You are on page 1of 18

เอกสารประกอบการสอน หน่ วยที่ 3

ชื่อวิชา งานไฟฟ้ าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น สอนครั้งที่ 3


ชื่อหน่ วย ตัวเก็บประจุ ชั่วโมงรวม 4
ชื่อเรื่อง ตัวเก็บประจุ จำนวนชั่วโมง 4

หัวข้ อเรื่อง
3. ตัวเก็บประจุ
3.1 หลักการเบื้องต้น
3.2 ปั จจัยที่มีผลกระทบต่อค่าการเก็บประจุ
3.3 ชนิดของตัวเก็บประจุ
3.4 หน่วยความจุ
3.5 การอ่านค่าความจุ
3.6 การต่อวงจรใช้งาน
3.7 การตรวจสอบตัวเก็บประจุ
จุดประสงค์ การเรียนรู้
1. อธิบายรายละเอียดของตัวเก็บประจุแบบต่าง ๆ ได้
2. อ่านค่าตัวเก็บประจุได้
3. ตรวจสอบตัวเก็บประจุได้
4. นำตัวเก็บประจุไปต่อในวงจรแบบต่าง ๆ ได้
5. มีความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์

เนือ้ หาสาระ
ตัวเก็บประจุ (CAPACITORS)
ตัวเก็บประจุ (Capacitor) หรื อบางครั้ง เราอาจเรี ยกว่า คอนเดนเซอร์ (Condenser) เป็ นอุปกรณ์ที่
ใช้ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์มากรองจากการใช้ตวั ต้านทานคุณสมบัติของตัวเก็บประจุคือความสามารถใน
การเก็บสะสมประจุไฟฟ้ า ( charge ) และคายประจุไฟฟ้ า ( Discharge ) ที่สะสมไว้ให้กบั วงจรได้ ถ้า
หากต่อวงจรให้มีแรงดันไฟฟ้ าคร่ อมตัวเก็บประจุ ตัวเก็บประจุจะทำการเก็บสะสมประจุไฟฟ้ าเอาไว้ใน
รู ปของสนามไฟฟ้ าโดยตัวเก็บประจุจะเพิม่ ขึ้นเรื่ อย ๆ จนมีคา่ เท่ากับแรงดันไฟฟ้ า ที่ต่อคร่ อมตัวมันแต่
การนำตัวเก็บประจุไปใช้งานจริ งค่าของแรงดันไฟฟ้ าที่ต่อคร่ อมตัวมันจะต้องไม่เกินกว่าค่าแรงดันใช้
งาน(Working Voltage) ที่กำหนดไว้สำหรับตัวเก็บประจุแต่ละตัวซึ่ งถ้าหาก แรงดันไฟฟ้ าที่คร่ อมตัวเก็บ
ประจุ มีคา่ สูงเกินกว่าแรงดันใช้งานจะทำให้ตวั เก็บประจุเสี ยหายได้และเมื่อตัวเก็บประจุได้มีการเก็บ
สะสมประจุเอาไว้แล้วหากค่าแรงดันไฟฟ้ าของวงจรที่ต่ออยูม่ ีค่าต่ำกว่าค่าของแรงดันที่ตวั เก็บประจุได้
ประจุเอาไว้มนั ก็จะคายประจุไฟฟ้ าออกมาจ่ายให้กบั วงจรที่ต่ออยู่

ลักษณะโครงสร้ างพืน้ ฐานของตัวเก็บประจุ


ลักษณะโครงสร้างพื้นฐานของตัวเก็บประจุน้ นั จะทำมาจากแผ่นตัวนำ 2 แผ่น วางขนานอยูใ่ กล้
กัน โดยมีฉนวนที่เรี ยกว่า “ไดอิเล็กตริ ค” ( Dielectric ) กั้นอยูต่ รงกลาง ฉนวนไดอิเล็กตริ คที่ใช้อาจจะ
เป็ นชนิด อากาศ , น้ำมัน , ไมก้า , เซรามิค , น้ำยาอิเล็กโตรไลท์ หรื ออื่น ๆ

รู ปที่ 1 แสดงโครงสร้างและสัญลักษณ์ของตัวเก็บประจุชนิดค่าคงที่

ในการที่จะอธิบายเกี่ยวกับการประจุของตัวเก็บประจุ เราสามารถพิจารณาจากตัวเก็บประจุแบบเพลต
ขนาน ดังแสดงในรู ปที่ 2 การประจุของตัวเก็บประจุ

รู ปที่ 2 ตัวเก็บประจุแบบแผ่นเพลตขนาน (Parallel-Plate Capacitor)

จากรู ปที่ 2 แสดงการประจุของตัวเก็บประจุ เมื่อทำการต่อตัวเก็บประจุเข้ากับแบตเตอรี่


แบตเตอรี่ จะจ่ายพลังงานทำให้มีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่ได้ท้ งั ๆ ที่ตวั เก็บประจุเป็ นตัวเปิ ดวงจรโดยมีไดอิ
เล็กตริ กกั้นระหว่างแผ่นเพลตทั้งสอง การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนนี้ เกิดขึ้นได้เพราะระยะห่างระหว่าง
แผ่นเพลตจะวางชิดกันและขนาดพื้นที่ของแผ่นเพลตเมื่อเปรี ยบเทียบกับระยะห่างระหว่างแผ่นเพลต แล้ว
จะใหญ่กว่ามาก แบตเตอรี่ จะพยายามผลักอิเล็กตรอนให้ออกจากขั้วลบไปยังแผ่นเพลตที่ต่ออยูแ่ ละ
อิเล็กตรอนจำนวนนี้จะผลักอิเล็กตรอนที่อยูบ่ นอีกแผ่นเพลตหนึ่ง ซึ่ งเป็ นไปตามกฎธรรมชาติของ
อิเล็กตรอนที่จะต้องผลักซึ่ งกันและกัน ระหว่างที่มีอิเล็กตรอนไหลไปยังแผ่นเพลตหนึ่งก็จะมีอิเล็กตรอน
จำนวนเท่ากันไหลออกจากอีกแผ่นเพลตหนึ่ง แต่มิใช่ไหลผ่านไดอิเล็กตริ กที่เป็ นฉนวนกั้น ถ้าตัวเก็บ
ประจุทำการประจุจนเต็มที่แล้วก็จะไม่มีกระแสไหลทั้งสองแผ่นเพลตสาเหตุที่เป็ น เช่นนี้เพราะแรงดัน
ของแบตเตอรี่ จะดันให้อิเล็กตรอนไหลได้เพียวจำนวนหนึ่งเท่านั้น และแผ่นเพลตนั้นจะมีประจุเป็ นลบ
ส่ วนอีกแผ่นเพลตที่อิเล็กตรอนถูกผลักออกไปก็จะเหลือเป็ นประจุบวก

