded standard uncertainty ul
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 20
ขั้นตอนการประเมินผลการสอบเทียบ ประกอบด้วย
1. กำหนดเกณฑ์การยอมรับ
2. พิจารณาผลสอบเทียบที่ได้
3. เปรียบเทียบผลสอบเทียบที่ได้กับเกณฑ์การยอมรับ
4. สรุปผลการสอบเทียบ
5. พิจารณาการใช้งานไปเปตหากผลการสอบเทียบไม่ผ่านเกณฑ์การยอมรับ
กำหนดเกณฑ์การยอมรับ : เลือกพิจารณาได้ 3 เกณฑ์ ดังนี้
• ตามระบบ ISO 8655 : 2002 (E) พิ จ ารณาค่ า Maximum permissible errors ของ Piston pipette
(Systematic และ Random error)
• ตามคุณลักษณะ (Specification) ของผู้ผลิตที่ระบุในคู่มือ ซึ่งผู้ผลิตนิยมบอกค่า Systematic error ในรูป
ของ Accuracy ส่วน Random error อยู่ในรูปของ Precision
• ผู้ใช้งานกำหนดขึ้นเองตามความเหมาะสมของงาน
การพิจารณาผลสอบเทียบที่ได้
ค่าที่ใช้เพื่อประเมินผลการสอบเทียบ Piston pipette ได้แก่ Systematic error (es) หรือ Accuracy และ
Random error (% CV) หรือ Precision ผ่านทั้ง 2 ค่า
1. Systematic error (es) หรือ Accuracy
ผู้ ป ระเมิน ผลนำค่าความไม่แ น่ นอนขยาย (Expanded uncertainty: U) ซึ่ งได้ม าจากความไม่
แน่นอนจากแหล่งที่มาต่างๆ บวกกับค่าสัมบูรณ์ของค่าความผิดพลาดเชิงระบบ es ที่ได้จากการคำนวณ เทียบกับ
ค่า Maximum permissible systematic errors (± µl) ของค่า Nominal volume (µl) ที่ทำการสอบเทียบ จาก
ตาราง Maximum Permissible Errors
es =U + es
2. Random error (% CV) หรือ Precision
ผู้ประเมินผลเปรียบเทียบค่าความผิดพลาดแบบสุ่ม (Random error) ส่วนมากนิยมรายงานในรูป
ของ % CV (Coefficients of variation) ที่ ไ ด้ จ ากการคำนวณหรื อ ใบรายงานผล เที ย บกั บ ค่ า Maximum
permissible random errors (± %) ของค่ า Nominal volume (µl) จากตาราง Maximum permissible
errors โดยไม่ต้องรวมกับค่า Uncertainty
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 21
การเปรียบเทียบผลสอบเทียบที่ได้กับเกณฑ์การยอมรับ
ข้อมูลการสอบเทียบในตารางพิจารณาค่า Maximum permissible errors (MPE) โดย Piston pipette
ชนิด Variable volume ใช้เกณฑ์ป ระเมินจากค่า Nominal volume ในทุกปริมาตรที่สอบเทียบ และมีผลการ
สอบเทียบไม่เกินค่าที่กำหนดในตาราง MPE
Maximum permissible errors for piston pipette type A and D1
Nominal Maximum permissible systematic errors Maximum permissible random errors
volume (µl) ±% ± µl ±% ± µl
1 5 0.05 5 0.05
2 4 0.08 2 0.04
5 2.5 0.125 1.5 0.075
10 1.2 0.12 0.8 0.08
20 1 0.2 0.5 0.1
50 1 0.5 0.4 0.2
100 0.8 0.8 0.3 0.3
200 0.8 1.6 0.3 0.6
500 0.8 4 0.3 1.5
1,000 0.8 8 0.3 3
2,000 0.8 16 0.3 6
