0% found this document useful (0 votes)
112 views16 pages

Chapter 03

Uploaded by

golfazaz99th
Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as PDF, TXT or read online on Scribd
0% found this document useful (0 votes)
112 views16 pages

Chapter 03

Uploaded by

golfazaz99th
Copyright
© © All Rights Reserved
We take content rights seriously. If you suspect this is your content, claim it here.
Available Formats
Download as PDF, TXT or read online on Scribd

บทที่ 3

ระบบบำบัดน้ำเสีย (Wastewater treatment plant)

บทนำ
การใชน้ำจากอัตราการเจริญเติบโตของสังคมเมือง เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม กอใหเกิดน้ำเสียซึ่ง
สงผลใหเกิดปญหาคุณภาพน้ำอันมาจากน้ำทิ้งจากกิจกรรมตาง ๆ ทำใหมีการกำหนดเปาหมายที่ 6 ของการ
พัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยกำหนดเปนการวางฐานรากใหประชาชน
มนุษยชาติเขาถึงน้ำสะอาดและการสุขาภิบาลไดอยางทั่งถึง โดยลดมลพิษทางน้ำจากการทิ้งน้ำเสีย ลดการใช
สารเคมี และลดสัดสวนการไมบำบัดน้ำเสียกอนปลอยทิ้ง รวมถึงการนำน้ำกลับไปใชใหม (Target 6.3: By
2030, improve water quality by reducing pollution, eliminating dumping and minimizing
release of hazardous chemicals and materials, halving the proportion of untreated wastewater
and substantially increasing recycling and safe reuse globally) โดยตัวชี้วัด 6.3.1 กลาวถึงสัดสวน
รอยละการบำบัดน้ำเสียกอนปลอยทิ้งในแตละพื้นที่ทั่วโลก แสดงดังรูปที่ 3.1 ซึ่งเปนสวนหนึ่งของงานของ
วิศวกรรมสิ่งแวดลอมที่ตองใชหนวยกระบวนการ ตามหลักการของแตละหนวยปฏิบัติการตาง ๆ รวมกันในการ
บำบัดน้ำเสียใหมีคุณภาพและผานมาตรฐาน

รูปที่ 3.1 สถานการณของพื้นที่ที่มีสัดสวนการบำบัดน้ำเสียกอนปลอยทิ้ง (ดัดแปลงจาก UN [1])


3.1 นิยามน้ำเสีย
"น้ำเสีย" ตามคำนิยามของพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535
[2] ใหความหมายวา “ของเสียที่อยูในสภาพเปนของเหลว รวมทั้งมลสารที่ปะปน หรือปนเปอนอยูในของเหลว
นั้น”
“น้ำเสีย” ตามคำนิยามของกรมควบคุมมลพิษ [3] ใหความหมายวา “น้ำที่มีสิ่งเจือปนตาง ๆ มากมาย
จนกระทั่งกลายเปนน้ำที่ไมเปนที่ตองการ และนารังเกียจของคนทั่วไป ไมเหมาะสมสำหรับใชประโยชนอีก
ตอไป หรือถาปลอยลงสูลำน้ำธรรมชาติ ก็จะทำใหคุณภาพน้ำของธรรมชาติเสียหายได”
“น้ ำเสี ย ชุ มชน (Domestic Wastewater)” หมายถึ ง “น้ำเสีย ที่ เกิ ดจากกิจ กรรมประจำวั น ของ
ประชาชนที่อาศัยอยูในชุมชน และกิจกรรมที่เปนอาชีพ ไดแก น้ำเสียที่เกิดจากการประกอบอาหารและชำระ
ลางสิ่งสกปรกทั้งหลายภายในครัวเรือน และอาคารประเภทตาง ๆ เปนตน”
“น้ำเสีย” ตามคำนิยามของสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดลอมแหงประเทศไทย [4] ใหความหมายวา “น้ำ
ที่ไมตองการ หรือน้ำใชแลว และระบายทิ้ง น้ำใชแลวจากชุมชน อาจประกอบดวยสิ่งปะปนที่ติดมาจาก
กิจกรรมจากที่อยูอาศัย ธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม และสถาบันตาง ๆ รวมกับน้ำใตดิน น้ำผิวดิน น้ำฝน”
ตามคำนิยามของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจาก
โรงงาน พ.ศ. 2560 [5] ใหความหมาย“น้ำทิ้ง” วา “น้ำที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงงาน น้ำจากการใชน้ำ
ของคนงานหรือน้ำจากกิจกรรมอื่นในโรงงานที่จะระบายออกจากโรงงาน หรือเขตประกอบการอุตสาหกรรม”
จากคำนิยามดังกลาวขางตนสามารถสรุปไดวา “น้ำเสีย” คือ “น้ำที่มีการปนเปอนสิ่งที่ไมตองการจาก
กิจกรรมตามแหลงกำเนิดตาง ๆ ซึ่งประกอบดวยสารอินทรียและสารอนินทรีย” ดังนั้น การบำบัดน้ำเสีย คือ
การกำจัดสารอินทรียและสารอนินทรียที่แขวนลอย ละลายน้ำไดและไมละลายน้ำออกจากน้ำเสียใหผาน
มาตรฐานที่กำหนดในน้ำทิ้งแตละประเภทของแหลงกำเนิด