ความจุของตัวคาปาซิเตอร์
ความจุ (Capacitance) คือ ความสามารถในการสะสมประจุไฟฟ้ า ของตัวคาปาซิ เตอร์ ซึ่ งจะขึ้ น
อยูก่ บั ส่ วนประกอบ 3 ประการ
1. พื้นที่ผวิ ของแผ่นตัวนำ
2. ระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำทั้งสองแผ่น
3. ชนิดของวัสดุที่ใช้เป็ นไดอิเล็กตริ ด

1. พื้นที่ผวิ ของแผ่นตัวนำ จะเป็ นสิ่ งสำคัญที่ใช้กำหนดขนาดของความจุ


(Capacitance) ทั้งนี้เพราะว่า แผ่นตัวนำที่มีพ้ืนที่มากจะสามารถรับจำนวนอิเล็กตรอนได้มากกว่าแผ่น
ตัวนำที่มีพ้ืนที่นอ้ ย ดังนั้นการที่เพิ่มเนื้อที่ของแผ่นตัวนำย่อมจะทำให้ค่าของความจุของตัวเก็บประจุเพิ่ม
ขึ้น การที่ลดเนื้ อที่ของแผ่นตัวนำลงจะทำให้ค่าความจุของตัว เก็บประจุลดน้อยลงตามไปด้วย

ความจุนอ้ ย ความจุสูง
รู ปที่ 3 แสดงพื้นที่ผวิ ตัวนำที่ผลต่อค่าความจุ

2. ระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำทั้งสองแผ่น จะมีผลต่อปฏิกริ ยาระหว่างแผ่นตัวนำทั้งสองแผ่นที่


วางขนานกัน โดยถ้าวางให้แผ่นตัวนำทั้งสองมีระยะใกล้ ๆ กัน ทำให้ค่าความจุระหว่างแผ่นตัวนำทั้งสอง
เพิ่มขึ้น และถ้าเราเลื่อนให้ผา่ นตัวนำทั้งสอง วางมีระยะห่างจากกันก็จะมีผลทำให้ค่าความจุระหว่างแผ่น
ตัวนำทั้งสองลดลง
สาเหตุที่เป็ นเช่นนี้เนื่องมาจากผลที่เกิดขึ้นจากประจุไฟฟ้ าบนแผ่นตัวนำหนึ่งส่ งมากระทำต่อ
ประจุไฟฟ้ า บนแผ่นตัวนำอีกแผ่นหนึ่ง โดยแผ่นตัวนำที่รับอิเล็กตรอนเพิ่มขึ้น จะมีประจุลบจะส่ งผล
ผลักดันให้อิเล็กตรอนที่อยูบ่ นแผ่นตัวนำตรงข้าม หลุดออกไปทำให้เกิดประจุบวกที่แผ่นตัวนำนี้ และ
ในเวลาเดียวกัน แผ่นตัวนำที่มีประจุบวกก็จะเหนี่ยวนำให้อิเล็กตรอนที่ไหลเข้ามาที่ แผ่นตัวนำตรงข้าม
เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดประจุลบบนแผ่นตัวนำที่รับอิเล็กตรอนเข้ามา

ความจุนอ้ ย ความจุสูง
รู ปที่ 4 แสดงระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำที่มีผลต่อความจุ

3. ชนิดของวัสดุที่ใช้ทำ เป็ นไดอิเล็กตริ ค เมื่อเราใช้ขนาดของพื้นที่ผวิ แผ่นตัวนำเท่ากัน


และระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำทั้งสองแผ่นก็คงที่สิ่งที่จะมีผลทำให้ความจุของ ต วั ค า ป า ซิ เ ต อ ร์
เปลี่ยนไปอีกคือ ชนิดไดอิเล็กตริ คที่นำมาใช้เป็ นฉนวนกั้นระหว่างแผ่นตัวนำ โดยส่ วนมากแล้วชนิดของ
ไดอิเล็กตริ คจะเปรี ยบเทียบกับฉนวนที่เป็ นอากาศเพราะ จะมีค า่ คงที่ข องไดอิเ ล็ก ตริ ค (Dielectric
Constant) เท่ากับ 1

ตารางแสดงชนิดของไดอิเล็คตริด
ชนิดของไดอิเล็กตริด ค่ าคงที่ของไดอิเล็กตริด (Dielectric Constant )
อากาศ (Air) 1
เซรามิค ( Ceramics ) 80-1,200
แก้ว (Glass) 8
ไมก้า (Mica) 3-8
น้ำมันมะกอก (Oil) 2-5
กระดาษชุบพาราฟี น (Paper) 2-6
ยางแข็ง (Rubber) 2-3.5
น้ำยาเคมี (Electolytic) 81

ค่าความจุของตัวเก็บประจุแต่ละตัวจะขึ้นอยูก่ บั โครงสร้างภายในตัวเก็บประจุ จากโครงสร้างพื้น


ฐานโดยทัว่ ไปของตัวเก็บประจุ ซึ่ งประกอบไปด้วยแผ่นตัวนำสองแผ่นวางขนานกัน และ มีสารประเภท
ฉนวนที่เรี ยกว่า ไดอิเล็กตริ ค ( Dielectric ) คัน่ อยู่ ดังนั้น ค่า ความจุข องตัว เก็บ ประจุ จะขึ้น อยูก่ บั
ตัวแปรเหล่านี้ โดยค่าความจุของตัวเก็บประจุจะแปรตามพื้นที่ผวิ ของแผ่นตัวนำที่ขนานกัน และแปร
ผกผันกับระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำ ทั้งสองนอกจากนี้ ยงั เปลี่ยนแปลงตามชนิดของไดอิเล็กตริ คที่
ใช้
อากาศ เซรามิค
ความจุนอ้ ย ความจุสูง
รู ปที่ 5 แสดงสารไดอิเล็กตริ กมีผลต่อค่าความจุ