5,000 0.8 40 0.3 15
10,000 0.6 60 0.3 30
หมายเหตุ : หากใช้เกณฑ์การประเมินตาม Spec ของผู้ผลิต ให้พิจารณาจากตาราง MPE ของผู้ผลิตรายนั้น เช่น
ยี่ห้อ Gilson สามารถพิจารณาจากตารางข้างล่างนี้ นอกจากนี้ผู้ใช้งานอาจกำหนดช่วงที่ยอมรับได้เองตามความ
เหมาะสมในแต่ละช่วงการใช้งาน
Precision and Accuracy Data for Gilson Pipetman™ Classic pipettors
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 22
การสรุปผลการสอบเทียบ
Systematic errors :
• ค่า es+ U อยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ตามเกณฑ์ที่ใช้ประเมิน (± µl) = ผ่าน
• ค่า es+ U ไม่อยู่ในช่วงทีย่ อมรับได้ตามเกณฑ์ที่ใช้ประเมิน (± µl) : ไม่ผ่าน
Random errors :
• % CV จากการสอบเทียบน้อยกว่าหรือเท่ากับ % CV ที่ใช้ประเมิน = ผ่าน
• % CV จากการสอบเทียบมากกว่า % CV ที่ใช้ประเมิน = ไม่ผ่าน
การพิจารณาการใช้งาน Piston pipette หากผลการสอบเทียบไม่ผ่านเกณฑ์การยอมรับ
กรณีค่าใดค่าหนึ่งไม่ผ่าน หรือไม่ผ่านทั้ง 2 ค่า ผู้ใช้งานควรสอบเทียบซ้ำอีกครั้งหนึ่ง หากยังไม่ผ่านให้
นำไปเปตมาถอดล้างทำความสะอาด เนื่องจากหากมีการใช้งานไปเปตมาเป็นระยะเวลานาน อาจมีสิ่งสกปรกภายใน
ไปเปตซึ่งส่งผลต่อปริมาตรที่ได้ หรือทำการปรับ (Adjust) ปุ่มปรับปริมาตร หรืออาจส่งไปให้ผู้ผลิ ตหรือตัวแทน
จำหน่ายเพื่อทำการซ่อม สอบเทียบใหม่ หรือยกเลิกการใช้งาน
ตัวอย่างการประเมินผลการสอบเทียบ
หลังการสอบเทียบ Piston pipette ผู้ใช้งานจะมีข้อมูลการสอบเทียบจากใบรับรองการสอบเทียบ (หรือ
ใบรับรองการสอบเทียบจากหน่วยงานภายนอก) ดังนี้
ใบรับรองการสอบเทียบ Piston pipette ยี่ห้อ Gilson serial no. HS.14-0819 รุ่น P 200
Volume (µl)
Description
50 100 200
Mean volume 50.05 100.12 200.51
Systematic error (es) -0.05 0.12 0.51
% CV 0.25 0.07 0.06
Uncertainty * + 0.13 + 0.13 + 0.15
Coverage factor (k) 2 2 2
*Uncertainty = ค่าความไม่แน่นอนขยาย (Expanded uncertainty: U)
End of Certificate
------------------------------------------------------------
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 23
• ประเมิ น ตามระบบ ISO 8655 : 2002 (E) พิ จ ารณ าค่ า Maximum permissible errors ของ Piston
pipette ตามตารางที่ 1
- ค่า Systematic error และ Random error ให้เลือกใช้ค่าที่ปริมาตรสูงสุดที่สอบเทียบ (Nominal volume)
ซึ่งในตัวอย่างนี้สอบเทียบสูงสุดที่ 200 µl ดังนั้นค่า Systematic error คือ ± 1.6 µl และ Random error คือ
± 0.6 µl เหมือนกันในทุกปริมาตรที่สอบเทียบ
1. Systematic error (es) หรือ Accuracy
ปริมาตร es U es + U Systematic error ที่ใช้ประเมิน (± µl)