3.2 ระบบบำบัดน้ำเสีย
องคประกอบขั้นตอนระบบบำบัดน้ำเสียโดยรวมแบงเปน 4 ขั้นตอน ซึ่งประกอบดวย 4 หนวย
กระบวนการ แสดงดังรูปที่ 3.2 [6, 7] และมีรายละเอียดดังนี้
1) ขั้นตอนการบำบัดขั้นเตรียมการ (Pre-treatment) เปนกระบวนการทางกาย โดยใชเครื่องจักรกลเปน
หลักในการบำบัดน้ำเสียเพื่อปรับเสถียรหรือการแยกอนุภาคขนาดใหญตาง ๆ ออกจากน้ำเสีย เชน
การวัดอัตราการไหล การปรับเสถียร การดักขยะดวยตะแกรง เปนตน
2) ขั้นตอนการบำบัดขั้นตน (Primary treatment) เปนกระบวนการกายภาพและทางเคมีเปนหลักใน
การบำบัดน้ำเสียเพื่อปรับเสถียร หรือการแยกอนุภาคขนาดใหญตาง ๆ ออกจากน้ำเสีย ไดแก การ
ปรับพีเอช การสรางและรวมตะกอน การตากตะกอนขั้นตน การเติมอากาศ เปนตน
3) ขั้นตอนการบำบัดขั้นที่สอง (Secondary treatment) เปนกระบวนการที่กำจัดสารอินทรีย และสาร
แขวนลอยออกจากน้ำเสียโดยกระบวนการทางเคมี และกระบวนการทางชีวภาพเปนหลักในการบำบัด

34
น้ ำเสี ย เช น กระบวนการระบบตะกอนเร ง (Activated Sludge) ระบบบอเติมอากาศ (Aerated
lagoon) ถังหมักไรอากาศ (Anaerobic digester) เปนตน
4) ขั้นตอนการบำบัดขั้นที่สาม (Tertiary treatment) เปนกระบวนการฟสิกสเคมีและทางเคมีเปนหลัก
ในการบำบัดน้ำเสียที่หลงเหลือจากการบำบัดขั้นที่สอง เชน การกำจัดไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในน้ำ
เสีย การกำจัดของแข็งละลายน้ำ ซึ่งการบำบัดในขั้นนี้มีวัตถุประสงคเพื่อนำน้ำทิ้งที่ผานการบำบัดแลว
กลับมาใชไดอีก เชน การดูดซับดวยถานกัมมันต (Activated carbon adsorption) การแลกเปลี่ยน
ประจุ (Ion exchange) กระบวนการรีเวิรสออสโมซิส (Reverse osmosis) เปนตน

ซึ่งประเภทของระบบบำบัดน้ำเสียนั้นขึ้นกับคุณสมบัติของน้ำเสียจากแหลงกำเนิดที่ตางกัน ดังนั้น สามารถ


แบงประเภทของระบบบำบัดตามแหลงกำเนิดน้ำเสียได ดังนี้

3.2.1 ระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน
น้ำเสียชุมชนที่เกิดจากกิจกรรมประจำวันของประชาชนที่อาศัยอยูในชุมชน และกิจกรรมจากการ
ประกอบอาชีพในชุมชนจากแหลงกำเนิดตาง มีอัตราการเกิดน้ำเสียจากอาคารและลักษณะน้ำเสียชุมชน แสดง
ดังตารางที่ 3.1 และ 3.2 ตามลำดับ

ตารางที่ 3.1 อัตราการเกิดน้ำเสียจากอาคารประเภทตาง ๆ (ดัดแปลงจาก [8, 9])