สามารถเขียนความสัมพันธ์ของตัวแปรต่าง ๆในรู ปของสมการได้ดงั นี้


C = K (A/D)
C = ค่าความจุของตัวเก็บประจุ ( F )
A = พื้นที่หน้าตัดของแผ่นตัวนำ  m  2

D = ระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำ (m)
K = ค่าคงที่ของไดอิเล็กทริ ก

หน่ วยของความจุ (Unit of Capacitance)


ค่าความจุของตัวเก็บประจุ (Capacitance) เป็ นความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้ าของตัวเก็บ
ประจุมีหน่วยเป็ น ฟารัด (Farad) และปริ มาณของประจุไฟฟ้ าที่ประจุไว้มีหน่วยเป็ นคูลอมบ์ (Coulomb)
ค่าความจุ 1 ฟารัด หมายถึง ค่าความจุที่ตวั เก็บประจุสามารถเก็บประจุได้หนึ่งคูลอมบ์ เมื่อมี
แรงดันตกคร่ อมระหว่างแผ่นตัวนำทั้งสองของตัวเก็บประจุ 1 โวลต์
สามารถเขียนความสัมพันธ์ในรู ปของสมการได้ดงั นี้
C = Q/V
C = ค่าความจุ มีหน่วยเป็ น Farad (F)
Q = ประจุไฟฟ้ า มีหน่วยเป็ น Coulomb (Q)
V = แรงดันไฟฟ้ าที่คร่ อมตัวเก็บประจุ มีหน่วยเป็ น Volt (V)

***ฟารัด(FARAD)เป็ นหน่วยของความจุไฟฟ้ าได้มาจากชื่อนักวิทยาศาสตร์ผคู ้ น้ พบปรากฏการณ์น้ี


คือ ท่านไมเคิลฟราเดย์
ตัวเก็บประจุที่ใช้งานอยูโ่ ดยทัว่ ๆ ไปจะมีค่าไม่ถึงฟารัดจึงได้มีการแบ่งหน่วยย่อยเพื่อใช้ในการ
อ่านค่าความจุ ของตัวเก็บประจุดงั นี้
1 ฟารัด (F) = 1,000,000 ไมโครฟารัด (µF)
= 1,000,000,000 นาโนฟารัด (nF)
= 1,000,000,000,000 พิโกฟารัด (pF)

Capacitive Reactance ของตัวเก็บประจุ


ค่า Capacitive Reactance ของตัวเก็บประจุเป็ นค่าความต้านทานของตัวเก็บประจุ เมื่อตัวเก็บ
ประจุน้ นั ต่ออยูก่ บั แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ าสลับ โดยปกติแล้วถ้าหากนำเอาตัวเก็บประจุไปต่อเข้ากับแรง
ดันไฟฟ้ ากระแสตรง ไฟฟ้ ากระแสตรงจะไม่สามารถไหลผ่านตัวเก็บประจุได้เนื่องจากโครงสร้างของตัว
เก็บประจุ ที่ประกอบขึ้นจากแผ่นตัวนำทั้งสอง โดยที่แผ่นตัวนำทั้งสองนั้นไม่ได้ต่อถึงกันแต่จะมีฉนวนที่
เรี ยกว่า Dielectric คัน่ อยูไ่ ฟฟ้ ากระแสตรงจึงผ่านไม่ได้ ค่าความต้านทางของตัวเก็บประจุในขณะนั้นจึง
มีคา่ สู งสุ ดเป็ นอนันต์ แต่เมื่อใดที่แรงดันไฟฟ้ าที่ต่อคร่ อมตัวเก็บประจุมีการเปลี่ยนแปลง จะทำให้มี
การ Charge และ Discharge ขึ้นการ Charge หรื อ Discharge นี้จะทำให้เสมือนเกิดการไหล
ของกระแสไฟฟ้ าขึ้นในวงจร โดยการเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้ า หรื อความถี่ของกระแสไฟฟ้ าสลับ
จะแปรผกผันกับความต้านทางของตัวเก็บประจุ หรื อ Capacitive Reactance
เขียนเป็ นสูตรได้ดงั นี้
1
Xc 
2FC
เมื่อ Xc เป็ นค่า Capacitive Reactance มีหน่วยเป็ นโอห์ม
F ความถี่ของไฟฟ้ าสลับมีหน่วยเป็ น Hz
C เป็ นค่าความจุของตัวเก็บประจุมีหน่วยเป็ น Farad

ตัวอย่าง จงหาค่า Capacitive eactance ของตัวเก็บประจุค่า 1000 uF เมื่อต่อยูก่ บั แรงดันไฟฟ้ าสลับที่มี


ความถี่ 50 Hz และ 100 Hz
หาค่า Capacitive Reactance ที่ความถี่ 50 Hz
เมื่อ F = 50 Hz
C = 1000 uF หรื อ 0.001 F
1
แทนค่า Xc 
2x1000 x10  6 x50
= 3.18 โอห์ม

หาค่า Capacitive Reactance ที่ความถี่ 100 Hz


เมื่อ F = 100 Hz
C = 1000 uF หรื อ 0.001 F
1
แทนค่า Xc 
2x1000 x10  6 x100
= 1.59 โอห์ม

ชนิดของตัวเก็บประจุ
ในปัจจุบนั นี้ ตวั เก็บประจุที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมีอยูม่ ากมายหลายชนิดและหลาย รู ปร่ างซึ่ งมี
ขนาดของค่าความจุต ่ำ ๆ จนถึงความจุสูงถึงหลายฟารัดดังจะแสดงตัวเก็บประจุชนิด ต่าง ๆ ในรู ปที่ 6
ชนิดปรับค่าได้ ชนิดกระดาษ ชนิดอิเล็กโทรไลท์ติก

ชนิดเปลี่ยนค่าได้ ชนิดเซรามิค ชนิดไมก้า


รู ปที่ 6 แสดงตัวเก็บประจุชนิดต่าง ๆ

การแบ่งชนิดของตัวเก็บประจุจะจำแนกออกเป็ น 3 ชนิดคือ
1. ตัวเก็บประจุชนิดค่าคงที่ (Fixed Capacitor)
2. ตัวเก็บประจุชนิดเปลี่ยนค่าได้ (Variable Capacitor)
3. ตัวเก็บประจุชนิดปรับค่าได้ (Adjustable Capacitor)
1. ตัวเก็บประจุชนิดค่าคงที่ เป็ นตัวเก็บประจุที่มีคา่ ความจุคงที่ ซึ่ งสามารถแบ่งชนิดตามวัสดุ
ฉนวนที่นำมาใช้ทำไดอิเล็กตริ ก ได้ดงั ต่อไปนี้
- ตัวเก็บประจุชนิดกระดาษ (Paper Capacitor)
- ตัวเก็บประจุชนิดไมก้า (Mica Capacitor)
- ตัวเก็บประจุชนิดเซรามิค (Ceramic Capacitor)
- ตัวเก็บประจุชนิดพลาสติก (Plastic Capacitor)
- ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรไลท์ติก (Electrolyric Capacitor)