ที่สอบเทียบ จากการสอบเทียบ (±µl) (µl) ตามเกณฑ์ ISO 8655* สรุปผล
(µl) (µl) ตาม spec เครื่องมือ ผ่าน/ไม่ผ่าน
ตามความเหมาะสมของงาน
50 0.05 0.13 0.18 1.6 ผ่าน
100 0.12 0.13 0.25 1.6 ผ่าน
200 0.51 0.15 0.66 1.6 ผ่าน
2. Random error (% CV) หรือ Precision
ปริมาตร % CV % CV ที่ใช้ประเมิน (± %) Random error ที่ใช้ประเมิน (± µl) สรุปผล
ที่สอบเทียบ จากการสอบเทียบ สูตร = Random error x 100 ตามเกณฑ์ ISO 8655* ผ่าน/ไม่ผ่าน
(µl) ปริมาตรที่สอบเทียบ ตาม spec เครื่องมือ
ตามความเหมาะสมของงาน
50 0.25 1.2 0.6 ผ่าน
100 0.07 0.6 0.6 ผ่าน
200 0.06 0.3 0.6 ผ่าน
หมายเหตุ : 1. U = Expanded uncertainty
2. การสรุปผล ค่า Systematic error; es + U จากการสอบเทียบ ต้องอยู่ในช่วงของเกณฑ์ Systematic
error ที่ใช้ประเมิน (สังเกตตัวเลขสีแดง)
3. การสรุปผล ค่า Random error; % CV จากการสอบเทียบ ต้องอยู่ในช่วงของเกณฑ์ % CV ที่ใช้ประเมิน
(สังเกตตัวเลขสีแดง)
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 24
• ประเมินตามคุณลักษณะ (Specification) ของผู้ผลิต (ยี่ห้อ Gilson รุ่น P200) ตามตารางที่ 2
- ค่ า Systematic error และ Random error ของแต่ ล ะปริม าตรให้ เลื อกใช้ ค่ าตามที่ ผู้ ผ ลิ ต กำหนด ซึ่ งใน
ตั ว อย่ า งนี้ ส อบเที ย บที่ 50, 100 และ 200 µl ค่ า Systematic error คื อ ± 0.5, ± 0.8 และ ± 1.6 µl
ตามลำดับ ส่วนค่า Random error คือ ± 0.2, ± 0.25 และ ± 0.3 µl ตามลำดับ
1. Systematic error (es) หรือ Accuracy
ปริมาตร es U es + U Systematic error ที่ใช้ประเมิน (± µl)
ที่สอบเทียบ จากการสอบเทียบ (± µl) (µl) ตามเกณฑ์ ISO 8655* สรุปผล
(µl) (µl) ตาม spec เครื่องมือ ผ่าน/ไม่ผ่าน
ตามความเหมาะสมของงาน
50 0.05 0.13 0.18 0.5 ผ่าน
100 0.12 0.13 0.25 0.8 ผ่าน
200 0.51 0.15 0.66 1.6 ผ่าน
2. Random error (% CV) หรือ Precision
ปริมาตร % CV % CV ที่ใช้ประเมิน (± %) Random error ที่ใช้ประเมิน (± µl) สรุปผล
ที่สอบเทียบ จากการสอบเทียบ สูตร = Random error x 100 ตามเกณฑ์ ISO 8655* ผ่าน/ไม่ผ่าน
(µl) ปริมาตรที่สอบเทียบ ตาม spec เครื่องมือ
ตามความเหมาะสมของงาน
50 0.25 0.40 0.20 ผ่าน
100 0.07 0.25 0.25 ผ่าน
200 0.06 0.15 0.30 ผ่าน
หมายเหตุ : 1. U = Expanded uncertainty
2. การสรุปผล ค่า Systematic error; es + U จากการสอบเทียบ ต้องอยู่ในช่วงของเกณฑ์ Systematic
error ที่ใช้ประเมิน (สังเกตตัวเลขสีแดง)
3. การสรุปผล ค่า Random error; % CV จากการสอบเทียบ ต้องอยู่ในช่วงของเกณฑ์ % CV ที่ใช้ประเมิน
(สังเกตตัวเลขสีแดง)
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 25