ประเภทของอาคาร หนวย อัตราการเกิดน้ำเสีย อัตราการเกิดน้ำเสีย
(ลิตร/วัน-หนวย) (ลิตร/วัน-หนวย)
อาคารชุด/บานพัก ยูนิต 500 340
โรงแรม หอง 1,000 320
หอพัก หอง 80 265
สถานบริการ หอง 400 -
หมูบานจัดสรร คน 180 265
โรงพยาบาล เตียง 800 625
ภัตตาคาร ตร.ม. 25 11 (ตอมื้ออาหาร)
ตลาด ตร.ม. 70 -
หางสรรพสินคา ตร.ม. 5 7.5 (ตอพื้นที่จอดรถ)
สำนักงาน ตร.ม. 3 50 (ตอพนักงาน)

35
ขั้นตอนการบําบัด ขั้นตอนการบําบัด ขั้นตอนการบําบัด ขั้นตอนการบําบัด
ขั้นเตรียมการ ขั้นตน ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม

หนวยปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ


น้ําเสียเขา น้ําทิ้ง
ทางกายภาพและ ทางกายภาพและ ทางชีวภาพและ/ ทางฟสิกสเคมี
ระบบ
การใชเครื่องจักรกล ทางเคมี หรือทางเคมี และทางเคมี

 การวัดอัตราการ  การปรับพีเอช  ระบบตะกอนเรง  การดูดซับดวย


ไหล  การสรางและรวม  ระบบบอเติม ถาน
36

 การปรับเสถียร ตะกอน อากาศ  การแลกเปลี่ยน


 การดักขยะดวย  การตกตะกอน  ถังหมักไรอากาศ ประจุ
ตะแกรง ขั้นตน  การทําปฏิกิริยา  กระบวนการ
ฯลฯ  การเติมอากาศ ออกซิเดชัน เทคโนโลยีเมม
เพื่อกําจัดเหล็ก ฯลฯ เบรน
และแมงกานีส ฯลฯ
ฯลฯ

รูปที่ 3.2 ขั้นตอนของระบบบำบัดน้ำเสีย (ดัดแปลงจาก [7])


ตารางที่ 3.2 ลักษณะน้ำเสียชุมชน
หนวย คาเฉลี่ยความเขมขน
พารามิเตอร
[10] [11]
1.ของแข็งทั้งหมด (Total solids) มก./ล. 720 -
ของแข็งละลายน้ำ (Dissolved solids) มก./ล. 500 -
ของแข็งแขวนลอย (Suspended solids) มก./ล. 220 18
2.ปริมาณตะกอนหนัก (Settleable solids) มล./ล 10 -
3.คาบีโอดี (Biochemical oxygen demand; BOD) มก./ล. 220 8
4.คาซิโอดี (chemical oxygen demand; COD) มก./ล. 500 15
5.ไนโตรเจนทั้งหมด (Total nitrogen as N) มก./ล. 40 -
อินทรียไนโตรเจน (Organic nitrogen) มก./ล. 15 -
แอมโมเนีย (Ammonia nitrogen) มก./ล. 25 12.82
ไนโตรท (Nitrites nitrogen) มก./ล. 0 2.18
ไนเตรท (Nitrate nitrogen) มก./ล. 0 0.92
6.ฟอสฟอรัสทั้งหมด (Total phosphorus as P) มก./ล. 8 1.16
สารอินทรีย (Organic phosphorus) มก./ล. 3 -
สารอนินทรีย (Inorganic phosphorus) มก./ล. 5 -
7. คลอไรด (Chloride)* มก./ล. 50 -
8.ซัลเฟต (Sulfate) มก./ล. 30 -
9.สภาพดาง (Alkalinity as CaCO3) มก./ล. 100 -
10.ไขมัน (Grease) มก./ล. 100 -
11. โคลิฟอรมทั้งหมด (Total Coliform) เอ็มพีเอ็น/100 ml 107-108 -
หมายเหตุ : *เปนคาที่เพิ่มจากคาที่ตรวจพบในน้ำใชปกติ

จากตารางที่ 3.1 และ 3.2 จะเห็นไดวา คาความเขมขนมลสารในน้ำเสียชุมชนจะมีคานอยและมลสาร


จะเปนกลุมสารอินทรียเปนหลักในรูปอนุภาคและละลายน้ำ ดังนั้น ระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนทั่วไปสวนใหญ
ประกอบดวยหนวยปฏิบัติการตาง ๆ แสดงดังรูปที่ 3.3

37
38

รูปที่ 3.3 หนวยกระบวนการในระบบบำบัดน้ำเสียทั่วไป (ดัดแปลงจาก [10], [12])