ตัวเก็บประจุชนิดกระดาษ เป็ นตัวเก็บประจุที่ใช้กระดาษชุบไข หรื อน้ำมัน (Oil) เป็ นฉนวนไดอิ


เล็กตริ ก โครงสร้างของตัวเก็บประจุชนิดนี้ จะประกอบไปด้วยแผ่นเพลต 2 แผ่นที่เป็ นแผ่นดีบุกรี ดจนบาง
คัน่ กลางด้วยกระดาษชุบไขแล้วนำมาม้วนเข้าเป็ นท่อนกลม จากแผ่นเพลตทั้งสองแต่ละข้างจะถูกต่อขาที่
เป็ นลวดตัวนำออกมาใช้งาน ตัวเก็บประจุจะถูกหุม้ ห่อด้วยฉนวนไฟฟ้ าชนิดต่าง ๆ แล้วแต่บริ ษทั ผูผ้ ลิต
อย่างเช่น ปลอกกระดาษแข็ง กระเบื้องเคลือบ กระดาษอาบขี้ผ้ งึ เป็ นต้น เพื่อป้ องกันความชื้นและฝุ่ น
ละออง ดังแสดงในรู ปที่ 6
รู ปที่ 7 ตัวเก็บประจุชนิดกระดาษ

ตัวเก็บประจุชนิดกระดาษจะมีค่าความจุไม่สูงมากนัก ซึ่ งจะเขียนบอกไว้ที่ขา้ ง ๆ ตัวเก็บประจุ


คืออยูใ่ นพิสยั จาก 10 pF ถึง 10 uF อัตราทนไฟสู งประมาณ 150 โวลต์ จนถึงหลายพันโวลต์ โดยมากนิยม
ใช้ในวงจรจ่ายกำลังไฟสูง

ตัวเก็บประจุชนิดไมก้า เป็ นตัวเก็บประจุที่ใช้แผ่นไมก้าเป็ นฉนวนไดอิเล็กตริ กส่ วนมากตัวเก็บ


ประจุชนิดนี้จะถูกทำเป็ นรู ปสี่ เหลี่ยมเพราะแผ่นไมก้าจะมีคุณสมบัติมราแข็งกรอบโครงสร้างของมันจะ
ประกอบด้วยแผ่นเพลตโลหะบาง ๆ อาจใช้หลาย ๆ แผ่นวางสลับซ้อนกัน แต่จะต้องคัน่ ด้วยฉนวนไมก้า
ดังแสดงในรู ปที่ 7 ซึ่ งตัวเก็บประจุจะถูกหุม้ ห่อด้วยฉนวนจำพวกเมกาไลท์เพื่อป้ องกันการชำรุ ดสึ กหรอ

รู ปที่ 8 โครงสร้างตัวเก็บประจุชนิดไมก้า

ตัวเก็บประจุชนิดไมก้าจะมีค่าความจุอยูใ่ นพิสยั จาก 1.5 pF ถึง 0.1 uF มีอตั ราทนแรงไฟได้สูง


มากประมาณ 350 โวลต์ จนถึงหลายพันโวลต์ โดยบริ ษทั ผูผ้ ลิตจะพิมพ์บอกค่าความจุอตั ราทนแรงไฟ
และค่าความคลาดเคลื่อนไว้บนตัวของมัน หรื อบางทีกใ็ ช้สีแต้มบอกเป็ นโค้ดที่ตวั เก็บประจุน้ ีซ่ ึ งจะได้
กล่าวถึงต่อไป ส่ วนการใช้งานของตัวเก็บประจุชนิดไมก้า นิยมใช้งานในวงจรความถี่วิทยุ (RF) และวงจร
ที่มีแรงดันไฟสูงมาก ๆ

ตัวเก็บประจุชนิดเซรามิค เป็ นตัวเก็บประจุที่ใช้ไดอิเล็กตริ กที่ทำมาจากฉนวนจำพวกกระเบื้อง


หรื อที่เรี ยกว่า “เซรามิค” ซึ่ งมีโครงสร้างของตัวเก็บประจุ ดังแสดงในรู ปที่ 9
รู ปที่ 9 โครงสร้างตัวเก็บประจุชนิดเซรามิค

ตัวเก็บประจุชนิดเซรามิคจะมีรูปร่ างแบบแผ่นกลม (Disc) และแบบรู ปทรงกระบอก (Tubular)


ซึ่ งจะมีค่าความจุอยูใ่ นพิสยั จาก 1.5 pF ถึง 0.10 uF อัตราทนแรงดันไฟประมาณ 500 โวลต์

ตัวเก็บประจุชนิดพลาสติก เป็ นตัวเก็บประจุชนิดที่มีลกั ษณะโครงสร้างเหมือนกับตัวเก็บประจุ


ชนิดกระดาษมากที่สุด แต่จะใช้ไดอิเล็กตริ กที่เป็ นแผ่นฟิ ล์มที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ไมลาร์
(Mylar) โพลีสไตรี น (Polystyrene) และอื่น ๆ โดยนำมาคัน่ ระหว่าแผ่นเพลตทั้งสองแผ่นแล้วม้วนพับให้
มีลกั ษณะเป็ นรู ปทรงกระบอก ดังจะแสดงในรู ปที่ 9

(ก) โครงสร้างของตัวเก็บประจุ

(ข) รู ปร่ างของตัวเก็บประจุ


รู ปที่ 10 ตัวเก็บประจุชนิดพลาสติก

ตัวเก็บประจุชนิดพลาสติกจะมีค่าความจุอยูใ่ นช่วงตั้งแต่ 2 uF ขึ้นไปและอัตราทนกำลังไฟตั้งแต่