• ประเมินตามความเหมาะสมของงาน ซึ่งแต่ละงานมีความละเอียดไม่เท่ากัน ทั้งนี้เพื่อให้ Piston pipette มี
ความถูกต้องแม่นยำเหมาะสมกับลักษณะงานแต่ละประเภท เกณฑ์ที่ใช้อาจกว้างหรือแคบกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
ISO 8655: 2002 (E) เช่น ที่ 50, 100 และ 200 µl ตั้งเกณฑ์ Systematic error ที่ ± 0.3, ± 0.5 และ ± 1.0 µl
ตามลำดับ และเกณฑ์ random error ที่ ± 0.1, ± 0.2 และ ± 0.4 µl ตามลำดับ
1. Systematic error (es) หรือ Accuracy
ปริมาตร es U es + U Systematic error ที่ใช้ประเมิน (± µl)
ที่สอบเทียบ จากการสอบเทียบ (± µl) (µl) ตามเกณฑ์ ISO 8655* สรุปผล
(µl) (µl) ตาม spec เครื่องมือ ผ่าน/ไม่ผ่าน
ตามความเหมาะสมของงาน
50 0.05 0.13 0.18 0.3 ผ่าน
100 0.12 0.13 0.25 0.5 ผ่าน
200 0.51 0.15 0.66 1.0 ผ่าน
2. Random error (% CV) หรือ Precision
ปริมาตร % CV % CV ที่ใช้ประเมิน (± %) Random error ที่ใช้ประเมิน (± µl) สรุปผล
ที่สอบเทียบ จากการสอบเทียบ สูตร = Random error x 100 ตามเกณฑ์ ISO 8655* ผ่าน/ไม่ผ่าน
(µl) ปริมาตรที่สอบเทียบ ตาม spec เครื่องมือ
ตามความเหมาะสมของงาน
50 0.25 0.2 0.1 ไม่ผา่ น
100 0.07 0.2 0.2 ผ่าน
200 0.06 0.2 0.4 ผ่าน
หมายเหตุ : 1. U = Expanded uncertainty
2. การสรุปผล ค่า Systematic error; es + U จากการสอบเทียบ ต้องอยู่ในช่วงของเกณฑ์ Systematic
error ที่ใช้ประเมิน (สังเกตตัวเลขสีแดง)
3. การสรุปผล ค่า Random error; % CV จากการสอบเทียบ ต้องอยู่ในช่วงของเกณฑ์ % CV ที่ใช้ประเมิน
(สังเกตตัวเลขสีแดง)
ข้อสังเกต : เมื่อประเมินผลสอบเทียบด้วยเกณฑ์ความเหมาะสมของงานดังเช่นในตัวอย่างนี้ พบว่าการสอบเทียบทีป่ ริมาตร
50 ul ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน เนื่องจากมีการตั้งเกณฑ์ที่แคบกว่าเกณฑ์อื่นๆ ควรแก้ไขดังนี้
- สอบเทียบใหม่เพื่อยืนยันผล
- ถอดชิ้นส่วน นำมาทำความสะอาด แล้วสอบเทียบใหม่
- ตั้งเกณฑ์ที่กว้างขึ้นแต่ไม่กระทบกับความละเอียดของงานทีป่ ฏิบตั ิ
- ส่งซ่อมและสอบเทียบกับหน่วยงานภายนอก
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 26
ตัวอย่างแบบประเมินผลการสอบเทียบ Piston pipette
วันที่สอบเทียบ_________________________ ผู้ทำการสอบเทียบ_______________________________
ชนิดของไปเปต_________________________ Serial Number________________________________
ยี่ห้อ_________________________________ รุ่น__________________________________________
1. Systematic error (es) หรือ Accuracy
ปริมาตร Systematic error ที่ใช้ประเมิน (± ul)
ที่สอบเทียบ es U ตามเกณฑ์ ISO 8655* สรุปผล
จากการสอบเที ย บ es + U
(ul) ตาม spec เครื่องมือ ผ่าน/ไม่ผ่าน
(ul) ตามความเหมาะสมของงาน