3.2.2 ระบบบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรม
นํ้าเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ไดแก นํ้าเสียที่เกิดจากกิจกรรมตาง ๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม โดย
แหลงกำเนิดน้ำเสียสวนใหญเปนน้ำเสียจากกระบวนการผลิต แตตาม พรบ. โรงงาน (2554) ใหความหมาย คือ
น้ำเสียจากจุดตาง ๆ ของกิจกรรมในโรงงาน เชน อาคารสำนักงาน บานพักพนักงาน เปนตน โดยน้ำเสีย
อุตสาหกรรมแบงตามจุดกำเนิด ไดเปน 6 ประเภท [9] ดังนี้
1) น้ำเสียจากกระบวนการผลิต หมายถึง ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากขั้นตอนกระบวนการผลิตและการ
ลางวัตถุดิบทั้งหมด (ไมรวมน้ำหลอเย็นเครื่องจักร)
2) น้ำเสียจากระบบหลอเย็น (Cooling) หมายถึง ปริมาณน้ำที่ใชในการหลอเย็นเครื่องจักรทั้งหมดที่
เกิดขึ้นในโรงงาน รวมถึงน้ำเสียจากหมอน้ำ (Boiler) หมายถึง น้ำเสียที่เกิดจากการโบลดาวนหมอไอ
น้ำ
3) น้ำเสียจากการลางโรงงาน/เครื่องจักร หมายถึง น้ำทิ้งที่เกิดจากการลางทำความสะอาดโรงงานและ
เครื่องจักร ซึ่งไมนับรวมน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต
4) น้ำเสียจากอาคารสำนักงาน/โรงอาหาร หมายถึง น้ำทิ้งที่เกิดจากกิจกรรมทั่วไปในสวนของอาคาร
สำนัก และจากโรงงานอาหาร
5) น้ำเสียจากการผลิตน้ำใชในโรงงาน เชน น้ำลางยอนจากระบบกรองน้ำ น้ำจากการลางเรซินในระบบ
ทำน้ำออน (Softening water) เปนตน
6) น้ำทิ้งจากการใชงานอื่น ๆ หมายถึง น้ำทิ้งที่เกิดจากกิจกรรมตาง ๆ นอกเหนือจากกิจกรรมขางตน

ซึ่งอัตราการผลิตน้ำเสียและลักษณะน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมนั้นคอนขางแปรผันและแตกตางกัน
ตามประเภทของอุตสาหกรรมนั้น ๆ ดังแสดงในตารางที่ 3.3 นอกจากนี้ จะเห็นไดวาโรงงานโดยสวนใหญจะมี
อัตราการไหลแปรผันแตกตางกันตามชนิดของประเภทอุตสาหกรรม อีกทั้งมีคาความเขมขนของสารอินทรีย
และค า ของแข็ ง แขวนลอยสู ง ดั ง นั ้ น ในเบื ้ อ งต น ควรมี ก ระบวนการบำบั ด ขั ้ น ต น โดยมี บ  อ ปรั บ เสถี ย ร
(Equalization tank) ตอดวยตะแกรง (Screening) เพื่อบำบัดตะกอนขนาดใหญ และหากมีสารแขวนลอย
หรือคาความขุนมีคาสูงอาจใชกระบวนการสรางและรวมตะกอน (Coagulation and flocculation) รวมดวย
แลวจึงตอดวยกระบวนการทางชีวภาพซึ่งระบบที่เลือกใชนั้นขึ้นอยูกับความสามารถในการยอยสลายไดทาง
ชีวภาพ (Biodegradability) โดยพิจารณาจากสัดสวนของคาบีโอดีตอซีโอดี (BOD/COD) ดวยเชนกัน

39
ตารางที่ 3.3 ตัวอยางอัตราการผลิตน้ำเสียและลักษณะน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมตาง ๆ (ดัดแปลงจาก [8],[9],[13])
อัตราการเกิดน้ำเสีย โรงงานผลิตเบียร โรงกลั่นสุรา โรงงานผลิต โรงงานฟอกยอม โรงงานฟอกหนัง โรงงานหมึกพิมพ
และลักษณะน้ำเสีย [8] [8] กระดาษ [8] [9] [9] [13]
อัตราการไหลเฉลี่ย (ลบ.ม./วัน.) 2,500 60 27,240 - - 10
Qmax (ลบ.ม./วัน.) 4,320 - 36,320 - - 13
ชั่วโมงผลิต (ชม.) 24 8 24 - - 24
pH - 3.5-4.0 5-9 8.2-9.1 6.67-8.64 6.6-7.1
Temp (oC) 18-40 - 50-80 - - -
COD (มก./ล.) 1,250-2,550 100,000-150,000 5,080 300-1,200 2433-8100 32,850
BOD5 (มก./ล.) 800-1,600 59,000-120,000 2,540 110-400 958-4,200 4,350
TSS (มก./ล.) 150-500 1,000-2,000 1,600 43-140 1,027-4,361 21,107
40