200 ถึง 600 โวลต์
ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรไลท์ ติก เป็ นตัวเก็บประจุที่ใช้น ้ำยาอิเล็กโทรไลท์เป็ นแผ่นข้างหนึ่ง
แทนโลหะ และอีกแผ่นหนึ่งเป็ นแผ่นโลหะมีเยือ่ บาง ๆ ที่เรี ยกว่า “ฟิ ล์ม” (Film) หุม้ อยูเ่ ยือ่ บาง ๆ นี้คือ ได
อิเล็กตริ ก หรื อแผ่นกั้น ซึ่ งจะแสดงโครงสร้างของตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรลิติกในรู ปที่ 11(ก)

(ก) โครงสร้างของตัวเก็บประจุ

(ข) รู ปร่ างของตัวเก็บประจุ (ค) สัญลักษณ์


รู ปที่ 11 ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรลิติก

จากรู ปที่ 11 (ข) จะแสดงลักษณะรู ปร่ างของตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรไลท์ติก ซึ่ งส่ วนมากจะ


บรรจุใน กระป๋ องอะลูมิเนียมทรงกลมยาว และจะมีข้ วั บอกไว้อย่างชัดเจน ว่าขั้วใดเป็ นขั้วบวกและลบ
สัญลักษณ์ของตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรไลท์ติกดังแสดงในรู ปที่ 11 (ค) การต่อขั้วของตัวเก็บประจุชนิด
อิเล็กโทรไลท์ติกในการใช้งานเราจะต้องมีความระมัดระวังให้มากที่สุด ถ้าหากว่าเราต่อผิดขั้วจะมีผล
ทำให้กระแสไฟเข้าไปทำลายเยือ่ ที่เป็ นไดอิเล็กตริ กชำรุ ดเสี ยหายได้
ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรไลท์ติกจะสามารถทำให้มีคา่ ความจุได้สูงนับเป็ นร้อย ๆ ไมโครฟารัด
โดยที่ตวั เก็บประจุจะมีขนาดเล็ก ค่าความจะที่ใช้งานจะอยูใ่ นช่วงสองสามไมโครฟารัดจนถึงมากกว่า
100 uF และอัตราทนกำลังไฟตั้งแต่ 5 โวลต์จนถึง 700 โวลต์ ซึ่ งนิยมนำไปใช้ในวงจร ดี.ซี .
ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรลิติกจะมีขอ้ เสี ยอันเนื่องมาจากค่าสู ญเสี ยจากสารไดอิเล็กตริ กที่มีค่า
มาก แต่จะมีตวั เก็บประจุอีกชนิดหนึ่งที่ใช้หลักการเดียวกับตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรลิติก คือ ตัวเก็บ
ประจุแบบแทนทาลัม (Tantalum Electrolytic Capacitor)
ตัวเก็บประจุชนิดแทนทาลัม เป็ นตัวเก็บประจุที่ใช้สารแทนทาลัมทำเป็ นขั้วบวกแทนแผ่นโลหะ
ส่ วนสารอิเล็กโทรไลต์ที่ใช้ทำเป็ นไดอิเล็กตริ กนั้นจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ แบบโซลิดอิเล็กโทรไลต์ (Soilid
Electrolyte) และแบบซัลฟูริก แอซิต (Sulfuric Acid) เมื่อนำตัวเก็บประจุชนิดนี้ ไปเปรี ยบเทียบกับตัวเก็บ
ประจุชนิดอิเล็กโทรลิติกแล้วปรากฏว่าตัวเก็บประจุชนิดแทนทาลัมจะมีคุณสมบัติการรั่วของกระแส
คุณสมบัติทางความถี่และอุณหภูมิที่ดีกว่า ดังแสดงรู ปร่ างของตัวเก็บประจุแทนทาลัม ในรู ปที่ 12

ค่าความคลาดเคลื่อน สี ทอง  5% สี เงิน  10%


สี เขียว  20% สี ม่วง  20 + 5%
รู ปที่ 12 ตัวเก็บประจุชนิดแทนทาลัม

ตัวเก็บประจุชนิดแทนทาลัมจะมีคา่ ความจุต้ งั แต่ 0.001 ถึง 1,000 uF อัตราทนแรงดันไฟ 6 โวลต์


ถึง 120 โวลต์ แต่ค่าความจุที่มีขายในท้องตลาดจะมีค่า 0.1 uF ถึง 100 uF การใช้งานของตัวเก็บประจุชนิด
แทนทาลัมคือใช้กบั วงจรกำจัดสัญญาณรบกวน วงจรคัปปลิ้งและอื่น ๆ
2. ตัวเก็บประจุชนิดปรับค่าได้ บางครั้งนิยมเรี ยกว่า “วาริ เอเบิ้ล คาพาซิ เตอร์” ซึ่ งมีลกั ษณะ
โครงสร้างที่ประกอบด้วยแผ่นโลหะ 2 ชุด ชุดละหลาย ๆ แผ่นซ้อนกันอยู่ คือชุดหนึ่งสามารถเคลื่อนที่ได้
โดยการหมุนแกนที่เรี ยกว่า “โรเตอร์” (Rotor) และชุดอยูก่ บั ที่จะเรี ยกว่า “สเตเตอร์” (Stator) ซึ่ งจะลอยตัว
โดยมีฉนวนจำพวกเบกาไลต์หรื อกระเบื้องเป็ นยึดตรึ งไว้กบั ตัวถังของตัวเก็บประจุ ดังแสดงในรู ปที่ 13

(ก) รู ปร่ างตัวเก็บประจุ (ข) สัญลักษณ์ของตัวเก็บประจุ


รู ปที่ 13 ตัวเก็บประจุชนิดปรับค่าได้
ตัวเก็บประจุชนิดปรับค่าได้จะใช้อากาศเป็ นไดอิเล็กตริ ก และค่าความจุของตัวเก็บประจุชนิดนี้
จะมีคา่ เปลี่ยนได้ เมื่อเขาหมุนแกนของโรเตอร์โดยถ้าหมุนให้แผ่นโลหะทั้งสองวางขนานกันมากที่สุด
ค่าความจุของตัวเก็บประจุจะมีค่ามากแต่ถา้ หมุนให้แผ่นโลหะทั้งสองแผ่นวางซ้อนกันน้อยที่สุด ค่าความ
จุของตัวเก็บประจุจะมีค่าน้อย โดยทัว่ ไปตัวเก็บประจุชนิดปรับค่าได้ จะมีค่าความจุประมาณ 10 pF ถึง
400 pF การนำไปใช้งานนิยมใช้ในวงจรจูนเนอร์ของเครื่ องรับวิทยุ
3. ตัวเก็บประจุชนิดเปลีย่ นค่าได้ เป็ นตัวเก็บประจะที่มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยแผ่นโลหะบาง
ๆ วางซ้อนกันหลาย ๆ อัน แต่ละอันจะมีแผ่นไมก้าวางรองเป็ นไดอิเล็กตริ กคัน่ ระหว่าแผ่นโลหะและตรง
กลางจะมีสกรู ขนั ไว้เพื่อให้แผ่นโลหะที่วางซ้อนกันมีระยะชิดกันหรื อห่างกันได้ การปรับแต่งที่สกรู กเ็ พื่อ
ต้องการให้ค่าความจุของตัวเก็บประจุเปลี่ยนแปลงได้ ดังแสดงในรู ปที่ 14
รู ปที่ 14 ตัวเก็บประจุชนิดเปลี่ยนค่าได้