2. Random error (% CV) หรือ Precision
ปริมาตร % CV % CV ที่ใช้ประเมิน Random error ที่ใช้ประเมิน (± ul) สรุปผล
ที่สอบเทียบ จากการสอบเทียบ สูตร = Random error x 100 ตามเกณฑ์ ISO 8655* ผ่าน/ไม่ผ่าน
(ul) ปริมาตรที่สอบเทียบ ตาม spec เครื่องมือ
ตามความเหมาะสมของงาน
หมายเหตุ : 1. U = Expanded uncertainty
2. * ดูค่าจากตาราง MPE
เกณฑ์การตัดสิน
Systematic error :
๏ ค่า |es| + U อยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ตามเกณฑ์ที่ใช้ประเมิน (± ul) = ผ่าน
๏ ค่า |es| + U ไม่อยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ตามเกณฑ์ที่ใช้ประเมิน (± ul) = ไม่ผ่าน
Random error :
๏ % CV จากการสอบเทียบ น้อยกว่าหรือเท่ากับ % CV ที่ใช้ประเมิน = ผ่าน
๏ % CV จากการสอบเทียบ มากกว่า % CV ที่ใช้ประเมิน = ไม่ผา่ น
สรุปการแก้ไข (ถ้ามี)
เลิกใช้เครื่องมือ
อื่นๆ...............................................................................................................................................................................
ผู้ประเมิน_______________________ ผู้อนุมัติ________________________
(______________________) (_______________________)
ตำแหน่ง_______________________ ตำแหน่ง_______________________
วันที่__________________________ วันที่__________________________
หมายเหตุ : การแก้ไข เช่น นำไปเปตมาถอดล้างทำความสะอาด, ปรับ (adjust) ปุ่มเปลี่ยนปริมาตร, ส่งสอบเทียบ/ซ่อมกับหน่วยงาน
ภายนอก
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 27
ดำเนินการทดสอบความชำนาญของผู้สอบเทียบ ความถี่ 1-2 ปี/ครั้ง โดยเปรียบเทียบผลการสอบเทียบไป
เปตมาตรฐาน (ที่ ใช้ในการทดสอบความชำนาญ)ระหว่างผลของห้ องปฏิบั ติการอ้างอิง (ที่ได้รับมาตรฐาน ISO
17025) กับผลของผู้สอบเทียบที่เข้ารับการทดสอบความชำนาญ และใช้สูตร En ratio ในการวิเคราะห์ผล ดังนี้
โดยที่ Vi = ปริมาตรเฉลี่ยของผลสอบเทียบจากผู้รับการทดสอบความชำนาญ
Vref = ปริมาตรเฉลี่ยของผลสอบเทียบจากห้องปฏิบัติการอ้างอิง
Ui = Expanded uncertainty จากผู้รับการทดสอบความชำนาญ
Uref = Expanded uncertainty จากห้องปฏิบัติการอ้างอิง
เกณฑ์การตัดสิน
• |En ratio| ≤ 1 คื อ ผ่ า น แสดงว่ า ผลสอบเที ย บของผู้ รั บ การทดสอบความชำนาญมี ค วาม
สอดคล้องกับผลสอบเทียบของห้องปฏิบัติการอ้างอิง ดังนั้นผู้รับการทดสอบความชำนาญที่ผ่าน
เกณฑ์ มีทักษะเหมาะสมในการเป็นนักสอบเทียบไปเปต
• |En ratio| > 1 คือ ไม่ผ่าน แสดงว่าผลสอบเทียบของผู้รับการทดสอบความชำนาญไม่สอดคล้อง
กับผลสอบเทียบของห้องปฏิบัติการอ้างอิง ดังนั้นผู้รับการทดสอบความชำนาญที่ไม่ผ่านเกณฑ์ มี