TDS (มก./ล.) - - - - - -
TN (มก./ล.) 3 - - - - -
NH3-N (มก./ล.) - 1,200 - - - -
TKN (มก./ล.) 25-35 - - - 215-644 -
PO4-P (มก./ล.) 20-30 - - - - -
FOG (มก./ล.) - - - - - -
สี (Pt-Co) - - - 400-670 - 39,900
(ADMI)
ในที่นี้ ผูเขียนมีประสบการณในการออกแบบและปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม
กลุมยา (Pharmaceutical) อัตราการบำบัดสูงสุดที่ 20 ลูกบาศกเมตรตอวัน ที่มีลักษณะน้ำเสีย คือ pH BOD
และ COD มีคาเปน 5.61 969 และ 2,100 มิลลิกรัมตอลิตร ตามลำดับ โดยระบบบำบัดน้ำเสียที่เลือกในการ
ออกแบบ ประกอบดวย
1. Pump sump เปนบอพักน้ำเสียที่มาจากทุกแหลงกำเนิดน้ำเสียและใหเกิดกลไกการตกตะกอน
ดวยแรงโนมถวงเพื่อปองกันการอุดตันของตะกอนในเสนทอและเครื่องสูบน้ำ
2. Equalization tank เปนบอปรับเสถีย รน้ ำเสียโดยมี การปรั บ คา pH น้ำเสียดวยระบบควบคุ ม
อัตโนมัติดวย pH controller และ Metering pump โดยควบคุมให pH มีคาอยูระหวาง 6.5-7.5
3. กระบวนการบำบัดทางชีวภาพ ซึ่งเปนหัวใจหลักของระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพในการ
กำจั ด สารอิ น ทรี ย  ส ูง คือ ระบบตะกอนเร งแบบยืดเวลา (Extended activated sludge) เปน ระบบเลี้ยง
ตะกอนแบบยาวนานในถังเติมอากาศ และติดตั้งระบบเติมอากาศ โดยใช Air blower ผานหัว Diffuser เพื่อ
เติมออกซิเจนใหเพียงพอตอการดำรงชีวิตและเจริญเติบโตของจุลินทรียในน้ำเสีย จากนั้นน้ำที่ผานการบำบัดจะ
เขาสูถังตกตะกอน สวนน้ำใสจะไหลออกไปและตะกอนจะตกตะกอนลงสูดานลางของถัง โดยมีการปรับสมดุล
ของแบคทีเรียดวยการสูบตะกอนหมุนเวียนไปยังถังเติมอากาศ และตะกอนสวนเกินมีการระบายออกไปยังบอ
พักตะกอนตอไป มีระยะเวลาการกักเก็บนาน มีความตองการออกซิเจนสูงและสามารถรองรับ Shock load ได
ดี โดยมีไดอะแกรมของระบบบำบัดน้ำเสีย แสดงดังรูปที่ 3.4

รูปที่ 3.4 ตัวอยางรูปแบบระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานผลิตยาแหงหนึ่ง

3.3 หนวยปฏิบัติการทางกายภาพและเคมีในการบำบัดน้ำเสีย
จากองคประกอบของระบบบำบัดน้ำเสียโดยทั่วไปในหัวขอ 3.2 สามารถสรุปหนวยปฏิบัติการที่ใชใน
ระบบบำบัดน้ำเสีย ดังตารางที่ 3.4 โดยรายละเอียดของแตหนวยปฏิบัติการนั้นจะกลาวถึงในบทถัดไป

41
ตารางที่ 3.4 หนวยปฏิบัติการที่ใชกับระบบบำบัดน้ำเสีย (ดัดแปลงจาก [14])
ชื่อหนวยปฏิบัติการ ชนิดของหนวยกระบวนการ วัตถุประสงค
(กายภาพ/เคมี/ฟสิกสเคมี)
การบดตัด กายภาพ เพื่อบดตัดวัสดุลอยน้ำขนาดใหญใหเล็กลงเพื่อใหงายตอการผานตะแกรงหยาบ ใชติดตั้งที่บริเวณ
รางรับน้ำเสีย หรือสถานีสูบน้ำเสีย
ตะแกรงดักขยะ/ตะแกรงหยาบ กายภาพ เพื่อกักวัตถุลอยน้ำขนาดใหญดวยตะแกรง ใชติดตั้งที่บริเวณรางรับน้ำเสีย หรือสถานีสูบน้ำเสีย
ถังตกตะกอนขั้นตน กายภาพ เพื่อกำจัดตะกอนอินทรีย ที่สามารถตกตะกอนไดดวยตัวเอง ซึ่งอาจมีการใชสารเคมีรวมเพื่อให
เกิดการตกตะกอน
ถังปรับเสถียร กายภาพ เพื่อปรับสมดุลอัตราการไหลและคุณลักษณะของน้ำเสียใหคงที่ อาจมีการใสสารเคมีเพื่อใหคา pH
เปนกลางใหเหมาะสมสำหรับกระบวนการบำบัดทางชีวภาพ
การลอยตะกอนดวยการอัดอากาศ กายภาพ เพื่อใหฟองอากาศจับและพยุงอนุภาคของตะกอนแขวนลอยที่ไมสามารถตกตะกอนเองไดหรือ
42