การใช้งานถ้าเรานำเอาตัวเก็บประจุชนิดนี้ มาต่อขนานกันจะถูกเรี ยกว่า “ทริ มเมอร์” (Trimmers)


ซึ่ งส่ วนมากจะถูกใช้งานร่ วมกับวาริ เอเบิ้ลคาพาซิ เตอร์ และถ้าต่อตัวเก็บประจุชนิดนี้ แบบอันดับจะเรี ยก
ว่า “แพดเดอร์” (Padders)

อัตราทนแรงดันไฟของตัวเก็บประจุ
ตัวเก็บประจุทุกตัวจะมีอตั ราทนแรงดันไฟบอกไว้เป็ นค่าของแรงดันไฟฟ้ ากระแสตรง(V.D.C.)
สู งสุ ดที่ตวั เก็บประจุแต่ละตัวนั้นจะใช้งานได้อย่างปลอดภัย เราไม่ควรนำเอาตัวเก็บประจุที่มีอตั ราทน
แรงดันไฟต่ำไปใช้ที่วงจรมีแรงดันไฟที่สูงกว่า เพราะมันจะทำให้ตวั เก็บประจุเกิดการชำรุ ดเสี ยหายแต่ถา้
เรานำเอาตัวเก็บประจุ ที่มีอตั ราทนแรงดันไฟสู ง ๆ ไปใช้กบั วงจรที่มีแรงดันไฟต่ำกว่า ซึ่ งมันจะเป็ นการ
สร้างความปลอดภัยต่อแผ่นไดอิเล็กตริ กที่จะไม่ทะลุหรื อเกิดวงจรลัด (Short Circuit) ที่ตวั เก็บประจุ
เพราะฉะนั้นในการเลือกใช้ตวั เก็บประจุ จะต้องคำนึงถึงค่าอันตราทนแรงดันไฟของตัวเก็บ
ประจุแต่ละตัวว่ามีค่าเท่าไร ซึ่ งค่าความจุของตัวเก็บประจุแต่ละตัวอาจจะมีค่าเท่ากันได้ แต่ค่าอัตราทน
แรงดันไฟอาจแตกต่างกันได้ อย่างเช่น ตัวเก็บประจุคา่ 10 uF 6 V กับ 10 uF 12 V เป็ นต้น
อัตราทนแรงดันไฟของตัวเก็บประจุโดยมากจะเขียนบอกไว้ที่ตวั เก็บประจุ ดังนี้ คือ อัตราทน
แรงดันไฟใช้งาน (Working Voltage) ใช้ตวั ย่อ W.V. หรื ออัตราทนแรงดันไฟสู งสุ ดที่จะใช้ได้ (Testing
Voltage) ใช้ตวั ย่อ T.V. ในการใช้งานควรจะเลือกใช้คา่ ทนแรงดันไฟฟ้ าสู งกว่าแรงดันที่ใช้ในวงจร

การต่ อตัวเก็บประจุแบบวงจรอันดับและขนาน
ในวงจรไฟฟ้ าเก็บประจุที่มีการต่อใช้งานมากกว่า 2 ตัวขึ้นไป ย่อมจะมีผลต่อค่าความจุและ
อัตราทนแรงดันไฟ ซึ่ งจะขึ้นอยูก่ บั ลักษณะการต่อวงจรของตัวเก็บประจุ โดยทัว่ ไปจะมีการต่อวงจรอยู่
2 แบบ คือ แบบอันดับ (Capacitor in series) และแบบขนาน (Capacitor in parallel)
การต่ อตัวเก็บประจุแบบอันดับ จะมีลกั ษณะการต่อวงจรคือ แผ่นเพลตขั้วลบของตัวเก็บประจุ
ตัวหนึ่งจะถูกต่อเข้ากับแผ่นเพลตขั้วบวกของตัวเก็บประจุอีกตัวหนึ่ง ในลักษณะวงจรอันดับกันไปเรื่ อย
ๆ ดังแสดงในรู ปที่ 15 การต่อตัวเก็บประจุในลักษณะนี้ จะมีผลต่อวงจรโครงสร้างของไดอิเล็กตริ กที่มี
ขนาดความหนาเพิ่มขึ้น ดังนั้นผลรวมค่าความจุของวงจรจะมีคา่ ลดลง แต่อตั ราทนแรงดันไฟในวงจรนี้
จะมีคา่ เท่ากับผลรวมของอัตราทนไฟของตัวเก็บประจุแต่ละตัวรวมกัน
C 1 C 2 C 3 C N

รู ปที่ 15 การต่อตัวเก็บประจุแบบอันดับ

สมการค่าความจุของตัวเก็บประจุแบบอันดับคือ
1 1 1 1 1
   ...
C T C1 C 2 C 3 Cn

ถ้าเราใช้ตวั เก็บประจุ 2 ตัวต่ออันดับกัน เราสามารถพิจารณาสู ตรค่าความจุได้คือ


C 1 xC 2
CT 
C1  C 2

ตัวอย่ างที่ 4 ตัวเก็บประจุ 2 ตัวมีค่า 4 uF และ 8 uF ทำการต่ออันดับกันและใช้แบตเตอรี่ 12 โวลต์ จ่าย