ทักษะไม่เพียงพอในการเป็นนักสอบเทียบไปเปต ควรได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติม
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 28
ตัวอย่างแบบบันทึกการทดสอบความชำนาญของการสอบเทียบ Piston pipette ด้วยการเปรียบเทียบผลของห้องปฏิบัตกิ ารอ้างอิงกับผลของผู้รับการทดสอบ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
วันที่ทดสอบความชำนาญ__________________________ ห้องปฏิบัติการอ้างอิงที่สอบเทียบไปเปตมาตรฐาน คือ_____________________________________________________
ข้อมูลไปเปตมาตรฐาน ช่วงปริมาตร________________ Serial No.____________________ วันสอบเทียบ_____________________ วันหมดอายุ______________________
ปริมาตรที่สอบเทียบ
ลำดับ รายชือ่ ปริมาตรที่ 1 ปริมาตรที่ 2 ปริมาตรที่ 3 สรุปผล
Vi Ui Ui2 Vref Uref Uref2 |En ratio| ผล Vi Ui Ui2 Vref Uref Uref2 |En ratio| ผล Vi Ui Ui2 Vref Uref Uref2 |En ratio| ผล
เกณฑ์การตัดสิน
|En ratio| ≤ 1 คือ ผ่าน ผู้ตรวจสอบ__________________________ ผู้อนุมัติ__________________________
|En ratio| > 1 คือ ไม่ผ่าน (_________________________) (_________________________)
ตำแหน่ง_________________________ ตำแหน่ง_________________________
วันที่____________________________ วันที่____________________________
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 29
การตรวจสอบระหว่างการใช้งาน ถือเป็นการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์
เพื่อให้ผู้รับบริการมีความมั่นใจว่าผลการทดสอบ มีความถูกต้อง แม่นยำ เชื่อถือได้
• ห้องปฏิบัติการควรทำการตรวจสอบประสิทธิภาพของ Piston pipette ที่ใช้งานประจำวัน เพื่อเป็นการเฝ้า
ระวังความถูกต้องและความเที่ยงของปริมาตรอย่างสม่ำเสมอ
• เกณฑ์ในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานและลักษณะของงาน เช่น ในงานตรวจวิเคราะห์ทาง
อณูชีววิทยา ที่มีปรับเปลี่ยนปริมาตรบ่อยครั้ง ควรทำการตรวจสอบมากกว่าปีละ 1 ครั้ง เช่น กำหนดทุก
3 เดือน โดยสามารถลดจำนวนการทำซ้ำ จาก 10 ซ้ำ เหลือเพียง 4 ซ้ำในแต่ล ะปริมาตรได้ จากนั้นหา
ค่าเฉลี่ยและค่า SD และประเมินผลการตรวจสอบ
• ในงานตรวจวิเคราะห์อื่นที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนปริมาตรบ่อยนัก ควรพิจารณาตามความเหมาะสมของ
งาน อาจเป็นทุก 6 เดือน เป็นต้น
• นอกจากนี้ปริมาตรที่ตรวจสอบระหว่างการใช้งานควรเป็นปริมาตรที่มีการใช้งานเป็นประจำ เช่น Piston
pipette ช่วงปริมาตร 100-1000 µl ปกติมีการใช้งานที่ 300, 600 และ 900 µl ให้ตรวจสอบระหว่างการ
ใช้งานที่ปริมาตรดังกล่าว