ตกตะกอนยากใหลอยขึ้นสูผิวน้ำ
ถังเติมอากาศ กายภาพ/ชีวภาพ เปนการถายโอนออกซิเจนเพื่อใชจุลินทรียในระบบสามารถใชออกซิเจนในการยอยสลาย
สารอินทรียที่อยูในน้ำเสีย
การตกตะกอนขั้นที่สอง กายภาพ เพื่อแยกตะกอนจุลชีพหรือตะกอนเคมีและน้ำใสออกจากกัน
การระเหยและการแยกกาซ กายภาพ เพื่อแยกกาซแอมโมเนียในน้ำเสีย หรือสารระเหยแอมโมเนีย
ถังกรองทราย กายภาพ เพื่อแยกอนุภาคขนาดเล็กออกจากน้ำโดยผานเม็ดตัวกลางที่เปนทราย
ถังคารบอน ฟสิกสเคมี เพื่อแยกอนุภาคและสารอินทรียออกจากน้ำโดยการดูดติดผิวดวยตัวกลางมีความพรุน เชน สีและ
กลิ่นออกจากน้ำเพื่อการนำน้ำกลับไปใชซ้ำ
ตารางที่ 3.4 หนวยปฏิบัติการที่ใชกับระบบบำบัดน้ำเสีย (ตอ) (ดัดแปลงจาก [14])
ชื่อหนวยปฏิบัติการ ชนิดของหนวยกระบวนการ วัตถุประสงค
(กายภาพ/เคมี/ฟสิกสเคมี)
ถังเรซิน ฟสิกสเคมี เพื่อแยกสารอนินทรียหรือประจุที่ละลายน้ำดวยการแลกเปลี่ยนประจุ เชน โลหะหนัก แอมโมเนีย เพื่อ
การนำน้ำกลับไปใชซ้ำ
อัลตราฟวเตรชัน กายภาพ เพื่อแยกอนุภาคขนาดใหญออกจากน้ำโดยผานตัวกลางเยื่อเมมเบรนที่มีขนาดรูพรุนประมาณ 0.00001
มิลลิเมตร
ออสโมซิสผันกลับ กายภาพและเคมี เพื่อของแข็งละลายน้ำที่เปนไอออนดวยการกรองผานเมมเบรนโดยใชแรงดันยอนกลับในกระบวนการ
ออสโมซิสผลักใหสวนที่เปนน้ำผานเยื่อออกไปเพื่อการนำน้ำกลับไปใชซ้ำ
การอัดผานแผนกรอง/แผน กายภาพ เพื่อแยกน้ำออกจากตะกอนโดยเครื่องอัดตะกอนใหแนนตัวเพื่อรีดน้ำออกจากเนื้อตะกอนหรือผาน
กรองสายพาน สายพานที่หมุนเคลื่อนที่ผานลูกกลิ้ง
43

การทำตะกอนใหเขมขน กายภาพ เพื่อทำตะกอนเขมขนโดยเพิ่มความเขมขนของเนื้อตะกอนและลดปริมาตรตะกอนในถังดวยแรงโนมถวง