แรงดันไฟให้แก่วงจร จงหา
1. ค่าความจุรวมของวงจรมีค่าเท่าไร
วิธีทำ กำหนดให้ C1 = 4 uF, C2 = 8 uF
1) จากสมการที่ 12
C1 xC 2 4x8
CT  
C1  C 2 4  8
= 2.7 uF
การต่ อตัวเก็บประจุแบบขนาน จะมีลกั ษณะการต่อวงจรคือแผ่นเพลตขั้วบวกของตัวเก็บประจุ
ทุกตัวจะถูกต่อเข้าด้วยกัน และแผ่นเพลตขั้วลบของตัวเก็บประจุทุกตัวก็จะถูกต่อเข้าด้วยเช่นกันใน
ลักษณะการต่อวงจรแบบขนาน ดังแสดงในรู ปที่ 16 ผลที่เกิดขึ้นกับวงจรตัวเก็บประจุแบบนี้ คือความจุ
รวมจะมีค่าเท่ากับผลรวมค่าความจุไฟฟ้ าของตัวเก็บประจุแต่ละตัวในวงจรขนานรวมกันและอัตราทน
แรงดันไฟในวงจรนี้ จะมีคา่ เท่ากันหรื อเท่ากับอัตราทนแรงดันไฟของตัวเก็บประจุที่มีค่าน้อยที่สุด

c1

c2

c3

cN
รู ปที่ 16 การต่อตัวเก็บประจุแบบขนาน

สมการค่าความจุของตัวเก็บประจุแบบขนานคือ

CP = C1 + C2 + C3 + ... + Cn
ตัวอย่ างที่ 5 วงจรตัวเก็บประจุ 3 ตัว มีการต่อวงจรดังแสดงในรู ปที่ 18 จงคำนวณหา
1. ค่าความจุรวมของวงจร

C 1= 2uF C 2= 5uF C p= 7uF

6V 6V
C 3= 3uF C 3= 3uF

(ก) วงจรจริง (ข) วงจรสมมูล


รู ปที่ 17

วิธีทำ 1) พิจารณาที่ C1 ต่อขนานกับ C2 (จากสมการ)


 CP = C1 + C2 = 2 uF + 5 uF
= 7 uF
- หาค่าความจุรวม พิจารณาจากวงจรสมมูลในรู ปที่ 16 (ข)
C 1 xC 2
Cs 
C1  C 2
= (7 uF)(3 uF)
7 uF + 3 uF
= 2.1 uF

การอ่ านค่ าความจุของตัวเก็บประจุ


ตัวเก็บประจุชนิดค่าคงที่ส่วนมากจะทำเครื่ องหมายสัญลักษณ์ของค่าความจุ อัตราทนแรงดันไฟ
สัมประสิ ทธิ์ อุณหภูมิและค่าความคลาดเคลื่อนของตัวเก็บประจุที่เป็ นรหัสตัวเลข หรื อรหัสสี โดยจะพิมพ์
ค่ารหัสติดไว้ขา้ ง ๆ หรื อรอบ ๆ ตัวเก็บประจุโดยจะมีการอ่านค่าความจุที่เป็ นรหัสได้ดงั นี้
การอ่านค่าความจุแบบรหัสตัวเลข ซึ่ งจะมีวิธีการอ่านที่พิจารณาได้อยู่ 2 แบบคือ
- การอ่านค่าความจุและอัตราทนแรงดันไฟจากค่าที่พิมพ์ติดไว้ที่เก็บประจุได้โดยตรงซึ่ งส่ วนมาก
จะเป็ นตัวเก็บประจุที่มีขนาดใหญ่ เช่น ตัวเก็บประจุชนิดกระดาษ ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรลิติกและ
แทนทาลัม เป็ นต้น
- การอ่านค่าความจุที่เป็ นรหัสตัวเลข ส่ วนมากจะเป็ นตัวเก็บประจุที่มีค่าความจุนอ้ ยและขนาด
เล็ก เช่น ตัวเก็บประจุชนิดไมลาร์และตัวเก็บประจุชนิดเซรามิค เป็ นต้น โดยค่ารหัสตัวเลขของตัวเก็บ
ประจุน้ ี ถ้าอ่านรหัสตัวเลขเป็ นเลขจำนวนเต็มและมีหน่วยเป็ นพิโคฟารัด (pF) และถ้าอ่านเป็ นเลข
จุดทศนิยมจะมีหน่วยเป็ นไมโครฟารัด (F) ส่ วนค่าความคลาดเคลื่อนของตัวเก็บประจุจะใช้รหัสเป็ นตัว
ภาษาอังกฤษ คือ
อักษร J หมายถึงค่าความคลาดเคลื่อน  5%
อักษร K หมายถึง ค่าความคลาดเคลื่อน  10%
อักษร L หมายถึงค่าความคลาดเคลื่อน  15%
อักษร M หมายถึงค่าความคลาดเคลื่อน  20%
ตัวอย่ าง การอ่านค่ารหัสตัวเลขของตัวเก็บประจุ
- 103K50 หมายถึง ตัวเก็บประจุมีค่าความจุ 10  103 = 10,000 pF หรื อ 0.01 F ค่าความคลาด
เคลื่อน 10% อัตราทนแรงดันไฟ 50 โวลต์
- 202J50 หมายถึง ตัวเก็บประจุมีค่าความจุ 20  102 = 2,000 pF หรื อ 0.002 F ค่าความคลาด
เคลื่อน  5% อัตราทนแรงดันไฟ 50 โวลต์
- 0.22L50 หมายถึง ตัวเก็บประจุมีค่าความจุ 0.22 F ค่าความคลาดเคลื่อน  15% อัตราทนแรง
ดันไฟ 50 โวลต์
การอ่านค่าความจุแบบรหัสสี จะมีวธิ ี การอ่านอยูด่ ว้ ยกันหลายแบบแต่มีหลักเกณฑ์ในการอ่านที่
ไม่ค่อยแน่นอนแล้วแต่บริ ษทั ผูผ้ ลิตเป็ นผูกำ
้ หนด ในปั จจุบนั การอ่านค่าความจุดว้ ยวิธีน้ ี จะไม่ค่อยนิยมใช้
ส่ วนมากใช้ในการกำหนดค่าความจุตวั เก็บประจุชนิดไมก้าและเซรามิคการกำหนดค่าของรหัสสี ของตัว
เก็บประจุจะเหมือนกับค่ารหัสสี ของตัวต้านทาน ดังแสดงในตารางที่ 3 ค่าความจุที่อ่านได้จากรหัสจะมี
หน่วยเป็ นพิโคฟารัด (pF)
ตารางที่ 3 ค่ารหัสสี ของตัวเก็บประจุ
Color Code System
Voltage
Color First second Rating
Digit Digit Multiplier Tolerance (Volts)
Black 0 0 0 20 -
Brown 1 1 10 1 100
Red 2 2 100 2 200
Orange 3 3 1,000 3** 300
Yellow 4 4 10,000 4** 400
Green 5 5 100,000 5 500
Blue 6 6 1,000,000 6 600
Violet 7 7 10,000,000 7 700
Gray 8 8 100,000,000 8 800
White 9 9 1,000,000,000 9 900
Gold - - 0.1 5 1,000
Silver - - 0.01 10 2,000