เอกสารอ้างอิง : NATA. General Equipment - Calibration and Checks, July 2019
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 30
ภาคผนวก ก
ภาพกิจกรรม
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 31
การฝึกอบรม “ความรู้พื้นฐานของการบำรุงรักษาและสอบเทียบไปเปต”
24 - 25 มีนาคม 2559
วิทยากร : อาจารย์ทรงพล ทรงสิทธิโชค จากบริษัท เมทเล่อร์ โทลีโด (ประเทศไทย) จำกัด
ภาคบรรยาย
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 32
ภาคปฏิบัติ ฐานที่ 1
การดูแลรักษาไปเปตอย่างถูกวิธี การถอดทำความสะอาดไปเปต
และการทดสอบ Leak test กับเครื่องมือทดสอบการรั่ว
ภาคปฏิบัติ ฐานที่ 2
การทดสอบค่าปริมาตรของไปเปตกับเครื่องชั่งเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและแม่นยำของไปเปต
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 33
ภาคปฏิบัติ ฐานที่ 3
การตรวจสอบไปเปตด้วยเครื่องชั่งและโปรแกรมสอบเทียบตามมาตรฐาน ISO 8655
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 34
ผู้เข้าร่วมอบรม
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 35
การฝึกอบรม “การหาค่าไม่แน่นอนและการอ่านใบรับรองผลการสอบเทียบ Piston pipette”
วันที่ 22 ธันวาคม 2559 ณ ห้องประชุม 806 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
วิทยากร : อาจารย์นงลักษณ์ ตั้งไพศาลกุล จากสถาบันมาตรวิทยา
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 36
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 37
ภาคผนวก ข
คณะทำงานจัดการสอบเทียบและทวนสอบเครือ่ งมือวิทยาศาสตร์
ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
ประจำปีงบประมาณ 2560 - 2564
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 38
รายชื่อคณะทำงานจัดการสอบเทียบและทวนสอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์
ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
ประจำปีงบประมาณ 2560 - 2564
ปีงบประมาณ 2560 ปีงบประมาณ 2561
1. นางสุขใจ ผลอำไพสถิตย์ ประธานคณะทำงาน 1. นางอุรุญากร จันทร์แสง ที่ปรึกษา
2. นางอุรุญากร จันทร์แสง คณะทำงาน 2. นางสาวมาลินี จิตตกานต์พิชย์ ประธานคณะทำงาน
3. นางสาวนันทวรรณ เมฆา คณะทำงาน 3. นางสาวศรีวรรณา หัทยานานนท์ คณะทำงาน
4. นางสาวมาลินี จิตตกานต์พิชย์ คณะทำงาน 4. นางสาววัชรี สายสงเคราะห์ คณะทำงาน
5. นางสาวศรีวรรณา หัทยานานนท์ คณะทำงาน 5. นางสาวโสภา ศรีสังข์งาม คณะทำงาน
6. นางดวงกมล อัศวุตมางกุร คณะทำงาน 6. นายอธิวัฒน์ ปริมสิริคุณาวุฒิ คณะทำงาน
7. นางสาวสุนทรียา วัยเจริญ คณะทำงาน 7. นางดวงกมล อัศวุตมางกุร คณะทำงาน