การใชแรงเหวี่ยงหนีศูนย กายภาพ เพื่อทำตะกอนเขมขนโดยการแยกน้ำออกจากตะกอนดวยแรงเหวี่ยงหนีศูนยกลาง
3.4 กฎหมาย/มาตรฐานที่เกี่ยวของกับน้ำเสีย
กฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวของกับน้ำเสีย จะแบงแยกตามประเภทแหลงกำเนิดและหนวยงานที่
ควบคุม และกำกับดูแล ซึ่งประกอบดวยขอกฎหมาย ดังตอไปนี้
1. มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด เปนกำหนดประเภทของ
อาคารเปนแหลงกำเนิดมลพิษที่จะตองถูกควบคุมการปลอยน้ำเสียลงสูแหลงน้ำสาธารณะหรือออก
สู  ส ิ ่ ง แวดล อ ม ซึ ่ ง แบ ง ตามประเภทของกิ จ กรรมและขนาด ได แ ก สถานศึ ก ษา โรงพยาบาล
หางสรรพสินคา โรงแรม อาคารชุด และภัตตาคาร เปนตน
2. มาตรฐานน้ำทิ้งจากที่ดินจัดสรร ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง
กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำ ทิ้งจากที่ดินจัดสรร ที่ดินจัดสรร แบงตามพื้นที่การจัดสรร
ในการประกอบกิจกรรม
3. มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน ตามประกาศกระทรวงทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสีย
รวมของชุมชน ซึ่งมีการเพิ่มพารามิเตอรตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งของคาฟอสฟอรัส จากเดิมไมมีการ
กำหนดคาฟอสฟอรัส แตปจจุบันไดมีการกำหนดเพื่อปองกันปญหาการเกิดสาหรายเบงบาน
4. มาตรฐานคุ ณภาพน้ ำ ทิ้ งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเปน การรวบรวม
เนื้อความจาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539)
เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหลงกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรม และ
นิ คมอุ ตสาหกรรม และประกาศกระทรวงอุ ตสาหกรรม ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ. 2539) เรื่อง กำหนด
คุณลักษณะของน้ำทิ้งที่ระบายออกจากโรงงาน รวมกับประกาศกรมเจาทา ที่ 419/2540 ลงวันที่
22 สิงหาคม 2540 เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหลงกำเนิดประเภท
โรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม

อยางไรก็ตามมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง เกณฑคุณภาพน้ำทิ้งจากแหลงกำเนิดตาง ๆ มีความ


แตกตางกันตามกิจกรรมที่กอใหเกิดน้ำเสียและน้ำทิ้ง รวมถึงจุดที่ปลอยน้ำทิ้งที่มีสวนเกี่ยวของกับการกำกับ
ดู แล โดยพบว า ค า มาตรฐานจะให ความสำคัญกับ คาความสกปรกในรูปของบีโอดีและซีโ อดี ไนโตรเจน
ฟอสฟอรัส ไขมันและน้ำมัน ซึ่งเปนคาพื้นฐานของน้ำทิ้งทุกชนิดเนื่องจากการกอใหเกิดปญหาคุณภาพน้ำใน
แหลงน้ำที่รองรับน้ำทิ้งดังกลาว รวมถึงการกอใหเกิดโรคที่สงผลตอสุขอนามัยของผูใชน้ำตอไป สามารถศึกษา
รายละเอียดเพิ่มเติมของแตละมาตรฐานไดจากภาคผนวก ข

3.5 บทสรุป
การบำบัดน้ำเสียที่มีการปนเปอนในรูปของของแข็งแขวนลอย ของแข็งละลาย คาความสกปรกใน
รูปแบบตาง ๆ นั้น จะมีระดับการควบคุมเกณฑตามกฎหมายที่เกี่ยวของของแหลงกำเนิด เพื่อใหการบำบัด
เปนไปตามคามาตรฐานที่ควบคุมดังกลาวมาแลวขางตน จะเห็นไดวาในการบำบัดน้ำเสียนั้น ประกอบดวย

44
หนวยปฏิบัติการทางกายภาพ หนวยกระบวนการทางเคมี และหนวยกระบวนการทางชีวภาพ ซึ่งเปนการ
ทำงานรวมกันของหนวยปฏิบัติการและหนวยกระบวนการ โดยขึ้นกับปริมาณและลักษณะน้ำเสียเปนหลักใน
การพิ จ ารณาเลื อ กใช กลไกในการบำบั ด เชน กลไกทางกายภาพเคมีและชี ว ภาพ เพื่อการบำบัดมลสาร
เฉพาะเจาะจงตอไป เชน การบดตัดเพื่อบดตัดวัสดุขนาดใหญใหเล็กลง และผานตะแกรงหยาบเพื่อปองกันการ
อุดตันของเครื่องสูบน้ำเสีย ในการกำจัดของแข็งแขวนลอย สามารถตกตะกอนไดดวยตัวเองหรืออาจมีการใช
สารเคมีรวมเพื่อใหเกิดการตกตะกอน หรืออาจใชกลไกการลอยตะกอนดวยการอัดอากาศสำหรับน้ำเสีย ที่
ตกตะกอนไดยาก เพื่อใหฟองอากาศจับและพยุงอนุภาคของตะกอนแขวนลอยใหลอยขึ้นสูผิวน้ำ เปนตน