ตัวอย่ าง การอ่านค่ารหัสสี ของตัวเก็บประจุแบบง่าย ๆ


- ตัวเก็บประจุชนิดไมก้าแบบรหัสสี 3 จุด (Three-dot Code) มีอตั ราทนแรงดันไฟ 500 โวลต์
และค่าความคลาดเคลื่อน 20% ดังรู ปที่ 18 ที่ใช้รหัสของ Electronic Industries Association (EIA)
รู ปที่ 18 ตัวเก็บประจุชนิดไมก้าแบบรหัสสี (EIA) 3 จุด ค่าความจุ 580 pF
- ตัวเก็บประจุชนิดไมก้าแบบรหัสสี (EIA) 6 จุด (Six-dot) ดังแสดงในรู ปที่ 19

รู ปที่ 19 ตัวเก็บประจุชนิดไมก้าแบบรหัสสี (EIA) 6 จุด ค่าความจุ 2500 pF

ค่าความคลาดเคลื่อน  10% และสัมประสิ ทธิ์ อุณหภูมิ  1000 ppm.


- ตัวเก็บประจุชนิดเซรามิคที่มีรูปร่ างทรงกระบอก จะมีการทำรหัสสี เป็ นจุดหรื อแถบสี ดงั แสดงในรู ป 20

รู ปที่ 20 ตัวเก็บประจุชนิดเซรามิคมีค่าความจุ 3800 pF ค่าความคลาดเคลื่อน 10%


สัมประสิ ทธ์อุณหภูมิ 0. C

ตารางที่ 4 แสดงสัมประสิ ทธ์อุณหภูมิของตัวเก็บประจุชนิดเซรามิค


COLOR TC / ํC
Black 0
Brown -33
Red -75
Orange -150
Yellow -220
Green -330
Blue -470
Violet -750
Gray +30
White +500
การตรวจสอบเช็คตัวเก็บประจุด้วยมัลติมิเตอร์
จากการที่เราทราบกันมาแล้วว่าตัวเก็บประจุมีโครงสร้างที่ประกอบด้วยแผ่นเพลตโลหะ 2 แผ่น
วางใกล้ๆ กันโดยมีไดอิเล็กตริ กคัน่ อยูต่ รงกลาง อาการเสี ยของตัวเก็บประจุที่ตรวจสอบพบอยูเ่ สมอๆ คือ
การรั่ว (Leak) แผ่นแพลตวางอยูใ่ กล้ชิดกันมาก
- วิธีการตรวจเช็คว่าตัวเก็บประจุรั่วหรือไม่ ใช้มลั ติมิเตอร์โดยตั้งพิสยั สวิตช์เลือก
(Selector Switch) ในย่านการวัดโอห์ม แล้วเลือกใช้พิสยั ต่างๆ ตามความเหมาะสมกับค่าความจุของตัว
เก็บประจุ ตัวอย่างเช่น
- ตั้งพิสยั ที่ R x 10 k วัดค่าความจุต ่ำกว่า 1 uF
- ตั้งพิสยั ที่ R x 1 k วัดค่าความจุต ่ำกว่า 1 uF ถึง 10uF
- ตั้งพิสยั ที่ R x 10  วัดค่าความจุต ่ำกว่า 20 uF ถึง 100 uF
- ตั้งพิสยั ที่ R x 1  วัดค่าความจุต ่ำกว่า 100 uF ขึ้นไป
ในขณะที่ทำการตรวจเช็คตัวเก็บประจุ เราสามารถสังเกตุที่เข็มของมิเตอร์คือ ถ้าเข็มมิเตอร์ตีข้ึน
และชี้ตำแหน่งค่าสเกลค่าหนึ่งแล้วเข็มมิเตอร์จะค่อยๆ ตกลงจนอยูท่ ี่ตำแหน่ง  แสดงว่าตัวเก็บประจุน้ ีดี
แต่ถา้ เข็มมิเตอร์ยงั คงค้างหรื อลดลงเพียงเล็กน้อยไม่ตกลงมาที่ตำแหน่ง  จะแสดงว่าตัวเก็บประจุน้ ีรั่ว
หรื อลัดวงจร ที่แผ่นเพลตทั้งสองจะไม่สามารถนำตัวเก็บประจุน้ ีมาใช้งานได้อีกต่อไป

(ก) แสดงการทดสอบ (ข) ผลที่ปรากฏที่สเกลของมิเตอร์

รู ปที่ 21 แสดงการตรวจเช็คตัวเก็บประจุดว้ ยมัลติมิเตอร์


วิธีการทดสอบแรงดันไฟฟ้ า (Testing Voltage) ของตัวเก็บประจุเป็ นการทดสอบวิธีหนึ่งที่ใช้ตวั
เก็บประจุต่อวัดกับดี.ซี .โวลต์มิเตอร์ ดังแสดงดังรู ปที่ 22

รู ปที่ 22 แสดงการทดสอบแรงดันไฟฟ้ าของตัวเก็บประจุ

การวัดแบบนี้ จะต่อตัวเก็บประจุเข้ากับแหล่งจ่ายไฟ ดี.ซี . ที่มีแรงเคลื่อนสู งๆ ตามที่ตวั เก็บประจุ


เขียนบอกไว้ขา้ งๆ ตัวมัน การวัดจะมีความแน่นอนมากสำหรับตัวเก็บประจุที่มีค่าน้อยๆ ถ้าตัวเก็บประจุ
รั่ว กระแสไฟฟ้ าจะไหลผ่านตัวเก็บประจุได้และจะปรากฏแรงดันไฟฟ้ าขึ้นที่โวลต์มิเตอร์ ซึ่ งจะมีค่ามาก
น้อยขึ้นอยูก่ บั การรั่วของไดอิเล็กตริ กที่นำมาใช้ทำตัวประจุ

You might also like