8. นางสาวนงลักษณ์ สายประดิษฐ์ คณะทำงาน 8. นางสาวนงลักษณ์ สายประดิษฐ์ คณะทำงาน
9. นางสรรทิพย์ กองจร คณะทำงาน 9. นางสาวนิตยา เมธาวณิชพงศ์ คณะทำงาน
10. นางสมใจ ไผ่สมบูรณ์ คณะทำงาน 10. นางชลลดา มีทรัพย์ คณะทำงาน
11. นางชลลดา มีทรัพย์ คณะทำงาน 11. นางสาวธนัสภา ธนเดชากุล คณะทำงาน
12. นางสาวฐิติพร ใจกว้าง คณะทำงาน 12. นางสมใจ ไผ่สมบูรณ์ คณะทำงาน
13. นางสาวนิตยา เมธาวณิชพงศ์ คณะทำงานและ 13. นางสาวณัฏทนิษฐ์ อาภาภูมิพัทธ์ คณะทำงานและ
เลขานุการ 14. นางสาวสุนทรียา วัยเจริญ เลขานุการ
ปีงบประมาณ 2562 ปีงบประมาณ 2563
1. นางสาวมาลินี จิตตกานต์พิชย์ ที่ปรึกษา 1. นางสาวมาลินี จิตตกานต์พิชย์ ที่ปรึกษา
2. นางสาวศรีวรรณา หัทยานานนท์ ประธานคณะทำงาน 2. นางสาวศรีวรรณา หัทยานานนท์ ประธานคณะทำงาน
3. นางสาววัชรี สายสงเคราะห์ คณะทำงาน 3. นางสาววัชรี สายสงเคราะห์ คณะทำงาน
4. นางสาวโสภา ศรีสังข์งาม คณะทำงาน 4. นางสาวโสภา ศรีสังข์งาม คณะทำงาน
5. นายอธิวัฒน์ ปริมสิริคุณาวุฒิ คณะทำงาน 5. นายอธิวัฒน์ ปริมสิริคุณาวุฒิ คณะทำงาน
6. นางดวงกมล อัศวุตมางกุร คณะทำงาน 6. นางดวงกมล อัศวุตมางกุร คณะทำงาน
7. นางสาวนงลักษณ์ สายประดิษฐ์ คณะทำงาน 7. นางสาวนงลักษณ์ สายประดิษฐ์ คณะทำงาน
8. นางสาวนิตยา เมธาวณิชพงศ์ คณะทำงาน 8. นางสาวนิตยา เมธาวณิชพงศ์ คณะทำงาน
9. นางชลลดา มีทรัพย์ คณะทำงาน 9. นางสาวผกาพรรณ สิงห์ชัย คณะทำงาน
10. นางสาวธนัสภา ธนเดชากุล คณะทำงาน 10. นางสรรทิพย์ กองจร คณะทำงาน
11. นางสมใจ ไผ่สมบูรณ์ คณะทำงาน 11. นางชลลดา มีทรัพย์ คณะทำงาน
12. นางสาวณัฏทนิษฐ์ อาภาภูมิพัทธ์ คณะทำงาน 12. นางสาวธนัสภา ธนเดชากุล คณะทำงาน
13. นางสาวสุนทรียา วัยเจริญ คณะทำงานและ 13. นางสมใจ ไผ่สมบูรณ์ คณะทำงาน
เลขานุการ 14. นางสาวสุนทรียา วัยเจริญ คณะทำงานและ
เลขานุการ
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 39
ปีงบประมาณ 2564
1. นางสาวศรีวรรณา หัทยานานนท์ ประธานคณะทำงาน
2. นางสาววัชรี สายสงเคราะห์ คณะทำงาน
3. นางสาวดุษฎี พลภัทรพิเศษกุล คณะทำงาน
4. นางดวงกมล อัศวุตมางกุร คณะทำงาน
5. นางสาวนงลักษณ์ สายประดิษฐ์ คณะทำงาน
6. นางสาวนิตยา เมธาวณิชพงศ์ คณะทำงาน
7. นางสาวผกาพรรณ สิงห์ชัย คณะทำงาน
8. นางชลลดา มีทรัพย์ คณะทำงาน
9. นางสาวธนัสภา ธนเดชากุล คณะทำงาน
10. นายวิพัฒน์ กล้ายุทธ คณะทำงาน
11. นางสาวแพรพลอย เสวิสิทธิ์ คณะทำงาน
12. นางสาวมัชฌิมา เสียงใส คณะทำงาน
13. นายอรรคพล อัคคไพบูลย์ คณะทำงาน
14. นางสาวสุนทรียา วัยเจริญ คณะทำงานและเลขานุการ
15. นางสรรทิพย์ กองจร คณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ
การสอบเทียบไปเปต (Piston pipette) ภายในสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 40