45
คำถามทายบท
1. จงยกตัวอยางหนวยปฏิบัติการทางกายภาพ (Physical unit operation) ที่มักใชในระบบบำบัดน้ำเสีย
โดยทั่วไป พรอมระบุวัตถุประสงค
2. เพราะเหตุ ใ ดจึ ง นิ ย มใช ห น ว ยกระบวนการทางเคมี (Chemical unit process) ในการบำบั ด น้ ำ เสี ย
อุตสาหกรรม
3. จงระบุกิจกรรมที่กอใหเกิดน้ำเสียในชุมชนและแนวทางในเลือกหนวยปฏิบัติการในการบำบัดน้ำเสียชุมชน
4. จงคนควาขอมูลเพิ่มเติมของลักษณะน้ำเสียและหนวยปฏิบัติการที่นิยมใชในอุตสาหกรรมหลักของภาคใต
เชน อุตสาหกรรมยางพารา อุตสาหกรรมสกัดปาลมน้ำมัน เปนตน
5. หนวยปฏิบัติการที่ควรมีเบื้องตนสำหรับการรองรับน้ำเสียในกรณีฉุกเฉิน คือ หนวยปฏิบัติการใดและเพราะ
เหตุใด
6. จงระบุคาควบคุมของพารามิเตอรน้ำเสียตามกฎหมายน้ำทิ้งชุมชนและน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรม

46
เอกสารอางอิง
[1] United Nations, UN-Indicator 6.3.1, (n.d.). https://sdg6data.org/indicator/6.3.1 (สืบคนเมื่อ
10 กรกฎาคม 2564).
[2] กรมโรงงานอุตสาหกรรม. 2535. พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535
https://www.diw.go.th/hawk/news/62.pdf. (สืบคนเมื่อ 14 กรกฎาคม 2564).
[3] กรมควบคุมมลพิษ. 2545. น้ำเสียชุมชนและระบบบำบัดน้ำเสีย. พิมพครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: ครุ
สภาลาดพราว.
[4] สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดลอมแหงประเทศไทย. 2548. ศัพทบัญญัติและนิยามสิ่งแวดลอม. พิมพครั้งที่
1. กรุงเทพมหานคร: สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดลอมแหงประเทศไทย.
[5] กรมโรงงาน. 2560. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กําหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง
จากโรงงาน พ.ศ. 2560 https://www.diw.go.th/hawk/news/11 (สืบคนเมื่อ 14 กรกฎาคม
2564)
[6] กรมควบคุมมลพิษ. 2560. ระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน. http://pcd.go.th/info_serv/water_wt.html.
(สืบคนเมื่อ 14 กรกฎาคม 2564).
[7] Crini G. and E. Lichtfouse. 2019. Advantages and disadvantages of techniques used for
wastewater treatment. Environmental Chemistry Letter 17:145–155.
https://doi.org/10.1007/s10311-018-0785-9.
[8] กัลยากร ขวัญมา. 2560. หนวยกระบวนการทางสิ่งแวดลอม (Environmental Unit Processes).
พิมพครั้งที่ 1. ขอนแกน: มหาวิทยาลัยขอนแกน.
[9] กรมโรงงานอุตสาหกรรม. 2554. ระบบบำบัดมลพิษน้ำ. พิมพครั้งที่ 4. นครปฐม: สำนักงาน
พระพุทธศาสนาแหงชาติ.
[10] Safoniuk Mike. 2004. Wastewater Engineering: Treatment and Reuse. Chemical
Engineering 111(7): 10-11.
[11] Wijaya I.M.W. and E.S. Soedjono. 2018. Physicochemical characteristic of municipal
wastewater in tropical area: case study of Surabaya city, Indonesia. IOP
conference series: Earth and environmental science 135(1): 012018.
https://doi.org/10.1088/1755-1315/135/1/012018.
[12] Jazbec M. and A. Turner. 2020. Wastewater gas recovery opportunities in a circular
economy. Institute for Sustainable Futures: University of Technology Sydney.
[13] Maknakorn. W., Jutaporn. P. and W. Khongnakorn. 2019. Coagulation and adsorption
as pretreatments of thin-film composite-forward osmosis (TFC-FO) for ink printing
wastewater treatment. Water Science&Technology 79(5): 877-887.

47
[14] ศุภฤกษ สินสุพรรณ. 2550. หนวยปฏิบัติการสิ่งแวดลอม (Environmental Unit Operation).
พิมพครั้งที่ 1. ขอนแกน: มหาวิทยาลัยขอนแกน.

48

You might also like